ไลฟ์สไตล์

All posts tagged ไลฟ์สไตล์

ลบความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการบริโภคไอโอดีน

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/597186

  • วันที่ 10 ส.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

ลบความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการบริโภคไอโอดีน

“สารไอโอดีน” มีความสำคัญกับคนทุกช่วงวัย หากขาดสารนี้ไปจะส่งผลต่อความบกพร่องด้านพัฒนาการสมอง ทำให้ร่างกายเตี้ย แคระ แกรน แต่หลายคนยังมีความเชื่อที่ผิดอยู่ อยากรู้ไปดูกัน

ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุ คนไทยยังมีความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับการบริโภคไอโอดีนซึ่งพบบ่อย ได้แก่

  1. ไอโอดีนขาดแล้วเป็นแค่คอพอก แต่ไม่รู้ว่าส่งผลกระทบต่อไอคิว
  2. เด็กเท่านั้นที่ต้องการไอโอดีน ผู้ใหญ่ไม่มีความจำเป็น
  3. คนชนบทเท่านั้นที่ขาดไอโอดีน ส่วนคนในเมืองไม่ขาด
  4. เกลือทะเลมีไอโอดีน และเพียงพอต่อความต้องการ
  5. เกลือไอโอดีนเค็มกว่าเกลือธรรมดา
  6. ใช้เกลือไอโอดีนดองผักและทำปลาร้าจะทำให้สีของอาหารไม่สวย
  7. กินอาหารทะเลก็ทดแทนเกลือไอโอดีนได้
  8. คนไทยน้อยมากที่รู้ว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศเป็นกฏหมายที่กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสต้องเสริมไอโอดีน

ความต้องการสารไอโอดีนของแต่ละบุคคล

  • ร่างกายผู้ใหญ่ ต้องการไอโอดีน 150 ไมโครกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับปลาทูนึ่ง 21 ช้อนโต๊ะต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์ มีความจำเป็นต้องได้รับไอโอดีนเพิ่มขึ้นอีก 25 ไมโครกรัม
  • หญิงให้นมบุตร ต้องเพิ่มอีก 50 ไมโครกรัม เพราะหากขาดไอโอดีนจะมีผลต่อไอคิวลูกในท้อง โดยเฉพาะพัฒนาการของสมองในช่วงที่เป็นตัวอ่อนอายุ 8 สัปดาห์ ถึง 3 ปี จะมีสติปัญญาด้อยและมีไอคิวต่ำกว่าที่ควรจะเป็นถึง 30 จุด

ปัจจุบันประชาชนนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน หากผู้ประกอบการร้านอาหารเลือกใช้เกลือเสริมไอโอดีน ผู้บริโภคจะได้รับสารไอโอดีนที่เพียงพอและเหมาะสม ในวัยผู้ใหญ่ไอโอดีนจะควบคุมการเจริญเติบโต และเมตาบอลิซึม ควบคุมการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ เช่น เร่งการสลายไขมัน เร่งการสลายไกลโคเจน มีผลต่อการสร้างพลังงาน และอุณหภูมิของร่างกาย หากขาดไอโอดีนจะมีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ เกิดอาการอ่อนเพลีย เฉื่อยชา ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งเป็นได้ทั้งคนในชนบทหรือเขตเมือง หากเป็นคนที่อาศัยในพื้นที่สูงห่างไกลทะเล ยิ่งเข้าถึงเกลือเสริมไอโอดีนที่เพียงพอได้น้อย

สำหรับข้อมูลวิชาการเพื่อใช้ขับเคลื่อนมาตรการด้านอาหาร แนะนำให้บริโภคไอโอดีนให้เพียงพอ และควรบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับเกลือที่ใช้ปรุงอาหารไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งเป็นไปตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้

 

ภาพ freepik /สสส.

Advertisements

กินยาพร้อมนม จะได้ผลหรือเปล่า?

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/597193

  • วันที่ 10 ส.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

กินยาพร้อมนม จะได้ผลหรือเปล่า?

เราอาจพบคำเตือนบนฉลากของยาหลายชนิดว่า “ไม่ควรรับประทานยานี้พร้อมนม” นั่นเป็นเพราะอะไร มาร่วมไขคำตอบไปพร้อมกัน

ข้อมูลจากภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย อาจารย์ ดร.ภก. ธีรัตถ์ เหลืองมั่นคง อธิบายไว้ว่า ที่ไม่ควรรับประทานยาบางชนิดพร้อมนม เนื่องจากนม (milk) และรวมไปถึงผลิตภัณฑ์นม (dairy product) เช่น เนย ชีส โยเกิร์ต มีปริมาณของแคลเซียมสูงจนมีโอกาสที่แคลเซียมเหล่านั้นจะเกิดปฏิกิริยากับยาที่รับประทานเข้าไป โดยการเกิดปฏิกิริยาระหว่างแคลเซียมและยามักส่งผลให้ยาหมดฤทธิ์และทำให้ประสิทธิผลของยาหมดไป จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาเหล่านี้พร้อมกับดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์นมนั่นเอง

ตัวอย่างยาสำคัญที่ใช้บ่อยและไม่ควรรับประทานพร้อมนม ได้แก่

สำหรับแนวทางการรับประทานยาเหล่านี้เพื่อให้เกิดประสิทธิผลของยาสูงที่สุด มีรายละเอียดดังนี้

  1. ควรรับประทานยาพร้อมน้ำเปล่าเสมอ น้ำเปล่าทำให้ตัวยาแตกตัว ละลายและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุด เนื่องจากน้ำเปล่าไม่มีปริมาณของแร่ธาตุหรือสารอาหารใดสูงจนเกิดปฏิกิริยากับยาและลดประสิทธิผลของยาได้ ดังนั้นแม้ในกรณีที่ไม่ทราบว่ายาสามารถรับประทานพร้อมนมหรือไม่ การรับประทานยานั้นพร้อมน้ำเปล่าก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาใดๆ
  2. นมแม่ นมจากสัตว์ นมจากพืช เกิดปฏิกิริยากับยาได้เหมือนกัน นมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงนมวัวเท่านั้น นมแม่ รวมไปถึงนมที่ได้จากสัตว์และพืช เช่น นมแกะ นมแพะ นมควาย นมถั่วเหลือง นมข้าวโพด นมอัลมอนด์ เป็นต้น ทั้งในรูปของผลิตภัณฑ์นมผง UHT, sterilized หรือ pasteurized ล้วนแต่มีแคลเซียมและอาจเกิดปฏิกิริยากับยาเหล่านี้ จึงควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน
  3. หากจะดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์นม ควรรับประทานห่างจากยา 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาและแคลเซียมในนมเกิดปฏิกิริยากันในกระเพาะอาหารหรือที่ลำไส้เล็ก เวลา 2 ชั่วโมงก่อนและหลังรับประทานยา จึงมากเพียงพอที่จะทำให้นมและยาไม่เคลื่อนที่ไปพบกันในระบบทางเดินอาหาร
  4. หากต้องผสมยา ควรผสมกับน้ำเปล่า น้ำหวานหรือน้ำผลไม้ เด็กหรือผู้ที่มีปัญหาในการกลืนอาจจำเป็นต้องผสมยาเพื่อช่วยให้กลืนยาได้ง่ายขึ้น โดยแนะนำให้ผสมยากับน้ำเปล่า น้ำหวานหรือน้ำผลไม้แล้วรับประทานยาที่ผสมนั้นให้หมดเพื่อให้ได้ปริมาณยาครบถ้วน และไม่ลืมที่จะรับประทานยาที่ผสมนั้นให้ห่างจากนมประมาณ 2 ชั่วโมง
  5. ปรึกษาเภสัชกรหากมีข้อสงสัย แน่นอนว่าการรับประทานยาพร้อมน้ำเปล่าเป็นวิธีที่ง่ายและดีที่สุด แต่หากมีความจำเป็นต้องรับประทานยาบางชนิดพร้อมนมด้วยเหตุจำเป็นใดๆ เภสัชกรอาจให้คำแนะนำและการแก้ปัญหาสำหรับการรับประทานยานั้นให้เหมาะกับสถานการณ์ได้มากที่สุด

 

ภาพ freepik

ตามรอยอร่อยแบบโลคอล @เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/597322

  • วันที่ 09 ส.ค. 2562 เวลา 21:40 น.

ตามรอยอร่อยแบบโลคอล @เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019

วันหยุดนี้ตามไปชิมของอร่อย ที่งาน เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019 งานที่รวมร้านดังมาให้ชิมอย่างจุใจในศูนย์การค้าเมกา บางนา

วันหยุดยาวช่วงวาระดีๆ แบบนี้พาครอบครัวไปชิมของอร่อยของบรรดาร้านดังที่มารวมตัวกันที่ศูนย์การค้าเมกา บางนา สุดยอดแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพตะวันออก กับงาน “เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019” ตั้งแต่วันนี้-12 สิงหาคม ที่ลานฟู้ดวอล์ค พลาซ่า

ซึ่งงานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Eat Like A Local” รวบรวม 30 ร้านอร่อยระดับตำนานมาให้สายชิม สายช้อป ได้มารวมตัวกันอิ่มอร่อยและฟินสุดๆ กับเมนูอร่อยหารับประทานยาก อาทิ ร้านเฮียจกโต๊ะเดียว, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวนายหมี วัดหนามแดง, ขนมไทยป้าเยาว์ เจ้าเก่าติวานนท์ เป็นต้น

พร้อมสนุกสนานกับเวิร์คช้อปพิเศษต้อนรับเทศกาลวันแม่ อาทิ เวิร์คช้อปการชงชา (Tea Blending) ที่แนะนำการชงชาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ทั้งชาเขียว ชาขาว ชาดำ และชาอูหลง, การถ่ายทอดความรักความผูกพันของคุณแม่คุณลูก ผ่านการประดิษฐ์โปสการ์ด, เวิร์คช้อปการเจลลี่ดอกไม้ และการทำซุ้มดอกมะลิที่สวยงาม เป็นสัญลักษณ์ในวันแม่ เป็นต้น

หลากของหวานแก้เครียดสไตล์สาวออฟฟิศ ห้ามคิดเรื่องอ้วน!!

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/597203

  • วันที่ 09 ส.ค. 2562 เวลา 13:00 น.

หลากของหวานแก้เครียดสไตล์สาวออฟฟิศ ห้ามคิดเรื่องอ้วน!!

บ่ายๆ เครียดๆ เจียดเวลามาหาอาหารตา แล้วเตรียมหาของหวานจริงๆ มากินลดเครียดกันดีกว่า

สาวๆ ที่ทำงานออฟฟิศต่างมีความเครียด ทั้งจากเรื่องงาน เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน และแน่นอนว่า “กินของหวานแก้เครียด” เป็นวิธีที่หลายคนต้องเคยทำ โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่ถึงแม้จะอยู่ในช่วงไดเอต แต่ในยามเครียดของหวานมักจะเป็นสิ่งแรกที่นึกถึง นั่นเป็นเพราะว่าการได้รับความหวานจากน้ำตาล มีส่วนช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ที่ทำให้อารมณ์ดีแบบที่หาอาหารอื่นมาทดแทนยาก จึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้หญิงกับความหวานเป็นของคู่กันจริงๆ

สำหรับเมนูสุดฮิตที่สาวออฟฟิศมองหาเพื่อเพิ่มความหวานลดความเครียด อาทิ

บิงซู สวย หวาน หอม เปรี้ยว เผลอแป๊บเดียวหมด กับของหวานสไตล์เกาหลีที่เป็นนมเกล็ดหิมะรสกลมกล่อม อัพความสดชื่นด้วยผลไม้ และนานาท็อปปิ้งที่เลือกได้ตามชอบ อาทิ สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มิกซ์เบอร์รี่ เมล่อน ช็อกโกแลต

น้ำแข็งไส เอาใจคนชอบรสหวานเย็นชื่นใจแบบไทยๆ ราคาเบาๆ ที่มีท็อปปิ้งให้เลือกใส่มากมาย อาทิ มันเชื่อม ข้าวโพด วุ้นมะพร้าว ถั่วแดง ลูกชิด ลอดช่อง ซาหริ่ม ราดตามด้วยน้ำหวานหรือน้ำกะทิ โรยนมข้นหวานปิดท้าย อร่อยสบายๆ เป็นของว่างยามบ่าย ลดความตึงเครียดได้ดี

ฮันนี่โทสต์ ขนมปังอบเนยหอมชุ่ม กรอบนอกอุ่นใน เสิร์ฟพร้อมวิปครีม ไอศกรีม และท็อปปิ้ง เป็นของหวานที่แค่ได้กลิ่นหอมของขนมปังอบเนยตั้งแต่เดินผ่านหน้าร้าน ก็ทำให้สาวออฟฟิศทั้งหลายหายเครียดไปได้บางส่วนแล้ว

ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ ของหวานอีกชนิดที่ครองใจสาวออฟฟิศได้เป็นอย่างดี เพราะความเย็นและรสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นจากเนื้อไอศกรีมแค่เพียงคำแรกก็ทำให้ลืมความเครียดได้เป็นปลิดทิ้ง แถมยังอารมณ์ดีขึ้นเพราะความหวานจากรสชาติต่างๆ ของไอศกรีมอีกด้วย ที่สำคัญยังมีตัวเลือกไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟแคลอรีต่ำให้ชุ่มฉ่ำแบบไม่รู้สึกผิด

ขนมเค้ก ขนมยอดฮิตติดอันดับที่สาวๆ ต่างนึกถึงเมื่ออยากกินของหวาน เป็นของว่างยามบ่าย กินคู่กับชาหรือกาแฟร้อนๆ จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตั้งแต่เช้าได้อย่างดี

โดนัท เนื้อโดนัทนุ่มๆ กับความหวานของน้ำตาลจากรสชาติต่างๆ อาทิ โดนัทเคลือบน้ำตาล โดนัทช็อกโกแลต โดนัทสตรอเบอร์รี่ ฯลฯ พร้อมกาแฟสักแก้ว ก็เป็นได้ทั้งมื้อเช้าแบบง่ายๆ ของสาวออฟฟิศ เพิ่มความหวาน ทำให้อารมณ์ดี รับวันใหม่ ก่อนเริ่มทำงาน และยังเป็นของว่างที่ช่วยรองท้องได้ดีตอนช่วงพักเบรกยามบ่ายได้อีกด้วย

คุกกี้ เพิ่มดีกรีความอร่อยแบบคลาสสิกด้วยคุกกี้อบหอมกรุ่น ซื้อมากินได้ทุกเวลา แค่หาโหลมาใส่รักษาความกรอบให้คงอยู่ เหมาะกับออฟฟิศที่อยู่ไกลร้านค้า หรือคนที่ไม่มีเวลาพักเบรก แค่กินพร้อมจิบชา หรือกาแฟอุ่นๆ สักแก้วก็เพียงพอแล้วสำหรับบ่ายนี้

‘หวาน มัน เค็ม’ มากไป ระวังตัวและหัวใจไม่แข็งแรง

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/597189

  • วันที่ 09 ส.ค. 2562 เวลา 07:30 น.

‘หวาน มัน เค็ม’ มากไป ระวังตัวและหัวใจไม่แข็งแรง

พฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนในปัจจุบัน เน้นรสชาติที่ถูกปาก เมนูหน้าตาถูกใจ สีสันชวนน่ารับประทาน โดยเฉพาะรสหวาน มัน เค็ม ที่เรียกได้ว่าเป็นรสชาติยอดนิยมของคนไทย แต่กลับส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากขาดการควบคุมและบริโภคเกินพอดี

เมืองไทยมีอาหารให้เลือกรับประทานมากมาย ที่สำคัญอาหารไทยมีครบทุกรส ทั้งหวาน มัน เค็มเผ็ด เปรี้ยว รสชาติที่ชวนกินจึงนำไปสู่ความเสี่ยงในการบริโภคเกินพอดี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ ถ้าไม่รีบควบคุมปริมาณให้พอเหมาะไว้ จะเป็นบ่อเกิดของโรคภัยได้ง่าย ถ้ากินรสจัดมากเกินไป

หวานไปไม่ดี

น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีสารอาหารอื่นๆ เมื่อบริโภคมากเกินไปร่างกายจึงได้รับแต่พลังงานเพียงอย่างเดียว ที่น่าสนใจคือแม้น้ำตาลจะมีหลายชนิด แต่ให้พลังงานไม่ต่างกันคือประมาณ 4 กิโลแคลอรี/กรัม และแม้ร่างกายจะมีกระบวนการป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนเพื่อนำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงาน แต่ละคนจะตอบสนองต่ออินซูลินไม่เท่ากัน คนที่หลั่งอินซูลิน แต่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์จะส่งผลทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เกิดแนวโน้มที่จะเป็นโรคหัวใจ

เราสามารถป้องกันระดับน้ำตาลในร่างกายไม่ให้เกินได้ โดยควรกินน้ำตาลให้น้อย โดยเฉลี่ยไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (24 กรัม) เลี่ยงเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีน้ำตาลมากกว่าร้อยละ 5 สังเกตได้จากฉลากข้างขวด เลือกกินผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อย เช่น ฝรั่ง มะละกอ แอปเปิ้ลเขียว ส่วนของหวานหลังอาหารรับประทานได้ แต่ควรเน้นรสหวานน้อยและสลับกับการรับประทานผลไม้หลังมื้ออาหาร

มันมากโรคถามหา

ไขมัน เป็นสารอาหารจำเป็น และเป็นแหล่งพลังงาน ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี มากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน หากรับประทานไขมันมากเกินไป นอกจากจะทำให้อ้วนยังนำไปสู่โรคเรื้อรังได้ โดยเฉพาะไขมันทรานส์ ซึ่งพบในเนยขาว เนยเทียม เบเกอรี่ โดนัท คุกกี้ ครีมเทียมบางชนิด ฯลฯ หากรับประทานมากเกินไปจะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เส้นเลือดตีบ ทั้งยังเพิ่มไขมันชนิดไม่ดี (LDL) และลดไขมันชนิดดี (HDL) ทำให้มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มสูงขึ้นได้

การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก ซึ่งมักพบในน้ำมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันขาวๆ ไขมันในนม และเนยสด จะส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้นเช่นกัน

วิธีป้องกันไขมันไม่ให้เกินคือ

  • ควรกินไขมันให้น้อย ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (30 กรัม)
  • กินเนื้อสัตว์ไม่มีหนัง ไม่ติดมัน
  • เลี่ยงอาหารทอดเพราะน้ำมันที่ใช้ทอดอาหารอย่าง น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม ฯลฯ ที่มักจะมีกรดไขมันอิ่มตัวมาก
  • งดอาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เค้ก ครีมเทียม ป๊อปคอร์น แฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ และไม่ควรทานอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ เป็นต้น

เค็มมากร่างกายพัง 

ความเค็มเป็นรสชาติที่ติดปากคนไทย มาจากโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือที่นำมาใช้ในการทำอาหาร ซึ่งโซเดียมนั้นมีประโยชน์กับร่างกาย คือ ช่วยให้ระบบไหลเวียนของร่างกายเป็นปกติ ความดันและปริมาตรของเลือดเป็นปกติ แต่หากได้รับโซเดียมมากเกินไปจะนำมาซึ่งผลเสีย คือ เมื่อกินเกลือจะอยากกินน้ำ และจะเข้าไปรวมเป็นน้ำเกลือที่เพิ่มปริมาณเกลือแร่ในเลือด ส่งผลให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ หนักขึ้น ทำให้แรงดันหลอดเลือดสูง อาจเกิดภาวะหัวใจโต นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ และการกินเค็มมากไป ทำให้เป็นความดันโลหิตสูงซึ่งนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองแตกหรืออัมพาตได้ ที่น่ากลัวคือเมื่อโซเดียมมากเกินไป ร่างกายอาจไม่แสดงอาการ แต่จะทำลายอวัยวะต่างๆ ไปเรื่อยๆ

ควรกินโซเดียมไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา (2,000 มิลลิกรัม) งดการเติมน้ำปลาในอาหาร ไม่จิ้มพริกเกลือเมื่อกินผลไม้ เลี่ยงการกินอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารอบแห้ง ขนมกรุบกรอบ และลดความถี่กับปริมาณการรับประทานน้ำจิ้มต่างๆ ลง

 

ภาพ freepik

รวมโปรโมชั่นมื้อพิเศษแทนคำบอกรักแม่ เนื่องในวันแม่ 2562

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/597223

  • วันที่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 20:30 น.

รวมโปรโมชั่นมื้อพิเศษแทนคำบอกรักแม่ เนื่องในวันแม่ 2562

วันแม่ปีนี้ พาแม่ไปอิ่มฟินๆ ด้วยโปรโมชั่นร้านอาหาร ตลอดจนบุฟเฟ่ต์โรงแรมสำหรับเดือนพิเศษ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี 2562 ที่เรารวบรวมมาให้เลือกแบบจุใจ…ไปดูกัน

วันแม่ปีนี้บอกรักแม่ให้ดังกว่าที่เคยด้วยเมนูจานเด็ด “เป็ดย่าง…สีฟ้า”

ร้านอาหารสีฟ้า ขอเป็นสื่อกลางส่งมอบความรักให้ คุณลูก บอกรัก “แม่” ด้วยการมอบเป็ดย่างสีฟ้า สุดยอดเมนูรสชาติต้นตำรับฉบับ “สีฟ้า” ที่ได้รับการโหวตจากแฟนคลับ ให้เป็น 1 ในสุดยอดเมนูยอดนิยมของครอบครัว ต้นตำรับกวางตุ้งแท้หมักและย่างด้วยสูตรเด็ด เนื้อเป็ดให้ความนุ่มกลมกล่อม ความพิเศษอยู่ที่น้ำราด รสชาติกำลังดี หอมเครื่องเทศแต่ไม่กลบรสชาติของเป็ดย่าง ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มสูตรกวางตุ้ง เพียงคุณลูก พาคุณแม่มาทานอาหารที่สีฟ้า ถ่ายรูปและเช็คอิน พร้อมติดแฮชแท็ก #เป็ดย่างจานนี้สีฟ้า #อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว รับฟรี !! ทันที เป็ดย่างสีฟ้า 1 จาน มูลค่า 185 บาท เฉพาะวันที่ 12 สิงหาคม นี้ เท่านั้น รีบโทรฯ ล็อคคิวคุณแม่ แล้วพบกันที่ร้านสีฟ้า ทุกสาขาสำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารหรือกิจกรรมต่างๆเพิ่มเติมที่ http://www.seefah.com และร่วมสนุกกับกิจกรรมพร้อมรับรางวัลพิเศษในเทศกาลวันแม่ได้ที่ http://www.facebook.com/seefahfanpage หรือติดต่อฝ่ายการตลาดร้านอาหารสีฟ้า โทร. 02 -655-0251

เครือโออิชิจัดโปรโมชั่นให้แม่ 1-12 สิงหาคม

ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำในเครือโออิชิ ทั้ง โออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, และชาบูชิ ร่วมฉลองเทศกาลวันแม่ ให้คุณและคุณแม่อิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ส.ค. 2562 นี้

OISHI GRAND พาคุณแม่มาทานอาหาร ตั้งแต่ 2 ท่าน รับฟรี! “ซูชิหอยเชลล์ญี่ปุ่น ซอสฟัวกราส์” 1 เสิร์ฟ มูลค่า 480 บาท +1. สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่มาใช้บริการพร้อมคุณแม่ ตั้งแต่ 2 ท่าน รับฟรี “ซูชิหอยเชลล์ญี่ปุ่น ซอสฟัวกราส์” 1 เสิร์ฟ (4 คำ) มูลค่า 480 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ2. เมนู “ซูชิหอยเชลล์ญี่ปุ่น ซอสฟัวกราส์” เฉพาะบริการทานที่ร้าน OISHI GRAND เท่านั้น 3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

โออิชิ อีทเทอเรียม พาคุณแม่มาทานอาหาร ตั้งแต่ 2 ท่าน รับฟรี! “HALIBUT NITSUKE” 1 เสิร์ฟ มูลค่า 250 บาท ปลาฮาลีบัทชิ้นใหญ่ต้มซีอิ๊วญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับ เสิร์ฟในหม้อไฟร้อนๆ รสชาติกลมกล่อม พร้อมได้สุขภาพ?? 1. สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่มาใช้บริการ ณ ร้าน “โออิชิ อีทเทอเรียม” พร้อมคุณแม่ตั้งแต่ 2 ท่าน รับฟรีเมนู HALIBUT NITSUKE จำนวน 1 เสิร์ฟ มูลค่า 250.- ต่อ 1 ใบเสร็จ?? ทุกสาขา เช็คอัตราค่าบริการและค้นหาพิกัดร้าน “โออิชิ อีทเทอเรียม” ได้ที่: https://bit.ly/2V9psI8?? 2. เมนู HALIBUT NITSUKE เฉพาะบริการทานที่ร้านเท่านั้น?? 3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า?

ชาบูชิ เพียงพาคุณแม่มาอิ่มอร่อยกับชาบูและซูชิล้นสายพาน รับฟรี! “Salmon Rose” 1 จาน มูลค่า 89 บาท (เมื่อมา 2 ท่านขึ้นไป)1. เฉพาะลูกค้าที่มาใช้บริการพร้อมคุณแม่ คุณแม่รับฟรี! เมนู “Salmon Rose” จำนวน 1 จาน มูลค่า 89 บาท (เมื่อมา 2 ท่านขึ้นไป/ใบเสร็จ) ทุกสาขา เช็คอัตราค่าบริการและค้นหาพิกัดร้าน “ชาบูชิ” ได้ที่: https://bit.ly/2mOMFwK2. ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่ 1 – 12 ส.ค. 62 เท่านั้น หรือจนกว่าสินค้าจะหมด 3. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ห้องอาหาร เดอะ เรนทรี คาเฟ่ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

มอบของขวัญแสนพิเศษให้กับคุณแม่ในวันแม่นี้ ด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อสาย ที่ห้องอาหาร เดอะ เรนทรี คาเฟ่ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ซึ่งในปีนี้ ได้คัดสรรเมนูอาหารรสเลิศมากมาย เพื่อให้บุฟเฟ่ต์มื้อสาย (ให้บริการเวลา 12:00-15:30 น.) ในวันสำคัญนี้มีความพิเศษ และเป็นที่ประทับใจสำหรับทั้งครอบครัว โดยมีซุ้มอาหารปรุงสดใหม่ ที่คัดเลือกแต่เมนูอาหารที่คุณแม่จะต้องโปรดปราน และที่พิเศษสุด คือ เชฟมนตรี เชฟมากฝีมือของโรงแรม ได้รังสรรค์เมนูแกงแบบไทย ๆ ขึ้นเพื่อคุณแม่ทุกท่านโดยเฉพาะ โดยเมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสูตรแกงต้นตำรับจากคุณแม่ของเชฟเอง ทางด้านของหวานและเครื่องดื่ม ห้องอาหารได้จัดเตรียมเค้กสำหรับคุณแม่ เป็นเมนูของหวานพิเศษเฉพาะวันนี้เท่านั้น และยิ่งไปกว่านั้น คุณแม่ทุกท่านจะได้รับเครื่องดื่มม็อกเทลที่สดชื่นและดีต่อสุขภาพ แบบไม่จำกัดนอกจากนั้น ยังมีมุมสำหรับพับกลีบดอกบัว ให้สมาชิกในครอบครัวพับกลีบดอกบัวให้สวยงาม เพื่อมอบแด่คุณแม่อันเป็นที่รัก และยังมีบูธสำหรับถ่ายภาพตรงบริเวณทางเข้าห้องอาหาร เพื่อเก็บภาพความสุขและความประทับใจในวันที่มีความหมายนี้ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป บุฟเฟ่ต์มื้อสายในวันแม่ ราคา 2,400++ บาท ต่อท่าน หากมาเป็นกลุ่ม 6 ท่านขึ้นไป คุณแม่จะได้รับสิทธิ์รับประทานอาหารฟรี จองล่วงหน้าที่ โทร 02 650 8800 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.theatheneehotel.com

ให้เวลาคุณแม่ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน

10-12 สิงหาคมนี้ ช่วงเวลาแสนวิเศษให้เวลาคุณแม่พาท่านมาทานอาหารญี่ปุ่น อเกฮัง หรืออาหารจีนหนานหยวน และอาหารนานาชาติ ณ วันรัชดา เรสเตอรองก์ กับราคาสุดพิเศษ มา 2 ท่าน คุณแม่ทานฟรี พร้อมรับพวงมาลัย และเครื่องดื่มพันช์สีฟ้า พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารมาตรฐานระดับโลกที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ผสานเข้ากับมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากประเทศฝรั่งเศสอาหารหลากหลายจากทั่วโลกกับเมนูบุฟเฟต์กลางวัน และเย็น

บุฟเฟต์นานาชาติ ที่วันรัชดา มื้อกลางวัน 600 บาท ++ มื้อค่ำ ( วันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี ) ราคา 700 บาท ++ และมื้อค่ำทุกวันศุกร์ – วันเสาร์ เป็นบุฟเฟต์อาหารทะเลระดับพรีเมี่ยม ราคา 850 บาท++

บุฟเฟ่ต์ห้องอาหารญี่ปุ่นอเกฮัง มื้อกลางวัน 600 บาท ++ มื้อค่ำ ( ศุกร์ – เสาร์ ) ราคา 700 บาท++

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ มื้อกลางวันที่ห้องอาหารจีนหนานหยวน ราคาท่านละ 600 บาท++

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่ง กรุณาโทร 02 641-1500

โรงแรมเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพ

“MOM” Free Flow Lunch (เวลา 11.30-14.30 น.) เมดินี่ (Medinii) ห้องอาหารสไตล์ทันสมัยที่มีแรงบันดาลใจจากอาหารอิตาเลียน ร่วมมอบความสุขในเดือนของแม่กับ Free Flow Lunch ให้คุณและครอบครัวได้เพลิดเพลินกับ ซุป สลัดบาร์และของหวานไม่อั้น รวมถึงเมนูพาสต้าหลากสไตล์และพิซซ่าหน้าต่างๆ ที่ปรุงสดใหม่ให้เลือกสั่งได้ตามชอบ และสั่งได้ตลอดเรื่อยๆตลอดทั้งมื้อเที่ยงของคุณ รวมถึงเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบบเติมฟรีตลอดมื้อ ในราคาท่านละ 699 บาทสุทธิ หรือจะจ่ายเพิ่มในราคาท่านละ 899 บาทสุทธิ พร้อมอาหารจานหลักเมนูใหม่ที่เชฟเตรียมไว้ให้ลิ้มลอง พิเศษสุด…คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 2 ท่านขึ้นไป ได้ทุกวันตลอดเดือนสิงหาคมนี้

 

THE CLOUD : SANSIRI x THE COFFEE CLUB ชวนลูกๆ และคุณ แชะและแชร์ภาพชิคๆ คู่กับคุณแม่

THE CLOUD : SANSIRI x THE COFFEE CLUB ชวนลูกๆ และคุณแม่ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษต้อนรับเทศกาลวันแม่นี้ “CELEBRATE MOM’S LIMITLESS LOVE AT THE CLOUD” เพียงแชะและแชร์ภาพชิคๆคู่กับคุณแม่และอินสตอลเลชั่นอาร์ต “ก้อนเมฆ” ที่ THE CLOUD ชั้น 3 สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 10-12 ส.ค.นี้ แล้วโพสต์ลง Facebook หรือ IG ตั้งค่าเป็น public พร้อมติด #THECLOUDSANSIRI #THECLOUDTHECOFFEECLUB ลุ้นรับของขวัญสุดพิเศษสำหรับคุณแม่ Gift Voucher จาก The Coffee Club รางวัลละ 200 บาท รวมกว่า 12,000 บาท รวม 60 รางวัล และพิเศษสุด! สำหรับสายอาร์ตไม่ควรพลาด เฉพาะในวันที่ 12 ส.ค. เท่านั้น คู่คุณแม่และลูก 12 คู่แรกรับฟรี! ภาพวาด portrait คู่สุดฮิปจากอาร์ทิสหน้าใหม่ไฟแรงโดยคุณเบนซ์ @benzcrump ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/sansirifamily หรือ IG : @sansiriplc

เงื่อนไขการรับสิทธิ์

1.จำกัด 1 สิทธิ์ (voucher 200 บาท) ต่อคุณแม่-ลูก 1 คู่/ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ จำกัด 20 รางวัลต่อวัน

2.จำกัด 1 สิทธิ์ (รูปวาด portrait คู่) ต่อคุณแม่- ลูก 1 คู่. จำกัด 12 รางวัลต่อวัน

3.เลือกรับ 1 สิทธิ์ (voucher 200 บาท หรือรูปวาด portrait คู่) ต่อคุณแม่- ลูก 1 คู่

4.คูปองแทนเงินสด สามารถใช้ได้ที่ The Cloud : SANSIRI x THE COFFEE CLUB ชั้น 3, Siam Paragon เท่านั้น

5.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ห้องอาหารเดอะสแควร์ โรงแรม Novotel Bangkok Siam Squar

ชวนแม่ไปอร่อยฟินรับวันแม่กันได้ทั้งครอบครัว ที่ ห้องอาหารเดอะสแควร์ โรงแรม Novotel Bangkok Siam Square กับโปรโมชั่นรับวันแม่ บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ ของอร่อยเพียบ เมนูอาหารนานาชาติระดับพรีเมี่ยม ทั้งกุ้งล็อบสเตอร์ ปูหิมะ ซีฟู้ดออนไอซ์ จัดเต็มครบสุดทั้ง หอยนางรมกุ้ง ปู และเนื้อวากิว อีกทั้งยังท็อปสุดด้วยโปรมา 4 จ่าย 3 เมื่อพาคุณแม่มาพร้อมกัน ราคา 999 บาทสุทธิ สำรองที่นั่งที่ https://novotelbkkvouchers.atdmcthailand.com โทร : 0-2209-8888

ห้องอาหารสกายไลน์ โรงแรม Avani+ Riverside Bangkok Hotel

พาคุณแม่ไปชิลนั่งกินข้าวร้านสวยๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยากันกับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด อิ่มอร่อยกันได้ทั้งครอบครัวที่ห้องอาหารสกายไลน์ อาหารทะเลจัดเต็มทั้ง ซีฟู้ด On Ice โซนอาหาร Grilled นานาชนิด และไฮไลท์ของทางห้องอาหาร โซนหอยนางรมนานาชาติ กับ 4 สายพันธุ์พรีเมี่ยม คุ้มสุดๆ ราคา 1,350 บาท++ วันศุกร์-เสาร์ เวลา 18.00-22.00 น. โทร : 0-2431-9100 ต่อ 2420

ร้านอาหารอเทลิเย่ โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

จัดไปแน่นๆ คุณแม่สายปู อาหารทะเล ต้องไม่พลาดกับโปรโมชั่นดีๆ บุฟเฟ่ต์ปู บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดมื้อพิเศษ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ นำขบวนโดยปูม้า ปูหิมะ ปูยักษ์ และเมนูปูอีกมากมายที่ทุกคนชื่นชอบ ทั้ง ส้มตำปูม้าไข่เจียวเนื้อปู ขนมจีนน้ำยาปูปักษ์ใต้ เส้นหมี่แกงปูใบชะพลู ตามมาด้วยซีฟู้ดยอดนิยมตลอดกาลอย่างกุ้งแม่น้ำ และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ แซลมอนปลาดิบ สเต็กเนื้อ อาหารจานร้อนทั้งไทย อินเดีย และยุโรป งานนี้คุณแม่ต้องฟินอย่างแน่นอน ราคา 1,399++บาท สำรองที่นั่งที่ https://atelierbangkok.com โทร : 0-2204-4071

ห้องอาหารเลเทส เรซิพี โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ

ร่วมเฉลิมฉลองวันแม่อันแสนอบอุ่นพร้อมกับทุกคนในครอบครัว ที่ห้องอาหารเลเทส เรซิพี (ชั้น 02) โรงแรมเลอ เมอริดียน กรุงเทพ พร้อมอิ่มอร่อยไปกับไลฟ์สไตล์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน โปรโมชั่นพิเศษ คุณแม่ทานฟรีทันที เมื่อมารับประทานพร้อมกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน และคุณแม่รับขนมมาการองฟรี 1 กล่อง ปิดท้ายมื้อสุดแสนประทับใจกับ Dessert Tower ที่พร้อมเสิร์ฟขนมหลากชนิดเลิศรสให้ทุกท่านได้อิ่มอร่อยกันที่โต๊ะในมื้อสุดแสนพิเศษนี้ วันจันทร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ตั้งแต่เวลา 12.00–14.30 น. ราคา 900 บาทสุทธิ ต่อท่าน รวมเครื่องดื่มแบบไม่อั้น (ไม่รวมแอลกอฮอล์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02 232 8888 ห

ห้องอาหารฟิฟท์ตี้ เซเว่น สตรีท โรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit

อาหารมากมายจากไลน์บุฟเฟต์ ทั้ง ล็อบสเตอร์ย่างพร้อมซอสไวน์ขาวกับมะนาว ซีฟู้ดหลากหลาย รวมไปถึงหอยนางรมและปูหิมะ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเนื้อออสเตรเลียนวากิวอบราดด้วยซอสพริกไทยดำ หรือจะเป็นปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ เสิร์ฟพร้อมซอสไวน์ขาว ฟินปิดท้ายด้วยขนมอร่อยๆ แบบโฮมเมด ราคา 1,950 บาท รับส่วนลด 25% สำหรับการจองในถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2562ระยะเวลาโปรโมชั่น : 12.00-15.00 น. โทร : 0-2797-0000 เว็บไซต์ : https://www.marriott.com

ห้องอาหารดีไลท์ โรงแรม DoubleTree by Hilton Sukhumvit

บอกรักคุณแม่ด้วยมื้อพิเศษที่ห้องอาหารดีไลท์ พาคุณแม่มาฟินมื้อค่ำ กับ บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด จัดเต็ม ทั้ง On Ice และ Grilled ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอยแมลงภู่ หอยนางรม หอยหวาน ปลาแซลมอน มีให้เลือกรับประทานกันแบบจุใจ รวมไปถึงอาหารญี่ปุ่นอย่าง ซูชิ ซาชิมิ ปลาดิบ แซลมอน ขนขบวนกันมา แถมรับส่วนลดครึ่งราคาสำหรับคุณแม่ทุกท่าน คุณแม่รับส่วนลด 50% โทร : 0-2649-6666 เว็บไซต์ : https://www.hilton.com/en/doubletree

ห้องอาหารอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ โรงแรม Amari Watergate Bangkok

วันพิเศษของคุณและคุณแม่ ชวนกันมาอิ่มอร่อยกันที่ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ ด้วยหลากเมนูยอดฮิตจากหลายประเทศ กับ บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด และอาหารนานาชาติ ทั้ง กุ้งแม่น้ำ ปลาหมึก ปูทะเล หอยนางรม หอยแมลงภู่ และอีกมากมาย เพิ่มรสชาติและดีกรีความสุขกับล็อบสเตอร์ (เสิร์ฟท่านละครึ่งตัว) ที่คุณสามารถดีไซน์ได้ว่าจะให้เชฟนึ่ง ย่าง หรืออบชีส นอกจากนี้ ยังมีเมนูอร่อย ทั้งผัดไท ต้มยำ ส้มตำ จากมุมอาหารไทย เป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ ติ่มซำ ซูชิ ซาชิมิ พาสต้า สปาเก็ตตี้ พิซซ่า ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยคาราวานของหวาน ทั้งเค้ก ไอศกรีม เครปเรนโบว์ ช็อคโกแลตฟองดูว์ และพลาดไม่ได้กับ น้ำแข็งไสที่เป็นไฮไลท์ มีเครื่องให้ได้เลือกกว่า 40 ชนิด อิ่มฟินๆ ราคา1,500 บาท++ รวมน้ำดื่ม ซอฟต์ดริ๊งค์ และน้ำผลไม้ พิเศษสุดๆ คุณแม่รับประทานฟรี เมื่อมากันเป็นครอบครัว วันที่ 12 สิงหาคม 2562 เวลา 12.00–15.30 น. โทร : 0-2653-9000 ต่อ 355 เว็บไซต์ : https://www.amari.com/watergate

‘ไมเกรน’ กินยาไม่ถูกต้อง ‘เสี่ยงตาย’ อันตรายกว่าที่คิด

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/597171

  • วันที่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 15:30 น.

'ไมเกรน' กินยาไม่ถูกต้อง 'เสี่ยงตาย' อันตรายกว่าที่คิด

เป็นไมเกรน ปวดหัวบ่อย แต่ไม่ค่อยอยากไปหาหมอ ส่ออันตรายเกินคาด อย่าประมาทซื้อยามากินเอง

จากกรณีมีหญิงสาวเสียชีวิต เนื่องจากมีอาการปวดหัวนานนับปีคล้าย “ไมเกรน” แต่ซื้อยามากินเองโดยไม่ได้ไปตรวจวินิจฉัยและรับยาจากแพทย์ สุดท้ายเสียชีวิตลงอย่างสงบ อาจเป็นปมคาใจให้ผู้ที่มีอาการปวดหัวในลักษณะคล้ายๆ กัน ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในการรับประทานยาให้มากขึ้น

เรื่องนี้มีข้อมูลจาก รองศาสตราจารย์ ดร. ภญ. ศรีจันทร์ พรจิราศิลป์ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายไว้ว่า เมื่อเกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียว หลายๆ ท่านเข้าใจว่าเป็นโรคปวดไมเกรน เพราะเราเคยเรียกโรคปวดไมเกรนกันว่า โรคปวดศีรษะข้างเดียว จึงทำให้เข้าใจผิดคิดว่าถ้ามีอาการปวดศีรษะข้างเดียวแสดงว่าเป็นไมเกรน   แต่แท้จริงอาการปวดไมเกรนนั้นไม่จำเป็นต้องปวดศีรษะเพียงข้างเดียว อาจปวดสองข้างก็ได้ ในทางกลับกันอาการปวดศีรษะข้างเดียวอาจไม่ใช่ไมเกรนก็ได้

อาการของโรคไมเกรนเป็นผลจากการขยายและหดของหลอดเลือดที่กะโหลกศีรษะ โดยมักมี “อาการนำ (aura) ก่อนอาการปวด” แต่อาจไม่มีอาการนำก็ได้ อาการนำที่พบบ่อยคือ อาการทางตา เช่น เกิดตาพร่า เห็นภาพ หรือแสงสีผิดปกติ อาการนำอื่นๆ คือรู้สึกหนักที่แขนขาเหมือนไม่มีแรง มีความรู้สึกผิดปกติที่ผิวหนัง เช่น รู้สึกคัน ชา หรือแสบร้อน อาการนำจะเกิดนานประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นไม่นานจะเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ซึ่งจะปวดเป็นพักๆ ปวดตุบๆ ข้างเดียว อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วย อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงนี้จะอยู่นาน 2-3 ชั่วโมง จากนั้นอาการจะทุเลาลง แล้วเกิดอาการปวดขึ้นใหม่ได้

ผู้ป่วยไมเกรนประเภทที่ไม่มีอาการนำอาจเกิดอาการอื่นแทน เช่น รู้สึกไวกับแสง เสียง หรือกลิ่นมากกว่าปกติ รู้สึกเพลีย หิวอาหารและน้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดก่อนนานหลายๆ ชั่วโมงกว่าจะมีอาการปวดศีรษะ ผู้ป่วยไมเกรนมักจะทราบเองว่าปัจจัยใดที่ทำให้อาการไมเกรนของตนกำเริบ เช่น อดนอน เครียด รับประทานอาหารประเภท ถั่ว เนย ช็อกโกแลต ชีส ไวน์แดง ชา กาแฟ สตรีช่วงมีประจำเดือน การได้ยินเสียงดัง ได้กลิ่นฉุน แสงจ้า เป็นต้น

นอกจากโรคไมเกรนแล้ว โรคปวดศีรษะยังมีอีกหลายประเภท เช่น โรคปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียด (tension headache) โรคปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (cluster headache) และ โรคปวดศีรษะเนื่องจากมีแรงดันในสมองสูง(increase intracranial pressure) เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ทำให้เกิดการปวดศีรษะเพียงข้างเดียวได้

โรคปวดศีรษะอีกประเภทหนึ่งที่อาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นไมเกรน คือโรคปวดศีรษะที่เกิดจาก “ความเครียด” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน มีความกังวลและเครียดตลอดเวลา ต้องทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ติดต่อกันวันละหลายๆ ชั่วโมง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและแขนเกิดการเกร็งตึง ส่งผลให้เกิดอาการปวดตึงบริเวณท้ายทอย ร้าวขึ้นไปที่ขมับข้างที่มีการตึงของกล้ามเนื้อ หรือเกิดอาการปวดรอบศีรษะคล้ายถูกรัด ซึ่งถ้ามีอาการไม่มาก เมื่อพัก นวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งและตึง อาการจะหายไปเอง แต่ในรายที่มีอาการหนักอาจปวดต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี โรคปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียดจะไม่เกิดร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่า หรือเห็นแสงสี

โรคปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ก็มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวได้เช่นกัน แต่จะปวดรุนแรง ปวดบ่อย มักปวดรอบตาและขมับ มีตาแดง น้ำตาไหล และคัดจมูกในด้านเดียวกัน จะไม่มีคลื่นใส้อาเจียน ส่วนโรคปวดศีรษะที่เกิดเนื่องจากมีแรงดันในสมองสูงนั้น เกิดจากมีสิ่งผิดปกติในสมอง เช่น มีเนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง น้ำคั่งในสมอง เป็นต้น ซึ่งต้องแก้ไขที่สาเหตุ

ฉะนั้น ก่อนที่จะสรุปว่าเป็นโรคปวดศีรษะไมเกรน ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดก่อน ไม่ควรคิดเอาเองว่ามีอาการปวดศีรษะข้างเดียว แสดงว่าเป็นโรคปวดศีรษะไมเกรนแน่ๆ แล้วไปหาซื้อยาแก้ไมเกรนมารับประทาน เพราะการรับประทานยาไมเกรนไม่ถูกต้องมีอันตรายไม่น้อย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2GWrwe5

 

 

อย่างไรก็ดี การใช้ยารักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนก็อาจมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นได้ หรือเมื่ออาการกำเริบผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะที่รุนแรง เป็นต้น  ยาที่ใช้ในโรคปวดศีรษะไมเกรนอาจแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ

  • ยาที่ใช้รักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนฉับพลัน (abortive drugs)
  • ยาที่ใช้ป้องกันการเกิดไมเกรน (preventive drugs)

ซึ่งยาที่พบว่ามีการใช้บ่อยและมีข้อควรระวังในการใช้ยาค่อนข้างมาก คือยา ergotamine ซึ่งเป็นยาประเภทที่ใช้รักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนฉับพลัน

Ergotamine คืออะไร

Ergotamine เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน ออกฤทธิ์ในการรักษาอาการปวดศีรษะโดยการกระตุ้นตัวรับของสารสื่อประสาทซีโรโทนิน (serotonin) ชนิด 1B และ 1D (5-HT1B และ 5-HT1D) ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดที่ขยายตัวผิดปกติเกิดการหดตัวลงและทำให้อาการปวดศีรษะหายไปในที่สุด นอกจากนี้ ergotamine ยังสามารถกระตุ้นตัวรับอื่นๆ ได้ ได้แก่ α-1 และ dopamine-2 (D2) ซึ่งการกระตุ้นตัวรับเหล่านี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากยา ergotamine (รายละเอียดจะกล่าวต่อไปในหัวข้อ ข้อควรระวังในการรับประทานยา ergotamine )

ในประเทศไทยยา ergotamine มีชื่อทางการค้า เช่น Cafergot®, Avamigran® Tofago® หรือ Poligot-CF® ซึ่งประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญ คือ ergotamine tartrate ขนาด 1 มิลลิกรัม ผสมอยู่กับ caffeine 100 มิลลิกร้ม ส่วน Ergosia®จะประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญ คือ ergotamine tartrate ขนาด 1 มิลลิกรัม เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

การใช้ยา ergotamine ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

การใช้ยา ergotamine สำหรับรักษาโรคปวดศีรษะไมเกรนจะต้องใช้เฉพาะเวลาที่มีอาการปวดเท่านั้น ห้ามใช้ติดต่อกันทุกวันเพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนเด็ดขาด ขนาดการรับประทานยาที่เหมาะสม คือ รับประทานเมื่อมีอาการปวดศีรษะไมเกรนในครั้งแรก 1 หรือ 2 เม็ด จากนั้นทุกๆ ครึ่งชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้นสามารถรับประทานซ้ำอีกครั้งละ 1 เม็ด แต่ห้ามรับประทานเกิน 6 เม็ดต่อวัน และห้ามรับประทานยาเกิน 10 เม็ด ต่อสัปดาห์ เนื่องจากหากรับประทาน ergotamine ในปริมาณที่มากกว่านี้อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น รวมทั้งมีอาการเจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียนมากกว่าเดิมได้

การใช้ยา ergotamine อย่างผิดวิธีส่งผลเสียอย่างไร

Ergotamine เป็นยาที่ใช้เฉพาะเวลาที่มีอาการปวดศีรษะกำเริบเท่านั้น แต่ผู้ป่วยบางรายกลับรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ยาอย่างผิดวิธีที่อาจส่งผลเสียรุนแรงต่อชีวิตของผู้ป่วยได้ การรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันไปเรื่อยๆ จะส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดในสมองแตก หรือ หัวใจวายได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองอยู่แล้ว นอกจากนี้ในระหว่างที่ผู้ป่วยรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันทุกวันนั้น หลอดเลือดแดงที่ผิดปกติจะถูกยา ergotamine ทำให้หดตัวอยู่ตลอดเวลาซึ่งผู้ป่วยจะไม่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเลย แต่เมื่อใดที่หยุดรับประทานยาหลอดเลือดดังกล่าวจะขยายตัวอย่างมากและทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนอย่างรุนแรง (rebound headache )

ข้อควรระวังในการรับประทานยา ergotamine

ผู้ป่วยที่รับประทานยา ergotamine อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน:เป็นผลจากการกระตุ้นตัวรับ ชนิด D2 (D2-receptor) ซึ่งถ้าอาการรุนแรงสามารถแก้ไขได้โดยการรับประทานยาต้านอาเจียนกลุ่ม D2-receptor antagonist คือ domperidone
  • ความดันโลหิตสูงขึ้น: เป็นผลจากการกระตุ้นตัวรับชนิด α1 (α1-receptor) ทำให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว
  • ปลายมือ-เท้าเย็น หรือ ชา(numbness):เป็นผลจากการกระตุ้น α1-receptorเช่นกัน หากมีอาการรุนแรงร่วมกับมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณแขน มือ ขา หรือเท้า ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • ใจสั่น เจ็บหน้าอก: เป็นผลมาจากการกระตุ้นตัวรับ 5-HT1B ที่บริเวณหลอดเลือด coronary ที่หัวใจ หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์
  • ปฏิกิริยากับยาอื่นๆหรือ ยาตีกัน (drug interaction): ยา ergotamine ถูกทำลายโดยใช้เอนไซม์ที่มีชื่อว่า Cytochrome P450 ชนิด 3A4 (CYP 3A4) ดังนั้นอาจต้องระมัดระวังในการรับประทานร่วมกับยาที่มีผลยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าว เช่น azithromycin, clarithromycin, ketoconazole, ritonavir หรือ verapamil เป็นต้น เนื่องจากการรับประทานยาร่วมกันจะส่งผลทำให้ระดับยา ergotamine ในกระแสเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยอาจได้รับผลข้างเคียง หรือความเป็นพิษจากยาเพิ่มขึ้นได้ และเพื่อป้องกันการเกิด drug interaction ดังกล่าว ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่ายาที่ตนเองรับประทานอยู่มีอะไรบ้าง

ข้อห้ามใช้ของยา ergotamine – ผู้ป่วยที่ห้ามใช้ยา ergotamine ได้แก่

– ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา ergotamine หรือสารที่เป็นอนุพันธ์ของ ergot alkaloid

– ผู้ป่วยที่มีประวัติหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน (peripheral arterial disease)

– ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องในการทำงานของตับ และไต

– ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (angina)

– ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้

– ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis)

– ผู้หญิงตั้งครรภ์ (ทุกไตรมาส)

Ergotamineเป็นยารักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนที่มีประสิทธิภาพดี แต่มีข้อควระวังและข้อห้ามใช้ค่อนข้างมาก ดังนั้น การรับประทานยาอย่างถูกต้อง และ การเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นหนทางที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยา ergotamine ได้ดีที่สุด

 

ภาพ freepik

10 อาการเตือนของโรคอัลไซเมอร์

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/597145

  • วันที่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 13:00 น.

10 อาการเตือนของโรคอัลไซเมอร์

เมื่อสังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ เรื่องที่น่ากังวลจึงหนีไม่พ้นกลุ่มอาการสมองเสื่อมอย่าง “โรคอัลไซเมอร์” ซึ่งกระทบกับการดำเนินชีวิตตามปกติ วันนี้มาเช็กกันหน่อยว่าตัวเราเองและคนใกล้ตัว เริ่มมีอาการเตือนของโรคอัลไซเมอร์บ้างหรือยัง

 ศ.พญ.นันทิกา ทวิชาชาติ กรรมการเลขานุการมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษเรื่อง “10 อาการเตือนของโรคอัลไซเมอร์” ในการอบรมเชิงปฏิบัติการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ของโครงการ “สังคมไทยห่างไกลอัลไซเมอร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ดังนี้

อาการที่ 1 “ลืม” ความจำบกพร่องรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในโรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มต้นของโรค มักจะลืมเรื่องหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ อาจลืมวันหรือเหตุการณ์สำคัญ ถามคำถามหรือพูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ต้องใช้เครื่องมือหรือบันทึกช่วยเตือนความจำ หรือต้องได้รับการช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัว

อาการที่ 2 มีปัญหาเรื่องการวางแผนและการแก้ปัญหาความสามารถในการทำตามแผนบกพร่อง หรือมีการจัดการกับตัวเลขยากขึ้น เช่น เรื่องเกี่ยวกับเงินทอง ค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ต้องใช้เวลาคิดและทบทวนนานขึ้น มีความยากลำบากในการต้องใช้สมาธิในการจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มากขึ้นกว่าเดิม

อาการที่ 3 มีความยากลำบากในการทำกิจกรรมที่คุ้นเคยหรือเคยทำได้เช่น ในที่ทำงาน หรือกิจกรรมสนุกสนาน บันเทิง การขับรถไปที่ที่คุ้นเคย หรือการจัดการกับงบประมาณในที่ทำงาน การจำกฎเกณฑ์ของเกมที่ชอบเล่นบ่อยๆไม่ค่อยได้

อาการที่ 4 สับสนเรื่องวัน เวลา สถานที่เริ่มจะจำเวลาและสถานที่ไม่ได้ หรือมีความยุ่งยากความลำบากที่จะเข้าใจเรื่องบางอย่างถ้ามันไม่ได้เกิดขึ้นทันที หรือลืมว่าอยู่ที่ไหน และจะไปที่ไหน จะไปได้อย่างไร เป็นต้น

อาการที่ 5 มีความยุ่งยากลำบากที่จะเข้าใจภาพที่เห็นและความสัมพันธ์กับทิศทางบางคนอาจมีปัญหาเรื่องสายตา การมองเห็น มีความยากลำบากในการอ่าน การตัดสินใจเรื่องระยะทาง สี อาจเดินผ่านกระจกเงาแล้วคิดว่ามีคนอื่นอยู่ในห้อง หรือตระหนักรู้เงาสะท้อนของตัวเองไม่ได้

อาการที่ 6 มีปัญหาเรื่องภาษาทั้งในการคิดคำพูดหรือการเขียน อาจมีปัญหาในการร่วมวงสนทนา เช่น พูดคุยแล้วหยุดกลางคัน เพราะนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อ หรือพูดซ้ำๆ คิดคำ คำศัพท์ ชื่อเรียกสิ่งของ เลือกใช้คำไม่ถูกต้อง หรือคิดอย่างยากลำบาก เช่น นาฬิกา อาจใช้คำว่าที่ดูเวลา หรืออื่นๆ

อาการที่ 7 วางของผิดที่และตามหาไม่พบเริ่มโทษคนอื่นว่าหยิบข้าวของไป หรือขโมยไป ใช้แล้วไม่เก็บที่เดิม ซึ่งจะพบได้บ่อยและถี่มากขึ้น

อาการที่ 8 การตัดสินใจแย่ลงมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการตัดสินใจ อาจตัดสินใจผิดพลาดเรื่องการเงิน หรือมีความใส่ใจในการดูแลตัวเองลดลง

อาการที่ 9 แยกตัวจากงานและกิจกรรมทางสังคมแยกตัวจากงานอดิเรกกิจกรรมทางสังคม กีฬา หรืองาน อาจแยกตัวห่างจากทีมที่เคยเล่นกีฬาด้วยกัน หรือจำไม่ได้ที่จะทำงานอดิเรกที่ชอบให้สำเร็จ

อาการที่ 10 อารมณ์และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงอาจกลายเป็นคนสับสน ขี้กังวล ขี้สงสัย รู้สึกกลัว ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล มีความผิดหวัง เสียใจง่าย ซึ่งเป็นได้ทั้งในบ้านหรือที่ทำงานไม่ว่ากับเพื่อนกับครอบครัว หากรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่ทำให้สุขสบาย

บัญญัติ 8 ประการเพื่อการสร้างหนี้อย่างมีความสุข

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/597147

  • วันที่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 12:56 น.

บัญญัติ 8 ประการเพื่อการสร้างหนี้อย่างมีความสุข

เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจและพร้อมสำหรับ “การเป็นหนี้” ก็ต้องมีวินัยในการใช้จ่าย วางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้คำว่า “หนี้” มามีปัญญากับอนาคต วันนี้เราจึงนำบัญญัติ 8 ประการจากธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้คุณเป็นหนี้อย่างเป็นสุขมาฝากกัน

  1. ก่อหนี้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เพราะเราต้องใช้หนี้ที่ก่อขึ้นทุกก้อน
  2. รู้จักหักห้ามใจตัวเอง ไม่วิ่งตามกระแสบริโภคจนเกินตัว
  3. ภาระการผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน
  4. คิดให้ดี และอ่านสัญญารวมทั้งเอกสารอื่นๆ ให้ถี่ถ้วน
  5. ใช้เงินจากสินเชื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์
  6. ตั้งใจมั่นว่าจะจ่ายหนี้ให้ตรงเวลาตามเงื่อนไข
  7. หากเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว ควรรีบหารือกับเจ้าหนี้ เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกันแต่เนิ่นๆ
  8. หลีกเลี่ยงสินเชื่อนอกระบบ เพราะโดยทั่วไปดอกเบี้ยสินเชื่อในระบบจะถูกกว่าและหากเกิดปัญหาก็ยังมีทางดูแล

 

ภาพ freepik

THE CLOUD : SANSIRI X THE COFFEE CLUB เติมประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบคนรักสุขภาพ

Published August 10, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/597091

  • วันที่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

THE CLOUD : SANSIRI X THE COFFEE CLUB เติมประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบคนรักสุขภาพ

THE CLOUD รูปแบบใหม่ใจกลางเมือง เอาใจคนรักสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Healthy Leisure Space” ที่สยาม พารากอน

THE CLOUD พื้นที่มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ใจกลางเมือง เอาใจคนรักสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Healthy Leisure Space” ที่แสนสิริตั้งใจเปิดกว้างต้อนรับทุกคนได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ การใช้ชีวิตในแบบของแสนสิริร่วมกัน เติมเต็มบรรยากาศแห่งการพักผ่อน เพิ่มพลังกับ Feel Good Menu จาก เดอะ คอฟฟี่ คลับ และ Sansiri Gallery ที่นำเสนอการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

THE CLOUD เกิดจากการจับมือร่วมกันระหว่าง แสนสิริ ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของประเทศไทยกับ เดอะ คอฟฟี่ คลับ แบรนด์ร้านกาแฟและอาหารชื่อดังของประเทศออสเตรเลีย ด้วยทำเลที่ตั้งในย่านศูนย์การค้าใจกลางเมืองที่ชั้น 3 สยาม พารากอน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ เป็นจุดนัดพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง รับประทานอาหารกับเพื่อนร่วมงาน หรือเป็นแหล่งรังสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ไม่ว่าคุณจะมาที่นี่ด้วยวัตถุประสงค์ใด คุณจะได้รื่นรมย์ไปกับความผ่อนคลายและเข้าถึง ความสงบ ราวกับได้ค้นพบตัวตนของคุณในรูปแบบใหม่ พบกับ 2 ไลฟ์สไตล์โซน ที่ THE CLOUD ได้แก่

SANSIRI GALLERY

ที่ THE CLOUD พบกับเซลล์ เซ็นเตอร์รูปแบบใหม่แห่งแรกในประเทศไทยของแสนสิริ โดยได้นำเอาเทคโนโลยีและดีไซน์ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่มาใช้ในการนำเสนอ 4 นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกบ้านของแสนสิริ ที่ซึ่งคุณสามารถรู้จักกับข้อมูลโครงการที่คุณสนใจ ทั้งบ้าน คอนโด และทาวน์เฮาส์ เข้ามาค้นพบโลกใหม่ที่จะเปิดประสบการณ์คุณภาพชีวิตแบบ อยู่อย่างมีสุขภาพดีมีสุข ในรูปแบบการนำเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ Dust-Free House นวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่นสร้างสุขภาพที่ดีให้ผู้อยู่อาศัย Cooliving Designed Home นวัตกรรมบ้านเย็นเพื่อการหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน Green Living การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยคลายอุณหภูมิความร้อนและลดมลพิษภายในที่อยู่อาศัย และ Educational Playground สนามเด็กเล่นที่ช่วยเสริมสร้างทักษะและการเรียนรู้โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อก้าวเข้ามาใน SANSIRI GALLERY คุณจะได้พบกับ Experience Panels ที่นำ 4 นวัตกรรมดังกล่าวมานำเสนอในรูปแบบที่ช่วยให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า แต่ละนวัตกรรมช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยดีขึ้นอย่างไรบ้าง หรือถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ สามารถถาม “น้องแสนรู้” (SANROO) หุ่นยนต์พนักงานคนใหม่ของ แสนสิริ ที่จะบอกเล่าและให้คำตอบเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยของแสนสิริได้ครบถ้วนทุกข้อสงสัย นอกเหนือไปจากนั้น แสนสิริ ยังวางแผนที่จะใช้พื้นที่ของ SANSIRI GALLERY จัดกิจกรรมและเวิร์กช็อปเพื่อนำเสนอประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบใหม่ที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี

ปลุกประสาทสัมผัสของคุณด้วยกลิ่นหอมอันสดชื่นที่จะรีเฟรชคุณท่ามกลางบรรยากาศอันผ่อนคลาย อาหารสุดอร่อยที่จะเติมพลังให้กับร่างกาย เพลิดเพลินกับเสียงเพลงที่จะปลดปล่อยจิตวิญญาณ ของคุณ พร้อมรับชมโครงการที่น่าสนใจต่างๆ ของแสนสิริ และร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจซึ่งจะหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาตลอดทั้งปี มาร่วมค้นพบ ค้นหา และสัมผัสประสบการณ์ที่บรรจงคัดสรรมาเพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของคุณ ที่ THE CLOUD แห่งนี้

CAFÉ & RESTAURANT

โซน THE COFFEE CLUB กับคอนเซปต์รูปแบบใหม่ การตกแต่งร้านในบรรยากาศสบายๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีน้ำผึ้งที่จะช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ เมนูต่างๆ ถูกรังสรรค์อย่างหลากหลายการันตีโดย เดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่ขึ้นชื่อด้านความใส่ใจอย่างพิถีพิถันรวมถึงเน้นคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุงอาหาร นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษ “FEEL GOOD MENU” สำหรับสายคลีนที่รักสุขภาพให้ลิ้มลองด้วยเฉพาะที่ THE CLOUD นี้ เท่านั้น เรียกได้ว่า “ดีต่อสุขภาพ และใจ” อย่างแท้จริง

เมนูที่ควรต้องลอง คือVegan Garden Burger เบอร์เกอร์มังสวิรัติถั่วและผักโขมอบ การันตีด้วยรางวัล Gold Award-Winning ประจำปี 2561 จากอังกฤษ ตอบรับเทรนด์อาหารกลูเตน ฟรี (gluten-free) ที่กำลังมาแรงในซีกโลกตะวันตกและสหรัฐอเมริกา

และเมนูยอดนิยมจากเทรนด์ ในออสเตรเลีย Mermaid Latte เครื่องดื่มสำหรับคนรักสุขภาพที่ไม่ชอบดื่มกาแฟ (caffeine free) มาพร้อมกับหลากสีสันสดใสของวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% ให้คุณประโยชน์ด้วยสารต้าน อนุมูลอิสระและวิตามินนานาชนิด พร้อมเพลิดเพลินกับลาเต้อาร์ตสวยๆ ได้โดยบาริสต้า ซึ่งรสชาตินั้นดีงามไม่แพ้หน้าตา จะเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่นด้วยน้ำผลไม้คั้นสด หรือจะเลือกเติมความเข้มด้วยกาแฟเอสเพรสโซ่หอมกรุ่นจาก Modbar เครื่องกาแฟดีไซน์สุดเก๋ครั้งแรกในเมืองไทยที่ THE CLOUD ก็ย่อมได้

พบกับ THE CLOUD : SANSIRI X THE COFFEE CLUB ได้ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านแสนสิริมากมาย

%d bloggers like this: