โซไซตี้

All posts tagged โซไซตี้

โซไซตี้ : แทนคำขอบคุณจากใจ…มอบสุขภาพที่ดีให้ “บางจาก”

Published June 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377301

โซไซตี้ : แทนคำขอบคุณจากใจ...มอบสุขภาพที่ดีให้ “บางจาก”

โซไซตี้ : แทนคำขอบคุณจากใจ…มอบสุขภาพที่ดีให้ “บางจาก”

วันเสาร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ ร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “Good Health Act Now” เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธไมตรีระหว่างสภากาชาดไทยและบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงเป็นการแสดงความขอบคุณที่บริษัทบางจากฯ ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสภากาชาดไทยผ่านการระดมทุนในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแบบบูรณาการเชิงรุกอันจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีอย่างยั่งยืนกับกลุ่มผู้บริจาคภาคองค์กร

โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่มุ่งหวังให้ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของบริษัทบางจากฯ ที่อยู่ในกลุ่มวัยใกล้เกษียณอายุ ได้เตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ และให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเล็งเห็นถึงความ
สำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการเตรียมตัวดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง โดยจะเน้นการให้ความรู้เชิงป้องกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ ในชีวิตประจำวันหลังวัยเกษียณดังคำพูดที่ว่า “เกษียณอย่างเกษม” เพื่อแทนคำขอบคุณจากใจสภากาชาดไทยด้วยการมอบสุขภาพที่ดีตามภารกิจแก่นหลักจากสภากาชาดไทย

Advertisements

โซไซตี้ : สภากาชาดไทย รณรงค์วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก 2561 เน้นย้ำ ‘เผยแพร่ข่าวสาร สื่อสารเภทภัย ปลอดจากภัยพิษสุนัขบ้า’

Published May 28, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โซไซตี้ : สภากาชาดไทย รณรงค์วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก 2561 เน้นย้ำ ‘เผยแพร่ข่าวสาร สื่อสารเภทภัย ปลอดจากภัยพิษสุนัขบ้า’

โซไซตี้ : สภากาชาดไทย รณรงค์วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก 2561 เน้นย้ำ ‘เผยแพร่ข่าวสาร สื่อสารเภทภัย ปลอดจากภัยพิษสุนัขบ้า’

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา ผอ.สถานเสาวภา สภากาชาดไทย พร้อมด้วย พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน กรมควบคุมโรคภูมิ จันทรตรี ผช.ผอ.สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร, ศ.พิเศษดร.ภญ.สุมนา ขมวิลัย รอง ผอ.สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร,ศ.กิตติคุณ ดร.นายสัตวแพทย์ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร รอง ผอ.สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ฝ่ายวิชาการ, สุนันทา ศรอนุสิน ผอ.สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย,กรองทอง เพ็ชรวงศ์ ผอ.สำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สำนักงานบริหาร สภากาชาดไทย

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เป็นสถาบันวิจัยร่วมกับองค์การอนามัยโลกในการศึกษาวิจัยด้านพยาธิกำเนิดและการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการให้การรักษา ผู้ที่สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย และเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2465 เป็นต้นมา

ในปีนี้ สถานเสาวภา สภากาชาดไทยร่วมกับภาคีเครือข่ายหลัก ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมควบคุมโรคกรมปศุสัตว์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานครคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอีก 8 หน่วยงาน ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) ประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561ณ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เพื่อเน้นเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนไทยตระหนักถึงความรุนแรงของโรคพิษสุนัขบ้า การป้องกันตัวเอง และสัตว์เลี้ยง ตามคำขวัญประจำปีที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก คือ “Share the message, Save a life” หรือ “เผยแพร่ข่าวสาร สื่อสารเภทภัย ปลอดจากภัยพิษสุนัขบ้า” พร้อมแนะนำให้ประชาชนยึดหลัก “คาถา 5 ย.” เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า โดยมี ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา ผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย พร้อมด้วย พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน กรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าว

คิง เดอะวอยซ์ และโอ้-เสกสรรค์ จากโมโนมิวสิค

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าจากหน่วยงานต่างๆ ขบวนพาเหรดรณรงค์วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก การประกวดภาพถ่ายมือสมัครเล่นในหัวข้อ “เพราะเธอคือเพื่อน” การประกวดภาพถ่ายเซลฟี่ในหัวข้อ “หมาแมวเพื่อนรัก” กิจกรรมบันเทิงบนเวทีโดยศิลปินจิตอาสา อาทิ โอ้-เสกสรรค์ คิง เดอะวอยซ์ จากโมโนมิวสิค จุ้มจิ้ม-กิตติลักษณ์ AF1 และจีน-พัทธนันท์ AF1 นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้า และการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบล่วงหน้าแก่บุคคลทั่วไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา ผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย แถลงว่า “ตามที่องค์การอนามัยโลกได้รายงานสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าด้วยยอดผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 รายต่อปีทั่วโลก ผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งอยู่ในทวีปเอเชียและอีกเกือบครึ่งอยู่ในทวีปแอฟริกา คนอาจจะรู้สึกว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้ที่จริงแล้วยังมีเพื่อนมนุษย์เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าทั่วโลกเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คนอยู่ในปัจจุบันนี้ ดังนั้นโรคพิษสุนัขบ้าจึงเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญและควรจะได้รับการแก้ไขจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ที่ก่อโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว วัว ควาย ลิง ชะนี กระรอก กระแต กระต่าย หนู ค้างคาว รวมถึงคนด้วย หากคนถูกสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด ข่วน หรือมีแผลถลอกที่ถูกน้ำลายของสัตว์แล้ว เชื้อไวรัสจะเดินทางจากบาดแผลไปตามเส้นประสาทและเข้าสู่สมอง เมื่อเกิดอาการป่วยขึ้นจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ และต้องเสียชีวิตทุกราย”

ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบล่วงหน้า

พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน กรมควบคุมโรค ร่วมแถลงว่า“เป้าหมายของการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย คือการป้องกันการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สำหรับสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า ในปี พ.ศ. 2560 มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และในปีนี้ตั้งแต่วันที่1 มกราคม-10 กันยายน 2561 มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 16 ราย จาก 14 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์และระยอง จังหวัดละ 2 ราย สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ตาก และสุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยได้รับเชื้อจาก สุนัข 15 ราย แมว 1 ราย เป็นสัตว์มีเจ้าของถึงร้อยละ 60 ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดนี้ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและมากกว่าร้อยละ 90ไม่ได้ไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งถูกสุนัขที่ตนเองเลี้ยง กัด ข่วน และคิดว่าไม่เป็นไรจึงทำให้ไม่เข้ารับการรักษา”

ขบวนพาเหรดรณรงค์วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก 2561

ในปี พ.ศ. 2560 กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการสำรวจความรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าของประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 60 คิดว่าโรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ ร้อยละ 20คิดว่าการใช้รองเท้าตบแผลสามารถกำจัดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ และร้อยละ 40 คิดว่าลูกสุนัขจะไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนร่วมกันดำเนินการเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าใน 4 ข้อสำคัญ ดังนี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนครั้งแรกเมื่ออายุ 2-4 เดือน แล้วฉีดซ้ำตามกำหนดนัดทุกปี, ไม่ควรปล่อยสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านตามลำพังโดยไม่ใส่สายจูง เพราะอาจถูกสุนัขจรจัดที่เป็นโรคพิษสุขบ้ากัดได้, ช่วยกันลดจำนวนสุนัขที่ไม่มีเจ้าของหรือสุนัขที่ไม่มีผู้รับผิดชอบโดยการทำหมันถาวร และลดความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัดหรือป้องกันด้วย “คาถา 5 ย.” คือ อย่าแหย่ ให้สุนัขโมโห โกรธ อย่าเหยียบ หาง หัว ตัว ขา หรือทำให้สุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ ตกใจ อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบ ชามข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร และ อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้กับสุนัขหรือสัตว์ต่างๆ ที่ไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบประวัติ นอกจากนี้ เมื่อถูกสุนัขหรือแมว กัด ข่วน ต้องล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด ใส่ยารักษาแผลสด กักสุนัขหรือแมวไว้ดูอาการ 10 วัน ไปพบแพทย์เพื่อรับการศึกษาที่ถูกต้อง และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบตามนัด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 02-2520161-4 หรือ 1664

นิทรรศการและกิจกรรมภายในงาน

โซไซตี้ : เปิดห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ สวนลุมพินี ภายใต้แนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต”

Published May 28, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374356′

โซไซตี้ : เปิดห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ สวนลุมพินี ภายใต้แนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต”

โซไซตี้ : เปิดห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ สวนลุมพินี ภายใต้แนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต”

วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กทม.เดินหน้านโยบาย “ห้องสมุดมีชีวิต” ดึง “เอชเอสบีซี” ธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทยยกเครื่องโซนเด็กและเยาวชนในห้องสมุดสวนลุมพินีให้เป็นอาคารรูปเต่าทองกลางสวนสาธารณะ พร้อมด้วยพื้นที่รองรับการจัดกิจกรรมหลากหลายให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเรียนรู้ โดยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย เคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบี ซี ประเทศไทย ร่วมทำพิธีเปิด “ห้องสมุดเด็กและเยาวชนเอชเอสบีซี สวนลุมพินี” พร้อมทั้งส่งต่อห้องสมุดฯ ให้แก่เด็กและเยาวชนเข้ามาใช้ประโยชน์ ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีนโยบายปรับปรุงและพัฒนาห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ สวนลุมพินี ภายใต้แนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต” ซึ่งในเบื้องต้นได้พัฒนาพื้นที่โซนเด็กและเยาวชน โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เป็นผู้ให้การสนับสนุนและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้เกิด “ห้องสมุดเด็กและเยาวชนเอชเอสบีซีสวนลุมพินี” ที่ทันสมัยและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวเป็นโถงอาคารที่มีพื้นที่ดิน อาคารเป็นรูปเต่าทองสีแดงสดใส ตั้งอยู่ใจกลางสวนลุมพินี เพื่อดึงดูดให้เด็กและเยาวชนเข้ามาอ่านหนังสือและเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเสริมทักษะต่างๆ สำหรับเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะ

“กรุงเทพมหานครขอขอบคุณธนาคารเอชเอสบีซีที่ได้เข้ามาพัฒนาห้องสมุดสวนลุมพินีแห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนมีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างเสริมสาธารณประโยชน์เพื่อเด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไป อันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของการเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว

เคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบี ซี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธนาคาร เอชเอสบีซี ในฐานะธนาคารชั้นนำระดับโลก และธนาคารแห่งแรกในประเทศไทย มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มเอชเอสบีซีที่มุ่งเน้นด้านการช่วยเหลือพัฒนาการศึกษาและทักษะอาชีพของเยาวชน การสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อองค์กรและผู้ประกอบการ และการจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นปณิธานในการดำเนินธุรกิจของเอชเอสบีซีที่จะสร้างความยั่งยืนให้แก่ประชาคมโลก”

“ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จและยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ และเพื่อฉลองครบรอบ 130 ปีการดำเนินธุรกิจของธนาคารเอชเอสบีซีในประเทศไทย ธนาคารฯ จึงได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการปรับปรุง “ห้องสมุดเด็กและเยาวชนเอชเอสบีซี สวนลุมพินี” เพื่อให้เด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานครมีแหล่งเรียนรู้และพื้นที่อ่านหนังสือที่ทันสมัยและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวโดยสร้างเป็นอาคารรูปเต่าทองสีแดงใจกลางสวนลุมพินี โดยนอกจากการพัฒนาปรับปรุงตัวอาคารให้สวยงามทันสมัยแล้ว ธนาคารยังจะร่วมกับกรุงเทพมหานครสนับสนุนการจัดกิจกรรมเสริมทักษะความรู้ด้านต่างๆของเด็กและเยาวชนอีกด้วย อาทิ การสอนทักษะภาษาอังกฤษ การให้ความรู้เรื่องการออมเงิน การจัดกิจกรรม D.I.Y. หรือการนำวัสดุสิ่งของเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นของที่ระลึก เป็นต้น”

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส ส่งต่อความสุข สถานีที่ 19

Published May 27, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373079

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส ส่งต่อความสุข สถานีที่ 19

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส ส่งต่อความสุข สถานีที่ 19

วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งต่อความสุข กับโครงการ CSR “สถานี ส่งความสุขจากชาวบีทีเอส กรุ๊ปฯ” ของกลุ่มบริษัทบีทีเอส ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เด็กนักเรียน ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งในครั้งนี้จัดเป็นสถานีที่ 19 ณ โรงเรียนวัดขุนซ่อง สาขาบ้านโป่งเกตุ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารกลุ่มบริษัท อาทิ สุจินต์ หวั่งหลี,เกียรติ ศรีจอมขวัญ, มารุต อรรถไกวัลวที, รังสิน กฤตลักษณ์ และ คชาชาญ มงคลเจริญ นำพนักงานจิตอาสาจากบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กว่า 30 คน พร้อมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลวิภาวดี นพ.ชัยสิทธิ์ คุปต์วิวัฒน์ กรรมการบริหาร เดินทางไปส่งมอบความสุข โดยมี พิทักษ์ แดงสกุล รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดขุนซ่อง สาขาบ้านโป่งเกตุ พร้อมเด็กนักเรียน และชาวบ้านต้อนรับอย่างอบอุ่น

ในครั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้นำสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็นไปมอบให้แก่เด็กนักเรียนจำนวน 235 คน ประกอบด้วย กระเป๋าเป้ ชุดวอร์ม สมุด กระปุกออมสิน ร่วมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค ให้กับชาวบ้านกว่า 160 คน และส่งมอบ ธนาคารขยะ ให้กับโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้การคัดแยกขยะที่ถูกวิธี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการร่วมกันเปิดป้ายโครงการ “สถานี ส่งความสุขจากชาวบีทีเอส กรุ๊ปฯ” สถานีที่ 19 อีกด้วย

เพียงรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจากเด็กนักเรียน และชาวบ้าน จากทุกโรงเรียนทั่วทุกภูมิภาค ที่กลุ่มบริษัทบีทีเอสได้ไปส่งมอบความสุข จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราได้สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ต่อไป

โซไซตี้ : อิ่มบุญ อิ่มใจ ใส่ใจสุขภาพ หนูด่วนชวนกินเจ ปีที่ 11

Published May 25, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371607

โซไซตี้ : อิ่มบุญ อิ่มใจ ใส่ใจสุขภาพ หนูด่วนชวนกินเจ ปีที่ 11

โซไซตี้ : อิ่มบุญ อิ่มใจ ใส่ใจสุขภาพ หนูด่วนชวนกินเจ ปีที่ 11

วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ก้าวเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวทุกปีอีกหนึ่งเทศกาลที่ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนถือปฏิบัติ สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน กว่า 400 ปี ตั้งแต่บรรพบุรุษ กับเทศกาลถือศีลกินเจ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง9 ค่ำ เดือน 9 นับตามปฏิทินจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 8-17 ตุลาคม 2561 ประชาชนส่วนใหญ่จะงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด ถือศีล บำเพ็ญบุญ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม

ในปีนี้ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกลุ่มบริษัทบีทีเอสได้จัดงาน หนูด่วนชวนกินเจเป็นปีที่ 11 ในแนวคิด อิ่มบุญอิ่มใจ ใส่ใจสุขภาพ เป็นระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-14 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยให้บริการอาหารเจฟรีแก่ประชาชน ณ บริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นพิเศษ โดยเชิญชวนพันธมิตรจากเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารวันสยาม ซึ่งเป็นการรวมพลังของ สยามพารากอนสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ และเครือสหพัฒน์ นำอาหารเจ และผลิตภัณฑ์อาหารเจ มาแจกให้ประชาชนรับประทานฟรีรวมกว่า 6,000 คน ซึ่งในแต่ละวันมีเมนูอาหารเจ รวมกว่า 30 รายการ อาทิ ขนมจีนเจผัดหมี่ซั่วเจ น้ำพริกอ่องเจ ผัดจับฉ่ายไหหลำเจ ลาบเจ ผัดโหงวก๊วยเจ ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ ก๋วยจั๊บเจ เทมปุระเต้าหู้มากิเจ ฯลฯ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติที่ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่ในการประกอบอาหาร

ทั้งนี้ ภายในพิธีเปิดงานเมื่อวันศุกร์ที่12 ตุลาคม ที่ผ่านมา มานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมด้วย กวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร อาทิ  ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน, สมพล ตรีภพนารถ,นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, วิชัย กุลสมภพ และประพาส เหลืองศิรินภา ได้มาเป็นเกียรติร่วมเปิดงานด้วย ในปีนี้ ได้จัดให้มีการ สาธิตการทำอาหารเจ ข้าวผัดหนำเลี้ยบเจ จากเชฟต้อ-ณัฐวัฒน์ กาสารัง เชฟประจำร้านสุกียากี้ นัมเบอร์วัน มาโชว์ฝีมือผัดข้าวผัด ซึ่งเชฟต้อได้บอกเคล็ดลับแบบไม่ปิดบัง ว่า “การทำข้าวผัดให้หอมอร่อย คือการใช้ข้าวเก่า หรือข้าวที่หุงไว้แล้วแช่ตู้เย็น และใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพดีโดยตัวหนำเลี้ยบ เม็ดต้องอวบอ้วนไม่แห้งไป เพียงแค่นี้ รสชาติก็อร่อย อย่าบอกใคร”

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ ขับเคลื่อนพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องให้ยั่งยืน

Published May 25, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371419

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ ขับเคลื่อนพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องให้ยั่งยืน

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ ขับเคลื่อนพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องให้ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“การดำเนินธุรกิจนั้นไม่ควรคำนึงถึงแค่ผลประโยชน์ของแต่ตัวเราเอง แต่ต้องมองถึงสังคมรอบข้าง และที่สำคัญต้องต่อเนื่องและยั่งยืน” ธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ตอกย้ำแนวความคิดการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมที่พนักงานทุกคนเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนมากว่าทศวรรษ นโยบายการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ครอบคลุมทุกมิติทางสังคม ได้แก่ Tollway Smart Way – ยกระดับการศึกษาของสังคม, Tollway Green Way -ยกระดับสิ่งแวดล้อม, Tollway Better Way – ยกระดับคุณภาพชีวิตสังคม, Tollway Happy Way – ยกระดับสังคมปลอดยาเสพติด, Tollway Safety Way – ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนโดยในปี พ.ศ.2561 บริษัทได้จัดกิจกรรมดีๆมากมาย ครบทั้ง 5 ด้าน อาทิ กิจกรรมวันเด็ก ที่ทาง บมจ.ทางยกระดับดอนเมืองร่วมกับแขวงทางหลวงกรุงเทพ จัดขึ้นเพื่อส่งมอบความสุขให้กับเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ในธีม Super Hero

กิจกรรมมอบชุดตรวจสารเสพติดเบื้องต้นโดยมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขอรับการสนับสนุน ซึ่งในปีนี้ได้มอบไปกว่า9,000 ชุด อีกทั้งยังมีจัดกิจกรรมสร้างสนามเปตองให้กับโรงเรียนตาดหมอกวิทยา จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการให้กับเยาวชนและคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์และส่งเสริมกิจกรรมทางการกีฬาเพื่อต่อต้านยาเสพติด

กิจกรรมมอบป้ายเขตโรงเรียนและสัญญาณไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งพนักงานจิตอาสาได้ลงพื้นที่ในการติดตั้งป้ายบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อให้ผู้ใช้รถได้ชะลอความเร็ว ป้องกันอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนมากขึ้น ซึ่งในปีนี้ได้ส่งมอบให้ 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านมะม่วงเจ็ดต้น โรงเรียนบ้านวังเพลงและโรงเรียนเทศบาล 2 วัดแก้วจันทราราม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ทั้งนี้ทางบริษัทยังได้จัดกิจกรรมสร้างวินัยในการใช้ทาง โดยได้ลงพื้นที่ในการตีเส้นจราจรในโรงเรียนพร้อมทั้งตีเส้นจุดจอดรถหน้าโรงเรียนสำหรับผู้ปกครองที่มารับ-ส่งนักเรียนให้กับโรงเรียนวัดเปรมประชากรอีกด้วย

กิจกรรมสุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ โดยในปีนี้ บมจ.ดอนเมืองโทลล์เวย์ครบรอบ 30 ปี จึงได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 30 ทุน ให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แก่นักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์
วรดิตถ์ จังหวัดอ่างทอง ก่อให้เกิดความสุขของการเป็นผู้ให้และผู้รับ

กิจกรรมสงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจเพื่อร่วมทาง ซึ่งได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้ทางขับขี่ปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ ทางบริษัทได้แจกกระเป๋ากันง่วงและบริการตรวจเช็คสภาพรถให้ฟรีกับผู้ใช้ทาง

กิจกรรม Give Sight Give Smile ให้การมองเห็น ให้รอยยิ้ม ซึ่ง บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณจัดโครงการดังกล่าวกับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตั้งจุดรับบริจาคแว่นตาเก่าที่ยังมีสภาพดี นำมาตัดแว่นสายตาให้กับน้องๆ ที่มีเกณฑ์สายตาผิดปกติ ในมูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และยังได้สนับสนุนกิจกรรมทำความสะอาดที่อยู่อาศัยของสุนัขจรจัด รวมถึงมอบอาหารเม็ดและยากำจัดเห็บหมัดให้กับศูนย์รับเลี้ยงสุนัขจรจัดพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อีกด้วย

โครงการโทลล์เวย์ พาน้องท่องโลกกว้าง พาน้องๆ นักเรียนร่วมเปิดโลกกว้างในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งปีนี้ได้พาน้องๆ จากโรงเรียนเปรมประชากร เขตดอนเมือง จำนวน 40 คน เข้าชมและทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆ ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี

โครงการให้ใจห่วงใยสังคม ปีที่ 11 ที่พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ลงพื้นที่ปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ให้กับโรงเรียนบ้านหนองแขม ตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งพนักงานได้ช่วยกันซ่อมแซม ทาสี และทำพื้นคอนกรีต ส่งมอบให้โรงเรียนได้ใช้เป็นโรงอาหารและสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ

บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้านและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงานจิตอาสา ซึ่งนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถผนวกความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าไปในทุกกระบวนการทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

โซไซตี้ : รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs

Published May 2, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368683

โซไซตี้ : รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs

โซไซตี้ : รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs

วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหาร ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ จัดงาน รวมพลัง 100 ร้านค้า The Platinum Empowering SMEs เพื่อเป็นการประกาศศักยภาพแบรนด์แฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปทั่วโลก โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก สรัญพงศ์ อัครพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการออกแบบอุตสาหกรรมและบรรจุภัณฑ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานภายในงาน พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรให้กับ 100 ร้านค้า SME ไทย ในโครงการ The Platinum Empowering SMEs โอกาสนี้ สมพร นาคซื่อตรง รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ได้มอบรางวัลพิเศษ Platinum Star Designer ให้กับ 5 ร้านค้าชั้นนำสุดโดดเด่นได้แก่ พาณิภัค วัฒโนดม ร้านเดอ เบอรี่(De Berry), ชนุรักษ์ แซ่ย่าง ร้านวีแชนเนล(V Shanel), ศิริวรรณ ดีรักษา ร้านโปร ช้อป (Pro Shop), ธัญจิรา สุคนธากร ร้านโมเดลคิดส์(Model Kids) และ ล้อมพร ผาติหัตถกรร้านโอเอซิส (Oasis) ในโอกาสที่ทั้ง 5 ร้านเป็นร้านค้าต้นแบบในการพัฒนา แบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ภายในงานยังมีแฟชั่นโชว์เสื้อผ้า เครื่องประดับ มิกซ์แอนด์แมทช์ ใหม่ล่าสุด จากไทยดีไซน์แบรนด์ ในโครงการ The Platinum Empowering SMEs สวมใส่โดยนายแบบ นางแบบชั้นนำ มากกว่า 20 ชุด สร้างความตื่นตาตื่นใจ และความภาคภูมิใจกับผู้ประกอบการร้านค้ากว่า 150 ชีวิต ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องแซฟไฟร์ ชั้น 7 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ

สรัญพงศ์ อัครพงษ์ ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมการออกแบบอุตสาหกรรมและบรรจุภัณฑ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และ สมพร นาคซื่อตรง รอง กก.ผจก. บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป เป็นประธานในงานและมอบรางวัล Platinum Star Designer ให้กับ 5 ร้านค้าชั้นนำสุดโดดเด่น

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิเอสซีจี’ สานต่อโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4

Published May 1, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/368510

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิเอสซีจี’ สานต่อโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิเอสซีจี’ สานต่อโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4

วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“มูลนิธิเอสซีจี” เดินหน้าโครงการมอบทุนบุตรผู้พิทักษ์ป่าปีที่ 4 ภายใต้โครงการ “Sharing the Dream Scholarship โดยมูลนิธิเอสซีจี” มอบ 160 ทุนใน 92 พื้นที่อนุรักษ์ มอบโอกาสทางการศึกษาแก่ครอบครัวฮีโร่ผู้พิทักษ์ป่า เผยตั้งเเต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มูลนิธิฯ มอบทุนไปแล้ว 366 ทุน 152 พื้นที่อนุรักษ์ พร้อมขยายความร่วมมือสู่กิจกรรมต่างๆภายใต้ โครงการ “HANDS FOR HEROESรวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า” โดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดกิจกรรมจะนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนที่จำเป็นให้กับพู้พิทักษ์ป่า เบื้องต้นได้จัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนให้กับผู้พิทักษ์ป่าไปแล้ว 15 หน่วย

ขจรเดช เเสงสุพรรณ กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี เปิดเผยว่า มูลนิธิเอสซีจี ได้มอบทุนในปี 2561 ให้แก่บุตรผู้พิทักษ์ป่าจำนวน 160 ทุน ใน 92 พื้นที่อนุรักษ์ โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลผู้พิทักษ์ป่าจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเครือข่ายพันธมิตร และปีนี้นับเป็นปีที่ 4 แล้วที่มูลนิธิฯดำเนินโครงการนี้ โดยเริ่มในปี 2558 เป็นปีแรก รวมจนถึงปัจจุบันได้มอบทุนให้กับบุตรผู้พิทักษ์ป่าไปแล้ว 366 ทุน 152 พื้นที่อนุรักษ์ มูลนิธิเอสซีจีตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความเสี่ยงและอันตราย เพื่อดูแลผืนป่าและสัตว์ป่า ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่ ซึ่งทุนที่บุตรของผู้พิทักษ์ป่าได้รับนั้นมูลนิธิเอสซีจีจะมอบให้ต่อเนื่องไปจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทุนที่ให้นี้เป็นทุนให้เปล่า ไม่มีภาระผูกพันต้องใช้คืน เรียกได้ว่าช่วยลดความกังวลให้กับผู้พิทักษ์ป่า ไม่ต้อง “ห่วงหน้า พะวงหลัง” สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังทำให้บุตรของผู้พิทักษ์ป่าได้ตระหนักถึงความดีและหน้าที่ของบิดาในฐานะ ฮีโร่ที่ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญให้กับประเทศชาติอีกด้วย”

นอกจากการมอบทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปีแล้ว ในปีนี้มูลนิธิฯ ยังได้ขยายความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าด้วยการจัดโครงการ “HANDS FOR HEROES รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า” มีการจัดกิจกรรม 3กิจกรรมด้วยกัน ได้แก่ กิจกรรมเพ้นท์เสื้อ Paint for Heroes กิจกรรมเดิน-วิ่ง Run for Heroes และกิจกรรมคอนเสิร์ต Songs fromHeroes-Songs for Heroes เพื่อหารายได้นำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนที่จำเป็นให้กับผู้พิทักษ์ป่า อีกทั้งยังเป็นการจุดประกายให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่าโดยมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดไปแล้วหนึ่งกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเพ้นท์เสื้อ Pain For Heroes และได้นำรายได้ไปจัดซื้ออุปกรณ์ลาดตระเวนที่จำเป็นให้กับผู้พิทักษ์ป่าไปเเล้วจำนวน 15 หน่วย

ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมอุทยานฯมีความยินดีที่ได้มีส่วนในการสนับสนุนมูลนิธิเอสซีจีในการคัดเลือกบุตรผู้พิทักษ์ป่าที่เหมาะสมให้ได้รับทุนการศึกษา ผู้พิทักษ์ป่าเหล่านี้นับว่าเป็นผู้เสียสละและมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องและดูแลผืนป่ารวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ การดูแลและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้พิทักษ์ป่า นับเป็นการสร้างพลังใจให้กับพวกเขาได้รับรู้ว่าไม่ถูกทอดทิ้งและรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงขอขอบคุณในความตั้งใจอันดีของภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรของผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งเป็นเยาวชนของชาติให้เติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

โซไซตี้ : ‘รพ.จุฬาฯ’ ติดตั้งโทรศัพท์ฉุกเฉิน ยกระดับความปลอดภัยให้ทันสมัยและรวดเร็ว

Published April 29, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/367153

โซไซตี้ : ‘รพ.จุฬาฯ’ ติดตั้งโทรศัพท์ฉุกเฉิน  ยกระดับความปลอดภัยให้ทันสมัยและรวดเร็ว

โซไซตี้ : ‘รพ.จุฬาฯ’ ติดตั้งโทรศัพท์ฉุกเฉิน ยกระดับความปลอดภัยให้ทันสมัยและรวดเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้มุ่งมั่นยกระดับการรักษาโรคสำหรับประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้วางยุทธศาสตร์ในการบริการทางการแพทย์ที่เหนือระดับสู่มาตรฐานสากล รวมถึงการอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ผู้มารับบริการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เกิดความคล่องตัวสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนอกจากการให้บริการด้านการรักษาโรค โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ยังตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้มารับบริการ เนื่องจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่มีเนื้อที่ถึง 136 ไร่การดูแลอำนวยความสะดวกอาจไม่เพียงพอและทั่วถึง จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีระบบการสื่อสารและอุปกรณ์โทรศัพท์ฉุกเฉิน Emergency Call ภายในโรงพยาบาลให้มีความทันสมัย และสะดวกต่อการใช้งาน

Emergency Call เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วจำนวน 35 จุด จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการและบุคลากรภายในเขตพื้นที่ของโรงพยาบาล โดยผู้ที่หลงทาง ต้องการความช่วยเหลือ หรือผู้ที่ประสบเหตุภายในโรงพยาบาลสามารถแจ้งเหตุการณ์ผ่าน Emergency Call ได้ เพียงกดปุ่มจะมีสัญญาณไฟแจ้งเตือน ทำให้ผู้คนบริเวณรอบๆ สังเกตเห็นได้ชัด ระบบของ Emergency Call ยังเชื่อมโยงแม่ข่ายไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัย ศูนย์ CommandCenter ของโรงพยาบาล พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับระบบเครื่อง AED ของทีม CPR โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สามารถมองเห็นภาพที่เกิดเหตุและให้คำแนะนำเบื้องต้นได้ทันที ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะประสานงานแจ้งทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง เพื่อไปยังจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วทันเวลา

การพัฒนาระบบการสื่อสารและอุปกรณ์โทรศัพท์ฉุกเฉินภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นับว่ามีความทันสมัย และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการดูแลสอดส่องเรื่องของความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยและผู้มาใช้บริการโรงพยาบาล สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทันที เป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการด้านสุขภาพสู่มาตรฐานสากลระดับโลก

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

Published March 27, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365718

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดุษฎี พูลศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งและ กก.ผจก.บจ.คลอสโมโนโพล พร้อมด้วยผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร นพกิต แสงสุเรนทร์,รณวิษญ์ จุลชาต, วีระชัย อังคสุวรรณ และแขกผู้มีเกียรติ วิโรจน์ ลี้ตระกูล,ธวัชชัย เทพพิทักษ์, กานต์ สุวรรณกิติ

“คลอสโมโนโพล” ผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยความร่วมมือใกล้ชิดกับผู้ผลิตไวน์จากเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส จำนวนกว่า 60 ราย จัดงานเปิดตัว พร้อมขับเคลื่อนตลาดไวน์เบอร์กันดีในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย ณ ร้านอาหารลียง (Lyon French Cuisine)โดยภายในงานนอกจากจะมีการแนะนำไวน์เบอร์กันดี (Burgundy)รสชาติเยี่ยม เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารฝรั่งเศสจานหรูรสเลิศแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก อ.ไพรัช อินทะพุฒ ประธานสมาคมซอมเมอร์ลิเย่ร์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการอาหารและเครื่องดื่มมากว่า 20 ปี และเป็นกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์เบอร์กันดี มาร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย นพกิต แสงสุเรนทร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์ มาให้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับคุณภาพและความพรีเมียมของไวน์เบอร์กันดี การดื่มไวน์ที่ถูกต้อง และอาหารที่ทานคู่กับไวน์ (Wine and Food Pairing) อีกด้วย

รักษ์ แสงสุเรนทร์, รณวิษญ์ จุลชาต และ ดุษฎี พูลศิริ

ดุษฎี พูลศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท คลอสโมโนโพล จำกัด กล่าวว่า “บริษัทเกิดจากความร่วมมือกันของสองบริษัทผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีชั้นนำของประเทศ ระหว่างบริษัท เอสเตลล่า จำกัด (Estella Wine) และบริษัท โกลบอล วินยาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือGlobal Vineyards (Thailand)เพื่อขับเคลื่อนตลาดไวน์เบอร์กันดีในประเทศไทยให้สามารถทัดเทียมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพและความต้องการของผู้ดื่มในประเทศไทยที่ยังมีความต้องการไวน์ชนิดนี้อยู่มาก รวมถึงปัจจัยทางสังคมที่ตอบรับ ไม่ว่าโรงแรมหรือร้านอาหารที่ต่างเปิดตัวเพิ่มขึ้นตลอดจนการจัดอันดับต่างๆ ของร้านอาหาร ทำให้กระแสการกินการดื่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในสังคม ไวน์เบอร์กันดีมีความน่าสนใจและมีคุณค่าเนื่องจากเป็นไวน์ที่มีคุณภาพดี เกรดพรีเมียม หายาก ราคาสูง และได้รับการยอมรับว่าเป็นไวน์จากพื้นที่ปลูกองุ่นที่ดีที่สุดในโลก เป็นที่ต้องการของนักดื่มไวน์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดงหรือไวน์ขาวล้วนติดอยู่ในลิสต์ต้นๆ ของโลก โดยคลอสโมโนโพล มีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีชั้นนำในเอเชีย ตอนนี้ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นตลาดไวน์เบอร์กันดีที่ขยายตัวเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยขณะนี้กลุ่มเป้าหมายของคลอสโมโนโพลแบ่งออกเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม  ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง (HORECA) และ Private Customer ซึ่งจำหน่ายผ่านฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัทจำนวนประมาณ 7,000-8,000 ราย นอกจากนี้ยังมีลูกค้าที่เป็นสมาชิกแบบ Exclusive อีกด้วย และในอนาคตบริษัทมีแพลนที่จะเปิดร้านค้าปลีก (Retail Store)เพื่อเป็นอีกช่องทางในการจัดจำหน่ายและขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น”

ดวงพร โปษยานนท์, รณวิษญ์ จุลชาต และ อธิชัย โปษยานนท์

มสธร เห็นใจชน, บ๊อบบี้-ปนุ สมบัติยานุชิต

%d bloggers like this: