Rookies

All posts tagged Rookies

Rookies : เฟอร์กี้-เฟอร์กัล วันชัย เพาเวอร์ 7 ปี แห่งความมุ่งมั่น ตามฝันจนมีวันนี้

Published June 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/392735

Rookies : เฟอร์กี้-เฟอร์กัล วันชัย เพาเวอร์ 7 ปี แห่งความมุ่งมั่น ตามฝันจนมีวันนี้

Rookies : เฟอร์กี้-เฟอร์กัล วันชัย เพาเวอร์ 7 ปี แห่งความมุ่งมั่น ตามฝันจนมีวันนี้

วันเสาร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กำลังเป็นกระแสแรงในโลกโซเชียล จากบทบาทที่ได้รับในละครเรื่อง “นางร้าย” ทางช่อง 7HD สำหรับ “เฟอร์กี้-เฟอร์กัล วันชัย เพาเวอร์” ที่ถือเป็นการแจ้งเกิดกับบทร้ายอย่างเต็มตัว เราไม่รอช้าจับหนุ่มเฟอร์กี้มาเปิดใจให้สาวๆ ได้รู้จักกัน

ในวัยเด็ก

ผมเป็นเด็กที่สนุกสนานร่าเริงครับ มีซนบ้างตามประสาเด็กผู้ชาย ที่เวลาอยู่กับเพื่อน แต่ว่าไม่เกเรเลย เรียนแล้วก็ติดเกม ไม่ไปไหนกลับบ้านก็นั่งเล่นเกม และไม่คิดว่าตัวเองจะเข้ามาในวงการได้ เพราะเราไม่ได้รู้จักใครเลย คือตอนแรกผมอยู่ที่พัทยาครับ ไม่คิดว่าจะมากรุงเทพ ด้วยความที่เป็นเด็กติดเกม คิดว่าอยากเป็นอะไรสักอย่างที่มันเกี่ยวกับเกม ก็เลยมาเรียนทางด้านไอที ผมเป็นลูกครึ่งไทย-ไอริช ชื่อกลางไทยมาก (ยิ้ม) แม่เป็นคนตั้งให้คือแม่อยากให้มีชื่อไทยด้วย ก็เลยตั้งชื่อกลางเป็นไทยว่า “วันชัย” ก็โอเคนะครับ ผมไม่ได้รู้สึกว่าอยากเปลี่ยนอะไร ภาษาไทยเป็นภาษาแรกที่ใช้พูดคุย รองลงมาคือภาษาอังกฤษ ผมเกิดที่ฮอลแลนด์ แต่ว่าโตที่ประเทศไทย ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไทย แค่มีหน้าเป็นลูกครึ่ง ตอนเด็กไม่รู้สึกว่าแปลกไปจากเพื่อน เข้ากับเพื่อนได้ดี แต่ว่าตอนที่โตมาหน่อย เรียน รด.จะโดนครูฝึกเรียกว่าไอ้หรั่ง ซึ่งผมไม่ชอบเลยนะ คือผมรู้สึกว่าผมเป็นคนไทย ทำไมต้องเรียกผมแบบนี้ แต่ว่าตอนนี้ก็เฉยๆแล้วครับ

จุดเริ่มต้นในวงการ

จะบอกว่าผมเป็นแฟนคลับ “พี่คริส หอวัง” (ยิ้ม) ชอบจากที่เขาเล่นหนังเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ก็เลยไปตามงานเขาจนได้ไปเจอกับ “พี่นะโม” ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นผู้จัดการให้กับพี่คริส แล้วเขาก็เอ็นดูผม เหมือนลูกคนหนึ่ง ผมไม่ได้หวังว่าอยากจะเข้ามาทำงานตรงนี้นะครับ คือแค่อยากไปเจอพี่คริส ก็มีความสุขแล้ว พี่นะโมก็ให้คำปรึกษาเรื่องเรียน คุยกันมาเรื่อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าจะพาเรามาเข้าวงการหรอก ด้วยความที่เราเป็นแฟนคลับ และบ้านก็อยู่ไกลด้วยคือพัทยา ตอนนั้นก็ยังเด็กด้วยครับ อายุประมาณ 17 พี่เขาจะเป็นห่วงที่ต้องมาตามพี่คริสตลอด และถ้าได้เห็นผมในตอนนั้นนะ คือคนละเรื่องกับตอนนี้เลย จะเป็นเด็กน้อยที่ไม่ได้สนใจดูแลตัวเองเลย แต่มีอะไรผมก็จะปรึกษาพี่โม พอเราโตมากขึ้น พี่เขาก็ช่วยปรับลุค แนะนำให้เราดูแลตัวเอง ดูแลเรื่องบุคลิกการพูดการจา จนวันนึงก็เริ่มมีโมเดลลิ่งติดต่อเข้ามา ขอเบอร์ ชวนไปแคสงาน ก็เลยไปปรึกษาพี่โม เพราะว่ากลัวจะโดนหลอก พี่โมก็เลยถามว่าชอบงานด้านนี้หรือเปล่าซึ่งผมก็สนใจ เลยลองดู พี่เขาก็ผลักดันเข้ามา จนได้มีโอกาสเข้ามาแคสละครเรื่อง “กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ”ในบทมาเฟียฝั่งพระเอก ซึ่งจะมีบู๊ตีลังกายิงปืน พอได้เข้ามาเล่นละคร คือชอบเลยครับ รู้สึกว่าตัวเองชอบบู๊เลยล่ะ เพราะว่างานอดิเรกของผมคือฟรีรันนิ่ง ได้บทนี้เพราะว่าความสามารถด้านนี้ หลังจากนั้นก็มีงานละครเข้ามาเรื่อยๆ อย่างเรื่อง “สารวัตรแม่ลูกอ่อน” ก็ได้บู๊ “เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน” ก็บู๊ครับ

ความแรงจากละครเรื่อง “นางร้าย”

ตอนนี้ละครที่กำลังออนแอร์อยู่ก็คือเรื่อง“นางร้าย” ซึ่งฟีดแบ๊กดีเกินความคาดหมายเลยครับ คือคนเข้ามาด่าทั้งในพันทิพและในทวิตเตอร์ ติดอันดับหนึ่งไปแล้ว รู้สึกดีใจมาก เพราะว่าผมก็หวังไว้แล้วว่าอยากจะให้คนดู ดูแล้วเกลียดผม เพราะว่าเขาเป็นตัวละครที่น่าหมั่นไส้จริงๆ บทบาทของผมในเรื่องนี้จะออกแนวเกาะผู้หญิงกินครับ เป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นนายธนาคารแล้วมีโอกาสได้เจอกับนางเอก เราก็จะใช้เขาเป็นตัวทำเงินให้เรา จะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นและค่อนข้างเห็นแก่ตัวมากด้วยครับ ก็เล่นยากเหมือนกันนะเพราะว่าเป็นละครเรื่องแรกเต็มตัวของผมที่เป็นร้ายนำ บทพูดก็เยอะ และยาว ผมก็ต้องพยายามทำการบ้าน แล้วก็เล่นให้ละเอียดที่สุด ตอนที่ถ่ายทำผมอยากให้คนดูเกลียดผมนะ เพราะถือว่าเราประสบความสำเร็จ ด่าได้ครับไม่เป็นไร รู้สึกดี เพราะว่ายังไงเขาก็ด่าในตัวละคร แต่เท่าที่เล่นไป ผมก็มีที่พอใจบ้างไม่พอใจบ้างในบางซีน คือมีบ้างที่เราคิดว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ว่าด้วย ณ ตอนนั้น เราอาจจะยังไม่เข้าใจเขามากพอ การทำงานก็แฮปปี้มากที่ได้ร่วมงานกับช่อง 7 ซึ่งผมมี “พี่ออม” เป็นพี่ผู้จัดการที่มาดูแลคิวให้ ส่วนพี่นะโมก็ยังคอยดูอยู่ในฐานะแม่บุญธรรม เพราะว่าตอนนี้แม่ผมอยู่ต่างประเทศ

เป้าหมายที่วางไว้

อยากจะมีชื่อเสียงมากที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ และดูแลตัวเองได้ ดูแลคนที่เรารักดูแลพ่อแม่ได้ก็พอแล้ว แต่ว่าตอนแรกแม่ไม่โอเคเลยนะครับ กับการที่ผมจะเข้ามาทำงานตรงนี้ เพราะแม่รู้สึกว่าวงการนี้คือมายา ไม่มีคำว่าจริงใจ แม่ไม่สนับสนุนเลย ตอนที่ผมบอกแม่ว่าจะเข้ามาตรงนี้ เขาคิดว่าผมพูดเล่น หรือว่าทำไปงานสองงาน เดี๋ยวก็ออก เดี๋ยวก็เลิกแล้ว แต่ที่ไหนได้คือผมจริงจังมาก ตอนไปงานโชว์ตัวงานแรกที่ตอนนั้นละครเรื่องกาลครั้งหนึ่งฯ กระแสดีมาก อีเว้นท์เข้ามา แม่เห็นแล้วแม่ร้องไห้เลยครับไม่คิดว่าผมเอาจริง คือผมขอเวลาพ่อกับแม่ 1 ปี ในการพิสูจน์ตัวเอง แล้วกับเรื่องนางร้ายด้วยครับ คือถ้ามันออกมาไม่ดีเขาก็จะให้ผมหยุด แม่อยากให้ผมทำงานต่างประเทศแบบพ่อ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพราะแม่รู้สึกว่ามั่นคงกว่าได้เงินดีกว่า แต่ผมไม่อยากไปทำงานต่างประเทศ ไม่อยากไปใช้ชีวิตอยู่ที่นู่น แต่ถ้าไปเที่ยวน่ะไปได้คือผมชอบประเทศไทย

การแสดงคือความท้าทาย

การแสดงมันก็ยากแหละครับ แต่ว่ามันก็มีความท้าทายอยู่ในตัว ซึ่งผมชอบความท้าทายถ่ายเสร็จแล้วมาเห็นตัวเอง มาเจอตัวเอง อย่างในเรื่องของคิวบู๊ เราเห็นว่าท่าเราสวย เราพัฒนา เราชอบมองตัวเองแบบนั้น ผมจะชอบเช็คเทปดูตัวเองเวลาแสดง เพื่อที่เราจะได้เอาไปปรับไปพัฒนา บางทีก็มีไม่พอใจบ้างที่ถ่ายไป แต่เราก็ไม่สามารถไปขอเขาถ่ายใหม่ได้ ซึ่งเราก็ต้องจำไว้เป็นบทเรียน ครั้งหน้าเราก็จะได้ไม่ทำแบบนี้ ผมชอบเล่นบู๊ เพราะรู้สึกมันสนุก ได้ใช้ร่างกายใช้ความสามารถของเรา อาจจะเป็นเพราะว่าตอนเด็กผมชอบดู “องค์บาก” แต่พอได้มาเล่นบทร้ายบ้างก็รู้สึกว่าชอบและท้าทายอีกเหมือนกัน

มุมมองความรัก

เงียบกริบมากเลยครับตอนนี้ (ยิ้ม) ผู้หญิงในอุดมคติผมไม่ได้มีสเปกตายตัวนะครับ ผมแค่ชอบคนร่าเริงชอบคนสนุกสนานชอบทำกิจกรรม แต่ในส่วนของพี่คริสนี่เราชอบในเรื่องการทำงานของเขามากกว่า พี่คริสรู้ครับว่าผมเข้ามาทำงานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันเลย แต่ก็หวังอยู่นะครับว่าจะได้ร่วมงานกันสักครั้ง ก็คงไม่ประหม่าครับเพราะว่าเราก็เริ่มมีประสบการณ์ แต่ว่าความตื่นเต้นมันมีแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าเราได้ร่วมงานกับคนที่เราชอบ

มีแฟนคลับเป็นของตัวเองแล้ว

ตอนนี้เราเข้ามาทำงานเต็มตัวแล้วก็รู้สึกดีครับ เริ่มมีคนรู้จักมีแฟนคลับเป็นของตัวเองแล้วก็รู้สึกดีเวลาที่เขามาเจอเรา ไม่คิดว่าตัวเองจะมีแฟนคลับ ซึ่งผมจำภาพของตัวเองได้เลยเวลาที่เราไปตามงานเขาเรารู้สึกยังไง แล้วเวลาเขาทรีดเรา เรารู้สึกยังไง เราก็อยากจะทำแบบที่พี่คริสทำกับเรา ก็พยายามถามไถ่พวกเขานะครับ ขอบคุณพวกเขามากที่เป็นกำลังใจให้และมีคำชมฟีดแบ๊กดีๆ กลับมาแค่นี้ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ

Advertisements

Rookies : ‘พิม-พิมพ์ภัทรา’ อดีตนักกีฬาเทนนิสเยาวชน! เดินตามฝัน จับงานพิธีกร

Published May 21, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/386807

Rookies : ‘พิม-พิมพ์ภัทรา’ อดีตนักกีฬาเทนนิสเยาวชน! เดินตามฝัน จับงานพิธีกร

Rookies : ‘พิม-พิมพ์ภัทรา’ อดีตนักกีฬาเทนนิสเยาวชน! เดินตามฝัน จับงานพิธีกร

วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มีโอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเองสำหรับ “พิม-พิมพ์ภัทรา วิริยะสัจจะจิตร” พิธีกรจากรายการ “ทันข่าวเช้า” ในช่วง“คนดีเปลี่ยนโลก” และช่วง“ไฟว์มินิทบิ๊กฮีโร่ (5 Minutes Big Hero)” ทาง “ช่อง MONO29” (โมโนทเวนตี้ไนน์) ฟรีทีวีที่มีหนังดีซีรี่ส์ดังมากที่สุด และอ่านข่าวทางวิทยุคลื่นโมโนเฟรช 91.5 อยู่ในขณะนี้จากอดีตนักกีฬาเทนนิสเยาวชนตัดสินใจอำลาวงการลูกสักหลาดพลิกชีวิตมาเอาดีกับงานด้านสื่อสารมวลชนและถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมข่าวคุณภาพคนรุ่นใหม่ไฟแรงจากเหตุการณ์หลายๆ เคสที่เข้าไปทำข่าวด้วยการช่วยเหลือสังคมโดย “พิม” เปิดใจถึงการพลิกชีวิตจากนักกีฬามาเดินตามเส้นทางของตัวเอง

เป็นอดีตนักกีฬาเทนนิสเยาวชนทีมชาติ

“พิม” เริ่มเล่นเทนนิสตั้งแต่อายุ 5 ขวบ คือก้าวขาออกจากบ้านก็เข้าสนามเทนนิสเลยไม่เคยได้มีชีวิตอยู่กับเพื่อนเลยค่ะเริ่มแข่งตอนอายุ 7-18 ปีแข่งระดับเยาวชนมาเรื่อยๆจนกระทั่งเริ่มมีปัญหากับครอบครัวตอน ม.3 เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่เป็นนักกีฬาเทนนิสทั้งคู่คุณแม่อยากให้เราเล่นอาชีพแล้วเรียนต่อกศน. (การศึกษานอกระบบ) แต่ “พิม”ไม่ยอมค่ะตอนนั้นเลือกเรียนต่อจนถึง ม.6 จุดแตกหักมาจากที่คุณแม่อยากให้ไปแข่งเทนนิสเพื่อสอบเข้าเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย แต่ตอนนั้นเราเจ็บหนักมากเจ็บหลังถึงขั้นต้องไปฝังเข็มและทางบ้านก็กดดันมากพอเวลาเราฝืนตัวเองจนเกินไปก็รู้สึกไม่โอเคจึงตัดสินใจเลิกเล่นไปเลยและเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วยการสอบเข้าปกติไม่ใช้โควตานักกีฬาหลังจากนั้นพอทางมหาวิทยาลัยรู้ว่าเราเป็นนักกีฬาก็อยากให้ลงเล่นซึ่งตอนนั้น “พิม” ก็ตัดสินใจแล้วว่าไม่เล่นค่ะ

อยากทำงานด้านสื่อ

“พิม” เลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมีโอกาสได้ทำข่าวเป็นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จริงๆ ทำแล้วรู้สึกว่าชอบทางด้านนี้เลยค่ะ “พิม” โชคดีที่ค้นหาตัวเองได้เร็วและได้รับโอกาสดีๆ จากผู้ใหญ่หลายๆ คนการก้าวเข้ามาตรงนี้รู้สึกภูมิใจและประทับใจมากชอบการทำข่าวหรือทำสกู๊ปที่สามารถช่วยเหลือประชาชนช่วยเหลือสังคมเพราะรู้สึกว่ามันมีประโยชน์มันมีค่ามากที่ทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้นค่ะ

ข่าวที่ทำแล้วรู้สึกประทับใจ

เป็นข่าวน้องเด็กพิการคนหนึ่งที่ถูกทนายโกงเงินตอนนั้นเป็นข่าวดังมากเริ่มจากไปทำข่าวตามประเด็นในแต่ละวันแต่พอหลังจากนั้น “พิม” ก็ได้เข้าไปคุยกับครอบครัวของน้อง มีการเข้าไปช่วยเหลือติดต่อสภาทนายความให้หลังจากนั้นเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากสังคมมากขึ้น และเขาสามารถอยู่ได้โดยที่ไม่ลำบากมากผ่านมาสองสามปีแล้วซึ่งวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่และเขาก็ขอบคุณเราที่เป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปช่วยเหลือเขาหลังจากนั้นก็รู้สึกว่าการทำข่าวของเราไม่ได้ทำให้จบไปวันๆ เพราะการที่เราเข้าไปถามเขาว่ามีอะไรให้ช่วยไหมเหมือนมันสร้างกำลังใจให้เขาทุกวันนี้ยังคอยช่วยเหลือกันอยู่ซึ่งการทำงานของเราได้ช่วยเหลือคนถึงแม้ว่าจะเป็นแค่คนคนเดียวแต่ก็รู้สึกดีที่ได้ช่วยเขาได้ค่ะ

เหตุการณ์ถ้ำหลวงท้าทายตัวเอง

ข่าวถ้ำหลวงเป็นการท้าทายตัวเองมากใช้พลังชีวิตมาก “พิม” ไปสองช่วงหลังจากเกิดเหตุสองสามวันก็บินไปเลยอยู่เกือบสัปดาห์ซึ่งต้องเก็บทุกรายละเอียด “พิม” ช่วงนั้นอยู่คนเดียวเลยก่อนที่จะมีทีมอื่นไปช่วยเสริมเครียดมากนอนวันละสองสามชั่วโมง เพราะต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เตรียมรายงานสดตอนตี 5 และอยู่เฝ้าทั้งวันเก็บทุกประเด็นเพราะหน้าที่เราไม่ได้นำเสนอแค่ทางทีวี.รายงานสดเท่านั้น “พิม”ต้องนำเสนอทางออนไลน์ไลฟ์เฟซบุ๊คทวิตเตอร์ถ่ายรูปอัพคลิปทำทุกอย่างหมดค่ะ

เป็นพิธีกรรายการ “ทันข่าวเช้า” ช่วง “คนดีเปลี่ยนโลก” และล่าสุดกับช่วง 5 Minutes Big Hero

สำหรับ “คนดีเปลี่ยนโลก” เรียกว่า “พิม” ได้มีโอกาสทำทุกอย่างด้วยตัวเองเลยค่ะหาคอนเทนต์เองติดต่อเองเขียนบทสัมภาษณ์เองเข้าห้องตัดดูทุกรายละเอียดเลยค่ะมีเคสหนึ่งที่ภูมิใจมากคือ “ลุงโกโต้” ชาวอเมริกันวัย 80 หลังจากที่เขาป่วยหนักเป็นไวรัสตับอักเสบซีระบบในร่างกายเขาไม่ดีและหมอบอกว่าเขาจะใช้ชีวิตได้อีกแค่สองปีเท่านั้นจากการที่เขาเคยติดยากินเหล้าอย่างหนักมาตั้งแต่วัยรุ่นจากนั้นเขากลับเลือกใช้บั้นปลายชีวิตเดินทางมาอยู่ที่เมืองพัทยาประเทศไทยมุ่งมั่นทำความดีด้วยการอุทิศตนแบ่งปันแจกจ่ายอาหารน้ำและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ยากไร้และสุนัขจรจัดซึ่งทุกๆ วันเขาใช้เวลาที่เหลือเดินเก็บขยะริมหาดจอมเทียนมานานกว่า 17 ปีหลังจากที่ “พิม” เข้าไปสัมภาษณ์และเทปนี้ได้ออกอากาศทางช่องและเฟซบุ๊คของโมโน 29 ทำให้มียอดวิวพุ่งสูงถึงล้านกว่าและมีคนแชร์มากถึงสองหมื่นกว่าคนและวันหนึ่งข่าวก็กระจายไปถึงในวังทำให้เขาได้รับของพระราชทานและทำให้คนมาบริจาคของให้เขาเยอะมากซึ่งเป็นอีกหนึ่งเคสที่ทำให้เราภูมิใจค่ะล่าสุดรายการปรับชื่อช่วงเป็น 5 Minutes Big Hero (ไฟว์มินิทบิ๊กฮีโร่) ซึ่งคอนเซ็ปต์รายการจะคล้ายๆ กันคือนำเสนอเรื่องราวของคนทำดีเพื่อสังคม ซึ่งก็เป็นอีกช่วงที่รู้สึกภูมิใจที่ภูมิใจที่มีโอกาสได้ทำตรงนี้ค่ะ

นิยามของคำว่าผู้สื่อข่าว

คือคุณต้องรู้ว่าสิ่งที่คุณทำอยู่คืออะไรเราไม่ใช่เครื่องมือของใครหรือได้ประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งหรือข่าวไหน เรามีหน้าที่ทำตัวเป็นกลางหรือรายงานข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับรู้และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำงานข่าวคือ สังคมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ

ประวัติ

ชื่อ :  พิมพ์ภัทรา วิริยะสัจจะจิตร

ชื่อเล่น :  พิม

วันเกิด :  30 มกราคม 2536

การศึกษา :  ปริญญาตรีสาขาวิทยุกระจายเสียง

คณะสื่อสารมวลชน ม.เชียงใหม่

งานอดิเรก :  ดูหนังอ่านหนังสือ

ผลงาน :  ประชาสัมพันธ์มิวสิคครีม นักกีฬาเทนนิสเยาวชน

ผู้สื่อข่าวช่อง ONE

ผลงานปัจจุบัน : ผู้สื่อข่าวช่อง MONO29,

จัดรายการวิทยุช่วงข่าว MONOFRESH 91.5

พิธีกรรายการคนดีเปลี่ยนโลก,

ไฟว์ มินิท บิ๊ก ฮีโร่

IG : pimpim_janhom

Facebook : Pimpattra Janhom

Rookies : ผู้สื่อข่าวสาว ‘อิงอิง-ลลิตวดี’ มุ่งมั่น ท้าทาย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน

Published May 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385711

Rookies : ผู้สื่อข่าวสาว ‘อิงอิง-ลลิตวดี’ มุ่งมั่น ท้าทาย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน

Rookies : ผู้สื่อข่าวสาว ‘อิงอิง-ลลิตวดี’ มุ่งมั่น ท้าทาย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แฟนข่าว ช่อง MONO29 น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับสาว “อิงอิง-ลลิตวดี ตั้งสิริตระกูล” คนข่าวรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ควบทั้งงานพิธีกร และ
ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ในรายการ “ทันข่าวเช้า” รวมถึงอ่านข่าวทางวิทยุคลื่นโมโนเฟรช 91.5 โดยเธอรับหน้าที่เกาะติดทุกประเด็นข่าว ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในทีมข่าวยอดเยี่ยม

แรงบันดาลสู่การเป็นคนข่าว?

เริ่มตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลายเลยค่ะที่โรงเรียนจะมีชมรมมัลติมีเดีย “อิง” ก็เลือกมาลงชมรมนี้ ทำกิจกรรมกับทางโรงเรียนมาโดยตลอด วันหนึ่งทางโรงเรียนพาไปดูงานที่ช่องๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นรายการข่าวที่ดังมากๆ ในตอนนั้น ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และความใฝ่ฝันว่าอยากทำรายการ อยากเป็นผู้สื่อข่าว ทำให้มีเป้าหมายในการเรียนต่อเข้ามหาวิทยาลัยทางด้านนี้ จึงเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ

ประสบการณ์งานข่าว?

อิงเคยทำข่าวมาหลายรูปแบบแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวบันเทิง ข่าวการเมืองซึ่งเคยมีโอกาสได้ทำข่าวผู้ชุมนุมด้วยค่ะ เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่เข้ามาในชีวิต แต่จะชอบข่าวแนวสังคม คุณภาพชีวิตมากกว่าค่ะ

ข่าวประทับใจ?

ข่าวประทับใจเป็นข่าวที่ทำเกี่ยวกับคนไทยไร้สิทธิ์ ในเคสนั้นมีกลุ่มคนที่ไม่มีบัตรประชาชนมาตั้งแต่เกิดจนอายุจะ 60 ปี แล้วก็ยังไม่มีบัตร เป็นเพราะว่าเขาอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อก่อนเวลาแจ้งเกิดต้องแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน อาจจะทำให้มีบางคนตกหล่นไปบ้าง พอพวกเขาเข้ามาอยู่กรุงเทพสิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้รับ กลับไม่ได้รับเลย เช่น สิทธิการรักษาพยาบาล ตอนนั้นเราก็ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าว ประสานกับหลายๆ อำเภอ และเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา จนตอนนี้พวกเขาได้เข้ากระบวนการทำบัตรประชาชนแล้ว รู้สึกดีใจมาก เหมือนเรามีส่วนได้ช่วยตรงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยเดินเรื่องเองแล้ว แต่ไม่ได้ ในมุมกลับกันคือเรามีบัตรแต่หลายๆ คนอาจจะไม่เห็นความสำคัญเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่มีบัตร ไม่มีสิทธิที่เขาควรจะได้ตั้งแต่เกิด ทำให้รู้เลยว่าสิ่งนี้มันมีค่ากับพวกเขามากค่ะ

สิ่งที่ได้จากการทำข่าว?

การที่เราได้มีโอกาสทำงานด้านสื่อ ทำให้เราได้รู้ข้อมูลรอบด้าน ข้อมูลในเชิงลึก จากการที่มีโอกาสได้คุยกับชาวบ้าน ซึ่งทำให้เรารู้ และสัมผัสได้ว่ามันมีสังคมแบบนี้อยู่ด้วยจริงๆ ที่สำคัญ อิงมองว่ามันเป็นกำไรชีวิต ซึ่งเคยคิดว่าถ้าเราไม่ได้ทำข่าวก็คงไม่มีโอกาสที่จะรู้ หรือสัมผัส และใกล้ชิดกับคนมากมายขนาดนี้

บทบาทในมุมมองของ “อิงอิง” ?

อิงมองว่าสื่อยุคนี้ขยับตัวนิดเดียวก็โดนโจมตีแล้ว เพราะทุกคนสามารถเป็นสื่อด้วยตัวเอง อย่างเช่น การกระจายข่าวในมือถือ หรือทาง
โซเชียล ก็อาจจะเป็นนักข่าวพลเมืองได้ แต่สำหรับสื่อที่ดีควรมีจรรยาบรรณด้วย ไม่ใช่มีแค่คอนเทนต์ นักข่าวที่ดีจะถูกปลูกฝังด้วยจรรยาบรรณนักข่าว ไม่ใช่เรื่องนี้ขายดี ก็จะโจมตี ขยี้ๆโดยไม่สนว่าจะกระทบกับใครบ้างมันก้ำกึ่งด้วยจรรยาบรรณ และตอบสนองความต้องการของตลาด ในมุมมองของอิง สื่อที่ดีคือทำเพื่อประชาชนค่ะ

ความใฝ่ฝัน?

ความใฝ่ฝันของอิง คืออยากมีพื้นที่หน้าจอ อ่านข่าว และได้แสดงศักยภาพอีกด้านนึงนอกเหนือจากการเก็บข้อมูลลงพื้นที่ มันคือการนั่งอยู่หน้าจอและมีสมาธิถ่ายทอดข่าวออกไปให้คนได้รับรู้ นั่นคือผู้ประกาศข่าวค่ะ

 

Rookies : ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง จากนางเอก ‘สังข์ทอง’ สู่ละครหลังข่าว ‘คุณหนูเรือนเล็ก’

Published May 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/384336

Rookies : ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง จากนางเอก ‘สังข์ทอง’ สู่ละครหลังข่าว ‘คุณหนูเรือนเล็ก’

Rookies : ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง จากนางเอก ‘สังข์ทอง’ สู่ละครหลังข่าว ‘คุณหนูเรือนเล็ก’

วันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ขอยกให้เป็นนางเอกเลือดใหม่มาแรงของช่อง 7HD สำหรับสาววัยใส ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้งที่โด่งดังตามสูตรสำเร็จของ นางเอกวิกหมอชิต คือก้าวย่างจากการเป็น นางเอกละครพื้นบ้าน สู่ผลงานละครหลังข่าว “คุณหนูเรือนเล็ก” ที่กำลังออนแอร์ทุกวันจันทร์-อังคาร 2 ทุ่มครึ่ง ช่อง 7HD กด 35

เรียงลำดับผลงานกันสักนิด?

“ช่วงแรกหนูมีโอกาสได้ลองเล่นละครทางช่องเคเบิลทีวี จ๊ะทิงจา ค่ะ แล้ว คุณปู่หรั่ง (ไพรัช สังวริบุตร)ท่านก็เมตตาให้มาเล่นละครพื้นบ้าน “สี่ยอดกุมาร” กับ “สังข์ทอง” จนกระทั่งผู้ใหญ่ทางช่อง 7HD และค่าย ดาราวิดีโอ ให้โอกาสมาแสดงละคร “คุณหนูเรือนเล็ก” จับคู่กับพี่ธันวา (ธันวา สุริยจักร) ค่ะ”

จากนางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ

สู่ผลงานละครหลังข่าว?

“อย่างแรกหนูต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านค่ะที่ให้โอกาสนี้กับหนู ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ใจดีหลายๆ ท่านหนูก็คงไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้ ขอบคุณที่มองเห็นความสามารถของหนู ด้วยใจหนู หนูรักละครพื้นฐาน เพราะเป็นแหล่งกำเนิดหนูมา แล้วหนูเองก็ดูมาตั้งแต่เด็กชื่นชอบมาตลอด จนมาถึงการได้เล่นละครหลังข่าว ก็ดีใจมากๆ ค่ะ เพราะไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้อยู่ตรงจุดไหน หรือว่าจะต้องไปไกลกว่านี้รึเปล่า ขอแค่มีงานทำ และเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งตรงนี้ทำให้ชีวิตหนูประสบความสำเร็จได้มากแล้วค่ะ”

ความรู้สึกของการเป็นคุณหนูเรือนเล็ก?

“ด้วยความที่คาแร็กเตอร์แตกต่างจากละครที่เล่นมาทั้งหมด ทำให้ต้องทำการบ้านเยอะมากๆ ตั้งใจสูงมากๆ และกดดันด้วยค่ะ ตอนนั้นที่ถ่ายทำ หนูอายุ 17 ถามว่าตัวเองรู้สึกว่าดีพอไหม บอกตรงๆ ว่ายังทำได้ไม่ดีพอค่ะ คิดว่าควรจะออกมาได้ดีกว่านี้อีก แต่ ณ ตอนนั้นหนูอายุ 17 หลายๆ อย่างทำให้หนูเต็มที่ได้แค่นั้น หนูก็เสียดายโอกาสนะคะ แต่ประสบการณ์คือบทเรียนรู้ ที่จะทำให้เราพัฒนาต่อไป หนูก็คิดว่าที่ผ่านมาหนูตั้งใจที่สุดแล้ว ก็อยากจะขอโอกาสจากคุณผู้ชม เมตตาหนูด้วย เพราะในบางครั้งบางคราว อาจไม่ได้เล่นเก่ง เล่นดีมากค่ะ แต่ทุกๆ ฉากหนูตั้งใจมากจริงๆ อยากฝากแฟนๆ คอยเป็นกำลังใจให้หนูด้วย”

ความน่าสนใจของละคร “คุณหนูเรือนเล็ก”?

“คาแร็กเตอร์ไม่ได้เป็นนางเอกที่เรียบร้อยค่ะแต่เป็นนางเอกที่สู้คน ต่อปากต่อคำ สวยมั่น ใจกล้า เป็นหนูในอีกมุมหนึ่งที่แฟนๆ จะได้เห็น และเรื่องนี้มีความน่าสนใจหลายอย่าง ทั้งปม และปริศนา ทุกๆตัวละครเชื่อมโยงกันหมดเลย หนูว่าน่าติดตามมาก ความกุ๊กกิ๊กทั้งเรื่องเลยก็ว่าได้ (หัวเราะ) หนูดูเองยังเขินเองเลยค่ะ”

ความที่ได้ชื่อว่าเป็นนางเอกเลือดใหม่

ของช่อง 7?

“หนูเป็นนางเอกรุ่นน้องสุด สิ่งที่คาดหวังคือ อยากตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาดีที่สุดค่ะ ให้คนชอบ และให้ถูกใจแฟนๆ มากที่สุด ไม่อยากให้ผู้ใหญ่รู้สึกว่า ให้โอกาสไปแล้ว ทำได้แค่นี้เหรอ สำหรับพี่ๆ นางเอกในช่อง หนูชื่นชอบทุกๆ คนเลยค่ะ ด้วยความที่เคยเป็นเด็กธรรมดา เดินดิน หนูปลื้มพี่ๆ เขามาก เห็นพี่ๆ ทุกคนเป็นตัวอย่าง รักและเคารพในฐานะนักแสดงรุ่นน้อง (คนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ อยากร่วมงานด้วย?)พี่นุ่น-วรนุช, พี่พอร์ช-ศรัณย์, พี่มิกซ์ ทองระย้า, พี่เปรี้ยวพี่ๆ ที่รับบทร้ายเก่งๆ ก็อยากเล่นด้วย เรียกว่าอยากร่วมงานกับพี่ๆ ทุกคนเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าอยากเอาตัวเองไปเทียบนะคะ หนูเพียงแต่อยากทำงานกับรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ทุกคน จะได้ศึกษาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ อย่างน้อยพี่ๆ เขาเหมือนหนังสือและตำรา ที่ไม่เหมือนกัน หนูก็อยากจะเก็บเกี่ยวและนำมาเขียนในตำราของตัวเองเอาไว้ค่ะ”

นอกเหนือจากวันทำงาน?

“ไม่ค่อยมีวันว่างเต็มวันเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ตอนนี้จะเน้นเรียนหนังสืออย่างเดียวเลย เรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ค่ะ ม.รังสิต วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ดิจิทัลค่ะ ตอนนี้ถ้าว่างปุ๊บก็จะเรียน ตามงาน แล้วก็อ่านหนังสืออะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ถ้างานอดิเรกก็จะมีเวฟบอร์ดบ้าง ฟิตเนสบ้าง ดูหนังบ้างค่ะ(เล่นเวฟบอร์ดเลยเหรอคะ?) จริงๆ หนูไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยนะคะ (หัวเราะ) หนูเป็นคนบ้าพลัง แต่เวฟบอร์ดเพิ่งเล่นมาไม่นานค่ะ เพราะไปเล่นทีหนึ่ง ต้องมีเวลาพักด้วย อย่างถ้าว่าง 3 วัน คือไปเล่นวันแรกหลังจากนั้นเจ็บค่ะ (หัวเราะ) และอีกอย่าง ทั้งแดดทั้งอะไรด้วย ชอบกิจกรรมกลางแจ้งค่ะ ถ้าหนูไปทะเล ก็จะต้องเล่นบานานาโบ๊ททุกครั้ง ต่อให้เจ็บก็ยอม ซึ่งคุณแม่จะคอยเตือน ใส่เสื้อป้องกันนะลูก อย่าตากแดดเยอะนะลูก ด้วยความที่เราเป็นเด็ก และจะชอบเรียงเรื่องตลอด ว่าวันนี้ทำอะไร พรุ่งนี้ทำอะไร ไม่มีได้หยุดอยู่เฉยๆ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ ม.ปลาย แล้วค่ะ เพราะเป็นช่วงที่วุ่นวายมาก มีการบ้านทุกวัน กิจกรรมนั่นนี่ พอไปโรงเรียนหนูไม่เคยได้อยู่เฉยเลย ก็เลยติดมา วันว่างเลยจะไม่มีนอนเฉยๆ พอพักเต็มอิ่มก็จะหาอะไรทำอีกละ เพราะวันไหนที่ว่างจะรู้สึกเบื่อมาก เหมือนไม่มีแรง ก็เลยต้องทำอะไรสักอย่าง”

ชีวิตวัยเด็ก?

“บ้านปูเป้ไม่ได้มีฐานะดี คุณพ่อ-คุณแม่เป็นคนสุรินทร์ หนูเกิดที่สุรินทร์ แต่คุณพ่อ-คุณแม่มาทำงานที่ปทุมธานีคุณยายก็จะเลี้ยงตั้งแต่เด็ก จนถึงเข้าอนุบาล ช่วงนั้นก็จะดื้อมาก พอโตขึ้นมาก็ถูกส่งไปเรียนตั้งแต่เด็ก เพราะเขาหาเช้ากินค่ำ เขาก็จะไม่มีเวลาดูแล พอเลิกเรียนมา หนูก็ไปเรียนพิเศษต่อ จนกว่าพ่อแม่จะเลิกงาน มีพี่ชายคนหนึ่ง น้องชายคนหนึ่ง ไปไหนมาไหนก็จะไปกับพี่ชายตลอด ไปตกปลา ไปเล่นแบบเด็กผู้ชาย นอกนั้นก็คือพยายามตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นเด็กดีของพ่อแม่ และรู้จักช่วยเหลือตัวเองให้ได้ หนูทำกิจกรรมโรงเรียนแทบทุกอย่าง เชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ แกะเป็นสลักก็เป็นนะคะ ตอนประถมแข่งแกะสลักได้ที่หนึ่ง ทำอาหารก็แข่งทำมาแล้ว คุณครูอยากให้ทำอะไร ก็ทำแล้วพอ ม.ปลาย ตอน ม.4 เทอม 2 คุณปู่หรั่ง ให้เริ่มละครทางช่องจ๊ะทิงจาค่ะ เทอมแรกเกรดตก เครียดมากๆ จับใบเกรดสั่นเลย เพราะแต่ก่อนจะ 3.5 อัพตลอดมาเจอ 2.8 ตอนที่ทำงานใหม่ๆ จัดเวลาไม่เป็น พอเทอมต่อๆ ก็เลยลองใหม่ พอกลับมา 3 ขึ้นได้ก็ดีใจค่ะ เพราะหนูคิดว่าโอกาสได้แวะมาหาใครง่ายๆ เราได้โอกาสแล้ว เราก็ต้องคว้าเอาไว้ ทำให้ถึงที่สุด ถ้ามันไม่ใช่ เดี๋ยวมันก็ออกไปเอง แต่มาถึง ณ จุดนี้ หนูก็คิดว่าน่าจะใช้แล้วค่ะ (หัวเราะ)”

อัพเดทผลงาน?

“ตอนนี้กำลังถ่ายทำละครเรื่องใหม่ “ร้อยป่า” ค่ะเล่นคู่กับพี่บิ๊กเอ็ม ซึ่งจะมีเรื่องของ บู๊เตะต่อย และที่ถ่ายทำต่อเนื่องเลยคือ “สังข์ทอง” ถ้ามีโอกาสได้เล่นละครพื้นบ้านอีก ก็จะดีใจมากค่ะ เพราะหนูรักละครพื้นบ้าน เป็นละครที่มีเสน่ห์ของตัวเอง และอยู่คู่กับคนไทยมาตลอด หนูก็อยากจะให้ละครพื้นบ้านอยู่ตลอดไปค่ะ ต่อให้วันนั้นไม่มีหนูอยู่ในละครพื้นบ้านแล้วก็ตาม อยากให้คนรุ่นหลังได้รู้จักกับละครพื้นบ้านต่อๆ ไปค่ะ”

Rookies : ตีสนิท ‘หวาน-วิชชุดา’ พิธีกรข่าว ดีกรีนักแม่นปืนสาว ทีมชาติไทย

Published May 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/380214

Rookies : ตีสนิท ‘หวาน-วิชชุดา’ พิธีกรข่าว ดีกรีนักแม่นปืนสาว ทีมชาติไทย

Rookies : ตีสนิท ‘หวาน-วิชชุดา’ พิธีกรข่าว ดีกรีนักแม่นปืนสาว ทีมชาติไทย

วันเสาร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จากนักกีฬายิงปืนยาวทีมชาติไทย หวาน-วิชชุดา ไพจิตรกาญจนกุล เข้าสู่วงการสื่อด้วยการรับหน้าที่เป็นพิธีกรและผู้สื่อข่าวภาคสนามให้กับ ช่อง MONO29 โดยสาเหตุที่วางมือจากการเป็นนักแม่นปืนนั้น เธอให้เหตุผลว่าไม่สามารถทำใจจากการสูญเสียคุณพ่อ ซึ่งเป็นนักกีฬาแม่นปืนด้วยเช่นกัน หลังตัดสินใจวางมือ “หวาน” จึงหันมาเอาดีด้านสื่อสารมวลชนซึ่งเป็นอีกงานที่ตัวเองชอบและถนัด

เริ่มจับปืนครั้งแรก?

หวานจับปืนครั้งแรกตอนเรียนอยู่ช่วงมัธยมที่พระหฤทัยคอนแวนต์ และไปเข้าค่ายลูกเสือคาทอลิกซึ่งรวมโรงเรียนคาทอลิกในกรุงเทพฯกว่า 30 โรงเรียนมาเข้าค่ายด้วยกัน ในกิจกรรมนั้นก็จะมีการแข่งกีฬาด้วย และกีฬายิงปืนไม่ค่อยมีคนลงเล่น หวานก็ลองไปเล่นดู พอได้ลองก็รู้สึกสนุกดี นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้จับปืนค่ะ

ทราบว่าคุณพ่อเป็นโค้ชยิงปืนให้ด้วย

คือตั้งแต่เล็กจนโต คุณพ่อไม่เคยบอกเราเลยว่าเป็นอดีตนักกีฬายิงปืน รับรู้แค่ว่าบ้านเรามีบ้านสวน และคุณพ่อมีปืนเยอะ หลังจากทราบ หวานก็เริ่มสนใจยิงปืนอย่างจริงจัง คุณพ่อจึงพาไปที่สมาคมยิงปืน พาไปซื้อปืน แล้วก็มาเป็นโค้ชสอนยิงปืนให้เลยค่ะ จริงๆ เราเริ่มเล่นกีฬายิงปืนช้าไปด้วย เพราะหลายคนต้องฝึกตั้งแต่เด็กๆ พอเริ่มฝึกก็มีแววเลย เพราะเรียนรู้ได้เร็วมาก แต่ถนัดที่สุดเป็นปืนยาว .22 ระยะ 50 เมตร ท่านอน,ยืน, นั่ง มีโอกาสได้ลงแข่ง แล้วก็ได้แชมป์ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 มือหนึ่งทุกประเภทค่ะ

การเป็นนักกีฬาด้วยและเรียนด้วย

ตอนช่วงเรียนมหาวิทยาลัย หวานเลือกเรียนวารสารฯ ธรรมศาสตร์ ช่วงนั้นติดแข่งหลายรายการ ซึ่งเราก็พยายามไม่ขาดเรียน แต่ก็มีขาดสอบบ้าง เพราะต้องบินไปแข่งต่างประเทศ ซึ่งการลงเรียนแต่ละวิชา ถ้าเราไม่ผ่านตัวนี้ ก็ไม่สามารถข้ามไปเรียนอีกตัวนึงได้ ถึงแม้เราจะเรียนเก็บหมดทุกตัวแล้วก็ตาม พอมันมีตัวที่ค้างอยู่ทำให้ไปต่อไม่ได้ ช่วงนั้นรู้สึกเหนื่อยมาก เรียนไปแล้วสองปีครึ่ง สุดท้ายจึงตัดสินใจย้ายไปเรียนที่จุฬาฯ ทำให้ต้องเรียนปริญญาตรีทั้งหมด 7 ปี กลายเป็นจบช้ากว่าเพื่อนๆ ไปเลยค่ะ

กิจกรรมยามว่าง

เวลาว่าง หวานจะพักผ่อนอยู่บ้าน ซื้อต้นไม้มาปลูก เลี้ยงหมา และกิจกรรมที่ชอบมากคือวาดภาพสีน้ำมัน ตอนนี้ที่บ้านมีมากกว่า 10 ภาพแล้วค่ะ ซึ่งการวาดแต่ละครั้ง ใช้เวลานานมาก เป็นเดือนๆ ก็มี เพราะขึ้นอยู่กับอารมณ์เราในตอนนั้นด้วยว่าอยากจะเสร็จเมื่อไหร่ เคยมีคนมาขอซื้อไปเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ขายค่ะ อยากเก็บไว้ดูคนเดียวมากกว่า

สเปกหนุ่ม

ชอบคนที่มีความเป็นผู้นำทำงานเก่งและอยากให้เป็นลูกคนจีน เพราะครอบครัวหวานเป็นคนจีนค่ะ

หันมาเอาดีงานพิธีกร

ก่อนหน้านี้มันเริ่มมีปัญหาในสมาคมมีความขัดแย้งบางอย่าง หวานก็รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ตรงนั้น เลยเบรกตัวเองลองหันมาทำงานอื่นบ้าง และเป็นช่วงเรียนจบพอดี ทำให้มีโอกาสเข้ามาทำงานด้านข่าวที่ช่อง MONO29 เพราะตอนเป็นนักกีฬาก็จะมีคนเข้ามาสัมภาษณ์ทำข่าวเราทำให้อยากลองมาอยู่ตรงนี้ดูบ้างค่ะ

ทิ้งกีฬายิงปืนเลยไหม

แอบคิดไว้เหมือนกันค่ะเพราะตั้งแต่คุณพ่อเสีย ยังทำใจไม่ได้ที่จะกลับไปยิง ทุกครั้งเวลาจับปืนก็จะนึกถึงคุณพ่อ ทำให้หยุดจับปืนไปสักพักหนึ่งเลยค่ะ น้องๆ นักกีฬายิงปืนใหม่ๆ ก็มีเข้ามาเรื่อยๆแต่ล่าสุดเริ่มกลับมาซ้อมอีกครั้งเพราะเขาอยากให้ทีมชาติชุดเก่ากลับมายิงให้ตอนนี้กำลังคิดอยู่ค่ะว่าจะกลับไปคัดทีมชาติอีกครั้งไหม

 

Rookies : ‘เพ้นท์-กฤตกานต์’ หนุ่มมาดเข้ม พร้อมแจ้งเกิดกับบทร้าย

Published May 2, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/377291

Rookies : ‘เพ้นท์-กฤตกานต์’ หนุ่มมาดเข้ม พร้อมแจ้งเกิดกับบทร้าย

Rookies : ‘เพ้นท์-กฤตกานต์’ หนุ่มมาดเข้ม พร้อมแจ้งเกิดกับบทร้าย

วันเสาร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กระแสแรงตั้งแต่ละครเริ่มออนแอร์จนจบเลย สำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ “เพ้นท์-กฤตกานต์ ประสิทธิ์พานิช” จากละคร “แก้วกุมภัณฑ์” ทางช่อง 3 ที่ถูกสาววายจับให้เป็นคู่จิ้นกับ “เฟริสท์-ภาราดา” ทั้งที่ละครเป็นแนวแฟนตาซี แหมๆ ไปโดนตาต้องใจสาววาย ณ จุดไหนกันหนอ เราจับหนุ่มเพ้นท์มาเคลียร์กันตรงนี้แล้วจ้า

ตอนนี้ละครเรื่องแก้วกุมภัณฑ์เพิ่งจบไปครับ ซึ่งเป็นงานละครเต็มตัวเรื่องที่ 2 ก่อนหน้านี้เล่นเรื่องสุดร้ายสุดรัก แต่ว่ายังไม่ได้ออนแอร์ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องก็เป็นคนละแนวกันเลย คือในสุดร้ายสุดรักบทจะเป็นวัยรุ่นใสๆ เป็นนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง แต่ก็จะยากตรงที่เป็นละครเรื่องแรกเรายังใหม่กับการแสดงมากก็ได้หลายๆ คนช่วยแนะนำเรื่องการแสดง แต่ว่ากับบทในเรื่องแก้วกุมภัณฑ์บทจะโตขึ้น ต้องมีความทรงพลังมากขึ้น และเป็นละครแนวแฟนตาซีมีอภินิหารต้องเล่นกับซีจี ผมเล่นเป็นพญานาคก็จะมีการแปลงร่างมีอาวุธลับ และสามารถอ่านใจคนได้ การทำงานเรื่องนี้ก็ค่อนข้างหนักครับผมต้องไปเรียนว่ายน้ำเพิ่มเติมเพราะว่าท่าว่ายน้ำของพญานาคจะไม่เหมือนที่เราว่ายปกติมันจะเหมือนการที่เราเลื้อยแต่ว่าทำไปทำมาแล้วเขาก็บอกว่าเอออย่างนี้แหละใช่แล้ว เหมือนว่าเราทำได้ครับ แต่มันก็จะยากในความที่เราเป็นนาคซึ่งไม่ใช่มนุษย์ต้องทำความเข้าใจบทมากกว่าเดิม แต่ก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถนะครับ ตอนเด็กเราเคยดูหนังแฟนตาซีเวทมนตร์การที่เราได้มาลองทำอะไรแบบนี้มันก็เป็นอะไรที่ใหม่ก็รู้สึกว่าซีจีมันสมจริง ก็สนุกสนานดีครับ

ถูกจับให้เป็นคู่จิ้นกับ “เฟริสท์-ภาราดา”

ผมงงมากที่โดนจับให้เป็นคู่จิ้นกับเฟริสท์ (ภาราดา ชัชวาลโชติกุล) ตั้งแต่ออนแอร์วันแรก คือมีเพื่อนส่งมาให้ดูว่าในโซเชียลมีคนจิ้นผมกับเฟริสท์นะ (ยิ้ม) อาจจะด้วยฉากตอนแรกที่ออกไปเป็นตอนอาชาชายกำลังกลับไปที่รถแล้วจะล้ม ตัวนาถภุชงค์ก็รีบเข้าไปคว้าตัวเอาไว้ ฉากนั้นเรา 2 คน ต้องมีจ้องหน้ากันด้วย พอคนดูเห็นก็เลยจิ้น ตอนที่ถ่ายทำ เราไม่เขินเลยครับ แต่พอภาพหลังตอนออกอากาศออกมาแล้ว ทำให้สาวๆ จิ้นกันจนตั้งแฮชแท็กละครว่า #นาคกะชาย ซึ่งตอนจบละครก็ได้เฉลยแล้วว่าในอดีตชาติเราเป็นสามีภรรยากันคือชาติแรกเฟริสท์ เขาเป็นพญานาคตัวเมีย หลังจากนั้นก็เกิดมาเป็นแม่ชี พอมาถึงชาติปัจจุบันก็มาเป็นอาชาชาย เรียกว่ากระแสตอบรับเรื่องนี้ดีมาก เขาถึงขั้นเรียกร้องให้เอาเรื่องของคู่เรามาทำเป็นซีรี่ส์ ก็รู้สึกดีใจที่สาววายจิ้นและคนดูชอบครับ

ความฝันแรกในวัยเด็ก

ไม่ได้มีความคิดความฝันตรงนี้เลยครับ แต่ว่าตอนเด็กๆ คุณแม่ชอบดูละครและสนับสนุนให้ทำเราก็ยังไม่เอานะครับ ยังคิดว่าเราอยากเล่นตามประสาเด็ก แต่ว่าพอโตมาถึงช่วงอายุหนึ่งเราก็รู้สึกว่าหรือตรงนี้มันจะเป็นอีกหนึ่งอาชีพของเราได้ที่พอจะหาเลี้ยงชีพเอามาเลี้ยงครอบครัวเลี้ยงตัวเองได้ ก็เลยลองทำดู เริ่มต้นจากการเข้ามาเดินแบบและมีโอกาสเข้ามาแคสติ้งที่ช่อง 3 ตอนที่เข้าวงการยังเรียนไม่จบครับ เพิ่งจะอยู่ประมาณปี 2 เข้ามาแล้วก็แรกๆ ต้องบอกว่าทำตัวไม่ถูกเลย เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไรเราต้องทำยังไงบ้างเราต้องไปเจอคนอีกเยอะมากที่เราจะต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆ แรกๆ ก็ต้องใช้เวลาปรับตัว เหมือนเราทำความฝันของแม่ให้เป็นจริงแม่ก็ดีใจครับ (ยิ้ม) ที่วันนี้เราได้มีผลงานออกมาแล้ว เขาได้เห็นผลงานของเราแล้ว สำหรับผมเองตอนเด็กก็ยังไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไรอยากทำอะไร เรารู้สึกว่าเรายังอยากจะเล่นไปนู่นไปนี่ตามประสาตามวัยของเราก่อน ตอนที่เด็กมาๆ ถึงมัธยมผมก็เป็นเด็กที่ทำกิจกรรมที่โรงเรียนเยอะมากเลยนะครับ แต่พอมาถึง ม.ปลาย เราก็อยากจะมีช่วงเวลาที่เราได้ทำอะไรในสิ่งที่เราอยากทำพอมันถึงจุดจุดหนึ่งพอเราโตมาอีกขั้นหนึ่งก็รู้สึกว่าเราต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างให้กับชีวิตตัวเอง

ใช้ความรู้ที่เรียนลงสนามจริง

ผมเรียนจบสาขาภาพยนตร์มาแล้วยิ่งพอเราได้เข้ามาเล่นละครมันก็ทำให้เราเข้าใจเรื่องการทำงานมากขึ้นเหมือนเราเห็นภาพครับ อย่างเทคนิคต่างๆ เราก็รู้เรื่องมุมภาพเรื่องการใช้เลนส์ เราจะเข้ายังไงให้ไม่บังกล้อง และเรารู้กระบวนการทำงานของทีมงานว่ามันมีอะไรบ้าง คนนี้ทำหน้าที่อะไร เราจะเห็นการทำงานชัดขึ้นไปอีก เพราะเราได้ผ่านกระบวนการเรียนตรงนี้มาแล้ว ในอนาคตถ้ามีโอกาสก็อยากจะมีหนังเป็นของตัวเองเหมือนกัน ผมเป็นคนชอบดูหนังโรแมนติกคอเมดี้ ถ้าได้ลองทำหนังก็คิดว่าทางนี้น่าจะเป็นทางที่เราทำได้ หรือไม่ก็เป็นแนวบู๊แอ๊กชั่นไปเลยครับ

พร้อมแจ้งเกิดกับบทร้าย

ตัวจริงผมเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่งนะ แต่ถ้ากับเพื่อนก็จะเฮฮาเป็นวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่ง แมนๆ มีอารมณ์เฮี้ยวกันบ้างตามประสา แต่ว่าผมชอบเล่นร้ายครับ รู้สึกว่ามันไปได้ถึงบทบาทมากกว่า มีอะไรให้เล่นเยอะกว่าด้วย อย่างในซีรี่ส์ลูกผู้ชาย ตอน เพชร ซึ่งเป็นผลงานอีกเรื่องที่จะออนแอร์เร็วๆ นี้ ก็เล่นเป็นตัวร้ายเป็นคนที่อิจฉาพระเอกที่มีแต่คนรักเขา ทำไมเขาถึงได้ดีเราก็จะคอยขัดขวางความสำเร็จของเขาทุกอย่าง คือพระเอกในเรื่องเขาเป็นเด็กในอู่ซ่อมรถที่ขยันทำงาน แต่เราเป็นคนที่ขี้เกียจไม่เคยทำอะไรเอาแต่พาลคนอื่นไปเรื่อย เพราะว่าเราทำไปก็ไม่ได้รับคำชมหรอกเขาไปชมพระเอกเราก็เลยเลือกที่จะเป็นคนที่ไม่ดี ไม่ได้ไปต่อยอะไรกับเขาเพราะเราไม่สู้คนอยู่แล้ว แต่จะใส่ร้ายเขาเอายาไปยัดเขาอะไรแบบนี้คือเป็นคนที่ร้ายจริงๆ แต่ตัวละครนาถภุชงค์ ในแก้วกุมภัณฑ์เขาจะไม่ได้ร้ายเท่านี้คือเขายังมีเหตุผล มีบางมุมที่มีความรู้สึกอ่อนไหว ก็เรียกว่าพร้อมที่จะแจ้งเกิดกับบทร้ายเลยครับ ถ้าใครเกลียดเราหมั่นไส้เราก็ถือว่าดีครับที่เราสามารถเล่นให้เขาเกลียดได้

ฝากติดตามชมผลงานของเพ้นท์ด้วยนะครับ แก้วกุมภัณฑ์เพิ่งจบไป แต่ว่ามีอีกเรื่องคือปี่แก้วนางหงส์ ที่กำลังออนแอร์อยู่ แต่ว่าเล่นรับเชิญ แล้วก็มีซีรี่ส์ลูกผู้ชาย ตอนเพชร และเรื่อง สุดร้ายสุดรัก ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

กุหลาบสีเงิน

Rookies : ‘จ๊อบ-ธัชพล’ ทุ่มสุดตัวเรียนรู้งานบันเทิง

Published April 23, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/375839

Rookies : 'จ๊อบ-ธัชพล' ทุ่มสุดตัวเรียนรู้งานบันเทิง

Rookies : ‘จ๊อบ-ธัชพล’ ทุ่มสุดตัวเรียนรู้งานบันเทิง

วันเสาร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นอีกหนุ่มหล่อที่สาวๆ รุมกรี๊ดหนักมาก สำหรับ จ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต เพราะหลังจากจบ ซีรี่ส์ “Love Lie Hide Fake แกล้งแอ๊บแอบรัก”ก็มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาก แถมต่อแถวอยากทำความรู้จักหนุ่มจ๊อบกันแบบเจาะลึก ล่าสุดมีผลงานออนแอร์เรื่อง “MEO Me & You แมวของเขาและรักของเรา”ทาง Mello วันนี้ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า”จึงคว้าตัวมาล้วงแคะแกะเกาให้รู้จักหนุ่มจ๊อบกันทุกซอกทุกมุม

ย้อนวัยวันวาน

สมัยเด็กๆ ค่อนข้างจะซนครับ ตอนนั้นประมาณ 7-8 ขวบ ปั่นจักรยานรอบซอยเลย สมัยนี้คงไม่มีใครเล่นแบบนี้แล้วมั้งครับ (หัวเราะ) เมื่อก่อนที่บ้านพ่อเป็นหัวหน้ารับเหมาก่อสร้าง ตึก คอนโดฯ อะไรพวกนี้ ผมก็จะโตขึ้นมากับพวกก่อสร้าง เฟี้ยวมากแม่ก็เลี้ยงแบบปล่อย แต่ก็ปิด คือถ้าจะไปซ่าส์ที่ไหนก็ห้ามไกลเกินขอบเขตที่กั้นไว้ แต่ผมนะยิ่งกั้นยิ่งไป (หัวเราะ) ฉะนั้นก็จะโดนตีบ่อยมาก แล้วก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนด้วย จน ม.3 ก็จะเข้าห้องปกครองเรื่อยๆ ครูปวดหัวมาก เพราะแค่ ม.1 ก็ทะเลาะกับเพื่อน ขอเปลี่ยนห้องเรียน เพื่อนเดินไปเก็บกระเป๋าให้เลย (หัวเราะ)

เด็กแสบสุดซ่าส์

เกเรเหมือนกันครับ คือติดเล่น เตะฟุตบอล ไม่เข้าเรียน เสพสื่อบันเทิงอย่างเดียวเลยตอนนั้นแต่ถ้าเป็นวิชาที่ชอบก็จะตั้งใจ พละได้เกรดเอตลอด วิชาอังกฤษอยู่ห้องคิง ศิลปะ ก็ชอบ ถ้ามาเรื่องพระพุทธศาสนา วิทยาศาสตร์ ไม่ไหวๆ ปิดเทอมทีต้องมานั่งซ่อมวิชาเหล่านี้ (หัวเราะ) นั่งคัดไทย คัดกลอน

ดนตรีบำบัดทำให้ใจเย็นลง

คือเมื่อก่อนเป็นคนอารมณ์ร้อน สมาธิสั้นคนขี้หงุดหงิดรออะไรไม่ได้ แม่ก็เลยส่งไปเรียนดนตรี เริ่มจากกีตาร์อย่างที่บอก ซึ่งเรียนแรกๆ ก็ยังอารมณ์ร้อนอยู่ เพราะว่าเล่นไม่ได้ (หัวเราะ) หงุดหงิด แต่พอเล่นได้ ร้องเป็นเพลง ก็เริ่มใจเย็นลง ตอน ม.3 ก็เลยทำวงดนตรีกับเพื่อน ผมร้องนำ แล้วก็มีเล่นกีตาร์บ้าง ส่วนเปียโน และกลอง เล่นได้นิดหน่อย

จุดเปลี่ยนกลับใจทันและเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ

โชคดีที่ผมก็รู้ตัวตั้งแต่เด็กๆ เลยว่าผมเกลียดวิชาเลขมากๆ แต่ชอบภาษาอังกฤษ ชอบดูหนังอ่านซับมาตั้งแต่เด็กๆ ชอบมาก ซึ่งตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยปีแรกไม่ได้เรียนสาขาภาพยนตร์เลยนะ ผมเรียนบริหารธุรกิจ เพราะที่บ้านทำธุรกิจ ตอนมัธยมปลายก็เรียนพาณิชย์อินเตอร์ เพราะคิดว่าคงสานต่อธุรกิจที่บ้าน เข้าไปเทอมแรกที่มหาวิทยาลัยมหิดล เกรดออกมา 0.75 กุมขมับเลย ไม่รอดแน่ๆ ก็คุยกับที่บ้าน แล้วผมก็เห็นเพื่อนสนิทสมัยอนุบาลเขากลับมาจากอเมริกา แล้วเขาเรียนด้านภาพยนตร์โดยตรงเลย ผมเห็นเฮ้ยน่าสนุกจังเห็นเพื่อนทำหนัง เพื่อนเขียนบท แต่อีกใจก็คิดนะว่า เอ๊ะ จะเป็นอารมณ์ชอบชั่ววูบหรือเปล่าถ้าไปเรียน จนกระทั่งตัดสินใจขอแม่ลงเรียนเทอมหนึ่ง ตัวที่เป็นพื้นฐานเพื่อเก็บคะแนนด้านนี้ก่อน แล้วก็ได้ไปดูหนังเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับโบรกเกอร์ เล่นธุรกิจ ก็ชอบมาก แล้วก็กลับมานั่งคิดว่าเราชอบอะไรเพราะอะไรจนกระทั่งรู้ใจตัวเองว่าเราชอบหนังเรื่องนี้นะ เพราะมันเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เราฟัง ก็เลยบอกแม่ว่าขอลองเรียนภาพยนตร์ แล้วค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างแพงมากด้วยตอนนั้น แต่แม่ก็ตามใจให้เรียน ก็จนถึงทุกวันนี้ ก็คิดว่าตัวเองไม่น่าจะไปทำอย่างอื่นได้นอกจากงานในวงการนี่แหละทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ถือว่าค้นหาตัวเองเจอ และก็ไม่ได้ฝันไกลว่า จะทำงานตรงนี้ให้เป็นอาชีพของเราในอนาคตได้

ครอบครัวสนับสนุนเต็มที่

เขาบอกว่าถ้าจะมาสายนี้จริงๆ ก็ช่วยไม่ได้นะเพราะที่บ้านไม่มีใครมาทางสายนี้เลย คือถ้าเป็นธุรกิจพ่อ-แม่สอนให้ได้อยู่แล้ว แต่สายบันเทิงต้องเรียนเอาเอง ส่วนน้องสาวก็จะเรียนธุรกิจแต่ผมก็โชคดีตรงที่ซันเขาก็เหมือนเป็นญาติห่างๆ กับพี่ปิ๊ก-ชาญฉลาด เพื่อนก็เลยพาเข้ามารู้จักพี่ปิ๊กและพี่เขาก็ให้คำปรึกษาด้านนี้ พี่ปิ๊กก็คอยดูแล และให้คำแนะนำเป็นกันเอง

สานต่อสิ่งที่ตั้งใจอย่างมุ่งมั่น

จริงๆ ผมตั้งใจไว้ว่าอยากจะทำงานเบื้องหลังนะ เพราะว่าผมจบด้านภาพยนตร์มาจากมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ผมชอบการทำงานเบื้องหลังมาโดยตลอดอยู่แล้วอย่างที่บอก ฉะนั้นจะมีเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ด้วยกันตลอดที่ทำโปรดักชั่นด้วยกันและตั้งใจว่าอยากจะทำโปรดักชั่นด้วยกันแบบไม่ต้องใหญ่มาก รับงานกันเองได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทำพวกเบื้องหลังมาก่อน เช่น ผมเคยไปฝึกงานเป็นครีเอทีฟของ joox เคยทำหนังสั้น โฆษณา ถ่ายทำ ตัดต่อ เอ็มวี ก็เคยทำมานะ

สั่งสมประสบการณ์

ตอนแรกเข้ามาเพราะชอบ สนุกที่ได้ออกกองถ่าย ได้แสดง และทำให้เราชอบสนุกไปกับมัน เบื้องหลังก็ทำได้ แต่เอาเข้าจริงๆ ผมว่างานเบื้องหลังค่อนข้างยาก ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีพอร์ตผลงาน ถ้าเราไม่มีตรงนี้ก็ยากที่คนจะจ้างเรา ผมก็เลยตัดสินใจกับเพื่อนที่สนิทกันคนหนึ่งเข้าไปเวิร์กช็อปที่ช่อง 3 กัน เขาชื่อ ซัน-รังสี สานกิ่งทอง ที่เล่นซีรี่ส์เรื่อง ซีรี่ส์ลูกผู้ชาย ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรา ที่เราจะได้มีคอนเนคชั่น เราก็เลยตัดสินใจไปเรียนการแสดงกับครูหลีเจิน ไปเรียนกันเองครับ แล้วพอเรียนไปสักพักครูหลีเจินก็เรียกให้ไปเล่นละครเวทีบ้าง เริ่มส่งไปแคสบ้าง ก็เริ่มมีคอนเนคชั่น แม้จะไม่ได้งานก็ไม่เป็นไร แต่ก็เริ่มมีคนนึกถึงเรา เห็นหน้าเราบ้าง หลังจากนั้นก็แคสงานมาเรื่อยๆจนได้ซีรี่ส์ของ Mello เรื่องแรกเรื่อง “Love Lie HideFake แกล้งแอ๊บแอบรัก” ในบทของดีเจสัตยา ดีเจหนุ่มตกอับที่ต้องแอ๊บเป็นเกย์ แล้วก็มีหนังสั้นเป็นหนังสั้นเทิดพระเกียรติ เกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

แพลนเรียนต่อ

ผมจบด้านนิเทศศาสตร์มาผมว่าเราต้องเริ่มทำงานจริงๆ ก่อนล่ะ เพื่อให้เรารู้ว่าเราขาดอะไรแล้วค่อยไปทำ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดนะว่าถ้าเราเลือกทำงานอาจจะไม่ได้เรียนแล้วล่ะ ผมมองว่าการทำงานสายนิเทศศาสตร์ จะใช้ประสบการณ์มากกว่าทฤษฎี แต่ถ้ารู้ทฤษฎีเยอะๆ ก็ได้เปรียบนะ แต่ผู้กำกับเก่งๆ บางคนผมว่าไม่ได้เรียนสายนี้มาโดยตรงก็มี ผมก็เลยมองว่าทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปลองเรียนเพิ่มเติมทางฝั่งอเมริกา อยากเห็นการทำงานใหญ่ๆ แค่เป็นเด็กฝึกงานในกองฮอลลีวู้ดสักกองก็น่าจะดี ถ้ามีโอกาสเรียนต่อก็น่าจะเป็นที่นู่นครับ แต่ตอนนี้ขอลุยงานบันเทิงเต็มที่ก่อน ซึ่งก็มีทำเบื้องหลังกับเพื่อนเป็นรายการท่องเที่ยวให้ครูหลีเจินครับ ส่วนบริษัทของตัวเองจริงจังก็เริ่มทำบ้างแล้ว ตอนนี้ก็วิ่งหาสปอนเซอร์เอง หางานเอง ก็ทำกันไปก่อนเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างต้องใช้เวลาครับ

ป๊อปปี้เลิฟ

ตอนเด็กๆ แกล้งเด็กผู้หญิงเยอะมาก ชอบไปดึงผมเขา ไม่รู้หรอกว่าความรักเป็นยังไง แต่แค่ถ้ารู้สึกว่าคนไหนน่ารักจังก็จะเข้าไปแกล้งเขา (หัวเราะ) ส่วนตอนนี้เหรอก็มีคนคุยบ้างครับ (หัวเราะ) ยังไม่ได้อะไรมากมาย ต่างคนต่างทำงานกันไปก่อน

ชื่อ สกุล จ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต

วัน เดือน ปี เกิด 8 กันยายน 2535

ส่วนสูง 178 เซนติเมตร

น้ำหนัก 67 กิโลกรัม

อาหารที่ชอบ บ้าเส้น อะไรที่เป็นเส้นๆ ไม่ชอบข้าว ก๋วยเตี๋ยว

ราเม็ง สปาเกตตี และชอบกินเนื้อมากๆ

สีที่ชอบ ดำ

ไอดอลทางการแสดง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ นางเอกที่อยากร่วมงาน พี่ใหม่-ดาวิกา

Rookies : ค้นหัวใจ ‘มีน-พีรวิชญ์’ ผู้ชายคนที่ 101 ที่สาววายต่างเทใจให้

Published April 22, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/374329

Rookies : ค้นหัวใจ ‘มีน-พีรวิชญ์’  ผู้ชายคนที่ 101 ที่สาววายต่างเทใจให้

Rookies : ค้นหัวใจ ‘มีน-พีรวิชญ์’ ผู้ชายคนที่ 101 ที่สาววายต่างเทใจให้

วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กำลังมาแรงจากซีรี่ส์วาย “บังเอิญรัก Love by Chance” สำหรับ “มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” กับหลากหลายความพิเศษที่น่าค้นหาไม่ว่าจะเป็น แฮชแท็กผู้ชายคนที่ 101 เด็กหลอดแก้ว และชื่อไอจีที่ไม่ซ้ำใคร วันนี้เรามีคำตอบจากหนุ่มมีนมาฝากสาวๆ กันจ้า

ช่วงนี้ก็กำลังเข้มข้นเลยครับ ซึ่งพวกเราถ่ายทำกันเสร็จแล้วก็เลยมีโอกาสได้ออกไปงานบ้างอีเว้นท์บ้าง ก็มีแฟนคลับเข้ามาติดตามเราเยอะขึ้น คนรู้จักเยอะมากขึ้นเรียกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเหมือนกัน จริงๆ บทในเรื่องนี้เป็นบทบาทที่ไม่ได้ยากมากพออ่านบทปุ๊บก็รีบตกลงรับเล่นเลยบทสนุกมาก มันเป็นบทที่ยากมากในชีวิตจริงที่เราจะทำอย่างนั้นแล้วคนไม่เกลียดเรา (ยิ้ม) ตัวติณณ์ถ้าเหมือนตัวเราผมคงไม่มีเพื่อน คือลึกๆ แล้วเราก็มีมุมประมาณนี้อยู่เหมือนกันแต่ว่าพอมาถ่ายทอดใน “บังเอิญรัก”เราก็ต้องถ่ายทอดให้มันเข้มข้นขึ้น จริงมากขึ้น ถ้าชีวิตจริงเราเป็นแบบนั้นถ้าทำกับเพื่อนที่มหา’ลัยจริงๆ เพื่อนก็บอกว่าเขาคงไม่คบเราเหมือนกัน

แอบอินความเป็น ‘ติณณ์’

มีบ้างครับมีหลายอย่างเลยเพราะว่าเราต้องปรับตัวกับเรื่องนี้พอสมควร อย่างในนิยายเขาต้องใช้คำว่าฉันกับนาย เราก็เลยเอาไปใช้กับเพื่อนๆ เขาก็งงกันว่าทำไมเราต้องพูดแบบนี้ หรือว่าบางทีความรู้สึกอินเนอร์ในการเป็นติณณ์เราก็ต้องเหยียดคนอื่นเราก็เลยต้องศึกษาดูคนอื่นเล่นบ้างว่าคนที่เขามีทัศนคติแบบนี้มันเกิดจากอะไร ใช้เวลาอยู่กับตัวละครตัวนี้นานนะครับคือมีการเวิร์กช็อปกับเพื่อนๆ ทั้ง 8 คนแล้วกับเพื่อนคนอื่นอีก แล้วเราก็ศึกษาเองอีกเกือบครึ่งปีเลยกว่าจะได้เปิดกล้อง คือติณณ์เขาเป็นคนที่ไม่คุยกับใคร หน้าก็จะนิ่งๆ เหวี่ยงๆ ด้วยความที่ปกติเราก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นก็เลยต้องคีฟคาแร็กเตอร์นี้อยู่พอสมควร จริงๆ มีนเป็นคนสบายๆ ไม่ได้คิดมากอะไรใครชวนเราคุยเราก็คุย แต่ว่าความคล้ายติณณ์อาจจะอยู่ที่ว่าบางทีถ้าหน้านิ่งๆ เราอาจจะดูหยิ่งในสายตาคนอื่น แต่ว่าถ้าได้คุยจริงๆ จะโอเคและจะรู้ว่าเราไม่ได้ติดลุคแบบนั้น เป็นคนยิ้มง่ายด้วยซ้ำ ตอนเล่นไม่ได้รู้สึกอึดอัดนะครับ แต่ว่าตอนที่มานั่งดูนี่สิจะรู้สึกว่ามันเป็นอะไร (หัวเราะ) คือตอนเล่นเราอาจจะอินไปหน่อย

กับบทคู่รักชายกับชาย

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีผลงานมาบ้างครับมีรับเชิญหรือว่าเคยเล่นซีรี่ส์ที่เป็นชายกับหญิงมาบ้าง แต่ว่ากับซีรี่ส์ชายกับชายนี่ถือเป็นเรื่องแรก ก็เคยคิดมาสักพักแล้วนะครับว่า เราคงจะได้เล่นเพราะว่าเรื่องที่แล้วก็เคยไปแจมในซีรี่ส์วายมาแล้ว แต่ว่าเราเป็นคู่ชาย-หญิงหรือว่าไม่มีคู่บ้าง ก็แอบคิดเหมือนกันถ้าเราได้ไปเล่นจริงๆ เราจะรู้สึกยังไง ส่วนตัวแล้วไม่ได้ติดอะไรนะครับ ด้วยความที่เราเป็นนักแสดงด้วย อยู่ที่บทที่เราเลือกมากกว่า ว่ามันโอเคกับเราแค่ไหน ส่วนเรื่องเพศภาพเรารับได้หมด เป็นนักแสดงจริงๆ ต้องเล่นได้ทุกบทบาท แต่ก็มีความเกร็งความเขินอายบ้าง อย่างผมกับ“พี่แปลน” (รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์) คู่ของมีนในเรื่องเราสนิทกันรู้จักกันมาก่อนแล้ว คนชอบเข้าใจว่ามันจะต้องทำงานง่าย แต่ว่าพอถึงเวลาที่เราจะต้องมาเข้าฉากใกล้ชิดกันจริงๆ มันยากกว่าปกตินะ (หัวเราะ)มันเขินด้วยครับก็หลุดขำกันบ้าง

ไม่ยึดติดกับซีรี่ส์วาย

ไม่กลัวคนจะติดภาพครับคือยอมรับได้แหละ แต่ว่าเราก็มีผลงานอื่นๆ ในแบบชาย-หญิงก็มีหรือว่างานพิธีกรก็มี ไม่ได้ยึดว่าจะต้องเล่นซีรี่ส์วายอย่างเดียว อย่างผลงานตอนนี้ก็มีพิธีกรรายการระเบิดครัว ทางช่อง 3 SD และมีภาพยนตร์อีก 2 เรื่องกับทางโมโน คือเรื่อง Touchdown kiss ซึ่งถ่ายทำใกล้เสร็จแล้ว กับเรื่อง Blood valentine ที่เพิ่งจะเปิดกล้องไปด้วยความที่ไม่เคยร่วมงานกับทางโมโนมาก่อน แล้วมีโอกาสได้เข้ามาแคสเรื่องแรกก่อน ซึ่งเป็นบทนักกีฬาบาสเกตบอล บทมันก็เป็นอะไรที่น่ารักใสๆ ทางโมโนก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เราก็เลยรู้สึกว่าน่าสนใจก็เลยมาร่วมงานกับโมโนดู แล้วพอมาเรื่องที่ 2 ที่เพิ่งบวงสรวงไปก็เป็นบู๊แอ๊กชั่นด้วยซึ่งเราไม่เคยเล่นแอ๊กชั่นมาก่อน และพอรู้ว่าจะได้เล่นกับ “พี่ลูกเกด-เมทินี” กับ “พี่เรย์ แมคโดนัลด์” ก็รีบตกลงรับเล่นเลย ซึ่งภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง จะออนแอร์ทางช่อง MONO29

แจ้งเกิดจากซีรี่ส์วาย

ก็ดีนะครับ (ยิ้ม) ดีแล้วดีใจครับที่งานประสบความสำเร็จ เพราะทุกงานเราก็คาดหวังให้มันไปในทางที่ดีให้คนชอบ แล้วพอมีคนมาชอบเราก็ดีใจซึ่งที่บ้านก็ไม่ได้ติดอะไรครับ ตอนแรกก็คุยกับที่บ้านเหมือนกันว่ากังวลไหมที่เราต้องมาเล่นแบบนี้แต่ว่าที่บ้านก็เปิดครับแล้วเราก็คิดว่าสังคมส่วนใหญ่ของประเทศไทยก็เปิดรับเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาก็ดีใจครับชอบ แต่ว่าด้วยความที่คุณพ่อ-คุณแม่ติดบ้านชอบอยู่บ้านไม่ค่อยได้มาตามงานเหมือนพ่อ-แม่คนอื่นเขาจะส่งกำลังใจมาเรื่อยๆ เสร็จงานก็โทร.มาคุยกันตลอดครับอัพเดทกันเรื่อยๆ

สถานะหัวใจ

ทุกวันนี้ก็มีสาวๆ อยู่หลายกองนะครับ (ยิ้ม) ชิวิตอยู่กับตัวเองยังน้อยเลยครับ คือเราก็ยังไม่ค่อยเปิดรับเท่าไหร่ด้วย คิดว่าเราตั้งใจทำงานแล้วถ้าเราไม่มีเวลาให้เขาขนาดนั้นเราก็อย่าเพิ่งมีเลยดีกว่า รอเราพร้อมกว่านี้ สเปกไม่มีอะไรมากครับชอบคนที่เข้าใจเราเพราะว่าถ้าคนที่เขาไม่เข้าใจเราแล้วมาเจอเราทำงานด้วยเรียนด้วยแล้วยังเพื่อนอีก ถ้าคนที่เขาไม่เข้าใจเราก็กลัวว่าเขาจะรู้สึกไม่ดี ก็อยากจะให้เขาเข้าใจเรา เราเข้าใจเขาแฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย

คนที่ไม่เหมือนใคร

ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ (ยิ้ม) อย่างชื่อในไอจีนี่คือตั้งมาตั้งแต่เริ่มเล่นแล้วครับ คือเราเสิร์ชคำว่า Mean โห! เพียบเลยมีนเต็มไปหมดเรารู้สึกว่าตัว E คล้ายเลข 3 A คล้ายเลข 4 เราก็เลยคิดว่าเอาแบบนี้ละกัน m34nismind ซึ่งคนก็ถามเยอะครับว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้แต่เราก็อธิบายว่ามันคล้ายๆ บางคนก็บอกว่าไม่เห็นคล้ายเลย

ความพิเศษของเด็กหลอดแก้ว

ตอนเด็กเราก็ไม่รู้ว่าแตกต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ แต่เรารู้สึกว่าเราต้องไปหาหมอ ต้องไปรับวัคซีนบ่อย แต่ว่าพอโตมาพ่อ-แม่เล่าให้ฟังว่าจริงๆแล้วคุณแม่มีลูกยาก ทำกิ๊ฟ 4-5 ครั้งแล้วก็ยังไม่ติด หมดเงินไปเยอะมากจนท้อ ก็เลยมีคนแนะนำเพราะว่าช่วงนั้นเด็กหลอดแก้วเพิ่งเข้ามาในประเทศไทย คุณแม่ก็เลยคิดว่าลองดูละกันเพราะว่าก็ไม่มีทางเลือก คือเขาบนก็แล้ว วิทยาศาสตร์ก็แล้ว ไสยศาสตร์ทุกทางมาหมดแล้ว พอคุณแม่เล่าเราก็เลยเข้าใจแหละว่าเขาพยายามมากจริงๆ ต้องฉีดยากันแท้งวันละ2 เข็ม ทุกวัน 3 เดือน ซึ่งเด็กหลอดแก้วเขาต้องทำทีละ4 ฟอง คุณหมอทำเผื่อไว้สุดท้ายฝ่อๆ จนแม่หมดหวัง แต่สุดท้ายไปเช็คก็ยังเหลืออยู่ แม่ก็ยังบอกเลยว่าหรือว่าผมถีบคนอื่นๆ ออกมา (หัวเราะ) เราป็นลูกคนเดียวที่บ้านก็ห่วงแหละ แต่ว่าจะไม่ค่อยแสดงออก เขาจะปล่อยให้เราคิดเองทำเอง ถ้าเราอยากจะทำอะไรก็แค่ปรึกษาไม่มีความลับกัน เขาก็คอยให้กำลังใจห่างๆ หรือถ้ามันไม่ถูกเขาก็จะคอยเตือนบ้าง ทุกวันนี้ผมก็ร่างกายปกตินะครับ ไม่ได้ขี้โรคแต่ว่าด้วยโรคภูมิแพ้เลยอาจจะมีปัญหาบ้างเวลาเจอฝุ่น หรือว่าเครื่องสำอางพวกสกินแคร์ที่จะมีสารบางอย่างที่เราแพ้ แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตลำบากนะครับ คิดว่าเด็กที่เป็นภูมิแพ้ก็น่าจะเป็นเหมือนเราแหละ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพิเศษถือว่าปกติมาก

ผู้ชายคนที่ 101

เรื่องมันเริ่มมาจากงานวันเกิดมีนปีที่แล้วคือเราเข้าใจว่าทุกคนก็มีความชอบที่แตกต่างกัน บางคนก็ชอบคนนั้นชอบคนนี้ด้วย เราไม่ได้ติดใจอะไร ผมก็พูดในงานว่าคุณอาจจะไม่ต้องชอบเราเป็นคนแรกไม่ต้องรักเราเป็นคนแรก ไม่ต้องมาหาเราตลอดก็ได้ แค่ถ้าว่างถ้ามีโอกาสหรือว่าถ้าเราผ่านไปใกล้ๆ ก็มาหาเรามาเจอกันบ้าง จำกันได้บ้างแค่นั้นเราก็ดีใจแล้ว คุณจะรักใครเป็น 100 คนก็ได้ เราขอเป็นคนที่ 101 ก็ได้ (ยิ้ม)

อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ ที่ออนแอร์อยู่ก็คือเรื่อง “บังเอิญรัก” เดอะซีรี่ส์ทางช่อง GMM 25 ทุกวันศุกร์สี่ทุ่มยี่สิบห้า แล้วก็มีพิธีกรรายการระเบิดครัว ทุกวันเสาร์บ่ายโมงสิบห้า และมีภาพยนตร์อีก 2 เรื่อง ทางช่อง MONO29

กุหลาบสีเงิน

Rookies : ภาพยนตร์ ‘โนราห์’ เปิดตัวนางเอกอิมพอร์ต นักกีฬาขี่ม้า ‘เจด-แองเจลิน่า’

Published April 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/372888

Rookirs : ภาพยนตร์ ‘โนราห์’ เปิดตัวนางเอกอิมพอร์ต  นักกีฬาขี่ม้า ‘เจด-แองเจลิน่า’

Rookirs : ภาพยนตร์ ‘โนราห์’ เปิดตัวนางเอกอิมพอร์ต นักกีฬาขี่ม้า ‘เจด-แองเจลิน่า’

วันเสาร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สาวน้อยลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ดีกรีนักกีฬาขี่ม้า “เจด-แองเจลิน่า โฟรม็องโต้” ชิมลางงานแสดงจอเงินเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง “โนราห์” ของผู้กำกับ “เอกชัย ศรีวิชัย” ที่เปรยว่าพร้อมดันเป็นนางเอกเต็มตัวอย่างเต็มที่ รุ่นใหญ่การันตีความสามารถแบบนี้ เลยต้องรีบทำความรู้จักกันสักหน่อย

ที่มาของงานแสดงครั้งแรก

คือคุณแม่หนูรู้จักกับ “ลุงเอก” (เอกชัยศรีวิชัย) ค่ะ หนูเคยไปหาลุงเอกกับคุณแม่บ่อยมาก แล้วลุงบอกอยากให้เป็นนางเอกในหนังของลุง ซึ่งคุณแม่เขาแฮปปี้มาก ที่ลุงเอกชวนให้ไปเล่น พออ่านบทแล้วก็ถามคุณแม่ คุณแม่ก็เชียร์และตัวหนูเองก็อยากจะลองอะไรใหม่ๆ ก็ตัดสินใจเล่นเลย ซึ่งการแสดงหนูว่าก็ยากนะคะ และก็ต้องอดทนมีวินัยให้กับตัวเองมากๆ ต้องตื่นตี 4 ตี 5 เสร็จประมาณตี 1 ของอีกวัน เป็นบางวันนะคะ แต่ก็ไม่ยากมากถ้าจะทำให้ดีก่อนแสดงลุงเอกมีให้ไปเรียนแอ๊กติ้งก่อนด้วย ไปเรียนกับ “ครูร่ม” (ร่มฉัตร ธนาลาภพิพัฒน์) เรียนประมาณ 3-4 ชั่วโมง ทุกอาทิตย์ พอเรียนแล้วก็ไม่ยากมากค่ะ แต่พอเวลาอยู่หน้ากองถ่ายก็ต้องโฟกัสมาก เพราะถ้าไม่โฟกัสก็จะทำไม่ได้เลย ถือเป็นงานอีกศาสตร์ที่ต้องใช้สมาธิสุดๆ

ความเหมือนและต่างระหว่าง“นอร่า” กับ “เจด” 

เขาเป็นคาแร็กเตอร์ที่เรียบร้อยมาก (ยิ้ม) น่ารักมาก เป็นลูกครึ่งไทย-ฮอลแลนด์ จริงๆ บทนอร่าไม่ได้เหมือนกับหนูทั้งหมดนะคะ คือมีความแตกต่างกันนิดหน่อย นอร่าเขาเป็นคนน่ารักมาก แต่หนูอาจจะเป็นตัวของตัวเอง สนุกกว่าและร่าเริงเวลาอยู่กับเพื่อน กับครอบครัว แต่นอร่าเขาจะเป็นคนที่เรียบร้อยมาก ตัวหนูเป็นคนตั้งใจในการทำอะไรมากๆ ทำอะไรแล้วต้องทำให้ดีแล้วก็ใจร้อนมากเหมือนคุณพ่อ (หัวเราะ) แล้วก็เป็นคนที่สนุกสนาน

อุปสรรคเรื่องภาษา

แรกๆ อาจจะงงนิดหนึ่ง แต่ก็ ไม่มีปัญหาเพราะจะซ้อมพูดคุยกับคุณแม่ตลอด แต่เรื่องพูดไม่ชัดไม่มีปัญหา เพราะถือว่าโชคดีมากๆที่ในเรื่องก็ต้องพูดไม่ชัดอยู่แล้ว เพราะเล่นเป็นลูกครึ่ง จริงๆ หนูก็ฝึกพูดภาษาไทยมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มถ่ายทำนะคะ แต่ว่าก่อนหน้านั้นไม่ค่อยได้พูดภาษาไทยเท่าไหร่ เพราะที่โรงเรียนก็ไม่ได้เรียนภาษาไทยและอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วยก็เลยไม่ได้พูดภาษาไทย และไม่คิดว่าจะได้มาเล่นเป็นนางเอกด้วยค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมืองไทย ตอนนี้ยังอ่านภาษาไทยไม่ได้ก็จะมีคุณแม่ที่คอยช่วยอ่านให้ (ยิ้ม)

การทำงานกับลุงเอก

ลุงเอกแนะนำเยอะมาก เขาช่วยมากตอนไปลงกองถ่ายทำจริงๆ  เขาเหมือนเป็นแอ๊กติ้งโค้ชจะอยู่กับหนูและอธิบายว่าต้องเล่นยังไง ทำยังไงส่วนเรื่องดุมีครั้งเดียว (หัวเราะ) เป็นซีนที่เจอพระเอกครั้งแรก หนูจำบทไม่ได้ ลุงเอกก็ค่อยๆ บอก ว่าทำไมจำบทไม่ได้ หนูกลัวมากแต่เขาดุครั้งเดียวเพราะเขาอยากให้ฉากออกมาสวย

ต้องรำโนราห์

มีรำด้วยค่ะ ก็ได้ไปเรียนเพิ่มทักษะนิดหน่อย ซึ่งสนุกมาก (ยิ้ม) เพราะต้องมีเข้าฉากกับน้องๆ ที่เขารำกันเก่งทุกคนเลย แต่หนูรำไม่ดีสักเท่าไหร่ถือว่าเป็นการรำครั้งแรกก็ว่าได้ ส่วนหนึ่งเจดไม่เคยรู้จักการรำโนราห์มาก่อนด้วย แต่ลุงเอกก็หาตัวอย่างมาให้ดู ศึกษาก่อนทำงานจริงๆ

เป็นนักกีฬาขี่ม้า แต่สนใจการแสดง

หนูถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้รับมา ต้องขอขอบคุณลุงเอกมากที่ให้โอกาสนี้ เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เลยอยากจะลองดู จะได้ทราบว่าชอบมั้ย หรือทำได้แค่ไหน เพราะคนเราถ้าไม่ได้ลองอะไรเลยก็จะไม่มีประสบการณ์ ไม่มีทักษะ เจดว่าทุกอย่างคือการเรียนรู้ และได้ฝึกฝน ถ้าทำได้ในสิ่งที่ได้รับมอบหมายได้ดี แสดงว่าเราสนใจในสิ่งนั้นๆ

จุดเริ่มต้นที่สนใจกีฬาขี่ม้า  

ตอนที่หนูอยู่ฝรั่งเศส อายุประมาณ 3 ขวบ หนูเห็นโฆษณาทางทีวี. มีคนขี่ม้าแล้วหนูชอบมากอยากขี่แบบนี้บ้าง เลยบอกคุณปู่ให้พาไปขี่ ซึ่งถ้านับแล้วตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว ชอบขี่ม้าเพราะตอนขี่ม้าแล้วรู้สึกสนุก หนูมีม้าของตัวเองด้วยชื่อจอร์จี้ อยู่ที่ไทยไปขี่บ่อยเลย จนได้มีโอกาสเข้าแข่งได้แชมป์เยาวชน ของประเทศไทย และคว้ารางวัลมา ตอนเด็กหนูจำได้ไม่มาก แต่คุณแม่จะเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าตอนที่หนูเริ่มขี่ม้าเป็นหนูมีความสุขมากที่ได้อยู่บนหลังม้า และตัวหนูเองก็รู้ได้ถึงความสุขทุกครั้งที่คุณปู่พาไป ไม่เคยรู้สึกกลัว เพราะมีคุณปู่อยู่ด้วย แล้วหนูก็ไม่อยากกลับบ้านอยากอยู่นานๆ อยากให้อาหารม้า อยากเลี้ยงม้า น่าจะเป็นช่วงความสุขระหว่างที่ดีๆในสมัยเด็กระหว่างอยู่กับคุณปู่และม้า ที่เป็นความทรงจำที่ประทับใจมากๆ

เสน่ห์ของการขี่ม้า

การอยู่บนหลังม้าแล้วมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับม้า คือ เราเข้าใจกันและไว้ใจกัน ม้าจะทำให้เราได้ทุกอย่างแล้ว เราจะบังคับเขาให้ไปในแบบที่ต้องการ แต่นั่นก็หมายความว่า ต้องผ่านการฝึกฝนและใช้เวลาอยู่กับเขาให้มาก เพราะม้าเป็นสัตว์ที่ต้องขี่ต้องฝึกต้องเอาใจใส่ ถ้าเรามีม้าเป็นของเราเองเรายิ่งต้องขี่บ่อยๆ เขาจะได้คุ้นเคยกับเรา ถ้าช่วงไหนขี่เขาน้อยไปก็จะดื้อ คือถ้าเรากับม้าไม่มีการสื่อสารที่เชื่อมโยงและดีต่อกัน ถ้าไม่เป็นผู้นำเขา เขาก็จะสร้างปัญหาให้แน่ๆ ฉะนั้นห้ามแสดงออกให้เขารู้ว่าคุณกำลังกลัว ถึงจะกลัวก็ต้องแกล้งหลอกว่าไม่กลัว ต้องเป็นผู้นำให้ได้ แล้วจะบังคับเขาได้อยู่หมัด ถึงม้าจะตัวใหญ่และมีพลังเยอะก็จริง แต่ถ้าเรารู้วิธีควบคุมม้า คนตัวเล็กนิดเดียวก็สามารถบังคับม้าตัวใหญ่ๆ ได้ หนูคิดว่านี่มันคือเสน่ห์ เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชายหรือเด็ก ถ้ารู้วิธีขี่ก็จะสนุกกับกีฬาชนิดนี้

ฝากผลงานภาพยนตร์ โนราห์

ฝากติดตามและติชมผลงานของเจดด้วยนะคะอยากให้ไปดูกันเยอะๆ จากหลายๆ อย่างของประสบการณ์ใหม่ๆ ของเด็กคนหนึ่ง ภาพยนตร์นำเสนอหลายแง่มุมให้ติดตาม ทั้งความรักมุมมองประวัติศาสตร์ จากการเล่าขานในตำนานของโนราห์ และอรรถรสของความบันเทิง ที่สำคัญภาระหน้าที่และความรักที่พระเอกและนางเอกต้องเลือก นอกจากสาระความบันเทิง แล้ววิวสวยมาก เพราะทีมงานและผู้กำกับเลือกโลเกชั่นทางทะเลใต้ เพื่อให้คนไทยได้เห็นอะไรที่แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ค่ะ

Rookies : ส่องสาวฮอต ลุคสตรีทเกิร์ล ‘มายด์-วรัทยา’

Published April 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371403

Rookies : ส่องสาวฮอต ลุคสตรีทเกิร์ล  ‘มายด์-วรัทยา’

Rookies : ส่องสาวฮอต ลุคสตรีทเกิร์ล ‘มายด์-วรัทยา’

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จากเวทีนางงาม ก้าวสู่งานแสดง “มายด์-วรัทยา ว่องชยาภรณ์” กลายเป็นสาวเท่มาแรง จากละคร 2 เรื่อง 2 รส “OMG ผีป่วนชวนมารัก” และ “แก้วกุมภัณฑ์” ที่คอลัมน์ STAR ROOKIES
ไม่พลาด หยิบความเป็นตัวตนของเธอ มาถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้สนิทกับเธอมากขึ้น

2 บทบาทที่แตกต่าง

ตอนนี้มีละครที่กำลังออนแอร์อยู่ 2 เรื่องค่ะแต่ว่าคนละเวลา และคนละช่องด้วย ก็มี “OMGผีป่วนชวนมารัก” ทางช่องทรูโฟร์ยู ออนแอร์ 4 ทุ่ม วันจันทร์-อังคาร แล้วก็ “แก้วกุมภัณฑ์” เป็นละครเย็นจันทร์ถึงศุกร์ทางช่อง 3 ซึ่งเป็นบทบาทที่แตกต่างกันเลยค่ะ อย่าง OMG ก็จะเป็นคนดี เป็นเพื่อนพระเอก แอบรักพระเอก เป็นเวิร์กกิ้งวูเมนมีความมั่นใจคล่องแคล่วแล้วก็จะเป็นคนที่เข้าใจโลก ส่วนแก้วกุมภัณฑ์จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ “พี่แพท” เป็นคนเห็นแก่ตัว ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่สนใครเลย อย่างในเรื่องเราจะมีแฟนอยู่แล้วเราก็โกหกปิดบังฐานะตัวเองเพื่อที่เราจะได้แต่งงานกับเขา เพราะว่าเขารวยมากเป็นเศรษฐีร้อยล้านเราก็กลัวว่าเราจะไม่เหมาะสมกับเขาเลยโกหกสร้างเรื่องขึ้นมา

กระแสตอบรับ

ฟีดแบ๊กตอนนี้ถือว่าดี คนจะพูดถึงเนยในเรื่องแก้วกุมภัณฑ์ ว่าเป็นบทที่แรง มีความบ้าบอ คือเขาจะอ่อยผู้ชายเดินชนเขาเห็นแล้วชอบก็ให้เบอร์ไปเลย แต่ถ้าเป็นไอด้า ใน OMG ก็จะเป็นคนดี บางคนจะแอบอิจฉาเบาๆ ที่เราได้ใกล้ชิด “พี่เป้” เพราะว่าพี่เป้ก็เป็นขวัญใจของสาวๆ จริงๆ เคยมีโอกาสเจอพี่เป้ก่อนหน้านี้ตามงานนะคะ แล้วพอเล่นด้วยกันก็ไม่ถึงกับเกร็งมากเพราะว่าพี่เป้น่ารักเขามีความสามารถพิเศษที่ทำให้เราผ่อนคลายได้ แม้ว่าเราจะเล่นด้วยกันเรื่องแรก สำหรับมายด์ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่ละครได้ออนแอร์พร้อมกัน 2 เรื่อง แก้วกุมภัณฑ์ เราและทีมงานทุกคนก็ตั้งใจกันมากใช้เวลามานาน เป็นละครแนวแฟนตาซีด้วย ก็เลยได้เล่นกับซีจีใช้จินตนาการก็สนุกดีแต่ก็ถือว่ายากมากเลยนะคะในจังหวะที่มาออนพร้อมกันมันคนละแนว ก็เลยคิดว่าคนที่ติดตามเราน่าจะได้อรรถรสทั้ง 2 แบบ OMG ก็ไม่ใช่ว่าจะเล่นชิลซะทีเดียว มันจะมีความรู้สึกที่เราแอบรักเพื่อนสนิท ซึ่ง 2 คนนี้เราต่างแอบชอบกันแหละแต่ว่าไม่มีใครพูด แล้วด้วยเหตุผลว่าเราเคยเป็นแฟนเก่าของเพื่อนเขา แต่เขาเสียไปแล้ว ก็เลยมีปมที่ไม่สามารถเปิดใจกันได้ พอมีนางเอกเข้ามามันก็จะมีตัวผลักดันที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังจะเสียเขาไป เป็นตัวละครที่เข้าใจโลก จนบางครั้งเราเองไม่เข้าใจเขาด้วยความที่เป็นคนดีมาก เสียใจนะแต่ว่าก็ไม่นาน

ลุยงานแสดงอย่างเต็มตัว

ใช่ค่ะ มายด์เริ่มเข้าวงการจากการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2012 แล้วก็ได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 และได้ไปประกวดต่อที่ฟิลิปปินส์ กลับมา ก็ได้รับโอกาสจาก “คุณแดง” ให้เล่นละครเย็นทางช่อง 3เรื่อง “ยัยบุญกับหมอทึ่ม” ต่อมาก็เรื่อง “คุณชายรักเร่”, “นางบาป”, “เงินปากผี” ส่วน “อุทัยเทวี”ยังไม่ออกอากาศ ซึ่งเป็นละครแนวแฟนตาซี ที่จะยากในเรื่องคาแร็กเตอร์ เพราะว่าอุทัยจะเป็นผู้หญิงโลกสวยมากแล้วต้องมีแปลงร่างเป็นคางคกด้วย ได้มาเล่นเรื่องนี้ก็รู้สึกดีใจนะคะ คือเราก็โตมากับละครพื้นบ้านที่ตอนเด็กเราก็ตื่นมาดูตอนเช้า ก็คิดว่ามันจะเหมือนเดิมหรือเปล่า แต่พอได้คุยกับ “พี่วุธ” ผู้กำกับแล้วมันก็น่าสนใจเพราะว่าเป็นแฟนตาซีเป็นละครพื้นบ้านที่นำเสนอในมุมมองใหม่ที่ไม่ใช่แค่ความสนุกสนาน แต่สอดแทรกคติและข้อคิดลงไป เป็นการทำงานที่ยากกว่าทุกเรื่องเพราะว่าจะมีซีจีเกือบทุกฉากเราจะต้องจินตนาการว่าสัตว์ประหลาดมาตรงนี้นะ และแอ๊กชั่นเยอะด้วย

ว่าด้วยเรื่องความฝันในวัยเด็ก

ไม่เคยฝันว่าจะมาในทางนักแสดงเลยค่ะ แต่ตอนเด็กๆ จะชอบอะไรที่สวยงามเห็นนางแบบเราจะรู้สึกอยากเป็นนางแบบได้แต่งตัวสวยๆ เลยคิดว่าอยากจะเป็นนางแบบ แต่ด้วยจังหวะชีวิตค่ะเลยได้เข้ามาสายนางงาม บังเอิญที่เราได้ไปประกวดเวทีเล็กๆ ที่ใต้ที่สงขลา ปีหนึ่งค่ะที่เริ่มประกวด แต่โชคดีว่าในปีนั้นเราได้ตำแหน่งเยอะในทางใต้ แล้วพอขึ้นมากรุงเทพฯ มาเรียนต่อ “พี่โอ๋” กับ “พี่บอย” ที่ส่งเราประกวดเขาก็ถามว่าลองมาเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ไหมเพราะว่าเขาก็ไม่เคยส่งใครมาเวทีระดับประเทศ เราก็เป็นเด็กต่างจังหวัดไม่ได้คิดว่าจะก้าวมาถึงตรงนี้ได้ ก็ได้ตำแหน่งรองอันดับ 1

ภารกิจนางงามสู่ภารกิจนางเอก

เรื่องแรกไปกอง 2 อาทิตย์แรก ไม่คุยกับใครเลยเพราะว่าเครียดและกดดันมาก ไม่เคยเรียนการแสดง กลัวทำไม่ได้ แต่โชคดีมากที่เรื่องแรกของเราได้ทีมงานที่ดีและผู้กำกับที่น่ารักมาก ทุกคนเข้าใจว่าเราใหม่จริงๆ เลยทำให้เรามีความคิดและทัศนคติที่ดีต่อการแสดงกับการเล่นละคร และชอบเลยค่ะ เพราะว่าเหมือนมันเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่เราจะต้องทำให้ได้ จากเรื่องแรกจนถึงเรื่องล่าสุดพัฒนาการของเรามีมาเรื่อยๆ คือสามารถเข้าใจอารมณ์ของตัวละคร หรือว่าบางฉากที่มันยากเราก็ทำมันออกมาให้ได้ พอมองย้อนกลับไปรู้สึกว่าตัวเองมาไกลมาก (ยิ้ม) และต้องขอบคุณโอกาสดีๆ จากคุณแดงจากเวทีประกวด ที่เป็นอีกประตูหนึ่งให้เราก้าวเข้ามาโดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเราจะมาถึงจุดนี้ คนก็รู้จักเรามากขึ้นนะแต่เราในทีวีกับตัวจริงจะไม่ค่อยเหมือนกัน มันจะคนละลุคเพราะว่าตัวจริงจะเป็นคนลุยๆ เท่ๆ สตรีทหน่อย ไม่ค่อยหวาน การแต่งหน้าในละครหน้าเราก็จะเปลี่ยนคนก็เลยจำไม่ค่อยได้ ที่จำได้ก็มีเข้ามาทักมาขอถ่ายรูปเราก็ดีใจค่ะที่บ้านก็ภูมิใจที่เราก้าวมาถึงตรงนี้ เขาให้สิทธิ์เต็มที่ค่ะในการดูแลตัวเองหรือว่าในการทำงาน แล้วทุกครั้งที่มีละครออนเขาก็จะเฝ้าหน้าจอเหมือนเป็นกำลังใจติดตามอยู่ห่างๆ

เรื่องหัวใจ

ก็มีบ้างค่ะ มีทั่วไป (ยิ้ม) ก็คุยๆ กันค่ะ มายด์ไม่ได้วางสเปกไว้นะคะ ถ้าเป็นรูปลักษณ์ภายนอกเราก็ไม่ได้มองว่าจะต้องเป็นแบบไหน ใช้เซ้นส์มากกว่าแค่เรารู้สึกว่าคนนี้ใช่ ความรู้สึกเราบอกเอง แล้วเวลาอยู่ด้วยกันก็จะมีความหวานมุ้งมิ้งบ้างเพราะว่าเราก็เป็นผู้หญิงเนาะจะมีโมเม้นท์ว่านี่พิเศษนะ แต่จะแอบดุหน่อยคือหน้าและวิธีการพูดเราที่ไม่ค่อยคะขาเท่าไหร่

สุดท้ายมายด์ขอฝากละครทั้ง 2 เรื่องด้วยนะคะมีอะไรติชมกันได้ หรือว่าถ้าเจอกันก็เข้ามาทักทายถ่ายรูปได้ค่ะ ยินดีมากๆ

กุหลาบสีเงิน

%d bloggers like this: