DigitalLife

All posts tagged DigitalLife

“บิ๊กตู่”ลุยเน็ตหมู่บ้านลั่นศูนย์กลางดิจิทัล

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 กันยายน 2560 เวลา 12:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517704

"บิ๊กตู่"ลุยเน็ตหมู่บ้านลั่นศูนย์กลางดิจิทัล

“พล.อ.ประยุทธ์” เร่งเครื่องอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน วางระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ลั่นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนถึงนโยบายของรัฐบาลในการ เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ ขณะนี้กำลังดำเนินโครงสร้าง พื้นฐานดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ประมาณ 7.5 หมื่นแห่ง หรือทุกหมู่บ้าน โดยเร่งดำเนินการอยู่เกือบ 2.5 หมื่นหมู่บ้าน

ขณะเดียวกันโครงการระบบ เคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ระหว่างเอเชีย แอฟริกา ยุโรป ที่จะเพิ่มศักยภาพของวงจรสื่อสารระหว่างประเทศของไทย ลดต้นทุนในการเชื่อมต่อวงจรต่างประเทศลง เพิ่มโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสำหรับทุกๆ คน รวมทั้ง ผู้มีรายได้น้อยด้วยนะครับ เป็นช่องทางที่สำคัญที่สุด

“สำหรับผู้มีรายได้น้อยนะครับ เข้าถึงได้ง่าย เข้าถึงได้เร็ว เราต้องพยายามเรียนรู้นะครับ ที่สำคัญคือจะส่งเสริมให้ไทยนั้นเป็น ‘ศูนย์กลางด้านดิจิทัล’ ของภูมิภาคอาเซียนอีก เพราะเราเป็นแกนกลางของอาเซียนอยู่แล้วทางภูมิศาสตร์” นายกฯ กล่าว

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดใช้งานเน็ตประชารัฐทั่วประเทศ โดยนำร่องเปิดใช้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล จ.สตูล เป็นพื้นที่แรกอย่างเป็นทางการพร้อมส่งมอบเน็ตประชารัฐให้กับหมู่บ้านที่ติดตั้งเสร็จแล้ว 18,018 หมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม เน็ตประชารัฐ มีประชาชนลงทะเบียนใช้แล้ว 8 แสนคน โดยใช้ระบบ Android ถึง 90% คาดว่าจะติดตั้งเสร็จทั้งหมดในสิ้นปีนี้

นายกฯ กล่าวด้วยว่า อยากให้ประชาชนทุกคนเตรียมพร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และปรับเปลี่ยนปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เพื่อใช้เน็ตประชารัฐหาข้อมูลในการทำการค้า การลงทุน และการศึกษา ด้วยระบบออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0

นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวอีกว่า เรื่องการทำเคเบิลใต้น้ำที่มีบางฝ่ายบอกว่าเป็นการรบกวนปะการัง ชี้แจงว่าเป็นการวางสายในพื้นดินใต้น้ำ ไม่ได้ฝังกลบ รื้อย้ายหรือเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ และมีการเลือกทำในพื้นที่รบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด จึงขออย่ามองเพียงแง่เดียว

 

Advertisements

IDC Robocon 2017

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 กันยายน 2560 เวลา 11:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517691

IDC Robocon 2017

โดย มีนา

เด็กไทยก็เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก เมื่อศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่ง 5 นักศึกษาตัวแทนประเทศไทยที่ชนะเลิศจากการแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 10 เข้าร่วมแข่งขันการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ &##8220;IDC Robocon 2017” ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ภายใต้โจทย์ “Silk Road” ร่วมกับเยาวชนตัวแทนจาก 8 ประเทศ รวม 55 คน โดยได้มีการจัดแบ่งกลุ่มเป็นทีมละ 4-5 คน แบบคละสมาชิกต่างประเทศและมหาวิทยาลัย

สำหรับผลการแข่งขัน ปรากฏว่านักศึกษาตัวแทนประเทศไทย ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ฐิติมา สุขจิตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ทีม Skyblue สุทิวัส ญาณชโลทร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีม Blue คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และ วิวัฒน์ ศิลารักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทีม White คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า รู้สึกภูมิใจกับนักศึกษาทุกคนที่มีโอกาสเข้าแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ ทำให้ความสามารถด้านหุ่นยนต์ของเยาวชนไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากการเรียนแล้วจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ด้วย

“แม้ว่าการแข่งขันหุ่นยนต์จะจำกัดด้วยระยะเวลา แต่เยาวชนไทยมีความมุ่งมั่นตั้งใจและพยายามทำงานร่วมกับเพื่อนสมาชิกในทีมที่แตกต่างทางที่ใช้สื่อสาร หากมีการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ เยาวชนต้นกล้าเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนและเติบโตเป็นบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีคุณภาพและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างแน่นอน”

ขณะที่ ฐิติมา สุขจิตร นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กล่าวว่า ตนได้จับสลากอยู่ทีม “Sky Blue” ร่วมกับเพื่อนอีก 4 ชาติ คือ อียิปต์ เม็กซิโก ญี่ปุ่น และจีน โดยตนทำหน้าที่เป็นแมคคานิกส์ คือ ออกแบบหุ่นยนต์ด้านกลไก ซึ่งการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุก ตื่นเต้นและต้องมีการแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา หน้าที่หลักของฐิติมาในการร่วมทีม สกาย บลู คือ คิดกลไกหุ่นยนต์ 2 ตัว โดยฐิติมาจับคู่ทำกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น

“บรรยากาศการแข่งขันคือคณะกรรมการให้โจทย์ในขณะแข่งขันโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พื้นดินกับทะเล ฝั่งพื้นดินเขาให้เรานำหุ่นยนต์ของทีมไปชนกับกล่องที่บรรจุลูกปิงปองแล้วให้ลูกปิงปองไหลสู่หุ่นยนต์ที่รออยู่ด้านล่างของเรา

“หน้าที่ของหนูคือออกแบบกลไก พอได้โจทย์ เราทำหุ่นยนต์สองตัวแบ่งใช้ภาคพื้นดินกับทะเล หุ่นภาคพื้นดินเราใช้เป็นคีพเปอร์มีแขนเพื่อหยิบกล่อง แต่ตอนเก็บปิงปองเอาไปชน เราทำฐานเป็นแผ่นไม้เพื่อรองรับปิงปองไว้ที่ตัวหุ่น ก็เป็นเทคนิคทำให้เราชนะเพราะทีมหนูได้ลูกปิงปองเยอะมาก”

เธอเล่าว่า ตัวหุ่นยนต์พื้นดินมีปัญหาเยอะ เพื่อนชาวจีนกับอียิปต์ทำคีพเปอร์อยู่พื้นดิน เธอทำงานกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นในภาคทะเล

“ของหนูทำง่ายมากๆ แต่เวิร์กมาก เพราะเราทำระบบง่ายๆ ทำเหมือนรอกหุ่นยนต์ พอไปแตะปิงปองปุ๊บ ปิงปองจะลงมาในหุ่นหมดเลย พอเราเก็บปิงปองเสร็จเอาไปใส่ในตำแหน่งที่เราต้องการ โดยเราทำเป็นรอกใช้ระบบขับเคลื่อนรอกด้วยเซอร์โว เป็นตัวขับเคลื่อน 360 องศา หมุนได้ทุกทิศทุกทาง จะได้ความแม่นยำ หุ่นเราเจาะรูไว้ให้พอดีกับลูกปิงปองหนึ่งลูก เวลาเราเคลื่อนรอก แผ่นกระดานจะขึ้นมาด้วย ลูกปิงปองก็จะไหลลงรูตามที่เรากำหนดทำให้การทำงานแม่นยำที่สุด”

สำหรับความประทับใจจากรองแชมป์คนเก่ง ฐิติมา คือการทำงานเป็นทีมเวิร์กสำคัญที่สุด โดยเพื่อนๆ ในทีมต่างรับฟังความคิดเห็นของแต่ละคนเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาหุ่นยนต์ของทีมให้ดีที่สุด

“และอีกข้อ คือได้รับประสบการณ์มาเยอะมาก ซึ่งเราหาไม่ได้ในห้องเรียน เพราะเวลาลงแข่งทุกแมตช์ แน่นอนว่าย่อมต้องมีปัญหามาให้เราแก้ไขทุกครั้ง ซึ่งทุกคนต่างก็ช่วยกันแก้ไขปัญหากันอย่างเต็มที่ ส่วนอุปสรรคที่เจอก็จะเป็นเรื่องภาษา ซึ่งยอมรับว่าแรกๆ จะไม่ค่อยกล้าพูดคุย เพราะตนพูดอังกฤษไม่เก่ง แต่ก็สามารถสื่อสารได้

“พอมาช่วงหลังๆ ที่มีการเบรนสตรอมหรือระดมสมองก็เริ่มกล้าคุยมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ต้องเตรียมไปอีกในการแข่งระดับนานาชาติคือ ความรู้พื้นฐาน เช่น การเขียนโปรแกรม การใช้เครื่องมือช่าง ระบบอิเลกทรอนิกส์ขับเคลื่อน เพราะเวลาทำงานกันเป็นทีมจะเราได้สามารถช่วยเพื่อนในทีมได้เต็มที่”

 

คนซื้อรถค้นข้อมูลผ่านออนไลน์ตรึม

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 กันยายน 2560 เวลา 07:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517657

คนซื้อรถค้นข้อมูลผ่านออนไลน์ตรึม

กูเกิลกางผลสำรวจคนไทย ใช้ช่องทางออนไลน์หาข้อมูลก่อนซื้อรถยนต์ คาดอนาคตลดโชว์รูม

นายภูมิภัต ฉัตรแก้ว ผู้จัดการกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทย ตัดสินใจซื้อรถเปลี่ยนไป จากผลวิจัยหัวข้อการตัดสินใจซื้อรถที่กูเกิลทำร่วมกับ ทีเอ็นเอส พบว่า ผู้บริโภคเลือกที่จะศึกษาและค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ก่อน เมื่อไปถึงโชว์รูมก็จะตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ผู้ที่จะซื้อรถกว่า 74% จะยังไม่มีตัวเลือกที่ชัดเจนก่อนหาข้อมูล แต่เมื่อมีปัจจัยเกื้อหนุนอย่างสถานการณ์ทางการเงินดีขึ้น ครอบครัวขยายใหญ่ขึ้น เปลี่ยนงานหรือได้งานใหม่ แต่งงานและเหตุผลด้านสุขภาพ จะทำให้ผู้บริโภคมองหารถยนต์ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ 96% ของผู้บริโภคจะค้นหาข้อมูลผ่านเสิร์ชเอนจิ้นก่อน จากนั้นจะเป็นการดูพรีวิวผ่านวิดีโอออนไลน์ 88% และอีก 82% จะดูผ่านโซเชียล มีเดีย ดังนั้น ผู้ที่เริ่มมองหาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์จะเลือกดูผ่านวิดีโอออนไลน์เกี่ยวกับรถรุ่นใหม่ที่ไม่เคยคิดจะซื้อมาก่อน 87% อีก 77% ชมวิดีโอออนไลน์เพื่อให้กรอบการพิจารณาแคบลง และอีก 94% จะติดตามอย่างต่อเนื่อง โดย 49% ของผู้ที่รับชมวิดีโอออนไลน์จะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของตัวแทนจำหน่าย 44% จะถามราคาจากนั้นก็อยู่ที่ฝ่ายขายแต่ละแบรนด์

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

นายภูมิภัต กล่าวว่า กูเกิลเชื่อว่า การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าจะช่วยให้ค่ายรถยนต์วิเคราะห์และตัดสินใจในการวางแผนลงสื่อโฆษณาได้ดีขึ้น เลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมแนะ ให้แบรนด์สร้างคอนเทนต์ให้โดนใจ ผู้ชม โดย 47% ควรมีรีวิวรถหรือทดลองขับการทดสอบเปรียบเทียบ 44% นำเสนอความปลอดภัยของรถ 40% ชมสภาพภายในและนอกรถ อีก 39% นำเสนอสมรรถนะของรถและควร เลือกผลิตคอนเทนต์แบบ 360 เพื่อให้ลูกค้ามีการเห็นสินค้ารอบด้านก่อนตัดสินใจซื้อและลดการเดินทางไปที่ศูนย์บริการ

ด้าน นายศรุต อิงคะวัต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรื่องของศูนย์บริการไม่ได้หายไปจากตลาด แต่จะปรับรูปแบบให้รองรับบริการลูกค้าได้ดีขึ้น และยังคงมีแผนขยายสาขาที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด แต่ต้องยอมรับว่าการใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารกับลูกค้าจะเป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งที่พนักงานต้องรู้จักปรับตัว เพื่อให้งานบริการดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับการลงทุนโฆษณาออนไลน์นั้น ทุกแบรนด์ลงทุนกันไม่น้อยกว่า 80-100 ล้านบาท เพราะช่วยลดต้นทุนด้านสื่อหลักแบบเดิม รวมทั้งเข้าถึง ผู้บริโภคได้ดีขึ้น โดยบริษัทยังคงควบคู่งานบริการและสื่อสารการตลาดอย่างเหมาะสม เพราะหลังจากที่มีการทำสื่อโฆษณาออนไลน์ทุกรูปแบบ พบว่าลูกค้าเดินทางเข้ามาที่โชว์รูมลดลง และการติดต่อขอทดลองขับก็น้อยลง

 

นายกฯเปิดใช้เคเบิ้ลใต้น้ำเพิ่มโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2560 เวลา 20:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517585

นายกฯเปิดใช้เคเบิ้ลใต้น้ำเพิ่มโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

นายกฯเปิดโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศมูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท เพิ่มโอกาสผู้มีรายได้น้อยเข้าสู่บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางเปิดโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ระบบ Asia–Africa–Europe–1 (AAE-1) ตั้งอยู่ที่บ้านตะโล๊ะใส ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ โดย บมจ.ทีโอที ได้ร่วมลงทุนกับกลุ่มทุนจากบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำระหว่างประเทศอีก 17 ประเทศ (France, Italy, Greece, Egypt, Saudi Arabia, Djibouti, Yemen, Oatar, UAE, Oman, Pakistan, India, Myanmar, Cambodia, Vietnam, HongKong, Malaysia และ Singapore) ในการก่อสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำความจุสูงระบบแรกที่มีเส้นทางหลักผ่านประเทศไทยโดยมีแนวเส้นทางเคเบิลจากฮ่องกง พาดผ่านภาคใต้ซึ่งมีจุดขึ้นบกที่จังหวัดสงขลาและเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงภาคพื้นดิน Thailand Crossingไปยังจังหวัดสตูล เชื่อมโยงไปยุโรป โดยโครงการระบบ AAE-1ใช้เทคโนโลยีล่าสุด 100Gbps ต่อหนึ่งคลื่นนำแสง มีความจุอย่างน้อย 32 ถึง40 Tbps มูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท

ปัจจุบันภาพรวมของโครงการดำเนินการแล้วเสร็จร้อยละ 90 โดย phase 1เส้นทางประเทศไทย-ยุโรป ได้เปิดใช้งานแล้ว และเส้นทางประเทศไทย-สิงคโปร์อยู่ระหว่างการทดสอบ สำหรับ phase 2 เส้นทางประเทศไทย-ฮ่องกง จะสามารถเปิดใช้งานได้ประมาณไตรมาสสุดท้ายของปี 2560ในส่วนของประเทศไทยทีโอที ได้ติดตั้งอุปกรณ์สถานีเคเบิลใต้น้ำปากบาราที่จังหวัดสงขลาและจังหวัด.สตูล และได้ดำเนินการติดตั้งเคเบิลใยแก้ว Thailand Crossingเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ระบบ AAE-1 จะสร้างประโยชน์โดยรวมให้กับประเทศไทยโดยสามารถเพิ่มความจุวงจรสื่อสารระหว่างประเทศซึ่งจะสามารถรองรับความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศได้อย่างหลากหลายและเพียงพอในระยะยาวช่วยลดต้นทุนในการเชื่อมต่อวงจรต่างประเทศ ส่งผลให้บริการของผู้ประกอบการโทรคมนาคมในประเทศไทยลดลง ทำให้การให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ภาคราชการ และธุรกิจด้วยราคาที่ถูกลง ทั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ของประชาชนที่มีรายได้น้อยและสามารถใช้เป็นเส้นทางสำรองในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เช่น จากสมอเรือ แผ่นดินไหวกลางทะเล ทำให้การสื่อสารของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

 

เน็ตชายขอบเดือนละ200บ.

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2560 เวลา 09:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517511

เน็ตชายขอบเดือนละ200บ.

กสทช.เคาะอัตราอินเทอร์เน็ตชายขอบไม่เกิน 200 บาท/เดือน เร่งเปิดใช้ภายในสิ้นปีนี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช.ได้อนุมัติโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน พร้อมดำเนินการจ้างบริการ เพื่อให้เปิดใช้งานได้ตามเป้าหมายภายในปีนี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. กสทช.ได้ลงนามสัญญาโครงการแล้วจำนวน 8 สัญญา วงเงินรวม 12,989.69 ล้านบาท โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการจะสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 30/10 Mbps ได้ในราคาไม่เกิน 200 บาท/เดือน

นอกจากนี้ ยังมีบริการยูโซ่ (USO) แพ็กเกจรุ่นเล็ก ความเร็ว 15 Mbps ราคาไม่เกิน 150 บาท/เดือน และ ยูโซ่แพ็กเกจรุ่นจิ๋ว ความเร็ว 10 Mbps ราคาไม่เกิน 100 บาท/เดือน เฉลี่ยไม่เกินเมกละ 10 บาท ให้บริการสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยและมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วต่ำกว่า 30 Mbps ส่วนการให้บริการที่ไม่เสียค่าบริการเพื่อสาธารณะ ได้แก่ ไว-ไฟสาธารณะ 3,149 จุด เฉลี่ยหมู่บ้านละ 1 จุด อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหน่วยงานภาครัฐ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล รวม 1,317 แห่ง รวมทั้งมีศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ 763 ศูนย์ พร้อมผู้ดูแลประจำศูนย์อย่างน้อย 1 คน ซึ่งทั้งหมดจะให้บริการฟรีตลอดระยะเวลา 5 ปี

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

นายฐากร กล่าวว่า เป้าหมายให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไม่ต่ำกว่า 30 Mbps ต้องเปิดบริการไม่น้อยกว่า 588 หมู่บ้าน ภายในเดือน ธ.ค. 2560 ส่วนอีก 2,352 หมู่บ้าน ภายในเดือน เม.ย. 2561 ก่อนเปิดให้บริการครบ 100% ในเดือน ส.ค. 2561

“การดำเนินโครงการเน็ตชายขอบครั้งนี้ สามารถประหยัดงบประมาณลงได้ 624.93 ล้านบาท จากราคากลางโครงการ จำนวน 13,614.62 ล้านบาท ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตราคาถูก และมีโอกาสเหมือนคนเมือง” นายฐากร กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมงานบริการอินเทอร์เน็ต ได้แก่ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น บริษัท ทีโอที บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น และ บริษัท กสท โทรคมนาคม

 

ดีแทคยันไลน์โมบาย ไม่เป็น’เอ็มวีเอ็นโอ’

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2560 เวลา 06:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517487

ดีแทคยันไลน์โมบาย ไม่เป็น'เอ็มวีเอ็นโอ'

ดีแทคยันไลน์ โมบายไม่ใช่เอ็มวีเอ็นโอ ระบุเป็นแบรนด์ที่สอง รับยุทธศาสตร์สู่การให้บริการดิจิทัลปี 2563

นายแอนดริว กวาลเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดิจิทัล บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า กรณีการเปิดตัวไลน์ โมบาย ให้บริการผ่านดีแทค ไตรเน็ต โดยร่วมมือกับ ไลน์ ประเทศไทย เป็นบริการที่ดำเนินการโดยดีแทค ที่อยู่บนกฎระเบียบและข้อบังคับโทรคมนาคม บริษัทขอยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือน (Mobile Virtual Network Operator : MVNO) จากรับใบอนุญาตซึ่งขายส่งเพื่อไปให้บริการ เพราะไลน์ โมบาย เป็นแบรนด์ที่สองของดีแทค ซึ่งดีแทคเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตและมีโครงข่ายของตัวเอง (MNO)

ทั้งนี้ ไลน์ โมบาย ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า 1.5% ให้กับไลน์ และค่าบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสังคม (USO) 2.5% ให้กับ กสทช.อย่างไรก็ตามการให้บริการ 2 แบรนด์ของโอเปอเรเตอร์ พบว่าปี 2557 ข้อมูลจาก จีเอสเอ็มเอ ระบุว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั่วโลกมีการใช้กลยุทธ์แบรนด์ที่สอง กว่า 260 แบรนด์ กับตลาดมือถือที่เริ่มอิ่มตัว

นอกจากนี้ ไลน์ โมบาย ไม่ใช่แบรนด์แรกที่ดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวในไทย โดยมี ยู โมบาย (You Mobile) ของเอไอเอสเป็นผู้ให้บริการ สำหรับไลน์ โมบาย ออกมาตามนโยบายของดีแทควางเป้าหมายปี 2563 จากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือก้าวไปสู่ผู้บริการทางด้านดิจิทัล รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าสู่ดิจิทัล ช่วงทดลองใช้บริการไลน์ โมบาย มีผู้ใช้กว่า 1 หมื่นราย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

สำหรับพฤติกรรมคนไทย การใช้งานโซเชียลมีเดียติดอันดับโลก อาทิ ผู้ใช้ไลน์ 41 ล้านราย สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมียอดขายผ่านออนไลน์ 5% และน้อยกว่า 15% ของบริการลูกค้าทำผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้ประกอบการต้องตอบสนองความต้องการตลาดได้ช้า โดยดีแทคได้ตั้งหน่วยงานดิจิทัล กรุ๊ป มีแบรนด์ไลน์ โมบายเป็นสินค้า ตั้งเป้าปี 2563 คือยอดขายโทรคมนาคมบนออนไลน์เป็น 40% และให้บริการลูกค้าผ่านออนไลน์เป็น 80%

 

มือถือระดับกลางแข่งดุ หวังงานอีเวนต์ช่วยดัน

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2560 เวลา 05:57 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517394

มือถือระดับกลางแข่งดุ หวังงานอีเวนต์ช่วยดัน

กระแสการจัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่ปีนี้ขยับขึ้นมาเร็วกว่าเดิม เพราะงานพระราชพิธีและการงดทำตลาดทุกรูปแบบในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ทำให้ภาคธุรกิจไอที เช่น สมาร์ทโฟน โอเปอเรเตอร์ และแอกเซสซอรี่ แข่งกันลดแลกแจกแถมอย่างเต็มที่ก่อนสภาพตลาดจะเข้าบรรยากาศไว้อาลัย

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเป็นที่น่าพอใจ คาดจะมียอดเงินสะพัดในงานกว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 10% ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 7 แสนคน

ด้วยเทรนด์สมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ทั้งกล้องคู่ หน้าจอกว้างไร้ขอบและระบบปฏิบัติการใหม่ ต่างก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคที่กำลังต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่น่าจะมาจับจ่ายในงานนี้ อีกทั้งเป็นจังหวะที่ค่ายยักษ์ใหญ่ระดับโลกมีรุ่นแฟล็กชิปเข้ามาทำตลาด รวมทั้งของแถมภายในงานก็จัดเต็มทุกค่าย จึงน่าจะเป็นสีสันสำคัญของงานสิ้นปีครั้งนี้

ทั้งนี้ ค่ายมือถือส่วนใหญ่ล้วนส่งสินค้าราคาระดับกลาง ตั้งแต่ 7,000-1 หมื่นบาท เข้ามาทำตลาดมากขึ้น เพราะทุกค่ายมีการเก็บข้อมูลมาว่าเป็นช่วงราคาที่เหมาะกับกำลังซื้อของผู้บริโภค จะมีก็เพียงฟีเจอร์โฟนรายเดียวอย่าง โนเกีย ที่ส่งรุ่น 3310 ราคา 1,790 บาท เข้ามาทำตลาด

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ซานดีฟ กุพทา ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาค บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวว่า ตลาดฟีเจอร์โฟนในไทยมีกว่า 5 ล้านเครื่องทุกปี เฉลี่ยทุกแบรนด์ขายได้ 1 ล้านเครื่อง/เดือน บริษัทเชื่อว่ายังมีผู้บริโภคที่ต้องการสินค้ากลุ่มนี้ ถึงแม้จะเป็นฟีเจอร์โฟนที่ใช้งาน 3จี เพื่อเป็นเครื่องสำรองหรือเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องที่สอง

ทางด้าน วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลค โทรนิคส์ กล่าวว่า บริษัทไม่กังวล เรื่องยอดขาย เพราะรุ่นแฟล็กชิปสามารถขายได้ทะลุเป้าที่วางไว้ ส่วนรุ่นที่มาขายในงานก็พยายามจะนำเสนอนวัตกรรมและเทรนด์ใหม่ๆ อย่างสังคมไร้เงินสด กาแล็คซี่กิฟต์ รวมทั้งกำลังพัฒนาระบบกิฟต์การ์ดร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อให้เติมเงิน ซื้อของผ่านมือถือในวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาทได้

อีกหนึ่งมือถือรายใหม่อย่าง จีโอนี (GIONEE) หยู ป่าวชิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีโอนี ไทยแลนด์ กล่าวว่า บริษัทเป็นรายใหม่ที่เพิ่งมาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ ทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท ทำตลาดและสร้างแบรนด์ คาดว่าจะขึ้นเป็นท็อป 4 ในไทยประมาณปลายปีหน้า

ภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว้าทุกค่ายต่างจัดหนักโปรโมชั่นเพื่อสะสมยอดขายให้ได้มากไว้ก่อน เพราะผ่านเดือน ต.ค.ไปแล้วยังไม่รู้ว่าตลาดจะกลับมาคึกคักได้เมื่อไหร่

ถ่ายปุ๊บ ปริ้นท์ปั๊บ! กล้องโพลารอยด์ดิจิทัล Kodak Printomatic

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กันยายน 2560 เวลา 10:06 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517302

ถ่ายปุ๊บ ปริ้นท์ปั๊บ! กล้องโพลารอยด์ดิจิทัล Kodak Printomatic

กล้องดิจิทัลพกพา Kodak Printomatic ที่ถ่ายออกมาแล้วสามารถปรินท์ภาพได้ทันที
คล้ายกับกล้องโพลารอยด์ เพื่อช่วยบันทึกความทรงจำดีๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

ตำนานกล้องและฟิล์ม Kodak ได้กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง ด้วยการเปิดเปิดตัว
Kodak Printomatic กล้องดิจิทัลขนาดพกพาในกลุ่ม Instant Camera หรือกล้องพกพาที่ถ่ายแล้วสามารถปรินท์ภาพออกมาได้ทันที
คล้ายกับกล้องโพลารอยด์ที่รู้จักกันดี

สำหรับฟังก์ชั่นหลักๆ ของ Kodak Printomatic
คือความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มีแฟลชในตัว ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเป็นแบตในตัว
ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ โดยจะมีตัวแจ้งสถานะแบตเตอรี่ สถานะการปรินท์รูป
และช่องไมโครเอสดีการ์ด ส่วนโหมดถ่ายภาพมีให้เลือกสองโหมด คือ สีสันสดใส
และภาพขาวดำ

ส่วนขั้นตอนการใช้งาน ก็ง่ายๆ เพียงแค่ผู้ใช้กดถ่ายรูป กล้องก็จะสั่งพิมพ์ภาพดังลงบนกระดาษ
Zink หรือกระดาษไร้หมึก ขนาด 2×3 นิ้ว ทันที โดยกระดาษดังกล่าวมีความพิเศษคือ
ตัวกระดาษจะบรรจุแม่สีหลักลงไปในเนื้อกระดาษ
ทำให้ในตัวกล้องไม่จำเป็นต้องมีตลับหมึก
แถมยังทำให้รูปที่ปริ้นท์ออกมามีสีสันสวยงาม ทั้งยังป้องกันน้ำ และทนทานต่อการฉีกขาดอีกด้วย

ตัวกล้องมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีให้เลือก 2 สี
คือสีเหลืองคลาสสิคแบบฉบับ Kodak และสีเทาฟ้า
เริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐปลายเดือนกันยายนนี้ ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 69 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ
หรือประมาณ 2,000 กว่าบาท โดยในกล่องจะมีสายเคเบิล การ์ดความจำ และกระดาษปรินท์ภาพจำนวน
10 แผ่นมาให้ด้วย
หากต้องการซื้อเพิ่มจะมีวางขายในราคา 20 แผ่น 300 บาท และ 50 แผ่น 600 บาท

ที่มา: Theverge.com

ภาพ: Kodak

 

‘กูเกิล’ยอมแยกธุรกิจเอาใจอียูสอบผูกขาด

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กันยายน 2560 เวลา 07:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517283

'กูเกิล'ยอมแยกธุรกิจเอาใจอียูสอบผูกขาด

กูเกิลประกาศแยกบริการ “กูเกิล ช็อปปิ้ง” หวังแก้ปัญหาผูกขาดตลาด หลังยุโรปกดดันหนัก

บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องว่า กูเกิล บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากสหรัฐ จะแยกบริการ กูเกิล ช็อปปิ้ง ออกมาจากธุรกิจเสิร์ชเอนจิ้น และบริหารงานแยกโดยเฉพาะ หลังกูเกิลถูกคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) สั่งปรับวงเงิน 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.9 หมื่นล้านบาท) เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กรณีผูกขาดตลาดจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าแสดงผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิ้น ให้เน้นแสดงบริการช็อปปิ้งของบริษัทเป็นหลัก

ทั้งนี้ สหภาพยุโรป (อียู) ให้เวลากูเกิลแก้ปัญหาการผูกขาดตลาดดังกล่าวภายในวันที่ 28 ก.ย. หากไม่สามารถทำได้กูเกิลต้องเสียค่าปรับเพิ่มกว่า 5% จากรายได้ต่อวัน

นอกจากแยกบริการช็อปปิ้งแล้ว ก่อนหน้านี้บริษัทระบุว่าจะปรับเปลี่ยนระบบการแสดงโฆษณาบนหน้าผลการค้นหา โดยจะเปิดให้ธุรกิจต่างๆ สามารถแข่งขันประมูลพื้นที่โฆษณา 10 จุด อย่างไรก็ดี กูเกิลเปิดเผยว่า บริการช็อปปิ้งของบริษัทจะเข้าร่วมประมูลพื้นที่โฆษณาดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยไม่รับเงินสนับสนุนจากบริษัทแม่

 

‘ทวิตเตอร์’ เล็งเพิ่มส่งข้อความ 280 ตัวอักษร

Published December 23, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 กันยายน 2560 เวลา 18:32 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/517181

'ทวิตเตอร์' เล็งเพิ่มส่งข้อความ 280 ตัวอักษร

ทวิตเตอร์ทดลองให้ผู้ใช้ทวีตข้อความได้มากถึง 280 ตัวอักษรเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า หวังดึงดูดความสนใจผู้ใช้ แต่โลกออนไลน์หวั่น”ทรัมป์”ทวีตกระจาย

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า – สื่อสังคมออนไลน์อย่าง’ทวิตเตอร์’ แถลงเมื่อวันอังคาร (26 ก.ย.) ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการทดลองให้ผู้ใช้งานสามารถทวีตข้อความเพิ่่มขึ้นจาก 140 เป็น 280 ตัวอักษร

อลิซา โรสเซน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของทวิตเตอร์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “งานวิจัยของบริษัทระบุว่า การจำกัดตัวอักษรเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ไม่มีปัญหากับการทวีตด้วยภาษาญี่ปุ่น แต่หากมองตลาดในภาพรวม การที่ประชาชนไม่ต้องบีบความคิดลงมาอยู่แค่ 140 ตัว ทั้งๆ ที่ยังมีที่ให้ขยายได้ ก็น่าจะทำให้คนใช้ทวิตเตอร์มากขึ้น”

ทั้งนี้ ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนว่าทวิตเตอร์จะเริ่มปรับการให้บริการทวีตข้อความเป็น 280 ตัวอักษรเมื่อใด แต่กระแสการตอบรับของโลกออนไลน์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คงจะใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือแสดงความคิดเห็นก้าวร้าวได้ยาวมากขึ้นแน่นอน

 

%d bloggers like this: