komchadluek

All posts tagged komchadluek

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354336

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

การเมือง,พรรคเพื่อไทย,คุณหญิง,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง,ผู้มีอำนาจ,ไม่กล้า,ยื่นบัญชีทรัพย์สิน,โรงเรียน,กำหนดหลักสูตรของตัวเอง

“คุณหญิงสุดารัตน์” ดูโรงเรียนต้นแบบ จ.ลำปาง ชู โรงเรียนกำหนดหลักสูตรของตัวเอง ซัด “ผู้มีอำนาจ” แค่ยื่นบัญชีทรัพย์สินยังไม่กล้า

               คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย มองว่า ความพยายามในการสืบทอดอำนาจเห็นได้อย่างชัดเจนจากการใช้อำนาจเงิน อำนาจรัฐ เช่น การใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้ง

พรรคเพื่อไทยทราบดีว่าจะต้องเผชิญกับการใช้อำนาจรัฐ ใช้อำนาจเงินอย่างไร ดังนั้น “ผู้มีอำนาจรัฐ จะทำอะไรเอาที่สบายใจ เอาให้เต็มที่” พรรคเพื่อไทยมีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองกับประชาชน มองการเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการเลือกตั้งด้วยบัตรใบเดียว และการนับคะแนนด้วยระบบจัดสรรปันส่วนผสม อาจจะไม่ได้บุคคลที่ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน แม้จะชนะการเลือกตั้งก็ตาม

ดังนั้น เมื่อกลไกเกิดความบิดเบือน ประชาชนจึงต้องใช้สติปัญญาในการกาบัตรอย่างมียุทธศาสตร์ ต้องคิดว่าจะเลือกใครและให้ใครเข้ามาทำงาน ซึ่งเชื่อว่าท้ายที่สุดจะเหลือคนแค่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และคนที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ

ประชาชนต้องใช้พละกำลังออกไปกาบัตรให้มากที่สุด โดยกาบัตรอย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งหากไม่สนับสนุนผู้มีอำนาจชุดปัจจุบัน หรือผู้มีอำนาจชุดปัจจุบันทำงานอยู่และไม่มีความสุข ขอให้พิจารณาและตัดสินใจในกาอย่างมียุทธศาสตร์

               คุณหญิง สุดารัตน์ ตั้งคำถามกลับฝ่ายผู้มีอำนาจ กรณีที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายขอให้กรรมการองค์กรอิสระ กรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สบายใจเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยระบุว่า เจตนาที่ต้องการทำให้การเมืองเกิดความโปร่งใส ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้นั้น ที่ร่างกฎหมายไว้ตรงไหนที่ตอบโจทย์ และปฏิรูปให้ประเทศโปร่งใสได้มากขึ้น

เพราะแม้จะมีกฎหมายแล้วยังต้องแก้ไขให้หลายๆ ตำแหน่งไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แม้แต่คนที่มาเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งต้องดูแลงบประมาณต่อเนื่องถึง 20 ปี ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ให้นักการเมืองเท่านั้นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

“เป็นอะไรที่ต้องตั้งคำถามกลับว่าการดำเนินการแบบนี้จะให้เกิดความมั่นใจในอนาคตของประเทศได้อย่างไร โดยเฉพาะอนาคตที่บอกว่าประเทศจะไร้การคอร์รัปชัน เริ่มต้นแค่ด่านแรกที่จะให้แสดงความจริงใจในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ผู้มีอำนาจทั้งหลายก็ไม่กล้าที่จะแสดงแล้ว เป็นคำถามที่ฝากถามถึงผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง”

ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการทำงานของพรรคเพื่อไทยต่อจากนี้ว่า จะมีการทำงานใน 2 ระดับ ทั้งระดับในพื้นที่ ต้องดูแลทุกข์สุขอย่างต่อเนื่อง ส่วนระดับนโยบาย พรรคเพื่อไทย มีหลักการชัดเจนว่า “ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ของเรา” พยายามแก้ไขปัญหาทุกปัญหาของประชาชน และไม่ว่าการหาเสียงในครั้งใดก็จะนำนโยบายที่ได้หาเสียงมาผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชน พรรคเพื่อไทยตั้งแต่สมัยไทยรักไทย เกิดมรสุมมาต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือยึดประชาชน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนยังรอคอยเพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาแก้ไขปัญหา

เมื่อเวลา 13.00 น. (1 ธ.ค.) ที่ โรงเรียนบ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  คุณหญิง สุดารัตน์ เดินทางมาเยี่ยมชม และพบปะนักเรียน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนต้นแบบ ที่ได้นำทรัพย์สินของชุมชนอย่างเห็ดชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอดและพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยโรงเรียนได้ส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ และเปิดเป็นหลักสูตรพิเศษเข้าไว้ในการศึกษา

หลังเข้าเยี่ยมชมโรงเรียน คุณหญิง สุดารัตน์ เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว ถ้าเด็กและเยาวชนสามารถปรับตัวได้ทัน จะกลายเป็นโอกาสที่สำคัญ ดังนั้น การพัฒนาการศึกษาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จะต้องพัฒนาคนให้เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงศึกษาต้องกระจายอำนาจ กระจายโอกาสลงมาสู่พื้นที่ โดยเฉพาะการเรียนการสอนจะต้องสอดคล้องกับการทำมาหากินและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เช่น การพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวหรือเห็ด ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียน ดังนั้น การกระจายโอกาสและให้อำนาจกับโรงเรียนสามารถกำหนดหลักสูตรของตนเองได้ ก็จะตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ และสร้างรายได้จากการต่อยอดผลิตภัณฑ์

กระทรวงศึกษาจะต้องให้โรงเรียนออกแบบหลักสูตรของตนเอง สร้างให้เด็กเป็นพลเมืองของโลกยุคใหม่ อาศัยเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำมาหากิน โดยเฉพาะการค้าขายผ่านโลกออนไลน์ โรงเรียนจะต้องให้ทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดอาชีพได้ ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่โรงเรียนแต่ละพื้นที่จะต้องมีหลักสูตรที่แตกต่างกัน เช่น หลักสูตรที่จังหวัดลำปาง และหลักสูตรที่จังหวัดภูเก็ต ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ที่จังหวัดภูเก็ตอาจจะเน้นเรื่องการบริการภาคท่องเที่ยวเป็นหลัก ภาคการเกษตรเป็นรอง

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

 

ไร้คอร์รัปชันอย่างไรเมื่อไม่กล้ายื่นบัญชีทรัพย์สิน

ขณะที่จังหวัดลำปางอาจจะเน้นเรื่องเซรามิคเป็นหลัก และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เพื่อต่อยอดทรัพย์สินที่มีอยู่ในชุมชน มาเป็นอาชีพและเป็นรายได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาคนจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทย และจะต้องขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ จะต้องสอนเด็กไทยให้เป็นพลเมืองของโลก หรือ Global citizen เพื่อไปคว้าโอกาสจากทรัพย์สินของโลกยุคใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

Advertisements

แบ่งเขตพิสดารกระทบประชาชนในแผนพัฒนา

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354334

แบ่งเขตพิสดารกระทบประชาชนในแผนพัฒนา

การเมือง,แบ่งเขต,เลือกตั้ง,พิสดาร,กกต,คสช,นิรโทษกรรม,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคเพื่อไทย

“ชวลิต” ชี้ แบ่งเขตพิสดาร กระทบประชาชนในแผนพัฒนา ติงถ้าไม่ผิดนิรโทษกรรมตนเอง และ กกต. ทำไม

               นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส. นครพนม และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ความเห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งอีกครั้ง แม้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลง แต่อาจเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปในการตัดสินใจทางการเมือง โดยมีสาระพอสังเขป ดังนี้

1. ในฐานะที่เคยรับราชการเป็นนายอำเภอ อยู่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เคยทำงานสนับสนุนการเลือกตั้งทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เห็นว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งโดยไม่คำนึงถึงลักษณะพื้นที่ทางการปกครอง และลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นหลัก โดยจับเอาเฉพาะจำนวนประชากรเป็นเกณฑ์ จะเป็นการทำร้ายประชาชนให้ขาดโอกาสหรือด้อยโอกาสในการพัฒนา ตามแผนพัฒนาอำเภอและแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งเวลาทำประชาคม ประชาพิจารณ์โครงการพัฒนาต่างๆ จะไม่เป็นเอกภาพ จะเกิดโครงการพัฒนายิบย่อย ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ฯลฯ ซึ่งประสิทธิภาพในการพัฒนาอาจตามอำเภออื่นไม่ทัน หรือเป็นตัวถ่วงในระดับจังหวัดได้

ดังนั้น บางอำเภอที่ถูกแบ่งออกไปถึง 4 เขต เช่น ใน จ.นครราชสีมา หรือบางเขตเลือกตั้งที่ถูกแบ่งบิดเบี้ยวพิสดารเป็นรูปคอคอดกระ คือ จ.สุโขทัย การแบ่งเขตดังกล่าว น่าจะผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ประการสำคัญที่สุด คือ การแบ่งเขตใหม่ภายหลังมีคำสั่ง คสช. ที่ 16/2561 ประชาชนไม่มีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญในการให้ความเห็นต่อการแบ่งเขตตามรูปแบบที่ 4 ที่ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 ขยายเวลาการแบ่งเขตออกไป โดยรับฟังแต่เสียงผู้ร้องซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนเสียงส่วนใหญ่ซึ่งทำตามระเบียบ กกต. และกฎหมายรัฐธรรมนูญ กลับไม่ฟัง

ที่สำคัญ ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น กลับไปโมเมกันเองเอาแบบที่ 4 ขึ้นมา ทั้งเป็นแบบบิดเบี้ยวพิสดารที่จะบั่นทอนการพัฒนาในเขตอำเภอที่ถูกแบ่งออกไปถึง 4 เขตเลือกตั้ง แตกย่อยออกไปอย่างไม่มีชิ้นดี นับว่าประชาชนในเขตอำเภอนั้นจะเสียโอกาสในการพัฒนาตามแผนพัฒนาอำเภอ และแผนพัฒนาจังหวัดอย่างมาก

2. ขอตั้งข้อสังเกตว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งตามข้อ 1 ดังกล่าวข้างต้น น่าจะละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง ไม่เช่นนั้นจะใช้ ม.44 ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 ทำไม ซึ่งในข้อ 1 วรรคสอง ของคำสั่งดังกล่าว ได้นิรโทษกรรมตัวเอง และ กกต. ตลอดจน จนท. ที่เกี่ยวข้อง นับเป็นข้อสังเกตที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก

3. ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ไม่ติดใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวคำหยาบ คำไม่สุภาพ ออกสู่สาธารณะ เพราะโฆษกรัฐบาลได้ออกมาขอโทษประชาชนแทนท่านแล้ว

แต่ที่ติดใจ เป็นคำกล่าวของแกนนำพรรคพลังประชารัฐท่านหนึ่งที่ว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกดีไซน์มา ออกแบบมาเพื่อพวกเรา” และประการสำคัญ จากการแบ่งเขตที่บิดเบี้ยวพิสดารเป็นคอคอดกระใน จ.สุโขทัย ทั้งที่จำนวนเขตเลือกตั้งเท่าเดิม อาจเกิดวลีเด็ดตามมาอีกได้ว่า “การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่นี้ ถูกดีไซน์มา ออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของพวกเรา” และเขตเลือกตั้งที่บิดเบี้ยวพิสดารนี้อยู่ที่ จ.สุโขทัย ครับ

ผบ.ทบ. กระชับสัมพันธ์ทางทหารไทย – สหรัฐฯ

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354331

ผบ.ทบ. กระชับสัมพันธ์ทางทหารไทย – สหรัฐฯ

การเมือง,ผบทบ,เยือน,กองทัพสหรัฐฯ,รัฐฮาวาย,กระชับสัมพันธ์,ประธานอาเซียน

ผบ.ทบ. เยือน กองทัพสหรัฐฯ กระชับสัมพันธ์ทางทหาร เสริมบทบาทไทย ประธานอาเซียนปี 62 พร้อมเยี่ยมชม กองกำลังป้องกันตนเอง

               1 ธ.ค. 61  พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก อยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนกองทัพสหรัฐอเมริกา (รัฐฮาวาย) อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับ พร้อมหารือข้อราชการกับ พลเรือเอก Phillip S. Davidson ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด – แปซิฟิก และ พลเอก Robert B. Brown ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก (US Army Pacific Command : USARPAC) พร้อมเยี่ยมชมหน่วยงานสำคัญ อาทิ กองกำลังป้องกันตนเอง รัฐฮาวาย (Hawaii National Guard) ที่มีประสบการณ์ด้านการบรรเทาภัยพิบัติ ภูเขาไฟระเบิด พายุเฮอร์ริเคน , หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษภาคพื้นแปซิฟิก (Special Operations Command Pacific : SOCPAC) , กองพลทหารราบที่ 25 พร้อมชมการสาธิตทางทหารของ Lightning Academy ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกหลักสูตรทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ และมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นต้น

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของผู้บัญชาการทหารบกในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารของกองทัพบกไทย – กองทัพบกสหรัฐฯ ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค อันจะส่งผลดีต่อบทบาทของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนในปี 2562 นี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม กองทัพบกไทย – สหรัฐฯ มีความร่วมมือต่อกันในหลายด้าน อาทิ การฝึกทางทหารในระดับหน่วย การแลกเปลี่ยนบุคลากรเข้าศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ทั้งระดับข้าราชการทหารและนักเรียนนายร้อย การพัฒนางานบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดทำหลักนิยมทางทหาร ความร่วมมือด้านการแพทย์ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และงานด้านบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงความร่วมมือในการจัดประชุมหารือในระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ เป็นต้น

​ทั้งนี้ ในปี 2562 กองทัพบกไทย และ กองทัพบกสหรัฐฯ มีกำหนดเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุม “กองทัพบก กลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด – แปซิฟิก” ในระหว่าง 8 – 12 กันยายน 2562 ณ ประเทศไทย โดยจัดการประชุมใน 3 ระดับ คือ ผู้บัญชาการทหารบก นายทหารระดับสูงของกองทัพบก และนายทหารประทวน เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ข้อคิดเห็น รวมถึงประสบการณ์ในงานด้านความมั่นคง

การประชุมดังกล่าว กองทัพบกสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยมีกองทัพบกมิตรประเทศในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพร่วม

แบ่งเขต “เลือกตั้ง” ไม่กระทบ “ชทพ.”

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354264

แบ่งเขต “เลือกตั้ง” ไม่กระทบ “ชทพ.”

การเมือง,เลือกตั้ง,แบ่งเขต,กกต,ชทพ,พรรคชาติไทยพัฒนา,วราวุธ ศิลปอาชา,สส,ปลดล็อก,คสช,ประกบ

“วราวุธ” ระบุ ผลแบ่งเขตเลือกตั้งไม่กระทบ ชทพ. ลั่น ต้องได้ ส.ส. สุพรรณบุรียกจังหวัด ตั้งเป้า 20 ส.ส. เขต

               30 พ.ย. 61  นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงผลการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศ ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีปัญหาต่อเขตเลือกตั้งที่ประกาศ

เนื่องจากไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะออกมาเป็นลักษณะใด พรรคมีความพร้อมและเตรียมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ที่เป็นพื้นที่หลักของพรรค และตั้งเป้าจะได้ ส.ส. ยกจังหวัด ทั้ง 4 เขต ส่วนตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งใน จ.สุพรรณบุรี ขณะนี้วางบุคคลที่เหมาะสมไว้เบื้องต้น แต่ต้องรอฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และนำรายละเอียดให้ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. พิจารณาอีกครั้ง

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่อื่นๆ ด้วยว่า หลังจากการแบ่งเขตของ กกต. พบว่าบางจังหวัดมีผู้สมัครที่มีเขตพื้นที่ทับซ้อน ดังนั้น พรรคจึงทำการสำรวจความเห็นของประชาชนในพื้นที่ว่าเขตเลือกตั้งใดผู้สมัครคนใดได้รับความนิยมสูงสุด และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา เพื่อคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย และจะประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคให้ได้อย่างเร็วที่สุดภายในเดือนธันวาคม

“พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคขนาดกลาง การแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่หลักๆ ไม่กระทบมากนัก ดังนั้น ตามเป้าหมายที่พรรคจะได้ ส.ส. เขต 20 ที่นั่ง เชื่อว่าจะได้ตามเป้าแน่นอน และเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศปลดล็อกให้ทุกพรรคการเมืองเดินหน้าหาเสียง พรรคพร้อมเดินหน้าเต็มที่ แม้มีกระแสข่าวว่าฝ่ายความมั่นคงเตรียมแผนที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตามประกบผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคการเมือง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งผมไม่ได้กังวล เพราะหน้าที่ของผมมีเพียงอย่างเดียวคือ เดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง” นายวราวุธ กล่าว

แผลเป็น กกต. แบ่งเขต “เลือกตั้ง” อัปยศ

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354259

แผลเป็น กกต. แบ่งเขต “เลือกตั้ง” อัปยศ

การเมือง,พรรคไทยรักษาชาติ,ทษช,ปรีชาพล พงษ์พานิช,จาตุรนต์ ฉายแสง,คสช,นายกฯ,บิ๊กตู่,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,อัปยศ

“จาตุรนต์” ลั่น ภารกิจ ทษช. หยุดสืบทอดอำนาจ เป็นเรือนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย ซัด กกต. แบ่งเขต “อัปยศ” ด้าน “ปรีชาพล” ชวน ปชช. ก้าวข้ามกับดัก คสช.

               30 พ.ย. 61  ที่ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)  ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค ร่วมกันแถลงถึงแนวทางยุทธศาสตร์พรรค โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก แต่ประเทศไทยจมอยู่กับทศวรรษแห่งการศูนย์เปล่า มีการยึดอำนาจ มีกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เกิดความเสียหายทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

ขณะที่ประชาชนอยากเลือกตั้งให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. เพื่อบริหารประเทศแบบเดิม จะทำให้ประเทศเสียหายต่อไปอีก เราต้องยับยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ ต่อ และจะผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย โดยนโยบายสำคัญที่พรรคจะผลักดันเป็นอันดับแรก คือ เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกสมัยใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชัน และความเป็นประชาธิปไตย

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สมาชิกพรรค ทษช. มีความเป็นเชื้อสายมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และตนเองก็เคยเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่มีนโยบายบริหารประเทศให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า เรามั่นใจว่าจะจัดทำนโยบายที่ดี นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพราะมีบุคลากรทั้งคนรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์ร่วมกันทำงาน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทำให้พรรคการเมืองใหญ่ติดปัญหา เราไม่ขอเป็นเรือลำใหญ่ จะเป็นเพียงเรือขนาดกลางๆ แต่ขอเป็นลำหน้าในการนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย เราไม่อวดอ้างจะเป็นผู้นำ แต่ขอมีส่วนร่วมทั้งหมดนี้เพื่อยับยั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้กลับมาเป็นนายกฯ เนื่องจากที่ผ่านมา บ้านเมืองเสียหายเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตย

เมื่อถามถึงการประกาศเขตเลือกตั้งของ กกต. นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การแบ่งเขตครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายในการให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองก่อนการสรรหาผู้สมัครและการปลดล็อก ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด แม้จะไม่ได้เกิดกับเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ แต่เมื่อไปดูดนักการเมืองมาก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อตัวเอง แล้วประกาศว่าจะได้ ส.ส. 150 คน ทั้งๆ ที่เป็นพรรคตั้งใหม่ ถือเป็นการแบ่งเขตที่น่าอัปยศ เพราะบางอำเภอถูกแบ่งเป็น 4 เขต ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เป็นการสนองความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค เป็นการสร้างแผลเป็นให้กับ กกต. ที่ต้องทำไปทั้งที่รู้ว่าจะเกิดความเสียหายขึ้น เป็นเครื่องหมายว่า คสช. เข้ามาแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ได้ เป็นการปักธงเริ่มต้นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นธรรมและไม่เสรี

               ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการที่ชัดเจนในการสืบทอดอำนาจ โดยคาดการณ์ว่าต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ เราจะนิ่งเฉยอย่างนี้หรือ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันก้าวให้พ้นกับดักและองคาพยพที่ผู้มีอำนาจวางไว้ เพื่ออนาคตของคนไทยและศักดิ์ศรีของประชาชนคืนมา ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายใต้ ม.44 ก็ว่าแย่แล้ว แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ออกมา เช่น จ.สุโขทัย ที่เขตเลือกตั้งเดียวกันไม่มีถนนเชื่อมถึงกัน ประชาชนต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางธรรมชาติ

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล หากคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ก็ไม่ควรแบ่งเขตออกมาในลักษณะนี้ แม้กติกาจะไม่ยุติธรรมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรค ทษช. พร้อมสู้ทุกสถานการณ์ และขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคที่จะเปิดให้สมาชิกแสดงความประสงค์ลงเลือกตั้งก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารต่อไป รวมถึงได้เตรียมการเกี่ยวกับคณะกรรมการอำนวยการการเลือกตั้งของพรรคที่จะวางบุคลากรทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายนโยบาย ที่จะมีการแถลงกันต่อไปในภายหลัง

แผลเป็น กกต. แบ่งเขต "เลือกตั้ง" อัปยศ

 

ปชป. โวยแบ่งเขต “เลือกตั้ง” พิสดาร

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354254

ปชป. โวยแบ่งเขต “เลือกตั้ง” พิสดาร

การเมือง,ปชป,โวย,แบ่งเขต,เลือกตั้ง,พิสดาร,บัตรผี,เตือน,พรรคประชาธิปัตย์

ปชป. เตือน “เลือกตั้ง” 5 ข้อต้องระวัง ซัด กกต. แบ่งเขตพิสดาร

               เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ พรรคประชาธิปัตย์  นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส. สุโขทัย ร่วมกันแถลงถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดสุโขทัย ว่า เป็นไปตามแบบที่ 4 ซึ่งไม่ใช่ตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วางไว้

ทั้งที่เราได้ยื่นหนังสือให้ทบทวนแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากมีนักการเมืองอาวุโสที่อยู่ในซีกรัฐบาลเข้าแทรกแซงพยายามผลักดันให้ใช้แบบที่ 4 โดยทำให้ประชาชนในพื้นที่สับสน และมีพรรคการเมืองที่ได้เปรียบ ประกอบกับรองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า แบบที่ประชาชนส่งมาให้ กกต. ใหญ่แบ่งเขตเลือกตั้งได้ดีกว่า กกต. จังหวัดส่งมาเสียอีก

จึงอยากถามกลับไปยัง กกต. ว่า การแบ่งเขตไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องพิจารณาภูมิศาสตร์และจำนวนประชากร อีกทั้งยังมีรายละเอียดแนวเส้นของการแบ่งเขต ซึ่งตนไม่รู้ว่าจะมีประชาชนคนไหนที่มีความชำนาญในการแบ่งเขตเลือกตั้งดีกว่า กกต. ถ้าบุคคลนั้นจะมีความสามารถจริง ก็อาจจะใกล้ชิดกับผู้ที่กุมอำนาจรัฐ หรือมีความสามารถในการนำข้อมูลจำนวนประชากรและพื้นที่ เพื่อดำเนินการในการแบ่งเขตได้เหนือกว่า กกต.

นอกจากนี้ นายธนาได้นำรูปภาพแผนผังการแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ของจังหวัดสุโขทัย ที่มี 3 เขต โดยแบ่งตามภูมิศาสตร์และจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน และเป็นที่ยอมรับของทุกคน แต่การแบ่งเขตล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พ.ย. กกต. ได้แบ่งเขตของสุโขทัยเป็น 3 เขต ก็จริง แต่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อยากถามว่า มีการแบ่งเขตที่อัปลักษณ์อย่างนี้หรือไม่ เพราะลักษณะการแบ่งเขตทอดยาวขึ้นไป และมีจุดติ่งซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อที่ไปเชื่อมต่อและมีภูเขา หากประชาชนจะเดินทางไปเขตเลือกตั้งจะทำให้ไม่สะดวก รวมทั้งไม่สะดวกกับเจ้าหน้าที่ กกต. จะควบคุมการเลือกตั้งอย่างไร

การแบ่งเขตครั้งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเคยพูดว่า มีพรรคการเมืองบางพรรคที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลใช้วิธีการดึงตัวนักการเมืองเข้าพรรค ด้วยการบอกว่าสามารถขีดเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งได้ตามต้องการ เพราะฉะนั้นจากปัญหาการแบ่งเขตที่เกิดขึ้น เราจะพบว่ามีหลายสิบจังหวัดที่มีปัญหาลักษณะเดียวกับสุโขทัย ทางพรรคจึงได้ให้อดีต ส.ส. แต่ละจังหวัดได้รวบรวมรายละเอียดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดทำภาพประกอบว่าการแบ่งเขตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เพื่อรายงานให้พรรคทราบ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดยโสธร เป็นต้น

ขณะที่ นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ตนรู้ข่าวมาก่อนว่าจะมีการแบ่งเขตผ่าอำเภอกงไกรลาศออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และก่อนที่ กกต. จะประกาศ ได้มีนักการเมืองใหญ่ในจังหวัดสุโขทัยบางคน ซึ่งพยายามจะตัดส่วนเพื่อให้ตนเองได้เปรียบ และหวังที่จะได้ ส.ส. ในจังหวัดทั้ง 3 เขต ทั้งๆ ที่เราได้มีหนังสือทักท้วงให้ใช้แบบเดิม ซึ่งเป็นแบบที่ 4 เหมือนกัน แต่เป็นแบบที่ 4 ที่ถูกต้อง โดยเป็นแบบที่ใช้กับการเลือกตั้ง ปี 2554 ซึ่งได้รับการเห็นชอบจากทุกพรค แต่สุดท้ายก็ออกมาแบบที่มีการเสนอเข้าไปเงียบๆ ซึ่งประชาชนในพื้นที่เรียกว่า แบบพิสดาร ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เพราะเส้นทางคมนาคมไม่ได้เชื่อมโยงอย่างแท้จริง

นายสัมพันธ์ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาพูดตลอดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องระวังใน 5 ข้อ ได้แก่ 1. พลังดูด 2. แบ่งเขตเลือกตั้ง 3. การพิมพ์บัตร 4. โกงการเลือกตั้ง ซึ่งจะบอกว่าหนักกว่าแบ่งเขตเลือกตั้ง พูดไว้เลย แม้กระทั่งในจังหวัดสุโขทัยการเรียกรวมตัว จ่ายเงินเต็มไปหมด ซึ่งต้องรีบทำเสร็จก่อน พ.ร.ป.ส.ส. จะประกาศใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม นี้ รวมทั้งมีการให้ผู้นำหมู่บ้านเก็บบัตรประชาชนของทุกบ้านทุกหลังคาเรือน โดยอ้างว่าจะนำไปทำบัตรประชารัฐหรือบัตรคนจน ถ้าใครไม่ให้ถือว่าอยู่ฝ่ายตรงข้าม และ 5. ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่อาจจะเอาคนของตัวเองเข้าไป

“รอบนี้ไม่ใช่พิมพ์บัตรเบอร์เดียวทั้งประเทศ แต่เป็นเบอร์ใครเบอร์มัน พิมพ์บัตรเลือกตั้งสุโขทัยมีสามเขต ลงเขตใครเขตมัน ผู้สมัครเป็นร้อย ถามว่าประชาชนจะสับสนหรือไม่ กกต. จะทำให้รัดกุมอย่างไร เพราะมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีพิมพ์บัตรปลอม บัตรผี ผมเจอมาแล้ว ปี 48 นับสองวันสองคืนไม่เสร็จ” นายสัมพันธ์ กล่าว

คนอยากเลือกตั้งมอบแคลเซียมบำรุง กกต.

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/354252

คนอยากเลือกตั้งมอบแคลเซียมบำรุง กกต.

การเมือง,เลือกตั้ง,กกต,คณะกรรมการการเลือกตั้ง,FFFE,คนอยากเลือกตั้ง,คสช,ณัฏฐา มหัทธนา,มาตรา 44

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จี้ กกต. สอบความสัมพันธ์พรรคใกล้ชิดรัฐบาล มอบ “ไฟฉาย – แคลเซียม” บำรุงกระดูก กกต. พร้อมให้กำลังใจพรรคการเมืองไม่ร่วมวงประชุมแม่น้ำ 5 สาย

               สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  30 พ.ย. 61  เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี และเป็นธรรม และมีผลทางปฏิบัติ (FFFE) นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง กกต. โดยเรียกร้องให้ กกต. ผลักดันให้ปลดล็อกการเมือง และยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของพลเมืองและสื่อมวลชนโดยทันที

เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการเลือกตั้งที่มีการสื่อสารและรณรงค์ได้อย่างเสรี ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกอย่างมีคุณภาพ พร้อมให้ กกต. ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับรัฐบาล คสช. ที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบและไม่เป็นธรรม เช่น การตั้งชื่อพรรคพ้องกับโครงการของรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ รวมทั้งขอให้รัฐบาลเปลี่ยนสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ รวมถึง คสช. ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่และหยุดแทรกแซงกิจกรรมของพรรคการเมือง เพื่อให้การเลือกตั้งมีความเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้หยุดการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ในการแทรกแซงการดำเนินการของ กกต. อีกทั้งควรเชิญองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหประชาชาติ สหภาพยุโรป มาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการด้วย โดยข้อเรียกร้องเหล่านี้จะทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมและพรรคการเมืองสามารถแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียม

พร้อมกันนี้ เครือข่ายประชาชนฯ ยังได้มอบ ไฟฉาย และ แคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูกสันหลังให้ กกต. ในการทำหน้าที่ที่ยากลำบากด้วย ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ธ.ค. ซึ่งเป็นการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ร่วมกับ พรรคการเมือง เพื่อหารือถึงการจัดการเลือกตั้งที่สโมสรทหารบก เครือข่ายประชาชนฯ จะเดินทางไปให้กำลังใจกับพรรคการเมืองที่ปฏิเสธไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

4 รมต. ลาออกไม่ปรับ ครม.

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353322

4 รมต. ลาออกไม่ปรับ ครม.

การเมือง,ประยุทธ์,พรรคพลังประชารัฐ,นายกฯ,กกต,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ,ผู้สูงอายุ

“ประยุทธ์” เคาะ 7 ธ.ค. ถก “พรรคการเมือง” ชี้ ปลดล็อกต้องร่างระเบียบให้ชัด อุบ โดดลงสนามการเมือง ขอคุยฝ่าย ก.ม. ลั่น ไม่จำเป็น ต้องเข้าพรรคเพื่อเป็น “นายกฯ” คนใน

               เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 เวลา 11.30 น. ที่ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับพรรคการเมือง เพื่อปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ว่า

ตอนนี้กำหนดไว้แล้ว วันที่ 7 ธ.ค. นี้ ที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนการพูดคุยจะชัดเจนแค่ไหนก็ต้องคุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร การปลดล็อกต้องมีการร่างกฎระเบียบให้ชัดเจน แต่จะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร เข้าใจดี และบอกแล้วเมื่อกฎหมายต่างๆ ออกมาพร้อม เราก็จะมีการปลดล็อกบ้างอะไรบ้าง ตรงไหน ทั้งนี้ เพื่อให้บ้านเมืองปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ นายกฯ เคยบอกว่าสนใจงานการเมือง ตอนนี้ตัดสินใจหรือยังว่าจะเข้าทำงานการเมืองในช่องทางใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ยังฟังไม่ครบเลย เมื่อถามว่า จะสมัครสังกัดพรรคการเมืองใดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น ขอดูกฎหมายก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเขียนไว้แล้ว ถ้า นายกฯ จะลงไปอยู่การเมืองจะต้องไปอยู่ตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง ต้องไปดูตรงโน้น จะมาถามอะไรเรา ขณะเดียวกันเราก็ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าทำอะไรได้แค่ไหน

เมื่อถามถึงความชัดเจนในวันเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวทันทีว่า ยังยืนยันเป็นเดือน ก.พ. ตนไปเลื่อนตรงไหนสักอันหรือยัง เมื่อถามว่า มีพรรคการเมืองร้องมาที่ คสช. หรือไม่ ให้ขยับวันเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เห็นแต่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ในส่วนของ คสช. ยังไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะไปว่ามา ตนไม่มีส่วนในการตัดสินตรงนี้ เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่ตัดสินใจเข้าพรรคการเมืองเพื่อที่จะเป็นคนในหรือ นายกฯ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เมื่อถามต่อไปว่า เมื่อไหร่ นายกฯ จะเปิดเผยความในใจ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

               เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่ไปทำงานพรรคพลังประชารัฐ ตอนนี้มีการตัดสินใจอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในทางกฎหมายบอกว่าไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวทั้ง 4 รัฐมนตรีเขาจะดูเองว่าจะออกเมื่อไหร่ ยังไงก็แล้วแต่เขา เมื่อถามว่า หาก 4 รัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง นายกฯ จะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ปรับ ไม่มีปรับ ไม่ปรับแล้ว จะปรับทำไม ตามกฎหมายถ้าไม่ปรับก็มีคนแทนได้

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการตรวจสอบกรณีที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินงบประมาณในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ก็สามารถตรวจสอบได้ เพราะการที่รัฐบาลจะออกมาตรการต่างๆ เรามีกฎหมายทุกฉบับรองรับ ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาอย่างรอบคอบ สามารถดูได้ทั้งจาก พ.ร.บ.การเงินการคลัง พ.ร.บ.การใช้จ่ายงบประมาณ ว่าทำได้หรือไม่ และสิ่งที่ทำมาแล้วก็ไม่ใช่เงินทั้งหมด บางโครงการก็ใช้งบประมาณผูกพันเป็นระยะ เราต้องมองเป็น 2 ด้าน ที่ผ่านมามักมองเพียงด้านเดียว คือ การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน แต่วันนี้เราต้องมองในกรอบมาตรการอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น เรื่องการเกษตร ก็ต้องมีการใช้งบประมาณในส่วนของมาตรการในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็ง การรวมกลุ่ม การลดพื้นที่ปลูก หรือแม้แต่การสนับสนุนการเปลี่ยน

“ฉะนั้นอย่ามาบอกว่ารัฐบาลนี้ทำเพื่อหาคะแนนเสียง มันไม่ใช่ ทำในส่วนนี้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 – 3 ผมคิดว่าคงไม่มีรัฐบาลไหนสามารถที่จะดูแลคนได้ถึง 10 กว่าล้านคน มันมีหรือไม่ ก็มีแต่แก้ปัญหาทีละกลุ่มไป ขอร้องว่าอย่ามองรัฐบาลนี้ทำเพื่อการหาเสียง เดี๋ยวก็จะกลายเป็นเรื่องของความขัดแย้งต่อไปอีก มีทั้งคนที่ได้และคนที่ไม่ได้ ผมบอกแล้วว่า การที่เราจะทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องการแบ่งแยกชนชั้น เป็นเรื่องการดูแลรายได้ของประชาชน การทำข้อมูลบิ๊กดาต้าทั้งหมดที่ออกมาก็มีอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของความจำเป็นขั้นพื้นฐาน รายได้ของแต่ละจังหวัดแตกต่างกันอย่างไร เป็นข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้ว รัฐบาลเพียงแต่เข้ามาดูข้อมูลของแต่ละพื้นที่ และรายได้ของประชาชนแต่ละกลุ่มก็ต้องมาดูว่าเราจะสนับสนุนตรงไหนได้บ้าง” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้สูงอายุนั้นทุกคนก็มีพ่อแม่ผู้ปกครอง แล้วจะไม่ดูแลบุคคลเหล่านี้หรือ ปัญหาที่เราต้องดูแลผู้มีรายได้น้อยที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มเติม เพราะถือว่าเป็นภาระของผู้มีรายได้น้อยที่ยังลำบากอยู่ รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลตรงนี้ ปัจจุบันเราต้องรองรับผู้สูงวัยให้อยู่ได้ในสังคม สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจะให้เงินเพียงอย่างเดียว จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุสามารถทำงานได้ในทุกมิติ ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานดำเนินการอยู่ ส่วนราชการสามารถนำผู้สูงอายุเหล่านี้มาทำงานได้ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังทำอยู่ในทุกๆ ระบบ และทั้งหมดต้องดูงบประมาณประกอบด้วย ไม่ใช่ป้อนเพียงอย่างเดียว

ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นก็ทำเช่นนี้ เพียงแต่ดูแลแค่บางกลุ่มบางฝ่ายเท่านั้น รัฐบาลนี้ต้องทำทั้งมาตรการเร่งด่วน และการบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีใหม่นี้จะมีมาตรการเข้ามาดูแลกลุ่มคนต่างๆ อีก โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังดูแลอยู่ ทั้งนี้ ผู้มีรายได้น้อยต้องคำนึงถึงกลุ่มอื่นๆ ด้วย เพราะผู้เสียภาษีมีจำนวนมาก ต้องมาดูว่ากลุ่มคนเหล่านี้ใครเดือดร้อนบ้าง ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็เช่นกัน คนที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำก็ต้องดูแลด้วย ซึ่งมาตรการต่างๆ จะทยอยออกมาตามลำดับ ตามเม็ดเงินงบประมาณที่มีอยู่ วันนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ดูหน้าตาสื่อมวลชนแล้วเข้าใจกันมากขึ้น

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงชาติ (สมช.) ครั้งที่ 3/2561 ว่า ที่ประชุมรับทราบการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติประจำปี 2561 (C-MEX 18) ที่เป็นการฝึกร่วมกันของเหล่าทัพและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีคนสำเร็จไปตามเจตนารมณ์ นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลความมั่นคงของรัฐและความลับของทางราชการ พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย พ.ศ. …. ซึ่งมีข้อสังเกตต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งนี้ เราจะต้องทำอย่างไรก็ตามให้เกิดการตรวจสอบการถ่วงดุลในการใช้อำนาจทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องการคุ้มครอง และเรื่องสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ต้องเป็นไปตามนั้น โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นอย่างเช่นอดีตที่ผ่าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยประเด็นปัญหาความมั่นคง ซึ่งวันนี้โลกกำลังจะเปลี่ยนไปสู่สังคมเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งเราจะต้องเตรียมหลายอย่างไปพร้อมกัน เพื่อให้มีความเข้มแข็งเพียงพอและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมถึงสิ่งที่จะต้องพิจารณาควบคู่กัน คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. …. ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทุกกฎหมายจะต้องสอดคล้องและไม่สร้างภาระให้กับประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่

นายกฯ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำในเรื่องกระบวนการการแก้ปัญหาบรรเทาภัยพิบัติและให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงได้ใช้โอกาสในการฝึกประจำปี เอาเรื่องเหล่านี้ไปทำความเข้าใจ ทั้งนี้ ประชาชนต้องเข้าใจว่าเราจะทำให้บ้านเมืองสุขสงบได้อย่างไร

“เพื่อไทย” แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353316

“เพื่อไทย” แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต

การเมือง,เพื่อไทย,กกต,แบ่งเขต

“เพื่อไทย” แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต ซัด แบ่งเขตเละเทะ แนะ ถาม ปชช.

               เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ พรรคเพื่อไทย  นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส. เชียงราย และคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรค นานวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส. กทม. และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส. นครราชสีมา ร่วมแถลงกรณี คสช. ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 และการแบ่งเขตของ กกต.

นายสามารถ อ่านแถงการณ์ เรื่อง ขอให้ กกต. ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยสุจริต และเป็นธรรม ตอนหนึ่งว่า ตามที่หัวหน้า คสช. ได้ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 เปิดให้มีการยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งต่อ กกต. และ คสช. และรัฐบาลได้ โดยให้อำนาจ กกต. ที่จะเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยกรณีจำเป็นก็ไม่จำต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆ ของ กกต. ที่ออกไว้ได้ โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด พร้อมทั้งขยายเวลาในการแบ่งเขตของ กกต. ไปจนถึงวันที่ 10 ธ.ค. 2561

พรรคเห็นว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว มีนัยทางการเมือง และไม่ชอบด้วยหลักการทางกฎหมาย 4 ประการ คือ  1. คสช. ได้ออกคำสั่งดังกล่าวโดยที่มิได้มีการร้องขอจากฝ่ายใด และไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดที่ต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการออกคำสั่งนี้มีนัยทางการเมืองแอบแฝง และถือเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. 2. การออกคำสั่งให้ กกต. เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องทำตามกฎหมาย และระเบียบที่ตนออกไปก็ได้นั้น เป็นการส่งสัญญาณให้ กกต. ทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบ และความคิดเห็นของประชาชนจำนวนนับหมื่นของแต่ละจังหวัดที่เสนอความเห็นต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง และยังไปรับรองว่าการกระทำดังกล่าวของ กกต. ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

นายสามารถ กล่าวต่อว่า 3. เนื่องจากมีหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลถึงสี่คน และรัฐบาลกับ คสช. ก็อยู่องคาพยพเดียวกัน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้กล่าวยอมรับว่า รัฐบาล และ คสช. เป็นพวกเดียวกัน ดังนั้น การออกคำสั่งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์สำหรับผู้สมัครของพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลเพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งได้ และ 4. กกต. เป็นองค์กรอิสระต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความกล้าหาญ ต้องยึดกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรโอนอ่อนผ่อนตามไปตามความเห็นของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบที่ตัวเองกำหนดขึ้น และโดยไม่ฟังเสียงของประชาชนในเขตพื้นที่

การแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นต้นธารของการเลือกตั้ง หากการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ตั้งแต่ต้นเสียแล้ว ย่อมส่งผลทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ พรรค พท. จึงขอเรียกร้องและให้กำลังใจต่อ กกต. โดยขอให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ยึดกฎหมายเป็นหลัก แม้จะได้อำนาจมาให้กระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ ก็ไม่ควรที่จะกระทำ รูปแบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ โดยไม่ฟังเสียงประชาชนนั้น ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่าง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ มี 14 เขตเลือกตั้ง ได้รับผลกระทบจากการแบ่งเขตเลือกตั้งหลายเขต ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ร้องเรียนกับ กกต. จังหวัดแล้วกว่า 10 เขต เช่น อำเภอพิมาย ซึ่งเป็นเขตใหญ่และไม่ควรถูกแบ่งออกจากกัน แต่กลับเอาอำเภอพิมายมาแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้ง แล้วเอาไปรวมกับอำเภอต่างๆ เช่น อำเภอโนนสูง อำเภอชมพู และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น และอำเภอสีคิ้วซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ก็ถูกแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้งด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการแบ่งไปรวมกับอำเภอเมืองที่ไม่เคยอยู่เขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อน ก็ถูกจับเอามารวมกัน ทั้งที่การคมนาคมต้นทางถึงปลายทางห่างกันร่วม 100 กิโลเมตร

นายวิชาญ กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ กทม. เราได้ทำหนังสือโต้แย้งกับทาง กกต. ไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เราขอยกตัวอย่างเช่น เขตสายไหม แขวงคลองถนน ถูกแบ่งเอาไปรวมกับเขตบางเขน ส่วนเขตบางเขนถูกบวกกับเขตหลักสี่ ส่วนเขตมีนบุรีเอาไปรวมกับเขตคันนายาว เท่ากับว่าเขตบางเขน สายไหม และมีนบุรี โดนแบ่งไปหมด นี่ถ้าแบ่งไปรวมกับฉะเชิงเทรา หรือสมุทรปราการได้ เขาคงทำไปแล้ว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เขตเลือกตั้ง ลดลง 25 เขต เหลือ 350 เขต บัญชีรายชื่อ 150 คน ทั้งนี้ เราขอเสนอว่าจังหวัดใดที่ ส.ส. เท่าเดิม ไม่ควรเปลี่ยนเขตเลือกตั้ง ยกเว้นกรณีที่ ส.ส. ลดลง แต่การแบ่งเขตก็ต้องดูตามมาตรา 27 แต่การแบ่งอำเภอเป็นหลายเขต ไม่มีเหตุผล จะมีเพียงเหตุผลเดียวคือ เอื้อประโยชน์ในทางการเมือง ตั้งแต่จะเริ่มการเลือกตั้งก็มีการเอาเรื่องการแบ่งเขตมาต่อรองทางการเมือง ประมาณว่าใครอยู่กับเราก็แบ่งเขตให้ตามเดิม ใครดื้อแพ่งก็แบ่งเขตให้เสียประโยชน์มากที่สุด พรรค พท. ติดตามการแบ่งเขตมาอย่างต่อเนื่อง ฟังธงได้ว่าการแบ่งเขตถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองของผู้มีอำนาจ

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า หาก กกต. จะมีการใช้เขตเลือกตั้งนอกเหนือจาก 3 รูปแบบเดิม ถามว่าคุณได้บอกประชาชนหรือยัง ได้สอบถามความเห็นประชาชนหรือไม่ ดังนั้น หากมีการใช้นอกเหนือจาก 3 รูปแบบ ควรบอกประชาชนและเปิดโอกาสให้เขาแสดงความคิดเห็น ควรเล่นแบบแฟร์เพลย์

เมื่อถามว่า หากใน 1 อำเภอ ถูกแบ่งออกเป็นหลายเขต แล้วใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งเลขผู้สมัครไม่เหมือนกัน จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือไม่ นายชูศักด์ กล่าวว่า สับสนอยู่แล้ว ดังนั้น อย่าแบ่งเขตแบบนี้ดีที่สุด หาก กกต. ทำแบบนั้นจริง ประชาชนก็คงต้องจำหมายเลขผู้สมัครให้ได้ ทั้งนี้ ภายหลังจากการแถลงพรรค พท. จะยื่นหนังสือพร้อมเอกสารทั้งหมดที่ได้แถลงในวันนี้แก่ กกต.

ยัน “ลำปาง – เชียงใหม่ – ลพบุรี” อยู่เพื่อไทย

Published December 22, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/353311

ยัน “ลำปาง – เชียงใหม่ – ลพบุรี” อยู่เพื่อไทย

การเมือง,พรรคเพื่อไทย,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,อดีต สส,ย้ายพรรค,ฟังหูไว้หู

“ชูศักดิ์” ยัน “ลำปาง – เชียงใหม่ – ลพบุรี” อยู่เพื่อไทย ส่วน “วราเทพ” ยังไม่ได้คุยกัน ชี้ เจ้าตัวขาดคุณสมบัติ

               23 พ.ย. 61  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ พรรคเพื่อไทย  นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวระบุอดีต ส.ส. จ.ลำปาง เชียงใหม่ ลพบุรี และกำแพงเพชร รวมถึงตัว นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะย้ายไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า

คิดว่าเรื่องนี้ข่าวคงจะสับสนไปถึงวันที่ 26 พ.ย. นี้ เพราะเป็นวันสุดท้ายที่บุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งจะต้องเข้าสังกัดพรรคการเมือง หากการเลือกตั้งจะเกิดในวันที่ 24 ก.พ. 62 จริง

ทั้งนี้ ตระกูลจันทสุรินทร์ ยืนยันกับตนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ข่าวที่ออกมานั้นไม่จริง เขายังคงอยู่พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ลำปาง ส่วนนางทัศนีย์ บูรณุกรณ์ อดีต ส.ส. เชียงใหม่ ก็ยังอยู่กับพรรค ส่วนนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส. ลพบุรี ก็โทรมายืนยันว่า ยังอยู่กับพรรค ที่พอจะมีความชัดเจนอยู่บ้างคือกรณี นายเดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชาย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาลาออกจริง และตัวท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว

ส่วนกรณี นายวราเทพ ตนยังไม่เจอท่าน แต่ก็เรียนแบบตรงไปตรงมาว่า ท่านติดในเรื่องคุณสมบัติความเป็นสมาชิกพรรค คุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. ตนจะไม่พูดมากไปกว่านี้ แต่หลายคนใน จ.กำแพงเพชร ก็บอกว่า ยังเป็นสมาชิกพรรค หากรัฐบาลนี้ต้องการปฏิรูปการเมือง อย่าให้การเลือกตั้งครั้งนี้ หรือพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ กลายเป็นพรรคแบบสามัคคีธรรมในอดีต การกระทำใดๆ ที่เป็นการดึงคนภายใต้เงื่อนไขต่างๆ เช่น เงื่อนไขทางคดี ไม่น่าจะเกิดขึ้น

               เมื่อถามว่า หากพื้นที่กำแพงเพชร อดีต ส.ส. ย้ายพรรคจริง พร้อมส่งคนลงสู้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของพรรคอยู่แล้ว แต่ขณะนี้จะไปหรือไม่ไปอย่างไรเราไม่ชัดเจน คงต้องฟังแบบฟังหูไว้หูก่อนในขณะนี้

ยัน "ลำปาง - เชียงใหม่ - ลพบุรี" อยู่เพื่อไทย

 

ยัน "ลำปาง - เชียงใหม่ - ลพบุรี" อยู่เพื่อไทย

 

%d bloggers like this: