knowledge

All posts tagged knowledge

สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบอันดับ1ของเมืองไทย2

Published December 1, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/401538?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบอันดับ1ของเมืองไทย2

วันที่ 1 ธันวาคม 2562 – 00:10 น.
สีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบ,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 191 ครั้ง

ไขปมปริศนาสีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถืงขึ้นทำเนียบสีผึ้งอันดับ1ของเมืองไทย (2) คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย… เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

แต่สำหรับคนที่มาจากแดนไกล หรือคนต่างถิ่น หลวงพ่อทาบท่านจะดูลักษณะความจำเป็น แล้วท่านจึงจะให้สีผึ้งเขียวไป แต่ก็ให้เพียงคนละนิดปริมาณเท่าหัวไม้ขีดไฟเท่านั้น ผู้ได้สีผึ้งจากหลวงพ่อทาบจึงมักจะนำสีผึ้งนั้นไปหุ้มทองห้อยคอ เพราะถือเป็นของหายาก และกว่าจะได้มาจากหลวงพ่อทาบก็แสนจะยาก

อ่านข่าว…  ไขปมปริศนา สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบ

สีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงและนับเป็นเครื่องรางที่อยู่ในยุทธจักรนักนิยมพระเครื่องอย่างหนึ่งทีเดียว เมื่อหลวงพ่อทาบไม่ให้สีผึ้งแก่ใคร และแม้จะให้ก็มอบให้ปริมาณน้อยมากเพียงแค่หัวไม้ขีดไฟ ก็เลยเป็นสาเหตุให้ผู้คนมาแสวงหาสีผึ้งเขียวมากยิ่งขึ้น

วัดกระบกขึ้นผึ้ง อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

อย่างที่บอกไปแล้วว่า สีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงและนับเป็นเครื่องรางที่อยู่ในยุทธจักรนักนิยมพระเครื่องอย่างหนึ่งทีเดียว เมื่อหลวงพ่อทาบไม่ให้สีผึ้งแก่ใคร และแม้จะให้ก็มอบให้ปริมาณน้อยมากเพียงแค่หัวไม้ขีดไฟ ก็เลยเป็นสาเหตุให้ผู้คนมาแสวงหาสีผึ้งเขียวมากยิ่งขึ้น

เพราะของใดๆ ก็ตาม ถ้าได้ยากผู้คนมักจะอยากได้ แต่สำหรับคนบ้านค่ายและคนระยองแล้วหมดโอกาส เพราะหลวงพ่อทาบจะไม่แจกคนในบ้านเดียวกันอีกแล้ว แต่ท่านบอกว่าท่านจะทิ้งสีผึ้งให้เป็นสมบัติโลก ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันถ้าอยากได้ และยังไม่ลืมของของท่าน

ลุงเจริญ เพชรนคร เล่าว่า ตัวท่านเองนั้น หลวงพ่อทาบ ได้เมตตาเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุได้ ๖ ขวบ มีนิวาสสถานอยู่ซากกอไผ่ ซึ่งไม่ห่างไกลจากวัดกระบกขึ้นผึ้งมากนัก ลุงเจริญได้เรียนรู้วิชาต่างๆ ของหลวงพ่อทาบไว้มากมาย ตำราสำคัญบางเล่มของ หลวงพ่อทาบ ก็ตกอยู่กับลุงเจริญ นอกจากจะเป็นศิษย์ผู้ร่ำเรียนวิชาต่างๆ ของหลวงพ่อทาบแล้ว ตัวท่านเป็นนักเขียนภาพและช่างแกะสลักที่มีฝีมืออีกด้วย

หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง

ลุงเจริญ ท่านเป็นผู้แกะแพะหลวงพ่ออ่ำวัดหนองกระบอกมาตั้งแต่ครั้งแรกๆ และเมื่อหลวงพ่ออ่ำมรณภาพลง หลวงพ่อลัดวัดหนองกระบอกได้รับสืบทอดวิชาต่อ ท่านได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อลัดให้เป็นผู้แกะแพะเขาควายถูกฟ้าผ่าอีกด้วย นอกจากนั้นยังเป็นผู้แกะพระปิดตาไม้รักของหลวงพ่อทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ซึ่งเรียกว่า “พระปิดตารุ่นอธิบดี” ด้วย

สำหรับเรื่องราวของสีผึ้งเขียวนั้น ลุงเจริญเคยเล่าเอาไว้ว่า เมื่อหลวงพ่อทาบบวชได้ ๙ พรรษา ทราบว่าครูภู่ คนอุบลฯ ซึ่งมาได้เมียชื่อนางเก๋า เป็นสาวงามชาวบ้านกอไผ่ เป็นผู้มีวิชาดี โดยเฉพาะเรื่องสีผึ้งนั้นนับว่าเป็นเอก มีผู้คนรู้กิตติศัพท์แล้วไปขอมาใช้ก็ได้ผลสมความปรารถนาทุกราย หลวงพ่อทาบหลังจากผิดหวังไม่ได้เรียนวิชาพัดโบกจากหลวงพ่อกาจ วัดหนองสนม จึงสนใจวิชาทำสีผึ้งของครูภู่ ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นพระหนุ่มเพิ่งย่างเข้าพรรษาที่ ๙ อายุประมาณ ๓๐ ปี ไปมาหาสู่บ้านครูภู่อยู่เรื่อยๆ เพื่อขอวิชาสีผึ้ง ครูภู่เห็นความเพียรและหน่วยก้านของหลวงพ่อทาบแล้วก็ยินดีจะมอบวิชาทำสีผึ้งนี้ให้ ซึ่งต่อมาก็มอบวิชานี้ให้อย่างหมดเปลือก

การทำสีผึ้งที่ครูภู่ คนอุบลฯ มอบให้หลวงพ่อทาบนั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือ วิชาลบผงปถมัง ผงอิทธิเจ และผงตรีนิสิงเห นั่นเอง แต่วัสดุที่จะนำมาผสมผงปั้นเป็นแท่งดินสอนั้น ค่อนข้างจะหายาก ซึ่งต้องใช้ความมานะ อดทน และมีความเพียรในการการแสวงหา ได้แก่ ว่านต่างๆ หลายสิบชนิดไม้มงคลอีกหลายชนิด ประการสำคัญต้องหาไม้แยงแย้ และไม้ไก่กุกมากวนสีผึ้ง ไม้แยงแย้นั้นพอหากันได้ เพราะหลังจากแสวงหามาถึง ๔ ปี หลวงพ่อทาบก็ได้ไม้แยงแย้มาสมใจนึก ส่วนไม้หายากที่สุดคือ “ไม้ไก่กุก” ซึ่งต้องใช้ความสังเกตและมีมานะอดทน เพราะจะต้องเป็นไม้ไก่กุกที่ผู้ทำสีผึ้งต้องเห็นไม้ไก่กุกด้วยตาตนเอง

สีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบแม้จะให้ก็มอบให้ปริมาณน้อยมากเพียงแค่หัวไม้ขีดไฟ

ไม้ไก่กุกจะเป็นไม้อะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นไม้ที่ไก่ตัวผู้ใช้จะงอยปากจิก หรือเคาะดังกุ๊กๆ เพื่อหลอกให้ตัวเมียวิ่งมาหา โดยคิดว่าไก่ตัวผู้กำลังเรียกมาจิกอาหาร เมื่อไก่ตัวเมียวิ่งมาหาไม้ที่ไก่ตัวผู้เคาะกุ๊กๆ แล้วมองหาอาหารอยู่ ไก่ตัวผู้ได้โอกาสก็จะจิกคอและขึ้นทับทันที ไม้ชิ้นที่ไก่ตัวผู้ใช้จะงอยปากเคาะกุ๊กๆ นั้นแหละ คือ “ไม้ไก่กุก” ถือว่าเป็นไม้อาถรรพณ์ที่เป็นต้นเหตุให้ไก่ตัวเมียวิ่งตามมาให้ตัวผู้ทับเพื่อสืบพันธุ์    (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

คมเลนส์ส่องพระ

Published December 1, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/401761?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 1 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พระกริ่งปวเรศ
เปิดอ่าน 2,303 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ โดย…  แล่ม จันท์พิศาโล

***  สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา จ.สุโขทัย (จิระพรชัย ใบทอง ประธานกรรมการบริหาร) จัดงานประกวดพระ ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย วันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ พระที่จัดประกวด ๒,๓๒๙ รายการ ครบทุกประเภท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ พระร่วงหลังรางปืน (ย้อนยุค) เนื้อตะกั่วดีบุก (ช่างเกียรติ สิงห์บุรี แจ้งข่าว)  ** งานประกวดพระ จัดโดยคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค ๑ ณ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ (๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) เก็บเงินรายได้กว่า ๑๐ ล้านบาท เฉพาะค่าส่งพระกว่า ๓.๓ ล้านบาท, ค่าบริจาค+ประมูลพระ ๕.๘ ล้านบาท และค่าแผงพระจรยุทธกว่า ๕.๕ แสนบาท

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย พระกริ่งปวเรศ เป็นพระกริ่งที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร โปรดให้สร้างขึ้น โดยฝีมือช่างสิบหมู่ (ช่างหลวง) ตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๘๒-๒๔๓๔ หลายครั้ง จำนวนสร้างไม่มาก หายากสุดๆ องค์นี้มีความคล้ายกับองค์ในพิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร มาก ทั้งเนื้อพระและการแต่งพิมพ์ คาดว่าน่าจะสร้างในคราวเดียวกัน พระองค์นี้มีการเปลี่ยนมือกันหลายครั้ง ล่าสุดอยู่ในการครอบครองของนายแพทย์นักสะสมพระเครื่องในราคา ๒๗ ล้านบาท (ขอขอบพระคุณภาพและข้อมูลจากหนังสือ “พระเครื่องพระศรีวสุนธรา” รางวัลงานประกวดพระ เมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒)

** ภาพจากหนังสือเล่มเดียวกันนี้อีกองค์หนึ่ง พระกำแพงซุ้มกอ กรุทุ่งเศรษฐี พิมพ์ใหญ่ ไม่มีกนก เนื้อดินเผา จ.กำแพงเพชร เป็นพระฟอร์มสวย องค์พระล่ำสัน สง่างาม พิมพ์พระลึก คมชัด โดยเฉพาะมีความหนามาก เท่าที่พบเห็นมา

** วัดจุฬามณี เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดใน จ.พิษณุโลก สันนิษฐาน​ว่าสร้างตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ จากศิลปะขององค์พระปรางค์ที่ิเหลืออยู่ภายในวัด วัดจุฬามณี ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยอยุธยา พระกรุวัดจุฬามณี จึงเป็นพระเครื่องที่มีอายุการจัดสร้างที่เก่าแก่มาก แต่ไม่มีบันทึกว่าสร้างในสมัยใด ใครเป็นผู้จัดสร้าง เมื่อพิจารณา​ดูลักษณะความเก่ากับศิลปะขององค์พระ คาดว่าน่าจะสร้างในยุคสุโขทัยตอนปลาย หรือสมัยอยุธยาตอนต้น ลักษณะขององค์พระมักจะมี ๒ หน้า การแบ่งพิมพ์พระใช้ลักษณะที่ปรากฏบนองค์พระ เช่น พิมพ์หน้าฤาษี หลังนางพญา, พิมพ์หน้าชินราช หลังนางพญา ฯลฯ เป็นพระเนื้อดินเผา มีทั้งเนื้อละเอียดและหยาบ เนื่องจากสมัยก่อนวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ทำให้น้ำท่วมเข้ามาภายในวัด พระส่วนใหญ่จึงจมอยู่ใต้น้ำ บางครั้งจึงมีผู้เรียกพระกรุนี้ว่า “พระกรุน้ำ” องค์ที่นำมาให้ชมนี้เป็น พระกรุจัดจุฬามณี หน้าฤาษีเพลิง หลังนางพญา พิมพ์นี้พบได้น้อยกว่าพิมพ์อื่นๆ องค์นี้เป็นพระสภาพสวยสมบูรณ์ ดูง่าย ได้รับรางวัลที่ ๑ จากงานประกวดพระ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๒๔ พฤศจิกายน) เป็นพระ​ของ รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า โรงพยาบาลศิริราช

** พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ เฉพาะ พิมพ์ใหญ่ มีการแบ่งออกเป็น ๑. พิมพ์ใหญ่ หัวขีด ๒.พิมพ์ใหญ่ ลึก ๓.พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด และ ๔.พิมพ์ใหญ่ทั่วไป สภาพสวยๆ คมชัด ขึ้นหลักแสนปลายถึงหลักล้าน องค์ที่นำมาให้ชมนี้ คือ พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด สวยสมบูรณ์คมชัดลึกทุกซอกมุมเป็นพระองค์แชมป์เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน มีภาพอยู่บนแผ่นโปสเตอร์พระหลวงพ่อทวด ที่ร้านถ่ายรูป จ.ยะลา จัดพิมพ์ แล้วนำไปทำพิธีปลุกเสกที่วัดช้างให้ และยังปรากฏภาพตามนิตยสารพระเครื่องหลายฉบับในสมัยนั้น พระองค์นี้หายหน้าไปนานปี กลับมาอีกครั้งปรากฏว่าผู้เป็นเจ้าของ คือ ท่านสมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิตผู้มีประสบการณ์หลายครั้งในการบูชาพระหลวงพ่อทวดติดตัว

** เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง เนื้อเงิน ฉลุยกหน้า ปี ๒๔๖๗ เป็นเหรียญพิเศษที่แกะพิมพ์ขึ้นมาใหม่ โดยการปั๊มแยกเป็น ๒ ชิ้น แล้วนำมาฉลุรอบองค์หลวงปู่และตามลายกนก จากนั้นจึงนำมาประกบติดกัน โดยมีหมุดยึด ทุกขั้นตอนต้องใช้ฝีมือทำ จึงสร้างได้ไม่มากนัก มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองคำ และเนื้อเงิน (เหรียญในภาพนี้) ของ ชูศักดิ์ จารุศิริพิพัฒน์ นักธุรกิจ จ.นครปฐม เหรียญรุ่นนี้เนื้อนี้สวยๆ เช่าหากันที่หลักล้านกลาง

** หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร เป็นชาวปทุมธานี มีเชื้อสายมอญ (รามัญ) เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๖ อายุ ๑๒ ปี บรรพชาเป็นสามเณร อายุ ๒๐ ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบางน้ำวน ศึกษาทั้งทางด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระ ตลอดจนพุทธาคมจากพระอธิการแค เพียงท่านเดียว หลวงปู่รอด มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๗ สิริอายุ ๘๑ ปี พรรษา ๖๑ ท่านได้สร้างพระเครื่องรางของขลังหลายชนิด เช่น ผ้าประเจียด ตะกรุด รวมทั้งเหรียญรุ่นต่างๆ ที่นิยมกันมาก คือ เหรียญหล่อแซยิด พ.ศ.๒๔๗๗ หนึ่งในชุดเบญจภาคีเหรียญหล่อยอดนิยม สภาพสวยๆ เช่าหากันถึงหลักล้าน ที่นำมาให้ชมนี้เป็นของ ธงชัย ศรีสุขจร นักธุรกิจ จ.นครปฐม

** หนุมานจันทร์ลอย หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม สุดยอดพระคณาจารย์แห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน ผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านเวทมนตร์คาถา ทั้งพุทธคุณและไสยศาสตร์ วัตถุมงคลทุกชนิดของท่านได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง หนุมาน พิมพ์จันทร์ลอย รุ่นนี้มีความพิเศษที่ หลวงปู่บุญ สร้างขึ้นตามคติที่เป็นปีเกิดของท่าน (ปีวอก) มี ๓ เนื้อ คือ เนื้อผงยาจินดามณี, เนื้อขี้นกเขาเป้า และเนื้อว่าน ชิ้นนี้สภาพสวยแชมป์ สร้างจากเนื้อขี้นกเขาเป้า เป็นเนื้อที่หายากที่สุด โดยเฉพาะที่ลงชาดมาเดิมๆ มีภาพอยู่ในหนังสือชีวประวัติ หลวงปู่บุญ เล่ม ๒ โดย ลิ้ม นครปฐม หนุมาน พิมพ์จันทร์ลอย ชิ้นนี้เป็นของ เติ้ง รักษ์ศิลป์ ผู้ชำนาญเครื่องรางของขลังอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

** วัดวังพิกุลวราราม ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยพระครูปลัดพานิช ญาณชีโว เจ้าอาวาส และคณะผู้มีจิตศรัทธา ได้จัดสร้างพระบรมรูป สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้า  ประดิษฐานที่วัด พร้อมกับจัดสร้างพระบรมรูปองค์บูชา และเหรียญรุ่น “รวมใจภักดิ์ รักแผ่นดิน” ประกอบพิธีมหาเทวาภิเษก เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ พระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นวัดที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ท่านโดยตรง พระบรมรูปองค์บูชาหล่อด้วยเนื้อบรอนซ์, ทองเหลือง, สำริด สูง ๑๘ นิ้ว, ๑๒ นิ้ว และ ๓ นิ้ว ส่วนเหรียญสร้างด้วยเนื้อทองคำ, เงิน, นวโลหะ, อัลปาก้า, สำริด, ทองทิพย์และเนื้อทองแดง สอบถามโทร.๐๖-๔๘๕๘-๕๙๔๕, ๐๘-๙๒๒๑-๓๖๖๖, ๐-๒๕๕๓-๒๒๕๑

**วางตลาดแล้ว นิตยสาร พุทธคยา ฉบับใหม่ ชี้ตำหนิ พระคง ลำพูน, จิ้งจกโลหะหลวงปู่หน่าย วัดบ้านแจ้ง, พระปิดตาหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, พระปิดตาหลวงปู่ชู วัดนาคปรก, พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม พิมพ์หัวบานเย็น วัดหนัง ฯลฯ

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด…ขอให้โชคดี มีความสุข กับการได้ “พระแท้” เสมอ  ***

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการ “60 ปี วิถี แสง”

Published November 29, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/401547?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการ “60 ปี วิถี แสง”

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 – 00:05 น.
60 ปี วิถี แสง,สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ,60 ปี สมาคมถ่ายภาพฯ,กรมสมเด็จพระเทพฯ,ดาว วาสิกศิริ,ฐาปน สิริวัฒนภักดี,ศดรอภินันท์ โปษยานนท์,นิติกร กรัยวิเชียร,บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่,60 ปี วิถีแสง คมชัดลึก
เปิดอ่าน 129 ครั้ง

มองสังคมวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมในไทยผ่านเลนส์

เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อบันทึกไว้เป็นแหล่งข้อมูลให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ย้อนกลับมาศึกษาถึงความคิด มุมมอง จินตนาการผ่านเลนส์ ที่มีต่อสังคม วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมในประเทศไทยในยุคปัจจุบัน ดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ จึงจัดนิทรรศการภาพถ่าย “60 ปี วิถี แสง” ในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน พร้อมพระราชทานถ่ายฝีพระหัตถ์เพื่อร่วมแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย โดยมี คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในนามประธานมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่, นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และคณะผู้จัดงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ BAB BOX ถนนวิทยุ เมื่อวันก่อน

 ดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2502 และในปี 2504 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงมีชื่อเต็มว่า “สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่สมาคมเป็นอเนกประการตลอดรัชสมัย ยังความปลาบปลื้มใจแก่คณะกรรมการและสมาชิกทุกคนอย่างไม่มีวันลืมเลือน

ปภัชญา-ฐาปน สิริวัฒนภักดี-ดาว วาสิกศิริ

“60 ปีวงการถ่ายภาพพัฒนาไปมาก ทั้งด้านเทคนิคกล้องอุปกรณ์บันทึกภาพจากภาพที่ถ่ายจากกล้องฟิล์มสู่กล้องดิจิทัล เช่นเดียวกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ พัฒนาไม่หยุดยั้งโดยสร้างเสริมความรู้และประสบการณ์แก่สมาชิกและนักถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมเสริมความรู้การถ่ายภาพ จัดนิทรรศการภาพถ่าย จัดประกวดภาพถ่าย และร่วมบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ รวมถึงอนุรักษ์ภาพถ่ายโบราณเพื่อเฉลิมฉลองครบ 60 ปีสมาคมฯ ภาพ 262 ภาพที่คัดมาแสดง ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญให้คนรุ่นหลังได้ย้อนกลับมาศึกษาถึงความคิดมุมมองจินตนาการผ่านเลนส์ที่มีต่อสังคมเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม คำว่า “วิถีแสง” เป็นการบันทึกแสงทุกรูปแบบ ศิลปินในอดีตกว่าจะจับแสงได้แต่ละภาพมีกระบวนการคิดและวางแผน ต่างจากยุคดิจิทัล ผลงานของศิลปินแห่งชาติที่ถือเป็นสุดยอดในยุคสมัยได้นำมาแสดงรวมถึงงานภาพถ่ายร่วมสมัย ผมพูดเสมอว่า ในบ้านเราแชร์เรื่องความสวยงามของภาพเป็นหลัก ภาพสวยๆ คนกดไลค์ อยากให้คนรักการถ่ายภาพนึกถึงเนื้อหาของภาพเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ปัจจุบัน แต่สำหรับอนาคต ทุกการกดชัตเตอร์เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ คนเจนเนอเรชั่นต่อไปได้อะไรจากภาพ” ดาว ย้ำคิดเยอะๆ ก่อนลั่นชัตเตอร์

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ สุนัขและแมวทรงเลี้ยงในวังสระปทุม

ภาพถ่ายของท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

วิถีแสงผ่านภาพถ่ายในนิทรรศการยังถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก สะท้อนจินตนาการไม่สิ้นสุดของศิลปิน อาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ ศิลปินผู้หลงรักการบันทึกภาพ และดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า แสงคือวัตถุดิบสำคัญของการทำงานถ่ายภาพและภาพถ่ายเป็นตัวแทนวัตถุพยานที่มีอยู่จริงในประเทศ ภาพที่แสดงร้อยเรียงเล่าเรื่องแต่แรกตั้งสมาคมฯ อย่างภาพขาวดำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดย ศ.พูน เกษจำรัส สะท้อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่สืบทอดมายาวนาน ซึ่งคนไทยจะมีโอกาสร่วมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้อีกครั้งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย วันที่ 12 ธันวาคมนี้ จนถึงภาพของศิลปินรุ่นใหม่ เชื่อว่า 262 ภาพต้องมีสักภาพเป็นแรงบันดาลใจให้อยากหยิบกล้องไปถ่ายภาพ

“catwalk” ภาพถ่ายของ อ.ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์

“สมาคมสนับสนุนการถ่ายภาพแก่ทุกกลุ่มที่สนใจ บางคนได้ยินชื่อสมาคม นึกถึงผลงาน Old School เป็นงานแบบเก่า ในมุมของผมเก่าไม่ใช่ไม่ดี เราอนุรักษ์ภาพถ่ายของครูบาอาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ตอนนี้เทรนด์ที่มาแรงเด็กยุคใหม่หันกลับมาถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ม แต่ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง เราจึงจัดกิจกรรมทอล์กเพื่อให้กลุ่มคนรักถ่ายภาพมาแลกเปลี่ยนกัน การใช้แสงเงา รวมถึงเข้ามาดูผลงานของศิลปินช่างภาพที่บันทึกผ่านกล้องฟิล์มขาวดำ สมาคมตั้งเป้าจะเป็นบ้านหลังใหญ่อันอบอุ่น ไม่ได้สนับสนุนแค่มืออาชีพ แต่รุกเข้าหาคนรุ่นใหม่ นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย คนด้อยโอกาสที่สนใจถ่ายภาพ อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจร่วมกิจกรรมกับเรา” อาจารย์ตุลย์ กล่าว

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ

สำหรับนิทรรศการภาพถ่าย “60 ปี วิถี แสง” นี้ ได้รวบรวมผลงานภาพถ่ายของศิลปินนักถ่ายภาพทุกๆ รุ่นที่เป็นสมาชิกสมาคม ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ในช่วงเวลา 60 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมเป็นต้นมา ซึ่งประกอบด้วยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) จำนวน 6 ท่าน ดังนี้ ศ.พูน เกษจำรัส ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) ประจำปี 2531, จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) ประจำปี 2538, ไพบูลย์ มุสิกโปดก ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) ประจำปี 2547, ยรรยง โอฬาระชิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) ประจำปี 2550, วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) ประจำปี 2552, เดโช บูรณบรรพต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) ประจำปี 2559 รวมไปถึงผู้บริหารสมาคม และสมาชิกท่านอื่นๆ รวมจำนวน 262 ภาพเพื่อเป็นที่ระลึก

ปัญหาระดับโลก!!

Published November 28, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/401380?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ปัญหาระดับโลก!!

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 – 01:00 น.
ผลิร่ารงพร่างผกา,วราวุฒิ โตอุรวงศ์,ฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร,เมธี น้อยจินดา,ทรู แอร์ ออน คีย์ สตริง,แรมมี่ นารูลา,มานิต ศรีวานิชภูมิ,วิวาห์พระสังข์,วิภู ศรีวิลาศ
เปิดอ่าน 86 ครั้ง

นิทรรศการที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันบอกเล่าผ่านนิยายคลาสสิกของไทยเรื่องสังข์ทอง

** นิทรรศการ “ผลิร่ารงพร่างผกา” โดย วราวุฒิ โตอุรวงศ์ กับผลงานที่สื่อแสดงแนวความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้คนให้คุณค่ากับสิ่งที่ทุกคนพยายามซ่อนเร้น และ ฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร กับผลงานที่เกี่ยวกับการแสดงออกซึ่งเสรีาพทางเพศสภาพ วันนี้ถึงวันที่ 14 ธันวาคม ที่อาร์เดล เธิร์ด เพลส แกลเลอรี (เว้นวันอาทิตย์)

นิทรรศการ “ทรู แอร์ ออน คีย์ สตริง”

** นิทรรศการ “ทรู แอร์ ออน คีย์ สตริง” โดย เมธี น้อยจินดา สร้างงานเสียงและถ่ายทอดเสียงของโน๊ตแต่ละตัวที่แยกกันเปล่งเสียงด้วยลำโพง 25 ตัวโดยที่ลำโพงยังมีบทบาทเสมือนเป็นตัวละครที่ร่วมเล่นกันในละครโรงใหญ่ด้วยการร้อยเรียงบรรเลงผสานกัน วันนี้ถึง 15 ธันวาคม ที่ศุภโชค ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ (ยกเว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “หัวลำโพง”

** นิทรรศการ “หัวลำโพง” โดย มานิต ศรีวานิชภูมิ และ แรมมี่ นารูลา ช่างเป็นความบังเอิญเมื่อสองช่างภาพเริ่มงานถ่ายรูปแนวสตรีทอย่างจริงจังที่ีหัวลำโพง วันนี้ถึง 28 ธันวาคม ที่คัดมันดู โฟโต้ แกลเลอรี สีลม (เว้นวันอาทิตย์และวันจันทร์)

นิทรรศการ “วิวาห์พระสังข์”

** นิทรรศการ “วิวาห์พระสังข์” โดย วิภู ศรีวิลาศ แรงบันดาลใจจากประเด็นปัญหาระดับโลกในเรื่องการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันบอกเล่าผ่านนิยายคลาสสิกของไทย เรื่องสังข์ทอง วันนี้ถึง 19 มกราคม 2563 ที่ศุภโชค ดิ อาร์ต เซ้นเตอร์ (ยกเว้นวันจันทร์)

ธงชาติไทย…มีอะไรมากกว่าที่คิด

Published November 28, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/401295?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ธงชาติไทย…มีอะไรมากกว่าที่คิด

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 – 13:35 น.
ธงไตรรงค์,ธงชาติไทย
เปิดอ่าน 108 ครั้ง

รู้จัก ‘ธงชาติไทย’ ผ่านนิทรรศการทรงคุณค่า

หัวใจรักชาติของคนไทยพองโตด้วยความภาคภูมิใจในเอกราชทุกครั้งที่เห็นผืนธงไตรรงค์โบกสะบัดบนยอดเสา พร้อมเสียงเพลงชาติไทยดังกระหึ่ม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีความสำคัญแค่เพียงความหมายเชิงสัญลักษณ์ความเป็นไทย แต่ยังแฝงไปด้วยความเสียสละของบรรพบุรุษไทยในการดำรงเอกราชของชาติมาหลายร้อยปี ผ่านนิทรรศการ “ธงไตรรงค์ ธำรงไทย” ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และวชิราวุธวิทยาลัย ร่วมกันจัดขึ้น ที่อาคารนวมภูมินทร์ วชิราวุธวิทยาลัย เมื่อวันก่อน

ดร.วิษณุ เครืองาม 

ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงความหมายของธงไตรรงค์ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้บอกเล่าถึงเกร็ดความรู้ของธงอย่างน่าสนใจว่า ธง หมายถึงสัญลักษณ์ที่อาจจะทำขึ้นจากวัสดุที่เป็นผ้า โลหะ หรือกระดาษก็ได้ แต่มีการกำหนดความหมายให้เข้าใจตรงกันระหว่างผู้สื่อสารและผู้รับสาร ใช้เพื่อสื่อสารในระยะไกล โดยต้นกำเนิดของการใช้ธงเริ่มมาจากบนเรือเพื่อสื่อสารข้อความมาบนฝั่ง ดังนั้นโดยส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ผืนผ้าเพราะสามารถโบกสะบัดเพื่อดึงดูดสายตาคนได้ดีกว่าโลหะจากการใช้งานบนเรือ ธงเริ่มมีพัฒนาการมาสู่การใช้งานบนบก โดยดัดแปลงให้เข้ากับโอกาสต่างๆ มาตั้งแต่โบราณกาล อาจจะใช้สะท้อนความเป็นชนชาติ แทนบุคคลสำคัญ หรือใช้ในพิธีการ เป็นต้น

สำหรับธงชาติไทยมีพัฒนาการอย่างน่าสนใจ แบ่งเป็น 4 ยุค ยุคที่ 1 ในเวลานั้นสยามยังไม่มีอะไรที่แสดงสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เวลาออกรบกับพม่า ต้องอาศัยสังเกตจากการแต่งตัว จวบจนเข้าสู่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เริ่มมีการค้าขายกับชาติตะวันตก วันหนึ่งเมื่อเรือรบของฝรั่งเศสแล่นเข้ามา และได้เชิญธงชาติพร้อมยิงสลุตเป็นการทักทาย ฝั่งไทยเองก็ยิงสลุตตอบ แต่ไม่มีธงจะเชิญขึ้นเสา จึงไปคว้าธงออลันดาซึ่งในเวลานั้นเป็นคู่สงครามของฝรั่งเศสนำขึ้นสู่ยอดเสา ฝ่ายฝรั่งเศสไม่พอใจและขอให้ฝั่งไทยนำธงลง ฝ่ายไทยจึงแก้ปัญหาด้วยการนำผ้าแดงมาใช้แทนธงเพื่อนำขึ้นสู่เสาแทน จึงกลายเป็นที่มาของหลักฐานในบันทึกฝรั่งเศสที่ระบุว่ากรุงศรีอยุธยาใช้ธงสีแดงเป็นธงประจำชาติ

ยุคที่ 2 เข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีพระราชดำริว่า ธงแดงอาจไม่สง่างามพอเป็นสัญลักษณ์ของชาติ จึงเพิ่มจักรซึ่งเป็นอาวุธของพระนารายณ์เข้ามา เพื่อสื่อถึงความเชื่อที่มีแต่มาแต่โบราณว่ากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ และยังพ้องกับราชทินนามเดิมคือ “เจ้าพระยาจักรี” อันเป็นที่มาของนามราชวงศ์จักรีด้วย จึงกลายเป็นที่มาของ “ธงพื้นแดงจักรขาว”

ยุคที่ 3 สมัยรัชกาลที่ 2 มีช้างเผือกสำคัญมาสู่พระบรมโพธิสมภารหลายช้าง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราภาพช้างเผือกเพิ่มเข้าไปในกงจักร ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้นำวงจักรออกเหลือแต่เพียงช้างเผือกบนผ้าแดง รูปแบบธงนี้ใช้ต่อเนื่องในช่วงรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ซึ่งสยามมีการทำสนธิสัญญาสำคัญกับชาติตะวันตก

 ยุคที่ 4 สมัยรัชกาลที่ 6 ทรงริเริ่มให้ใช้ธงริ้วแดงขาว กระทั่งต่อมาโปรดให้เติมสีน้ำเงินเข้าไปในธงเพิ่ม เพราะมองว่าที่เป็นอยู่เดิมไม่สง่างามเพียงพอและต้องการให้ธงเป็นสามสีตามลักษณะธงชาติของประเทศที่เป็นสัมพันธมิตรกับกรุงสยามโดยมากเวลานั้น จึงถือเป็นจุดกำเนิดของธงไตรรงค์ ซึ่งมีความหมายว่า 3 สี ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขพระราชบัญญัติธงในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2460 และได้มีโอกาสเฉิดฉายในสายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก เมื่อครั้งที่ทหารไทยได้ร่วมเดินขบวนฉลองชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ฝรั่งเศส คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย

นวัตกรรมใหม่ ขวดน้ำ-ฝา ไม่แยกกัน นำกลับรีไซเคิลลดมลภาวะ

Published November 25, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/401006?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

นวัตกรรมใหม่ ขวดน้ำ-ฝา ไม่แยกกัน นำกลับรีไซเคิลลดมลภาวะ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 19:42 น.
นวัตกรรมใหม่,GC
เปิดอ่าน 33 ครั้ง

GC โชว์นวัตกรรมพร้อมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ จับมือพันธมิตรเดินหน้าวิจัย พัฒนาสินค้าตอบโจทย์ ตลาดโลกที่ไม่หยุดนิ่ง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  

25 พ.ย.2562-GC โชว์นวัตกรรมพร้อมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ่านเวที “GC INNOVATION FOR SUSTAINABLE FUTURE FORUM 2019” จับมือพันธมิตรเดินหน้าวิจัย พัฒนาสินค้าตอบโจทย์ ตลาดโลกที่ไม่หยุดนิ่ง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาดธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวภายในงาน “GC INNOVATION FOR SUSTAINABLE FUTURE INNOVATION FORUM 2019” ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ว่า เป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และชีวิตประจำวันเพื่อให้เหมาะสมกับไลฟไสตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีความต้องการที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา ทั้งด้านการออกแบบ การคัดเลือกวัสดุที่เหมาะสม  เพื่อสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

โดยได้เฟ้นหานวัตกรรม และเทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้เกิดการสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ทั้งองค์กรรัฐบาล เอกชน และสถาบันวิจัยต่างๆ โดยใช้ศูนย์ความร่วมมือและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Customer Solution Center หรือ CSC) เป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่นำวัตถุดิบที่มีความหลากหลายของ GC ไปเป็นพื้นฐานในการสร้างผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกรีไซเคิล ไบโอพลาสติก หรือวิศวกรรมพลาสติก

ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันศูนย์ CSC ผ่านการดำเนินการมากว่า 2 ปี และอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กว่า 190 ชิ้นงาน สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ออกมาได้จริงแล้ว 50 ชิ้นงาน  โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ ที่จะเผยโฉมสู่สาธารณะในปี 2563 ผลงานนี้เกิดจากความร่วมมือกับบริษัท อีทราน (ไทยแลนด์) สตาร์ทอัพสายยานยนต์ของไทย โดยทั้ง 2 บริษัทกำลังพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ETRAN KRAF มีการใช้พลาสติกแบบปกติ และมีการนำพลาสติกรีไซเคิลที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิทไปใช้เป็นชิ้นส่วนประกอบที่สำคัญ ความพิเศษอยู่ที่เป็นยานยนต์พลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการวางแผนจำหน่ายล็อตแรกที่ 300 คัน GC ยังคงมุ่งมั่นที่สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับพันธมิตรรายอื่นๆ เพื่อความร่วมมือในการขับเคลื่อนธุรกิจไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดง โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างกัน เน้นการพัฒนาคุณสมบัติให้เหมาะกับการใช้งานได้จริง อาทิ นวัตกรรมฝากับขวดไม่แยกชิ้น  คือ ปกติฝาน้ำเวลาเปิดฝาจะแยกจากขวดออกไป เมื่อนำกลับมารีไซเคิลจะถูกแยกเป็นสองชิ้น ดังนั้นเทรนใหม่กำลังมาแรง คือ ฝาไม่หลุดออกจากขวด เมื่อนำกลับไปรีไซเคิลก็ไม่แยกชิ้นทำได้ 100% ทั้งขวดทั้งฝา ช่วยลดปัญหากากของเสีย ซึ่งจะเป็นการลดปัญหามลภาวะ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการหาซื้อวัสดุใหม่ ซึ่งในแถบยุโรปเขาออกกฎหมายฝากับขวดไม่แยกชิ้น และในไทยเริ่มมีการใช้งานบ้างแล้ว เช่น ขวดน้ำของการบินไทย

รู้ไว้ไม่เอ้าท์ “ศัพท์สแลง” ของวัยรุ่น

Published November 25, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/400978?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

รู้ไว้ไม่เอ้าท์ “ศัพท์สแลง” ของวัยรุ่น

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 17:16 น.
คมมชัดลึก,English Today,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คำสแลง,ภาษาอังกฤษ,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์,วัยรุ่น
เปิดอ่าน 49 ครั้ง

วัยรุ่นดูจะเป็นพวกที่นิยมใช้และประดิษฐ์คำสแลงออกมามากที่สุด

Wikipedia Slang  ให้คำจำกัดความของ “คำสแลง” ว่าหมายถึง ภาษา (คำ วลี หรือการใช้) แบบไม่เป็นทางการที่คนกลุ่มหนึ่งเลือกใช้แทนที่จะใช้ภาษามาตรฐานเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่มหรือกันคนภายนอกไม่ให้เข้าใจสิ่งที่พวกตนพูดคุยหรือสื่อสารกัน

บุคคลในสาขาอาชีพต่าง ๆ เช่น แพทย์ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ ฯลฯ มักมีคำสแลงที่ใช้และเข้าใจกันเฉพาะในแวดวงของตนที่เรียกว่า ภาษาเฉพาะวงการ (jargon) หรือภาษาที่ใช้กันเฉพาะกลุ่ม (lingo) เช่น Rog / Roger / Roger that เป็นสำนวนที่ใช้ในการส่งสัญญาณวิทยุเพื่อสื่อสาร มีความหมายว่า รับทราบหรือเข้าใจ เช่นเดียวกับคำว่า Copy that.


แม้ว่าคำสแลงบางคำจะนิยมใช้กันเพียงชั่วเวลาสั้น ๆ แล้วเลือนหายไป แต่ก็มีคำสแลงจำนวนมากที่นิยมใช้กันแพร่หลายต่อเนื่องจนได้รับการบรรจุไว้ในพจนานุกรมใหญ่ ๆ อย่าง Oxford English Dictionary หรือ Merriam-Webster        คำสแลงจึงถือเป็นวิวัฒนาการด้านภาษาที่ช่วยเพิ่มคำศัพท์ใหม่ ๆ และมีประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารโดยเฉพาะการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ ส่วนสาเหตุที่คนนิยมใช้คำสแลงนั้นมีหลากหลาย อาทิ เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของตน เพื่อสร้างความแตกต่าง เพื่อหลีกเลี่ยงคำที่ใช้กันจนเฝือ เพื่อการสื่อสารที่สั้นกระชับ เพื่อลดความจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นกันเองหรือเพื่อไม่ให้คนอื่นๆ ล่วงรู้ความลับ (เช่น ภาษาลับของเด็กวัยรุ่น แก็งค์อาชญากร ฯลฯ) 
ในบรรดากลุ่มคนต่าง ๆ วัยรุ่นดูจะเป็นพวกที่นิยมใช้และประดิษฐ์คำสแลงออกมามากที่สุด จนผู้ใหญ่หลายคนตามแทบไม่ทัน มาดูตัวอย่างที่น่าสนใจกันค่ะ

Chedda หมายถึง เงิน
BUDWEISER โดยทั่วไปหมายถึง เบียร์ยี่ห้อหนึ่ง แต่เมื่อใช้เป็นคำสแลง BUDWEISER เป็นคำย่อมาจากอักษรตัวแรกของวลี but U don’t want every individual sharing equal right มีความหมายว่า แต่คุณไม่ได้อยากให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
Ala  หมายถึง ยอดเยี่ยม เจ๋ง เฉียบ มีความหมายเช่นเดียวกับ dope, Gucci, lit
Honey wagon  หมายถึง สุขาแบบเคลื่อนย้ายได้
Rides  หมายถึง รองเท้าหรือรองเท้ากีฬา
Straight fire  หมายถึง ฮ๊อต ร้อนแรง
Sic  มาจากคำว่า sick ซึ่งเป็นคำสแลงที่มีความหมายว่า เท่ เจ๋ง เฉียบ เหมือนกับคำว่า cool หรือ sweet
Amiright?  เป็นคำถามเชิงโวหารมีความหมายว่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าตัวเองถูก และคนอื่นก็ควรเห็นแบบเดียวกัน
Can’t even  หมายถึง ไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไรให้เป็นคำพูด
Wacky tobaccy  หมายถึง กัญชา
Forrealz  หมายถึง จริงจัง จริงแท้แน่นอน จริงดิ
Bang out  หมายถึง ทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จอย่างรวดเร็ว
Stahp เป็นคำสแลงของคำว่า stop
Ignant  มาจากคำว่า ignorant ใช้เพื่อแสดงความไม่พอใจในสถานการณ์หรือคนใดคนหนึ่ง
Squad  หมายถึง ก๊วนเพื่อนฝูง

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
   ผศ. ชลาธิป  ชาญชัยฤกษ์

English Today
สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ก่อสร้างห้างสรรพสินค้าชาวบ้านได้รับผลกระทบ

Published November 25, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/400908?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ก่อสร้างห้างสรรพสินค้าชาวบ้านได้รับผลกระทบ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 14:01 น.
ก่อสร้าง,ชาวบ้านเดือดร้อน
เปิดอ่าน 74 ครั้ง

ก่อสร้างห้างสรรพสินค้าชาวบ้านได้รับผลกระทบ คอลัมน์… เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

การก่อสร้างห้างสรรพสินค้าโลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาพหลโยธิน 45 แยก 11 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ที่มีการก่อสร้างโดยไม่ปฏิบัติตามหลักกฎหมายของการก่อสร้าง คือไม่ทำรั้วกั้นทึบให้มีความแข็งแรงก่อนเข้าดำเนินการก่อสร้าง

จึงทำให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนด้านมลพิษฝุ่น ควัน เสียงดังรบกวนเป็นอย่างหนัก และการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าในครั้งนี้มักจะทำงานในตอนกลางวันและเวลากลางคืน มีรถบรรทุกขนาดใหญ่นำเอาเสาเข็มมาลงที่หน้างาน

มีทั้งฝุ่น เสียงดัง และควันท่อไอเสีย ที่อันตรายมากกว่านั้นคือการทำงานในที่มืดใช้แค่ไฟฉายเท่านั้น หากเกิดพลาดพลั้งหล่นหรือกระแทกบ้านขึ้นมาจะแย่มากๆ และในตอนที่ต้องทำการรื้อถอนต้นไม้ ก็ทำรั้วที่บ้านแตกหักร้าว

จึงอยากวอนลุงแจ่มช่วยติดต่อหาผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลด่วนด้วย ก่อนที่ชาวบ้านบริเวณนั้นจะได้รับความเดือดร้อนไปมากกว่านี้
กัญยา

ตอบ
บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จํากัด (เทสโก้ โลตัส) ชี้แจงว่า ได้รับทราบถึงเรื่องราวดังกล่าวแล้วว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามาเกี่ยวกับการได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างห้างโลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาพหลโยธิน 45 แยก 11 กรุงเทพมหานคร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และในการดำเนินการก่อสร้างนั้น จากที่มีประชาชนบริเวณดังกล่าวแจ้งเข้ามาคือการที่พบปัญหาในเรื่องของฝุ่นและในเรื่องปัญหาเสียงดังรบกวน โดยมีประชาชนบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนในเรื่องกำแพงบ้านเกิดการทรุดตัวลงเนื่องจากการรื้อถอนต้นไม้

ทั้งนี้มีการแจ้งเรื่องราวไปถึงผู้รับเหมาที่ดูแลในพื้นที่ส่วนนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เสร็จลุล่วงโดยเร็วที่สุด โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญอีกต่อไป และถ้าประชาชนบริเวณดังกล่าวพบปัญหาเดือดร้อนอีกสามารถโทรมาได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 1712 ได้ทุกเวลา พร้อมจะรับเรื่องไว้แก้ไข

ส่องปี2563 ‘ดี’ หรือ ‘ร้าย’

Published November 24, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/400563?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ส่องปี2563 ‘ดี’ หรือ ‘ร้าย’

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 – 00:25 น.
องค์ไท้ส่วยเอี้ย,โหราศาสตร์,ส่องปี2563 ดี หรือ ร้าย,ละเว้นการไปส่งศพ
เปิดอ่าน 557 ครั้ง

ส่องปี2563 ‘ดี’ หรือ ‘ร้าย’ ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ของจีน ปีนักษัตร”มะเมีย” เจอปีชงเต็มๆ ปีชงร่วมมี “ชวด, ระกา, เถาะ”

ปีชง 2563 หรือ ปีนักษัตร ปีชง ถือเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ของจีน มีความหมายดังนี้ คำว่า ‘ชง’ ในภาษาจีนนั้นหมายถึง ‘การปะทะ’ ฉะนั้น คำว่าปีชงจึงหมายถึงปีที่อาจมีการปะทะเกิดขึ้น ซึ่งความเชื่อเรื่องปีชงนี้ เกี่ยวข้องกับ ‘องค์เทพไท้ส่วย’ หรือที่รู้จักกันดีในนาม ‘เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา’ เป็นเทพที่ทรงอิทธิฤทธิ์และยังมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปีอีกด้วย ปีชงในปี 2563 มีปีอะไรบ้าง และวิธีแก้ปีชง ควรทำอย่างไร ตามนี้เลย

ปีชงพุทธศักราช 2563 ปีนักษัตร ปีชวด คริสต์ศักราช 2020 ได้แก่

ปีชง (100%) ได้แก่ ปีนักษัตร มะเมีย

หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2473, 2485, 2497, 2509, 2521, 2533, 2545, 2557

ปีชงร่วม ได้แก่ ปีนักษัตร ชวด, ระกา, เถาะ

  หรือคนที่เกิดปี พ.ศ. 2464, 2467, 2470, 2476, 2479, 2482, 2488, 2491, 2494, 2500, 2503, 2506, 2512, 2515, 2518, 2524, 2527, 2530, 2536, 2539, 2542, 2548, 2551, 2554, 2560

วิธีแก้ปีชง 2563

ไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้

ทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ

   ไหว้พระ 9 วัด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต

ตามความเชื่อของชาวจีน การไหว้ องค์ไท้ส่วยเอี้ย สามารถที่จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมในปีชงนี้ให้เบาบางลงได้ และควรที่จะต้องไปไหว้เป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง วัดจีนสำคัญๆ ที่เราสามารถเดินทางไปไหว้ ได้แก่

วัดมังกรกมลาวาส (หรือที่เรียกกันว่า วัดเล่งเน่ยยี่) อยู่ที่ 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100 โทร. 02-2223975, 02-2266533

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ (หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2) อยู่ที่ 75 ถนนเทศบาลสาย 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 ติดต่อวัดมังกรกมลาวาส โทร. 02-2223975

วัดทิพยวารีวิหาร (หรือวัดกัมโล่วยี่) อยู่ที่ 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 02-2225988

วัดโพธิ์แมนคุณาราม (หรือวัดโพวมิ้งปออึงยี่) เลขที่ 323 ถนนสาธุประดิษฐ์ 19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 02-2112363, 02-2117885 โทรสาร 02-2127777

เตรียมของไหว้สำหรับแก้ปีชง ดังนี้

ส้มมงคล (ไต้กิก) 1 จาน ไหว้เสร็จแล้วนำกลับบ้านไปกินจะได้เป็นมงคลกับตัวเอง เฮง ๆ รวย ๆ ตลอดทั้งปี

น้ำมันเติมตะเกียง 1 ขวด หมายถึงชีวิตจะได้รุ่งเรืองโชติช่วงตลอดทั้งปี

กระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 13 แผ่น พร้อมเทียบแดง เขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ถ้าเป็นการแก้ชงตัวเองให้นำกระดาษหงิ่งเตี๋ยมาปัดที่ตัวเอง 13 ครั้ง (ปออุ่ง) ปัดลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจนสุดแขน ฝากกระดาษไว้ไม่ต้องเผา

นำซองที่บรรจุดวงชะตา ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ฝากไว้ที่ศาลเจ้าเพื่อให้พระจีนได้สวดมนต์ (พะเก่ง) ทำพิธีเสริมดวงชะตาให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี

สำหรับใครที่เกิดในปีนักษัตรที่โดนปะทะ หรือเป็น ปีชงในปี พ.ศ. 2563 นี้ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปงานศพ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็แนะนำให้พกเอากิ่งใบทับทิมติดตัวไปด้วย เมื่อกลับมาแล้ว ก่อนเข้าบ้านให้ใช้น้ำสะอาดใส่กิ่งใบทับทิมและนำขึ้นมาปัดให้ทั่วตัว

สิ่งสำคัญที่สุดของผู้ที่อยู่ในปีชง คือ ให้ละเว้นการไปส่งศพ การอยู่ในพิธีฝังศพ หรืออยู่ในพิธีที่นำหีบศพลงหลุม โดยเชื่อกันว่าใครที่ละเมิดไปร่วมงานศพ หรือร่วมในพิธีส่งศพกลับมา ดวงชะตาอาจได้รับผลกระทบทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย กิจการการค้าที่ตัวเองกำลังทำอยู่อาจประสบปัญหาต่างๆ ได้

ซึ่งตามความเชื่อทางด้านโหราศาสตร์จีนว่ากันว่า ทุกๆ ปี องค์ไท้ส่วยเอี้ย หรือเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา ผู้ทำหน้าที่ดลบันดาลให้เกิดความสุขและความทุกข์แก่มนุษย์โดยตรงทั้ง 60 องค์ที่นับตามหลักจับกะจื้อ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ดูแลโชคชะตาและเคราะห์ของแต่ละบุคคล

         ชาวจีนส่วนใหญ่เชื่อว่ากัน องค์เทพไท้ส่วยเอี้ย นั้นมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก การเคารพกราบไหว้บูชาเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตาในทุกๆ ปี นับว่ามีความสำคัญและเป็นสิ่งที่ดีงาม ทั้งยังช่วยส่งเสริมดวงชะตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกิดในปีชงเมื่อกราบไหว้แล้ว จะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย เคราะห์กรรมที่เคยมีจะเบาบางลง

เหนืออื่นใด นอกจากคนที่เกิดในปีชงจะกราบไหว้องค์ไท้ส่วยเอี้ย เพื่อเป็นการฝากดวงชะตาแล้ว คนที่ไม่ได้อยู่ในปีชง ก็สามารถกราบไหว้เทพองค์นั้นๆ ในแต่ละปีได้เช่นกัน จะช่วยเสริมให้ดวงที่ดีอยู่แล้วกลับยิ่งดีขึ้นไปอีก จะช่วยเสริมให้มีโชคลาภ มีความเจริญรุ่งเรืองในเรื่องต่างๆ

คมเลนส์ส่องพระ

Published November 24, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/400268?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

คมเลนส์ส่องพระ

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 – 00:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง
เปิดอ่าน 6,638 ครั้ง

คอลัมน์… คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน นี้มี งานประกวดพระ  จัดโดย  คณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค ๑  ณ อาคาร บี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ พระที่จัดประกวด ๓,๕๕๔ รายการ ครบทุกประเภท ค่าส่งพระองค์ละ ๔๐๐ บาทรางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ พระปิดตาเมืองชล หนากว่า ๓๐๐ หน้า จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์

** งานประกวดพระ จัดโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชา จ.สระบุรี ที่ค่ายอดิศร จ.สระบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เก็บเงินรายได้กว่า ๔.๔ ล้านบาท เฉพาะค่าส่งพระกว่า ๑.๙ ล้านบาท

** วันนี้ คมเลนส์ส่องพระ ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ องค์นี้ลงรักปิดทองเก่า เพื่อรักษาเนื้อพระให้คงทนถาวร อีกทั้งยังถือเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งเป็นค่านิยมในสมัยนั้น เป็นพระที่กดพิมพ์ได้ลึก สวยคมชัดมากองค์หนึ่งของวงการ เมื่อปี ๒๕๕๙ มีการเปลี่ยนมือไปอยู่กับนักธุรกิจใหญ่ ในราคา ๔๐-๕๐ ล้านบาท (ขอขอบพระคุณ ภาพและข้อมูลจากหนังสือ “พระเครื่องพระศรีวสุนธรา” รางวัลงานประกวดพระเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒)

** พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ เนื้อผงคลุกรัก ปิดทองเก่า เป็นพิมพ์นิยมสุดของพระสายนี้ องค์นี้สวยคมชัดทุกมิติ ถือเป็น พระองค์ครู  ทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ สำหรับการศึกษาพระแท้ได้เลย ภาพจาก หนังสือพระปิดตาเมืองชล รางวัลงานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน นี้

** หลวงพ่อเนียม วัดน้อย อ.บางปลาม้า พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่โด่งดังสุดของเมืองสุพรรณบุรี ท่านเกิด พ.ศ.๒๓๗๐ สมัยรัชกาลที่ ๓ เป็นศิษย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง มรณภาพ พ.ศ.๒๔๕๐ สมัยรัชกาลที่ ๕ สิริรวมอายุ ๘๐ ปี พรรษา ๖๐ ท่านได้สร้างพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ด้วยเนื้อชินตะกั่ว อาทิ พระพิมพ์เศียรโล้น, เศียรแหลม, งบน้ำอ้อย, พระประธาน, พระเจ้า ๕ พระองค์, พระปรุหนัง ฯลฯ ที่นิยมสุด คือ พระพิมพ์เศียรโล้น ๒ หน้า องค์ที่นำมาให้ชมนี้เป็นพระองค์แชมป์ของวงการ สนนราคาหลักล้านต้น เป็นพระของ ดามพ์ สุพรรณ กรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคี

** หลวงปู่อ้น วัดบางจาก จ.สมุทรสงคราม เป็นศิษย์เอกของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง ท่านได้ศึกษาวิชาการสร้างพระผงพุทธคุณ และได้ปรนนิบัติรับใช้สมเด็จฯ โต อย่างใกล้ชิดมากที่สุดรูปหนึ่ง การสร้างพระของท่านได้ทำตามสูตรการลบผงที่ได้ร่ำเรียนมาจากสมเด็จฯ โต โดยตรง พระผงกลีบบัวหลวงปู่อ้น วัดบางจาก องค์นี้พิเศษที่เป็นเนื้อผงผสมว่านสบู่เลือด วรรณะออกแดง แบบชาด หรือสีทาโบสถ์สมัยก่อน พระลึกคมชัด เคยได้แชมป์งานประกวดเมื่อหลายปีก่อน พระดีปีลึกที่หาชมได้ยากแล้วในปัจจุบัน ของ ฐกร บึงสว่าง ผู้บริหารสถาบันการเงินชื่อดัง

** พระอุปัชฌาย์เสน เจ้าอาวาสรูปที่ ๕ ของ วัดเกษมรัตน์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดกะเสะ อ.จะนะ จ.สงขลา ท่านเกิด พ.ศ.๒๓๙๒ ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ของ หลวงพ่อดำ วัดตุยง จ.ปัตตานี เหรียญรุ่นแรกของท่านสร้างในคราวทำบุญอายุครบ ๗ รอบ พ.ศ.๒๔๗๖ เป็นเหรียญศิลปะนูนต่ำ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ขอบข้างเลื่อย ห่วงเชื่อม จำนวนสร้างประมาณ ๑,๐๐๐ เหรียญ จัดเป็นเหรียญหลักเหรียญหายากของ จ.สงขลา สนนราคาสภาพสวยๆ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เจ้าของเหรียญนี้ กรุง สงขลา นักสะสมพระแนวอนุรักษ์พระท้องถิ่นแผ่นดินเกิด

** ในคราวสร้าง พระผงมงคลเกษม ๒ หลวงพ่อเกษม เขมโก ปี ๒๕๑๗ จำนวน ๑๐,๐๐๐ องค์ นั้นผู้สร้างได้นำแม่พิมพ์ซึ่งแกะขึ้นโดย ช่างเกษม มงคลเจริญ ไปสร้าง พระมงคลเกษม ๒ เนื้อนวโลหะ จำนวน ๖๓ องค์ มีหมายเลขกำกับทุกองค์ องค์นี้หมายเลข ๑๖ สวยคมชัดมาก และหายากสุดๆ เช่าหากันกว่า ๒ แสนบาท องค์นี้เป็นพระของ ตั้ม นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ คนหนุ่มอนาคตไกล

** หนุมานจันทร์ลอย หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม สุดยอดพระคณาจารย์แห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดท่านหนึ่งของเมืองไทย ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเวทมนตร์คาถา ทั้งพุทธคุณและไสยศาสตร์ หลวงปู่บุญ เป็นสหธรรมิกที่สนิทสนมกับ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ วัตถุมงคลทุกชนิดของท่านได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง หนุมาน พิมพ์จันทร์ลอย ตนนี้มีความพิเศษที่ หลวงปู่บุญ สร้างขึ้นตามคติที่เป็นปีเกิดของท่าน (ปีวอก) มี ๓ เนื้อ คือ เนื้อผงยาจินดามณี, เนื้อขี้นกเขาเป้า และเนื้อว่าน ชิ้นนี้สภาพสวยแชมป์ สร้างจากเนื้อขี้นกเขาเป้า เป็นเนื้อที่หายากที่สุด โดยเฉพาะที่ลงชาดมาเดิมๆ มีภาพอยู่ในหนังสือชีวประวัติฯ หลวงปู่บุญ เล่ม ๒ โดย ลิ้ม นครปฐม หนุมาน พิมพ์จันทร์ลอย ตนนี้เป็นของ เติ้ง รักษ์ศิลป์ ผู้ชำนาญเครื่องรางของขลัง อันดับต้นๆ ของเมืองไทย

** หนังสือ “ไอ้ไข่” เด็กวัดเจดีย์ ฉบับสมบูรณ์ ปกแข็ง พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม หนา ๔๕๒ หน้า บรรจุในกล่องแข็งแรง จัดทำโดย ทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ เพื่อการศึกษาและสะสมวัตถุมงคล “ไอ้ไข่” เด็กวัดเจดีย์ อย่างถูกต้อง สั่งจองหนังสือที่วัดเจดีย์ พร้อมรับ เหรียญหล่อ “ไอ้ไข่” พิมพ์เตารีด สอบถามโทร.๐๙-๒๕๙๒-๘๙๘๗, ๐๖-๓๕๔๘-๙๙๑๘ กทม. โทร.๐๘-๙๙๑๙-๗๗๘๘, ๐๘-๖๗๘๑-๑๑๖๙

** ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด พบกันใหม่ในวันเสาร์ต่อไป…สุขี สุขัง มีสตางค์เยอะๆ  ***

%d bloggers like this: