โพสต์ทูเดย์

All posts tagged โพสต์ทูเดย์

4 เคล็ดลับล้างหน้าอย่างถูกวิธี

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ตุลาคม 2560 เวลา 15:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520990

4 เคล็ดลับล้างหน้าอย่างถูกวิธี

การล้างหน้าที่ถูกวิธีจะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ดูสุขภาพดียิ่งขึ้น

การล้างหน้าใครว่าไม่สำคัญ นอกจากการบำรุงผิวให้สวยเปล่งปลั่ง หรือการแต่งหน้าเพื่อกลบจุดด้อยเสริมจุดเด่นแล้ว การล้างหน้าก็เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานที่จะช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดีได้ หากล้างหน้าอย่างถูกวิธี บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ผิวสวยสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

1. ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป – บางคนจะชอบคิดว่าล้างหน้าบ่อยๆ จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาด แต่แท้จริงแล้วการล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ผิวแห้ง และอาจส่งผลให้ไปเร่งการผลิตน้ำมัน ทำให้หน้ามันกว่าเดิมได้ด้วย โดยทั่วไปแล้วควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้งเช้าเย็นก็เพียงพอ

2. ไม่สครับผิวบ่อยเกินไป – การสครับผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปถือเป็นสิ่งที่ดี แต่หากสครับบ่อยครั้งเกิน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ควรสครับผิวแค่สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง และเลือกเม็ดสครับที่ละเอียด ไม่บาดผิว

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. ห้ามใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้า – หลายคนมักจะละลายเรื่องผ้าเช็ดหน้า โดยใช้ผ้าเช็ดตัวมาเช็ดหน้าด้วยเลยผืนเดียว แต่นั่นเป็นสิ่งที่ผิด เนื่องจากผิวหน้าเราบอบบางกว่าผิวกาย ต้องการการดูแลที่มากกว่า ควรเลือกผ้านุ่มๆ เพื่อแยกใช้สำหรับเช็ดผิวหน้าโดยเฉพาะ และเปลี่ยนผ้าเช็ดหน้าบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

4. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว – นอกจากวิธีการล้างหน้าแล้ว โฟมล้างหน้าและการดูแลผิวหลังล้างหน้าก็สำคัญเช่นกัน ควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว หากเป็นคนผิวมันอาจเลือกใช้แบบเจล คนผิวแพ้ง่ายก็อาจเลือกแบบที่อ่อนโยน รวมไปถึงตรวจเช็คสภาพผิวของตัวเอง และเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยเช่นกัน

 

Advertisements

3 วิธีเลือกทานสลัดให้ผอมจริงๆ

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ตุลาคม 2560 เวลา 14:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520980

3 วิธีเลือกทานสลัดให้ผอมจริงๆ

แม้สลัดจะดูเหมือนเมนูสุขภาพ แต่หากเลือกวัตถุดิบที่แคลอรี่สูง ก็อาจจะมีไขมันมากกว่าชีสเบอร์เกอร์ก็ได้

เมื่อพูดถึงสลัด หลายคนจะมองว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เพราะมีผักใบเขียว และผลไม้นานาชนิด แต่แท้จริงแล้วสลัดบางจานก็อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบที่มีไขมันสูง เช่น ขนมปังกรอบ ไก่ทอด ชีส เบคอน หรือน้ำสลัดก็เป็นอีกตัวการหนึ่งที่จะมาเพิ่มแคลอรี่ในจานเพื่อสุขภาพของคุณได้ การทานสลัดจึงต้องเลือกวัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้เป็นเมนูสุขภาพอย่างแท้จริง

1. หากอยากเพิ่มโปรตีนในสลัด ให้เลือกเมนูที่มีเนื้อไก่ กุ้ง หรือปลาย่าง แทนการนำไปทอด และระวังอาหารจำพวกโปรตีนที่มีแคลอรี่สูง เช่น ไส้กรอก

2. หลีกเลี่ยงเครื่องเคียงที่มีไขมันสูง เช่น ชีส เบคอน หมี่กรอบ หัวหอมทอด ซาวครีม ขนมปังกรอบ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำ น้ำสลัดใส หรือน้ำสลัดงาญี่ปุ่น แทนน้ำสลัดแบบครีมที่มีปริมาณแคลอรี่สูงถึง 75 แคลอรี่ต่อช้อนโต๊ะ และลองใช้วิธีการเอาส้อมจุ่มในน้ำสลัดแล้วจิ้มผักสลัดทาน แทนการราดน้ำสลัดลงในจาน เพื่อให้ปริมาณน้ำสลัดที่น้อยลง แต่ยังคงได้รสชาติจองน้ำสลัดในทุกคำ

 

3 วิธีตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ตุลาคม 2560 เวลา 13:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520975

3 วิธีตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

โรคมะเร็งเต้านมมีวิธีตรวจด้วยตัวเองแบบง่ายๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยง

โรคมะเร็งเต้านม นับเป็นอีกโรคหนึ่งที่หากผู้ป่วยสังเกตถึงความผิดปกติของตนเองได้รวดเร็ว ก็จะทำให้ผลการรักษาเป็นไปได้อย่างดีมากยิ่งขึ้น โดยผู้ป่วยระยะเริ่มต้นมีโอกาสหายขาดได้ถึงร้อยละ 80 ของ ในขณะที่ผู้ป่วยระยะลุกลามมักจะมีโอกาสการหายขาดที่ลดน้อยลง ซึ่งมีจำนวนหญิงไทยจำนวนถึงร้อยละ 20 ที่เข้าพบแพทย์เมื่อมีอาการในระยะที่ลุกลามแล้ว ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีการเบื้องต้นที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจตรวจแมมโมแกรมที่ควรตรวจเป็นประจำทุกปี เมื่อมีอายุ 50 ปี ขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือการเช็คเต้านมด้วยตนเอง 3 วิธี ดังนี้

1. แบบแนวนอนขึ้นลงขนานกับลำตัว ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำสลับขึ้นลงและไปมาให้อย่างทั่วทั้งเต้านม

2. แบบก้นหอยหรือแบบตามเข็มนาฬิกา คลำจากบริเวณหัวนมวนออกตามเข็มนาฬิกา จนถึงบริเวณรักแร้ ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบหัวนมดูว่ามีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกมาหรือไม่

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. แบบรัศมีรอบเต้า เริ่มจากส่วนบนเต้านมเข้าหาฐานและขยับนิ้วหัวแม่มือจากฐานถึงหัวนมทำซ้ำเป็นรัศมีรอบเต้านม

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมในระยะที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ก็สามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ ดีขึ้นได้ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ระยะของโรคและชนิดของมะเร็งเต้านม ได้แก่ การผ่าตัด การฉายรังสี การรักษาด้วยยา ทั้งยาต้านฮอร์โมน และยาเคมีบำบัด

 

ตามรอยพ่อ… ผ่าน 3 สถานที่แห่งความทรงจำ

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520932

ตามรอยพ่อ… ผ่าน 3 สถานที่แห่งความทรงจำ

 

ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีต่อพสกนิกร จะสถิตในดวงใจของชาวไทยทั่วหล้าตราบนิรันดร์
ใครที่คิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 สุดหัวใจ หรือต้องการซึมซับพระอัจฉริยภาพและแนวพระราชดำริที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้เป็นอย่างดีให้คนไทยได้นำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ สามารถไปตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่าน 3 สถานที่แห่งความทรงจำอันทรงคุณค่าที่คัดสรรมาแล้วว่าควรค่าแก่การไปเยือน

รับรองว่ามาแล้วไม่เพียงกลับไปพร้อมความภาคภูมิใจที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย แต่ยังได้แรงบันดาลใจดีๆ มากมายกลับไปเป็นของแถม เพราะทุกพระจริยวัตร และพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ล้วนเป็นแบบอย่างอันดีงามที่พสกนิกรน้อมนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและการทำงาน ที่สำคัญแต่ละแห่งที่คัดสรรมานั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้มีวันหยุดยาว เพราะแต่ละแห่งสามารถเดินทางเช้าไปเย็นกลับได้แบบสบายๆ

ยลมรดกศิลป์แห่งแผ่นดิน ณ หออัครศิลปิน

ผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะไม่ว่าจะแขนงไหนก็ตาม ต้องมาเยือนหออัครศิลปิน แหล่งรวมมรดกศิลป์อันล้ำค่าของแผ่นดินที่ควรค่าแก่การศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี โดยมุ่งใช้เป็นสถานที่แสดงผลงานด้านศิลปวัฒธรรมอันทรงคุณค่าของพระองค์ ในฐานะองค์อัครศิลปินทั้ง 9 ด้าน ได้แก่ ด้านหัตถกรรม กีฬา วรรณศิลป์ จิตรกรรม ถ่ายภาพ ภูมิสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ดนตรี และการพระราชนิพนธ์เพลง นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่จัดแสดงประวัติและผลงานอันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติอีกด้วย

อาคารสีขาวของหออัครศิลปิน โดดเด่นด้วยหลังคาทรงไทยหน้าจั่วสูงแบบไทยประยุกต์ 3 ชั้น ประกอบด้วยอาคารหลัก ซึ่งใช้จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถด้านศิลปะ รวมทั้งผลงานศิลปะฝีพระหัตถ์ขององค์อัครศิลปินรายล้อมด้วยอาคารรูปตัวยู (U) ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “อัครศิลปินรายล้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ ซึ่งพระองค์ทรงให้การอุปถัมภ์” ภายในนิทรรศการมีการใช้สื่อผสมที่ทันสมัย ได้แก่ วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย และวิดีโอซีดี เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเยี่ยมชมให้กับผู้มาเยือน

ไฮไลต์ที่มาแล้วห้ามพลาดคือ ผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์จำนวนทั้งสิ้น 37 ภาพ โดยมีภาพฝีพระหัตถ์องค์จริง ซึ่งเป็นภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบที่ไม่ปรากฏชื่อจำนวน 4 ภาพ และภาพสำเนา 33 ภาพ ส่วนด้านหัตถกรรมนำเสนอแบบจำลองเรือใบซูเปอร์มด และเครื่องมือที่ทรงใช้ในการต่อเรือ ด้านประติมากรรมและการถ่ายภาพ จัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตมาจัดแสดงจำนวน 40 ภาพด้วยกัน และด้านคีตศิลป์และการพระราชนิพนธ์เพลงโดยเฉพาะ ห้องนี้พลาดไม่ได้เพราะมีการนำเสนอบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรูปแบบดนตรี 3 มิติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ซึมซับเรื่องราวของ “พ่อ”ผ่านหอจดหมายเหตุฯ

หลังจากชมหออัครศิลปินเสร็จแล้ว ถ้ายังไม่หมดแรง สามารถเดินต่อมาที่ “หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน โดยกรมศิลปากรได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้นในมหามงคลโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เพื่อเป็นศูนย์กลางการรวบรวม เก็บรักษาเอกสารสำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนเอกสารการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติต่างๆ

บนพื้นที่ 75 ไร่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ ถูกออกแบบให้เป็นอาคารแบบไทยประยุกต์ ประกอบด้วย 4 อาคาร คือ อาคารสำหรับเก็บเอกสารจดหมายเหตุ และอาคารให้บริการค้นคว้า ส่วนอีก 2 หลังเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจรวม 27 หัวข้อ ตลอดจนภาพถ่ายที่หาชมได้ยาก พร้อมกับเอกสาร จดหมายเหตุ สื่อโสตทัศนศึกษา

อาคารจัดแสดงต้อนรับผู้มาเยือนด้วยหลากหลายโซนให้เดินชมเพลินๆ ไฮไลต์คือ “โซนพสกนิกรจงรักภักดี” ชวนให้เพลินไปกับการจำลองบรรยากาศบ้านเรือนในอดีตที่มีการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของประชาชนในแต่ละยุคสมัย ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ ดวงตราไปรษณียากร ปฏิทิน วารสาร และนิตยสาร นอกจากนี้ยังมีการจำลองร้านตัดผมและร้านถ่ายรูปในอดีตที่มีการประดับพระบรมฉายาลักษณ์ และธงเฉลิมพระเกียรติ

ก่อนจะย้อนวันวานไปศึกษาพระราชประวัติตั้งแต่เมื่อครั้งเสด็จพระบรมราชสมภพ ณ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงปฐมบทแห่งการพัฒนา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา มาสู่โครงการในพระราชดำริมากมาย ปิดท้ายด้วยโซนพระบารมีปกเกล้า จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ในหัวข้อรูปที่ประชาชนชาวไทยทุกบ้านมีไว้สักการะ

ทั้งหออัครศิลปินและหอจดหมายเหตุฯ ตั้งอยู่ที่ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เปิดตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. เข้าชมได้ฟรี

วิถีเกษตรตามรอยพ่อ ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้นในปี 2539 ก่อนจะแยกตัวเป็นองค์การมหาชนในปี 2552 บนอาณาเขตอันกว้างใหญ่กว่า 300 ไร่ ถูกแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ กลุ่มพิพิธภัณฑ์ภายในอาคาร ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เรียนรู้อย่างมีความสุข สนุกสนาน” ผ่านนิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวพระราชกรณียกิจ พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพ ทั้งด้านเกษตร ดิน และน้ำ ด้วยสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งภาพยนตร์แอนิเมชั่น 3 มิติ โฮโลแกรม นิทรรศการ 4 มิติ และกลุ่มพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง พร้อมลงมือปฏิบัติ” โซนนี้เปิดโอกาสให้ซึมซับกับวิถีเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่แบบนอกตำรา ถูกใจเกษตรตัวจริงและคนเมืองที่สนใจทำเกษตร

ความน่าสนใจของพิพิธภัณฑ์มีชีวิตนี้ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในอาคาร ด้วยคณะหุ่นจำลองขบวนพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถัดเข้ามาจะพบกับโซน “กษัตริย์เกษตร” ต้อนรับทุกคนด้วยโรงภาพยนตร์ขนาด 120 ที่นั่ง ที่เตรียมไว้สำหรับฉายภาพยนตร์การ์ตูน 3 มิติ ที่เกี่ยวเนื่องกับกษัตริย์เกษตร 5 เรื่อง ได้แก่ “เรื่องของพ่อในบ้านเรา” “แผ่นดินของเรา” “ทรัพย์ดินสินนํ้า” “เมล็ดสุดท้าย” และ “ไผ่รวกกับตะวันผู้ยโส” จากบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะฉายหมุนเวียนตามรอบ แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยผู้ชมจะได้รับแว่น 3 มิติเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชม

ชมภาพยนตร์จบแล้ว ยังสามารถเดินชมโซนต่างๆ ภายในอาคาร อาทิ นิทรรศการ “วิถีเกษตรของพ่อ” “นวัตกรรมของพ่อ” แสดงนวัตกรรมที่ทรงคิดค้นและจดสิทธิไว้เป็นมรดกทางปัญญา แต่ที่พลาดไม่ได้คือโซน “คิดถึงพ่อไม่ลืมเลือน” ซึ่งจัดทำขึ้นใหม่เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการจำลองกำแพงพระบรมมหาราชวัง และภาพบรรยากาศของพสกนิกรชาวไทยที่หัวใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในวันที่เดินทางมาร่วมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่สนามหลวง พร้อมฉายวีดิทัศน์ย้อนวันวานอันแสนเศร้า นับตั้งแต่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์

ทัวร์จนทั่วอาคารแล้ว ใครที่ยังพลังเหลือสามารถเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์อาคารอื่นๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์วิถีน้ำ พิพิธภัณฑ์ดินดล หรือจะขึ้นรถพ่วงไปชม “พิพิธภัณฑ์เกษตรตามรอยพ่อ” และ “พิพิธภัณฑ์เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งจะมีการสาธิตไร่นา และการทำสวนตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงเต็มพื้นที่อันเขียวขจีรอบๆ พิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือน ยังจัดให้มีตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียงให้ช็อปสินค้าเกษตรปลอดภัยกลับบ้านด้วย

พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามโรงพยาบาลการุญเวช (นวนครเดิม) จ.ปทุมธานี เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์และวันนักขัตฤกษ์) เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมขึ้นอยู่กับอาคารที่เข้าชม สำหรับผู้ใหญ่เริ่มต้นที่ 40 บาท เด็กเริ่มต้นที่ 20 บาท

สุดสัปดาห์นี้ใครที่กำลังมองหากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ อย่าพลาดตามไปสัมผัสเรื่องราวของ “พ่อ” ให้ครบทั้ง3 แห่ง

6 วิธีหลับอย่างมีคุณภาพ

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ตุลาคม 2560 เวลา 10:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520942

6 วิธีหลับอย่างมีคุณภาพ

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับงานมาทั้งวัน การได้กลับถึงบ้านล้มตัวในห้องนอน ดูจะเป็นการฟื้นฟูร่างกายแต่ละวันได้ดีที่สุด

ทอม เบรดี้ ควอเตอร์แบ็กชื่อดังจากทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ แชมป์โลก 4 สมัย ผู้เห็นความสำคัญของการนอนหลับ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายให้คงสมรรถภาพอยู่ในระดับสูงสุด มีความสำคัญต่อโปรแกรมเทรนนิ่งแบบองค์รวม เขาได้เผยถึง 6 วิธีในการช่วยให้นอนหลับสบาย และตื่นขึ้นมาพร้อมกับสภาพร่างกายที่ฟื้นคืนสภาพ รู้สึกเจ็บปวดน้อยลง แม้ออกกำลังกายมาอย่างหนัก ดังนี้

1. ปิดอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดสัก 30 นาทีก่อนนอน เพื่อเตรียมจิตใจให้พร้อมสำหรับการพักผ่อน

2. อุณหภูมิจะต้องเหมาะกับร่างกาย ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป (สอดคล้องกับการอ้างอิงของสมาคมโรคจากการนอนหลับแห่งประเทศไทย)

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. หมั่นทำความสะอาดไม่ให้สิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้ามาในห้องนอน ไม่ว่าจะเป็นขนสัตว์หรือฝุ่น เพราะจะทำให้การหายใจติดขัดได้

4. เข้านอนให้เป็นเวลา เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพักผ่อน

5. สร้างบรรยากาศห้องให้เงียบ ปราศจากเสียงรบกวนใดๆ

6. สวมชุดนอน Under Armour เพื่อให้ร่างกายคืนสภาพจากการออกกำลังกายได้เร็ว และช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ชุดนอนไฮเทค Athlete Recovery Sleepwear ทอด้วยเทคโนโลยีพิเศษไบโอเซรามิก ซึ่งช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังจากออกกำลังกายอย่างหนักได้เป็นอย่างดี ที่ทอมได้ชวนแบรนด์ แอทลีทของ Under Armour เควิน ฮาร์ลีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม และผู้บริหารคนอื่นๆ จากอันเดอร์ อาร์เมอร์มาดูวิธีสาธิตการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณน่องจากแมทช์การแข่งขันเมื่อปี 2557 ด้วยการใช้ผ้าที่ทำจากไบโอเซรามิกมาพันบริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสามารถช่วยได้จริงหลังจากการแข่งขัน จนทำให้อันเดอร์ อาร์เมอร์สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มชุดนอนขึ้นมา

ที่มา: M2F

 

6 สิ่งที่ควรทำก่อนทานบุฟเฟ่ต์

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ตุลาคม 2560 เวลา 18:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520814

6 สิ่งที่ควรทำก่อนทานบุฟเฟ่ต์

สิ่งที่ควรทำก่อนทานอาหารมื้อใหญ่ๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับหุ่นและน้ำหนัก

หากคุณวางแผนที่จะไปทานอาหารมื้อใหญ่ๆ หรือต้องไปทานบุฟเฟ่ต์กับกลุ่มเพื่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็กลัวจะกระทบกับหุ่นที่อุตส่าห์ออกกำลังกายมา หรือกลัวจะน้ำหนักขึ้นฮวบฮาบเพียงเพราะเผลอตามใจปากไปแค่มื้อเดียว เราเลยมีตัวช่วย 6 สิ่งที่ควรทำตาม ก่อนที่จะไปทานอาหารมื้อใหญ่ๆ เพื่อให้กระทบกับร่างกายของเราให้น้อยที่สุด

1. จิบชาเป็ปเปอร์มิ้นท์: กลิ่นหอมของมิ้นท์มีส่วนช่วยลดความอยากอาหารลงได้

2. ดื่มน้ำหนึ่งแก้ว: โดยปกติแล้วกระเพาะอาหารสามารถจุอาหารและของเหลวได้ประมาณหนึ่งลิตร การดื่มน้ำสักแก้วก่อนมื้ออาหารจะทำให้อิ่มไวขึ้น

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. ทานแอปเปิ้ล: การทานแอปเปิ้ลก่อนมื้ออาหาร 15 นาทีจะช่วยให้ทานน้อยลง เนื่องจากเส้นใยในแอปเปิ้ลจะทำใหอิ่มเร็วขึ้น

4. ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายก่อนออกไปทานอาหารมื้อใหญ่ๆ ประมาณ 15 นาที สามารถไประงับการผลิตฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความหิวได้

5. นอนหลับให้เพียงพอ: การนอนกลับไม่เพียงพอนั้นมีส่วนทำให้ร่างกายอยากอาหารมากขึ้น ดังนั้นก่อนจะจัดหนักกับอาหารมื้อใหญ่ ควรแน่ใจก่อนว่าวันนั้นพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว

6. อย่าอดอาหาร: อย่าอดอาหารเพื่อไปจัดหนักมื้อใหญ่ทีเดียว เนื่องจากร่างกายจะสะสมพลังงานไว้ยามที่อดอาหาร ทำให้ไม่เกิดการเผาผลาญ สะสมเป็นไขมันส่วนเกิน ควรทานอาหารตามปกติเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญ

ที่มา: thehealthsite

 

4 พฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ตุลาคม 2560 เวลา 17:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520810

4 พฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง

มะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัว แต่หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพียงเล็กน้อยก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งได้

โรคมะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัว และแน่นอนว่าใครๆ ก็ไม่อยากเป็น ซึ่งโรคนี้ยังไม่มีใครค้นพบสาเหตุที่ตายตัว แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยง และทำให้เราห่างไกลจากโรคนี้ได้พอสมควร การที่จะห่างไกลโรค เราสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเอง

1. ไม่สูบบุหรี่: การไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนเลย หรือการเลิกสูบบุหรี่มาอย่างน้อย 5 ปี จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งได้

2. เลิกดื่มแอลกอฮอล์: การงดดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มให้น้อยลง จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งได้ โดยผู้หญิงไม่ควรดื่มเกินหนึ่งขวดต่อวัน และผู้ชายไม่ควรดื่มเกินสองขวด แต่หากงดได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงไปเลย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. มีดัชนีมวลกายที่ดี: ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI ที่เหมาะสม คือ ระหว่าง 18.5 ถึง 27.5

4. ออกกำลังกายเป็นประจำ: การออกกำลังกายเป็นประจำ โดยออกกำลังกายอย่างหนัก 75 นาที หรือออกกำลังกายแบบปานกลาง 150 นาที จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งได้

ที่มา: health

 

7 ประโยชน์ของดอกดาวเรืองในด้านสุขภาพ

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ตุลาคม 2560 เวลา 16:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520797

7 ประโยชน์ของดอกดาวเรืองในด้านสุขภาพ

รวมประโยชน์ของดอกดาวเรืองต่อสุขภาพของเราที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ช่วงนี้ใครๆ ก็ต่างพากันปลูกดอกดาวเรืองกันทั่วประเทศไทย รู้หรือไม่ว่านอกจากประโยชน์ทั่วๆ ไปอย่างการใช้ประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือน ใช้เพื่อจัดแจกันหรือทำพวงมาลัยแล้ว ดอกดาวเรืองบางสายพันธุ์ เมื่อนำมาสกัดแล้วยังมีประโยชน์ในแง่สุขภาพอีกด้วย

1. ควบคุมอาการอักเสบ – จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Biology ของอินเดีย ระบุไว้ว่า สารสกัดจากดอกดาวเรืองสามารถลดไซโตไคเนสที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้ ในกรณีที่คุณมีอาการอักเสบและปวดบวม ให้ดื่มชาดอกดาวเรืองเพื่อช่วยบรรเทาอาการ

2. บรรเทาอาการผิวไหม้จากแดด – จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Young Pharamacists ระบุไว้ว่า การเพิ่มน้ำมันหอมระเหยที่มีสารสกัดจากดอกดาวเรืองลงในครีมทาผิว สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกันแดดได้ หรือให้ผสมน้ำมันดอกดาวเรืองลงในน้ำแร่แล้วสเปร์ยทั่วผิวหน้าก็ใช้ได้เช่นกัน

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. ฟื้นฟูสุขภาพช่องปาก – การใช้สารละลายดอกดาวเรืองหยดลงบนผิวฟันเป็นขั้นตอนแรกก่อนแปรงฟันในตอนเช้าและก่อนนอน สามารถช่วยป้องกันฟันผุ สลายคราบแบคทีเรีย ช่วยให้ฟันขาวขึ้น และลดอาการอักเสบที่มาจากโรคเหงือกได้

4. เยียวยาบาดแผล – สารสกัดจากดอกดาวเรืองได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า สามารถช่วยรักษาแผลและสมานแผลที่ผิวหนังได้รวดเร็วขึ้น

5. ปกป้องจากการติดเชื้อของกระเพาะอาหาร – การดื่มชาที่สกัดจากดอกดาวเรืองจะช่วยบรรเทาแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบ ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้

6. ปลอบประโลมผิว – น้ำมันดอกดาวเรืองมีคุณสมบัติในการทำให้ผิวนุ่มขึ้น สามารถใช้เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดีเยี่ยมในช่วงฤดูหนาว

7. ลดอาการปวดท้องประจำเดือน – อาการไม่พึงประสงค์ในช่วงนั้นของเดือนถือเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับสาวๆ เลยก็ว่าได้ แต่มีงานวิจัยระบุไว้ว่า ชาดอกดาวเรือง และน้ำมันดอกดาวเรือง สามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการกระตุกเกร็ง และบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้

ที่มา: thehealthsite

 

3 เคล็ดลับท่องเที่ยวอย่างมีความสุขในทุกการเดินทาง

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ตุลาคม 2560 เวลา 13:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520757

3 เคล็ดลับท่องเที่ยวอย่างมีความสุขในทุกการเดินทาง

เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง ให้ท่องเที่ยวอย่างสนุกในทุกทริป

หลายคนที่เดินทางไปท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ น่าจะพอรู้เคล็ดลับการจัดกระเป๋า การวางแผนการเดินทาง หรือเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ กันดีอยู่แล้ว แต่ยังมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็สามารถช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ให้ในทุกการเดินทางของคุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

1. สร้างเพลย์ลิสต์พิเศษสำหรับทริปนั้น

เขาว่ากันว่า เสียงดนตรีมักจะเชื่อมโยงกับความทางจำของเราได้ดีที่สุด การสร้างเพลย์ลิสต์สำหรับทริปสุดพิเศษช่วงสองสามวันก่อนการเดินทางประมาณ 15 – 20 เพลง เพื่อฟังระหว่างการเดินทางในทริปนั้น เมื่อคุณได้ยินเพลงเหล่านั้นยามจบทริปไปแล้ว คุณจะไม่ลืมว่าตอนฟังเพลงนั้น คุณกำลังท่องเที่ยวอยู่ที่ไหน และบทเพลงจะพาความทรงจำแห่งความสุขของคุณให้ไหลย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

2. ท่องเที่ยวในงบประมาณที่เหมาะสม

จริงอยู่ที่ว่าหลายคนไปท่องเที่ยวเพื่อไปพักผ่อน ก็คงจะอยากสุขสบาย พักโรงแรมหรู มีอ่างน้ำให้แช่ผ่อนคลาย นั่นก็เป็นทางเลือกที่ไม่ได้แย่ แต่การใช้จ่ายอย่างประหยัด พักผ่อนพร้อมเรียนรู้วัฒนธรรม ออกไปข้างนอก พบเจอชาวบ้านคนท้องถิ่น ก็อาจจะเป็นอีกบรรยากาศที่น่าไปสัมผัสมากกว่านอนขลุกอยู่แต่ในโรงแรมหรู เพราะนอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิมแล้ว ยังได้พบปะผู้คน และมีโอกาสได้เพื่อนเพิ่มอีกด้วย

3. คิดไว้เสมอว่าเราเป็นแขก

เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ คุณควรจำไว้เสมอว่า คุณเป็นแขกของที่นั่น วัฒนธรรมของพวกเขาอาจแตกต่างจากของคุณ แต่มันก็เป็นความรับผิดชอบของคุณในฐานะนักท่องเที่ยว ที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีของสถานที่ที่คุณไปเยี่ยมชม และเคารพในวิถีชีวิตของพวกเขา เพื่อให้เกิดความสุขทั้งกับตัวนักท่องเที่ยวเองและคนท้องถิ่น

ที่มา: popsugar

 

5 สัญญาณเตือน รถคู่ใจเริ่มงอแง

Published December 11, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ตุลาคม 2560 เวลา 11:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520753

5 สัญญาณเตือน รถคู่ใจเริ่มงอแง

สัญญาณที่เตือนถึงความผิดปกติของรถยนต์ และจำเป็นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ

เป็นเรื่องปกติที่สมรรถนะการทำงานของรถยนต์คู่ใจจะค่อยๆ ลดลงไปตามระยะเวลาการใช้งาน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่ารถกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติและจำเป็นต้องมีการดูแลรักษาเป็นพิเศษ วันนี้ น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์คุณภาพสูง “เชลล์ เฮลิกส์ ไฮไมล์เลจ” จึงมีเคล็ดลับดีๆ ในการจับสังเกตความผิดปกติดังกล่าวมาฝากกัน

1. สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัด: จุดสังเกตที่เห็นได้ง่ายที่สุดคงจะหนีไม่พ้นสัญญาณไฟต่างๆ บนหน้าปัดรถยนต์ ดังนั้น หลักในการสังเกตง่ายๆ คือหากมีสัญญาณไฟเตือนติดขึ้นในระหว่างขับขี่ นั่นอาจแสดงถึงความผิดปกติของรถยนต์ ผู้ขับขี่จึงควรหมั่นสังเกตสัญญาณไฟเตือนทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะขับขี่

2. ใช้เวลาสตาร์ทนานกว่าเดิม: โดยปกติหลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว ควรจะใช้เวลาติดเครื่องไม่นาน แต่หากรถผ่านการใช้งานยาวนานและขาดการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เช่น จอดทิ้งไว้นานๆ หรือขั้วแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ อาจส่งผลให้กระแสไฟในรถจ่ายได้ไม่ทั่วถึง ทำให้สตาร์ทติดยากหรือต้องสตาร์ทซ้ำๆ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณว่าคุณต้องรีบตรวจเช็กรถยนต์คันโปรดของคุณแล้วล่ะ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. เสียงดังผิดปกติ: ในรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน หากมีเสียงดังผิดปกติ เช่น เสียงดังขณะเหยียบเบรก ซึ่งอาจเป็นเพราะผ้าเบรกใกล้หมดอายุการใช้งาน หรือเสียงเครื่องยนต์ที่ดังผิดปกติจนได้ยินได้ชัดเจนจากห้องโดยสาร ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของเครื่องยนต์ หรือมีสิ่งสกปรกสะสมในเครื่องยนต์ ให้รีบนำรถเข้ารับการตรวจเช็กจากผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน

4. ของเหลวรั่วซึม: หากสังเกตเห็นปริมาณของของเหลวลดลงเร็วผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น หรือมีรอยน้ำมันหยดเป็นทาง ล้วนเป็นสัญญาณฟ้องว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้น ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น การเสื่อมสภาพตามการใช้งานของท่อหรือข้อยางต่างๆ ผู้ใช้รถจึงควรหมั่นตรวจเช็กระดับของเหลวเป็นประจำ

5. ควันมากจนผิดสังเกต: รถยนต์เมื่อใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะในเครื่องยนต์ดีเซล อาจมีควันสีขาวหรือสีดำออกมาจากท่อไอเสีย ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่มีน้ำมันเครื่องเล็ดลอดเข้าไปยังห้องเผาไหม้ เนื่องจากการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ เช่น ลูกสูบ หากพบว่ารถยนต์มีควันออกจากท่อไอเสียเป็นปริมาณมากจนสังเกตได้ ควรรีบนำรถเข้าตรวจเช็กทันที นอกจากจะเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังเพื่อลดมลภาวะที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์อีกด้วย

ที่มา: M2F

 

%d bloggers like this: