Politics

All posts tagged Politics

Future Forward approaches court in Thanathorn loan case #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 28, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30381129?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Future Forward approaches court in Thanathorn loan case

Jan 27. 2020
Jaruwan Saranket

Jaruwan Saranket
By The Nation

Jaruwan Saranket, MP and Future Forward Party executive member, filed a letter with the Constitutional Court today (January 27), asking it to extend the period of explanation by 30 days concerning founder Thanathorn Juangroongruangkit’s loan case brought by the Election Commission, which is seeking dissolution of the party.

The MP produced evidence together with witnesses before the court and explained that the extension is required to appeal for investigation documents from the inquiry committee to obtain information that would be used in legal proceedings.

Future Forward has reportedly requested the information from the Election Commission’s secretary three times but has not received any response.

The party therefore appealed to the Office of Official Information on January 22 to get the correct information on the case but is yet to obtain the material.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ต่ำกว่าชั้นนายพล 40 นาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413167?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ต่ำกว่าชั้นนายพล 40 นาย

27 มกราคม 2563 – 20:50 น.
เวบไซต์ราชกิจจาฯ,โปรดเกล้าฯ,พระราชทานยศทหาร
เปิดอ่าน 284 ครั้ง

เวบไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ต่ำกว่าชั้นนายพล จำนวน 40 นาย

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารต่ำกว่าชั้นนายพล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการ และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ ยศทหาร พุทธศักราช 2479 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหาร ต่ำกว่าชั้นนายพล จำนวน 40 นาย

ทั้งนี้ ลำดับที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 และลำดับที่ 2 ถึง ลำดับที่ 40 ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 ประกาศ ณ วันที่ 21 มกราคม พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน

(ข้อมูลจาก เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา)

(ชมชัดๆ) บิ๊กโจ๊ก ขึ้นเครื่องถึงอินเดียแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413159?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

(ชมชัดๆ) บิ๊กโจ๊ก ขึ้นเครื่องถึงอินเดียแล้ว

27 มกราคม 2563 – 19:54 น.
บิ๊กโจ๊ก,ขึ้นเครื่องถึงอินเดีย,งอินเดียแล้ว
เปิดอ่าน 123 ครั้ง

บิ๊กโจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งยื่นใบลาไปอุปสมบทที่อินเดียทดแทนคุณบิดามารดา ล่าสุดเดินทางถึงวัดไทยพุทธคยา ที่อินเดียแล้ว เข้าพิธีอุปสมบทพรุ่งนี้

คลิปที่ 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  หรือ บิ๊กโจ๊ก ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เซ็นรับทราบคำสั่งห้ามให้ข่าวต่อสื่อมวลชนแล้ว

ปรากฏว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นใบลาเพื่อไปอุปสมบทในวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 9 วัน โดยบินไปในวันนี้ ( 27 มกราคม) ซึ่งการอุปสมบทในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและเรื่องงาน แต่เป็นการบวชทดแทนคุณบิดามารดา เนื่องจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังไม่ได้บวชตั้งแต่เด็ก จึงถือโอกาสลาบวชในช่วงนี้

            ล่าสุด  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางถึงวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดียแล้ว และจะเข้าพิธีอุปสมบทในเวลา 17.00 น. วันที่ 28 มกราคม ตามเวลาประเทศอินเดีย

     

คลิปที่ 2

ตรวจหลักฐานคดี ระเบิดศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413144?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ตรวจหลักฐานคดี ระเบิดศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์

27 มกราคม 2563 – 18:55 น.
ระเบิดศาลพระพรหม,ตรวจหลักฐานคดี,สี่แยกราชประสงค์
เปิดอ่าน 35 ครั้ง

ศาลอาญา กท.ใต้ รับพิจารณาหลังโอนคดีจากศาลทหารฯ ให้อัยการยื่นบัญชีพยาน -จำเลยยื่นคำให้การ รอนัดตรวจหลักฐาน บ่าย ก.พ.-มี.ค.นี้

วันที่ 27 ม.ค.2563 – ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดพร้อมคดีระเบิดบริเวณศาลสักการะพระพรหม แยกราชประสงค์ ปี 2558 คดีหมายเลขดำ อ.2742/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง “นายอาเด็ม คาราดัค” หรือบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด (BILAL TURK MUHAMMED) อายุ 28 ปีเศษ ชาวอุยกูร์-จีน และ “นายไมไรลี ยูซูฟ” (MEI RAI LI YUSUFU ชาวอุยกูร์-จีน อายุ 30 ปีเศษ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทำให้ระเบิด และทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 รวม 11 ข้อหา จากเหตุเกิดระเบิด บริเวณศาลสักการะพระพรหม แยกราชประสงค์ ช่วงค่ำวันที่ 17 ส.ค.2558 และเหตุปาระเบิดจากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน บริเวณท่าเรือสาทร วันที่ 18 ส.ค.2558 โดยคดีเป็นการโอนคดีพิจารณามาจากศาลทหารกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2562

โดยศาลเบิกตัว “นายอาเด็ม คาราดัค” จำเลยที่ 1 และ“นายไมไรลี ยูซูฟ” จำเลยที่ 2 มาจากเรือนจำ ซึ่งตลอดการพิจารณาของศาลทหารฯ เดิม จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้รับการประกันตัว โดยมีทนายความและเสมียนทนาย เดินทางมาด้วย ขณะที่ศาลได้จัดหาล่ามแปลภาษาอังกฤษ และล่ามแปลภาษาจีนกลาง มาพร้อมให้กับจำเลยทั้งสองที่เป็นคนต่างด้าวที่ไม่สามารถฟังและพูดภาษาไทยได้ด้วย โดยจำเลยที่ 1 สามารถฟังและพูดภาษาอุยกูร์ ส่วนจำเลยที่ 2 สามารถฟังและพูดภาษาอังกฤษ-ภาษาอุยกูร์

ขณะที่การเสนอบัญชีพยานหลักฐาน อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 โจทก์ ขอให้ใช้คำฟ้อง , บัญชีพยานและการสืบพยาน ตลอดจนพยานหลักฐานที่อ้างส่งในการสืบพยานของศาลทหารกรุงเทพ เป็นคำฟ้อง บัญชีพยานและพยานโจทก์ในคดีนี้ โดยอัยการโจทก์ แถลงด้วยว่า คดีได้สืบพยานบุคคลไปแล้ว 23 ปาก พร้อมอ้างส่งเอกสารเป็นพยาน 68 ฉบับ ซึ่งจำเลยทั้งสองได้อ้างส่งเอกสารประกอบการถามค้านพยานมาแล้ว 32 ฉบับ โจทก์จึงแถลงขอจัดกลุ่มพยานบุคคลที่จะสืบต่อไปพร้อมทั้งพยานเอกสาร ซึ่งหากมีพยานบุคคลหรือพยานเอกสารที่ฝ่ายจำเลยสามารถรับข้อเท็จจริงได้จะเป็นประโยชน์ในการกำหนดตัวพยานและวันนัดต่อไป

ด้านจำเลยทั้งสอง ก็ได้ยื่นใบแต่งทนายความ พร้อมคำให้การปฏิเสธ ส่วนบัญชีพยานของจำเลยก็อ้างตามที่เสนอในศาลทหารกรุงเทพมาแล้ว ขณะที่เสมียนทนายความจำเลยที่ 2 ที่ได้รับมอบฉันทะจากทนายได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีวันนี้ออกไปก่อน เนื่องจากทนายความจำเลยที่ 2 ติดว่าความที่ศาลจังหวัดหล่มสักในคดีอื่นซึ่งนัดไว้ก่อนหน้านี้ จึงไม่สามารถมาศาลในวันนี้ได้

โดย “ศาล” สอบถามอัยการโจทก์ และศาลได้สอบถามจำเลยทั้งสองผ่านล่ามแปลภาษาแล้วไม่คัดค้านการเลื่อนคดี “ศาล” พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุสมควร จึงอนุญาตให้เลื่อนไปนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 2 มี.ค. 2563 เวลา 13.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากเหตุระเบิด บริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ นอกจาก “นายอาเด็ม คาราดัค” และ“นายไมไรลี ยูซูฟ” แล้ว อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 ยังรับโอนคดีฟ้องจากศาลทหารฯ วันที่ 9 ก.ค. 2562 อีก 1 ราย คือ น.ส.วรรณา สวมสันหรือไมซาเราะห์ อายุ 34 ปีเศษ ภูมิลำเนา จ.พังงา (สมรสอยู่กับสามีที่ประเทศตุรกี) ซึ่งถูกจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปี 2558 ด้วย โดยอัยการยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2743/2562 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ก็ได้นัดพร้อมวันนี้ อัยการโจทก์ , จำเลยและทนายความมาศาล

ขณะที่ศาลให้อัยการโจทก์ จัดทำคำฟ้องและบัญชีระบุพยานตามรูปแบบของศาลยุติธรรมมาเสนอศาลภายใน 15 วัน เช่นเดียวกับที่ให้จำเลยยื่นคำให้การและยื่นบัญชีระบุพยานตามรูปแบบของศาลยุติธรรมเสนอศาลใน 15 วันด้วย ส่วนการประกันตัวจำเลยนั้นให้ยื่นคำร้องปล่อยตัวชั่วคราวใหม่และทำสัญญาประกันใหม่ จากหลักประกันของศาลทหารฯ เดิมที่เป็นโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวม 5 ฉบับ ขณะที่ศาลแจ้งจำเลยให้ทราบด้วยว่าจากอัตราโทษของคดีนี้ ศาลไม่สามารถอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ เนื่องจากขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ( ป.วิ.อ.) มาตรา 172 ทวิ (1) ดังนั้นจำเลยต้องมาศาลทุกนัด โดยคดีนี้ศาลกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 18 ก.พ.2563 เวลา 13.30 น.

วิษณุ เผย บิ๊กโจ๊ก ลาไปอินเดีย หากบวชจริงก็อนุโมทนาสาธุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413136?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

27 มกราคม 2563 – 17:54 น.
วิษณุ,บิ๊กโจ๊ก,ลาไปอินเดีย,อนุโมทนาสาธุ,ปลัดสปน,ลาบวช,อินเดีย
เปิดอ่าน 91 ครั้ง

“วิษณุ” เผย “ปลัดสปน.” รายงาน “บิ๊กโจ๊ก” ลา ไป “อินเดีย” แต่ไม่ได้ระบุ ว่า “บวช” ชี้ หากจริง ก็ อนุโมทนาสาธุ ถือเป็นสิทธิ์ ทำอะไรก็ได้

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2563 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่าพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นใบลาเพื่อขอลาไปอุปสมบทที่ประเทศอินเดีย ว่า ปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาได้รายงานมาให้ตนทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ลาพักผ่อนเพื่อไปอินเดีย แต่ไม่ได้ระบุว่าไปบวช หรือไปทำอะไร ถือเป็นการใช้สิทธิ์ของเขา เขาจะทำอะไรก็ได้ แต่ถือเป็นคนละเรื่องกับการลาบวช เพราะลาบวชมีหลักเกณฑ์ว่า ข้าราชการ 1 คนสามารถลาได้ 1 ครั้งเพียงเท่านั้น และเข้าใจว่าเขาไม่ได้ใช้สิทธิ์ลาบวช ซึ่งการลาพักผ่อนมีสิทธิ์ลาได้ปีละ 10 วัน และเก็บสะสมได้ แต่หากจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวไปบวชก็ไม่ผิด เพราะเมื่อลาแล้วจะไปทำอะไรก็ได้ ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าเขาไปบวชจนกระทั่งสื่อมาบอก​ ซึ่งหากลาบวชจริงก็อนุโมทนาสาธุ

นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม​ การลาครั้งนี้จะไม่กระทบกับการทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่ เพราะตามคำสั่งสำนักนายกฯ ระบุไว้ชัดว่าในระยะนี้ไม่ให้รับผิดชอบงานสำคัญ ส่วนกรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ที่ให้มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ตนทราบเพียงว่าเขามารายงานตัวกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเขาได้รับมอบหมายงานอะไร สำหรับการมาช่วยงานราชการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มีมาตั้งแต่ในอดีต อดีตผบ.ตร.ก็เคยมี บางส่วนได้กลับไปบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้หากมีการสอบสวนเสร็จแล้ว จะต้องให้กลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวโดยตรงกับการสอบสวน และการสอบสวนเป็นหน้าที่ของทางตำรวจ เพราะฉะนั้นต้องประสานกันเองว่าสอบสวนไปถึงไหนแล้ว การสอบนั้นเป็นเหตุหนึ่งที่ต้องออกคำสั่งให้มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่จะกลับก่อนสอบสวนเสร็จ หรือสอบสวนเสร็จแล้วค่อยกลับ หรืออะไรก็แล้วแต่ ตนไม่ทราบ แล้วแต่นายกฯ ที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อไรก็ได้

เมื่อถามว่า การถูกคำสั่งในลักษณะนี้ มองได้หรือไม่ว่าโอกาสที่จะกลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติริบหรี่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่กล้ามอง

ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ส่งหนังสือลาล่วงหน้ามาแจ้งก่อนที่จะมีคำสั่ง สำนักนายกฯฉบับล่าสุด เพื่อแจ้งขอลากิจส่วนตัว ตามกำหนดราชการที่สามารถกระทำได้โดยไม่ได้ระบุสาเหตุของการลาแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ส่งใบลา ถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยตรงเพื่อขอลาพักผ่อน และขอเดินทางไปต่างประเทศ คือประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-9 ก.พ. 2563 ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 23 ม.ค. โดยถูกต้องตามระเบียบราชการ

นายกฯ แถลงยันไทยคุมไวรัสโคโรนาได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413131?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯ แถลงยันไทยคุมไวรัสโคโรนาได้

27 มกราคม 2563 – 17:32 น.
บิ๊กตู่,นายกฯ,แถลงการณ์,ไวรัสโคโรน่า,ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่2019,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 367 ครั้ง

นายกฯ แถลง ยัน รัฐบาลคุมไวรัสโคโรนาได้ ขอให้มั่นใจระบบสาธารณสุขไทยเจ๋ง วอนอย่าเชื่อข่าวปลอม สงสัยสอบถามโดยตรงสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงการณ์กรณีไวรัสโคโรน่า และฝุ่น PM 2.5 ว่า สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกท่าน ตามที่ทุกท่านได้ติดตามข้อมูลข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง กรณีการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส “โคโรนาสายพันธุ์ใหม่” ณ เวลานี้ การคัดกรองและเฝ้าระวัง เป็นไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นระดับ 3 ให้สอดคล้องกับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์โรค ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการต่างๆ อย่างเหมาะสม รวมทั้ง สามารถบริหารจัดการทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และทางทหาร ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวัง ค้นหา และคัดกรอง ณ ช่องทางเข้า-ออกประเทศ ทั้ง 5 สนามบิน และช่องทางอื่นๆ ทั้งทางบก บริเวณชายแดน และทางเรือ ณ ท่าเรือต่างๆ ด้วย เพื่อคัดกรองผู้เดินทางมาจากทุกพื้นที่เสี่ยง อาทิ เมืองอู่ฮั่น กว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง และเมืองอื่นๆ ที่มีการระบาด ตามคำประกาศของทางการจีน

นอกจากนี้ ยังมีความพร้อมในการรักษา ส่งต่อ และการจัดตั้งพื้นที่ควบคุม เมื่อมีความจำเป็น ที่สำคัญ รัฐบาลได้บูรณาการการทำงานร่วมกันของกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ในการรับมือ ป้องกัน และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ ให้กับประชาชนชาวไทย และชาวต่างประเทศในบ้านเรา โดยผมได้เน้นย้ำการชี้แจงสถานการณ์ตามข้อเท็จจริง โดยไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ และยึดหลักการว่า “ชีวิตและสุขภาพของประชาชนสำคัญที่สุด” ขอให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของรัฐบาลอยู่ในระดับมาตรฐานสากล การคัดกรองได้ผลดี พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนี้ 8 ราย ทั้งหมดติดเชื้อจากประเทศจีน โดย 5 รายแรกหายแล้ว แพทย์ให้กลับบ้านได้ ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดี เหลือผู้ป่วยอีก 3 ราย ที่ยังคงรับการรักษาในโรงพยาบาลของเรา

สถานการณ์โดยรวมขณะนี้ถือว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ 100% แต่เราต้องไม่ประมาท เราต้องช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตา ในการเฝ้าระวังและดูแลตัวเอง ให้ความร่วมมือกับทางการโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกันกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ เน้นดูแลสุขอนามัยเรื่อง “กินร้อน ช้อนกลางล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย” ทั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันในความพร้อมของระบบการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีมาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ติดอันดับ 6 จาก 195 ประเทศ จากการจัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของทุกคน ว่าเราเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

สำหรับการเตรียมอพยพชาวไทยในพื้นที่เสี่ยง ณ เมืองต่างๆ จากประเทศจีนนั้น ขณะนี้กระทรวงกลาโหมมีความพร้อมที่จะปฏิบัติได้ทันที ในโอกาสแรกที่ได้รับการอนุญาตจากประเทศจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิดของกระทรวงการต่างประเทศ ปัจจุบัน เราสามารถติดต่อได้กับทุกคน ทั้งในลักษณะบุคคลและการแจ้งการปฏิบัติเป็นกลุ่ม สิ่งที่น่าเป็นห่วง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโรคระบาด คือ “ข่าวปลอม” รวมทั้งแหล่งข่าวที่หวังดี แต่อาจคลาดเคลื่อน รัฐบาลได้วางแนวทางการรับมือ ในการกำหนดช่องทางสื่อสารหลัก เพื่อให้เกิดเอกภาพ และน่าเชื่อถือได้ที่สุด จากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้โดยตรง ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนั้น ผมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคน สื่อโซเชี่ยล ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการแชร์ หรือเผยแพร่ออกไป เนื่องจากจะสร้างความสับสน และตื่นตระหนกในภาพรวมของประเทศได้

ส่วนมาตรการในระยะยาว และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวของแต่ละคน และข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันที่สุด ในรายละเอียดอื่นๆ พี่น้องประชาชนสามารถติดตามข่าวสารได้อย่างต่อเนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะมีการแถลงข่าวทุกวัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายนะครับ

ในส่วนของสถานการณ์ปัญหา “ฝุ่นละออง PM2.5” ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการกำหนดมาตรการและแนวทางการป้องกันมาอย่างต่อเนื่อง และได้ประกาศให้ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติ ออกมาตรการและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนฯ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง หรือแหล่งกำเนิด และการเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบ เครื่องมือ และกลไกการบริหารจัดการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหมกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทวงอุตสาหกรรม และอื่นๆ ทั้งหมดถูกกำหนดอยู่ในแผนปฏิบัติการระยะสั้น และระยะยาว
รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่ากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ใช้ระบบบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Command ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และเข้มงวด ในการกำกับดูแลควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง ทั้งจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง โดยให้รายงานผลการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อรายงานให้รัฐบาลทราบเป็นประจำ “ทุกวัน” ถึงผลการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติรายกิจกรรม

สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น รัฐบาลมีแผนเร่งการพัฒนาระบบโครงข่ายขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงกันทุกระบบ การปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ รวมถึงรถโดยสารสาธารณะ การปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับกำชับให้หน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นตามแผนงานที่กำหนดหรือให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด

สำหรับภาคการเกษตรจะมีการรณรงค์ให้ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตร เพื่อไม่ให้มีการเผา และส่งเสริมเกษตรกรที่ไม่ใช้วิธีการเผา การปรับเปลี่ยนร่องการปลูกพืชการเกษตรให้สามารถใช้เครื่องมือได้ โดยเฉพาะอ้อย โรงงานเอกชนต้องร่วมมือกันจัดหาเครื่องจักรที่มีราคาสูงให้ประชาชนและเกษตรกรใช้ได้ นอกเหนือจากการสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับภาคอุตสาหกรรม จะมีการปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และกำกับดูแลควบคุมการระบายมลพิษอย่างเข้มงวด ทางด้านสาธารณสุข ได้มีการเปิดคลินิกมลพิษเพื่อรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง มีการขอความร่วมมือจัด “ห้องสะอาด” หรือ clean room ตามศูนย์เด็กเล็ก บ้านพักคนชรา และโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมไปถึงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพด้วยตนเอง พร้อมทั้งจัดทำแผนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ

พี่น้องประชาชนครับ แม้ช่วงนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น และในเดือนกุมภาพันธ์ที่เป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศจะแปรปรวน ความกดอากาศอ่อนกำลังลง ก็เป็นอีกช่วงที่เราต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องสำหรับรายละเอียดมาตรการตามแผนปฏิบัติการที่ได้กล่าวข้างต้น พี่น้องประชาชนสามารถ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กรมควบคุมมลพิษ

สุดท้ายนี้ ผมขอเรียนว่า รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์  รวมทั้งการสั่งการต่างๆ ทั้งในเรื่องของไวรัสโคโรนา และฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างเป็นเอกภาพ โดยผมจะกำกับดูแลเองอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการของทุกกระทรวงรายกิจกรรมเพื่อสั่งการเพิ่มเติมได้ทันที จากมาตรฐานตามกฎหมายที่กำหนดไว้เดิม เมื่อจำเป็น โดยต้องร่วมกันแก้ไขทุกปัญหาของประเทศให้เป็นไปในทางเดียวกัน ตามหลักสากลอย่างเข้มงวดและปฏิบัติได้จริง ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขทุกปัญหาของประเทศด้วยดีมาโดยตลอด ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทย รักษาสุขภาพ และช่วยกันดูแลบ้านเมืองของเรา ให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ กลับสู่สถานการณ์ปกติให้ได้โดยเร็ว และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยของทุกคนด้วย นะครับ
ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

บิ๊กตู่ ปลุกสภาอุตฯศรัทธาใน รบ.-ครม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413124?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ ปลุกสภาอุตฯศรัทธาใน รบ.-ครม.

27 มกราคม 2563 – 17:08 น.
บิ๊กตู่,นายกฯ,สภาอุตฯ,ข่าววันนี้,ถามใจสู้หรือเปล่า,ศรัทธา,รบ,ครม
เปิดอ่าน 47 ครั้ง

“บิ๊กตู่” ลั่น “รบ.” ถูกตรวจสอบหมดโดยตลอด แจง ไม่เว้นแต่ละวัน ปลุก “สภาอุตฯ” ศรัทธาใน “รบ.-ครม.” ถาม ใจสู้หรือเปล่า

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2563 – ที่ห้องออดิทอเรียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เขตสาทร กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดสำนักงานใหม่ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อย่างเป็นทางการ โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า เกษตรกรเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยทำให้ไม่มีหลักทรัพย์ ต่อให้รัฐบาลประกาศกี่กองทุนก็กู้ไม่ได้ เพราะถูกขึ้นแบล็คลิสต์ไว้หมดแล้ว ตรงนี้ต้องมาช่วยกันว่าจะทำอย่างไร ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบคนมีรายได้น้อยก็มีความต้องการเหมือนกับทุกคน รัฐบาลพร้อมที่จะให้แต่จะต้องไม่ผิดกติกา ไม่ผิดพันธสัญญาการค้าการลงทุน ไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศในส่วนที่เราทำได้ โดยเรามีมาตรการทางภาษีที่กระทรวงการคลังคุมไว้อยู่แล้ว ถูกประเมินว่าไม่ได้ทำผิดตรงโน้นตรงนี้ ใช้กติกาอันเดียวกันทั้งโลกโดยเฉพาะเรื่องธุรกรรมทางการเงิน

ทั้งนี้ เราจำเป็นต้องหามาตรการใหม่ๆ ที่อยู่ในกรอบกฎหมายหาวิธีการแก้ไข ดำเนินการตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และห่วงโซ่ ทำให้มีประสิทธิภาพและเข้มแข็งมากขึ้น กฎหมายตัวไหนที่ไม่ผิดกติกาข้างนอกก็เสนอมาก็จะแก้ไขให้ ซึ่งตนก็ได้สั่งการกรมบัญชีกลางพิจารณาว่าสูตรเดียวกันสามารถใช้ได้ทั้งหมดเลยไหม เพราะบางทีก็ไม่ได้ บางทีกติกาเดียวก็ไม่สามารถขับเคลื่อนทุกอย่างไปได้ ต้องแยกประเภท ที่มีวิธีการที่แตกต่างกันไป ซึ่งตรงนี้กำลังดำเนินการอยู่

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่ทุกอย่างถูกตรวจสอบอันเดียวกันหมด ทั้งองค์กรของรัฐและองค์กรอิสระมีมากมายหลายอย่าง รัฐบาลถูกตรวจสอบมาโดยตลอด โดนแบบนี้ ชี้แจงไม่เว้นแต่ละวัน ชี้แจงได้ก็ชี้แจงกันไป แต่ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มันเป็นแบบนี้ประเทศเป็นแบบนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า สุดท้ายนี้ขอแสดงความยินดีกับสภาอุตสาหกรรมที่มีที่ทำงานใหม่ๆ เป็นการรวมคนที่คิดใหม่ทำใหม่ ทำให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ นั่นคือความเหมาะสมของการมีที่ทำงานใหม่ เหมือนมีบ้านใหม่อีกหนึ่งหลัง ที่ต้องการเอาคนมาอยู่ในบ้านหลังนี้ให้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เอาคนข้างนอกให้เข้ามาอยู่มากขึ้น แล้วเอาคนข้างในออกไป

“เราร่วมชะตากรรมกันมาเยอะแล้ว ทั้งถูกชื่นชม ถูกบ่น ถูกว่า แล้วเราจะมาทิ้งกันไปได้อย่างไร ผมถึงทิ้งท่านไม่ได้ ท่านก็ทิ้งผมไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละใช่ไหม หรือท่านจะทิ้งก็ตามใจ ผมไม่มีปัญหาเพราะผมไม่ได้ยึดติดอะไร เพียงแต่อยากให้สำเร็จ เมื่อเราลงทุนลงแรงกันมาขนาดนี้ 5 ปีแล้ว ทำไมเราไม่สงสัยกลับไปว่าทำไม 5 ปีที่ผ่านมามันไม่สำเร็จ ผมอยากจะรู้ แล้วรู้ไหมล่ะ ถ้าท่านไม่รู้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันมันไม่สำเร็จ เพราะว่ามันยากง่ายต่างกัน แต่ข้อสำคัญจะทำกันหรือเปล่า เราจะสู้กันต่อไหม เรายังมีแรงศรัทธาต่อกันไหม ผมศรัทธากับท่าน ท่านศรัทธากับผม ศรัทธากับรัฐบาล ศรัทธากับคณะรัฐมนตรี ศรัทธาซึ่งกันและกัน ใจสู้หรือเปล่า สู้ไหม” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้มีเสียงจากผู้ร่วมงานภายในห้องตอบกลับว่า “สู้” ก่อนที่นายกฯ กล่าวว่า “เลยกลายเป็นมาหาเสียง วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันทำต่อทั้งหมดไม่มีใครรุ่นไหนทำได้ทีเดียว เพราะมีการพัฒนามากี่ยุคกี่สมัย” จากนั้นในช่วงท้าย นายกฯ กล่าวฝากถึงสื่อที่นั่งหลังห้องว่า “วันนี้สาระทั้งหมดเป็นเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรม ไม่ใช่เรื่องการเมือง ข้างหลังจำไว้ด้วยว่าพูดเรื่องอะไร อย่ามาถามอีกความขัดแย้ง ถามได้ทุกเรื่อง ถามทุกที่ พอพูดผิดตรงไหนก็เอาแล้ว นั่นแหละทำลายประเทศกันเองวันนี้ว่าจะไม่โมโหแล้ว”

23 ก.พ.เลือกตั้งซ่อมส.ส.กำแพงเพชร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413115?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

23 ก.พ.เลือกตั้งซ่อมส.ส.กำแพงเพชร

27 มกราคม 2563 – 16:49 น.
กกต,เลือกตั้งซ่อม,สสกำแพงเพชร,สส,หย่อนบัตรลง,ลงคะแนน,ข่าววันนี้,อาทิตย์ที่ 23 กพ
เปิดอ่าน 189 ครั้ง

กกต.ประกาศเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร หย่อนบัตรลงคะแนนอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. เปิดรับสมัคร 29 ม.ค.-2 ก.พ.

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2563 – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 23 ม.ค. 2563 นั้น

ในวันนี้คณะกรรมการ กกต.ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง สำนักงานกกต.ขอแจ้งข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตาแหน่งที่ว่าง ดังนี้ โดยกำหนดวันและเวลาในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ.63 เวลา 08.00-17.00 น. และกำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้งในวันพุธที่ 29 ม.ค. – วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. เวลา 08.30-16.30 น. ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 กำหนด

สำหรับพรรคการเมืองที่ประสงค์จะผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่างในเขตเลือกตั้งใดต้องมีสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ในจังหวัดนั้น ให้พรรคการเมืองสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด และการสรรหาให้ดำเนินการตามข้อบังคับของพรรคการเมืองนั้น โดยให้หัวหน้าพรรคการเมืองออกหนังสือรับรองผู้สมัครที่ได้รับการสรรหาตามแบบที่ สำนักงาน กกต.กำหนด

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้คำนวณจากที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง โดยผู้สมัครแต่ละคนต้องใช้จ่าย ในการเลือกตั้งไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

จี้ สภาอุตฯ สแกนโรงงานเลี่ยงกม. ผิดลงโทษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413109?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จี้ สภาอุตฯ สแกนโรงงานเลี่ยงกม. ผิดลงโทษ

27 มกราคม 2563 – 16:38 น.
นายกฯ,บิ๊กตู่,สภาอุตฯ,สแกนโรงงาน,เลี่ยงกม,ผิดลงโทษ,เผาอ้อย,ข่าววันนี้,สั่งปิด
เปิดอ่าน 34 ครั้ง

“บิ๊กตู่” จี้ “สภาอุตฯ” สแกนโรงงานเลี่ยงกม. ผิดลงโทษ หาก “รบ.” สั่งปิดเดี๋ยวจะยุ่ง แนะ “โรงงานน้ำตาล” แก้ “เผาอ้อย” ชี้ คนโกง ยังมีอยู่

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2563 – ที่ห้องออดิทอเรียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เขตสาธร กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดสำนักงานใหม่ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อย่างเป็นทางการ โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว ท่านมีหน้าที่กำกับดูแลให้โรงงานต่างๆ ปฏิบัติตามกฎหมายทุกตัว ใครที่หลีกเลี่ยงต้องลงโทษ ขับออกทำนองนี้ ช่วยรัฐบาลด้วย ถ้าให้รัฐบาลไปปิดไปทำอะไรเดี๋ยวมันจะยุ่งกันใหญ่

ฉะนั้น ท่านไปคัดกรองให้ดี และดูแลกลุ่มเอสเอ็มอีต่างๆ ด้วย เพราะจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่ในกิจกรรมกว่า 10 ล้านคน รวมถึงภาคการเกษตรจะต้องดูแลทุกขั้นตอน การตัดอ้อย เผาอ้อยในวันนี้ก็มีปัญหา รัฐบาลจะใช้เครื่องมือเข้าไปก็ไม่ได้ เพราะปลูกชิดกันเกินไป ด้วยความที่เป็นเกษตรแปลงเล็กว่าเขาไม่ได้ แต่ทั้งหมดเป็นหน้าที่รัฐบาลและผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลที่จะต้องช่วยเขา เพราะเป็นลูกไร่ของท่าน รัฐบาลไม่สามารถจะไปแจกทุกคนได้หมด ท่านต้องรวมแปลงให้ได้ ทั้งนี้ ปัญหาบ้านเราคือเป็นเกษตรแปลงเล็กเกินไป ขณะที่เมืองนอกเขาทำเป็นเอเคอร์สามารถใช้เครื่องจักร ดูแลได้ง่ายในเรื่องระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เขาจัดผังเมืองก่อนคนเข้าไปอยู่อาศัย ต่างจากเราที่เปลี่ยนทุก 5 ปี นี่คือปัญหาผังเมือง เราห้ามทั้งหมดไม่ได้ เพราะเขาคือประชาชนทั้งสิ้น

นายกฯ กล่าวว่า คนไทยไม่ได้น้อยหน้าใคร เขาอาจจะเก่งกว่าเพราะมีประสบการณ์ มีทุนมากกว่า แต่เรามีปัญญา ขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อน ต่อยอด แต่อย่าทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม วันนี้ระบบราชการหลายอย่างดีขึ้น แต่คนที่แย่ๆ อยู่ก็ยังมี โดยเฉพาะการคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งสำคัญ คือ การผิดกฎหมายและการสมยอมซึ่งกันและกัน เพื่ออำนวยความสะดวก เราไปยอมกันอย่างนี้ได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานด้วยความเข้มแข็งเสียสละ ข้าราชการของรัฐต้องเป็นแบบนั้น

“ผมพูดไปเดี๋ยวคนก็บอกว่า นายกฯ สบายแล้วหนิ มันคนละเรื่องกัน ทุกคนก่อนจะมีวันนี้ ก็ต้องก่อร่างสร้างตัวมาทั้งสิ้น เจริญเติบโตด้วยกันมา ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงพื้นฐานครอบครัว ซึ่งมีความแตกต่าง นั้นคือประเทศที่เป็นเสรีประชาธิปไตย จะต้องทำอย่างไรให้เกิดการเผื่อแผ่แบ่งปันกันให้ได้” นายกฯ กล่าว.

บิ๊กตู่ เผยแนวโน้ม ศก.ปีนี้ ฟื้นตัวร้อยละ 3.3 – 3.8 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413100?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ เผยแนวโน้ม ศก.ปีนี้ ฟื้นตัวร้อยละ 3.3 – 3.8

27 มกราคม 2563 – 16:12 น.
ประยุทธ์,บิ๊กตู่,ไม่บังอาจอวดตัว,เก่งกว่าใคร,ขับเคลื่อน,ภาคอุตสาหกรรม,แนวโน้ม ศก,ข่าววันนี้,นายกฯ
เปิดอ่าน 36 ครั้ง

“บิ๊กตู่” เผย ศึกษางาน “สภาอุตฯ” ตั้งแต่ 5ปี ที่แล้ว หวังปรับให้ตรงประเทศ เผยแนวโน้ม ศก.ปีนี้ ฟื้นตัวร้อยละ 3.3 – 3.8 วอนทุกฝ่ายหยุดโจมตี สร้างขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2563 – ที่ห้องออดิทอเรียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เขตสาธร กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดสำนักงานใหม่ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Smart Office & Smart Service” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และให้กำลังใจแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสภาอุตสาหกรรมฯ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะทูตานุทูตและผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่พูดกันตลอดมา ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ประเทศไทยเก่งขึ้น เก่งทุกอย่าง มันเป็นไปไม่ได้ เราต้องเอาเพื่อนของเราไปด้วย ทุกคนต้องช่วยกัน ช่วยและแบ่งปันกันในทุกๆเรื่อง เพราะยิ่งมีการแข่งขันกันมาก คนที่เข้าไม่ถึงในสิ่งที่เราทำให้ก็ไม่สามารถที่จะประกอบการต่อไปได้เพราะมีคนหลายระดับ เราจำเป็นต้องผลิตสินค้า ให้สอดคล้องกับความต้องการคนทั้งประเทศ และทุกระดับรายได้ เนื่องจากทุกคนอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน ถ้าทุกคนกลับเข้ามาสู่ห่วงโซ่เดียวกัน เราจะมีโอกาสเดินไปข้างหน้าได้อีกมากพอสมควร

นายกฯ กล่าวว่า แม้ตนจะไม่เคยทำงานด้านสภาอุตสาหกรรมมาก่อน แต่เวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้ศึกษาในรายละเอียด และทุกการประชุมได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด มีการศึกษา อ่านหนังสือ ติดตามข่าวสารต่างประเทศ และในฐานะที่เป็นนายกฯ ก็พยายามปรับเปลี่ยนให้ตรงกับประเทศของเรา เพราะแต่ละประเทศมีบริบทที่แตกต่างกัน เราจึงต้องหาจุดร่วมให้ได้ ถ้ามัวแต่หาจุดต่างแล้วแข่งขันกันอย่างเดียว บางครั้งก็เดินหน้าไปได้ยากพอสมควร เพราะทุกวันนี้โลกไร้พรมแดน

นายกฯ กล่าวว่า ในการเปิดที่ทำการอุตสาหกรรมแห่งใหม่ครั้งนี้ ตนต้องการที่จะให้ขยายและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย เพราะสมาคมหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม ถือเป็นเครื่องยนต์หลักของรัฐบาลและประเทศ เพื่อใช้ในการเดินหน้า ขับเคลื่อนการอยู่ดีมีสุขของประชาชน เพราะขณะที่เรากำลังเดินหน้าประเทศนั้น ก็มีทั้งวิกฤตและโอกาสแทรกมาโดยตลอด อย่าลืมว่าแต่ละวันมีความแตกต่างกันไป เราจึงต้องร่วมมือกันหาวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมและเป็นไปได้ ตนจึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการด้านการค้าและการลงทุน เนื่องจากเรามีรัฐบาลใหม่ที่มาจากหลายพรรคการเมือง หลายกระทรวง จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะให้มีการประชุมหารือเพื่อสรุปว่าต้องการอะไรจากรัฐบาล และจะทำอะไรที่ร่วมกับรัฐบาล รวมทั้งทำอะไรเพื่อประชาชน

“สิ่งที่ประชาชนเข้าไม่ถึง คือ เรื่องของเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ การที่รัฐบาลให้เม็ดเงินลงไปไม่เพียงพอ อย่าลืมว่าเกษตรกรมีเกือบ 10 ล้านคน คนมีรายได้น้อยมีถึง 14.7 ล้านคน แม้ไม่ได้จนลง แต่ค่าของเงินลดลง ตรงข้ามกับค่าเงินบาท วันนี้สังคมยิ่งเจริญของยิ่งแพง ยิ่งมีรายได้น้อย ยิ่งไปไม่ได้ ดังนั้น เราจึงต้องมาดูเรื่องของเศรษฐศาสตร์ และความเป็นจริงของประเทศ ทุกคนจึงต้องช่วยกัน ผมไม่บังอาจไปบอกว่าผมเก่งกว่าพวกท่าน แต่เราต้องแสวงหาวิธีการ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติให้ได้ผล” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญควบคู่ไปกับเรื่องของการค้า ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ สัดส่วนมวลรวมของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพีของประเทศนั้นสูงกว่าร้อยละ 30 ของจีดีพีทั้งประเทศ เราต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้ง ไม่ร่วมมือ มีปัญหามาโดยตลอด เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ลงรายละเอียดให้ทราบ ทุกอย่างต้องเพิ่มเติมด้วยการเรียนรู้ เราต้องช่วยกันแก้ไข เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ยอมรับไม่ใช่แก้ปัญหาได้โดยง่าย รวมทั้งปัจจัยภายนอกก็มีผลกระทบค่อนข้างมาก ถ้าเราไม่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โจมตีกันไปมาก็จะไม่เกิดอะไรทั้งสิ้น มีแต่จะถอยหลัง ทุกประเทศเป็นแบบนี้ จึงต้องการความร่วมมือ สมัครสมานสามัคคี เราต้องร่วมมือกันยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศเพื่อให้เกิดรายได้ อย่าให้มีใครมาบิดเบือนว่าการที่รัฐบาลทำตรงนี้ เพื่อไปขูดรีดภาษี ยืนยันว่าเป็นกลไกปกติ ถ้าท่านแข็งแรงก็ต้องเสียภาษี ทุกอย่างก็จบ ทุกอย่างต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้การค้าโลกมีแนวโน้มชะลอตัวช้าๆ ผลกระทบจากมาตรการเศรษฐกิจ การกีดกันทางการค้า สองปีที่ผ่านมา วันนี้ได้ข่าวว่ากำลังดีขึ้น ก็ขอให้กำลังใจเพื่อที่ระบบการค้าโลกปรับตัว มีเสถียรภาพมากขึ้นเอื้ออำนวยแก่การฟื้นตัวของทุกๆประเทศ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2563 จะขยายตัวขึ้นร้อยละ 3.3 และร้อยละ 3.8 ตามลำดับ เราก็ต้องร่วมมือกันทั้งโลก เพื่อที่จะให้ขึ้นอย่างน้อยเกินร้อยละ 4-6 แม้เราจะมีการแข่งขันระหว่างกัน แต่ก็ต้องร่วมมือกันให้มากขึ้น ในส่วนของประเทศไทย การขยายตัวยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง เพราะเรายังมีประเทศคู่ค้า มีความแตกต่าง ดังนั้น ถ้ายังมีความขัดแย้งก็จะไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มน่าจะดีขึ้นกว่าปี 2562 ตามแนวโน้มการปรับตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการปรับตัวในทิศทางการค้าและการลงทุน การลดมาตรการกีดกันทางการค้า รวมทั้งแรงขับเคลื่อนของการท่องเที่ยว แต่ก็ต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยวอาจจะมีปัญหาบ้าง เนื่องจากมีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บอุบัติขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาทุกอย่างเราต้องอาศัยความร่วมมือ โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรม ซึ่งใส่เสื้อสีน้ำเงินในวันนี้ เพราะเป็นสีของเงิน ซึ่งเป็นเครื่องจักรในการพัฒนาประเทศ วันนี้เราเร่งรัดการเบิกจ่าย ภายใต้โครงการพื้นฐานสำคัญที่มีกำหนดแล้วเสร็จและเปิดใช้บริการได้ในปี 2563-2564 ซึ่งระหว่างนี้เราก็ต้องมีการลงทุนใหม่

“ขอร้องทุกคนให้ลงทุนในประเทศ อย่าไปรอลงทุนภายในต่างประเทศอย่างเดียว ให้ลงทุนในประเทศของเราด้วย วันนี้รัฐบาลพยายามหามาตรการต่างๆ เพื่อให้สิทธิประโยชน์ หลายคนไม่เข้าใจ โดยเฉพาะผู้บริโภค และต้องดูในเรื่องของราคาสินค้าไม่ให้สูงเกินความเป็นจริง ช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็ง สินค้านำเข้าต้นทุนจะถูกลง จึงควรใช้เวลานี้ในการปรับปรุงเครื่องจักร และผลิตนวัตกรรมใหม่ ถ้ามัวแต่พัฒนาของเดิม ลงทุนแบบเดิมๆ จะไม่เกิดประโยชน์ในอนาคต โดยใช้หลักภูมิคุ้มกันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ การลุงทุนต่างๆจะต้องมีเหตุและผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่ใช่ลงทุนมหาศาล โดยไม่คำนึงถึงผลย้อนกลับ กิจการในบริษัทใหญ่ไม่น่าห่วง เว้นในระดับล่างๆ เห็นคนทำก็ทำตาม ก็จะล้มเหลว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

%d bloggers like this: