แหวกฟ้าหาฝัน

All posts tagged แหวกฟ้าหาฝัน

แหวกฟ้าหาฝัน : Pop Art in Berardo Museum Lisbon

Published March 27, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365695

แหวกฟ้าหาฝัน : Pop Art in Berardo Museum Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Pop Art in Berardo Museum Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานแนว British Pop Art

Pop Art คือการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่ถือกำเนิดขึ้นในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1950 แนวทางศิลปะนี้ท้าทายแนวทางศิลปะดั้งเดิมเพราะมีการนำเอาภาพในจินตนาการของสิ่งที่เป็นที่นิยม หรือวัฒนธรรมพื้นฐานในชีวิตรวมเข้ามาอยู่ในภาพเขียนหรือผลงานศิลปะต่างๆ ด้วย เช่น ภาพโฆษณา ภาพการ์ตูน วัสดุอุปกรณ์ทั่วไป อาทิ กล่องกระดาษใส่ของ เป็นต้น แนวทางศิลปะ Pop Art ที่เน้นการใช้ความซ้ำสิ่งด้อยค่าหรือน่าเย้ยหยัน มาทำการใหม่ให้ได้งานจิตรกรรม หรือประติมากรรมที่มีเนื้อหาที่แปลกแตกต่างจากเดิม และน่าสนใจมากขึ้นนี้ถือกำเนิดขึ้นจากปฏิกิริยาตอบโต้กับศิลปะที่กำลังโด่งดังในช่วงเวลาเดียวกันนั่นคือ AbstractExpressionism แนวทางศิลปะนี้ใกล้เคียงกับ Dadaism และเป็นต้นกำเนิดของแนวทางศิลปะที่เรียกว่า Postmodern Art

 

Judy Garland by Andy Warhol

คำว่า Pop Art ถือกำเนิดขึ้นจาก Lawrence Alloway นักวิจารณ์ศิลป์ชาวอังกฤษอธิบายถึงเนื้อหางานที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมที่กำลังเป็นที่นิยม British Pop Art นั้นมีการพัฒนาอย่างเป็นอิสระจากประเทศอื่นในภาคพื้นยุโรป ทั้งนี้เพราะในช่วงเวลานั้นอังกฤษเป็นเพียงชาติเดียวที่ศิลปินมีความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ แนวทางศิลปะแบบ Pop Art นี้ฟากยุโรปมองว่าเป็นเหมือนงานขยะ เน้นการค้ามากกว่าความเป็นศิลปะ แม้ศิลปะแนวนี้อาจดูหยาบในความเห็นของศิลปินภาคพื้นยุโรป แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในอังกฤษ Berardo Museum ก็มีงานจากศิลปินอังกฤษอยู่ไม่น้อย เช่น Celia Birtwell and some of her Heroes by Pauline Boty ผู้ก่อตั้ง Pop Art อังกฤษ Picture Emphasizing Stillness by David Hockney อังกฤษ Take Away by Antony Donaldson อังกฤษ และ La Sheer by Allen Jones

Virnaburger by Mel Ramos

ส่วนทางสหรัฐฯ นั้น แนวทางศิลปะ Pop Art American ที่เน้นการเล่นกับสื่อโฆษณาที่มีอยู่เดิมทำให้แนวทางศิลปะนี้เข้าใจง่าย ไม่ต้องการตีความเลยเข้ากันได้ดีกับชาวอเมริกันชนชาติที่ชอบการบริโภคจึงเปลี่ยนมือง่าย และเป็นที่นิยม ศิลปินแนว Pop Art ที่โดดเด่นที่สุดในประเทศและในโลกคงไม่มีใครเกิน Andy Warhol เขาเกิด ณ เมือง Pittsburg รัฐ Pennsylvania ในครอบครัวชนชั้นกรรมาชีพที่อพยพมาจากประเทศสโลวาเกีย เมื่อเขาเรียนอยู่ชั้นประถม 3 เขาป่วยเป็นโรค Sydenham’s chorea โรคทางระบบประสาทชนิดหนึ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติส่งผลให้เขาต้องใช้เวลาอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ เขาจึงเริ่มให้ความสนใจกับการฟังวิทยุและสะสมภาพดาราภาพยนตร์ ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เขาได้พัฒนาบุคลิกภาพและความชอบ เมื่อเขาเข้าเรียน Schenley High School เขาสามารถชนะรางวัล Art and Writing Award และเข้าเรียนด้านศิลปะที่มหาวิทยาลัย Pittsburgh ด้วยความหวังจะเป็นครูสอนศิลปะ แต่ภายหลังเขาย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ทางด้าน Commercial art แทน และเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ CampusModern Dance Club and Beaux Arts Societyและ Student Art Magazine หลังจบปริญญาตรีด้านศิลปะศาสตร์เอกการออกแบบ เขาก็ย้ายไปอยู่นิวยอร์กและเริ่มงานกับนิตยสารในตำแหน่งออกแบบและโฆษณา

La Sheer by Allen Jones

ช่วงสิบปีแรกที่ทำงาน Warhol ใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานโฆษณา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มวาดรองเท้าให้ Israel Miller รูปร่างของรองเท้าที่เขาวาดแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เป็นที่พอใจของเจ้าของโรงงาน เขายังเป็นศิลปินคนแรกที่ใช้ขบวนการพิมพ์บนผ้าไหม (Silk screen printmaking) จนพัฒนามาเป็นอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เขาเริ่มนำภาพศิลปินดังๆ เช่น Marilyn Monroe, Elvis Presley, Marlon Brando, Elizabeth Taylor มาเป็นส่วนหนึ่งของงาน และงานเหล่านี้นี่เองที่สร้างชื่อให้เขาและศิลปะแนว Pop Art จนเป็นที่นิยมไปทั่วโลก แม้นักวิจารณ์ศิลป์บางคนจะบ่นว่า Warhol เป็นศิลปินที่มีความเป็นพ่อค้ามากเกินไป แต่การที่เขาสามารถสร้างงานที่มีเอกลักษณ์จากภาพของดาราภาพยนตร์ และคนมีชื่อเสียงทำให้ผลงานของเขากลับเป็นที่นิยมอย่างมากส่งผลให้ผลงานของเขาบางชิ้นขายได้เป็นร้อยล้านเหรียญ เช่น Silver Car Cash ซึ่งถูกประมูลไปในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2013 ณ Sotheby’s Contemporary Art เป็นเงินมากถึง 105.4 ล้านดอลลาร์

ประวัติของ Andy Warhol คงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของเขาว่าคนเราไม่ว่าเกิดที่ใด ยากจนเพียงใด หากมีความสามารถแรงบันดาลใจและโอกาส ก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จอย่างที่แม้แต่จะฝันก็ยังไม่กล้าได้ทั้งนั้น

งานแนว American Pop Art

งานแนว American Pop Art
Brillo Box by Andy Warhol

Brillo Box by Andy Warhol
Celia Birtwell and some of her Heroes by Pauline Boty

Celia Birtwell and some of her Heroes by Pauline Boty
Picture Emphasizing Stillness by David Hockney

Picture Emphasizing Stillness by David Hockney
Ten Foot Flowers by Andy Warhol

Ten Foot Flowers by Andy Warhol
Take Away by Antony Donaldson

Take Away by Antony Donaldson
Advertisements

แหวกฟ้าหาฝัน : Abstract Expressionism ใน Berardo Museum Lisbon

Published March 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/364279

แหวกฟ้าหาฝัน : Abstract Expressionism  ใน Berardo Museum Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Abstract Expressionism ใน Berardo Museum Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Abstract Expressionism เป็นแนวทางศิลปะที่เริ่มขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่สหรัฐฯ และเป็นแนวทางศิลปะแรกที่เริ่มต้นในสหรัฐฯซึ่งสามารถส่งอิทธิพลต่อแนวทางศิลปะทั่วโลกได้โดยมีจุดเริ่มต้นในทศวรรษที่ 1940 ณ กรุงนิวยอร์ก ผู้ที่ให้คำนิยามคำว่า Abstract Expressionism คนแรกคือ Robert Coates นักเขียนและนักวิจารณ์ศิลป์ชาวอเมริกัน เขาให้นิยามศิลปะแนวนี้ไว้ว่า เป็นแนวทางศิลปะที่มีการผสมผสานระหว่างอารมณ์ที่รุนแรง มีลักษณะเฉพาะ เป็นกบฏ สับสนอลหม่าน และมีการผสมผสานกับแนวทางวิทยาศาสตร์ เช่น Quantum mechanic โดยเน้นที่การตีความ อีกทั้งยังปฏิเสธตัวเองจากแนวทางศิลปะแบบ Expressionism ที่มีต้นกำเนิดมาจากเยอรมนี ผู้ที่ใช้คำว่า Abstract Expressionism อย่างกว้างขวางคนแรกคือ Alfred H Barrนักประวัติศาสตร์ศิลป์ชาวอเมริกัน ผู้อำนวยการ Museum of Modern Art นครนิวยอร์กโดยวิจารณ์งานของ Wassily Kandisky นักทฤษฎีศิลป์และจิตรกรชาวรัสเซียในปี 1929 เป็นครั้งแรก

การที่ศิลปะแนว Abstract Expressionism ที่ถือกำเนิดในสหรัฐฯ สามารถเข้าสู่ระดับนานาชาติได้ คงเป็นเพราะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองสหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก นอกจากนั้นศิลปินชาวยุโรปส่วนหนึ่งที่หนีสงครามได้ย้ายไปอยู่สหรัฐฯ จึงทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นยุคทองของศิลปะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นักท่องเที่ยวจะเห็นว่างานแนว Abstract Expressionism ส่วนใหญ่ใน Berardo Museum เป็นงานของศิลปินที่มีเชื้อสายสหรัฐฯ หรือถือกำเนิดในสหรัฐฯ เช่น Study for Bull in the Sun ของ Arshile Gorky ผู้ร่วมก่อตั้งศิลปะแนว Abstract Expressionism

Archile Gorky เป็นชาวอาร์มาเนีย เขาเกิดที่หมู่บ้าน Khorgom ริมทะเลสาบ Vaninอาร์มาเนีย พ่อของเขาย้ายมาสหรัฐฯ โดยทิ้งครอบครัวไว้ที่อาร์มาเนีย เมื่อเขาอายุได้ 15 ปี เขาและแม่ รวมทั้งน้องสาวสามคนก็หนีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอาร์มาเนียไปยังดินแดนในปกครองของรัสเซีย เมื่อมารดาเขาอดตาย เขาจึงจำเป็นต้องหนีไปอยู่สหรัฐฯ เพื่อไปอยู่กับพ่อ ต่อมาเขาเข้าเรียนที่ New School of Design ในเมืองบอสตัน ช่วงเวลานั้นงานศิลปะที่เด่นเป็นงานแนว Impressionism เขาจึงผลิตงานแนว Post Impressionism ออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อเขาย้ายมาอยู่นครนิวยอร์ก เขาก็ได้รับอิทธิพลจากงานของ Paul Cezanne ต่อมาเขาได้รับเชิญจาก Edmund Greacen ให้เข้าเป็นอาจารย์ที่ Grand Central School of Art และในปี 1933 เขาก็ได้กลายเป็นศิลปินคนแรกที่ถูกจ้างโดย Works Progress Administration Federal Art Project โดยที่อีก 2 ปีต่อมาเขายังได้รับสัญญาจาก Guild Art Gallery เขาจึงสามารถที่จะสร้างสรรค์งานจำนวนมากให้กับสหรัฐฯ ผลงานศิลปะของเขาเป็นการสังเคราะห์ศิลปะแนว Surrealism อารมณ์ความรู้สึกตามแนวทางศิลปะจาก School of Paris และบุคลิกภาพจนได้ภาษาใหม่ที่น่าทึ่ง อีกทั้งยังเป็นผู้เปิดประตูศิลปะอเมริกันสู่โลกภายนอกจนได้ชื่อว่าเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหรัฐฯ ในคริสต์ศตวรรษที่ 20

นอกจากงานของ Archile Gorky แล้วในมิวเซียมยังมี Head ของ Jackson Pollock ศิลปินชาวอเมริกันอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานที่โดดเด่น แม้เขาจะเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง และเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง แต่เขาก็สามารถเป็นจิตรกรที่มีอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งของสหรัฐฯ จากผลงานที่มีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ แทนที่จะตั้งผืนผ้าใบบนขาตั้งเหมือนศิลปินทั่วไป เขากลับวางผืนผ้าใบลงพื้น แล้วรังสรรค์งานแทน น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตตั้งแต่อายุเพียงแค่ 44 ปี จากอุบัติเหตุรถเมาแล้วขับ

ไม่เพียงผลงานของศิลปินสองคนที่กล่าวข้างต้น Berardo Museum ยังมีผลงานแนว Abstract Expressionism ของศิลปินชาวอเมริกันให้ดูอีกมากมายจนจุใจ เช่น Lucky Seven by Joan Mitchell, Man and Arrow by Adolph Gottlieb, Sabro by Franz Kline, Tropical by William Baziotes และ Visitation by Lee Krasnerจนนักท่องเที่ยวอาจคิดว่าหลงอยู่ใน Modern Art Museum of New York เลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Figuration in Berardo Museum Lisbon

Published March 11, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362875

แหวกฟ้าหาฝัน : Figuration in Berardo Museum Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Figuration in Berardo Museum Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งาน Figurativism หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

Figuration หรือ Figurativism เป็นคำที่ใช้แทนงานศิลปะที่ใช้ต้นแบบมาจากวัตถุจริงๆ แล้วทำการเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนเส้น รูปร่าง สี แสงจากสิ่งที่มีอยู่จริง เช่น รูปร่างคน สัตว์ โดยอาศัยจินตนาการมาผสมผสานจึงไม่ใช่ลักษณะของความเพ้อฝันเสียทั้งหมดซึ่งตรงข้ามกับ Abstract Art หรือศิลปะที่เป็นนามธรรม อย่างไรก็ดี การสร้างสรรค์ศิลปะงานแนวนี้ยังมักยึดติดกับสิ่งที่เคยมีอยู่เดิม เช่น ศิลปะแนวอียิปต์ หรือโรมัน ประติมากรรมแนว Figure Art มีมาตั้งแต่โบราณโดยในยุคแรกมักเกิดจากการดัดแปลงมาจากงานประติมากรรมยุคคลาสสิก

การจัดแสดงงานแนว Figurativism

ส่วนงานจิตรกรรม Figurativisim เริ่มตั้งแต่สมัยเรอเนสซองส์ตอนต้น เรื่อยมาถึง Mannerism และ Baroque จวบจนเข้าคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยภาพที่เป็นต้นกำเนิดรุ่นแรกคือ Sleeping Venus ภาพนู้ดแรกของโลกผลงานของ Giorgione ในปี 1510 นับจากนั้นมาศิลปินก็เริ่มสร้างจิตรกรรมแนวนี้มากขึ้น ศิลปินที่โด่งดังทางด้านนี้มากที่สุดคนหนึ่งก็คือ Nicolas Poussin จิตรกรยุคคลาสสิกชาวฝรั่งเศส ส่วนผลงานแนว Baroque จะเป็นของ Jacques-Louis David, Jean-Auguste-Dominique Ingres

Maquette for Teddy Boy & Girl ของ Lyn Chadwick

ส่วนงานจิตรกรรมแนว Figuration สมัยใหม่เริ่มในทศวรรษที่ 1920 หลังยุค Impressionism โดยคู่ขนานไปกับศิลปะแนว Surrealism and Abstraction จนแพร่หลายออกไปทั่วทั้งยุโรปนักประวัติศาสตร์ศิลป์จัดให้งานแนวนี้อยู่ในสมัยเดียวกันกับ Expressionism ศิลปินคนแรกที่เขียนภาพแนวนี้ก็คือ Pablo Picasso ตามด้วย Alberto Giacometti ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น Great
Figurative Sculptor หลังปี 1940 ศิลปินที่สร้างสรรค์งานแนวนี้เริ่มมีมากขึ้น เช่น Francis Bacon, Lucian Freud และศิลปินอื่นๆ จาก School of Londonจวบจนกระทั่งถึงศิลปะแนว Pop Art, Neo-expressionism และ New spirit

Nude at the Chaise ของ Francis Gruber

ศิลปินแนว Figurativism นี้จะเน้นการวาดรูปหรือแกะสลักคนตามแต่จินตนาการของตัวเอง ผลงานแนวนี้ที่จัดแสดงใน Berardo Museumก็มีลักษณะเฉกเช่นเดียวกับที่จัดแสดงในมิวเซียมอื่นๆเช่น Nude at the Chaise ของ Francis Gruberศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้ง Nouveau Realism School เขาเกิด ณ เมือง Nancy และมีนิทรรศการของตัวเองครั้งแรกตั้งแต่อายุ 18 ผลงานของเขาในช่วงแรกได้รับอิทธิพลจาก Hieronymus Bosch และ Albrecht Durer ศิลปินยุคต้นเรอเนสซองส์ชาวเยอรมัน แต่เมื่อเขาเป็นเพื่อนกับ Alberto Giacometti ผลงานของเขาก็จะดูทันสมัยขึ้น นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ภาพหญิงวัยกลางคนที่มีกล้ามเนื้อขามัดโตที่ดูไม่ได้สัดส่วนนั่งเหม่อลอยกลางห้องว่างเปล่านี้ฉีกกฎการวาดภาพนู้ดที่เคยเป็นมาในอดีตซึ่งพยายามวาดภาพนู้ดหญิงที่สวยงามอย่างสิ้นเชิง ศิลปินให้ความเห็นไว้ว่าเขาต้องการสะท้อนโลกมากกว่าสื่อถึงความจริง

Sleeping Venus by Giorgione

The Big Man ของ Germaine Richier นักประติมากรรมหญิงชาวฝรั่งเศส เธอเกิดที่เมือง Grans และเข้าเรียนศิลปะที่ Ecole des Beaux Arts เมือง Montpellier ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส หลังจบการศึกษาเธอเข้าทำงานที่สตูดิโอของ Antoine Bourdelle จึงรู้จักมักคุ้นกับ Alberto Giacometti เป็นอย่างดี งานส่วนใหญ่ของเธอจึงมีความละม้ายคล้ายงานของ Giacometti ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปะรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องต่อมาอีกหลายต่อหลายคน เช่น Kenneth Armitage ที่เห็นได้จากผลงาน Standing Figure และ Maquette for Teddy Boy & Girl ของ Lyn Chadwick

Standing Figure ของ Kenneth Armitage

นักท่องเที่ยวที่ช่างสังเกตจะพบว่า งานแนว Figurativism รุ่นใหม่หรือรุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สองจะมีความแตกต่างจากช่วงต้นคริสต์ศตวรรษมากขึ้นตรงที่ผลงานมักดูเป็นคนที่เดินเหินตามท้องถนนมากขึ้น แต่อาจดูยับเยิน หรือมีความเศร้าสร้อยอันบ่งบอกถึงบาดแผลในจิตใจของศิลปินด้วยก็เป็นได้

The Big Man ของ Germaine Richier

Two Figures ของ Philip Pearistein

งานของ Alberto Giacometti

งานประติมากรรม หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

แหวกฟ้าหาฝัน : Surrealism in Berardo Museum Lisbon

Published March 4, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361496

แหวกฟ้าหาฝัน : Surrealism in Berardo Museum Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Surrealism in Berardo Museum Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

White Aphrodisiac Telephone by Salvador Dali

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Berardo Museum นอกจากจะได้ชื่นชมศิลปะแนว Cubism ที่เป็นต้นกำเนิดของแนวทางศิลปะยุคใหม่แล้ว ที่นี่ยังมีงานแนว Surrealism อีกเป็นจำนวนมาก แนวทางศิลปะแบบ Surrealism ก็คือการเคลื่อนไหวของศิลปะที่เริ่มต้นขึ้นต้นทศวรรษที่ 1920 โดยเน้นในเรื่องทัศนศิลป์และงานเขียน ศิลปะแนว Surrealism นี้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับศิลปะแนว Dadaist ที่ถือกำเนิดขึ้นก่อนหน้า แต่มีความสุดโต่งมากกว่า และต้องมีการตีความทางด้านจิตวิทยา

Figure the bourgie by Joan Miro

ศิลปินแนวนี้เชื่อว่าการสร้างสรรค์งานในช่วงที่ไม่รู้ตัว (Unconscious) จะเป็นไปอย่างอิสระไร้ขีดจำกัดปราศจากข้อกำหนดตามระเบียบแบบแผนศิลปะ เพศและเหตุผล ผลงานศิลปะ
แนว Surrealism มีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาที่เคยถูกห้ามไว้จากการที่ต้องสร้างงานอย่างมีแบบแผนที่แน่นอน และขาดจินตนาการตามฝัน งานแนว Surrealism จึงเสมือนหนึ่งการปฏิวัติศิลปกรรม เพราะมักมาจากวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่น่าจะนำมาประดิษฐ์อะไรเช่นนี้ได้ ดูไร้เหตุผล และแปลกประหลาด

Flower Shell by Marx Ernst

ศิลปินแนว Surrealism ที่โดดเด่นที่สุดแห่งยุคคงไม่มีใครเกิน Salvador Dali ศิลปินชาวสเปน ที่เกิด ณ เมือง Figures แคว้น Catalonia เขาเกิดวันที่ 11 พฤษภาคม 1904 ในครอบครัวคนชั้นกลาง พ่อของเขาเป็นคนค่อนข้างเข้มงวด แต่แม่ของเขาก็สนับสนุนให้เป็นศิลปิน แม้บิดาเขาจะไม่ชื่นชอบที่จะให้เขาเป็นศิลปิน แต่ก็ยอมให้เขาเข้าเรียนทางด้านศิลปะในปี 1916 และปล่อยให้เขาไปเรียนรู้ศิลปะกับ Ramon Pichot ที่ Cadaques เมืองชายฝั่งทะเลสเปน และในปารีส หลังจากนั้นเพียงปีเดียว เขาก็สามารถที่จะจัดนิทรรศการที่บ้านตัวเองโดยนำเสนอผลงานในรูปแบบภาพร่างด้วยดินสอ และในอีก 3 ปีต่อมาเขาก็จัดนิทรรศการแสดงผลงานของตัวเองที่ศาลาว่าการเมือง Figueres

The Silver Chasm by Rene Magritte

หลังจากมารดาเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเมื่อเขาอายุเพียง 16 ปี และบิดาแต่งงานใหม่กับน้าสาว เขาก็ย้ายไปอยู่มาดริด และเข้าเรียนศิลปะที่ Real Academia de Bellas Artes de San Fernando เขาเริ่มให้ความสนใจกับการวาดภาพแนว Cubism และได้มีโอกาสทำหนังสือเกี่ยวกับศิลปะเล่มแรกในชีวิตในปี 1924 หลังจากนั้นเขาสามารถจัดนิทรรศการผลงานของตัวเองอยู่เนืองๆ แต่ในปี 1926 เขากลับถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยก่อนสอบปลายภาค เพราะผลงานศิลปะของเขาปฏิวัติวงการมากเกินไป เขาจึงเดินทางไปปารีสและพบกับ Picasso ซึ่งทำให้งานของเขาได้รับอิทธิพลจาก Picasso อย่างมาก หลังจากได้พบกับ Elena Ivanovna Diakonova หรือ Gala หญิงชาวรัสเซียซึ่งต่อมาเป็นภรรยาของเขาในปี 1929 ผลงานของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นแนว Surrealism และเริ่มโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนสงครามโลกจะปะทุขึ้น เขาและภรรยาก็ย้ายไปอยู่สหรัฐ และย้ายกลับมาอยู่ที่ Cadaques หลังสงครามสงบลงในปี 1948 นับจากนั้นมาเขาก็สร้างสรรค์งานออกมามากมาย ทั้งในด้านทัศนศิลป์ และประติมากรรมจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกและได้รับการสถาปนาเป็น Marquess of Dalí de Púbol จากพระเจ้า Juan Carlos แห่งสเปน

And the Breast were dying by Joan Miro

แม้ใน Berardo Museum จะมีผลงานของ Dali เพียงชิ้นเดียว แต่ WhiteAphrodisiac Telephone ชิ้นนี้ก็มีอัตลักษณ์ชนิดที่นักท่องเที่ยวที่เป็นแฟนคลับของเขาเห็นปุ๊บก็บอกได้อย่างมั่นใจเลยว่าเป็นผลงานของเขาแน่นอน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีงานแนว Surrealismที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ คาดไม่ถึง และไร้รูปแบบส่งผลให้ผู้ชมรู้สึกกระหายใคร่รู้และสนุกสนานไปกับการชมงานอีกหลายชิ้น เช่นFigure the bourgie และ And the Breast were dying ของ Joan Miro ศิลปินผู้โด่งดังอีกคนชาวสเปน Woman attack by bird ของ Andre Masson, Flower Shell ของ Marx Ernst และ The Silver Chasm ของ Rene Magritte

Woman attack by bird by Andre Masson

แหวกฟ้าหาฝัน : Cubism in Berardo Museum Lisbon

Published February 6, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360103

แหวกฟ้าหาฝัน : Cubism in Berardo Museum Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Cubism in Berardo Museum Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากที่นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกับบรรยากาศและทางเข้าที่แสนอลังการของอาคารมิวเซียม Berardo museum เมือง Lisbon แล้ว ก็ถึงเวลาเข้าชมภายใน ส่วนจัดแสดงแรกที่ นักท่องเที่ยวจะได้เยี่ยมชมคือ งานศิลปะของคริสต์ศตวรรษที่ 20 วิธีการจัดแสดงที่มิวเซียมนำเสนอก็เป็นไปตามมาตรฐาน นั่นคือ เรียงตามวิวัฒนาการของศิลปะในช่วงเวลานั้น ตั้งแต่ Cubism, Dadaism, Constructivism, Neo plasticism, Surrealism และ Abstraction นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับวิวัฒนาการของศิลปะไปตามลำดับขั้น และเห็นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่มีอิทธิพลต่อแนวทางศิลปะ

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าการวิวัฒนาการของศิลปะจะเริ่มจากการตีความและพยายามให้ความหมายกับเรื่องราวในชีวิตซึ่งอาจมองเห็นรูปร่างหน้าตาของงานศิลปะที่เข้าใจได้ไม่ยาก เพียงแต่อาจมีรูปแบบของการนำเสนอที่แตกต่างกันไป จนถึงงานที่บางคนก็อาจบ่นว่าดูไม่รู้เรื่องเลยไม่เข้าใจว่าศิลปินต้องการสื่ออะไรโดยเฉพาะงานแนว Abstraction

ห้องแรกที่นักท่องเที่ยวเยี่ยมเยือน ภัณฑรักษ์ก็จัดผลงานสำคัญให้ชมเลยนั่นคือ งาน Cubism ของ Pablo Picasso ทำไมจึงว่าสำคัญ Pablo Ruiz Picasso ศิลปินและจิตรกรชาวสเปนที่ใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่นี้ถือเป็นศิลปินที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาไม่เพียงมีชื่อเสียงในแง่เป็นผู้ก่อตั้งศิลปะแนว Cubism เท่านั้น ยังเป็นผู้มีอิทธิพลต่องานจิตรกรรมแนว Constructive ด้วย อีกทั้งยังเป็นคนต้นคิด collage หรือการเอาวัตถุที่มีรูปร่างและสีต่างกันมาปะติดกันให้เป็นเรื่องราวอีกต่างหากด้วย

ส่วน Cubism คืออะไร คำว่า Cubism คือแนวทางศิลปะที่ถือกำเนิดขึ้นแถว Montmartre กรุงปารีสในช่วงทศวรรษที่ 1910 งาน Cubism เป็นแนวทางศิลปะที่สำคัญที่สุดของต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ทำให้การเคลื่อนไหวของศิลปะสู่แนวทางศิลปะรุ่นใหม่อย่างแท้จริง (modern art)นอกจากทัศนศิลป์แล้ว Cubism ยังพบได้ในสถาปัตยกรรมและวรรณคดีด้วย ผู้นำแนวทางศิลปะแนวนี้ที่มีชื่อเสียงที่สุดคงไม่มีใครเกิน Pablo Picasso และ Georges Braque นอกจากศิลปิน 2 คนนี้แล้ว ศิลปินเด่นแนว Cubism ก็คือ Jean Metzinger, Albert Gleizes, Robert Delaunay, Henri Le Fauconnier, and Fernand Léger นักประวัติศาสตร์ศิลป์เชื่อว่าแรงบันดาลใจของการถือกำเนิดงานแนว Cubism มาจากงานของ Paul Cezanne ที่นำเสนอผลงาน PostImpressionism ในแบบ 3 มิติ

นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับศิลปะปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ต่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จะรู้จัก Cezanne ดี ผลงานเด่นๆ ของเขาถูกจัดแสดงในมิวเซียมชั้นนำของประเทศต่างๆ ทั่วโลก สำหรับงาน Cubism นั้นเป็นแนวทางศิลปะที่ไม่เพียงปรับจากงานแบบ 3 มิติโดยเพิ่มการกลับไปมาของมุมหรือเปลี่ยนมุมมองจากหลายด้านให้มาอยู่ในระนาบเดียวแล้ว ศิลปินแต่ละคนยังมีการตีความใหม่ให้มีความหลากหลายขึ้นและสรรค์สร้างให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับงาน Cubism ของ Picasso จะทราบดีว่า Picasso มีพัฒนาการในการสร้างสรรค์งานหลายช่วงโดยแต่ละช่วงเวลา ผลงานของเขาจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับว่าผลงานของศิลปินคนใดที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุดในช่วงเวลานั้น นักท่องเที่ยวที่ดูงาน Picasso เป็นประจำจะพบว่า The Female’s head ผลงานของ Picasso ในมิวเซียม Barardo แห่งนี้
เป็นตัวอย่างของงานในยุคแรกของเขา ในช่วงเวลานั้น เขาเพิ่งเริ่มที่จะหันเหออกจากงานศิลปะแบบมาตรฐานดั้งเดิมได้ไม่นาน เขายังคงยึดหลักการของแนวทางศิลปะเดิมๆ อยู่เป็นอันมากสังเกต
ได้จากการใช้สี และการบิดเบือน (distort) ยังมีไม่เห็นเด่นชัด

นอกจากผลงานของ Picasso แล้ว นักท่องเที่ยว ยังจะมีประสบการณ์กับผลงานของศิลปินแนวนี้อีกหลายคนทั้งนานาชาติเช่น Girl Head with Bangs by Amedeo Modigliani, Box Series by Marcel Duchamp, Women and Child by Albert Gleizes และ Balance by Francis Picabia และงานของศิลปินท้องถิ่น Through the Window by Amadeo de Souza Cardoso อย่างเต็มอิ่มอีกด้วย

แหวกฟ้าหาฝัน : Berardo Museum เมือง Lisbon

Published January 24, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358548

แหวกฟ้าหาฝัน : Berardo Museum เมือง Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : Berardo Museum เมือง Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้านหน้า Exhibition Hall

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ Contemporary Museum ซึ่งได้มีโอกาสมาเยือนลิสบอน มิวเซียมหนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้ก็คือ Berardo Museum มิวเซียมซึ่งตั้งอยู่ในย่าน Belem เขตใต้สุดของเมืองลิสบอนและตั้งอยู่บนปากแม่น้ำ Tagus นี้ ถือกำเนิดขึ้น จาก Foundation of Modern and Contemporary Art เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2006 นี่เอง มิวเซียมที่เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 25 มิถุนายน 2007 ตามชื่อของ Jose Berardo มหาเศรษฐี นักประติมากรรมและนักสะสมที่มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งของโปรตุเกสนี้ตั้งอยู่ ณ Exhibition Center of the Centro Cultural de Belém อาคารศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของโปรตุเกส

ทางเข้าจากถนนใหญ่

อาคารที่มีพื้นที่กว่า 140,000 ตารางเมตร นี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของประธานสหภาพยุโรปในปี 1992 ในการมาประชุม ณ เมืองลิสบอน แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ รัฐบาลกลางจึงเห็นควรให้จัดอาคารแห่งนี้ให้มีพื้นที่สำหรับจัดแสดงนิทรรศการและการแสดงศิลปะต่างๆ และทำการวิจัยไปในตัวด้วย โดยจัดให้มีพื้นที่ในการจัดแสดงนิทรรศการมากถึง 7 พันตารางเมตร แบบของอาคารที่ถูกสร้างขึ้นที่นักท่องเที่ยวได้เห็นในปัจจุบันเป็นผลงานของ Vittorio Gregotti และ Atelier Risco สถาปนิกชาวอิตาลีซึ่งมาจากการชนะประกวดที่มีผู้เข้าร่วมประกวดมากถึง 57 ราย

ทางเข้ามิวเซียม

Jean Francois Chougnet ผู้อำนวยการ คนแรกของมิวเซียมซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการของสถาบันทางด้านวัฒนธรรมและศิลปะมาแล้วหลายแห่ง เช่น Culture and Solidarity at the Regional
Council of lle-de-France, National Museum of Modern Art at the Center Pompidou Paris ได้วางนโยบายหลักเกี่ยวกับของจัดแสดงไว้ว่า มิวเซียมจะทำการจัดแสดงผลงานการเคลื่อนไหวทางด้านศิลปะของศิลปินชาวยุโรปและอเมริกันและชาวโปรตุเกสคริสต์ศตวรรษที่ 20-21 ที่ถูกนำเข้าไปประมูลกับ Christie สำนักการประมูลศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยให้ครอบคลุมแนวทางศิลปะไม่ว่าจะเป็นแนว Surrealism, Pop Art,Hyperrealism, Minimalism และ Conceptual art

Sculpture หน้ามิวเซียม

การจัดแสดงในมิวเซียมจะมีทั้งส่วนถาวรและนิทรรศการโดยโปรแกรมจะพยายามจัดให้เหมาะสม กับทุกอายุ เพศ และวัย ผลงานจัดแสดงส่วนถาวรกว่า 900 ชิ้น เป็นของศิลปินท้องถิ่นและนานาชาติกว่า 70 คน เช่น Marcel Duchamp, Pablo Picasso. Salvador Dalí, Andy Warhol, Francis Bacon, Maria Helena Vieira da Helena Silva and Helena Almeida การนำเสนอจะประกอบด้วยเนื้อหา สื่อ และเทคนิคที่มีความหลากหลายเพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับอรรถรสในการเสพศิลปะอย่างเต็มที่ ทางมิวเซียมจึงยังพยายามที่จะซื้อหางานศิลปะมาเพิ่มเติมเป็นประจำ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนท้องถิ่นเยี่ยมเยือนมิวเซียมเป็นประจำและได้มีประสบการณ์แปลกใหม่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการแล้ว มิวเซียมยังมีนโยบายส่งเสริมความรู้ให้กับคนทั่วไปเฉกเช่นเดียวกันกับมิวเซียมชั้นนำทั่วทั้งยุโรปนั่นคือ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรีในทุกวันเสาร์ด้วย นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมเก๋ๆ และงานแนว Contemporary Art จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ย่างกรายเข้าสู่บริเวณมิวเซียมเลยทีเดียว

ด้านข้าง exhibtion hall

ตัวอาคาร

แหวกฟ้าหาฝัน : National Tile Museum เมือง Lisbon

Published January 1, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355719

แหวกฟ้าหาฝัน :  National Tile Museum  เมือง Lisbon

แหวกฟ้าหาฝัน : National Tile Museum เมือง Lisbon

วันอาทิตย์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะ เมื่อไปถึงเมืองหลวงของประเทศต่างๆ ย่อมต้องอยากเยี่ยมเยือนมิวเซียม มิวเซียมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ของลิสบอนเมืองหลวงของโปรตุเกสก็คือ มิวเซียมกระเบื้อง ทั้งนี้เพราะโปรตุเกสเป็นจักรวรรดิเก่าที่มีความรุ่งเรืองในช่วงที่ศิลปะบนกระเบื้องกำลังเฟื่องฟูที่สุดในประวัติศาสตร์ มิวเซียมกระเบื้องแห่งชาติหรือ National Azulejo Museum ที่ตั้งอยู่ใน Madre de Deus คอนแวนต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระนาง D.Leonorในปี 1509 นี้เป็นมิวเซียมที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากใจกลางเมือง นักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเดินมากคงต้องอาศัยแท็กซี่ในการเข้าถึง แต่รับรองได้ว่านักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาชมจะรู้สึกคุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในมิวเซียมที่ดีที่สุดในโลก

Azulejo มาจากคำอาหรับ Azzelijที่แปลว่าหินขัดเล็กๆ เพราะกระเบื้องดั้งเดิมนั้นมักมีขนาดเล็ก คนส่วนใหญ่คิดว่ากระเบื้องในยุโรปเอามาจากชาว Moors แท้ที่จริงแล้วชาวโปรตุเกสเอากระเบื้องมาใช้ตามแบบจีนต่างหาก แต่การใช้กระเบื้องอย่างแพร่หลายเพื่อการตกแต่งเป็นผลมาจากการที่พระเจ้า Manuel ที่ 1 แห่งสเปนเห็นกระเบื้องตกแต่งใน Granada พระองค์จึงนำมาตกแต่งพระราชวังใน Sintra เนื่องจากกระเบื้องในยุคแรกๆ นำมาจากจีนซึ่งการทำสียังไม่พัฒนา กระเบื้องส่วนใหญ่จึงมีแค่สีฟ้าบนพื้นขาว แต่ก็มีความสวยงามในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับความสามารถของศิลปิน แต่หลังจากที่ชาวโปรตุเกสเริ่มผลิตกระเบื้องมากขึ้น พวกเขาก็พัฒนากระเบื้องให้มีสีสันและลวดลายเพิ่มขึ้นโดยเพิ่มสัตว์ คนและต้นไม้เข้าไป งานกระเบื้องในยุคแรกมักถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในกิจกรรมทางศาสนา และตามความต้องการของเศรษฐี เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับนักบุญ พระแม่มารี และนิยายปรัมปราตอนต่างๆ อาทิ ตอนล่าสัตว์ เพื่อใช้ตกแต่งโบสถ์ หรือบ้านของคหบดี

มิวเซียมที่เริ่มจัดตั้งครั้งแรกในปี 1965 และเพิ่งปรับปรุงส่วนจัดแสดงใหม่ที่เรียกว่าห้อง Satos Simoes เพื่อจัดแสดงผลงานกระเบื้องระหว่างปี 1690-1730 นี้จัดแสดงผลงานโดยเรียงตามลำดับเวลา มิวเซียมแห่งนี้ผ่านการปรับเปลี่ยนหลายส่วนหลายครั้ง เช่น ส่วนทางเดิน กระเบื้องตกแต่งภายใน กรอบงานจิตรกรรม รวมทั้งห้องสวดมนต์ Saint Anthony ที่ภายในตกแต่งด้วยศิลปะยุคบาโรค และงานจิตรกรรมของ Andre Gonvalves ผลงานที่จัดแสดงเด่นๆ เป็นของ Gabriel del Barco, Oliveira Bernardes และ Willem van der Kloet ศิลปินชาวดัทช์ที่สร้างสรรค์งานเพื่อโปรตุเกสโดยเฉพาะในปี 1707

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักคิดว่ากระเบื้องเป็นงานศิลปะที่ใช้สำหรับตกแต่งภายใน แต่แท้ที่จริงแล้วระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 18-19ซึ่งเป็นช่วงสูงสุดของงานกระเบื้องนั้น คนทั่วไปเริ่มนำกระเบื้องมาใช้ในการตกแต่งอาคารภายนอกแล้ว ทั้งนี้เพราะพวกเขาทราบดีว่ากระเบื้องไม่เพียงปกป้องอาคารได้ดี ยังทำความสะอาดง่าย และทำให้อากาศภายในอาคารเย็นลงในฤดูร้อน อีกทั้งยังกรองเสียงจากภายนอกได้ดีด้วย แต่เมื่อประชาชนทั่วไปใช้กระเบื้องมากขึ้น ความเป็นสินค้าของชนชั้นสูงก็หมดไป ความนิยมในชนชั้นสูงก็น้อยลงส่งผลให้การผลิตกระเบื้องขาดความเป็นศิลปะไปในที่สุด

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมนี้จะได้ประสบการณ์ของการพัฒนาการใช้กระเบื้องในกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อตกแต่งหรือในชีวิตประจำวันจากอดีตถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังได้ดื่มด่ำกับงานเด่นที่สุดนั่นคือ กระเบื้องโบสถ์ที่หรูเลิศอลังการที่สามารถรอดพ้นแผ่นดินไหวใหญ่ในปี 1738 กระเบื้องที่ชุดนี้สามารถรอดผ่านแผ่นดินไหวในปี 1738 มาได้โดยยังคงอยู่ในสภาพเดิมซึ่งมีความยาวมากถึง 53 เมตรหลังจากที่นักท่องเที่ยวชื่นชมกระเบื้องต่างๆ จนจุใจจากมิวเซียม 2 ชั้นที่มีค่าเข้าชมเพียง 5 ยูโรแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะจิบกาแฟและช็อปปิ้งของที่ระลึกที่ทางออกเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำให้สมกับการมาเยือนหนึ่งในมรดกโลกของลิสบอน

แหวกฟ้าหาฝัน : Lisbon เมืองหลวงตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป

Published December 9, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352999

แหวกฟ้าหาฝัน : Lisbon เมืองหลวงตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป

แหวกฟ้าหาฝัน : Lisbon เมืองหลวงตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชอบยุโรปคงไม่มีเวลาใดที่เอนจอยกับค่าตั๋วได้เท่าปี 2018 นี้ ทั้งนี้เพราะปีนี้หลายสายการบินทั้งสายการบินตะวันออกกลาง จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น รวมทั้งสายการบินในกลุ่ม Star Alliance รวมทั้ง ThaiAirways ของไทย ต่างโหมกระหน่ำทำโปรโมชั่นกันอย่างไม่เกรงใจนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถช็อปตั๋วเครื่องบินราคาถูกถึง 18,000 เพื่อเดินทางไปยุโรป ปี 2018 จึงเป็นปีทองของการเดินทางจริงๆ ประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเคยไปถึงได้ลำบาก เพราะไม่มีสายการบินใดบินตรงไปลงเลย และราคาตั๋วเคยแพงมาก นั่นคือ โปรตุเกส อดีตจักรวรรดิใหญ่ยุโรปตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 นักท่องเที่ยวที่ชอบประวัติศาสตร์และพอจำได้จะรำลึกได้ว่า โปรตุเกสเป็นเจ้าแห่งจักรวรรดิที่สามารถครอบครองอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย รวมถึงโอเชียเนีย ในช่วงสองคริสต์ศตวรรษนี้จึงไม่มีชาติยุโรปตะวันตกใดที่จะยิ่งใหญ่เท่าโปรตุเกส แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็เสียแชมป์ให้กับอังกฤษหรือดินแพนที่ได้ชื่อว่าไม่มีพระอาทิตย์ตกดิน ปี 2018 นี้ การเดินทางไปลิสบอนเมืองหลวงของโปรตุเกสก็เสียค่าใช้จ่ายถูกมากเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีเครื่องบินบินตรงเท่านั้น

Lisbon Street

เมื่อตั๋วเครื่องบินถูก สังขารพร้อม ลิสบอนจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ควรไปอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวอาจซื้อทัวร์ไปสเปนและโปรตุเกสพร้อมกันหรือเดินทางเองตรงไปโปรตุเกสโดยแวะเมืองต่างๆ ตามแต่สายการบินที่เลือกก็ได้หากนักท่องเที่ยวมีไมล์สะสมกับการบินไทยจำนวนมากจากการบินสายการบินไทยหรือ Star Alliance อย่างสม่ำเสมอ หรือได้ไมล์จากบัตรเครดิตแล้วแลกไมล์ได้ และต้องการเดินทางโดยใช้ไมล์สะสมก็สามารถแลกไมล์กับการบินไทยพร้อมกับ Star Alliance ได้โดยเพิ่มไมล์เพียงแค่ 10,000 ไมล์จากเมืองที่การบินไทยมีเครื่องลงยุโรปโดยตรงเท่านั้น ค่าใช้จ่ายในการแลกไมล์กับการบินไทยในปัจจุบันก็เสียค่าใช้จ่ายลดลงกว่าเมื่อก่อนมาก จากหมื่นปลายๆ แล้วแต่สนามบินเหลือเพียงหลักพันเท่านั้น ทั้งนี้เพราะการบินไทยไม่คิดค่าน้ำมัน คิดแต่ค่าภาษีสนามบินเท่านั้น

Leg Room

นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสายการบินในกลุ่ม Star Alliance อาจเลือกใช้สายการบินแห่งชาติโปรตุเกสที่ชื่อ TAP เข้าลิสบอน เนื่องจากโปรตุเกสเป็นประเทศเล็ก ไม่มั่งคั่งเทียบกับประเทศอื่นในยุโรป และมีประชากรค่อนข้างน้อยเพียงแค่ 10 ล้านคน สายการบินแห่งชาติของโปรตุเกสจึงเป็นสายการบินเล็ก เครื่องบินที่ใช้ระหว่างประเทศอื่นๆ ในยุโรปกับลิสบอนก็เป็นเครื่องขนาดเล็ก แม้จะเป็นเครื่องใหม่ แต่มีลักษณะแตกต่างจากเครื่องบินอื่นๆ ทั่วไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นั่งไม่สามารถที่จะปรับเอนได้ ไม่มีจอทีวี. และไม่มีที่วางของด้านหน้า นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวหน่อย ถ้าต้องนั่งเครื่องนานทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับเมืองที่ต่อเครื่อง และสภาพที่นั่งคล้ายรถเมล์เช่นนี้อาจไม่ได้รับความสะดวกสบาย อย่างไรก็ดี สนามบินแห่งชาติที่เมืองหลวงของประเทศกลับมิได้เลวร้ายเท่ากับสภาพเก้าอี้บนเครื่อง การเดินทางเข้าเมืองก็มิได้ยากเย็น นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถสาธารณะเข้าสนามบินได้อย่างสะดวกสบายเฉกเช่นเดียวกันกับสนามบินของเมืองหลวงอื่นๆ ในยุโรป

Portugal map

ลิสบอนเมืองหลวงของโปรตุเกสที่มีนักบอลชื่อดัง คริสเตียนโน โรนัลโด ที่คนไทยชื่นชมสุดๆ นี้เป็นเมืองหลวงที่อยู่ทางทิศตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป แม้ดั้งเดิมโปรตุเกสจะเป็นจักรวรรดิใหญ่ แต่พื้นที่ในปัจจุบันของโปรตุเกสกลับไม่ใหญ่เลยหากเทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ ซ้ำร้ายโปรตุเกสยังเป็นประเทศที่ไม่มั่งคั่งอีกต่างหากด้วย ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่พวกเขาเสียจักรวรรดิให้กับชาติยุโรปตะวันตกอื่นๆ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 อีกทั้งคนโปรตุเกสยังไม่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมได้เท่าเทียมกับประเทศยุโรปตะวันตกอื่นๆ จึงทำให้พวกเขากลายเป็นประเทศที่ค่อนข้างยากจน อย่างไรก็ดี ลิสบอนก็ยังเป็นเมืองหลวงที่มีความน่าสนใจ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเอง ต้องมีขาแข็งแรงสักหน่อย เพราะเมืองสำคัญๆ ส่วนใหญ่ของโปรตุเกสมีพื้นที่เป็นเนินเขา ทางเดินเล็ก ต้องเดินขึ้นลงเขาแทบจะตลอดเวลา นักท่องเที่ยวที่อายุยังน้อย มีเงิน มีแรง และมีเวลาจึงควรรีบไปเที่ยวเสียก่อนจะเดินไม่ไหว

Seat in TAP

Seat in TAP
เครื่องดื่มขนาด 110 ซีซีที่เสิร์ฟบนเครื่อง

เครื่องดื่มขนาด 110 ซีซีที่เสิร์ฟบนเครื่อง

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานของศิลปินสมัครเล่นใน Silesian Museum เมือง Katowice

Published November 11, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/351604

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานของศิลปินสมัครเล่นใน Silesian Museum เมือง Katowice

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานของศิลปินสมัครเล่นใน Silesian Museum เมือง Katowice

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

The Creation of the World by Erwin Sowka

ในมิวเซียม Silesian นอกจากจะมีผลงานของศิลปินดังชาวโปลเป็นจำนวนมากแล้ว มิวเซียมแห่งนี้ยังให้โอกาสศิลปินสมัครเล่นมากมายจนมีการจัดแสดงผลงานของศิลปินสมัครเล่นอย่างเป็นสัดส่วน การสะสมงานของศิลปินสมัครเล่นหรือ non-professional artที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้ไม่เพียงพิจารณาจากมุมมองทางด้านวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังพิจารณาจากมุมมองด้านสุนทรียศาสตร์และศิลปะด้วย การจัดแสดงมีจุดมุ่งหมายที่จะเสนอผลงานของศิลปินมือสมัครเล่นตั้งแต่ยุคสงครามจวบจนปัจจุบันซึ่งไม่ได้เน้นเฉพาะแต่กับศิลปินชาว Silesian แต่ให้โอกาสในการจัดแสดงกับศิลปินโปลทั่วประเทศ

Panorama of Szopienice by Pawel Wrobel

ศิลปินที่เด่นที่สุดในมิวเซียมคงไม่พ้น Erwin Sowka ที่เกิดใน Katowice นั่นเอง เขามาจากครอบครัวของชาวเหมือง เขาจึงทำงานในเหมืองเฉกเช่นเดียวกับบิดาจนถึงอายุ 17 ปี งานจิตรกรรมชิ้นแรกของเขาที่เป็นภาพเกี่ยวกับธรรมชาติเกิดขึ้นเมื่อเขาอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น เขามักใช้งานจิตรกรรม ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับเหมือง และแสดงความรู้สึก แต่งานเด่นๆ ของเขากลับเป็นภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาทั้งตะวันออกและตะวันตกไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่า เช่น The Creation of the World, Temptation และเทพเจ้าต่างๆ ของอินเดีย เช่น Krishnaนักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานของ Sowkaมีความโดดเด่นทั้งในด้านจินตนาการ และการใช้สีอย่างมากจนทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำของกลุ่มศิลปินมือสมัครเล่นที่ชื่อว่า Janowska

Krishna by Erwin Sowka

ศิลปินสมัครเล่นอีกคนที่สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างน่าทึ่งคือ Pawel Wrobelศิลปินที่เกิดใน Szopienice จากมารดาที่ไม่ได้แต่งงาน ความที่เขาเป็นคนยากจนเขาจึงได้เรียนหนังสือเพียงแค่ประถม 3 และเริ่มทำงานในเหมืองตั้งแต่อายุได้เพียงแค่ 10 ปีชีวิตในวัยเด็กส่วนใหญ่ของเขาจึงอยู่ในท้องทุ่ง และเหมือง แต่เนื่องจากเขามีความสามารถทางด้านวาดภาพ ทำให้เขาสามารถหาเงินได้เพิ่มขึ้นจากงานจิตรกรรมตั้งแต่ยังเล็กแม้จะไม่ได้มีโอกาสร่ำเรียนทางด้านศิลปะอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็ตาม แม้เขาจะใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตไปกับการเป็นคนทำงานเหมือง แต่เขากลับเป็นศิลปินที่ใช้สีสันสดใสในการสร้างสรรค์ผลงานมากกว่าความเทาของชีวิตตัวเอง

Temptation detail

เนื่องจากผลงานส่วนใหญ่ของเขาเน้นเกี่ยวกับทิวทัศน์ในเมือง หมู่บ้าน เรื่องราวของชีวิตในสังคม การแต่งงาน งานศพ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก ความที่เขาสามารถสร้างสรรค์จากเรื่องราวธรรมดาด้วยสีสันแสบตาน่าทึ่ง ผลงานของเขาจึงได้รับการจัดแสดงในมิวเซียมของโปแลนด์มากขึ้น รวมทั้งชนะการประกวดมากมายจนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินระดับเดียวกันกับ Teofil Ociepka และ Erwin Sowka ความสำเร็จที่ได้รับแทนที่ชีวิตของเขาจะดีขึ้น กลับทำให้เขาย่ำแย่ลงเพราะเขาหันไปพึ่งพาแอลกอฮอล์

Panorama of Szopienice detail

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสชมผลงานของ Wrobel จะเห็นว่าเขาเป็นคนที่มีจินตนาการสูง มีความอดทน และมีฝีไม้ลายมือที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวถ้าเปรียบเทียบกับการที่เขาไม่เคยเรียนศิลปะจากที่ใดเลย ผลงานของเขาน่าเป็นแรงบันดาลใจและเป็นตัวอย่างให้กับคนทั่วไปที่รักการสร้างสรรค์ศิลปะได้ว่า ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ หมั่นศึกษา ก็สามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องเรียนจบจากโรงเรียนดังๆ หรือเข้าเรียนศิลปะอย่างเป็นทางการเลย

Temptation by Erwin Sowka

ผลงานของ Pawel Wrobel

ผลงานของ Pawel Wrobel2

ผลงานของ Pawel Wrobel3

แหวกฟ้าหาฝัน : ของจัดแสดงในมิวเซียม Silesian

Published November 9, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/350196

แหวกฟ้าหาฝัน :  ของจัดแสดงในมิวเซียม Silesian

แหวกฟ้าหาฝัน : ของจัดแสดงในมิวเซียม Silesian

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผลงานของ Waclaw Szymanowski

Silesian Museum เป็นมิวเซียมหลักของเมือง Katowice ของจัดแสดงส่วนใหญ่จึงมีความหลากหลายอยู่มาก ภัณฑารักษ์แบ่งการจัดแสดงเป็น งานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลระหว่างปี 1800-1945งานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลหลังปี1945 ภาพเขียนเกี่ยวเนื่องกับศาสนา งานสิ่งพิมพ์ทั้งในและต่างประเทศระหว่างปี 1800-1945 และหลังปี 1945 โปสเตอร์ที่ติดในโปแลนด์ งานหัตถกรรมภาพถ่ายและงานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปล

ส่วนของงานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลระหว่างปี 1800-1945 นั้นจะจัดในส่วนของช่วงก่อนสงคราม (pre-war)ของจัดแสดงส่วนนี้เป็นผลมาจากความพยายามของ Dr.TadeuzDobrowolskiผู้อำนวยการมิวเซียมที่พยายามเก็บสะสมงานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลกว่าร้อยชิ้น ไม่ว่าจะเป็นของ StanislawIgnacy Witkiewicz, WladyslawPodkowinski, Aleksander Orlowskiหรือ Stanislaw Czajkowski โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง ของจัดแสดงชุดนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในชุดที่ดีที่สุดของศิลปินชาวโปลในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 ของประเทศ เพราะผลงานชุดนี้ครอบคลุมศิลปะแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นRomanticism, Realism, Academicism, Symbolism และ Art Nouveau อีกทั้งยังมีผลงานของศิลปินยุค Impressionism ท้องถิ่นก่อนสงครามและหลังสงครามอีกต่างหากด้วย

ของจัดแสดงที่สำคัญอีกชุดหนึ่งในมิวเซียมก็คือ งานจิตรกรรมของศิลปินโปลหลังปี 1945 ที่มีมากถึง 700 ชิ้น งานชุดนี้เป็นการบันทึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงเวลานั้นที่ศิลปินประสบและให้ความสนใจ ภัณฑารักษ์ได้นำงานของศิลปินดังๆ จากทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็น Krakow, Warsaw, Wroclaw และศิลปินท้องถิ่น Silesian มารวมกันเข้าไว้ นอกจากนี้ในระหว่างปี 2009-2012 ทางมิวเซียมยังได้นำงานจิตรกรรมของศิลปินร่วมสมัย เช่น Tadeusz Kantor,Jan Lebenstein, Stanislaw Drozdz, ZbigniewLibera มาจัดแสดงด้วย

ยิ่งกว่านั้นภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา ดั้งเดิมนั้นภาพที่เกี่ยวข้องกับศาสนาถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายในโปแลนด์อันเนื่องมาจากโปแลนด์เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หลังปี 1999 ภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาไม่ว่าจะเป็นภาพเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ พระแม่มารี และนักบุญหลายองค์ได้รับการยกระดับให้เป็นสมบัติชาติ และส่วนหนึ่งถูกขนย้ายมายังมิวเซียม Silesian ภาพที่มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่กว่า 200 ชิ้น ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในรัสเซียตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18

นอกจากงานของศิลปินโปลที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ในมิวเซียมแห่งนี้ยังมีส่วนจัดแสดงที่เรียกว่า Non-professional ด้วย ดั้งเดิมนั้นมิวเซียมส่วน Non-professional ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Ethnography Department นี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะที่ยากจะอธิบายว่าเป็นศิลปะแนวทางใดตามหมวดศิลปะมาตรฐานที่มีการกำหนด บางคนก็เรียกส่วนนี้ว่าผลงานของมือสมัครเล่น ใน Silesian
Museum นี้ภัณฑารักษ์ได้นำผลงานของศิลปินมือใหม่หรือมือสมัครเล่นประจำท้องถิ่นมาจัดแสดงไว้เป็นจำนวนมาก เสียดายที่มิวเซียมห้ามถ่ายรูปชื่อศิลปินสำหรับในหมวดนี้ ทำให้การศึกษาผลงานของศิลปินเหล่านี้ในอนาคตทำได้ยากลำบาก แต่เนื่องจากผลงานของศิลปินกลุ่มนี้ไม่มีกรอบที่แน่นอน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมและได้ดูของจัดแสดงในส่วนนี้อาจรู้สึกสนุกสนานมากกว่าการดูผลงานของศิลปินที่มีแนวทางศิลปะจำเพาะด้วยซ้ำไป

ผลงานแนว Contemporary Art

ผลงานแนว Contemporary Art
ผลงาน Contemporary Art ของศิลปินโปล

ผลงาน Contemporary Art ของศิลปินโปล
การจัดแสดงในมิวเซียม

การจัดแสดงในมิวเซียม
The Birth of Red Star by Krzysztof Michal Bednarski

The Birth of Red Star by Krzysztof Michal Bednarski
%d bloggers like this: