เปิดเทอมวันแรก “พะเยาพิทยาคม” เข้มตั้งแต่ประตูทางเข้าจนหลังเลิกเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดเทอมวันแรก “พะเยาพิทยาคม” เข้มตั้งแต่ประตูทางเข้าจนหลังเลิกเรียน

เปิดเทอมวันแรก "พะเยาพิทยาคม" เข้มตั้งแต่ประตูทางเข้าจนหลังเลิกเรียน1 กรกฎาคม 2563 – 09:48 น.

พะเยาพิทยาคม เป๊ะมาตรการป้องการการระบาดโควิด 19 ในสถานศึกษา เน้นตั้งแต่หน้าโรงเรียนจนถึงเดินทางกลับ เรียนวันเว้นวัน

วันนี้ (1 กรากฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการให้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป ปรากฏว่าสถานศึกษาในจังหวัดพะเยาตั้งแต่ระดับอนุบาล – อุดมศึกษา ต่างก็มีการตื่นตัวและซักซ้อมทั้งการเรียน การสอน อาคารสถานที่ เช่นที่โรงเรียนพะเยาพิทยาคม ได้มีการเตรียม นักเรียน ผู้ปกครอง ออนไลน์ตั้งแต่ยังไม่มีการเปิดเรียน จนกระทั่งเปิดเรียน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ปลอดเชื้อโควิดตามวิถีทาง New Normal

นายพิเชษฐ์  สมฤทธิ์ ผอ. ร.ร.พะเยาพิทยาคม เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนได้พยายามสื่อสารกับ นักเรีรยน ผู้ปกครอง เรื่องการป้องกันการระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ยังไม่เปิดการศึกษาเพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติได้ถูกต้องตรงกัน เมื่อถึงเวลาจริงทำให้การปฏิบัติง่ายขึ้น ถูกต้อง โดยนักเรียนคณะครู และจทน.ทุกคนที่จะผ่านเข้าโรงเรียนจะต้องรักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร วัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สแกน QR Code หรือลงลายมือชื่อในสมุดกรณีไม่มีสมาร์ทโฟนก่อนที่จะเข้าอาคารเรียนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ในส่วนของการเรียนการสอนได้แบ่งให้นักเรียนชั้นมัธยมต้นเรียน เรียน จันทร์ พุธและศุกร์ ส่วน นักเรียนมัธยมปลาย เรียนอังคาร พฤหัส เสาร์ โดยแต่ละห้องแบ่งออกเป็นสองกลุ่มๆละ 20 คน จัดโต๊ะเรียนห่างกัน 1 เมตร และมีการสอนออนไลน์เสริมในวิชาหลักๆสำหรับ นักเรียนที่หยุด ส่วนการรักษาระยะห่างในเวลารับประทานอาหารจะให้การเหลื่อมคาบเรียนห่างกัน 1 คาบหรือประมาณ 50 นาที ซึ่งจะลดจากแออัดยัดเยียดของ นักเรียนได้เป็นอย่างดีและโรงอาหารของโรงเรียนก็กว้างพอ จึงขอให้ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานมาให้โรงเรียนดูแลให้มั่นใจว่าทางโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานของทางราชการกำหนด

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จงพะเยา

ชาวนาสุโขทัย เสี่ยงหว่านแห้งรอฝน หลังเลยฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวนาสุโขทัย เสี่ยงหว่านแห้งรอฝน หลังเลยฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือน

30 มิถุนายน 2563 – 18:27 น.

ชาวนาสุโขทัย เสี่ยงหว่านแห้งรอฝน หลังเลยฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือน หากฝนไม่ตกข้าวอาจเสียหายได้

ชาวนาในพื้นที่ตำบลทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ต่างพากันไถปรับหน้าดิน และหวานเมล็ดข้าวบนผืนดินที่แห้ง ซึ่งชาวนาเรียกวิธีนี้ว่า หว่านแห้ง ในพื้นที่นาของตน หลังจากที่เข้าสู่ช่วงฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีน้ำเพียงพอในการปลูกข้าว เนื่องจากปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานจึงทำให้น้ำในคลองธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เหลือน้อย โดยเฉพาะน้ำแม่น้ำยมซึ่งเป็นเหมือนเส้นเลือดหลักของชาวสุโขทัย ที่ปัจจุบันแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้

นางสำอาง ศรีทรัพย์ อายุ 65 ปี ที่อยู่ ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ทุกปีจะตนหว่านข้าวนาปีตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน แต่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานทำให้น้ำในคลองต่างๆ แห้งขอด ไม่สามารถสูบขึ้นมาบนที่นาเพื่อใช้ในการทำนาได้ แต่หากรอนานกว่านี้ก็จะเก็บเกี่ยวไม่ทันฤดูเก็บเกี่ยว  ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จึงตัดสินใจหว่านแห้ง และเสี่ยงรอฝนที่อาจจะตกลงมาบ้างในช่วงนี้ นางสำอาง กล่าวอีกว่า รู้ว่าเสี่ยงมากแต่ก็ต้องลองดู โดยในปีนี้ตนปลูกข้าวจำนวน 15 ไร่ ลงทุนไปกว่า 20,000 บาท ซึ่งเมล็ดข้าวที่หว่านลงไปจะทนแล้งอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือนครึ่ง ถ้าไม่มีฝนตกลงมาคาดว่าข้าวที่หว่านไว้จะต้องเสียหายแน่นนอน

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435628/36223/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435628/36224/news

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม30 มิถุนายน 2563 – 17:46 น.

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม โรงเรียน ไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว ประชุมผู้ปกครอง แจ้งมีความพร้อมเปิดเรียน มีมาตรการป้องกันโควิด-19 สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองเมื่อส่งลูกมาเรียน

วันนี้ 30 มิ.ย.2563 นายเรืองศักดิ์ ขาวสะอาด ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว พร้อมด้วยคณะครู ได้จัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ให้ความรู้เพื่อแจ้งการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ โดยได้รับความร่วมมือกับผู้ปกครองได้เดินทางมาร่วมประชุมกับทางโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ก่อนเข้าประชุมได้มีมาตรการป้องกันตรวจวัดไข้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมใส่หน้ากากเข้าที่ประชุม โดยจัดสถานที่ให้มีสภาพอากาศปลอดโปร่งโล่ง ใต้ถุนอาคาร รร.ไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

โดยทางโรงเรียนได้แจ้งเรื่อง การเปิดการเรียนการสอนซึ่งมีความพร้อม สำหรับการดูแลนักเรียน ให้ผู้ปกครองมาส่งได้บริเวณประตู รร.เท่านั้น จากนั้นจะมีครูผู้ดูแลจะรับนักเรียนไปส่งตามห้องเรียนต่างๆ โดยอาคารเรียน ห้องเรียน ได้มีข้อกำหนดชัดเจน ในแต่ล่ะห้องเรียนจะมีจำนวนนักเรียน 23 – 25 คนเท่านั้น จัดห้องเรียนโดยเว้นระยะห่างของโต๊ะนักเรียนประมาณ 1.5 – 2 เมตร ตามมาตรการการควบคุม การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  สำหรับชุดพื้นเมืองประจำวันศุกร์ ทางโรงเรียน ได้จัดเตรียมชุดประจำชนเผ่า หรือ ชุดพื้นเมืองไว้ให้เด็กนักเรียนอยู่แล้ว โดยผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ซึ่งผู้ปกครองต่างพึงพอใจกับมาตรการลดภาระและมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในโรงเรียนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ทางโรงเรียน ยังเปิดห้องเรียนให้ผู้ปกครองได้เยี่ยมชม และ แนะนำพบปะครูที่ปรึกษาแต่ละห้องเรียน เพื่อสอบถามปัญหาของเด็กนักเรียนได้อย่างใกล้ชิด โดยภายในห้องเรียนได้มีการจัดโต๊ะเรียนเว้นระยะห่าง มีเจลล้างมือ นักเรียนทุกคนสวมใส่หน้ากากเฟสชิว แต่ละอาคารเรียนจะมีจุดล้างมือและเจลไว้ให้นักเรียน การเดินทางเข้าออกโรงเรียนใช้เส้นทางเดียว มีระบบคัดกรองตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด19 ลดความกังวลของผู้ปกครองลงได้เป็นอย่างมาก

สำหรับโรงเรียน ไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว ปีการศึกษา 2563 เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษา 41 คน จำนวนนักเรียน ชั้นอนุบาล ชาย 39 คน หญิง 24 คน รวม 63 คน ชั้นประถมศึกษา ชาย 75 คน หญิง 63 คน รวม 138 คน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ชาย 165 คน หญิง 163 คน รวม 328 คน รวมมีนักเรียนทั้งหมด ชาย 279 คน หญิง 250 คน รวมทั้งหมด 529 คน เป็นนักเรียนพักนอน 228 คน ขณะที่ในวันนี้ก็จะมีผู้ปกครองทะยอยเดินทางมาส่งลูกหลานเข้ามาอยู่หอพักกินนอนของโรงเรียน สำหรับนักเรียนที่อยู่หมู่บ้านไกลๆ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นาทีชีวิต กู้ภัยทำคลอดทารกแฝดสองในรถ หลังพ่อจอดขอความช่วยเหลือ (คลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นาทีชีวิต กู้ภัยทำคลอดทารกแฝดสองในรถ หลังพ่อจอดขอความช่วยเหลือ (คลิป)

30 มิถุนายน 2563 – 17:12 น.

นาทีชีวิต กู้ภัยเทศบาลเมืองเขารูปช้างทำคลอดบนรถกระบะ หลังเด็กโผล่ออกมาครึ่งตัวก่อนถึงโรงพยาบาล พบเป็นทารกแฝดเพศชาย ปลอดภัยร่างกายแข็งแรง ทั้งแม่ทั้งลูก

วันนี้ ที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 06.30 น. ที่บริเวณหน้าศูนย์กู้ภัยเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ได้เกิดเหตุระทึกเมื่อ นางเกิดแก้ว ไชย์วงศ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/1 ม. 4 ต.จะโหน่ง อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งท้องแก่ใกล้คลอด จอดรถพร้อมกับสามีมาขอความช่วยเหลือให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา เนื่องจากเกิดอาการเจ็บท้องคลอดกะทันหัน แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน เด็กทารกก็คลอดออกมาเสียก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯช่วยกันเป็นผู้ทำคลอด ซึ่งทารกที่คลอดเป็นแฝด เพศชาย ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ร้องเสียงดังก่อนที่เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสงขลา จะรับตัวแม่และลูกแฝดอีก 2 คน ส่งโรงพยาบาลสงขลาเพื่อดูแลต่อไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความยินดีให้กับผู้พบเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

จากการสอบถาม นายสันติ เฉลียวพงศ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลเมืองเขารูปช้าง หนึ่งในทีมทำคลอด เปิดเผยว่า ก่อนจะมาคลอดลูกที่หน้าศูนย์กู้ภัย นางเกิดแก้วได้นั่งรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน บย 9902 สงขลา โดยมีสามีเป็นคนขับ เมื่อมาถึงหน้าศูนย์กู้ภัย ก็แจ้งว่ามีอาการปวดท้องอย่างมาก น่าจะใกล้คลอดลูก ขอให้เจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลให้ด้วย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายสันติ เปิดเผยต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าถุงน้ำคร่ำแตก เด็กโผล่ส่วนขาออกมาค้างอยู่ประมาณครึ่งตัวจึงโทรประสานรถโรงพยาบาลสงขลาเข้ามารับตัว ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ซึ่งได้รับการอบรมเรื่องการทำคลอด เข้าช่วยเหลือทำ คลอด โดยสามารถช่วยเหลือทั้งแม่และเด็กได้รับความปลอดภัย ทั้ง3 คน ซึ่งเด็กที่คลอดออกมานั้นเป็นเพศชาย โดยคนแรกออกมาอย่างปลอดภัย หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 นาที ทารกคนที่ 2 ก็ออกมา โดยหลังจากที่รถโรงพยาบาลสงขลามาถึง ก็ได้นำตัวแม่และเด็กไปดำเนินการดูแลรักษาตัวต่อไป

นาทีชีวิต กู้ภัยทำคลอดทารกแฝดสองในรถ หลังพ่อจอดขอความช่วยเหลือ (คลิป)

นภาลัย  ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสงขลา

รองอธิบดีชป.ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำที่กำแพงเพชร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รองอธิบดีชป.ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำที่กำแพงเพชร

รองอธิบดีชป.ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำที่กำแพงเพชร30 มิถุนายน 2563 – 16:02 น.

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ให้การต้อนรับ รองอธิบดีชป. ร่วมกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯนำดูงานฝายกึ่งถาวรหนองวัวดำ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน และคณะเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบและคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานฝายกึ่งถาวรหนองวัวดำ ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร และร่วมเยี่ยมชม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร โดยมีนายไชยงค์ จงอาสาชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 พร้อมรองผู้อำนวยการสำนักฯ ผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการโครงการในจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและนำลงพื้นที่ ศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม สภาพปัญหาในพื้นที่ และแนวทางแก้ไขปัญหา

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยางหนองขวัญ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่รับน้ำจากท้ายเขื่อนภูมิพล และประสบกับปัญหาและอุปสรรคการบริหารจัดน้ำ ที่จะต้องดำเนินการแก้ไข ได้แก่ การก่อสร้างฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิงโครงการหนองขวัญ ปรับปรุงประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำสาย MC วังยาง พร้อมระบบส่งน้ำ การกำจัดวัชพืชและขุดลอกคลองส่งน้ำ พร้อมปรับปรุงอาคารชลประทานต่างๆ ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ การก่อสร้างดาดคอนกรีตคลองส่งน้ำสายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรกลุ่มผู้น้ำโดยร่วมกันบริหารจัดการน้ำ 3 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร และนครสวรรค์ อย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนภูมิพลให้ได้ประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

โดยกลุ่มผู้นำเกษตรกร ประชาชน มีความต้องการให้รีบดำเนินการก่อสร้างอาคารดังกล่าวโดยเร็ว เพราะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ และพืชผลการเกษตรเสียหายทุกปี ซึ่งในเบื่องต้น ท่านรองอธิบดีกรมชลประทาน แจ้งว่าจะให้มีการสำรวจออกแบบ เพื่อเตรียมรอรับงบประมาณ ต่อไป

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เร่งป้องกันไข้เลือดออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เร่งป้องกันไข้เลือดออก

เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เร่งป้องกันไข้เลือดออก30 มิถุนายน 2563 – 15:16 น.

เทศบาลเมืองฉะเชิงเทราเร่งป้องกันไข้เลือดออกป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออกในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 นายกลยุทธ ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา ส่งเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย อสม. เทศบาลเมืองฉะเชิงเทราลงพื้นที่ชุมชนประตูน้ำ บริเวณที่พักอาศัยริมทางรถไฟ เชิญชวนประชาชนปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้าน รอบบ้าน เพื่อความปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก ด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องด้วยระยะนี้ได้ย่างเข้าสู่ฤดูฝน มีฝนตกต่อเนื่องเกือบทุกวัน อาจทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะที่ถูกทิ้งจนเป็นแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย และกลายเป็นตัวยุงซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคไข้เลือดออก 

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออกในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมด้วย อสม.ลงพื้นที่ให้ความรู้ แจกทรายอะเบท ฉีดพ่นหมอกควันและละอองฝอย ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อกำจัดยุงอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนดำเนินการพ่นละอองฝอยจะใช้รถประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและให้คำแนะนำแก่ประชาชน ได้เปิดประตูหน้าต่างเพื่อรอรับละอองฝอยให้เข้าไปจับหรือเคลือบกับฝาผนังตัวบ้าน       ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับตัวพี่น้องประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงละอองฝอย แต่ถ้าละอองฝอยสัมผัสผิวหนังให้ล้างทำความสะอาดด้วยสบู่ให้เรียบร้อย  อย่างไรก็ดีต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้านและรอบบ้าน ทำลายภาชนะที่ไม่ใช้แล้วไม่ให้มีน้ำขัง  ภาชนะที่กักเก็บน้ำต้องมีฝาปิด เปลี่ยนน้ำในแจกันทุก 7 วัน ใช้ทรายอะเบทกำจัดลูกน้ำในภาชนะที่มีน้ำขัง  

สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา

รู้เรื่อง..”ยาเสียสาว” กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้เรื่อง..”ยาเสียสาว” กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว

รู้เรื่อง.."ยาเสียสาว" กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว30 มิถุนายน 2563 – 14:43 น.

รู้เรื่อง..”ยาเสียสาว” กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว โดยเฉพาะผู้หญิงพึงระมัดระวัง ไม่เสพยาขณะสังสรรค์ ไม่รับเครื่องดื่มหรืออาหารจากคนแปลกหน้า

เมื่อวันที่  30 มิถุนายน  2563 นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในปัจจุบันข่าวที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม การล่วงละเมิดทางเพศ มักจะพบว่ามีการกล่าวถึง “ยาเสียสาว” ซึ่งยาเสียสาวที่กล่าวถึงนั้น คือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรม คุกคามทางเพศหรือการมอมยาผู้อื่น

โดยมักจะใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท กลุ่มยานอนหลับ หรือยาระงับประสาท เช่น ยามิดาโซแลม (Midazolam) ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) สาร GHB (gamma-hydroxybutyrate) และ ยาเค หรือ เคตามีน (Ketamine) ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหล่านี้มีคุณสมบัติที่ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายมักจะนิยมนำไปใช้ คือ ออกฤทธิ์เร็วหลังจากการใช้ไม่เกิน 30 นาที ละลายได้ดีในน้ำ

 “ง่ายต่อการผสมในเครื่องดื่ม เกิดอาการเคลิ้มสุขคล้ายการดื่มแอลกอฮอลล์ ทำให้มึนงง ง่วงซึม ไม่มีสติ หรือสลบได้ และทำให้ผู้ถูกวางยาสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ ไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ วัตถุออกฤทธิ์ต่อ จิตประสาทเหล่านี้อันตรายมาก มีฤทธิ์กดการหายใจ และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากไม่ใช้ภายใต้คำสั่งจากแพทย์ ” นายแพทย์มานัส กล่าว 

ทั้งนี้ หากมีการใช้ในปริมาณมากร่วมกับยานอนหลับซึ่งออกฤทธิ์ทำให้หลับเร็ว หรือใช้ร่วมกับสารเสพติดอื่นๆ หรือผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผู้ถูกวางยาเสียชีวิตได้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเสริมว่า การรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์ และมีการใช้ยาเสพติดร่วมด้วย เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ยาเสพติดทุกประเภทส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อร่างกายของผู้เสพ ยิ่งมีการใช้ร่วมกันหลายชนิดก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต

“แนะกลุ่มนักเที่ยวโดยเฉพาะสุภาพสตรีที่นิยมดื่มสังสรรค์ ให้ระมัดระวังตัวเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี หลีกเลี่ยงการเสพยาและสารเสพติดในขณะสังสรรค์ ไม่รับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า” ผอ. สบยช.กล่าว

ผอ.สบยช. กล่าวอีกว่า รวมถึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีได้ผสมสิ่งใดลงในเครื่องดื่มและนำมาให้ดื่ม สังเกตตัวเองหรือคนใกล้ชิดหากพบอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้อาเจียน มึนงง เดินเซ หายใจลำบาก มีอาการคล้ายเมาสุราแม้ไม่ได้ดื่มหรือดื่มไปเพียงเล็กน้อย ต้องรีบพาตัวเองหรือคนใกล้ชิดออกจากสถานที่ดังกล่าว และรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับ ยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pmindat.go.th

อ่านต่อที่ https://bit.ly/2BSQf3a

CR : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เข้าโรงตึ๊ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เข้าโรงตึ๊ง

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เข้าโรงตึ๊ง30 มิถุนายน 2563 – 13:03 น.

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เช่น ขนหม้อน้ำมนต์พูกสายสิน ที่กรวดน้ำ พานโบราณ และเตาแก๊ส เข้าโรงรับจำนำ หาเงินให้ลูกใส่เปิดเทอม 1 ก.ค.นี้

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยิ่งใกล้การเปิดเทอมอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค. 2563 นี้ หลังจากที่ปัญหาโควิด-19 ระบาดจนเข้าสู่สภาวะปกติ แต่พิษเศรษฐกิจโรคโควิด-19 ยังทิ้งความบอบช้ำแก่ประชาชนชาวสตูล และคนยากจน ในพื้นที่จำเป็นต้องหยิบเอาของเก่าแก่โบราณ ถ้วยชามโลหะทองเหลืองเข้าโรงรับจำนำในตัวเมืองสตูลแล้ว ซึ่งวันนี้ไปดูบรรยากาศที่สถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูลไปดูบรรยากาศประชาชน ต่างพาบุตรหลานเข้าโรงรับจำนำเพื่อนำสิ่งของมีค่า เช่น ทอง สร้อยคอ กำไล และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายๆ อย่างมาจำนำเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อไปซื้อชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์การเรียนของใหม่ๆให้กับลูกหลานก่อนวันเปิดเทอม 1 ก.ค. 2563 นี้

ด้านนายอานัส บารา ผู้จัดการสถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) บอกว่า เมื่อวานนี้มีครอบครัวใหญ่ที่นำเตาแก๊สปิกนิกาจำนำไว้ เพื่อต้องการเอาเงินไปซื้อชุดนักเรียน จำนำได้เพียงแค่ 400 บาท ก็ยอม เพราะไม่มีเงินจะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ๆ ให้ลูก และก็มีการนำเอาโลหะทองเหลือง เช่นหม้อน้ำมนต์ที่พูกสายสินดูเก่าแก่น่ากลัว และที่กรวดน้ำที่เป็นโลหะทองเหลือง พานโบราณ ที่ชั่งน้าหนักโบราณเช่นกัน ของที่เป็นโบราณหลายชิ้นยกใส่ลังเข้าโรงรับจำนำเพื่อแลกเงิน ก็มี แม้ว่าจะได้ราคาน้อยเพียง 2,000 บาทก็ยอมจำนำ ขอให้ได้เงินเอาไปซื้อเสื้อผ้าชุดนักเรียนใหม่ๆให้ลูกหลานใส่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายอานัส บารา ผู้จัดการสถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) กล่าวอีกว่า ได้พูดคุยสอบถามคนที่เอาของโบราณมาจำนำบอกว่า ช่วงที่ผ่านมาโควิดกระทบมากายการเงินขัดสน จำเป็นต้องเอาสิ่งของโบราณเก่าแก่มาจำนำหาเงินให้ลูกหลาน ก็อยากให้ลูกหลานๆ มีเสื้อผ้าอุปกรณ์การเรียนใหม่ๆ กับเขาบ้าง และอีกอย่างของโบราณ เช่นหม้อน้ำมนต์ดูน่ากลัว เราก็ต้องรับเพราะประชาชนเดือดร้อน สำหรับสถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) นี้เตรียมเงินกองกลาง 70 ล้านบาทเพื่อใช้รองรับประชาชนที่เข้ามาเอาของมาจำนำ ซึ่งทางผู้บริหารเองตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน ก็เปิดรับสิ่งของอื่นๆที่คิดว่าตั้งได้ราคาก็เชิญนำมาช่วยกัน

เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกจังหวัดสตูล

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020″ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020″

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"30 มิถุนายน 2563 – 09:00 น.

ห้ามพลาด “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020”

ด้วยจังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดจัดงาน“เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020” วันที่ 26 มิถุนายน 2563 ถึง วันที่ 5 กรกฎาคม 2563  ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  จังหวัดศรีสะเกษ  และจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดในอีสานใต้ที่มีชายแดนติดประเทศกัมพูชา โดยมีเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวเขตแดนทั้งนี้ตามลักษณะทางธรณีวิทยาเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวภูเขาไฟที่มอดดับแล้วแต่ทำให้พื้นที่ตามแนวเทือกเขาได้รับผลดี เป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากจะปลูกพืชผักและผลไม้ท้องถิ่นแล้ว เกษตรกรยังบุกเบิก นำผลไม้ และพืชผักต่างถิ่น เช่น ทุเรียน ,เงาะ ,มังคุด, สะตอ ฯลฯ มาปลูกในจังหวัดศรีสะเกษเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว โดยพบว่าให้ผลผลิตคุณภาพดีออกสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่องโดยมีความต้องการของตลาดเป็นอย่างสูง และ ยังสามารถส่งเสริมสวนทุเรียนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ 

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นางสาวธมลวรรณ  เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ททท.สำนักงานสุรินทร์ ดูแลภาคการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ  ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักท่องเที่ยว  ทั้งไทยและต่างประเทศมาเที่ยวชมงานทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ในหลากหลายมิติ ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีคุณลักษณะพิเศษ เนื้อนุ่ม กรอบนอก นุ่มใน ละมุนลิ้นกลิ่นไม่ฉุนมากทุเรียนภูเขาไฟสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารที่หลากหลาย (More Gastronomy) อาทิ ทุเรียนกรอบเฟรนฟรายทุเรียนภูเขาไฟ สมูตตี้ทุเรียนภูเขาไฟ  
    

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"

นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเองก็ไม่ต้องกังวล ททท.สำนักงานสุรินทร์ ได้มีมาตรการ ซ่อม สร้าง ฟื้นฟู ช่วยเหลือ  ผู้ประกอบการสวนผลไม้ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ  ซึ่งได้นำเสนอวิธีการสั่งซื้อทุเรียนภูเขาไฟเดลิเวอรี่ สดจากสวน ส่งตรงถึงหน้าบ้านผ่านทางออนไลน์ที่ http://www.lavadurian.com การสั่งออนไลน์มีทั้งเจ้าของสวนส่งเอง และจากสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  มีทั้งแบบ ปลีก และส่ง  โดยมีบริการจัดส่งทาง Kerry Express Thailand  หรือผ่านทางบริษัทไปรษณีย์ไทย 
 

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน30 มิถุนายน 2563 – 08:44 น.

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน เชิญร่วมสมทบทุน เพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจ ราคาสี่แสนห้าหมื่นบาท เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้กลับบ้าน

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์รายหนึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “คุณวรดร เป็นคนไข้ที่เราดูแลมาตั้งแต่ มกราคม 2563 อยู่ที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย รพ.เพชรบูรณ์ อยากเชิญชวนทุกท่าน ร่วม สมทบทุนคนละเล็กละน้อยเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจ ราคาสี่แสนห้าหมื่นบาท เพื่อต่อลมหายใจ ให้คุณ วรดร สุขใส ผู้ประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ เส้นประสาทไขสันหลังไม่ทำงาน ส่งผลให้ หายใจไม่ได้ตลอดชีวิต แต่สมองยังรับรู้ดีทุกอย่าง ขณะนี้นอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ที่ รพ. เพชรบูรณ์และไม่มีอนาคตว่า จะได้กลับบ้าน เพราะยังไม่มีเครื่องช่วยหายใจ เขาอยากกลับไปนอนหายใจกับเครื่องที่บ้าน เราต้องช่วยกัน โดย รวมสมทบทุนบริจาค เข้า บัญชี เงินบริจาค รพ. เพชรบูรณ์ ตามที่แจ้งไว้ เมื่อได้ครบจำนวน ทาง รพ. จะปิดรับ บริจาคและจะแจ้งให้ทราบ อีกทีนะคะท่านที่บริจาค 1,000 บาทขึ้นไป ถ้าต้องการใบอนุโมทนาบัตร ให้ส่งหลักฐานการโอนไปที่ ID line :nisacholnurse นะครับ มาช่วยกันครับ เขาจะเป็นคนแรกของเพชรบูรณ์ ที่มีการต่อลมหายใจที่บ้าน แบบครบวงจร เพื่อให้คุณ วรดร มีลมหายใจอยู่ต่อไป ภาพที่ลงทั้งหมด ได้รับอนุญาตจากคนไข้และภรรยาของคนไข้ ตามลายลักษณ์อักษรที่แนบมาแล้วครับ ปล.ท่านที่บริจาคแล้วรบกวนส่งสลิปมาที่  line id:nisacholnurse หรือ แชทได้เลยคะ เพื่อเป็นหลักฐานทางการเงิน รบกวนจริงๆ คะ” จึงเดินทางไปตรวจสอบพบนายวรดร สุกใส อายุ 39 ปี นอนรักษาตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วยและต้องเจาะที่บริเวณลำคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ โดยมี น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาคอยดูแลอย่าไม่ห่าง

นายแพทย์โกศล โลเกศเสถียร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าพร้อมกับเปิดเผยว่าคนไข้ประสบอุบัติเหตุกระโดดน้ำแล้วหัวไปกระแทกพื้นสมองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย กระดูกสันหลังระดับคอได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสูงส่งผลให้แขนและขาทั้งสองข้างอ่อนแรง อีกทั้งเมื่อแรกรับคนไข้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นจึงได้ใช้ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจจนคนไข้มีสัญญาณชีพกลับคืนมา แต่เส้นประสาทที่ควบคุมกระบังลมได้รับความเสียหายจึงทำให้คนไข้ไม่สามารถหายใจเองได้ จึงต้องทำการเจาะคอเพื่อช่วยหายใจ ขณะนี้ได้ดำเนินการรักษาตามอาการควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด  แต่ทั้งนี้คนไข้จะต้องใช้เครื่องหายใจไปตลอดชีวิต ความหวังสุดท้ายของคนไข้คืออยากกลับไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาของคนไข้เปิดเผยว่าหลังจากที่สามีประสบอุบัติเหตุตนจะต้องเทียวเดินทางจากบ้านมาดูแลสามีที่โรงพยาบาลทุกวันระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านั้นต้องลางานเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน หากได้รับเครื่องช่วยหายใจไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านก็จะสามารถแบ่งเบาภาระได้ แต่ทั้งนี้ตนและครอบครัวไม่มีความสามารถที่จะซื้อเครื่องดังกล่าวเนื่องจากมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงอยากจะบอกบุญมายังผู้ใจบุญขอรับบริจาคเพื่อนำไปซื้อเครื่องช่วยหายใจให้สามีนำไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่บ้าน ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดี ญาติ ๆ ก็สามารถช่วยกันดูแลได้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นการอยู่กับครอบครัวในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งหากไม่ได้ใช้เครื่องนี้แล้ว ก็จะนำเครื่องดังกล่าวมาไว้ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์เผื่อมีผู้ป่วยรายอื่น ๆ จะต้องใช้ในการรักษาต่อไปติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้าน น.ส.นงลักษณ์ ลีกีรติกุล หัวหน้าหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกชาย เปิดเผยว่าเมื่อก่อนคนไข้มีความเครียดมากเนื่องจากจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและจะต้องนอนโรงพยาบาลตลอดชีวิต แต่ขณะนี้คนไข้มีกำลังใจและสุขภาพจิตที่เข้มแข็งหลังจากทราบว่านายแพทย์เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง กุมารแพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจในเด็ก กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ซึ่งมีความเชียวชาญและทำโครงการจัดหาเครื่องช่วยหายใจให้ผู้ป่วยไปหายใจที่บ้าน ได้ทราบเรื่องราวและได้ให้การช่วยเหลือระดับหนึ่ง โดยการขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจมูลค่าสี่แสนห้าหมื่นบาท ขณะนี้มีผู้บริจาคมาแล้วประมาณ 1.6 แสนบาท ยังคงเหลือประมาณ 2.9 แสนบาท โดยสามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 614–0–76611–7 ชื่อบัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เมื่อโอนแล้วรบกวนส่งสลิปมาที่  line id:nisacholnurse หรือ แชทเฟสบุคชื่อ Nisa Nicha Wasan และหากท่านใดบริจาคตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปสามารถขอใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตรเพื่อนำไปประกอบในการลดหย่อนภาษีได้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์