oversea

All posts tagged oversea

ซาอุฯลั่นตอบโต้แน่หากถูกลงโทษจากปมนักข่าวหายลึกลับ

Published November 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/348014

ซาอุฯลั่นตอบโต้แน่หากถูกลงโทษจากปมนักข่าวหายลึกลับ

ซาอุฯ,ซาอุดีอาระเบีย,ตอบโต้,นักข่าวหายตัวลึกลับ,แซงค์ชัน

หลังถูกกดดันหนักให้เคลียร์ปมนักข่าวปากกล้าหายตัวปริศนา ซาอุฯออกโรงเตือนพร้อมตอบโต้หากใครลงโทษด้วยเรื่องนี้

สำนักข่าวเอสพีเอ ของทางการซาอุดีอาระเบีย อ้างแหล่งข่าวทางการที่เปิดเผยว่า ซาอุฯจะไม่ยอมถูกข่มขู่ หรือยอมให้มีความพยายามบ่อนทำลาย ไม่ว่าจะขู่คว่ำบาตรเศรษฐกิจหรือใช้แรงกดดันทางการเมือง “ริยาดพร้อมตอบโต้มาตรการใดก็ตามด้วยมาตรการที่แรงกว่า” พร้อมย้ำถึงความเป็นมหาอำนาจน้ำมัน ที่มีบทบาทสำคัญและทรงประสิทธิภาพในเศรษฐกิจโลก

คำเตือนของซาอุฯ มีขึ้นขณะที่ตลาดหุ้นริยาดร่วงหนักสุดในรอบหลายปีจากปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลริยาดอยู่เบื้องหลังการสังหาร นายจามัล คาช็อคกี นักข่าวจอมวิจารณ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ที่หายสาบสูญนับจากเข้าไปขอเอกสารเตรียมแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี ในสถานกงสุลซาอุฯในนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม

ข้อกล่าวหาที่ตุรกีอ้างว่ามีคลิปเสียงและภาพยืนยันว่านักข่าววัย 54 ปี ถูกสังหารภายในสถานกงสุล จุดกระแสกดดันยักษ์ใหญ่ตะวันออกกลาง นักธุรกิจมหาเศรษฐีวงการเทคโนโลยี วงการสื่อ และบริษัทตะวันตก พากันถอนตัวจากการร่วมประชุมงานใหญ่ที่ซาอุฯจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า ภายใต้ชื่อ “ความริเริ่มการลงทุนแห่งอนาคต” ที่เรียกกันว่า ดาวอสในทะเลทราย  ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการผลักดันปฏิรูปเศรษฐกิจของมกุฎราชกุมารซาอุฯ

ซาอุฯลั่นตอบโต้แน่หากถูกลงโทษจากปมนักข่าวหายลึกลับ 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ขู่สำทับเมื่อวันเสาร์ว่า จะลงโทษพันธมิตรซาอุฯอย่างรุนแรง หากว่าคาช็อคกี คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ถูกฆ่าตายในสถานกุงสุลซาอุฯจริง
ด้านตุรกีเองก็เพิ่มแรงกดดันอีกระดับเมื่อวานนี้ด้วยการกล่าวหาซาอุฯ ไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวน ขณะซาอุฯยืนยันคาช็อคกีออกจากสถานกงสุลไปแล้ว และข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลริยาดส่งทีมสังหารไปปลิดชีวิตนักข่าว ไม่มีมูลอย่างสิ้นเชิง

ประมงออสซี่ช็อกเจองูหลามแอบติดเรือไปกลางทะเล

Published November 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/348011

ประมงออสซี่ช็อกเจองูหลามแอบติดเรือไปกลางทะเล

งูบนเรือ,ชาวประมงออสซี่,ติดตาม,ติดเรือ,ควีนสแลนด์

ชาวประมงในควีนสแลนด์ต้องโทรเรียกคนจับงูกลางน้ำ หลังเจองูหลามแอบติดเรือไปด้วย

ปกติแล้ว ถ้าคนเราเจองูก็วิ่งหนี แต่เคราะห์ร้ายเมื่อนำเรือออกจากฝั่งไปแล้ว เพิ่งสังเกตเห็นว่าสัตว์เลื้อยคลานอย่างงูหลามตัวใหญ่ แอบติดตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว รู้อีกทีคือเจอตัวเป็นๆกลางทะเลแบบนี้จะหนีไปไหนได้

สจวร์ต แมคเคนซี โพสต์ข้อความนี้บนเพจ  Snake Catcher 24/7 Sunshine Coast พร้อมคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นงูตัวหนึ่งกำลังเลื้อยตัวอยู่เหนือศีรษะของเขา

แมคเคนซี กล่าวว่า ชายเจ้าของเรือในเมืองคาลูนดรา ในเขตซันชายน์โคสต์ เจอเหตุการณ์นี้เมื่อเช้า ขณะออกเรือไปจับปูและปลา เขาโชคไม่ดีจับปลาไม่ได้ แต่ที่จับได้เป็นงูหลามคาร์เพ็ทชายฝั่ง ( coastal carpet python ) ตัวใหญ่ทีเดียว เขาช็อกมากเพราะพบเห็นมันอยู่ในระดับสาขาพอดี ม้วนตัวอยู่ที่ราวตากผ้าหลังเรือ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แมคเคนซีถูกเรียกตัวไปจับงูบนเรือ และงูที่จับได้จะนำไปปล่อยกลับป่าบ้านของมัน

 ประมงออสซี่ช็อกเจองูหลามแอบติดเรือไปกลางทะเล 

 ประมงออสซี่ช็อกเจองูหลามแอบติดเรือไปกลางทะเล 

ปากีสถานจ่อแขวนคอฆาตกรฆ่าข่มขืน 7 ขวบ

Published November 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/348005

ปากีสถานจ่อแขวนคอฆาตกรฆ่าข่มขืน 7 ขวบ

ปากีสถาน,จ่อแขวนคอ,ประหาร,ฆาตกรรมข่มขืน,7ขวบ

ศาลปากีสถานไฟเขียวประหารฆาตกรฆ่าและข่มขืนเด็กหญิงวัย 7 ขวบ คดีที่จุดกระแสประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเมื่อต้นปี

หนังสือพิมพ์ เดอะดอว์น ในปากีสถาน รายงานว่า ศาลต่อต้านก่อการร้ายจังหวัดปัญจาบ อนุมัติการแขวนคอประหาร อิมรอน อาลี นักโทษวัย 23 ปี จากความผิดข่มขืนและฆาตกรรมเด็กหญิงไซนับ อามิน วัย 7 ขวบเมื่อเดือนมกราคม

การประหารด้วยการแขวนคอจะมีขึ้นในวันพุธที่ 17 ตุลาคม ที่ทัณฑสถานกลางลาฮอร์

เหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม จุดชนวนการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ เพราะกรณีเด็กหญิงไซนับ นับเป็นเหยื่อรายที่ 12 ที่เกิดขึ้นในรัศมี 10 ก.ม.ในช่วง 12 เดือน เริ่มแรก ผู้ชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรมให้กับไซนับ ต่อมากลายเป็นกระแสเรียกร้องให้ทางการยุติการกระทำรุนแรงต่อเด็ก ด้วยการลงโทษผู้กระทำผิดสถานหนัก

ปากีสถานจ่อแขวนคอฆาตกรฆ่าข่มขืน 7 ขวบ
การประท้วงลุกลามเป็นความรุนแรงในเมมืองคาซูร์  จนมีผู้เสียชีวิตถึง 2 คน

อาลีเป็นชาวเมืองคาซูร์ ห่างจากเมืองลาฮอร์ เมืองเอกของจ.ปัญจาบ 50 ก.ม. ถูกกล่าวหาก่อคดีข่มขืนและฆาตกรรมผู้เยาว์อย่างน้อย 9 ราย

เด็กหญิงไซนับ เหยื่อรายล่าสุด หายตัวไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม ระหว่างเดินทางไปที่ศูนย์เรียนศาสนาใกล้บ้านในเมืองคาซูร์ ห่างจากเมืองลาฮอร์ราว 50 ก.ม. ช่วงนั้น เธออาศัยอยู่กับป้า ส่วนพ่อแม่ของเธออยู่ระหว่างไปแสวงบุญที่ซาอุดีอาระเบีย

กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นเด็กหญิงเคราะห์ร้าย กำลังเดินตามคนแปลกหน้าใกล้ถนนพีโรวาลา จากนั้น 4 วัน พบเด็กหญิงเป็นศพอยู่ในกองขยะใกล้ถนนสายหนึ่ง ผลชันสูตรยืนยันเหยื่อถูกข่มขืน
ทางการปัญจาบ ตรวจดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยนับพันคน ก่อนจับกุมอาลี เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ในวันที่ 23 มกราคม ศาลตัดสินลงโทษประหารเมื่อเดือนมิถุนายน แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์ และศาลปฏิเสธ โดยชี้ว่านายอาลีได้ก่อความผิดทำนองเดียวกันกับเด็กอีกอย่างน้อย 8 คน จึงไม่สมควรได้รับความสงสารเห็นใจ

โดยรวม อิมรอน อาลี ถูกตัดสินลงโทษประหารในความผิด 21 กระทง จำคุกตลอดชีวิต 3 ครั้ง และจำคุกรวม 23 ปี

ในปี 2560 มีเหตุเด็กถูกละเมิดทางเพศ 4,139 คนในปัญจาบ ราว 43% ผู้กระทำผิดเป็นคนที่เหยื่อรู้จักคุ้นเคย

อดีตผู้ป่วยมะเร็งร่ำไห้เจ้าของร้านเชิญออกอ้างหน้าตาไล่แขก

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347966

อดีตผู้ป่วยมะเร็งร่ำไห้เจ้าของร้านเชิญออกอ้างหน้าตาไล่แขก

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อดีตผู้ป่วยมะเร็ง,เจ้าของร้าน,ปิดหน้า,หน้าเสียโฉม,โดนไล่

เจ้าของร้านอาหารไม่ต้อนรับอดีตผู้ป่วยหน้าเสียโฉมหลังผ่าตัดรักษาชีวิตจากมะเร็งผิวหนัง อ้างหน้าตาไล่แขก

เคอร์บี อีแวนส์ วัย 65 ปีแวะร้านฟอร์คส์ พิต เมืองวอลเทอร์โบโร  รัฐเซาท์คาโรไลนา เพื่อซื้อโดนัทและเครื่องดื่ม เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว แต่เจ้าของร้านขอเชิญให้ออกไป เพราะเกรงว่าลูกค้าคนอื่นเห็นแล้วจะไม่สบายใจ

อีแวนส์ ชินแล้วกับการถูกจ้องหน้าหลังจากป่วยป็นมะเร็งผิวหนัง และต้องผ่าตัดเฉือนตาซ้ายและจมูกเพื่อรักษาชีวิตไว้เมื่อ 7 ปีก่อนจนหน้าเสียโฉม แต่ครั้งนี้ทำร้ายความรู้สึกอย่างรุนแรง โดยเมื่อเข้าไปซื้อขนมรับประทาน ดอนนา แอลเดอร์แมน ครอสบี เจ้าของร้าน ดึงเสื้อเขาและพาไปคุยในห้องทำงาน ขอให้ปิดหน้าไว้ หรือไม่ก็ออกไป เพราะใบหน้าของเขาไล่ลูกค้า

อดีตผู้ป่วยมะเร็ง บอกสื่อท้องถิ่นว่า เธอใช้คำพูดทำร้ายความรู้สึกจนเขากลั้นน้ำตาไม่อยู่ และถามว่าใครจะกินได้หากต้องปิดหน้า

เมื่อแบรนดี อีแวนส์ ลูกสาวของเขาทราบว่าพ่อต้องออกจากร้านนั้นทั้งน้ำตา เธอโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันอังคารว่า พ่อของเธอคือผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง แต่ต้องเสียดวงตาซ้ายและจมูก เขาถูกเลือกปฏิบัติเพราะหน้าตาที่ไม่ใช่ความผิดแต่เพราะมะเร็ง พ่อของเธอเป็นคนเข้มแข็งมาก พอรู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไร เธอน้ำตาคลอและเจ็บปวดที่เห็นพ่อเจ็บปวด

อดีตผู้ป่วยมะเร็งร่ำไห้เจ้าของร้านเชิญออกอ้างหน้าตาไล่แขก

( คนในชุมชนมาให้กำลังใจ )

ลูกสาวกล่าวว่า พ่อของเธอไม่ได้มีรายได้มากพอผ่าตัดได้ เธอจึงเปิดระดมทุนผ่านเวบไซต์GoFundMe เพื่อใช้ในการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าของพ่อ แต่ต่อมา เธอลบสิงค์เพจระดมทุนออกจากเฟซบุ๊ก โดยบอกว่าเธอไม่ได้โพสต์เล่าเรื่องเพื่อเงิน แต่เธอกับพ่อต้องการปลุกจิตสำนึกเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติกับผู้อื่นที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน กระนั้น ถึงขณะนี้ มีผู้เห็นใจร่วมสมทบทุนผ่าตัดเกือบ  7.5 หมื่นดอลลาร์ตามเป้าหมาย

ด้าน อีแวนส์ กล่าวว่า เหตุที่พูดเรื่องนี้เพราะไม่ต้องการให้ผู้พิการได้รับการปฏิบัติแบบนั้น เพราะเราก็คือคนเหมือนกัน

ขณะที่แอลเดอร์แมน-ครอสบี เจ้าของร้าน โพสต์ชี้แจงว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ เพราะลูกค้าคนอื่นหวาดกลัว เธอขอให้เคอร์บีปิดบังใบหน้าหรือออกไปแบบเป็นส่วนตัว ไม่ได้ทำต่อหน้าลูกค้าคนอื่น เธอกล่าวด้วยว่า เธอทำร้านอาหารที่คนเข้าไปนั่งรับประทาน สิ่งที่เธอทำไม่ผิด เธอมีภาระต้องจ่าย และทำงานหนักมากเพื่อให้ลูกค้าทุกคนพอใจ

 

ไต้หวันซึ้งบุคลากรการแพทย์กว่า 30 คนรุดช่วยชีวิตเด็ก 1 คน

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347948

ไต้หวันซึ้งบุคลากรการแพทย์กว่า 30 คนรุดช่วยชีวิตเด็ก 1 คน

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไต้หวัน,บุคลากรการแพทย์ไต้หวัน,ทารก 1 คน,30 คน

ชาวไต้หวันซึ้งใจความทุ่มเทของบุคลากรการแพทย์ที่รวมพลังกันกว่า 30 คนเพื่อช่วยชีวิตเด็กแรกเกิด 1 คน

สำนักข่าวไต้หวันนิวส์ รายงานว่า ชาวเน็ตหลายคนถึงกับน้ำตาซึมกับภาพถ่ายแสดงให้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมแพทย์และพยาบาลกว่า 30 คน ภายในห้องผ่าตัด โดยมีเป้าหมายเดียวคือ เพื่อช่วยชีวิตของทารกแฝดแรกเกิด แต่คาดว่าแฝดหนึ่งในสอง เสียชีวิตแม้พยายามกันเต็มที่แล้ว

เหตุการณ์ในภาพเกิดขึ้นเมื่อ 12 ตุลาคม โพสต์โดยคุณหมอ  Shih Jin-Chung จากแผนกสูติและนรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน(เอ็นยูทีเอช) ซึ่งมักนำเรื่องราวกินใจหรือประทับใจเกี่ยวกับคนไข้ มาบอกเล่าบนเสื่อสังคมออนไลน์

ไต้หวันซึ้งบุคลากรการแพทย์กว่า 30 คนรุดช่วยชีวิตเด็ก 1 คน

ในภาพ ศัลยแพทย์ พยาบาล และเทคนิคการแพทย์ ยืนล้อมรอบโต๊ะผ่าตัด ในห้องผ่าตัดจนแน่นขนัด บางคนกำลังวุ่นวายกับคนไข้ อีกส่วนหารือกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อช่วยชีวิตทารก

ไต้หวันซึ้งบุคลากรการแพทย์กว่า 30 คนรุดช่วยชีวิตเด็ก 1 คน

หมอไม่ได้เผยรายละเอียดถึงอาการเกี่ยวกับทารก แต่โพสต์ว่า พวกเราพยายามกันอย่างเต็มกำลัง ทีมงานกว่า 30 คนทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเด็กคนหนึ่งแต่ก็หมดหวัง ส่วนใหญ่ไปที่โรงพยาบาลโดยสมัครใจไม่หวังผลตอบแทน เพราะการช่วยชีวิตเป็นงานของพวกเรา ผมขอขอบคุณครอบครัวของทารกแรกเกิดคู่นี้ที่ให้กำลังใจ และไว้วางใจ แม้ยอมรับว่าโอกาสมีไม่มากนัก

ชาวเน็ตไต้หวันเข้าไปโพสต์ชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก  และขอบคุณการอุทิศตนทำหน้าที่อย่างไม่คิดถึงตนเอง   พวกคุณทำให้เรารู้ว่าความรักมีอยู่ทุกหนแห่ง บ้างว่านี่คือภาพงดงามที่สุดในไต้หวัน และพวกคุณคือความภาคภูมิใจที่แท้จริงของไต้หวัน

เครื่องบินอินเดียเฉี่ยวกำแพงขณะทะยาน-ใต้ท้องฉีกขาด

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347848

เครื่องบินอินเดียเฉี่ยวกำแพงขณะทะยาน-ใต้ท้องฉีกขาด

แอร์อินเดียเอ็กซ์เพรส,เฉี่ยวกำแพง,ไปต่อ,ทะยานขึ้น

เครื่องบินแอร์อินเดียเอ็กซ์เพรส ชนกำแพงล้อมสนามบินตอนทะยานขึ้นจากรันเวย์ เหลือเชื่อบินไปอีก 4 ชม. จนท.สนามบินแจ้งไปถึงได้รู้ ลงจอดฉุกเฉิน

เกิดเหตุระทึกกับเครื่องบินโดยสารแบบโบอิง 737-800 ของแอร์อินเดีย เอ็กซ์เพรส สายการบินประหยัดของแอร์อินเดีย ประสบเหตุชนกับเสาปลายทางรันเวย์ ก่อนเฉี่ยวกำแพงด้านนอกของสนามบิน ขณะกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 250 ก.ม.ต่อชั่วโมง

แอร์อินเดียเอ็กซเพรส ระบุในแถลงการณ์ว่า หลังจากเที่ยวบิน ไอเอ็กซ์611 ทะยานขึ้นจากสนามบินทิรุจิราปาลลิ รัฐทมิฬนาดู ทางใต้ของอินเดีย มุ่งหน้าไปดูไบเมื่อเวลา 1.30 น. วันนี้  กัปตันได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สนามบินว่า เครื่องบินอาจกระแทกกับขอบกำแพง ซึ่งภาพถ่ายแสดงให้เห็นกำแพงพังหายไปราว 5 ฟุต ซึ่งน่าจะเป็นเพราะถูกล้อหรือท้องเครื่องบินโบอิ้งเฉี่ยวชน

กัปตันแจ้งว่า ระบบเครื่องบินทำงานปกติดี แต่ตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินที่มุมไบ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน โดย ณ เวลานั้น เครื่องบินอยู่ระดับความสูงปกติและอยู่ในอากาศนานเกือบ4 ชม.แล้ว

เครื่องบินอินเดียเฉี่ยวกำแพงขณะทะยาน-ใต้ท้องฉีกขาด

โชคดีที่ผู้โดยสารและลูกเรือ 136 คนบนเที่ยวบินนี้ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แม้ภาพเครื่องบินหลังลงจอดฉุกเฉิน เผยให้เห็นความเสียหายไม่น้อย ที่ท้องเครื่องบินแตกทะลุเป็นโพรงขนาดใหญ่ และรูทะลุอีกหลายจุดทั้งบริเวณครอบเครื่องยนต์ และลำตัวเครื่องบิน

เครื่องบินอินเดียเฉี่ยวกำแพงขณะทะยาน-ใต้ท้องฉีกขาด

สายการบินสั่งพักงานนักบินสองคน ซึ่งมีประสบการณ์การบินกว่า 6,500 ชม. ระหว่างรอบการสอบสวนอุบัติเหตุประหลาดครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ หลังจากนักบินของแอร์อินเดีย ลืมเปิดสวิตช์ควบคุมแรงดันอากาศ ทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บมีเลือดออกจากจมูกและหู กว่า 30 คน

มาเลเซียเมินจีนปล่อยอุยกูร์ 11 คนที่หนีจากไทยไปตุรกีแล้ว

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347783

มาเลเซียเมินจีนปล่อยอุยกูร์ 11 คนที่หนีจากไทยไปตุรกีแล้ว

อุยกูร์,ตุรกี,มาเลเซียส่งอุยกูร์,เมินจีน

ทางการมาเลเซียปล่อยตัวมุสลิมอุยกูร์ 11 คนที่หลบหนีจากไทย แม้จีนขอให้ส่งตัวกลับ

ชาวมุสลิมอุยกูร์ 11 คนที่หลบหนีจากห้องขังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2560 ก่อนเข้าไปในมาเลเซีย แล้วถูกจับกุมฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย ล่าสุด อัยการสูงสุดมาเลเซียตัดสินใจยกฟ้องทุกข้อหาด้วยเหตุผลมนุษยธรรม และส่งตัวไปยังประเทศตุรกี ถึงที่หมายแล้ว หลังออกจากมาเลเซียเมื่อวันอังคาร

ฟาห์มี อับดุล โมอิน ทนายของชาวอุยกูรณ์กล่าวว่า การตัดสินใจมีขึ้นหลังจากทีมทนายเขียนหนังสือถึงอัยการสูงสุดมาเลเซียขอให้ถอนฟ้อง ชายอุยกูร์เหล่านี้อ้างว่ามาจากเตอร์กิสถาน ซึ่งมีชุมชนชาวอุยกูร์ขนาดใหญ่อยู่ในตุรกี พวกเขาจึงต้องการไปตุรกี

กลุ่มฮิวแมนไรทส์วอทช์ แสดงความยินดีกับการตัดสินใจของมาเลเซีย และว่าหากส่งกลับจีน ชาย 11 คนนี้จะเผชิญกับการคุมขัง ทรมานหรือชะตากรรมเลวร้ายยิ่งกว่าอย่างแน่นอน

มาเลเซียเมินจีนปล่อยอุยกูร์ 11 คนที่หนีจากไทยไปตุรกีแล้ว

รัฐบาลมาเลเซียชุดก่อน ภายใต้นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค เคยเนรเทศชาวอุยกูร์ 29 คนกลับจีน อ้างว่าพัวพันกลุ่มสุดโต่ง ส่วนชาวอุยกูร์ 11 คนกลุ่มล่าสุด รัฐบาลปักกิ่งก็เคยร้องขอให้ส่งกลับเขตปกครองตนเองซินเจียงเช่นกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด ขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาลใหม่ในเดือนพฤษภาคม มาเลเซียยึดท่าทีต่างไปจากเดิม

ดร.มหาธีร์ยกเลิกโครงโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทจีนหนุนหลัง รวมถึงรถไฟและท่อส่งก๊าซ รวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และการส่งกลับอุยกูร์โดยเพิกเฉยคำร้องขอของปักกิ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์มึนตึงขึ้นอีก

จีนถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนชนกลุ่มน้อยนับถืออิสลาม ในเขตปกครองตนเองซินเจียงทางตะวันตกไกล รวมถึงการซ้อมทรมาน กดขี่ทางศาสนาและวัฒนธรรม

สหประชาชาติระบุในรายงานว่า มีชาวมุสลิมในซินเจียงราว 1 ล้านที่เคยถูกกวาดจับเข้าค่ายล้างสมอง ซึ่งชาวอุยกูร์อ้างว่าเป้าหมายของทางการจีนคือใส่อัตลักษณ์ความเป็นจีนให้คนรุ่นใหม่แทนความเป็นอุยกูร์

แม่ออสซี่ช้ำทั้งตัวหลังเป็นโล่ห์ปกป้องลูกจากพายุลูกเห็บ

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347752

แม่ออสซี่ช้ำทั้งตัวหลังเป็นโล่ห์ปกป้องลูกจากพายุลูกเห็บ

พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงถล่มรัฐควีนสแลนด์เมื่อวานนี้ พร้อมกับลูกเห็บขนาดเท่าลูกกอล์ฟ เสียหายเป็นวงกว้างและแม่คนหนึ่งบาดเจ็บเพราะปกป้องลูก

ฟีโอนา ซิมป์สัน คุณแม่ชาวออสเตรเลีย คิดว่าเธอกับลูกกำลังจะตายขณะเผชิญพายุลูกเห็บและติดอยู่ในรถ ท่ามกลางพายุฝนตกฟ้าคะนองแบบรุนแรงที่สุดที่เรียกว่าซูเปอร์เซลล์ถล่มเขตเซาร์เบอร์เน็ตต์ รัฐควีนสแลนด์เมื่อวานนี้

ระหว่างที่เธอกำลังขับรถอยู่ พร้อมกับแม่ของเธอวัย 78 ปีและลูกสาววัย 4 เดือน ลูกเห็บตกทะลุกระจกหลังรถแตกกระจาย  เธอรีบชิดรถข้างทาง และพุ่งตัวไปเบาะหลังเอาตัวบังลูกไว้

แม่ออสซี่ช้ำทั้งตัวหลังเป็นโล่ห์ปกป้องลูกจากพายุลูกเห็บ 

คุณแม่วัย 23 ปี กล่าวว่า เธอเห็นลูกกรีดร้องแต่ไม่ได้ยินเสียงเลย เพราะเสียงพายุและลูกเห็บกลบหมด จากนั้นไม่นาน กระจกหน้ารถก็แตกปลิวไปอีกบาน อย่างไรก็ดีแต่ในที่สุด ทั้งสามเลื่อนรถไปบ้านใกล้ที่สุดและโทรเรียกรถพยาบาล

แม่ออสซี่ช้ำทั้งตัวหลังเป็นโล่ห์ปกป้องลูกจากพายุลูกเห็บ 

เธอไม่รู้ตัวจนกระทั่งถึงโรงพยาบาลและถอดเสื้อออกจึงเห็นว่าหลัง ไหล่และคอของเธอ เต็มไปด้วยแผลบาดและฟกช้ำ ส่วนลูกสาววัยทารก ศีรษะโน และยายของเด็กอยู่โรงพยาบาลหนึ่งคืนเพราะผิวหนังเป็นแผลจากลูกเห็บ

ซิมป์สัน โพสต์ภาพน่าตกใจของตัวเองบนเฟซบุ๊กพร้อมระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน เธอจะไม่ขับรถฝ่าลูกเห็บอีกเลย

“ริชาร์ดแบรนด์สัน”พักคุยแผนลงทุนซาอุฯปมนักข่าวหายลึกลับ

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347730

“ริชาร์ดแบรนด์สัน”พักคุยแผนลงทุนซาอุฯปมนักข่าวหายลึกลับ

ริชาร์ดแบรนด์สัน,นักข่าวซาอุ,พักลงทุน,หายตัว

ซาอุดีอาระเบียเจอกระแสกดดันจากหลายฝ่าย ให้แสดงหลักฐานนักข่าวจอมวิจารณ์ออกจากสถานกงสุลจริง

ความคืบหน้ากรณี จามัล คาช็อคกี นักข่าวชาวซาอุดิอาระเบีย และคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ วอชิงตัน โพสต์ หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา หลังเข้าไปในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อ 2 ตุลาคมแล้วไม่มีใครพบเห็นอีกเลย และตุรกีเชื่อว่าเขาถูกฆ่าตายโดยชุดสังหารส่งจากรัฐบาลริยาด

"ริชาร์ดแบรนด์สัน"พักคุยแผนลงทุนซาอุฯปมนักข่าวหายลึกลับ 

สื่อตุรกีเปิดหน้าชุดสังหารนักข่าวในสถานกงสุลซาอุฯ

หนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสต์ รายงานอ้างแหล่งข่าวตรกีและสหรัฐ ว่าตุรกีได้แจ้งสหรัฐว่ามีหลักฐานเป็นคลิปเสียงและวิดีโอ แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซาอุฯจับคาช็อคกี หลังจากเข้าไปในสถานกงสุล สอบปากคำ ทรมานก่อนสังหาร

คาช็อคกีเป็นผู้พำนักในสหรัฐ หลังพาตัวเองไปลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายปีก่อน  เนื่องจากเกรงว่าอาจถูกจับกุมสักวันหนึ่ง จากการวิจารณ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อย่างเปิดเผยบ่อยครั้ง

"ริชาร์ดแบรนด์สัน"พักคุยแผนลงทุนซาอุฯปมนักข่าวหายลึกลับ 

นอกจากถูกกดดันจากสหรัฐและตุรกีให้ซาอุฯไขข้อข้องใจหรือแสดงหลักฐาน   ล่าสุด เซอร์ ริชาร์ด แบรนด์สัน ผู้ก่อตั้งกลุ่มเวอร์จิน ประกาศระงับการเจรจากับซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับแผนลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัทด้านอวกาศของกลุ่มเวอร์จิน ตลอดจนพักบทบาทที่ปรึกษาโครงการท่องเที่ยวริมทะเลแดงของซาอุฯด้วย

โดยแบรนด์สัน ให้เหตุผลเรื่องการหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำของคาช็อคกี และขอระงับการหารือแผนลงทุนไว้ก่อน ระหว่างจะมีความชัดเจนถึงชะตากรรมของเขา

ปีที่แล้ว รัฐบาลซาอุฯประกาศแผนลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเวอร์จิน กาแลคติก ธุรกิจการท่องเที่ยวในอวกาศ กับ เวอร์จิน ออร์บิต ที่ตั้งเป้าส่งดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นสูวงโคจร

"ริชาร์ดแบรนด์สัน"พักคุยแผนลงทุนซาอุฯปมนักข่าวหายลึกลับ 

อีกด้านหนึ่ง แพทริก ซูน เชียง มหาเศรษฐีและศัลยแพทย์ เจ้าของ ลอสแองเจลิส ไทมส์ ก็เป็นบุคคลในแวดวงสื่อคนล่าสุด ประกาศถอนตัวเข้าร่วมงาน “ความริเริ่มการลงทุนในอนาคต ในกรุงริยาด” ที่จะเป็นการชุมนุมผู้นำการเมืองและภาคธุรกิจชั้นนำของโลก ที่เรียกกันว่าดาวอสในทะเลทราย  หลังจากก่อนหน้านี้ นิวยอร์กไทมส์ ประกาศไม่เข้าร่วม เช่นเดียวกับ บรรณาธิการ ดิ อิโคโนมิสต์ และผู้ประกาศจากซีเอ็นบีซี

เจ้าของแอลเอไทมส์ระบุว่า ไม่สบายใจมากเรื่องที่นักข่าวซาอุฯหายตัวไป ท่ามกลางรายงานถูกฆาตกรรม

สหรัฐสั่งงดบิน”เอฟ-35″ทั่วโลกหลังตกครั้งแรก

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347692

สหรัฐสั่งงดบิน”เอฟ-35″ทั่วโลกหลังตกครั้งแรก

เอฟ35,ระงับขึ้นบิน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐสั่งเอฟ 35 งดบินทุกลำ เพื่อตรวจสอบ หลังเครื่องบินขับไล่แพงที่สุดประสบเหตุตกครั้งแรก

หลังจากกองทัพสหรัฐสูญเสียเครื่องบินขับไล่สเตล์ท เอฟ-35บี ลำแรกจากเหตุตกจนพังย่อยยับ ที่เซาท์คาโรไลนา เมื่อเดือนก่อน ข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าท่อน้ำมันอาจมีปัญหา หน่วยงานสหรัฐและพันธมิตรต่างประเทศ จึงตัดสินใจระงับการขึ้นบินของเอฟ35ไว้ก่อน ระหว่างให้วิศวกรทำการตรวจสอบท่อเชื้อเพลิงภายในเครื่องยนต์เครื่องบินรบรุ่นนี้ทุกลำ

 สหรัฐสั่งงดบิน"เอฟ-35"ทั่วโลกหลังตกครั้งแรก 

โฆษกโครงการเอฟ-35 กล่าวว่า ท่อเชื้อเพลิงจะถูกถอดออกและเปลี่ยนใหม่ เมื่อติดตั้งแล้วก็จะกลับมาอยู่ในสถานะปฏิบัติการได้อีกครั้ง

คาดว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จภายใน 24-48 ชม.

จากข้อมูลกระทรวงกลาโหม พบว่า สหรัฐส่งมอบเครื่องบิน เอฟ-35 ทุกรุ่นทั่วโลกแล้ว 320 ลำ ส่วนใหญ่ส่งมอบกองทัพสหรัฐเอง นอกจากนี้ที่รับไปแล้ว อาทิ อิสราเอลและอังกฤษ

อังกฤษระบุว่ามาตรการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ไม่ได้กระทบฝูงบินเอฟ-35 ของตนทุกลำ  ในส่วนของเอฟ 35 จากเรือบรรทุกเครื่องบิน เอชเอ็มเอส ควีน เอลิซาเบท ยังทดลองบินต่อไปตามโครงการเพิ่มศักยภาพกองทัพ  ส่วนกองทัพอิสราเอลระบุว่าจะเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบ เอฟ-35I เครื่องบินขับไล่เอฟ-35 รุ่นที่อิสราเอลใช้  แต่หากจำเป็นต้องนำมาใช้ปฏิบัติการ ก็มีความพร้อม

 สหรัฐสั่งงดบิน"เอฟ-35"ทั่วโลกหลังตกครั้งแรก 

เครื่องบินรบ เอฟ-35 ของนาวิกโยธินสหรัฐ ประสบเหตุในเซาท์คาโรไลนา เมื่อ 28 กันยายน แต่นักบินดีดตัวออกมาได้ปลอดภัย เหตุเกิดเพียงหนึ่งวันหลังจากกองทัพสหรัฐ เพิ่งใช้เอฟ-35 ในสมรภูมิจริงครั้้งแรกโดยส่งไปถล่มเป้าหมายตาลีบันในอัฟกานิสถาน
โครงการสร้างและผลิตเครื่องบินขับไล่สุดล้ำเริ่มมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ได้ชื่อว่าเป็นโครงการอาวุธแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยต้นทุน 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งเป้าผลิต 2,500 ลำ หากรวมค่าบริการและบำรุงรักษาตลอดอายุใช้งานถึงปี 2070 แล้ว ต้นทุนโครงการนี้โดยรวมคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

%d bloggers like this: