ไนท์ไลฟ์

All posts tagged ไนท์ไลฟ์

ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส ดื่มด่ำบรรยากาศชิลๆ ชมวิวทะเล

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กรกฎาคม 2560 เวลา 09:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/nightlife/505749

ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส ดื่มด่ำบรรยากาศชิลๆ ชมวิวทะเล

ใครที่มีโอกาสได้มาเยือนภูเก็ต และกำลังมองหาสถานที่แฮงเอาต์สักแห่งซึ่งมองเห็นวิวทะเลสวยๆ เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศและรสชาติของอาหาร ในจุดชมวิวสุดโรแมนติกที่เห็นพระอาทิตย์ตกทะเลอยู่ละก็ ขอแนะนำ “ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส”

โดย…อีตติง อาร์ต

เมื่อมาดินเนอร์ที่ “ทไวไลท์ สกาย” คุณจะรู้สึกชิลๆ ผ่อนคลาย และประทับใจไปกับวิวสวยๆ ของท้องทะเลยามเย็นจรดยามค่ำคืนในแบบพาโนรามา แล้วยังมีส่วนของ “ซี บาร์ พลัส”ที่พร้อมจะเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นๆ หลากหลายเมนูให้กับคุณอีกด้วย

การออกแบบตกแต่งในส่วนของ ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส นั้นเกิดขึ้นมาพร้อมกับโรงแรมเดอะ ซิส กะตะ ภูเก็ต รีสอร์ท ซึ่งต่อยอดมาจากแนวความคิดและไลฟ์สไตล์ของสามสาวพี่น้องชาวภูเก็ต ตระกูลภัทรวรณีสู่การออกแบบอย่างพิถีพิถันให้เป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแห่งหนึ่งในหาดกะตะ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการในส่วนของโรงแรม ได้สัมผัสกับประสบการณ์ในการรับประทานอาหารอย่างมีสไตล์ พร้อมเมนูอาหารที่แปลกใหม่ซึ่งผสมผสานวัตถุดิบพื้นเมืองกับวัตถุดิบนานาชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เมนูของที่นี่จะเสิร์ฟในรูปแบบของอาหารภูเก็ต ที่นำเสนอในสไตล์ฟิวชั่นฟู้ด แต่ยังคงรักษาคุณภาพของอาหารและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารภูเก็ตไว้เช่นเดิม

เมนูแนะนำ “แกงกะทิปูหมี่หุ้น” แกงกะทิรสชาติจัดจ้านใส่เนื้อปูก้อนโต รับประทานพร้อมกับเส้นหมี่หุ้นลวกเหนียวนุ่ม อร่อยอย่าบอกใคร “หอยเชลล์ญี่ปุ่นซาซิมิ” ที่เสิร์ฟมาบนก้อนเกลือหิมาลายัน เพื่อเพิ่มรสสัมผัสโดยจะรับประทานพร้อมกับน้ำช้อของภูเก็ต ซึ่งน้ำช้อนี้ทำมาจากพริกแห้งนำไปแช่น้ำโขลกให้ละเอียด ใส่เกลือ ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก และน้ำตาล เคี่ยวให้ข้นซึ่งคนภูเก็ตในสมัยก่อนจะใช้น้ำช้อแทนน้ำจิ้มอยู่แล้ว

“ข้าวพองหมูฮ้องภูเก็ต” ข้าวพองชิ้นพอดีคำ ท็อปปิ้งด้วยหมูฮ้อง ซึ่งทำจากหมูสามชั้นหมักกำลังดี นำไปคลุกกับไฟที่อ่อนๆ ไปเรื่อยๆ จนสุกและเปื่อยกำลังดีโดยเพิ่มหมูกรอบท็อปปิ้งด้านบนสุดอีกที เป็นการเพิ่มรสสัมผัสและความอร่อยให้มากยิ่งขึ้น

มาที่ “ปลาเต้าอิ๋ว” (ปลานึ่งซีอิ๊ว) ปลากะพงขาวเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวภูเก็ตที่ทำรับประทานกันแทบทุกบ้าน โดยการปลามาทอดด้วยน้ำมันในปริมาณที่น้อยให้สุกพอดี แล้วนำไปตุ๋นกับน้ำซอสเพื่อรักษาอุณหภูมิ และทำให้เนื้อปลาซึมซับน้ำซอสได้ดียิ่งขึ้น

ต่อมา “ยำมะเขือแขกล่าง” เป็นอาหารที่มีอิทธิพลมาจากเมืองจีน นำมะเขือมาเผา ราดด้วยน้ำช้อ เสิร์ฟมาพร้อมปลาฉิ้งฉ้าง และปลาแซลมอนซาซิมิที่วางไว้เป็นชิ้นพอดีคำ บอกเลยว่ารสชาติเข้ากันได้เป็นอย่างดี

อีกเมนูคือ “ปลาแซลมอนทอดเครื่อง” ปกติเมนูนี้จะเป็นการทอดปลาและราดด้วยน้ำซอสปกติ แต่ที่ภูเก็ตจะนิยมนำปลามาคลุกกับเครื่องแกงใต้และทอดในไฟอ่อน ทำให้ได้รสสัมผัสของปลามากยิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วย “ขนมอาโป้ง” ขนมพื้นเมืองของ จ.ภูเก็ต เป็นแป้งที่สอดไส้ด้วยวานิลลาครีม เสิร์ฟมาพร้อมสตรอเบอร์รี่สด และ “กล้วยทอด” (ข้าวเม่า) ความแตกต่างของเมนูนี้คือ จะใช้มะพร้าวอบแห้งมาประกบหน้าเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้น กินคู่กับซอสลูกตาลสุก และไอศกรีมมะพร้าวก็ยิ่งอร่อย

มาที่เครื่องดื่มบ้าง ที่นี่มีทั้งค็อกเทลและม็อกเทล ที่ได้รับการคิดค้นและผสมผสานให้เข้ากันได้เป็นอย่างดีด้วยฝีมือของมิกโซโลจิสต์ประจำร้าน ขอแนะนำซิกเนเจอร์แก้วเด่นๆ ตั้งแต่ “Twilight Zone” แก้วสีฟ้าใสมีส่วนผสมของ จิน บลูคาราเซา วอดก้า น้ำสับปะรด และน้ำมะนาว ดีกรีไม่แรงมากนัก ต่อด้วย “Green Hopper” มีส่วนผสมของ รัม เหล้าหวาน น้ำมะนาว และน้ำสับปะรด
ตามด้วย “Perfect Storm” แก้วนี้ผสมม 2 ชนิด น้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ และน้ำมะนาวดีกรีแรงขึ้นมาหน่อย ปิดท้ายด้วย “Remedy” มีส่วนผสมของวอดก้า น้ำผึ้ง น้ำมะนาว และซินนามอน

ทไวไลท์ สกาย & ซี บาร์ พลัส อยู่ชั้น 4โรงแรม เดอะ ซิส กะตะ ภูเก็ต รีสอร์ท เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น. โทร. 076-609-555 หรือ FB/IG : thesiskata

 

เค ผับ แอท วายจี รีพับลิก ชิลสไตล์เกาหลีที่ไทย

Published July 10, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มิถุนายน 2560 เวลา 16:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/499605

เค ผับ แอท วายจี รีพับลิก ชิลสไตล์เกาหลีที่ไทย

โดย…คุณมัลล์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ยังไม่คลายความนิยมไปง่ายๆ สำหรับกระแสเคป๊อปในเมืองไทย ไม่ว่าจะวัฒนธรรมเกาหลี ซีรี่ส์ ดนตรี รวมไปถึงอาหารการกิน ล่าสุดกับการเปิดตัว เค ผับ แอท วายจี รีพับลิก (K Pub @ YG Republic) บนชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี

ผับสไตล์ไอริชเวอร์ชั่นเกาหลี ที่น่าไปชิลเอาต์มาก มีรูฟท็อปที่ชั้น 2 ของร้าน ให้นั่งรับลมชมวิวเมืองย่านพระราม 9 แม้ตึกจะไม่ระฟ้าแต่ก็ไม่เสียดีกรีรูฟท็อป เพราะพอแดดร่มลมตกบรรยากาศก็น่านั่งโซฟาสรวลเสเฮฮา ชั้นนี้มีบาร์ที่เป็นลักษณะรูฟท็อป วิว สามารถนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ  ดื่มด่ำกับบรรยากาศสวยๆ ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้แบบ 270 องศา

แม้ฝนจะถล่มกรุงก็หายห่วง เพราะมีโซนห้องแอร์ ชั้น 1 ของร้านได้บรรยากาศผับ แต่ไม่ใช่แบบผับตื้ดๆ นะ แต่เป็นแนวเหมาะกับนั่งดื่มกินฟังเพลงคูลๆ ซึ่งเวลา 20.00 น. จะมีไลฟ์แบนด์ เพลงสากลฮิตทั่วๆ ไป (ในอนาคตจะมีเพลงเกาหลี) สลับกับดีเจเปิดแผ่นให้จังหวะอีดีเอ็มเบาๆ ได้โยกนิดๆ แต่ไม่ถึงขั้นต้องลุกสะบัดโชว์ลีลาเท้าไฟ

ตรงกลางเป็นบาร์ขนาดใหญ่มีเครื่องดื่มเรียงราย ทั้งไวน์ แชมเปญ แต่จะเน้นคราฟต์เบียร์ไทยกับเกาหลี อย่างตัวเด่นจากเกาหลี มี Ark  Hug Me และ Ark Some Some และโซนนี้มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มๆ หลายนาย ยิ่งดึก เก้าอี้ที่วางรายล้อมบาร์ก็ต้องแย่งกันราวกับเล่นเก้าอี้ดนตรีเลยละ

บริเวณชั้น 1 ยังมีโซนเอาต์ดอร์ให้รับลมด้วย โต๊ะเก้าอี้ทรงสูงเหมาะกับนั่งดื่ม จะนั่งรับประทานอาหารให้เรียบร้อยแล้วออกมานั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ ให้ย่อยก็เหมาะ ทุกบริเวณของร้านได้ยินเสียงเพลงทั่วถึงและระบบเสียงดีทีเดียว

ทุกอย่างของ เค ผับ ถูกควบคุมจากต้นฉบับ เค ผับ ที่ประเทศเกาหลี อย่างที่เรียกว่าแทบจะถูกถอดแบบมาเปี๊ยบ โดยเฉพาะเมนูอาหารที่มีไม่ถึง 20 เมนู ล้วนเป็นซิกเนเจอร์ และวัตถุดิบหลายอย่างนำเข้าจากเกาหลี เช่นเดียวกับซอสต่างๆ ก็ส่งตรงมาจากแดนกิมจิ แม้กระทั่งการตกแต่งจานก็ต้องได้รูปแบบองศาการวางเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วไม่ให้เสียยี่ห้อเค ผับ

อย่างเมนู Smoked Meat Platter จานใหญ่ จะเลือกรับประทานเป็นอาหารมื้อหลัก หรือเป็นกับแกล้มก็ได้ ในจานมีซี่โครงหมู หมูย่างโกชูจัง (หมูสามชั้น) และไก่ ความพิเศษอยู่ที่การหมักและซอสที่ทาเนื้อแต่ละชนิด เสิร์ฟพร้อมขนมปัง มอร์นิ่ง เบรกฟาสต์

ยังมีซอส 3 ชนิด บาร์บีคิว สวีทชิลลี่ และชองยางมาโยเสิร์ฟเคียงมาด้วย ทว่าเนื้อแต่ละชนิดมีรสชาติของซอสหมักอยู่แล้ว จะจิ้มซอสเพิ่มรสอีกหรือไม่ มีให้เป็นตัวเลือกละกัน ส่วนกระดาษที่ใช้รองอาหารมีเนื้อหาข่าวสารของวายจีเอนเตอร์เทนเมนต์ อยากรู้ทันทุกความเคลื่อนไหว ต้องกินให้หมดเกลี้ยงนะ (ฮา) และต้องอ่านออกด้วย เพราะเป็นภาษาเกาหลี

อีกเมนูที่น่าลอง Beer Chicken เมนูขายดีในประเทศเกาหลี ไก่อบทั้งตัว หมักด้วยน้ำหมักสูตรเฉพาะ หมักนานถึง 2 วัน เพื่อให้ซอสซึมเข้าไปยังเนื้อไก่ เมนูนี้พิเศษตรงที่อบไก่ 2 รอบ ในรอบแรกอบปกติ ข้างในไก่มีเครื่องเทศเกาหลีช่วยดับกลิ่น และการอบรอบที่ 2 จะราดซอสเมเปิลการ์ลิก ส่วนฐานรองไก่ใส่เบียร์เข้าไปตอนอบด้วย เพื่อให้ได้กลิ่นหอม และการอบสองรอบช่วยทำให้หนังข้างนอกกรอบ แต่เนื้อข้างในนุ่มไม่เหนียว

ไก่ก็ต้องคัดไซส์ให้ได้แบบเดียวกันกับที่เสิร์ฟในเกาหลีเป๊ะๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวโพดย่าง มันฝรั่งทอด กระเทียม พริกหวานย่าง โรยด้วยพริกชิชิโตะ เมนูนี้คนเกาหลีนิยมรับประทานคู่กับคราฟต์เบียร์เกาหลี เสิร์ฟมาในแก้วทองแดง ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิต่ำของเบียร์ไว้ได้อย่างดี

สำหรับเครื่องดื่มก็มีแบบฉบับเฉพาะตัว คือ โซจูผสมกับผลไม้ให้เลือกดื่มในหลากหลายรูปแบบ อาทิ โซจูบอม โซจูเมลอน โซจูแอปเปิ้ล ฯลฯ

ค็อกเทลที่เป็นซิกเนเจอร์จากเกาหลีมี  3 อย่าง คือ “เค ผับ วิสกี้ ซาวร์” ที่มีส่วนผสมพิเศษ คือ โสมเกาหลี “โคเรีย โมจิโต” นอกจากจะมีส่วนผสมทั่วๆ ไปเหมือนที่อื่น เช่น รัม ใบมินต์ มะนาว โซดา ที่ขาดไม่ได้แบบเกาหลีต้องเติมลงไป คือ โซจู อีกแก้ว คือ “Somac” คราฟต์เบียร์ของเกาหลี ผสมโซจู 1 ช็อต ซึ่งเป็นสไตล์การดื่มในแบบเกาหลี

หากยังไม่รู้จะนัดเพื่อนสังสรรค์ที่ไหน เค ผับ เหมาะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่บรรยากาศลงตัว ดนตรีไพเราะ โดย เค ผับ ตั้งอยู่ชั้น 6 โชว์ดีซี เปิดทุกวัน เวลา 17.00-02.00 น. โทร. 02-111-5443

 

ร้านเก๋ใจกลางเมือง ทาวน์เฮาส์

Published June 12, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 พฤษภาคม 2560 เวลา 14:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/493384

ร้านเก๋ใจกลางเมือง ทาวน์เฮาส์

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

ไปเช็กอินที่ร้านแฮงเอาต์สุดเก๋ใจกลางเมือง “ทาวน์เฮาส์” (Town House) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ แต่ก่อนจะตัดสินใจปักหลักนั่งชิล ไปทำความรู้จักกับที่มาของร้านกันสักหน่อยดีกว่า

“ทาวน์เฮาส์” กำเนิดขึ้นครั้งแรกในฮ่องกง โดยนักธุรกิจผู้เป็นเจ้าของได้วางคอนเซ็ปต์ให้เป็นร้านอาหารสไตล์เอเชียน ทวิสต์ ที่มีความร่วมสมัยทั้งในเรื่องรสชาติอาหาร และสไตล์การตกแต่ง ที่ผสมผสานกลิ่นอายตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน

ตัวร้านได้รับการออกแบบโดย ฮิวจ์ ซิมเมิร์น สถาปนิกและนักออกแบบชาวฮ่องกง ซึ่งคว้ารางวัลการออกแบบมามากมาย ซึ่งเขาได้นำแรงบันดาลใจจากศิลปะในศตวรรษที่ 17 มาสร้างสรรค์เป็นงานตกแต่งภายในที่มีการผสมผสานผนังแตกลายเคลือบเงาในโทนสีดำ ภาพวาดแอนทีก โคมไฟสปุทนิก วอลเปเปอร์ลวดลายเลขาคณิต และภาพพิมพ์ศิลปะเยอรมันในยุค ‘70s เข้าด้วยกันอย่างลงตัว บนเนื้อที่ 301 ตร.ม. ของร้านที่มีทั้งส่วนอินเดอร์และเอาต์ดอร์ให้ลูกค้าเลือกนั่ง

เมนูอาหารของทาวน์เฮาส์จะเป็นสไตล์เอเชียน ทวิสต์ ที่นำเสนอเมนูสุดสร้างสรรค์โดยนำรสชาติคลาสสิกของตะวันออกมารวมกับเมนูร่วมสมัยแบบตะวันตก แต่ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้ แล้วทุกมนูยังคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาลผสานกรรมวิธีการปรุงอาหารอันทันสมัย ทั้ง Slow Cook หรือ Robata Grill โดยมีจานเด่นๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์อยู่หลายเมนู

จานแรกที่แนะนำ “เปาะเปี๊ยะแซลมอน” เป็นเมนูที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับความเป็นตะวันตกได้อย่างลงตัว ชิมแล้วได้รสชาติความอร่อยแปลกใหม่

ตามด้วย “สปาเกตตี บาร์บีคิวหมูเกาหลี” ถือเป็นเมนูแปลกใหม่สไตล์ อีสต์ มีต เวสต์ อีกจานที่ความอร่อยอยู่ที่ความเหนียวนุ่มของเส้นสปาเกตตีและความนุ่มลิ้นของหมูเกาหลีผัดซอสแล้วโรยด้วยงา

ต่อด้วย “เป็ดกรอบ เดอร์ตี้ ดั๊ก” จากชื่อก็บ่งบอกชัดเจนอยู่แล้ว เมนูนี้เป็นเป็ดทอดมาจนหนังกรอบ เนื้อด้านในนุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ และน้ำจิ้มแจ่วสุดแซ่บ ก่อนกินบีบมะนาวอีกสักนิด โอ้โห! ได้รสชาติแบบเอเชียนเต็มๆ

ต่อมา “บาร์บีคิว ดั๊ก พิซซ่า” เมนูนี้เคยได้รับรางวัลจากฮ่องกงมาแล้ว ลองนึกถึงพิซซ่าแป้งบางที่โรยหน้าด้วยบาร์บีคิวเป็ดย่าง ราดด้วยซอสที่รสชาติเข้ากั๊นเข้ากัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจานนี้สอบผ่าน

อีกเมนูคือ “วาฟเฟิลฮ่องกงและเซอร์ราโนแฮม” เมนูขนมสุดฮิตจากฮ่องกง ที่ปรับสไตล์โดยใส่เซอร์ราโนแฮมลงไป ถ้าใครเคยชิมเมนูนี้จากที่ไหน แล้วรู้สึกว่ารสชาติอร่อยยังไง ก็บอกได้เลยว่าที่นี่อร่อยขั้นกว่า

ปิดท้ายด้วย “ซูเฟล วานิลลา” ที่เสิร์ฟมาพร้อมวานิลลาซอส ตัวขนมเนื้อเนียนเบา ไม่หวานมาก พอตักคำแรกรู้สึกได้ถึงความนุ่มละมุน ถือเป็นของหวานตบท้ายเมนูอาหารคาวได้ดี (ราคาอาหารเริ่มที่ 160-400 บาท++)

จบเรื่องอาหาร บรรยากาศรอบตัวก็เย็นย่ำพอดี แถมดีเจยังเปิดเพลงสไตล์ เฮาส์ มิวสิก ได้โดนใจ งั้นเราขอสั่งเครื่องดื่มมานั่งชิลๆ อินไปกับเสียงเพลงสักหน่อยละกัน

เริ่มจาก “กีวี่ตะไคร้โซดา” ซิกเนเจอร์ ม็อกเทลของร้าน แก้วนี้มีส่วนผสมของกีวี่สด น้ำตะไคร้ และโซดา ตกแต่งด้วยเบอร์รี่ไอซ์บอล นับเป็นเครื่องดื่มหน้าร้อนที่เรียกความสดชื่นได้ดี

ต่อมาเป็นค็อกเทล “เอเชียน เพนนินซูล่า” แก้วนี้มีส่วนผสมของจิน น้ำลิ้นจี่ เอลเดอร์ฟลาวเวอร์ไซรัป น้ำมะนาว และน้ำเชื่อม ตกแต่งด้วยลิ้นจี่และผิวเปลือกส้ม ได้ดีกรีเบาๆ

ตบท้ายด้วย “โกลเด้น ไทรแองเกิล” มีส่วนผสมของรัม ลิเคียวร์พีชแอพปริคอต และบรั่นดี แล้วท็อปปิ้งด้านบนด้วยฟองที่ทำจากผงโปรตีน โรยด้วยใบชาอีกที ดีกรีไม่แรงจนเกินไป… เอาเป็นว่า ใครที่กำลังมองหาร้านเก๋ๆ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองแบบไม่ต้องเดินทางให้เสียเวลาละก็ แนะนำที่นี่เลย

ทาวน์เฮาส์ อยู่ชั้น G ฝั่งนอร์ท กูร์เมต์ การ์เด้น ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. โทร.02-129-4559 FB : Townhouse Bangkok

 

ดิมดิม ชิมความหว่องในค็อกเทลบาร์

Published June 12, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 เมษายน 2560 เวลา 16:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/491176

ดิมดิม ชิมความหว่องในค็อกเทลบาร์

โดย…คีตะ pk_st@yahoo.com ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

คืนค่ำ ณ ใจกลางเมืองกรุง ใครบางคนนั่งอยู่ภายในบาร์ใต้แสงสีแดงสลัว พร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ขณะครุ่นคิดและขอบคุณอะไรหรือใครก็ได้สำหรับความโชคดีที่ไม่ต้องไปติดอยู่ในรถซึ่งจอดนิ่งอยู่ในซอยเล็กอันแน่นขนัดที่มองเห็นอยู่นอกหน้าต่าง

บาร์ขนาดกะทัดรัดนี้ถูกเรียกว่า ดิมดิม (Dim Dim) ได้ชื่อนี้มาจาก Dim sum (ติ่มซำ) อาหารว่างหรืออาหารเรียกน้ำย่อยของจีน หรืออีกนัยหนึ่งก็ยังอาจสัมพันธ์กับแสงสีแดงสลัว (Dim)

ดิมดิม เพิ่งเปิดเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เป็นค็อกเทลบาร์ที่มีลักษณะความเป็น “บาร์ลับ” หรือ Speakeasy ตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคให้กลิ่นอายจีนพร้อมแตะแต้มความเป็นตะวันตกเข้าไปในรายละเอียด บรรยากาศโดยรวมของดิมดิมทำให้อดนึกถึงฉากในหนังของผู้กำกับหนังชื่อดังชาวฮ่องกงอย่าง “หว่องกาไว” ไม่ได้

บาร์ขนาดกะทัดรัดอบอุ่นนี้รองรับลูกค้าได้ราว 20 คน หน้าร้านมีพื้นที่นั่งได้อีกสัก 2-3 ที่ แต่ในยามปาร์ตี้อารมณ์ดียืนชิตแชตเฮฮาสนุกสนานเบียดๆ กันบ้างก็น่าจะจุคนได้มากกว่านั้นเกือบครึ่ง

ใต้แสงสลัวที่หลังบาร์เครื่องดื่มเป็นที่ทำการของมิกโซโลจิสต์ในเสื้อกาวน์สีขาว ดูเผินๆ คล้ายนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอะไรบางอย่างอยู่ในแล็บ ก่อนที่เครื่องดื่มจะนำมาเสิร์ฟ

ค็อกเทลของดิมดิมนำสมุนไพรเครื่องเทศต่างๆ ของจีนอย่างเช่น จับเลี้ยง เก๊กฮวย กระเจี๊ยบ รวมทั้งชาและอื่นๆ มาเป็นส่วนผสม บางแก้วมีหมูแผ่น บ๊วยเค็ม มะนาวดอง ฯลฯ มาเป็นเครื่องเคียง ส่วนผสมบางอย่างผ่านกรรมวิธีหมักแช่หรืออินฟิวส์แบบโฮมเมด เพื่อให้กลิ่นรสที่แตกต่าง หลายแก้วนั้นเรียกว่าแปลกใหม่อย่างที่อาจจะไม่เคยเห็นไม่เคยดื่มที่ไหนมาก่อน

เครื่องดื่มแนะนำ คือ อู่หลง & ออเรนจ์ ซาวร์ (Oolong & Orange Sour) มีเบอร์เบิ้นอินฟิวส์กับส้มแมนดารินและชาอู่หลงเป็นส่วนผสมหลักแต่งเติมรสด้วยน้ำเชื่อมรสส้ม (เป็นโฮมเมดไซรัป) มะนาวและงาดำ ส่วนเมนูที่เสิร์ฟมาในแก้วกระเบื้องเคลือบทรงกลมสีเข้มเรียกว่า เบจิง มูล (Beijing Mule) ผสมจากวอดก้าอินฟิวส์กับเก๊กฮวย น้ำเชื่อมลิ้นจี่ น้ำขิง และมะนาว ส่วน บัควา โอลด์ (Bakkwa Old) ซึ่งมี
หมูแผ่น (Bakkwa) ประดับตกแต่งแก้วมาด้วยนั้นมีส่วนผสมและวิธีชงนั้นก็ตามแบบของโอลด์แฟชั่น หรือจะลองยินอินฟิวส์กับบ๊วยเค็มผสมโซดาหรือโทนิค

เมนูเครื่องดื่มของที่นี่มีสลับสับเปลี่ยนเสมอ รวมถึงมีเมนูตามเทศกาล เพื่อความตื่นเต้น และเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ดิมดิมยังมีคลาสสิกค็อกเทล รวมทั้งเบียร์ (แน่นอนว่ามีเบียร์จีนด้วย) และไวน์ไว้เสิร์ฟ หากใครยังไม่ได้กินข้าวมา อาจจะลองสั่ง โจ๊ก ไก่นึ่ง หรือหมูแผ่น มารองท้องก่อนจะดื่มก็ดี

หนุ่มสาววัยทำงานผู้ชื่นชอบการสังสรรค์เคล้าค็อกเทลน่าจะได้แวะมาสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ส่วนใคร

จะมาคนเดียวเพื่อ “กระทำความหว่อง” ที่ ดิมดิม ก็ไม่เงียบเหงาเกินไป เพราะมีมิกโซโลจิสต์ให้คุยด้วย มีเพลงให้ฟัง (เพลงฮิปฮอปในค็อกเทลบาร์กลิ่นอายจีนๆ มันเข้ากันลงตัวได้ยังไงนะ)

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 (ข้างร้านอาหารอิตาเลียน เพ็พพิน่า) เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 18.30-01.30 น. ไปไม่ถูกโทร.02-085-2788 หรือเฟซบุ๊ก @dimdimbarbkk

ในยามที่คุณ In the mood for cocktail… ดิมดิม น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกซึ่งตอบโจทย์ได้

 

ค่ำนี้ไปชิลที่ เดอะ ม็อกเทล ควีน

Published June 12, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 เมษายน 2560 เวลา 11:50 น. . อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/490109

ค่ำนี้ไปชิลที่ เดอะ ม็อกเทล ควีน

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ สรศักดิ์ ล้ำเลิศวาที

เย็นย่ำบรรยากาศแดดร่มลมตกของวันศุกร์หยุดยาวๆ อย่างนี้ ใครที่กำลังมองหาสถานที่แฮงเอาต์นั่งชิลๆ เพื่อหลีกหนีการจราจรที่แสนจะติดขัดอยู่ละก็ ลองเลี้ยวรถแวะไป “เดอะ ม็อกเทล ควีน” ซึ่งอยู่ที่ตลาดนัดมะลิ เมืองทองธานี ดูสักหน่อยเป็นไร

เดอะ ม็อกเทล ควีน เป็นร้านแฮงเอาต์นอกเมืองในบรรยากาศสบายๆ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ตัวร้านทำจากโครงสร้างตู้คอนเทนเนอร์ที่แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ตกแต่งด้วยสไตล์เรียบง่าย โดยใช้โต๊ะและเก้าอี้ไม้สีหวานๆ หลากสีสัน ตามผนังร้านมีการเพนต์ลวดลายน่ารักๆ สีสวยๆ พร้อมทั้งสร้างความสดใสด้วยการประดับดอกไม้ตามมุมต่างๆ ของร้าน ให้อารมณ์ความเป็นผู้ยิ้ง ผู้หญิง ตัวร้านมี 2 ชั้น คือ ชั้นลอย และชั้นดาดฟ้า ซึ่งสามารถจุคนได้ถึง 30 โต๊ะ หรือ 150 คนเชียวล่ะ

เจ้าของร้านบอกว่า กลุ่มลูกค้าของที่นี่มีความหลากหลายมากๆ เพราะมีทั้ง พนักงานบริษัท ข้าราชการ เจ้าของธุรกิจ และหนุ่มสาววัยเริ่มต้นทำงานในย่านเมืองทองธานีหรือในบริเวณใกล้เคียง ที่อยากจะมานั่งชิลๆ ดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นตอนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อเป็นการรีแลกซ์ แถมใกล้ๆ กันนั้นยังมีตลาดนัดมะลิ ซึ่งเป็นตลาดนัดกลางคืนที่มีสินค้ามากมายให้สาวๆ ได้ช็อปปิ้งอีกด้วย

มาถึงคอนเซ็ปต์เมนูอาหารของร้าน เน้นเมนูประเภทกินเล่นที่ทำได้ง่ายๆ สามารถจับคู่กับเบียร์ ค็อกเทล หรือม็อกเทลได้อย่างลงตัว เมนูแรกที่แนะนำคือ “กุ้งมะนาว” จานนี้ใช้กุ้งขนาดกลาง นำมาลวกน้ำร้อนจนเนื้อสุกกรอบได้ที่ แล้วราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด 3 รส เผ็ดแซบจัดจ้านได้ใจเชียวล่ะ ขอบอก

ตามด้วย “ปีกไก่ทอด” จานนี้ใช้ปีกไก่หมักเกลือและพริกไทย ทิ้งไว้จนเข้าเนื้อ จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนปีกไก่กรอบนอกนุ่มใน เรียกว่าเป็นเมนูง่ายๆ กินอร่อยอีกจานที่มาแล้วต้องสั่ง

ต่อด้วย “ปอมม์ ฟริต” (Pomme Frite) ชื่อมาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า เฟรนช์ฟรายส์ ความไม่ธรรมดาอยู่ตรงที่ลูกค้าสามารถเลือกเฟรนช์ฟรายส์ได้ถึง 3 รสชาติ นั่นคือ รสต้มยำ รสบาร์บีคิว หรือรสชีส ใครชอบรสไหนก็เลือกได้ตามใจเลย

อีกเมนูคือ “หมูหมักค็อกเทล” จานนี้ใช้เนื้อหมูอย่างดีหมักด้วยซอสทิ้งไว้จนได้ที่ นำไปทอดให้สุก แล้วราดด้วยน้ำจิ้มค็อกเทล 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน ได้ความอร่อยแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร (ราคาอาหารเริ่มที่ 59-189 บาท)

โอ้ว! บรรยากาศยามเย็นแสนจะเป็นใจขนาดนี้  มีหรือจะพลาดการสั่งค็อกเทลไปได้ เริ่มที่แก้วแรก “แบล็ก ควีน” ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ ค็อกเทลของร้านเลยก็ว่าได้ แก้วนี้มีส่วนผสมของ จิน รัม และคาลัวร์ ผสมผสานกันจนออกมาเป็นค็อกเทลด้านล่างสีดำ ด้านบนสีขาว ท็อปปิ้งด้วยเหล้านมอีกที แก้วนี้ดีกรีเบาๆ

ต่อด้วย “ถังซ่าส์” หรือเหล้าถังที่หลายคนคุ้นเคย มีส่วนผสมของ วอดก้า เตกีล่า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกลิเคียวร์ต่างๆ ได้อีกกว่า 10 รสชาติ ตอนเสิร์ฟจะตกแต่งด้วยเยลลี่และผลไม้ แล้วท็อปปิ้งด้วยโซดาอีกที

สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ลองเลือก “เดอะ ม็อกเทล พันช์” ดูสิ แก้วนี้มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ต่างๆ เช่น กีวี่ แคนตาลูป ตกแต่งด้วยเยลลี่ ส้ม และมะนาวฝานให้มีสีสันสวยงามเวลาเสิร์ฟ …แหม ยามเย็นในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ ถ้าใครกำลังมองหาร้านบรรยากาศดีๆ ลมพัดเย็นๆ ขอแนะนำที่นี่เลย

“เดอะ ม็อกเทล ควีน” อยู่ที่ตลาดนัดมะลิ (เลียบด่วนเมืองทองธานี) 100 เมตรจากทางเข้าตลาด เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. สอบถามโทร. 09-4205-8705, 09-5838-7555 หรือ FB : The Mocktail Queen Rooftop

 

 

สุขหรูระฟ้า ครู แชมเปญ บาร์

Published April 8, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2560 เวลา 17:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/484522

สุขหรูระฟ้า ครู แชมเปญ บาร์

โดย…คีตะ pk_st@yahoo.com ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

หลังจากลิฟต์แก้วเข้าสู่อาณาบริเวณของแชมเปญบาร์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เราสัมผัสได้ถึงความสุขซึ่งลอยกรุ่นผสมผสานอยู่ในบรรยากาศ ด้วยความงดงามของสถานที่ เครื่องดื่ม อาหาร ดนตรี และผู้คน

เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา “ครู แชมเปญ บาร์ แอท เรด สกาย” (Cru Champagne Bar at Red Sky) ตั้งอยู่บนรูฟท็อปของเซ็นทารา แกรนด์ แอนด์ แบงค็อก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยชื่อนี้ได้มาจากคำในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งหมายความถึงไร่องุ่นที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและเป็นสถานที่ซึ่งคนรักการดื่มแชมเปญต้องแวะเวียนมา

ครู แชมเปญ บาร์ ล้อมไว้ด้วยทิวทัศน์มหานครแบบ 360 องศาที่ชวนตะลึง ไม่ว่าจะเป็นเส้นขอบฟ้า ดวงตะวัน ดวงจันทร์ หรือดวงดาว ทุกอย่างอยู่ใกล้ราวกับเอื้อมมือถึงได้ หลายคนประทับใจกับช่วงแสงสุดท้ายของวัน เมื่อแสงสีทองงดงามส่องทาบทา ก่อนที่แสงไฟแห่งราตรีจะปรากฏ การตกแต่งร้านเก๋ไก๋ในสไตล์คลาสสิกผสมร่วมสมัย โต๊ะเก้าอี้วางกระจายแบบสบายๆ พร้อมเว้นที่ว่างเป็นพื้นที่ส่วนตัวของทุกคน ใจกลางร้านเป็นบาร์เครื่องดื่มขนาดใหญ่โดดเด่น

รูฟท็อปบาร์แห่งนี้เหมาะมากสำหรับผู้หลงใหลในพรายฟองของแชมเปญ ที่มีเครื่องดื่มจากผู้ผลิตชั้นนำของโลกพร้อมเสิร์ฟ  รวมทั้งแชมเปญสีชมพูซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันรถสูตรหนึ่งและการเฉลิมฉลองชัยชนะ

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มผสมหรือค็อกเทล อย่างเช่น “แบงค็อก เบลลินี” ที่ได้จากการผสมผสานวอดก้าส้มแมนดารินกับปูรีมะม่วง ไซรัปวานิลลา ขิงสด ท็อปด้วยแชมเปญ หรือจะเป็น “ลา วี ออง โรส” ซึ่งมีวอดก้าราสพ์เบอร์รี่ ปูรีสตรอเบอร์รี่และแชมเปญ เป็นประกอบกัน

เคียงคู่เครื่องดื่มควรมีสแน็กเคี้ยวเพลินอย่าง “ซอลต์ แอนด์ เปปเปอร์ ซีฟู้ด” ที่เป็นการรวมพลของทะเล เช่น ปลาหมึก กุ้ง และปลา คลุกเคล้ากับพริก กระเทียม หอม และสมุนไพร อีกหนึ่งเมนูเป็นบัน หรือแป้งซาลาเปาประกบหมูคุโรบุตะสามชั้นนึ่งเป็นไส้ที่เคียงมากับพริกเกาหลีและผัก หรือจะเป็นฟัวกราส์กับไก่ยากิโทริเสียบไม้ย่างควันฉุยสดอร่อยด้วยซอสสไปซี่มิโซะ เป็นต้น นอกจากบรรยากาศ อาหาร และเครื่องดื่มแล้วยังมีดนตรีจากฝีมือการเปิดของดีเจมาเสริมอรรถรส

หลังจากวันทำงานอันหนักหน่วงและเหน็ดเหนื่อย บาร์กลางแจ้งแห่งนี้มีความองค์ประกอบซึ่งช่วยทำให้ผ่อนคลายและรื่นรมย์ อีกทั้งยังเหมาะเป็นที่นัดพบปะสังสรรค์กันในวันหยุดสุดสัปดาห์แสนพิเศษ และวันเวลาดีๆ ซึ่งควรเฉลิมฉลอง

ครู แชมเปญ บาร์ แอท เรด สกาย เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 17.00-01.00 น. ณ ชั้น 59 ของเซ็นทารา แกรนด์ แอนด์ แบงค็อก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 02-100-1234 และ champagnecru.com

ที่นี่ … ความสุขอันงดงามหรูหราระฟ้าและการชนแก้วฉลองเกิดขึ้นได้เสมอ

 

บอกลาแสงสุดท้าย @วานิลลา สกาย รูฟท็อปบาร์

Published April 8, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/482522

บอกลาแสงสุดท้าย @วานิลลา สกาย รูฟท็อปบาร์

โดย…ลีโอ เคน ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

จากจุดเริ่มต้นที่จะใช้เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ แต่แล้ววันหนึ่งผู้บริหารโรงแรมมีโอกาสได้ไปเยือนบนชั้นดาดฟ้าในช่วงจังหวะที่ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า ทอแสงอ่อนเรืองรองไปทั่ว จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะให้สถานที่นี้เป็นที่นั่งชิลๆ รับลมห่มฟ้าสีทอง พร้อมทั้งชมกรุงเทพฯ ในมุม 360 องศาได้อย่างสบายตาเสียเลย

นั่นเป็นที่มาของ วานิลลา สกาย รูฟท็อปบาร์ (Vanilla Sky Rooftop Bar) ที่ได้นามนี้มายามเมื่อเห็นท้องฟ้าเป็นสีทอง ดั่งสีของวานิลลานั่นเอง

 

รูฟท็อปบาร์แห่งนี้เปิดต้อนรับผู้มาเยือน ด้วยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นลวดลายและสีสันของธรรมชาติเข้ามาร่วมผสานกันอย่างลงตัวและสุดแสนโรแมนติก มีโต๊ะและเก้าอี้ทรงเท่ให้นั่งสนทนากันเป็นกลุ่ม ถ้าอยากชมแสงอาทิตย์เพียงลำพัง ขอแนะนำให้นั่งที่โต๊ะสตูลทรงยาว พร้อมเก้าอี้สูงให้คุณได้นั่งเพลินจนลืมเวลา

รูฟท็อปบาร์แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่เอาต์ดอร์ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ ได้อย่างสุดลูกหูลูกตา แนะนำให้มาในช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้ดื่มด่ำกับแสงทไวไลต์สวยๆ พร้อมสนุกไปกับการถ่ายรูปเซลฟี่จนอิ่มเอม

บาร์แห่งนี้จะเน้นเสิร์ฟค็อกเทลคุณภาพเยี่ยม โดยบาร์เทนเดอร์มากฝีมือจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ใครที่มาถึงและดื่มด่ำกับวิวสวยๆ กันแล้ว อย่าลืมสั่งคลาสสิกค็อกเทลซิกเนเจอร์ ที่มีให้เลือกลิ้มลองอย่างเต็มที่ เหมาะแก่การจิบไปพร้อมๆ กับชมวิวสวยๆ ของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้า

ทางร้านยังมีบริการของว่างที่เสิร์ฟมาในปิ่นโต มีทั้ง ถั่ว ป๊อปคอร์น และนาโช่ ให้ได้กินเล่นแกล้มค็อกเทลกันเพลินๆ อีกด้วย เริ่มต้นบอกลาแสงสุดท้ายด้วย Taste of Asia ที่มีส่วนผสมของวอดก้า ลิ้นจี่สด บดกับพริกไทยดำ พร้อมน้ำลิ้นจี่ น้ำมะนาว น้ำเชื่อม และไข่ขาว หอมกลิ่นพริกไทยและลิ้นจี่นำ

 

ต่อด้วย Mojojito ที่มีส่วนผสมของ รัม ใบสะระแหน่ ใบมินต์ มิกซ์กับเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ ท็อปด้วยโซดา ต่อด้วย Berry G & T จิน อินฟิวส์กับชาเบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ โทนิค ตบด้วยแก้วสุดท้าย Chikas ตั้งชื่อตามคนที่คิดค้นสูตร มีส่วนผสมของ รัม ใบมินต์ น้ำตาลทรายขาว มะนาว แล้วท็อปด้วยเบียร์

หากใครมาเยือนในทุกค่ำคืนวันพุธ-เสาร์ ที่นี่ยังจัดดีเจมากฝีมือมาขับกล่อมอารมณ์ เพิ่มความสุนทรีย์ยาวไปเกือบตลอดทั้งคืน ช่างเป็นช่วงเวลาบอกลาแสงสุดท้ายที่น่าจดจำยิ่ง!!!

วานิลลา สกาย รูฟท็อปบาร์ ชั้น 35 โรงแรมคอมพาส สกายวิว สุขุมวิท 24 เปิดบริการทุกค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น. โทร. 02-011-1111

 

คืนพิเศษ สถานที่พิเศษ บางกอกไฮทส์

Published April 8, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/481378

คืนพิเศษ สถานที่พิเศษ บางกอกไฮทส์

โดย…คีตะ pk_st@yahoo.com ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์

เครื่องดื่มค็อกเทล อาหารไทย และวิวกรุงเทพมหานครในมุมสูง ทุกๆ อย่างไปกันได้ดี ที่นี่ … “บางกอกไฮทส์”

ตั้งอยู่บนชั้นที่ 39 ของโรงแรมเดอะ คอนทิเนนท์ กรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท ใกล้แยกอโศก บางกอกไฮทส์เป็นทั้งร้านอาหารและบาร์ขนาดกะทัดรัดหรูหราสไตล์บูทีค แน่นขนัดด้วยความรู้สึกสบาย ไม่เป็นทางการมากเกินไป (แต่ไม่กางเกงขาสั้นหรือรองเท้าแตะนะคะ)

 

บางกอกไฮทส์ให้บริการอาหารไทย เป็นเมนู “สตรีทฟู้ด” ซึ่งปรับเปลี่ยนมาเพื่อเสิร์ฟตามมาตรฐานโรงแรม ใช้วัตถุดิบชั้นดี ตกแต่งจานอย่างสวยงาม และเมื่อได้ลองลิ้มชิมดูก็พบว่ารสชาติอร่อยกลมกล่อมตามสูตรดั้งเดิมแบบที่ลิ้นไทยๆ คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทยกุ้งอร่อยเส้นไม่นิ่มเกินไป น้ำซอสผัดไทยพอดีไม่ต้องปรุงเพิ่ม ยำเนื้อสันนอก รสแซ่บ เนื้ออย่างดีย่างไม่สุกเกินไป นุ่มลิ้น ยำวุ้นเส้น ถึงรสถึงเครื่อง (ทะเล)

ร้านนี้เขามีแม้กระทั่งอาหารเหนือ อย่างเช่น น้ำพริกหนุ่มที่มาพร้อมพรั่งเคียงข้างด้วยแคบหมูและนานาผัก หรือจะเป็น ล็อบสเตอร์ราดพริก ที่อาจทำให้ลืมกุ้งราดพริกซึ่งเคยกินไปเลย ในโรงแรมหลายดาวอย่างนี้ กะเพรา ก็มีให้สั่งนะ เป็นกะเพราปลาหิมะ ส่วน ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ นั้นก็น่าลอง เป็นต้น ของหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วง รวมทั้งบัวลอยไข่หวาน ลอดช่องน้ำกะทิ ฯลฯ

 

ด้วยสถานที่ บรรยากาศ ดนตรี และเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเป็นบาร์ซึ่งควรจะแวะมาเช็กอินและแฮงเอาต์ ยิ่งโดยเฉพาะ ณ เวลาพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน วิวของบางกอกไฮทส์ก็งดงามไม่แพ้ใครเลย ตั้งแต่ 1 ทุ่มเป็นต้นไป ดีเจหนุ่มๆ (หน้าตาดี … ขอบอก) จะมาทำหน้าที่เลือกสรรดนตรีกล่อมเกลาอารมณ์ เริ่มจากชิลๆ สบายๆ เข้าสู่จังหวะเร่งเร้าคึกคักยิ่งขึ้นเมื่อดึกดื่น

สำหรับ “สายดื่ม” แล้ว ความสนใจนั้นพุ่งเป้าไปที่ค็อกเทลสไตล์ไทย ซึ่งเลือกส่วนผสมอันโดดเด่นของท้องถิ่นมาปรุงแต่งรสชาติ เครื่องดื่มที่ตกแต่งหน้าตาพิเศษๆ จนต้องร้อง “ว้าว” เมื่อได้เห็น อาทิ ค็อกเทลพรีเซนเทชั่นอลังการชื่อ ขันทอง แน่นอนว่า เสิร์ฟมาในขันเล็กๆ สีทอง พร้อมพวงมาลัยดอกไม้ เมนูนี้มีรัมเป็นส่วนผสมหลัก ตามด้วย น้ำเชื่อมมะลิ สตรอเบอร์รี่ น้ำมะนาว และไข่

 

ที่เสิร์ฟมาในขวดเป็นค็อกเทลชื่อว่า เจ้าพระยา ผสมจากวอดก้า น้ำเชื่อมวานิลลา ไลม์ เสาวรส  และ แตงโม ส่วนมวยไทยมูล (Mauy Thai Mule) ผสมจากจินหมักกับพริก จึงมีรสกลิ่นเผ็ดเล็กๆ เปรี้ยวด้วยน้ำมะนาว มีขิงตกแต่งแก้ว พร้อมนวมจิ๋วอีกหนึ่งข้างมาด้วย ใครสั่งแก้วนี้ก็เก็บนวมกลับบ้านไปเลยค่ะ และถ้าหากว่า คุณไม่โปรดค็อกเทล ที่นี่ยังมีไวน์ให้เลือกมากมาย

บางกอกไฮทส์ ตั้งอยู่บนชั้นที่ 39 โรงแรมเดอะ คอนทิเนนท์ กรุงเทพฯ ริมถนนสุขุมวิท ระหว่างซอย 21 และ 23 ไปมาสะดวก เพราะอยู่ใกล้ทั้งสถานีบีทีเอสและเอ็มอาร์ที เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. โทร. 02-686-7000 หรือ thecontinentdining.com/bangkok-heightz.php

 

สถานที่นี้เหมาะสำหรับนัดรับประทานอาหารหรือชนแก้วสังสรรค์ สำหรับปลดปล่อยความเคร่งเครียดหลังเวลางาน และเติมความสดใสให้ชีวิตกลับมามีชีวา เพื่อพร้อมจะสู้ต่อในวันถัดไป

หากใครยังไม่ได้ฉลองวาเลนไทน์ก็ไปฉลองย้อนหลังกับหวานใจที่นี่ได้นะ … ด้วยส่วนผสมซึ่งรวมกันกลายเป็นบางกอกไฮทส์ สามารถก่อและกลายเป็นประสบการณ์ของค่ำคืนอันสุดแสนพิเศษ

 

‘อีส ดีไลต์’ นั่งชิล ชมแมกไม้ สายน้ำตก

Published April 8, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/480269

‘อีส ดีไลต์’ นั่งชิล ชมแมกไม้ สายน้ำตก

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

ร้านอาหารชื่อเท่ “อีส ดีไลต์” (Is Delight) คือสถานที่แฮงเอาต์แห่งใหม่ของผู้คนในย่านลาดพร้าว ที่เพิ่งเปิดบริการหมาดๆ ด้วยเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ที่นี่จึงมีบริเวณกว้างขวางและบรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ โดยมีไฮไลต์เป็นน้ำตกจำลอง ซึ่งเจ้าของลงทุนสร้างให้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญประจำร้าน

เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับตัวร้านเป็นอาคารเรือนกระจกที่ทำจากโครงเหล็ก ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 3 หลัง สองหลังแรกเป็นห้องอาหารแบบติดแอร์ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการ หรือโทรมาจองเพื่อจัดไพรเวทปาร์ตี้ได้ ส่วนอีกหนึ่งหลังจะเป็นร้านกาแฟสำหรับนั่งชิลๆ นอกจากนี้ยังมีโซนด้านนอกแบบเอาต์ดอร์ที่มีโต๊ะ-เก้าอี้มากมายให้เลือกนั่งสบายๆ ที่พิเศษคือบริเวณดาดฟ้าของเรือนกระจกยังมีทางเดินให้ลูกค้าขึ้นไปชมวิวและถ่ายรูปเล่นเพลินๆ ด้วย

 

ที่ อีส ดีไลต์ จะมีเมนูที่หลากหลาย ทั้งไทย อีสาน ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละเมนูจะเสิร์ฟมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สุดแสนจะสร้างสรรค์ บนจานใหญ่ๆ ที่สามารถถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียล เน็ตเวิร์ก อวดเพื่อนๆ ได้แบบเต็มตา

เมนูแรกที่อยากแนะนำ “แซลมอนแซ่บ” จานนี้เป็นเนื้อแซลมอนรมควันในซอสซีฟู้ดรสแซ่บ เสิร์ฟมาพร้อมผักสดในแก้วเล็กๆ ขนาดกะทัดรัดพอดีคำ มองดูสวยทั้งรูปลักษณ์ แถมรสชาติยังอร่อยอีกต่างหาก

ตามด้วย “สปาเกตตีซีฟู้ดเส้นหมึกดำ” เส้นสปาเกตตีเหนียวนุ่ม ผัดกับกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ และพริกแห้ง คลุกเคล้าด้วยซอสสูตรพิเศษ รสชาติไม่เผ็ดมากนัก รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย

ต่อด้วย “หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส” เมนูนี้เป็นหอยแมลงภู่นำเข้า อบกับชีสและซอสมะเขือเทศสูตรเฉพาะจนชีสละลายยืดดูน่ากิน เสิร์ฟพร้อมขนมปังอบกรอบ ได้รสชาติเข้ากั๊นเข้ากัน

มาที่ “ซีซาร์สลัด” เมนูสลัดผักยอดฮิตที่ราดด้วยน้ำสลัดเข้มข้น จานนี้ผู้หญิงกินได้ ผู้ชายกินดี เด็กๆ กินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย

 

ปิดท้ายด้วยเมนูญี่ปุ่น 2 เมนูอย่าง “แคลิฟอร์เนีย มากิ” ข้าวปั้นญี่ปุ่นที่โรยด้วยไข่กุ้งสีส้มแบบเต็มๆ คำ รสชาติอร่อยคุ้นเคย และ “ซาชิมิรวม” ที่ประกอบด้วยเนื้อปลาทูน่า แซลมอน ซาบะ ปลาหมึก และปูอัดที่สดใหม่ กินคู่กับโชยุและวาซาบิ โอ้โห! บอกได้เลยว่าฟินเวอร์ นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดๆ ให้เลือกอีกเพียบ ราคาอาหารเริ่มที่ 100-300 บาท+++

ครบถ้วนเรื่องอาหารไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นย่ำ ท้องฟ้าโปร่ง ลมพัดเย็นๆ เหมาะกับการสั่งค็อกเทลมานั่งจิบไปพลางๆ เป็นที่สุด

 

“ทรอปิคอล อีส ดีไลต์” มีส่วนผสมของวอดก้ากลิ่นราสพ์เบอร์รี่ น้ำส้ม น้ำมะนาว โซดา ตกแต่งด้วยลูกสตรอเบอร์รี่สด ส้ม และเลมอนฝาน จนได้ค็อกเทลสีส้มสดใส

อีกแก้วคือ “สวีต บลู” ม็อกเทลสีน้ำเงินเข้ม ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เหมาะที่จะสั่งให้หวานใจ แก้วนี้มีส่วนผสมของบลู คูราเซา น้ำมะนาว ตกแต่งด้วยน้ำตาลที่ขอบแก้ว เชอร์รี่ดองและเลมอนฝาน

 

ทาร์เก็ตลูกค้าของที่นี่ มีทั้งที่มากันเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อนๆ ที่นัดกันมาสังสรรค์ รวมทั้งคู่รักหนุ่มสาว เรียกว่ารับประทานอาหารไป จิบเครื่องดื่มเบาๆ คลอเคล้าเสียงเพลงจากวงดนตรีไลฟ์แบนที่เล่นเพลงในแนวแจ๊ซ อะคูสติก ป๊อป และอีซี่ลิสซึนนิ่งไปด้วย แค่นี้ก็จบวันที่สุดแสนประทับใจในช่วงสุดสัปดาห์ได้อย่างแฮปปี้แล้วล่ะ

อีส ดีไลต์ อยู่ที่ซอยลาดพร้าว 71 (แยกถนนนาคนิวาส) เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 17.00-24.00 น. โซนร้านกาแฟ เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 น. โทร. 08-5833-8271, 08-1398-8850 หรือแฟนเพจ FB : Is Delight Restaurant Art

 

โทโร่ บีเคเค ร้านเก๋ เมนูโดนใจ

Published November 25, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/466102

โทโร่ บีเคเค ร้านเก๋ เมนูโดนใจ

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

หากพูดถึงร้านอาหารที่มีคอนเซ็ปต์เก๋ๆ เป็นทาปาสบาร์ นาทีนี้ต้องนึกถึง โทโร่ บีเคเค (Toro Bkk) ร้านอาหารสเปนที่เพิ่งเปิดใหม่ใจกลางย่านทองหล่อ ซึ่ง 2 เชฟเลื่องชื่อ เจมี่ บิสซอนเนตต์ และเคน โอรินเจอร์ ผู้ชนะรางวัล James Beard Award (รางวัลออสการ์ในหมู่เชฟ) ได้ร่วมมือกันเปิดขึ้นเป็นสาขาแรกในเมืองไทย

“โทโร่” คือทาปาสบาร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน มีสาขาแรกที่เปิดมากว่า 10 ปีแล้วที่เมืองบอสตัน (ปี 2005) ตามด้วยสาขาสองที่กรุงนิวยอร์ก (ปี 2013) และล่าสุดถึงคิวของ

โทโร่ บีเคเค สาขาที่ 3 ของโลก ในโครงการ 72 คอร์ตยาร์ด ที่ได้ แซ็ค วัตกินส์ เชฟชาวอเมริกัน ซึ่งเคยทำงานที่โทโร่บอสตันและโทโร่นิวยอร์ก ร่วมกับเชฟผู้ก่อตั้งทั้งสองคน ยาวนานถึง 7 ปี มาประจำการดูแลเมนูที่โทโร่ สาขากรุงเทพฯ

คอนเซ็ปต์อาหารของร้านเป็นเมนูทาปาส ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นสเปน กับวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยด้วย หากใครมีโอกาสได้มาชิมจะไม่แปลกใจกับความคุ้นลิ้นในรสชาติอาหารของที่นี่เลย เพราะต้นกำเนิดของทาปาส คือการนำวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลในแต่ละสถานที่มาใช้เพื่อสร้างสรรค์เมนูต่างๆ นั่นเอง

เริ่มจากเมนูแนะนำจานแรก Sandia สลัดแตงโม ที่มีส่วนผสมของไส้กรอกโชริโซ ปลาแองโชวี ส้มโอ และชีสโคติฆา (เนยแข็งจากสเปน) กินแล้วรู้สึกสดชื่น เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว

ตามด้วย Setas Huevo เห็ดหลากชนิด ปรุงด้วยการผัดสไตล์ซานเซบาสเตียน เสิร์ฟมาพร้อมไข่แดงดิบในช้อนและสมุนไพร วิธีรับประทานให้นำไข่แดงไปคลุกเคล้ากับเห็ดผัด เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น

 

Bikini Bocadiollo แซนด์วิชแฮมเซอร์ราโน สอดไส้ด้วยชีสมันเชโก้ และเนยทรัฟเฟิล ได้ความอร่อยแปลกใหม่แบบที่ต้องมาลิ้มลองด้วยตัวเอง

อีกเมนูคือ Setas en Escabeche หอยนางรมสดๆ วัตถุดิบยอดนิยมจากเกาะโอเรครง ในฝรั่งเศส ราดด้วยซอสกาลามันซี่ พอนซึ โรยหน้าด้วยใบชิโสะ และพริกไทยดำ รับประทานแล้วสดชื่น ได้รสชาติของทะเลแบบเต็มๆ นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกเพียบ (ราคาอาหารเริ่มที่ 220-1,600 บาท)

อิ่มแล้วได้เวลามานั่งชิลๆ กับเครื่องดื่มค็อกเทลกันบ้าง แนะนำ Font Magica แก้วสีชมพูสวยสดใส มีส่วนผสมของเหล้าจิน แตงโม พริกไทยดำ และน้ำผึ้ง มาด้วยดีกรีไม่แรงมากนัก

West G&T มีส่วนผสมของเหล้าจิน โทนิก แตงกวา และพริกไทย ได้ความสดชื่นจากแตงกวาและกลิ่นหอมจากพริกไทย ตามด้วย South Pine ค็อกเทลสีขาวขุ่น เสิร์ฟมาในแก้วทรงสูงสวยงาม มีส่วนผสมของเหล้าจินชนิดพิเศษจากเบลเยียม และลิเคียวร์กลิ่นมินต์

 

ใครที่เป็นคอไวน์ ทั้งไวน์ขาว ไวน์แดง หรือแชมเปญ เมื่อคุณสั่งพนักงานจะนำไวน์หรือแชมเปญนั้นเสิร์ฟมาในเหยือกที่เรียกว่า “Porron” ซึ่งมีวิธีการดื่มที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือการยกเหยือกขึ้นสูงและใช้ปากรองไวน์หรือแชมเปญจากปากเหยือกอีกที โอ้ว ช่างเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับการตกแต่งร้านโทโร่สาขานี้ โดยรวมยังคงไว้ซึ่งรูปแบบที่ใกล้เคียงกับสาขานิวยอร์ก เมื่อก้าวเข้าไปภายในร้านจะให้ความรู้สึกคล้ายกับอยู่ในโกดังที่มีเพดานสูง โล่งโปร่ง ตัวร้านมีสองชั้น ชั้นล่างเน้นบาร์เป็นหลัก ส่วนชั้นบนเป็นครัวเปิด ที่ให้บรรยากาศแบบร้านอาหาร นอกจากนี้ ยังมีโซนพื้นที่ด้านนอกเพื่อรับลมเย็นๆ อีกด้วย จึงถือเป็นอีกหนึ่งร้านเก๋ๆ มีสไตล์ที่น่าชวนเพื่อนๆ มานั่งชิลมากๆ

 

โทโร่ บีเคเค โครงการ 72 คอร์ตยาร์ด (ระหว่างซอยทองหล่อ 16 และ 18) ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มเติมมื้อกลางวัน เวลา 13.00-15.00 น. โทร. 08-2392-7790 หรือติดตาม FB/IG : @toro_bkk

 

%d bloggers like this: