Auto

All posts tagged Auto

น้ำมันเครื่องคนใช้รถต้องรู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 27, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412981?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

น้ำมันเครื่องคนใช้รถต้องรู้

27 มกราคม 2563 – 10:07 น.
น้ำมันเครื่อง,น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา,น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์,น้ำมันเครื่องสังเคราะห์
เปิดอ่าน 219 ครั้ง

น้ำมันเครื่องคนใช้รถต้องรู้

ใกล้จะรับเงินเดือนกันแล้วก็อยากเล่าถึงเรื่องสำคัญที่คนใช้รถอย่างเราๆ ต้องไม่ลืม ไม่งั้นอาจเดือดร้อนหนัก หลายๆ คนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มักหลงลืมหรือบางท่านที่ขับรถอย่างเดียวและพึ่งแต่ศูนย์บริการ แต่เรื่องนี้อยากให้ท่านผู้อ่านใส่ใจเช่นกัน นั่นก็คือน้ำมันเครื่อง ในทุกๆ ปี เราจะขอนำมาเล่าย้ำเตือนกันสักครั้งครับ

เครื่องยนต์เป็นหัวใจสำคัญอันดับต้นๆ ของรถยนต์ ภายในเครื่องยนต์จะมีส่วนประกอบที่เป็นของเหลวก็คือน้ำมันเครื่องสารหล่อลื่นที่คั่นกลางระหว่างผิวของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์มีหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบชิ้นส่วนโลหะช่วยลดการเสียดสีและการสึกหรอของวัตถุโลหะขณะที่มีการเคลื่อนไหวของเครื่องยนต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาสตาร์ทรถน้ำมันเครื่องยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ช่วยระบายความร้อนให้ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ป้องกันการเกิดสนิม การกัดกร่อนคราบเขม่าและการสะสมสิ่งสกปรกและผงโลหะที่อาจทำให้เกิดการอุดตันภายในชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไปจนถึงการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาอ็อกซิเดชั่นซึ่งช่วยรักษาคุณภาพน้ำมันซึ่งหากน้ำมันเครื่องหนืดไปหรือหนืดน้อยไปน้ำมันเครื่องจะไม่สามารถไหลเวียนและให้การหล่อลื่นเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

น้ำมันเครื่องในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา ราคาส่วนใหญ่ไม่แพงก็เป็นของที่มีให้เลือกใช้ตามศูนย์บริการรถยนต์แต่ละค่ายหรืออู่นอกแต่ก็ต้องเปลี่ยนถ่ายทุก 5,000 กิโลเมตร

น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์ ก็จะเพิ่มสารต่างๆ เข้าไปเปลี่ยนทุก 7,000-10,000 กิโลเมตร

น้ำมันเครื่องสังเคราะห์  เปลี่ยนทุก 10,000-15,000 กิโลเมตร แต่ก็มีบางยี่ห้อที่บอกว่าสามารถใช้ได้ถึงสองหมื่นและสี่หมื่นกิโลเมตรถึงค่อยเปลี่ยน

ซึ่งตัวน้ำมันเครื่องประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนแรก คือน้ำมันพื้นฐานหรือBase Oil ยังแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ตั้งแต่กลุม 1-3 เป็นน้ำมันพื้นฐานที่ทำมาจากน้ำมันดิบหรือน้ำมันตามธรรมชาติ (Mineral Oil) ส่วนกลุ่ม 4 เป็นน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์เป็นพวก Polyalphaolefin-PAO หรือ Ester Base คือผลิตขึ้นมาจากสารสังเคราะห์แท้ๆ 100% ให้การหล่อลื่นและปกป้องได้ดียิ่งกว่าเหนือกว่าคงตัวได้นานกว่า ส่วนกลุ่มฃ 5 เป็นน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์ (Full Synthetic) ผลิตมาจากสารสังเคราะห์ล้วนๆ เช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็น Ester มีความหล่อลื่นมากและอายุการใช้งานที่นานขึ้นแต่ต้นทุนก็สูงกว่าน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์อย่างกลุ่ม 4 ส่วนที่สอง จะเป็นพวกสารเพิ่มคุณภาพที่แต่ละยี่ห้อจะนำมาใส่ผสมกับ Base Oil ที่เลือกใส่แล้วนำมาจำหน่ายในประเภทน้ำมันเครื่องแบบไหน มาดูตัวเลขบนฉลากน้ำมันเครื่องบอกอะไรบ้าง ข้างแกลอนน้ำมันเครื่องทุกยี่ห้อจะมีตัวเลข 2 ชุดตัวเลขข้างหน้าก่อนตัว W หมายถึงค่าความใสวัดตั้งแต่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็งตั้งแต่ 0 องศาเซลเซียสจนถึง-30 องศาเซสเซียส เช่น 0W คงความข้นใสไว้ได้ต่ำกว่า-30 องศาเซลเซียส 5W คงความข้นใสไว้ได้ถึง-30 องศาเซลเซียสคั่นกลางด้วยตัวอักษร W มาจากคำว่า Winter มีความหมายถึงความต้านทานการเป็นไข ส่วนตัวเลขชุดหลังเป็นเกรดความหนืดเช่น 30, 40, 50, 60 วัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ตัวเลขยิ่งสูงหมายถึงน้ำมันที่ยังคงความหนืดและมีความหนาของฟิล์มน้ำมันที่ให้การหล่อลื่นและปกป้องได้ในอุณหภูมิสูง ยกตัวอย่างการอ่านค่าบนฉลากน้ำมันเครื่อง SAE 5W-50 หมายความว่าในอุณหภูมิ-30 องศาเซลเซียสน้ำมันจะมีค่าความหนืดอยู่ที่เบอร์ 5 แต่เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียสจะเปลี่ยนค่าความหนืดเป็นเบอร์ 50

น้ำมันเครื่องจึงถือเป็นส่วนสำคัญต่อระบบเครื่องยนต์เพราะทุกชิ้นส่วนในเครื่องยนต์จะเกิดการเสียดสีจนเกิดความร้อนสะสมและยังมีสิ่งสกปรกที่เกิดจากการเผาไหม้รวมทั้งเศษชิ้นส่วนอาจตกค้างอยู่ในห้องเครื่องจึงจำเป็นต้องมีน้ำมันเครื่องเพื่อช่วยหล่อลื่นและช่วยลดการสึกหรอแรงเสียดทาน ลดการกัดกร่อนที่เกิดจากเศษชิ้นส่วนที่หลุดออกมา รวมถึงลดปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์สะอาดแถมยังช่วยระบายความร้อนอุดรอยรั่วในห้องเผาไหม้ส่งผลให้แรงอัดในเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นตามมา

เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้วการเลือกใช้น้ำมันเครื่องแบบไหนของเราจะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นที่จะเลือกใช้น้ำมันเครื่องแบบธรรมดาหรือแบบสังเคราะห์ในการใช้งานโดยทั่วไปการเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ก็เนื่องจากมีระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายที่ยาวนานกว่าน้ำมันเครื่องปกติแต่ก็ต้องไม่ลืมถึงจำเป็นว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายแพงขึ้นหรือไม่

แต่สำหรับการใช้งานในสภาวะปกติและระยะทางไม่มากนักก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้น้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์ก็ได้ และที่สำคัญทุกครั้งคือการเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางที่กำหนดโดยรถยนต์ส่วนใหญ่จะถูกกำหนดให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 10,000 กม. หรือ 6 เดือน แล้วแต่กรณีใดจะถึงก่อนแม้ว่าจะใช้รถไม่ครบเลขกิโลเมตรที่กำหนดแต่ก็ควรนำรถเข้ารับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและตรวจเช็กระยะอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน จะเกินเวลาบ้างหรือเปลี่ยนถ่ายก่อนบ้างก็ไม่เป็นไร

ที่สำคัญขอให้ถ่ายน้ำมันครับเพราะถ้าเครื่องยนต์พังเมื่อไรรับรองเสียหายมากกว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหลายเท่านัก เงินเดือนออกแล้วก็พารถที่คุณรักไปดูแลเปลี่ยนถ่ายของเหลวกันด้วยนะ

ลองของจริงอาวดี้A4 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412471?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ลองของจริงอาวดี้A4

24 มกราคม 2563 – 14:55 น.
อาวดี้A4,ยานยนต์
เปิดอ่าน 181 ครั้ง

ลองของจริงอาวดี้A4 คอลัมน์…  ยานยนต์

นับว่าเป็นแบรนด์รถที่รอคอย สำหรับ อาวดี้ประเทศไทย การได้รับเชิญให้ไปรู้จักในครั้งนี้กับรถมากมายถึง 16 รุ่น กับจำนวนรถกว่า40คัน โดยคันแรกที่ผมได้ลองขับขี่คือ A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition ต้องแอบบอกว่าตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้รถสไตล์แวนแบบนี้เลย และยังใช้รถจากค่ายสี่ห่วงด้วยเช่นกัน

ทริปนี้ อาวดี้จัด เส้นทางกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้ขับรวมระยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร ไป-กลับก็ร่วม 400 กิโลเมตร ในกิจกรรม “Press Trip by Audi” จุดเด่นของเส้นทางนี้จะมีช่วงทางตรงถนนวงแหวนรอบนอก สามารถทดสอบอัตราเร่งทั้งการทำความเร็ว การเร่งแซง ผ่านแบบไม่ต้องลุ้นเยอะ!และการจราจรบนถนนพหลโยธินที่ปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ทำให้ผมทดสอบระบบเบรกตลอดเส้นทางกันที่เดียว ขออธิบายก่อนว่า A4 Avant คันนี้ มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ด้วยครับ แน่นอนว่าสามารถเชื่อมั่นในเรื่องการทรงตัวดีแน่นอน และอัตราเร่งที่ขับก็ประทับใจสุดๆ

รุ่นนี้ให้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรงเทอร์โบชาร์จและระบบวาล์วแปรผัน 2.0 TFSI ให้แรงม้าสูงสุดถึง 252 แรงม้า มีแรงม้าเป็นแบบ flat ทำให้รีดกำลังได้สูงสุดในระยะรอบที่ยาวตั้งแต่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที ต้องขอบอกว่าเพียงพออย่างมาก กับรถสไตล์พ่อบ้านแบบนี้ตัวเลขแรงม้าอาจขู่ใครไม่ได้ แต่ถ้าลองสัมผัสแล้วจะรู้เลยว่านี่คือรถที่ใฝ่หา เพราะอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 6 วินาทีเท่านั้น! กับแรงม้าเท่านี้และยังให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ที่เป็นแบบกลไก หรือเรียกว่า self-locking centre differential อาวดี้พัฒนามาเกือบ 4 ทศวรรษจนเป็นที่ยอมรับเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีที่สุด สามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อหน้า-หลังได้อย่างอิสระ

แต่ก่อนหน้านี้สักสิบกว่าปีอาจจะบอกว่าอาวดี้ขับสี่ล้อแบบนี้ดูแลรักษายาก ราคาสูง แต่ปัจจุบันต้องจูนความคิดกันใหม่ เพราะ อาวดี้ ประเทศไทย นำรถที่ดีที่สุดมาให้คนไทยได้ใช้ และการดูแลหลังการขายเขาปรับปรุงดีขึ้นมาก แถมราคาค่าตัวก็เบียดกับรถหรูแบรนด์ต่างๆ ที่ประกอบในประเทศซะด้วย ลืมบอกไปอาวดี้เป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศทุกรุ่นครับ

ขอต่อที่ระบบขับเคลื่อน อาวดี้ ให้เกียร์อัตโนมัติแบบ S tronic ถึง 7 จังหวะ มีแรงบิดที่รอบต่ำ 1,600-4,500 รอบต่อนาที สามารถใช้แพดเดิลชิฟ ตรงก้านคอพวงมาลัยช่วยในการขับได้อีกด้วย เมื่อแรงขนาดนี้ ก็ต้องมั่นใจระบบเบรก ให้ดิสก์เบรกมาสี่ล้อ

ภายนอกถูกออกแบบให้มีอารมณ์สปอร์ต กระจังหน้าขนาดใหญ่เน้นเส้นสายแนวนอน ไฟหน้าแอลอีดีตกแต่งด้วยชุดแต่ง S Line และ Black Edition เติมเต็มอารมณ์และสปอร์ตขึ้นอีก ให้ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ขนาด 8.5J x 19 พร้อมยางขนาด 245/35 R19 ลาย 5 ก้าน สีไทเทเนียมแบบด้าน จาก Audi Sport

ภายในติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าแบบ S Sports ปรับไฟฟ้าหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง Fine Nappa ตัดเย็บแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line และฟังก์ชั่นนวดเพื่อการผ่อนคลาย ทำให้การขับรถที่ต้องใช้เวลาอยู่หลังพวงมาลัยเกิน 2 ชั่วโมงแบบครั้งนี้ผมไม่มีอาการปวดหลังให้รู้สึก ยังให้หลังคาแบบพาโนรามิกเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้เวลาขับถนนต่างจังหวัดสามารถเปิดรับลมแสงแดด ถือว่าหรูหรามากพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัดตกแต่งด้วยหนัง Perforated พร้อมสัญลักษณ์ S line กระชับมือดีครับ มีระบบปรับอุณหภูมิ 3 โซน ผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับอุณหภูมิตามที่ต้องการได้ ถือว่าเอาใจผู้โดยสารตัวน้อยๆ ที่ต้องนั่งประจำ ที่น่าประทับใจผมคือระบบความบันเทิงเครื่องเสียงให้มาระดับพรีเมียมกับแบรนด์ดังอย่าง Bang&Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ระบบ MMI Radio Plus หน้าจอขนาด 7 นิ้วอาจจะขัดใจเพราะคู่แข่งให้มากับจอขนาดใหญ่กันทั้งนั้น! และจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีมีให้เลือกถึง 5 สี

ส่วนระบบความปลอดภัยที่ให้มาเริ่มต้นที่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวมถึงถุงลมนิรภัยและม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบควบคุมการทรงตัว ESC

เซ็นเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอดกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอดที่ช่วยให้รถยาวๆ แบบแวนจอดง่ายขึ้น ชุดปฐมพยาบาล

และนี่คือ A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition สเปกที่ให้มาชนิดที่เจ้าของรถขับอย่างเดียวพอไม่ต้องเสียเงินเสียทองไปแต่งอะไรเพิ่มอีกเลย แม้กระทั่งเรื่องระบบเครื่องเสียงให้มากถึง 16 จุด ที่สำคัญ อาวดี้A4 ยังคงเป็นรถที่ขับง่าย เชื่องมือ ควบคุมง่าย การทรงตัวไม่ว่าจะวิ่งเร็วเกินกฎหมายกำหนดก็ยังมั่นใจการเก็บเสียงลมปะทะทำได้น่าพอใจ ยิ่งความเร็วระดับ 120 นี่หายห่วง เงียบที่ทำเอาคนนั่งข้างหลับสบายตลอดทางครับ

สรุปถ้าท่านผู้อ่านอยากได้รถครอบครัวที่แฝงเขี้ยวเล็บพ่อบ้านแม่บ้านที่ยังกระหายอะดรีนาลีนอยู่ A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition รุ่นนี้คือตัวเลือกแรกของผม เชื่อว่าสามารถตอบคำถามในใจได้ทุกข้อ ยกเว้นถ้าคุณอยากได้รถที่มีระบบมอเตอร์ช่วยคงต้องรอไปก่อน ยิ่งผมใช้เวลาอยู่กับเขานานเท่าไรก็ยังหลงรักเลยครับ ข้อเสียอย่างเดียวคือผมต้องทุบกระปุกออมสินกี่ใบถึงจะครอบครองได้…

  ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่
A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition 3,249,000 บาท
รับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 23, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412085?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก

22 มกราคม 2563 – 13:29 น.
ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์,ยานยนต์
เปิดอ่าน 109 ครั้ง

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก คอลัมน์…  ยานยนต์

ต้องบอกเล่ากันก่อนจากการเปิดตัวแบบพลิกโลกอย่างเป็นทางการช่วงปลายปี 62ไปนั้น เราก็ยังไม่เคยถูกเชื้อเชิญไปทดลองขับสักทีว่า ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ คันนี้กับเครื่องยนต์ที่ขนานนามว่าใหม่เด็ดจริงอย่างที่ว่าไหม? หลังจากที่ส่งกระแสจิตไปเป็นเดือน ตรีเพชรก็เชิญให้เราไปลองขับ อีซูซุดีแมคซ์ ในสไตล์ท่องเที่ยวอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น จะลองแบบจริงจังซะที!

ก็ต้องขอเข้าเรื่องซะทีก่อนจะไปลองขับจริงนั้นย้อนมาดูกันว่า ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ คันนี้มีอะไรเด็ด ขอไล่รุ่นกันก่อนว่า อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก มีรุ่นไรบ้าง เริ่มตั้งแต่ อีซูซุดีแมคซ์สปาร์คขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อรุ่นยอดนิยมสเปซแค็บและรุ่นแค็บโฟร์จนถึงรุ่นที่ขายดีไฮแลนเดอร์รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตูสองล้อยกสูงและตัวท็อปสุดอย่าง วี-ครอส 4×4 รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตู ได้ตั้งราคาจำหน่าย 510,000–1,164,000 บาท

เครื่องยนต์ยังคงไว้เครื่องยนต์ดีเซลจากอีซูซุเริ่มต้นที่ 3.0 ดีดีไอบลูเพาเวอร์ รหัสเครื่องยนต์ 4JJ3-TCX ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600–2,600 รอบ/นาที พร้อมระบบ E-VGS TURBO เทอร์โบแปรผันปรับไฟฟ้าแรงจัดตั้งแต่รอบต่ำตอบสนองรวดเร็ว และเครื่องที่ยอดนิยมคนใช้เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอบลูเพาเวอร์ เจน 2 ได้รับการแก้ไขจากเครื่องยนต์ 1.9 ตัวก่อนมากับรหัส RZ4E-TC ให้แรงสูงสุดถึง 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตรที่ 1,800–2,600 รอบ/นาที ทางอีซูซุยังพัฒนาระบบส่งกำลังใหม่ร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่พร้อมโหมดขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ที่สำคัญอีซูซุดีแมคซ์ ออกแบบโครงสร้างตัวถังและแพลตฟอร์มใหม่ “ISUZU DYNAMIC DRIVE PLATFORM” มีโครงสร้างตัวถังเสริมเหล็ก ULTRA- HIGH TENSILE แกร่งและทนทานกว่าเหล็กธรรมดา แชสซีส์ขนาดใหญ่รับแรงบิดสูงขึ้น 23% ช่วงล่างหน้าใหม่แบบอิสระปีกนก 2 ชั้น DOUBLE WISHBONE with COIL SPRING

ช่วงล่างหลังแหนบยาวแบบ LONG SPAN เทคโนโลยีใหม่ WSSP

ภายนอกตัวรถมีมิติใหญ่และบึกบึนขึ้นไฟหน้าใหม่ Isuzu Vision Bi-LED พร้อมระบบเปิด–ปิดอัตโนมัติ ไฟ Multifunctional Daylight แบบ Built-in และไฟตัดหมอก LED ดูสปอร์ตล้ำสมัยไฟท้าย Dual-Sonic LED กันชนท้ายขนาดใหญ่เข้ารูป Integrated Bumper เป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถและดีไซน์ล้อหลากหลายสไตล์

ภายในห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “Bold but Smart” เน้นเส้นสายที่เฉียบคมคอนโซลหน้าเล่นระดับใช้วัสดุพรีเมียมพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันมีจอ Smart MID ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้วแผงควบคุมระบบปรับอากาศ Piano Touch พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทางแบบ Tilt & Telescopic เบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC (Anti Vibration Elastic Comfort) ซับแรงสั่นสะเทือนลดความเมื่อยล้าพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งที่นั่งคนขับ

ระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้วคมชัดระดับเอชดีรองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงรอบทิศทาง Dynamic Surround Sound 8 ลำโพงและที่บังแดดพร้อมกระจกและไฟส่องสว่าง Vanity Mirror & Light

ที่สำคัญอีซูซุดีแมคซ์ยกระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุให้แก่เจ้าของรถมาเต็มที่ ACTIVE SAFETY อาทิ ระบบความปลอดภัย ABS (Anti Lock Brake System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD (Electric Brake-force Distribution) ระบบช่วยกระจายแรงเบรกให้สัมพันธ์กับน้ำหนักบรรทุกของรถ BA (Brake Assist) ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน Disc Brake หน้าขนาดใหญ่ถึง 320 มม. ล่าสุดสำหรับรุ่นนี้คือ ESS (Emergency Stop Signal) ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหันและครบครันด้วยระบบที่ช่วยในการควบคุมรถได้ง่ายทุกสถานการณ์ TCS (Traction Control System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว ESC (Electronic Stability Control) ระบบควบคุมการทรงตัว HSA (Hill Start Assist) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) ระบบควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน

 “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 510,000–1,164,000 บาท
ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4 รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตู
ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ไฮแลนเดอร์รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตู
ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์แค็บโฟร์
ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์สเปซแค็บ
ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์สปาร์คขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

จากข้อมูลเบื้องต้นก็รู้ถึงการพยายามพัฒนามาก ขึ้นดี ขึ้นปลอดภัย ขึ้นส่วนในเรื่องไปขับจริงนั้นไม่รู้? ขอยกยอดมาเล่าหลังจากไปขับจริงจังอีกทีครับ ติดตามเราได้ทุกช่องทางข่าวของคมชัดลึก แต่ถ้าอดใจรอไม่ไหวก็ไปชมตัวจริงที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศได้ครับ

Hyundai Motor sales surpass W100tr ($90 bn)for first time in 2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 23, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30380927?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Hyundai Motor sales surpass W100tr ($90 bn)for first time in 2019

Jan 22. 2020
Hyundai Motor Group

Hyundai Motor Group
By The Korea Herald/ANN

Automaker sees boost from higher-end models; firm to maintain year-end dividend at the 3,000 won level.

Hyundai Motor Group said Wednesday that its sales last year hit a record high of 105 trillion won ($90 billion), surpassing the 100 trillion won mark for the first time, and its operating profit grew more than 52 percent.

The conglomerate is the third to join the so-called “100 trillion won club,” after Samsung Electronics in 2008 and SK in 2018.

Hyundai Motor’s sales exceeded 90 trillion won in 2015.

According to Hyundai Motor’s 2019 financial statements, its annual sales rose by 9.3 percent on-year to 105.79 trillion won.

The company said its operating profit was 3.68 trillion won in 2019, up 52.2 percent from the previous year, with its operating profit rate reaching 3.5 percent, up 1 percentage point from the previous year. Its net profit recorded 3.26 trillion won, an increase of 98.5 percent over the same period.

The automaker attributed last year’s performance to increased sales of its Genesis luxury brand and profitable sport utility vehicles such as the Palisade.

The weakened Korean won also played a role in the company’s increased profitability, industry sources said.

“We will continue the sales momentum with the latest launch of GV80 as well as other main models including Avante and Tucson that are soon to be launched,” said a Hyundai Motor official.

“Although business uncertainties lie ahead of us, we will do our best to achieve an operating profit rate of 5 percent this year through an optimized strategy for profitability, improved cost effectiveness and the expansion of new models and sales of SUVs,” an official added.

The company also vowed to enhance the profitability of eco-friendly cars this year, accelerate its push to become a smart mobility solution provider and actively expand investment in setting up a new mobility ecosystem based on automotive driving and mobility service.

A total of 4.42 million vehicles were delivered last year. The number had inched down by 3.6 percent, mainly due to the global trends toward reduced automotive demand and increased use of car-sharing services.

According to Hyundai Motor, its goal is to sell 4.57 million cars globally this year, including around 732,000 in Korea and about 3.84 million abroad.

Meanwhile, the company said it had decided to maintain the same 3,000 won level for its 2019 year-end dividend.

Total dividends amounted to 790.4 billion won, in line with a 2.4 percent market price dividend rate for common stock and 3.7 percent for preferred stock.

By Kim Da-sol (ddd@heraldcorp.com)

Registration of electric vehicles rose by 380 per cent #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 21, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30380873?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Registration of electric vehicles rose by 380 per cent

Jan 21. 2020
By The Nation

There has been a sharp increase in the number of electric vehicles registered in 2019, according to the Electric Vehicle Association of Thailand (EVAT).

According to the statistics of the Department of Land Transport, as of December 31, 2019 there were 2,854 electric vehicles (EV) registrations, including 1,572 new cars, up 380 per cent over 2018 when only 325 vehicles were registered.

Meanwhile, hybrid electric vehicles (HEV) and plug-in hybrid electric vehicles (PHEV) reached a total of 153,184 vehicles.

“The growth rate of PHEV and EV is up more than 51 per cent from a year earlier,” Yossapong Laoonual, EVAT president, said. “The increase in electric vehicle registration will have an effect shortly as the need for charging stations will increase as well. Therefore, this year may see full model commercial charging stations, with the private sector playing an increasingly important role.”

The EVAT has the policy to promote and support the exchange of academic knowledge about technology and innovation for all types of electric vehicles including regulatory, standards and operations consultation in the development of electric vehicle technology in Thailand. There are more than 200 members from the private sector, educational institutions, state enterprises and individuals.

เจาะเครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ อัลเมร่า ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 20, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411514?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เจาะเครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ อัลเมร่า ใหม่

20 มกราคม 2563 – 12:45 น.
นิสสัน อัลเมร่า,เครื่องยนต์ขนาดความจุ 10 ลิตร
เปิดอ่าน 130 ครั้ง

เจาะเครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ อัลเมร่า ใหม่ คอลัมน์… ยานยนต์

จากที่นิสสันได้เปิดตัว นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ กับขนาดเครื่องยนต์ที่มีความจุลดลงจากรุ่นนิสสัน อัลเมร่า เดิม และนิสสัน มาร์ช ที่มีขนาด 1.2 ลิตร

มาเป็นเครื่องยนต์ขนาดความจุ 1.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศ เทอร์โบ รหัสเครื่องยนต์ HRA0 ของนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ที่ออกแบบให้สมรรถนะและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูง รวมถึงลดการปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ตอบสนองต่อการขับขี่และการใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี ตามเทรนด์ของโลกในการลดขนาดความจุเครื่องยนต์ แต่ออกแบบให้เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นและประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ สามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่างที่ต้องการ มีอัตราเร่งต่อเนื่องราบรื่น เปรียบเทียบสมรรถนะกำลังเครื่องยนต์เท่ากับขนาด 1,500 ซีซี จากการปรับสมรรถนะและแรงบิดที่เพิ่มขึ้นในแต่ละรอบเครื่องยนต์

การเร่งความเร็วให้การตอบสองที่เร็วด้วยวาวล์ควบคุมไอเสียระบบไฟฟ้า หรือ electronically controlled waste gauge ในการควบคุมแรงดันไอเสียที่เข้าออกเครื่องยนต์เทอร์โบ ช่วยลดอาการรอรอบของเทอร์โบหรือ Turbo Lag ที่ดีขึ้น และช่วยเพิ่มความทนทานของเครื่องยนต์ โดยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ รุ่น HRA0 ของนิสสัน อัลเมร่า ใหม่นี้ มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม ให้พละกำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า ให้แรงบิด 152 นิวตันเมตร และอัตราการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

เครื่องยนต์เทอร์โบใหม่นี้ยังมาพร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติเอ็กซ์ทรอนิกซีวีที Xtronic CVT โดยระบบเกียร์อัจฉริยะนี้จะช่วยเพิ่มอัตราการเร่งพร้อมทั้งลดอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาพร้อมดี-สเตป ลอจิก   D-Step Logic) ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล โดยทางนิสสันเคลมว่าสามารถให้อัตราเร่งทันใจต่อเนื่อง และให้ความรู้สึกถึงการขับขี่ที่สนุกสนานขึ้น

นอกเหนือจากสมรรถนะของเครื่องยนต์แล้ว เครื่องยนต์รุ่น HRA0 ใหม่นี้ ยังประกอบไปด้วยนวัตกรรมใหม่ๆทางเทคโนโลยีมากมาย โดยนอกจากเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่มีวาวล์ควบคุมไอเสียระบบไฟฟ้า (electronically controlled waste gauge) แล้วยังมีเทคโนยีการเคลือบกระบอกลูกสูบแบบ Mirror Bore Coating เทคโนโลยีจากนิสสันจีที-อาร์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ โดยการเคลือบกระบอกสูบแบบ Mirror Bore Coating จะช่วยลดแรงเสียดทานและการสึกหรอของกระบอกสูบและยังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนจากการเผาไหม้ จึงทำให้เครื่องยนต์ลดการใช้เชื้อเพลิงและมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกการขับขี่

เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ HRA0 ใช้อินเตอร์คูลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศเพื่อลดอุณหภูมิของอากาศที่ถูกบีบอัดโดยเทอร์โบชาร์จเจอร์ แผงระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์ถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งส่วนหน้าของรถ ซึ่งเป็นจุดที่รับลมได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะในขณะที่รถวิ่ง ซึ่งในด้านการบำรุงรักษาแผงระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์แบบอากาศนั้นทำได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแผงระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์แบบของเหลวเพราะมีชิ้นส่วนน้อยกว่า

ในขณะที่สมรรถนะและนวัตกรรมถือเป็นจุดขายที่โดดเด่นแล้วยังมีเรื่องเสียงรบกวน (Noise) การสั่นสะเทือน (Vibration) และความกระด้าง (HarshNess) ที่ลดลง พร้อมด้วยระบบส่งกำลังและการลดเสียงที่ดังรบกวนจากบนถนนที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อให้ห้องโดยสารมีความเงียบยิ่งขึ้น

สุดท้ายเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบ ของนิสสันเองได้รับความนิยมและการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในทวีปยุโรปเนื่องจากมีความสมดุลที่เยี่ยมยอดของสมรรถนะสำหรับการขับขี่ในเมือง และยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำขุมพลังใหม่ของนิสสัน อัลเมร่าใหม่นี้ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าชาวไทย แต่จะจริงเท็จแค่ไหน ท่านผู้อ่านที่สนใจก็ควรไปทดลองขับด้วยตัวเอง และพิจารณาว่าตอบสนองการขับในชีวิตประจำวันว่าเครื่องยนต์เล็กแบบนี้เพียงพอความต้องการเราไหม

นิสสัน อัลเมร่าใหม่ ยังมีการออกแบบที่พลิกโฉมจากรถรุ่นต่างๆ ที่นิสสันเองเคยเปิดตัวมา โฉมหน้านิสสัน อัลเมร่าใหม่ ออกแบบมาได้สวยมาก สะดวกสบายและกว้างขวางยิ่งขึ้น ยังมากับเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก Nissan Intelligent Mobility ที่สำคัญความปลอดภัยให้มาทั้งในส่วนด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของตัวรถ ครั้งหน้าเราได้ทดลองขับแบบจริงจัง แล้วจะกลับมาเขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านกันอีกทีครับ

Waymo’s long-term commitment to safety drivers in autonomous cars #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 19, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30380769?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Waymo’s long-term commitment to safety drivers in autonomous cars

Jan 19. 2020
A Waymo Chrysler Pacifica autonomous vehicle in Chandler, Ariz., on July 30, 2018. MUSTS CREDIT: Bloomberg photo by Caitlin O'Hara.

A Waymo Chrysler Pacifica autonomous vehicle in Chandler, Ariz., on July 30, 2018. MUSTS CREDIT: Bloomberg photo by Caitlin O’Hara.
By Syndication Washington Post, Bloomberg · Ira Boudway, Joshua Brustein 

Alphabet Inc.’s Waymo took a big step forward last fall when it began ferrying riders around the Phoenix area in robotaxis without human safety drivers. Humans have been behind the wheel for almost all of the 20 million miles of testing the company says it’s completed on public roads.

The driverless rides in Arizona don’t mean the end for Waymo’s human operators. Last summer, the company quietly finalized a multiyear contract with Transdev North America, which provides bus drivers, streetcar conductors and other transportation workers to airports and cities. The partnership is an acknowledgement that Waymo will be relying on test drivers for many years to come.

“For the foreseeable future, as we expand and are driving in some of these new areas, it’s critical that we have vehicle operators,” said Rocky Garff, Waymo’s head of operations. “They’re part of the equation that gets us to fully self-driving.”

Rather than supply Waymo with contractors for its driving operations, the deal provides test-driving as a service-a subtle but key distinction. Transdev replaces a handful of staffing companies that have subcontracted drivers to Waymo. Under those previous arrangements, drivers could work for only two years at a time with six-month breaks between stints-a rule meant to shield Waymo from claims that it was their employer.

The partnership puts more legal space between the drivers and Waymo, allowing them to stay on indefinitely, as employees of Transdev. The value of the deal in its first year is in the tens of millions of dollars, and could eventually reach nine figures, according to someone with direct knowledge who asked not to be named discussing private business details.

For the new contract, Waymo required bidders to guarantee they’d hire drivers as full-time employees and to articulate a strategy for career development, according to a person familiar with the process. “We’re working on having a much clearer career path for these operators,” Garff said.

Before Transdev, the goal for many safety drivers was to get hired as a Waymo employee, also known as a “white badge,” before the clock ran out. “Everyone’s dream is to become a full-time employee through Waymo,” said Morgan, a 26-year-old driver who was provided by the company for an interview and who asked to be identified by only his first name. Morgan started driving for Waymo in the summer of 2018 through Adecco USA, a staffing company that supplies about 70,000 temporary workers to hospitals, warehouses, factories and call centers. Until the Transdev deal, Adecco served as Waymo’s chief source of drivers.

Morgan said he’s glad for the change to Transdev. As he approached his one-year anniversary, he’d begun looking for other work. “I was definitely excited because I was kind of getting to that not-quite-panic point,” he said. He also said that Adecco oversold the possibility of getting hired by Waymo. “I remember in my interview, they were like, ‘Three people just got hired on full time,’ but they didn’t mention the size of the fleet, the positions they got hired for and what kind of experience they had.” Adecco, in an emailed statement, said this does not square with its policies and procedures. “We are very clear that our roles at Waymo are temporary, not temp-to-hire positions,” the statement said.

Two former drivers who worked under Adecco told Bloomberg they’d also held out hope of direct employment at Waymo. (The drivers spoke under condition of anonymity for fear of hurting future job prospects.) But staff positions were scarce and the competition fierce. The promotion process, according to the former drivers, was opaque. Adecco managers were formally in charge of performance reviews but were rarely around. “I don’t think I even went to an Adecco office ever, except to turn in my badge and equipment,” said one of the drivers. “It was all Waymo all the time.”

“Feedback from our associate base has been largely positive, and our employee care teams are entirely dedicated to addressing their questions, input or concerns,” Adecco said in its statement.

Transdev’s record as an employer isn’t without its own controversies. It’s faced multiple strikes in recent years from unions representing workers in public transportation services it operates in the U.S., including a weeklong strike in Phoenix in 2015, where talks stalled over salary, the company’s approach to benefits and its bathroom break policy. Transdev also faces several open National Labor Relations Board complaints about working conditions.

In a statement provided by Waymo, Transdev North America Chief Executive Officer Yann Leriche said the partnership would create a “high functioning operating environment focused on safety, quality, employee engagement and a positive customer experience.” A Transdev spokesperson declined to answer additional questions.

Veena Dubal, a law professor at the University of California at Hastings who specializes in gig work and the tech industry, said technology companies want to directly employ as few people as possible in part to avoid liability, a consideration that’s particularly germane in a field such as autonomous vehicles, where there’s inherent physical risk. If a self-driving car with a test pilot is involved in an accident, Dubal said, Waymo could argue it hired Transdev specifically for its expertise in test-driving. “They could just employ everyone, protect them and say, ‘This is the cost of doing business in the autonomous-driving world,’ ” she said. Waymo declined to comment on whether liability concerns were a factor in retaining Transdev.

Despite their complaints about Adecco, the drivers who were interviewed said Waymo test-pilot gigs aren’t bad. “Not only do I get to drive around in a cool car all day,” said Morgan, “I’m doing something that I think is going to change the future. And it’s going to hopefully make roads safer for not only myself, but hopefully for my kids and for everybody else’s kids.”

Under Adecco, pay started at about $20 per hour. Most time was spent as a passenger, being driven around the sunny Phoenix suburbs. “I was telling my friends it was the greatest scam I had ever uncovered,” said one former driver. “It was an awful lot of money for an awful little bit of work.”

The greatest difficulty of the job, according to multiple former drivers, is staying alert through the dull, repetitive hours of cruising. One took breaks to do jumping jacks, rolled down the windows and turned up the radio to combat drowsiness. “You really go into podcasts,” said another. Still, the driver said, not everyone stayed alert all the time. “We even had people eat full meals behind the wheel, which is not safe.”

Drivers are keenly aware of the contradiction at the heart of their jobs. “The whole goal is to work to eliminate your own position, which is a really weird thing to come in every day thinking,” said one former driver.

Withholding the white badge is one of many ways Waymo reminds its drivers that it’s looking forward to the day when they’re no longer around. Both drivers and riders are instructed to keep interactions minimal. “It was a very awkward experience,” said a former driver. “They’re instructed not to talk to you. They’re supposed to treat it like it’s a completely unmanned vehicle.”

“You could say hi,” said another. “And then you would be quiet to try to simulate an actual self-driving car.”

Toyota pumps another $700 million into American SUV expansion #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 18, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30380746?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Toyota pumps another $700 million into American SUV expansion

Jan 18. 2020
By Syndication Washington Post, Bloomberg · Chester Dawson 

Toyota Motor Corp. has poured more money into yet another North American plant to boost production of the SUVs and trucks U.S. customers increasingly seek instead of sedans.

The Japanese automaker said Friday it has spent $700 million and hired 150 new workers at its plant in Princeton, Indiana, mostly to increase production of its Highlander sport utility vehicle.

The outlay is part of a $1.3 billion injection into the factory and a broader pledge by Toyota to invest $13 billion at its U.S. facilities through next year, about half of which the company will detail into next year. The spending – which has helped Toyota fend off tariff threats made by President Donald Trump – is designed to align production with demand for more SUVs and trucks.

As sales of once-dominant sedans including the Corolla and Camry have dropped, Toyota has had a hard time maintaining enough stock of its best-selling RAV4 crossover and growing range of hybrids. The shift in demand has already prompted the company to revamp factories in Kentucky, Texas and Ontario in just the last year and shift more SUV assembly to the U.S. market.

“Part of Toyota’s tremendous success in North America is building vehicles where we sell them,” Christopher Reynolds, Toyota’s chief administration officer in North America, said in a statement.

The investment in Princeton boosts the plant’s annual capacity by almost 10% to 420,000 vehicles and focuses production on the conventional mid-size Highlander and a gas-electric hybrid version. Toyota said it will shift output of the full-size Sequoia SUV from Indiana to a truck factory in Texas in 2022.

That should allow the company to improve productivity in Princeton, which made about 362,000 vehicles last year but was capable of manufacturing 383,000. The Highlander accounted for 73% of the total, trailed by Sienna’s 24% and Sequoia’s 2.5%.

To make room for the Sequoia alongside the full-size Tundra truck at its San Antonio plant, Toyota will stop producing the mid-size Tacoma there next year and move all manufacturing of that popular pickup to two factories in Mexico that already assemble the model.

Capacity in San Antonio will remain at 208,000 vehicles a year and no jobs will be cut, the company said.

It’s not clear what will make up for the slack left by the Tacoma. About 40% of the more than 275,000 Tacomas produced last year were built in San Antonio, where Toyota said it is spending $391 million on “multi-vehicle production capabilities” for unspecified models.

Tesla faces federal review of complaints its cars accelerate without warning #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 18, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/auto/30380742?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Tesla faces federal review of complaints its cars accelerate without warning

Jan 18. 2020
File Photo of Tesla cars

File Photo of Tesla cars
By The Washington Post · Ian Duncan, Faiz Siddiqui

WASHINGTON – The federal auto safety regulator said Friday that it has begun a review of complaints that Tesla cars have suddenly accelerated, crashing into a palm tree in one instance, and walls, a fire hydrant, and parked cars in others.

A photo included in the agency’s complaint records shows a Tesla Model S that smashed through a wall in a person’s home after they tried to park in their garage.

The National Highway Traffic Safety Administration has received 127 similar complaints about sudden acceleration resulting in 52 injuries. Their inquiry into the incidents could involve as many as half a million vehicles, according to the agency’s summary of the review.

While many of the complaints involve allegations that the driver was parking when their car suddenly sped away, a few of the complaints involve high-speed incidents recorded by law enforcement.

A witness to a 10-vehicle crash on a Oregon highway in August told police that it appeared a speeding Tesla Model 3 that careened through traffic “was not controllable and that it seemed like she was watching a movie.”

NHTSA said it launched the review after receiving what’s known as a defect petition, a type of complaint that members of the public can use to compel the agency to act. The review involves Model S and 3 sedans and Model X SUVs in model years 2012 through 2019.

“As is the agency’s standard practice in such matters, NHTSA will carefully review the petition and relevant data,” the agency said in a statement.

Tesla, which makes electric vehicles only, did not respond to a request for comment.

The review is the second that NHTSA has launched involving Tesla in recent months: In November, it said it would review complaints about battery defects.

Automakers have faced complaints about their vehicles suddenly accelerating before, but it has proved difficult to determine whether a defective design or the driver was at fault. Jason Levine, the director of the Center for Auto Safety, said the amount of data Tesla collects on its vehicles could lead to greater clarity, and he hoped NHTSA would force them to turn over the information.

A McLean, Virginia, woman’s husband filed a complaint with the agency after her Model 3 crashed in her parking garage at work last April. The woman said she was trying to roll forward into a parking space when, “I felt like someone had taken control from me.”

The car smashed into a pole and was totaled, said the woman, who asked that her name not be used to protect her privacy. Her husband said Tesla investigated and told them the accelerator was pushed all the way down, a conclusion they reject.

The woman’s experience was typical, according to a review of the Tesla complaints in NHTSA’s records. People reported vehicles approaching parking spaces or garage doors – or otherwise traveling at a low speed – when they violently lurched forward despite an apparent lack of accelerator input from the driver.

In some of the complaints, people reported that Tesla refused to turn over computer reports on the force of the pedal or the incident logs from the episodes and blamed driver error.

Details of the Oregon crash were submitted to NHTSA by police, who told the federal agency that witness accounts “appear to verify” the driver and passenger’s account that the car experienced unintended acceleration.

The complainants themselves insisted they hadn’t depressed the accelerator pedal. One couple, a 42-year-old pilot and 37-year-old physician, said they both experienced instances of sudden unintended acceleration in the span of about two weeks.

Several of the drivers suspected Tesla’s advanced driver-assistance suite, Autopilot, was a potential culprit. In one instance, a driver in Olympia, Washington, said they were attempting to park their Tesla Model S at a Costco when “the car bolted.”

“It felt like it was in Autopilot mode without me engaging it manually,” the complaint said. “I can still drive the car and feel fairly safe as I believe the computer accidentally engaged the Autopilot and now the Autopilot isn’t operational. However, I no longer trust this car.”

ซีรีส์ 7 ที่สุดที่ผู้บริหารต้องการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411024?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ซีรีส์ 7 ที่สุดที่ผู้บริหารต้องการ

17 มกราคม 2563 – 12:05 น.
บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7
เปิดอ่าน 92 ครั้ง

ซีรีส์ 7 ที่สุดที่ผู้บริหารต้องการ คอลัมน์…  ยานยนต์

บีเอ็มดับเบิลยูเปิดตัวยนตรกรรมระดับเรือธง บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ในสองรุ่นย่อยมาให้เลือกซื้อ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ปลั๊ก-อินไฮบริดและบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport ขุมพลังดีเซลทั้งสองรุ่นต่างพัฒนาต่อยอดเอกลักษณ์อันเป็นเลิศของยนตรกรรมระดับเรือธง ทั้งความสะดวกสบายขณะเดินทางและความคล่องตัวบนท้องถนน พร้อมด้วยความมั่นใจเต็มพิกัดจากระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันทั้งในด้านความแม่นยำและความปลอดภัยในการขับขี่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ส่งกำลังแบบเต็มพิกัดลงสู่ล้อทั้งสี่และเพิ่มความเกาะถนนในทุกสภาพการขับขี่ที่ให้มาทั้งสองรุ่น

บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 มากับกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมขอบโครเมียมที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว พร้อมระบบ Active Air Flap Control เปิดปิดแผ่นในกระจังหน้าอัตโนมัติเพื่อระบายความร้อนในเครื่องยนต์ไฟหน้าทรงเรียวยาวมาพร้อมระบบ Adaptive LED ในรุ่น 730Ld sDrive M Sport ส่วนรุ่น 745Le xDrive M Sport เป็นระบบ Laserlight

โลโก้บีเอ็มดับเบิลยูบนกระโปรงหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น 13 มิลลิเมตร ช่องดักอากาศด้านล่างกระจังหน้ามาพร้อมแผ่นปรับทิศทางลมไปยังช่องระบายอากาศของระบบเบรกและช่องดักลม Air Curtains โดยมาในรูปทรงตัว L ล้ออัลลอย M ลาย Star-spoke ขนาด 20 นิ้ว ในรุ่น 745Le xDrive M Sport และล้ออัลลอย M ลาย Double-spoke แบบสลับสีขนาด 19 นิ้ว ในรุ่น 730Ld sDrive M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport มากับระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด โดยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW Efficient Dynamics และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 394 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 600 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 จังหวะอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าล้วนๆ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งไว้ใต้เบาะที่นั่งหลังยังเพิ่มความจุเป็นขนาด 12 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขยายระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 50-58 กิโลเมตร

ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport มากับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000–2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเช่นกัน พร้อมช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับอัตโนมัติและเทคโนโลยีแชสซีใหม่ Executive Drive Pro ที่ทำงานประสานกับระบบช่วงล่าง

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 ใหม่ออกแบบมาให้หรูหราขึ้นเลือกใช้เบาะหนังแท้ Nappa ลายใหม่ ปรับไฟฟ้าพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นบุหนังแท้และระบบระบายอากาศทั้งตอนหน้าและตอนหลัง รวมทั้งระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตอนหลังตกแต่งด้วยลายไม้ให้หลังคากระจก Panorama Sky Lounge ในบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ที่สามารถสร้างบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟได้จากทั้งแสงธรรมชาติและชุดไฟ ambient light อีกด้วย

ห้องโดยสารประกอบด้วยจอระบบสัมผัสความละเอียดสูงบริเวณเบาะหลังระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมระบบนำทางจอแสดงผลดิจิทัลที่แผงคอนโซลขนาด 12.3 นิ้ว และจอ Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบกราฟฟิกรูปแบบใหม่ทำงานด้วยระบบประมวลผล BMW Operating System 7.0 ควบคู่กับ BMW Connected Drive ระบบผู้ช่วยส่วนตัวฉลาดล้ำ BMW Intelligent Personal Assistant พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงผู้โดยสารเบาะหลังสามารถเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเต็มรูปแบบจากหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ความละเอียด Full HD สองจอ พร้อมด้วยเครื่องเล่นบลูเรย์ที่ติดตั้งมาด้วยผู้โดยสารสามารถใช้หน้าจอนี้ควบคุมระบบนำทางและฟังก์ชันออนไลน์ต่างๆ ของตัวรถได้โดยตรงจากเบาะหลังที่พิเศษเสียงรบกวนจากภายนอกยังถูกกลั่นกรองออกไปด้วยกระจกกันเสียงที่หนากว่าเดิมถึง 5.1 มิลลิเมตร พร้อมด้วยฉนวนกันเสียงเพิ่มเติมรอบซุ้มล้อหลัง ทำให้เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้น้อยมากๆ

าคาจำหน่าย บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7
745 Le xDrive M Sport ราคา 6,439,000 บาท
730 Ld sDrive M Sport ราคา 6,139,000 บาท 

พร้อมแพ็กเกจ BSI Standard บริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

%d bloggers like this: