Politics

All posts tagged Politics

กมธ.ดีอี ห่วงภัยไซเบอร์ เล็งเชิญกสทช.ถกล้อมคอก

Published September 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388587

กมธ.ดีอี ห่วงภัยไซเบอร์ เล็งเชิญกสทช.ถกล้อมคอก

วันที่ 15 กันยายน 2562 – 11:25 น.
กมธดีอี,ภับไซเบอร์,กสทช,พอเศรษฐพงค์

กมธ.ดีอี ห่วง อาชญากรรมไซเบอร์ระบาดหนัก “เศรษฐพงค์” เผย เตรียมเชิญ “กสทช.” วางมาตรการนำเข้าอุปกรณ์สื่อสารฯ หวั่น ถูกล้วงข้อมูลและควบคุมโดยต่างชาติ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2562 –  พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ว่า ต่อจากนี้กรรมาธิการฯ จะเน้นเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

เนื่องจากปัจจุบันประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย รวมถึงพัฒนาการอินเทอร์เน็ตกำลังก้าวไปสู่การสื่อสารระหว่างทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นผลที่ตามมาจากการเปิดให้มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น ก็คือ ความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาชญากรรมผ่านระบบไซเบอร์ โดยจะใช้โอกาสนี้ เข้าแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ผิดกฎหมายอย่างไร้ร่องรอย

 พ.อ.เศรษฐพงค์ ยังเน้นย้ำว่า ไทยกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G ดังนั้นจึงต้องมีการนำเข้าอุปกรณ์จากประเทศยักษ์ใหญ่ผู้นำด้านเทคโนโลยีในแถบเอเซีย ซึ่งต้องมีความระมัดระวังด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ที่อาจจะเกิดการควบคุมระบบข้อมูลจากต่างชาติ และหากมีการโจมตีทางไซเบอร์ ก็สามารถนำไปสู่การควบคุมระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้ โดยจะเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างร้ายแรง

      พ.อ.เศรษฐพงค์  กล่าวอีกว่า จากนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะต้องตรวจสอบการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกโจมตีและถูกแฮ็คระบบข้อมูล เหมือนที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงเตรียมเชิญสำนักงาน กสทช. ซึ่งทำหน้าที่ในการให้อนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ด้านการสื่อสารทั้งหมด มาให้ข้อมูล เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เหมาะสมต่อไป

Advertisements

สมศักดิ์ ฟิตไกล่เกลี่ยปัญหาลูกหนี้-เจ้าหนี้ สำเร็จกว่า96%

Published September 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388584

สมศักดิ์ ฟิตไกล่เกลี่ยปัญหาลูกหนี้-เจ้าหนี้ สำเร็จกว่า96%

วันที่ 15 กันยายน 2562 – 11:20 น.
สมศักดิ์ เทพสุทิน,ไกล่เกลี่ยเจ้าหนี้-ลูกหนี้,สำเร็จ 96

“สมศักดิ์” ฟิตจัด ลงพื้นที่ช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาลูกหนี้-เจ้าหนี้ เผย สำเร็จกว่า 96% โว ช่วยเสริมสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ

วันที่ 15 ก.ย. 2562 – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน  รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า  ตนเองได้ลงพื้นที่อ.เมือง จ.สุโขทัย โดยได้มากับ กรมบังคับคดี เพื่อเปิดโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ 2562

ซึ่งการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยฯ มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมโครงการรวม 5 หน่วยงาน ได้แก่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน)

โดยมีลูกหนี้ตามคำพิพากษาในเขตพื้นที่รวม 5 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย ตาก พิจิตร พิษณุโลก และอุตรดิตถ์ เข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยทั้งสิ้น 240 เรื่อง ซึ่งไกล่เกลี่ยสำเร็จ 210 เรื่อง ถือเป็น 96.33 %

 นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ได้ช่วยให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ เจรจากันด้วยความพึงพอใจ สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม ซึ่งส่งผลให้ลูกหนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องถูกบังคับคดี หรือถูกฟ้องล้มละลาย

“อีกทั้ง ยังเป็นการอำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย ทำให้เกิดความยุติธรรมอย่างเสมอภาคในทุกชนชั้น และเป็นส่วนช่วยในการเสริมสภาพคล่องทางเศรษฐกิจด้วย” นายสมศักดิ์ กล่าว

ห่วงนักการเมืองแก้ ม.144 รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตนเอง

Published September 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388602

ห่วงนักการเมืองแก้ ม.144 รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตนเอง

วันที่ 15 กันยายน 2562 – 10:51 น.
ซูเปอร์โพล,โยกงบประมาณ,แก้รัฐธรรมนูญ

ซูเปอร์โพลห่วงนักการเมืองแก้ ม.144 รัฐธรรมนูญ 60 หาประโยชน์ตนเอง เปิดช่องโยกงบ

15 กันยายน 2562 สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ม. 144 แห่งรัฐธรรมนูญของคนไทยโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ  

ได้นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ม 144 แห่งรัฐธรรมนูญของคนไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,014 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 10 – 14 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.2 ไม่เคยอ่าน มาตรา 144 แห่งรัฐธรรมนูญปี 60 ในขณะที่เพียงร้อยละ 11.8 เคยอ่าน เป็นเรื่อง การห้าม ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรี ดัดแปลงงบประมาณหรือแก้ไขเพิ่มงบประมาณ เพิ่มรายการ เป็นต้น และที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.0 ระบุเหตุผลที่นักการเมืองต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ เปิดช่องโกง เปิดช่องจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่หาเสียงของตนเอง

ในขณะที่ร้อยละ 47.0 ต้องการให้เป็นประชาธิปไตยมากกว่าที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญฉบับใดเลย ในขณะที่เพียงร้อยละ 7.4 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 40 แบบอ่านบางส่วนถึงอ่านละเอียด ในขณะที่ร้อยละ 6.7 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 50 และร้อยละ 12.7 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 60 นอกจากนี้ เมื่อถามว่า ที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญนั้น ได้อ่านมาแล้วด้วยตนเองหรือ ฟังเขาว่ามา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ไม่ได้อ่านด้วยตนเอง แต่ฟังเขาว่ามา ในขณะที่ร้อยละ 15.6 เคยอ่านด้วยตนเอง

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเพราะประชาชนส่วนใหญ่กำลังสนใจเฉพาะเรื่องใกล้ตัวกระจัดกระจายกันไปเพื่อหาทางให้ตัวเองอยู่รอดได้ ทำให้ไม่ได้มองถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและบ้านเมืองที่ฝ่ายการเมืองมักจะมีวาระซ่อนเร้นในความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 144 ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยอ่านว่าเป็นมาตราที่ป้องกันได้ไม่ให้นักการเมืองหาทางโกงไม่ให้นักการเมืองโยกงบประมาณไปลงพื้นที่หาเสียงของตนอันเป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำ ความแตกแยกและภูมิภาคนิยมที่ประเทศไทยในอดีตถูกนักการเมืองแปรญัตติดัดแปลงรายการโยกงบประมาณเอาใจฐานเสียงของตนเอง ปัจจัยเหล่านี้มีใครบ้างที่จะใส่ใจว่าเป็นต้นตอของความแตกแยก ความขัดแย้งของคนในชาติ

“การบริหารราชการแผ่นดินที่ดีอยู่ที่ข้อมูลที่ดีที่รัฐบาลหลังการยึดอำนาจได้ออกแบบไว้คือการมียุทธศาสตร์ที่ดีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 60 เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติ เพราะการมีข้อมูลที่ดี นำไปออกแบบยุทธศาสตร์ที่ดี นโยบาย แผน ชุดโครงการและโครงการต่าง ๆ ที่ดีได้จึงขอส่งสัญญาณเตือนว่าอย่าไปแตะหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่จะเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายการเมืองขณะมีอำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์และเอางบประมาณลงพื้นที่ฐานเสียงของพรรคพวกตนเอง ดังนั้นการได้มาซึ่งข้อมูลที่ดีจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกชุดต้องจัดเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด” ผศ.ดร.นพดล กล่าว

ปชช.เอือมนักการเมืองทะเลาะกัน แย่งตำแหน่ง ประวัติไม่ดี

Published September 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388595

ปชช.เอือมนักการเมืองทะเลาะกัน แย่งตำแหน่ง ประวัติไม่ดี

วันที่ 15 กันยายน 2562 – 09:53 น.
นักการเมือง,ทะเลาะวิวาท,ประวัติไม่ดี,แย่งตำแหน่ง

ประชาชน สุดเอือมนักการเมือง ทะเลาะวิวาท แย่งตำแหน่ง อภิปรายไม่สร้างสรรค์ ประวัติไม่ดี

15 กันยายน 2562 หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม และ กกต.ประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส.อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 5 เดือนที่ประชาชนคนไทยได้ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาทำงานเป็นผู้แทน เป็นปากเป็นเสียง รวมถึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,233 คน ระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน 2562 สรุปผลได้ ดังนี้

โดยเมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนประทับใจเกี่ยวกับบทบาทของ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามานั้น

อันดับ 1 บอกว่า มีความตั้งใจในการทำงาน ทำหน้าที่ได้ดี    51.48%
อันดับ 2    มีแนวคิดใหม่ ๆ มีนโยบายที่น่าสนใจ     28.35%
อันดับ 3    เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน    22.96%
อันดับ 4    เป็นคนรุ่นใหม่ เป็น ส.ส.หน้าใหม่ ไฟแรง    21.22%
อันดับ 5    มาจากการเลือกตั้ง จากเสียงของประชาชนโดยตรง    17.57%

ส่วนคำถามที่ว่า สิ่งที่ประชาชนไม่ประทับใจเกี่ยวกับบทบาทของ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา

อันดับ 1    ไม่รักษาสัญญา ไม่ทำตามนโยบาย    40.98%
อันดับ 2    ทะเลาะวิวาท สร้างความขัดแย้ง แตกแยก     29.69%
อันดับ 3    อภิปรายไม่สร้างสรรค์ ไม่ควบคุมอารมณ์     26.64%
อันดับ 4    แย่งชิงตำแหน่งทางการเมือง เห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง     14.34%
อันดับ 5    คุณสมบัติไม่เหมาะสม ประวัติไม่ดี     12.21%

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด

อันดับ 1    มีผลงานให้เห็น มุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน     39.59%
อันดับ 2    พัฒนาประเทศ จังหวัด ชุมชนให้เจริญก้าวหน้า    30.46%
อันดับ 3    ดูแลเอาใจใส่พี่น้องประชาชน ทำให้อยู่ดี กินดี    22.03%
อันดับ 4    รักษาสัญญา ทำตามนโยบายที่ให้ไว้    18.76%
อันดับ 5    เป็นปากเป็นเสียงของประชาชน ปกป้องสิทธิของประชาชน    15.49%

ระดับน้ำอุบลทรงตัว มุกดาหารโขงเจียมน้ำขึ้น

Published September 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388575

ระดับน้ำอุบลทรงตัว มุกดาหารโขงเจียมน้ำขึ้น

วันที่ 15 กันยายน 2562 – 07:59 น.
น้ำท่วม,นายกฯ,อีสาน,ห่วงใย,มุกดาหาร,โขงเจียม

นายกฯกำชับทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วม อุบลระดับน้ำทรงตัว แนวโน้มลดลงอย่างช้า ๆ มุกดาหาร โขงเจียม เพิ่มขึ้น 0.4-0.5 เมตรอีก 3 วัน

15 กันยายน 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า นายกฯห่วงใยพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี และในพื้นที่น้ำท่วม กำชับหน่วยงานของรัฐให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

รวมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องมาตลอด และได้สั่งการให้ทั้งกองทัพและหน่วยราชการบูรณาการความช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมอื่นด้วย

สทนช.ได้รายงานสถานการณ์น้ำที่อุบลราชธานีว่า วันนี้ระดับน้ำและปริมาณน้ำที่ อ.เมืองอุบลราชธานี อยู่ในระดับทรงตัวนาน 21 ชม. แล้ว และคาดว่าจะทรงตัวอีก 2-3 วัน จึงจะเริ่มลดลงอย่างช้าๆ สำหรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและท่วมขังใน อ.พิบูลมังสาหาร และ อ.วารินชำราบ มีแนวโน้มทรงตัว แม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ลำปาว ลำเซบาย ลำโดมใหญ่มีแนวโน้มลดลง เช่นเดียวกับแม่น้ำยม แต่แม่น้ำโขงที่มุกดาหารและ อ.โขงเจียม อุบลราชธานีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.4-0.5 เมตรใน 3 วันข้างหน้า

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์สาธารณภัยประจำวันที่ 14 ก.ย.62 เวลา 18.00 น. ว่า มีพื้นที่ประสบภัยรวม 32 จังหวัด (ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย / ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี เลย ศรีสะเกษ สกลนคร / ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ตราด สระแก้ว / ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ระนอง ชุมพร)

ทั้งนี้ได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 21 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.แพร่ จ.น่าน จ.เพชรบูรณ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.มหาสารคาม จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น จ.อำนาจเจริญ จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร จ.มุกดาหาร จ.ศรีสะเกษ จ.สกลนคร จ.อุบลราชธานี จ.ตราด จ.ระนอง จ.ชุมพร และประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว 28 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ จ.น่าน

จ.แม่ฮ่องสอน จ.ลำปาง จ.อุตรดิตถ์ จ.เพชรบูรณ์ จ.พิษณุโลก จ.สุโขทัย จ.พิจิตร จ.อุบลราชธานี จ.ขอนแก่น จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี จ.อำนาจเจริญ จ.นครพนม จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร จ.กาฬสินธุ์ จ.มุกดาหาร จ.ชัยภูมิ จ.ศรีสะเกษ จ.สกลนคร จ.มหาสารคาม จ.สุรินทร์ จ.ตราด จ.สระแก้ว จ.ระนอง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ มีผู้อพยพ 3 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด รวม 96 จุด 24,235 คน ได้แก่ จ.ยโสธร 11 จุด 907 คน จ.อุบลราชธานี 63 จุด 23,198 คน จ.ร้อยเอ็ด 22 จุด 130 คน

ทุกเหล่าทัพได้บูรณาการงานความช่วยเหลือประชาชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจายกำลังและเครื่องมือช่างสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ยังประสบอุทกภัยในพื้นที่วิกฤติอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ผู้รับผิดชอบอยู่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเร่งสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเป็นการเร่งด่วน

Thammanat claims accusations against him aimed at toppling government

Published September 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30376196

Thammanat claims accusations against him aimed at toppling government

Sep 14. 2019
By The Nation

942 Viewed

Embattled Deputy Agriculture Minister Thammanat Prompao claimed that the series of accusations levelled against him by the opposition and on Thai social media were aimed at toppling the government.

Questions have been raised about his fitness to hold a Cabinet position because of his alleged entanglement in a drugs-smuggling case in Australia decades ago, doubts over the revocation of his police ranking as well his PhD degree.

“I’m not the target. As I have told reporters many times before, I am a key player in the formation of the present government because I was the one who handled the gathering of the required votes to back General Prayut Chan-o-cha to be the prime minister.”

He said those who were behind this multiple-pronged attack on him know that these controversies would shake the government and it would lose stability. “Their ultimate goal is to overthrow the government, General Prayut and General Prawit Wongsuwan.”

He said he had become “a village bombarded with bullets”, but the real aim was to topple the government.

“If they really wanted to target me, why are they doing it now when they could have done this before?” he asked.

He said intelligence officials were aware who was behind this campaign. “It’s a group that aims to overthrow the government,” said Thammanat, also known by the alias “Meu Prasan 10 This” (all-direction master coordinator)

Thammanat claimed he had been the point man in talking to 19 coalition parties to join the Prayut-led government. He compared himself to an artery which if busted would cause the government to collapse. Thammanat claimed he had a back-up plan to have a coordinator for each party, “so if I’m targeted and hit, no matter what happens, it wouldn’t affect the government anyway.”

Thammanat said he had received a lot of support from fellow-politicians from both sides, especially from Prayut and Prawit. He insisted that he had nothing to hide and had already clarified all points. “I can answer all the questions. I can solve my problems. I don’t see myself as a weak link,” the deputy minister said.

Thammanat had explained himself during a parliamentary questioning session on Wednesday (September 11) about an Australian media report this week, which said that he had served four years in a Sydney jail in 1993 after allegedly pleading guilty to conspiring to import a commercial quantity of heroin. That case in Australia had been settled a long time ago. He claimed that he had never confessed to smuggling heroin following his arrest in April 1993, that his case had never been taken to court, and that he was only in detention as per a pre-bargaining process until the inquiry process was complete.

On the same day, political activists Ekkachai Hongkangwan and Chokchai Paiboonratchata asked the Election Commission (EC) to look into several points related to Thammanat, such as how he had managed to get reinstated in the Army and then got promoted in 1997 after returning to Thailand and why he had used the military rank of captain in the documents he had submitted to join the current Cabinet even though his title was revoked through a Royal Gazette announcement in September 1998.

Thammanat was also accused of having a bogus PhD degree from an online “California University”. This issue was raised by CSI LA, a Facebook page which published informatiom that led to a probe against Deputy Prime Minister Prawit over his luxury watch collection before.  Many Thai netizens now criticised Thammanat over his alleged lack of qualification to serve as an MP.

Deputy Prime Minister Wissanu Krea-ngam, on Friday, again came to Thammat’s defence. Wissanu pointed out that irrespective of whether Thammanat’s doctorate degree was fake or real, it would not disqualify him from being a Cabinet member because that matter was irrelevant. A Cabinet member must have a bachelor’s degree or equivalent under the Constitution’s Article 160 and all the 36 Cabinet members, including Thammanat, had been checked, he said. Wissanu declined to offer a specific response when asked if Thammanat was being targeted with the intention of discrediting the government.

ธนกร ฉะ มงคลกิตติ์ อย่าทำเหมือนพวกอยากดัง

Published September 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388540

ธนกร ฉะ มงคลกิตติ์ อย่าทำเหมือนพวกอยากดัง

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 19:35 น.
ธนกร,มงคลกิตติ์,อยากดัง,คมชัดลึก

“ธนกร” โต้ “มงคลกิตติ์” เช่าซีซีทีวี-ซื้อรถกู้ภัยราคาเกินจริง ไม่เกี่ยวกับ”อุตตม” แจงเป็นอำนาจกนอ. แนะตรวจสอบก่อนพูด อย่าทำเหมือนพวกอยากดัง

14 ก.ย.62-นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เรียกร้องให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการเช่ากล้องซีซีทีวีในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และการจัดซื้อรถยนต์บรรเทาสาธารณภัยของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)

ซึ่งเกิดในสมัยที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ตนได้สอบถามนายอุตตมแล้ว โดยนายอุตตมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งกระบวนการดำเนินงานดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของกนอ.เท่านั้น ไม่เคยเสนอเรื่องมายังรัฐมนตรี จึงไม่เกี่ยวกับนายอุตตมแต่อย่างใด และก็พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบความจริง

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนรู้จักนายมงคลกิตติ์ดี เป็นน้องที่น่ารัก ก่อนเป็นส.ส.ก็ทำงานในภาคประชาชน ตรวจสอบภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม มีผลงานชัดเจน แต่หลังจากเป็นส.ส.แล้วตนรู้สึกผิดหวัง เพราะนายมงคลกิตต์เปลี่ยนไปเยอะ เสมือนคนหลงทาง เตลิดเข้าป่าไป กลายเป็นแค่สีสันทางการเมือง นับตั้งแต่ไปขอจับมือนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แล้วเขาไม่ยอมจับด้วย หรือตอนที่ปล่อยคลิปพี่เต้พระราม7จนนักศึกษาออกมาเรียกร้องให้ขอโทษ ทั้งนี้ อยากจะฝากไปยังนายมงคลกิตติ์ว่า การให้ข่าวต่อสื่อมวลชนที่จะทำให้บุคคลอื่นเสียหายนั้น ต้องตรวจสอบความถูกต้องให้ดีก่อน ไม่ใช่ว่ามีปากก็สักแต่จะพูดอย่างเดียว เหมือนพวกอยากดังที่ชอบทำกัน นายมงคลกิตติ์เป็นคนหนุ่ม ยังมีเวลาทำงานให้บ้านเมือง กลับตัวกลับใจใหม่ ทำงานให้กับพี่น้องประชาชน สังคมยังรออยู่

จ่อสอบ กกท.ปรับปรุงสนาม 700 ปีเชียงใหม่

Published September 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388534

จ่อสอบ กกท.ปรับปรุงสนาม 700 ปีเชียงใหม่

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 18:32 น.
สนาม 700 ปีเชียงใหม่,สอบ กกท

กมธ.กีฬาสภา จ่อสอบ “กกท.” ปรับปรุงสนาม 700 ปีเชียงใหม่ ไม่เสร็จตามกำหนด ประเมินเป็นความบกพร่อง 

รัฐสภา – 14 ก.ย.62-นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกีฬา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าทางกมธ.ฯ เตรียมพิจารณาต่อประเด็นการซ่อมแซมและปรับปรุง สนามฟุตบอลสมโภช 700 ปี ที่จังหวัดเชียงใหม่ ของการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.)

ที่ไม่แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาและอาจไม่สามารถใช้จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเอเอฟซี ยู23 แชมป์เปี้ยนส์ ชิพ 2020 ว่า ถือเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่าการปรับปรุงที่จัดสรรงบประมาณไว้แล้ว แต่ไม่แล้วเสร็จเป็นเพราะเหตุใด เกิดจากการจัดจ้างหาผู้รับจ้างหรือไม่ รวมถึงแผนการดำเนินการปรับปรุงว่าได้จัดทำไว้หรือไม่

“การแข่งขันฟุตบอล ยู23 ถือเป็นรายการที่มีกำหนดเวลาแข่งขันที่ชัดเจน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดทำแผนเพื่อรองรับ ตามที่กกท. ชี้แจงว่ามีรายละเอียดต้องปรับปรุงมากจนทำให้ไม่แล้วเสร็จนั้น ถือว่าบกพร่องในการทำงาน และจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ซึ่งการตรวจสอบในกมธ. อาจให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้แผนการปรับปรุงทำให้ได้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาและไม่กระทบต่อการแข่งขัน” นายบุญลือ กล่าว

ศุภชัย ยันสภาฯเดินหน้าซักฟอก บิ๊กตู่

Published September 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388531

ศุภชัย ยันสภาฯเดินหน้าซักฟอก บิ๊กตู่

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 18:18 น.
ซักฟอกบิ๊กตู่

“ศุภชัย” ยืนยัน สภาฯ เดินหน้าซักฟอก “บิ๊กตู่” ไม่สนส.ว.ท้วงให้ถอน ชี้ ม.152 คือการซักถาม-ให้ข้อเสนอแนะไม่มีลงคะแนนชี้ขาด

รัฐสภา – 14 กันยายน 2562-“ศุภชัย” ยืนยัน สภาฯ เดินหน้าซักฟอก “บิ๊กตู่” ไม่สนส.ว.ท้วงให้ถอน ชี้ ม.152 คือการซักถาม-ให้ข้อเสนอแนะไม่มีลงคะแนนชี้ขาด มั่นใจ สภาฯ เลื่อนญัตติถกแก้รธน. เพื่อศึกษาข้อมูล ไม่เกิดปัญหา

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวต่อประเด็นที่มีความเห็นจากส.ว. เพื่อขอให้สภาฯ ยกเลิกญัตติการเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ เพื่อซักถามและให้ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณและการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่ขาดรายละเอียดตัวเลขงบประมาณ วันที่ 18 กันยายน  ว่า ตนหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ โดยนำรายละเอียดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณียกคำร้องการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่รับวินิจฉัยการถวายสัตย์ปฏิญาณ มาพิจารณาร่วมด้วยยืนยันว่าการประชุมนัดพิเศษวันดังกล่าวสามารถเดินหน้าพิจารณาได้ ตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้  ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าการกระทำของรัฐบาลต่อกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นไม่มีองค์กรใดตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบได้ แต่ญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอถือเป็นการสอบถามข้อเท็จจริง ไม่ใช่การตรวจสอบ อีกทั้ง มาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ​ซึ่งเป็นช่องทางที่ฝ่ายค้านยื่นนั้นไม่ใช่การลงมติเพื่อชี้ผิดหรือชี้ถูก

นายศุภชัย กล่าวต่อกรณีการเลื่อนญัตติของส.ส. เพื่อขอให้สภาฯ พิจารณาและศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ในการประชุมสภาฯ​สมัยหน้า ช่วงเดือนพฤศจิกายน ว่า เป็นความเห็นร่วมกัน และเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ระยะหนึ่งควรพิจารณาถึงข้อบกพร่องและหาแนวทางแก้ไข ซึ่งการตั้งกมธ.วิสามัญตามญัตติที่เสนอ ไม่ใช่หมายถึงต้องแก้ไขทันที เพราะคือการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการแก้ไขต่อไป.

มาดามเดียร์ ช่วยน้ำท่วมอุบลฯ ซึ้งคนไทยไม่เคยทิ้งกัน

Published September 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/388517

มาดามเดียร์ ช่วยน้ำท่วมอุบลฯ ซึ้งคนไทยไม่เคยทิ้งกัน

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 17:32 น.
คมชัดลึก

มาดามเดียร์ อาสาเป็นศูนย์กลางรับบริจาคสิ่งของ – เครื่องใช้ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ซึ้งน้ำใจคนไทยไม่เคยทิ้งกัน

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำ นมกล่อง กระดาษชำระ ยารักษาโรค น้ำดื่ม และอาหารสำเร็จรูป ขึ้นรถบรรทุก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งกำลังเผชิญกับน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 17 ปี ประชาชนใน 25 อำเภอ ได้รับผลกระทบ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชในเบื้องต้น

น.ส.วทันยา กล่าวว่า วันนี้ (14 ก.ย.) อาสาเป็นศูนย์กลางรวบรวมของอุปโภค บริโภค และสิ่งจำเป็นต่างๆ จากกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ ภาคเอกชน รวมถึงนมไทยเดนมาร์ก และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยสนับสนุนของบริจาค ถือเป็นน้ำใจของคนไทยที่เวลาทุกข์ยากลำบากไม่เคยทิ้งกันและข่วยเหลือกันเสมอ

%d bloggers like this: