Politics

All posts tagged Politics

โพล ชี้ นักการเมืองแก้รัฐธรรมนูญหวังเปิดช่องโกง

Published November 17, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399429?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

โพล ชี้ นักการเมืองแก้รัฐธรรมนูญหวังเปิดช่องโกง

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 – 09:06 น.
ซูเปอร์โพล,แก้รัฐธรรมนูญ,เปิดช่องโกง
เปิดอ่าน 24 ครั้ง

หวั่นบานปลายสู่ความรุนแรง โพล ชี้แก้รัฐธรรมนูญ หวังเปิดช่องโกง ควรแก้นิสัยนักการเมืองก่อน

17 พฤศจิกายน 2562 สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ กับ แก้นิสัย ส.ส. โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL)

ได้นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง แก้รัฐธรรมนูญ กับ แก้นิสัย ส.ส. กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 4,551 ตัวอย่าง และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” (Traditional Voice) จำนวน 1,189 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 – 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.5 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ในขณะที่เพียงร้อยละ 7.5 เคยอ่าน และเมื่อถามความเห็นว่า นักการเมืองแก้รัฐธรรมนูญเพื่ออะไรระหว่าง แก้เพื่อเปิดช่องคดโกงได้ กับ แก้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.8 คิดว่านักการเมืองจะแก้เพื่อเปิดช่องคดโกงได้ ในขณะที่ร้อยละ 15.2 คิดว่าจะแก้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ

ที่น่าสนใจ คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.5 คิดว่าควรแก้นิสัย ส.ส.ก่อนแก้รัฐธรรมนูญ เพราะ ส.ส.ยังมีภาพลักษณ์แย่ ๆ เหมือนเดิม ชอบขู่ วางอำนาจ ท้าตีท้าต่อย ก่อความขัดแย้งในสังคม ทำตัวอดอยากหิวโหยมาหลายปี วิ่งเต้นเบื้องหลัง เป็นอีแอบ ล็อบบี้ ส่อคดโกง หาผลประโยชน์ มุ่งมาเอาทุนคืน  ในขณะที่ร้อยละ 13.5 คิดว่าควรแก้รัฐธรรมนูญก่อน เพราะอยากได้รัฐธรรมนูญแบบปี 40 และต้องการเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เป็นต้น

ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.7 คิดว่าปมการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายในสังคมได้โดยพบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.9 เชื่อว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลาย ร้อยละ 42.8 ระบุอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลาย ในขณะที่ ร้อยละ 2.3 ไม่เชื่อ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll พบว่า ปมแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังเข้าถึงคนทั้งหมดประมาณ 7,811,252 คน หรือ เจ็ดล้านกว่าคน แต่เป็นจำนวนที่น้อยกว่าประมาณสามเท่าของจำนวนคนที่ มาตรการ ชิมช้อปใช้ เข้าถึง คือ 21,898,746 หรือ ยี่สิบกว่าล้านคน ในโลกโซเชียล และเสียงตอบรับต่อการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเสียงตอบรับเชิงลบร้อยละ 55.9 ในขณะที่เสียงตอบรับเชิงบวกมีร้อยละ 44.1

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจ “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ากระแสการแก้รัฐธรรมนูญถูกจุดขึ้นจากฝ่ายการเมืองมากกว่าฝ่ายประชาสังคมและยังไม่ตอบโจทย์ไม่ตรงเป้าความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่กำลังตอบรับมาตรการชิมช้อปใช้มากกว่าและประชาชนยังกังวลว่าปมแก้รัฐธรรมนูญจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายในสังคมจนอาจเกิดเหตุจลาจลขึ้นเหมือนบางประเทศในเวลานี้ ยิ่งไปกว่านั้นประชาชนยังเคลือบแคลงสงสัยด้วยว่า ส.ส.จะทำเพื่อเปิดช่องโกงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องมากกว่าเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวม

รัฐธรรมนูญ 60 ​สร้างเงื่อนไข เกิดงูเห่า – ทำลายประชาธิปไตย

Published November 17, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399416?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

รัฐธรรมนูญ 60 ​สร้างเงื่อนไข เกิดงูเห่า – ทำลายประชาธิปไตย

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 21:29 น.
เวทีฝ่ายค้าน,รัฐธรรมนูญ 60,งูเห่า,ทำลายประชาธิปไตย,เพนกวิน
เปิดอ่าน 95 ครั้ง

เวทีฝ่ายค้าน ซัด รัฐธรรมนูญ 60 ​สร้างเงื่อนไข เกิดงูเห่า – ทำลายประชาธิปไตย ส่ง เพนกวิน ตัวแทนคนนอกโควตาฝ่ายค้านนั่ง กมธ.สภาฯ ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ

16 พฤศจิกายน 2562 ที่ ศูนย์อบรมวีเทรน ดอนเมือง 7  พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดกิจกรรมพบนักศึกษา และจัดเวทีเสวนา เรื่อง “รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประชาชน เรายังไม่ร่าง รัฐบาลที่ดีที่สุดจึงยังไม่เกิด” โดยมีตัวแทนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เข้าร่วม และมีกลุ่มนักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน ร่วมฟังการเสวนา กว่า 200 คน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ แย่ ต้องแก้ไข ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับที่ดี และการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ ต้องมาจากคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่นักการเมืองหรือนักวิชาการ ซึ่งผลของรัฐธรรมนูญ ที่แย่ ทำให้ได้สภาและรัฐบาลแย่ ทั้งนี้ ตนมองว่าหากรัฐบาลที่ดี ต้องสนับสนุนประชาธิปไตย แต่ขณะนี้พบกระบวนการที่ทำลายประชาธิปไตยด้วยการนำเงินซื้อตัว ส.ส.

“ผมละอายใจที่จะบอกว่า งูเห่าในสภามีจริง ไม่น่าเชื่อว่าในรัฐสภาตั้งห้องเฉพาะกิจเพื่อซื้องูเห่าโดยเฉพาะ น่าอายไปทั่วโลก​ว่ารัฐสภาที่สูงสุด และฝ่ายออกกฎหมายรัฐสภาที่สูงสุด ทำมั่นเอากล่องเงินให้กับคนใจทราม เดินเข้าไปเท่าไร จะให้ ผมไม่ได้พูด เพราะไม่ได้เงิน หรืออยากไปเป็นแบบนั้น แต่เป็นวิธีการทำลายประชาธิปไตยที่ไม่เคยมีในประเทศนี้ ชีวิตผมไม่เคยคิดว่าจะมี การซื้อเสียงเลือกตั้งเลวพอที่จะรับไม่ได้แล้ว แต่มีคนพยายามทำลาย ด้วยการกระทำที่ไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศ ในชีวิตของเรา เงิน ใครๆ อยากได้ อยากมี แต่การใช้เงินเพื่อทำลายประชาธิปไตย เท่ากับทำลายประเทศและอนาคตของประชาชน ซึ่งไม่ควรจะมี”

อ่านข่าว – เปิด รัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านหนุนงบ เอกสิทธิ์ส่วนตัว

นายชัยเกษม นิติสิริ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่เคยขอให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่ขอให้มีรัฐธรรมนูญที่ดีพอสมควร เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ รัฐธรรมนูญที่ดีนำมาสู่รัฐบาลที่ดี และให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจดี สังคมดี  ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่นำไปสู่การได้รัฐบาลที่ดี เพราะประชาชนไม่กินดีมีสุข รวมถึงพบปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพราะการเมืองแทนการอยู่ด้วยอุดมคติเพื่อให้สังคมดี แต่กลายเป็นที่ชุมนุมของสารพัดสัตว์ ต้องมีกล้วยเยอะเพื่อเลี้ยงลิง ดังนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะได้รัฐบาลที่ดี ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านจุดเริ่มต้นแก้บทบัญญัติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่าย โดย ส.ส.ร. เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ไม่ใช่ให้มาจากรัฐบาลที่ไม่ดี ซึ่งตนสนับสนุนให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพื่อร่างรัฐธรรมนูญที่ดี มีระบบเลือกตั้งที่ดี

“วุฒิสภาเราเคยมี แต่ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจหรือรัฐบาลแต่งตั้ง แต่ต้องมาจากการเลือกตั้ง มาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ส.ส. เป็นคนมีความรู้ความสามารถช่วยสภา ส.ส. ไม่ใช่มีหน้าที่ตั้ง นายกฯ อย่างเดียว ขอฝากเป็นสิ่งที่ต้องระวัง สิ่งที่ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี เพราะรัฐบาลไม่เคารพรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหัวหน้ารัฐบาลไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญกำหนด เพราะเป็นว่าประโยคนั้นไม่ดีใช่หรือไม่ หรือหากไม่อยากถวายสัตย์ควรแก้ไขว่าไม่ต้องมีการถวายสัตย์ ทั้งนี้ ผมสนับสนุนให้ กมธ.ฯ ของสภา ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ”

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีความตรงข้ามกับคำว่าประชาธิปไตย เพราะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้เนื้อหามีลักษณะสืบทอดอำนาจของ คสช. ส่วนที่หลายฝ่ายระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขยาก ตนขอยกเหตุการณ์ในปี 2535 เมื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติมาเป็น นายกฯ ขณะนั้นตนเป็นอธิการบดีรามคำแหง ซึ่งนิสิตนักศึกษาหลายแห่งออกมาร่วมชุมนุมกระทั่งสามารถนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ภายใน 1 สัปดาห์ แก้ไขเสร็จจนได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ดังนั้น พลังของนิสิตนักศึกษา คือ พลังสำคัญ โดยเฉพาะในการผลักดันบ้านเมืองให้รัฐธรรมนูญเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

“ที่ผ่านมามักมีความคิดว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย​ แต่ท้ายที่สุดเราไม่เคยเป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริงเลย เพราะรัฐธรรมนูญอย่างน้อย​ 9 ฉบับที่เกิดจากการยึดอำนาจ ทั้งที่เป็นความผิดฐานกบฏนั้น แต่ก็ได้การละเว้น จากคำแนะนำของเหล่าเนติบริกรทั้งหลายในการออกนิรโทษกรรมตัวเอง แต่ก่อนแค่ออกฎหมาย แต่หลังๆ ก้าวหน้าถึงขนาดเขียนนิรโทษกรรมให้กับผลพวงจากการยึดอำนาจทั้งหมดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่า การกระทำทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ถือว่า ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทั้งหมด โดยจะนำเป็นเหตุในการฟ้องร้องอีกไม่ได้”

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การตรวจสอบรัฐบาลที่ดีได้ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เงื่อนไขที่กำหนดไว้ ไม่สามารถใช้เป็นกลไกที่ดีได้ เพราะมี ส.ว. 250 คน ยังมีอำนาจลงมติเลือก นายกฯ ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในระยะเวลา 5 ปี ดังนั้น หากสภาฯ​ จะลงมติไม่ไว้วางใจ แต่การเลือก นายกฯ​ คนใหม่ อาจทำให้ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ​และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นนายกฯ กลับมา และอยู่ยาวถึง 8 ปีได้ ทั้งนี้ ตนมองว่ารัฐธรรมนูญที่ดี คือ องค์กรผู้มีอำนาจต้องยึดโยงกับประชาชน รวมถึงให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพกับประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชนตั้งแต่เริ่มแรก เพราะพบการจับกุมบุคคลที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไปดำเนินคดี ขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยพบการรณรงค์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ตนมองว่ารัฐบาลที่ดี และรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งคู่กัน หากจะมีรัฐธรรมนูญที่ดีได้ ต้องสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นรัฐบาลที่ดี ซึ่งรับผิดชอบกับประชาชนจะเกิดขึ้นตามมา

นายปิติพงษ์ เต็มเจริญ โฆษกพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ปัญหาโครงสร้างทางสังคมที่เกิดขึ้นปัจจุบัน เช่น กรณี ลันลาเบล พริตตี้สาว ซึ่งเสียชีวิต หรือกรณีของนักศึกษาที่หารายได้พิเศษถูกดำเนินคดี เป็นเพราะบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ไม่ดี ดังนั้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดีขึ้น ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา ขณะที่รัฐบาลที่ดี ควรพิจารณาถึงปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ก่อนการส่งเสริมให้เดินทางท่องเที่ยว ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งประเด็นต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีประเด็นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อการเรียกให้ชี้แจงต่อ กมธ.ฯ ดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจับตาดูคล้ายมวยโลกคู่เอก ทั้งนี้ ทางออกที่ง่ายที่สุด คือให้ พล.อ.ประยุทธ์ ​วางใจสบายๆ ไม่ต้องอ้างเหตุผลใด

“หาก พล.อ.ประยุทธ์ แน่จริงขอให้ไปเจอ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในสภา หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ไปชี้แจงกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. สมัยแรก เชื่อว่าต่อไปคงไม่กล้าเจอกับ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านที่มีประสบการณ์ เป็น ส.ส. หลายสมัย และยิ่งถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าจะหาทางหลบเลี่ยง”

นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นสำคัญ​คือ การแก้คำนิยามของ ส.ว. ว่าไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทย เพราะปัจจุบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากจะใช้คำว่าตัวแทนของปวงชนชาวไทยต้องลงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน คือ ต้องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และจัดสรรผลประโยชน์เท่ากัน ให้สิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ซึ่งตนมองว่าบุคคลที่มีสิทธิ์เลือกตั้งควรได้รับสิทธิ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเนื้อหาที่ควรแก้ไข อาทิ การจัดสรรงบประมาณเพื่อความมั่นคงของประชาชน มากกว่าความมั่นคงทางการทหาร อย่างไรก็ดี รัฐธรรมนูญที่ดีต้องได้คนที่บังคับใช้กฎหมายที่ดี พบคนกระทำผิดต้องจับติดคุก ไม่ปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายของเวทีมีความเห็นของนักศึกษาซักถามต่อความเห็นโครงสร้างกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะตำแหน่งประธาน กมธ.ฯ ไม่ควรมาจากบุคคลที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉีกรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านคุยและสรุปว่า ต้องการบุคคลที่มีความเป็นกลาง แต่การทำงานในสภาฯ ไม่สามารถทำได้ตามใจ เพราะเสียงของ ส.ส. ฝั่งรัฐบาลน้อยกว่า ทั้งนี้ ตนไม่ยอมรับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นประธาน กมธ.ฯ

“แต่วิธีทางการเมืองลำบาก เพราะเสียงจะตัดสินลำบาก เราไม่เอา แต่ต้องดึงพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค มาอยู่กับฝ่ายค้าน เพื่อให้แก้รัฐธรรมนูญให้ได้ แต่ผมไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วนที่ต้องการอย่างแท้จริงคือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เป้าหมายสำคัญ คือ การได้ ส.ส.ร.”

ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวนิสิต นักศึกษาที่ร่วมเวทีดังกล่าว ได้ร่วมกิจกรรมและเลือกตั้งตัวแทนให้เข้าไปเป็น กมธ.วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาฯ ในโควตาของพรรคฝ่ายค้าน คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อยู่ ไม่ เป็น ธนาธร พ้อถูกกล่าวหา ชังชาติ

Published November 17, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399418?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อยู่ ไม่ เป็น ธนาธร พ้อถูกกล่าวหา ชังชาติ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 21:58 น.
ธนาธร,ชังชาติ,อยู่ไม่เป็น
เปิดอ่าน 277 ครั้ง

อยู่ ไม่ เป็น ธนาธร เหน็บคนกล่าวหา ก้าวร้าว – ชังชาติ แนะมองอนาคตใหม่เพื่อประเทศ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ที่ เจเจ มอลล์ จตุจักร  นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวบนเวทีกิจกรรม “อยู่ ไม่ เป็น” ตอนหนึ่งว่า เราเห็นปัญหาในสังคมไทยตั้งแต่วันนั้น เราจึงอยู่ไม่เป็น

จึงต้องออกมา และเชื่อว่าถ้าเราจริงใจ หนักแน่นพอจะเปลี่ยนการเมืองได้ เพราะการเมืองทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ เราจึงตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา และเราต้องการเห็นประเทศไทยที่ดอกผลกระจายไปสู่การพัฒนา แต่ไม่ใช่เข้มแข็งด้วยการมีเรือดำน้ำ แต่ต้องได้รับการยอมรับ เคารพนับถือจากนานาชาติ และทัดเทียมกับโลก แต่การเดินทางที่จะไปจุดนั้น เขากล่าวหาว่าเราว่า คือคนก้าวร้าว เราคือคนที่ชังชาติ และอยู่ไม่เป็น

อ่านข่าว – วิบากกรรมหรือกรรมไล่ล่า ธนาธร

นายธนาธร กล่าวต่อว่า การเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ดำรงจากความเกลียดชัง แต่เกิดจากความรักในสังคมที่อยู่ในประเทศเดียวกัน หลายคนบอกพวกเราหัวรุนแรง การเปลี่ยนแปลงที่นำเสนอ ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป แต่เราอยากให้มองโลกข้างหน้า ให้เห็นความเร็วในการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเทคโนโลยี และด้านอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่ต้องกลัวไม่ใช่เปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไป แต่ถ้าเราอยู่เป็น และไม่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะสายเกินไป อนาคตใหม่ไม่ใช่เพียงพรรคการเมือง แต่อนาคตใหม่คือการเดินทางร่วมกัน ไม่ใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัว แต่คือปลายทางของคนที่มีจุดหมายเดียวกัน และไม่ใช่ของตนคนเดียว แต่พวกเราคืออนาคตใหม่

อย่างไรก็ตาม นายธนาธรได้ขอให้สมาชิกที่อยู่ในห้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปข้างหน้าด้วยกัน โดยมีนายธนาธรเดินนำหน้าออกจากห้อง ก่อนจะจบกิจกรรม “อยู่ ไม่ เป็น”

อนค. ไม่ใช่พวกล้มเจ้า ปลุก อยู่ไม่เป็น เพื่ออยู่ร่วมกันได้

Published November 17, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399419?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อนค. ไม่ใช่พวกล้มเจ้า ปลุก อยู่ไม่เป็น เพื่ออยู่ร่วมกันได้

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 22:13 น.
พรรคอนาคตใหม่,อนค,ปิยบุตร แสงกนกกุล,ล้มเจ้า
เปิดอ่าน 310 ครั้ง

ปิยบุตร ยัน อนค. ไม่ใช่พวกล้มเจ้า ปลุก อยู่ไม่เป็น เพื่ออยู่ร่วมกันได้ ซัด พวกอ้างสถาบันฯ เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ที่ เจเจ มอลล์ จตุจักร  นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวบนเวทีกิจกรรม “อยู่ไม่เป็น” ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยที่ผ่านมามี 2 ทางเลือก

คือ อยู่ให้เป็น หรือ ออกไปอยู่ต่างประเทศ การต่อต้านขัดขืนอำนาจ หรือ อยู่ไม่เป็น จะทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ด้วยสภาพสังคมที่เป็นอยู่แบบนี้ เราจะทนอยู่เป็นต่อไปได้อีกอย่างไร คนที่อยู่เป็น อยู่ต่อไปได้อย่างไร ทำไมถึงอยู่ไม่เป็นสักที เราควรลุกขึ้นมาต่อต้านกับสิ่งที่ไม่ยุติธรรมและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นี่คือสิ่งที่เราริเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เรามองเห็นสภาพสังคมนี้ และทนต่อไปไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่านี้ เราจึงรวมตัวรวมพลังกันเพื่อให้สังคมไทยดีกว่าที่เป็นอยู่

อ่านข่าว – สมชาย จวก ปิยบุตร ทำไม่เหมาะอภิปรายค้าน พ.ร.ก. โอนกำลัง

และด้วยเหตุนี้เราชาวอนาคตใหม่จึงออกมาบอกว่า อยู่ไม่เป็น เราต้องเปลี่ยนแปลง มีคนถามพวกเราว่าจะอยู่รอดต่อหรือไม่ ด้วยความคิดความอ่านแบบนี้ หลังจากที่เราได้เสียง ส.ส. 81 คน กลายเป็นพรรคที่คนพูดถึง จึงนำมาซึ่งคดีความถึง 25 คดี นอกจากนี้ ในโซเชียลมีเดียมีเพจแปลกๆ ใส่ร้ายพรรคเราแบบรายวัน และสื่อบางค่ายพูดถึงเราในแง่ลบทุกวัน

“บางครั้งบอกว่าพวกเราคือพวกชังชาติ ล้างสมองคนหนุ่มสาว เราเชื่อว่าปรากฏการณ์ของคนอยู่ไม่เป็น จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ คนที่ชี้นิ้วด่าพวกเรา ควรกลับไปดูว่าการสร้างบ้านเมืองที่ผ่านมามีแต่ปัญหา เราจึงต้องปรากฏตัวขึ้นมา เพื่อเข้ามาใช้อำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น แต่ฝ่ายตรงข้ามบิดเบือนข้อเท็จจริงความหวังดีของเราที่อยากทำให้สังคมดีขึ้น กล่าวหาว่าเราคือศัตรูของชาติ เรายอมไม่ได้เด็ดขาด ยืนยันว่าเราไม่ใช่พวกชังชาติ แต่เราคือพวกรักชาติ และยืนยันว่าพวกเราไม่ใช่พวกล้มเจ้า เราต้องการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ถูกยกย่องเทิดทูน ไม่ใช่ถูกใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแอบอ้างใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง”

นายปิยบุตร กล่าวว่า บางคนบอกว่าถ้าเราอยู่ไม่เป็น เขาคงไม่ให้เราอยู่ประเทศนี้ แสดงว่าประเทศนี้ไม่ใช่ของเราหรือ พวกเราชาวอนาคตใหม่ต้องอยู่ไม่เป็นเพื่อให้คนไทยทุกคนอยู่ร่วมกันในแผ่นดินนี้ได้ การอยู่ไม่เป็นของพรรคอนาคตใหม่ คือการบอกผู้มีอำนาจว่า ถึงเวลาปฏิรูปและเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงจะอยู่กันไม่ได้ ผู้มีอำนาจต้องคิดทบทวน สร้างสังคมให้ดีกว่าเดิม แบ่งสรรปันส่วนอำนาจให้ยุติธรรมกว่าเดิม นี่คือการปฏิรูปอย่างแท้จริง ไม่ใช่เอาทหารมายึดอำนาจแล้วตั้งสภาปฏิรูปขึ้นมา หากผู้มีอำนาจไม่ยอมให้เกิดการปฏิรูปมันจะนำไปสู่การปฏิวัติ วันนี้ถึงเวลาที่ผู้มีอำนาจต้องมองลงมาแล้วเดินหน้าไปด้วยกัน การอยู่เป็นโลกไม่เปลี่ยน แต่อยู่ไม่เป็นเพื่อให้คนไทยทุกคนอยู่ร่วมกันได้

โพลเผยผลสำรวจลุงตู่ทำคนไทยมีความสุข นอนหลับ

Published November 17, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399358?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

โพลเผยผลสำรวจลุงตู่ทำคนไทยมีความสุข นอนหลับ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 13:54 น.
ประยุทธ์,โพล,ผลสำรวจ,ซูเปอร์โพล,ความมั่นคง,ดัชนีผลงานรัฐบาลยุคลุงตู่
เปิดอ่าน 1,559 ครั้ง

ประชาชนให้ความเชื่อมั่นผลงานรัฐบาลด้านความมั่นคงมากที่สุด คนไทย 66.6 มีความสุข นอนหลับ

16 พฤศจิกายน 2562 สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ดัชนีผลงานรัฐบาลยุคลุงตู่ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ดัชนีผลงานรัฐบาลยุคลุงตู่

ทั้งนี้ในกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,197 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 – 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

โดยมีหลักเกณฑ์คำนวณค่าดัชนีดังนี้ นำสัดส่วนของผู้ตอบในทางบวกหักออกจากสัดส่วนของผู้ตอบในทางลบและบวกด้วย 100 ถ้าค่าคะแนนได้เกิน 100 ถือว่าเชื่อมั่น ถ้าต่ำกว่า 100 ถือว่าไม่เชื่อมั่น ผลการศึกษาพบว่า
ดัชนีผลงานรัฐบาลยุคลุงตู่ ที่ได้คะแนนความเชื่อมั่นสูงที่สุดคือ ด้านความมั่นคง ความสงบของบ้านเมือง ได้ 175.47 คะแนน รองลงมาคือ ด้านความแข็งแกร่งของค่าเงิน ได้ 160.95 คะแนน อันดับสาม ด้านการให้บริการของธนาคารรัฐ ได้ 154.84 คะแนน

อันดับสี่ ได้แก่ ด้านสุขภาพของประชาชน ได้ 150.92 คะแนน อันดับห้าได้แก่ ด้านการศึกษา ได้ 143.18 คะแนน อันดับหก ได้แก่ ด้านพลังงาน ได้ 141.40 คะแนน อันดับเจ็ด ได้แก่ การมีงานทำของประชาชน ได้ 114.50 คะแนน อันดับแปด ได้แก่ ด้าน การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ 103.96 คะแนน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ด้านเงินในกระเป๋าของประชาชน ได้ 95.81 คะแนน เป็นตัวเดียวที่ประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการสำรวจพบครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง ความสุขจากการนอน ของประชาชนพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.6 มีความสุข แต่ร้อยละ 26.1 ตอบ กลาง ๆ และร้อยละ 7.3 ที่ตอบว่า ไม่มีความสุข ส่วนสาเหตุของคนที่ตอบว่ามีความสุขจากการนอนระบุว่า ทำใจได้ถึงเวลานอนคือนอน ได้พัก ไม่คิดมาก ทุกอย่างดี ยึดหลักศาสนา ปฏิบัติธรรม ได้ที่นอนดี และสุขภาพดี เป็นต้น ในขณะที่กลุ่มคนที่ตอบ กลาง ๆ ระบุว่า มีปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาสุขภาพ เครียด วุ่นวาย นึกถึงเงินในกระเป๋า เป็นธรรมดา เป็นต้น และกลุ่มคนที่ตอบว่าไม่มีความสุข ระบุว่า สุขภาพแย่ นึกถึงเงินในกระเป๋า ตกงาน ทำมาหากินขัดสน เครียดจัด เศรษฐกิจแย่ เป็นต้น

คารม เชื่ออนค.ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น

Published November 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399384?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

คารม เชื่ออนค.ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 17:30 น.
เลือกตั้ง,ขอนแก่น,อนาคตใหม่
เปิดอ่าน 15 ครั้ง

คารม เชื่ออนค.ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเขต7 ขอนแก่น หลีกทางเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่

16 พฤศจิกายน 2562 ที่ชั้น 6 JJ Mall นายคารม พรพรหมกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จ.ขอนแก่นว่า  ในมุมมองส่วนตัวเชื่อว่าพรรคเราจะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

โดยมารยาทของฝ่ายค้านที่ผ่านมาในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม พรรคเพื่อไทย ได้หลีกทางให้กับพรรคอนาคตใหม่มาแล้ว แต่อย่างไรแล้วขึ้นอยู่กับมติของพรรค เนื่องจากขณะนี้คะแนนของพรรคที่จะเอาคืนมาไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ฉะนั้นการที่ให้พรรคเพื่อไทยได้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมเขต7 จ.ขอนแก่น ก็เห็นมีรายงานข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งนายอดิศรดิ์ เพียงเกษ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่างเขต 7 จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นอดีตส.ส.เก่า เรียกได้ว่าเจ้าตัวมีประสบการทางการเมืองที่จะมาช่วยสนับสนุนของนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับวิปฝ่ายค้าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งซ่อมที่ใกล้จะเกิดขึ้นแล้วจะมีการคุยกับพรรคฝ่ายค้านอย่างไรบ้าง นายคารม กล่าวว่า คิดว่าน่าจะมีการคุยกันในเร็วๆนี้ เพราะการเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดขอนแก่น ตัดสินประหารชีวิต นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในคดีจ้างวานฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

สำหรับ ผลการเลือกตั้งใน เขต 7 ขอนแก่น เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น นายนวัธ ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน 29,710 คะแนน รองลงมาคือ ผู้สมัครจากพลังประชารัฐ 26,553 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ 12,414 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคประชาชาติ 9,350 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคเพื่อชาติ 1,767 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทย 1,062 คะแนน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ 889 คะแนน เป็นต้น

พิธา ซัด คนชี้นิ้วว่าคนอื่นคลั่งชาติเป็นคนไม่รักชาติ

Published November 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399382?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

พิธา ซัด คนชี้นิ้วว่าคนอื่นคลั่งชาติเป็นคนไม่รักชาติ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 16:48 น.
พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร,อยู่ไม่เป็น
เปิดอ่าน 68 ครั้ง

อนค.จัด อภิปราย อยู่ไม่เป็นของส.ส.พรรค พิธา นิยามคนอยู่ไม่เป็นไม่ใช่คนชังชาติ ซัด คนชี้นิ้วว่าคนอื่นคลั่งชาติเป็นคนไม่รักชาติ

16 พฤศจิกายน 2562 พรรคอนาคตใหม่จัดงาน “อยู่ ไม่ เป็น” พร้อมการอภิปราย อยู่ไม่เป็นของส.ส.พรรคอนาคตใหม่ “วิโรจน์” มองภาพลักษณ์ทหารอดทน แต่ไหนเอะอะไล่ฟังเพลง หนักแผ่นดิน ย้ำ ชาวอนาคตใหม่ไม่ได้ให้ยกเลิกทหาร แต่ให้ทำหน้าที่ถูกทาง

ที่ชั้น 6 เจเจ มอลล์ พรรคอนาคตใหม่จัดงาน “อยู่ ไม่ เป็น” พร้อมการอภิปราย อยู่ไม่เป็นของส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โดย นายนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

นายพิธา กล่าวอภิปรายหัวข้อ “อยู่เป็นโลกไม่เปลี่ยน”ว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่อยู่เป็น แล้วทำการเมืองแบบเดิมๆ หาเสียงแบบเก่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะมีคนมาสนับสนุนให้พรรคมีส.ส.กว่า 80 คน นั่นคงเป็นไปไม่ได้ มีคนสงสัยกว่าการอยู่ไม่เป็นคืออะไร ดังนั้นตนขอเสนอว่าการอยู่ไม่เป็นคือ คนที่เห็นปัญหาแล้วไม่ใช่อุ้มปัญหานั้นไว้ คนที่ฟังแต่ยังไม่เชื่อ กล้าที่จะสู้กับความอยุติธรรม เข้าใจว่าโลกหมุนด้วยความหวังไม่ใช่หมุนด้วยความกลัว

คนอยู่ไม่เป็นไม่ใช่ว่าเป็นคนชังชาติ และเราก็ไม่ได้เป็นคนคลั่งชาติ เรารักชาติพอที่จะยอมรับว่าข้อเสียของของชาติว่ามีอะไร และเราพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาพวกนั้น และคนที่รักชาติก็ไม่ใช่คนที่มาชี้นิ้วใส่คนอื่นว่าไม่รักชาติ แต่คนที่รักชาติจริงคือคนที่เสียสละมากกว่า ไม่ว่าคุณจะมาจากเหนือ หรือใต้ ไม่ว่าคุณจะมาจากอีสาน หรือกลาง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชรา หรือคนหนุ่มสาว ไม่ว่าคุณจะเป็นคริสต์ มุสลิม หรือเป็นพุทธ เราทุกคนต่างเข้าใจและมีความฝันเหมือนกันที่จะส่งต่อสังคมที่ดีกว่าให้แก่ลูกหลานของเรา

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ทุกวันนี้ภาวะคนตกงานมีเป็นจำนวนมาก เปรียบเทียบกับคนที่จบปริญญาตรีทั้งห้องไม่ได้มีงานทำกันหมด ถามว่าเราเลือกงานหรือไม่ เราไม่ได้เลือกงานเลย บ้างคนยอมรับเงินเดือน 9,000 บาทต่อเดือน ไม่ต้องคิดเลยว่าจะมีเงินจ่ายหนี้ กยศ. หรือพอใช้จ่ายหรือไม่ อีกทั้งเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน มนุษย์ออฟฟิศในกรุงเทพฯอยากจะมีบ้านนั้นเป็นไปได้ยาก ราคาคอนโดมีเนียมแพงขึ้นแต่เงินเดือนไม่เพิ่มขึ้นเลย

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ได้แยแสที่จะแก้ปัญหา หรือลดอำนาจผูกขาดเลย ไม่ได้ส่งเสริมสาธารณสุข ความเป็นอยู่ของประชาชน หรือแม้แต่คุณจะเสียชีวิตแล้วก็ยังไม่ได้หลุดจากธุรกิจผูกขาด เพราะธุรกิจการลอยอังคารที่มีบริการดีดีจากกองทัพเรือ

นายวิโรจน์ กล่าวว่า กันและกันว่า ปืนและปืน ท ทหาร ภาพลักษณ์ที่เด็กๆรู้จากหนังสือเรียน ทอทหารอดทน แต่กลับมาที่ประชาชน คือตังอักษร คอคนขึงขัง ทุกวันนี้ประชาชนเราอดทนจนจะอดทนไม่ไหวแล้ว ส่วนทหารเอะอะไล่ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน แต่ที่รู้ ๆไม่หนักหัวใคร  ภาพลักษณ์ของทหารในจินตนาการมันสับสนและสวนทางกัน จนเราต้องตั้งคำถามว่าทำไมถึงอยากเป็นนายพล หรือเพราะคงเงินเดือนเยอะแน่ ตนไปค้นหาเงินเดือนระดับนายพลได้ 76,000 บาทต่อเดือน ถ้ารวมเงินจากเงินเดือนที่ได้หลังเกษียณอายุราชการจะได้ 35 ล้านบาท แต่พอไปส่องทรัพย์สินของนายพลแล้วมีกันถึง 100 ล้าน นี่คิดว่าบ้านก็ยืมเพื่อนอยู่ รถก็ยืมเพื่อนขับ นาฬิกาก็ยืมเพื่อนใส่

เมื่อพูดถึงทหารมีหนึ่งพลที่ไม่มีใครอยากเป็น คือ พลทหาร ซึ่งพลทหารมีหน้าที่ของเขาคือ ตัดหญ้า เลี้ยงนก เลี้ยงไก่ ซักกางเกงในให้ โดยเงินเดือนเพียง 7,000 บาท เชื่อหรือไม่ทหารที่สูญเสียแขน ขาจากการสู้รบได้เงินชดเชย  500,000 บาท แล้วปลดประจำการ  พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้อยากยกเลิกการมีทหาร แต่อยากให้เขาได้ทำหน้าที่ของเขาจริงๆ ดูแลเขาอย่างดี ไม่ให้เขาไปเป็นไพร่ทำหน้าที่รับใช้ใคร

เราเชื่อว่าระบบการจับสลากเป็นทหารมันแย่คือ คนที่เขาไม่อยากเป็นต้องมาจำใจเป็น เราจึงอยากให้มีทหารที่สมัครใจเป็น และให้เงินเดือนอย่างสมศักดิ์ศรี วันนี้เราอยากมีทหารที่ทันสมัย ถ้าดูจากในหลาย ๆ ประเทศการสังเกตการณ์รบของเขาใช้โดรนแทนกำลังพลแล้ว แต่เมื่อหันมาดูกองทัพไทยวันนี้ยังเกณฑ์กำลังพลไปสังเกตการณ์อยู่ วันนี้ที่ประเทศไทยไปไหนไม่ได้คือ เรายังมีระบบไพร่ การยังให้มีอภิสิทธิ์ชน ดังนั้นเราต้องเลิกความเป็นไพร่ที่เรารู้สึกว่าเรามีขุนนางเป็นเจ้าชีวิตเรา แต่ให้เราเชื่อว่าเราเป็นเจ้าของชีวิตเรา กล้าที่จะก้าว

อยู่เย็นเป็นสุข อย่าสร้างความพินาศ ปท.

Published November 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399383?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อยู่เย็นเป็นสุข  อย่าสร้างความพินาศ ปท.

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 16:47 น.
อยู่เย็นเป็นสุข,หยุดสร้างวาทะกรรม,ปลุกปั่นผู้คนลงถนน
เปิดอ่าน 457 ครั้ง

สถาบันทิศทางประเทศไทยล้อมวงเสวนา อยู่เย็นเป็นสุข ประกาศปักธงปฏิวัติความคิด อย่าชักชวนปลุกระดมผู้คนลงถนน หยุดสร้างวาทกรรมปลุกปั่น อย่าสร้างความพินาศให้ปท.

            สถาบันทิศทางประเทศไทย ล้อมวงเสวนา “อยู่เย็นเป็นสุข ระกาศปักธงปฏิวัติความคิด อย่าชักชวนปลุกระดมผู้คนลงถนน “นักการเมือง-เอ็นจีโอ-คนรุ่นใหม่” ชวนหันหน้าคุยหาจุดลงตัวบนความต่างระหว่างคนรุ่นใหม่-รุ่นพ่อแม่ สร้างระบอบประชาธิปไตยตามขนบไทย หยุดสร้างวาทกรรมปลุกปั่น ผู้นำที่ดีรักประเทศประชาชนต้องไม่ดึงคนลงสู่ถนน

      สถาบันทิศทางไทย นนทบุรี -16 พ.ย.62 เวลา 13.30-16.00 น. สถาบันทิศทางประเทศไทย จัดเวทีล้อมวงเสวนานหัวข้อ ประเทศไทยอยู่อย่างไรให้ “อยู่เย็นเป็นสุข” ดย ดร.เวทิน ชาติกุล ผู้ดำเนินรายการกล่าวเปิดการเสวนาว่า สถาบันทิศทางไทยปักธงรบ ปักธงปฏิวัติทางด้านความคิด โดยไม่ต้องการให้มีการชักชวนปลุกระดมนำพาผู้คนสู่ท้องถนน อันจะนำไปสู่การปะทะนองเลือด สังคมไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นรากฐานที่มีความสำคัญมากต่อการดำรงอยู่ของประเทศ และเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรม

      “มาดามเดียร์ ” ชอบ “อยู่เย็นเป็นสุข” มากกว่า” อยู่ไม่เป็น”

     น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี “มาดามเดียร์” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นชื่นชอบคำว่า “อยู่เย็นเป็นสุข”มากกว่า คำว่า “อยู่ไม่เป็น” คนไทย 67 ล้านคน และคนบนโลกอีกกว่า 200 ประเทศจะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้อยู่เย็นเป็นสุข โลกปัจจุบันเป็นโลกของเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต การรับข่าวสารของคนแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ โดยการเข้ามาของข้อมูลจำนวนมหาศาลในอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดพฤติกรรมเสพข้อมูลที่ตัวเองชอบ และอยู่กับสังคมที่คิดว่าอยู่แล้วสบายใจ เลือกจะอยู่ในบริบทที่ชอบแล้วคิดว่าถูกต้องเป็นจริง แต่ในความเป็นจริงข้อมูลมีมากมายทั้งข้อมูลจริงและข้อมูลเท็จ สิ่งที่ต้องตั้งคำถาม คือด้วยความแตกต่างของวัยและทัศนคติ เราจะหาจุดลงตัวบนความแตกต่างอย่างไร ให้อยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข เราจะร่วมกันพัฒนาชาติอย่างไร โดยไม่ผลักใสคนอื่น

    “แนะหาจุดลงตัวไม่สร้างความพินาศให้ประเทศเหมือนฮ่องกง

                                                           วทันยา วงษ์โอภาสี 

     น.ส.วทันยา กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่างกรณีคนรุ่นใหม่ต่อต้านการใช้ถุงพลาสติก อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รัฐบาลก็ประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติกในเดือน ม.ค.2563 แต่ในโลกออนไลน์ยังมีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย เหมือนเราเรียกร้อง 1 อย่าง ต่อต้าน 1 อย่าง แต่ยังเลือกที่จะมองข้าม มีข้อยกเว้นให้ตัวเองหรือคนรอบข้าง เราเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ยังตราหน้าสาดโคลนคนที่มีความเห็นต่าง ทั้งที่ประชาธิปไตยต้องเคารพความเห็นที่แตกต่าง เราจำเป็นต้องถกเพื่อหาจุดลงตัวไม่ใช่ก่นด่าคนที่มีความเห็นต่าง แบ่งแยกสังคม “อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น” เพราะถ้ายังคิดอย่างนี้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้ ในอนาคตยังมีวิกฤตที่ต้องเผชิญอีกมาก ทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การต่อสู้ของชาติมหาอำนาจ 2 ขั้ว โลกต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าจะมาถกกันว่า อยู่เป็นหรืออยู่ไม่เป็น

      “บางครั้งเราตีตราคนอื่นไปแล้ว ความคิดบิดเบี้ยวสร้างอคติไม่รู้ตัว ะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองและประเทศ เราคงเห็นสภาพเกาะฮ่องกงต่อสู้บนอุดมการณ์ที่เห็นว่า เราถูกอย่างเดียวคนอื่นผิด เป็นการต่อสู้ของคนรุ่นลูกกับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ไม่ยอมลดละให้กัน สุดท้ายก่อความพินาศยับเยินให้กับประเทศของตัวเอง จึงอยากตั้งคำถามว่า ขณะที่เรากำลังเผชิญปัญหามากมาย และยังถูกกะหน่ำซ้ำด้วยความแตกแยกทางความคิด ควรจะกลับมาถามว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศและคนไทย โดยไม่ตีตราว่าฉันถูกหรือเธอผิด”น.ส.วทันยา  กล่าว

       น.ส.วทันยา กล่าวด้วยว่า ตนเคยถูกตั้งคำถาม่าเป็นคนรุ่นใหม่ เหตุใดจึงเลือกอยู่รรคพลังประชารัฐึ่งสะท้อนถึงความแบ่งแยกว่า พรรคหนึ่งพรรคเป็นของคนรุ่นใหม่ อีกพรรคเป็นของคนมากประสบการณ์ ส่วนตัวมองพรรคพลังประชารัฐ ป็นพรรคที่มีคนหลายรุ่น ีทั้งส.ส.สอบผ่านและสอบตก วมถึงคนที่ไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. ก่อนการตัดสินใจเข้าสู่การเมือง นเป็นผู้บริหารสื่อ สมัยที่ยังเรียนหนังสือเคยผ่านความขัดแย้งทางการเมืองยุคพฤษภาทมิฬ มีความเสียหายมากมายในประเทศ ละได้เห็นพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพียงประโยคเดียวทำคนไทยทั้งชาติพร้อมหันมาจับมือกัน ครั้งที่ 2 มีความรุนแรงเสื้อเหลือง-เสื้อแดง ตนเริ่มเข้ามาบริหารสถานีข่าว ได้ยินเสียงปืนและเห็นภาพ่องรอยกระสุนปืนจากการรายงานของนักข่าว จึงตัดสินใจทิ้งบทบาทสื่อมวลชนเข้าสู่การเมือง พื่อนำพาประเทศห้ก้าวไปสู่การพัฒนา ไม่ทำให้ประเทศกลับไปสู่วังวนความขัดแย้งอีก โดยรรคพลังประชารัฐสามารถสลายขั้วต่างๆ

“ถ้าคุณรักประเทศมากกว่าตัวเองต้องไม่นำคนลงถนน”

   น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า ถ้าคุณรักประเทศ คิดถึงส่วนรวมก่อนคิดถึงตัวเองคุณจะไม่นำพาประเทศกลับไปสู่ความยัดแย้ง การนำคนลงมาสู่ถนนคนที่เดือดร้อนคือคนที่ถูกหลอกลงไปบนถนน ต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อมีความขัดแย้งธุรกิจสื่อเรตติ้งดี แต่โฆษณาไม่มีเพราะภาคธุรกิจขายสินค้าไม่ได้ ความขัดแย้งจึงสร้างความเสียหายให้กับทุกมิติ เมื่อตนได้เข้ามาเป็นส.ส.ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พบว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ถกเรื่องระบอบการปกครอง พวกเขาต้องการมีข้าวปลาอาหารเพื่อดำรงชีวิต เขาอยากได้ผู้นำที่ดีไม่โกงกินงบประมาณ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คิดถึงส่วนรวมมากกว่าเรื่องของตัวเอง ความเข้มแข็งจากชุมชน คือแนวทางที่ประเทศไทยจะอยู่รอดปลอดภัย

     “เรามีความคิดเป็นขบฎได้เพื่อปลุกความหวัง แต่ต้องไม่ใช่ป็นขบฎสร้างความยุยงปลุกปั่น เพราะประเทศและประชาชนจะได้ร้บความเสียหายที่สุด คนที่ฉลาดที่สุดรู้ว่าทุกเรื่องไม่ต้องหักด้ามพร้าด้วยเข่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 สอนชาวเขาปลูกกาแฟ เอาความรู้ ความอุตสาหะ ความเข้าใจ เป็นน้ำซึมบ่อทรายให้ประชาชนเรียนรู้และเข้าใจด้วยตัวเอง ไม่ใช่ดึงดันนำพาประเทศไปสู่ความเดือดร้อน ราฝันได้ต้องมีความเพียรและต้องอยู่กับความเป็นจริง อยู่กับปัจจุบัน มิเช่นนั้น็ไม่ต่างจากเด็กเอาแต่ใจ ในทุกๆห้วงบริบทมีความสุขและความดีงามอยู่ในตัวเอง โดยที่ในทุกบริบทไม่จำเป็นต้องเหมือนกันมาดามเดียร์ กล่าว

“ศรีสุวรรณ” จวกอยู่ไม่เป็นแค่ภาวะหัวห้อยหาทางอยู่รอด

     ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า จากการจับตาปรากฎการณ์ “อยู่ไม่เป็น พบว่าเป็นภาวะของคนหน้ามืดตามัว เหมือนไก่ชนถูกตีจนหน้าบวมปูด หัวห้อย หาหนทางอยู่รอด นักการเมืองแบบนี้เชื่อถือไม่ได้ 

                                                        ศรีสุวรรณ จรรยา

      “ึงฝากคำว่า “อยู่ ไปถึงนักการเมืองที่ชุมนุมันในย่านจตุจักร ถ้า “อยู่ อย่างเคารพกฎหมาย วิกฤตของพวกท่านจะไม่เกิด สิ่งที่ตนไปยื่นร้องให้องค์กรต่างๆตรวจสอบเกิดจากความไม่เคารพกฎหมาย เมื่อกำลังจะถูกกฎหมายเล่นงานก็ไปสร้างคำศัพท์ โทษผู้มีอำนาจโดยไม่เคยโทษตัวเอง ไม่เคยยอมรับความผิด ดิ้นไม่หลุดแล้วปัดว่าเป็นการวางแผนของกลุ่มผู้สืบทอดอำนาจ”

     “หยุดสร้างกระแสชังชาติ มองตัวเป็นเทวดาเก่งกว่าคนไทย”

      นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ส่วนคำว่า “เย็น” คือเดินไปบนวิถีการเมืองปกติไม่บิดเบือน สร้างกระแสชังชาติ นักการเมืองบางคนการพูดในลักษณะดูถูกคนไทย คิดว่าเป็นเทวดามาจากไหน จบอังดัวร์มาแล้วคิดว่าเก่งกว่าคนอื่น ชาวบ้านเขาอยู่กันอย่างปกติสุข ไม่ได้หมายความว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่ใช่ว่าพอเป็นนักการเมืองแล้วจะมาดูถูกวิธีคิดของคนไทย นักการเมืองพวกนี้เป็นไดโนเสาร์แน่นอน

       “ระบบการเมืองมีความหลากหลาย ตำราที่เอามาสอนก็เอามาจากต่างประเทศ ในอดีตหนังสือสังคมศึกษาเคยแบ่งโลก เป็น 3 กลุ่มประเทศ แต่ยุคสมัยนี้ไม่ใช่แล้ว เราจับมือกับจีนทั้งที่เป็นคอมมิวนิสต์ จีนมีประชากร 1,400 ล้านคน ใครไม่คบกับจีนก็โง่เง่าสิ้นดีเพราะเป็นตลาดใหญ่ สำหรับคำว่า”เป็น” นั้น ตนมองว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องตรวจสอบนักการเมือง เราต้องช่วยกันทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ ส่วนคำว่า “สุข” ก็ขอบอกไปยังนักการเมืองที่กำลังจะไปจตุจักรให้ทำใจร่มๆ อยู่ให้เป็นสุข อย่าปลุกเยาวชน ปลูกฝังในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

       “ผมเคยสงสัยคนฮ่องกงที่ต่อต้านจีนแต่กลับเรียกร้องให้แยงกี้ตาน้ำข้าวมาช่วย แต่ตอนนี้ไม่แปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะขึ้นพูดที่จตุจักร ไปยืนถ่ายรูปที่ฮ่องกง ตนไม่เคยเห็นพรรคเพื่อไทยร้องแรกแหกกระเชอ แต่เดินไปตามระบบรัฐสภา ขณะที่บางพรรคคิดไอเดียจัดอีเวนท์ “อยู่ไม่เป็น” เพราะกำลังจะโดนวันที่ 20 พ.ย. ส่วนประเด็นให้พรรคกู้เงิน “อังดัวร์” พยายามอธิบายว่าทำได้ นั่นมันกฎหมายฝรั่งเศสไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายเขียนไว้อย่างไรต้องทำอย่างนั้น แต่ยังพยายามตะแบงว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ ก็ขอให้ไปตะแบงต่อในศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่าไปบอกศาลว่าจำไม่ได้”นายศรีสุวรรณกล่าว

     “เย้ยพวกอยู่ไม่เป็นถึงเวลาทิชชูซับน้ำตาไม่ไหว

      นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อ 100% ว่าคนที่กำลังออกมาเย้วๆ เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นคนอยู่ไม่สุข ถ้าขาได้เป็นรัฐบาลก็คงไม่เป็นเช่นนี้ นไม่ได้มองว่ารฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ดี แต่เราควรใช้ไปสักระยะแล้ว่อยแก้ไข นี่ช้ไปยังไม่ทันไร็รณรงค์ห้ โดยเฉพาะ มาตรา 1 ที่เป็นองคาพยพของประเทศจะแก้ไขปลี่ยนแปลงไม่ได้ นมองว่าวิธีคนของคนกลุ่มนี้แปลกๆ แม้แต่คนที่ไม่มีอคติก็ยังมองด้วยความตะขิดตะขวงใจ ไม่แน่ว่า 1 ใน100 ผู้มีอิทธิพลของโลก อาจไปให้นอมินีไปทำอะไรางอย่างหรือไม่ คนที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก โดนขัดใจไม่ได้ เขาใช้ประชาธิปไตยมาเป็นมอตโต้ในการหาเสียง ปลุกระดม สร้างกระแสให้คนรุ่นใหม่เพ้อตาม เมื่อคนแบบนี้อยู่ไม่สุข “ศรีสุวรรณ”ก็ต้องอยู่ไม่สุขบ้าง ถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ สำหรับนักการเมืองทั้งหลายขอให้อยู่เย็นเป็นสุข เลิกคิดการปลุกระดม

       “วันนี้ประเทศเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งแล้ว แต่คนบางคนยังจมปลักอยู่กับความคิดเดิมๆว่ามีการสืบทอดอำนาจ ทั้งที่อำนาจการปกครองอยู่ในมือองส.ส.แล้ว ผมตรวจสอบนักการเมืองถือหุ้นสื่อ ตรวจสอบคุณเดียร์แล้ว ไม่พบข้อมูลถือหุ้นสื่อจึงไม่ยื่นร้องห้ตรวจสอบ เขาเคลียร์เรียบร้อยแล้วจึงเข้ามาเล่นการเมือง นักการเมืองแบบนี้ควรสนับสนุน ไม่ใช่นักการเมืองที่ยังไม่โอนหุ้นแล้วบอกต่ว่าโอนแล้วๆ นักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้เป็พรรคการเมืองเดียวที่อยากเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ช่วยกันดูกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อชาติไม่ใช่ออกมาปลุกระดม สร้างกิมมิก “อยู่ไม่เป็น” เพราะคนไทยอยู่ดีมีความสุข เพิ่งจะผ่านเทศกาลลอยกระทงมา กลัวก็แต่คนบางคน ทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้าจะซับน้ำตาไม่ไหวนายศรีสุวรรณกล่าว

“อุ๊” ฉะ “ปิยบุตร”ไดโนเสาร์ประเมินคนไทยผิด

   ด้าน น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี “อุ๊” ศิลปินนักร้อง กล่าวว่า คำว่า”อยู่เป็น” หมายถึง เป็นสิ่งที่ดีงาม ไม่ใช่คำล้อเลียนหรือคำในแง่ลบ ถ้าหมายถึงความอยู่รอดของชาติ ชาติที่อยู่เป็น คนไทยทุกคนอยู่รอดได้ มีความสงบสุข พัฒนาสร้างความเจริญให้กับชาติ หากเป็นเช่นนี้แล้วคนในชาติจะคิดถึงคำว่า”อยู่ไม่เป็น” ไปเพื่ออะไร

                                                           หฤทัย ม่วงบุญศรี

      ” ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ระบุว่า มนุษย์ต้องมีสัญชาตญาณความเป็นกบฎอยู่ในตัวเอง หรือคนไทยเฉยๆปล่อยปละละเลย ซึ่งไม่เป็นความจริงและเป็นการประเมินคนไทยผิด คนไทยต่อสู้กับการปฏิวัติรัฐประหาร เผด็จการรัฐสภา ธุรกิจการเมืองที่เข้ามาครอบงำประเทศ ซึ่งคนไทยใช้เวลาไม่กี่ปีในการต่อต้านคอรัปชั่น”

     น.ส.หฤทัย กล่าวอีกว่า หลายประเทศที่เคยมีความขัดแย้งเกี่ยวกับระบบการปกครองทำให้เกิดการฆ่ากันตายในชาติก็เปลี่ยนความคิด เลิกสู้รบกันไปหมดแล้ว ยุคสมัยความแตกต่างในระบอบการปกครองไม่มีอีกแล้ว

       “แต่นายปิยบุตรเป็นไดโนเสาร์ปลูกฝังความคิดใส่เด็ก สร้างวาทกรรมว่าประชาธิปไตยตะวันตกถูกต้องไปเสียทุกอย่าง ทั้งที่เราควรสร้างระบอบให้อยู่เป็น ไม่ใช่ให้ไปตาย จะเอาอะไรจากประเทศไทยอีกจึงใช้คำว่า “อยู่ไม่เป็น” คนไทยรู้ได้และประเมินได้ การจะลงถนนต้องมีเหตุผล ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ทำผิดพลาด แล้วนำไปบิดประเด็นว่าถูกชนชั้นปกครองรังแก คนไทยอยู่เป็นจนประเทศสงบร่มเย็นมาถึงปัจจุบัน เพราะมีจุดแข็งคือมีสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจ ปกป้องชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตและภาวะสงคราม”

      นศ.แนะจับมือสร้างประชาธิปไตยตามขนบไทย

     นายภูวดล วงษ์โสภณากุล นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ กล่าวว่า นสืบค้นกูเกิ้ล หาความหมายของคำว่า”อยู่เย็นเป็นสุข” การเมืองไทยตั้งแต่ปี 2547 มีหลายสีเสื้อ สลับกันแพ้สลับกันชนะ หรือชนะไปด้วยกัน ปรากฎการณ์อยู่ไม่เป็นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในปี 2475 นักเรียนไทยกลับจากฝรั่งเศส “อยู่ไม่เป็น” เรียกร้องเปลี่ยนแปลงการปกครอง 87 ปีหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เราไม่มีทางเท่ากันทางเศรษฐกิจ ีต้นทุนทางสังคมไม่เท่ากัน ต่ด้วยวิธีคิดที่ต่างกันแล้วก็มาโอดโอยว่า “อยู่ไม่เป็น” วันนี้สมาชิกหลายร้อยคนลาออกจากพรรคการเมืองหนึ่งเพราะพูดไม่ฟัง สั่งอย่างเดียว

       “วันนี้เด็กยุคใหม่ และคนสูงอายุต่างก็ใช้สื่อโซเซียลมีเดีย เด็กไม่นับถือคนสูงอายุเพราะคิดว่ารู้มากกว่า เข้าถึงข้อมูลมากกว่าละเร็วกว่า แต่ทำไม่ถูกกาละเทศะ ถึงเวลาที่คนไทยต้องจับมือกันร่วมสร้างประชาธิปไตยแบบไทย บนขนบธรรมเนียมและชุดความคิดของคนในชาติ เพื่อให้มีระบอบที่เหมาะสมกับประเทศไทยนายภูวดลกล่าว

ภูมิธรรม ยกเลือกตั้งซ่อม ขอนแก่น สมรภูมิวัดความนิยม รัฐบาล

Published November 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399378?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ภูมิธรรม ยกเลือกตั้งซ่อม ขอนแก่น สมรภูมิวัดความนิยม รัฐบาล

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 15:50 น.
ภูมิธรรม,เพื่อไทย,เลือกตั้งซ่อม,พลตอเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,เพื่อไทยขอนแก่น,ฝ่ายค้าน
เปิดอ่าน 48 ครั้ง

ภูมิธรรม ยกเลือกตั้งซ่อม ขอนแก่น วัดความนิยมรัฐบาล ฝ่ายค้าน คาดสัปดาห์ได้ตัวผู้สมัคร  มั่นใจเพื่อไทยรักษาพื้นที่

16 พฤศจิกายน 2562  ภูมิธรรม ยกเลือกตั้งซ่อม ขอนแก่น สมรภูมิวัดความนิยม รัฐบาล – ผลงานฝ่ายค้าน คาดสัปดาห์ได้ตัวผู้สมัคร กังวลหาก พรรคฝ่ายค้านส่งคนแข่งตัดคะแนนเสียง  มั่นใจเพื่อไทยยังรักษาพื้นที่ได้

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าภายในสัปดาห์หน้าการพิจารณาบุคคลเพื่อส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง จ.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่างของพรรคเพื่อไทยจะแล้วเสร็จ ล่าสุดได้เปิดให้ผู้สนใจเสนอตัว และจะรับฟังความเห็นของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรรมการประจำ จังหวัด ประชาชน และส.ส.ในพื้นที่

ทั้งนี้การหารือดังกล่าวไม่จำเป็นต้องคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะแต่ละพรรคมีสิทธิที่จะพิจารณาส่งบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้งได้ อีกทั้งผลของการลงคะแนนหรือได้ตัวส.ส.​จะไม่มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทย มั่นใจต่อความพร้อมในการส่งบุคคลลงสมัครรัเลือกตั้งเพราะพื้นที่จ.ขอนแก่นถือเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรค

ยอมรับว่ากังวลหากพรรคฝ่ายค้านจะส่งคนลงเลือกตั้ง เพราะจะตัดคะแนน แต่ในพื้นที่ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยทำงานต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าประชาชนจะเลือกตัวแทนของพรรคเข้าไปทำงานในสภา สำหรับการเลือกตั้งซ่อมทุกครั้งยอมรับว่าเหนื่อยและลำบาก เพราะต้องสู้กับรัฐบาลที่มีความพร้อม มีทุกกลไกในมือ

เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นสมรภูมิ ชี้วัดความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชน จากผลการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาว่าประชาชนพึงพอใจหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับการทำงาของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องการส่งผู้สมัครของพรรคฝ่ายค้านลงแข่งขันนั้นหากพรรคร่วมฝ่ายค้านจะส่งสามารถทำได้ แต่หากไม่ส่งขอให้เป็นกำลังใจให้พรรคเพื่อไทยด้วย

จี้คนใช้ใกล้ชิด “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”หยุดปลด “เสรีพิศุทธ์” เหตุเลี่ยงแจงในกมธ.ปราบโกง

นายภูมิธรรม  กล่าวต่อกรณีที่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เสนอเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนนราษฎร ให้เปลี่ยนประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร คือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ไปเป็นส.ส.ของพรรครัฐบาล ว่า โควต้าประธานกมธ.​ชุดดังกล่าวเป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ในทางปฏิบัติไม่ควรใช้ประเด็นที่ไม่เป็นไปตามครรลองเพื่อเปลี่ยนตัวบุคคลที่เป็นไปตามข้อตกลง อย่างไรก็ตามในการทำงานของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ฐานะประธานกมธ. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร  นั้นไม่มีประเด็นที่ทำผิดกฎหมายหรือเกินกรอบรัฐธรรมนูญ

บุคคลที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ​ ไม่ควรวิตกเกิดเหตุและตนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ควรมาชี้แจงต่อกมธ.ฯ​ ชุดดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาพบคำยืนยันแล้วว่าเป็นไปตามกฎหมาย

“นายกฯ และรองนายกฯ​ ควรมาชี้แจง ไม่ควรหลบเลี่ยง หากมั่นใจว่าทำตามกฎหมายควรมาชี้แจง และมั่นใจว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดถูกต้อง ไม่ควรกลัวการมาชี้แจงกับกรรมาธิการ ไม่ควรถือว่าเป็นศักดิ์ศรี หรือเรื่องเสื่อมเสีย จนทำให้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นไปตามครรลอง”นายภูมิธรรม กล่าว

แนะให้คนหลากหลายร่วมกมธ.สภา ศึกษาแนวทางแก้รธน.สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ปัญหา-ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม

นายภมิธรรม  กล่าวต่อประเด็นความคืบหน้าการพิจารณาตัวแทนของพรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าไปเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร ว่า อยู่ระหว่างพิจารณา ส่วนตัวมองว่า เพื่อให้การเปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ต้องการให้บุคคลที่เข้าร่วมมาจากบุคคลที่หลากหลาย อาทิ ตัวแทนสื่อมวลชน, กลุ่มนักศึกษา, กลุ่มวิชาชีพต่างๆ ตัวแทนนักการเมือง

นอกจากเป็นโควต้าที่มาจากพรรคการเมืองเท่านั้น เพื่อทำให้รัฐธรรมนูญที่หากจะจัดทำขึ้นใหม่ สามารถตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาให้กับสังคมได้ ทั้งนี้ตนมองว่าไม่ควรให้คนกลุ่มเดิมเข้ามาดำเนินการเรื่องด้ังกล่าว ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆ อย่างหลากหลาย เพื่อสะท้อนการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม

พิธา ยันคนอยู่ไม่เป็น ไม่ใช่คนชังชาติ

Published November 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/399375?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

พิธา ยันคนอยู่ไม่เป็น ไม่ใช่คนชังชาติ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 – 15:40 น.
พรรคอนาคตใหม่,อยู่ไม่เป็น
เปิดอ่าน 102 ครั้ง

พิธา ยัน คนอยู่ไม่เป็น ไม่ใช่คนชังชาติ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาไปด้วยกัน

16 พฤศจิกายน 2562 ที่ห้องกำแพงเพชรชั้น 6 jj มอลล์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) อภิปราย “ความ อยู่ ไม่ เป็น ของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในกิจกรรม “อยู่ ไม่ เป็น” โดยมีประชาชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

โดย นายพิธา ให้นิยาม “คนอยู่ไม่เป็น”ว่า คือคนที่กล้าพูด กล้าคิด และกล้าฟัง และลุกขึ้นสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน และ “คนอยู่ไม่เป็น”ไม่ใช่คนชังชาติหรือคลั่งชาติ แต่ตรงกันข้ามพวกเรารักชาติ รับข้อเสียของชาติได้และพร้อมทั้งเดินหน้าแก้ไขปัญหาเหล่านั้นไปด้วยกัน

โดยกิจกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. พร้อมจัดบูทนำเสนองานและประเด็นผลักดันต่อสภาในรูปแบบอยู่ไม่เป็น ประกอบด้วย บูธที่ 1″ท.ทหาร ทันสมัย”(สมัครใจไม่บังคับ)นำเสนอ 8 มาตราการสร้างกองทัพทันสมัย

บูธที่ 2 “อยู่ไม่เป็นเพราะแรงงานอยู่ไม่ได้”นำเสนอแนวทางจัดลำดับ สถานประกอบการที่ละเมิดสิทธิแรงงาน เพื่อนำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่ดี และการยอมรับในระดับสากล

บูธที่3″LBTQUI” นำเสนอการแก้กฎหมายสมรส ระหว่างชาย-หญิงเป็น บุคคล-บุคคล พร้อมทดลองตบใบสำคัญสมรสกับคนที่คุณรัก

บูธที่4″ELC ระเบียบชีวิตภาคตะวันออก” อยากให้เสียงกระซิบนายทุนดังกว่าเสียงตะโกนของชาวบ้าน ฟังเสียงสะท้อนต่อผลการดำเนินการEEC เขตพัฒนาเศรษฐกิจตะวันออกของรัฐ

บูธที่5 ” แอพพลิเครชั่น อนาคตใหม่” เพื่อให้อนาคตที่ดีอยู่ใกล้คุณมากที่สุด ซึ่งแอพพลิเคชัน ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากพรรคอนาคตใหม่เพียงแตะนิ้ว/การค้นหาที่ทำการพรรค/แจ้งเรื่องร้องทุกข์โดยตรง รวมถึงบูธขายสินค้าพรรคอนาคตใหม่

%d bloggers like this: