แหวกฟ้าหาฝัน

All posts tagged แหวกฟ้าหาฝัน

แหวกฟ้าหาฝัน : German Artist in National Gallery Prague

Published November 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/437218

แหวกฟ้าหาฝัน : German Artist in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : German Artist in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปราก และได้มีโอกาสเยี่ยมชม National Gallery Pragueไม่เพียงจะได้ชื่นชมงานของศิลปินประจำชาติชาวเช็กเท่านั้น ในห้องภาพที่แสนใหญ่โตนี้ยังมีผลงานของศิลปินชาติอื่นด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินชาวเยอรมันซึ่งเป็นชาติที่มีอิทธิพลต่อสาธารณรัฐเช็กไม่น้อยไปกว่าออสเตรีย และถ้าหากนักท่องเที่ยวมาในจังหวะที่ดีก็อาจได้ชมนิทรรศการพิเศษที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง 2 ชาติด้วย เช่น นิทรรศการของ Katharina Grosse

Katharina Grosse เป็นใคร เหตุใดจึงได้มีการจัดนิทรรศการร่วมระหว่าง 2 ชาติ Katharina Grosse เป็นศิลปินร่วมสมัยที่มีความโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบันของเยอรมนี เธอเกิดวันที่ 2 ตุลาคม 1961 ที่เมือง Freiburg เมืองชายแดนทางใต้ของเยอรมนี เธอเป็นคนที่สนใจศิลปะตั้งแต่ยังเล็ก เธอมักตื่นแต่เช้าและจินตนาการว่าเธอลบภาพเดิมออกจากกำแพง หรือหน้าต่างที่เคยใช้พู่กันวาดภาพลงบนหน้าต่างหรือโคมไฟไว้เมื่อวันก่อน เธอทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลาแล้วบรรจงวาดภาพใหม่ๆ ด้วยเทคนิคที่ต่างกันไปทุกวัน เธอจึงตัดสินใจเข้าเรียนต่อด้านศิลปะที่ Kunstakademie เมือง Dusseldorf เมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านออกแบบแฟชั่นของเยอรมนี ต่อด้วย Kunstakademie เมือง Munster ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

หลังปลายทศวรรษที่ 1990 งานของเธอส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้นใช้เริ่มปืนสเปรย์มือและนิ้วแทนแปรงโดยใช้สีอะคริลิกกับทุกพื้นผิว เธอให้ความเห็นว่าการใช้ปืนสเปรย์เหมือนกับการสร้างงาน 3 มิติเพราะเมื่อมันถูกยิงขึ้นไปบนฟ้าแล้วตกลงมาเปรียบเสมือนกับเครื่องกลที่เชื่อมระหว่างร่างกายกับสมอง แรงที่ถูกดันออกจากปืนจะสร้างความกดดันกับอากาศและเร่งให้เธอต้องรีบเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้ภาพตามที่ต้องการเธอมักเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน เธอรู้สึกว่าการวาดภาพเป็นการเชื่อมโยงระหว่างการกระทำเข้ากับความคิดได้อย่างมหัศจรรย์ อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงศิลปินเข้ากับผู้ชมผ่านทางขบวนการคิดที่แตกต่างกันระหว่างเวลาและสถานที่ เธอจึงพยายามประสานผลงานระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติโดยสร้างที่ทางของตัวเองโดยใช้รูปร่าง สี และพื้นผิวของธรรมชาติ ผลงานของเธอจึงมีทั้งภายนอกและภายในอาคารโดยมีการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ หิน ดิน มาเป็นส่วนประกอบ เธอชอบให้ผลงานของเธอมีความยืดหยุ่น มีชีวิตชีวา และเป็นอิสระไม่ได้ยึดติดแค่ผืนผ้าใบ แม้เธอจะเป็นจิตรกรก็ตาม

ด้านหลังชิ้นงาน

สำหรับงานที่จัดแสดง ณ National Gallery เมืองปราก นี้ เธอได้จัดทำงานอะคริลิคบนผืนผ้าขนาดใหญ่โดยการให้นิยามใหม่กับงานทัศนศิลป์เสมือนหนึ่งฉากละครร่วมกับงานสถาปัตยกรรม สีสันที่ใช้อย่างสดใสจะดูมีน้ำหนักและพื้นผิวถูกทำให้เหมือนกับการสร้างงานประติมากรรม การชมผลงานจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนมุดเข้าไปในอุโมงค์ หรือด้านหลังของโรงละครโบราณที่มีสีสันสดใสที่ต้องใช้จินตนาการว่า ผู้จัดต้องการสร้างเรื่องราวอะไรยังไงกันแน่

ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงานของเธอสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนในวงการส่งผลให้เธอสามารถที่จะจัดนิทรรศการ ณ ห้องภาพดังๆทั่วทั้งยุโรปไม่ว่าจะเป็น Centre Pompidouในปารีส Kunsthaus เมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ Biennale เมืองเวนิส อิตาลี Museu de Arte Contemporanea เมืองปอร์โต โปรตุเกสMuseum for Moderne Kunst เมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก Garage Museum of ContemporaryArt เมืองมอสโก รัสเซีย Museum Frieder Burda เยอรมนี หรือแม้กระทั่งข้ามไปจัดแสดงไกลถึง Modern Art Museum กรุงนิวยอร์ก Mural Arts เมืองฟิลาเดเฟีย

แหวกฟ้าหาฝัน : Milos Jiranek, Neo Impressionist, in National Gallery Prague

Published November 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/435575

แหวกฟ้าหาฝัน : Milos Jiranek, Neo Impressionist, in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Milos Jiranek, Neo Impressionist, in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Shower in the School gym Prague

นักท่องเที่ยวเห็นชื่อที่จั่วหัวคงสงสัยว่า Neo Impressionist คืออะไร Neo Impressionism  เป็นคำที่ Felix Feneon นักวิพากษ์ศิลป์ชาวฝรั่งเศสตั้งขึ้นเพื่ออธิบายถึงการเคลื่อนไหวทางศิลปะของ Georges Seurat ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่โด่งดังจากภาพ A Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte ที่ถูกจัดแสดงขึ้นครั้งแรกในงานนิทรรศการ Societe des Artistes Independants ณ กรุงปารีส อันเป็นช่วงเวลารุ่งเรืองของศิลปินฝรั่งเศสที่จะสร้างสรรค์แนวทางศิลปะใหม่ๆ ผลงานตามแนวทางศิลปะแบบ Neo Impressionism มักถูกเป็นบรรยากาศชานเมืองท้องถิ่น ทิวทัศน์และท้องทะเล ศิลปะแนวนี้มี 2 แบบ คือ Divisionismหรือเทคนิคการวาดภาพโดยแยกสีออกเป็นจุดๆ หรือแต้มๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อกันโดยการผสมสีเกิดขึ้นในตาของผู้ชมเองไม่ได้เกิดจากการผสมสีโดยผู้วาดซึ่งนักวิพากษ์ศิลป์ในยุคนั้นถือว่าแนวทางศิลปะนี้เป็นแนวทางศิลปะแบบก้าวหน้าอย่างแท้จริง และแบบ Pointillism หรือเทคนิคการวาดภาพแบบจุดซึ่งมี Georges Seurat และ Paul Signac เป็นผู้นำ

Study in White

แนวทางศิลปะแบบ Neo-Impressionism เป็นที่นิยมและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการที่ในช่วงเวลานั้นแนวทางศิลปะเริ่มเป็นไปอย่างเสรี ไม่ยึดติดกับแบบแผนมากนักและพยายามที่จะผสมผสมกลมกลืนวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ประวัติศาสตร์ และคุณค่าทางศิลปะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แนวทางศิลปะที่เน้นการศึกษาสีแสงเป็นหลักนี้ ปรากฏแก่สายตาสาธารณชนครั้งแรกในปี 1886 ที่ Salon des Independantsส่งผลให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่หลักในการจัดแสดงงานแนวนี้ต่อมาอีกหลายทศวรรษโดยมีSignac เป็นประธานสมาคม แม้ในช่วงเวลานั้นผลงานแนวนี้จะใหม่และแหวกแนวมาก แต่กลับเป็นที่ชื่นชอบและถูกจัดแสดงต่อมาอีกหลายแห่ง

A Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte by Georges Seurat

เนื่องจากสาธารณรัฐเช็กมีความก้าวหน้าทางด้านศิลปะในช่วงเวลาที่ศิลปะแนวNeo-Impressionism รุ่งเรืองเช่นกัน ที่นี่จึงมีศิลปินแนว Neo-Impressionism ด้วย เช่น Milos Jiranek เขาเกิดในครอบครัวที่มั่งคั่งในปี 1875 โดยอาศัยอยู่กับ Jaroslav Vrchlicky กวีเอกชาวเช็ก เขาจึงมีโอกาสใช้ห้องสมุดขนาดใหญ่ส่งผลให้เขามีความสามารถทางด้านภาษาตั้งแต่ยังเยาว์ ในปี 1894 เขาเข้าเรียน Faculty of Arts ที่มหาวิทยาลัย Charles และย้ายไปเรียนต่อที่ Academy of Fine Arts กับ Maximilian Pirner ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่ Manes Union of Fine Arts ในปี 1900 เขาเดินทางไปมิวนิก เวียนนา และ Trieste และได้มีโอกาสพบกับ Auguste Rodin นักประติมากรรมมือหนึ่งของฝรั่งเศสส่งผลให้เขากลายเป็นผู้นำในการนำแนวทางศิลปะและผลงานของ Rodin เข้ามาจัดแสดงที่สาธารณรัฐเช็ก ต่อมาอีก 5 ปี เขาแต่งงานกับ Antonia Zednikova จิตรกรและร่วมกันวาดภาพ Prague Castle ในปี 1910 เขามีโอกาสจัดแสดงผลงานศิลปะเดี่ยวที่ Topicuy Salon ก่อนเสียชีวิตในปีต่อมาด้วยโรควัณโรคอายุเพียงแค่ 36 ปีเท่านั้น

Ballet Rehearsal by Edgar Degas

แม้เขาจะเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขากลับเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสาธารณรัฐเช็ก เพราะไม่เพียงเขาจะมีผลงานหลากหลายชนิดอยู่จำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียนน้ำมันที่มีคุณภาพงานและแนวทางการสร้างสรรค์งานพอๆ กับ Edgar Degas ศิลปินชื่อดังของฝรั่งเศส เช่น ภาพ Shower in the School Gym ซึ่งผู้ชมจะเห็นว่าการจัดวางองค์ประกอบของภาพมีแนวทางคล้ายกับภาพ Ballet Rehearsal ที่ Degas ชอบวาด ภาพสีน้ำ ภาพร่าง และงานจารไม้ เขายังเป็นศิลปินที่ปลุกแนวคิดรักชาติอย่างเข้มข้นในช่วงสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ด้วย เขาเป็นสมาชิกของกลุ่มศิลปินรุ่นเยาว์ที่เปิดประตูสู่ยุโรป ยิ่งกว่านั้นเขายังเป็นนักเขียน นักวิพากษ์ศิลป์ บรรณาธิการ และนักจัดงานด้วยส่งผลให้เขาสามารถที่จะนำเข้างานจากยุโรปและเผยแพร่งานของศิลปินเช็กส่งยุโรปด้วย

Wier in the Palacky Bridge

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Hudecek in National Gallery Prague

Published November 6, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/433954

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Hudecek in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Hudecek in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Evening Silence

นักท่องเที่ยวที่ได้เยือน National Gallery Prague ย่อมมีโอกาสได้ชมผลงานของศิลปินเช็กมากกว่ามิวเซียมที่อื่น ทั้งนี้เพราะห้องภาพแห่งนี้เป็นห้องภาพหลักของประเทศ AntoninHudecek ศิลปินแนวทิวทัศน์ที่สำคัญที่สุดในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ของสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็นศิลปินอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานจัดแสดงจำนวนมากในห้องภาพแห่งนี้ เขาเกิดที่ Redhostในปี 1872 เขาเข้าเรียนขั้นพื้นฐานที่เมืองเกิด ก่อนย้ายมาเรียน Academy of Fine Arts ที่กรุงปราก กับศาสตราจารย์ Maximillian Pimer ตั้งแต่ปี 1887 โดยเน้นจิตรกรรมรูปคน (Figure) โดยเริ่มต้นที่ภาพนู้ด ในปี 1891 เขาย้ายไปอยู่มิวนิคเพื่อเรียนการวาดภาพคนเพิ่มเติมขึ้นอีกที่โรงเรียนเอกชนของ Anton Azbe และสมัครเข้าเรียนที่Munich Academy ภายใต้การสอนของศาสตราจารย์ Otto Seitz

First Green A-Leaves

อย่างไรก็ดี ในปีต่อมาเขากลับเข้าเรียนด้านภาพคนอีกที่ห้องภาพของ Vaclav Brozikที่ Prague Academy แต่เนื่องจาก Brozik ชอบมาอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาเลยได้ร่ำเรียนวิชาวาดภาพทิวทัศน์จาก Marak school ด้วยจนสามารถที่จะผสมผสานความรู้ในการวาดภาพคนกับทิวทัศน์เข้าด้วยกันตามแนวทางศิลปะแบบ Art Nouveau หลังจบการศึกษา เขาจัดตั้งห้องภาพของตัวเองที่กรุงปราก กับ Antonin Slavicek และ Otakar Lebeda กลุ่มศิลปินที่เน้นการวาดภาพทิวทัศน์ในปี 1895 ในช่วงเวลานั้นเขาได้สร้างสรรค์งาน Evening Silence ภาพหญิงสาวที่หันหลังให้ผู้ชมขณะกำลังชื่นชมกับบรรยากาศรอบตัวในช่วงอัสดงของฤดูร้อนอันเป็นงานที่ทำให้เขาสามารถปรับสมดุลระหว่างภาพคนและทิวทัศน์ได้อย่างน่าประทับใจ และสร้างชื่อให้กับเขานับจากนั้นมา

First Green Leaves detail

ต่อมาอีก 3 ปี หลังจากที่เขาเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนศิลปินที่นำโดย Juluis Marka และสามารถจัดนิทรรศการขึ้นครั้งแรกที่ Manes Association ในปี 1900เขาก็สามารถจัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกที่เวียนนานับจากจัดแสดงผลงานครั้งนั้น เขาก็เริ่มเดินทางไปยังหลายเมืองในยุโรปเพื่อหนีหนาวและหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ เช่น เยอรมนี บริเวณเมดิเตอร์เรเนียน สก็อต และอิตาลี ในปี 1930 ผลงานของเขาเริ่มเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงศิลปะในสาธารณรัฐเช็กจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของ Czech Academy of Sciences and Arts และได้รับรางวัลด้วย หลังจากนั้นอีก 10 ปีเขาก็ได้รับรางวัล National Prize for Paintingและย้ายมาอยู่ที่ Castolovice จนเสียชีวิตในปี 1941

Portrait of Mrs.Mila Slavickova

ผลงานของเขาเน้นการใช้แสงอ่อนที่มีความนุ่มนวลโดยใช้เทคนิค Syntonos ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงที่ Beckmann ศิลปินเยอรมันกำลังโด่งดังแม้เขาจะไม่ใช่ศิลปินที่โด่งดังมากนักในระดับนานาชาติเพราะงานของเขาดูหม่นหมองเศร้าสร้อย แต่ผลงานของเขาก็มักเข้าประมูลอยู่เป็นประจำโดยมีมูลค่าตั้งแต่ 26-867,000 เหรียญ ภาพที่มีมูลค่าสูงสุดที่ประมูลกันที่ Adolf Loos Apartment Gallery ในปี 2016 นั้นมีค่าถึง 867,000 เหรียญ

Sea in the Moonlight

Stream in the Sunshine

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Slavicek ใน National Gallery Prague

Published October 27, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/432392

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Slavicek ใน National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Slavicek ใน National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Under the Tree

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวเซียมที่จัดแสดงผลงานศิลปะคริสต์ศตวรรษที่ 20 งานแนวหนึ่งที่ต้องดูให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึง นั่นคือ งานแนวImpressionism แม้สาธารณรัฐเช็กจะไม่ได้เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะแนวนี้เฉกเช่นเดียวกันกับฝรั่งเศส แต่เนื่องจากศิลปินเช็กส่วนใหญ่ล้วนมีโอกาสไปรับเรียน และได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะมาจากยุโรปตะวันตกไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส ออสเตรียและเยอรมนีมานานแล้ว Antonin Slavicek ศิลปินแนว Impressionism ชาวเช็กเป็นศิลปินคนหนึ่งที่มีผลงานจำนวนมากใน National Gallery Prague

Birch mood

Antonin Slavicek เกิดเมื่อ 16 พฤษภาคม 1870 เขาเกิดในกรุงปราก โดยเป็นบุตรคนที่สี่จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยเทคนิค เขาเข้าเรียน Grammar ในSpalena และเริ่มวาดภาพส่งให้กับนิตยสารของโรงเรียน ลุงของเขาที่เป็นคณบดีได้ช่วยให้เขาไปอยู่มิวนิกในปี 1886-7 ก่อนเข้ารับการศึกษาด้านศิลปะที่ Academy of Fine Arts กรุงปราก ด้านทิวทัศน์กับ Julius Marak แต่การเรียนของเขาเป็นไปอย่างทุลักทุเลเพราะความเห็นไม่ลงรอยกันกับ Marak อาจารย์ผู้สอน ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็ยังคงติดตามอาจารย์ไปวาดภาพอย่างสม่ำเสมอ เมื่อศาสตราจารย์ Marak เสียชีวิต เขาเข้ารับหน้าที่แทนในภาควิชาอยู่ 6 เดือน และสมัครเข้ารับตำแหน่งแทน แต่ถูกปฏิเสธ สาขาวิชา Landscape จึงถูกยกเลิกไปจากมหาวิทยาลัย

Garden Wall a-detail

Slavicek ได้รู้จักกับ Bohumila Brynych หรือ Mila ซึ่งต่อมาได้แต่งงานกัน เนื่องจากเธอเป็นเด็กกำพร้าแต่มีฐานะค่อนข้างดี หลังแต่งงานทั้งสองแม้จะมีบุตรถึง 3 คน แต่เขากลับไม่มีความจำเป็นต้องสร้างฐานะมากนัก ในปี 1908 ภรรยาของเขาป่วยหนัก พวกเขาจึงเดินทางไป Dubrovik โครเอเชีย เพื่อรักษาพยาบาล โชคร้าย เขากลับไปแขนหักที่นั่น หลังจากทั้งสองรักษาตัวจนหายในเดือนสิงหาคมปี 1909 พวกเขาก็เดินทางไป Eagle Mountains เพื่อพักผ่าน ระหว่างกำลังว่ายน้ำในแม่น้ำ Zdobnice เขาเกิดปัญหาอัมพฤกษ์ข้างขวาขึ้นฉับพลัน หลังจากอาการป่วยดีขึ้น เขาเริ่มใช้มือซ้ายวาดภาพ แต่ผลงานกลับไม่เป็นที่น่าพอใจ เขารู้สึกผิดหวังและเกิดอาการประสาทหลอนจนยิงตัวตายหลังจากนั้นไม่นาน

Garden Wall 

งานของเขาส่วนใหญ่จะมีฝีแปรงแบบจุดๆ และใช้สีสดใสโดยเน้นแสงและเงาตามแบบธรรมชาติ เขามักสร้างสรรค์งานใน Vysocina อันเป็นผลมาจากการอ่านเรื่อง The West ของ Karel Vaclav Rais และ Stolmir เมืองบ้านเกิดของภรรยาSlavicek ได้มอบผลงานจำนวนมากให้กับเพื่อนสนิทและผู้อุปถัมภ์คนสำคัญคือ August Syagrosky ซึ่งเป็นนักสะสมภาพด้วย Sygarosky เป็นคน Roudnice nad Labem ผลงานส่วนหนึ่งของ Slavicek จึงไปจัดแสดงอยู่ที่ Roudnice Gallery

Retna Park detail

Retna Park

แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery กรุง Prague

Published October 25, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/430771

แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery กรุง Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery กรุง Prague

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบภาพเขียน เมื่อมีโอกาสเยี่ยมเยือนเมืองหลวงของประเทศในยุโรป มิวเซียมหนึ่งที่ต้องเยือนให้ได้ก็คือ National Gallery ปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ก็มีห้องภาพประจำเมืองเช่นกัน ห้องภาพประจำเมืองนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 1796 จากดำริของผู้บริหารเมืองและคหบดีในเมืองตัดสินใจร่วมกันที่จะยกระดับการเสพศิลป์ของชาวเมือง พวกเขาจึงร่วมกันจัดตั้ง Society of PatrioticFriends of Art และอีก 2 สถาบันนั่นคือ Academy of Arts และ Picture Gallery ซึ่งกลายเป็น National Gallery in Prague นั่นเอง ในปี 1902 ห้องภาพนี้ได้ควบรวมกับ The Modern Gallery of the Kingdomof Bohemia ที่ถูกก่อตั้งโดยพระเจ้าFranz Joseph I และเริ่มสะสมงานศิลป์ของคริสต์ศตวรรษที่ 20

ในปี 1918 Picture Gallery of the Society of Patriotic Friends ได้กลายเป็นสถานที่เก็บผลงานจิตรกรรมหลัก และในปี 1919 Vincenc Kramar นักสะสม นักประวัติศาสตร์ศิลป์และนักทฤษฎีแนว Cubism ชาวเช็ก ผู้อำนวยการห้องภาพได้เปลี่ยนห้องภาพนี้ให้ทันสมัยและบริหารอย่างมืออาชีพ ในช่วงสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1และ 2 ที่นี่ประสบปัญหายุ่งยากในการบริหารอย่างมาก แต่ในปี 1942 เงินส่วนหนึ่งที่ควรถูกโอนไปที่ Modern Gallery กลับถูกโอนมาให้ที่นี่บริหาร อย่างไรก็ดี ในปี 1949 เงินบริหารของทั้งสองห้องภาพก็ถูกแบ่งแยกกันอย่างเด็ดขาดอีกครั้งภายใต้กฎหมายใหม่

ส่วนอาคาร Trade Fair Palace อันเป็นสถานที่ตั้งของมิวเซียมนั้น ดั้งเดิมเป็นสถานที่ตั้งของ บริษัทการค้านานาชาติในย่าน Holesovice อาคารนี้เคยเป็นอาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของกรุงปรากก่อนกลายมาเป็นสถานที่จัดงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมในปี 1958 อาคารที่ถูกออกแบบจากการชนะประกวดโดย Josef Fuchs และ Oldrich Tyl ในปี 1925 นี้เปิดทำการครั้งแรกในการฉลอง 10 ปีการก่อตั้งประเทศเชโกสโลวาเกีย อาคารที่มีขนาด 13,500 ตร.ม. และเคยเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้นเคยถูกกองทัพนาซีใช้เป็นที่กักขังชาวยิวก่อนส่งไปยังค่ายกักกันตั้งแต่ปี 1939 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อาคารแห่งนี้กลายเป็นที่ทำการของบริษัทที่ทำงานกับบริษัทต่างชาติ ต่อมาในปี 1974 อาคารถูกไฟไหม้จนเสียหายอย่างมาก แต่เมื่อที่นี่ถูกเปลี่ยนมือเป็นของ National Gallery ในปี 1976 จึงได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ถึงกระนั้นก็ตามการปรับปรุงกลับเป็นไปอย่างเชื่องช้าแต่ก็สำเร็จลงได้ในทศวรรษที่ 1990

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมจะเห็นว่าอาคารที่มีถึง 5 ชั้นนี้มีการตกแต่งภายในค่อนข้างทันสมัย แม้จะสร้างมานาน แต่ก็เพิ่งได้รับการปรับปรุงเสร็จสิ้นเมื่อทศวรรษที่ 1990 นี่เอง การแบ่งผลงานการจัดแสดงนั้น ชั้นที่ 1 และ 5 เป็นนิทรรศการชั่วคราว ในขณะที่ชั้น 2-4 เป็นผลงานแบบถาวรโดยเรียงลำดับปีจากเก่ามาใหม่ จากบนลงล่างเพื่อให้ง่ายต่อการทัศนาของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของมิวเซียมทั่วไป ของจัดแสดงชั้น 3 เป็นงานของศิลปินฝรั่งเศส ส่วนชั้น 2 จะมีงาน Czech Contemporary Art ด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีห้องโถงใหญ่ ห้องโถงเล็ก และห้องประชุมสำหรับกิจกรรมอื่นๆ อีกต่างหากด้วย

แหวกฟ้าหาฝัน : Welcome to Hard Times

Published October 23, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/427614

แหวกฟ้าหาฝัน : Welcome to Hard Times

แหวกฟ้าหาฝัน : Welcome to Hard Times

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เนื่องจาก DOX Center เน้นการจัดแสดงผลงานแบบผสมผสานจึงเปิดโอกาสให้มีการจัด Exhibition หรือนิทรรศการที่มีความหลากหลายทั้งรูปแบบและเนื้อหา บางครั้งเน้นในเรื่องสังคมและการเมืองมากกว่าศิลปะด้วยซ้ำ เช่น Future of Europe หรือ Welcome to Hard Times

ในการจัดแสดงผลงานนี้ศิลปินต้องการเน้นให้เห็นว่า ปัจจุบันมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในโลกที่มีความแตกต่างทั้งทางด้านความเห็นและขอบเขต อีกทั้งยังเป็นการยากที่จะแยกแยะข่าวสารที่ได้รับด้วยว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกกันแน่ โลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งในเรื่องอำนาจ การเมืองและศาสนา โลกที่เต็มไปด้วยผู้อพยพนักกิจกรรม เหยื่อ ผู้ก่อการร้าย นักการเมืองซ้ายจัดขวาจัด นิยมประชานิยม ล้วนพยายามสร้างภาพ ให้คำมั่นสัญญาที่แท้ที่จริงแล้ว เป็นเรื่องลมๆ แล้งๆไร้สาระเพื่อให้ดูมีอุดมการณ์ และมีคำว่าประชาชน โลกนี้จึงกลายเป็นโลกที่ความกลัวเป็นสินค้าสาธารณะที่นักการเมืองนิยมนำมาเสนอขาย นักการเมือง นักสร้างสันติภาพ พวกสุดโต่งหรือสายกลาง ใครกันแน่นที่พยายามจะอยู่รอด พวกเขาหรือเราคนเดินดินธรรมดา ที่ต้องการอิสรภาพและความมั่นคง ความสนใจร่วมกันระหว่างคนเหล่านั้นกับพวกเรา ปัญหาอะไรบนโลกกันแน่ที่กระทบกับมนุษย์เดินดินอย่างเรา และเราจะตอบปัญหาทั้งหมดนี้ได้อย่างไร ด้วยอะไร

ปัจจุบันการที่โลกพัฒนาเข้าสู่ความทันสมัยทำให้เรื่องราวบางอย่างถูกละทิ้ง หรือไม่กล่าวถึงจนดูเหมือนกับว่าคนส่วนใหญ่ไม่สนใจความเป็นไปของโลกแล้ว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะปัญหาบางอย่างไม่ส่งผลกระทบกับมนุษย์คนใดคนหนึ่งโดยตรงอย่างเห็นได้ชัด บางเรื่องก็เป็นเพราะเราคิดว่าเราทำอะไรกับมันไม่ได้แล้ว หรือบางเรื่องเราก็ไม่เคยประสบกับมันมาก่อน ศิลปินนำเอาแนวคิดเรื่องการออกกำลังกายในปัจจุบันมาเป็นหัวข้อในการจัดแสดงผลงาน เมื่อก่อนเราไปโรงยิมเพื่อออกกำลังกาย ตอนนี้เราต้องหาข้อมูลก่อนว่าควรออกกำลังกายอย่างไร กี่นาที และทำอะไรบ้าง เช่น โยคะ คาร์ดิโอ หรือต้องทำร่วมกัน เราต้องออกกำลังกายหน้ากระจก ต้องถ่ายรูปต้องกินน้ำ เครื่องดื่มเกลือแร่ ต้องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การใช้พลังงาน และโพสต์บอกสถานที่ บอกเวลาให้คนรอบตัวรู้ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนี้การออกกำลังกายเป็นเรื่องส่วนตัว เพื่อสุขภาพ เพื่อความสุขแต่การออกกำลังกายในยิมในยุคแห่งความยุ่งยากนี้กลับไม่เป็นไปเพียงเพื่อให้เรามีสุขภาพดีแต่อาจกลับสร้างความกระวนกระวายใจให้กับจิตใจเรา เราอาจพะวงกับการต้องการดูดีในสายตาของเพื่อนในกลุ่ม Facebook, Line เพราะเราดันไปโพสต์ให้คนดูว่าวันๆ เราทำอะไรกันแน่

นอกจาก Welcome to Hard Times แล้ว Datamaze ก็เป็นอีก Exhibition หนึ่ง ที่สะท้อนสังคมปัจจุบัน ไม่ใช่งานศิลปะ Datamaze เป็น exhibition เกี่ยวกับงานที่ยังทำไม่เสร็จ (work in progress) กับลักษณะสถานที่ทำงานที่เปลี่ยนไป สถานที่ทำงานยุคใหม่ของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ตึกอาคารใหญ่โตที่เต็มไปด้วยผู้คนและระดับขั้นของการบริหารอีกต่อไปแล้ว สถานที่ทำงานของคนรุ่นใหม่เริ่มมีกิจกรรม และหน้าที่มากขึ้น มีการใช้พื้นที่ร่วมกันสำหรับการทำงานในยุคดิจิตัล นิทรรศการนี้เป็นไปเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับสังคมในการถกเถียงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหรือกลุ่มคนที่กำลังพัฒนางานและที่ทำงานใหม่ๆ สำหรับโลกดิจิตัลการจัดแสดงจะเริ่มตั้งแต่การเริ่มเข้าสู่ยุคอินเตอร์เนต การพัฒนาการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่เมื่อ 50 ปีก่อน จนถึงการเปลี่ยนแปลงไปของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยังคงกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดในไม่กี่ปีนี้

เราทุกคนกำลังอยู่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมอีกครั้ง การปฏิวัติครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงวิธีการคิด การปฏิสัมพันธ์ และการทำงานเท่านั้น ยังเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เวลาว่างของเราด้วย อินเตอร์เนตกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันและสร้างโลกที่เราทุกคนโอบกอดไว้ตั้งแต่ลืมตาจนเข้านอน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงมีแต่ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งและเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว แต่ยังเปลี่ยนกลไกสังคมของเราด้วย เราทุกคนจึงไม่ใช่แค่ผู้ดูหรือผู้ตาม แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ดำเนินกิจกรรมอยู่กับมันอย่างเข้มข้น

แม้นักท่องเที่ยวหลายคนอาจยังงงๆ กับของจัดแสดง แต่หลังจากดูทุก Exhibition ใน DOX แล้ว นักท่องเที่ยวบางคนคงเกิดไอเดียบรรเจิดและสามารถจินตนาการถึงการจัดแสดง Exhibition ของตัวเองในเมืองไทยบ้างก็เป็นได้

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition in DOX กรุงปราก

Published October 21, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/426252

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition in DOX กรุงปราก

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition in DOX กรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

That’s What I call a Concept1

โดยทั่วไป การจัดแสดงผลงานใน Contemporary Art Museumมักมี 2 ส่วน นั่นคือ ส่วนถาวรกับส่วนนิทรรศการ ส่วนการเก็บค่าเข้าชมนั้นบางแห่งก็จะเก็บแยกกัน บางแห่งก็จะเก็บรวมกัน แล้วแต่นโยบายของแต่ละมิวเซียม อย่างไรก็ดี Museum of Contemporary Art บางแห่ง ไม่มีของจัดแสดงแบบถาวรเลย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมิวเซียมไม่เคยซื้อผลงานเก็บไว้หรือมีจำนวนไม่มากพอที่จะจัดแสดงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้หรือรวมอยู่ใน Museum of Modern Art แล้วจึงใช้ Museum of Contemporary Art เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการอย่างเดียว สำหรับ DOX Center ในกรุงปรากนั้น ไม่มีการจัดแสดงผลงานแบบถาวรเลยมีส่วน แต่ส่วนนิทรรศการเท่านั้น ก่อนนักท่องเที่ยวจะมาจึงต้องตรวจสอบกับทางเว็บไซต์ก่อนว่า มิวเซียมจะเปิดหรือไม่ และงานจัดแสดงมีอะไรบ้างซึ่งโดยทั่วไปจึงมีการจัดแสดงแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน

Exhibition That’s What I call a Concept ของ Viktor Freso ศิลปินแนว Multimedia ชาวสโลวักนี้ ไม่ใช่งานศิลปะโดยตรง Fresco จบการศึกษาจาก Academy of Fine Arts and Design เมือง Bratislava และเข้าเรียนต่อด้านจิตรกรรมที่ Academy of Fine Arts กรุงปราก ทางด้าน new media หรือสื่อใหม่ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ สาขา New Media นี้หมายถึง การเข้าถึงเนื้อหาตามความต้องการ ทุกที่ทุกเวลาและทุกอุปกรณ์ดิจิทัล ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ของผู้ใช้ที่โต้ตอบระหว่างกัน ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ และการรวมตัวเป็นชุมชนที่แวดล้อมด้วยเนื้อหาของสื่อที่มีแนวทางเดียวกันหรือเหมือนกัน หลังจบการศึกษาเขาตั้งกลุ่ม EGART และ Fifty fifty และจัดแสดงผลงานเดี่ยวทั้งในประเทศตัวเอง สาธารณรัฐเช็ก สหรัฐฯ เยอรมนี และอาร์เจนตินา

งานส่วนใหญ่แนว Conceptual ของเขาในช่วงต้นๆ นั้นเน้นการยืนยันผ่านความรุนแรง การโกรธ การวิพากษ์อย่างรุนแรง และช็อก เขาไม่ใช่ศิลปินคนเดียวที่ถูกรบกวนจากความว่างเปล่า การเสแสร้ง และความสิ้นหวัง เขาจึงหันมาใช้สื่อต่างๆ เพื่อปลดปล่อยทั้งตัวเองและผู้ชมอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น เขาเริ่มใช้วัตถุเพื่ออาศัยรูปร่าง 3 มิติย้อนเวลากลับไปหาโลกในอดีตที่นิยมนำของเก่ากลับมาใช้ใหม่ในอันที่จะดึงผู้ชมให้คิดว่า แท้ที่จริงแล้วศิลปินต้องการสร้างสรรค์หรือบอกกล่าวอะไรกันแน่จากผลงานเหล่านี้  นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับการชมนิทรรศการแนวนี้ก็อาจรู้สึกงงๆ ว่าของจัดแสดงและแนวคิดเช่นนี้ก็เข้ามาอยู่ในมิวเซียมได้เลยหรือ ทำไม และเจ้าของผลงานต้องการสื่ออะไรกันแน่ คำถามเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ DOX ต้องการให้ผู้ชมตีความและใช้จินตนาการในการหาคำตอบเพื่อสร้างสรรค์สติปัญญานั่นเอง

Exhibition Future of Europe เป็นการจัดแสดงผลงานการประกวดแข่งขันระดับนานาชาติปี 2018 ที่จัดร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเช็กและสถาบัน Friedrich Ebert Stiftung ในโอกาสครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งประเทศเช็กโกสโลวะเกีย โดยมีเป้าหมายที่จะให้นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วโลกได้แสดงออกถึงความคิดและมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของยุโรป อนึ่ง ในปีเดียวกันนั้น กรุงปรากก็เป็นเจ้าภาพงาน Prague Summit ที่ตั้งความสนใจหลักไว้กับบทบาทของ EU ในฐานะประเทศมหาอำนาจ การออกจากยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ประชานิยม ชาตินิยม การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 และโครงสร้างทางการเงินของสหภาพยุโรป การประชุมในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เริ่มต้นด้วยการถกเถียงกันของอาจารย์รุ่นใหม่ๆ ในหัวข้อดังกล่าว และเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่อาจส่งผลกระทบกับสหภาพยุโรปและประชาคมโลก ผู้จัดการประกวดนิทรรศการนี้ก็ต้องการเปิดโอกาสให้เด็กทั่วโลกได้แสดงความเห็นตามแต่ความรู้ จินตนาการ และความกังวลต่อยุโรปในเวทีโลกเช่นกัน

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า เด็กแต่ละคนสามารถแสดงออกถึงมุมมอง ความคิด ความห่วงใย และจินตนาการของเขาต่ออนาคตของยุโรปทั้งในแง่การเมือง การเงิน ความมั่งคั่ง สิ่งแวดล้อม และสงครามได้ในภาพเพียงภาพเดียวได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ นักท่องเที่ยวเห็นงานเหล่านี้แล้ว อาจอยากให้เมืองไทยมีการจัดนิทรรศการให้เด็กไทยส่งภาพ Future of Thailand มาประกวดบ้างก็ได้

That’s What I call a Concept2

That’s What I call a Concept2
That’s What I call a Concept3

That’s What I call a Concept3

แหวกฟ้าหาฝัน : Dox มิวเซียมกระสวยอวกาศ

Published October 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/424639

แหวกฟ้าหาฝัน : Dox มิวเซียมกระสวยอวกาศ

แหวกฟ้าหาฝัน : Dox มิวเซียมกระสวยอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระสวย

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะแนวContemporary Art ที่ได้มีโอกาสไปเยือนเมืองใหญ่ๆในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงหรือไม่ก็ตาม สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ ไม่งั้นจะพลาดโอกาสในการเสพศิลป์ก็คือ Museum of Contemporary Art กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็นเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งที่ Museum of Contemporary Art ใหญ่โตและมีชื่อเสียงมาก Dox Center for Contemporary Art ของปรากนี้ไม่เพียงจะมีผลงานที่น่าสนใจเท่านั้น แม้แต่คำว่า Dox และตัวอาคารก็ยังมีความเป็นเอกลักษณ์และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจด้วย

Dox มาจาก Doxa ที่เป็นภาษากรีกแปลว่า การรับรู้ หรือความเห็น มิวเซียมแห่งนี้จึงมีลักษณะแตกต่างจากห้องภาพแนว Contemporary Art เมืองอื่นๆ ตรงที่ งานที่จัดแสดงมักเป็นงานที่สะท้อนเรื่องราวที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมปัจจุบันโดยไม่จำเป็นต้องเน้นแต่ในเรื่องของศิลปะ อาจเป็นงานในแนวจิตวิทยา ปรัชญา สังคมศาสตร์ การเมือง หรือประวัติศาสตร์ การจัดแสดงจึงมีตั้งแต่การจัดนิทรรศการ การประชุม การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดอภิปราย และภาพยนตร์ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดให้การศึกษากับนักเรียนและนักศึกษาเพื่อเน้นการพัฒนาให้เกิดการคิดเชิงวิพากษ์อีกต่างหากด้วย

Coffee shop indoor

ดั้งเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากคอมมิวนิสต์มาเป็นประชาธิปไตยในทศวรรษสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ 20 นั้น การจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยในกรุงปราก มักอยู่ภายใต้การสนับสนุนของ Leos Valka และ Robert Aafies ไม่ใช่มูลนิธิที่อยู่ในอำนาจของเทศบาล แม้ทั้งสองจะไม่ใช่คหบดีที่มั่งคั่งมาจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่พวกเขาซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็กก็พยายามให้การสนับสนุน และเห็นว่าโรงงานหนึ่งใน Holesoviceสามารถเป็นที่จัดแสดงผลงานแนว ContemporaryArt ได้เป็นอย่างดี ทั้งสองจึงได้ชักชวน Vaclav Dejcmar และ Richard Fuxa มาให้การสนับสนุนโครงการและคัดเลือกสถาปนิก Ivan Kroupa Architect ผู้ชนะประกวดรางวัล Forderungspreis Baukunst ในปี 2001 ให้เป็นผู้ออกแบบปรับปรุงอาคาร

ตำแหน่งที่ตั้ง Dox Center ที่อยู่ย่าน Holesovice นี้กำลังมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ให้เปลี่ยนจากย่านอุตสาหกรรมเป็นย่านที่อยู่อาศัยและการค้าเฉกเช่นเดียวกันกับย่าน Dockland ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม Soho นิวยอร์ก และ Holmen ในโคเปนเฮเกน ส่วนตัวอาคารภายใต้การปรับปรุงทั้งสถาปัตยกรรมและการตกแต่งทำให้อาคารแห่งนี้มีห้องหลากหลายขนาด รูปแบบและทัศนียภาพจึงมีความยืดหยุ่นและสมดุลในการจัดแสดงนิทรรศการและได้รับการยกย่องให้เป็นสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับโลกในแง่การจัดแสดงศิลปะ

Coffee shop outdoor

จนในปี 2008 อาคารที่ตั้งของ Dox Contemporary center ได้เข้าเป็นหนึ่งใน Phaidon Atlas of 21st Century World Architect และเป็นโครงการสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับรางวัล Mies van der Rohe ในปีเดียวกัน

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน DOX จะตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ยังไม่เข้าอาคาร และเมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้ว นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศความสนุกสนานจากการเยือนสถานที่ที่มีงานประติมากรรมตลกๆ แปลกๆ จัดวางตามที่ต่างๆ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาสำหรับถ่ายรูปเล่นในมุมต่างๆ โดยเฉพาะในกระสวยที่ทำจากไม้ และบริเวณ coffee shop ด้วย นักท่องเที่ยวที่แม้ไม่ได้ชื่นชอบศิลปะ แต่หากได้มีโอกาสมาเยือน DOX รับรองได้ว่าจะประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

 

Sculpture หน้า Coffee Shop

Sculpture หน้า Coffee Shop
Sculpture

Sculpture
ด้านหน้า Dox

ด้านหน้า Dox
ภายในกระสวย

ภายในกระสวย
ทางขึ้นกระสวย

ทางขึ้นกระสวย
บรรยากาศ Coffee Shop

บรรยากาศ Coffee Shop
บรรยากาศดาดฟ้า

บรรยากาศดาดฟ้า

แหวกฟ้าหาฝัน : Troja Castle ปราสาทสวยกรุงปราก

Published October 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/423140

แหวกฟ้าหาฝัน : Troja Castle ปราสาทสวยกรุงปราก

แหวกฟ้าหาฝัน : Troja Castle ปราสาทสวยกรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ารเดินทางในกรุงปรากก็เหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ ในยุโรป นั่นคือใจกลางเมืองสามารถเดินเล่นจากสถานีรถไฟกลางเข้าไปได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วรถ แต่หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งแต่ละแห่งอยู่ห่างกันมากการทำการบ้านมาก่อน และเลือกซื้อตั๋วรถแบบรายวันก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะประหยัดเวลาในการเดินทางได้มาก และค่าตั๋ว 1 วันของปรากก็ไม่ได้แพงมากเพียงแค่ 110 cz หรือประมาณ 4.30 euro เท่านั้นนักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้ในสถานีรถไฟกลางหรือที่สถานีรถไฟใต้ดิน ตั๋ววันนี้สามารถขึ้นได้ทั้งรถใต้ดินและรถบัสเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก และชอบดูสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในสวยๆ แนววังหรู สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ก็คือ Troja Castle ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นโดย Count Vaclav Vojtech แห่ง Sternberk ตั้งแต่ปี 1678 หรือปลายยุคบาโรคนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่ท่านเคานท์ได้เห็นบ้านแนววิลล่าสไตล์โรมันโบราณระหว่างเดินทางท่องเที่ยวจึงติดใจและนำตัวอย่างจากประสบการณ์นั้นมาถ่ายทอดให้สถาปนิกเพื่อสร้างปราสาทของตัวเอง ปราสาทที่ถูกออกแบบครั้งแรกโดย Jean Baptiste Mathey สถาปนิกชาวฝรั่งเศสนี้เน้นการออกแบบส่วนห้องโถงกลางให้หรูหราตามแบบปราสาทในฝรั่งเศส

เมื่อ Giovanni Domenico Orsi de Orsini สถาปนิกชาวปรากผู้โด่งดังเริ่มเข้ามาปรับโครงสร้าง เขากลับปรับโครงสร้างใหม่ให้แตกต่างจากที่ Mathey สถาปนิกผู้เริ่มก่อสร้างเดิมทำไว้แต่ยังคงส่วนของโถงจักรพรรดิตรงกลางให้มีความหรูหราโดยเฉพาะบันไดทางขึ้นเพื่อขับเน้นความมั่งคั่งของผู้ครอบครองเฉกเช่นเดียวกันกับ Prague Castle การตกแต่งส่วนโถกลางนี้เป็นไปอย่างอลังการตามแนวทางศิลปะแบบบาโรคเพื่อแสดงการยกย่องเทพเจ้าในนิยายปรัมปราด้วยฝีมือของ Abraham and Izaac Godiin จิตรกรจาก Anvers และ Francesco และ Giovanni Marchetti ส่วนระเบียงทั้งสองเชื่อมต่อกันด้วยบันไดวนที่มีรูปแบบเหมือนกับหอคอยสองชั้นที่ทำให้โครงสร้างนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใครและเป็นตัวอย่างงานที่สำคัญของ Jean Baptiste Mathey

หากนักท่องเที่ยวเดินเข้าปราสาทผ่านทางเข้าหลักหรือทางทิศใต้ริมน้ำ Vltava ก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศดั้งเดิม นั่นคือ เดินผ่านสวนก่อนผ่านเข้าไปยังบันไดกลางใหญ่เพื่อเข้าสู่ห้องโถงกลาง บันไดที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการประดับด้วยงานประติมากรรมชื่อชัยชนะของเทพเจ้าโอลิมเปียเหนือไททันอันเป็นที่มาของชื่อปราสาท Troja นี้เป็นฝีมือการตกแต่งนี้ของ Paul and George Heermann นักประติมากรรมจากเมือง Dresden เยอรมันร่วมกับ Jan Brokof การที่นักประติมากรรมเลือกสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ก็เพราะ ผู้คนจดจำได้ว่าสงครามการยึดกรุงทรอยเกิดขึ้นนาน 10 ปีเฉกเช่เดียวกันกับการปรับปรุงปราสาทนี้ใหม่ก็ใช้เวลา 10 ปีเช่นกัน ส่วนตกแต่งภายในโถงกลางเป็นงานปูนเปียกที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในงานแนวบาโรคที่ดีที่สุดในยุโรปจากศิลปินนามว่า Abraham Godyn การที่ปราสาทมีลักษณะคล้ายปราสาทฤดูร้อนที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราจึงได้กลายเป็นที่พำนักของกษัตริย์เมื่อมาล่าสัตว์แถบ Stromovka

เนื่องจากกรุงปรากเป็นเมืองที่มีการเปลี่ยนผู้ครอบครองหลายครั้ง ปราสาทแห่งนี้จึงถูกเปลี่ยนมือหลายครั้งเช่นกัน โดยผู้เข้าครอบครองเป็นคนดังหลายคน เช่น พระนางมาเรีย เทเรซ่า ส่งผลให้ปราสาทได้รับการปรับปรุงหลายครั้งเพื่อตอบสนองผู้ครอบครองที่มีรสนิยมไม่เหมือนกัน เช่น เจ้าชาย Alfred เป็นผู้สั่งให้มีการปรับปรุงปราสาทโดยเพิ่มส่วนปลูกอุง่นและสร้างที่เก็บไวน์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ Bohemia และเพิ่มเรือนคนใช้และที่เก็บรถม้า พระองค์ยังสั่งให้ตกแต่งสวนโดยรอบให้งดงามอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ภายหลังปราสาทได้รับการปรับปรุงอีกครั้งใหญ่อีกในปี 1989 เพื่อใช้เป็นห้องภาพประจำเมืองโดยใช้เก็บสะสมงานจิตรกรรมและแผนที่จากตะวันออกไกล

Chinese Chamber

Chinese Chamber
Exhibition Contemporary Art

Exhibition Contemporary Art

แหวกฟ้าหาฝัน : เข้าเมือง Prague

Published October 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/421540

แหวกฟ้าหาฝัน : เข้าเมือง Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : เข้าเมือง Prague

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สถานีรถไฟกลาง Prague

นักท่องเที่ยวที่ชอบเมืองสวย แต่ไม่ได้เน้นธรรมชาติ ค่าครองชีพไม่สูงมาก และอุดมไปด้วยวัฒนธรรม เมืองหนึ่งในยุโรปตะวันออกที่ต้องมาให้ได้ก็คือ Prague เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก วิธีการเดินทางมากรุงปรากโดยสายการบินตะวันออกกลางมีหลากหลายมาก แต่หากต้องการเดินทางโดยใช้สายการบินไทยหรือยุโรปเป็นหลัก แนะนำให้เข้าเมืองนี้ผ่านทางเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ทั้งนี้เพราะเวียนนากับปรากอยู่ห่างกันเพียงแค่ 300 กว่ากิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งรถบัสจากสนามบินไปยังกรุงปรากได้เลยโดยใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง รถบัสที่ออกจากหน้าสนามบินจะมาจอดที่สถานีรถบัสใกล้กับสถานีรถไฟกลางกรุงปราก หรือนักท่องเที่ยวจะใช้รถบัสที่แวะเที่ยวเมือง Bratislavaประเทศสโลวาเกียก่อนก็ได้ เพราะรถวิ่งเส้นทางเดียวกัน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เลือกต่อเครื่องโดยเครื่องของสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ก็ใช้เวลาน้อยกว่าเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น

ร้านแผงลอยหน้าสถานีรถไฟ

การเดินทางเข้าเมืองปรากจากสนามบินก็ไม่ยาก มีรถบัสธรรมดาเบอร์ 119 ออกจากสนามบินไปต่อเมโทรราคาถูกเพียงแค่ยูโรกว่าๆ โดยขึ้นได้ที่ exit D ตรง terminal 2 หรือรถบัส Airport Express (AE)ที่ราคาสองยูโรกว่าและขึ้นได้หน้า terminal 1 ตรงไปยังสถานีรถไฟกลางเลยก็ได้ใช้เวลาเดินทาง 45-50 นาทีนักท่องเที่ยวที่จองโรงแรมใกล้สถานีรถไฟกลาง การเลือกรถด่วนสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องย้ายกระเป๋าหลายรอบ ข้อเสียของรถบัสขบวนที่ตรงไปยังสถานีรถไฟกลางซึ่งวิ่งทุก 15-30 นาทีนี้ คือวิ่งระหว่าง 05.30 น.ถึง 3 ทุ่มเท่านั้น นั่นหมายความว่า หากนักท่องเที่ยวเข้าปรากด้วยเครื่องบินเที่ยวดึก การเดินทางเข้าเมืองจะไม่สะดวกสบายเท่าไหร่หากยังต้องการใช้รถสาธารณะเข้าสถานีรถไฟ ทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ก็คือ ใช้บริการโรงแรมใกล้สนามบินซึ่งมีอยู่หลายโรง โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบินและมีรถบัสเบอร์ 100 วิ่งผ่านหน้าโรงแรมณ ป้าย Hungaru เลยก็คือ Holiday Inn Airport โรงแรมนี้มีข้อดีตรงที่ราคาไม่สูงมาก และยังจะมีรถ shuttle มาส่งสนามบินทุก 30 นาทีด้วย หากนักท่องเที่ยวต้องการเข้าเมืองใหม่ในตอนเช้า แต่หากนักท่องเที่ยวฐานะดีก็สามารถใช้บริการรถแท็กซี่ได้ด้วยสนนราคาประมาณ 20 ยูโรเศษๆ

Bus 119

สถานีรถไฟกลางของกรุงปรากเป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่ มีตู้เก็บสัมภาระอัตโนมัติจำนวนมากไว้คอยให้บริการ ส่วนขายตั๋วและให้ข้อมูลของสถานีรถไฟ
ต่างจากสถานีรถไฟอื่นตรงที่ เปิดทำการเกือบ 24 ชั่วโมง โดยสามารถดูเวลาทำการได้ที่หน้าประตู นอกจากนี้ภายในสถานียังมีร้านค้าจำนวนมาก และยังมี Supermarket Bella ที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า 6-7 โมงถึง 5 ทุ่มทุกวันด้วยซึ่งถือว่าเป็น Supermarket ที่ให้บริการด้วยจำนวนชั่วโมงมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ยิ่งกว่านั้นด้านหน้าสถานียังมีร้านขายไส้กรอก และ ChimneyCake ขนมหวานพื้นเมืองที่เลื่องชื่อไว้ดื่มกับกาแฟให้ลิ้มลองด้วยเรียกได้ว่าแค่ก้าวพ้นสถานีรถไฟ ก็สามารถสัมผัสความฟินของประเทศได้แล้ว

Bus AE

สภาพห้องนอน รร.Holiday Inn Airport Prague

ร้านขาย Chimney Cake

Chimney Cake

%d bloggers like this: