ไลฟ์สไตล์

All posts tagged ไลฟ์สไตล์

5 เคล็ดลับ ‘ฮาวทูเคลียร์ตู้เย็น’ ไม่ให้เหลือทิ้งสไตล์คนยุคใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/611799

  • วันที่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 16:22 น.

5 เคล็ดลับ 'ฮาวทูเคลียร์ตู้เย็น' ไม่ให้เหลือทิ้งสไตล์คนยุคใหม่

ฮาวทู…ทิ้งอย่างไรไม่ให้ไร้ประโยชน์ โจทย์ใหญ่เมื่อต้องล้างตู้เย็น ขจัดอาหารส่วนเกิน

ปัจจุบันปริมาณอาหารที่เหลือทิ้งขว้างในประเทศไทยมีสูงมากและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้ออาหารที่อาจมากเกินความจำเป็น และการเก็บรักษาอาหารในตู้เย็นที่ผู้บริโภคอาจละเลยความใส่ใจหรือเก็บชนิดของอาหารในช่องเก็บของตู้เย็นที่ไม่เหมาะสมทำให้คุณภาพหรืออายุของอาหารสั้นลงเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่ต้องแข่งกับเวลาที่เร่งด่วน ทำให้ไม่มีเวลาและส่งผลให้มีปริมาณอาหารที่ถูกลืมหรือถูกทิ้งขว้างในบ้านเป็นจำนวนมาก จากข้อมูล ThaiHealth Watch สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุถึงปัญหา 10 พฤติกรรมสุขภาพคนไทยที่ต้องจับตาในปี 2563 หนึ่งในนั้น คือเรื่องขยะอาหาร อาหารส่วนเกิน

บริษัท เบโค ไทย จำกัด ชวนทุกคนมารักบ้านของตัวเองและรักโลกด้วย 5 เคล็ดลับง่าย ๆ กับ ’ฮาวทูเคลียร์..ตู้เย็น’ ไม่ให้เหลือทิ้งสไตล์คนยุคใหม่ ตามแบบฉบับของเบโค เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนสามารถปรับพฤติกรรมการซื้ออาหารและการจัดระเบียบตู้เย็นให้เรียบร้อยสะอาดใหม่อยู่เสมอ และที่สำคัญสามารถช่วยประเทศรวมถึงช่วยโลกในการลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งหรือ Food Waste ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันได้อีกด้วย โดยเคล็ดลับที่ทุกคนสามารถทำตามหรือนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันนั้น ประกอบไปด้วย

1.เช็กทุกครั้งก่อนออกไปช็อป

เริ่มจากการเปิดตู้เย็นสำรวจดูว่ามีอะไรที่เราควรหรือไม่ควรซื้อเพิ่มเติม จะทำให้เราซื้อของในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ซื้อของเกินความจำเป็น หากคุณเป็นสายเก็บลืมหรือชอบซื้ออาหารและเอาแต่เก็บแล้วล่ะก็ จะทำให้ตู้เย็นมีแต่อาหารที่มากเกินความจำเป็น เมื่อทานไม่ทันทำให้สุดท้ายอาหารหมดอายุไปก่อน นอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณขยะอาหารแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับพฤติกรรมการซื้ออาหารเพียงเท่าที่จำเป็น บริโภคแต่พอดี บริโภคของที่สดใหม่ในตู้เย็นเสมอนั้น จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีและช่วยลดปริมาณขยะอาหารในโลกอีกด้วย

2.แยกประเภท เก็บให้เป็นหมวดหมู่

เมื่อซื้อของเข้าบ้านแล้ว การจัดวางของให้เป็นระเบียบในตู้เย็น นอกจากจะทำให้ตู้เย็นเรียบร้อยแล้ว ยังสามารถหยิบของได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแยกเก็บของให้เป็นหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นของสด อาทิ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งครีม เครื่องสำอางต่างๆ เป็นต้น ก็จะทำให้ไม่เกิดกลิ่นปะปนในตู้เย็น รวมถึงลดปัญหาการเก็บลืมจนอาหารหมดอายุและกลายเป็นขยะอาหารที่ถูกทิ้งในที่สุด

3.เลี่ยงคำว่าเสียดาย

หลายคนมักเสียดายของและไม่กล้าทิ้ง เนื่องจากของที่ซื้อมานั้นไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภท ขนมปัง นม โยเกิร์ต ผัก ผลไม้ หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอางและน้ำหอม อาจมีราคาที่สูงและอาจเพิ่งหมดอายุไปเพียงไม่กี่วัน แต่คำว่า “เสียดาย” ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเก็บลืมและทำให้เกิดขยะอาหารนั่นเอง เพราะฉะนั้นการที่เรายอมทิ้งของหมดอายุในตู้เย็นไปบ้างนั้น จะช่วยให้ตู้เย็นเป็นระเบียบ สะอาดน่าเปิดใช้งาน

4.โชว์สกิลฝีมือตัวเอง อวดเพื่อนโซเชียล แม้คนยุคใหม่จะต้องเผชิญกับเวลาที่เร่งด่วนในแต่ละวัน หากสามารถปรับพฤติกรรมเผื่อเวลาให้ตัวเองสามารถทำอาหารเองที่บ้าน ไม่ว่าจะทำเพื่อทานที่บ้านหรือเอาไปทานที่ออฟฟิสก็ตาม นอกจากจะช่วยประหยัดค่ามื้ออาหารของเราได้แล้ว ยังทำให้รับประทานได้อย่างสบายใจหายห่วง เพราะเราใช้วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัยจากตู้เย็นของเราเอง อีกทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารในบ้าน รวมถึงขยะพลาสติกหรือกล่องโฟมได้อีกด้วย เพราะการซื้ออาหารกล่องหรือถุงข้าวแกงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเพิ่มปริมาณขยะพลาสติกหรือกล่องโฟมและเป็นการทำร้ายโลกของเราด้วย

5.เลือกตู้เย็นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

เราทุกคนต่างต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและคนที่เรารักเสมอ หนึ่งในของใช้ในบ้านที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตู้เย็น ซึ่งเราก็ต้องเลือกรุ่นที่ดีที่สุดและสามารถเก็บรักษาอาหารให้คงความสดและคงคุณค่าได้ยาวนานที่สุด ซึ่งเบโคได้คิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีระบบทำความเย็นอัจฉริยะแยกส่วนอิสระ 3 โซนอย่าง Triple Cooling ที่ช่วยลดปัญหากลิ่นปะปนภายในตู้เย็น และเทคโนโลยีในช่องแช่ผักและผลไม้แบบพิเศษอย่าง EverFresh+ ที่ช่วยคงคุณค่าวิตามิน รักษาความสดและยืดอายุของผักและผลไม้ได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม 3 เท่า หรือนานกว่า 30 วัน ทำให้สามารถลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างมากเลยทีเดียว ทั้งนี้เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ชอบความหรูหรามีสไตล์ โดยเฉพาะนักสะสมไวน์หรือสายปาร์ตี้ที่รักการทำอาหารในบ้าน พลาดไม่ได้กับ Beko Multi-Door Wine Cooler ตู้เย็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากยุโรปที่ถูกออกแบบให้มีความหรูหรา พร้อมช่องแช่ไวน์ที่สามารถแช่ไวน์ได้สูงสุดถึง 28 ขวด อีกทั้งประตูกระจกป้องกันแสงยูวีที่ช่วยรักษารสชาติของไวน์ และสามารถปรับอุณหภูมิสำหรับแช่ทั้งไวน์ขาวหรือไวน์แดงได้ตั้งแต่ 5-20 องศา ถือเป็นอุณหภูมิที่ดีที่สุดในการแช่ไวน์ เพื่อคงคุณภาพไวน์ขวดโปรดของคุณได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งรับประกันว่าสามารถแบ่งแยกประโยชน์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นช่องจัดเก็บที่เป็นหมวดหมู่ ดีไซน์ที่หรูหรา เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงช่วยประหยัดไฟเบอร์ 5 อีกด้วย

 

ภาพ Freepik

10 อันดับ Soft Skill ที่มาแรงแห่งปี 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/611548

  • วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 06:07 น.

10 อันดับ Soft Skill ที่มาแรงแห่งปี 2020

ตามให้ทัน พัฒนาตัวเองให้ได้ เรื่องที่คนทำงานต้องรู้ “Soft Skill” ทักษะด้านผู้คน การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และอื่นๆ ที่เป็นที่ต้องการของผู้จ้างงานในปี 2020

แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ Udemy ได้รวบรวมข้อมูลจากอัตราคอร์สเรียนที่ถูกเรียนบนแพลตฟอร์ม และจัดอันดับขึ้นมาว่าในปี 2020 นี้ Soft Skill ไหนกำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุด

  1. Growth mindset: ความสามารถในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับตัวได้อยู่เสมอ
  2. Creativity: ความสามารถในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ และออกแบบวิธีแก้ปัญหาที่ต่างออกไปสำหรับปัญหาเดิม
  3. Focus mastery: ความสามารถในการมุ่งจุดสนใจไปยังเรื่องๆหนึ่ง
  4. Innovation: พัฒนาไอเดียแนวคิด และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ
  5. Communication skills: ทักษะการสื่อสาร และการถ่ายทอดข้อมูลผ่านการพูด ฟัง และสังเกต
  6. Storytelling: ความสามรถจัดระเบียบความคิด ข้อมูล และออกแบบการสื่อสารที่รวบรัด เล่าเป็นเรื่องราวได้
  7. Culture awareness: ความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ ปรับตัว และรับมือกับวัฒนธรรมองค์กร และวัฒนธรรมของคนที่ร่วมงานด้วยได้อย่างหลากหลาย
  8. Critical thinking: ความสามารถในการวิเคราะห์ ประเมิณ และวิพากษ์สิ่งต่างๆ
  9. Leadership: ความสามารถในการเป็นผู้นำ และนำเสนอแนวทางให้กับผู้คนในองค์กร
  10. Emotional intelligence: ความสามารถในการควบคุม สื่อสาร และสังเกตอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของตนเอง หรือของผู้อื่น

 

ภาพ Freepik

เริ่มวันจันทร์ด้วยการทำงานตามแนวคิด ‘อิคิไก’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/611513

  • วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 07:21 น.

เริ่มวันจันทร์ด้วยการทำงานตามแนวคิด 'อิคิไก' 

‘อิคิไก’ ปรัชญาที่หาเหตุผลมาทำให้เราเลิกเกลียดวันจันทร์

วันนี้เพิ่งวันจันทร์ แต่เราตั้งหน้าตั้งตารอคอยเย็นวันศุกร์เพื่อจะได้พักเต็มที่ อาการเบื่อวันจันทร์ หรือ Blue Monday วันฝันร้ายของคนทำงาน ลองนำปรัชญา อิคิไก (IKIGAI) แนวคิดของชาวญี่ปุ่นที่เกิดจากคำสองคำ “อิคิ” (มีชีวิตอยู่) และ “ไก” (คุณค่าหรือความหมาย) คือการค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ เราจะทำอย่างนั้นได้หรือไม่ เริ่มจากตอบคำถาม 4 ข้อ นี้ให้ได้ก่อน

อะไรคือสิ่งที่คุณรักที่จะทำ (Passion)

อาการ Passion หมด นั่งมองนาฬิกาคอยนับเวลาถอยหลังว่าเมื่อไหร่จะเลิกงาน หรือรู้สึกไม่อยากตื่นไปทำงานเลย จนทำให้หมดไฟในที่สุด แต่เมื่อไหร่ที่เราทำงานอย่างมี Passion มีความหลงไหล ลงมือทำด้วยความรัก จะทำให้เราทุ่มเทและไม่เบื่อหน่าย และเลิกหาข้ออ้างขี้เกียจต่างๆ แต่ในโลกความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนที่ได้ทำงานที่รัก บางคนเลือกงานที่เงินดีเป็นหลัก คำถามต่อมาก็คือแล้วเราจะรักษาสมดุลของสองสิ่งนี้ได้อย่างไร เริ่มจากเขียนสิ่งที่เราชอบทำ งานอดิเรกที่สนใจ เขียนออกมาให้หมด แล้วดูว่ามีสิ่งไหนใกล้เคียงและเสริมทักษะให้กับงานปัจจุบันบ้าง รวมถึงการตั้งเป้าหมายการทำงาน ควรเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ก่อน เช่น งานชิ้นนี้จะทำให้เสร็จภายใน 2 วัน จะช่วยให้คุณมีความกระตือรือร้น อยากลุกขึ้นมาทำงาน ความภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ คือการสร้าง Passion ในอีกรูปแบบหนึ่ง

อะไรคือสิ่งที่จะสร้างรายได้ให้คุณ (Mission)

ทุกคนรู้ดีว่างานคือรายได้ ถ้าไม่ทำรายได้ก็หดหาย แต่ทำไมการเอาชนะความขี้เกียจถึงยากจังเลย ลองค่อยๆ พิจารณาว่างานอะไรบ้างที่เราต้องรับผิดชอบ รวมถึงรายจ่ายของแต่ละเดือน เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราจะหมดไฟในการทำงานไม่ได้เลย เพราะมีภาระมากมายที่รออยู่ แล้วยังต้องพัฒนาทักษะการทำงานอยู่เสมอ เพื่อจะได้เติบโตในสายงาน ซึ่งก็หมายถึงโอกาสเพิ่มรายได้และความมั่นคงในชีวิต หากคุณทำงานไปวันๆ แบบไม่มี Passion รอเวลาให้ชั่วโมงงานหมดไป อาจส่งผลให้ผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร

อะไรคือสิ่งที่คุณทำได้ดี (Profession)

เริ่มจากค้นหาว่าเรามีความถนัดด้านไหน เช่น ถนัดภาษา การสื่อสาร งานขาย ฯลฯ แล้วทักษะเหล่านี้ช่วยพัฒนางานที่ทำอยู่หรือเปล่า คงไม่มีใครอยากทำงานที่ไม่มีความถนัดเลย เพราะคุณจะไม่มีความสุขในการทำงาน ถ้าคุณเป็นคนมีความสามารถหลายอย่าง งานประจำก็ทำได้ดี งานอดิเรกก็คล่อง ลองหารายได้จากสิ่งที่ชอบ ช่วยเปิดโอกาสให้คุณเจอสังคมใหม่ๆ ที่มีความชอบแบบเดียวกัน แล้วยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากงานหลักด้วย

อะไรคือสิ่งที่โลกต้องการ (Vocation)

พิจารณาว่างานที่คุณทำอยู่มีประโยชน์กับสังคมแค่ไหน จะทำให้คุณรู้สึกภูมิใจในอาชีพที่ทำ อยากตื่นขึ้นมาเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ตอบแทนผู้อื่น ให้ลองเขียนข้อดีของงานที่คุณทำ เช่น หากทำงานด้านการบริการ ให้คำปรึกษาลูกค้า ก็เท่ากับว่าได้ช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้ชีวิตคนอื่นสะดวกขึ้น ถ้าทำงานเป็นเซลส์ คุณก็ได้ส่งต่อสินค้าหรือบริการดีๆ ให้กับผู้อื่น หรือแม้แต่การตั้งใจทำงานในทุกวัน ก็คือการตอบแทนองค์กร ช่วยขับเคลื่อนให้ผลิตผลงานที่ดีสู่สังคม

How to วิธีกระตุ้นให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/611450

  • วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 06:07 น.

How to วิธีกระตุ้นให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

ขี้เกียจก็ไม่ใช่ แค่ยังไม่อยากทำ ทุกคนต้อง เคยเป็นแบบนี้กันทั้งนั้น จากปัญหาเรื่องนี้ เราจึงรวบรวม 7 วิธีการดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เราทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

1.รู้ทันอารมณ์ ขจัดสิ่งไม่ดีทิ้งเสียก่อน

สิ่งที่จะทำให้เรารู้สึกไม่อยากทำอะไรก็ตามแต่นั้น มักจะมาจากการที่เรามีอารมณ์และความรู้สึกแย่ๆ อย่างเช่น ความขี้เกียจ หรือความรู้สึกโกรธ เศร้า ไม่พอใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่จะเบี่ยงเบนให้เราไม่อยากที่จะทำในสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะเริ่มทำงานอะไรก็ตาม ควรทำจิตใจให้สงบ ไม่คิดมากหรือฟุ้งซ่าน

2.เรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำ

ทุกวันเรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมายจนอาจจะทำให้เรารู้สึกสับสน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรก่อนอะไรหลังดี ดังนั้น การที่เราจัดลำดับหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบโดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ก่อนแล้วค่อยๆ ทำไปจนถึงหน้าที่รับผิดชอบใหญ่ๆ ก็จะทำให้เรามีแรงผลักดันที่จะทำงานต่อๆ ไปได้

3.กำหนดเวลาในการทำแต่ละอย่างให้ชัดเจน

คล้ายกับการจัดลำดับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่ในที่นี้คือการกำหนดเวลาในการทำสิ่งต่างๆ ให้แน่ชัด เพราะวัน ๆ หนึ่ง คนเรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมาย เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทำทุกๆ อย่างให้สำเร็จได้ภายในวันเดียว เพราะฉะนั้น การกำหนดเวลาในการทำสิ่งต่างๆ เอาไว้ก็จะทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เช่น เราจะทำงานเพียงแค่ 20 นาทีต่อวันสำหรับงานนี้ และเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เราจะหยุดทำงานนี้ทันที

4.ให้รางวัลกับตัวเอง

การที่เรารู้สึกไม่อยากที่จะทำงานหรืออะไรก็ตามนั้น สาเหตุอาจจะมาจากการที่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้รับสิ่งตอบแทนจากการทำสิ่งๆ นั้น ดังนั้น เมื่อเราทำงานอะไรก็ตามเสร็จ เราควรให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ อย่างการไปกินอาหารอร่อยๆ ที่เราชอบ ดูหนัง ฟังเพลง หรือการซื้อของที่เราอยากได้

5.อย่ากลัวที่จะล้มเหลว

จงระลึกเอาไว้เสมอว่าก่อนที่คนเราจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างหนึ่งได้ เราทุกคนก็ต้องเคยผ่านความล้มเหลวมาด้วยกันก่อนทั้งนั้น ดังนั้น เมื่อเราคิดที่จะทำอะไรก็ตาม ขอให้เราลงมือทำมันออกมา

6.พาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ดี

บางครั้งแรงผลักดันที่ดีก็ไม่ได้มาจากตัวของเรา การที่เราพาตัวเองไปอยู่ในสังคมหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี อย่างการอยู่กับคนที่มีพลังงานบวก มีความคิดสร้างสรรค์ มีแรงบันดาลใจ ก็จะทำให้เราได้รับพลังงาน และแรงบันดาลใจดีๆ กลับคืนมานั่นเอง

7.เริ่มต้นลงมือทำ

ถึงแม้ว่าเราไม่ได้อยากที่จะทำงานนั้นเลยก็ตาม แต่แรงผลักดันและแรงบันดาลใจที่ดีนั้นมาจากการที่เราลงมือทำ ในช่วงแรกมันอาจจะยังไม่มีมากนัก แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าเราได้เริ่มลงมือทำไปแล้ว แรงบันดาลใจและแรงผลักดันที่รู้สึกว่าอยากจะทำต่อไปมันจะออกมาเอง

หากลองทำตามคำแนะนำต่างๆ แล้วยังมีความรู้สึกที่ไม่อยากจะทำอยู่ เราขอแนะนำให้คุณลองหากิจกรรมที่ช่วยสร้างแรงผลักดันและแรงบันดาลใจดีๆ เช่น การฟังเพลงที่มีความหมายดีๆ การดูหนังที่สร้างแรงบันดาลใจ และการงีบสัก 15 นาที สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะช่วยให้คุณรู้สึกดีมากขึ้น และพร้อมต่อการที่จะทำสิ่งต่างๆ ต่อไปได้

 

ภาพ freepik

Surf “n” Turf Sunday Brunch เสิร์ฟความอร่อยสุดอลังเดือนละครั้งเท่านั้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611814

  • วันที่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 17:27 น.

Surf “n” Turf Sunday Brunch เสิร์ฟความอร่อยสุดอลังเดือนละครั้งเท่านั้น

อร่อยสุดคุ้มกับอาหารทะเลและเนื้อระดับพรีเมี่ยม พิเศษเพียงเดือนละครั้ง กับ Surf “n” Turf Sunday Brunch @Surawongse

พลาดไม่ได้กับความอร่อยที่มาเสริฟเพียงเดือนละครั้ง โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ให้บริการ Surf “n” Turf Sunday Brunch (เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ ซันเดย์ บรันช์) ใหม่พร้อมดนตรีสด เพื่อให้ถูกใจทุกคน ในราคาเพียง 1,588++ บาท บริการตั้งแต่เที่ยง-15.00 น. ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ณ ห้องอาหารพระยา คิทเช่น

ซันเดย์ บรันช์ที่พระยา คิทเช่น เพียบพร้อมด้วยอาหารไทยตำรับดั้งเดิม และยังมีอาหารทะเลให้เลือกมากมาย รวมทั้งเนื้อระดับพรีเมี่ยม และหอยนางรมสดใหม่ ที่มีให้เลือก 3 ชนิด หมุนเวียนกันไป

สเตชั่นอาหารไทยก็มีอาหารให้เลือกอย่างจุใจ นำเสนอโดย เชฟอรรถพล (ไนโต) ถังทอง Executive Chef และเชฟสมคิด เกตุแก้ว นำตำรับอาหารไทยตั้งแต่สมัยเด็กที่หารับประทานได้ยากกลับมาทำใหม่ รวมทั้งจานยอดนิยมจากสมัยเก่าก่อนที่ชวนให้ระลึกถึงวัยเด็กที่คุณแม่หรือคุณย่าคุณยายลงมือปรุงอาหารให้สมาชิกในครอบครัว ผู้มารับประทานอาหารยังจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่ปรุงสดๆจากสเตชั่นซิกเนเจอร์ของเชฟ ที่มีจานเด่นคือ แกงคั่วกุ้งมังกรใบชะพลู “ยำหัวปลีฟัวกราส์” และ “ไก่อบภูเขาไฟ” อันลือลั่น ที่เสิร์ฟมาบนรถเข็น อย่าลืมดื่มยาดองเคียงไปด้วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ในส่วนของเซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ เลือกสรรอาหารทะเลสด และเนื้อระดับพรีเมียมได้ไม่อั้น เพื่อส่งต่อให้เหล่าบรรดาเชฟปรุงสดใหม่บนบนครัวเปิดโล่ง พบกับซีฟู้ดวอลล์ (Seafood Wall) ที่มีอาหารทะเลสดใหม่ถึง 12 ชนิด เช่น ปูทะเล กุ้งลายเสือ กั้งหิน เป็นต้น

นอกจากซีฟู้ดแล้ว บุทเชอร์ ซีเลคชั่น (Butcher Selections) มีเซอร์ลอยน์แบบดรายเอจ 55 วันจนได้เนื้อที่นุ่มละมุน และสเต็กเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียและอเมริกา รวมไปถึงซี่โครงแกะจากนิวซีแลนด์อีกด้วย

เพื่อเพิ่มความหลากหลาย เรายังนำอาหารจานซิกเนเจอร์จากห้องอาหารเย่า ร้านอาหารจีนของโรงแรมมาให้เลือก เช่น “เสี่ยวหลงเปาล็อบสเตอร์” ปั้นสดและ “เป็ดปักกิ่ง”

พระยา คิทเช่นยังสร้างบรรยากาศอาหารสตรีทฟู้ด โดยนำเสนอข้าวเหนียวหมูปิ้ง ทอดมันกุ้ง ทอดมันปลา เมื่ออิ่มเอมกับอาหารแล้ว สามารถผ่อนคลายต่อที่จูซบาร์ และสำหรับเด็กๆ ที่ร้านอาหารยังมีมุม DIY ให้ได้สนุกสนานระหว่างที่พ่อแม่และผู้ใหญ่เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารพร้อมฟังดนตรีบรรเลงสด

”เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ ซันเดย์ บรันช์ แอท สุรวงศ์” (Surf “n” Turf Sunday Brunch @Surawongse) ราคา 1588++ บาท (รวมเครื่องดื่มที่จูซบาร์) บริการทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปีรับประทานฟรี เด็กอายุตั้งแต่ 4 -12 ปีรับส่วนลด 50%

พบกับ ”เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ ซันเดย์ บรันช์ แอท สุรวงศ์” ได้ในวันที่

  • 26 มกราคม 2563
  • 23 กุมภาพันธ์ 2563
  • 29 มีนาคม 2563

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-088-5666 หรือ www.bangkokmarriottsurawongse.com

เซเลบชวนช็อปสินค้าเสริมมงคล รับตรุษจีนปีหนูทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611726

  • วันที่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 07:08 น.

เซเลบชวนช็อปสินค้าเสริมมงคล รับตรุษจีนปีหนูทอง

ตรุษจีนปีหนูทองเลือกช็อปของมงคลเสริมความเฮงกับเหล่าเซเลบริตี้ ในงาน “CENTRAL CHINESE NEW YEAR 2020”

เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และมาสเตอร์การ์ด ต้อนรับตรุษจีนปีหนูทองอย่างยิ่งใหญ่จัดงาน “CENTRAL CHINESE NEW YEAR 2020” (เซ็นทรัล ไชนีส นิวเยียร์ 2020) ภายใต้คอนเซปต์ “THE LUCKIEST STORE IN TOWN” เพื่อมอบความสุข และความสิริมงคลให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวด้วยกิจกรรมหลากหลาย เสริมสิริมงคลรับศักราชใหม่ของชาวจีน เพื่อการเริ่มต้นที่ดีให้กับชีวิตตลอดปี ตั้งแต่วันนี้-2 ก.พ. 2563 ณ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า ในโอกาสที่เข้าสู่ช่วงแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ซึ่งนับเป็นเทศกาลสำคัญของชาวจีน และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ห้างเซ็นทรัลจึงขอร่วมส่งความสุขให้กับลูกค้าทั้งคนไทยและชาวจีน โดยเทศกาลตรุษจีนในปีหนูทอง บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และมาสเตอร์การ์ด จัดงาน “CENTRAL CHINESE NEW YEAR 2020” (เซ็นทรัล ไชนีส นิวเยียร์ 2020) ระหว่างวันที่ 15 ม.ค.-2 ก.พ. 63 ณ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ในคอนเซปต์ THE LUCKIEST STORE IN TOWN

โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ 2 สาขาใจกลางกรุงเทพฯ เริ่มที่ ห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์ มีพิธีเปิดงานในวันจันทร์ที่ 20 ม.ค. 2563 เนรมิตมังกรยาว 168 เมตร ส่วนหัวประดับตกแต่งด้วยทองคำแท้รวมน้ำหนัก 5 บาท นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และเป็นมังกรที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทยด้วย ซึ่งเปรียบเสมือนลงมาจากสรวงสวรรค์ เพื่ออวยพรและเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ลูกค้า โดยความยาว 168 เมตร เลข 1 สื่อความหมายถึงหนึ่งเดียว, เลข 6 หมายถึง หนทางความราบรื่น และเลข 8 หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า ความมั่งคั่ง เมื่อรวมกันกลายเป็น 168 มีความหมายไปถึงหนทางไปสู่ความร่ำรวย ราบรื่น รุ่งเรือง และชวนอิ่มอร่อยกับอาหารจีนมงคลจากร้านอาหารชื่อดังที่ Living House ชั้น 7

ส่วนห้างเซ็นทรัลชิดลม เนรมิตให้เป็นห้างแห่งความโชคดี ระหว่างวันที่ 22-27 ม.ค. 2563 โดยประดับโคมไฟหลากสีสัน พร้อมดอกไม้ และต้นไม้มงคลทั่วห้าง เริ่มที่ชั้น 1 ตระการตากับซุ้มดอกไม้มงคลโทนสีแดง แสด และบานเย็น ตกแต่งด้วยโคมไฟนำชีวิตรุ่งเรืองหลากหลายแบบทั่วทั้งชั้น ไฮไลต์อยู่ที่โถงเปียโน พบกับมังกรโคมไฟมหามงคลขนาดยักษ์ความยาวกว่า 30 เมตร ประหนึ่งลงมาจากสรวงสวรรค์ เพื่ออวยพรปีใหม่ ชั้น 2 โดดเด่นด้วยต้นส้มแห่งความโชคดี แผ่กิ่งก้านและผลส้ม ที่หมายถึงความโชคดีตลอดทั้งปี แซมด้วยโคมไฟมงคลสไตล์จีนสวยงาม ลูกค้าสามารถเขียนคำอธิษฐานประดับต้นส้ม ชั้น 3 มังกรโคมมหามงคลจากโถงเปียโนมาทักทายให้ลูกค้าได้ถ่ายภาพที่ระลึกเสริมสิริมงคล พร้อมเพลินกับการช็อปปิ้งสินค้าตกแต่งบ้านและเสื้อผ้าชุดใหม่สไตล์โมเดิร์นไชนีสหลากแบบหลายสไตล์ ชั้น 4 พบกับสิงโต สัตว์มงคลที่จะปัดเป่าความชั่วร้าย และนำความโชคดีมามอบให้ตลอดปี ชั้น 5 ตกแต่งเป็นห้องสไตล์จีน ผนังห้องลวดลายดอกโบตั๋นสามมิติขนาดใหญ่ สื่อถึงความรักและความมั่งคั่ง และชั้น 6 ย้อนวัยเด็กด้วยตุ๊กตาหมวยตี๋ร่ายรำส่งความสุข ตกแต่งด้วยโคมไฟมงคล ของเล่นเด็กสไตล์จีน ผลส้มโชคดี และที่ขาดไม่ได้สำหรับตรุษจีนคืออั่งเปานำความร่ำรวยมาสู่ผู้พบเห็น พร้อมเซตที่นั่งให้ถ่ายรูปกับหนูน่ารักที่นำพามาทั้งความโชคดีและความร่ำรวย นอกจากนี้ทั้งสองสาขายังมี “โฟโต้บูธสไตล์จีน” ที่เชิญชวนให้ร่วมแต่งกายและถ่ายภาพเก็บความประทับใจ

งานนี้ห้างเซ็นทรัลได้ชวนเหล่าเซเลบริตี้เชื้อสายจีนมาร่วมประเดิมความเฮง เลือกช็อปของขวัญสำหรับเทศกาลตรุษจีน โดย จิน-จงจินต์ จึงสุระ กล่าวว่า “เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีนที่บ้านนอกจากจะมีการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษด้วยแล้ว ยังหมือนเป็นวันสำคัญที่คนในครอบครัวจะมารวมตัวกัน ได้พบปะพูดคุยและรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งอาหารที่รับประทาน เป็นอาหารมงคลสื่อความหมายที่ดี หรือบางครั้งจะออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นมื้อพิเศษของครอบครัว ซึ่งชอบอาหารจีนอยู่แล้ว และเข้ากับเทศกาลพอดี โดยเฉพาะเมนูมงคล”

แพร-พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เผยว่า “สำหรับเทศกาลตรุษจีนถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน และคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งที่บ้านมีธรรมเนียมความเชื่อที่จะใช้ของใหม่ พิถีพิถันกับข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นของใหม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งกาย ที่นอกจากจะนิยมใช้เสื้อผ้าใหม่แล้วยังเลือกสีสันที่สดใส และเป็นมงคลเข้ากับเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีส้ม หรือสีเหลืองทอง โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบแฟชั่นใหม่ๆ อยู่แล้ว การแต่งกายให้เข้ากับเทศกาลก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ชอบ จึงมาช็อปฯ เสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งหลายแบรนด์จะมีคอลเลกชันตรุษจีนให้เลือก นอกจากเสื้อผ้าแล้ว กระเป๋าสตางค์ใหม่ก็ถือว่าเป็นของสำคัญ ที่จะช่วยเรื่องการเงินให้มีเงินเข้ามาตลอดทั้งปี โดยส่วนตัวจะใช้กระเป๋าสตางค์สีทองใบใหม่ในวันตรุษจีน”

นิว-อรศศิพัชร์ ศิริวรรณพร แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่อินกับเทศกาลตรุษจีน กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นขาช็อปฯ และชอบโปรโมชั่นที่มาพร้อมเทศกาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีน จะมีโปรโมชั่นที่ลดมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะห้างเซ็นทรัล ทั้งการลดราคา และการสะสมคะแนน เดอะ วัน ที่ให้เราเลือกได้หลากหลาย แถมยังมีสิทธิพิเศษเยอะ อย่างที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม มีโปรโมชั่นมอบโชคคนปีชง รับคูปองแทนเงินสด สูงสุด 200 บาท และช็อปฯ ครบ 50,000 บาท จากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รับเครื่องรางมงคลจากประเทศญี่ปุ่นเสริมโชคลาภ อีกด้วย”

ปิดท้ายที่ จิ-จิราภรณ์ อังคเศกวิไล เผยว่า “เทศกาลตรุษจีนที่บ้านจะถือธรรมเนียมในการทำความสะอาดบ้านให้สะอาดก่อนตรุษจีน จึงถือเป็นโอกาสในการที่จะจัดบ้านใหม่ ซื้อของประดับตกแต่งเข้าบ้าน ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบจัดตกแต่งบ้านอยู่แล้วในเทศกาลตรุษจีนจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้จัดบ้านให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีน และความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ย โดยจะเลือกซื้อของแต่งบ้านที่คัดสรรมาให้แล้ว ที่ห้างเซ็นทรัล ซึ่งเป็นความเชื่อช่วยเสริมกำลังใจ และยังได้บรรยากาศของบ้านสวยๆ เข้ากับเทศกาลด้วย”

นอกจากนี้ ยังชวนช็อปฯ รับทรัพย์ รับโชค กับโปรโมชั่นพิเศษฉลองตรุษจีนปีหนูทอง โปรโมชั่นรับศักราชใหม่ สินค้าราคาปกติ ลดสูงสุด 30% พร้อมลด/รับเพิ่ม สูงสุด 30% จากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตชั้นนำ รับฟรีคูปองแทนเงินสด และเครดิตเงินคืน พร้อมบัตรของขวัญจากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 18% ระหว่างวันที่ 15 ม.ค. – 2 ก.พ. 63 เมื่อช็อปฯ ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือออนไลน์ตามเงื่อนไข พิเศษลูกค้าเดอะวัน เมื่อช็อปฯ ในห้างหรือออนไลน์ 3,000 บาท ขึ้นไป รับซองอั่งเปา 1 ชุด (4 ซอง) จำกัด 3 ชุด ต่อ 1 หมายเลขสมาชิกเดอะวัน (จำนวนจำกัด) และทุกการช็อปฯ 500 บาท จับ Lucky Draw ลุ้นรับรางวัล iPhone 11 Pro Gold 64 GB (จำนวนจำกัด)

พิเศษสำหรับลูกค้าเซ็นทรัลออนไลน์รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล x2 สิทธิ์ พร้อมมอบโชคคนปีชง ด้วยคูปองเงินสดสูงสุด 200 บาท (จำกัด 88 ท่าน/สาขา) เฉพาะวันที่ 25 ม.ค. 63, สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค. 63 เมื่อช็อปฯ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป รับคะแนนเดอะวันสูงสุด 20 เท่า (สะสมยอดจากทุกบริษัทในเครือ) จำกัด 8,000 สิทธิ์ และพิเศษสุด สำหรับผู้มียอดช็อปฯ สูงสุด 5 ท่านแรก (เมื่อช็อปฯ สะสม 300,000 บาทขึ้นไป) ผ่านบัตร Master Card รับสิทธิ์ดูฮวงจุ้ยที่บ้านฟรี! โดยซินแสไฮโซ อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา และเมื่อช็อปฯ ครบ 50,000 บาท จากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รับเครื่องรางมงคลจากประเทศญี่ปุ่นเสริมโชคลาภ (จำนวนจำกัด) ไม่เพียงแค่นั้น ยังเอาใจนักช็อปออนไลน์ เมื่อช็อปฯ กับเซ็นทรัลออนไลน์ (central.co.th) สินค้าลดสูงสุด 70% ช็อปฯ ครบตามเงื่อนไข รับฟรี คูปองแทนเงินสูงสุด 5,500 บาท ระหว่างวันที่ 22-29 ม.ค. 2563

ชิมฝีมือเชฟเชียง ชิน ฉ่อย กับเมนูสุดอร่อยที่รังสรรค์มาต้อนรับปีหนูทอง ณ ห้องอาหารเฟยยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611631

  • วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 11:00 น.

ชิมฝีมือเชฟเชียง ชิน ฉ่อย กับเมนูสุดอร่อยที่รังสรรค์มาต้อนรับปีหนูทอง ณ ห้องอาหารเฟยยา

อิ่มอร่อยต้อนรับศักราชใหม่ปี 2563 กับเมนูต้นตำรับตามสไตล์กวางตุ้งที่รังสรรค์โดย เชฟเชียง ชิน ฉ่อย ณ ห้องอาหารเฟยยา โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ นำเสนอประสบการณ์ของการรับประทานอาหารจีนต้นตำรับเน้นสไลต์กวางตุ้งอย่างต่อเนื่อง ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ครัวจีน เชฟเชียง ชิน ฉ่อย เลือกใช้วัตถุดิบชั้นดี ซึ่งได้รับการคัดสรรค์อย่างตั้งใจปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยประสบการณ์หลายสิบปี และมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสุดคลาสสิค เพื่อประสบการณ์ใหม่ในหลากหลายรสสัมผัสให้กับบรรดานักชิม

ห้องอาหารเฟยยา (Fei Ya) ขอต้อนรับปี 2563 เชฟเชียง ชิน ฉ่อย แนะนำรายการพิเศษ Shanghai Seafood Specials ให้ได้ลิ้มลองตลอดเดือนมกราคม-มีนาคมนี้ พบกับเมนูอาหารทะเลอันโด่ง อาทิ กั้งแก้วทอดพริกเกลือ ปลาดอลลี่ทอดพริกเกลือ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์นึ่งเต้าซี่ หอยหลอดฝรั่งเศสนึ่งเต้าซี่ หอยสังข์ผัดซอสเอ็กซ์โอ ขาปูอลาสก้าผัดขิงและต้นหอม และเมนูอื่นๆ

เชฟฉ่อยเชื่อมั่นว่า ศาสตร์และศิลปะการปรุงอาหารเป็นของคู่กันมานาน เทคนิคใหม่ๆ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีตามความต้องการถือเป็นเคล็ดลับข้อหนึ่ง และด้วยความโดดเด่นในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เชฟฉ่อยจึงสามารถนำเสนอความแปลกใหม่จากวัตถุดิบชั้นน าที่เลือกใช้ขณะที่ยังคงความเป็นอาหารจีนต้นตำรับรสเลิศ

นอกจากนี้ นอกจากเป็ดปักกิ่งเฟยยาอันเลื่องชื่อ หนังเป็ดกรอบ ไม่เหนียว ตัวแป้งห่อบาง ซอสทำด้วยลิ้นจี่ปรุงสูตรพิเศษรสเปรี้ยวหวาน กระเทียมสับ และน้ำจิ้มเป็ดปักกิ่งแบบหวาน ให้รสชาติอร่อยกลมกล่อมลงตัว ส่วนเนื้อเป็ดแบ่งสั่งทำได้ 2 เมนู เมี่ยงทอดกระเทียม ผัดพริกไทยดำ ข้าวผัดเนื้อเป็ดกานาฉ่าย หรือผัดเปรี้ยวหวาน เนื้อเป็ดนำไปทอดจนกรอบนอกนุ่มในก่อนนำไปผัดกับซอสเปรี้ยวหวานได้รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยวหวานกำลังดี เชฟฉ่อยได้รังสรรค์เมนู A la Carte ยอดนิยมให้นักชิมได้ลิ้มลองทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้าตับห่านและหอยเชลล์กลิ่นหอมละมุนของฟัวกราส์ และเมนูรังสรรค์ใหม่อย่าง กุ้งทอดซอสไข่เค็ม ปลาเงินกังป๋วยผัดไข่ถั่วงอก กุ้งลายเสือเจี๋ยนซีอิ๊ว เนื้อริบอายเจี๋ยนกระเทียม และของหวานปิดท้ายกับสาคูแคนตาลูปน้ำกะทิในลูกมะพร้าวอ่อน

เซ็ตอาหารจีน สำหรับมื้อแห่งความอบอุ่นกับครอบครัว หรือเป็นมื้อธุรกิจกับลูกค้า ห้องอาหารเฟยยาให้ท่านเลือกลิ้มลองกับสามเซ็ตไฮไลท์แต่ละเมนูได้แก่ ปลาหิมะนึ่งสาหร่ายและเต้าหู้ในซอสถั่วเหลือง หอยเชลล์อบวุ้นเส้นกระเทียม หอยเป๋าฮื้อเจี๋ยนเห็ดหอม อิ่มอร่อยแบบจุใจกับบุฟเฟ่ต์ All You Can Eat Dim Sum ที่เชฟนำเสนอเมนูหลากหลาย เช่น พายหมูแดง แป้งพายกรอบทั้งชิ้นไส้หมูแดงได้รสหวานเค็ม ซาลาเปาลาวา แป้งซาลาเปาเนื้อนุ่ม ไส้ลาวารสกลมกล่อมแกมรสเค็มนิดๆ ขนมจีบกุง้นึ่งเป๋าฮื้อซอสหอยนางรม อร่อยเติมคำ กับขนมจีบชิ้นใหญ่ยักษ์ไส้กุ้งเน้นๆและเป๋ าฮื้อเจี๋ยนน้ำมันหอย ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่ ที่เคี่ยวซี่โครงหมูจนสุกนุ่มกรุบกริบละลายในปากและหอมอบอวลเครื่องปรุง ปลาหมึกทอดพริกเกลือที่เชฟคัดสรรปลาหมึกชิ้นหนาชุบแป้งทอดแล้วน าไปคั่วกับพริกเกลือ เสิร์ฟมาแบบกรอบๆ รสเค็มและเผ็ดเล็กน้อย ชวนเคี้ยวเพลิน

ห้องอาหารเฟยยา เชิญสัมผัสศิลปะของการรับประทานอาหารจีน ค้นพบประสบการณ์ใหม่กับอาหารจีนกวางตุ้งได้แล้ววันนี้

มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.30 น. และมื้อค่ำเวลา 18.00-22.30 น.

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ มื้อกลางวัน วันจันทร์ – วันศุกร์ ราคา 850++ บาท ต่อท่าน

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ มื้อกลางวัน วันเสาร์ – วันอาทิตย์ ราคา 1,100 ++ บาท ต่อท่าน

อาหารจีนเซ็ตเมนู ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1,888 บาท 2,888 บาทถึง 3,888 บาท ต่อท่านต่อเซ็ต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ห้องอาหารเฟยยา โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ โทร. 02-125-5030 หรือที่ www.renaissancebangkok.com

ต้อนรับปีหนูทอง เฉลิมฉลองตรุษจีนสไตล์โมเดิร์น ไชนีส ที่ ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611537

  • วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 12:16 น.

ต้อนรับปีหนูทอง เฉลิมฉลองตรุษจีนสไตล์โมเดิร์น ไชนีส ที่ ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ต้อนรับปีหนูทอง ด้วยหลากหลายเมนูอาหารจีนเลิศรสเคล้าวิวกรุงเทพฯ ที่ ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์

เย่า เรสเตอรองท์ ห้องอาหารจีนบนชั้น 32 ของโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เชิญชวนทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ต้อนรับปีหนูทอง ระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2563 นี้ด้วยหลากหลายเมนูอาหารจีนเลิศรสเคล้าวิวกรุงเทพฯ ด้วยการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ผสมผสานความคลาสสิกแบบจีนแท้ๆ เข้ากับความทันสมัยของมหานคร จะให้คุณรู้สึกราวกับได้ไปเฉลิมฉลองตรุษจีนนี้ในนครเซี่ยงไฮ้เลยทีเดียว

สำหรับช่วงเวลาพิเศษในเทศกาลตรุษจีนนี้ ห้องอาหารเย่าอวยพรปีใหม่ให้กับทุกท่านด้วยอาหารที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ โดยเหล่าเชฟอาหารจีนมากประสบการณ์ ทั้งเมนูแบบอาลาคาร์ท และเซตเมนูพิเศษ ไม่ว่าจะมาเดี่ยว หรือมาฉลองทั้งครอบครัว 3 แบบ 3 สไตล์ พร้อมโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟชาวจีนชื่อดัง หวัง เวนบิน ที่จะมาดึงเส้นบะหมี่สดด้วยลีลาอันน่าตื่นตาตื่นใจ ในบรรยากาศแสนเพลินเพลินด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะของกู่เจิ้ง เครื่องดนตรีคลาสสิกของจีนที่จะบรรเลงคลอเคล้าตลอดมื้ออาหาร

สำหรับเทศกาลตรุษจีนที่ห้องอาหารเย่า ให้บริการเวลา 11.30-14.30 น. และมื้อค่ำเวลา 18.00-22.30 น. โดยทุกท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารแบบเป็นส่วนตัวได้ในห้องส่วนตัวและห้องวีไอพีที่รองรับแขกได้ 6-20 ท่าน พร้อมวิวกรุงเทพอันตระการตา เพื่อให้สัมผัสกับความสุนทรีย์ในมื้ออาหารได้อย่างเต็มที่

มาร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลตรุษจีนด้วยมื้ออาหารแห่งความสุขได้ที่ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เพื่อให้ปีหมูทองปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับคุณ อาลาคาร์ทและเซตเมนูพร้อมเสริฟมื้อกลางวันแลมื้อค่ำ เซตเมนูเริ่มต้นที่ 3,280++ บาทต่อท่าน สำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-088-5666 หรือ http://www.bangkokmarriottsurawongse.com

เล่นน้ำแข็งที่ “ทะเลเหนือ” ณ ใจกลางปักกิ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611480

  • วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 14:33 น.

เล่นน้ำแข็งที่ "ทะเลเหนือ" ณ ใจกลางปักกิ่ง

ปักกิ่งไม่ได้ดีแค่พระราชวังต้องห้าม (กู้กง) หรือหอบวงสรวงฟ้า (เทียนถาน) ไม่ได้มีแค่กำแพงเมืองจีน (ฉางเฉิง) หรือจตุรัสเทียนอันเหมิน แต่ยังมีที่ให้เที่ยวอีกมากมาย นอกจากจะเที่ยวแล้วยัง “เล่น” ได้อีกด้วย

ทางด้านทิศเหนือของพระราชวังต้องห้ามมีสวนสาธารณะแห่งหนึ่งชื่อว่าเป๋ยไห่ (Beihai Park) แต่ก่อนไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นอุทยานหลวงที่สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิน (ค.ศ. 1179) มีการขุดทะเลสาบจำลองโดยชักน้ำมาจากลำน้ำจินสุ่ยจนเต็ม ทะเลสาบจำลองและสวนหลวงถูกขยายจนมีขนาดใหญ่เมื่อผ่านราชวงศืหยวนและราชวงศ์หมิง จนกระทั่งสมัยราชวงศ์ชิงจึงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนปัจจุบัน

เป๋ยไห่ แปลว่า ทะเลเหนือ ทะเลในที่นี้คงหมายถึงทะเลสาบ หรืออาจจะอุปมาถึงทะเลที่อยู่ในทิศทั้ง 4 ตามคติจีนโดยมีพระราชวังต้องห้ามเป็นเสมือนศูนย์กลางโลก

เป๋ยไห่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ไห่ (ทะเล) ทั้ง 3 ที่ประกอบขึ้นเป็นสวนหลวง ส่วนแรกเรียกว่า จงหนานไห่ หรือทะเลกลางใต้ ปัจจุบันเป็นทำเนียบและสถานที่ราชการของรัฐบาลจีน เป็นสถานที่หวงห้ามเด็ดขาดสำหรับคนภายนอก

ส่วนที่อยู่เหนือสุด เรียกว่า สือช่าไห่ แปลว่า ทะเลสิบวัด อาจเป็นเพราะแถบนี้เคยมีวัดและศาลเจ้าสิบแห่งรอบๆ ทะเลสาบ

ส่วนตรงกลางเรียกว่าเป๋ยไห่ เปิดให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้ มีทั้งทะเลสาบจำลอง มีเกาะจำลอง สวนหินประหลาด วัดวาอาราม พลับพลาโบราณ สะพานหินอันสวยงาม และยังเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดใหญ่ให้ชาวปักกิ่งได้เล่นกันในฤดูหนาว

ที่จริงแล้วเป๋ยไห่เป้นสวนที่ใหญ่มาก แต่ใหญ่เพราะทะเลสาบ โดยรอบทะเสาบมีโบราณสถานหลายแห่ง เช่น เสี่ยวซีเทียนและต้าซีเทียน ซึ่งเป็นวัดในพุทธศาสนา 2 แห่งติดๆ กันทางตอนเหนือ อีกฟากของทะเลสาบทางทิศเหนือมี “เซียนฉานถาน” หรือปะรําพิธีประกอบพระราชพิธีแรกสาวไหม และที่ใต้สุดคือ “ถวนเฉิง” หรือป้อมกลม เป็นที่ตั้งของวัดเล็กๆ ที่งดงาม

ถ้าเดินจากป้อมกลมเข้ามาก็จะเห็นเกาะกลางทะเลสาบเป็นสิ่งแรก ที่ตรงหน้าคือสะพานหินโบราณที่ทอดจากฝั่งหนึ่งไปยังเกาะใหญ่ บนเกาะมีพลับพลาชมทิวทัศน์ที่สร้างมาแต่โบราณ และมีวัดหย่งอานซื่อตั้งอยู่ริมไหล่เขาของเกาะ ที่ยอดเขาคือพระเจดีย์สีขาวทรงทิเบต อันเป็นสัญลักษณ์ของเป๋ยไห่

เมื่อถึงฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบรอบๆ เกาะจะกลายเป็นน้ำแข็ง มันจะค่อยๆ จับตัวจนหนาไปตามจุดที่แคบที่สุดระหว่าง 2 ฝั่งขยายไปเรื่อยๆ จนครอบคลุมทะเลสาบทั้งผืน แต่แน่นอนว่ามันยากที่ทะเลสาบทั้งผืนจะหนาพอที่จะเล่นสเก็ตได้ ดังนั้นพื้นที่ที่เล่นได้มักจะเป็นส่วนแคบๆ ระหว่างเกาะกับฝั่ง

แต่ไม่ใช่ว่าเห็นน้ำแข็งแล้วเราจะเดินลงไปเล่นได้ตามใจชอบ เจ้าหน้าที่จะล้อมเขตให้เล่นเป็นที่เป็นทาง ส่วนอื่นๆ ห้ามลงไปเด็กขาดแม้จะเห็จนว่าเป็นน้ำแข็งก็ตาม เพราะเราไม่มีทางรู้ว่ามันหนาพอที่จะรับน้ำหนักเราหรือไม่ แม้แต่สระน้ำเล็กๆ ในสวนที่แข็งจนหนาหลายฟุตดูเหมือนจะปลอดภัยไร้กังวล ก็ยังห้ามลงไปเดินโดยพลการ เจ้าหน้าที่จะสั่งห้ามด้วยเสียงตะโกนดังลั่น

พื้นที่เล่นสันทนาการน้ำแข็งที่เป๋ยไห่ มีวิวที่งดงามเหมือนภาพวาด มีธงโบราณปักไว้ทำเกิดความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในยุคราชวงศ์ชิง ซึ่งจะมีการเล่นสเก็ตลีลาของบรรดามหาดเล็กให้องค์จักรพรรดิทอดพระเนตร แต่ปัจจุบัน มีสันทนาการที่หลากหลาย ทั้งรองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง จักรยานน้ำแข็ง “ปิงเชอ” หรือกระบะที่ใช้นั่งแล้วเราไสไปตามพื้นน้ำแข็ง แต่ก่อนที่จะลงไปเราต้องจ่ายค่าบริการเสียก่อน ในปีที่ผู้เขียนเดินทางไปนั้น รู้สึกว่าจะมีค่าตั๋วสูงถึง 80 หยวน หรือประมาณ 400 บาท (ส่วนค่าเข้าสวนสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 2 หยวน)

อีกสถานที่หนึ่งที่นิยมเล่นสันทนาการบนน้ำแข็งคือที่สือช่าไห่ เมื่อออกไปจากเป๋ยไห่ตรงประตุทางทิศเหนือ เพียงข้ามถนนไปก็จะถึงสือช่าไห่แล้ว ที่ทะเลสาบแห่งนี้มีลักษณะเรียวยาว น้ำจึงเกาะตัวแข็งทั้งผืนได้ง่ายกว่า และเป็นที่นิยมของประชาชนมากกว่า

อีกแห่งหนึ่งที่นิมกันมาก คือทะเลสาบคุนหมิงหูที่พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน นั่งรถไฟใต้ดินจากใจกลางปักกิ่งไปหลายสถานี แต่คุ้มค่าเพราะมีลานสเก็ตที่กว้างสุดสายตา ท่ามกลางทิวไม้สะพานหินของสวนหลวงและพระตำหนักต่างๆ จึงมีทิวทัศน์ที่เห็นแล้วสวยจนแทบลืมหายใจ

ที่เป๋ยไห่เวลาเปิดให้บริการคือ 9.00 น. – 17.00 น. จะเล่นกี่ชั่วโมงก็ได้แล้วแต่พละกำลังที่มี แต่ผู้เขียนขอเตือนว่าสำหรับคนที่มาจากประเทศร้อน การไปอยู่บนผืนน้ำแข็งนานๆ มันไม่เป็นผลดีจต่อสุขภาพเราสักเท่าไร แม้ว่าจะแต่งตัวรัดกุมแค่ไหนก็ตาม ไอเย็นจากน้ำแข็งจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทีละน้อยๆ จนเราอ่อนเพลียได้ง่าย หรืออาจจะไม่สบาย ดังนั้น พึงเล่นแค่พอประมาณ ให้รู้ว่าความสนุกบนแผ่นน้ำแข็งมันเป็นอย่างไร

แค่นี้ก็คงจะพอแล้ว

บทความโดยกรกิจ ดิษฐาน

เที่ยว “มะริด” เมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชาวเล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611473

  • วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 13:58 น.

“มะริด” เมืองแห่งนี้อยู่ตอนใต้ของประเทศเมียนมา ด้วยความเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้คนท้องถิ่นส่วนใหญ่นิยมทำประมง แต่ปัจจุบันเริ่มมีการส่งเสริมเรื่องท่องเที่ยวมากขึ้น

การเดินทางจากประเทศไทย ง่ายสุดๆต้องนั่งรถออกทางด่านสิงขร จ.ประจวบฯ ระยะเวลาเดินทางเฉลี่ย 7-8 ชั่วโมง แต่ถ้าจะนั่งเครื่องบินต้องไปลงย่างกุ้งและนั่งสายการบินในประเทศมาลง…ใครยังไม่เคยไป NewsClear ขอแนะนำให้เป็นอีกจุดหมาย

ติดตามคลิปอื่นๆที่น่าสนใจจาก Newsclear ได้ที่ Youtube และ facebook

%d bloggers like this: