เส้นทางอาชีพ

All posts tagged เส้นทางอาชีพ

วันสหกรณ์โรงเรียน

Published March 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/229122

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง > เกร็ดทำกิน  :  7 มิ.ย. 2559

สหกรณ์โรงเรียน,วันสหกรณ์,กรมส่งเสริมสหกรณ์

เส้นทางอาชีพ : วันสหกรณ์โรงเรียน โดย สุรัตน์ อัตตะ

               ภายหลังจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งกับอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (นายเสงี่ยม มาหมื่นไวย) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 ให้มีการจัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนองแนวพระราชดำริ โดยการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำแก่ครูผู้สอนวิชาสหกรณ์ แนะนำถึงแนวทางการจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นในโรงเรียน เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ อาทิ การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรับฝากเงินจากนักเรียน การเชื่อมโยงกับโครงการเพื่ออาหารกลางวัน โดยรับซื้อผลผลิตการเกษตรที่นักเรียนผลิตขึ้น มาแปรรูปแล้วนำมาผลิตเป็นอาหารกลางวัน เพื่อเป็นการส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้แก่เยาวชน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากการอบรมถ่ายทอดความรู้ถึงกระบวนการทำงานร่วมกันในรูปแบบของสหกรณ์ให้แก่ครูและนักเรียนแล้ว ยังมีการจัดอบรม การจัดทำคู่มือการสอนวิชาการสหกรณ์ในโรงเรียน การประยุกต์กิจกรรมต่างๆ ให้เข้ามาสู่การสอนวิชาสหกรณ์เพื่อให้นักเรียนมีความสนใจและเข้าใจในเรื่องสหกรณ์มากขึ้น โรงเรียนหลายแห่งมีการผลิตสื่อการสอนวิชาสหกรณ์ ประเภท เกม บทเพลง การ์ตูน หนังสือนิทาน ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนักเรียนได้มากขึ้น การเรียนการสอนวิชาสหกรณ์จึงได้แพร่ขยาย ไม่เฉพาะแค่ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเท่านั้น ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัด สพฐ. โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนพระปริยัติธรรมและโรงเรียนสอนศาสนา ก็มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์ในโรงเรียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ต่อมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กำหนดให้ทุกวันที่ 7 มิถุนายน เป็นวันสหกรณ์นักเรียน ทุกจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสร้างการเรียนรู้เรื่องการสหกรณ์ให้แก่เด็กและเยาวชน และวันที่ 7 มิถุนายน 2559 นี้ ก็เช่นกัน ยังคงมีการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเรื่องสหกรณ์ในวันสหกรณ์นักเรียนทุกจังหวัด สำหรับในส่วนกลาง กรมส่งเสริมสหกรณ์โดยสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 และ 2 ณ หอประชุม กรมราชองครักษ์(เกียกกาย) กรุงเทพ

สำหรับกิจกรรมในวันสหกรณ์นักเรียนปีนี้ จะมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นิทรรศการ 100 ปี สหกรณ์ไทย และนิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์, สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และชุมนุมสหกรณ์ประเภทต่างๆ คาดว่าจะมีครูและนักเรียนเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 800 คน โดยสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 2  ภายใต้การนำของ ผอ.ธนิต จันทร์ประทีป ได้นำคณะครูและนักเรียนจาก 17 โรงเรียน ที่อยู่ในการดูแลมาร่วมงานจำนวน 400 คน นอกจากการแสดงนิทรรศการในงานแล้ว ยังมีฐานการเรียนรู้วิถีสหกรณ์และจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมอีกด้วย

Advertisements

เส้นทางอาชีพ : วิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160308/223706.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2559
เส้นทางอาชีพ : วิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

เส้นทางอาชีพ : วิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น : โดย…สุรัตน์ อัตตะ

                    การจัดงานมหกรรมวิจัยส่วนภูมิภาคครั้งที่ 4 ประจำปี 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่ิอการพัฒนาท้องถิ่น” ก็นับเป็นความสำเร็จอีกครั้งในการที่นำผลงานวิจัยจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในภาคมาจัดแสดงให้ผู้คนที่สนใจได้ดูกันและนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพของตนเองได้เป็นอย่างดี
                    เพราะงานวิจัยหลายชิ้นเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนภูมิภาคนี้โดยตรง ที่สำคัญการจัดงานครั้งนี้ยังมีการจัดโซนการเจรจาทางธุรกิจสำหรับเอกชนที่สนใจที่จะนำผลงานวิจัยไปต่อยอดอีกด้วย ฟังข้อมูลจากคุณสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ก็ต้องบอกว่าการทำงานวิจัยยุคนี้ไม่ได้แค่ทำเสร็จแล้วก็จบกัน แต่ทุกผลงานวิจัยจะต้องจับต้องได้ จะต้องให้เป็นประโยชน์กับชุมชน สังคม ตลอดจนประเทศชาติด้วย
                    ถามว่าทำไมต้องมาจัดงานในภูมิภาค ก็เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปดู ไปเยี่ยมชมผลงานของคนในพื้นที่ ซึ่งคุณสุกัญญาบอกว่าปกติรัฐบาลและวช.ได้จัดใหญ่มหกรรมงานวิจัยอยู่แล้วปีละครั้งอยู่แล้วที่กรุงเทพฯ ประมาณเดือนสิงหาคมของทุกปี แต่การตระเวนจัดตามภูมิภาคนี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้คนในพื้นที่ในการเดินทางมาเยี่ยมชม อีกทั้งยังเป็นการนำเสนอผลงานวิจัยหลักที่เกี่ยวของในพื้นที่ภูมิภาคนั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของพวกเขาด้วย
                    การจัดงานมหกรรมวิจัยส่วนภูมิภาคนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2556 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมัยที่คุณหมอสุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เป็นเลขาธิการ เนื่องจากมองว่าเป็นการนำองค์ความรู้ ผลงานวิจัยให้ใกล้ชิดชาวบ้านมากขึ้น แทนที่จะมุ่งแต่เฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีองค์ความรู้อยู่แล้วหรือนักวิชาการด้วยกัน จากนั้นก็ได้ตระเวนจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปีถัดมา 2557 จัดที่ภาคเหนือ มีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ ก่อนลงใต้จัดที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เมื่อปีที่แล้วโดยชูประเด็นเรื่องยางพารา
                    มาปีนี้จัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีโดยร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แต่จุดเด่นของปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นปีที่เริ่มต้นของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทำให้มีการนำผลงานวิจัยของสถาบันการศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาวและเวียดนามมานำเสนอด้วย ก็นับเป็นอีกก้าวของรัฐบาล ภายใต้การดำเนินงานของวช.และองค์กรเครือข่ายที่ตอบโจทย์ของปัญหางานวิจัยจับต้องได้และชิดใกล้ชาวบ้านเพื่อก้าวสู้การพัฒนาไปพร้อมๆ กันตามแนวทางนโยบายของรัฐบาลที่เรียกว่า “ประชารัฐ” นั่นล่ะครับ
——————–
(เส้นทางอาชีพ : วิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น : โดย…สุรัตน์ อัตตะ)

งานวิจัยขายได้ที่คลองผดุงฯ

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160301/223295.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 1 มีนาคม 2559
งานวิจัยขายได้ที่คลองผดุงฯ

เส้นทางอาชีพ : งานวิจัยขายได้ที่คลองผดุงฯ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com

                      เมื่อก่อนมักมองกันว่า งานวิจัยเป็นของสูง อยู่แต่บนหิ้งจับต้องไม่ได้ ไม่ก็เป็นผลงานนวัตกรรมที่สลับซับซ้อนรับรู้กันในหมู่นักวิชาการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น คนทั่วไปมักเข้าใจยาก แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าม เมื่อผู้บริหารหน่วยงานวิจัยของประเทศอย่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ได้สนองนโยบายรัฐบาลด้วยการนำผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์มาแปลงเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคมและประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง
                      เป็นที่น่ายินดี ที่ วช.และ คอบช.ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ได้พร้อมใจกันจัดโครงการตลาดนัดชุมชน ณ คลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาลตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเปิดพื้นที่ค้าขายสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย โดยเน้นการส่งเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์และบริการของขายในด้านต่างๆ ระหว่างวันที่ 5-27 มีนาคม 2559 เพื่อให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ ที่มีผลิตภัณฑ์จากผลการวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่มีความพร้อมในการขายผลิตภัณฑ์ ได้นำมาเสนอและขายผลิตภัณฑ์ให้แก่ประชาชนที่เข้าชมงาน
                      สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ บอกว่า งานนี้ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการดำเนินการจัดกิจกรรมตลาดนัดชุมชน โดยร่วมกับกระทรวงการพลังงาน มีกิจกรรมส่งเสริมการสร้างมูลค่าในลักษณะต่างๆ และนำเสนอผลผลิตจากการวิจัยพร้อมใช้ พร้อมขายที่เหมาะกับตลาดชุมชน และการนำผลงานวิจัยมานำเสนอให้เยี่ยมชม และพร้อมจำหน่ายโดยรอบพื้นที่กว่า 70 ผลงาน เช่น ครีมบำรุงผิวจากสารสกัดทานาคาผสมวิตามินอี นวัตกรรมน้ำมันหอมระเหยจากข้าวตอก ผ้าทอพื้นบ้านจากเส้นด้ายใยลูกตาล การผลิตส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดส้มแขกและชาเขียว มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง น้ำข้าวกล้องงอก ผลิตภัณฑ์ปลาหนังขาว ผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก ข้าวหมากสมุนไพรสูตรคอลลาเจน ผลิตภัณฑ์จากข้าวซ้อมมือ ฯลฯ
                      นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้การวิจัยเพื่อสร้างความรู้และอาชีพ เช่น การทำกระเป๋าจากเนกไท น้ำปรุงใบข้าวหอม ไหมไทย สบู่ข้าวหมกไหมไทย แป้งร่ำผัดหน้าข้าวหอม ไหมไทย การทำข้าวปั้นญี่ปุ่น อาหารเช้า ผลิตภัณฑ์ข้าวตังหน้าต่างๆ การทำขนมลูกชุบ ข้าวตอกหอม สินค้านวัตกรรมต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากใบหญ้าแฝก ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ วช.คาดหวังว่าจะเป็นการสร้างมูลค่าจากผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ และเพิ่มช่องทางการขยายผลจากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในส่วนต่างๆ ทั้งชุมชน สังคม และเชิงพาณิชย์ได้ต่อไปนั่นเอง
————————-
(เส้นทางอาชีพ : งานวิจัยขายได้ที่คลองผดุงฯ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com)

เส้นทางอาชีพ : นิคมฮาลาลปานาเระ

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160223/222882.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559
เส้นทางอาชีพ : นิคมฮาลาลปานาเระ

เส้นทางอาชีพ : นิคมฮาลาลปานาเระ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com

                      เห็นกระแสคัดค้านของภาคประชาสังคมการจัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” ที่บ้านห้วยโจ้ ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ก็อดเสียดายไม่ได้หากโครงการเป็นอันต้องล้มเลิกไป เพราะนอกจากจะทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำครัวของโลกแล้ว การสร้างงานสร้างอาชีพใหัคนในพื้นที่ก็จะตามมาอีกมหาศาล เห็นได้จากนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จ.ปัตตานี ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 165 ไร่ใน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปานาเระ ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน
                      เป็นนิคมที่ร่วมดำเนินงานระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับบริษัท ฟาตอนี อินดัสทรี จำกัด แต่ภายหลังได้แจ้งขอยุติดำเนินโครงการเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ กระทั่งรัฐบาลโดยคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) มอบหมายให้ ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหาและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมฮาลาล จ.ปัตตานี ดังกล่าวต่อไป
                      วันก่อนมีโอกาสสนทนากับคุณศรายุทธ เจียรมาศ ปลัด (ป.อาวุโส) อ.ปานาเระ ถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานของนิคมอาหารฮาลาลแห่งนี้ที่ถูกยกให้เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล โดยชาวบ้านพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการเข้าไปพัฒนานิคม เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพและสัญลักษณ์ฮาลาลให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว หลังมีการพัฒนาและปรับปรุงสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟ และถนน ทำให้มีความสะดวกขึ้น บริเวณรอบๆ ก็จะมีการผลิตสินค้าโอท็อป สำคัญที่สุดชาวบ้านในพื้นที่จะได้มีงานทำ
                      ปานาเระ ถือเป็นอีกอำเภอของ จ.ปัตตานี ที่มีความสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จนเป็นที่มาของป่า นา เล หมายถึงพื้นที่ข้างหลังภูเขา ระหว่างกลางเป็นที่นา ด้านหน้าติดทะเลอ่าวไทย ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพการเกษตรและทำประมงพื้นที่ บางส่วนก็มีอาชีพรับจ้าง ดังนั้นการมีนิคมอาหารฮาลาลในพื้นที่จะช่วยในการสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่เพิ่มขึ้นด้วย คุณศรายุทธบอกว่า ชาวบ้านใน อ.ปานาเระ ตอนนั้น นอกจากทำสวนยางพารา ทำนาและประมงพื้นบ้านที่ทำกันมานานแล้วยังมีการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่เพื่อส่งขายให้นิคมเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป บางส่วนก็เข้ามาทำงานในนิคม
                      ก็นับเป็นความโชคดีของชาวบ้านปานาเระ ที่มีนิคมฮาหารฮาลาลอยู่ในพื้นที่ และโชคดีซ้ำสองเมื่อมีฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริที่บ้านป่าตาเขียว ต.บ้านกลาง ถืือเป็นแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ อันนำมาซึ่งรายได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหางานทำในต่างถิ่น ทั้งสองสิ่งนี้คือความภูมิใจของคนปานาเระ ปลัดศรายุทธ กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น
——————–
(เส้นทางอาชีพ : นิคมฮาลาลปานาเระ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com)

เส้นทางนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160216/222500.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559
เส้นทางนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์

เส้นทางอาชีพ : เส้นทางนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ

                      ระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีโอกาสไปเดินตระเวนดูผลงานนวัตกรรมใหม่ๆ ในงานวันนักประดิษฐ์ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ได้ย้ายจากเมืองทองธานีมาที่ไบเทค บางนา  ปรากฏว่ามีผู้คนให้ความสนใจหลั่งไหลเข้ามาชมงานกันแน่นขนัดทุกวันตลอดการจัดงาน มีหลากหลายวัยตั้งแต่รุ่นใหญ่ยันรุ่นเยาว์ หลายโรงเรียนถึงขนาดต้องจัดรถบัสนำนักเรียนมาดูนวัตกรรมงานนี้โดยเฉพาะ
                      สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงนอกจากเป็นผลงานการวิจัยของนักวิจัย องค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนไฮเทคโนโลยีจากต่างประเทศแล้วยังมีสิ่งประดิษฐ์จากเยาวชนคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษามาจัดแสดงอีกเพียบ ผลงานแต่ละชิ้นต้องยอมรับว่าเจ๋งเอามากๆ ที่ว่าเจ๋งหมายถึงว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์พื้นๆ ง่ายๆ หาวัสดุได้ในท้องถิ่น ที่สำคัญสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที โดยผลงานแต่ละชิ้นมีต้นทุนการผลิตไม่แพง บางชิ้นก็แค่หลักร้อย หลักพันเท่านั้นเอง
                      อย่างเช่นเครื่องดำนาของนักเรียนโรงเรียนสีคิ้ว (สวัสดิ์ผดุงวิทยา) จ.นครราชสีมา เป็นเครื่องดำนาที่ไม่มีกลไกการทำงานที่ซับซ้อนและไม่ได้ใช้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลังในการทำงาน แต่อาศัยการลากจูงไปบนพื้นนา ซึ่งเป็นดินโคลนและจะทำให้วงล้อที่ติดตั้งใบพายหมุนไปตามการลากจูงและวงล้อดังกล่าวจะติดตั้งบนเพลาที่จะทำให้กลไกการปักดำนาทำงานและสามารถปักดำนาได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวแต่กลับคิดไม่ถึงหรือมองข้ามไป หรืออย่างเครื่องขอดเกล็ดปลากระดี่และปลาเกล็ดอ่อนแบบโรตารี่ของนักเรียนโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม จ.กำแพงเพชร ที่นำวัสดุอุปกรณ์ตะแกรงหม้อน้ำในรถยนต์มาดัดแปลงเป็นเครื่องขอดเกล็ดปลา ซึ่งใช้เวลาเร็วกว่าการขอดเกล็ดปลาด้วยมือมาก เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าปลาหรือผู้ที่ทำปลาร้านำไปใช้ได้เป็นอย่างดี
                      อีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจคืออุปกรณ์ปอกเปลือกและผ่าหลังกุ้งของนักเรียนโรงเรียนทุ่งใหญ่วิทยาคม จ.นครศรีธรรมราช เป็นอุปกรณ์ที่ดัดแปลงมาจากกรรไกรสเตนเลสธรรมดาแล้วมาเสริมจะงอยปลายแหลมด้านบนเข้าไปเพื่อใช้ในการผ่าหลังกุ้ง ส่วนที่เป็นกรรไกรใช้ในการตัดหัวกุ้ง จุดเด่นก็คือใช้เวลาเร็วกว่าใช้มือปอก เพราะในการปอกกุ้ง 1 ตัวใช้เวลา 6 วินาที แต่ถ้าใช้แรงคนกินเวลา 19 นาทีที่สำคัญไม่เสี่ยงอันตรายจากหนวดกุ้งทิ่มตำมือด้วย
                      ส่วนอีกชิ้นหนึ่งที่เห็นแล้วชอบมากเป็นของนักเรียนโรงเรียนทุ่งใหญ่เช่นกัน เป็นเครื่องรีดสะตอที่ประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านฟิสิกส์และงานช่างเพื่อทุ่นแรง อำนวยความสะดวกสบายและช่วยให้กลุ่มคนที่ทำอาชีพทำสะตอดองหรือผู้สนใจสามารถลดแรงงานและเวลาในการผลิตให้น้อยลงกว่าเดิม สามารถรีดเมล็ดสะตอได้โดยสามารถแยกเปลือกและเมล็ดออกจากกันได้ในเวลาอันรวดเร็ว
                      จากการสอบถามนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างก็บอกเสียงเดียวกันว่าผลงานแต่ละชิ้นงานที่ทำขึ้นนี้ ก่อนนำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้นำไปทดลองใช้งานจริงๆ ในชุมชนหรือแถวบ้านมาก่อนแล้ว ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี ซึ่งผลงานของเด็กๆ เหล่านี้ผู้เกี่ยวข้องน่าจะลองนำไปต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมหรืออย่างน้อยก็เป็นเครื่องทุ่นแรงที่สามารถใช้ได้ในชุมชนท้องถิ่นตัวเองนั่นแหละครับ
————————-
(เส้นทางอาชีพ : เส้นทางนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์ : โดย…สุรัตน์ อัตตะ)

‘ครูบัญชีอาสา’ ฝ่าวิกฤติยาง

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160209/222017.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
'ครูบัญชีอาสา' ฝ่าวิกฤติยาง

เส้นทางอาชีพ : ‘ครูบัญชีอาสา’ ฝ่าวิกฤติยาง : โดย…สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com

                      นายสมปอง อินทร์ทอง อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า    จากปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ รัฐบาลได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน และดำเนินการมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาวเพื่อส่งเสริมให้เกษตรมีภูมิคุ้มกัน และมีความพร้อมต่อวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านปัจจัยความเปลี่ยนแปลงจากกลไกตลาด รวมถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                      โครงการส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีสู่เกษตรกรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็น่าจะเป็นแนวหนึ่งในทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนให้ตัวเกษตรกร ตามที่ท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ “สมปอง อินทรีทอง” ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นถึงความพร้อมในการมีส่วนร่วมเข้าไปดูแลและให้การช่วยเหลือตามนโยบายรัฐบาล โดยขณะนี้เดินหน้าโครงการส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีสู่เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นเครืองมือสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรในสถานการณ์ที่อาจจะก่อให้เกิดวิกฤติขึ้นในอนาคต
                      จะเห็นว่าที่ผ่านมากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เผยแพร่องค์ความรู้ทางบัญชีสู่เกษตรกร โดยการส่งเสริมจากเจ้าหน้าที่และสร้างเครือข่ายครูบัญชีอาสา เพื่อเป็นการต่อยอดการรณรงค์การทำบัญชีให้เกิดขึ้นในวิถีชีวิตของเกษตรกรสู่ครัวเรือนและขยายผลในระดับชุมชน ทำให้เกิดตัวอย่างของเกษตรกรที่สามารถนำองค์ความรู้ทางบัญชีมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตนเอง และรอดพ้นจากวิกฤติราคายางพาราที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อีกทั้งยังเชิดชูเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จจากการทำบัญชีและยกเป็นต้นแบบให้เกษตรกรรายอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่างในการปรับวิถีการเกษตรให้รอดพ้นจากวิกฤติทางการตลาดอีกด้วย
                      ตัวอย่างเช่น นายจิต เพชรกาล เกษตรกรดีเด่น ปี 2550 เป็นครูบัญชีอาสา จ.สงขลา ผู้ปลูกยางพารามากว่า 30 ปี ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ ถือเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่นำบัญชีมาใช้สร้างความสำเร็จ เนื่องจากมีการจดบันทึกข้อมูลในการทำการเกษตรอยู่เป็นประจำ ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชีและมองเห็นโอกาสและวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นกับการทำสวนยางพาราในอนาคต เห็นถึงกลไกการตลาดด้านยางพาราที่มีโอกาสราคาขึ้นและลงตามปัจจัยของปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและความต้องการของอุตสาหกรรมยางพารา รวมถึงราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้อุตสาหกรรมหันไปใช้ยางสังเคราะห์ โดยนายจิตนำข้อมูลทางบัญชีมาวิเคราะห์และวางแผนในการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรของตนเองให้มีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้นอกเหนือจากการทำสวนยางพารา
                      จึงเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นได้เป็นรูปธรรมของการบันทึกบัญชีและการทำบัญชี ซึ่งมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการการเกษตรให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
————————
(เส้นทางอาชีพ : ‘ครูบัญชีอาสา’ ฝ่าวิกฤติยาง : โดย…สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com)

จัดประกวดพืชไร่นา‘ข้าว ข้าวโพด มัน’

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160202/221656.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
จัดประกวดพืชไร่นา‘ข้าว ข้าวโพด มัน’

เส้นทางอาชีพ : จัดประกวดพืชไร่นา ‘ข้าว ข้าวโพด มัน’ : บายไลน์ สุรัตน์ อัตตะ

      เปิดงานมาแค่ 4 วันสำหรับงานเกษตรแฟร์ ที่ม.เกษตรฯ ปีนี้ดูเหมือนว่าจะคึกคักไม่น้อย มีผู้คนหลั่งไหลมาชมงานกันอย่างล้นหลาม มีสินค้าเกษตรให้ชม ชิม ช็อปจากทั่วสารทิศจากแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง แต่อีกภาคส่วนคือการเสนอผลงานทางวิชาการที่ปีนี้ก็มีงานวิจัยเด่นๆ มากมายที่ผู้มาเที่ยวงานหรือผู้สนใจในอาชีพทางการเกษตรไม่ควรพลาด ปีนี้ถือเป็นปีแรกก็ว่าได้ที่ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตรได้นำผลงานวิจัยการนำเสนอด้านพืชและมีการจัดประกวดอย่างจริงๆ จังๆ เพื่อส่งเสริมให้มีการปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิตและมีคุณภาพที่สูงขึ้น พืชตัวแรกได้แก่ ข้าว มีการประกวดแข่งขันใน 2 ประเภทคือ 1.ข้าวเจ้าเยื่อหุ้มเมล็ดสีม่วงเข้มคุณภาพดี 2.ข้าวรวงใหญ่เมล็ดดก กติกาสำหรับผู้ส่งเข้าประกวดนั้นจะต้องเป็นเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร โดยส่งตัวอย่างข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม ข้าวกล้อง 1 กิโลกรัม บรรจุถุงหรือภาชนะที่ปิดสนิทและจะต้องเป็นข้าวที่ปลูกในประเทศไทย ไม่มีพันธุ์หรือวัตถุอื่นเจือปน ผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับโล่ ประกาศนียบัตร และเงินรางวัลประเภทละ 3 รางวัล
      พืชตัวที่สองได้แก่ ข้าวโพดไร่และข้าวโพดหวาน กติกาสำหรับผู้ส่งเข้าประกวดจะต้องส่งตัวอย่างฝักข้าวโพด ทั้งข้าวโพดไร่และข้าวโพดหวานที่ยังมีเปลือกหุ้มฝักสมบูรณ์จำนวน 30 ฝักต่อข้าวโพด 1 ชนิด สำหรับผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่ ประกาศนียบัตร และเงินรางวัลประเภทละ 3 รางวัลเช่นกัน ส่วนพืชตัวที่สาม ได้แก่ มันสำปะหลัง โดยมันสำปะหลังที่ส่งเข้าประกวดจะต้องมีคุณสมบัติเป็นมันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทย อายุไม่เกิน 12 เดือน หัวมันสำปะหลังครบสมบูรณ์ไม่แตกหักรวมทั้งส่วนใบและลำตัน เป็นพันธุ์รับรองจากกรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือหน่วยงานที่มีโครงการปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลังอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ มีเปอร์เซ็นต์แป้งและผลผลิตแป้งที่ได้จากหัวสูงสุดทั้ง 3 ต้น น้ำหนักของหัวเฉลี่ยสูงจากทั้ง 3 ต้น (3 เหง้า) และปราศจากโรค แมลงและตำหนิอื่นๆ เช่น หัวเน่า มีไส้เหลือง ไส้เน่าหรือเปลือกถลอก โดยส่งหัวมันสำปะหลังที่สมบูรณ์จำนวน 5 ต้น สำหรับผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่ ประกาศนียบัตรและเงินรางวัลจำนวน 3 รางวัล
      เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถส่งพืชเข้าประกวดในแต่ละประเภทได้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 07.00-12.00 น. ณ สถานที่จัดการประกวด อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สอบถามรายละเอียด โทร.0-2579-3130 ต่อ 1326-7, 08-1910-0005 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.agron.agr.ku.ac.th และจะมีการประกาศผลการตัดสินและมอบรางวัลในวันเดียวกัน เชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจมาดูกันนะครับเผื่อจะได้ไอเดียใหม่ๆ นำกลับไปทำมาหากินกัน

วิถีเกษตร วิถีไทย

Published February 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160112/220309.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 12 มกราคม 2559
วิถีเกษตร วิถีไทย

เส้นทางอาชีพ : วิถีเกษตร วิถีไทย : สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com

                      ผ่านไปอีกปีสำหรับการรวมพลคน Aggie Day คืนสู่เหย้าหรือรวงทองคืนทุ่ง ปี 59 โดยสมาคมศิษย์เก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดขึ้น ณ บริเวณอาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายในงานนอกจากมีพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณนิสิตเก่าดีเด่นคณะเกษตรประจำปี 2558 แล้วยังมีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “วิถีเกษตร วิถีไทย” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการสถาบันคลังสมองของชาติ ดร.เอนก ลิ้มศรีวิไล นักปรับปรุงพันธุ์ปาล์ม และลุงขวัญชัย รักษาพันธ์ ปราชญ์เกษตรเมืองแปดริ้ว มาให้มุมมองการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต  ผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจากนี้ไปจะมีทิศทางเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมองคล้ายๆ กันก็คือการสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าและจะต้องไม่แห่ตามกันปลูกพืช ทั้งที่เป็นความคิดของเกษตรกรเองหรือเป็นนโยบายรัฐบาล จนเกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่กับยางพาราในเวลานี้
                      รศ.สมพร มองตั้งแต่การปฏิวัติเขียวถึงแม้ประเทศไทยจะส่งสินค้าออกเพิ่มขึ้น แต่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่เข้าไปในพื้นที่ป่ามากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง หลังจากมีการค้าเสรีเกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีการรวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกันภายในกลุ่มที่ทำข้อตกลงให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็น 0%  การได้มาของสินค้าจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม อย่างกรณี ทางยุโรป สหรัฐอเมริกา กีดกันสินค้าประมงจากประเทศไทย เพราะเขากล่าวหาว่าประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามกฎไอยูยู  ไม่เฉพาะประมง พืชเกษตรก็เช่นกัน หากการขยายพื้นที่ปลูกรุกล้ำพื้นที่ป่า การแบนสินค้าจากผู้บริโภคก็จะตามมาด้วย ประเด็นเหล่านี้ประเทศผู้ผลิตสินค้าภาคเกษตรจะต้องคำนึง
                      ขณะที่ลุงขวัญมองว่า เราต้องอยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าวหนึ่งเมล็ดได้มาไม่ง่าย กว่าจะได้มาชาวบ้านลำบากมาก ผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะได้ข้าวมา จึงไม่ควรรับประทานข้าวให้เหลือ ถามว่าชาวนาเจริญขึ้นหรือไม่ในปัจจุบันก็ต้องบอกว่าเจริญขึ้น เจริญมากด้วยเป็นไปตามความเจริญของประเทศ ความเจริญไม่สามารถหยุดนิ่งได้ หม่อมเจ้าสิทธิพรบอกไว้ มีรอยไถเกษตรกรเมื่อไหร่ความเจริญก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น
                      ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องหันกลับมามองความจริงให้ทะลุ อย่าหลงอยู่ในโมหภูมิ จงเชื่อในสัจธรรมข้อนี้ เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริงตามที่หม่อมเจ้าสิทธิพรกล่าวไว้ ไม่ว่าประเทศเจริญหรือเกษตรกรจะอยู่ดีกินดีมีความมั่งคั่งมากแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่ที่ข้าวปลาอาหาร ไม่ใช่เงินตราแน่นอน ซึ่งสอดคล้องมุมมองของ ศ.ระพี สาคริก ในการกล่าวปาฐกถาช่วงหนึ่งว่าความมั่งคั่งของเกษตรกรไม่ใช่อยู่ที่เงินตรา แต่อยู่ที่ข้าวปลาอาหาร การผลิตอาหารของประเทศไทยจะต้องมีเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพราะเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะสู้คู่แข่งได้ เพราะถ้าเป็นอย่างอื่นเขาสามารถพัฒนาทัดเทียมกันได้
                      อย่างไรก็ตามจะเห็นแล้วว่าจากมุมมองแต่ละท่านก็ล้วนยืนยันได้ว่าประเทศไทยทิ้งภาคเกษตรไม่ได้ ภาคการเกษตรจะยังคงอยู่คู่กับคนไทย ประเทศไทยไปอีกนานเท่านาน เพราะมันคือวิถีชีวิตของคนไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันและอนาคตต่อไปด้วย!
———————-
(เส้นทางอาชีพ : วิถีเกษตร วิถีไทย : สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com)
%d bloggers like this: