โซไซตี้

All posts tagged โซไซตี้

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

Published March 27, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365718

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘คลอสโมโนโพล’ นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดุษฎี พูลศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งและ กก.ผจก.บจ.คลอสโมโนโพล พร้อมด้วยผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร นพกิต แสงสุเรนทร์,รณวิษญ์ จุลชาต, วีระชัย อังคสุวรรณ และแขกผู้มีเกียรติ วิโรจน์ ลี้ตระกูล,ธวัชชัย เทพพิทักษ์, กานต์ สุวรรณกิติ

“คลอสโมโนโพล” ผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีที่ใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยความร่วมมือใกล้ชิดกับผู้ผลิตไวน์จากเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส จำนวนกว่า 60 ราย จัดงานเปิดตัว พร้อมขับเคลื่อนตลาดไวน์เบอร์กันดีในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย ณ ร้านอาหารลียง (Lyon French Cuisine)โดยภายในงานนอกจากจะมีการแนะนำไวน์เบอร์กันดี (Burgundy)รสชาติเยี่ยม เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารฝรั่งเศสจานหรูรสเลิศแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก อ.ไพรัช อินทะพุฒ ประธานสมาคมซอมเมอร์ลิเย่ร์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการอาหารและเครื่องดื่มมากว่า 20 ปี และเป็นกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์เบอร์กันดี มาร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย นพกิต แสงสุเรนทร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์ มาให้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับคุณภาพและความพรีเมียมของไวน์เบอร์กันดี การดื่มไวน์ที่ถูกต้อง และอาหารที่ทานคู่กับไวน์ (Wine and Food Pairing) อีกด้วย

รักษ์ แสงสุเรนทร์, รณวิษญ์ จุลชาต และ ดุษฎี พูลศิริ

ดุษฎี พูลศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท คลอสโมโนโพล จำกัด กล่าวว่า “บริษัทเกิดจากความร่วมมือกันของสองบริษัทผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีชั้นนำของประเทศ ระหว่างบริษัท เอสเตลล่า จำกัด (Estella Wine) และบริษัท โกลบอล วินยาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือGlobal Vineyards (Thailand)เพื่อขับเคลื่อนตลาดไวน์เบอร์กันดีในประเทศไทยให้สามารถทัดเทียมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพและความต้องการของผู้ดื่มในประเทศไทยที่ยังมีความต้องการไวน์ชนิดนี้อยู่มาก รวมถึงปัจจัยทางสังคมที่ตอบรับ ไม่ว่าโรงแรมหรือร้านอาหารที่ต่างเปิดตัวเพิ่มขึ้นตลอดจนการจัดอันดับต่างๆ ของร้านอาหาร ทำให้กระแสการกินการดื่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในสังคม ไวน์เบอร์กันดีมีความน่าสนใจและมีคุณค่าเนื่องจากเป็นไวน์ที่มีคุณภาพดี เกรดพรีเมียม หายาก ราคาสูง และได้รับการยอมรับว่าเป็นไวน์จากพื้นที่ปลูกองุ่นที่ดีที่สุดในโลก เป็นที่ต้องการของนักดื่มไวน์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดงหรือไวน์ขาวล้วนติดอยู่ในลิสต์ต้นๆ ของโลก โดยคลอสโมโนโพล มีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้นำเข้าไวน์เบอร์กันดีชั้นนำในเอเชีย ตอนนี้ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นตลาดไวน์เบอร์กันดีที่ขยายตัวเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยขณะนี้กลุ่มเป้าหมายของคลอสโมโนโพลแบ่งออกเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม  ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง (HORECA) และ Private Customer ซึ่งจำหน่ายผ่านฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัทจำนวนประมาณ 7,000-8,000 ราย นอกจากนี้ยังมีลูกค้าที่เป็นสมาชิกแบบ Exclusive อีกด้วย และในอนาคตบริษัทมีแพลนที่จะเปิดร้านค้าปลีก (Retail Store)เพื่อเป็นอีกช่องทางในการจัดจำหน่ายและขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น”

ดวงพร โปษยานนท์, รณวิษญ์ จุลชาต และ อธิชัย โปษยานนท์

มสธร เห็นใจชน, บ๊อบบี้-ปนุ สมบัติยานุชิต

Advertisements

โซไซตี้ : A`MAZE มัลติแบรนด์สโตร์แนวใหม่ เปิดสาขาแรกในไทยที่สเปลล์

Published March 27, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365511

โซไซตี้ : A`MAZE มัลติแบรนด์สโตร์แนวใหม่ เปิดสาขาแรกในไทยที่สเปลล์

โซไซตี้ : A`MAZE มัลติแบรนด์สโตร์แนวใหม่ เปิดสาขาแรกในไทยที่สเปลล์

วันเสาร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

3 ผู้บริหารจาก บมจ.บูติค นิวซิตี้ ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา,ประวรา เอครพานิช และ ตวงทิพย์ ณ นคร รับการแสดงความยินดีจาก จิตตินันท์หวั่งหลี รอง กก.ผจก.สายพัฒนาธุรกิจและการตลาด พร้อมผู้แทนจากสเปลล์ ในงาน A`MAZE Opening Party ฉลองเปิดร้านใหม่

A`MAZE (เอ-เมส) มัลติแบรนด์สโตร์แนวใหม่ ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าแฟชั่นเปิดสาขาแรกที่ สเปลล์ @ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยมี 3 ผู้บริหาร ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา, ประวรา เอครพานิช และ ตวงทิพย์ ณ นคร รับการแสดงความยินดีจากจิตตินันท์ หวั่งหลี รองกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจและการตลาด พร้อมผู้แทนจากสเปลล์ ในงาน A`MAZE Opening Party ฉลองเปิดร้านใหม่กับคอนเซ็ปต์ของ A`MAZE ที่จะพาสาวๆ ไปพบกับความพิเศษในทุกประสบการณ์แต่งตัว

ภายในงาน ออกัส-ทารินี ทรงเกียรติธนา และ Online Influencer 5 สาวสวย จูน-ธีรตี บุตรดีหงษ์, บิว-วราภรณ์ ปิยะนันทสมดี, น้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย,ณัชชา ชาติอนุลักษณ์, หลิน-มาลิน ที่มาร่วมปาร์ตี้ฉลองความสนุกแมชท์เสื้อผ้าที่ทำให้ทุกคนได้ลองกล้า ซ่า เปรี้ยว และฉีกจากกรอบการแมทช์ชุดแบบเดิมๆ พร้อมกิจกรรมถ่ายภาพสุดชิคในร้าน A`MAZE ซึ่งได้เกิดเป็นธีมการประกวด A`MAZEYourself Challenge ถ่ายรูปตัวเองในร้าน A`MAZE ให้สวย สนุก ซ่าส์ โดยให้ติดโลโก้ A`MAZE ในภาพร่วมส่งเข้าประกวดใน Facebook :A`mazeลุ้นรับ Microsoft Surface go แท็บเลตแนวใหม่ ที่มีความเบาบางที่สุด ซึ่ง A`MAZE สาขาแรกแห่งนี้มีความโดดเด่นด้วยการตกแต่งในสีสันที่เป็นเอกลักษณ์และลักษณะการจัดวางสินค้าสไตล์ EXHIBITION โดยเฉพาะคอนเซ็ปต์ที่เริ่มจากคำว่า MAZE มีความหมายว่าเขาวงกตผสมกับคำว่า AMAZING หมายถึงน่าทึ่ง น่าแปลกใจ ซึ่งก็คือ maze +amazing เป็นการหลงทางที่ได้พบกับสิ่งใหม่อันน่ามหัศจรรย์ ร้าน A`MAZE จึงอยากสื่อให้เข้าใจว่าแฟชั่นคือความสนุกของการท่องโลกใหม่ เสื้อผ้าในร้านเป็นการผสานไอเทมต่างๆ ของ GUY LAROCHE (กี ลาโรช), GSP(จีเอสพี) JOUSSE (จู๊สส์),LOFFICIEL (ลอฟฟิเซีย), C&D (ซีแอนด์ดี),SPRINGFIELD (สปริงฟิลด์), WOMEN’ SECRET (วูแมน ซีเคร็ต) รวมถึงแบรนด์อื่นๆ A`MAZE จึงกลายเป็นพื้นที่ให้คุณกล้าสนุกกับการแต่งตัวในสไตล์ไม่เหมือนใครที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณผู้หญิงทุกวัยได้เอ็นจอยไปกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ในแบบที่ต่างออกไปให้สาวๆ ได้ใช้เวลาในร้านได้อย่างเพลิดเพลินได้แล้ววันนี้

พญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์ ร่วมยินดี

พบกับ A`MAZE ที่ทำให้สาวๆ ต้องตาลุกวาวได้ที่ศูนย์การค้าสเปลล์ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น G และเร็วๆ นี้ที่ A`MAZE LIFESTYLE BUILDINGสยามสแควร์ ซอย 2 อย่าลืมมาอัพเดตความเคลื่อนไหวของเอ-เมสได้ที่เฟซบุ๊คเพจ : A`MAZE อินสตาแกรม IG : amaze.official.th และไลน์แอด :amazestore

โซไซตี้ : โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์กรุงเทพฯ จัดพิธีไหว้ครูประจำปี

Published March 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364294

โซไซตี้ : โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์กรุงเทพฯ  จัดพิธีไหว้ครูประจำปี

โซไซตี้ : โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์กรุงเทพฯ จัดพิธีไหว้ครูประจำปี

วันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ กรุงเทพฯ ก่อตั้งโดย ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ ประธานคณะกรรมการกลุ่มโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์เปิดรับนักเรียนอายุ 2-18 ปี ตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีทั้งแบบประจำและไป-กลับ ได้ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีไทยโดยจัดพิธีไหว้คุณครูขึ้นวันนี้ ซึ่งคุณครูส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษกว่า 100 ท่าน

มร.ปีเตอร์ โฮแกน ครูใหญ่ ได้กล่าวต้อนรับนักเรียน ครูและผู้ปกครองที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ตลอดจนกล่าวถึงความสำคัญของพิธีไหว้ครูเนื่องจากเป็นโรงเรียนนานาชาติ ที่มีนักเรียนจากทั่วโลกมาเรียนที่รีเจ้นท์ นอกจากชาวไทยแล้วยังมีนักเรียนชาวอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อาร์มีเนีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ ซึ่งพวกเขาได้เรียนรู้ถึงขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในการจัดพิธีไหว้ครู มอบพานดอกไม้ พวงมาลัย รำลึกถึงความสำคัญของครูที่ให้ความรู้แก่พวกเขาด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

โซไซตี้ : จังหวัดสระบุรี เหล่ากาชาด และซีพีเอฟ มอบบ้านให้คนพิการ

Published March 11, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362868

โซไซตี้ : จังหวัดสระบุรี เหล่ากาชาด และซีพีเอฟ มอบบ้านให้คนพิการ

โซไซตี้ : จังหวัดสระบุรี เหล่ากาชาด และซีพีเอฟ มอบบ้านให้คนพิการ

วันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี และอำเภอวังม่วงร่วมมอบบ้านและที่ดินแก่ ราตรี พันธมัง คนพิการที่ยากไร้และทำตัวเป็นแบบอย่างของจังหวัด เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนด้อยโอกาสในสังคม และสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมกันนี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟได้ร่วมมอบเครื่องบริโภคและอุปโภคเป็นกำลังใจแก่คนพิการด้วย

บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวในพิธีมอบบ้านว่า จังหวัดสระบุรี และเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี พร้อมกับซีพีเอฟร่วมกันมอบบ้านและที่ดิน แก่ ราตรี พันธมัง คนพิการพนักงานของซีพีเอฟอาศัยอยู่ในตำบลคำพราน อ.วังม่วง จ.สระบุรี ภายใต้ “โครงการเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ซ่อมแซม ปรับปรุงและสร้างบ้านผู้ยากไร้” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนฐานะยากจนและด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ร่วมสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชน

“การที่ ราตรี พันธมัง ได้รับคัดเลือกจากเหล่ากาชาดจังหวัดรับการสนับสนุนให้มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองในครั้งนี้ จากการเป็นแบบอย่างคนพิการที่มีฐานะยากไร้ ไม่มีที่อยู่อาศัย แต่ ใฝ่ดี
ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค มีความตั้งใจขยันหมั่นเพียร และเป็นคนดี รวมทั้งเป็นที่รักจากคณะครู และนักเรียนโรงเรียนวัดคำพราน รวมถึงเพื่อนบ้านในชุมชน”

เหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี มอบบ้านชั้นเดียวพร้อมที่ดิน มีมูลค่าก่อสร้าง 155,000 บาท แก่ ราตรีและครอบครัว 3 คนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองอย่างมั่นคง โดย ราตรีจะต้องรับผิดชอบผ่อนค่าที่ดินขนาด 50 ตารางวา เป็นเดือนละ 2,000 บาท ซึ่งนำรายได้ที่ราตรีได้รับเป็นประจำทุกเดือนจากการเป็นพนักงานของซีพีเอฟ ในกลุ่มธุรกิจสุกร ในโครงการจัดจ้างคนพิการทำงานสาธารณประโยชน์ในชุมชนของซีพีเอฟ โดยปฏิบัติงานช่วยครูทำความสะอาดอาคารเรียน และเป็นผู้ช่วยพี่เลี้ยงนักเรียนเวลารับประทานอาหารกลางวัน ของโรงเรียนวัดคำพราน ต.คำพรานอ.วังม่วง จ.สระบุรี

ด้าน ราตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาตัวเอง สามี และลูกไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ต้องอาศัยบนที่ดินของคนอื่น การได้รับความช่วยเหลือจากจังหวัดสระบุรีในครั้งนี้ เป็นผลจากการที่ได้เป็นพนักงานของซีพีเอฟ ซึ่งทำให้ตนเองได้รับโอกาสในการมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง และมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือให้ตนเองและครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง มีเงินเหลือเก็บไว้สำหรับลูกและการทำอาชีพเสริมรายได้ในอนาคต

สมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ราตรี เป็นคนพิการที่ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟร่วมกับอำเภอวังม่วง คัดเลือกเป็นพนักงานของซีพีเอฟให้ทำงานช่วยงานในชุมชนตนเอง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 เป็นต้นมาเพื่อร่วมเพิ่มโอกาสให้แก่คนพิการที่มีฐานะยากจน มีงานมีรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาและเลี้ยงดูครอบครัว ไม่เป็นภาระของคนอื่น นับเป็นหนึ่งของความร่วมมือของซีพีเอฟกับองค์กรภาครัฐ มีส่วนในการขับเคลื่อนให้คนพิการสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และซีพีเอฟยังให้ความสำคัญกับการดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนด้อยโอกาสในสังคมอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ซีพีเอฟ จัดจ้างคนพิการเป็นพนักงานบริษัท โดยตรง แทนการจ่ายเงินสมทบกองทุนส่งเสริมพัฒนาคนพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550
รวมทั้งหมด 734 คน แบ่งออกเป็น จ้างคนพิการทำงานในสถานประกอบการของบริษัททั่วประเทศ รวม 186 คน และจัดจ้างคนพิการที่ด้อยโอกาส ฐานะยากจน และมีอุปสรรคในการเดินทาง ให้ทำงานสาธารณประโยชน์หรือช่วยเหลืองานในชุมชนของคนพิการเอง อาทิ โรงเรียน วัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นต้นรวม 422 คน นอกจากนี้ ส่งเสริมอาชีพให้สัมปทานพิการจัดสถานที่ให้จัดจำหน่ายสินค้าในโรงงานและสถานประกอบการของบริษัท อีก 126 คน ทั้งนี้ ซีพีเอฟได้ร่วมกับอำเภอวังม่วงจัดจ้างคนพิการที่มีอุปสรรคในการเคลื่อนไหวทำงานในชุมชน วัด โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นจำนวน 6 คน

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์’

Published March 11, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362700

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์’

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์’

วันเสาร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน นำโดย วุฑฒิ ณัฐเมธิกุล กก.ผจก. จิม ทอมป์สัน, ดร.เจอร์ราลด์ เมซซาโลโว ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารกลุ่มจิม ทอมป์สัน และ รชยา วีระพงษ์ ผอ.ฝ่ายสินค้าส่วนบุคคล พร้อมด้วย ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธาน กก.บริหาร บ.เดอะมอลล์,เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียมและดิ เอ็มควอเทียร์, อรณิชา กรินชัย, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, อัครรัฐ วรรณรัตน์ ร่วมเปิดตัว“จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์” อย่างเป็นทางการ

จิม ทอมป์สัน เปิดตัว “จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์” ครั้งแรก ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม กับพื้นที่ทางแฟชั่นเปี่ยมรสนิยมที่สร้างสรรค์อย่างละเมียดละไมผ่านการผสานเรื่องราวแห่งวัฒนธรรม มรดกทางความคิด และอัตลักษณ์แห่งความเป็นแบรนด์ ภายใต้แนวคิดสวนป่าอันหรูหราใจกลางเมืองพร้อมพบกับหลากหลายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไอเท็มยอดนิยมจาก จิม ทอมป์สัน อาทิ ผ้าพันคอ กระเป๋า เนคไท สินค้าตกแต่งบ้าน รวมถึงเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีจากคอลเลคชั่นล่าสุด “Jim Thompson Fall/Winter 2018 Collection” ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรก ณ จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์ บริเวณเอ็มโพเรียม แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

รชยา วีระพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าส่วนบุคคล จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์ แห่งนี้ บรรจงถ่ายทอดความหรูหราด้วยการสร้างสรรค์องค์ประกอบและลูกเล่นต่างๆ ให้มีคาแร็กเตอร์เฉพาะเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์อย่างเด่นชัด อาทิ การใช้สีเขียวและสีน้ำตาล วัสดุและรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ รวมถึงการออกแบบภาพรวมของพื้นที่ภายในป๊อปอัพ สโตร์อย่างฟรีฟอร์ม เพื่อสื่อถึงความเป็นอิสระตามธรรมชาติ โดยมีพาวิลเลี่ยนส่วนกลางทำหน้าที่เสมือนใจกลางสวนที่โดดเด่นพร้อมให้ทุกท่านเดินเข้ามาค้นพบมุมต่างๆ ภายในที่จัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม พร้อมนำเสนอสินค้าอันหลากหลาย อาทิ สินค้าคลาสสิกไอเท็ม ได้แก่ ผ้าพันคอ กระเป๋า เนคไท สินค้าตกแต่งบ้าน รวมถึงเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีจากคอลเลคชั่นล่าสุดที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรก นอกจากนี้ ยังมีบริเวณสำหรับการจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เน้นตอบสนอง ไลฟ์สไตล์และความสนใจที่หลากหลายของลูกค้า อาทิ กิจกรรมเวิร์กช็อป มิกซ์แอนด์แมทช์ กิจกรรมเวิร์กช็อปสไตลิ่งผ้าพันคอสุภาพสตรี กิจกรรมแนะนำทิปส์การตกแต่งบ้านหลากสไตล์ เป็นต้น โดยเรามุ่งหวังให้จิม ทอมป์สัน ป๊อปอัพ สโตร์ ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม แห่งนี้เป็นแหล่งพบปะแห่งใหม่ของเหล่าแฟชั่นนิสต้า ลูกค้า และผู้ที่ชื่นชอบการแต่งตัวอย่างมีรสนิยมในแบบฉบับของ จิม ทอมป์สัน”

สุดถนอม กรรณสูต, พรรณภิลาศ พลธนะวสิทธิ์, ศิรารัตน์ บุรณศิริ และ สุธาวดี ศิริธนชัย

สุดถนอม กรรณสูต, พรรณภิลาศ พลธนะวสิทธิ์, ศิรารัตน์ บุรณศิริ และ สุธาวดี ศิริธนชัย
อมรพิมล วีรวรรณ

อมรพิมล วีรวรรณ
เจย์ และ จริยดี สเปนเซอร์

เจย์ และ จริยดี สเปนเซอร์

โซไซตี้ : ม.ศิลปากร จัดงาน QS Totally Arts Summit (Art & Design) ครั้งแรกในโลก

Published March 4, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361529

โซไซตี้ : ม.ศิลปากร จัดงาน QS Totally Arts Summit (Art & Design) ครั้งแรกในโลก

โซไซตี้ : ม.ศิลปากร จัดงาน QS Totally Arts Summit (Art & Design) ครั้งแรกในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ QuacquarelliSymonds (QS) สำนักจัดอันดับ มหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก อาทิ QS World University Rankings, QS AsianUniversity Ranking และ QS World University Rankings by Subjects จัดงานแถลงข่าวประกาศถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงานประชุมสุดยอดวิชาการนานาชาติด้านศิลปะและการออกแบบ ในชื่อ QS Totally Arts Summit (Art & Design) 2018 ซึ่งจะขึ้นครั้งแรกในโลก ระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม 2561 ณ โรงแรมมิลเลเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.วันชัย สุทธะนันท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงงานประชุม QS Totally Arts Summit (Art & Design) 2018 ที่จะเกิดขึ้นว่า มหาวิทยาลัยศิลปากรนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกจาก QS ให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการประชุมสุดยอดวิชาการนานาชาติด้านศิลปะและการออกแบบ งานประชุมดังกล่าวนอกเหนือจากจะเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายทางวิชาการในด้านศิลปะและการออกแบบผ่านผู้เข้าร่วมงานที่ประกอบด้วยนักวิชาการ นักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบ รวมถึงศิลปินระดับโลกรวมกว่านับร้อยท่านยังนับเป็นวาระอันดีที่จะชูศักยภาพและความก้าวหน้าในการศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากรให้ทั่วโลกได้ประจักษ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณ Mandy Mok (CEO of QS Asia) ที่มาร่วมกล่าวถึงศักยภาพของ QS ในฐานะผู้นำจัดอันดับสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลก และเหตุผลที่เลือกมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยแรกในเอเชียที่จัดงานประชุม QS Totally Arts Summit (Art & Design) เนื่องด้วยเป็นสถาบันเเห่งเเรกของไทยที่เปิดสอนด้านศิลปะเเละการออกแบบจนมีชื่อเสียงเเละได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติเเละนานาชาติ โดยมี อาจารย์ ดร.สุภาพ เกิดแสง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวชี้แจงถึงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยศิลปากร และ QS และภาพรวมของการจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ

ภายในงานแถลงข่าวเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยศิลปากรในแง่ของการเรียนการสอนศิลปะและการออกแบบระดับแนวหน้าของประเทศ ศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึง อาจารย์ ดร.ธนาทร เจียรกุล คณบดีคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ยังได้ร่วมกล่าวถึงศักยภาพของทั้งสองคณะในฐานะการเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ผลงานในระดับชาติและนานาชาติ พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณอริญชย์ รุ่งแจ้ง มาร่วมกล่าวถึงประสบการณ์ และพัฒนาการงานศิลปะและการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ ที่สร้างชื่อเสียงระดับชาติและนานาชาติ โดยคุณอริญชย์จะเป็น Key Note สำคัญในการประชุมที่จะถึงนี้ด้วยการประชุมสุดยอดในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลักคือ 21th Century Education: Nurturing Passion with Purpose หรือ “การเรียนการสอนด้านศิลปะและการออกแบบในศตวรรษที่ 21 ฟูมฟักแรงบันดาลใจอย่างมีจุดหมาย” ซึ่งในส่วนของการประชุมจะมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการศึกษาศิลปะและการออกแบบ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานด้านศิลปะในปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงไปตามนวัตกรรมของโลก อาทิ ศาสตราจารย์ Kin Wai Michael SIU จาก The Hong Kong Polytechnic University ศาสตราจารย์ด้าน Public Design ของมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง Public Design Lab ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวิศวกรรม จนได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก อาทิ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ศาสตราจารย์ Norman Cherry อดีตรองอธิการบดีฝ่ายศิลปกรรม มหาวิทยาลินคอล์น สหราชอาณาจักร ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระผู้มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นผู้บรรยายและที่ปรึกษาด้านศิลปะให้หลายประเทศ อาทิ ฮ่องกง ศรีลังกาและจอร์แดน ศาสตราจารย์ Shiro Matsui อาจารย์ประจำสาขาภาพแกะสลัก มหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบแห่งเกียวโต (Kyoto City University of Arts) ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยได้รับรางวัล Study in Japan Awardปี 2015 ให้เป็นสถาบันที่ควรเเนะนำให้แก่นักเรียนต่างชาติเข้าศึกษาต่อ และ อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินไทยร่วมสมัย ศิษย์เก่าของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  เจ้าของผลงาน Golden Teardrop ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดงผลงานศิลปะในงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “Venice Biennale 2013” ครั้งที่ 55 สาธารณรัฐอิตาลี นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัย 40 อันดับต้นของโลกด้านศิลปะ และการออกแบบ และสถาบันการศึกษาอื่นๆ ที่มีความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยศิลปากร อาทิ Nanjing University of Arts ประเทศไต้หวัน University of South Florida ประเทศสหรัฐอเมริกา Kyoto City University of Arts ประเทศญี่ปุ่น มาร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะทางการศึกษาศิลปะและออกแบบในครั้งนี้ด้วย

สำหรับหัวข้อหลักในการประชุมวิชาการนั้น มี 4 ประเด็นสำคัญในการหารือร่วมกัน ได้แก่ ReinventingArt and Design Education , Art and Design as fundamentals of the Creative Economy , Purpose and Impact: Art in Contemporary Human Society,Measuring Passion: Metrics for Excellence in Art and Design Educator

ตลอดสามวันของการจัดงานจะมีการนำเสนอผลงานวิชาการจำนวนกว่า 54 เรื่อง จากนักวิชาการ นักวิจัยชั้นนำรวมถึงการจัดแสดงผลงานสะสมของมหาวิทยาลัยศิลปากร จากเวทีประกวดศิลปกรรมระดับชาติ 3 เวที และผลงานจากนักออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับชาติอีกกว่า 20 ชิ้น อาทิ ผลงานรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ประเภทจิตรกรรม/ ชาติชายปุยเปีย : ศิลปินที่มีชื่อเสียงในผลงานจิตรกรรม, ผลงานรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ประเภทจิตรกรรม/ ปรีชา เถาทอง : ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์-วิจิตรศิลป์(ปี 2552), ผลงานรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ประเภทภาพพิมพ์/ สุรสีห์ กุศลวงศ์ : ศิลปินศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ (ปี 2557) ศิลปินที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติงานแนว Conceptual, ผลงานรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ประเภทภาพพิมพ์/ จักรี คงแก้ว : ศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงด้านภาพพิมพ์

โซไซตี้ : เปิดตัว Big Data พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

Published February 6, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360111

โซไซตี้ : เปิดตัว Big Data พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

โซไซตี้ : เปิดตัว Big Data พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดวิสัยทัศน์แสดงศักยภาพการใช้ Big Dataขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทุกระดับอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่การสร้างกำลังซื้อให้กับประชาชนในระดับฐานราก การสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพรายพื้นที่ให้กับประชาชนการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการฝึกอบรมที่เหมาะสม สอดคล้องกับระดับความสามารถของผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ รองรับเศรษฐกิจ 4.0 ตลอดจนการยกระดับธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังนำ Big Data มาใช้เพื่อยกระดับการทำงานของกระทรวงผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในและภายนอกกระทรวงเพื่อผลักดันการค้าของไทยสร้างรายได้จากการส่งออกให้บรรลุเป้าหมายทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลจากการพัฒนาBig Data ของกระทรวงพาณิชย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

กระทรวงพาณิชย์ในฐานะเป็นผู้ดูแลในด้านเศรษฐกิจ มุ่งหวังให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในยุคดิจิทัลให้เข้มแข็งในระยะยาว โดยใช้ประโยชน์จากการใช้ Big Data ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยนำข้อมูล Big Dataมาประมวล เพื่อ “สร้าง” อาชีพที่เหมาะสมให้กับประชาชนเป็นรายพื้นที่ อีกทั้งกระทรวงยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการ“สนับสนุน”องค์ความรู้ให้กับภาคประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงการค้าระหว่างประเทศตามศักยภาพรายบุคคลโดยกระทรวงได้บูรณาการข้อมูลและหลักสูตรการฝึกอบรมของทุกหน่วยงานในกระทรวง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของหลักสูตรก่อให้เกิดการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กระทรวงยังมีการใช้ประโยชน์จาก Big Data มาใช้ในการ “ส่งเสริม” การค้าระหว่างประเทศ โดยการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานด้านต่างประเทศของกระทรวง มาประมวลและแสดงผลแบบ Real-time เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารในการกำหนดนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนใช้ในการติดตาม ผลักดัน และขยายโอกาสการค้าระหว่างประเทศให้บรรลุเป้าหมาย

การดำเนินงานข้างต้นถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำ Big Data มายกระดับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์(Empowering MOC with Big Data)ใน 3 ด้าน คือ การอำนวยความสะดวกการให้บริการประชาชน, การลดขั้นตอนกระบวนการทำงานภายในกระทรวง และ การตัดสินใจในการวางนโยบายและกลยุทธ์ในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ดังจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี Big Data เป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจาย ไม่มีมูลค่า ให้เกิดเป็นข้อมูลที่มีมูลค่า เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายและแนวทางในการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ให้มีความถูกต้อง ชัดเจน เกิดผลสูงสุดต่อภาคส่วนประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

โซไซตี้ : อีกก้าวความสำเร็จ ประเทศไทย…สู่ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก

Published December 9, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352965

โซไซตี้ : อีกก้าวความสำเร็จ ประเทศไทย...สู่ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก

โซไซตี้ : อีกก้าวความสำเร็จ ประเทศไทย…สู่ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ระหว่างฝ่ายไทย-บาห์เรน

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ต้อนรับ ฯพณฯ ซาเยด อาร์. อัลซายานี (H.E. Mr. Zayed R. Alzayani) รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมพาณิชย์และการท่องเที่ยว ประเทศบาห์เรนและคณะ ให้เกียรติเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปี 2538 ได้กำเนิดศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกขึ้น คือ “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ” โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคทั้งมุสลิมและมิใช่มุสลิม และได้เติบโตขึ้นเป็นลำดับ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ โดยได้รับการประกาศเกียรติคุณว่าเป็นหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก พร้อมพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมฮาลาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานและทันสมัย จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติจากผลงานรางวัลอันหลากหลาย ทำให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ สู่การเป็นผู้นำทางด้านวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาลในระดับโลก นับเป็นเกียรติสำหรับประเทศไทยกับการขับเคลื่อนงานฮาลาล ทำให้ทั่วโลกมองประเทศไทยเป็นแบบอย่าง เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ กล่าวว่า “ในการมาเยี่ยมชมศูนย์ของเราในครั้งนี้ เพราะประเทศไทยมีศักยภาพในเรื่องการใช้วิทยาศาสตร์สนับสนุนในเรื่องการรับรองฮาลาลอย่างดีที่สุด เมื่อมาแล้วเขาพบว่าเป็นมากกว่าที่เขาคิด เพราะมีแล็บที่มีเครื่องไม้เครื่องมือครบเครื่อง ทั้งมีนักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพสูง นอกจากนั้นยังมีกลุ่มมุสลิมทั้งนั้นที่ส่งนักวิทยาศาสตร์มาเทรนนิ่งงานที่บ้านเรา อาทิ ปากีสถาน อุซเบกิสถาน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตรุกี และกัมพูชา เป็นต้น เขาเลยเห็นว่าเรามีศักยภาพในการฝึกอบรมและปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลลาลสูง ดังนั้นในงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ในกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายนนี้ ทางบาห์เรนจึงเชิญทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ไปนำเสนอผลงานในงานด้วย”

อีกก้าวความสำเร็จ เพื่อประเทศไทย…สู่ศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของโลก

เยี่ยมชม

เยี่ยมชม
ด้วยมาตรฐานคุณภาพ ปลอดภัย

ด้วยมาตรฐานคุณภาพ ปลอดภัย
ด้วยมาตรฐานคุณภาพ ปลอดภัย

ด้วยมาตรฐานคุณภาพ ปลอดภัย

โซไซตี้ : ย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ‘ตักบาตรดอกเข้าพรรษา’ ประจำปี 2561

Published November 11, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/351616

โซไซตี้ : ย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก  ‘ตักบาตรดอกเข้าพรรษา’ ประจำปี 2561

โซไซตี้ : ย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ‘ตักบาตรดอกเข้าพรรษา’ ประจำปี 2561

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จังหวัดสระบุรี ร่วมกับ เทศบาลเมืองพระพุทธบาท เตรียมจัดงานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวสระบุรี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และเผยแพร่อีกหนึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณถนนสายคู่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

ชนัตถ์ นันทปัญญา ที่ปรึกษาคณะ กก.จัดงาน

บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเปิดเผยว่า การจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน จังหวัดสระบุรีนั้น เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น จนมาเป็นประเพณีของจังหวัด และปัจจุบันเป็นประเพณีระดับประเทศ และได้ชื่อว่าเป็น “ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก” และเป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน พี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาท และพื้นที่ใกล้เคียงจะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปีเป็นวันตักบาตรดอกเข้าพรรษา

บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าฯ จ.สระบุรี

โดยพี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาทและใกล้เคียง ที่นำดอกเข้าพรรษามาบูชาสักการะรอยพระพุทธบาท เป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ของชาวจังหวัดสระบุรี โดยจะถือเอาวันเข้าพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หรือช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาของทุกปี เป็นวันจัดงาน ตามความเชื่อที่มีสืบต่อกันมานั้น โดยผู้เฒ่าผู้แก่ ประชาชน และคนหนุ่มสาว ทุกเพศ ทุกวัย ต่างพากันไปทำบุญตักบาตรดอกเข้าพรรษา

คณะ กก.จัดงาน

ชนัตถ์ นันทปัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า เพื่อรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศไทยและวัฒนธรรมอันล้ำค่าของท้องถิ่น ทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสระบุรีอีกทางหนึ่งด้วย วันแรกของการจัดงานจะเป็นพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท การแสดงศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และขบวนต่างๆ จะเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพระพุทธบาทไปตามถนนพหลโยธิน และเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้นจะต้องเป็น “ดอกเข้าพรรษา” เท่านั้น ซึ่งในปีนี้จะมีพิธีเปิดงานในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561

สำหรับขบวนรถบุปผชาติที่มีความสวยงาม เป็นที่สนใจของทั้งชาวสระบุรีและนักท่องเที่ยวที่มาชมในปีนี้ ประกอบด้วย ขบวนที่ 1 ขบวนพยุหยาตราและขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนที่ 2 ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนเทียนพรรษาสระบุรี ขบวนที่ 3 ขบวนรถบุปผชาติ ขบวนที่ 4 ขบวนศาสนาและวัฒนธรรม

ในอดีตเมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ชาวอำเภอพระพุทธบาทและบุคคลทั่วไปจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกาหรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อตักบาตรถวายพระ ซึ่งในปัจจุบันจังหวัดสระบุรีได้ร่วมอนุรักษ์โดยการจัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง และเป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา ซึ่งมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทฯ แห่งนี้ เป็น 1 ใน 5 แห่ง ต่อมารอยพระพุทธบาทนี้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม เมื่อพระสงฆ์ได้รับบิณฑบาตแล้วก็จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ สำหรับดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงส์เหิน เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อน และเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวประเภทเหง้าแบบมีรากสะสมอาหาร คล้ายกระชาย กาบใบเรียงตัวกันแน่น สูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกเรียงสลับซ้ายขวาเป็นสองแถว ส่วนดอกมีลักษณะอ่อนช้อยสวยงามยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีสีเหลืองสดใสคล้ายรูปหงส์กำลังเหินบิน และสีของกลีบประดับมีหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว และสีม่วง ซึ่งหนึ่งปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น

 

โซไซตี้ : หลักทรัพย์บัวหลวง จับมือ มหาวิทยาลัย พัฒนานักศึกษาผ่านโครงการ‘The Stock Master University’

Published November 6, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/345559

โซไซตี้ : หลักทรัพย์บัวหลวง จับมือ มหาวิทยาลัย พัฒนานักศึกษาผ่านโครงการ‘The Stock Master University’

โซไซตี้ : หลักทรัพย์บัวหลวง จับมือ มหาวิทยาลัย พัฒนานักศึกษาผ่านโครงการ‘The Stock Master University’

วันเสาร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จากความสำเร็จที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ได้ริเริ่มกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการลงทุนให้กับบุคคลทั่วไป เพื่อให้สามารถเข้าใจพื้นฐานการลงทุนที่ถูกต้อง ในปีนี้บริษัทยังได้ริเริ่มโครงการ “The Stock Master University” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหลักทรัพย์บัวหลวง และมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งรัฐและเอกชน

โครงการ “The Stock Master University” เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้เรื่องการลงทุนในหุ้น จากประสบการณ์ของกูรูมืออาชีพหลักทรัพย์บัวหลวง นอกจากความรู้ด้านการลงทุนแล้วนักศึกษายังได้ทดลองทำการซื้อขายจำลองผ่านโปรแกรม Click2Win และยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาอาสาสมัครเข้ามาเป็นผู้ร่วมดำเนินกิจกรรมและประสานงานให้กับโครงการ เพื่อสร้างประสบการณ์และสร้างความพร้อมก่อนจะออกไปสู่โลกของการทำงานจริง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญของหลักทรัพย์บัวหลวง และอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นพี่เลี้ยงตลอดทั้งโครงการ

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง เล่าถึงความเป็นมาของโครงการนี้ว่า “กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้เป็นการต่อยอดการเรียนรู้ของน้องๆ นักศึกษาจากการเรียนจากตำราในห้องเรียนมาสู่การเรียนกับมืออาชีพ เพื่อจะได้สามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยบริษัทได้สนับสนุนความรู้ด้านการลงทุนที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ของเหล่ากูรูหลักทรัพย์บัวหลวง เพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้การลงทุน การวางแผนการเงินที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนให้กับนักศึกษา โดยบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการลงทุน ภายใต้โครงการ“The Stock Master University” ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมนี้กับนักศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยรังสิต ได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงคณาจารย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“ในส่วนของนักศึกษาที่อาสาเข้ามาเหมือนเป็นทีมงานของโครงการไม่ว่าจะตั้งแต่การประชาสัมพันธ์โครงการ งานทะเบียน ฯลฯ นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์ที่ดี และถือเป็นการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการทำงานเป็นทีมในเรื่องการฝึกแก้ปัญหา รวมไปถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อพวกเขาต้องออกมาทำงานจริงๆ” พิเชษฐ กล่าวทิ้งท้าย

รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ รองคณบดีฝ่ายการนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ได้เข้ามาเติมเต็มความรู้ด้านการลงทุนให้กับนักศึกษาเป็นอย่างดี และอีกเรื่องที่น่าภูมิใจก็คือ ในส่วนของนักศึกษาที่ร่วมเป็นทีมงานของโครงการนี้ ได้แสดงออกถึงความสามารถในการทำงานได้ดีกว่าที่อาจารย์คาดคิดไว้มากจนน่าประหลาดใจ แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยที่ต้องการให้นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน”

น้องท็อป-พงษ์สรร นิพัทธ์นิธิเมธ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในนักศึกษาที่รับอาสาเป็นทีมงานประสานงานโครงการ เล่าถึงประสบการณ์ในครั้งนี้ว่า “การฝึกงานเสมือนจริงนับเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะได้เรียนรู้ ทั้งวิธีคิดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และวิธีรับมือกับอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีก่อนก้าวสู่การทำงานจริงของผมในอนาคต”

ปิดท้ายด้วยความรู้สึกของ “น้องอีฟ-วรัญญา จันทร์โฮง” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยรังสิต “โครงการนี้ได้เข้ามาช่วยปูพื้นฐานด้านการลงทุนที่ถูกต้องให้กับนักศึกษา ซึ่งยากมากที่จะมีมืออาชีพเข้ามาให้ความรู้อย่างจริงจังถึงในรั้วมหาวิทยาลัย และเมื่อโอกาสนี้มาถึงจึงไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการ เพราะในอนาคตความรู้เหล่านี้จะผลักดันให้เราก้าวสู่โลกของการลงทุนและการวางแผนทางการเงินได้อย่างมีคุณภาพ”

ด้วยผลตอบรับที่ดีของโครงการ “The Stock Master University” ทำให้หลักทรัพย์บัวหลวง มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพให้กับประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่หลักทรัพย์บัวหลวงยึดมั่นมาโดยตลอด

 

%d bloggers like this: