แหวกฟ้าหาฝัน

All posts tagged แหวกฟ้าหาฝัน

แหวกฟ้าหาฝัน : Art at Interwar Period in Modern Art Museum Olomouc #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 22, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/480797

แหวกฟ้าหาฝัน : Art at Interwar Period in Modern Art Museum Olomouc

แหวกฟ้าหาฝัน : Art at Interwar Period in Modern Art Museum Olomouc

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่คุ้นชินกับประวัติศาสตร์ของคริสต์ศตวรรษที่ 20 จะทราบดีว่า Interwar Period ก็คือช่วงเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 1918 หรือการสิ้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่งถึงกันยายน 1939 หรือก่อนที่สงครามโลกครั้งที่สองจะปะทุขึ้นแม้ช่วงเวลานี้จะเป็นเวลาแค่สั้นๆ 20 ปี แต่ก็เป็นเวลาที่มีความสำคัญยิ่งยวดในประวัติศาสตร์โลก ทั้งนี้เพราะช่วงเวลานั้นเริ่มมีการผลิตพลังงานจากปิโตรเลียมส่งผลให้เกิดโรงงานขึ้นเป็นจำนวนมากจนทำให้มีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นมหาศาลในสหรัฐฯ และยุโรป แม้หลังจากนั้นโลกต้องเผชิญกับเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ แต่ความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั้งในโลกประชาธิปไตยและการถือกำเนิดคอมมิวนิสต์ก็ส่งผลต่อการผลิตงานศิลป์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในประวัติศาสตร์

ในช่วงแห่งความโกลาหลทางประวัติศาสตร์ แนวทางศิลปะที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างโดดเด่นในยุโรปทั้งตะวันออก ตะวันตกและเหนือก็คือ Expressionismและ Symbolism Surrealism,Fauvism, Die Brucke, Der BlaueReiter ส่วนศิลปินก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่เริ่มสร้างงานตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และกลุ่มที่ถือกำเนิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งกลุ่มแรกก็จะเริ่มสร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางศิลปะที่นอกเหนือไปจาก Cubism,Expressionism และ Futurism เพราะพวกเขาเห็นว่าแนวทางศิลปะทั้งสามอย่างนี้มีหลักการมากเกินไป สำหรับศิลปินรุ่นใหม่นั้น ส่วนหนึ่งก็เห็นว่า ความก้าวหน้าอันเป็นผลมาจากการใช้เครื่องกลไม่เพียงเป็นตัวช่วย แต่กลับทำให้คนส่วนหนึ่งเป็นทาส และเพิ่มความไม่เท่าเทียมกันในสังคม งานของศิลปินทั้งสองกลุ่มจึงสะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกัน

ศิลปินสัญชาติเช็กในช่วงInterwar ที่มีชื่อเสียงที่สุดคงไม่มีใครเกิน Josef Capek ไม่เพียงเขาจะเป็นจิตรกร เขายังเป็นกวี นักเขียนและยังเป็นผู้ให้ความหมายของคำว่าหุ่นยนต์ด้วย เขาเกิดที่ Hrovoแคว้นโบฮีเมียซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออตโตฮังกาเรียน ในช่วงต้นของการทำงานนั้น เขาสร้างงานแนว Cubism โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตอย่างง่ายในการสร้างงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของท่าทางที่น่าค้นหา อีกทั้งยังชอบใช้สีที่แตกต่างในการสร้างความกดดันให้กับภาพ ยิ่งกว่านั้น เขายังชอบรังสรรค์งานที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองและภาพเหมือนของวัตถุทั่วไป เช่น Woman overthe City แม้งานชิ้นนี้จะไม่ได้มีลักษณะของการบิดเบี้ยวเฉกเช่นเดียวกันกับงานของ Pablo Picasso เจ้าพ่อ Cubism แต่งานชิ้นนี้ก็ยังมีลักษณะของความเป็นเหลี่ยมมุม และถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างน่าสนใจ ต่อมาเขาพัฒนางานให้มีความเรียบง่ายมากขึ้น อาทิ Phantoma ซึ่งมีลักษณะของงานที่มีความทันสมัยมากขึ้น

ไม่เพียงเขาจะมีผลงานทางด้านจิตรกรรมแล้ว เขายังเป็นนักออกแบบงานพิมพ์โดยออกแบบปกหนังสืออีกกว่า 150 เล่ม และเสื้อผ้าสำหรับงานละครด้วย ยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นนักเขียนที่มีฝีไม้ลายมืออย่างหาตัวจับได้ยาก ซ้ำยังเป็นผู้ที่ต่อต้านลัทธิ Fascist อย่างเหลือล้นจนทำให้เขาถูกจับและถูกส่งไปอยู่ในค่ายกักกันนานถึง 6 ปี ในช่วงเวลานั้น เขาได้เขียนบทกวีออกมามากมายที่กล่าวถึงความโหดร้ายของนาซี และความยากลำบากของผู้ถูกกักขัง ก่อนสงครามครั้งที่สองสิ้นสุดลงไม่นาน เขาถูกย้ายไปอยู่Bergen ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคไทฟอยด์ เป็นที่น่าเสียดายของชาวโลกที่เขาเสียชีวิตด้วยไทฟอยด์ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงไม่นาน

ไม่เพียง Museum of Modern Art Olomouc จะมีงานของ Josef Capek เท่านั้น ที่นี่ยังมีผลงานของศิลปินช่วง Interwar ให้ชมจนจุใจอีกหลายชิ้น อาทิ City and Aurel Bernath by Janos Schadl, City with Figure by Bela Kadar, Dance by Rafal Malczewski, Dance by Rafal Malczewski และPortrait of Architect by Ivan Cargo

แหวกฟ้าหาฝัน : Art at The Great War period in Modern Art Museum Olomouc #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/479296

แหวกฟ้าหาฝัน : Art at The Great War period in Modern Art Museum Olomouc

แหวกฟ้าหาฝัน : Art at The Great War period in Modern Art Museum Olomouc

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวหลายคนคงสงสัยว่า The Great War คือ สงครามอะไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในมุมมองของนักประวัติศาสตร์ The Great War คือสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอันเป็นสงครามที่สร้างความหายนะให้กับมนุษยชาติมากที่สุดครั้งหนึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทั้งนี้เพราะสงครามครั้งนี้ไม่เพียงคร่าชีวิตทหารไปมากถึง 11 ล้านคนยังคร่าชีวิตพลเมืองไปอีกถึงกว่า 21 ล้านคน ด้วย สงครามและสันติภาพหลังจากสงครามในครั้งนั้นได้สร้างบาดแผลให้กับโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติยุโรป
อย่างที่ไม่อาจประเมินได้และยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่นำสู่สงครามโลกครั้งที่สองในเวลาต่อมาไม่นานด้วย นับจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นต้นมาชาวยุโรปก็มองโลกในแง่ร้ายอันเป็นผลมาจากการที่สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นในภาคพื้นยุโรป ผิดกับสหรัฐฯ ซึ่งสงครามเกิดนอกแผ่นดินตัวเอง

นอกจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างใหญ่หลวงต่อภาคพื้นยุโรปแล้ว มันยังสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อแนวคิดด้านศิลปะตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญด้วย แท้ที่จริงแล้วความทันสมัยได้เริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงในยุโรปนับทศวรรษก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ความหายนะยิ่งกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ คนส่วนใหญ่ทราบดีว่า สงครามโลกครั้งที่สองสร้างความเสียหายทางด้านกายภาพและกำลังคนมากกว่าสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งกลับสร้างความขัดแย้งมากกว่าไม่เพียงด้านการเมืองแต่ยังรวมถึงด้านวัฒนธรรมด้วย ศิลปินส่วนหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินที่เคยเข้าร่วมรบในสงคราม ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรที่สร้างสรรค์งานแนว Surrealism หรือ Expressionism ล้วนมีงานที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับร่างกายที่ถูกฉีกทึ้ง หรือสังคมที่แตกสลาย อลหม่าน ประสบการณ์ความรุนแรงในกองทัพและผลลัพธ์จากสงครามได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินสร้างสรรค์งานที่อยู่ในสงครามและพระคัมภีร์เก่าทั้งในระหว่างยังทำงานอยู่ในกองทัพระหว่างสงครามและติดต่อมาอีกหลายปีหลังสิ้นสุดสงคราม อาทิ Ecce Homo by Artur Lakatos

Artur Lakatos หรือ Artur Scholosser จิตรกร ชาวฮังกาเรียนเป็นศิลปินอีกผู้หนึ่งที่ผ่านสงครามมาและมีงานโดดเด่นจัดแสดงอยู่ใน ModernArt Museum Olomouc เขาจบการศึกษาจากBudapest School of Design และ College of FineArts ก่อนย้ายไปศึกษาต่อที่มิวนิคและปารีส เขาได้รับรางวัลครั้งแรกในปี 1905 จาก Applied ArtAssociation และกลายเป็นสมาชิกของ Paris AutumnGrand Salon ตั้งแต่ปี 1906 รวมทั้งชนะรางวัลเหรียญทองในงานนิทรรศการ International AppliedArts ด้วย หลังจากนั้นเขาเข้าเป็นอาจารย์ในแผนกผ้าที่ Szeged Capital School of Design เมื่อสงครามโลกครั้งที่หนึ่งปะทุขึ้น เขาถูกจำคุกอยู่ 4 ปีทั้งใน Serbia, Albania และอิตาลี หลังถูกปล่อยตัวเขาก็ส่งผลงานเกี่ยวกับทหารเข้าร่วมในนิทรรศการที่ National Salon เมืองบูดาเปสต์ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างสูง นับจากนั้นมาเขาก็เข้าร่วมการแข่งขันในนิทรรศการต่างๆ อีกหลายประเทศและได้รับรางวัลมากมายจนเป็นหนึ่งในศิลปินไม่กี่คนในโลกที่สะสมรางวัลได้เป็นจำนวนมาก

Ecce Homo ภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาของArtur Lakaos นั้นเป็นภาพที่ศิลปินนิยมวาดหากพวกเขาต้องการรังสรรค์งานที่แสดงออกถึงความทุกข์ระทม Ecce Homo เป็นคำภาษาลาตินที่ถูกใช้โดย Pontius Pilate ผู้ปกครองคนที่ห้าของแคว้นยูเดียในพระคัมภีร์จอห์นกล่าวถึงช่วงเวลาในขณะที่นำพระเยซูที่กำลังสวมมงกุฎที่ทำจากลวดไม้และถูกลงแส่ก่อนจะถูกตรึงกางเขนไม่นานนี้เป็นภาพที่บ่งชี้ชัดเจนถึงความเสียสละของพระเยซูที่ยินดีเสียสละตนยอมรับความยากลำบากอย่างเหลือแสนเพื่อล้างบาปและปลดปล่อยมนุษยชาติให้ได้รับความรอด ภาพนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงถึงความยากลำบากของทหารที่ผ่านสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้ไม่น้อยไปกว่างานจิตรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับสงครามเอง

นอกจาก Ecce Homo แล้ว ใน Modern Art Museum Olomouc ยังมีงานอีกหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงโศกนาฏกรรมจากสงครามอันนำมาซึ่งหายนะแก่มวลมนุษยชาติ อาทิ Flood by Ludwig Heinrich Jungwickel, Hell by Marcel Ianco, Trenches with Dead Soldiers by Ladislav Mednansky, Monsterof War by Anton Jasusch และ Buyonet Fight by Bela Uitz

แหวกฟ้าหาฝัน : Synthetic Cubism in Modern Art Museum Olomouc #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 12, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/477735

แหวกฟ้าหาฝัน : Synthetic Cubism in Modern Art Museum Olomouc

แหวกฟ้าหาฝัน : Synthetic Cubism in Modern Art Museum Olomouc

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Abstract Position by Kazimierz Podsadechi

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จัก Cubism ที่มี Pablo Picasso เป็นเจ้าพ่อกันมาอย่างดีแล้ว แล้ว Synthetic Cubism ล่ะคืออะไร ก่อนจะอธิบายถึงคำนี้คงต้องอธิบายคำว่า Analytic Cubism ก่อนเพราะคำนี้เป็นต้นกำเนิดของ Synthetic Cubism คำว่า Analytic Cubism คือ งานที่ถูกพัฒนามาจาก Pablo Picasso และ Georges Braque หรือต้นกำเนิด Cubism นั่นเอง ผลงานที่เป็นต้นตำรับสำหรับงานแนว Analytic Cubism ก็คือ Guitar ของ Picasso Analytic Cubism เป็นแนวทางศิลปะที่เน้นโครงสร้างที่มาจากหลากหลายมุมมองเพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ได้หลายแง่นักท่องเที่ยวจะเห็นงานแนวนี้มีหลายมิติและยากต่อความเข้าใจในบางครั้ง ยกเว้นในกรณีที่ศิลปินตั้งชื่อภาพแบบตรงไปตรงมา การสร้างงานเป็นการนำวัตถุมาตีแผ่ให้เป็นเหลี่ยมมุมแล้วประกอบขึ้นมาใหม่เป็นรูปทรงเรขาคณิต ผู้ชมจะเห็นภาพ 3 มิติในมุมมองของ 2 มิติที่ถูกฉีกออกมาให้เป็นระนาบเดียว ศิลปะแนวนี้ให้ความสำคัญกับเหลี่ยมมุมและรูปทรงมากกว่าสี

ส่วนคำว่า Synthetic Cubism นั้นคือคำที่ Alfred H. Barr Jr ผู้เขียน Cubism and Picasso ผู้อำนวยการ Museum of Modern Art New York เป็นผู้ให้คำจำกัดความ และมี Daniel-Henri Kahnweiler ผู้เขียนหนังสือ The Rise of Cubism ที่ถูกตีพิมพ์ในปี 1920 นายหน้าขายภาพให้กับ Pablo Picasso และ George Braque เป็นผู้ที่ทำให้คำว่า Synthetic Cubism แพร่หลายออกสู่สาธารณชนมากขึ้น Synthetic Cubism คืองานแนวCubism ที่ถูกผลิตขึ้นในช่วงสั้นๆ ระหว่าง 1912-1914และกลายเป็นที่นิยมในเวลาต่อมา ลักษณะงานจะมีความเรียบง่ายของรูปทรงมากกว่างานแนว Analytic Cubism อีกทั้งยังใช้สีสันที่สดใสและไม่มีความลึกมากนัก

Composition by Maria Nicz Borowiakowa

ข้อแตกต่างแรกที่เห็นได้ชัดคือสี Synthetic Cubism จะใช้สีออกแนวสว่าง เช่น แดง เขียวฟ้า เหลือง เพื่อให้วัตถุดูใหม่ นอกจากนี้ศิลปินยังใช้เทคนิคใหม่ในการสร้างสรรค์งานด้วยการนำวัตถุจริงไม่ว่าจะเป็น กระดาษสี หนังสือพิมพ์กล่องบุหรี่ หรือกระดาษโฆษณาเข้ามาไว้ในภาพแทนการวาดเพียงอย่างเดียวอันเป็นที่มาของคำว่า Collage ผลงานการปะติดปะต่อภาพหรือCollage ชิ้นแรกของโลกคือ Still Life with ChairCaning ของ Pablo Picasso นับจากนั้นมาศิลปินแนว Cubism ก็ได้นำเทคนิคนี้มาใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Juan Gris ศิลปินชาวสเปนเป็นผู้มีชื่อเสียงมากในการสร้างงานแนวนี้ อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อผลงานของศิลปินในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ต่อมาอีกหลายทศวรรษ ผลงานแนวนี้สิ้นสุดลงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

Still Live 3 by Wladyslaw Strzeminski

งาน Synthetic Cubism ของศิลปินเช็กได้รับอิทธิพลมาจากงานของศิลปินที่ทำงานในปารีส อย่างไรก็ดี งานแนวนี้กลับมีสมดุลมากเพราะได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดของ Kazimir Malevich ศิลปินชาวรัสเซียด้วย ศิลปินที่รวมกลุ่มกันสร้างสรรค์งานแนว Synthetic Cubismในทศวรรษที่ 1920 นี้ยังนำเอางานแนวConstructivism มาควบรวมเข้ากับงานแนวCubism ให้มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและจัดแสดงในปารีสระหว่างปี 1926-1928 อาทิ งานของJindrich Styrsky และ Toyen ส่วน Josef Simaได้นำเอางานแนว Abstract และ Surrealมาควบรวมด้วยนักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับงานแนวAnalytic Cubism จะเห็นว่างานแนว SyntheticCubism ของศิลปินเช็ก ที่จัดแสดงใน ModernArt Museum Olomouc แม้ยังคงมีกลิ่นอายของ Cubism แต่กลับมีสีสันและส่วนโค้งอันแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่เด่นชัดของความเป็น Synthetic Cubism นั่นเอง

Still Live IV by Wladyslaw Strzeminski

Tent Jindrich Styrsky

แหวกฟ้าหาฝัน : Czech Cubism in Modern Art Museum Olomouc #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/476236

แหวกฟ้าหาฝัน : Czech Cubism in Modern Art Museum Olomouc

แหวกฟ้าหาฝัน : Czech Cubism in Modern Art Museum Olomouc

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Bathing Boy by Vilmos Perlrott Csaba

Cubism เป็นการเคลื่อนไหวของแนวทางศิลปะที่ก้าวหน้าที่สุดแนวทางหนึ่งเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งประกอบไปด้วยงานจิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี บทกวีและสถาปัตยกรรม แนวทางศิลปะที่มี PabloPicasso, Georges Braque, Robert Delaunay,Henri Le Fauconnier และ Fernand Leger เป็นผู้บุกเบิกนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากPaul Cezanne ศิลปินฝรั่งเศสยุคปลายImpressionism มากที่สุด วัตถุต่างๆ ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นตามแนวทางศิลปะแบบ Cubism นี้จะถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนแตกแขนงและนำมาผสมผสานกันใหม่ในแง่มุมแบบ 3 มิติ ผลงานจึงออกมาแบบมีหลากหลายแง่มุมและมีเนื้อหาที่กว้างขวางกว่างานในยุคเก่าๆ งานแนวนี้ก่อให้เกิดงานอีกหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น Futurism,Suprematism, Dada, Constructivism,De Stijl and Art Deco

Descent from the Cross by Max Oppenheimer

สำหรับ Czech Cubism นั้นศิลปินเช็กถือว่าเป็น Cubo-Expressionism ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ก้าวหน้ามากระหว่างปี 1912-1914 และปรากก็เป็นเมืองที่แนวทางศิลปะแบบ Cubism ก้าวหน้าที่สุดเป็นรองเพียงแค่ปารีสเท่านั้น งานของศิลปินเช็กมีความก้าวหน้ามาก พวกเขาเชื่อว่าวัตถุแต่ละชิ้นจะมีพลังงานของตัวเองในการที่จะส่องประกายออกมาทั้งในแนวตั้งและแนวนอนซึ่งไม่ถูกบดบังความสำคัญเฉกเช่นเดียวกับการตีความตามแนวทางศิลปะแบบเก่าก่อนหน้าปี 1900 การที่แนวทางศิลปะแบบ Cubism ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปี 1911 เป็นเพราะศิลปินส่วนใหญ่ที่เรียนจบจากสถาบันในออตโต้ ฮังการี ยกเว้นเวียนนา ล้วนละทิ้งประเทศแล้วย้ายไปอยู่ในกรุงปารีส แต่ศิลปินแนว Cubism ก็มีความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มที่มี Picasso เป็นผู้นำกับกลุ่มที่มี Delaunay เป็นผู้นำ

Anxiety by Josef Capek

นอกจากงานภาพเหมือนของตัวเองแล้ว ศิลปินเช็กแนว Cubism ยังนิยมวาดภาพเกี่ยวกับการอาบน้ำโดยเฉพาะการอาบน้ำกลุ่มผู้ชายนำมาซึ่งการวาดภาพนู้ดอันเป็นผลมาจากอิทธิพลของ Paul Cezanne บิดาของภาพเขียนสมัยใหม่โดยเฉพาะผลงานชิ้นสุดท้ายของเขาสร้างความตรึงใจในการใช้สีและองค์ประกอบของภาพแบบพีระมิดให้กับศิลปินรุ่นต่อๆ มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ การวาดภาพนู้ดในบรรยากาศกลางแจ้งเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดสำหรับศิลปินในแง่ของการพัฒนาการของศิลปะหลังยุคเรอเนสซองส์ อีกนัยหนึ่งภาพนู้ดกลางแจ้งยังเชื่อมต่อศิลปินแนวExpressionism เข้ากับหลักธรรมชาติที่เกี่ยวเนื่องกับร่างกายมนุษย์หรือความเป็นจริงจากยุค Classic และ Neoclassic และยังนำสู่การสร้างงานที่มีโครงสร้างขององค์ประกอบที่แข็งแกร่ง อาทิ Bathing Boy by Vilmos PerlrottCsaba, Composition with nude by Odon Marffy

Composition with nude by Odon Marffy

แม้ศิลปินส่วนหนึ่งจะกลายเป็นพวกไม่มีศาสนาและยังชอบรังสรรค์งานนู้ดผ่านภาพการอาบน้ำหมู่ ศิลปินบางคนกลับสร้างสรรค์งานผ่านเรื่องราวในพระคัมภีร์ใหม่โดยเฉพาะวันท้าย ๆ ในชีวิตของพระคริสต์ ทั้งนี้เพราะพวกเขาเห็นว่าการถ่ายทอดเรื่องราวในช่วงนี้ของพระคัมภีร์ไม่เพียงสามารถสร้างสรรค์อารมณ์ความรู้สึกในระดับนามธรรมได้เป็นอย่างดีเท่านั้น ยังเป็นการทำสมาธิท่ามกลางความเป็นความตายได้อีกต่างหากด้วย อาทิ Anxiety by Josef Capek, Mourning by Vilmos Perlrott Csaba, Mourning by Vilmos Perlrott Csaba, Ascension by Janos Kmetty นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานแนว Cubism ที่จัดแสดงใน Modern Art Museum Olomouc นี้ไม่เพียงมีมิติ และเรื่องราวที่เข้ากันได้กับยุคสมัยเท่านั้น ฝีไม้ลายมือของศิลปินแต่ละคนยังมีเอกลักษณ์ไม่เป็นรองใครในภาคพื้นยุโรปอีกต่างหากด้วย

Mourning by Vilmos Perlrott Csaba

แหวกฟ้าหาฝัน : Bohumil Kubista ใน Museum of Modern Art Olomouc #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 29, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474688

แหวกฟ้าหาฝัน : Bohumil Kubista ใน Museum of Modern Art Olomouc

แหวกฟ้าหาฝัน : Bohumil Kubista ใน Museum of Modern Art Olomouc

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Bathing Men

แนวทางศิลปะหนึ่งที่ต้องมีใน Museum of Modern Art นั่นคือ Expressionism แนวทางศิลปะที่เริ่มต้นครั้งแรกที่เยอรมันเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งเน้นการบิดเบือนและมีความก้าวหน้าสุดโต่งนี้เป็นแนวทางศิลปะที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์และแนวคิดใหม่ๆ แนวทางศิลปะที่มีความตรงข้ามกับแนวทางศิลปะแบบImpressionism อย่างเห็นได้ชัด และถูกตั้งชื่อโดย Antonin Matejcek นักประวัติศาสตร์ศิลป์ชาวเช็ก ในปี 1910 นี้ ได้รับความนิยมเรื่อยมาในยุค Weimar ของเยอรมันและขยายตัวออกไปจากงานจิตรกรรมสู่งานสถาปัตยกรรมงานละครเวที ดนตรี และงานวรรณกรรม

แนวทางศิลปะแบบ Expressionism ก็เริ่มเป็นที่นิยมในสาธารณรัฐเช็กตั้งแต่ปี 1908 เช่นกันโดยเลียนแบบจากศิลปินทั้งกรุงปราก บูดาเปสต์ และเวียนนา ศิลปินมักเน้นภาพที่มีความคมชัดของสีและตัดกันอย่างสุดโต่ง พวกเขายังไม่ลังเลที่จะแสดงออกให้เห็นถึงความห่ามและความวิตกกังวลผ่านทางผลงานภาพเหมือนของตัวเอง และภาพนู้ด ศิลปินส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ Van Gogh, Paul Gauguin และ Edvard Munch นอกจากศิลปินแนวนี้จะชื่นชอบการรังสรรค์ภาพเหมือนของตัวเองแล้ว พวกเขายังชื่นชอบการสร้างสรรค์ภาพนู้ดของทั้งชาย-หญิงในท่วงท่าอาบน้ำแบบกลุ่มคนโดยได้รับอิทธิพลมาจากงานของ Paul Cezanne ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาของงานจิตรกรรมร่วมสมัย ทั้งนี้ เพราะการสร้างสรรค์ภาพนู้ดกลางแจ้งเป็นงานที่มีความท้าทายสูงสำหรับจิตรกรแทบทุกคนอันเป็นผลมาจากการที่งานแนวนี้มีองค์ประกอบที่ค่อนข้างซับซ้อนและได้รับการปรับปรุงมาจากงานหลังยุค Post Renaissance

Bohumil Kubista blue self portrait

ผลงานแนว Expressionism ของศิลปินที่จัดแสดง ใน Museum of Modern Art เมือง Olomouc ที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นของ Bohumil Kubista จิตรกรและนักวิจารณ์ศิลป์สัญชาติเช็กผู้ก่อตั้งสมาคมจิตรกรเช็กแนวใหม่ เขาเกิดในครอบครัวชนบทที่ Vlckovice แคว้นโบฮีเมีย ก่อนย้ายมาอยู่ในกรุงปรากในปี 1903 และเข้าเรียนศิลปะครั้งแรกที่ School of Applied Art ในปี 1904 ต่อด้วย Academy of Fine Art ในอีก 2 ปีต่อมา เขาลาออกก่อนจบการศึกษาและเข้าเป็นทหารกับกองทัพเรือออสเตรียในปี 1905 อยู่ 1 ปี แล้วจึงเข้าเรียนต่อที่สถาบัน Reale Istituto di Belle Art ในเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลีในปี 1906 ที่นี่เขาได้เข้าศึกษาทางด้านปรัชญา สี และการเขียนภาพการก่อสร้างเชิงเรขาคณิต

เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Osma ของสาธารณรัฐเช็กที่เน้นงานแนว Expressionism และได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการครั้งแรกกับกลุ่มนี้หลังจากนั้นเขากลับไปรับราชการทหารที่เมือง Pula อีกครั้งก่อนที่จะกลับมาเข้าร่วมกับกลุ่มศิลปิน Osma จัดงานแสดงนิทรรศการครั้งที่สอง ในช่วงแรกงานของเขาได้รับแรงบันดาลใจจากทั้ง Van Gogh และ Paul Cezanne เมื่อEdvard Munch ได้จัดแสดงผลงานในกรุงปรากในปี 1905 เขาได้ซึมซับงานแนวใหม่นี้ที่เน้นความร้อนแรงของการแสดงอารมณ์ตามอย่างMunch หลังจากที่เขาได้ร่วมตั้งกลุ่ม Osma ในปี1906 เขาได้ก็เริ่มทำงานแนว Expressionism อย่างจริงจังจนถึงปี 1910 และได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับกลุ่ม Die Brucke ซึ่งเป็นกลุ่มจิตรกรเยอรมันที่โดดเด่นในช่วงเวลานั้น

Bohumil Kubista Self Portrait

นับจากนั้นมา งานของเขาจึงเป็นแบบ Expressionism ผสมผสานกับ Cubism ที่มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างจากศิลปินแนว Cubism กลุ่มที่ก่อตั้งในกรุงปารีสอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นPicasso หรือ Braque แม้เขาจะได้มีโอกาสศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับศิลปินกลุ่มนี้อยู่มากก็ตาม เขาเน้นความกลมกลืนของสีเฉกเช่นเดียวกันกับ El Greco และ EugeneDelacoix ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินสเปนก่อนหน้านี้มากกว่า เมื่อเขาได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ Jan Zrzavyและศิลปินกลุ่ม Sursum เขาก็ได้ศึกษาคณิตศาสตร์และเรขาคณิตเข้มข้นขึ้น ในปี 1913 เขากลับเข้ารับราชการทหารอีก เป็นที่น่าเสียดายยิ่งของโลกที่เขาเสียชีวิตจากไขหวัดใหญ่ในการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่สเปน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

นักท่องเที่ยวที่ได้ยลงานของ Kubista ใน Museum of Modern Art Olomouc จะเห็นว่างานของเขาจะผสมผสานระหว่าง Cubism กับ Expressionism อย่างลงตัวและมีความเป็นเอกลักษณ์ตรงที่สีที่ใช้มีความเนียน แต่หมองหม่นจึงแตกต่างจากศิลปินแนว Expressionism อื่นโดยเฉพาะ Picasso แต่มีความใกล้เคียงกับงานของ Braque

Smoker self portrait

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Modern Art Olomouc #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/473216

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Modern Art Olomouc

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Modern Art Olomouc

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Museum of Modern Art เมือง Olomouc

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานทัศนศิลป์ยุคใหม่ ไม่ว่าเยือนเมืองใด สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่พลาดไม่ได้ นั่นคือ Museum of Modern Art เมือง Olomouc ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มิวเซียมแนวนี้ก้าวหน้าและมีของจัดแสดงที่น่าสนใจ Museum of Modern Art ของเมือง Olomoucเคยเป็นส่วนหนึ่งของ Gallery of Fine Art ที่ถูกตั้งขึ้นครั้งแรกในวันที่ 5 เมษายน 1951 ภายหลังสถาบันนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็นสถาบันต่างๆ 3 แห่งบนสถานที่ต่างกัน Museum of Modern Art ที่ตั้งอยู่ในอาคารแนว Art Nouveau ณ กลางจัตุรัส Republic นี้ เป็นตึกที่มีประวัติอันยาวนานย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 1246 อันเป็นปีที่สันตะปาปาอนุญาตให้สร้างเป็นที่ลี้ภัยซึ่งต่อมามีการต่อเติมอาคารอีกหลายประเภท เช่น โบสถ์ บ้าน สวน และหลุมฝังศพ ต่อมาปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 เทศบาลได้ปรับอาคารเหล่านี้ให้กลายเป็นโรงพยาบาลSt.Anthony จนกลายเป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดใน Olomouc อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลกลับถูกเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสำหรับมหาดเล็กในปี 1785 สมัยจักรพรรดิโจเซฟที่สอง

ต่อมาในปี 1843 รัฐบาลกลางตัดสินใจเปลี่ยนโรงเรียนเป็นคุกประจำเมืองก่อนขายให้กับ A. Donat เจ้าของใหม่ได้ทำการปรับปรุงสถานที่นี้อีกครั้งในปี 1916 ให้เป็นที่อยู่อาศัยภายใต้การออกแบบของ JaroslavKovar Sr. โดยออกแบบอาคารตามแนวทางศิลปะแบบ Art Nouveau ส่วนด้านติดถนนได้รับการตกแต่งแบบ Neoclassism ของเวียนนาที่ผสมผสานกับแรงบันดาลใจตามแนวทางศิลปะแบบ Cubism หลังจากนั้นอาคารนี้ได้รับการตกแต่งอีกหลายครั้งจนกลายเป็นโรงละครในปี 1967 ปัจจุบันอาคารประกอบด้วย3 ห้องโถง โดยชั้นหนึ่งจะเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการชั่วคราวเกี่ยวกับศิลปะสาธารณรัฐเช็กและนานาชาติที่เน้นผลงานศิลปะคริสต์ศตวรรษที่ 20-21 ชั้นสองเป็นห้องจัดแสดงผลงานศิลปะดัทช์คริสต์ศตวรรษที่ 16-18อันเป็นงานสะสมส่วนตัวของท่านบิชอปแห่ง Olomouc

มิวเซียมที่ได้รับการจัดให้เป็นมิวเซียมอันดับหนึ่งของสาธารณรัฐเช็ก ที่มีของจัดแสดงของราชการ เอกชนและศาสนจักรกว่า 196,000ชิ้นนี้ แบ่งเป็นกลุ่มได้ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม หนังสือ ภาพเขียน ภาพร่าง เหรียญ งานจิตรกรรม งานประติมากรรม ศิลปหัตถกรรม และงานศิลปะประยุกต์ ของจัดแสดงส่วนใหญ่จัดในแนวทางที่บอกเล่าเรื่องราวของพัฒนาการของศิลปะยุคใหม่ของยุโรปกลางระหว่างปี1908-1928 โดยเน้นแนวทางศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากออสเตรีย ฮังการี ท่ามกลางบรรยากาศของช่วงเวลาก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของศิลปินสังเกตได้จากแนวทางการพัฒนาทั้งภาพเหมือน และภาพนู้ดทั้งชายหญิงที่ต่างแสดงออกถึงสภาพจิตของผู้ถูกวาด ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเมืองและเครื่องจักร และพัฒนาการของศิลปะแบบนามธรรม หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ศิลปินรุ่นเก่ายังคงสร้างสรรค์ผลงานเฉกเช่นเดียวกันกับก่อนสงครามโลก ในขณะที่ศิลปินรุ่นใหม่กลับเห็นช่องว่างและพยายามสร้างงานที่เปลี่ยนแปลงไปโดยหันไปหาแนวทางศิลปะที่มีความเป็นนานาชาติมากขึ้น ถึงกระนั้นก็ตาม แนวทางงานของศิลปินทั้ง 12 ชาติที่ถูกนำมาจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็นของเช็กโกสโลวาเกียเอง ฮังการี โปแลนด์ เซิร์บโครแอต สโลวีเนีย ล้วนแล้วแต่เน้นย้ำความเป็นชาตินิยม และยิ่งเห็นชัดในงานหลังปี 1918 แม้ศิลปินส่วนใหญ่ในภาคพื้นยุโรปจะสามารถติดต่อประสานและเลียนแบบกันได้ผ่านการศึกษาวารสารศิลปะก็ตาม นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนมิวเซียมแห่งนี้จะเห็นว่าการจัดแสดงของจัดแสดงต่างๆ มีความเป็นนานาชาติ และบางส่วนก็คล้ายคลึงกันจนแยกไม่ออกว่า งานตามแนวทางศิลปะแต่ละประเภทเป็นของศิลปินคนใดกันแน่

แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc Archdiocesan Museum #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/471665

แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc Archdiocesan Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc Archdiocesan Museum

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Bishop’s coach

ในโบสถ์ใหญ่ที่สำคัญระดับที่มีบิชอปมาประทับมักมีของมีค่าเก็บสะสมอยู่มากมาย เทศบาลเมืองส่วนใหญ่จึงมักร่วมมือกับโบสถ์จัดทำมิวเซียมเพื่อจัดแสดงของสะสมเหล่านี้โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นสถาบันเฉพาะที่มีความชำนาญในการเก็บสะสมจัดแสดงและทำวิจัยงานศิลปวัฒนธรรมอันมีต้นกำเนิดหรือเกี่ยวข้องกับศาสนจักรที่รุ่งเรืองสำหรับเมือง Olomouc นั้น Olomouc Archdiocesan Museum ยังทำหน้าที่พิเศษเพิ่มเติมอีกนั่นคือ รับผิดชอบในการดูแลการปรับปรุงอาคาร และการปรับสภาพของจัดแสดงทั้งหลายให้อยู่ในสภาพที่จัดแสดงได้เป็นอย่างดีอีกต่างหากด้วยผู้ที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งในการก่อตั้งมิวเซียมแห่งนี้ก็คือ พระสันตะปาปาจอห์นปอลล์ที่สอง ทั้งนี้เพราะท่านไม่ต้องการให้ความต่อเนื่องของศิลปะวัฒนธรรมของเมืองสูญหาย และยังต้องการให้เกิดการส่งเสริมการสร้างงานศิลปะอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรของเมืองเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น ดังนั้น การจัดตั้งมิวเซียมประจำโบสถ์จึงเป็นหนทางที่จะตอบสนองทุกความต้องการของทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

โครงสร้างของมิวเซียมนั้น ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของมิวเซียมก็คือ ส่วนที่เป็นวังเก่าของท่านบิชอป ที่ต่อรวมกับส่วนของกุฏิที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบโรมันเนสท์ย้อนหลังไปถึงปี 1131 ต่อมาในปี 1435 ท่านบิชอปก็ให้เพิ่มส่วนหอสวดมนต์ St.John TheBaptist ขึ้น ส่วนที่เก่าแก่เป็นอันดับสอง คือส่วนที่เป็นหอคอยกลมดั้งเดิมของตัวปราสาทที่สร้างขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 12 ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เป็นไปตามแนวทางศิลปะแบบโกธิกและบาโรกและได้รับการขนานนามว่า ส่วนใหม่ของปราสาทส่วนงานโครงสร้างตามแนวทางศิลปะแบบเรอเนสท์ซองส์นั้น ปัจจุบันไม่มีเหลือให้เห็นแล้ว เนื่องจากถูกทำลายลงจนหมดในสงคราม 30 ปี ต่อมาในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 17 ท่านบิชอปได้มีบัญชาให้ต่อเติมส่วนปีกขึ้นใหม่ทางทิศตะวันตก และมีการต่อเติมไปถึงด้านใต้โดยตกแต่งแบบบาโรกเกือบทั้งหมด ส่วนของระเบียงทั้งทางทิศเหนือและตะวันออกได้รับการก่อสร้างและตกแต่งในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยได้ชื่อว่า Bloody Terrace ส่วนการปรับปรุงครั้งล่าสุดในปี 2000 นั้นเน้นที่ส่วนสวนที่ตกแต่งแนวบาโรก

การที่มิวเซียมแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งในระดับชุมชน ชาติและนานาชาติ ทำให้ของจัดแสดงที่สามารถนำมาจัดแสดงได้อย่างเป็นระบบมีมากกว่าพันชิ้น อาทิ รถประจำตำแหน่งของ Olomouc Bishop Ferdinand JuliusTroyer ซึ่งได้รับการตกแต่งผนังด้านหลังด้วยฝีมือของ Michelangelo Unterberger ที่จัดแสดงณ Coach House ห้อง TreasureHouse I เป็นการจัดแสดงของสะสมที่สำคัญที่สุดโดยมีศิลปะทั้งแบบโกธิก เรอเนสซองส์และบาโรก ห้อง Treasure House II เป็นการจัดแสดงเสื้อผ้าที่ใช้ในการทำพิธีกรรมต่างๆ ของท่านบิชอป ห้องภาพ ก็เป็นงานจิตรกรรมสะสมของท่านบิชอปย้อนหลังไปปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งมีผลงานทั้งของศิลปินอิตาเลียน ดัทช์และยุโรปกลาง ห้องเก็บงานหัตถกรรมและงาช้าง งานสะสมที่จัดแสดงเป็นของสะสมของท่านบิชอป Leopold Precan ซึ่งย้อนหลังไปตั้งแต่ยุคกลางจวบจนคริสต์ศตวรรษที่ 19 ทั้งงานของฝรั่งเศส และเยอรมัน งานแนวบาโรคที่ตกแต่งโบสถ์ได้รับอิทธิพลมาจากอิตาลี ลุ่มน้ำดานูบ โบฮีเมีย และ Silesia งานแนวนี้รุ่งเรืองมากใน Olomoucจึงไม่ได้มีเพียงงานเกี่ยวกับศาสนจักร แต่ยังรวมถึงงานของขุนนาง และคหบดีด้วย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวเซียมแห่งนี้จะมีโอกาสชื่นชมรถประจำตำแหน่งและคทาของท่านบิชอปที่อลังการและหาดูได้ยากจากมิวเซียมประเภทเดียวกันในเมืองอื่น

Gild Brass

Gild Copper

Madonna from Hodslavice

Painting

Treasure House2

แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc เมืองมรดกโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 2, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/470141

แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc เมืองมรดกโลก

แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc เมืองมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

City Center

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสาธารณรัฐเช็ก และชื่นชอบการเยือนเมืองมรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของประเทศที่ต้องไปเยือนให้ได้ นอกจาก Litomysl ก็คือ Olomouc เมืองทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากกรุงปรากโดยรถไฟ 2 ชั่วโมง 15 นาที เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับหกของประเทศและเป็นเมืองหลักของแคว้น Moravia ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 นี้ เคยเป็นที่ตั้งของค่ายทหารโรมันริมแม่น้ำ Morava เมืองที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 2 ย้อนหลังไปสมัยสงครามMarcomannic และต่อมาชาวสลาฟได้ย้ายมาอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 6 นี้ได้กลายเป็นที่พำนักของบิชอปเริ่มตั้งแต่ปี 1063 จึงได้มีการสร้างพระราชวังขึ้นตามแนวทางศิลปะแบบโรมันเนสท์ก่อนได้รับการเลื่อนให้เป็นที่พำนักของ Archbishop ที่ย้ายมาจาก St.Peterเพื่อมาอยู่ ณ โบสถ์ St.Wenceslas ในปี 1141

Altar

นับจากนั้นมา Olomouc ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นและกลายเป็นที่พำนักของรัฐบาล Premyslidแต่เมืองนี้ก็ถูกลดสถานะลงเมื่อพระเจ้า Wenceslasที่สามแพ้สงครามต่อ Wladyslaw ที่ 1และถูกสังหาร เมืองได้รับการสถาปนาและคืนสู่อำนาจการเป็นศูนย์กลางใหม่กลางคริสต์ศตวรรษ ที่ 13ในปี 1454 รัฐบาลได้ขับไล่ชาวยิวออกจากเมืองตามกระแสต่อต้านยิวตามอย่างสเปนและโปรตุเกสในช่วงเวลานั้น เมืองกลับมารุ่งเรืองสู่ยุคทองอีกครั้งและกลายเป็นสถานที่จัดการประชุมระหว่างราชวงศ์โดยผู้ปกครองเมืองนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ประจำแคว้นโบฮีเมีย แต่ก็พ่ายแพ้ต่อชาวสวีดิชอีกครั้งหลังสงคราม 8 ปีในปี 1650 ยังผลให้เมืองเสียหายมากและตกเป็นรองเมือง Brno ในปี 1740 เมืองนี้ตกเป็นของรัสเซียและถูกปกครองโดยพระนางมาเรียเทเรซ่า ระหว่างสงคราม Frederick the Great ในปี 1848 ที่นี่เป็นสถานที่พระจักรพรรดิเฟอร์ดินันด์สละราชย์

Holy Trinity Column

อีก 2 ปีต่อมา ออสเตรียและเยอรมันได้ประชุมกันและตกลงที่จะจัดตั้ง German Confederation และปรัสเซียภายใต้การนำของออสเตรีย นับจากนั้นมาเมืองนี้ก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมเยอรมันแม้กระทั่งชื่อจัตุรัสก็ถูกเปลี่ยนเป็นภาษาเยอรมัน ถึงกระนั้นก็ตามเมืองนี้ยังคงใช้ภาษาเช็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการติดต่อราชการ เมื่อสงครามโลกปะทุขึ้นชาวเมืองทั้งสองสัญชาติจึงเกิดการปะทะกัน ซ้ำร้ายกลุ่มที่เข้าข้างนาซียังทำการเผาโบสถ์ชาวยิวและขับไล่ชาวยิวออกจากเมืองเฉกเช่นเดียวกันกับที่ทหารนาซีกระทำกับทุกเมือง ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะสิ้นสุดลง ทหารเยอรมันได้ทำลายหอนาฬิกาใหญ่ของเมืองลงซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวเช็กพื้นเมืองมาก เมื่อเยอรมันแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง Olomouc ก็ได้รับการปลดปล่อยจากอิทธิพลของเยอรมัน ชาวเยอรมันส่วนหนึ่งก็ถูกขับไล่ออกจากเมืองตอบแทนความโหดเหี้ยมที่พวกเขาเคยทำกับเมืองและชาวยิว ชาวเช็กได้เปลี่ยนชื่อจัตุรัสกลับไปใช้ภาษาเช็กเช่นเดิม นับจากนั้นมา เมืองนี้กลับไม่สามารถฟื้นฟูให้รุ่งเรืองดังเดิมเฉกเช่นเดียวกันกับ Prague, Cesky Krumlov และ Karlovy Vary ได้อีกเลย

Main Altar

สำหรับโบสถ์ St Wenceslas ที่อยู่กลางจัตุรัสประจำเมืองที่ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1107 ภายใต้แนวคิดของเจ้าชาย Svatopluk และมีชื่อตั้งตาม Duke of Bohemia คนสุดท้ายในโอกาสครบรอบพันปีที่ท่านเสียชีวิตนั้นก็คือโบสถ์ที่ประทับของสงฆ์เจ้าคณะนิกายโรมันคาทอลิกที่ได้รับการสถาปนามาจากกรุงโรม โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกตามแนวทางศิลปะแบบโรมันเนสท์และปรับปรุงให้เป็นไปตามแนวทางแบบนีโอโกธิคในคริสต์ศตวรรษที่ 14 นั้นได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่หลังถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1883 ภายใต้การออกแบบโดย Gustav Meretta และ R. Volkel โบสถ์ที่ประกอบด้วยหอคอย 3 หลังโดยหลังที่สองสูงที่สุดของสาธารณรัฐเช็กนี้ ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ล่าสุดในปี 2007 นี่เอง โบสถ์นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเพราะมีหอคอยที่สองที่สูงถึง 100.65 เมตรนี้และเป็นหอคอยสูงที่สุดในประเทศจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทั้งเมืองได้อย่างจุใจ

Main Market Square

Main Market Square
Stairs

Stairs
St Wenceslas

St Wenceslas
St Wenceslas inside

St Wenceslas inside
Old Town

Old Town

แหวกฟ้าหาฝัน : Litomysl castle ปราสาทมรดกโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 26, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468594

แหวกฟ้าหาฝัน : Litomysl castle ปราสาทมรดกโลก

แหวกฟ้าหาฝัน : Litomysl castle ปราสาทมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Theater

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน Litomysl นอกจาก Portmoneum แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงเมืองนี้นั่นคือ Litomysl Castle ปราสาทแนวเรอเนสซองส์ที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็กที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 1999 เมื่อ Litomyslที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี 981 จากบันทึกประจำวันของ Kosmas นักบุญที่มีชื่อเสียงของสาธารณรัฐเช็กนี้ได้ถูกยกสถานะให้สูงขึ้นประกอบกับมีการสร้างอารามใหม่ในปี 1145 ทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

Blue Parlour

ในปี 1259 พระเจ้า Premysl Otakar ที่สอง ได้อนุญาตให้ตั้งเมืองขึ้น ต่อมาในปี 1344 จักรพรรดิชารล์ที่สี่ได้อนุญาตให้บิชอปมาตั้งรกรากส่งผลให้ที่นี่เป็นเมืองอันดับสองของแคว้นโบฮีเมียรองจากกรุงปราก ระหว่างปี 1432-1547 ดินแดนแห่งนี้ถูกครอบครองโดยตระกูล Kostkaส่งผลให้ที่นี่เจริญรุ่งเรืองมากและกลายเป็นเส้นทางการค้าสำคัญ เมืองนี้ถูกกษัตริย์ยึดคืนในสมัยรัชทายาทรุ่นสุดท้ายของ Kostka เนื่องจากพวกเขากระด้างกระเดื่อง กษัตริย์จึงส่งมอบให้ตระกูล Perstejn ภายใต้การนำของ Vratislav ofPernstejn ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของแผ่นดินเช็ก เขาได้มีโอกาสเดินทางไปยังหลายประเทศในยุโรปรวมทั้งอิตาลีด้วย เขาจึงดำริที่จะสร้างปราสาทตามแนวทางศิลปะแบบเรอเนสซองส์ซึ่งรุ่งเรืองสุดขีดในช่วงเวลานั้น เขาได้แต่งตั้งให้ Jan Baptista Avostalis หรือ Giovanni Battista Avostalli เป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างต่อมาในปี 1792 เจ้าของปราสาทคนใหม่ประสงค์ที่จะตกแต่งปราสาทให้ทันสมัยขึ้นจึงได้แต่งตั้งJan Krystof Habich ให้ปรับปรุงปราสาทตามแนวทางศิลปะแบบบาโรกโดยยังคงรักษาแนวทางศิลปะแบบเรอเนสซองส์ไว้ด้วย

Chapel

ปราสาท 3 ชั้น 4 ปีก ที่ไม่สมมาตรกันนี้มีส่วนทิศตะวันตกเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด และมีส่วนใต้ที่มีเพียง 2 ชั้นเท่านั้น เป็นที่ตั้งของหอสวดมนต์การตกแต่งภายในส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานมาจากการสร้างดั้งเดิมแบบเรอเนสซองส์โดย Frantisek Maximilian Kanka สถาปนิกที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นเป็นผู้ออกแบบ ส่วนของปราสาทแนวบาโรกมีเฉพาะส่วนสวน กำแพงและหลังคา นอกจากนี้ที่นี่ยังมีโรงเบียร์ซึ่งเป็นที่ถือกำเนิดของ Bedrich Smetana นักแต่งเพลงชื่อก้องโลกอีกต่างหากด้วย

Dinning room

ส่วนที่น่าประทับใจมากที่สุดและพิเศษสุดของปราสาทก็คือส่วนของโรงละครที่อยู่ทางทิศตะวันตก โรงละครที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 18 นั้น ครั้งแรกสร้างที่ชั้นสอง ต่อมาเจ้าของปราสาทได้สร้างโรงละครที่สองใหม่ในปี 1791ที่ชั้นหนึ่ง Count Jiri Josef Valdstejn-Vartemberk เป็นผู้รับหน้าที่ตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จ และเปิดทำการในเดือนเมษายน 1798 โรงละครขนาด 150 ที่นั่งนี้กลายเป็นแหล่งบันเทิงที่สำคัญที่ครอบครัวของเจ้าของปราสาทและเพื่อน ได้มาแสดงละครร่วมกัน โรงละครที่ได้รับการตกแต่งโดย Domini Dvorak ตามแนวทางศิลปะแบบคลาสสิก และตกแต่งเวทีโดย Josef Platzerจิตรกรราชสำนักผู้ตกแต่งโรงละครกรุงปราก และเวียนนานี้ไม่เพียงได้มาตรฐานสูง ยังสวยงามจนได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของEuropean Route of Historic Theaters projectในปี 2013 อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญหนึ่งของImperial route ของโบฮีเมียและออสเตรียสมกับที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยนักท่องเที่ยวที่จะได้มาเยี่ยมเยือนปราสาท เมื่อได้ชมส่วนของเวทีและการตกแต่งจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในการตกแต่งด้วยของดั้งเดิมของตัวเวทีที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีตลอดเวลาหลายร้อยปี

Green Parlour room

Library

Litomysl castle

Theater audian part

แหวกฟ้าหาฝัน : Portmoneum เมือง Litomysl #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 19, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467105

แหวกฟ้าหาฝัน : Portmoneum เมือง Litomysl

แหวกฟ้าหาฝัน : Portmoneum เมือง Litomysl

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Old Town square

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสาธารณรัฐเช็ก และชอบเที่ยวเมืองที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เมืองหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ก็คือ Litomysl ทั้งนี้เพราะเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากกรุงปราก 136 กิโลเมตรนี้มีปราสาทประจำเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ตัวเมืองเองก็มีความน่าสนใจและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เยี่ยมเยือนด้วย เมืองที่ได้รับการเรียกขานจากชื่อชาวพื้นเมือง Slav ตะวันตกที่มาตั้งรกรากอยู่ในสาธารณรัฐเช็กนับจากคริสต์ศตวรรษที่ 6 นี้เป็นเมืองโบฮิเมียนทางทิศตะวันออกที่ถูกกล่าวอ้างถึงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 และถูกตั้งขึ้นบนเส้นทางระหว่างโบฮีเมียและโมราเวีย เมืองที่เคยเป็นเส้นทางการค้าสำคัญตั้งแต่โบราณนี้ยังมีความสำคัญตรงที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่อยู่ของเจ้าคณะสงฆ์นิกายคาทอลิกตั้งแต่ปี 1344 จวบจนถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปราก ที่อยู่ของเจ้าคณะสงฆ์จึงย้ายไปตั้งอยู่ที่กรุงปรากแทน

Building in Vachalova lane

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองที่นอกจากปราสาทแล้วยังมีจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐเช็ก จัตุรัสกลางเมืองนี้เป็นที่ตั้งของบ้านเรือนแบบบาโรกและเรอเนสซองส์ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป และมี House of the Knights อาคารที่มีหน้าบันเป็นหินที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นอาคาร ที่เลื่องชื่อที่สุด ยิ่งกว่านั้นเมืองนี้ยังมี Portmoneum มิวเซียมที่มีความแปลกและมีอัตลักษณ์สูงจากฝีมือของ Josef Vachal ศิลปินและนักเขียนชาวเช็กที่ได้รับเชิญให้มาเขียน ณ บ้านของ Josef Portman นักสะสมผลงานศิลปะ เพื่อนและผู้อุปถัมภ์สำคัญของศิลปินเองในปี 1920

Old Town sqare and Clock Tower

Josef Vachal เจ้าของผลงานที่จัดแสดงณ Portmoneum เกิดวันที่ 23 กันยายน 1884 จากบิดามารดาที่ไม่ได้แต่งงานกัน เขาจึงถูกเลี้ยงโดยย่าซึ่งอาศัยอยู่ ณ Pisek เมืองทางใต้ของรัฐโบฮีเมีย ต่อมาเขาย้ายไปกรุงปรากและได้เป็นเพื่อนกับ Mikolas Ales ศิลปินแนว Art Nouveau ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องในปี 1900 เขาเขียนกวีบทแรกและเข้าร่วมสมาคม Prague Theosophy อีก 4 ปีต่อมาเขาก็เข้าเรียนที่โรงเรียนเขียนภาพ Vachal ได้ ตีพิมพ์หนังสือ 2 เล่มในปี 1910 อีก 3 ปีต่อมาเขาแต่งงานกับ Masa Pesulova และเริ่มเป็นเพื่อนกับ J.Portman นักสะสมงานศิลปะซึ่งกลายเป็นเพื่อนสนิทและผู้อุปถัมภ์สำคัญที่สุดของเขา ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเขากลายเป็นผู้ที่ต่อต้านนาซี ดังนั้นเมื่อสาธารณรัฐเช็กถูกครอบครองโดยเยอรมัน เขาจึงอึดอัดมากและกลายเป็นคนเก็บตัว หลังจากที่สาธารณรัฐเช็กกลายเป็นคอมมิวนิสต์ เขายิ่งแยกตัวและไม่ค่อยมีผลงานแสดงต่อสาธารณชนนับจากนั้นมา

Painting in Portmoneum

หลังจากสร้างสรรค์งานที่บ้านของ Josef Portman เสร็จในปี 1920 และกลายเป็นคนเก็บตัว เขาจึงไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นช่วงแรก ถึงกระนั้นก็ตาม งานของเขาก็ยังเป็นสมบัติที่มีค่ายิ่งของสาธารณรัฐเช็ก แต่การที่งานของเขาไม่ได้ใช้สีที่คุณภาพดีนัก มันจึงเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ PortmanHouse ซื้อบ้านหลังนี้จาก National galleryจึงได้จ้าง Jiri Latal, Jaroslav Horalek และ Jan Tursky นักซ่อมแซมภาพทั้งสาม และ Ladislav Krylนักเทคโนโลยี รวมทั้ง Mikulas Hulc สถาปนิก มาช่วยกันใช้เทคโนโลยีน้ำมันซ่อมภาพและบ้านใหม่ยังผลให้เทศบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของการซ่อมภาพจึงได้จัดตั้ง School of Restoration and Conservation Techniques ประจำเมืองขึ้น และยกระดับให้เป็น Faculty of Restoration ของมหาวิทยาลัย Pardubice หลังการเสียชีวิตของ Ladislav Horacek เจ้าของตึกคนสุดท้าย ทายาทของเขาได้ขายตึกนี้ให้กับราชการส่งผลให้มิวเซียมกลายเป็น Regional Museum

Painting in the building on Vachalova lane

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนมิวเซียมเพื่อยลผลงานจะพบว่าผลงานของ Josef Vachal มีความแปลกประหลาดยากต่อการเข้าใจอันสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติต่อโลกที่ไม่ธรรมดาของเขา แต่หากนักท่องเที่ยวไม่ชอบเยือนมิวเซียมและต้องการชมผลงานของเขา ก็สามารถชมผลงานภาพขาวดำบนผนังตึกได้ที่ ถนน Vachalova lane ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสอัจฉริยภาพของศิลปินเช่นกัน แม้ภาพส่วนใหญ่จะเป็นภาพขาว-ดำและไม่โลดโผนนักก็ตาม

Portmoneum

Portmoneum

Portmoneum

Portmoneum

%d bloggers like this: