โลกมองไทย

All posts tagged โลกมองไทย

รับกรรมชาตินี้ ศาลเบลเยียมจำคุก 6 ปี หญิงไทยจัดส่งเหยื่อสาวไทยไปขายตัว

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 19:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785187

 

รับกรรมกันไป..ศาลเบลเยียมพิพากษา จำคุกหญิงไทย ส่งสาวไทยไปขายตัวในเบลเยียม 6 ปีพร้อมยังต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งอีก 6.5 หมื่นยูโรให้แก่เหยื่อสาวไทย ตอนนี้ศาลอาญาเมืองลิเอจน์ยังกำลังพิจารณาคดีรอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปสหรัฐฯ อีกคดี

เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 16 พ.ย. ศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์ได้อ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุก 6 ปี นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน หรือนางสุมาลี อินทรทอง วัย 55 ปี ในข้อหาจัดส่งหญิงไทยไปประกอบอาชีพโสเภณี ร่วมเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ การกดขี่ให้ผู้อื่นทำงานเพื่อผลประโยชน์ของตนโดยผิดกฎหมาย และการฟอกเงิน โดยมีผู้ต้องหาเพียง 2 คนคือ นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน และนายสีชาน คาดี ที่มาฟังคำพิพากษาขณะที่อีก 2 คนได้หลบหนี ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง

ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาว่า จากพยานหลักฐานและคำให้การของเหยื่อตามสำนวนในคดี เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งหมดได้กระทำความผิดจริงจึงพิพากษาตัดสิน นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ต้องโทษจำคุก 6 ปี นางพรพรรณ วิจิตสมบัติ ต้องโทษจำคุก 4 ปี นายสีชาน คาดี ต้องโทษจำคุก 4 ปี นายอาร์บอง อเล็กซานโดร ต้องโทษจำคุก 2 ปี ทั้งนี้ ผู้ต้องหาแต่ละคนต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแก่สาวไทยที่เป็นผู้เสียหาย 4 คน ตามสัดส่วนของความผิดดังที่ระบุในคำฟ้อง โดยนางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ต้องชดใช้ในวงเงินทั้งสิ้น 65,056.09 ยูโร

สำหรับเครือข่ายจัดส่งสาวไทยไปค้าประเวณีในเบลเยียมมีผู้ต้องหาร่วมขบวนการในคดีนี้จำนวน 4 คนคือ 1. นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ผู้จัดหาสาวไทยจัดส่งไปเบลเยียมโดยขอวีซ่าผ่านประเทศที่สาม เช่น อิตาลี สเปน ก่อนเดินทางเข้าเบลเยียมเพื่อค้าประเวณี 2. นางพรพรรณ วิจิตสมบัติ หรือโรส รับผิดชอบดูแลเมื่อสาวไทยเดินทางมาถึงเบลเยียมด้านที่พักอาหาร ลงโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต จัดการติดต่อหาลูกค้าและดูแลรายได้ของหญิงไทย และได้หลบหนีกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2558 3. นายสีชาน คาดี หรืออาลี ถือสัญชาติอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน ทำหน้าที่รับช่วงต่อจากนางโรส ดูแลหญิงไทยให้หลบหนีค้าประเวณีในหลายเมืองในเบลเยียม เช่น กรุงบรัสเซลส์ เมืองลิเอจน์ เมืองอาร์ลอง และ 4. นายอาร์บอง อเล็กซานโดร ชักนำหญิงสาว 2 คนจากโรมาเนียมาค้าประเวณีและได้หลบหนีกลับโรมาเนีย

หลังจากที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินเสร็จเรียบร้อย อัยการได้ขอให้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองในทันที เนื่องจากเป็นโทษจำคุกหนักและต้องมีการชดใช้ทางแพ่ง อีกทั้งผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีความผูกพันกับเบลเยียมและอาจหลบหนีได้ หากได้รับการปล่อยตัว ขณะที่ทนายความของผู้ต้องหาได้ร้องขอต่อศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลพิพากษายืนยันให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองทันที

ศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์ได้ทำการไต่สวนคดีมาหลายครั้ง โดยในการไต่สวนคดีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ขณะที่นางอลิซซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแต่ต้องใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์ได้เดินออกมาจากห้องพิจารณาคดี ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามหมายจับระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกระทำการค้าประเวณี สมรู้ร่วมคิดบังคับใช้แรงงาน สมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน และสมรู้ร่วมคิดปลอมแปลงวีซ่าเข้าสหรัฐฯ และถูกควบคุมตัวกลับเข้าเรือนจำอีกครั้งหนึ่ง โดยศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์อยู่ในระหว่างการพิจาณาการส่งตัวนางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามที่ทางการสหรัฐอเมริการ้องขออีกด้วย

ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า นางสุมาลี อินทรทอง อายุ 55 ปี หญิงไทย เป็นหัวหน้าแก๊งเครือข่ายค้ากามส่งหญิงไทยมายังสหรัฐฯ จากผลจับกุมคนไทย 12 คน และชาวอเมริกัน 5 คน ที่ร่วมขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติส่งหญิงไทยไปค้าประเวณีในหลายรัฐทั่วสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถทลายขบวนการค้าประเวณีทั่วประเทศสหรัฐฯ ของเครือข่ายนี้ที่หญิงไทยนับร้อยคนตกเป็นเหยื่อถูกล่อลวงไปค้าประเวณี โดยเป็นขบวนการเครือข่ายที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับการส่งตัวสาวไทยไปค้าประเวณีประเทศเบลเยียม.

 

สถานทูตสหรัฐฯ แจงหลักเกณฑ์ออกวีซ่าให้คนไทย ชี้ปี58อนุมัติเกือบ6หมื่นคน

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 17:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784056

 

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ชี้แจงหลักเกณฑ์การออกวีซ่าให้คนไทยเข้าประเทศสหรัฐฯ ระบุ เป็นการพิจารณาแบบเป็นรายๆ ไป และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นขอวีซ่าตามกฎหมายของสหรัฐฯ ชี้ปี 58 อนุมัติออกวีซ่าให้คนไทยเข้าสหรัฐฯ เกือบ 6 หมื่นราย

เมื่อ 15 พ.ย. 59 นางสาวเมลิสซา สวีนนีย์ โฆษกประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ชี้แจงหลักเกณฑ์ในการออกวีซ่าของทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯว่า  การออกวีซ่า นับเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ประชาชนต่อประชาชน’ ภายใต้มิตรภาพที่ยาวนานระหว่างสหรัฐฯ กับราชอาณาจักรไทย

-สถานทูตสหรัฐฯ ได้อนุมัติวีซ่าให้แก่คนไทยที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ ถึงเกือบ 60,000 คนในปี 2558

-การยื่นขอวีซ่า เป็นการพิจารณาแบบ เป็นรายๆ ไป หรือ case-by-case ภายใต้กฎหมาย คนเข้าเมืองและสัญชาติ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ของสหรัฐฯ

-เมื่อบุคคลใดได้ยื่นเอกสารสำหรับขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯแล้ว เจ้าหน้าที่สถานกงสุลจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเอกสารของบุคคลนั้น และตัดสินว่าบุคคลดังกล่าวมีสิทธิจะได้รับการอนุมัติวีซ่าหรือไม่บนหลักการของกฎหมายสหรัฐฯ โดยการยื่นขอวีซ่าจะถูกปฏิเสธ ถ้าผู้ยื่นขอวีซ่าถูกพบว่าไม่มีสิทธิผ่านการอนุมัติวีซ่าตามกฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ

-การบันทึกในเรื่องวีซ่า ถือเป็นความลับ ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ มาตรา 222(f) ของกฎหมายคนเข้าเมือง และสัญชาติสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) ซึ่งห้ามไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดต่อบุคคลอื่น

นอกจากนั้น ทางสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ยังชี้แจงว่า สามารถอ่านข้อมูลเก่ียวกับกระบวนการอนุมัติวีซ่า และเหตุผลต่างๆในการปฏิเสธวีซ่าให้แก่ผู้มายื่นขอวีซ่าได้ที่ https://travel.state.gov/content/visas/en/general/denials.html  ขณะที่ ตามกฎหมายของสหรัฐฯโดยทั่วไปแล้ว ผู้มายื่นขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ จะถูกสัมภาษณ์โดยเจ้าหน้าที่สถานทูต หรือสถานกงสุลของสหรัฐฯ หลังจากนั้น การจะอนุมัติให้วีซ่า หรือปฏิเสธการออกวีซ่า ขึ้นอยู่กับมาตรฐานตามหลักการของกฎหมายสหรัฐฯ

 

เมืองพารามัตตา ออสเตรเลีย จัดงาน’ลอยกระทง’ สืบสานประเพณีไทย งดรื่นเริง

Published November 13, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ย. 2559 00:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/781521

 

สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ และททท.จัดงานลอยกระทงในเมืองพารามัตตา ออสเตรเลีย เพื่อสืบสานประเพณีไทย แต่ยังดการแสดงรื่นเริง โดยภายในงานมีการแสดงวีดิทัศน์และยืนแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.59 นายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำซิดนีย์ รายงานข่าว สภาเมืองพารามัตตา จัดงานลอยกระทงขึ้น บริเวณริมแม่น้ำพารามัตตา ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ไปจนถึงเวลา 22.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อสืบสานประเพณีลอยกระทงของไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานซิดนีย์ และสมาคมไทย-ออสเตรเลียนแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์


ทั้งนี้ประเพณีลอยกระทงของไทย ได้รับความนิยมจากชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จนถูกบรรจุไว้ในปฏิทินของเมืองพารามัตตา ที่ให้จัดงานนี้เป็นงานประจำปี ทั้งนี้ภายในงานมีเวทีการแสดงต่างๆ มากมาย จากกลุ่มคนไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ อาทิ การแสดงดนตรีไทย การฟ้อนรำ และมวยไทย


ขณะที่ ททท.สำนักงานซิดนีย์ ในปีนี้ได้งดการแสดงรื่นเริง แต่จัดให้มีบูธสาธิตจัดเครื่องแต่งกายโขน “ปักชุดโขน” การประดิษฐ์ชุดเครื่องประดับ พร้อมผู้สวมเครื่องแต่งกาย สาธิตเชิดหุ่นละคร เวิร์กช็อปประดิษฐ์กระทง และการสาธิตปั้นลิงจากดินเหนียว และเวิร์กชอป จาก ททท.สำนักงานลพบุรี เป็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก


ต่อมาเวลา 19.30 น. ได้มีการกล่าวเปิดงานบนเวทีอย่างเป็นทางการจากสภาเมืองพารามัตตา พร้อมทั้งมีการร้องเพลงชาติออสเตรเลีย และเพลงชาติไทย จากนั้นได้มีการฉายวิดีทัศน์แสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมขอให้ทุกคนร่วมกันยืนตรงถวายความอาลัย

หลังเสร็จพิธีได้มีการเชิญชวนให้ทุกคนไปลอยกระทงที่แม่น้ำตามประเพณีของไทยพร้อมกัน ก่อนกลับมาชมการแสดงบนเวที และทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อกระทั่งจบงาน ซึ่งในปีนี้ก็ยังคงได้รับความสนใจจากชาวไทยและชาวต่างชาติ พากันเดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมากเหมือนทุกๆ ปี

 

‘อุ๊งอิ๊ง’ ยัน ทักษิณแข็งแรงดี โต้สื่อนอกตีข่าวเสียชีวิต ทรัมป์ยังอาลัย

Published November 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 00:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/776707

 

(ภาพจาก instagram / ingshin21)

น.ส. แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรม ยืนยันว่าบิดาของเธอยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรง หลังเกิดข่าวลือว่านายทักษิณเสียชีวิต…

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. หลังจากสื่อต่างประเทศรายงานข่าวการเสียชีวิตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย และนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ก็ทวีตข้อความแสดงความเสียใจบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ทำให้เกิดกระแสความสงสัยว่า นายทักษิณเสียชีวิตจริงหรือไม่ แต่ล่าสุด น.ส. แพทองธาร ชินวัตร ผู้เป็นบุตรสาวก็ได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมยืนยันแล้วว่า บิดาของเธอสุขภาพแข็งแรงดี ไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวที่ออกมาแต่อย่างใด

“สวัสดีค่ะ ผู้สนับสนุน, สื่อ และผู้ติดตามอินสตาแกรมผู้มีน้ำใจทุกท่าน ดิฉันอยากขอบคุณทุกคนที่แสดงความเป็นห่วง และอยากบอกความจริงเพื่อให้ข่าวลือและข้อมูลผิดๆ จบลง คุณพ่อของดิฉันสบายดีและสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ฉันเพิ่งใช้เฟซไทม์คุยกับท่าน และพูดคุยกับท่านเรื่องหลานฝาแฝด มันเป็นเรื่องปกติสำหรับสื่อที่จะให้ข้อมูลที่ผิดพลาด อย่างที่พวกเขาทำมาหลายครั้งในอดีตทั้งเกี่ยวกับดิฉันและครอบครัวของดิฉัน

“สำหรับคุณโดนัลด์ ทรัมป์ ขอบคุณสำหรับข้อความอันมีน้ำใจของคุณ และเสียใจที่คุณได้รับข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับคุณพ่อของดิฉัน ดิฉันรู้ว่าคุณไม่รู้จักดิฉัน แต่ขอขอบคุณที่คุณสละเวลาจากตารางงานที่กำลังยุ่งของคุณ เพื่อส่งข้อความหาเรา โดยเฉพาะในช่วงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี” น.ส.แพทองธาร ระบุ เธอยังเสริมด้วยว่า คุณพ่อของเธอกำลังไปประชุมเรื่องการแพทย์และเทคโนโลยีใหม่ในอังกฤษ


นร.-คนไทยในโตรอนโต จุดเทียนแสดงความอาลัย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

Published October 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ต.ค. 2559 18:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764191

 

นักศึกษาไทยและคนไทยในนครโตรอนโต ประเทศแคนาดา จัดพิธีจุดเทียนแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 น.ส.แพรวพิมพ์ เขียวบริบูรณ์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำแคนาดา รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2559 เวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับช่วงเที่ยงของวันที่ 25 ต.ค.ตามเวลาในประเทศไทย กลุ่มนักเรียนนักศึกษา เจ้าของและพนักงานร้านอาหารไทย และชาวไทยในนครโตรอนโต กว่า 120 คน ได้ร่วมกันจัดพิธีจุดเทียนแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มุมถนนควีนส์กับถนนเบย์ บริเวณหน้าอาคารเทศบาลนครโตรอนโต


พิธีเริ่มด้วยการอ่านคำกลอนเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย นายจารุชา จันทร์เมฆา พร้อมทั้งนำร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงของขวัญจากก้อนดิน โดย น.ส.ครองขวัญ โปฏกรัตน์ นักเรียนไทยในโตรอนโต ซึ่งเป็นผู้จัดงานพิธีจุดเทียนแสดงความอาลัยในครั้งนี้ จากนั้นได้นำเทียนมาวางรวมกันให้เป็นเลข ๙ และร่วมยืนสงบนิ่ง แสดงความอาลัยเป็นเวลา 9 นาที ก่อนที่พิธีจะเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 23.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

CEOทีวีออสซี่ ขอโทษ ออกอากาศรายการ ล้อเลียนความเศร้าโศกของคนไทย

Published October 20, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ต.ค. 2559 15:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/758552

 

CEO ทีวี ช่องเน็ตเวิร์ก 10 ของออสเตรเลีย ส่งหนังสือขอโทษมายังเอกอัครราชทูตไทยแล้ว หลังออกอากาศรายการ ล้อเลียนความรู้สึกเศร้าโศกของคนไทย ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.59 ณัฐพันธุ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำออสเตรเลีย รายงานว่า จากกรณีที่ นายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย ได้ออกหนังสือถึงสถานีโทรทัศน์ ช่อง ‘เน็ตเวิร์ก 10’ ของออสเตรเลีย ที่ได้ออกอากาศรายการ “Have You Been Paying Attenion?” เมื่อวันที่ 17 ต.ค. มีเนื้อหาล้อเลียนความรู้สึกเศร้าโศกของคนไทยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเอกอัครราชทูตระบุในหนังสือว่า การล้อเลียนความรู้สึกของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เป็นการดูหมิ่น และไม่ใช่สิ่งที่ตลกขบขันนั้น

ล่าสุด นายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐว่า “Mr. Paul Anderson (นายพอล แอนเดอร์สัน) ประธานคณะกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) ของสถานีโทรทัศน์ช่อง เน็ตเวิร์ก 10 ได้ส่งหนังสือแสดงความขอโทษ ไปถึงนายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย โดยขอแสดงความเสียใจต่อพระบรมวงศานุวงศ์ และคนไทยทั้งประเทศ พร้อมกับขอโทษจากการออกอากาศรายการดังกล่าว

นายพอล แอนเดอร์สัน ได้แสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการถอดภาพคลิปวิดีโอออกจากหน้าเว็บไซต์ของทางสถานีโทรทัศน์ เน็ตเวิร์ก 10 โดยทันที และจะทำการตัดต่อนำส่วนที่ไม่เหมาะสมออก ถ้าหากมีการนำมาใช้ใหม่ อีกทั้งได้ติดต่อไปยัง Youtube.com ให้นำคลิปวิดีโอที่อัพโหลดโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากสถานีโทรทัศน์ เน็ตเวิร์ก 10 ของออสเตรเลียออกโดยทันที

 

ประทับใจ ’คำหล้า’ ลูกช้างไทยรีบลงน้ำช่วยผู้มีพระคุณช่วยชีวิต (ชมคลิป)

Published October 20, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ต.ค. 2559 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/758067

 

(ภาพจาก Elephant News)

สื่อนอกแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นวินาทีที่ลูกช้างพังในไทย พยายามว่ายน้ำเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่มูลนิธิผู้เคยช่วยชีวิตมันเอาไว้ หลังเห็นว่าเขากำลังถูกกระแสน้ำพัดพาไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานพร้อมเผยแพร่คลิปวิดีโอ แสดงให้เห็นวีรกรรมอันน่าชื่นชมของ ‘คำหล้า’ ลูกช้างพังซึ่งอาศัยอยู่ที่ ‘ศูนย์อภิบาลช้าง’ ในป่าของจังหวัดเชียงใหม่ ในภาคเหนือของประเทศไทย หลังจากมันรีบลงไปในแม่น้ำ เพื่อช่วยชีวิตเจ้าหน้าที่ของ ‘มูลนิธิช่วยช้าง’ (Save Elephant Foundation) คนหนึ่ง ซึ่งเคยช่วยชีวิตมันไว้

คลิปวิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า คำหล้า รีบวิ่งลงไปในแม่น้ำอย่างรวดเร็ว หลังจากนาย แดร์ริค ธอมสัน ผู้เคยช่วยชีวิตมันไว้ ซึ่งดูเหมือนว่ากำลังถูกกระแสน้ำพัดพาไป เรียกชื่อของมัน โดยคำหล้ารีบลุยน้ำเข้าหานายธอมสัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้จมน้ำ และสามารถว่ายน้ำเข้าฝั่งได้สำเร็จ แต่คำหล้ายังตามไปดูอาการอย่างใกล้ชิด

อนึ่ง เจ้าหน้าที่ของศูนย์อภิบาลช้างระบุว่า นายธอมสันเคยช่วยเหลือคำหล้า กับ ใบเตย แม่ของมันเอาไว้เมื่อปี 2015 และใช้เวลาดูแลคำหล้าที่อยู่กำลังทุกข์ทรมาณ และแสดงความรักแก่มันมาโดยตลอด ทำให้สายสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างคนและช้างคู่นี้ และภาพนี้เป็นหลักฐานว่าหากเราปฏิบัติกับสัตว์ด้วยความรัก มันก็จะให้ความรักกลับมาแก่เราเสมอ

ชมคลิปที่นี่

 

ปธน.สิงคโปร์ ร่วมลงนามในสมุดแสดงความอาลัย ‘ในหลวง รัชกาลที่ 9’

Published October 18, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755101

 

(ภาพจาก channelnewsasia.com)

เมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงของสิงคโปร์หลายคน รวมทั้งประธานาธิบดี โทนี ตัน เดินทางไปสถานทูตไทยประจำสิงคโปร์ เพื่อร่วมลงนามในสมุดแสดงความอาลัย ในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. นาย โทนี ตัน เค็ง ยัม ประธานาธิบดีแห่งประเทศสิงคโปร์ เดินทางไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศสิงคโปร์ ในช่วงบ่าย หลังจากเพิ่งเดินทางกลับจากทำภารกิจในประเทศนอร์เวย์ เพื่อร่วมลงนามในสมุดแสดงความอาลัย ในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

ดร.ตันเดินทางถึงสถานทูตไทยประจำประเทศสิงคโปร์ในเวลาประมาณ 16:30น. ตามเวลาท้องถิ่น และลงนามแสดงความอาลัย โดยเขาเขียนข้อความเทิดพระกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้ห่วงใยพสกนิกรของพระองค์อย่างยิ่ง


เตียว ซี เฮียน รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ (ภาพจาก Facebook)

นอกจากดร.ตันแล้ว นาย เตียว ซี เฮียน (Teo Chee Hean) รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และนาย อึ้ง เอง เฮน (Ng Eng Hen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็มาร่วมลงนามในสมุดแสดงความอาลัยเช่นกัน โดยนายเตียวเขียนว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรของพระองค์ และทรงเป็นเสาหลักใหญ่แห่งความเข้มแข็งของประชาชนชาวไทย”

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีส่วนให้เกิดความสัมพันธ์อันเข้มแข็งระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ การเสด็จสวรรคตของพระองค์นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เราขอส่งความคิดคำนึงของเราให้แก่ปวงชนชาวไทยระหว่างช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้”


อึ้ง เอง เฮน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ มีชาวไทยในสิงคโปร์เดินทางไปยังสถานทูตไทยประจำสิงคโปร์มากกว่า 700 คน เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีแสดงความอาลัย ณ สถานที่อื่นๆ อีก เช่นที่วัดอนันดา บนถนนจลัน บูกิต เมราห์ (Jalan Bukit Merah)

 

วัดไทยแห่งแรกในสกอตแลนด์ จัดสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล 30 วัน

Published October 18, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ต.ค. 2559 14:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/754702

 

คณะสงฆ์วัดธรรมปทีป วัดไทยแห่งแรก ณ กรุงเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ นำชาวไทยและต่างชาติร่วมทำวัตร สวดมนต์เจริญจิตภาวนาถวายแด่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ” 30 วัน

วันที่ 15 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวประจำสกอตแลนด์ รายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 ต.ค. 59 (ตามเวลาประเทศสกอตแลนด์) พระครูสิริธรรมประทีป เจ้าอาวาสวัดธรรมปทีป และคณะสงฆ์ พร้อมด้วยประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศสกอตแลนด์ กว่า 100 คน ได้ร่วมทำวัตร สวดมนต์เจริญจิตภาวนา เพื่อแสดงความอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ วัดธรรมปทีป ซึ่งเป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศสกอตแลนด์ ตั้งอยู่ ณ กรุงเอดินบะระ โดยทางวัดได้จัดพิธีการทุกวันในเวลาดังกล่าว ตั้งแต่ 13 ต.ค.-11 พ.ย. 2559 เป็นเวลา 30 วัน.



เฟซบุ๊กปิดโฆษณาบนเพจในไทย ร่วมแสดงความเสียใจช่วงไว้อาลัย

Published October 18, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ต.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/754316

 

เฟซบุ๊ก เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง งดแสดงโฆษณาบนหน้าเพจเฟซบุ๊กในประเทศไทย เพื่อเป็นการน้อมถวายบังคมต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘เฟซบุ๊ก’ เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ดำเนินการงดแสดงโฆษณาบนหน้าเพจเฟซบุ๊กในประเทศไทยทั้งประเทศ เพื่อร่วมน้อมถวายบังคมต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในช่วงการไว้อาลัยของชนชาวไทย

แถลงการณ์ล่าสุดของ เฟซบุ๊ก ระบุว่า “เพื่อเป็นการน้อมถวายบังคมต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เราจึงดำเนินการงดแสดงโฆษณา (บนเฟซบุ๊ก) ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เราขออภัยสำหรับความไม่สะดวก และขอขอบคุณในความสนับสนุนของคุณ ต่อประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยนี้”

เฟซบุ๊กยังยืนยันด้วยว่า จะมีการเผยแพร่โฆษณาบนหน้าเพจเฟซบุ๊กในประเทศอื่นๆ ตามปกติ และผู้ลงโฆษณาในไทยสามารถเผยแพร่โฆษณาบนหน้าเพจเฟซบุ๊กนอกประเทศได้

อนึ่ง นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เฟซบุ๊กปิดการแสดงผลโฆษณาบนหน้าเพจในประเทศใดประเทศหนึ่งทั้งประเทศ ขณะที่เมื่อวันที่ 13 ต.ค. เฟซบุ๊กร่วมแสดงความเสียใจในการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ด้วยการจัดทำภาพสีขาว-ดำ พร้อมข้อความ “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” พร้อมให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กสามารถกดแชร์เพื่อโพสต์ภาพดังกล่าวไปยังเฟซบุ๊กได้ด้วย

 

%d bloggers like this: