ไลฟ์สไตล์

All posts tagged ไลฟ์สไตล์

ส่องเทรนด์ทำเงิน 3 สาย 9 อาชีพโกยรายได้ไม่ง้อใบปริญญา

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/608636

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 07:27 น.

ส่องเทรนด์ทำเงิน 3 สาย 9 อาชีพโกยรายได้ไม่ง้อใบปริญญา

คิดแล้วทำ…โกยรายได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ สำหรับคนที่มีเวลาว่าง นี่คือ 9 งานอดิเรกที่มีโอกาสสร้างรายได้ ฝึกฝนทักษะอาชีพ เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต

สายสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

Blogger-Influencer  ช้อปปิ้งเที่ยวเก่งเม้าเก่งอ่านเก่งคนที่มีความสามารถด้านการเล่าเรื่องและมีความสนใจเฉพาะทางไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านสุขภาพความงามหรือการท่องเที่ยว เว็บไซต์ของตัวเองเป็นคลังสะสมผลงานรูปแบบใหม่ที่ได้รับความสนใจ ต่อยอดไปเป็น Influencer สร้างรายได้จากสปอนเซอร์ตั้งแต่ หลักพันจนถึงหลักแสน

ล่าม – นักแปล  คนรักภาษาอังกฤษสามหนอนสายสิญจน์ที่ได้รับทักษะการอ่านและการสร้างรายได้มากขึ้นสำหรับนักศึกษาที่จะเลือกรับงานแปลบทความที่น่าสนใจ ส่วนที่เรียนภาษาอยู่แล้วการรับงานแปลเป็นล่ามตามงานอีเว้นท์งานสัมมนาจะทำเงินแล้วยังมีโอกาสได้รับงานที่ดีและเพิ่มพูนทักษะภา osa ของตัวเองให้แน่นขึ้นอีกครั้งมีทักษะมากขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่มค่าแรงก็สูงขึ้นตามไปด้วยและยังคงมีต่อยอดจากประสบการณ์ไปเป็นนักเขียนนักข่าวต่างประเทศได้อีกด้วย

ไกด์นำเที่ยว  ประเทศไทยยังคงติดสินบนเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอยู่เสมอเป็นจุดแข็งของคนไทย แต่ที่ใดบ้างไกด์นำเงินเข้ามาอาจมีค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพอาสาสมัครเข้าร่วมงานสังคมในมหาลัยหรือเป็นผู้ช่วยไกด์เพื่อ สั่งสมประสบการณ์และได้ฝึกภาษาในตัวเรานอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติไปพร้อม ๆ กัน การศึกษาประวัติศาสตร์เพราะเป็นไกด์นำมาซึ่งความรู้รอบตัวและการออกนอกพื้นที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ก็จะมีค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ แบบตามลักษณะการท่องเที่ยวเช่นไกด์ทัวร์คนเดินป่าและชมสถานที่ทางวัฒนธรรม สนุกกับอาชีพนี้แน่นอน

สายการงานพื้นฐานอาชีพ

รับ Pre-order  ต่อเก่งขายเก่งหิ้วเก่งลองรับ Pre-order สินค้ารับฝากซื้อสินค้าแล้วเรานำ มาส่งต่อให้โดยคิดค่าบริการอาชีพนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเห็นได้จากตามเพจเฟซบุ๊กอินส ร้านค้าเรามักจะเจอคอมเมนต์“ รับหิ้ว” เป็นจำนวนมากที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก ือเมื่อสินค้าลดราคาจากแบรนด์ดังแล้วก็เป็นของตัวเองในรูปแบบโซเชียลและเพื่อให้คนรู้จักรู้จักอาหารที่อร่อยก็คือการสร้างตัวเองขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นช่องทางใน การติดต่อลูกค้าจะได้รู้ถึงพื้นฐานการเซลลวง

ช่างภาพขายภาพ ในยุคก่อนใครก็สามารถโปรโมทผลงานภาพถ่ายของตัวเองผ่านทางเว็บไซต์ช่างภาพไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเสนอผลงานของตัวเองผ่านทางลูกค้า รับภาพจากตัวแทนขายภาพออนไลน์อย่าง Shutterstock, Istockphoto, photolia งินโอนเข้าบัญชีหลังจากมีคนมาซื้อได้เลยถ้าใครมั่นใจว่ามีส่วนร่วมในการถ่ายภาพมืออาชีพนี้ก็น่าสนใจเพราะความพิเศษของรูปถ่ายที่ไม่มีวันหมดอายุสามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงลูกค้าทั่วโลก ราคาอาจพุ่งไปหลักแสนเลยก็ได้

ครู  สอนความรู้ติวเข้มข้อเสนอการสอนโดยทำคลิปวิดีโอสอนผ่าน Youtube หรือ Facebook Live และช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ขึ้นเมื่อเรานำคลิปวิดีโอสอนออนไลน์ไปขายผ่านเว็บไซต์ที่รวบรวมบทเรียนออนไลน์หลาย ๆ ภาคส่วนที่จะหักออกได้ส่วนแบ่งเข้าสู่เว็บไซต์ที่ให้บริการส่วนที่ล่าช้า ่งข้อดีของการสอนออนไลน์แบบนี้ก็คือเราจะมีนักเรียนที่หลากหลายวัยและมาจากต่างประเทศยิ่งทำให้ผู้สอนต้องพัฒนาเทคนิคในการสอนอยู่ตลอดเวลาฝันใครอยากเป็นครูอาจารย์นักวิชาการพยายามรับจากการเป็นติวเตอร์ ดูได้เลย

สายอาร์ทสร้างเสริมลักษณะนิสัย

นักกีฬา E-Sports  ถูกจัดให้เป็นกีฬาประเภทต่างๆจากคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยและมีสมาคมไทย E-Sports เป็นกีฬาที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกีฬาประเภทนี้เป็นเกมที่น่าสนใจมากขึ้น ร้ายเสมอกลับกันสามารถฝึกสมองการวางแผนและการเล่นเกมให้ทีมเวิร์คจากเกมเมอร์ได้ก้าวเข้าสู่วงการนักกีฬา E-Sports ้ก็เป็นวีรบุรุษของ Newerth และ League of Legends ที่สำคัญคือต้องหมันฝึกซ้อมกลยุทธ์การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินรางวัลที่ได้รับสูงถึงล้านบาท โดยเฉพาะ

บาริสต้า ผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มและเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็ยังต้องหมั่นเพียรหมั่นหาความรู้ด้านกาแฟและเทคนิคต่างๆ สายพันธุ์กาแฟอยู่เสมอเป็นเรื่องดีที่จะได้รับการเก็บเกี่ยวในอนาคตเราจะมีโอกาสได้เปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง ่อยอดธุรกิจทำเงินก็เป็น ได้

นักวาดรูปสติ๊กเกอร์ไลน์ ประเทศไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกในการส่งสติ๊กเกอร์ที่มีคาสิโนที่น่าทึ่ง แต่กลับกลายเป็นว่าได้รับความนิยม สื่อสารแล้วยังช่วยสร้างอาชีพเมื่อมีโอกาสเปิดโอกาสให้นักวาดทั่วไปสามารถออกแบบสติ๊กเกอร์เพื่อขายในระบบได้ ีผู้ช่วยออกแบบและวาดรูปสติ๊กเกอร์ยอดนิยมดาวน์โหลดได้มากมายหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมหรือไม่ก็ตาม เดือนเลยทีเดียว

 

ภาพ Freepik

หมอช้างเปิดดวงครบ 12 ราศี ปี 2020

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/608144

  • วันที่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 08:08 น.

หมอช้างเปิดดวงครบ 12 ราศี ปี 2020

เปิดคำพยากรณ์ดวงชะตาปี 2020 ครบทั้ง 12 ราศี การเงิน การงาน ความรัก สุขภาพจะเป็นอย่างไร โดย “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” (มีคลิป)

ราศีมังกร มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องงานและเงิน ช่วงต้นปีจะเหนื่อยหน่อย แต่เป็นราศีดวงขึ้นๆ ลงๆ เอาตัวรอดได้ ต้องระวังเรื่องสุขภาพ มีโอกาสลงทุน ความรักเริ่มต้นใหม่ เรื่องคู่จะมีข่าวดี

ราศีกุมภ์ ราศีคนรวยปี 2020 การเงินดีขึ้น รายได้มากขึ้น มีโอกาสการทำงานใหม่ที่ดีขึ้น หลังสงกรานต์ระวังรายจ่ายก้อนโต เตือนเรื่องสุขภาพ ทั้งญาติผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด ความรักอาจเจอรักแบบบังเอิญ

ราศีมีน เหนื่อยมากในปี 2020 แต่จะมีข่าวดีดวงพลิกไปทางที่ดี มีโอกาสก้าวหน้าเรื่องงาน ศัตรู คนคิดร้ายจะออกจากชีวิตไป และเริ่มสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น ส่วนความรักมีลุ้นสละโสด คนรอบตัวอาจเปลี่ยนสถานะเป็นแฟน รกาเงินมั่นคงจากน้ำพักน้ำแรง

ราศีเมษ หลังเจอเรื่องเครียดและศึกหนัก ชีวิตเหมือนเจอทางแยก แต่ปี 2563 ดวงดาวดีเข้ามาส่งผลเรื่องงาน เกิดความก้าวหน้า  เป็นราศีที่งานรุ่งปี 2020 งานลงตัว มั่นคง อาจได้บ้านใหม่ ทำธุรกิจใหม่ เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมแล้วดี ครึ่งปีหลังและปลายปีเสียเงินหนัก

ราศีพฤษภ ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของดวง จะเหนื่อยพอสมควร เจอทั้งพระราหูและดวงไม่หนุนนำ แต่โชคยังดีที่เป็นราศีมีความอดทน ต้องระวังการเปลี่ยนแปลงเรื่องงานแบบกะทันหัน ระวังเรื่องสุขภาพทั้งตัวเองและคนในครอบครัว เรื่องงานเกี่ยวกับออนไลน์และเดินทางจะรุ่ง เรื่องความรักช่วงครึ่งปีหลัง อย่าไปยุ่งกับธุรกิจสีเทาเพราะปัญหาจะตามมา

ราศีเมถุน ราศีดวงรุ่งปี 2020 หลังเจอเรื่องหนักๆ ปีหน้าจะมีตัวช่วยให้จังหวะของงานและอุปสรรคหมดไป ปัญหาคลี่คลาย ดาวเสาร์และราหูจะหมดไป แต่จะไม่ดีตลอดทั้งปี บางช่วงต้องขยันตั้งใจและความสำเร็จจะราบรื่น ความรัก คนไม่ดีจะออกจากชีวิตไป สุขภาพจะดีขึ้น การเงินมีเกณฑ์เสียเงินก้อนโตแบบจำเป็น

ราศีกรกฎ มีการเปลี่ยนแปลง อาจมีเรื่องใหญ่ที่ต้องตัดสินใจในการทำงาน เพราะมีอุปสรรคและปัญหารออยู่ ดวงแรงหลังสงกรานต์ จะได้รับข้อเสนอใหม่ แต่ความสำเร็จจะตามมาให้ใจเย็นๆ เรื่องเงิน ระวังการโกงและทุจริต โดยอาจค้นพบความจริง ต้องระวังเรื่องเอกสาร ต้องสู้ต้องลุยต้องตัดสินใจ

ราศีสิงห์ จะมีความก้าวหน้าในเรื่องงานช่วงกลางปี แต่ต้องระวังเรื่องการใช้ชีวิตที่พอดี ระวังหลังสงกรานต์ อาจมีศัตรูและทำอะไรใหม่อาจติดขัดบ้าง ควรงดการออกหน้า อยู่เบื้องหลังจะดี แล้วทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่จะผ่านไปได้ ปีหน้าเหมาะขยับขยายครอบครัว แต่งงาน หรือมีลูก

ราศีกันย์ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น งานวุ่นวายน้อยลง หากจะขยับขยายก็มีตัวช่วยเข้ามา ดวงเหมาะทำธุรกิจและลงทุน การเงินมีโอกาสลงตัว อาจไม่ได้รวย แต่จะดีกว่าที่ผ่านมา มีรายได้มาหมุนเวียน ส่วนความรักก็จะหวาน 2020 ใครมีคู่และอยากมีบุตร เป็นปีที่มีข่าวดีเข้ามา

ราศีตุลย์ มีข่าวดี เป็นปีแห่งการสานต่อ ไม่มีดวงดาวร้ายๆ เข้ามา แต่ต้องระวังเรื่องงานจะมีปัญหา เพราะดวงขัดแย้งกับหุ้นส่วนมีเข้ามา แต่จะมีโชคจากการทำธุรกิจ เรื่องความรักเฉยๆ

ราศีพิจิก ราศีดวงแรง การเงินจะดีขึ้นรับทรัพย์ได้เงินก้อน รวยทั้งเงินและรายได้ และยังมีโอกาสในโชคลาภ ยิ่งทำยิ่งลุยโอกาสได้ผลตอบแทนเข้ามาแน่นอน หากไปยุ่งด้านมืด อบายมุข สิ่งผิดกฎหมาย อาจมีเรื่องฟ้องร้องคดีความได้ ความรักไม่แข็งแรงจะมีปัญหา ต้องอาศัยการเรื่องรู้

ราศีธนู ราศีคนรวยแห่งปี 2020 จังหวะการเงินดีขึ้ มีข่าวดีการเงิน ดวงดาวการเงินเข้ามาตลอดทั้งปี งานทำให้โอกาสได้เงินก้อน จะมีรายจ่าย ขยายบ้าน ที่ทำงาน ยิ่งขยันยิ่งตั้งใจความสำเร็จรออยู่ เรื่องความรักเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใครโสดและอยากแต่งงานเป็นจังหวะที่ดี สุขภาพดี

 

 

ที่มา MorchangTv

ภาพ Freepik

3 อาการออฟฟิศซินโดรมยอดฮิต แก้อย่างไรให้หายขาด

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/590766

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

3 อาการออฟฟิศซินโดรมยอดฮิต แก้อย่างไรให้หายขาด

ชวนสำรวจ 3 กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อย พร้อมแนวทางการรักษาที่ตรงจุด

ปัจจุบันด้วยไลฟ์สไตล์และรูปแบบการทำงานที่อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะนั่งบนโต๊ะทำงาน นั่งในรถ ซ้ำร้ายหลายคนยังผูกติดอยู่กับจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้เกิดกลุ่มอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งในประเทศไทยพบผู้มีอาการเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 55 เป็นร้อยละ 60 แต่ในประเทศพัฒนาแล้วกลับพบมากถึงร้อยละ 80 และมักพบในช่วงอายุวัยทำงานคือ อายุระหว่าง 26-44 ปี

กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อยมี 3 ระบบ ได้แก่

  1. อาการทางระบบการมองเห็น อาการในกลุ่มนี้เกิดจากการมองจอคอมพิวเตอร์นานๆ หรือนั่งทำงานอยู่ในตำแหน่งที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม
  2. อาการทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการนั่งทำงานในห้องปรับอากาศที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือห้องที่มีมลภาวะจากหมึกเครื่องพิมพ์ หมึกเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น
  3. อาการทางระบบกล้ามเนื้อ เป็นอาการที่พบได้บ่อยสุด ส่วนใหญ่มาด้วยอาการปวด หรืออาการเมื่อยล้า ในรายที่เริ่มเป็นใหม่ๆ จะมีอาการเฉพาะช่วงพัก ช่วงเว้นว่างที่ไม่ได้จดจ่ออยู่กับการทำงาน หรือช่วงเวลาก่อนนอน ส่วนผู้ป่วยรายที่มีอาการหนักขึ้นอาจมีกล้ามเนื้อหดเกร็งค้าง ล็อกข้อไว้ ทำให้เกิดอาการเจ็บแปลบขึ้นมาขณะเคลื่อนไหวร่างกายส่วนนั้นๆ บางรายมีความรู้สึกคล้ายอาการชา และรู้สึกยิบๆ บริเวณผิวหนังร่วมด้วย อาการทางระบบกล้ามเนื้อเหล่านี้เกิดจากการปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยกว่าปกติ มักเกิดขึ้นที่บริเวณ คอ บ่า ไหล่ มากที่สุด รองลงมาคือหลังส่วนล่าง ส่วนบริเวณข้อมือและแขน จะพบมากเป็นอันดับสาม

แนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม

  • เลี่ยงการนั่งในรถและนั่งท่าเดิมๆ บนโต๊ะทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ลดปริมาณงาน เวลาการทำงาน ควรลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสาย ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ
  • งดความเครียดของตัวเองด้วยวิธีบำบัดต่างๆไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การฟังดนตรี จนถึงการปรับสู่อิริยาบถนอน เป็นต้น
  • แก้ไขท่านั่งทำงานและท่านั่งขับรถให้ถูกต้อง
  • บอกลาอาการปวดโดยยืด เหยียด กด ประคบ ด้วยการออกแบบท่ากายบริหารเหยียดยืดกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการ การนวดกดจุด หรือการใช้เครื่องมือประคบทางกายภาพบำบัด
  • ปรับท่าด้วยการออกแบบท่าทางเพื่อให้ร่างกายส่วนนั้นๆ ได้เปรียบเชิงกลขณะทำงาน
  • การสอดแทรกท่ากายบริหารเพื่อเพิ่มความคงทนของกล้ามเนื้อที่มีอาการเข้าไปในการออกกำลังกายประจำวัน
  • การรักษาด้วยการดัดข้อ การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยเข็ม ฝังเข็ม หรือฉีดยาลงบนกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการ

ภาพ  freepik

10 อาชีพในไทยที่อาจไม่ได้ไปต่อในปี 2020

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/608040

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 07:47 น.

10 อาชีพในไทยที่อาจไม่ได้ไปต่อในปี 2020

อาชีพที่คนไทยเสี่ยงตกงานในปีหน้า จากการคาดการณ์รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน

2020 ปีแห่งเทคโนโลยีที่มีหลายเรื่องน่าเป็นห่วง และหลายเรื่องที่น่าจับตาทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ด้วยการผงาดของปัญญาประดิษฐ์ได้ก่อให้เกิดการดิสรัปต์ และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

คุณธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน ได้มีการคาดการณ์และระบุ 10 อาชีพที่มีความเสี่ยงจะตกงานในปีหน้า ดังนี้

1. กลุ่มธุรกิจสื่อที่เป็นเอกสาร : เพราะอนาคตพวกกระดาษเอกสาร จะไม่ถูกใช้อีกต่อไป

2.กลุ่มสื่อสารมวลชนทุกแขนง วิทยุ นิตยสาร โทรทัศน์ : เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และจะยิ่งอันตรายกับสื่อที่ยังไม่ยอมปรับตัว

3.กลุ่มโปรดักส์ที่ตกยุค : เช่น CD, VCD

4.อาชีพที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน : พนักงานจำนวนมากจะตกงาน เพราะคนส่วนใหญ่หันไปใช้แอป

5.อาชีพขายประกันภัย

6.อาชีพขายตรง : เพราะเดี๋ยวนี้คนหันไปขายกันบนออนไลน์หมดแล้ว

7.ธุรกิจกลุ่มยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป : จากที่เคยใช้ชิ้นส่วนจำนวนมากจะหายไป ทำให้แรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจะตกงานมากขึ้น

8.งานเคาน์เตอร์เซอร์วิส : จะถูกแทนที่ด้วยกลไกดิจิทัลแทน

9.อาชีพอาจารย์บางสาขา : เพราะเดี๋ยวนี้มีการเรียนออนไลน์ และบางสาขาเด็กก็ไม่เลือกเรียนอีกต่อไปแล้ว

10.อาชีพที่เกี่ยวข้องกับเด็กจะหายไปจำนวนหนึ่ง : เพราะเด็กเกิดใหม่น้อยลง และคนโสดมากขึ้น

นอกจาก 10 กลุ่มอาชีพดังกล่าวแล้ว รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน ยังบอกอีกว่ายังมีกลุ่มอาชีพที่อาจอยู่กลุ่มเสี่ยงอีกมากมาย ถ้าเรายังไม่เริ่มที่จะปรับและพัฒนาธุรกิจ หรือตัวเองในเร็ววัน

 

ภาพ Freepik

7 ข้อดีของการออกไปเที่ยว ให้รางวัลชีวิต พิชิตซึมเศร้า

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/607965

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 09:29 น.

7 ข้อดีของการออกไปเที่ยว ให้รางวัลชีวิต พิชิตซึมเศร้า

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมคนเที่ยวบ่อยถึงประสบความสำเร็จมากกว่า ต้องรวยก่อนแล้วค่อยไปเที่ยว หรือเที่ยวไปทำงานไปก็ได้ และเที่ยวแล้วได้พัฒนาตัวเองด้านไหน แล้วจะได้อะไรนอกจากความสุข มาดูกันเลย

1.มุมมองถูกเปิดกว้าง และมองโลกในแง่ดีกว่าเดิม

มีผลวิจัยชิ้นหนึ่ง เผยว่าผู้ที่ทำงานออฟฟิศจำนวนหนึ่งระบุว่า หลังจากที่พวกเขากลับมาจากการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ พวกเขามีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น มีจิตใจที่สดใส และมีพลังมากขึ้น แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือ พวกเขามองโลกในแง่ดี และพร้อมรับมือกับปัญหาต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะระหว่างการเดินทางเราจะได้พบเจอกับสิ่งแปลกใหม่ และความแตกต่างหลากหลาย และนั่นทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้ทัศนคติและมุมมองของเราเปลี่ยนไป ช่วยให้รู้จักยืดหยุ่นและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานของเราโดยไม่รู้ตัว

2.มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นลองคิดดูว่าทุกวันของเราคือการพบพานสิ่งเดิมซ้ำ ทำงานในออฟฟิศเดิม นอนในสถานที่เดิม กินข้าวในละแวกเดิม สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ ลดทอนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์fhวยความคุ้นเคย ถ้าเราอยากมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นก็ต้องพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมเหล่านั้น แล้วพาตัวเองไปพบกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ไปเจอสิ่งใหม่ๆ ลองสิ่งใหม่ๆ ว่ากันว่าการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ นั้นเหมือนกับการกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง คือการย้อนกลับไปใช้ชีวิตโดยสิ่งต่างๆ รอบตัวดูเป็นสิ่งใหม่ไปเสียหมด ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้นี่เองที่จะช่วยให้เราพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และครีเอทสิ่งใหม่ๆ ให้เป็นประโยชน์กับงานได้เช่นกัน

3.ได้พบเจอผู้คน ได้มิตรภาพใหม่ๆ

ทุกครั้งที่เราก้าวออกจากประตู เรามีโอกาสจะรู้จักผู้คนมากมาย คนเหล่านี้อาจเป็นเครือข่ายเพื่อนที่ดีของเราในอนาคต พวกเขาสามารถช่วยเราได้หลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การเดินทาง ที่อยู่อาศัย หรือเรื่องจิปาถะ ซึ่งสิ่งนี้เป็นพื้นฐานที่ดีและมีประโยชน์ต่อการทำงานหากต้องใช้ข้อมูลเฉพาะในท้องถิ่น หรือต้องอาศัยคอนเนคชั่น หรือหลายคนอาจได้เจอคนรู้ใจในระหว่างทริปก็เป็นได้

4.การบริหารจัดการสิ่งต่างๆ จะดีขึ้น

ในการทำงานเราจำเป็นต้องใช้ทักษะในการบริหารจัดการ แล้วรู้หรือไม่ว่า การท่องเที่ยวช่วยให้เพิ่มพูนทักษะดังกล่าวได้ เช่น การวางแผนเตรียมตัวและคาดการณ์ถึงสิ่งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง การจัดการแผนเดินทาง สัมภาระ ที่พัก อาหาร สกุลเงิน กิจกรรมที่ต้องทำ รวมไปถึงดูแลผู้ร่วมทริป นี่แหละคือการฝึกทักษะการบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ในชีวิต

5.ปรับตัวเก่งขึ้น ไหวพริบเป็นเลิศ

เมื่อจะเดินทางไปยังประเทศอื่น เราพยายามที่จะเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหารการกินของคนในประเทศนั้นๆ สิ่งนี้ทำให้มีทักษะในการปรับตัว จากการที่ได้พบเจอกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ในชีวิตการทำงานก็เช่นกัน เมื่อเราทำงานกับผู้คนจำนวนมากก็จะพยายามปรับตัว เรียนรู้สิ่งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หรือแนวทางที่คนอื่นๆ ทำกัน

6.มีพลังและแรงบันดาลใจให้ค้นหาสิ่งที่อยู่ในตัวเองออกมา

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก สุดท้ายเครื่องจะค้างรวน ระบบประมวลผลช้า ซึ่งต้องทำการปิดเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง ก็เหมือนกับสมองของเรานั่นแหละที่ทำงานอย่างหนักโดยไม่หยุดพักเลย จนเบลอและไม่สามารถประมวลผลหรือทำงานได้อย่างเต็มที่ การท่องเที่ยวจะช่วยรีเฟรชสมองให้ปลอดโปร่ง มีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ มากมาย และรับรองว่าคุณจะได้ไอเดียเจ๋งๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน

7.ปลดปล่อยความเศร้า เข้าใจตัวเองมากขึ้นหลายคนบอกว่าพวกเขาท่องเที่ยว “เพื่อค้นหาตัวเอง” แล้วเราจะค้นพบตัวเองได้อย่างไร ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ บางครั้งมันอาจยากที่เราจะมองเห็นตัวเอง แยกออกจากคนใกล้ตัว บางครั้งบางสิ่งที่เราเป็น เป็นเพียงสิ่งที่เราหยิบยืมมาจากผู้อื่น รสนิยม หรือความคิดเห็นบางอย่าง อาจเป็นเพียงเพราะคนรอบตัวเราคิดเช่นนั้น การพาตัวเองออกจากสังคมเดิม จะช่วยให้เราเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น และได้เห็นว่าตัวเองตัดสินใจกับสิ่งต่างๆ อย่างไร จัดการกับปัญหาอย่างไร และได้เห็นจุดเด่นที่เรามีได้ชัดขึ้นเมื่อไม่มีใครให้เปรียบเทียบ การเข้าใจตัวเองมากขึ้นจะช่วยให้เราเข้าใจปัญหา และหาทางออกอย่างถูกต้อง ช่วยลดความเครียด ทั้ยังลดภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย

 

ภาพ Freepik

How to อยู่อย่างไรให้มีความสุขสมวัย

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/607295

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 07:00 น.

How to อยู่อย่างไรให้มีความสุขสมวัย

9 เคล็ดลับอยู่อย่างไรให้มีความสุขสมวัย ในวันที่เศรษฐกิจแบบนี้ งานหายากแบบนั้น และทุกๆ วันมีแต่เรื่องเครียด

ความเชื่อของชาวตะวักตกมีอยู่ว่า ชีวิตเริ่มต้นในวัย 40 ก็ยังไม่สายเกินไป ในขณะที่ฝั่งเอเชียอย่างประเทศไทยเราอายุเข้าเลขสี่ถือว่าเดินมาครึ่งหนึ่งของชีวิต เป็นวัยผู้ใหญ่เต็มตัวที่ต้องตั้งหลักปักฐานยืนให้ได้อย่างมั่นคง ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ระบุว่าผู้ใหญ่หลายคนเมื่อเข้าสู่วัย 50 มักเริ่มใช้ชีวิตอยู่อย่างอ้างว้าง โดดเดี่ยว และหลายคนมีภาวะซึมเศร้าในระดับเริ่มต้น

วันนี้โพสต์ทูเดย์มี 9 เคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยทำให้เราสามารถใช้ชีวิตให้มีความสุขสมวัย มาบอกกัน

1.มีความสุขสงบในจิตใจ เราจะเรียกความสุขว่าอย่างไรก็ตามแต่ทว่า ความสุขก็คือภาวะแห่งความสันติ เบิกบาน ตื่นรู้ พ้นไปจากความวิตกกังวลทั้งปวง ความสุขนอกกาย มิใช่ความสุขแท้ เป็นเพียงสุขเพื่อประทังชีวิตให้พออยู่ได้ ความสุขที่แท้จริง จะต้องไม่ยึดโยงไว้กับวัตถุหรือบุคคล ความสุขแท้เกิดได้ต่อเมื่ออบรมจิตใจไว้ดีแล้วเท่านั้น ไม่มีอดีตหรืออนาคต ที่เรามีอยู่คือปัจจุบัน อย่าเผาเวลาปัจจุบันไปกับเงาของอดีตและอนาคต

2.ทำงานให้มีความสุข การงานมิใช่เครื่องมือแสวงหาเงินตรา แต่เป็นเครื่องมือขัดเกลากิเลส อย่าทำงานเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว แต่จงทำเพื่อสิ่งที่ล้ำค่าไปกว่านั้น จงทำงานที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้บ้าง ทำงานด้วยความเพียร ด้วยความปรารถนาดีต่อผู้อื่น อย่าทำงานอย่างเห็นแก่ตัว ไม่เช่นนั้นแล้ว การงานของเราจะกลายเป็นกิจกรรมที่เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์โดยไม่รู้ตัว

3.คำพูดทำลายน้ำใจคนจงอย่าพูด สิ่งใดเป็นการโกหกจงอย่าพูด คำนินทาลับหลังจงอย่าพูด จงประณีตในการสื่อสารด้วยวาจา ผู้ใดถือสัจจะเป็นสำคัญ ผู้นั้นย่อมเป็นที่เชื่อถือในหมู่ชน เมื่อพูดน้อยลง ความคิดย่อมเฉียบคมขึ้น ใช้คำพูดอย่างประหยัด คุณค่าคิดให้มากกว่าพูด ไม่ต้องพูดทุกอย่างที่คิด

4.ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อยู่กับท้องฟ้า ก้อนเมฆ ต้นไม้คือเพื่อนแท้ อยู่ใกล้ชิดสิ่งเหล่านี้ช่วยให้จิตใจสงบ ความสงบช่วยให้เท่าทันกิเลสได้ เลือกกินเลือกอยู่ให้เป็นธรรมชาติ กินผักสดผลไม้ให้มาก กินอาหารแปรรูปให้น้อยลง

5.ใช้เงินเท่าที่จำเป็น มีน้อยใช้น้อย มีมากก็ใช้น้อย แล้วจะเป็นนายชีวิตของตนเองอย่าสะสมสิ่งใดเลย เพราะการสะสมก่อให้เกิดการยึดติด และการยึดติดเป็นเหตุสำคัญแห่งทุกข์ เก็บเกี่ยวทุกสิ่งไว้ในความทรงจำ ทิ้งสิ่งรกรุงรังเพื่อให้ชีวิตคม ชัดเจน และรวดเร็วขึ้นเงินตรา อำนาจ ชื่อเสียง เป็นของมีคม จงใช้อย่างระมัดระวัง

6.เรียนรู้อยู่เสมอ โลกนี้มีหลายอย่างที่ยังไม่รู้อย่าหยุดเรียนรู้ทั้งโลกภายนอกและโลกภายในของตัวเอง ที่สำคัญมีสติอยู่เสมอ เดินทางท่องเที่ยวเพื่อเปิดโลกทัศน์

7.รู้จักรัก รู้จักให้ ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ มิใช่ศาสนาใด นอกจากความรัก ความรักคือศาสนาสำคัญของโลก มีแต่รักเท่านั้นที่โอบอุ้มให้โลกอยู่ได้ มีน้ำใจแบ่งปันยิ่งให้ยิ่งได้ มีความสุขกับเรื่องง่ายๆ เช่น การเดินในสวนหลังบ้าน การให้อาหารนกปลาที่เร่ร่อน มีความสุขกับการปัดกวาดเช็ดถูบ้าน อย่าได้แสวงหาความสุขจากกิจกรรมที่แสนพิเศษ แม้เราทำสิ่งเล็กๆ ให้กลายเป็นความพิเศษ เราย่อมสัมผัสกับความสุขได้ตลอดเวลา ทุกคนมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ดุจญาติพี่น้อง แม้ปรารถนาให้โลกน่าอยู่ จงให้ความรักแก่คนรอบข้าง ความรักจักงอกงาม ผลิบาน ส่งกลิ่นหอมไปไกล เก็บความรักและช่วงเวลางดงามไว้เป็นพลังชีวิต ทิ้งความผิดหวัง ท้อแท้ และเสียใจไว้เบื้องหลัง นำภาพชีวิตดีงามกลับมาในวันที่กำลังใจถดถอย

8.รักษาความสมดุล เวลาเป็นสิ่งมีค่า มิได้หมายความว่าท่านต้องทำสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา หากต้องรู้จักใช้เวลาไปกับทุกมิติของชีวิต ควรมีเวลาออกกำลังกาย มีเวลาแสวงหาความรู้ มีเวลาทำงาน มีเวลาอยู่กับครอบครัว เวลาอยู่กับตนเอง มีช่วงเวลาสงบนิ่งผ่อนคลาย จงจัดสมดุลชีวิต ด้วยการบริหารสิ่งที่ต้องกระทำให้ครบทุกมิติ เก็บความรักและช่วงเวลางดงามไว้เป็นพลังชีวิต จงทิ้งความผิดหวัง ท้อแท้ และเสียใจไว้เบื้องหลัง ขอจงนำภาพชีวิตดีงามกลับมาในวันที่กำลังใจถดถอย

9.ประสบการณ์คือสิ่งดีงาม ทว่า ทุกความกังวลและทุกความกลัว ล้วนเกิดจากประสบการณ์ทั้งสิ้น จงข้ามพ้นประสบการณ์ เข้าสู่ความสดใหม่ในปัจจุบันขณะ ไม่มีใครเข้าใจชีวิตจนวันตาย เพราะชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโลกจะเข้าใจได้ ทว่า หนทางยังพอมี เมื่อยอมรับว่าไม่มีวันเข้าใจชีวิตแล้ว จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ก็ไม่ใช่ปัญหา เข้าใจหรือไม่เข้าใจก็เป็นสิ่งงดงามทั้งนั้น อย่าได้ยึดถือสิ่งใดเป็นสรณะ จงมีความสุขและเบิกบานอยู่เสมอ ชีวิตเป็นเรื่องไม่คาดฝัน

 

ภาพ Freepik

ห้องอาหาร Scalini โฉมใหม่ อิตาเลียนสเต๊กเฮาส์ใจกลางสุขุมวิท

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608687

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 17:59 น.

ห้องอาหาร Scalini โฉมใหม่ อิตาเลียนสเต๊กเฮาส์ใจกลางสุขุมวิท

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ ‘ห้องอาหาร Scalini’ ตื่นตากับบรรดาเมนูอาหารรูปโฉมใหม่ พร้อมไฮไลท์เมนูที่ทุกคนต้องร้องว้าว @โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ

 

เมื่อวาระแห่งการเฉลิมฉลองใกล้เข้ามา ใครกำลังเฟ้นหาสถานที่ที่จะมอบความสุขในช่วงเวลาพิเศษพร้อมกับมื้ออาหารแสนอร่อย เราอยากแนะนำ “ห้องอาหาร Scalini” ในโรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ เอาใจคนเมืองด้วยบรรยากาศน่านั่ง หรูหรากับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งตามสไตล์ Hilton ที่คงความเป็นกันเองและทันสมัย มีความเป็นส่วนตัว ท่ามกลาางแสงไฟสลัวสุดโรแมนติก ใกล้ชิดกับเชฟด้วยครัวแบบเปิดที่คอยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่แขกที่มาเยือน

 

ด้านเมนูอาหารจานหลักโฉมใหม่ของห้องอาหาร Scalini เชฟได้เลือกเนื้อสเต๊ก Bistecca ทีโบนชิ้นยักษ์เกรดพรีเมียมหนัก 1.2 กิโลกรัม มารังสรรค์เป็นพระเอกชูโรงในแบบฉบับของ Scalini เท่านั้น โดยความพิเศษของเนื้อ Bistecca คือความฉุ่มช่ำของเนื้อที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องร้องขอชีวิต กับเมนู Bistecca: Roasted Garlic & Black Truffle Marinade Grill Porterhouse Steak Tuscan Style, marinated with Olive oil, garlic, fresh herbs and ground black pepper, blackened exterior and warm pink interior steak, medium rare cooked สเต๊กเนื้อบิสเต็กก้าที่กลิลล์มาแบบพอดีด้วยประสบการณ์ของเชฟ จึงคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมนูนี้เราสามารถเลือกซอสได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นซอสน้ำตกเผ็ดเปรี้ยวหวานสไตล์ไทย ซอสกระเทียมทรัฟเฟิล หรือซอสฟัวกราส์ รสเผ็ด หอม กลมกล่อม

 

ตามด้วย Social welcome at the Negroni bar Fresh Oysters with Negroni Granita/ Antipasto & Cheese จุใจกับหอยนางรมสดๆ คัดไซส์มาเพื่อห้องอาหารนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นโคลคัทชีส หรือเนโกรนี อร่อยฟินพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ

 

Olives, bread and dips Home Marinated Olives/ Warm Foccacia/ Homemade Pesto/ TomatoSalsa/ Olive Oil/ Balsamic ขนมปังฟองกาเซียน้ำมันมะกอก เพสโต ซัลซามะเขือเทศ

 

 

ต่อด้วย Fritto Misto Crispy breaded sea food/ spicy tomato dip/ tartare sauce ฟิสโต้ มิสโต ซีฟู้ดชุบเกล็ดขนมปังทอด เสริฟพร้อมทาทาร์ซอส และมะเขือเทศรสเผ็ด และ Arancini Con Rag Breaded fried meat & cheese rice balls เนื้อและชีสทอด

 

อีกไฮไลท์ห้ามพลาด Oven Baked Seafood Pasta Spaghetti, calamari, Manilla clam, bouchot mussels, spicy marinara sauce พาสต้าทะเลอบที่ยกทะเลมาไว้ในกระทะ อัดแน่นด้วยกุ้งและหอยหลากชนิดที่ผัดคลุกเคล้ากับซอส spicy marinara เซอร์ไพรส์ด้วยการพรีเซ้นต์ที่้เสิร์ฟมาแบบคลุมหน้าด้วยแป้งพิซซ่านุ่มๆ

 

ส่วนเครื่องดื่มแนะนำค็อกเทลสัญชาติอิตาลีที่ถูกโหวตให้เป็นเครื่องดื่มที่ฮิตอันดับที่ 2 ของโลก อย่าง Negroni เครื่องดื่มประจำห้องอาหาร เป็นค็อกเทลสไตล์ Spirit-Forward รสหวานขมที่มีส่วนผสมหลักคือเหล้าจิน เหล้าคัมปารี และเวอร์มุธ ผสมกันแบบ 1-1-1 เกิดขึ้นในประเทศอิตาลีจากท่านเคาท์ กามิลโล เนโกรนี นอกจากนี้ เนโกรนียังถือกำเนิดขึ้นในปี 1920 ซึ่งเป็นยุคเดียวกับคอนเซ็ปต์ของห้องอาหารสกาลินีอีกด้วย

 

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยของหวานรสละมุนอย่าง Tiramisu และ Choc-Cheese Souffle 

 

ตามไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ “ห้องอาหาร Scalini” ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น 2 โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซอยสุขุมวิท 24 สอบถามข้อมูลหรือจองโต๊ะได้ที่ โทร. 02-620-6666

ครัวชื่นใจ ข้าวแกงดาดฟ้า ราคาหลักสิบ

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608399

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

ครัวชื่นใจ ข้าวแกงดาดฟ้า ราคาหลักสิบ

ถ้าพูดถึงร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า หลายคนคงนึกถึงอาหารหรูๆ ราคาหลักพัน แต่ร้านที่โพสต์ทูเดย์จะพาไปชิมวันนี้เป็นร้านอาหารไทยในสไตล์ข้าวราดแกง ที่ทานง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋า แต่รับรองว่าอิ่มจุใจ

บนชั้นดาดฟ้าของอาคารรุ่งโรจธนกุล 19 ชั้น ใกล้กับเซ็นทรัลพระราม 9 เป็นที่ตั้งของร้านข้าวแกงลอยฟ้าอย่าง ครัวชื่นใจ ที่เป็นที่ฝากท้องที่ประจำของบรรดาชาวออฟฟิศในย่านนั้น ด้วยจุดเด่นที่เน้นความสะอาด อร่อย ราคาไม่แพง แถมยังได้พ่อครัวฝีมือดีมีเสน่ห์ปลายจวักจากนครศรีธรรมราชมาปรุงอาหารให้ทานกันแบบร้อนๆ ทุกกระทะ การันตีได้ว่าอาหารตำรับใต้อย่างคั่วกลิ้ง คั่วกระดูกหมูจะมีรสชาติเผ็ดร้อนแรงเหมือนไปทานกันที่นครเลย

ครัวชื่นใจมีเมนูรสชาติอร่อยๆ ให้เลือกทานกันมากมายกว่าวันละ 20 เมนูหมุนเวียนกันไป ไม่ว่าจะเป็นเมนูขายดีอย่างผัดผักสารพัดชนิด คั่วกลิ้ง ปลาดุกทอดกรอบผัดพริกแกง หรือจะเป็นเมนูไข่ เช่น ไข่ลูกเขย ไข่พะโล้ ไข่ต้ม ไข่เจียวพิซซ่า ไปจนถึงต้มมะระ หมูผัดกะปิ ผัดหอยลายตัวโตๆ พะแนง แกงส้มใต้ แกงหน่อไม้รสชาติจัดจ้าน

เน้นจุดขายเป็นอาหารใต้แบบนี้แน่นอนว่าต้องมีน้ำพริกกะปิที่ใช้กะปิส่งตรงมาจากใต้ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย และผักสด รวมทั้งน้ำซุปบริการฟรี ส่วนราคาข้าวราดแกงก็ไม่แพงอย่างที่คิด เริ่มต้นที่กับข้าว 1 อย่าง 40 บาท เพิ่มกับข้าวบวกเพิ่มอย่างละ 10 บาท กับข้าวเป็นถ้วย 30 บาท ข้าวกล้อง 15 บาท หากใส่กล่องทางร้านบวกเพิ่ม 10 บาท แต่ถ้านำภาชนะมาเองลดให้ 5 บาท ที่คิดเพิ่มแบบนี้เพราะต้องการรณรงค์ลดการใช้กล่องโฟมและลดขยะช่วยโลกนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มอย่างน้ำสมุนไพรต่างๆ เช่น โอเลี้ยง เก๊กฮวย กระเจี๊ยบ ในราคาเริ่มต้นเพียง 10 บาท ไว้คอยบริการเสร็จสรรพ

ครัวชื่นใจเสิร์ฟความอร่อยทุกวันจันทร์-ศุกร์ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยในช่วง 07.00-14.30 น. จะเป็นช่วงของข้าวราดแกง ส่วน 17.00-22.00 น. ทางร้านจะเปลี่ยนมาขายอาหารตามสั่ง กับแกล้ม อาทิ เอ็นข้อไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์  ยำกุนเชียง ยำวุ้นเส้น หมูมะนาว และเครื่องดื่ม

ที่ครัวชื่นใจยังมีบริการเดลิเวอรี่ความอร่อยถึงที่สำหรับลูกค้าในย่านอาคารรุ่งโรจธนกุล 19 ชั้น โดยต้องสั่งอย่างน้อย 10 กล่องขึ้นไป และมีค่ากล่องใส่อาหารที่ทำจากชานอ้อยเพิ่ม 10 บาทต่อกล่อง สามารถติดต่อได้ที่ โทร.065-625-5465

คัด 8 เคล็ดลับฉบับคุณหมอ บอกต่อวิธีการดูแลผิวสู้ลมหนาว

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/608659

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 13:34 น.

คัด 8 เคล็ดลับฉบับคุณหมอ บอกต่อวิธีการดูแลผิวสู้ลมหนาว

ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนต่างรอคอย  แต่ที่เริ่มเป็นกันแล้วก็คือ “อาการผิวแห้ง” วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลผิวช่วงที่อากาศหนาวมาฝากกัน

 

 

นอกจากแพลนเที่ยวสนุกๆ แล้ว การดูแลสุขภาพและผิวพรรณก็เป็นสิ่งสัญอันดับต้นๆ  โดย พญ.อังคณา สถาวรวงศ์ แพทย์ประจำศูนย์ความงาม โรงพยาบาลพญาไท 2 แนะเคล็ดลับในการดูแลผิวง่ายๆ ดังนี้

 

1.หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น

 

การดูแลผิวในฤดูหนาวเริ่มได้ตั้งแต่ขั้นตอนการอาบน้ำ หลายคนชอบอาบน้ำอุ่นเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่จริงๆ แล้วการอาบน้ำอุ่นจะทำให้เราสบายตัวได้แค่ตอนอาบเท่านั้น เพราะหลังจากอาบน้ำ..ความชุ่มชื้นในผิวจะลดลง ส่งผลให้ผิวแห้ง เป็นขุยได้ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นอาจจะต้องกลั้นใจอาบน้ำอุณหภูมิปกติเพื่อรักษาผิวกันหน่อยนะ

 

2.ไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 10 นาที

 

หลายคนคิดว่าแค่อาบน้ำอุณภูมิปกติก็ทำให้ผิวชุ่มชื้นได้ ซึ่งความจริงแล้วการอาบน้ำอุณหภูมิปกติ..แต่อาบนานๆ ก็ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้เช่นกัน ดังนั้น ควรอาบน้ำโดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีก็เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการขัดถูผิวแรงๆ

 

3.เลือกประเภทสบู่ให้เหมาะกับผิว

 

ในช่วงฤดูหนาวถ้าอากาศแห้งมากอาจอาบน้ำเปล่าโดยไม่ถูสบู่ก็ได้! แต่หากจำเป็นต้องใช้สบู่…ควรเลือกประเภทสบู่ให้เหมาะสม เช่น ใช้สบู่เหลวชนิดอ่อนเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว

 

4.ทาครีมบำรุงหลังอาบน้ำ ภายใน 3-5 นาที

 

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ภายใน 3-5 นาทีแรก..นับได้ว่าเป็นช่วงนาทีทองของผิว เพราะเมื่อผิวโดนน้ำแล้วจะยังมีความชุ่มชื้นอยู่ หลังเช็ดตัวหมาดๆ จึงควรทาครีมบำรุงผิวลงไปทั้งที่ใบหน้าและลำตัวโดยเร็ว และที่สำคัญ! ควรเลือกครีมบำรุงที่เป็นเนื้อครีม เพราะจะให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่าเนื้อโลชั่น

 

5.เลือกครีมบำรุงที่เหมาะสม

 

ในการเลือกใช้ครีมบำรุง ควรเลือกครีมที่มีส่วนประกอบเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี เช่น olive oil, jojoba oil, shea butter, urea, lactic acid, hyaluronic acid, glycerin, lanolin, mineral oil หรือ petrolatum และหลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ  AHA หรือเรตินอยด์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้น

 

6.อย่าลืมพกลิปบาล์มและแฮนด์ครีม

 

เมื่อดูแลผิวหน้าและผิวกายให้ดีแล้ว ก็ต้องไม่ลืมดูแลริมฝีปากและมือด้วย เพราะอวัยวะทั้ง 2 ส่วนนี้ต้องเผชิญกับอากาศหนาวตลอดเวลา ซึ่งอากาศแห้งจะทำให้ริมฝีปากแห้งและแตกง่ายขึ้น จึงไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อยๆ และหมั่นทาลิปบาล์มอยู่เสมอ ส่วนการดูแลมือนั้น หลังล้างมือควรรีบเช็ดให้แห้งและทาแฮนด์ครีมทันที เพราะอากาศแห้งจะทำให้มือลอกและแตกได้ง่ายเช่นกัน

 

7.กิน(อาหาร)ดี…อีกวิธีในการบำรุงผิว

 

การกินอาหารในช่วงฤดูหนาวควรกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ตามหลักการดูแลสุขภาพทั่วไป แต่สิ่งที่ควรเน้นมากเป็นพิเศษ คืออาหารที่มี omega 3 เพราะเป็นไขมันชนิดดี โดยเน้นกินปลา ถั่ว เนื้อไก่ และเน้นอาหารหรือผักผลไม้ที่มีวิตามิน A, C, E และ Zinc เพื่อเติมอาหารให้กับผิว และที่สำคัญที่สุดคือดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เพราะร่างกายต้องการน้ำเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นอยู่ตลอด

 

8.เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ทำให้ระคายเคือง

 

อากาศในฤดูหนาวจะแห้งและเย็นมาก การเลือกเสื้อผ้าในช่วงนี้จึงควรเลือกเนื้อผ้าที่ใส่สบาย ไม่บาดหรือระคายเคืองผิว เช่น ผ้าคอตตอน ส่วนการใช้ผ้าขนสัตว์หรือใยสังเคราะห์อาจจะทำให้คันหรือระคายเคืองผิวได้

 

 

ภาพ Freepik

ผู้เชี่ยวชาญเผย นอนน้อยทำอายุสั้น เสี่ยงตายยิ่งกว่าสูบบุหรี่

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/608543

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2562 เวลา 16:29 น.

ผู้เชี่ยวชาญเผย นอนน้อยทำอายุสั้น เสี่ยงตายยิ่งกว่าสูบบุหรี่

ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดคนแรกของเมืองไทย ไขวิธีเอาชนะโรคนอนไม่หลับแบบอยู่หมัด!

รู้หรือไม่!! “นอนน้อย” เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมาก ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงกับโรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน โรคอ้วน หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด ซ้ำร้ายยังมีผลทำให้คนอายุสั้นลง

แล้วจะทำอย่างไรให้นอนได้มากขึ้น?? หรือพูดง่ายๆ ก็คือการหลับอย่างมีคุณภาพ ตื่นเช้าแล้วสดใส สมองปลอดโปร่ง

ดร.ณิชมน สมันตรัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดคนแรกของเมืองไทย จะช่วยไขปัญหาพร้อมบอกหลักการปฏิบัติตัวให้แบบเข้าใจง่าย และคำหอม ศรีนอก บรรณาธิการอิสระ และเจ้าของฟาร์มผักออร์แกนิค ที่ต้องพบเจอกับโรคนอนไม่หลับที่ทำให้เธอทุกข์ใจมานานปี กระทั่งค้นพบตัวช่วยจากออร์แกนิคที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเธอ แถมด้วยเคล็ดลับนอนหลับง่าย หลับสบายของ บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับภาพยนตร์พันล้าน

ดร.ณิชมน สมันตรัฐ ให้ความรู้เรื่องโรคนอนไม่หลับ ว่า การนอนน้อย จะทำให้สมองไม่สามารถกำจัดสารพิษออกไปได้ และจะเก็บสะสม เป็นผลที่ทำให้สมองเราไม่ไบรท์เหมือนเดิม สำหรับอาการที่บ่งบอกอาการของโรคนอนไม่หลับ เริ่มจากใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถหลับได้ เช่น เกินหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป และไม่ควรต้องตื่นขึ้นมาระหว่างการนอน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าห้องน้ำ โดยอาจจะเกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคที่เกี่ยวกับต่อมลูกหมากที่ทำงานได้ไม่ปกติ ทำให้ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนอยู่เรื่อย ๆ ทำให้การนอนถูกขัดจังหวะ เป็นต้น หรือรู้สึกตัวขึ้นมาเอง ซึ่งกลุ่มนี้มักมีทั้งปัญหาในเรื่องของฮอร์โมนที่ไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับ ควรเข้ารับการการรักษาอย่างจริงจังโดยเร็ว เพื่อหาสาเหตุให้พบจะได้ไม่เป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปในอนาคต

“การนอนที่ดีควรจะหลับยาวตลอด ซึ่งเราสามารถสร้างบรรยากาศ สร้างกลิ่นต่าง ๆ ให้รู้สึกว่า พร้อมกับการนอนหลับแล้ว ใช้ม่านที่ทึบแสงเพื่อหลอกร่างกายให้คิดว่าเป็นเวลากลางคืน การอยู่ในห้องที่เงียบสงบไม่ มีแสงรบกวนโดยเฉพาะแสงสีฟ้า จะช่วยทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอน และทำให้หลับได้ดีตลอดทั้งคืน”

นอกจากนี้ ดร.ณิชมน ได้แนะนำผู้ช่วยจากธรรมชาติที่ช่วยให้ “หลับง่าย”ขึ้น โดยสามารถใช้ “กลิ่นบำบัด หรืออโรมาเธอราพี โดยเฉพาะเคสที่เกิดจากความวิตกกังวล การทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดความรู้สึกรีแล็กซ์ เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาอาการนอนไม่หลับ เมื่อร่างกายเข้าสู่โหมดนั้น ฮอร์โมนก็จะยิ่งถูกหลั่งออกมา เพื่อให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น เช่น การใช้กลิ่นจากลาเวนเดอร์ เป็นกลิ่นที่ทำให้ระบบประสาทเข้าสู่โหมดรีแล็กซ์ และช่วยผ่อนคลายอย่างมาก”

ส่วน คำหอม ศรีนอก เจ้าของฟาร์มออร์แกนิคและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Niche Niche Weekend market ในฐานะคนรักผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ บอกเล่าการรับมือกับอาการนอนไม่หลับ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก “เป็นคนหลับยากมาตั้งแต่วัยรุ่น เวลานอนไม่หลับตื่นเช้ามาก็ไม่สดชื่น ใจหวิว และกลายเป็นคนมีความอดทนต่ำ หงุดหงิดง่าย ที่ผ่านมาลองสารพัดวิธีเพื่อแก้อาการนอนไม่หลับ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มนมอุ่น ๆ ดื่มชาคาโมมายล์ แต่ก็ไม่ได้ผล กระทั่งเพื่อนซื้อสเปรย์ฉีดหมอนมาฝาก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ตั้งแต่กระบวนการปลูกลาเวนเดอร์จากฝรั่งเศส ซึ่งโดยคุณสมบัติแล้ว เป็นที่ทราบกันดีกลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยในเรื่องของความผ่อนคลาย รวมทั้งตอบโจทย์ตัวเองที่เป็นสายออร์แกนิค ซึ่งค่อนข้างระมัดระวังเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะอะไรที่เราใช้กับร่างกาย ไม่ว่าจะรับประทาน สูดดม หรือใช้กับผิวพรรณ ยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรารับรองออร์แกนิค เราใช้ก็ยิ่งสบายใจ แค่เพียงฉีดสเปรย์ใส่หมอนก่อนนอน ก็ช่วยให้ผ่อนคลาย และหลับดีขึ้น บางคนอาจจะมีผลเร็ว บางคนอาจใช้เวลาหน่อย แต่อย่างน้อยทำให้เราหลับได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือ การที่เราเลือกใช้ไลฟ์สไตล์ หรือเลือกใช้สินค้าออร์แกนิค ไม่ใช่แค่ดีกับตัวเรา แต่ดีต่อโลกด้วย”

ด้าน บรรจง ปิสัญธนะกูล เล่าจุดเริ่มต้นของโรค “นอนไม่หลับ” ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่เป็นคนนอนยากอยู่แล้ว แต่มาหนักมากในช่วงเริ่มทำภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ ซึ่งมีความกดดันหลายอย่าง ทำให้เกิดความวิตกกังวลเรื่องงาน กลางคืนเริ่มหลับยาก หลับไม่สนิท เพราะมีเรื่องคิดในหัวตลอด “พอหลับไม่ดี ไม่เต็มที่อย่างนี้ ก็เริ่มพบปัญหาคือ ปวดหัวบ่อย ออฟฟิศซินโดรมเป็นง่ายขึ้น บริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ ก็จะเกร็งไปหมด มีช่วงหนึ่งที่พึ่งยานอนหลับ หลับไม่รู้เรื่องถึงขั้นว่า โดนจับย้ายเตียงก็ไม่รู้ตัว แถมลุกขึ้นมาพูดยาวเหยียดกับคนในกองถ่าย แต่ตื่นมาจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว พอเรากลัวเรื่องยา จึงพยายามมองหาอะไรที่เป็นธรรมชาติดีกว่า และมีโอกาสได้ลองสเปรย์ฉีดหมอน ด้วยกลิ่นทำให้ผ่อนคลาย แทนที่จะกังวลเรื่องหลับ หรือไม่หลับ กลายเป็นว่ารู้สึกสบาย ก็หลับง่ายขึ้นเอง

“สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาโรคนอนไม่หลับเหมือนกัน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ใจของเรา ในระยะยาวผมน่าจะสนใจเรื่องสมาธิมากขึ้น บางคนแนะนำให้ไปโยคะ รวมทั้งหาตัวช่วยที่มาจากธรรมชาติ อย่างที่ผมใช้ พิลโลว์ มิสท์ ที่ไม่ใช่ยานอนหลับ แต่ช่วยให้หลับง่ายขึ้น รู้สึกสบาย ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ที่สำคัญทุกวันนี้เรารับสารพิษโดยไม่รู้ตัวเยอะเหลือเกิน ถ้าอะไรก็ตามที่เป็นออร์แกนิคได้ อย่างน้อยช่วยให้เราไม่ต้องรับสารพิษเกินไปในชีวิต”

ผู้ช่วยจากธรรมชาติสำหรับคนนอนไม่หลับ “กู๊ดไนท์ พิลโลว์ มิสท์” (Goodnight Pillow Mist) สเปรย์ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายตลอดคืน ผสานกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ (Lavender), บอลเซิม (Balsam), เวติเวอร์ (Vetiver) และเจราเนียม (Geranium)ที่มอบกลิ่นหอมละมุนปลอบประโลมร่างกายให้รู้สึกสงบผ่อนคลายได้อย่างลึกซึ้ง ผลิตภัณฑ์ใหม่ของนีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ (Neal’s Yard Remedies) ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคตัวจริงเสียงจริงจากประเทศอังกฤษ การันตีกว่า 50 รางวัลจากสถาบันต่างๆ และล่าสุดรางวัล CEW Eco Award Winner2018

%d bloggers like this: