แนวหน้า

All posts tagged แนวหน้า

กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบที่ดิน’ปารีณา’ เตรียมนัดส.ป.ก.เข้ารังวัด-ชี้แนวเขต22พ.ย.นี้

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/455234

กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบที่ดิน'ปารีณา' เตรียมนัดส.ป.ก.เข้ารังวัด-ชี้แนวเขต22พ.ย.นี้

กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบที่ดิน’ปารีณา’ เตรียมนัดส.ป.ก.เข้ารังวัด-ชี้แนวเขต22พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.04 น.

“อธิบดีกรมป่าไม้”ระบุเร่งตรวจสอบการครอบครอบที่ดินป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ถาวรของ”ปารีณา” เตรียมนัดส.ป.ก.เข้ารังวัดและชี้แนวเขต ด้าน”ส.ป.ก.”ชี้ปิดประกาศหน้าฟาร์มไก่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว ต้องแสดงหลักฐานสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ส.ป.ก.ใน30วัน

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองที่ดินเนื้อที่ประมาณ 1,700 ไร่ หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่ง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่าทำฟาร์มไก่ รวมทั้งได้แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไว้ด้วย ทั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการให้เร่งรังวัดใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทราบพิกัดว่า แปลงใดอยู่ในเขตป่าไม้และแปลงใดอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมทั้งเนื้อที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานมีเท่าไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ทั้งนี้ คณะทำงานตรวจสอบ ประกอบด้วย นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นประธาน และมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของกรมป่าไม้ รวม 13 คน เป็นกรรมการ โดยจะทำงานร่วมกับคณะทำงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งมี พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ ส.ป.ก.เป็นประธาน ขณะนี้คณะทำงานของกรมป่าไม้เตรียมนัดหมายคณะทำงานของ ส.ป.ก.เข้ารังวัดที่ดินแปลงดังกล่าว ตามขั้นตอนจะต้องให้ผู้ครอบครองนำชี้แนวเขตด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างที่คณะกรรมการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของรัฐ ที่มี ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธาน ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย ป่าไม้จังหวัด , ปฏิรูปที่ดินจังหวัด และฝ่ายความมั่นคง ที่กำลังนัดหมาย น.ส.ปารีณา อีกครั้ง หลังจากที่ได้นัดหมายมาครั้งหนึ่ง ซึ่ง น.ส.ปารีณา แจ้งว่า ไม่สะดวก เนื่องจากติดประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกทั้งต้องปิดฟาร์มเพื่อฉีดยาให้ไก่ ตามกำหนดวงรอบ 45 วัน คาดว่าจะให้เข้ารังวัดและนำชี้แนวเขตได้ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้

ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรววงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศที่ดินแปลงที่ น.ส.ปารีณา ครอบครอง อาจทับซ้อนกันระหว่างเขต ส.ป.กและเขตป่าไม้ แต่มีข้อสังเกตว่า บริเวณที่อยู่กลางเขาไม่น่าจะเป็นที่ของ ส.ป.ก.จึงสั่งการให้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.เร่งประสานอธิบดีกรมป่าไม้เข้าตรวจสอบ

ขณะที่ แหล่งข่าวจาก ส.ป.ก.เปิดเผยว่า ปฏิรูปที่ดินจังหวัดได้ไปติดประกาศหน้าฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” ว่า เป็นเขต ส.ป.ก.มา 3 วันแล้ว ซึ่งผู้ครอบครองต้องนำหลักฐานการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.มาแสดงภายใน 30 วัน ทั้งนี้ น.ส.ปารีณา ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า ทางครอบครัวเข้ามาครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2489 โดยไม่มีหนังสือสิทธิการเข้าทำกินใดๆ มีแต่ใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ ภบท.5 ซึ่งเป็นการแสดงถึงการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทย (มท.) ให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ยกเลิกการจัดเก็บ ภบท.5 ในที่ดินของรัฐทุกประเภทแล้ว เนื่องจากเกรงว่าผู้ครอบครองจะเข้าใจผิดว่า เป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

สำหรับที่ดินบริเวณดังกล่าวเดิมเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2527 ต่อมากรมป่าไม้มอบให้ ส.ป.ก.ในปี 2536 โดย ส.ป.ก.ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินในปี 2554 ทั้งนี้ หลังจากได้รับมอบที่จากรมป่าไม้แล้ว การที่ ส.ป.ก.จะนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิ์ต้องรังวัดที่ดิน แต่เมื่อแจ้งการเข้ารังวัด ทางครอบครัว น.ส.ปารีณา ไม่ยินยอม เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จึงรังวัดจากแปลงโดยรอบ พบว่า เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ประมาณ 1,000 ไร่ และเป็นเขตป่าไม้ ประมาณ 700 ไร่ ดังนั้น การรังวัดใหม่ครั้งนี้จะได้ข้อมูลชัดเจนว่า ที่ดินอยู่ในเขตของ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ จำนวนเท่าไร อีกทั้งต้องตรวจสอบถึงการได้มาของที่ดิน ระยะเวลาที่เข้าครอบครอง หากพบว่า เข้าข่ายการยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จะสามารถดำเนินคดีได้ทั้งตามประมวลกฎหมายปฏิรูปที่ดินและการป่าไม้

สั่งสหกรณ์ฯเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก ประสานธ.ก.ส.จัดสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/454995

x

สั่งสหกรณ์ฯเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก ประสานธ.ก.ส.จัดสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ขอความร่วมมือสหกรณ์การเกษตรเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก พร้อมประสาน ธ.ก.ส.ขอสินเชื่อเสริมสภาพคล่องสหกรณ์มีเงินทุนรวบรวมข้าวจากเกษตรกร

กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งสหกรณ์จังหวัดสำรวจจุดรับซื้อข้าวเปลือกของสหกรณ์การเกษตร พร้อมขอความร่วมมือสหกรณ์ที่มีโรงสีและโกดังลานตากเปิดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร หวังบรรเทาความเดือดร้อนช่วงฤดูเก็บเกี่ยว เกรงชาวนาไม่มีที่ขายข้าวต้องขนไปขายเอกชน ถูกหักค่าความชื้นไม่ได้ราคา เผยหารือธ.ก.ส.ขออนุมัติสินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์มีเงินหมุนเวียนรวบรวมข้าวทันที ก่อนมาตรการเก็บชะลอข้าวเปลือกรอเสนอเข้าครม.

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ รวมถึงภาคกลางตอนบนเข้าฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก จึงสั่งการให้สหกรณ์จังหวัดเร่งสำรวจสหกรณ์การเกษตรที่เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรว่ามีสหกรณ์กี่แห่งที่เริ่มเปิดจุดรวบรวมข้าวเปลือกและใช้เงินทุนจากแหล่งใด รวมถึงมีสหกรณ์ใดบ้างที่ไม่สามารถเปิดจุดรับซื้อข้าวได้ เนื่องจากมีปัญหาติดขัดเรื่องเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ให้รีบแจ้งกลับมาทันที เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ และขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์การเกษตรที่มีโรงสี และอุปกรณ์การตลาด ทั้งโกดัง ฉาง ลานตาก ช่วยเปิดจุดรับซื้อข้าวจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร

นอกจากนี้ กรมยังประสานกระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส.) ขออนุมัติสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวให้สหกรณ์ไปก่อนในอัตราดอกเบี้ยปกติของ ธ.ก.ส.และเมื่อโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวเปลือกและโครงการเก็บชะลอข้าวเปลือกที่กระทรวงพาณิชย์เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบแล้ว ธ.ก.ส.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้สหกรณ์ตามที่กระทรวงพาณิชย์จ่ายชดเชยมาตรการของภาครัฐ

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวต่อว่า เหตุจากขณะนี้มีสมาชิกสหกรณ์นำข้าวมาเข้าคิวขายจำนวนมาก ส่วนใหญ่เกษตรกรจะเกี่ยวข้าวสดความชื้นเกิน 25% มาขายเนื่องจากไม่มีที่ตากและเครื่องอบลดความชื้นเมื่อเกี่ยวข้าวแล้วต้องขนมาขายทันที ส่งผลให้มีรถขนข้าวเปลือกมาจอดรอคิวยาวเหยียดหน้าสหกรณ์การเกษตรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสหกรณ์บางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากใช้เงินของสหกรณ์เองซึ่งมีไม่มาก ทำให้สหกรณ์ต้องปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก เกษตรกรจึงต้องขนข้าวไปขายให้พ่อค้าในพื้นที่ ซึ่งอาจถูกกดราคาเพราะต้องโดนหักค่าความชื้น  ดังนั้น ปัญหานี้จะต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว หากสหกรณ์ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมข้าวในช่วงนี้ขอให้สหกรณ์จังหวัดประสานกับ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ได้ทันที

กรมประมงขยายเครือข่ายบริหารน้ำ ช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชัง

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/454994

x

กรมประมงขยายเครือข่ายบริหารน้ำ ช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชัง

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมงเปิดเผยหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำเพื่อการบริหารจัดการน้ำร่วมกับกรมประมง และการขยายเครือข่ายจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ”ว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ที่จะร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำร่วมกับกรมประมงและขยายเครือข่ายจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ เป็นการสนับสนุนข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำเพื่อประโยชน์ทางการประมง ให้ดำเนินงานแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำให้เกษตรกรด้านประมงนับเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากประเทศไทยมีความผันผวนของสภาพอากาศตลอดเวลา เกษตรกรได้รับผลกระทบทั้งจากสถานการณ์ด้านภัยแล้ง และอุทกภัย ซึ่งมักเกิดขึ้นฉับพลันไม่สามารถบริหารจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้โดยเร็วดังนั้น การได้รับการแลกเปลี่ยนข้อมูลของสถานการณ์น้ำจากการร่วมลงนามครั้งนี้ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำให้เกษตรกรได้เร็วขึ้นโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ทั้งแหล่งน้ำปิดและแหล่งน้ำเปิด เช่น แม่น้ำ ลำคลอง รวมถึงชายฝั่งทะเล เพื่อช่วยวางแผนเฝ้าระวัง และชดเชยเยียวยาความเสียหายหากเกิดสถานการณ์ขึ้น ทั้งนี้ กรมจะนำข้อมูลจากการลงนามความร่วมมือครั้งนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร พัฒนาสารสนเทศด้านประมงเพื่อให้เกษตรกรรู้เท่าทันสถานการณ์น้ำรองรับการประกอบอาชีพ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีรายได้มั่นคงเลี้ยงชีพได้ยั่งยืนต่อไป

กษ.-ดีเอสไอบุกค้น5จุด แหล่งผลิตสารชีวภัณฑ์ปลอมยึดของกลางอื้อ

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/454992

x

กษ.-ดีเอสไอบุกค้น5จุด แหล่งผลิตสารชีวภัณฑ์ปลอมยึดของกลางอื้อ

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กรมวิชาการเกษตรรับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรว่ามีการขายสารชีวภัณฑ์สำหรับกำจัดวัชพืช และศัตรูพืช ขายทางสื่อออนไลน์จำนวนมาก จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ล่อซื้อสินค้าดังกล่าวเพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์ เบื้องต้นพบฉลากที่ระบุเป็นสารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และยังพบหลายยี่ห้อมีส่วนผสมของสารเคมีกำจัดวัชพืชพาราควอทและไกลโฟเซต จึงสั่งการให้สารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ  เข้าตรวจค้นแหล่งผลิตและจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุอันตรายทางการเกษตร 5 จุด ตามที่สืบทราบ โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจค้นตามจุดต่างๆ ได้แก่ อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี อ.จอหอ จ.นครราชสีมา  อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 2 จุด จากการตรวจค้นพบของกลางที่ทำผิดกฎหมาย พบเป็นวัตถุอันตราย 18 รายการ และปุ๋ย 36 รายการ  ปริมาณรวม 58.5 ตัน  คิดเป็นมูลค่าความเสียหายครั้งนี้กว่า 25 ล้านบาท

ประเด็นความผิดครั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535  คือ ผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายไม่ขึ้นทะเบียน  มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยไม่ขึ้นทะเบียนโทษมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 4 หมื่น–2 แสนบาท โดยเจ้าหน้าที่อายัดของกลางไว้ทั้งหมดและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

“สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร โดยผ่านการประเมินข้อมูลพิษวิทยา การขอนำเข้าหรือผลิตตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และทดลองประสิทธิภาพ ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้สารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดศัตรูพืช  ป้องกันผลผลิตไม่ให้เสียหาย  และต้องเป็นสารที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมจึงขอเตือนเกษตรกรอย่าได้หลงเชื่อคำกล่าวอวดอ้างสรรพคุณต่างๆ โดยก่อนซื้อสารชนิดใดมาใช้ก็ตามขอให้สังเกตที่ฉลากต้องได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากกรมวิชาการเกษตร หากสงสัยหรือทราบเบาะแสแหล่งผลิตและจำหน่ายปุ๋ย  หรือวัตถุอันตรายทางเกษตรที่ผิดกฎหมายขอให้แจ้งได้ที่กลุ่มสารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตร  โทร.0-2940-5434” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

อ่างฯลำพระเพลิงน้ำลดฮวบเหลือ21% กรมชลฯเร่งทำแผนฝ่าวิกฤติแล้ง-แนะเลื่อนทำนาปี

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/454997

x

อ่างฯลำพระเพลิงน้ำลดฮวบเหลือ21% กรมชลฯเร่งทำแผนฝ่าวิกฤติแล้ง-แนะเลื่อนทำนาปี

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง จ.นครราชสีมาว่า มีปริมาณอยู่ในเกณฑ์น้อย ล่าสุดมีน้ำเหลืออยู่เพียง 32 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 21 ของปริมาณการเก็บกัก เนื่องจากปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 24 ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้่าอ่างฯน้อย จากปกติจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เฉลี่ยถึง 170 ล้านต่อปี ดังนั้น เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอกับความต้องการ กรมชลประทานจึงวางแผนจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 62/63 ดังนี้ จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ชลประทาน 12 ล้านลบ.ม. เพื่อภาคอุตสาหกรรม 140,000 ลบ.ม. และรักษาระบบนิเวศ 1.8 ล้านลบ.ม. ส่วนภาคการเกษตรขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดปลูกพืชในฤดูแล้งมิเช่นนั้นพืชผลจะเกิดความเสียหายได้

ส่วนปริมาณน้ำที่เหลืออยู่จะสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปีหน้า อย่างไรก็ตาม อาจต้องเลื่อนการทำนาปีออกไปเล็กน้อย เพราะคาดว่าหลังสิ้นฤดูแล้งจะมีน้ำเหลืออยู่ประมาณ 15 ล้านลบ.ม.เท่านั้น ไม่เพียงพอสำหรับเตรียมแปลงทำนาปีในเขตชลประทาน ต้องรอจนกว่าฝนจะมาเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 ทั้งนี้ อ่างฯ ลำพระเพลิงมีพื้นที่ชลประทานรวม 75,000 ไร่ในอ.ปักธงชัย อ.โชคชัย และ อ.เมืองนครราชสีมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูแล้งนี้พื้นที่ที่น่ากังวลมากคือ พื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะในอ.ปักธงชัย มีพื้นที่นอกเขตชลประทานที่สถานการณ์น้ำเพื่อผลิตน้ำประปาเข้าขั้นวิกฤติ น้ำในสระธรรมชาติแห้งส่งผลกระทบต่อประปาหมู่บ้าน 6 แห่งในเขต 3 ตำบลคือ ต.นกออก ต.เกษมทรัพย์ และ ต.บ่อปลาทอง ซึ่งชุมชนได้ประสานกับกรมชลประทานวางแผนร่วมกันนำน้ำจากอ่างฯ ลำพระเพลิงไปเติมในสระสาธารณะ โดยทางชุมชนอาสาร่วมกันขุดลอก ทำความสะอาดพัฒนาคูคลองธรรมชาติที่จะใช้ส่งน้ำ พร้อมทั้งซ่อมแซมจุดที่น้ำจะรั่วซึม เพื่อลดการสูญเสียจากการส่งน้ำให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ กรมชลประทานจะปล่อยน้ำลงสระธรรมชาติทั้ง 6 แห่ง 2 ล้านลบ.ม. เพื่อผลิตประปาหมู่บ้านและรักษาระบบนิเวศ โดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงต้นฤดูฝนปี 2563 ซึ่งราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวรวมทั้งในเขต อ.ปักธงชัย จะมีน้ำกินใช้ปกติ พ้นวิกฤติภัยแล้งอย่างแน่นอน

นายเกียรติศักดิ์ฯกล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการ JMC ของอ่างฯลำพระเพลิงครั้งล่าสุด มีมติขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดปลูกพืชฤดูแล้ง โดยกรมเตรียมแผนชดเชยรายได้ ด้วยการจ้างแรงงานภาคเกษตรให้ทำงานซ่อมแซมคอนกรีตดาด หรือขุดลอกตะกอน เตรียมพร้อมระบบชลประทานสำหรับฤดูฝนที่จะมาถึง

สำหรับอ่างเก็บน้ำอื่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและรักษาลำพระเพลิง ซึ่งเป็นอ่างฯขนาดกลาง 3 แห่งคือ อ่างฯ ลำสำราย ขณะนี้มีน้ำ 7 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 17 ของปริมาณเก็บกัก ปริมาณน้ำน้อยเพียงพอต่อกิจกรรมอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น อ่างฯบ้านสันกำแพง และอ่างฯ ลำเชียงสา มีน้ำร้อยละ 100 และ 90 ของระดับเก็บกักตามลำดับ สามารถส่งน้ำให้ทุกกิจกรรมการใช้น้ำได้ตามปกติ อย่างไรก็ดีกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิดเพื่อจัดสรรน้ำให้ผู้ใช้น้ำทุกประเภทได้รับน้ำทั่วถึงเป็นธรรม

ส่องเกษตร : ทบทวน

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/454990

x

ส่องเกษตร : ทบทวน

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลางเดือนพฤศจิกายนแล้ว ผ่านเทศกาลลอยกระทงไปอีกครั้ง อากาศเย็นก็ยังไม่มาให้คนเมืองหลวงไปสัมผัสกันเท่าใดนัก ไม้ผลหลายชนิดจะติดดอกออกผลได้จะต้องได้รับความเย็นในระดับหนึ่งติดต่อกัน ตาดอกจึงจะออกมาได้ ถ้าความเย็นไม่ถึงระดับ ตาดอกก็จะเปลี่ยนไปเป็นใบเสีย กลายเป็นพันธุ์ดูใบแทน สิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องปกติ เว้นแต่มนุษย์เราจะไปทำให้ความปกติเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ล้วนๆ

หลายวันก่อน มีโอกาสไปแม่กลองผมก็ลุ้นๆ อยู่ว่าลิ้นจี่แม่กลองจะติดดอกในฤดูนี้หรือไม่ หลายๆสวนที่ผมไปพบมาก็ตัดลิ้นจี่ทิ้งไป เปลี่ยนมาปลูกส้มโอแทน เห็นว่าส้มโอยังไงก็ออกผล ไม่ต้องคอยลุ้นให้เทวดามาโปรดเหมือนลิ้นจี่ ผมนั่งคุยกับชาวสวนลิ้นจี่คนหนึ่ง ในความเห็นผมค่อนข้างจะเป็นชาวสวนนักอนุรักษ์ เพราะยังยืนยันที่จะคงต้นลิ้นจี่ไว้ ไม่ยอมตัดไปปลูกส้มโอทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่าจำนวนต้นลิ้นจี่ที่มีในสวนน้อยกว่าต้นส้มโอมาก จากที่มีลิ้นจี่ทั้งสวนก็ลดจำนวนลงเรื่อยๆ เหลือไว้พอให้ขึ้นชื่อว่ายังมีลิ้นจี่แม่กลองอยู่ ชาวสวนลิ้นจี่รายนี้ ติดตามพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าเป็นข่าวหลักๆ ที่ชาวสวนติดตาม เมื่อทราบว่าอุณหภูมิจะลดลงเมื่อไหร่ จะต้องรีบไปหักยอดลิ้นจี่ออก แล้วรอลุ้นว่าจะพอดีกับอุณหภูมิที่ลดลงหรือไม่ ถ้าจังหวะดีๆ ตาที่ออกมาใหม่ก็จะเปลี่ยนเป็นตาดอก รอให้เก็บผล ถ้าจังหวะไม่ดี ตาดอกก็จะเปลี่ยนเป็นตาใบแทน ถือว่าฤดูนี้จบกัน ลิ้นจี่พันธุ์ดูใบแน่นอน ด้วยความสงสัยผมจึงสอบถามว่าชาวสวนรายอื่นๆ รู้เทคนิควิธีการนี้หรือไม่คำตอบ คือ รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง บางคนก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเทวดาฟ้าดินไป

ในวงการเกษตรระดับนโยบายอยู่ระหว่างการผลักดันนโยบายเกษตรอัจฉริยะ ผลักดันการนำ Big Data มาใช้ในทางการเกษตร คำถามที่เกิดขึ้น คือ ความเข้าใจเรื่อง Big Data ความเข้าใจเรื่อง เกษตรอัจฉริยะ คืออะไร จะมุ่งไปเพียงสั่งการให้น้ำได้ผ่านมือถือ สั่งเพิ่มแสง ลดแสง สั่งให้ใส่ปุ๋ยได้ตามสภาพของดินของพืชเท่านั้นหรือ อันที่จริงแล้วเรื่องที่อยู่ภายใต้ความอัจฉริยะ คือ จะทราบได้อย่างไรว่าพืชชนิดนี้ต้องการน้ำในแต่ละช่วงเวลาเท่าใด ความชื้น ความเข้มของแสง อุณหภูมิที่จะทำให้พืชเจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูงสุด โดยไม่ชักนำให้เกิดโรคแมลงศัตรูพืชคือระดับไหน ในแต่ละช่วงของการเจริญเติบโตของพืชต้องการธาตุอาหารใดบ้างเป็นปริมาณเท่าใด ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและลงลึกในรายละเอียด ไม่ใช่จะหวังพึ่งพาเทคโนโลยีอัจฉริยะแต่เพียงฝ่ายเดียว

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นความก้าวหน้าที่ก้าวกระโดด และจะยิ่งก้าวไปไกลกว่านี้อีกในอนาคตอันไม่ไกล ดังนั้นสามารถสั่งการอย่างไรก็ได้ ต้องการให้ทำอะไรไม่เป็นปัญหาสำหรับเทคโนโลยี แต่สิ่งที่เป็นปัญหา คือทำอย่างไรจึงจะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้สั่งการได้ถูกต้อง อยากให้ลิ้นจี่แม่กลองออกดอกติดผลต้องมีปัจจัยใดบ้าง คงเป็นประเด็นที่ต้องมาคิดกันต่อ ความเป็นอัจฉริยะไม่ได้สร้างได้ในวันสองวัน Big Data ที่กระจัดกระจาย Big Dataที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย จะกลายเป็นเพียงข้อมูลขยะเท่านั้น และก่อนจะได้จุดที่เป็นอัจฉริยะ ขอให้เริ่มจากทำอย่างไรให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม เทคโนโลยีง่ายๆ แค่เด็ดยอดเท่านั้น

สมชาย ชาญณรงค์กุล

เครือข่ายเกษตรกรเรียกร้องรัฐหามาตรการช่วยเหลือช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังยกเลิก3สาร

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/455105

เครือข่ายเกษตรกรเรียกร้องรัฐหามาตรการช่วยเหลือช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังยกเลิก3สาร

เครือข่ายเกษตรกรเรียกร้องรัฐหามาตรการช่วยเหลือช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังยกเลิก3สาร

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 21.13 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 น.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ ผู้ประสานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก กล่าวในงานสัมมนา “เกษตรกรรมไทยหลังมติแบน พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส” ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ชั้น 2 ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ กรุงเทพฯ ว่า หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติห้ามใช้สารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด คือพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ตนก็มีข้อเสนอไปถึงรัฐบาลให้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในระยะเปลี่ยนผ่าน

ประกอบด้วย 1.มาตรการทางการเงิน ได้แก่ การจัดตั้งกองทุนชดเชย เยียวยาผู้ได้รับความเสียหายในช่วงปรับเปลี่ยน รวมถึงจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืน 2.มาตรการทางภาษี ให้มีการลดภาษีนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่เข้ามาทดแทนการใช้สารเคมี และส่งเสริมการพัฒนาเครื่องและอุปกรณ์เพื่อใช้ในการเกษตร และ 3.กำหนดมาตรการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เช่น จัดตั้ง พ.ร.บ.ควบคุมสารเคมี โดยให้แยกออกจาก พ.ร.บ.วัตถุอันตราย และจัดตั้ง พ.ร.บ.สนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน

เช่นเดียวกับ นายสุนทร รักษ์รงค์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) กล่าวว่า สคยท.ยืนยันถึงความพร้อมในการเปลี่ยนไปสู่สวนยางยั่งยืน จำนวน 8 ล้านไร่ อึงกระนั้นตนก็อยากให้รัฐบาลมีมาตรการสร้างแรงจูงใจให้พี่น้องชาวสวนยางปรับเปลี่ยนจากสวนยางเชิงเดี่ยวมาเป็นสวนยางยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีมาตรการทางนโยบายที่ชัดเจน

คุณแหน : 5 กันยายน 2562

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/438197

คุณแหน : 5 กันยายน 2562

คุณแหน : 5 กันยายน 2562

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลตรีหญิงวันดี ลีเลิศวราวงศ์ รองประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ และคณะกรรมการฯ เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี12 ก.ย. 15.00 น. ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา…

ll สุพจน์-พิริยาภรณ์ ธรรมรักษ์ดีใจมากที่ลูกสาวคนเก่ง “โปรพริม” พริมาธรรมรักษ์ กับโปร สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัยคว้ารางวัลแชมป์รายการประเภททีม ของการแข่งขันกอล์ฟ China LPGA ที่เมืองหังโจวสร้างชื่อให้ประเทศไทย…

ll ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ MD ไมโครซอฟท์ ต้อนรับดร.ปรีสาร รักวาทิน ผอ.หลักสูตร CDA#1ของดีป้า พร้อมคณะนักศึกษาผู้บริหารกว่า 50 คนที่มาดูงานและเยี่ยมชมไมโครซอฟท์สมาร์ทออฟฟิศ…

ll เขมทัตต์ พลเดช กก.ผอ.ใหญ่บมจ.อสมท จับมือ NASA ส่งเด็กไทยโกอินเตอร์กับ “ทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย ปี 3” ที่ อสมท พร้อมพันธมิตร สนับสนุนทุนการศึกษาจำนวน 1 ทุน เป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท ส่งเด็กไทยโกอินเตอร์สำรวจโลกอวกาศกับ NASA ที่รัฐแอละแบมา ประเทศสหรัฐอเมริกา..เปิดรับสมัคร ถึง 20 ต.ค.www.spacecampthailand.com…

ll โครงการ “ไทยเบฟ รวมใจต้านภัยหนาว” ส่งมอบผ้าห่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวเข้าสู่ปีที่ 20 พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษโครงการประกวดภาพยนตร์สั้น ความยาว 3-5 นาที ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความอบอุ่น คือสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน” ชิงทุนการศึกษากว่า 80,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ระดับอุดมศึกษาถึง 25 ก.ย. FB: ThaiBev…

ll งาน Digital Content Cluster DAYลักขณา ตั้งจิตนบ ผอ.ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจ SMEs สสว.ขึ้นเวทีสนทนาถึงความสำเร็จของกิจกรรมพัฒนาเครือข่าย Digital Content ร่วมกับ ผศ.ณัฐพร กาญจนภูมิ รักษาการแทนรองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.ศิลปากร และ อัจฉรา กิจกัญจนาสน์ ตัวแทนผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ไทย 11 ก.ย. 10.00 น.รร.สวิสโซเทล บางกอก รัชดา…

ll ยินดีกับบิ๊กบอส สหพัฒน์ บุญชัย โชควัฒนา เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร…

ll เชิญชมการแสดงดนตรี “Duo Recital” โดย อ.สิทธิชัย เพ็งเจริญ และ ดร.ชัญพงศ์ ทองสว่าง นำเสนอบทเพลงคลาสสิกชิ้นสำคัญของ J. S. Bach,E. Ysaÿe และ M. Ravel 5 ก.ย. 19.00 น.ห้องสังคีตวัฒนา สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ไม่เสียค่าเข้าชม 02-4478597…

ll มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รวมพลัง “วันสยาม” จัดงาน “OneSiam World Fashion Trend 2019” ที่สุดกับปรากฏการณ์แฟชั่นทุกรูปแบบระดับโลก รวบรวมทุกไอเท็มชิ้นเด็ดจากซีซั่นล่าสุด ออทั่ม/วินเทอร์ 2019-2020 และแฟชั่นโชว์แนะนำคอลเลคชั่นใหม่กว่า 400 แฟชั่นแบรนด์ 6 ก.ย.18.30 น. พาร์ค พารากอนชั้น M สยามพารากอน…ll ยินดีกับชนะ สืบสิน นายกสมาคมชาวภูเก็ต สมัย 2562-2563 พร้อมที่ปรึกษาเพื่อน “A8 ธรรมศาสตร์ 2510” ดร.สมจินต์ สันถวรักษ์ กับ ดร.ประจักษ์ ทรัพย์มณี ร่วมด้วยช่วยงานกัน…ll

น้อง

ยูโอบีอาร์ตโรดโชว์ เฟ้นหาศิลปินรุ่นใหม่ สู่เวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/438149

ยูโอบีอาร์ตโรดโชว์ เฟ้นหาศิลปินรุ่นใหม่  สู่เวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

ยูโอบีอาร์ตโรดโชว์ เฟ้นหาศิลปินรุ่นใหม่ สู่เวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะด้านศิลปะ สร้างแรงบันดาลใจและเฟ้นหาศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ได้จัดกิจกรรมยูโอบีอาร์ตโรดโชว์ไปตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่เน้นสอนวิชาศิลปะทั่วประเทศกว่า 25 แห่งและขยายไปสู่นักเรียนโรงเรียนสายสามัญในกรุงเทพฯ 5 แห่ง โดยกิจกรรมยูโอบีอาร์ตโรดโชว์ เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้การประกวดจิตรกรรมยูโอบีครั้งที่ 10 จัดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคม 2562 ทั้งนี้ จะมีงานประกาศผลรางวัลการประกวดในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 และจัดแสดงผลงานในวันที่ 1-13 ตุลาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นางกัญจมา ศรีอรุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “นับเป็นความสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาในการส่งเสริมศิลปินไทยให้ก้าวสู่เวทีศิลปะในระดับภูมิภาคผ่านการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ในฐานะผู้อุปถัมภ์และส่งเสริมศิลปะในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเชื่อว่าศิลปะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มคุณค่าชีวิตและเสริมสร้างชุมชน เราหวังว่าจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการค้นพบศิลปินหน้าใหม่ ตลอดจนช่วยให้ศิลปินได้ทำตามความฝันของตนเองบนเส้นทางอาชีพ ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินไทยรุ่นต่อๆ ไป”

นอกจากจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการประกวดจิตกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10แล้ว นักเรียน นักศึกษา ยังได้รับฟังข้อมูลที่น่าสนใจในการสร้างสรรค์งาน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ นายอภิวัฒน์ บรรลือ ผู้ชนะเลิศประเภทศิลปินอาชีพ และ นายชัยชนะ ลือตระกูล ผู้ชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่ สองศิลปินที่ชนะจากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 9 ประจำปี 2561 รวมทั้งยังมีศิลปินอาชีพที่มีชื่อเสียงหมุนเวียนมาพูดคุย บอกเล่าประสบการณ์ รวมถึงเทคนิคในการสร้างอัตลักษณ์ตัวตนในงานศิลปะและสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ มากมาย อาทิ อ.อนุพงษ์ จันทร ศิลปินชั้นเยี่ยมที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ลำพู กันเสนาะ ศิลปินสาวเจ้าของผลงานจิตรกรรมล้อเลียนแนวหัวโต เป็นที่ต้องการของนักสะสมศิลปะร่วมสมัย และ อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ ศิลปินหญิงร่วมสมัยที่สร้างสรรค์งานศิลปะจากเส้นผม และมีผลงานจัดแสดงในเวทีระดับโลกมามากมาย

ลำพู กันเสนาะ หนึ่งในศิลปินอาชีพ กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดีที่เรามาเจอน้องๆ ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ที่เคยผ่านมากับเส้นทางการเป็นศิลปินของเราย้อนกลับไปสมัยเราเป็นเด็ก แม้ในมหาวิทยาลัยศิลปะที่อยู่ในกรุงเทพฯเองก็ยังไม่มีกิจกรรมเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะในสมัยนั้นการประกวดยังไม่มีมากเท่าทุกวันนี้ แต่การเข้าถึงเด็ก โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงวัยมัธยม จะช่วยให้พวกเขาตื่นตัวและบางทีการส่งเข้าประกวด อาจจะทำให้พวกเขาค้นพบตัวเองว่าเขาทำงานสร้างสรรค์ทำงานศิลปะได้ นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้เด็กรู้ตัวเองได้เร็ว”

น้องกัปตัน-ณัฐพิสิษฐ์ สุคนธปฏิภาคนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร เล่าว่า “ไม่ใช่ว่านักเรียนทุกคนจะได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมแนะแนวศิลปะแบบนี้ ส่วนตัวผมชอบงานพี่กุ้ง-ลำพู มาก วันนี้ได้มีโอกาสมาฟังพี่กุ้งแชร์ประสบการณ์ เล่าเทคนิค แนวคิดและขั้นตอนการสร้างงาน มันทำให้ผมรู้ว่าศิลปินอาชีพทำงานกันแบบไหน หนึ่งสิ่งที่ผมเห็นและเรียนรู้จากวันนี้คือ ผมต้องเก็บงานแบบพี่กุ้ง ทำตั้งแต่สมัยเรียน เป็นการสะสมผลงานตัวเองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ซึ่งง่ายต่อการเข้าถึงและนำเสนอ”

อ.อนุพงษ์ จันทร อีกหนึ่งศิลปินที่ได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ เสริมว่า “การที่มีศิลปินที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอมาบรรยายให้กับน้องๆ นักศึกษาในแต่ละสถาบันฟัง นับเป็นกิจกรรมและโอกาสที่ดีสำหรับน้องๆ ทำให้น้องๆ ได้รับฟังการเดินทางและวิธีคิดที่แตกต่าง ซึ่งสมัยก่อนที่ผมเป็นเด็ก ไม่มีกิจกรรมแนะแนวแบบนี้สำหรับผมมีสองสถานะทับซ้อนกันอยู่ ทั้งเป็นอาจารย์ที่ทำหน้าที่ผู้สอนและเป็นคนทำงานศิลปะ ที่ต้องพัฒนาสิ่งที่ตัวเองทำตลอดเวลา ซึ่งเวลาที่เราได้มาอธิบายให้เด็กฟัง ทำให้เราสามารถเล่าให้เด็กๆ ฟังได้ถึงเส้นทางที่ผ่านมาว่างานประกวดมีความสำคัญอย่างไร อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ ได้เห็นโอกาสจากการประกวด ทำให้พวกเขาได้คิดว่าเขาควรใช้เวทีประกวดให้เป็นประโยชน์สำหรับตัวเอง พวกเขาสามารถเลือกได้ว่าความชอบความถนัดของเขากับการประกวดเวทีไหน เพราะการได้เข้าร่วมประกวด การได้แสดงงานเท่ากับได้เผยแพร่ ถ้าได้รางวัลก็เท่ากับว่าได้โอกาสในการไต่เต้าเป็นศิลปินในอนาคต หรือนักสะสมก็มองเห็นความสำคัญของตัวชิ้นงานได้เร็วขึ้น ส่วนเนื้อหาชิ้นงานของผม ผมคิดว่าจะทำให้น้องเห็นว่าการที่มาจากรากของความเป็นไทย สามารถดึงเอาต้นทางทางวัฒนธรรมมาปรับใช้ในการทำงานศิลปะได้อย่างไร และมีวิธีการในการพัฒนาไอเดียให้ต่อเนื่องได้อย่างไรบ้าง”

ทั้งนี้ ยูโอบีอาร์ตโรดโชว์ เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10 จะมีงานประกาศผลรางวัลในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 และจัดแสดงผลงานในวันที่ 1-13 ตุลาคม 2562ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น และประเภทศิลปินอาชีพ รวม 8 รางวัล ชิงเงินรางวัลรวม 1,680,000 บาท ศิลปินที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10 ประจำปี 2562 จะได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับอาเซียนที่ประเทศสิงคโปร์ และยังมีโอกาสได้เสริมสร้างประสบการณ์ผ่านโครงการศิลปินในพำนัก ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 เดือน นอกจากนี้ การเดินทาง ไปร่วมงานระดับภูมิภาค ยังเป็นโอกาสให้ศิลปินได้เสริมสร้างเครือข่าย พบปะตัวแทนหอศิลป์และแกลเลอรี่ชั้นนำ เพื่อต่อยอดสู่เส้นทางศิลปินอาชีพอีกด้วย

ซีพีเอ็นร่วมสืบสานของดีนครปฐมกับ 3 งานใหญ่

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/438144

ซีพีเอ็นร่วมสืบสานของดีนครปฐมกับ 3 งานใหญ่

ซีพีเอ็นร่วมสืบสานของดีนครปฐมกับ 3 งานใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ร่วมกับ จังหวัดนครปฐม และ หอการค้าจังหวัดนครปฐม แถลงข่าวการจัดงาน “นครปฐม ร่วมใจ สานพลังประชารัฐ 2562” ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานซิกเนเจอร์ของจังหวัดนครปฐม 3 งานใหญ่แห่งปี ได้แก่ งาน The Best Of Nakhonpathom “วันส้มโอมณฑลนครชัยศรีและของดีนครปฐม” วันที่ 17-23 กันยายน 2562, งาน The Sense of orchid วันที่7-11 พฤศจิกายน 2562 และงาน “เทศกาลกินกุ้งพุงกาง” วันที่ 25-31 ธันวาคม 2562 โดยทั้ง 3 งานนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมสินค้าไฮไลท์ของจังหวัดนครปฐมให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น พร้อมเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในการส่งตรงสินค้าคุณภาพดีสู่มือลูกค้า และสร้างสีสันให้กับจังหวัดนครปฐม

ภายในงานนำโดย สุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ มยุรี กาญจนมัจฉา ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา และ พัลลภ เวศย์วรตุม์ประธานหอการค้าจังหวัดนครปฐม โดยมี ณรงค์ ปฐมกาญจนา ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดนครปฐม, ดร.วิชาญ จำปาขาวรองประธานหอการค้าฝ่ายเกษตรกรรมและปศุสัตว์, กาญจนา ชมมีพาณิชย์จังหวัดนครปฐม, เฉลิมยศ ชัยคุณแสง กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดนครปฐม และ สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี, ทิม ไทยทวี นายกสมาคมส้มโอไทย ร่วมงาน

งาน “นครปฐม ร่วมใจ สานพลังประชารัฐ 2562”ปีนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้การท่องเที่ยวของจังหวัดนครปฐม อีกทั้งทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ผลิตในพื้นที่ และเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระดับฐานราก รวมทั้งเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีโอกาสทดลองตลาดในศูนย์การค้า และให้เกษตรกรได้พัฒนาคุณภาพสินค้าของตนเองจากตลาดชุมชน สู่ตลาดโมเดิร์นเทรด นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าของดีนครปฐมทั้งส้มโอและไม้ดอกไม้ประดับและชิมกุ้งปลอดสารเคมีของจังหวัดนครปฐม ในราคายุติธรรมจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง โดยได้รับความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นประชารัฐ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม, หอการค้าจังหวัดนครปฐม, บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีนครปฐม (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด, เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม, สำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม, สำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) นำโดยงาน

The Best Of Nakhonpathom วันส้มโอมณฑลนครชัยศรีและของดีนครปฐม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน 2562 มีไฮไลท์ของงาน คือ พบกับการประมูลส้มโอนครชัยศรีพันธุ์แท้ที่คัดส้มโอคุณภาพดีเกรดเอมาตรฐานพรีเมียมนำมาประมูล เพื่อนำรายได้จากการประมูลบริจาคให้เหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมและโรงพยาบาลของรัฐ 7 อำเภอ ได้แก่ โรงพยาบาลนครปฐม, โรงพยาบาลกำแพงแสน, โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น, โรงพยาบาลดอนตูม,โรงพยาบาลบางเลน, โรงพยาบาลสามพราน,โรงพยาบาลพุทธมณฑล และ อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ คือ กิจกรรมค้นหาลูกสาวงามกับการประกวดหนูน้อยธิดาส้มโอ ชิงทุนการศึกษา อีกทั้ง ชวนอิ่มอร่อยเพิ่มเติมเมนูคาวหวานชื่อดังจากนครปฐมกว่า 50 รายการ อาทิ ข้าวหลามแม่แอ๊ด, ขนมเปี๊ยะครูสมทรง, มะพร้าวเซียน,เค้กมะพร้าวน้ำหอม ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน, เมี่ยงคำ, หมูแผ่นหมูกรอบ หมูหวาน และเมนูอร่อยขึ้นชื่อจังหวัดนครปฐมอีกมากมาย

The Sense Of Orchid 2019 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2562 ตระการตากับหมู่มวลดอกกล้วยไม้ที่ถูกเนรมิตเป็นปราสาทแห่งดอกไม้ขนาดมหึมา ร่วมดัวยกิจกรรมworkshop สุดพิเศษ, การแสดงโชว์, ชิมชาและขนมรวมถึงอาหารหลากหลายชนิดในคอนเซ็ปต์ food in the garden และเลือกซื้อกล้วยไม้, ไม้ดอกไม้ประดับ, อุปกรณ์จัดสวน จำหน่ายในราคาพิเศษ กว่า 50 ร้านค้า นอกจากนี้ ซีพีเอ็น ร่วมกับกรมป่าไม้ จัดแจกกล้าไม้มงคล ดอกสีเหลือง พันธุ์ต่างๆ (ราชพฤกษ์, เหลืองปรีดียาธร, เหลืองเชียงราย, ทรงบาดาล, ประดู่ป่า ฯลฯ) โดยจะแจกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา 2,500 ต้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่มาเที่ยวชมงาน ได้รับต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้าน

เทศกาลกินกุ้งพุงกาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2562 เพื่อตอกย้ำว่าจังหวัดนครปฐมเป็นแหล่งผลิตกุ้งก้ามกรามหลักและมีศักยภาพที่โดดเด่นของประเทศไทย และพลาดไม่ได้กับไฮไลท์เด่น คือ การรวบรวมเมนูกุ้งก้ามกรามตัวโตเนื้อแน่นให้เลือกอร่อยเยอะที่สุดมารวมไว้ที่นี่ที่เดียว อาทิ กุ้งเผาต้มยำกุ้ง กุ้งก้ามกรามทอดเกลือ กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งอบฟาง และอาหารแปรรูป จากร้านค้ากว่า 60 ร้าน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกภายในงานช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 ณ บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา

%d bloggers like this: