posttoday

All posts tagged posttoday

เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ รุ่นเทิดพระเกียรติ 140 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/618463

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 19:54 น.

เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ รุ่นเทิดพระเกียรติ 140 ปี

โดย อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

วันนี้ได้เหรียญพิเศษมา 1 เหรียญดูความหมายของเหรียญแล้วเป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มกำลังใจให้กับตนเองได้แบบครบเครื่องในเหรียญเดียว กับสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ระบาดร้ายแรงอยู่ทั่วประเทศในตอนนี้ เหรียญที่นำมาให้ท่านผู้อ่านในวันนี้คือ “เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ รุ่นเทิดพระเกียรติ 140 ปี” จัดสร้างโดย พลเรือเอกสิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ ครับ

หากท่านใดชมชอบ ก็ขอไปที่ท่านเสนาธิการทหารเรือน่ะครับ อาจจะโดยช่องทางจดหมายเขียนถึงท่านเสนาธิการทหารเรือโดยตรง ท่านคงพอมีแจกให้เป็นขวัญกำลังใจในยามนี้

มาดูความหมายบนเหรียญทั้งสองด้านกันครับ ความหมายบนเหรียญ “เทิดพระเกียรติ 140 ปี “ ด้านหน้า ได้จารึก หัวใจพระไตรปิฏก

-มะ พระพุทธ

-อะ พระธรรม

-อุ พระสงฆ์

หรืออีกนัยยะหนึ่ง หมายถึง มหาเทวะผู้เป็นเจ้าของฮินดู

-มะ แทนพระพรหม

-อะ แทนพระนารายณ์

-อุ แทนพระศิวะ

และที่สำคัญการจัดสร้างครั้งนี้เป็นการเฉลิมพระเกียรติ “องค์บิดาของทหารเรือไทย “ในฐานะเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อปี พ.ศ.2466

-ลายมือพระนามอาภากร

-เครื่องหมายกองทัพเรือ

-พังงาเรือเพื่อระลึกถึงพระกรุณาธิคุณต่อกองทัพเรือ

ส่วนความหมายบนเหรียญด้านหลังนั้น มีความหมายดังนี้ ยันต์แถวที่ 1 พุทธคุณด้านหนุนดวงชะตา ทำให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี ยันต์แถวที่ 2 พุทธคุณด้านโชคลาภ ความสำเร็จ ทำกิจการสิ่งใดประสบความสำเร็จด้วยดี

ยันต์เฑาะว์พุทธะ ของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต)พรหมรังสี แห่งวัดระฆังฯ เป็นยันต์แก้วสารพัดนึก เป็นของวิเศษที่มีพุทธคุณสูงมาก

องค์ท้าวเวสสุวรรณ คัมภีร์โบราณกล่าวไว้ว่า ผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนาให้บูชาท้าวเวสสุวรรณ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันสิ่งอัปมงคลคุณไสยที่มารังควาน สัมภเวสีที่จะมาหลอกหลอนหายหมดเพราะอีกนัยยะหนึ่ง ท้าวเวสสุวรรณท่านเป็นเจ้าที่เฝ้าประตูนรกนั่นเอง จึงเป็นที่เกรงขามของภูตผีทั้งปวง

ยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า มีพุทธคุณด้านความสำเร็จ พระคาถาบทนี้ คุณวิเศษยิ่งนัก เจรจาสิ่งใดล้วนสำเร็จ สมหวังทั้งโภคทรัพย์ วาสนา บารมีและเมตตาทั้งปวง

ยันต์ตรีนิสิงเห มีคุณทางด้านเมตตา มหานิยม แคล้วคลาดปัดตลอด ปัดป้องสิ่งอัปมงคลเสนียดจัญไรที่สำคัญยังช่วยหนุนนำดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ

ปลาอานนท์ หมายถึง การหนุนนำดวง พลิกฟื้นดวงชะตา เมตตา และโชคลาภ

ประเภทเหรียญและจำนวนที่จัดสร้างนั้น

เนื้อเงิน

1. เนื้อเงินเหรียญลองพิมพ์ปฐมฤกษ์ จำนวน 1 เหรียญ( อยู่ที่ผู้จัดสร้างคือ เสธฯทร.)

2. เนื้อเงิน มอบให้ผู้สนับสนุนการจัดสร้างจำนวน 7 เหรียญ ( ตอกโค๊ตยันต์ นะ 2 ตัวบนพื้นเหรียญทุกองค์ )

3. เนื้อเงิน จำนวน 168 เหรียญ( ตอกโค๊ต นะ และหมายเลข ชุดนี้ทาง ร.ล.จักรีนฤเบศร ร่วมจัดสร้าง )

เนื้อตะกั่ว

1. เนื้อตะกั่วลองพิมพ์ปฐมฤกษ์ จำนวน 1 เหรียญ ( อยู่ที่ผู้จัดสร้างคือ เสธฯทร.)

2. เนื้อตะกั่วลองพิมพ์จำนวน 100 เหรียญ ( ตอกโค๊ตยันต์ นะ 2 ตัวบนพื้นเหรียญทุกองค์ )

3. เนื้อตะกั่วลองพิมพ์ มอบให้ผู้สนับสนุนการจัดสร้างจำนวน 11 เหรียญ ( ตอกโค๊ตยันต์ นะ 2 ตัวบนพื้นเหรียญทุกองค์ )

เนื้อทองแดง

1.เนื้อทองแดง หมายเลข 1-1000 บรรจุกล่องพลาสติกใส (ตอกโค๊ต นะ และตอกหมายเลข บนเหรียญ )

2.เนื้อทองแดง หมายเลข 1001-5000 บรรจุกล่องพลาสติกใส (ตอกโค๊ต นะ และตอกหมายเลข บนเหรียญ )

3.เนื้อทองแดง หมายเลข 5001-10000 บรรจุซองพลาสติกใส (ตอกโค๊ต นะ 2 ตัว ไม่มีตอกหมายเลข บนเหรียญ )

การจัดสร้างเหรียญครั้งนี้เพื่อเป็นที่ระลึกในการทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมี พลเรือเอกสิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีและแจกเป็นที่ระลึกให้กับผู้ร่วมทำบุญในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

วัดม่อนมะหินศิลาราม ตั้งอยู่เลขที่ 126 หมู่ที่ 4 บ้านปางกอตัน ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน สร้างเมื่อ พ.ศ.2100 เดิมเป็นวัดร้างในปี พ.ศ. 2483 ท่านครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ได้เดินธุดงค์มาพบเข้ามีสภาพเป็นวัดร้างปกคลุมไปด้วยหญ้าและต้นไม้ จากนั้นมาก็มีการพัฒนาต่อๆมาโดยเจ้าอาวาสในรุ่นต่อมาจนถึงปัจจุบัน และปัจจุบันนี้ วัดม่อนมะหินศิลารามได้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูนด้วยครับ

ในท้ายสุดนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านร่วมกันฝ่าฟันโรคระบาดร้ายแรงนี้ให้ผ่านไปด้วยกันครับ เราทุกคนควรอยู่บ้านในยามนี้ เพื่อลดการระบาดของโรคร้าย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อคุณหมอที่ทำงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศกันครับ

ฝากการบ้านรัฐมนตรีเทวัญเรื่อง “ข้อมูลสื่อสาร” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/618400

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 11:05 น.

ฝากการบ้านรัฐมนตรีเทวัญเรื่อง “ข้อมูลสื่อสาร”

โดย อุทัย มณี

*************

ในห้วงเวลาวิกฤติที่พลเมืองไทยทุกคนจะต้องร่วมกับ “รัฐบาล” ในการต่อสู้กับโรคโควิท-19 อยู่ตอนนี้ ความจริงผมไม่อยากจะนำเรื่องที่จะเขียนวันนี้มาทำให้ คุณเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี “หงุดหงิดหรือเสียขวัญ” กำลังใจในการทำงาน แต่หาก “ไม่กระตุก” บ้างเลย เมื่อ “รับข้อมูลจากคนไม่มีความรู้” การสื่อสารกับประชาชนก็ผิดอยู่ร่ำไป

คุณเทวัญ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผมเข้าใจว่า พื้นฐานคุณเทวัญไม่มีองค์ความรู้อะไรเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาก ในชีวิตคงไม่ได้คลุกคลีกับพระสงฆ์มาก่อน เมื่อมาร่วมรัฐบาลมารับผิดชอบตรงนี้ ข้อมูลการสื่อสารกับชาวพุทธ มักผิดพลาดบ่อยครั้ง  เช่น  สมัยหนึ่งพูดถึงคดีพระติดคุกว่า

“ จากการที่ตนได้สอบถามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แจ้งว่า เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วก็เท่ากับเป็นการสึก และแม้ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี สมณะเพศก็ได้ขาดไปแล้ว แต่สมณะศักดิ์หรือยศนั้นเป็นพระราชอำนาจ ดังนั้นเรื่องนี้จึงหมดจากสำนักพุทธฯ ไปแล้ว ถือว่าได้ขาดจากความเป็นพระแล้ว..”

ตอนหลังพระสงฆ์บ้าง ราชบัณฑิตบ้าง นักวิชาการบ้าง ออกมาโต้ว่า “ท่านสื่อสารข้อมูลผิดพลาด” เพราะพระติดคุกหากยังไม่ได้มีเจตนา “เปล่งวาจาสึก” ยังไม่ขาดจากความเป็นพระภิกษุ

เรื่องที่สองที่กำลังเป็นประเด็น คือ คุณเทวัญสัมภาษณ์ว่า “ขอความร่วมมือพระสงฆ์ทั่วประเทศไทยร่วมสวดบทรัตนสูตร ตามความเชื่อว่า บทสวดดังกล่าวจะปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดี หรือโรคภัยไข้เจ็บ ให้พ้นจากประเทศไทยไป ตามโบราณประเพณีเมื่อนานมาแล้ว ที่ประเทศไทยเคยทำกับโรคห่า..”

หลังจากการให้สัมภาษณ์เกิดการวิพากษ์อย่างรุนแรง ถึงการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในเชิงงมงายไร้สาระ มีการแชร์ภาพและล้อเลียนพุทธศาสนาอย่างสนุกสนาน เช่น เมื่อพระสงฆ์ไล่โรคได้ ทำไมประเทศจึงต้องมีกระทรวงสาธารณสุข เมื่อพระภิกษุไล่โรคโควิด-19 ได้ ทำไมเราจึงต้องมีโรงพยาบาลสงฆ์ ดังนี้เป็นต้น

ตอนหลังออกมาขอโทษประชาชนที่สื่อสารผิดพลาด…แต่ก็ไม่วายไปอ้างบทโพชฌงคปริตรอีก ผมไม่รู้ว่าลูกน้องของท่านไปค้นหาข้อมูล “ทางกูเกิ้ล” ให้เจ้านายตอบขยายความทำไม และอยู่ดี ๆ เพจเชียร์ลุงก็ไปอ้างว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นี้เป็น “พระดำริของสังฆราช” เรื่องชักไปกันใหญ่

อันนี้ผมยังไม่ได้พูดถึงการ “เสียมารยาท” สิ่งที่คุณเทวัญสัมภาษณ์เรื่องวันที่ 25 มี.ค.นี้ขอให้พระสงฆ์สวดมนต์ทั่วประเทศ

ผมเป็นสื่อมวลชนเติบโตมาจากโทรทัศน์ เวลาจะเชิญรัฐมนตรีแต่ละคนมาพูดเรื่องนโยบายหรือกิจกรรมสิ่งที่จะทำหาก“กิจกรรมใดหรือนโยบายใดยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี” ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือปลัด “จะปฎิเสธ” การมาออกสื่อสารกับประชาชนทุกครั้ง

กรรมการมหาเถรสมาคมเองท่านก็คง “น้ำท่วมปาก”  หากพูดได้คงอยากจะพูดว่า “รัฐมนตรีอาตมามิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของโยมนะ ต้องการให้คณะสงฆ์ทำอะไรขอปรึกษาพวกอาตมาก่อนได้ไหม ”

ไม่อย่างนั้นสังคมพุทธเรา อาจมองได้ว่า มหาเถรสมาคมเป็นได้แค่ “ตรายาง” ของรัฐบาลเท่านั้น คือ พระต้องฟังโยมประมาณนั้น สั่งให้ทำอะไรก็ทำ สั่งให้สวดก็สวด สั่งให้ออกกฎโน้นกฎนี้ก็ออก

เมื่อมองเข้าไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติปัจจุบัน “ต่างคนต่างเอาตัวรอด” คนที่เก่ง รู้เรื่องพระสงฆ์ “ก็น้อยเต็มที”  เมื่อมีคนรู้เรื่องพระน้อย รู้เรื่องศัพท์ภาษาพระน้อย ข้อมูลที่ป้อนให้รัฐมนตรีก็ “มักผิดพลาดบ่อย”

หากจับผิด แค่คำว่า “สวดมนต์” กับ “เจริญพระพุทธมนต์” รัฐมนตรีก็สื่อสารพลาด อันนี้ไม่รู้คนให้ข้อมูลท่าน รู้เรื่องหรือเปล่า

สมัยรัฐมนตรีสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ กำกับดูแลสำนักงานพุทธ ฯ เคยถามว่า เวลามีเรื่องเกี่ยวกับกิจการคณะสงฆ์ ท่านปรึกษาใครหรือไม่ คุณสุวพันธุ์ตอบว่าว่า จะปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม หากจำไม่ผิด 3 รูป คือ พระพรหมบัณฑิต พระพรหมโมลี และพระพรหมมุนี(ปัจจุบันสมเด็จพระมหาวีรวงศ์)

การทำงานกับคณะสงฆ์มันต้องรู้เรื่อง วัฒนธรรมองค์กรคณะสงฆ์ มันต้องรู้เรื่องจารีตประเพณีของคณะสงฆ์พอสมควร อันนี้ไม่นับเรื่องพระวินัย กฎหมาย ที่ต้องรู้บ้าง

ที่พูดมาทั้งหมดทั้งมวล..เพียงแค่กระตุก เพื่อให้ท่านตระหนักใส่ใจกับการสื่อสารและข้อมูล รวมทั้งให้รู้และเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรสงฆ์..อย่าเชื่อสิ่งที่คนป้อนข้อมูลมาทั้งหมด..เพราะอะไรท่านคงรู้ตัวดีอยู่แล้ว..

บอกบุญใหญ่! บูชาด่วนเหรียญพระพุทธโสธร รุ่น “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/617813

วันที่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 13:52 น.

บอกบุญใหญ่! บูชาด่วนเหรียญพระพุทธโสธร รุ่น “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ”

อธิบดีพช.ชวนบูชาเหรียญพระพุทธโสธร รุ่น “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ” ผ่านพิธีปลุกเสกยิ่งใหญ่จากพระเถราจารย์ รายได้นำไปสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนทั่วประเทศ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายรณรงค์หาทุนการศึกษา และเป็นประธานโครงการจัดสร้างเหรียญพระพุทธโสธร รุ่น “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ” ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ได้จัดสร้างเหรียญพระพุทธโสธร “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ” มีพิมพ์ด้านหลังถึง 13 แบบ คือ 12 ปีนักษัตร ปีละ 1 พิมพ์ รวม 12 พิมพ์ และ ด้านหลังเป็นครุฑ อีก 1 พิมพ์

ทั้งนี้ ทั้งหมดจะมีจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ 1. เนื้อเงิน เหรียญละ 2,500 บาท 2. เนื้อเงินลงยา เหรียญละ 3,000 บาท 3. เนื้อทองแดงชุบทอง เหรียญละ 300 บาท และ 4. เนื้อทองแดงชุบทองลงยา เหรียญละ 500 บาท ทุกเหรียญ จะมีการตอกโค้ด ตอกเลขไว้ทั้งหมด เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษกแล้ว เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2563 โดยมี พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค12 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการประกอบพิธีพุทธาภิเษก

นอกจากนั้น มีพระเถราจารย์ร่วมพิธีปลุกเสกจำนวนมาก ได้แก่ พระธรรมมังคลาจารย์ วิ (หลวงปูประยงค์) เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร พระราชสิทธิวราจารย์ (หลวงพ่ออุดม) เจ้าอาวาสวัดประสิทธิเวช จ.นครนายก พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวราราม วรวิหาร จ.ปทุมธานี พระอาจารย์ สมชาย พทุรสโร เจ้าอาวาสวัดโพรงอากาศ จ.ฉะเชิงเทรา และ พระอาจารย์พร วัดบางแก้ว จ.นครปฐม นั่งอธิษฐานจิต ในพิธีฯ โดยพระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เป็นผู้ดับเทียนชัย

สำหรับ การจัดสร้างจะดำเนินการสร้างเท่าจำนวนผู้สั่งจอง แต่เนื่องจากพระรุ่นนี้มีหลายพิมพ์ และมีการลงยาด้วย ทำให้ต้องสั่งปั๊มป์เหรียญก่อนปิดจอง จึงทำให้มีเหรียญเหลืออยู่บ้างในจำนวนจำกัดอีกไม่กี่องค์ จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ประสงค์จะมีส่วนร่วมทำบุญ ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนทั่วประเทศกับมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ สามารถไปร่วมทำบุญเช่าบูชาได้ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2563 ที่ วัดโสธรวรารามวรวิหารเท่านั้น รายได้จะมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสทั่วประเทศของมูลนิธิร่วมจิตต์ น้อมเกล้าฯ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2525 ในโอกาสสมโภช กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานก่อตั้งตามคำกราบทูลเชิญของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก โดยคณะกรรมการสมโภช กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเจ้าของเรื่อง ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม มีการให้ทุนการศึกษาอบรม อย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษาแต่ละระดับ เพื่อให้เยาวชนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศชาติ เจริญเติบโตเป็นพลเมืองดี สมบูรณ์ทุกด้านโดยเฉพาะในด้านจิตใจ ศาสนา ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม มูลนิธิได้ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้ว รวมทั้งสิ้นกว่า 29,000 ทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 231 ล้านบาท

สำหรับ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสทั่วประเทศมากกว่าปีละ 2,300 คน ได้มีโอกาสศึกษาต่อโดยใช้เงินทุนการศึกษาสำหรับการนี้มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปี โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ เป็นประธานฝ่ายรณรงค์หาทุนการศึกษา

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นประธานพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2563 ณ พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร พร้อมด้วย พระเกจิหลายรูป เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์มาก และมีผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก จึงนับว่า พระธรรมมังคลาจารย์ ได้เมตตาและมีพระคุณแก่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และต่อเด็กยากไร้ทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง

พระธรรมมังคลาจารย์

พระอาจารย์พร วัดบางแก้ว

พระอาจารย์ สมชาย พทุรสโร

พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ)

พระราชสิทธิวราจารย์ (หลวงพ่ออุดม)

‘ห่างก่อน’ ระยะห่างทางสังคม Social Distancing มีไว้ทำไมกัน? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/618446

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 18:39 น.

‘ห่างก่อน’ ระยะห่างทางสังคม Social Distancing มีไว้ทำไมกัน?

รู้จักกับ Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม พร้อมสำรวจผลจากงานวิจัยว่าใช้ได้ผลจริงแค่ไหน

Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม คือการสร้างระยะห่างระหว่างตัวเราเองกับคนอื่นๆ ภายในสังคม รวมถึงการลดการออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะ การไม่เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น และการทำงานอยู่ที่บ้าน

มาตรการ Social Distancing ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกเพราะสถานการณ์โคโรนาไวรัส แต่ก่อนหน้านี้เคยถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์การระบาดทั่วโลกในหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของไข้หวัดใหญ่สเปน ในระหว่างปี 1918-1920 ซึ่งครั้งนั้นมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50-100 ล้านคนทั่วโลก และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดจากประเทศเม็กซิโกไปยังทั่วโลก ซึ่งการทำ Social Distancing นั้นได้พิสูจน์ว่ามาตรการป้องกันการระบาดแบบเว้นระยะห่างนั้นมีประสิทธิภาพ และสามารถช่วยทุเลาระดับความรุนแรงของการระบาดได้จริง

นอกจากนี้ การทำ Social Distancing จะช่วยลดอัตรการแพร่ระบาดของไวรัสจากคนสู่คน ตามที่ Gerardo Chowell ประธานสาขาวิทยศาสตร์สุขภาพประชากร (Population Health Sciences) จาก Georgia State University ได้เผยว่า ทุกๆ การลดจำนวนการติดต่อระหว่างคนต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างเครือญาติ เพื่อน เพื่อร่วมงาน หรือที่โรงเรียนนั้นจะช่วยลดการแพร่เชื้อไวรัสในสังคมเป็นอย่างมาก

จากงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ โดยนักวิจัยที่ได้รับทุนจาก NIH-funded researchers ได้พยายามค้นหาคำตอบว่า ทำไมการเว้นระยะห่างทางสังคมถึงกลายเป็นความหวังที่จะชะลอการแพร่ระบาดไวรัสตัวนี้ได้

นักวิจัยได้ไปศึกษาจากเอกสารย้อนกลับไปดูข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 และทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของการแพร่กระจายของ โคโรนาไวรัสในประเทศจีน พบว่าผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโคโรนาทุกกรณีของจีน มีแนวโน้มว่าจะมีอีก 5-10 คน ที่ไม่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ

สรุปง่ายๆ ว่ามีผู้ที่ติดเชื้อ แต่ตรวจไม่พบก็มากเช่นกัน แต่หลังจากจีน ‘จำกัด’ การเดินทาง และให้มีระยะห่างทางสังคม การแพร่กระจายของ COVID-19 ก็ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

จนถึงวันนี้ “การเว้นระยะห่างทางสังคม” จึงถือเป็นหนึ่งในอาวุธที่ดีที่สุดที่มนุษย์จะสามารถชะลอการแพร่กระจายของไวรัสนี้อย่างเงียบๆ ซึ่งใช้ได้ผลดีและลดการแพร่ระบาดได้ในประเทศจีน และกำลังใช้ได้ผลกับประเทศอื่นๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิง ลิซ่า มาลากริส ( Lisa Maragakis) ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการป้องกันการติดเชื้อระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้น เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 6 ฟุต จะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อ COVID-19 ได้ social distancing ยังรวมไปถึงการทำงานจากที่บ้านแทนที่ทำงานที่สำนักงาน ปิดโรงเรียน หรือเปลี่ยนเป็นห้องเรียนออนไลน์ พบปะคนที่คุณรักด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทนที่จะมาด้วยตนเอง การยกเลิกหรือเลื่อนการประชุมและการประชุมขนาดใหญ่”

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ รัฐบาลในหลายๆ ประเทศจึงได้ออกมาตรการ Social Distancing ที่เข้มงวดและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศอิตาลี ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางรัฐบาลอิตาลีได้ออกมาตรการ Social Distancing ที่เข้มข้นขึ้น เช่น การห้ามไม่ให้ประชาชนกว่า 60 ล้านคนออกจากบ้าน การเดินทางนั้นสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุญาตจากตำรวจ รวมถึงโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ โรงหนัง และร้านค้าต่างๆ ที่ถูกปิดลง ยกเว้นร้านขายของชำและร้านขายยาที่ทางรัฐบาลอนุญาตให้เปิดได้ นอกจากอิตาลี หลายประเทศก็ได้ออกมาตรการคล้ายๆ กัน โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการระบาดและการตัดสินใจของรัฐบาลในประเทศนั้นๆ

ในส่วนของประเทศไทย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ออก ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว เพื่อลดการระบาดของเชื้อไวรัสแล้วเช่นกัน

5 ข้อแนะนำในการทำ Social Distancing

1.ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก การเว้นระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนที่มีอาการไอหรือจามนั้น ควรรักษาความห่างอยู่ที่อย่างน้อย 1 เมตร เพราะไวรัสนั้นสามารถติดต่อได้ผ่านละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอหรือจามได้ ซึ่งถ้าหากอยู่ใกล้ชิดกันเกินไปเราก็อาจจะสูดเอาไวรัสเข้าร่างกายได้

2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายภาพ เพราะอาจเป็นการนำเชื้อมาสู่ตัวเอง หรือในขณะเดียวกันก็เป็นการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

3.หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน หรือการใช้ขนส่งสาธารณะ เนื่องจากไวรัส COVID-19 นั้นสามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสและละอองขนาดเล็ก การที่เราออกไปนอกบ้าน ใช้ขนส่งสาธารณะที่มีความหนาแน่น และในบางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ราวจับ เช่น รถเมล์ หรือรถไฟฟ้า เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครนั้นมีเชื้อไวรัสอยู่บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นพาหะ (มีเชื้อแต่ไม่มีอาการ) ดังนั้น การหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านก็อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองในขณะนี้

4.การ Work From Home หรือการทำงานที่บ้านก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานที่บริษัทนั้นอาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่พนักงานบางกลุ่มนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะที่มีความแออัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้ ซึ่งเป็นที่ที่มีโอกาสสูงในการติดเชื้อ ดังนั้น การให้พนักงาน Work From Home ก็เป็นการป้องกันการแพร่เชื้อทั้งภายในบริษัทและนอกบริษัทเช่นกัน

5.การเรียนการสอนผ่านทางช่องทางออนไลน์ อีกช่องทางหนึ่งที่มหาลัยหรือสถานศึกษาต่างๆ สามารถนำมาใช้ได้เพื่อป้องกันการระบาดภายในมหาลัยและห้องเรียน ต้องขอบคุณความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทำให้มีแพลตฟอร์มต่างๆ มารองรับการเรียนแบบระยะไกล

ถึงแม้ว่าการ Social Distancing จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่เราก็ขอแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาด การล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัย เพราะเราต้องรอด และผ่านเรื่องราวร้ายๆ นี้ไปด้วยกัน

ภาพ AFP

COVID-19 กับเรื่องต้องรู้ : การกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/618211

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 06:20 น.

COVID-19 กับเรื่องต้องรู้ : การกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine)

เรื่องต้องรู้ระหว่างการกักกัน หรือคุมไว้สังเกตในที่พักอาศัย กรณีใดเข้าข่ายเฝ้าระวัง? ทำไมต้อง 14 วัน? ระหว่างนี้ควรทำอะไร ห้ามทำอะไรบ้าง? คนที่อาศัยในบ้านเดียวกันต้องทำอย่างไร?

การกักกันคืออะไร?

การกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine) เป็นการจำกัดกิจกรรมของบุคคลที่มีสุขภาพดี เนื่องจากสัมผัส (Expose) กับผู้ป่วยโรคติดเชื้อระหว่างช่วงที่แพร่เชื้อ (Period of communicability) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อถ้าบุคคลที่มีสุขภาพดีติดเชื้อ

ทำไมต้อง 14 วัน?

ระยะเวลาเฝ้าสังเกตอาการจะไม่นานเกินกว่าระยะฟักตัวที่ยาวที่สุดของเชื้อก่อโรค ซึ่งในกรณีของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีระยะฟักตัวของโรคนาน 2-14 วัน ดังนั้น จึงแยกตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

วัตถุประสงค์ของการกักตัวคืออะไร?

สำหรับวัตถุประสงค์ของการกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine) ก็เพื่อใช้สำหรับให้การดูแลและควบคุมผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือผู้เดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในข่ายต้องกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย หรือหากพบการป่วยก็ต้องแยกกัก (isolation) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

ใครบ้างที่ควรกักตัว? 

ผู้ที่เข้าเกณฑ์การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

1.ผู้ป่วยที่มีประวัติไข้ หรือวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเร็ว หรือหายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก) และมีประวัติในช่วง 14 วัน ก่อนวันเริ่มมีอาการ

  • มีการเดินทางไปหรือมาจากประเทศ หรือ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการรายงานการระบาดต่อเนื่องของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ
  • เป็นผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดต่อเนื่องของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ
  • มีประวัติใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

2.ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

3.ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และเป็นบุคลากรทางการแพทย์

4.ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบเฉียบพลันชนิดรุนแรงที่หาสาเหตุไม่ได้

การปฏิบัติตัวระหว่างการกักกัน หรือคุมไว้สังเกตในที่พักอาศัย

1) อยู่ในที่พักอาศัย 14 วันนับจากวันเดินทางถึงประเทศไทย ทำการวัดอุณหภูมิร่างกายตนเองทุกวัน สังเกตอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก ครั่นเนื้อตัว และอื่นๆ บันทึกในรายงานที่กำหนดเป็นประจำทุกวัน หากมีอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาขึ้นไป หรือพบอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบทันที

2) ไม่รับประทานอาหารและใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น

3) ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ

4) ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่นาน 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์ 70% ลูบมือจนแห้ง

5) เมื่อต้องอยู่กับผู้อื่น ต้องสวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่าง จากคนอื่นประมาณ 1-2 เมตรหรือหนึ่งช่วงแขน

6) หลีกเลี่ยงการพูดคุยใกล้ชิดกับคนอื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง

7) การทิ้งหน้ากากอนามัยให้ทิ้งใส่ถุงพลาสติก ปิดถุงให้สนิท ก่อนทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิด จากนั้นท้าความสะอาดมือด้วย น้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ 70% ทันที

8) เมื่อไอ จาม ให้ใช้ทิชชูปิดปาก ปิดจมูกถึงคางทุกครั้ง ทิ้งทิชชูใส่ถุงพลาสติก ปิดถุงให้สนิทก่อนทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิด จากนั้นท้าความสะอาดมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ 70% ทันทีหากไม่มีทิชชูใช้ต้นแขนด้านใน

9) ทำความสะอาดบริเวณที่พัก ด้วยน้ำยาฟอกขาว 5% (น้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ำสะอาด 99 ส่วน) หรือเช็ดพื้นผิวสัมผัสด้วยแอลกอฮอล์ 70%

10) ทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู หรืออื่นๆ ด้วยผงซักฟอกและน้ำธรรมดา หรือซักผ้าด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 70-90 องศา

การปฏิบัติตัวของผู้อยู่อาศัย และการทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมของบ้านที่มีผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้สังเกต

1) ผู้อาศัยร่วมบ้านทุกคนล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่นาน 20 วินาทีขึ้นไป หรือแอลกอฮอล์ 70% ลูบมือจนแห้ง

2) หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด และควรนอนแยก กับผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้สังเกต

3) เมื่อต้องอยู่กับผู้ถูกกักกันหรือ คุมไว้สังเกตอาการให้สวม หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร หรือหนึ่งช่วงแขน

4) ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับ ผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้สังเกต

5) หากต้องรับประทานอาหาร ร่วมกัน ให้แยกชุดอาหาร และนั่งห่างกัน ไม่น้อยกว่า 1 เมตร

6) ทำความสะอาดเสื้อผ้าผ้าปูเตียงผู้ขนหนูหรืออื่นๆด้วยผงซักฟอกและน้ำธรรมดา

7) ทำความสะอาดบริเวณที่พัก ด้วยน้ ายาฟอกขาว 5% (น้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ าสะอาด 99 ส่วน) หรืออาจเช็ดพื้นผิวสัมผัส ด้วยแอลกอฮอล์ 70% พร้อมสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น ถุงมือ หน้ากาก แว่นตาขนาดใหญ่

8) สังเกตอาการเจ็บป่วยของ ตนเอง 14 วัน หลังสัมผัส ใกล้ชิดผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้ สังเกตครั้งสุดท้าย

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทยปลอดไวรัสโคโรนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/616049

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 06:10 น.

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทยปลอดไวรัสโคโรนา

แนวทางปฏิบัติของเจ้าของสถานที่-ผู้ให้บริการต่างๆ หากทุกฝ่ายร่วมใจประเทศไทยต้องปลอดภัยจาก COVID-19

วิธีการจัดการให้ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการรถสาธารณะไม่ประจำทางให้ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลศาสนสถานปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลศาสนสถานปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลศาสนสถานปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการค่ายทหารปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการงานอีเวนท์ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการขนส่งสาธารณะปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการโรงแรมปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลคณะทัวร์ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการร้านอาหารปลอดไวรัสโคโรนา

สำรวจ 6 มาตรการสู้ศึก COVID-19 ช่วยลดความเสี่ยงปิดมหาวิทยาลัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/617988

วันที่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 08:20 น.

สำรวจ 6 มาตรการสู้ศึก COVID-19 ช่วยลดความเสี่ยงปิดมหาวิทยาลัย

กระทรวง อว. เสนอ 6 มาตรการสู้ศึก COVID-19 ลดการเคลื่อนไหวบุคคล ป้องกันการแพร่ระบาด ในช่วงที่จะมีการระบาดเรียนออนไลน์แทนระบบปกติ

กระทรวง อว. เสนอ 6 มาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์ COVID-19 ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลดการเคลื่อนไหวบุคคล ป้องกันการแพร่ระบาด ได้แก่

1.มาตรการการบริหารจัดการดูแลนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

ปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากระบบปกติเป็นระบบออนไลน์ปิดมหาวิทยาลัยภายใน 2 สัปดาห์ โดยต้องดำเนินการครบทุกมหาวิทยาลัยให้ใช้การสอนออนไลน์ ภายในวันที่ 1 เมษายน 2563 โดยจะต้องเตรียมการด้าน infrastructure เพื่อรองรับปริมาณความต้องการใช้งานระบบที่เพิ่มขึ้น และจัดเตรียม platform กลางเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ปรับและให้เลื่อนหรือยกเลิกการสอบ การฝึกงาน งดกิจกรรมเพื่อลดการสัมผัสเชื้อ

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

2.มาตรการการทำงานสำหรับบุคลากรในสังกัดกระทรวง

บริหารจัดการให้มีการทำงานที่บ้าน (work at home) โดยการสั่งการให้เกิดการทำงานที่บ้าน (work at home) เพื่อลดการเดินทางและลดการสัมผัสเชื้อให้มากที่สุด สำหรับงานที่ต้องมีการปฏิบัติการ ให้ปฏิบัติการด้วยประสิทธิภาพเท่าเดิม แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือ บริหารจัดการให้มีความเหมาะสมตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ และงดกิจกรรมของทุกหน่วยงานที่ต้องมีคนจำนวนมาก

3.เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ ให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข

โดยสั่งการให้เครือข่ายโรงพยาบาล กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) ประสานงานกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อย่างใกล้ชิดในประเด็นของขั้นตอนและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม (best practice) ตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าสู่โรงพยาบาลไปจนถึงการรักษา แผนการส่งต่อผู้ป่วย การดูแลผู้ป่วย การลดผู้ป่วย elective การเตรียมหอผู้ป่วย การเตรียม ICU เครื่องช่วยหายใจ จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ และห้องแยกพิเศษ พร้อมเตรียมการรองรับกรณีเกิดการระบาดในวงกว้าง เตรียมพื้นที่รองรับเพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เช่น โรงยิม และหอประชุมของมหาวิทยาลัย เป็นต้น

รวมทั้งประสานงานกับ BOI เพื่อปลดล็อคในประเด็นปัญหาการขาดแคลนชุดป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ (PPE) และหน้ากากอนามัย พร้อมพิจารณาปลดล็อคระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างจากกรมบัญชีกลาง ในประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างสิ่งของที่ขาด และหายาก ที่ไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ตามราคาที่กำหนด

4.จัดทำระบบบริหารความเสี่ยงด้วยนวัตกรรม พร้อมพัฒนาต่อยอดเป็นระบบปฏิบัติการถาวรที่หน่วยงานใน อว. ในการเชื่อมกับทุกภาคส่วน เพื่อรองรับสถานการณ์ในระยะยาวและเพื่อประโยชน์กับประชาชนในช่วงวิกฤติ ได้แก่

  • การพัฒนาระบบการติดตามและการตรวจสอบ โดยใช้แพลตฟอร์ม DDC-care
  • การใช้ระบบการแพทย์และสุขภาพทางไกล
  • ระบบแสดงตำแหน่งและจัดส่งสิ่งจำเป็นทางการแพทย์ (Logistics)
  • การบริหารจัดการด้านวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บ และการกระจายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น

5.การสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับ COVID-19

กระทรวง อว. โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดเตรียมกรอบงบประมาณ 250 ล้านบาท ในการจัดสรรทุนวิจัยใน 4 ประเด็นสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ 1) การศึกษาทางพันธุกรรมและทางชีววิทยาของไวรัสเพื่อความเข้าใจและติดตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อ (Whole genome sequencing) 2) ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อความเข้าใจการแพร่กระจายของเชื้อสำหรับการเตรียมรับมือการระบาด และการแพร่ระบาดของไวรัส (Computer simulation and modeling) 3) การพัฒนาวิธีการวินิจฉัย และการผลิตชุดตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ รวดเร็ว และเหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศ (Laboratory diagnostics) โดยร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซน์ ในการผลิตชุดตรวจโควิด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจง่ายขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการ โดยจะส่งมอบทั้งหมด 1 ล้านชิ้น ภายในระยะเวลา 6 เดือน จากปัจจุบันที่มีความต้องการในการใช้เฉลี่ย จำนวน 4,000 ชิ้น/วัน และคาดว่าจะสามารถลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ยประมาณ 40% เหลือเพียงประมาณ 1,000 บาท จากเดิมราคาประมาณ 4,000 บาท 4) การวิจัยในด้านอื่นๆ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

6.การสนับสนุนในด้านอื่นๆ โดยมุ่งเน้นในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก

อาทิ หน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5, หน้ากากผ้าแบบซักได้, หุ่นยนต์ช่วยประเมินผู้ป่วย และแนวทางการใช้ข้อมูลแผนที่กลางของประเทศด้วยระบบ NGIS

“ทำสิ่งที่ชอบให้เป็นสิ่งที่ใช่” กับ บอส วิศว สุวรรณกูล บอสใหญ่แห่ง “เดลต้า คอร์ปอเรชั่น” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/617900

วันที่ 17 มี.ค. 2563 เวลา 11:27 น.

“ทำสิ่งที่ชอบให้เป็นสิ่งที่ใช่” กับ บอส วิศว สุวรรณกูล บอสใหญ่แห่ง “เดลต้า คอร์ปอเรชั่น”

ตอนนี้ในแวดวงของระบบซีเคียวริตี้ของเมืองไทยที่ใครๆ ต่างต้องยกให้คนนี้เป็นเจ้าพ่อแห่งระบบซีเคียวริตี้ หรือ ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ “บอส วิศว สุวรรณกูล บอสหนุ่มแห่ง “บริษัท เดลต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด”

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนี้ มาจากความชอบส่วนตัวที่ชอบดูหนังแนวสืบสวนสอบสวน ที่จะมีตัวละครสำคัญตัวหนึ่ง ซึ่งตัวละครนี้จะเก่งในด้านระบบคอมพิวเตอร์ คอยเจาะระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ เพื่อช่วยพระเอก ถือว่าเป็นมันสมองของทีม ด้วยความที่ชอบดูหนังแนวนี้ จนเอาความชอบ มาทำธุรกิจด้านระบบซีเคียวริตี้วางแผนป้องกันการโจรกรรม

บอสเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำงานนี้ว่า “การทำงานกับระบบซีเคียวริตี้ ทุกอย่างมันคือความท้าทาย และอีกอย่างผมไม่ชอบความพ่ายแพ้ โดยระบบมันเป็นระบบป้องกันการโจรกรรม หรือ อาชญากรรม ต่างๆ อยู่แล้ว โดยผมคิดว่าถ้าเราเป็นผู้ร้าย เราจะทำอย่างไร แล้วนำมาใช้กับงานตัวเอง โดยเอามาวางแผนให้รัดกุมที่สุดครับ”

แม้กระทั่งภาคเอกชนและรัฐบาลยังให้ความไว้วางใจในการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยตามงานสำคัญๆ ต่างๆ เช่น งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ที่จัดขึ้น ณ เมืองทองธานี ล่าสุดซึ่งเป็นงานจิวเวอรี่ระดับโลก ที่ต้องมีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา อีกทั้งในส่วนไลฟ์สไตล์ส่วนตัว คุณบอสกล่าวว่า “จริงๆ ผมเป็นคนเข้ากับคนอื่นๆได้ง่าย มีความรับผิดชอบ รักษาคำพูดอะไรที่พูดออกไปแล้วต้องทำให้ได้

โดยปกติถ้าผมมีเวลา ผมจะชอบเดินทางไปเที่ยวที่ไกลๆ โดยส่วนมากชอบขับรถเองมากกว่า เวลาเราอยู่ในรถ มันทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ทำให้มีสมาธิแล้วมักจะมีไอเดียดีๆ ผุดขึ้นมาเวลาผมขับรถเสมอๆ โดยรถที่ผมใช้ประจำ ก็จะเป็น “เมอร์ซิเดสเบนซ์” คันนี้ ด้วยความหรูหรา คล่องตัว และศักยภาพที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวอีกด้วย ด้วยการทำสิ่งชอบจนกลายเป็นอาชีพ ที่ทุกคนต่างยกผู้ชายมากความสามารถคนนี้ ให้เป็นให้เป็นผู้นำระบบรักษาความปลอดภัยของเมืองไทย

https://www.delcorp.co.th

http://www.samsungcctvhd.com

COVID-19 : องค์กรใหญ่ใช้วิธีการใดในการรับมือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/617794

วันที่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 10:05 น.

COVID-19 : องค์กรใหญ่ใช้วิธีการใดในการรับมือ

มาตรการจัดการเรื่องการทำงานที่องค์กรใหญ่ใช้รับมือในวิกฤติ COVID-19

วิกฤติ COVID-19 ที่ยังควบคุมได้ยากในขณะนี้ส่งผลกระทบไปในหลายๆ ส่วนโดยเฉพาะในเรื่องของธุรกิจ  เราลองมาดูกันว่าองค์กรระดับโลกจะมีนโยบายหรือสวัสดิการช่วยเหลือคนทำงานในการจัดการปัญหาที่เกิดจาก COVID-19 อย่างไรบ้าง

Microsoft  องค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ประกาศว่าจะยังคงจ่ายค่าแรงรายชั่วโมงเพื่อสนับสนุนพนักงาน โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ และจะสนับสนุนเรื่องรถรับส่งหรือเทคโนโลยีในสถานที่ทำงานตามความต้องการของพนักงาน ถึงแม้ว่าในตอนนี้บริษัทจะมีความต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายก็ตาม วิธีการนี้ทำให้บริษัทใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon, Facebook, Expedia,Twitter, Google และ Salesforce ออกมาประกาศว่าจะปฏิบัติตามวิธีการของ Microsoft เช่นกันในการจ่ายเงินรายชั่วโมงให้พนักงานที่ทำงานทางไกล

Amazon ให้สัญญาว่าจะบริจาคเงิน 5 ล้านดอลลาร์เป็นกองทุนช่วยเหลือให้กับบริษัทและธุรกิจขนาดเล็กรอบๆ สำนักงานของ Amazon ในซีแอตเทิลและเบลวิลล์รัฐวอชิงตัน ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กในพื้นที่ใกล้เคียงจะได้รับเงินช่วยเหลือธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อการระบาดของ COVID-19

Lyft ธุรกิจบริการเรียกรถ Taxi  จะให้เงินแก่พนักงานขับรถหากได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 หรือหากถูกกักกันโดยหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อเป็นการช่วยเหลือด้านการเงินกับพนักงานขับรถเมื่อพวกเขาไม่สามารถทำงานได้ในขณะที่ต้องดูแลสุขภาพของตัวเอง นอกจากนี้ Lyft ยังร่วมมือกับผลิตภัณฑ์ EO เพื่อจัดหาเจลล้างมือหรือยาฆ่าเชื้อแก่พนักงานขับรถโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Uber มีนโยบายส่งเสริมพนักงานเช่นเดียวกันกับบริษัท Lyft เนื่องจากทำธุรกิจลักษณะเดียวกัน โดยมีนโยบายสำหรับพนักงานขับรถที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรค COVID-19 หรือผู้ที่ได้รับการกักตัวจากหน่วยงานด้านสาธารณะสุข 14 วันพวกเขาจะได้รับเงินชดเชยช่วยเหลือ

Walmart มีนโยบายลาฉุกเฉินให้กับพนักงานที่เกิดความกลัวและอึดอัดใจในการมาทำงาน โดยอนุญาตุให้อยู่บ้านได้หากหนึ่งในพนักงานของพวกเขาถูกพบว่าติดเชื้อ COVID-19 หรือถ้าหากว่าสำนักงานและศูนย์กระจายสินค้าของพวกเขาต้องอยู่ภายใต้การกักกัน พนักงานของพวกเขาจะยังได้รับเงินตอบแทนและสามารถหยุดงานได้สูงสุดสองสัปดาห์ในช่วงเวลานั้น

Postmates ธุรกิจส่งอาหาร พวกเขากล่าวว่าจะสร้างกองทุนเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดเตรียมแพทย์และค่ารักษาพยาบาลสำหรับพนักงานขนส่งของพวกเขาหากถูกพบว่าติดเชื้อ COVID-19 และสำหรับร้านที่ทำอาหารให้กับ Postmates ที่ได้รับผลกระทบก็จะได้รับการยกเลิกการหักเปอร์เซ็นจากการสั่งสินค้าด้วย

CVS Pharmacy จะส่งยาตามกำหนดให้กับลูกค้าฟรี เพื่อไม่ให้พวกเขากังวลที่จะต้องออกมารับยา เนื่องจากสุขภาพที่อ่อนแอเสี่ยงที่จะติดเชื่อได้ และบริษัท CVS ยังได้ยกเลิกการจำกัด การรับยาก่อนกำหนด เนื่องจากมียาที่จำเป็นในการรักษาโรคเรื้อรัง ที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง เช่น ยาความดันโลหิตสูงและโรคหอบหืด

Wells Fargo Foundation มูลนิธิการกุศลประกาศที่จะบริจาคเงินจำนวน 6.25 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนและตอบสนองต่อสถานการณ์ coronavirus ทั้งภายในประเทศและทั่วโลก เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน โดย 1 ล้านดอล์ลาร์สำหรับช่วยศูนย์บรรเทาและควบคุมโรค และการป้องกันโรคแห่งชาติ 250,000 ดอลลาร์สำหรับคณะแพทย์นานาชาติเพื่อช่วยเหลือการทำงานใน 30 ประเทศ และ Wells Fargo Foundation จะบริจาคเงินสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ช่วยในระดับท้องถิ่นเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของชุมชน

Sony  ประกาศให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยเฉพาะการเดินในช่วงเวลาเร่งด่วน จากที่ปกติบริษัทก็ให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้เดือนละ 10 วันอยู่แล้ว ส่วนพนักงานคนไหนที่จำเป็นต้องมาทำงานจริงๆ ก็ให้เข้างานช่วงบ่าย และเลิกงาน 21.00 น. แทน จากเดิมที่เคยเข้างาน 9.30 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ระบบขนส่งมวลชนในช่วงเวลาเร่งด่วน

Fujitsu อนุญาตให้พนักงานที่ป่วย หรือตั้งครรภ์ทำงานจากที่บ้านได้ไม่จำกัดจำนวนวัน ส่วน Toshiba ก็ประกาศให้บริษัทในเครืออนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ Takeda Pharmaceuticals บริษัทยาของญี่ปุ่น ให้พนักงานที่มีมากกว่า 4,500 คน ทำงานจากที่บ้าน และหลีกเลี่ยงการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนเช่นกัน

แกร็บ บริษัทแกร็บ โฮลดิ้งส์ อิงค์ ประกาศปิดสำนักงานในไทยและสิงคโปร์เป็นเวลา 5 วัน แนะนำให้พนักงานทำงานที่บ้านจนถึงวันที่ 13 มี.ค. เพื่อให้บริษัททำความสะอาดและฆ่าเชื้อในสำนักงาน

เครือเจริญโภคภัณฑ์  กรณีพนักงานผู้ซึ่งตนเองหรือผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งพนักงานผู้นั้นทำงานที่บ้านและสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วันนับจากวันที่เดินทางกลับ และให้สามารถติดต่อได้ หากลักษณะงานปกติของพนักงานไม่สามารถทำที่บ้านได้ พนักงานยังคงต้องอยู่สังเกตอาการที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน

ธนาคารกรุงเทพ สั่งให้พนักงานทำงานที่บ้าน 14 วัน หลังพบพนักงานติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่ชั้น 26 อาคารแสงทองธานี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ธนาคารได้ให้เพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้องของพนักงานคนดังกล่าวเข้ารับการตรวจแล้ว และให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านตามมาตรการที่ธนาคารกำหนด เพื่อเฝ้าระวังอาการภายใต้หลักเกณฑ์ 14 วันเช่นกัน ในส่วนของอาคารสถานที่ ธนาคารได้ทำความสะอาดที่ทำงานทั้งชั้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดตามมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ออกหนังสือเเจงถึง บริษัทคู่ธุรกิจ ซึ่งประกอบธุรกิจตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมว่า มีพนักงานของคู่ธุรกิจจำนวน 1 คน ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทันทีที่ทราบเหตุการณ์ MOC ได้ติดตามตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งไม่พบพนักงานของบริษัทหรือพนักงานคู่ธุรกิจคนอื่นที่แสดงอาการเข้าข่ายการติดเชื้อ COVID-19 เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยง MOC จึงได้ดำเนินการทำความสะอาดฆ่าเชื้อและปิดพื้นที่ของ MOC ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมดังกล่าว รวมทั้งให้พนักงานและคู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องในวันดังกล่าว หยุดพักเพื่อสังเกตุอาการเป็นเวลา 14 วัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ MOC แต่อย่างใด

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกประกาศมาตรการให้พนักงานและลูกจ้างทำงานที่บ้าน และงดให้บุคคลภายนอกเข้าอาคาร Circle Living Prototype เนื่องด้วย ททท. ได้รับแจ้งจากนิติบุคคลอาคารชุดว่า พบผู้ติดเชื้อโรค COVID-19 รายที่ 59 จึงประกาศว่า

  • พนักงานและลูกจ้าง ททท. ซึ่งพำนักในอาคารดังกล่าว ให้ปฏิบัติงานที่บ้านพัก เป็นเวลา 14 วัน และปฏิบัติตามคำสั่ง ททท.ที่ 58/2563 อย่างเคร่งครัดฃ
  • สำหรับบุคคลภายนอก ซึ่งพักอาศัยในอาคารดังกล่าว ขอความกรุณางดใช้บริการในอาคาร ททท.เป็นเวลา 14 วัน และขอให้บันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานเพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรค

กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดให้ผู้ปฎิบัติงานที่เดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงติดโรคตามประกาศของสำนักงานกสทช. หรือมีเหตุสงสัยว่าติดเชื้อ ให้ผู้นั้นปฎิบัติงานในที่พัก 14 วันโดยไม่ถือเป็นวันลา ให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนักมอบหมายงาน และกำหนดตัวชี้วัด ผู้พักปฎิบัติงานที่บ้านต้องรายงานการตรวจสุขภาพตามแนวทางของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากจำเป็นต้องออกจากที่พักต้องขออนุญาตผู้บังคับบัญชาก่อน เป็นต้น  รวมทั้งให้ขยายเวลามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด-19 จากเดิมวันที่ 19 เมษายน 2563 ให้ขยายออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2563

COVID-19 : คำแนะนำการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/617746

วันที่ 15 มี.ค. 2563 เวลา 17:20 น.

COVID-19 : คำแนะนำการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล

#โควิด19เราต้องรอด แนวทางการทําความสะอาดสําหรับพื้นที่สัมผัสเชื้อ COVID-19 ในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

จากกรณี แมทธิว ดีน ดารานักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ออกมาเปิดเผยผลการตรวจเชื้อ COVID-19 เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2563 บรรดาผู้ใกล้ชิดและเพื่อนร่วมวงการต่างก็ระมัดระวังตัวเองมากขึ้น เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์นี้ติดต่อผ่านช่องทางหลักสองทางคือ การสูดลมหายใจเอาละอองน้ำมูกน้ำลาย (Droplet) ที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป กับ อีกทางหนึ่งคือ การสัมผัส (Contact) กับละอองเหล่านั้น

สำหรับวิธีการที่เราเห็นจนคุ้นตาในภาพข่าวคือ การฉีดพ่นสารทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรค โดยแนวทางการทําความสะอาดสําหรับพื้นที่สัมผัสเชื้อ COVID-19 ในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีคำแนะนำดังนี้

1 สารทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อ

เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวของวัตถุต่าง ๆ เป็นเวลา 1 – 3 วัน พื้นผิวที่อาจสัมผัสปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงต้องได้รับการความสะอาดและฆ่าเชื้อ โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่หาได้ง่ายตามท้องตลาด ดังนี้

1.น้ำยาฟอกขาวสามารถใช้สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวได้ โดยผสมในอัตราส่วนดังนี้

  • พื้นผิวทั่วไป ใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจาง 1 ส่วนในน้ำ 99 ส่วน (ความเข้มข้น 0.05% หรือเท่ากับ 500 ppm)
  • พื้นผิวที่มีน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ สารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น ห้องสุขา โถส้วม ใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจาง 1 ส่วนในน้ำ 9 ส่วน (ความเข้มข้น 0.5% ) ราดทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที

2.สำหรับพื้นผิวที่เป็นโลหะ สามารถใช้ 70% แอลกอฮอล์ทำความสะอาดได้

3.สิ่งแวดล้อมที่เป็นวัสดุผ้า ที่อาจปนเปื้อนด้วยเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่น เสื้อผ้า ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ควรทำความสะอาดก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ โดยใช้น้ำที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสและผงซักฟอกในครัวเรือนได้

2 แนวทางการทำความสะอาดสำหรับพื้นที่สัมผัสเชื้อ COVID-19 ในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล

  1. ควรปิดกั้นบริเวณพื้นที่หรือพื้นผิว ที่ปนเปื้อนเชื้อก่อนดำเนินการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสัมผัสกับเชื้อ
  2. ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม ขณะทำความสะอาดพื้นที่หรือพื้นผิว ที่ปนเปื้อนเชื้อ ระหว่างทำความสะอาด หากถุงมือชำรุดเสียหายมีรอยรั่ว ให้ถอดถุงมือออก และสวมถุงมือคู่ใหม่ทันที ควรกำจัดและทิ้ง PPE แบบใช้แล้วทิ้งหลังจากทำความสะอาดเสร็จสิ้น ในกรณีที่ใช้แว่นตา Goggles ควรทำการฆ่าเชื้อหลังการใช้แต่ละครั้ง และควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำทันทีหลังจากถอด PPE
  3. เลือกใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีด้ามจับ เพื่อสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวให้น้อยที่สุด
  4. เปิดประตู หน้าต่าง เพื่อการระบายอากาศ เมื่อใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาว
  5. ทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวที่เตรียมไว้
  6. เช็ดทำความสะอาด บริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยๆ (เช่น ปุ่มกด, ราวจับ, ลูกบิดประตู, ที่วางแขน, พนักพิงที่นั่ง, โต๊ะ, รีโมท, คีย์บอร์ด, สวิตช์ไฟ, ฯลฯ ) เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
  7. ทำความสะอาดห้องน้ำ รวมถึงสุขภัณฑ์ และพื้นผิวในห้องน้ำโดยการราดน้ำยาฟอกขาวทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที แล้วล้างทำความสะอาดพื้นอีกครั้งด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างห้องน้ำตามปกติ
  8. เช็ดพื้นผิวทั้งหมดที่อาจปนเปื้อนด้วยน้ำยาฟอกขาว หรือ 70% แอลกอฮอล์ ตามความเหมาะสมของวัสดุ
  9. ซักทำความสะอาด ผ้าม่าน / ผ้าห่ม กรณีที่ซักด้วยน้ำร้อน ใช้ผงซักฟอกในน้ำที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 25 นาที
  10. ทิ้งอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ทำจากผ้าและวัสดุดูดซับ เช่น ผ้าถูพื้น ผ้าเช็ด หลังจากทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในแต่ละพื้นที่ โดยสวมถุงมือ และนำอุปกรณ์ทิ้งใส่ถุงขยะติดเชื้อ รัดปากถุงให้มิดชิด
  11. ทำการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทำความสะอาดที่ต้องนำกลับมาใช้ใหม่ โดยการแช่ในน้ำยาฟอกขาว
  12. ทำความสะอาดถังถูพื้น โดยแช่ในน้ำยาฟอกขาวหรือล้างในน้ำร้อน
  13. การทำความสะอาดพื้นผิว ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ไม่ควรพ่นด้วยสเปรย์เนื่องจากจะเป็นการสร้างละอองทำให้เสมหะ น้ำมูก น้ำลายที่ตกอยู่บนพื้นผิวฟุ้งกระจายขึ้นมาได้ ควรหลีกเลี่ยงการสร้างละอองในระหว่างการทำความสะอาด ควรใช้วิธีการเช็ดอย่างต่อเนื่องเมื่อทำความสะอาดพื้นหรือพื้นผิวในแนวนอนแทน
  14. เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ในวันถัดไปเป็นเวลา 1 วัน
  15. ทำการกำจัดขยะติดเชื้ออย่างถูกต้องและเหมาะสม

3 อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) สำหรับผู้ที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

  1. ควรสวมถุงมือชนิดใช้แล้วทิ้ง ชุดกันเปื้อนแขนยาวพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง แว่นตากันลม หรือเครื่องป้องกันใบหน้า และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์
  2. ขณะทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัส ดวงตา จมูก และปาก
  3. ควรถอดถุงมือและทิ้งทันที หากชำรุดเสียหายมีรอยรั่ว และสวมถุงมือคู่ใหม่
  4. ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำทันทีหลังจากถอด PPE แต่ละชิ้นออกหลังจากทำความสะอาด

ข้อมูลเพิ่มเติม : แนวทางการทําความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาลโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 

ข้อมูลเพิ่มเติม : How to ดูแลบ้านอย่างไร ให้ปลอดภัยจาก COVID-19

ข้อมูลเพิ่มเติม : ล้างมือด้วย สบู่ vs แอลกอฮอล์

ข้อมูลเพิ่มเติม : ‘เงิน’ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค

ข้อมูลเพิ่มเติม : ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทยปลอดไวรัสโคโรนา

%d bloggers like this: