Science Update : หิมะสีชมพูบนเทือกเขาแอลป์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/504728

Science Update : หิมะสีชมพูบนเทือกเขาแอลป์

Science Update : หิมะสีชมพูบนเทือกเขาแอลป์

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 08.30 น.

นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาปรากฏการณ์ “หิมะสีชมพู” บริเวณธารน้ำแข็งเปรเซนา (Presena glacier) ที่เทือกเขาแอลป์ในเขตประเทศอิตาลี ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากสาหร่าย Chlamydomonas nivalis ซึ่งพบในเกาะกรีนแลนด์ รวมทั้งทุ่งหิมะในเทือกเขาแอลป์ และแถบขั้วโลก เม็ดสีที่ออกเฉดสีแดงของสาหร่ายชนิดนี้ทำให้หิมะมีสีออกชมพูไปจนถึงสีแดง จึงทำให้ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกต่าง ๆ เช่น หิมะแตงโม (watermelon snow) หิมะสีชมพู (pink snow) หิมะสีแดง (red snow) หรือแม้แต่ หิมะเลือด (blood snow) แม้จะเป็นปรากฏการณ์ที่สวยงามแปลกตา แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า หิมะและ น้ำแข็งสีชมพูนี้ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะตามปกติ หิมะและน้ำแข็งจะสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์กลับขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า 80% แต่การที่หิมะและน้ำแข็งมีสีเข้มขึ้นจากสาหร่ายชนิดนี้ ทำให้สูญเสียความสามารถในการสะท้อนความร้อนออกไป และขณะเดียวกันก็ดูดซับความร้อนเอาไว้มากขึ้นจนทำให้ธารน้ำแข็งเริ่มละลายเร็วขึ้นยิ่งน้ำแข็งละลายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของสาหร่ายมากขึ้นเท่านั้น จนกลายเป็นวัฏจักรที่เป็นอันตรายต่อสภาพภูมิอากาศโลก

Science Update : ญี่ปุ่นเล็งเลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินเก่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/503359

Science Update : ญี่ปุ่นเล็งเลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินเก่า

Science Update : ญี่ปุ่นเล็งเลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินเก่า

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 08.30 น.

ญี่ปุ่นจะศึกษาวิธีที่เป็นรูปธรรมในการยุติการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปล่อยคาร์บอนสูง ภายในปี 2573 หลังมีรายงานว่าญี่ปุ่นกำลังมีแผนจะเลิกใช้โรงไฟฟ้าเก่าราว 100 แห่ง และหันไปใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานหลัก ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะเลิกใช้โรงไฟฟ้า 100 แห่ง จาก 114 แห่ง ที่สร้างขึ้นก่อนกลางคริสต์ทศวรรษที่ 1990 ซึ่งเป็นโรงงานที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าโรงไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่ผ่านมาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เรื่องที่ยังคงสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศ และการให้ทุนสนับสนุนโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Science Update : จีนส่งดาวเทียมแข่งจีพีเอส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/501861

Science Update : จีนส่งดาวเทียมแข่งจีพีเอส

Science Update : จีนส่งดาวเทียมแข่งจีพีเอส

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จีนส่งดาวเทียมเป๋ยโต่ว-3 (Beidou-3) จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชาง มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ช้ากว่ากำหนดเดิมเกือบ 1 สัปดาห์ เป๋ยโต่ว ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามศัพท์ภาษาจีนว่ากลุ่มดาวไถ มีจุดประสงค์เพื่อทาบรัศมีระบบชี้ตำแหน่งโลก หรือจีพีเอส ของสหรัฐ โกลนาสส์ของรัสเซีย และกาลิเลโอของสหภาพยุโรป โดยดาวเทียมที่ส่งขึ้นไปล่าสุดนี้ จะขึ้นไปเติมเต็มเครือข่ายให้จีนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญอีกรายในตลาดบริการพิกัดทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ จีนเริ่มสร้างระบบนำทางทั่วโลกมาตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1990 เพื่อนำทางรถยนต์ เรือประมง และเรือรบ โดยใช้ข้อมูลแผนที่จากดาวเทียม
ของประเทศ และในขณะนี้ก็มีโทรศัพท์มือถือหลายล้านเครื่องที่ใช้บริการจากระบบ เพื่อค้นหาร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน หรือโรงภาพยนตร์ ที่อยู่ใกล้เคียง รวมทั้งนำทางรถแท็กซี่ ขีปนาวุธ และอากาศยานไร้คนขับ

Science Update : บรรพบุรุษจระเข้เดินสองขา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/500489

Science Update : บรรพบุรุษจระเข้เดินสองขา

Science Update : บรรพบุรุษจระเข้เดินสองขา

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมนักบรรพชีวินวิทยานานาชาติจากเกาหลีใต้ สหรัฐ และออสเตรเลีย ตีพิมพ์ผลการวิเคราะห์รอยเท้าเกือบ 100 ร่องรอย ที่พบในเกาหลีใต้ ในวารสาร Scientific Reports ชี้ว่าบรรพบุรุษบางสายพันธุ์ของจระเข้ ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงต้นยุคครีเทเชียส ราว 110-120 ล้านปีก่อน สามารถเดินและวิ่งได้ด้วยสองขาบนบกอย่างคล่องแคล่ว คล้ายการเคลื่อนไหวของนกกระจอกเทศ หรือไดโนเสาร์นักล่าอย่างทีเร็กซ์เลยทีเดียว แม้จะยังไม่พบฟอสซิลที่เป็นซากร่างของจระเข้โบราณสายพันธุ์นี้โดยตรงก็ตาม และได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้กับมันว่า Batrachopus grandis เพราะน่าจะมีลักษณะคล้ายกับจระเข้ดึกดำบรรพ์ Batrachopus ในยุคจูราสสิกที่ตัวเล็กกว่านอกจากนี้ยังคาดว่า บริเวณที่พบฟอสซิลรอยเท้าเหล่านี้ น่าจะเป็นตะกอนดินโคลนที่อยู่โดยรอบทะเลสาบโบราณมาก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของจระเข้ดึกดำบรรพ์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม นักบรรพชีวินวิทยาบางรายยังไม่สู้จะเห็นด้วยว่านี่คือรอยเท้าของจระเข้ เพราะมีลักษณะการเดินบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างร่างกายของพวกมันนัก

Science Update : เต่าทะเลฝูงใหญ่บุกเกรตแบร์ริเออร์รีฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/499040

Science Update : เต่าทะเลฝูงใหญ่บุกเกรตแบร์ริเออร์รีฟ

Science Update : เต่าทะเลฝูงใหญ่บุกเกรตแบร์ริเออร์รีฟ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 07.15 น.

ทีมนักวิจัยกระทรวงสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ รัฐควีนส์แลนด์ประเทศออสเตรเลีย ใช้เทคโนโลยีโดรนบันทึกภาพเต่าทะเลจำนวนนับพันนับหมื่นตัวทำรังวางไข่บนเกาะแห่งหนึ่งใกล้ๆ เกรตแบร์ริเออร์รีฟ แนวหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย ในสมัยก่อนนักวิจัยจะใช้วิธีระบายสีเป็นแถบสีขาวลงบนกระดองเต่าเพื่อนับจำนวน โดยนักวิจัยนั่งอยู่บนเรือลำเล็กๆ วนล่องไปตามชายฝั่ง มองดูหลังกระดองเต่า ทั้งที่มีแถบสีขาวและไม่มี ก็นับกันไป นับได้ตามจำนวนที่มองเห็น แต่คราวนี้มีเทคโนโลยีโดรนมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจับภาพและนับจำนวน ทำให้ทีมนักวิจัยสามารถวิเคราะห์ภาพแต่ละเฟรมในห้องแล็บและคำนวณจำนวนประชากรเต่าทะเลได้อย่างแม่นยำมากขึ้นหลายเท่า สำหรับแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 348,000 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่เลื่องชื่อของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2524

Science Update : เกรตแบร์ริเออร์รีฟฟอกขาวครั้งร้ายแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/497556

Science Update : เกรตแบร์ริเออร์รีฟฟอกขาวครั้งร้ายแรง

Science Update : เกรตแบร์ริเออร์รีฟฟอกขาวครั้งร้ายแรง

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 09.00 น.

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาแนวปะการัง มหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ในออสเตรเลีย ระบุว่า ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวตามแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟในออสเตรเลีย เป็นครั้งที่ 3 ในช่วง 5 ปี ส่งผลให้บรรดานักวิทยาศาสตร์วิตกว่าแนวปะการังแห่งนี้จะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ แทรี ฮิวส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแนวปะการัง ระบุว่า นับวันปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นจากปัญหาโลกร้อน และเขามั่นใจว่าสภาพของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟจะไม่สามารถฟื้นฟูจนกลับไปอยู่ในสภาพเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 2443 ส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำตลอดแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ครอบคลุมพื้นที่ถึง 348,000 ตารางกิโลเมตร ถูกจัดเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2524

Science Update : พบฟอสซิลส่วนหัวของไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่สุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/479304

Science Update : พบฟอสซิลส่วนหัวของไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่สุด

Science Update : พบฟอสซิลส่วนหัวของไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะนักบรรพชีวินวิทยาจากนานาชาติ ตีพิมพ์รายงานล่าสุดลงในวารสาร Nature ระบุว่า ได้ค้นพบซากฟอสซิลส่วนหัวของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะคล้ายนกขนาดเล็กจิ๋ว ฝังอยู่ในก้อนอำพันที่มีอายุเก่าแก่ถึง 99 ล้านปี ซึ่งได้มาจากทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ค้นพบใหม่ดังกล่าว ได้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oculudentavis Khaungraae มีขนาดเท่ากับนกฮัมมิงเบิร์ดผึ้ง (Bee hummingbird) นกตัวเล็กที่สุดในโลกที่มีปีกและลำตัวยาวรวมกันไม่เกิน5 เซนติเมตร ทั้งยังหนักเพียง 2 กรัมเท่านั้น ผลวิเคราะห์ด้วยซีทีสแกนชี้ว่า กะโหลกของไดโนเสาร์ชนิดนี้มีทั้งลักษณะที่คล้ายกับไดโนเสาร์ทั่วไป และลักษณะของนกสมัยใหม่ที่วิวัฒนาการไปไกลมากแล้วผสมปนเปกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าไดโนเสาร์ตัวจิ๋วนี้จะเป็นสัตว์หากินตอนกลางวัน และยังมีเนื้อเยื่อของลิ้นบางส่วนหลงเหลืออยู่ในฟอสซิลกะโหลกของมันด้วย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อไปว่า เหตุใดมันจึงมีวิวัฒนาการไปในทางที่ทำให้ตัวเล็กลงมากเช่นนี้

Science Update : หาดทรายครึ่งโลกจ่อจมทะเล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/477759

Science Update : หาดทรายครึ่งโลกจ่อจมทะเล

Science Update : หาดทรายครึ่งโลกจ่อจมทะเล

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC-JRC) รายงานในวารสาร Nature Climate Change เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเล อาจทำให้ทั่วโลกต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายไปถึงครึ่งหนึ่ง ภายในระยะเวลา 80 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และยิ่งทำให้ความเสียหายจากพายุและอุทกภัยทวีความรุนแรงขึ้น คาดว่าประเทศออสเตรเลียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอาจมีหาดทรายจมทะเลหายไปทั้งหมดเกือบ 15,000 กิโลเมตร ส่วนประเทศที่ต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายในอันดับรองลงมา ได้แก่ แคนาดา ชิลี สหรัฐอเมริกา เม็กซิโกจีน รัสเซีย อาร์เจนตินา อินเดีย และบราซิล นอกจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเพราะภาวะโลกร้อนแล้ว การก่อสร้างอาคารใหม่ๆ บริเวณชายหาด การเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm surge) และการที่ตะกอนทรายถูกพัดพามายังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำลดลงเพราะการสร้างเขื่อน ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้หาดทรายต้องพังทลายหายไปอีกด้วย

Science Update : สเปซเอ็กซ์เตรียมท่องอวกาศแบบห้วงลึก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/476258

Science Update : สเปซเอ็กซ์เตรียมท่องอวกาศแบบห้วงลึก

Science Update : สเปซเอ็กซ์เตรียมท่องอวกาศแบบห้วงลึก

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ผู้นำด้านเทคโนโลยีขนส่งอวกาศภาคเอกชนชื่อดัง ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศครั้งใหม่กับบริษัทสเปซแอดเวนเจอร์ส (Space Adventures) ที่เคยนำส่งนักท่องเที่ยวขึ้นสู่ห้วงอวกาศด้วยยานโซยุซของรัสเซียมาแล้วหลายครั้ง ด้วยการเปิดให้ผู้สนใจจับจองตั๋วโดยสารจำนวน 4 ที่นั่ง เพื่อเดินทางท่องเที่ยวไปกับแคปซูลขนส่งนักบินอวกาศดรากอน (Crew Dragon Capsule) ที่พัฒนาโดยสเปซเอ็กซ์ ภายในปี 2022 นักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจจะไปชมห้วงอวกาศกับโครงการนี้ จะได้ล่องลอยอยู่ในวงโคจรรอบโลกเป็นเวลาไม่เกิน 5 วัน ในช่วงปลายปี 2021 หรือภายในปี 2022 แคปซูลขนส่งดรากอน จะนำพวกเขาขึ้นสู่ระดับความสูงเหนือพื้นโลก ที่ไกลกว่าระยะไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) 2-3 เท่า หมายความว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะได้เดินทางไปสัมผัสห้วงอวกาศส่วนที่ลึกยิ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยังไม่มีนักท่องเที่ยวจากโลกคนใดเคยไปถึงมาก่อน ผู้แทนของบริษัทสเปซแอดเวนเจอร์สระบุว่า จะไม่มีการเปิดเผยสนนราคาของค่าเดินทางในโครงการนี้แต่บอกได้ว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับผู้ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศรายอื่นๆ

Science Update : ใช้สนิมช่วยป้องกันยานอวกาศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474698

Science Update : ใช้สนิมช่วยป้องกันยานอวกาศ

Science Update : ใช้สนิมช่วยป้องกันยานอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต (NCSU) และบริษัทล็อกฮีดมาร์ตินของสหรัฐ ทดลองใช้ผงของสนิมโลหะบางประเภท เช่น กาโดลิเนียมออกไซด์ มาผสมกับพอลิเมอร์แล้วทาเคลือบผิวด้านนอกของยานอวกาศ เพื่อทดแทนเกราะป้องกันรังสีแบบดั้งเดิมที่เป็นกล่องครอบอะลูมิเนียมซึ่งทั้งหนาเทอะทะและหนักอึ้ง รองศาสตราจารย์ ร็อบ เฮย์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ของทีมวิจัยบอกว่า สนิมมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีต่างๆ จากอวกาศได้ใกล้เคียงกับเกราะโลหะแบบดั้งเดิม แต่ทำให้ยานมีน้ำหนักเบาขึ้นถึง 30% หรือมากกว่า เมื่อเทียบกับเกราะป้องกันรังสีชนิดอื่นที่มีน้ำหนักเท่ากัน เกราะที่ทำจากสนิมจะมีราคาถูกกว่า และดูดซับรังสีอันตรายได้ได้มากกว่าถึง 30% ลดความรุนแรงของการแผ่รังสีแกมมาไปโดนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงถึง 300 เท่า ทั้งยังไม่ทำให้เกิดปัญหาทางแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยานด้วย