knowledge

All posts tagged knowledge

นวัตกรรมสุดล้ำ…ฝีมือคนไทยผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้ออนุภาคนาโน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/410983?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

นวัตกรรมสุดล้ำ…ฝีมือคนไทยผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้ออนุภาคนาโน

17 มกราคม 2563 – 00:03 น.
ซิลเวอร์นาโน,พระจอมเกล้า,พระนครเหนือ,เทคโนโลยี,ข่าววันนี้,ฆ่าเชื้อโรค
เปิดอ่าน 221 ครั้ง

พระนครเหนือสุดเจ้งเปิดตัวผลวิจัยนวัตกรรมใหม่2020สุดล้ำ ฝีมือคนไทย “On&On Silver Nano”  ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้ออนุภาคนาโน ที่เข้าถึงแบคทีเรียอย่างทั่วถึง 

17 มกราคม 2563 พระนครเหนือสุดเจ๋งเปิดตัวผลวิจัยนวัตกรรมใหม่2020สุดล้ำ ฝีมือคนไทย “On&On Silver Nano”  ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้ออนุภาคนาโน ที่เข้าถึงแบคทีเรียอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อโรคได้มากกว่า 600 ชนิด

TGGS มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติค มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  ร่วมกับ บ.แมทช์แม๊กซ์ จำกัด เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  “On&On Silver Nano” ที่คิดค้น โดยคนไทย และผลิตออกมาเพื่อคนไทย

ดร.ระพีพันธ์ แดงตันกี หัวหน้าศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติค และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวถึงความเป็นมาของผลงานวิจัยในด้านการนำเทคโนโลยีอนาคตมาดูแลสุขภาพ ด้วยการนำมาฆ่าเชื้อโรค และได้รับความร่วมมือจาก  นายพูนลาภ ฤดีล้ำเลิศสกุล กรรมการผู้จัดการ บ.แมทช์แม๊กซ์ จำกัด ในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์

นายพูนลาภ กล่าวว่า On&On Silver Nano เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยในการนำเทคโนโลยีอนาคตมาดูแลสุขภาพ ด้วยการฆ่าเชื้อโรคที่พัฒนาขึ้นล้ำหน้าตัวยาต่างๆ จนเกิดการดื้อยา โดยเลือก ซิลเวอร์นาโน จากงานวิจัยกว่า 200 ชิ้นงาน เพื่อทำวิจัยพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงและมีคุณภาพสูงสุด โดยใช้เวลา 2 ปี ในการทดสอบจริงกับผู้บริโภค

จึงมีความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “On&On Silver Nano”  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเรื่องสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีกับเชื้อโรคยุคนี้อย่างแน่นอน  และวันนี้ยังได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)  ระหว่างบริษัทเอกชนและศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติก เพื่อร่วมมือในการขยายและส่งเสริมตลอดจนพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้วย

สำหรับ เทคโนโลยีซิลเวอร์นาโน ถือเป็นนวัตกรรมที่ใช้เวลาในการทดสอบจริงกับผู้บริโภค เพื่อการดูแลสุขอนามัย การส่งเสริมสุขภาพ ด้วยวิธีง่ายๆ โดยการฉีดพ่นรูปแบบสเปรย์ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ซิลเวอร์นาโนคืออะไร เราจึงขออธิบายให้ฟังว่า “ซิลเวอร์นาโน” คือเทคโนโลยีย่อเงินให้มีขนาดเล็กจิ๋วที่มีหน่วยวัดในระดับนาโนเมตร ที่เทียบเท่ากับอนุภาคของอะตอม

เป็นเทคโนโลยีที่ทำการย่อขนาดเงินให้มีขนาดเล็กมาก เท่ากับ 1 ในพันล้านส่วนของ 1 เมตร หรือเล็กเท่ากับ ดีเอ็นเอในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมีการค้นพบว่าอนุภาคเงินสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 600 ชนิด รวมถึง Staphylococus และ Lactobacillus ที่เราคุ้นเคยกันในนมเปรี้ยว  รวมทั้ง แบคทีเรีย Staohylococus และ E.coil ที่มักจะพบในอาหารที่เน่าเสียได้ในเวลาไม่กี่นาที

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ก็ได้มีการทดสอบแล้วว่า ไม่มีโทษต่อร่างกาย เพราะการใช้โลหะเงินในปริมาณที่น้อยมาก สามารถแสดงคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคได้ผลดี จึงไม่มีผลข้างเคียงกับร่างกาย โดยซิลเวอรืนาโนจะไปโจมตีผนังเซลล์ของเชื้อโรคจึงทำให้มันตาย เป็นหลักการในการฆ่าเชื้อโรคทุกชนิดและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการต้านยาของเชื้อโรค

บ่อยครั้งที่เราอยู่ห้องแอร์ แล้วรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก มึนศีรษะ ก็เป็นเพราะอากาศที่หมุนเวียนอยู่ในห้องแอร์ หรือรถติดแอร์นั้น มีเชื้อโรคที่ติดมากับรองเท้าที่เหยียบกับพื้น หรือมีผู้ไอจาม เชื้อโรคก็หมุนเวียนอยู่ในแอร์ ทำให้เราหายใจเอาอากาศที่มีเชื้อโรคเข้าไปโดยไม่รู้ตัว  และเมื่อทดลองฉีดสเปย์ออนแอนด์ออน ซิลเวอร์นาโน ไม่ถึง 5 นาที อากาศจะสดชื่นและกลิ่นอับ กลิ่นเหม็น ก็จะหายไป นั่นเป็นการทดสอบผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่สัมผัสได้ทันที  เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ และหลายกระแส ตื่นตัวถึงนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

จึงเป็นโอกาสเปิดรับ “ซิลเวอร์นาโน” เพื่อการดูแลสุขอนามัย เช่น นำไปผสมกับผงซักฟอกใช้ในอุตสาหกรรมของเล่น  รวมถึงนำมาผสมในน้ำยาบ้วนปาก และไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ที่ใช้เป็นยารักษาโรค หรือเคลือบซิลเวอร์นาโน บนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ  , ด้านอุปโภคบริโภค สามารถใช้ถนอมอาหารและทำให้น้ำดื่มสะอาด  จึงกล่าวได้ว่าอนุภาคนาโนของเงิน  เป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น

สำหรับ สเปรย์ ออนแอนด์ออน ซิลเวอร์นาโน”On&On Silver Nano”   เป็นสินค้าที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามกฎเกณฑ์ของการคุ้มครองผู้บริโภค สเปรย์ออนแอนด์ออน จัดเข้าประเภท Consumer Product ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค และมีผลการรับรองคุณภาพจากศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมนาโนและไบโอพลาสติก มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและผลิตทุกขวดผ่านการทดสอบเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย มีการการันตีจากหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เช่นไบโอเทคและอินเตอร์เทค  และได้รับรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยีประจำปี 2553 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  อีกหนึ่งแรงการันตี และยังมีผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพอีกหลายตัว อาทิเช่น ผงแร่ดับกลิ่น เป็นผงแร่จากธรรมชาติ 10 กว่าชนิด ภายใต้ชื่อ กรีนแอนด์กรีน ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์

ออนแอนด์ออน ซิลเวอร์นาโน เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่น่าสนับสนุน น่าชื่นชมและนับเป็นความสำเร็จของคนไทยที่คิดค้นเพื่อให้คนไทย ได้ใช้นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและยังเป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยซิลเวอร์นาโน เจ้าเดียวและเจ้าแรกที่ได้รับใบอนุญาตจากอาหารและยา

รื่นรมย์ชม “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/410864?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

รื่นรมย์ชม “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์”

16 มกราคม 2563 – 12:44 น.
ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์,สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
เปิดอ่าน 161 ครั้ง

น้อมรำลึกสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าผ่านงานนิทรรศการ

มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโดยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำริจัดนิทรรศการ “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์” ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชประวัติพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระศรีสวริน ทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และเพื่อเป็นการเผยแพร่ “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า”

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม ตามพระราชดำริแห่งพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยวันเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคุณชวลี อมาตยกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ถวายสักการะหน้าพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

สำหรับเนื้อหาภายในนิทรรศการมีการจัดแบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่ ภาคที่ 1 บรมอัยยิกาพงศานุประวัติ จัดแสดงพระราชประวัติแห่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งทรงเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายในที่มีพระชนม์ชีพยาวนาน 6 รัชกาล มีพระจริยวัตรอันงดงาม และบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์อเนกประการ

 ภาคที่ 2 ไพรัชวิวิธทัศนประสิทธิ จัดแสดงพระราชกรณียกิจที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเย็บปักถักกรองซึ่งเป็นศิลปะขั้นสูงของราชสำนัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงไว้วางพระราชหฤทัยโปรดเกล้าฯ ให้ทรงอำนวยการจัดงานนิทรรศการศิลปหัตถกรรมสตรีไทยทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ ทำให้ชื่อเสียงและคุณสมบัติของสตรีไทยเผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลกเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่าน ดังปรากฏในงานแสดงนิทรรศการสินค้าโลก เวิลด์โคลัมเบียนเอ็กซ์โปซิชัน 1893 (World’s Columbian Exposition 1893) ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา

คุณชวลี อมาตยกุล-อิทธิพล คุณปลื้ม

   ภาคที่ 3 ราชกรณียกิจวรประกาศ จัดแสดงพระราชกรณียกิจสำคัญน้อยใหญ่ที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญตลอดพระชนม์ชีพ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย ทั้งด้านการสาธารณสุข การแพทย์ การศึกษาวัฒนธรรม และมนุษยศาสตร์ องค์การยูเนสโกประกาศเฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่น ในโอกาสครบ 150 ปี พระราชสมภพ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

 ภาคที่ 4 ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งอยู่ ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในนิทรรศการได้มีการจัดแสดงเอกสารจดหมายเหตุและสิ่งของส่วนพระองค์สมเด็จพระ พันวัสสา อัยยิกา เจ้า เช่น ฉากผ้าปักอายุกว่า 100 ปี , สมุดรูปเล่าเรื่องสยาม (จำลอง) ซึ่งเคยพระราชทานมิสซิส พาล์เมอร์ ประธานกรรมการผู้จัดงานฝ่ายสตรีของงานเวิลด์โคลัมเบียนเอ็กซ์โป ซิชัน 1893 (World’s Columbian Exposition 1893) รวมถึงขนมไทยโบราณที่เคยส่งไปร่วมประกวดในงานดังกล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสาธิตและทดลองการทำอาหารและงานฝีมือไทย เช่น ปั้นสิบ ขนมบุหลันดั้นเมฆ , งานร้อยมาลัย , งานพับดอกบัว โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) ให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

อนึ่ง ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ปทุมนิวาสราชพิพิธภัณฑ์” ได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 26 มกราคม 2563 เวลา 10.00 – 20.00 น. บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ลำบากใจหรือน่าละอายที่จะพูดไหม? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/410264?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ลำบากใจหรือน่าละอายที่จะพูดไหม?

13 มกราคม 2563 – 17:15 น.
English Today,สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ผศ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์,Euphemism,ภาษาอังกฤษ,คำเลี่ยง
เปิดอ่าน 161 ครั้ง

เมื่อเราต้องการใช้คำสุภาพหรือคำเลี่ยงเมื่อพูดถึงเรื่องที่ลำบากใจหรือน่าละอาย

 Euphemisms (2)

      ต่อจากครั้งก่อน วันนี้มาดู Euphemism  (มาจากรากศัพท์ภาษากรีก eu- หมายถึง ดี และ pheme- หมายถึง พูด) เป็นคำหรือวลีที่ใช้เมื่อเราต้องการใช้คำสุภาพหรือคำเลี่ยงเมื่อพูดถึงเรื่องที่ลำบากใจหรือน่าละอาย อาทิ ความตาย ความพิการ การเข้าห้องน้ำ ฯลฯ มาดู euphemism ประเภทอื่น ๆ กันต่อจากเมื่อตอนที่แล้วกันค่ะ

euphemism เกี่ยวกับรูปลักษณ์ และสติปัญญา
 คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                     คำที่เหมาะสม
ugly (น่าเกลียด)                                        plain (เรียบ ๆ)
bold (หัวล้าน)                                           a little thin on top (ผมบางเล็กน้อย) moon landing (ร่อนลงบนดวงจันทร์)
fat (อ้วน)                                                 plus-sized, full-figured, portly (ท้วม) heavyset, big-boned,                                                                  husky (ร่างใหญ่) a bit overweight, have a few extra pounds                                                                (น้ำหนักเกินไปเล็กน้อย) horizontally-challenged (ที่บกพร่อง                                                                  ทางแนวนอน)
short (เตี้ย)                                               vertically-challenged (ที่บกพร่องทางแนวตั้ง)
not smart (ไม่ฉลาด)                                  one sandwich short of a picnic (ไม่เต็มบาท) not the                                                                           sharpest pencil in the box (ไม่ใช่คนฉลาดที่สุดในกลุ่ม) his                                                                     elevator doesn’t reach the top floor (สติปัญญาไม่ถึง)
euphemism เกี่ยวกับอายุ
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                        คำที่เหมาะสม
old (แก่)                                                    elderly, older adult, mature, a senior citizen, advance age                                                                 (ผู้สูงอายุ ผู้อาวุโส) senile (ผู้ชรา) a pensioner (ผู้รับบำนาญ)                                                                    aretiree (ผู้เกษียณ) experienced, veteran, those who have                                                                  seen it all (ผู้มีประสบการณ์ ผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน) picking up                                                                   speed (ตัวเลขอายุวิ่งอย่างรวดเร็ว) getting on (แก่ตัว) over                                                                     the hill, nearly there (ไม้ใกล้ฝั่ง) ancient* (โบราณ)                                                                             prehistoric*(ก่อนประวัติศาสตร์) living dead*(ศพเดินได้)
*เชิงขบขัน
euphemism เกี่ยวกับความพิการ
 คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                           คำที่เหมาะสม
a blind person  (คนตาบอด)                          person with a visual impairment (บุคคลที่มีความบกพร่อง                                                                      ทางการเห็น) visually challenged (ที่บกพร่องทางการเห็น)
mentally retarded, mentally handicapped  (ปัญญาอ่อน)
mentally challenged, intellectually disabled (ที่บกพร่องทาง                                                                  สติปัญญา) the handicapped, the disabled, cripple  (คน                                                                      พิการ) people with disabilities, disabled person (บุคคลที่มี                                                                    ความบกพร่องทางร่างกาย) differently-abled (ที่มีความ

สามารถต่างไป)
wheelchair-bound, confined to a wheelchair (คนนั่งรถเข็น)
person who uses a wheelchair, wheelchair users (ผู้ใช้รถ                                                                    เข็น)

euphemism เกี่ยวกับการไปเข้าห้องน้ำและการขับถ่าย
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                         คำที่เหมาะสม
go to the toilet  (ไปเข้าห้องน้ำ)                        Where can I wash my hands? (ฉันจะไปล้างมือได้ที่                                                                            ไหน)Where are the restroom? (ห้องน้ำอยู่ที่ไหน) go to                                                                        the ladies’ room (ไปสุขาหญิง) go powder one’s nose (ไป                                                                    เติมแป้ง) go to the men’s room (ไปสุขาชาย)
urinate  (ปัสสาวะ)                                         go to the bathroom (ไปห้องน้ำ) relieve oneself (ปลดทุกข์                                                                    เบา)
defecate  (อุจจาระ)                                        go to the bathroom (ไปห้องน้ำ) have a bowel                                                                                  movement, move one’s bowels (ปลดทุกข์หนัก)
flatulate  (ตด)                                              break wind, pass gas (ผายลม)

euphemism เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                         คำที่เหมาะสม
boss  (เจ้านาย)                                              supervisor (ผู้ดูแล ผู้ควบคุม)
secretary (เลขา)                                           assistant, personal assistant (ผู้ช่วย)
janitor  (ภารโรง)                                           custodian (ผู้ดูแล)
housewife (แม่บ้าน)                                       homemaker (ผู้ดูแลบ้าน)
trash man (คนเก็บขยะ)                                  sanitation worker (คนงานสุขาภิบาล)
lawyer (ทนายความ)                                      attorney (นิติกร)
euphemism เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการแท้งบุตร
คำที่ควรหลีกเลี่ยง                                                         คำที่เหมาะสม
pregnant  (ท้อง)                                            be expecting, be in the family way (ตั้งครรภ์)
abort  (แท้ง)                                                 terminate the pregnancy (ยุติการตั้งครรภ์)
แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ
ผศ. ชลาธิป  ชาญชัยฤกษ์

                                                                                             English Today
สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/409783?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

12 มกราคม 2563 – 00:00 น.
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง,พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ
เปิดอ่าน 13,922 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ  คอลัมน์…  พระเครื่อง  โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** สุดสัปดาห์ที่ ๒ ของปีใหม่ ๒๕๖๓ วันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๓ ตรงกับ วันเด็กแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบคำขวัญวันเด็กว่า “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

** คมเลนส์ส่องพระ  วันนี้ขอเริ่มด้วย พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง กรุเก่า พิมพ์ชะลูด เนื้อผงคลุกรัก จ.นนทบุรี หนึ่งใน ชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผง อันประกอบด้วย พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์, พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง, พระปิดตา หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน, พระปิดตา หลวงปู่จีน วัดท่าลาด และพระปิดตา หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กล่าวสำหรับ พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง องค์นี้  นพ.มาณพ โกวิทยา เพิ่งได้มาช่วงก่อนปีใหม่สภาพสวยแชมป์ ฟอร์มเทพ คมชัดลึก ผิวตั้งหิ้งเดิมๆ แม้แต่ขี้ฝุ่นหิ้งยังอยู่ตามซอกผิวองค์พระ ตัวจริงเสียงจริ0งหายากระดับตำนาน มีบัตรรับรอง พระแท้ จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชาไทย เป็นพระองค์ดารามีภาพอยู่ในหนังสือ “สุดยอดพระยอดนิยม” จัดทำโดยนิตยสาร “พระท่าพระจันทร์” และหนังสือพระเครื่องอีกหลายเล่ม จัดเป็น พระองค์ครูที่เซียนพระรุ่นใหญ่นำไปชี้จุดตำหนิต่างๆ สำหรับการศึกษา พระแท้องค์จริง  สภาพนี้สนนราคาต้องกว่า ๑๐ ล้านบาท สุดยอดพระปิดตาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ครบทุกด้าน ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย คงกระพัน มหาอุด ฯลฯ องค์นี้ลงให้ชมเพื่อการศึกษาเป็นวิทยาทานอย่างเดียว ไม่ได้เปิดราคาขายแต่อย่างไร

**พระพุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทย ประมาณปี ๑๙๐๐ พร้อมกับพระเครื่อง พระพุทธชินราชใบเสมา  ศิลปะอู่ทองยุคต้น ต่อมาพระพิมพ์ได้แตกกรุในสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ.๒๔๔๐ ช่วงที่พระพุทธเจ้าหลวง เสด็จเมืองพิษณุโลก ชาวเมืองได้นำ พระพุทธชินราชใบเสมา  ทูลเกล้าฯ ถวายพระพิมพ์นี้มี ๓ พิมพ์ย่อย คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก มีขนาดใกล้เคียงกัน คือ กว้างประมาณ ๒.๕ ซม. สูง ๓.๕ ซม.องค์ที่นำมาให้ชมนี้ พิมพ์ใหญ่ เนื้อชินเงิน สภาพสวยสมบูรณ์องค์นี้มีภาพอยู่ในหนังสือ “อมตะพระกรุ” ของ อ.ต้อย เมืองนนท์ เป็นพระของ ดำ ทองจันทร์ (สมควร สว่างเลิศ) นักสะสมพระรูปหล่อโบราณ

** พระรอด กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน เป็นหนึ่งในชุดพระเบญจภาคียอดนิยม เป็นพระเนื้อดินเผา มี ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น คือ องค์ที่ลงให้ชมในวันนี้ถึงแม้ว่าองค์พระจะเลือนไปบ้างจากสภาพการใช้งาน แต่พระรอดองค์นี้มีความเด่นในแง่ เนื้อพระ ที่ชัดเจน เหมาะสำหรับใช้ศึกษา พระแท้ เป็นความแปลกที่ รศ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า เพิ่งจะได้บูชาในช่วงก่อนเดินทางไปทำบุญบริจาคสิ่งของให้เด็กชาวเขาที่จ.ลำพูน อาจจะเรียกได้ว่า “บุญนำพา” จริงๆ

** หลวงพ่อผุด วัดนันทาราม เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองปากพนังมายาวนาน ชาวปากพนังและพื้นที่ใกล้เคียงต่างศรัทธาและนับถือมานานปี โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ ขอได้ ไหว้รับ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นมานักต่อนักแล้ว สำหรับ เหรียญหลวงพ่อผุด วัดนันทาราม รุ่นแรก ปี ๒๔๖๖ สร้างแจกชาวบ้านที่ร่วมบริจาควัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างศาลา จำนวนสร้างประมาณ ๕๐๐ เหรียญ มีเนื้อทองแดงรมดำ, เนื้อทองแดงผิวไฟ และเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ปลุกเสกโดย พระครูนนท์จรรยาวัตต์ เจ้าอาวาส เหรียญรุ่นนี้สภาพสวยแชมป์เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไปเหรียญนี้เป็นของ วีระชัย ชัยนุมาศ (จ่าคิง ปากพนัง) คนหนุ่มไฟแรง

** พระปิดตา พิมพ์พุงป่อง หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าเรียกตามภาพองค์พระที่มีท้องนูนขึ้นมา เนื้อผงคลุกรัก เหมือนกับพระพิมพ์แจกแม่ครัว สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นพร้อมกันช่วงปี ๒๔๖๐-๒๔๖๓ (ขอขอบพระคุณภาพและข้อมูลจากปฏิทินปีใหม่ ๒๕๖๓ ของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์)

** ในบรรดาพระเนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ ด้วยกัน พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พิมพ์ใหญ่ เอ หัวขีด  จัดเป็นอันดับ ๑ เพราะองค์พระล่ำใหญ่ มีมิติ คมชัดลึก มีความหนา เอกลักษณ์สำคัญ คือมีเส้นข้างศีรษะหลวงพ่อทวดทั้ง ๒ ข้าง อันเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ “หัวขีด” องค์นี้สภาพเดิมๆ คมชัดทุกซอกมุม สนนราคาหลักล้านขึ้นไป เป็นพระของ วิชัย ภูษิตรานุสรณ์  นักธุรกิจเจ้าของสินค้าพลาสติก DKW มีโรงงานในเมืองไทยและเวียดนาม

** ฉัตรชัย ทิมกระจ่าง (นายกปื๊ด) ร่วมกับ คมสัน ชาญชัยวรวิทย์ (หน่อย ศรีราชา) เป็นประธานจัดสร้าง เหรียญนั่งพานรุ่นแรกหลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร รุ่น ๓ รพ.) เจ้าอาวาสวัดป่าปางกึ้ด ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ อาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ ๑๕๐ ปี พร้อมทั้งมอบ เหรียญนั่งพานเนื้อทองแดงหน้ากากฝาบาตร จำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ ให้โรงพยาบาล เพื่อมอบให้ผู้ร่วมเป็นประธานทอดผ้าป่ามหากุศล ยอดเงินทั้งสิ้น ๑๐ ล้านบาท ผู้สนใจร่วมทำบุญ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โทร.๐-๓๘๓๒-๐๒๐๐ ต่อ ๓๑๒๓, ๑๐๐๐, ๒๒๒๒ กำหนดทอดผ้าป่ามหากุศล วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ โรงพยาบาล

** “แพะ” หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก จ. ระยอง ขนาด ๑.๒ ซม. หลวงพ่อเป็นหนึ่งในสุดยอดพระอาจารย์ยุคเก่าแห่งภาคตะวันออก เป็นต้นตำรับของการสร้าง “แพะ” ที่มีลักษณะพิเศษ คือ มีความอดทนสูง ตายยาก (คงกระพัน) และมีเสน่ห์แรง (ตัวผู้หนึ่งตัวจะมีตัวเมียอยู่ด้วยเป็นฝูง) ศิลป์ที่ช่างแกะมีเอกลักษณ์เป็นมาตรฐานชัดเจน ตัวนี้สภาพสวยเดิม เนื้อจัดมันแบบแท้ร้อยตา ติดรางวัลงานใหญ่ของสมาคม เจ้าของ เติ้ง รักษ์ศิลป์ สายตรงเครื่องรางยอดนิยม

** เหรียญพระราหูอมจันทร์ (สุริยันจันทรา) วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม สร้างขึ้นจากการลอกลายกะลาตาเดียวของ หลวงพ่อน้อย ในแบบเชิงช่างศิลป์ยุคโบราณ เป็นพิมพ์ที่มีพระอาทิตย์และพระจันทร์ในเหรียญเดียวกัน และยังมีการคัดลอกอักขระยันต์ขอมลาว จากลายมือหลวงพ่อน้อยออกมาอย่างชัดเจนและลงตัว สร้างด้วยเนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อนวโลหะ, เนื้ออัลปาก้า และเนื้อฝาบาตร เปิดจองวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มกราคมนี้ และวันนั้นทางวัดศีรษะทองจะมีพิธีสวดย้ายพระราหู ผู้สนใจร่วมพิธีเพื่อเสริมดวงชะตาเพิ่มบารมีเชิญได้ที่วัด โทร.๐๘-๒๖๓๙-๔๐๘๒, ๐๙-๒๕๙๒-๔๖๔๔

** วางตลาดแล้ว  นิตยสาร พระเกจิ  ฉบับใหม่ อ่านเรื่อง หลวงพ่อใย วัดปากป่า, หนุมาน หลวงพ่อสมัย, พระหลวงพ่อทวด หลวงปู่แดง วัดศรีมหาโพธิ์, หลวงพ่อลิ้นดำ วัดนารังนก ฯลฯ

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอขอบพระคุณ  ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด ขอให้โชคดีมีพลังกายและใจโดยทั่วกัน  ***

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ (ตอนแรก) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/409631?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ (ตอนแรก)

12 มกราคม 2563 – 00:00 น.
หลวงพ่อทวด,เนื้อว่าน,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 1,410 ครั้ง

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกว่าไหล่จุด ราคาเช่าหามาหยุดอยู่ที่ ๑.๗ ล้านบาท (ตอนแรก) คอลัมน์… ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี

หลวงพ่อทวดอีกองค์ที่ผมอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังคือ หลวงพ่อทวด พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด ซึ่ง พล.อ.ต.ตะวัน นาครทรรพ หรือ ผู้การอ๋าย ท่านเคยบอกว่าเดิมเป็นของเซียนดังสายหลวงพ่อทวด เสี่ยเล็ก ปลามังกร ซึ่งเช่ามาเมื่อปี ๒๕๔๙ ในราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ยกให้ผู้การอ๋าย เพราะนับถือน้ำใจลูกผู้ชาย ในราคาเท่าทุน ในปี ๒๕๕๔ และต่อมา พล.อ.ต.ตะวัน นาครทรรพ ก็ส่งมอบพระหลวงพ่อทวด พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุดองค์นี้ ให้เสี่ยเต๋า สุเนตร บุรกสิกร ในราคา ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท

ท่านอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้

ในบรรดาพระเครื่องหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ นั้น ทั้งนี้มีการจัดลำดับไว้ดังนี้ คือ

เนื้อว่านรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมเอ หรือที่เรียกกันว่าพิมพ์หัวไม้ขีด

เนื้อว่านรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมบี หรือที่เรียกกันว่าพิมพ์ใหญ่ลึก

เนื้อว่านรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกกันว่าพิมพ์ไหล่จุด

ส่วนพิมพ์อื่นๆ ก็อาจถึงพิมพ์ต้อใหญ่ซึ่งหายากมากและพิมพ์พระรอดหน้าใหญ่ ซึ่งอยู่ในกลุ่มพิมพ์เล็ก

หลวงพ่อทวด เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกว่าไหล่จุดนั้น เซียนสายตรงท่านแนะนำมาว่า จุดควรสังเกต คือ
๑.พื้นผิวหลังขององค์พระไม่ราบเรียบ
๒.ตรงข้อศอกขวาขององค์พระ มีเนื้อเกินเป็นก้อนตรงผนัง
๓.ริมฝีปากด้านล่างเป็นเส้นตรง
๔.หัวไหล่ด้านซ้ายขององค์พระ จะมีเนื้อนูนหนา จึงเป็นที่มาของคำว่าพิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด
๕.มีเนื้อเกินอยู่ตรงข้างแขนซ้ายด้านในขององค์พระใกล้กับเส้นสังฆาฏิ

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี

สำหรับเรื่องราวประวัติการจัดสร้างนี้ผมต้องขออนุญาตยกเอาบันทึกของ กู้ หาดใหญ่ ที่ได้บันทึกถึงการจัดสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดเนื้อว่านรุ่นแรก ของวัดช้างให้ มาเผยแพร่ต่อสาธารณะเพื่อให้ความรู้ต่อผู้ที่สนใจต่อประวัติต่างๆ ของหลวงปู่ทวด โดยมีความดังนี้

พระอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ จ.ปัตตานี ซึ่งมีบุญสัมพันธ์กับหลวงพ่อทวด ตั้งแต่อดีตชาติถึงปัจจุบันชาติ อันที่จริงจะว่ากันแล้วด้วยพระบารมีองค์พระโพธิสัตว์ หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด บวกกับวัตรปฏิบัติของพระอาจารย์ทิม งดงามยิ่งนัก เป็นพลังรวมพลังอันมหาศาลที่ใสสะอาดประดุจแก้วใสสารพัดนึก

เพราะการสร้างเมื่อครั้งอดีตเป็นการสร้างที่มีเจตนาบริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีเจตนาในเรื่องการซื้อขายแต่อย่างใด ฉะนั้นพระเครื่องเมื่อครั้งในอดีตจะคงความเข้มขลัง ใสสะอาดบริสุทธิ์ จึงเปี่ยมล้นไปด้วยพลังพุทธคุณครับ ไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมพระเครื่องหลวงพ่อทวด ว่านรุ่นแรก วัดช้างให้ จึงเป็นพระเครื่องที่ “อมตะ” ไม่มีวันดับหายไปจากความศรัทธาของเหล่านักพระเครื่องและประชาชนโดยทั่วไป

รูปปั้นหลวงพ่อทวด ขนาดเท่าตัวจริงที่วิหารวัดช้างให้ ปัตตานี

พระเครื่องหลวงพ่อทวดว่าน 2497 นั้น ว่านที่นำมาเป็นส่วนผสมมีทั้งหมด 200 กว่าชนิด คำว่า 108 มิใช่ว่าน 108 ชนิด แต่เป็นเรื่องพุทธคุณที่มีถึง 108 คำว่า 108 ก็คือ “ได้ทุกสิ่งอะไรก็ได้ศักดิ์สิทธิ์” คำว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นคำพูดที่ครอบจักรวาลนั่นเอง คนเขามักจะนิยมเอามาพูดกัน

อาจารย์แย้ม พุฒยอด หรือที่ท่านอาจารย์ทิม จะเรียกว่า เจ้าแย้ม เป็นศิษย์เอก ของพระอาจารย์ทิม พื้นเพเดิม อ.แย้ม อยู่เยื้องๆ วัดช้างไห้ มีบ้านและสวนยางอยู่ในละแวกนั้น ซึ่งจัดได้ว่า อ.แย้ม เป็นผู้มีฐานะคนหนึ่ง อีกทั้งยังได้รับการถ่ายทอด วิชาอาคมจากพระอาจารย์ทิมในเรื่องของการสักยันต์นั่นเอง

ท่านอาจารย์แย้มได้เล่าให้ กู้ หาดใหญ่ ฟังว่าท่านอาจารย์ทิมท่านเป็นพระอาจารย์ที่น่ารักมาก มีจิตเมตตาต่อชาวบ้าน ไม่ว่าพระอาจารย์ทิมจะขอความช่วยเหลืออะไรชาวบ้านจะยื่นมือเข้ามาช่วยทันทีเหมือนอย่างกับการที่พระอาจารย์ทิมได้ดำริว่าจะสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดว่าน 108 ชาวบ้านที่ทราบต่างก็เสาะหาว่านมาให้พระอาจารย์ทิมทันที

และจากคำบอกเล่าของท่านอาจารย์แย้ม พุฒยอด พบว่าเรื่องการจัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดว่านรุ่นแรกนั้น เกิดจาก อนันต์ คณานุรักษ์ ท่านนิมิตถึงหลวงปู่ทวดให้มีการจัดสร้างพระเครื่องขึ้น ซึ่งพระอาจารย์ทิมท่านให้อนันต์เป็นผู้ดำเนินการจัดทำบล็อกทั้งหมด

อ.แย้ม เล่าต่อไปว่า อนันต์ได้จัดทำบล็อกขึ้นเกือบ 100 บล็อก ใช้คนช่วยกันกดพิมพ์พระเกือบร้อยคน มีทั้งเณร และพระสงฆ์ ฆราวาสนุ่งขาวห่มขาว รวมทั้ง อ.แย้ม ร่วมกันกดพิมพ์พระด้วยการกดพิมพ์พระไม่ได้พิถีพิถันแต่อย่างใด บางท่านก็ใช้ก้านธูป บางท่านก็ใช้เคาะออกจากเบ้า และบางท่านก็ใช้ไม้ไผ่เหลาให้แบนๆ เพื่อจะได้สะดวกในการงัดเอาพระเครื่องออกจากบล็อก จุดนี้นี่เองจึงไม่เป็นข้อยุติว่า ใต้ฐานพระรูจะกลม หรือจะแบน หรือไม่มีรูก็เกิดจากการกดเบ้าแล้วเคาะออก พระจะหลุดออกจากเบ้าหากเนื้อที่กดนั้นไม่เหนียวจนเกินไป

กู้ หวดใหญ่ ยังเล่าเอาไว้อีกด้วยว่า จากคำบอกเล่าจากชาวบ้านที่ไปเสาะหาว่านมาถวายพระอาจารย์ทิม ว่าตนเองได้หาว่านหลังจากเสร็จจากกรีดยาง (เช้า) ก็ได้ไปหาว่านโดยการนำว่านใส่กระสอบปุ๋ยจนเต็มกระสอบจึงกลับ ขากลับตะวันใกล้จะตกดินมีความรู้สึกว่าได้เหยียบอะไรบางอย่างรู้สึกว่านิ่มๆ ลื่นๆ พอมองดูตกใจมาก “งู” เต็มไปหมด เหยียบงู แต่แปลกงูไม่ทำร้ายกลับเลื้อยหนีไป นั่นเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของว่านที่ได้แบกอยู่

จึงนำความนี้ไปเล่าให้พระอาจารย์ทิมฟัง พระอาจารย์จึงได้บอกญาติโยมว่านี่แหละคือสาเหตุที่บอกญาติโยมให้เสาะหาว่านมาเพื่อที่จะนำไปสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด ความศักดิ์สิทธิ์ของว่านมีอยู่แล้ว บวกกับบารมีหลวงปู่ทวดแล้วด้วยพุทธคุณ สูงสุด

   (ติดตามต่อตอนต่อไป)

“คลองเตยดีดี” พัฒนาพื้นที่ เชื่อมโยงผู้คนผ่านการออกแบบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 11, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/409479?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

“คลองเตยดีดี” พัฒนาพื้นที่ เชื่อมโยงผู้คนผ่านการออกแบบ

10 มกราคม 2563 – 06:00 น.
ซาราห์ เอ็ม ไวท์ทิ่ง,นวลพรรณ ล่ำซำ,คลองเตย,คลองเตยดีดี,บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด,ซีอีโอเมืองไทยประกันภัย,สิ้่งแวดล้อม
เปิดอ่าน 96 ครั้ง

” เมืองไทยประกันภัย”จัดโครงการน “คลองเตยดีดี”เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้ยั่งยืน

ชุมชนคลองเตยซึ่งเป็นชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขณะนี้มีหนึ่งในโครงการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด “คลองเตยดีดี” โดยเป็นการผนึกกำลังของ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กับสถาบันการออกแบบระดับโลก Harvard Graduate School of Design

เพื่อวิจัยเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างเชิงธุรกิจ ระบบนิเวศ ภูมิทัศน์ พื้นที่สาธารณะ รวมถึงการพัฒนาแหล่งเสื่อมโทรมภายในชุมชนคลองเตย โดยใช้ศิลปะและกีฬาเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงผู้คนแบบที่ชวนให้อยากขยับเข้าไปใช้พื้นที่

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวคลองเตยดีดี ณ โกดังสเตเดียม อดีตโกดังสินค้าคลองเตยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 50 กว่าปี ไม่เพียงรวบรวมของอร่อย ของดีในคลองเตย และร้านอาหารเจ้าประจำที่จำหน่ายให้แก่แฟนบอลสโมสรการท่าเรือ เอฟ ซี โดยจำลองเอาบรรยากาศสนามแข่งมาไว้ที่นี่เท่านั้น แต่มีนิทรรศการภาพถ่ายเล่าเรื่องราวดีๆ ในคลองเตยที่ชวนศิลปินช่างภาพมาสร้างสรรค์งานภาพถ่าย ได้แก่ อาทิตยา จีนโน,  วัชระกร มะลิทอง, อำพล ทองเมืองหลวง, กีรติ รัตนวราห และ นริสรา วิชิต โดยศิลปะภาพถ่ายทุกชิ้นได้แรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ชุมชน อัธยาศัยไมตรีของคนคลองเตย รวมถึงเด็กและเยาวชนที่เป็นพลังสำคัญพัฒนาพื้นที่แห่งนี้

เด็กคลองเตยที่มีใจรักดนตรีคลาสสิกรวมกลุ่มกันบรรเลงเพลง

อีกโซนที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน นิทรรศการ “คลองเตยในฝัน” สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่คลองเตยทั้งภาพรวมประชากร ข้อมูลชุมชน หลายคนไม่รู้ว่าคลองเตยมีพื้นที่รวม 13 ตร.กม. แต่มีพื้นที่ชุมชนเพียง 1.5 ตร.กม. มี 41 ชุมชนที่ลงทะเบียน และ 8 ชุมชนไม่ได้ลงทะเบียน ตั้งอยู่ใน 3 แขวง ที่น่าสนใจ 94 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร เป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และนิทรรศการเชิงซีเอสอาร์ “เมืองไทยไร้ขยะ” โชว์วิธีลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืนด้วยหลัก 3 R คือ Reduce Reused และ Recycle เข้ากับสถานการณ์ขยะคลองเตยที่ติดอับดับต้นๆ ภายในงานยังมีวงออร์เคสตรา “IMMANUEL ORCHESTRA” ซึ่งเป็นเด็กคลองเตยที่มีใจรักดนตรีคลาสสิกมารวมกลุ่มกันบรรเลงดนตรีทั้งไทยและสากลขับกล่อมผู้ร่วมงานภายในโกดังสเตเดียมอย่างไพเราะ

  นวลพรรณ ล่ำซำ 

  นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี บอกเล่าถึงแนวคิดโครงการ “คลองเตยดีดี” ว่าเกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่คลองเตย มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ตัวเองและเมืองไทยประกันภัยได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลัก และเป็นผู้ดูแลสโมสการท่าเรือ เอฟซี ที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนคลองเตย เสมือนเป็นศูนย์รวมหนึ่งของคนในพื้นที่ชุมชนคลองเตย และใกล้เคียง ทำให้ตัวเองและทีมงานเมืองไทยประกันภัยได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคนในชุมชนคลองเตย ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมด้านการกีฬา การได้ลงมือทำงานจริงในพื้นที่ ทำให้ได้เห็นภาพชุมชนคลองเตยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ด้านกายภาพ และสังคม

  นวลพรรณ กล่าวว่า ด้านกายภาพพบปัญหาขยะ รองลงมาแสงสว่างในชุมชน และไฟไหม้ เรื่องขยะเป็นปัญหาหลักของชุมชนคลองเตยต้องร่วมมือร่วมใจกัน สนใจแนวทางจัดตั้งธนาคารขยะ และการรีไซเคิลขยะนำกลับมาสร้างผลิตภณฑ์ใหม่ อีกส่วนเป็นขยะพลังงานซึ่งจะตอบโจทย์เรื่องแสงสว่างด้วย ขณะที่ไฟไหม้อยากแก้ที่ต้นเหตุให้ความรู้ดูแลระบบไฟ รวมถึงควบคุมเพลิงไม่ให้แพร่กระจายเมื่อเกิดเหตุ ส่วนปัญหาด้านสังคม มีตั้งแต่ความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ความรุนแรงในเด็กและสตรี และยาเสพติด จะเริ่มงานแก้ปัญหาท้องไม่พร้อมหรือแม่วัยใสในพื้นที่ก่อน ป้องกันไม่ให้ท้องซ้ำและออกนอกระบบการศึกษา ต้องใช้พลังคนคลองเตยทั้งชายและหญิงร่วมสร้างสังคมแห่งความสุข

  “ภาพที่ทุกคนมองเข้ามา ชุมชนคลองเตยในความรู้สึกอาจเป็นแบบหนึ่ง แต่ในฐานะของคนที่ได้สัมผัสกับชุมชนจริงๆ ทำให้รับรู้ว่า ชุมชนคลองเตยมีเรื่องราวดีๆ มากมาย อยากร่วมเป็นส่วนส่งเสริมและสนับสนุนให้สิ่งดีๆ นั้น ยังคงอยู่ในชุมชนได้อย่างยั่งยืน วันนี้จับมือกับสถาบันการออกแบบระดับโลกอายุกว่า 370 ปี ที่มีประสบการณ์พัฒนาเมืองมามากมาย เช่น กัวลาลัมเปอร์ จาการ์ตา มะนิลา จีน ครั้งนี้จุดพลุเลือกชุมชนคลองเตย ก่อนจะเข้ามาสำรวจและวิจัยความต้องการชุมชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตเพื่อความเท่าเทียมและความมั่นคง” นวลพรรณ กล่าว

    ซีอีโอเมืองไทยประกันภัย กล่าวด้วยว่า คลองเตยดีดี จึงเป็นการรวมพลังภูมิปัญญาในแบบตะวันออกพบตะวันตก หรือ East Meets West โดยใช้ความรู้และนวัตกรรมของ Harvard Graduate School of Design ผสมผสานกับความรู้และประสบการณ์ในพื้นที่ของคนคลองเตย รวมถึงความตั้งใจจริงของเมืองไทยประกันภัย เพื่อวางแผนพัฒนาชุมชนคลองเตย

ซาราห์ เอ็ม ไวท์ทิ่ง

ด้าน ซาราห์ เอ็ม ไวท์ทิ่ง คณบดีสถาบัน Harvard Graduate School of Design ที่เดินทางมาพร้อมคณาจารย์สาขาการวางแผนเมือง ออกแบบเมือง และสถาปัตยกรรม เพื่อร่วมงานเปิดตัวโครงการ “คลองเตยดีดี” เผยว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โดย Harvard GSD จะส่งคณาจารย์และนักศึกษามาจัดตั้งสตูดิโอออกแบบในกรุงเทพมหานคร หัวข้อในการวิจัยมีตั้งแต่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างเชิงธุรกิจ โครงสร้างเชิงระบบนิเวศ ภูมิทัศน์ รวมถึงพื้นที่สาธารณะรูปแบบอื่นๆ ในเขตคลองเตย

 “สถาบัน Harvard GSD มุ่งเน้นบูรณาการด้านผังเมือง สถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตย์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งแก้ปัญหาสังคมโลก คลองเตยมีปัญหาทางกายภาพ และปัญหาสังคม ซึ่งการออกแบบบ้านเรือนและโครงสร้างช่วยพัฒนาพื้นที่คลองเตยให้ดีขึ้นได้ เหตุที่เลือกพื้นที่คลองเตย เพราะในพื้นที่มีโครงการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องจากเมืองไทยประกันภัยและมูลนิธิต่างๆ ทั้งด้านดนตรี กีฬา และศิลปะ มองเห็นความเชื่อมโยงที่จะลงมือวิจัย จากการลงพื้นที่เบื้องต้นพบว่า ชุมชนคลองเตยขาดพื้นที่สาธารณะ โปรเจกท์นี้จะร่วมพัฒนาสร้างหน้าใหม่ของคลองเตย” ซาราห์ กล่าว

เปิดตำนานพระเศรษฐีนวโกฏิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 11, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/408691?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

เปิดตำนานพระเศรษฐีนวโกฏิ

6 มกราคม 2563 – 16:05 น.
พระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิ,เปิดตำนานพระเศรษฐีนวโกฏิ
เปิดอ่าน 1,090 ครั้ง

เปิดตำนานพระเศรษฐีนวโกฏิ คอลัมน์…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

ตามตำนานของชาวล้านนาบันทึกไว้ว่า ในสมัยโบราณสมัยหนึ่งเกิดทุกข์เข็ญ ทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ประชาชนเดือดร้อน บังเกิดความอดอยากขึ้น จึงมีพระภิกษุผู้เป็นอริยะรูปหนึ่งแนะนำให้สร้างพระเศรษฐีนวโกฏิขึ้น เพื่อสักการบูชาแก้เคล็ดในความทุกข์ยากทั้งหลาย และเมื่อสร้างและฉลองสำเร็จ ก็ปรากฏมีเหตุการณ์อัศจรรย์คือ ความทุกข์ยากอดอยากทั้งหลายได้บรรเทาลงและสงบระงับในที่สุด จึงเป็นคติที่เชื่อถือของชาวล้านนาว่าถ้าผู้ใดได้บูชาพระเศรษฐีนวโกฏิแล้ว จะมีสิริมงคล ทำมาค้าขึ้น ประสบแต่โชคลาภ อยู่เย็นเป็นสุข ด้วยอานิสงส์แห่งบารมีธรรมของเศรษฐีทั้ง 9 ท่าน

ตามคติความเชื่อที่ว่า พระเศรษฐีนวโกฏิ เป็นที่สุดแห่งพุทธคุณด้านมหาเศรษฐี ร่ำรวยมั่งมีทรัพย์ ถ้าผู้ใดได้กราบบูชาพระเศรษฐีนวโกฏิแล้ว จักเป็นผู้มีอำนาจบารมี ยังผลให้เป็นผู้ที่เจริญในโภคทรัพย์ เงินทอง การงานต่างๆ สิ่งที่พึงปรารถนาพึงสำเร็จก้าวหน้ามั่นคง และมั่งมีตลอดกาล

จนในที่สุดเจริญขึ้นเป็นมหาเศรษฐีทรัพย์สมบัติมากมาย ประสบแต่โชคลาภ ปกปักรักษาให้บ้านเรือนร่มเย็นเป็นสุข และเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ทุกภพ ทุกชาติไป คาถาบูชาพระมหาเศรษฐีนวโกฏิ

 พระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิ ของ อ.เทพ สาริกบุตร           พระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิ หลวงพ่อคูณเสกรุ่นแรก วัดแจ้งนอก
ในขณะที่อีกตำราหนึ่งบันทึกเอาไว้ว่า ตำราการสร้างพระกริ่งเศรษฐีนวโกฏินั้น มาจากที่ใดไม่ปรากฏ แต่สันนิษฐานกันว่าเป็นพระที่พระเถราจารย์ชาวรามัญโบราณสร้างไว้ โดยสมัยก่อนอาจใช้ไม้มาแกะเป็นพระเก้าหน้าแทนการหล่อด้วยโลหะ เพราะในวงการเคยพบพระไม้แกะเป็นรูปพระเก้าหน้า หรือพระนวโกฏอมาจากเมืองมอญ ไม้ที่ใช้แกะพระนวโกฏินั้นมีด้วยกันหลายชนิด ที่นิยม เช่น ไม้ขนุน ไม้จิก หรือไม้เนื้อแข็งอย่างสักและประดู่แดง พระเศรษฐีนวโกฏิตามตำรามอญนั้นเคยได้ยินคนแก่ชาวมอญปทุมเขาเล่าให้ฟังว่า ที่ใต้ฐานพระจะเจาะให้เป็นรูเพื่ออุดของมงคลจำพวกตะกรุดทองคำ พระบรมสารีริกธาตุ หรือพระธาตุ พระสิวลี แทนก็ได้ และจะอุดรูด้วยชันโรง หรือผงวิเศษของพระอาจารย์เจ้าผู้สร้าง

นอกจากนี้มีบันทึกเอาไว้ด้วยว่า พระเถราจารย์ชาวมอญ ยังมีตำราการสร้างพระเครื่องชั้นยอดอีกอย่างที่เรียกว่า พระอาหาร กล่าวคือ ในขณะกระทำภัตรกิจ หากอาหารคำใดที่ฉันเข้าไปแล้วมีรสชาติหวานอร่อยลิ้น พระเถราจารย์ผู้เคร่งครัด ในพระธรรมวินัยชาวรามัญจะคายข้าวคำอร่อยคำนั้นใส่มือทันที และจะนำข้าวคำอร่อยมาตากแดดให้แห้งเก็บสะสมไว้ เมื่อได้จำนวนมากขึ้นแล้วก็จะนำมาตำบดให้ละเอียดเพื่อผสมเป็นมวลสารสร้างพระต่อไป

พระที่สร้างได้นี้เขาเรียกว่า พระอาหาร มีคุณวิเศษคือเมื่อสร้างเป็นองค์พระแล้ว ปลุกเสกด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณแล้ว จะมีคุณด้านโภคทรัพย์ ไม่อดอยาก ในเรื่องอาหารการกินเลย ไม่อดอยากในเรื่องทรัพย์สินเงินทองเลย ว่ากันว่าหลวงพ่ออุตตมะท่านก็เคยสร้างพระอาหารไว้เหมือนกัน รู้สึกจะสร้างไว้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ซึ่งต่อมาเมื่อคติการสร้างพระกริ่งในเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชแพแห่งวัดสุทัศน์ได้แพร่หลายไปสู่วัดต่างๆ การสร้างพระกริ่ง

ในช่วงหลังจึงพยายามกระทำพิธีกรรมตามแบบสมเด็จพระสังฆราชแพทั้งสิ้นคือมีการจารอักขระ แผ่นยันต์ต่างๆ สุมหุ่นและพิธีเททองหล่อพระ การสร้างพระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิก็เช่นกัน พระอาจารย์ผู้สร้างได้ดัดแปลงเอาส่วนดีของการสร้างพระกริ่งมาใช้ในการสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิ เพียงแต่แผ่นยันต์ในการสร้างพระเศรษฐีนวโกฏินั้นจำต้องใช้พระยันต์เฉพาะในด้านโภคทรัยพ์มาเสริมเพิ่มเติมให้ขลังขึ้นเท่านั้น

“ชื่อได้เวลาดี” นี่คือเหตุผลการสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิของวัดต่างๆ การจัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆ ทั้งที่วัดและพระสงฆ์จัดสร้างขึ้นเอง รวมทั้งองค์กรการกุศลต่างๆ ล้วนเป็นพุทธพาณิชย์ทั้งสิ้น เมื่อเป็นพุทธพาณิชย์การเลือกสร้างวัตุมงคลประเภทใดประเภทหนึ่ง ต้องดูกระแสตอบรับ และความต้องการของตลาด

มิเช่นนั้นผู้สร้างมีโอกาสขาดทุนสูง ในกรณีของการจัดสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิ ถือว่าเป็นพระที่มีมงคลนามสุดยอดแห่งความรวยทุกๆ ด้าน พระเศรษฐีนวโกฏิ เป็นรูปเคารพแทนมหาเศรษฐีทั้ง ๙ ซึ่งทั้งหมดเป็นมหาเศรษฐีในสมัยพุทธกาล

พระเศรษฐีนวโกฏิ ท่านเหล่านี้เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์อเนกอนันต์ให้แก่พระพุทธศาสนา มีความมั่งคั่งในโภคทรัพย์อยู่ในระดับเดียวกับกษัตริย์ ทั้งยังเป็นสัมมาทิฐิ และยังเป็นพุทธอุปฐากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงยกย่องว่าท่านเหล่านี้เป็นผู้เลิศในการทำทานและเป็นยอดของมหาเศรษฐีทั้งปวง มหาเศรษฐีทั้ง ๙ ท่านนี้ ล้วนสำเร็จเป็นพระอริยบุคคล ทั้งที่ดำรงเพศฆราวาสตามตำนานของชาวล้านนา

สัณฐานของพระเศรษฐีนวโกฏิ มี ๙ พระพักตร์เรียงกัน หรือบางแห่งทำให้ซ้อนกันขึ้นไปด้านบน ปางนั่งขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวพระหัตถ์พนมมือ ระดับนิ้วพระหัตถ์กลางจะตรงต้นพระศอ (ปลายนิ้วกลางอยู่ตรงพระหนุพอดี)

พระเศรษฐีนวโกฏิ พระพักตร์ทั้ง ๙ แทนเศรษฐีต่างๆ ดังนี้
๑.ท่านธนันชัยเศรษฐี
๒.ท่านยัสสะเศรษฐี
๓.ท่านสุมานะเศรษฐี
๔.ท่านชะฏิกัสสะเศรษฐี
๕.ท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี
๖.ท่านเมนฑะกัสสะเศรษฐี
๗.ท่านโชติกะเศรษฐี
๘.ท่านสุมังคะกัสสะเศรษฐี
๙.ท่านวิสาขามหาอุบาสิกา

ปีใหม่นี้ 2563 นี้ ขอกระซิบเบาๆ ว่า ถ้าต้องการร่ำรวยมั่งคั่งมั่งมี ไปหาที่สุดแห่งพระเครื่องกริ่งบูชาที่ผ่านพิธีพุทธาภิเษกสุดเข้มขลังเปี่ยมด้วยพุทธคุณด้านมหาเศรษฐี ร่ำรวยมั่งมีทรัพย์จากวัดไหนรุ่นไหนก็ได้ที่เราเชื่อมั่นศรัทธา รับรองว่าผู้ใดได้กราบบูชาจักเป็นผู้มีอำนาจบารมี เจริญในโภคทรัพย์ เงินทอง การงานต่างๆ สิ่งที่พึงปรารถนาพึงสำเร็จก้าวหน้ามั่นคง และมั่งมีตลอดกาล

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 11, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/408665?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

6 มกราคม 2563 – 14:45 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง,พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๐๘
เปิดอ่าน 1,654 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ  โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

***  สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๓  คมเลนส์ส่องพระ  ฉบับนี้เป็นฉบับแรกของปีนี้  ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาครบอีก ๑ ปี  ช่วงปีที่ผ่านมา มีเสียงกล่าวกันว่า เศรษฐกิจไม่ดี วงการพระเครื่องก็ได้รับผลกระทบระเทือนไปด้วย ราคาพระที่ซื้อขายกันตกลงไปเป็นเท่าตัว  ที่พอจะขายได้บ้าง คือ พระสวยงาม หายาก  หรือไม่ก็เป็นพระใหม่ที่มีราคาไม่สูงนัก  แต่ที่ได้รับความสนใจกันมากขึ้น คือ ธุรกิจการพิจารณา “พระแท้”  หรือการ “เซอร์พระ” ซึ่งมีหลายแห่งที่มีผู้ใช้บริการอย่างเนืองแน่น จนเป็นที่น่ายินดีว่า วงการพระเครื่องสมัยใหม่ นักสะสมพระเครื่อง จะได้รับ “ความจริง” ว่า “พระแท้” เป็นแบบไหน “พระปลอม” เป็นอย่างไร  นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการพระเครื่องเมืองไทย ที่ได้เปิดหูเปิดตาให้นักสะสมพระเครื่องได้รู้ความจริงกันมากขึ้น

**  เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๓ พระองค์แรกวันนี้ขอประเดิมด้วย   พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๐๘  เป็นพระยุคแรกๆ ที่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.๙)  ทรงสร้างขึ้นด้วยพระองค์เอง ช่วงปี ๒๕๐๘-๒๕๑๓ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ด้วยมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย  องค์นี้เป็นพระที่กดได้เต็มพิมพ์ ปรากฏรายละเอียดต่างๆ บนองค์พระอย่างชัดเจน   (ขอขอบพระคุณ ภาพและข้อมูลจากหนังสือ “พระเครื่องพระศรีวสุนธรา” รางวัลงานประกวดพระเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ จัดทำโดย นิตยสาร “พระท่าพระจันทร์”)

**  พระอู่ทองท้องช้าง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี เนื้อชินเงิน ฉาบด้วยปรอทขาวทั่วทั้งองค์  ศิลปะแบบอู่ทองเขมร หรือที่บางท่านเรียกว่า “อู่ทองสุวรรณภูมิ”  เป็นพระยุคเดียวกับ  “พระหูยาน ลพบุรี”  มี ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ องค์พระอยู่บนฐานบัว,  พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก  ๒  พิมพ์นี้ไม่มีฐานบัวรองรับ  มีทั้งหลังลายผ้าและหลังตัน  องค์ที่นำมาให้ชมนี้เป็น  พิมพ์กลาง หลังลายผ้า  ของ  นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง  ผู้ชำนาญโรคหัวใจ ศูนย์ศรีพัฒน์ ม.เชียงใหม่

**  เหรียญทรงผนวช  ในหลวงรัชกาลที่ ๙ รุ่นแรก ปี ๒๕๐๘ เนื้ออัลปาก้า พิมพ์เจดีย์ ๓ ชั้น ที่ระลึกในการเสด็จสมโภชพระเจดีย์ทอง วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๘ ผลิตโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์  วัดบวรนิเวศวิหารได้เก็บรักษาเหรียญรุ่นนี้ไว้แต่ดั้งเดิม โดยมีจุดสังเกต คือ ด้านหลังจะเป็นบล็อกเจดีย์ ๓ ชั้น ส่วนด้านหน้าใต้พระชานุ (เข่า) ขวาของในหลวง เหนือตัวอักษรคำว่า “ภูมิพลอดุลยเดช ปร.ภูมิพโล” มีเส้นแตกเล็กๆ คล้ายวงเดือน  ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ วัดบวรนิเวศวิหารได้นำเหรียญรุ่นแรกบล็อกนี้ออกให้ประชาชนเช่าบูชาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับชุดทองคำ ปี ๒๕๕๑ จำนวน ๒๕๐ ชุด โดยมีผู้บูชาหมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บูชา  สำหรับ  เหรียญทรงผนวช ปี ๒๕๐๘  เหรียญนี้เคยได้รับรางวัลที่ ๑ งานประกวดพระเครื่องที่สมาคมผู้นิยมพระเครื่องให้การสนับสนุน ปี ๒๕๖๐ ที่ จ.เชียงราย  เป็นเหรียญของ  กชเมษ กิตยาภรณ์สกุล  นักสะสมเหรียญสวยแชมป์

**  เหรียญหล่อจอบเล็กหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง จ.พิจิตร  สร้างโดยช่างคนเดียวกับที่สร้าง  เหรียญจอบใหญ่จอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน  โดยดูจากลักษณะของเหรียญและเนื้อโลหะที่เหมือนกัน  รวมทั้งเชื่อว่า  หลวงพ่อเงิน  ปลุกเสกให้ด้วย จึงเป็นที่นิยมของนักสะสมพระสายนี้ ที่สำคัญ คือ หายากพอๆ กับ เหรียญจอบหลวงพ่อเงิน แต่ค่านิยมยังน้อยกว่า  เหรียญนี้สภาพสวยแชมป์ แท้ดูง่าย เป็นเหรียญของ  เกล้า วังวิเศษ  ผู้มั่นใจว่า ใช้แทนพระหลวงพ่อเงินได้อย่างสนิทใจ

**  พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ  รุ่นแรก สร้างปี ๒๔๙๓ จำนวนสร้าง ๘๔,๐๐๐ องค์ มี ๑๐ แม่พิมพ์ มีทั้งเคลือบเชลแล็กและไม่ได้เคลือบเชลแล็ก  องค์นี้เป็นพิมพ์ที่ ๕ ถือว่าเป็นพิมพ์สวยที่สุด เคลือบเชลแล็ก  สวยสมบูรณ์สภาพเดิมๆ  ติดที่ ๑ งานใหญ่มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะงานยักษ์ในอดีต จัดโดย ธนาคารศรีนคร  และงานยักษ์ที่คิงเพาเวอร์  เป็นพระหลักล้านต้น ของ   ไก่ ปอร์เช่  ผู้บริหารสถาบันการเงินชื่อดัง และผู้ชำนาญพระสายนี้

**  ภมร ภคอัครเลิศกุล (ตือ ประตูน้ำ)  นักสะสมพระเครื่องรุ่นใหญ่ ได้พระเครื่องมาแต่ละองค์ล้วนหายากสุดๆ  วันนี้มีให้ชมอีกองค์ คือ  พระปิดตาไม้แกะ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว  จำนวนสร้างไม่เกิน ๕๐ องค์ องค์นี้ใต้ฐานบรรจุผงพุทธคุณ เส้นเกศา และยาจินดามณี  (บางองค์ไม่มี)  อุดใต้ฐานด้วยชันโรง หน้าตักกว้าง ๑.๕ นิ้ว สูง ๒ นิ้ว ผู้สร้างได้นำไปให้ หลวงปู่ใหญ่ และหลวงปู่สี วัดสะแก อยุธยา ปลุกเสก  ก่อนนำมาถวายหลวงปู่เพิ่ม ปลุกเสกอีก ๑ พรรษา หลวงปู่เพิ่มได้ลงจารด้วยดินสอรอบองค์พระ นับเป็นพระปิดตารุ่นสำคัญรุ่นหนึ่งของ หลวงปู่เพิ่ม ที่หายากสุดๆ  องค์นี้  ตือ ประตูน้ำ  ได้มาหลายปีแล้ว  ราคา ๙ หมื่นบาท หากคนขายรู้ว่าภายในองค์พระบรรจุของสำคัญ  คงต้องจ่ายเป็นเงินแสนแน่นอน

**  เปิดตัวเป็นครั้งแรกใน  คมเลนส์ส่องพระ  เมื่อปลายปีที่ผ่านมา  ป๊อบ คลองตัน (วรากร ส้มเตี้ย)  ผู้ชำนาญพระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค และพระยอดนิยมทั่วไป ส่งภาพมาให้ชมวันนี้ด้วย  รูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ใต้ฐานโค้ดรูประฆัง ปี ๒๕๑๒ เนื้อทองเหลือง สร้างประมาณ ๑,๐๐๐ องค์  องค์นี้มีผู้ขอซื้อ  ๖.๕ แสนบาท เจ้าตัวยังไม่ขาย

**   เหรียญหล่อท้าวเวสสุวรรณ รุ่นแรก พ่อท่านผอม ถาวโร  “พระไม่ทุกข์”  วัดไทรขาม  จ.นครศรีธรรมราช  ปี ๒๕๖๒  ได้รับความศรัทธาสนใจจากศิษยานุศิษย์อย่างมาก  สร้างด้วย เนื้อทองคำ ๒๙ เหรียญ, เนื้อเงิน ๓๙๙ เหรียญ, เนื้อนวโลหะ ๓๙๙ เหรียญ และเนื้อชนวน ๒,๙๙๙ เหรียญ  ปลุกเสก ๒ วาระ คือ ๑๒ ตุลาคม และ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ (จันทร์ซ้อนจันทร์)  มีผู้ร่วมทำบุญบูชาหมดในไม่กี่วัน  ชั่วโมงนี้ราคาขยับขึ้นกว่า  ๒  เท่า นับเป็นเหรียญดังสุดยอดแห่งปี ๖๒ เหรียญหนึ่งที่มีผู้สนใจอย่างกว้างขวาง

**  ปฏิทินปีใหม่ ๒๕๖๓  ของ  ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์  ปีนี้เป็นภาพพระปิดตา  ท่านได้จัดทำปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ เป็นประจำทุกปี  เพื่อแจกเป็น ส.ค.ส.แก่ผู้ที่เคารพนับถือ  รวมทั้งผู้ที่เคยทำงานร่วมกับท่านที่ ธนาคารศรีนคร  และบางคนในวงการพระเครื่อง   พระเครื่องทุกองค์ในปฏิทินชุดนี้ทุกปีที่ผ่านมา  ล้วนเป็นพระเครื่องของท่าน ที่ได้สะสมมานานปี   ขอกราบขอบพระคุณ  ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์  เป็นอย่างสูง ที่ได้มอบปฏิทินชุดนี้แก่คอลัมน์นี้  ซึ่งบางครั้งก็ได้นำภาพในปฏิทินมาลงเผยแพร่ในคอลัมน์นี้เป็นประจำ

**  วางตลาดแล้ว  นิตยสาร  พระท่าพระจันทร์  ฉบับใหม่ปก พระปรกใบมะขาม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) วัดอนงคาราม  พร้อมประวัติและภาพวัตถุมงคลครบถ้วน

**  พบกับ  คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขสวัสดี ตลอดปี ๒๕๖๓ และตลอดไป   ปรารถนาสิ่งใดขอให้สำเร็จสมหวังทุกประการ…ขอให้โชคดี มีพระแท้ เป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน ***

จรัส Light Fest เจิดจ้าหน้าหอศิลปฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 6, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/408221?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

จรัส Light Fest เจิดจ้าหน้าหอศิลปฯ

3 มกราคม 2563 – 13:45 น.
คมชัดลีก,แสงของทุ่งดอกไม้,ใจกลางเมือง,จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่,ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที,Light Fest,เทศกาลศิลปะแสงกลางแจ้ง,ดรบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์
เปิดอ่าน 156 ครั้ง

ศิลปะกลางแจ้งสุดเก๋ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในผลงาน

    มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้จัดพิธีเปิดโครงการจรัส Light Fest : เทศกาลศิลปะแสงกลางแจ้ง ที่ลานด้านหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ โดยมี ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นประธานในพิธี

H-Lab collective กับผลงาน THE CYCLE

ในโอกาสนี้ ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ผู้อำนวยการโครงการจรัส แสงสร้างสรรค์ และ ลักขณา คุณวิชยานนท์ ที่ปรึกษาโครงการ ได้ร่วมต้อนรับ แถลงรายละเอียดของโครงการ พร้อมนำชมงานศิลปะแสงที่จัดแสดงทั้ง 12 ชิ้นจากศิลปิน 9 ท่าน ได้แก่ กฤช งามสม, นพไชย อังควัฒนะพงษ์, พงษธัช อ่วยกลาง, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์, ขจรศักดิ์ โภคพูล, คมกฤษ เทพเทียน, อภิรัฐ สว่างหล้า, รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์, เอกชญงค์ พรขจรกิจกุล และกลุ่มศิลปินอีก 3 กลุ่ม ได้แก่ H-Lab collective (ภานรินทร์ สื่อจินดาภรณ์, ไตรรัตน์ หอมจันทร์, เรืองฤทธิ์ ฤทธิ์เรืองเดช และ พัสวี เกษมวัฒนชัย) ZIEGHT (มนต์ วัฒนศิริโรจน์, กิตติ แสงสุวรรณ และ ดุจดาว วัฒนปกรณ์) conscious x KIMBAB (วีร์ วีรพร และ ณัฐกิตติ์ กังสดาลเสนานนท์) ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าส่วนหนึ่งจากแผงโซลาร์ที่ติดตั้งในตัวชิ้นงานเองและที่มาจากดาดฟ้าของหอศิลปกรุงเทพฯ

นอกจากศิลปิน ผู้คนในแวดวงศิลปะและพลังงานทางเลือก นักศึกษา บรรดาผู้สื่อข่าว และสาธารณชนผู้สนใจ การจัดงานครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากทางผู้บริหารของ กกพ. และกลุ่มองค์กรภาคีพันธมิตรในเครือข่ายของ กกพ. มาร่วมงานอีกด้วย ได้แก่ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (โครงการไฟจากฟ้า) ทีวีบูรพา (โครงการคนบันดาลไฟ) เทลสกอร์ (The Power of Me) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA Solar Vengers)

คมกฤษ เทพเทียน กับผลงาน “หนอนสายรุ้ง”

กฤช งามสม เจ้าของผลงาน “ใจกลางเมือง”

ภายในงานส่วนหนึ่งของศิลปินได้บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเริ่มจาก กฤช งามสม เจ้าของผลงาน “ใจกลางเมือง” (Red Heart) กล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจจากแสงไฟสีแดงท้ายรถยนต์ในยามคํ่าคืนบริเวณสี่แยกปทุมวัน ที่เปลี่ยนท้องถนนให้กลายเป็นสีแดง และเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่บ่งบอกถึงชีวิตคนเมืองกรุง อีกทั้งยังเป็นสถานการณ์นัยยะของการสิ้นเปลืองพลังงานบนท้องถนนในเมืองไทย กฤชเลือกใช้ไฟท้ายรถยนต์มือสองหลายๆ รุ่น นำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นงานประติมากรรมรูปหัวใจ และติดปีกด้านข้างของหัวใจทำจากแผงโซลาร์เซลล์เป็นตัวส่งพลังงานให้หัวใจดวงนี้มีแสงสว่างและโบยบิน เชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน ที่เป็นเสมือนหัวใจหลักของคนกรุงเทพฯ ที่ใช้พลังงานอันมหาศาลเพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อในการขับเคลื่อนไปทั่วกรุงเทพมหานคร

พงษธัช อ่วยกลาง กับผลงาน ประกาศ ประกาศ ความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ด้าน พงษธัช อ่วยกลาง กล่าวถึงที่มาของผลงาน “ประกาศ ประกาศ ความเข้าใจคลาดเคลื่อน” ว่าเมื่อผมจะพูดถึงอะไรสักอย่าง หรือความคิดอะไรก็ตาม ผมมีความรู้ในสิ่งนั้นๆ แต่เกี่ยวกับแนวความคิดเรื่องพลังงานแสดงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ผมเห็นแต่รูปแบบที่ดูดีในแนวความคิด ซึ่งเห็นภาพความเป็นจริงไม่ได้ แต่เห็นภาพย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาในวัยเด็กที่มีวิชาวิทยาศาสตร์ ผมได้รู้จักเลนส์นูน และก็วิ่งออกไปกลางสนามหญ้า ใช้เลนส์ส่องกระดาษให้แสงแดดผ่านเกิดการรวมแสง ทำให้กระดาษติดไฟ คงเป็นประสบการณ์แรกที่ผมจำได้ และหลังจากที่ผมได้รับแนวความคิดเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ ก็เห็นแต่แม่ตากปลาแห้ง หรือถนอมอาหาร มันก็คงเป็นวิถีของการใช้พลังานแสงอาทิตย์ ตามความเหมาะสมและผมจะพูดอะไรได้ในฐานะนักสร้างสรรค์การประกาศบอกครั้งนี้ มันเลยดูเป็นความคิดที่กลับหัวกลับหางหรือตั้งคำถามในความรู้ที่มีอยู่

รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์ กับ “แสงของทุ่งดอกไม้”

ขณะที่ รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์ เจ้าของผลงาน “แสงของทุ่งดอกไม้” เผยถึงแรงบันดาลในครั้งนี้ว่าเป็นการพยายามนำผู้ชมไปสู่โลกของจินตนาการที่คู่ขนานและสัมพันธ์ไปกับโลกของความเป็นจริงด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนไทย แสงและรูปทรงในผลงานมาจากรูปแบบการตกแต่งแสงไฟในงานเทศกาลของไทย เช่น งานวัด งานแต่งงาน งานบวช เป็นต้น นอกจากนี้ความหมายของการนำเอาวัตถุที่อยู่ในชีวิตของประจำวันของคนไทยมาเป็นส่วนประกอบก็เพื่อที่จะนำเสนอถึงผู้คนในเมืองที่มีความหลากหลายจากแหล่งที่มา นำมาจัดวางเป็นกลุ่มรูปทรงของทุ่งดอกไม้ นอกจากจะเชื่อมโยงไปยังความสัมพันธ์ที่ผูกโยงอยู่กับความเชื่อ ประเพณีของไทยแล้ว ยังสัมพันธ์ไปถึงความเป็นชนบทและเมืองที่ทับซ้อนกันภายในรูปทรงของผลงาน

สำหรับ โครงการ “จรัส Light Fest : เทศกาลศิลปะแสงกลางแจ้ง” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “จรัส : แสงสร้างสรรค์” ที่สนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2562 (กกพ.) โดยมีกำหนดจัดแสดงบริเวณลานด้านหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ และบริเวณทางเชื่อมชั้น 3 ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 นอกจากนิทรรศการนี้แล้ว ภายในโครงการจรัส : แสงสร้างสรรค์ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ห้องจรัส Lab และงานเสวนาจรัส Forum เป็นต้น

ความหลากหลายทางเพศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 6, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/408161?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ความหลากหลายทางเพศ

3 มกราคม 2563 – 01:00 น.
อินเสิร์จ ออฟ อาร์เตอร์ ไทม์,นิทรรศการ,เจดับเบิ้ลยูดี อาร์ต สเปซ,สนทนาสัปตสนธิ 2,ชัชวาล จันทโชติบุตร,วอสอิสวิลล์ บี,ไลก้า แกลเลอรี่,สุนทรียะปฏิวัติ,วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ,อายิโน๊ะ
เปิดอ่าน 423 ครั้ง

“สนทนาสัปตสนธิ 2” นิทรรศการสะท้อนความหลากหลายทางเพศในอาเซียนและใกล้เคียง

** นิทรรศการ “อินเสิร์จ ออฟ อาร์เตอร์ ไทม์” จัดแสดงผลงานศิลปวัตถุสะสม จากกลุ่มนักสะสมที่พำนักในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นตัวแทนของการขยับขยายเคลื่อนย้ายทางวัฒนธรรม จัดแสดงวันนี้-29 กุมภาพันธ์ ที่เจดับเบิ้ลยูดี อาร์ต สเปซ ปทุมวัน (เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “วอส/อิส/วิลล์ บี”

** นิทรรศการ “วอส/อิส/วิลล์ บี” โดย ชัชวาล จันทโชติบุตร เลือกใช้ธรรมชาติเป็นกระจกสะท้อนความจริงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ด้วยความจริงที่ว่า เราทุกคนคือธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงก็เป็นธรรมชาติ จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-10 กุมภาพันธ์ ที่ไลก้า แกลเลอรี่ แบงคอก

นิทรรศการ “สนทนาสัปตสนธิ 2”

** นิทรรศการ “สนทนาสัปตสนธิ 2” จัดแสดงผลงานของศิลปิน 58 คน ที่สะท้อนประเด็นเกี่ยวกับผู้มีความหลากหลายทางเพศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใกล้เคียง จัดแสดงวันนี้-1 มีนาคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (เว้นวันจันทร์)

นิทรรศการ “สุนทรียะปฏิวัติ” 

** นิทรรศการ “สุนทรียะปฏิวัติ” โดย วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ (อายิโน๊ะ) จัดแสดงระหว่างวันที่ 4-30 มกราคมนี้ ที่พีเพิ่ลส์แกลเลอรี่ ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยพิธีเปิดนิทรรศการจะจัดในวันศุกร์ที่ 10 มกราคม เวลา 18.00 น.

%d bloggers like this: