Jeff Bezos’s wealth soars to $171.6 billion to top pre-divorce record #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Jeff Bezos’s wealth soars to $171.6 billion to top pre-divorce record

Living

Jul 03. 2020Jeff BezosJeff Bezos

By Syndication Washington Post, Bloomberg · Berber Jin, Jack Witzig · BUSINESS 

Jeff Bezos’s net worth has smashed through its previous peak, even after he relinquished a quarter of his stake in Amazon.com Inc. as part of a divorce settlement last year.

Shares of the Seattle-based retailer surged 4.4% to a record $2,878.70 Wednesday, boosting the founder’s world-leading fortune to $171.6 billion. That tops his previous high of $167.7 billion, set on Sept. 4, 2018, according to the Bloomberg Billionaires Index.

His gains — $56.7 billion this year alone — underscore a widening wealth gap in the U.S. during the worst economic downturn since the Great Depression. Initial public offerings and buoyant equity markets have bolstered mega-fortunes, even as tens of millions of people have lost their jobs. This week, after receiving complaints about ending pandemic hazard pay, Amazon said it would spend about $500 million to give one-time $500 bonuses to most front-line workers.

The company declined to comment on its founder’s wealth.

Amazon has been on a tear, with the pandemic accelerating the consumer shift to e-commerce from brick-and-mortar retail. Bezos owns 11% of the stock, which comprises the bulk of his fortune.

Most of those with the biggest wealth gains also hail from the tech sector. They include Tesla Inc. Chief Executive Officer Elon Musk, who added $25.8 billion to his fortune since Jan. 1, and Zoom Video Communications Inc. founder Eric Yuan, whose wealth has almost quadrupled to $13.1 billion.

Mackenzie Bezos, who acquired a 4% stake in Amazon after the couple split, has a net worth of $56.9 billion and climbed to No. 12 in Bloomberg’s ranking. She recently leapfrogged Alice Walton and Julia Flesher Koch to become the world’s second-wealthiest woman, and now trails only L’Oreal heiress Francoise Bettencourt Meyers.

Not every billionaire has come out ahead this year. Spain’s Amancio Ortega, the titan behind the Zara fast-fashion brand, has lost $19.2 billion, the most of anyone on the Bloomberg index. Berkshire Hathaway Inc. Chairman Warren Buffett has dropped $19 billion and French luxury-goods tycoon Bernard Arnault is down $17.6 billion.

But most have weathered the downturn. The collective net worth of the world’s 500 richest people now stands at $5.93 trillion, compared with $5.91 trillion at the beginning of the year.

นัดช้อป New Normal Fair @ตลาดนัดยิ้มสยาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626766

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.นัดช้อป New Normal Fair @ตลาดนัดยิ้มสยามอยากช้อปต้องมา!! New Normal Fair ตลาดนัดปลอดภัย สยามพิวรรธน์จัด “ตลาดนัดยิ้มสยาม” ชวนช้อปช่วยวิกฤตการณ์โควิด-19 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ วันนี้-28 มิ.ย. 2563

อยากช้อปต้องมา!! สยามพิวรรธน์ ชวนทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือและสนับสนุนคนไทย ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-1 ภายในงาน “ตลาดนัดยิ้มสยาม” งานออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายนานาชนิดในบรรยากาศตลาดนัดติดแอร์ เพื่อสร้างรอยยิ้มและรายได้แก่เพื่อนร่วมสังคมที่ประสบวิกฤตในรูปแบบ New Normal Fair ที่ปลอดภัยไร้กังวลด้วยมาตรการสุขอนามัยของสถานที่อย่างเคร่งครัด ระหว่างวันที่ 24–28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน

ที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยจากต่างจังหวัด ดีไซเนอร์ นักออกแบบไทยที่มีความสามารถ เยาวชน ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสทำธุรกิจ และใช้สถานที่ของสยามพิวรรธน์เป็นเวทีของการนำเสนอสินค้าและบริการในหลากหลายประเภท เช่นเดียวกับ “ตลาดนัดยิ้มสยาม” ครั้งนี้ ที่สยามพิวรรธน์ต้องการช่วยผู้ประกอบการไทยจากทั่วประเทศให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ และกลับมามีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้ง ซึ่งร้านค้าที่เข้ามาขายจะผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และสินค้าที่นำมาขาย มีคุณภาพดี ราคาเป็นธรรม เพื่อส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า สร้างความสุขใจที่ให้คนไทยได้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

สำหรับร้านค้าจากผู้ประกอบการต่างๆที่เข้าร่วม “ตลาดนัดยิ้มสยาม” มีมากมายกว่า 197 ร้านค้า อาทิ เบเกอรี่, ผัก ผลไม้, เครื่องดื่มสมุนไพร, เครื่องดื่มออร์แกนิค, ไอศกรีม, ข้าว, น้ำพริก, อาหารแห้ง, เครื่องสำอางค์, เครื่องประดับ, งานฝีมือ, หน้ากากาอนามัย, รองเท้า, ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก, ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน, เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำให้ทุกท่านมีความสุขในการเลือกช้อปสินค้าที่ได้ช่วยเหลือ และยังได้ของกลับบ้านมากมายอีกด้วย

ร่วมช้อป ชิม ชิล อุดหนุนผู้ประกอบการคนไทยด้วยกันได้ ระหว่างวันที่ 24-28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ Line Official Account @RoyalParagonHall และเตรียมพบกับตลาดนัดยิ้มสยามที่ True ICON Hall ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2563

Work from anywhere ไลฟ์สไตล์ New Normal ส่อแววเครียด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626692

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 12:30 น.Work from anywhere ไลฟ์สไตล์ New Normal ส่อแววเครียดแพทย์เตือน! ไลฟ์สไตล์ New Normal เสี่ยงเครียดทำลายตับ แนะออกกำลังกายเสริมภูมิคุ้มกัน

New Normal ดูจะเป็นกระแสรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มาแรง ในช่วงที่ทั่วโลกยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ด้วยมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในเวลานี้มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องตนเองจากโรคระบาด งดการเดินทาง งดกิจกรรมการพบปะ สร้างระยะห่างทางกายภาพ ซึ่งนั่นหมายรวมถึงรูปแบบการทำงาน ส่งผลให้การสื่อสารทางไกลผ่านเทคโนโลยีสื่อออนไลน์ยิ่งทวีความสำคัญและทรงอานุภาพที่สุดในรอบหลายปี

เนื่องจากหลายหน่วยงานปรับวิธีการทำงานสู่รูปแบบ Work from anywhere ทำให้เราสามารถพบว่าการสื่อสารระหว่างบุคลากรเพื่อการติดต่อประสานงานมักเกิดขึ้นผ่าน Online conference ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่นั่นก็หมายถึงกิจวัตรที่จะต้องประจำการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันเพื่อรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน จนเกิดการละเลยที่จะดูแลสุขภาพกายอย่างเช่นการออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายจากอิริยาบถเดิม ๆ เป็นเวลานาน ยิ่งไปกว่านั้นคนวัยทำงานในบางกลุ่มอาจต้องเผชิญกับความเครียดจากรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ขณะที่ยังต้องรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่มากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อวัยวะภายในโดยที่เราไม่รู้ตัว

พญ.พรนภา ปวีณดำรง ที่ปรึกษา นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สาขาวิชาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และ RDI มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาแพทย์ผู้วิจัยพบผลการศึกษาบางอย่างซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการวิจัยของแพทย์เอง ซึ่งอาจไม่สามารถอ้างอิงในทางวิชาการได้มากนัก

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ “ความเครียด” ที่ส่งผลต่อตับ โดยสามารถอธิบายกลไกได้ 3 ข้อ ได้แก่

1. กลไกการขาดออกซิเจน

เนื่องจากความเครียดส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงตับได้น้อยลง ทำให้เกิดการขาดออกซิเจนในระดับเซลล์ตับลดลงด้วย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เป็นพิษทำลายเซลล์ตับ นอกจากนี้ ความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระ ยังส่งผลให้เกิดความเครียด เกิดการหลั่งสาร TNF-alpha ที่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น 4-7 เท่า

2. กลไกการรั่วเข้าของ Lipopolysacharide

ความเครียดทำให้เกิดการยินยอมในผนังลำไส้ถึง 2 เท่า จึงมีการรั่วเข้าของ Lipopolysacharide และสิ่งแปลกปลอม ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดความเสียหายในตับ

3. ฮอร์โมนความเครียดถูกกระตุ้นให้หลั่งมากเกินไป

ความเครียดจะกระตุ้นการทำงานของไฮโพทาลามัสและต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมความเครียดออกมาในกระแสเลือดมากกว่าคนปกติ 1.6 เท่า ซึ่งกดภูมิคุ้มกันและทำให้เซลล์ตับอักเสบได้ นอกจากนั้น ความเครียดจะกระตุ้นต่อมหมวกไตให้ Epinephirne และ Norepinephirne ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ทั้งหลายรวมถึงเซลล์ตับ

นอกจากนี้ แพทย์ผู้วิจัยยังพบข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ มีการเปลี่ยนค่าตับของอาสาสมัครทั้ง 25 คน นั่นคือค่า AST (SGOT) และ ALT (SGPT) ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าปริมาณที่สูงขึ้นอย่างน่าแปลกใจเมื่อเทียบค่าตับดังกล่าวระหว่างช่วงก่อนมีมาตรการ Work from home และหลังจากมีมาตรการไปแล้ว 4 สัปดาห์

       ค่าเอนไซม์ตับ เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังจากทำงานที่บ้าน 4 สัปดาห์

จากข้อมูลที่แพทย์ได้ค้นพบอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแม้ไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ New Normal จะดูสะดวกสบาย แต่ความเครียดจากการอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ หรือความเครียดจากสภาวะเศรษฐกิจก็ดีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายในโดยที่เราไม่ทันสังเกตเห็น เพราะฉะนั้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันง่าย ๆ จากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ละวางจากการคร่ำเคร่งต่อหน้าที่การงานบ้าง ก็สามารถสร้างสมดุลให้สุขภาพและลดโอกาสการเจ็บป่วยได้อย่างแน่นอน

7 ปัญหาพาองค์กรล่ม..เมื่อโลกเปลี่ยน ทำไมคนไม่ปรับ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626207

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 08:08 น.7 ปัญหาพาองค์กรล่ม..เมื่อโลกเปลี่ยน ทำไมคนไม่ปรับ?การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : กระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวม ทำไมคนไม่เปลี่ยน ที่เปลี่ยนก็ไม่ยั่งยืน

โลกเปลี่ยนอย่างเป็นพลวัต ไม่แน่นอน คลุมเครือ ซับซ้อน ไม่เคยหยุดนิ่งแม้ขณะใดขณะหนึ่ง แต่ในทุกขณะกำลังปรับเข้าสู่สมดุลใหม่เทคโนโลยีก้าวกระโดดในอัตราเร่ง แต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืน สังคมอ่อนแอ ขาดพลัง การปรับตัวรุนแรง ใครตามไม่ทันต้องล่มสลาย ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำๆ แก้กี่ครั้งก็เหมือนเดิม บางคนอยากจะเปลี่ยน บางคนไม่คิดจะเปลี่ยน บางคนพยายามจะเปลี่ยน แต่สุดท้ายก็ละความพยายาม จึงเกิดคำถามว่าเมื่อโลกเปลี่ยนแล้วทำไมคนไม่ปรับ มีที่เปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ยั่งยืน ท่านคิดว่าเพราะอะไร

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน ชี้ว่าหากพิจารณาในเชิงลึก ก็พบประเด็นปัญหาเหล่านี้ที่มักเกิดมาจาก

1.บุคลากรเน้นแต่การพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ แต่ขาดทักษะชีวิต ไม่รู้ว่าองค์กรมีชีวิต ไม่สามารถทำคนให้เป็นมนุษย์ อีกทั้งไม่รู้ว่าอะไรคือองค์ประกอบของชีวิต และไม่เข้าใจว่าจะพัฒนาส่วนผสมชีวิตนั้นอย่างไรเพื่อให้ยั่งยืนการพัฒนาจึงเป็นแบบแกนๆ ขาดคุณค่าและความหมาย

2.หลายคนยังยึดติดอยู่กับกรอบความคิดแคบๆ ภาพความสำเร็จเก่าๆ มีมุมมองแบบเดิมๆ มีทัศนคตเชิงลบ ไม่พัฒนาตนเอง ไม่เล่นเชิงรุก ขาดวิสัยทัศน์ ขาดเป้าหมายชีวิต ขาดความมุ่งมั่น ขาดแรงบันดาลใจ จึงไม่สามารถพัฒนาและระเบิดศักยภาพจากภายในได้ด้วยตนเองไม่สามารถนำตนเองได้ ไม่กล้าเปลี่ยน กลัวพลาด เกาะของเดิมไว้ปลอดภัยกว่าเวลาเจอปัญหา จึงมักเน้นแต่การปรับแต่งพฤติกรรมเพียงเพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” อย่างฉาบฉวย แต่เข้าไม่ถึงฐานรากชีวิต การพัฒนาจึงไปไม่ถึงไหน การเปลี่ยนแปลงจึงไม่เกิดขึ้นจริง ความยั่งยืนยังห่างไกล

3.บุคลากรขาดแนวคิดเชิงระบบ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นหลักไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่ถูก จึงขาดปัญญาและไม่เข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันถักทอ ทับซ้อนกันอย่างเป็นร่างแห ไม่อาจแยกออกจากกันได้ใช้แต่มุมมองเชิงเดี่ยว แยกส่วน จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งขาดมุมมองเชิงองค์รวม จึงขาดความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ติดอยู่กับคำตอบที่ดีที่สุดเพียงคำตอบเดียว แต่ขาดทางเลือกที่สร้างสรรค์ คับแคบจึงไม่สามารถสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้

4.หลายคนมักคิดว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะชีวิตกับการเรียนรู้ มันคือเรื่องเดียวกัน เราจึงต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มันคือการเรียนรู้ตลอดชีวิตแต่คนส่วนใหญ่หยุดการเรียนรู้ คิดว่าพอแล้ว จึงไม่ใฝ่รู้ หยุดการค้นคว้าวิจัยหลายคนคิดไม่เป็น ต้องการแค่คำตอบสุดท้ายสำเร็จรูป แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้จึงไม่สามารถพัฒนาองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้

5.บุคลากรไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความเคารพในตนเอง คิดลบต่อตนเองจึงทำให้ขาดความเชื่อมั่น ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ภายในหวั่นไหวและอ่อนไหว คิดว่าชีวิตหมุนไปตามกระแสสังคมที่มีผลกระทบต่อตนเองอย่างไม่มีทางเลือกจึงไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เหมือนมีอะไรมาฉุดรั้งไว้ ทั้งๆ ที่ตนมีศักยภาพอยู่อย่างเหลือเฟือ เลยไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่อ

6.บุคคลก็ไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ไม่เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง จึงไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ขาดศรัทธา ไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานอย่างมีพลังร่วม การทำงานจึงขาดเอกภาพ

7.ผู้นำองค์กรขาดความเข้าใจว่าองค์กรคือชีวิต ไม่เข้าใจว่าคนคือมนุษย์ มีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงไม่เห็นคุณค่าของคน เมื่อตนไม่เห็นค่าคนอื่น ตนจึงไม่ได้รับการยอมรับ ภาวะผู้นำก็ไม่เกิดองค์กรเมื่อขาดผู้นำ บุคคลก็เล่นไปคนละทิศคนละทาง เล่นไม่เป็นทีม ขาดการมีส่วนร่วม ขาดเป้าหมายร่วม ไม่เสียสละ ไม่เกื้อกูลกัน ทั้งองค์กรจึงเล่นไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพหนึ่งเดียว

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้มิใช่ของใหม่ มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป และเป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กรท่านคิดว่ามันถึงจุดเปลี่ยนหรือยัง หรือยังทนได้อยู่ เรารู้ว่าเราต้องเปลี่ยน แต่ทำไมคนไม่เปลี่ยน มีที่เปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ยั่งยืนท่านคิดว่าอะไรคือสาเหตุ รากของปัญหามันอยู่ที่ไหน อะไรทำให้องค์กรแตกต่างกัน ท่านจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างไรและหากปัญหานี้เป็นจริงในที่ทำงาน มันก็จริงในครอบครัวด้วย แล้วท่านจะพาคนที่ท่านรักให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไรต้องเปลี่ยนทุกคนไหม แล้วควรจะเริ่มที่ใครก่อน ระดับใดต้องมีทีมผู้นำการเปลี่ยนแปลงไหม ต้องพัฒนายาวนานแค่ไหน ต้องต่อเนื่องไหม ถ้าลองเปลี่ยนแล้ว มันยังล้มเหลวอีก ท่านจะทำอย่างไร

เพราะธุรกิจคือชีวิต ความยั่งยืนคือหัวใจของความสำเร็จ การปรับตัวอย่างยืดหยุ่นคือคำตอบ

หากปรับตัวเอาชนะภาวะนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “สมดุล” หากรักษาสมดุลนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “เข้มแข็ง” หากรักษาความเข้มแข็งนั้นไว้ได้เรื่อยๆ เรียกว่า “มั่นคง” หากรักษาความมั่นคงนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “ยั่งยืน”

อยากเป็น Admin ต้องทำอย่างไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626468

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 07:40 น.อยากเป็น Admin ต้องทำอย่างไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้างอยากรู้จักงาน Admin คืองานอะไร? แล้วผู้ที่กำลังหางานนี้อยู่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง? … ไปดูกัน

รู้จักงาน ‘Admin’ อาชีพที่ตลาดมีความต้องการเยอะ

แอดมิน หรือที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันปัจจุบันคือผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊ก อาชีพนี้เกิดขึ้นราวช่วงประมาณ พ.ศ.2560 โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของพนักงานบุคลากรที่มีความสามารถในการสื่อสารและเขียนเนื้อหาเชิงบวก ช่วยเสริมภาพลักษณ์ ก่อนที่จะขยับขยายออกมาเป็น ‘ฟรีแลนซ์’ คนนอกองค์กร โดยกลุ่มผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ซึ่งกลุ่มของงานที่ต้องดูแลจะมีทั้งสินค้าและการบริการทุกรูปแบบ

ตามความเข้าใจในข้างต้นแอดมินจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่ ‘ดูแลเพจ’ เป็นอาชีพแอดมินที่นิยมในรูปแบบบริษัท มีหน้าที่ในการทำงานคือตอบคอมและโต้ตอบสื่อสารในการให้ข้อมูล หน้าที่ให้คำแนะนำทางช่องทางแชทข้อความส่วนตัว และแอดมิน ‘รับออเดอร์’ จะเป็นผู้จัดการในการให้บริการโต้ตอบเพื่อการขายสินค้า แจ้งข้อดีและคุณสมบัติ จำพวก ราคา พร้อมกับปิดการขายลูกค้า

จะว่าไปแล้วงาน Admin เป็นงานฝ่ายธุรการที่มีขอบข่ายและหน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่ค่อนข้างกว้าง จนหลายคนอาจจะเข้าใจว่างานด้านนี้ มีความคล้ายคลึง และค่อนข้างเหมือนกับงานของ HR แต่หากลองวิเคราะห์จากเนื้องานแล้ว จะเป็นว่างานทั้งสองประเภทนี้ จะมีความแตกต่างกันอยู่ อีกทั้งงาน Admin นี้จะเน้นที่การประสานงานเป็นหลัก 

เนื่องจากงาน Admin เป็นงานที่มีลักษณะของการเป็นฝ่ายสนับสนุนค่อนข้างมาก เห็นได้จากผู้ที่ทำงานธุรการสามารถเข้าไปช่วยเหลืองานในฝ่ายอื่น ๆ ได้ เช่น Admin สามารถเข้าไปช่วยงานของฝ่าย HR ในด้านดูแลด้านเอกสาร หรือ ประสานงานกับพนักงาน เป็นต้น ขอบข่ายงานของ Admin จึงอยู่ที่ว่าต้องไปสังกัดอยู่กับฝ่ายไหน แต่โดยรวมแล้ว งานธุรการจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลงานเอกสารต่าง ๆ การติดต่อประสานงานภายใน และนอกองค์กร การจัดเก็บ และค้นหาเอกสาร การจัดเตรียมการประชุม เป็นต้น

ตำแหน่งงาน Admin ที่เปิดรับสมัคร จะมีทั้ง Admin ฝ่ายขาย Admin ฝ่ายบุคคล หรือ Admin ฝ่ายการตลาด ตำแหน่งงานต่างๆ เหล่านี้ จะมีหน้าที่และความสำคัญของงานแตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนจะสมัครงานในตำแหน่งนี้ ควรดูรายละเอียดของงานให้ถ้วนถี่ก่อนว่า เป็นงานที่ตรงกับความสามารถของเราหรือไม่ 

การเริ่มต้นสมัครงาน Admin นอกจากจะต้องเป็นคนที่มีทัศนคติ และแนวคิดด้านบวกในการเริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้ว การจบการศึกษาที่ตรงกับสายงานก็มีส่วนสำคัญ ผู้หางานที่ต้องการงานด้านธุรการ คือคนที่มีความรู้ความสามารถ และเรียนจบมาจากสาขาต่างๆ ดังนี้ คณะบริหารธุรกิจ (เอกเลขานุการ) สาขาบริหารการจัดการ สาขาบริหารการตลาด สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แต่หากมองตามหลักความเป็นจริงแล้ว สายงานนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง ขอให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถตามที่ตำแหน่งงานได้กำหนดไว้ โอกาสที่จะได้งานนี้ก็มีค่อนข้างสูง

ผู้ที่ทำงาน Admin ควรมีคุณสมบัติอย่างไร

คุณสมบัติของผู้ทำงาน Admin โดยรวมแล้วต้องเป็นคนที่รับความรับผิดชอบสูง มีความอดทน มุ่งมั่นในการทำงาน อีกทั้งมีความคล่องแคล่ว มีใจรักงานบริการ ใจเย็น มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับบุคคลอื่นได้ง่าย สามารถประสานงานระหว่างบุคคล หรือระหว่างองค์ได้เป็นอย่างดี อดทนต่อสภาวะแรงกดดันในการทำงานได้

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ผู้ที่ทำงาน Admin อาจจะต้องมีทัศนคติด้านบวกเหล่านี้รวมอยู่ด้วยเพื่อเพิ่มความสุขในการทำงานให้มีมากขึ้น

  • มีความละเอียด รอบคอบ
  • สนใจรายละเอียดของงานที่ทำ ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด
  • เปิดใจกว้างยอมรับทั้งเสียงตำหนิ และคำชมเชย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน
  • เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิ่งท้าทาย และเป็นสิ่งเตือนใจให้เราได้เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายอย่างเต็มที่
  • ภูมิใจในหน้าที่การทำงานของตนเอง ให้ระลึกเสมอว่างานที่เราทำมีคุณค่าคิดอยู่เสมอว่า ความสุขของคนที่ได้ทำงาน Admin คือการได้ช่วยเหลือคน

บทบาทและหน้าที่ของงาน Admin

งาน Admin จะมีขอบข่ายความรับผิดชอบอยู่ที่การช่วยเหลือ หรือจัดการธุระต่างๆ ให้กับบุคคลในองค์กร อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามแผนกที่ตัวเองสังกัดอยู่ แต่งานหลักๆ ของธุรการ จะมีดังนี้ ติดต่อประสานงาน เดินเอกสารให้กับพนักงานดูแลสถานที่ หรือติดต่อกับฝ่ายอาคาร ในกรณีที่ต้องการใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ดูแลเอกสาร หรือส่งจดหมายให้กับพนักงานในแผนกต่างๆ ตรวจสอบ และสั่งซื้ออุปกรณ์ออฟฟิศให้กับพนักงานดูแลบริหารออฟฟิศ ด้วยการดูแล ควบคุมการทำความสะอาดของแม่บ้านดูแลพนักงานรับส่งเอกสารที่มาติดต่อกับบริษัท

เข้าใจแล้วใช่ไหมว่างาน Admin เป็นตำแหน่งงานที่สำคัญตำแหน่งหนึ่งในบริษัท แต่หน้าที่ความรับผิดชอบนั้นอาจจะต้องใช้ความอดทนอยู่บ้าง เพราะบางครั้งอาจจะต้องเจอกับพนักงานเจ้าปัญหาที่สร้างความยุ่งยากลำบากใจบ้าง แต่หากเราสามารถควบคุมดูแลงานส่วนนี้ให้ออกมาได้ดี  งานของเราก็จะออกมาเป็นดังที่คาดหวัง

Summer beckons: Do’s and don’ts for a pandemic #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Summer beckons: Do’s and don’ts for a pandemic

Living

Jun 21. 2020

By Special To The Washington Post · Christie Aschwanden 

With the Fourth of July just around the corner and many states and communities relaxing coronavirus restrictions, the warm sunny weather beckons. But infectious-disease experts warn that the virus remains a threat as we return to travel, swimming, barbecues, ice cream shops and restaurants.

So what do we need to know about the new coronavirus and covid-19, the disease it causes, that is important as we embark on summer activities? To start with, while some people had hoped that summer might bring a drop in covid-19 cases, in much the same way that influenza fades during warmer months, “many researchers have their doubts that the covid-19 pandemic will enter a needed summertime lull,” Francis Collins, director of the National Institutes of Health, recently wrote in a blog post. Instead, “humans’ current lack of immunity to SARS-CoV-2 – not the weather – will likely be a primary factor driving the continued, rapid spread of the novel coronavirus this summer and into the fall.”

Even if the covid-19 virus is as sensitive to climate as other seasonal viruses, Collins wrote, that wouldn’t be enough to slow its spread through the population right now – as evidenced by its rapid spread across such tropical nations like Brazil and Ecuador.

Still, summer does open up more opportunities for outdoor activities, which all agree are far safer than indoor ones. “We have very little evidence of outdoor transmission. It’s not zero – there are definitely cases reported – but it’s much, much lower than inside,” says Gretchen Snoeyenbos Newman, an infectious-disease physician at the University of Washington.

Of course, we can’t be outside all the time. When escaping the summer heat and mugginess indoors, try for as much ventilation as possible, and continue to observe safe behaviors: Wear a mask, keep interactions brief and make sure you’re not too close to other people, says Bhadelia Nahid, an infectious-diseases physician and the medical director of Special Pathogens Unit at Boston Medical Center.

A case study of indoor coronavirus transmission at an air-conditioned restaurant in China found that even people seated at a different table from the infected person were infected if they sat downstream from where the air conditioning was blowing. Tables in the restaurant were about one meter, or 3.3 feet, apart and the study’s authors hypothesize that strong airflow from the air conditioner may have spread respiratory droplets carrying the virus.

“To prevent the spread of the virus in restaurants, we recommend increasing the distance between tables and improving ventilation,” they wrote.

The basics of coronavirus spread haven’t changed now that it’s summer: Coming into close contact with infected people who have coughed, sneezed or breathed heavily or talked near you poses the greatest risk, according to the Centers for Disease Control and Prevention.

The risk of catching the virus from close contact is much higher than from touching shared surfaces, it says. What makes this tricky is that “there’s a lot of data to show that even if you don’t have symptoms, you can still pass the virus,” says Marilyn Roberts, a microbiologist in the School of Public Health at the University of Washington.

With this in mind, here is some guidance from health experts for common summer situations and activities.

– Public restrooms. “Public restrooms are already gross,” Snoeyenbos Newman says. To make matters worse, they’re often poorly ventilated. Public toilets “have always been places where illness has been spread, so what I’m going to tell you – you should consider doing for the rest of time.”

First, wear a mask and clean your hands before you go in, she says. Once in the restroom, do your business, and before you flush, close the lid (if there is one). The coronavirus has been found in feces, and although it’s not clear yet whether it spreads this way, a new study suggests that “plumes” from the toilet when flushed may spread the virus.

When you’re done in the stall wash your hands with soap and water and dry them with whatever is available. Some studies have suggested that air dryers could potentially blow pathogens around the room, but it’s not clear that this is a source of covid-19 spread. “I would preferentially use a paper towel, but the air dryers aren’t enough of a worry to not use them,” Snoeyenbos Newman says. Don’t touch your phone or your face while you’re in the restroom, and as soon as you’re out, clean your hands again with a sanitizer, to make sure you didn’t pick up anything from the door. Do all of this, and you should be fine, Snoeyenbos Newman says.

As with other indoor space, don’t go into a crowded restroom, and if it’s a place that might be busy, look for some kind of monitoring to control crowding.

– Restaurants. The risk at restaurants is from other people, not food, says Donald Schaffner, a food microbiologist at Rutgers University. To date, there’s no evidence that anyone has contracted the coronavirus via food, he says.

If you’re going to eat out, takeout poses the lowest risk. Dining at a restaurant is far riskier, because it puts you in proximity to other people. Your server and other employees should be wearing masks, and ideally so should patrons when they’re not eating, Schaffner says.

Eating outside is your best option, as it allows for natural ventilation and may give you more space for social distancing, says Saskia Popescu, an infection-prevention epidemiologist at George Mason University. Even outside, it’s important that there’s plenty of space between tables and room for servers to move between them without getting too close. Time spent in proximity to others is part of the risk equation, so you don’t want to linger too long after your meal.

– Bike paths and other outdoor exercise spots. There’s been a lot of talk on social media and neighborhood message boards about the risk posed by people who exercise – breathing heavily – without a mask. But infectious-disease experts say that if you are outside and keeping a proper distance, the risk here is actually pretty low.

Although a European experiment that went viral earlier this year suggested that people who are walking, running or biking could spread droplets farther than six feet, the research wasn’t peer reviewed or published in a journal, and was widely criticized by public health experts for failing to understand transmissibility. Basically, outdoors in a non-crowded environment you’re unlikely to get a “minimum infectious dose,” Columbia University virologist Angela Rasmussen told Vox.

Even if they’re not wearing a mask, your exposure to people running or biking by you is very brief, and that reduces the risk, Popescu says.

– Farmers markets. Best practices here comes down to some basic principles: Everyone should be wearing masks, and the arrangements of booths and lines should ensure adequate social distancing, Schaffner says. “I’d look for some kind of crowd control.” There should be an orderly flow where you come in here and walk in a one-way pattern and exit there, he says.

The risk of picking up the coronavirus from fresh produce is minimal, Schaffner says. “As far as we know, there are no documented cases of transmission from food.” Even so, it’s worth it for things to be arranged so that the vendor handles the produce wearing gloves and patrons don’t touch the food until it’s purchased. “Do you want someone picking up five apples to find the perfect one? Probably not,” Schaffner says. In any case, wash your stuff when you get it home, as you should do even when not in a pandemic.

– Road trips with someone outside your household. A car is a confined space, and if you’re on a road trip, you’re probably sharing that space for multiple hours, which makes it a high-risk activity, Nahid says. You can reduce the risk by opening the windows, wearing masks and spacing yourself apart if you can (if you’ve got two people in the car have one of them ride in the back seat, on the passenger side), she says. But if you or someone you live with is in a high-risk category, you should probably drive separately when traveling with a non-household member.

– Hotels and other lodging. Hotels, Airbnbs and other similar rental lodging should be considered a moderate risk, Nahid says. As long as the linens are clean and the surfaces have been disinfected, you’re very unlikely to catch the coronavirus in your room. It’s the interactions with other people that pose the risk. “You’re leaving home and have the potential to run into other people,” she says. It’s these interactions with other people, particularly if they have come from areas where coronavirus rates are high, that pose your greatest risk at hotels.

Experts advise you to call ahead and ask what measures are in place to ready the room or rental place and how long it’s been since the last guest. Ask for a room that nobody has stayed in recently – one study found that under laboratory conditions the virus could last a maximum of 72 hours on a surface, Snoeyenbos Newman said. “If the time is less than that, I would consider wiping down hard surfaces like remotes, light switches, faucets, etc., There aren’t major concerns about linens or bedding,” she said. The Environmental Protection Agency keeps a list of disinfecting products suitable to use against the coronavirus.

Find out how hotels are monitoring employees for the coronavirus – ideally there should be daily temperature checks, and any employee not feeling well should not come to work or should be sent home right away. And, of course, make sure that employees will be wearing masks.

As for your behavior in hotels, avoid common areas – don’t congregate in the lobby or other shared spaces – and wash your hands after touching things in the check-in area.

And again, when you get back to your room, wash your hands and wipe down high-touch surfaces. Snoeyenbos Newman says.

– Barbecues. Barbecues can be a pretty high-risk activity, experts said, because they usually consist of people milling around the grill – and the chips and drink area – and socializing in close contact, Snoeyenbos Newman says. It’s hard to wear a mask in this situation, because people are eating and drinking. And people typically drink alcohol at a barbecue, which often further increases the risk.

“Most people, when they drink, tend to stand closer and talk louder, and both of those things increase the risk of transmission,” Snoeyenbos Newman says. Alcohol also decreases inhibition and so good intentions about social distancing can get pushed aside. If there’s going to be drinking, “you need to be really honest about how much you’re going to drink and how that will affect your group dynamic.”

If you’re going to host a Fourth of July barbecue, you should have some kind of stringent plan in place for ensuring that people don’t get too close (or too drunk). One way is to keep it small with widely spread out chairs and tables and assign people places to sit and hang out. Avoid shared utensils, and don’t have communal dip, but remember that your biggest risk is the person next to you, not the food, Schaffner says.

– Camping. If you’re camping with people you live with, you’re basically just taking your house to a different place, and that’s fine, Snoeyenbos Newman says. Most campsites provide a good buffer between you and other camping groups, and that’s also good, she says. If you’re camping together with other people, you want to make sure to keep the six-foot distance rule. That means separate tents and some plans on how you’ll enforce social distancing, especially for circumstances like eating or sitting around the campfire where it’s easy to slip. As for using public bathrooms at camp grounds, see above.

– Swimming (pools, lakes, oceans). There’s no evidence to suggest that the coronavirus is transmitted through water, so the danger from swimming, whether it’s a pool, lake or beach, is from interacting with other people outside of the water, Popescu says.

Locker rooms and indoor showers are close, confined spaces that are best avoided.

Ideally, pools and public beaches should provide some kind of crowd control to help people stay six-feet apart, whether in the pool, on the beach or sitting along the edge of the water (except for household members, who can be together). This might mean having sign-ups for a pool to limit the number of people using the space at one time, or it could mean marking off poolside or beach spaces where people lay down their towel and lounge about when they’re not in the water.

– Playgrounds. Playgrounds are a situation where there’s not much consensus on what to do, Snoeyenbos Newman says. One issue here, she says, is that a child with the coronavirus touches the monkey bars and then your child touches the monkey bars and then his face. “Kids are really just not reliable about not touching their faces,” she says, which is why in many areas where the pandemic has been severe, playgrounds have been closed.

Still, the biggest risk is probably interactions with other children or adults at the playground, which you’ll want to limit. The CDC and other public health groups have now said it’s unlikely – but not impossible – to get infected with the coronavirus from contaminated surfaces, Roberts says. Which means that the risk from your child touching the playground equipment is probably fairly low, though not zero. This is really an individual decision, Roberts says. If you allow your child to go to the playground, she advises you to monitor what they do and make sure you’ve got wipes and a means to wash their hands afterward.

– Recreational games. Whether you’re playing tennis, pickle ball or bocce ball, the things to think about are keeping your social distance and avoiding a lot of touching shared objects, Nahid says. Keep some sanitizer nearby to keep hands clean, and use your own equipment, rather than sharing. As long as you can do that, it’s probably low risk. Stick to games where players can be spaced six-feet apart, and avoid such games as volleyball or basketball where players come into close contact and everyone is using the same ball (and potentially breathing all over it.)

– Ice cream shops. There is evidence that the coronavirus survives better in low temperatures, so theoretically it’s possible that if someone with covid exhales into the freezer case you could be exposed via the ice cream, but to get infected you’d have to stick it up your nose very soon after, Schaffner says. Even if there was some exhaled virus on the ice cream, “it’s gross to think about, but there’s no evidence that it spreads that way,” he says. The single biggest risk – again – is going to be other people in the store. The clerk should be wearing a mask, and you need keep your distance from other patrons.

Author Information:

Christie Aschwanden is the author of “Good to Go: What the Athlete in All of Us Can Learn From the Strange Science of Recovery” and a co-host of the podcast Emerging Form.

La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626276

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 11:00 น.La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020ปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ในชื่อ NEO RENAISSANCE แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ยุคแห่งการฟื้นฟู สู่แฟชั่นยุคใหม่ New Normal

เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ที่ครั้งนี้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล พร้อมอวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้สนุกกับการแต่งตัวไปกับเสื้อผ้าคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘นีโอ เรเนซองส์’ (NEO RENAISSANCE)

โดยนำเสนอแรงบันดาลใจจากยุคเรเนซองส์ยุคแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ของคนยุคกลาง สู่ยุคนิวนอร์มอลที่เป็นปรากฏการณ์ความปกติใหม่ของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน ซึ่งไอเดียดังกล่าวได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่ช่วยสร้างความโดดเด่นอย่างมีรสนิยมให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างน่าจับตามอง

La Boutique แบรนด์แฟชั่นสตรีภายใต้คอนเซ็ปต์นีโอ โรแมนติก ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตในแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ว่า แนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้มาจากยุคเรเนซองส์ที่เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงด้านศิลปะ ดนตรีและวิถีชีวิต ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมยุคใหม่ในสมัยนั้น ซึ่งหากเปรียบกับยุคสมัยนี้ก็คงจะเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในหลายด้าน หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีและเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้น จึงเป็นที่มาของคอลเลกชั่นนี้ที่เราต้องการให้สาวๆ ได้ปลดปล่อยและรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังคงความสนุกในการแต่งตัว โดยมีไฮไลท์สำคัญที่เป็นการนำเสนอคอลเลคชั่นนีโอ เรเนซองส์ ผ่านสื่อออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ทาง Virtual Reality หรือ VR ที่จะมาสร้างประสบการณ์ด้านแฟชั่นผ่านโลกเสมือนจริงด้วยมุมมองรอบทิศถึง 360 องศา โดยมีนางแบบสาว น้ำตาล-ชลิตา สวนเสน่ห์ มาร่วมถ่ายทอดชุดสวยๆ ผ่านทางกิจวัตรประจำวันสุดเก๋ในแบบฉบับของสาวลา บูทีคส์ ซึ่งอยากให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศ และรับชมลุคใหม่ได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้วสัมผัส

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ทางแบรนด์ได้หยิบยกความความคลาสสิกของเสื้อผ้าทรงหลวมและทรงโอเวอร์ไซส์ ที่สามารถสวมใส่เป็นชุดลำลองสำหรับอยู่บ้านหรือจะเป็นชุดสวยสำหรับออกเดทได้ในเวลาเดียวกัน เหมาะกับชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป มีจุดเด่นด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวบนคัตติ้งที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียด โดยมีชิ้นเด่นอย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมผ้าชีฟองที่ถูกปักประดับด้วยขนนกกระจอกเทศสอดแทรกผ่านตะเข็บเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ช่วยให้สาว ๆ ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นทุกครั้งที่สวมใส่ ถัดมาที่เสื้อสูทผ้าไหมลาเม่ (Lame) ได้เพิ่มความโก้หรูด้วยการหนุนเสริมโครงบริเวณไหล่ ออกมาเป็นสูทแนวมัสคิวลิน ซึ่งสามารถแมทช์ได้ง่ายๆ กับกางเกงเจมส์ยีนส์ ยีนส์ทรงซิกเนเจอร์เอวสูงที่ปรับความยาวใหม่เพียงช่วงระดับเข่า ช่วยเก็บกระชับรูปร่างบริเวณรอบเอวและสร้างสัดส่วนให้มั่นใจได้เป็นอย่างดี ถัดมาที่เดรสทรงบูสติเย่ย์สีสุดคลาสสิกอย่างสีขาวออฟไวท์ (Off White) ได้ถูกทำให้น่าสนใจด้วยลูกเล่นระบายขนาดใหญ่บริเวณแขนเสื้อทั้งสองข้าง ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่วยเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้วยังมีไอเท็มชิ้นเด่นอย่างเดรสทรงเอไลน์ (A Line) และทูนิคเดรส เดรสทรงหลวมใส่สบายที่มาพร้อมเทคนิคการอัดพลีท และการสร้างเลเยอร์ให้กับชุดด้วยการเย็บแบบรูดระบาย อีกทั้งดีเทลการปักประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับโลหะสีทอง กระดุมวินเทจ และกระดุมคริสตัล อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้สาว ๆ ได้สัมผัสถึงความหรูหรา รวมถึงเสื้อคอเต่าแขนยาวประดับโมเสคคริสตัลรูปทรง LB ด้วยเทคนิครีดร้อน (Hot Fix) ช่วยเติมความระยิบระยับได้เป็นอย่างดี

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ได้นำเนื้อผ้าบางเบาหลากหลายผิวสัมผัสรวมถึงผ้าเส้นใยธรรมชาติมาใช้สร้างสรรค์ในการผลิต เพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ความแวววาวให้กับชิ้นงานมากขึ้น พร้อมโทนสีแนวเอิร์ธโทนที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ผ่อนคลายทั้งสีครีม (Sand), สีเปลือกไข่ (Eggshell) และสีน้ำตาลอ่อน (Fawn) โดยเพิ่มความสนุกด้วยการแต่งเติมสีแอซิดอย่างสีชมพู (Fuchsia), สีส้ม (Coral) และสีฟ้า (Cerulean) เพื่อเพิ่มมิติให้กับคอลเลกชั่นนี้ได้โดดเด่นแบบไม่เหมือนใคร

เคล็ดลับการแต่งตัวในยุคนิวนอร์มอลให้มีเสน่ห์น่าค้นหาตามแบบฉบับสาวลาบูทีคส์

คลาสสิกและความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การแต่งตัวของผู้หญิงดูสวยมีเสน่ห์น่าประทับใจ การเลือกเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกสถานการณ์เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ อย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมที่มีลูกเล่นประดับด้วยขนนก สามารถแมทช์กับกางเกงยีนส์เอวสูงซึ่งสาวๆ จะได้ลุคทะมัดทะแมง คล่องตัว หรือจะเป็นเดรสทรงเอที่ปักประดับด้วยโลหะสีทองก็จะได้ลุคสาววินเทจ ที่ดูน่าค้นหา และอาจจะลองแมทช์เสื้อคอเต่ากับกระโปรงอัดพลีทสีชมพู ซึ่งก็ได้ลุคสาวหวานที่ดูโดดเด่นไปอีกแบบ

สามารถรับชมประสบการณ์ด้านแฟชั่นในรูปแบบใหม่ ผ่านมุมมองโลกเสมือนจริง VR 360 กับคอลเลกชั่นล่าสุด NEO RENAISSANCE จาก แบรนด์ La Boutique ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง LA BOUTIQUE และมาร่วมสร้างสไตล์ให้โดดเด่นอย่างมีรสนิยมได้ที่แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์ และทางเว็บไซต์ www.laboutiqueofficial.com

7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626301

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์เมื่อการสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม มาเตรียมตัวให้พร้อม!! ลองตอบ 7 คำถามที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

ในช่วงสถานการณ์วิกฤต COVID-19 นี้ ผู้สมัครงานหลายๆ คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกงาน หรือหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง รวมถึงต้อง work from home การเลือกสมัครงานในช่วงดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเลือกสมัครงาน การสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม jobsdb.com เว็บไซต์งานชั้นนำแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อมในการสัมภาษณ์งานและการตอบคำถามให้ดีที่สุด ลองดู 7 คำถามและคำตอบที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์งานออนไลน์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน 

คำถามที่ 1  : ช่วยแนะนำตัวเองให้ฟังหน่อย

คำถามเปิดการสัมภาษณ์ยอดนิยมและกลายเป็นคำถามที่สร้างปัญหาแก่ผู้สมัครงานหลายๆ คน กลายเป็นว่าการตอบการสัมภาษณ์งานอย่างไม่เหมาะสมนั้นเป็นคำตอบที่ได้รับจากส่วนใหญ่ของผู้สัมภาษณ์งาน คำตอบที่ดี คือการบอกว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ เริ่มต้นเล่าถึงความสำเร็จและทักษะที่มีส่วนช่วยในการได้งานผ่านการสัมภาษณ์ในขณะที่คุณต้องเจอคำถามต่างๆในการสัมภาษณ์งาน

คำถามที่ 2 : คุณรู้จักตำแหน่งนี้ได้ยังไง

อีกหนึ่งคำถามที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้สัมภาษณ์งานเพื่อการดูว่าคุณสนใจอยากทำงานตำแหน่งนี้มากแค่ไหน คำถามนี้ได้บอกถึงโอกาสที่ดีที่คุณจะได้แสดงถึงว่าคุณอยากมีแรงบันดาลใจที่อยากทำตำแหน่งมากแค่ไหน อย่าลืมนำเสนอสิ่งที่คุณภูมิใจในผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ติดต่อ, กิจกรรมต่างๆ, จดหมายข่าว และแมกกาซีนหรือแม้แต่บริษัทเล็กๆที่คุณเคยทำงานด้วย

คำถามที่ 3 : ทำไมคุณถึงเลือกที่จะลาออกจากงานล่าสุด

คำถามยากที่สุดในการทุกการสัมภาษณ์งาน ทุกครั้งที่คุณสัมภาษณ์งานอย่าลืมคิดถึงคำถามนี้ไว้หากคุณได้รับการสัมภาษณ์งาน ในการตอบคุณควรตอบในเชิงบวกและเลี่ยงการใช้ผู้อ้างอิงซึ่งจะอาจจะให้ข้อมูลเชิงลบแก่คุณ การใช้คำตอบที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น การที่คุณอยากได้ประสบการณ์มากขึ้นในสถานที่การทำงานหรือตำแหน่งที่ออกไปที่เหมาะสมกับทักษะของคุณมากกว่าตำแหน่งในปัจจุบันและคุณสามารถเล่าถึงความสนใจในการคว้าโอกาสที่ท้าทายเหล่านี้

คำถามที่ 4: คุณรู้จักบริษัทนี้ดีแค่ไหน?

คำถามนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับภารกิจของบริษัทหรือต้องการทดสอบความเข้าใจภารกิจแต่เกี่ยวกับเรื่องของแรงบันดาลใจและการใส่ใจที่คุณมีแก่บริษัทด้วย คำถามดังกล่าวนี้ต้องการให้คุณทำการบ้านให้รู้จักเรื่องของบริษัทในทุกๆแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของบริษัท หรือชื่อต่างๆ สิ่งที่คุณต้องทำต่อก็คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์ให้พร้อม ข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถหาได้ในโลกออนไลน์นั่นเอง

คำถามที่ 5: อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนในการทำงานของคุณ?

ในการเล่าถึงข้อดีและข้อด้อยในการทำงานของคุณ สิ่งที่คุณควรเล่าและผู้สัมภาษณ์งานอยากได้ยินคือสิ่งที่เป็นตัวคุณและจุดแข็งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน คำตอบสำหรับคำถามนี้ควรระบุลงไปให้ชัดเจน ส่วนข้อด้อยของคุณไม่ควรเล่าถึงสิ่งที่ทำให้คุณดูไม่ดี ควรเล่าถึงสิ่งที่คุณอยากจะปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบจะดีกว่า

คำถามที่ 6: เงินเดือน คาดหวังอยู่ที่เท่าไหร่?

เชื่อได้ว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ HR ทุกคนจะต้องถามผู้สมัครงาน การเรียกเงินเดือนนั้นไม่ควรน้อยหรือสูงเกินไป (เทียบกับความสามารถของตนเอง) ลองสำรวจฐานเงินเดือนจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อจะได้บวกลบกับเงินเดือนที่คุณต้องการ มีข้อแนะนำอีกอย่างคือ คุณลองเรียกเงินเดือนสูงกว่าที่ต้องการจริงๆ เล็กน้อยไว้เพื่อต่อรองเงินเดือน

คำถามที่ 7: ทำไมเราถึงควรจ้างคุณ

สำนวนไทยที่ว่า อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น เหมาะกับสถานการณ์หากคุณต้องเจอคำถามแบบนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือใช้เป็นโอกาสในการขายตัวคุณเองผ่านการเล่าถึงทักษะและความเชี่ยวชาญในตำแหน่งนี้ ความมั่นใจและการตอบอย่างฉลาดจึงเหมาะสมมากกว่า คุณคือคนที่ฝ่ายบุคคลมองหา ลงตัวเหมาะกับตำแหน่งงาน และสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมาย และเหมาะสมกับการจ้างในตำแหน่งนี้

จะเห็นได้ว่า การสัมภาษณ์งานออนไลน์นั้น คำถามที่มักถาม ก็ยังคงเป็นคำถามแบบเดียวกันกับการสัมภาษณ์งานแบบตัวต่อตัวนั่นเอง เตรียมข้อมูลมาให้พร้อมก่อนเริ่มการสัมภาษณ์งานในทุกๆ ครั้งยังคงได้ผลดีเสมอในการได้งาน

เซ็นทรัลเวิลด์ฉลอง Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collection #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626155

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 19:00 น.เซ็นทรัลเวิลด์ฉลอง Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collectionศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำความเป็น World Social Destination ระดับโลก ฉลองเดือนแห่งภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collection สินค้าดีไซน์พิเศษ เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQIA+

ตลอดเดือนมิถุนายน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำความเป็น World Social Destination ระดับโลก ร่วมฉลองเดือนแห่งภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำ อาทิ CALVIN KLEIN, adidas, SWATCH, GUESS, Levi’s, I Wanna Bangkok และ Guss Damn Good เปิดตัว Pride Collection สินค้าคอลเลคชั่นดีไซน์พิเศษ

โดยได้รับแรงบันดาลจากจาก “สีรุ้ง หรือ Pride Colors” ซึ่งแสดงถึงสีสันที่หลากหลาย สะท้อนความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำถึงการเป็นโลกที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้คนทุกคน โดยแบรนด์ชั้นนำทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยต่างร่วมแสดงจุดยืนและรณรงค์ร่วมกันในการแสดงออกซึ่งความเท่าเทียมทางเพศให้กับคนไทยและคนทั่วโลกเห็นความสำคัญของกลุ่ม LGBTQIA+ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

สินค้า Pride Collection ประกอบด้วย :

adidas คอลใหม่แห่งปี 2020 สี PRIDE รวมมิตรสีสัน ซึ่งถือเป็นสีที่เปิดเผยเสน่ห์ของความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+)

Guss Damn Good ไอศกรีมรส Equality จากจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นกับ co-founder Guss Damn Good ความตั้งใจ support LGBTQ+ community จนเกิดมาเป็น workshop ตอนบ่ายเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยได้ลูกค้าและแฟนคลับร่วมกันออกไอเดียทำ story to flavor จนออกมาเป็นไอศกรีมรสชาติใหม่ Equality และ Love is love อย่างสมบูรณ์

CALVIN KLEIN ปล่อย Lifewear Limited Edition อย่างเสื้อยืด ฮูดดี้ กางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ รวมถึงไอเท็ม Sportwear อย่างสเวตเชิ้ต จ็อกเกอร์เพ้นทส์ กางเกงว่ายน้ำ และ Underwear ก็ปรับเป็นดีไซน์ให้เข้ากับการฉลอง Pride Month ด้วยเช่นกัน

SWATCH ฉลอง Pride Month ด้วย #OPENSUMMER นาฬิกาสีรุ้งสัญลักษณ์แห่งความรักและความหวังมาตอกย้ำแนวคิดของ Swatch ว่านาฬิกาสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างเปิดเผยและน่าภูมิใจ

GUESS จับมือกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก J BALVIN รังสรรค์เอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่นพิเศษ GUESS x J BALVIN ‘COLORES’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากอัลบั้มล่าสุดของ Balvin ผสมผสานระหว่างท่วงทำนองแห่งเสียงเพลง สู่สีสันแห่งเสื้อผ้าคอลเลคชั่น เริ่มวางจำหน่าย 12 มิถุนายน 2020 นี้ ที่ร้าน GUESS และผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Central Online และ LINE Official @guessthailand

Levi’s ดีไซน์ที่เป็นมากกว่าแฟชั่น Levi’s® Pride 2020: USE YOUR VOICE คอลฯ ที่เป็นพลังเสียง พลังในการสนับสนุนให้คนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และรายได้ร่วมสนับสนุนให้กับองค์กร OutRight Action International

Pandemic pushes public bathhouses into predicament #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Pandemic pushes public bathhouses into predicament

Living

Jun 19. 2020An employee checks the temperature of a customer at the reception counter of Tsuki no Yu in Tokyo. MUST CREDIT: Japan News-Yomiuri photoAn employee checks the temperature of a customer at the reception counter of Tsuki no Yu in Tokyo. MUST CREDIT: Japan News-Yomiuri photo

By Syndication The Washington Post, The Japan News-Yomiuri · Saki Sakamoto 


TOKYO — The coronavirus epidemic has plunged Japan’s public bathhouses into a serious situation.

In Tokyo, public bathhouses continued to operate during the state of emergency as they were regarded as a “lifeline” from the viewpoint of maintaining livelihoods. However, the number of public bath users fell amid calls to avoid the so-called “Three Cs” – closed spaces, crowded places and close-contact settings – and some public bathhouses have decided to close down.

Some public bathhouses, known as sento in Japanese, had looked forward to promoting “sento culture” to the world on the occasion of the Tokyo Olympics and Paralympics, but the future of such a movement is now bleak.

Tsuki no Yu, a public bath in the capital’s Kita Ward, had 50 to 60 customers a day before the outbreak, but the number of users has recently dropped by about 10%.

The bathhouse continues to run but it’s in the red. “I pride myself on being a lifeline for neighbors,” said Tsuki no Yu President Ichiro Fukushima, 48. “I can’t take holidays.”

The appealing point of Fukushima’s bathhouse is the good quality underground water that is boiled for use in the bath. Another key feature at the bathhouse is a service to wash customers’ backs, a service that has now become rare.

“[Tsuki no Yu] helps me a lot because I don’t have a bath at home,” said regular user Hisako Saito, 70. “My friends gather here and it’s a fun place to exchange information.”

Fukushima is determined to keep his bathhouse. “I don’t want to give up this place of relaxation and refreshment,” he said. But he is worried that customers will lose interest in his establishment amid increased concern about sanitation due to the pandemic.

Earlier this month, the bathhouse began using a noncontact thermometer to measure customers’ temperatures. A transparent acrylic barrier has been set up across the reception counter and face shields are prepared. The dressing rooms have been thoroughly disinfected with alcohol and are well-ventilated.

“With apologies to my customers, I ask them to refrain from talking as much as possible,” Fukushima said.

Meanwhile, Ichi no Yu, a public bathhouse in Adachi Ward, Tokyo, quietly closed down at the end of May. “The novel coronavirus may have pushed me [to make the decision],” said Nobuyuki Saigan, 51, who ran the facility.

The bathhouse was opened in the booming decade of the Showa 30s (1955-1964), after Saigan’s grandfather moved to Tokyo from Ishikawa Prefecture. Traditional Mt. Fuji paintings on the walls and firewood-heated water reputed to have a “comfortable texture” had been loved by people in the community for about 60 years. Before the coronavirus, as many as 100 customers immersed themselves every day.

However, Saigan’s business had seen tough times due to such factors as a rise in fuel costs, and the pandemic worsened the situation. Since March, the number of daily visitors had dropped to about 30, and Saigan decided to shut down.

“I have no one to succeed me in my business. I have no leeway to continue the business with new capital investment,” Saigan said bitterly.