posttoday

All posts tagged posttoday

สมเด็จปิลันทน์ขาว พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดระฆังโฆสิตาราม

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/608638

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 08:44 น.

สมเด็จปิลันทน์ขาว พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดระฆังโฆสิตาราม

โดย อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

มาชมพระเครื่องสกุลพระสมเด็จ ของวัดระฆังโฆสิตารามอีกองค์ครับ เหตุที่ได้ชื่อนำหน้าว่า สมเด็จนั้น เพราะผู้สร้างคือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด เสนีวงศ์) ในสมัยที่ท่านดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธุปบาทปิลันทน์ ท่านเป็นศิษย์เอกของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อีกด้วย ในส่วนตัวนั้นถือว่าสมเด็จปิลันทน์ นี้สามารถใช้แทนสมเด็จวัดระฆัง ได้เลยทีเดียวครับ

พระสมเด็จปิลันทน์ องค์นี้ เนื้อหา มวลสารจัดจ้านเหมือนเนื้อสมเด็จวัดระฆังดูง่ายแถมหายาก เพราะพระสมเด็จปิลันทน์ขาว พิม์ปรกโพธิ์ สร้างจำนวนน้อยมาก หาชมได้ยาก พระองค์นี้สวยสมบูรณ์แบบ มีคราบไขจากการลงกรุ เป็นคราบไขที่ทำให้ดูง่าย คราบไขที่จับอยู่แน่น มีมากน้อยแล้วแต่องค์พระ ไม่เท่ากันทุกองค์ และที่สำคัญคราบไขต้องมันวาวไม่แห้งกระด้าน

เริ่มส่องจากด้านหน้าจาก เนื้อหามวลสารจัดจริงๆครับ  มวลสารที่ประกอบสำคัญของพระสมเด็จปิลันทน์ขาว ได้แก่ ปูนเปลือกหอยเป็นส่วนผสมหลักและผงวิเศษตามตำรับเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) คือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห ผงพุทธคุณ ผงมหาราช เป็นต้น

ซึ่งมวลสารเหล่านี้เหมือนมวลสารของสมเด็จวัดระฆัง โดยมีน้ำมันตังอิ๊วเป็นตัวประสาน เมื่อนำมาปิดทอง และบรรจุลงในกรุ ความร้อนที่อยู่ในกรุ ทำให้องค์พระเกิดการบิดตัวจากปฏิกิริยาของอากาศและความร้อน และมีคราบไขที่หนึกนุ่มเคลือบองค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ลักษณะสีเหมือนไขวัว นั่นเอง

และยังเห็นคราบทองเก่าที่ปิดมาแต่เดิมมาด้วย ด้านหลังนั้นยังปรากฏคราบกรุและคราบไขเป็นธรรมชาติ ทำให้ดูง่ายทันทีครับสำหรับองค์นี้ ด้านพุทธคุณของสมเด็จปิลันทน์นั้น ครบเครื่องเรื่องเมตตามหานิยมและ แคล้วคลาด คงกระพัน

พระสมเด็จปิลันทน์ ได้ชื่อว่าเป็น พระสองสมเด็จฯ เพราะมีการสันนิษฐานว่า ช่วงเริ่มต้นของการสร้างพระเครื่องชุดนี้นั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ยังมีชีวิตอยู่, พระพุทธุปบาทปิลันทน์ได้อาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธาจารย์(โต) พรหมรังสี ซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกและขอผงวิเศษของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นมวลสารหลักด้วย คนรุ่นเก่าๆ ที่ทราบประวัติการสร้างจึงนิยมเรียกว่า พระสองสมเด็จ นั่นเอง

พระเครื่องสมเด็จปิลันทน์เป็นพระที่มีพิมพ์จำนวนมาก แต่จำแนกตามพิมพ์ที่สากลนิยมยอมรับกันได้ดังนี้

1.พระพิมพ์ซุ้มประตู 2.พระพิมพ์ครอบแก้วใหญ่ 3.พระพิมพ์ครอบแก้วเล็ก 4.พระพิมพ์เปลวเพลิงใหญ่ 5.พระพิมพ์เปลวเพลิงกลาง , 6. พระพิมพ์เปลวเพลิงเล็ก , 7. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์ใหญ่ 8.พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก , 9. พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์เล็ก ครอบแก้ว 10.พระพิมพ์ประทานพร หรือปฐมเทศนา 11.พระพิมพ์โมคคัลลาน์ – สารีบุตร ฯลฯ

สมเด็จปิลันทน์ ได้มีการพบครั้งแรกจากเจดีย์ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถวัดระฆังฯ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2471โดยคนร้ายได้ลักลอบขุดเจาะพระเจดีย์อย่างต่อเนื่อง และต่อมาในปีพ.ศ.2480 เจดีย์ได้ถูกคนร้ายลักลอบขุดอีกครั้ง ทางวัดจึงได้เปิดกรุอย่างเป็นทางการ พระที่ได้จากการเปิดกรุนั้น เกือบทั้งหมดเป็นพระเนื้อผงผสมใบลาน มีเนื้อสีเทาอมดำ เนื้อขาวมีน้อยมาก และในช่วงต่อมาได้เกิดสงครามอินโดจีนขึ้น ทางวัดจึงได้นำพระสมเด็จปิลันทน์บางส่วนมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อแจกจ่ายให้กับทหารที่ออกรบในศึกสงครามอินโดจีนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

สมเด็จพระพุฒาจารย์( ทัด เสนีวงศ์) มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าทัด เสนีย์วงศ์ เป็นพระโอรสในกรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ( พระองค์เจ้าแดง )ในกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ( วังหลัง ) ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2364 ตรงกับวันพุธแรม 9 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเมีย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2  และ มรณภาพ เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด ตรงกับวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2443

ตามไปส่องวิถีสงฆ์..เมืองมัณฑะเลย์

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/608637

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 08:16 น.

ตามไปส่องวิถีสงฆ์..เมืองมัณฑะเลย์

โดย..อุทัย  มณี (เปรียญ)

ระหว่างวันที่ 6 -9 ธันวาคมนี้ ผู้เขียนได้รับนิมนต์จากฝ่ายสื่อสารองค์กรของวัดธรรมกายให้ไปดูงาน “ตักบาตรอาหารแห้งพระสงฆ์ 30,000 รูป” ณ สนามบินเก่า เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนร่วมเดินทางไปกับวัดธรรมกาย และก็ไม่ได้ลังเลอะไรที่จะไป เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฎิเสธในฐานะสื่อมวลชนสายศาสนา ไปทำงานข่าวไปดูงานกิจกรรมทางศาสนาระหว่าง 2 ชาติ

หากจำไม่ผิดวัดธรรมกายเคยจัดแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสองหรือสามปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นผู้เขียนไม่ได้รับนิมนต์ด้วย แต่หลังจากคณะสงฆ์ทั้งสองประเทศร่วมกันจัดแล้ว ผู้เขียนเดินทางไปไปดูงานที่เมืองมัณฑะเลย์ทราบว่า พระภิกษุมอญที่เป็นกัลยาณมิตรกันท่านเล่าให้ฟังว่า“พระภิกษุสงฆ์และประชาชนชาวพม่าตื่นเต้นมากเพราะไม่มีวัดใดจัดได้ใหญ่และอลังการเช่นนี้”

การจัดตักบาตรพระสงฆ์ 30,000 รูปในคราวนี้ทราบว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่างมูลนิธิวัดพระธรรมกายกับทางบ้านเมืองของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งได้สอบถามจากพระภิกษุสงฆ์มอญที่อาศัยอยู่เมืองมัณฑะเลย์ว่า “พระจำนวน 30,000 รูป จะเอามาจากที่ไหน” ท่านบอกว่า เมืองมัณฑะเลย์พระภิกษุสงฆ์มากกว่าเมืองย่างกุ้ง บางวัดเป็นสำนักเรียนมีพระภิกษุ – สามเณรอาศัยอยู่ 3,000 -4,000 รูป และพระที่เมืองมัณฑะเลย์มีอภิสิทธิ์ มีอิทธิพลมากกว่าเมืองใด ๆในพม่า พระจะเตะฟุตบอล พระจะดูหนังในโรงหนัง พระจะดูมวย หรือแม้กระทั้งยามค่ำ พระสงฆ์จะออกมาฉันข้าว ดื่มน้ำชาในร้านอาหารดูกีฬาฟุตบอลก็ไม่ใช่ปัญหาของคณะสงฆ์ที่นี้ เจ้าหน้าที่รัฐหรือญาติโยมก็ไม่ยุ่ง แต่ยามเกิดเหตุภัยเช่นไฟไหม้ น้ำท่วมพระสงฆ์ที่นี้พร้อมออกไปช่วยเหลือประชาชนได้ทุกเวลา หรือแม้กระทั้งยามค่ำคืน หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือบางวัดมีหน่วยกู้ภัยพร้อมสรรพ

อันนี้คือบทบาทของพระสงฆ์พม่าในเมืองมัณฑะเลย์ หลังจากกลับมาหากมีเวลาจะมาเล่าสู่กันฟังว่า ไปเห็นไปเจออะไรมาบ้าง

ก่อนจบวันนี้ผู้เขียนได้รับหนังสือจาก “ญาณวชิระ” ชื่อหนังสือว่า “ลูกผู้ชายต้องบวช” เป็นหนังสือเกี่ยวกับบวชโดยรวบรวมหลักการบวชไว้อย่างกว้างขวางทุกแง่ทุกมุม มีเกร็ดประวัติเล็ก ๆน้อย ๆบางแง่บางมุมอ่านแล้วเพลิดเพลิน ทั้งเรื่องทำไมต้องบวช เมื่อแรกคิดจะบวชจะต้องทำอย่างไรบ้าง ขั้นตอนการบรรพชาและอุปสมบท สิ่งที่พระภิกษุใหม่จะต้องทำความรู้และจะต้องเข้าใจ ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนคือ ท่านญาณวชิระ ได้พยายามประสานแก่นแท้ของการบวช ตามหลักพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับการบวช ตามแบบวัฒนธรรมประเพณีไทยเพื่อยืนยันเจตนารมณ์บูรพชนไทยที่ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย และต่างก็ยืนยันอุดมคติของบรรพชนไทยว่า “เกิดเป็นลูกผู้ชาย นับถือพระพุทธศาสนาชาติหนึ่ง ต้องบวช” สรุปก็คือในหนังสือเล่มนี้รวบรวมไว้ทุกอย่างตั้งแต่ก่อนจะบวช ๆ แล้วสิ่งที่จะพระต้องทำมีอะไรบ้าง รวบรวมไว้พร้อมเสร็จเขียนบอกเล่าวิธีปฎิบัติจนกว่าจะบรรลุพระนิพพานว่างั้นเถอะ

ท่านใดที่เป็นพระภิกษุก็ดีหรือคนที่ต้องการจะบวชเพื่อเป็นพระภิกษุที่สมบูรณ์ก็ดี หากต้องการหนังสือเล่มนี้ลองติดต่อสถาบันพัฒนาพระวิทยากรวัดสระเกศดูว่า มีให้ยืมอ่านหรือแจกฟรีหรือไม่…

เปิดภาพ“พระบรมเกศาธาตุ”จากศรีลังกา ประดิษฐานวัดบวรนิเวศวิหาร 15ธ.ค.นี้

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/608519

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2562 เวลา 14:19 น.

เปิดภาพ“พระบรมเกศาธาตุ”จากศรีลังกา ประดิษฐานวัดบวรนิเวศวิหาร 15ธ.ค.นี้

ฉลองสัมพันธ์เถรวาทไทย-ลังกา เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีอัญเชิญ“พระบรมเกศาธาตุ”ครั้งประวัติศาสตร์จากศรีลังกาประดิษฐานวัดบวรนิเวศฯ15ธ.ค.นี้ พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะได้ถึง 15ม.ค.63

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร มูลนิธิธรรมดี และองค์กรภาคี จะจัดพิธีอัญเชิญ “พระบรมเกศาธาตุ” จากประเทศศรีลังกา มาประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 15 ธันวาคม 2562 โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พุทธศาสนิกชน สามารถเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00น.เป็นต้นไป ถึง 15 มกราคม 2563 รวมเวลา 32วัน

โครงการอัญเชิญ “พระบรมเกศาธาตุ” จากประเทศศรีลังกา จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์เถรวาทไทย-ลังกา ที่สืบเนื่องมานานกว่า 700 ปี นับตั้งแต่แรกรับนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ในสมัยสุโขทัย อีกทั้งปี พ.ศ. 2562ยังเป็นวาระครบรอบ266 ปี แห่งการประดิษฐานพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ซึ่งเป็นนิกายที่ได้รับการอุปสมบทจากคณะพระสมณทูตนำโดยพระอุบาลีมหาเถระ จากวัดธรรมารามแห่งกรุงศรีอยุธยาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเสื่อมถอยไปด้วยอิทธิพลของชาวต่างชาติและผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอื่น นิกายสยามวงศ์จึงเป็นส่วนสำคัญในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทย–ศรีลังกา จวบจนปัจจุบัน

สำหรับพระบรมเกศาธาตุที่จะอัญเชิญมามีความสําคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่ Nelligala International Buddhist Center โดยได้เก็บรักษาและเป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงสุดเป็นระยะเวลากว่า 700 ปีในเมืองแคนดี้ อัญเชิญมาโดยดําริของสมเด็จพระสังฆนายกแห่งวัดมัลละวัตตะ มหาวิหาร หรือวัดบุปผาราม ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นวัดที่พระอุบาลีมหาเถระและคณะสมณทูตจากกรุงศรีอยุธยา มาทําการบรรพชาอุปสมบทให้ชาวศรีลังกา และสมเด็จพระสังฆนายกแห่งวัดอัสคิริยาราชมหาวิหาร ซึ่งเป็น 2 วัดที่ทำหน้าที่สำคัญในการดูแลวัดพระเขี้ยวแก้ว พระบรมเกศาธาตุนี้เป็นองค์ที่ไม่เคยอัญเชิญมาในประเทศไทย จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 700ปีที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ทั้งนี้ วันที่ 15 ธันวาคม 2562 พระสังฆนายกและคณะจากประเทศศรีลังกา พร้อมพระบรมเกศาธาตุ จะเดินทางถึงท่าอากาศสุวรรณภูมิเวลา 06.15 จากนั้นจะอัญเชิญ มายังลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ในเวลา 09.00น. เพื่อประกอบพิธี จากนั้นจะเคลื่อนขบวนจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ – ถนนพระสุเมรุ – แยกสะพานวันชาติ -พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อประกอบพิธีประดิษฐานต่อไป

เล่า!!ประสบการณ์ปฎิบัติธรรม “มหาจุฬาฯ” ที่ไหน “ผีดุ”

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/607960

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 08:19 น.

เล่า!!ประสบการณ์ปฎิบัติธรรม “มหาจุฬาฯ” ที่ไหน “ผีดุ”

โดย..อุทัย มณี (เปรียญ)

ทุก ๆ ปี หลังสอบจบปลายภาคมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมีธรรมเนียมวัตรปฎิบัติอย่างหนึ่งที่ปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่งยุคแรก ๆ คือ “พระนิสิตทุกรูปต้องปฎิบัติกัมมฐานประจำปี” เป็นเวลา 10 วัน โดยผู้บริหารแต่ละคณะจะนำไปปฎิบัติธรรม..ตามจุดที่ประสานกับเจ้าของพื้นที่เอาไว้

สำหรับปีนี้ วิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ หรือ IBSC ไป ปฎิบัติธรรมที่ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 -15 ธันวาคมนี้ โดยมีพระนิสิตนานาชาติไปร่วมปฎิบัติธรรมจำนวนประมาณ 300 รูป/คน จาก 32 ชาติ ท่านใดหากต้องการไปร่วมถวายภัตตาหารเช้า -เพล ก็สามารถไปร่วมได้  หากจะว่าไปแล้วจำนวนพระนิสิต 300 รูป/คนจาก 32 ชาตินี้ หากเราจะนิมนต์มาทำบุญที่ไหนสักแห่งคงเป็นเรื่องยาก แต่หากท่านไปทำบุญไปถวายภัตตาหาร ไปถวายน้ำปานะที่แคมป์สนในห้วงเวลานี้เหมือนได้ทำบุญกับ “พระทั้งโลกครบทุกนิกายจาก 32 ชาติ ” และรวมทั้งภิกษุณีด้วย ท่านใดต้องการไปร่วมทำบุญกับพระนานาชาติก็ขอเชิญชวน

และที่แคมป์สนนี้แหละหลังวันที่ 15 พระนานาชาติกลับกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะครุศาสตร์ ท่านก็จะไปปฎิบัติธรรมที่นี้ต่อไประหว่างวันที่ 16-27 ธันวาคม สมัยเป็นพระนิสิตผู้เขียนเคยปฎิบัติธรรมในลักษณะแบบนี้ที่แคมป์สน แคมป์สนเลื่องลือชื่อเรื่อง “ผีดุ” เวลาปฎิบัติธรรมพระสอนกัมมฐานต้องเฝ้าดูอารมณ์พระนิสิตอย่างใกล้ชิด เพราะบางรูปติดในอารมณ์กัมมฐานแล้วมีอาการแปลก ๆ เช่น ร้องให้ ปฎิบัติหลับตาปลุกไม่ตื่น ตัวสั่น อันนี้เป็นอารมณ์ของการปฎิบัติจำต้องมีพระอาจารย์กัมมฐานคอยแก้ แต่เรื่องผีดุ ปีที่ไปปฎิบัตินั่น มีพระนิสิตรูปหนึ่ง ถูกผีหลอก วิ่งหนีออกจากกลดด้วยเสียงโวยวายร้องลั่น ท่านเล่าว่า มีคนแต่งตัวชุดโบราณตัวใหญ่มากระทืบท่าน ไล่ออกจากที่นอน เพราะไปนอนทับที่นอนของเขา จนต้องวิ่งออกมา ส่วนอีกรูป เล่าให้ฟังว่าเจอคนนุ่งขาวหุ่มขาวมายืนอยู่ที่ปลายเท้ามองท่านด้วยตาที่ดุร้าย ตอนหลังบรรดาพระอาจารย์และอาจารย์ที่เป็นฆราวาสเล่าให้ฟังว่า สถานที่ตรงนี้เคยมีการสู้รบกันและมีคนเสียชีวิตหลายรายในยุคคอมมิวนิสต์

ส่วน ระหว่างวันที่ 13 -25 ธันวาคม คณะสังคมศาสตร์มีพระนิสิตประมาณ 500 รูป จะไปปฎิบัติธรรมที่สวนเวฬุวัน (สวนไผ่) พุทธมณฑล จ.นครปฐม สิ่งที่ต้องการก็เหมือนกับคณะอื่น ๆ คือ อาหารเช้า-เพล น้ำปานะ จึงขอเชิญชวนพุทธบริษัทไปร่วมถวายภัตตาหารได้ ใกล้ที่ไหนไปที่นั้น บุญใหญ่ ๆ แบบนี้หายาก ปีหนึ่งมีครั้งเดียว

ส่วนเรื่องเล่าขานเรื่องผีดุที่สวนไผ่นี้ก็ไม่ต่างจากแคมป์สน แต่ที่แตกต่างสวนไผ่เป็น “ผีผู้หญิง” แต่หากจะว่าไปแล้วหลายปีมานี้เรื่องผี ๆ ทั้ง 2 ที่ ไม่ค่อยได้ยินพูดถึงกันแล้ว ไม่เหมือนสมัยที่ผู้เขียนเป็นพระนิสิตทั้ง 2 แห่งนี้ พระนิสิตไม่อยากจะไปปฎิบัติธรรมกัน

สำหรับคณะมนุษยศาสตร์  ปีนี้โชคดีคงจับฉลากได้ที่สบายหน่อยคือ จัดที่สวนกลางวังน้อย เรื่องสถานที่อาจจะสบาย เพราะคงไม่ต้องทนแดด ทนหนาว เหมือนกับต่างจังหวัด ส่วนคณะพุทธศาสตร์ผู้เขียนไม่มีข้อมูล แต่หากเดาไม่ผิดน่าจะเป็นมหาจุฬาอาศรมที่สระบุรี

การปฎิบัติธรรมแบบนี้ถือว่า “เป็นเสน่ห์” ของการเรียนในมหาวิทยาลัยสงฆ์ คือ ไม่ให้นิสิตหลงอยู่กับปริยัติอย่างเดียว ต้องปฎิบัติด้วยมันจึงจะครบเรื่องในความเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา และเพื่อน ๆ ผู้เขียนหลายคนหลังจากจบออกมาแล้ว บางรูปก็เป็นพระสายวิชาการสอนหนังสือ บางรูปเป็นเจ้าอาวาส และมีอีกหลายรูปหันไปอยู่ในป่า หันตัวเองมุ่งปฎิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น

และเสน่ห์อีกประการหนึ่งของการศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์คือ การปฎิบัติงาน หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า เป็นข้อบังคับอย่างเคร่งครัดของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งคือ พระนิสิตทุกรูป หลังจากจบปี 4 แล้วต้องปฎิบัติศาสนกิจเป็นเวลา 1 ปี จึงถือว่าจบการศึกษาที่สมบูรณ์ หลังจบภาคการศึกษาครบ 4 ปีแล้ว หากไม่ปฎิบัติศาสนกิจสภามหาวิทยาลัยไม่อนุมัติให้จบ

อนาคตพระนิสิตเหล่านี้ถือว่า เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนา ปัจจุบันอดีตพระนิสิตมหาจุฬา ฯ บางรูปเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการผู้กำหนดทิศทางกิจการพระพุทธศาสนา และทุกรูปก็เคยผ่านมาในลักษณะแบบนี้ และทุกรูปก็ต้องปฎิบัติธรรมแบบนี้ ซึ่งบางคนบอกว่าคือ “การเข้าค่ายฟอกจิต” ปีละครั้ง

อันนี้เล่าให้ฟัง..พร้อมกับเชิญชวนท่าน ๆ ทั้งหลายให้ไปร่วมกันถวายน้ำปานะ ถวายภัตตาหารเช้า -เพล ให้พระอาจารย์สอนกัมมฐาน พระนิสิตที่ไปร่วมปฎิบัติธรรมตามวันและสถานที่ที่ผู้เขียนได้กล่าวเอาไว้ ส่วนอานิสงส์ การถวายภัตตาหาร น้ำปานะ สำหรับพระกัมมฐาน คนปฎิบัติธรรมคงไม่ต้องอธิบาย เพราะแค่ท่านนึกอยากไปร่วมทำบุญ..ใจก็เบิกบานแล้ว

พระลีลา กรุวัดถ้ำหีบ จ.สุโขทัย เนื้อตะกั่วสนิมแดง

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/607959

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 07:10 น.

พระลีลา กรุวัดถ้ำหีบ จ.สุโขทัย เนื้อตะกั่วสนิมแดง

โดย อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

วันนี้มาชมพระกรุเก่าแก่ของจ.สุโขทัย ที่ได้รับการยกย่องจากวงการนักกสะสมพระกรุว่ามีพุทธลักษณะงดงาม เส้นสายมีความชดช้อย มีความอ่อนไหว ถือว่าเป็นศิลปะสกุลช่างสุโขทัยบริสุทธิ์โดยแท้จริง  และเด่นมากเมื่อเทียบกับพระลีลากรุอื่น มาชมพระลีลากรุวัดถ้ำหีบ เนื้อตะกั่วสนิมแดงซึ่งมีน้อยที่สุดและหาชมได้ยากกันครับ

เป็นเรื่องแปลกที่ว่า แม้พระลีลา กรุถ้ำหีบนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่สุโขทัย แต่จะหาชมได้ยากยิ่งในพื้นถิ่น ตอนที่แตกกรุมาใหม่ๆ ไม่แพร่หลายในจ.สุโขทัย  จึงเป็นข้อสันนิษฐานว่า หลังจากขุดพบแล้วน่าจะหลุดไปยังนักสะสมนอกจังหวัดเป็นส่วนใหญ่

ในด้านของพุทธคุณเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเลิศในด้านการงาน เพราะทั้งชื่อของลีลา ก้าวย่างไปข้างหน้า อีกทั้งเรื่องเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ครบเครื่อง ทำให้ ในอดีตนั้น พระลีลา วัดถ้ำหีบ ได้รับความนิยมจากนักสะสมพระเครื่องบูชาขึ้นคอมาตลอด แต่พอมาห้วงปัจจุบัน กลับกลายเป็นของสะสมเท่านั้นอาจเป็นเพราะขนาดขององค์พระซึ่งใหญ่พอสมควรนั่นเอง

พระลีลา วัดถ้ำหีบ ที่พบมีทั้งหมด 3 พิมพ์คือพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์ข้างเม็ด ส่วนเนื้อที่พบกันมาก คือเนื้อดินและเนื้อชิน และเนื้อตะกั่วสนิมแดงซึ่งมีน้อยที่สุด หาชมได้ยาก ทางด้านเนื้อหาของเนื้อดินจะมีทั้งหยาบและละเอียด ที่มีการล่องชาดและปิดทองมาแต่ในกรุก็มี, เนื้อชินก็มีจำนวนน้อยมาก ยิ่งเนื้อตะกั่วสนิมแดงแบบองค์นี้ไม่เคยผ่านตามาก่อน เพิ่งมาพบเห็นองค์นี้แหละครับ

ด้านหน้าองค์ไล่ส่องดูจะเห็นไขที่คลุมองค์พระอยู่ อันเป็นลักษณะของสนิมไขที่คลุมเนื้อตะกั่วสนิมแดง ซึ่งปรากฏทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ลักษณะของสนิมไขเช่นนี้แหละครับ ที่อยากให้ส่องและเข้าใจ เป็นสนิมไขธรรมชาติ เกิดขึ้นเพราะปฏิกิริยาของความร้อนสะสมมาเป็นเวลานานในกรุที่บรรจุ

พระลีลากรุวัดถ้ำหีบทั้งหมดที่ค้นพบมักมีสภาพที่สมบูรณ์แทบทุกองค์ แทบไม่เห็นพระชำรุดเลย อาจเนื่องเพราะกรุที่บรรจุมีความมิดชิดและแข็งแรง องค์พระที่บรรจุอยู่จึงไม่ได้รับผลกระทบเลย

วัดถ้ำหีบ เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย และการค้นพบในภายหลัง สภาพวัดก็ทรุดโทรมมากไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมเลย  จึงเหลือเพียงสภาพปรักหักพัง ไม่หลงเหลือร่องรอยแห่งความยิ่งใหญ่ครั้งอดีตไว้เลย

การค้นพบพระลีลาถ้ำหีบนั้น เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2492 จากชาวบ้านที่ขึ้นไปค้นพบไหเคลือบภายในถ้ำบริเวณวัดร้างบนเขากิ่วอ้ายมา เมื่อเปิดออกดูจึงพบพระปางลีลา มีทั้งเนื้อดินเผา เนื้อชิน เนื้อตะกั่วสนิมแดง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพระลีลาทั่วไป

พระลีลาถ้ำหีบเป็นพระพิมพ์แบบครึ่งซีก ความสูงประมาณ 8 ซ.ม. และกว้างประมาณ 2.5 ซ.ม.พิมพ์ทรงเป็นรูปยาวรี ยอดแหลม เส้นกรอบดูมีสองชั้น องค์พระตัดตามขอบ พุทธลักษณะองค์พระประทับยืน แสดงปางลีลา อยู่บนฐานเขียงชั้นเดียว อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะยุคสุโขทัย

พระเกศเฉียงไปด้านซ้ายขององค์พระ เป็นแบบเกศปลี อยู่บนมุ่นเมาลีอีกชั้นหนึ่ง พระพักตร์เป็นรูปไข่ลักษณะยาวรีแบบ หน้านาง ตามแบบศิลปะสมัยสุโขทัย พระเนตรลักษณะยาวรี พระนาสิกโด่งเป็นสัน พระโอษฐ์พริ้ม ลักษณะใกล้เคียงกับปากมนุษย์ พระกรรณยาวลงมาจรดพระอังสา  พระกรข้างขวาทอดลงตามลำพระองค์ ส่วนพระกรข้างซ้ายยกขึ้นและผายฝ่าพระหัตถ์ออก แสดงปางห้ามพระไม้แก่นจันทน์ได้อย่างอ่อนช้อยงดงาม

ลักษณะการก้าวย่างนั้น พระบาทข้างซ้ายทรงอยู่ ส่วนพระบาทข้างขวายกขึ้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงพระอิริยาบถว่ากำลังเสด็จพระราชดำเนิน มีลักษณะเป็นพระลีลาก้าวย่างไปข้างหน้าทางด้านซ้าย ปรากฏลายเส้นแสดงให้เห็นเป็นพระสังฆาฏิต่อลงมาจากพระกรข้างซ้ายขนานลงมาตามลำพระองค์ลากยาวลงเป็นชายจีวร เห็นรอยชายสบงและชายจีวรด้านล่างเป็นมิติคมชัด นอกจากการค้นพบที่วัดถ้ำหีบแล้ว ยังพบที่กรุวัดเขาพระบาทน้อย วัดเขาพระบาทใหญ่ วัดเขาสะพานหิน และกรุเจดีย์งาม แต่ทั้งหมดทุกกรุความงดงามก็ยังสู้กรุวัดถ้ำหีบไม่ได้เลย

ส่องเทรนด์ทำเงิน 3 สาย 9 อาชีพโกยรายได้ไม่ง้อใบปริญญา

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/608636

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 07:27 น.

ส่องเทรนด์ทำเงิน 3 สาย 9 อาชีพโกยรายได้ไม่ง้อใบปริญญา

คิดแล้วทำ…โกยรายได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ สำหรับคนที่มีเวลาว่าง นี่คือ 9 งานอดิเรกที่มีโอกาสสร้างรายได้ ฝึกฝนทักษะอาชีพ เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต

สายสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

Blogger-Influencer  ช้อปปิ้งเที่ยวเก่งเม้าเก่งอ่านเก่งคนที่มีความสามารถด้านการเล่าเรื่องและมีความสนใจเฉพาะทางไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านสุขภาพความงามหรือการท่องเที่ยว เว็บไซต์ของตัวเองเป็นคลังสะสมผลงานรูปแบบใหม่ที่ได้รับความสนใจ ต่อยอดไปเป็น Influencer สร้างรายได้จากสปอนเซอร์ตั้งแต่ หลักพันจนถึงหลักแสน

ล่าม – นักแปล  คนรักภาษาอังกฤษสามหนอนสายสิญจน์ที่ได้รับทักษะการอ่านและการสร้างรายได้มากขึ้นสำหรับนักศึกษาที่จะเลือกรับงานแปลบทความที่น่าสนใจ ส่วนที่เรียนภาษาอยู่แล้วการรับงานแปลเป็นล่ามตามงานอีเว้นท์งานสัมมนาจะทำเงินแล้วยังมีโอกาสได้รับงานที่ดีและเพิ่มพูนทักษะภา osa ของตัวเองให้แน่นขึ้นอีกครั้งมีทักษะมากขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่มค่าแรงก็สูงขึ้นตามไปด้วยและยังคงมีต่อยอดจากประสบการณ์ไปเป็นนักเขียนนักข่าวต่างประเทศได้อีกด้วย

ไกด์นำเที่ยว  ประเทศไทยยังคงติดสินบนเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอยู่เสมอเป็นจุดแข็งของคนไทย แต่ที่ใดบ้างไกด์นำเงินเข้ามาอาจมีค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพอาสาสมัครเข้าร่วมงานสังคมในมหาลัยหรือเป็นผู้ช่วยไกด์เพื่อ สั่งสมประสบการณ์และได้ฝึกภาษาในตัวเรานอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติไปพร้อม ๆ กัน การศึกษาประวัติศาสตร์เพราะเป็นไกด์นำมาซึ่งความรู้รอบตัวและการออกนอกพื้นที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ก็จะมีค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ แบบตามลักษณะการท่องเที่ยวเช่นไกด์ทัวร์คนเดินป่าและชมสถานที่ทางวัฒนธรรม สนุกกับอาชีพนี้แน่นอน

สายการงานพื้นฐานอาชีพ

รับ Pre-order  ต่อเก่งขายเก่งหิ้วเก่งลองรับ Pre-order สินค้ารับฝากซื้อสินค้าแล้วเรานำ มาส่งต่อให้โดยคิดค่าบริการอาชีพนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเห็นได้จากตามเพจเฟซบุ๊กอินส ร้านค้าเรามักจะเจอคอมเมนต์“ รับหิ้ว” เป็นจำนวนมากที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก ือเมื่อสินค้าลดราคาจากแบรนด์ดังแล้วก็เป็นของตัวเองในรูปแบบโซเชียลและเพื่อให้คนรู้จักรู้จักอาหารที่อร่อยก็คือการสร้างตัวเองขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นช่องทางใน การติดต่อลูกค้าจะได้รู้ถึงพื้นฐานการเซลลวง

ช่างภาพขายภาพ ในยุคก่อนใครก็สามารถโปรโมทผลงานภาพถ่ายของตัวเองผ่านทางเว็บไซต์ช่างภาพไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเสนอผลงานของตัวเองผ่านทางลูกค้า รับภาพจากตัวแทนขายภาพออนไลน์อย่าง Shutterstock, Istockphoto, photolia งินโอนเข้าบัญชีหลังจากมีคนมาซื้อได้เลยถ้าใครมั่นใจว่ามีส่วนร่วมในการถ่ายภาพมืออาชีพนี้ก็น่าสนใจเพราะความพิเศษของรูปถ่ายที่ไม่มีวันหมดอายุสามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงลูกค้าทั่วโลก ราคาอาจพุ่งไปหลักแสนเลยก็ได้

ครู  สอนความรู้ติวเข้มข้อเสนอการสอนโดยทำคลิปวิดีโอสอนผ่าน Youtube หรือ Facebook Live และช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ขึ้นเมื่อเรานำคลิปวิดีโอสอนออนไลน์ไปขายผ่านเว็บไซต์ที่รวบรวมบทเรียนออนไลน์หลาย ๆ ภาคส่วนที่จะหักออกได้ส่วนแบ่งเข้าสู่เว็บไซต์ที่ให้บริการส่วนที่ล่าช้า ่งข้อดีของการสอนออนไลน์แบบนี้ก็คือเราจะมีนักเรียนที่หลากหลายวัยและมาจากต่างประเทศยิ่งทำให้ผู้สอนต้องพัฒนาเทคนิคในการสอนอยู่ตลอดเวลาฝันใครอยากเป็นครูอาจารย์นักวิชาการพยายามรับจากการเป็นติวเตอร์ ดูได้เลย

สายอาร์ทสร้างเสริมลักษณะนิสัย

นักกีฬา E-Sports  ถูกจัดให้เป็นกีฬาประเภทต่างๆจากคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยและมีสมาคมไทย E-Sports เป็นกีฬาที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกีฬาประเภทนี้เป็นเกมที่น่าสนใจมากขึ้น ร้ายเสมอกลับกันสามารถฝึกสมองการวางแผนและการเล่นเกมให้ทีมเวิร์คจากเกมเมอร์ได้ก้าวเข้าสู่วงการนักกีฬา E-Sports ้ก็เป็นวีรบุรุษของ Newerth และ League of Legends ที่สำคัญคือต้องหมันฝึกซ้อมกลยุทธ์การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินรางวัลที่ได้รับสูงถึงล้านบาท โดยเฉพาะ

บาริสต้า ผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มและเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็ยังต้องหมั่นเพียรหมั่นหาความรู้ด้านกาแฟและเทคนิคต่างๆ สายพันธุ์กาแฟอยู่เสมอเป็นเรื่องดีที่จะได้รับการเก็บเกี่ยวในอนาคตเราจะมีโอกาสได้เปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง ่อยอดธุรกิจทำเงินก็เป็น ได้

นักวาดรูปสติ๊กเกอร์ไลน์ ประเทศไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกในการส่งสติ๊กเกอร์ที่มีคาสิโนที่น่าทึ่ง แต่กลับกลายเป็นว่าได้รับความนิยม สื่อสารแล้วยังช่วยสร้างอาชีพเมื่อมีโอกาสเปิดโอกาสให้นักวาดทั่วไปสามารถออกแบบสติ๊กเกอร์เพื่อขายในระบบได้ ีผู้ช่วยออกแบบและวาดรูปสติ๊กเกอร์ยอดนิยมดาวน์โหลดได้มากมายหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมหรือไม่ก็ตาม เดือนเลยทีเดียว

 

ภาพ Freepik

หมอช้างเปิดดวงครบ 12 ราศี ปี 2020

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/608144

  • วันที่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 08:08 น.

หมอช้างเปิดดวงครบ 12 ราศี ปี 2020

เปิดคำพยากรณ์ดวงชะตาปี 2020 ครบทั้ง 12 ราศี การเงิน การงาน ความรัก สุขภาพจะเป็นอย่างไร โดย “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” (มีคลิป)

ราศีมังกร มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องงานและเงิน ช่วงต้นปีจะเหนื่อยหน่อย แต่เป็นราศีดวงขึ้นๆ ลงๆ เอาตัวรอดได้ ต้องระวังเรื่องสุขภาพ มีโอกาสลงทุน ความรักเริ่มต้นใหม่ เรื่องคู่จะมีข่าวดี

ราศีกุมภ์ ราศีคนรวยปี 2020 การเงินดีขึ้น รายได้มากขึ้น มีโอกาสการทำงานใหม่ที่ดีขึ้น หลังสงกรานต์ระวังรายจ่ายก้อนโต เตือนเรื่องสุขภาพ ทั้งญาติผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด ความรักอาจเจอรักแบบบังเอิญ

ราศีมีน เหนื่อยมากในปี 2020 แต่จะมีข่าวดีดวงพลิกไปทางที่ดี มีโอกาสก้าวหน้าเรื่องงาน ศัตรู คนคิดร้ายจะออกจากชีวิตไป และเริ่มสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น ส่วนความรักมีลุ้นสละโสด คนรอบตัวอาจเปลี่ยนสถานะเป็นแฟน รกาเงินมั่นคงจากน้ำพักน้ำแรง

ราศีเมษ หลังเจอเรื่องเครียดและศึกหนัก ชีวิตเหมือนเจอทางแยก แต่ปี 2563 ดวงดาวดีเข้ามาส่งผลเรื่องงาน เกิดความก้าวหน้า  เป็นราศีที่งานรุ่งปี 2020 งานลงตัว มั่นคง อาจได้บ้านใหม่ ทำธุรกิจใหม่ เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมแล้วดี ครึ่งปีหลังและปลายปีเสียเงินหนัก

ราศีพฤษภ ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของดวง จะเหนื่อยพอสมควร เจอทั้งพระราหูและดวงไม่หนุนนำ แต่โชคยังดีที่เป็นราศีมีความอดทน ต้องระวังการเปลี่ยนแปลงเรื่องงานแบบกะทันหัน ระวังเรื่องสุขภาพทั้งตัวเองและคนในครอบครัว เรื่องงานเกี่ยวกับออนไลน์และเดินทางจะรุ่ง เรื่องความรักช่วงครึ่งปีหลัง อย่าไปยุ่งกับธุรกิจสีเทาเพราะปัญหาจะตามมา

ราศีเมถุน ราศีดวงรุ่งปี 2020 หลังเจอเรื่องหนักๆ ปีหน้าจะมีตัวช่วยให้จังหวะของงานและอุปสรรคหมดไป ปัญหาคลี่คลาย ดาวเสาร์และราหูจะหมดไป แต่จะไม่ดีตลอดทั้งปี บางช่วงต้องขยันตั้งใจและความสำเร็จจะราบรื่น ความรัก คนไม่ดีจะออกจากชีวิตไป สุขภาพจะดีขึ้น การเงินมีเกณฑ์เสียเงินก้อนโตแบบจำเป็น

ราศีกรกฎ มีการเปลี่ยนแปลง อาจมีเรื่องใหญ่ที่ต้องตัดสินใจในการทำงาน เพราะมีอุปสรรคและปัญหารออยู่ ดวงแรงหลังสงกรานต์ จะได้รับข้อเสนอใหม่ แต่ความสำเร็จจะตามมาให้ใจเย็นๆ เรื่องเงิน ระวังการโกงและทุจริต โดยอาจค้นพบความจริง ต้องระวังเรื่องเอกสาร ต้องสู้ต้องลุยต้องตัดสินใจ

ราศีสิงห์ จะมีความก้าวหน้าในเรื่องงานช่วงกลางปี แต่ต้องระวังเรื่องการใช้ชีวิตที่พอดี ระวังหลังสงกรานต์ อาจมีศัตรูและทำอะไรใหม่อาจติดขัดบ้าง ควรงดการออกหน้า อยู่เบื้องหลังจะดี แล้วทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่จะผ่านไปได้ ปีหน้าเหมาะขยับขยายครอบครัว แต่งงาน หรือมีลูก

ราศีกันย์ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น งานวุ่นวายน้อยลง หากจะขยับขยายก็มีตัวช่วยเข้ามา ดวงเหมาะทำธุรกิจและลงทุน การเงินมีโอกาสลงตัว อาจไม่ได้รวย แต่จะดีกว่าที่ผ่านมา มีรายได้มาหมุนเวียน ส่วนความรักก็จะหวาน 2020 ใครมีคู่และอยากมีบุตร เป็นปีที่มีข่าวดีเข้ามา

ราศีตุลย์ มีข่าวดี เป็นปีแห่งการสานต่อ ไม่มีดวงดาวร้ายๆ เข้ามา แต่ต้องระวังเรื่องงานจะมีปัญหา เพราะดวงขัดแย้งกับหุ้นส่วนมีเข้ามา แต่จะมีโชคจากการทำธุรกิจ เรื่องความรักเฉยๆ

ราศีพิจิก ราศีดวงแรง การเงินจะดีขึ้นรับทรัพย์ได้เงินก้อน รวยทั้งเงินและรายได้ และยังมีโอกาสในโชคลาภ ยิ่งทำยิ่งลุยโอกาสได้ผลตอบแทนเข้ามาแน่นอน หากไปยุ่งด้านมืด อบายมุข สิ่งผิดกฎหมาย อาจมีเรื่องฟ้องร้องคดีความได้ ความรักไม่แข็งแรงจะมีปัญหา ต้องอาศัยการเรื่องรู้

ราศีธนู ราศีคนรวยแห่งปี 2020 จังหวะการเงินดีขึ้ มีข่าวดีการเงิน ดวงดาวการเงินเข้ามาตลอดทั้งปี งานทำให้โอกาสได้เงินก้อน จะมีรายจ่าย ขยายบ้าน ที่ทำงาน ยิ่งขยันยิ่งตั้งใจความสำเร็จรออยู่ เรื่องความรักเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใครโสดและอยากแต่งงานเป็นจังหวะที่ดี สุขภาพดี

 

 

ที่มา MorchangTv

ภาพ Freepik

3 อาการออฟฟิศซินโดรมยอดฮิต แก้อย่างไรให้หายขาด

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/590766

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

3 อาการออฟฟิศซินโดรมยอดฮิต แก้อย่างไรให้หายขาด

ชวนสำรวจ 3 กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อย พร้อมแนวทางการรักษาที่ตรงจุด

ปัจจุบันด้วยไลฟ์สไตล์และรูปแบบการทำงานที่อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะนั่งบนโต๊ะทำงาน นั่งในรถ ซ้ำร้ายหลายคนยังผูกติดอยู่กับจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้เกิดกลุ่มอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งในประเทศไทยพบผู้มีอาการเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 55 เป็นร้อยละ 60 แต่ในประเทศพัฒนาแล้วกลับพบมากถึงร้อยละ 80 และมักพบในช่วงอายุวัยทำงานคือ อายุระหว่าง 26-44 ปี

กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อยมี 3 ระบบ ได้แก่

  1. อาการทางระบบการมองเห็น อาการในกลุ่มนี้เกิดจากการมองจอคอมพิวเตอร์นานๆ หรือนั่งทำงานอยู่ในตำแหน่งที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม
  2. อาการทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการนั่งทำงานในห้องปรับอากาศที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือห้องที่มีมลภาวะจากหมึกเครื่องพิมพ์ หมึกเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น
  3. อาการทางระบบกล้ามเนื้อ เป็นอาการที่พบได้บ่อยสุด ส่วนใหญ่มาด้วยอาการปวด หรืออาการเมื่อยล้า ในรายที่เริ่มเป็นใหม่ๆ จะมีอาการเฉพาะช่วงพัก ช่วงเว้นว่างที่ไม่ได้จดจ่ออยู่กับการทำงาน หรือช่วงเวลาก่อนนอน ส่วนผู้ป่วยรายที่มีอาการหนักขึ้นอาจมีกล้ามเนื้อหดเกร็งค้าง ล็อกข้อไว้ ทำให้เกิดอาการเจ็บแปลบขึ้นมาขณะเคลื่อนไหวร่างกายส่วนนั้นๆ บางรายมีความรู้สึกคล้ายอาการชา และรู้สึกยิบๆ บริเวณผิวหนังร่วมด้วย อาการทางระบบกล้ามเนื้อเหล่านี้เกิดจากการปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยกว่าปกติ มักเกิดขึ้นที่บริเวณ คอ บ่า ไหล่ มากที่สุด รองลงมาคือหลังส่วนล่าง ส่วนบริเวณข้อมือและแขน จะพบมากเป็นอันดับสาม

แนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม

  • เลี่ยงการนั่งในรถและนั่งท่าเดิมๆ บนโต๊ะทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ลดปริมาณงาน เวลาการทำงาน ควรลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสาย ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ
  • งดความเครียดของตัวเองด้วยวิธีบำบัดต่างๆไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การฟังดนตรี จนถึงการปรับสู่อิริยาบถนอน เป็นต้น
  • แก้ไขท่านั่งทำงานและท่านั่งขับรถให้ถูกต้อง
  • บอกลาอาการปวดโดยยืด เหยียด กด ประคบ ด้วยการออกแบบท่ากายบริหารเหยียดยืดกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการ การนวดกดจุด หรือการใช้เครื่องมือประคบทางกายภาพบำบัด
  • ปรับท่าด้วยการออกแบบท่าทางเพื่อให้ร่างกายส่วนนั้นๆ ได้เปรียบเชิงกลขณะทำงาน
  • การสอดแทรกท่ากายบริหารเพื่อเพิ่มความคงทนของกล้ามเนื้อที่มีอาการเข้าไปในการออกกำลังกายประจำวัน
  • การรักษาด้วยการดัดข้อ การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยเข็ม ฝังเข็ม หรือฉีดยาลงบนกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการ

ภาพ  freepik

10 อาชีพในไทยที่อาจไม่ได้ไปต่อในปี 2020

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/608040

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 07:47 น.

10 อาชีพในไทยที่อาจไม่ได้ไปต่อในปี 2020

อาชีพที่คนไทยเสี่ยงตกงานในปีหน้า จากการคาดการณ์รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน

2020 ปีแห่งเทคโนโลยีที่มีหลายเรื่องน่าเป็นห่วง และหลายเรื่องที่น่าจับตาทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ด้วยการผงาดของปัญญาประดิษฐ์ได้ก่อให้เกิดการดิสรัปต์ และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

คุณธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน ได้มีการคาดการณ์และระบุ 10 อาชีพที่มีความเสี่ยงจะตกงานในปีหน้า ดังนี้

1. กลุ่มธุรกิจสื่อที่เป็นเอกสาร : เพราะอนาคตพวกกระดาษเอกสาร จะไม่ถูกใช้อีกต่อไป

2.กลุ่มสื่อสารมวลชนทุกแขนง วิทยุ นิตยสาร โทรทัศน์ : เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และจะยิ่งอันตรายกับสื่อที่ยังไม่ยอมปรับตัว

3.กลุ่มโปรดักส์ที่ตกยุค : เช่น CD, VCD

4.อาชีพที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน : พนักงานจำนวนมากจะตกงาน เพราะคนส่วนใหญ่หันไปใช้แอป

5.อาชีพขายประกันภัย

6.อาชีพขายตรง : เพราะเดี๋ยวนี้คนหันไปขายกันบนออนไลน์หมดแล้ว

7.ธุรกิจกลุ่มยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป : จากที่เคยใช้ชิ้นส่วนจำนวนมากจะหายไป ทำให้แรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจะตกงานมากขึ้น

8.งานเคาน์เตอร์เซอร์วิส : จะถูกแทนที่ด้วยกลไกดิจิทัลแทน

9.อาชีพอาจารย์บางสาขา : เพราะเดี๋ยวนี้มีการเรียนออนไลน์ และบางสาขาเด็กก็ไม่เลือกเรียนอีกต่อไปแล้ว

10.อาชีพที่เกี่ยวข้องกับเด็กจะหายไปจำนวนหนึ่ง : เพราะเด็กเกิดใหม่น้อยลง และคนโสดมากขึ้น

นอกจาก 10 กลุ่มอาชีพดังกล่าวแล้ว รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน ยังบอกอีกว่ายังมีกลุ่มอาชีพที่อาจอยู่กลุ่มเสี่ยงอีกมากมาย ถ้าเรายังไม่เริ่มที่จะปรับและพัฒนาธุรกิจ หรือตัวเองในเร็ววัน

 

ภาพ Freepik

7 ข้อดีของการออกไปเที่ยว ให้รางวัลชีวิต พิชิตซึมเศร้า

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/607965

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 09:29 น.

7 ข้อดีของการออกไปเที่ยว ให้รางวัลชีวิต พิชิตซึมเศร้า

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมคนเที่ยวบ่อยถึงประสบความสำเร็จมากกว่า ต้องรวยก่อนแล้วค่อยไปเที่ยว หรือเที่ยวไปทำงานไปก็ได้ และเที่ยวแล้วได้พัฒนาตัวเองด้านไหน แล้วจะได้อะไรนอกจากความสุข มาดูกันเลย

1.มุมมองถูกเปิดกว้าง และมองโลกในแง่ดีกว่าเดิม

มีผลวิจัยชิ้นหนึ่ง เผยว่าผู้ที่ทำงานออฟฟิศจำนวนหนึ่งระบุว่า หลังจากที่พวกเขากลับมาจากการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ พวกเขามีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น มีจิตใจที่สดใส และมีพลังมากขึ้น แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือ พวกเขามองโลกในแง่ดี และพร้อมรับมือกับปัญหาต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะระหว่างการเดินทางเราจะได้พบเจอกับสิ่งแปลกใหม่ และความแตกต่างหลากหลาย และนั่นทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้ทัศนคติและมุมมองของเราเปลี่ยนไป ช่วยให้รู้จักยืดหยุ่นและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานของเราโดยไม่รู้ตัว

2.มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นลองคิดดูว่าทุกวันของเราคือการพบพานสิ่งเดิมซ้ำ ทำงานในออฟฟิศเดิม นอนในสถานที่เดิม กินข้าวในละแวกเดิม สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ ลดทอนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์fhวยความคุ้นเคย ถ้าเราอยากมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นก็ต้องพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมเหล่านั้น แล้วพาตัวเองไปพบกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ไปเจอสิ่งใหม่ๆ ลองสิ่งใหม่ๆ ว่ากันว่าการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ นั้นเหมือนกับการกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง คือการย้อนกลับไปใช้ชีวิตโดยสิ่งต่างๆ รอบตัวดูเป็นสิ่งใหม่ไปเสียหมด ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้นี่เองที่จะช่วยให้เราพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และครีเอทสิ่งใหม่ๆ ให้เป็นประโยชน์กับงานได้เช่นกัน

3.ได้พบเจอผู้คน ได้มิตรภาพใหม่ๆ

ทุกครั้งที่เราก้าวออกจากประตู เรามีโอกาสจะรู้จักผู้คนมากมาย คนเหล่านี้อาจเป็นเครือข่ายเพื่อนที่ดีของเราในอนาคต พวกเขาสามารถช่วยเราได้หลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การเดินทาง ที่อยู่อาศัย หรือเรื่องจิปาถะ ซึ่งสิ่งนี้เป็นพื้นฐานที่ดีและมีประโยชน์ต่อการทำงานหากต้องใช้ข้อมูลเฉพาะในท้องถิ่น หรือต้องอาศัยคอนเนคชั่น หรือหลายคนอาจได้เจอคนรู้ใจในระหว่างทริปก็เป็นได้

4.การบริหารจัดการสิ่งต่างๆ จะดีขึ้น

ในการทำงานเราจำเป็นต้องใช้ทักษะในการบริหารจัดการ แล้วรู้หรือไม่ว่า การท่องเที่ยวช่วยให้เพิ่มพูนทักษะดังกล่าวได้ เช่น การวางแผนเตรียมตัวและคาดการณ์ถึงสิ่งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง การจัดการแผนเดินทาง สัมภาระ ที่พัก อาหาร สกุลเงิน กิจกรรมที่ต้องทำ รวมไปถึงดูแลผู้ร่วมทริป นี่แหละคือการฝึกทักษะการบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ในชีวิต

5.ปรับตัวเก่งขึ้น ไหวพริบเป็นเลิศ

เมื่อจะเดินทางไปยังประเทศอื่น เราพยายามที่จะเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหารการกินของคนในประเทศนั้นๆ สิ่งนี้ทำให้มีทักษะในการปรับตัว จากการที่ได้พบเจอกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ในชีวิตการทำงานก็เช่นกัน เมื่อเราทำงานกับผู้คนจำนวนมากก็จะพยายามปรับตัว เรียนรู้สิ่งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หรือแนวทางที่คนอื่นๆ ทำกัน

6.มีพลังและแรงบันดาลใจให้ค้นหาสิ่งที่อยู่ในตัวเองออกมา

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก สุดท้ายเครื่องจะค้างรวน ระบบประมวลผลช้า ซึ่งต้องทำการปิดเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง ก็เหมือนกับสมองของเรานั่นแหละที่ทำงานอย่างหนักโดยไม่หยุดพักเลย จนเบลอและไม่สามารถประมวลผลหรือทำงานได้อย่างเต็มที่ การท่องเที่ยวจะช่วยรีเฟรชสมองให้ปลอดโปร่ง มีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ มากมาย และรับรองว่าคุณจะได้ไอเดียเจ๋งๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน

7.ปลดปล่อยความเศร้า เข้าใจตัวเองมากขึ้นหลายคนบอกว่าพวกเขาท่องเที่ยว “เพื่อค้นหาตัวเอง” แล้วเราจะค้นพบตัวเองได้อย่างไร ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ บางครั้งมันอาจยากที่เราจะมองเห็นตัวเอง แยกออกจากคนใกล้ตัว บางครั้งบางสิ่งที่เราเป็น เป็นเพียงสิ่งที่เราหยิบยืมมาจากผู้อื่น รสนิยม หรือความคิดเห็นบางอย่าง อาจเป็นเพียงเพราะคนรอบตัวเราคิดเช่นนั้น การพาตัวเองออกจากสังคมเดิม จะช่วยให้เราเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น และได้เห็นว่าตัวเองตัดสินใจกับสิ่งต่างๆ อย่างไร จัดการกับปัญหาอย่างไร และได้เห็นจุดเด่นที่เรามีได้ชัดขึ้นเมื่อไม่มีใครให้เปรียบเทียบ การเข้าใจตัวเองมากขึ้นจะช่วยให้เราเข้าใจปัญหา และหาทางออกอย่างถูกต้อง ช่วยลดความเครียด ทั้ยังลดภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย

 

ภาพ Freepik

%d bloggers like this: