เศรษฐศาสตร์ริมทาง

All posts tagged เศรษฐศาสตร์ริมทาง

มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล

Published April 6, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0785151159&srcday=2016-11-15&search=no

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 409

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล

“ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาการทดลองและทำนามาบ้าง และทราบดีว่าการทำนานั้น มีความยากลำบากอยู่มิใช่น้อย จำเป็นจะต้องอาศัยพันธุ์ข้าวที่ดี และต้องใช้วิชาการต่างๆ ด้วยจึงจะได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน อีกประการหนึ่งที่นานั้น เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วควรปลูกพืชอื่นๆ บ้าง เพราะจะเพิ่มรายได้ให้อีกไม่ใช่น้อย ทั้งจะช่วยให้ดินร่วน ช่วยเพิ่มปุ๋ยกากพืช ทำให้ลักษณะเนื้อดินดีขึ้น เหมาะสำหรับจะทำนาในฤดูต่อไป”

พระราชดำรัสพระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา พฤษภาคม 2504

ขออัญเชิญพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2504 นานกว่า 55 ปีตามที่งาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” อัญเชิญมาเป็นมงคลสำหรับงานนี้ ซึ่งนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านจัดขึ้นวันที่ 24-27 พฤศจิกายนนี้ ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ

งาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” ขอเชิญคนไทยร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “พระราชบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” รับทราบ 9 เรื่องราวข้าวกับพระเจ้าอยู่หัว 9 พันธุ์ข้าวพระราชทาน ในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ สาธิตเมนูพระราชทานจากข้าว และพืชผลในโครงการหลวง แจกเมล็ดพันธุ์ข้าวมงคลของพ่อ และการจัดแสดงพันธุ์ข้าวหายากจากทั่วประเทศกว่า 199 สายพันธุ์

เมื่อก่อนการปลูกข้าวแม้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่เพราะประชาชนไทยยังไม่มากนัก จึงดูเหมือนว่าปริมาณข้าวที่ปลูกมาแต่ดั้งเดิมยังพอมีพอกินพอขาย ขณะที่นับวันการปลูกข้าวจะมีปัญหามากขึ้น ทั้งจากพันธุ์ข้าว ทั้งปัญหาดิน ปัญหาน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝนหรือน้ำจากแม่น้ำลำคลอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างเขื่อนขึ้น เขื่อนที่ทรงเปิดหลังสุดจำนวนมากถึง 4 เขื่อนพร้อมกัน ไม่แต่เพียงช่วยให้มีที่กักเก็บน้ำ ยังช่วยบรรเทาน้ำท่วมขังได้ด้วย

ด้วยเหตุที่บางปีและบางพื้นที่มีปริมาณน้ำท่วมขังมากกว่าที่ควรเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้สร้างที่เก็บน้ำตามธรรมชาติที่เรียกว่า “แก้มลิง” เป็นเรื่องที่ผู้แทนถาวรของสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาตินำไปพูดให้ที่ประชุมคณะกรรมการสหประชาชาติฟังเมื่อการประชุมใหญ่ไม่นานมานี้

ทุกปีที่มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีการหว่านพันธุ์ข้าวลงในนาจำลองท้องสนามหลวง หลังจากนั้น ประชาชนต่างกรูเข้าไปในบริเวณหว่านข้าวเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวนั้น ทั้งนำไปเป็นพันธุ์ข้าวมงคลสำหรับนาตัวเอง บางคนเก็บได้นำมาจำหน่ายให้ผู้ที่ต้องการ

เมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านในแต่ละปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาแบ่งส่วนหนึ่ง นำมาผ่านกรรมวิธีทั้งทางศาสนาและพิธีพราหมณ์ แล้วบรรจุใส่ถุงขนาดย่อมถุงละจำนวนหนึ่งไม่มาก หน้าซองสีเหลีองพิมพ์ชื่อพันธุ์ข้าว ด้านหลังบอกสรรพคุณว่าข้าวชนิดนั้นเป็นข้าวที่มีคุณสมบัติอย่างไร

พันธุ์ข้าวที่นำไปเป็นพันธุ์ข้าวในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแบ่งไว้สำหรับแจกจ่ายให้ชาวนานำไปผสมกับพันธุ์ข้าวปลูกเพื่อเป็นมงคล

ข้าวไทยยังมีพันธุ์ทั้งดั้งเดิม และที่ขยายพันธุ์ ปรับเปลี่ยนพันธุ์ และจัดแต่งพันธุ์ใหม่เพื่อให้ได้ผลเมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น ให้พันธุ์ข้าวมีคุณภาพดีขึ้น เช่น พันธุ์ข้าว ปทุมธานี กข หรือพันธุ์ข้าวหอมมะลิ พันธุ์ข้าวสังข์หยด แม้แต่พันธุ์ข้าวดั้งเดิม เช่น พันธุ์ข้าวหอมบางคล้า พันธุ์ข้าวเสาไห้ ฯลฯ

ในงานไม่เพียงแต่พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ เท่านั้น ยังมีข้าวสารอาหารแห้ง อาหารการกิน พืชพันธุ์ธัญญาหารอย่างอื่นจำหน่ายด้วย

แวะไปให้ได้นะครับที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ วันพฤหัสบดีที่ 24-วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10.00-20.00 น.

ระหว่างนี้ ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน “มติชน อคาเดมี” ยังมีหลักสูตรฝึกอาชีพอีกหลายหลักสูตร เพื่อให้ท่านได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอาชีพหารายได้เสริม ปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ มีความรู้ในรื่องการทำมาหากินไว้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องอาหาร

ตั้งแต่กลางเดือนนี้ถึงปลายเดือน พบกับการประกอบอาหารหลายประเภท ทั้งอาหารและขนม

ที่ยังเปิดสอนวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน คือ ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ปีกไก่ตุ๋น มะระตุ๋น เต้าหู้กรอบ ผู้สอนคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ในราคา 2,140 บาท

เครปญี่ปุ่นร้านต้นกล้า (สวนดุสิต) ผู้สอนคือ อาจารย์ปวีณา รุ่งแสง ราคา 2,140 บาท

และกล้วยปิ้งขั้นเทพ ผู้สอนคือ อาจารย์ปัญญา แซ่เฮง ราคา 1,605 บาท

ทั้ง 3 รายการใช้เวลาฝึกเพียงวันเดียว รับรองได้ผลนำไปประกอบอาชีพได้ ยิ่งมีความชำนาญเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ อาหารที่ทำขึ้นยิ่งอร่อยมากขึ้นเท่านั้น

การฝึกอาชีพอีกประเภทหนึ่ง เป็นงานช่าง ผู้ที่เข้ารับการฝึกอาชีพช่างจบแล้วออกไปประกอบอาชีพได้

สนใจสอบถามวันเวลาเปิดฝึกอาชีพได้ที่

โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 โทรศัพท์มือถือ (082) 993-9097, (082) 993-9105

หรือที่ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เศรษฐกิจทุกวันนี้ทุกคนรู้ว่าฝืดเคืองมาก แม้ผู้เป็นมนุษย์เงินเดือนยังมีรายได้ประจำสม่ำเสมอ ขณะที่ราคาสินค้า โดยเฉพาะอาหารการกินประจำวัน บางย่านราคาเพิ่มสูงขึ้นคิดเป็นจานละ 5-10 บาท บางร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ เพิ่มราคาเป็นจานละ 50 บาท แต่มีปริมาณอิ่ม แถมยังมีไข่พะโล้ให้อีกฟองหนึ่ง

ถามว่าเมื่อเพิ่มปริมาณแล้ว อิ่มไหม ตอบได้ว่า “อิ่ม” กับกระเพาะของคนทั่วไป ส่วนของผู้สูงอายุต้องบอกว่าเกิน ขณะที่ราคา 50 บาท เท่ากับครึ่งร้อยเข้าไปแล้ว

เมื่อก่อนหน้านี้เพียงสองสามเดือน ยังพอจะเจียดสตางค์ที่เก็บออมไว้เดือนหนึ่งหรือสองเดือน พาครอบครัวออกไปกินข้าวนอกบ้านได้สักมื้อหนึ่ง แต่วันนี้เห็นจะต้องปรับเพิ่มเป็น 3 เดือนหรือ 4 เดือน ต่อมื้อ

ยิ่งผู้ที่กินเงินเดือนของภาคเอกชนที่ประกอบอาชีพบางประเภท ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างนี้ นัยว่าเริ่มมีการ “เลย์ออฟ” พนักงานบ้างแล้ว ด้วยการจ่ายก่อนเกษียณ เพื่อรักษากิจการเอาไว้ให้ได้

พนักงานหลายคนยินดีที่จะออกจากงานก่อนกำหนด เพื่อรับเงินก้อนหนึ่งไม่มากไม่น้อยเพื่อเอาไปเป็นทุนประกอบธุรกิจส่วนตัว ทั้งที่ทำอยู่แล้ว และที่หาช่องทางใหม่

การออกไปประกอบอาชีพส่วนตัวมีหลายประเภท หากทุกคนต่างยินดีที่จะหางานทำด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเป็นงานที่ตัวเองเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นงานที่ตัวเองเป็นนายจ้างตัวเอง ไม่ต้องมีลูกน้องก็ได้ เช่น งานช่างหลายประเภท เมื่อมาผ่านการเรียนฝึกอาชีพออกไปแล้วไปเป็นลูกมือของเจ้าของกิจการสักพักหนึ่ง เรียนรู้ทั้งการทำงานประเภทนั้น การคิดราคา ระยะเวลา และความต้องการของนายจ้าง ไม่นาน รับรองมีโอกาสออกมาเป็นเจ้าของงานของตัวเองได้

ทุกวันนี้ ถึงอย่างไรหมู่บ้านไม่มีวันลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น อาชีพหนึ่งที่ขาดแคลน คืออาชีพสารพัดช่าง ตั้งแต่ช่างไฟฟ้าอย่างง่าย เปลี่ยนหลอดไฟฟ้า เดินสายไฟฟ้า ช่างประปา เปลี่ยนก๊อกประปา ซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ แม้แต่ซ่อมเครื่องโทรศัพท์มือถืออย่างง่าย หากตั้งตัวเป็นช่างเคลื่อนที่ มีหมายเลขโทรศัพท์ให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเดินแจกในหมู่บ้าน หรือติดไว้ตามเสาไฟฟ้า รับรองว่ามีงานทำแน่

สนนราคาเรียนรู้จากผู้เป็นเจ้าของกิจการประเภทนี้ รับรองว่ามีปริมาณงานพอทั้งวัน

งานอีกประเภทหนึ่งที่ขาดแคลน คืองานผู้ช่วยแม่บ้าน แม้จะเป็นงานทั้งวัน สำหรับผู้ที่สู้งาน แต่รายได้งาม เดือนละอย่างน้อย 8,000-10,000 บาท มีที่พัก อาหารการกิน หลายบ้านมีค่าอาหารเพิ่มให้เป็นพิเศษ บางบ้านไม่ต้องออกไปหาซื้อกินเอง กินอาหารที่เจ้าของบ้านรับประทานไม่หมด รับรองว่าคุ้ม อร่อยด้วย

เรื่องหนึ่งที่คนทำงานต้องไม่ลืม คือการเก็บออม

ถามว่าทำไมต้องเก็บออม ในเมื่อเดือนหนึ่งรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง

ขอบอกว่า ผู้ช่วยแม่บ้านที่เป็นคนเมียนมา มีรายได้เดือนละ 10,000 บาท แทบว่าไม่ต้องใช้จ่าย หรือใช้จ่ายไม่มาก ปีหนึ่งมีเงินเก็บหลายหมื่นบาท ส่งให้ทางบ้านซื้อที่ดิน วันกลับไปบ้านมีทั้งที่ทั้งบ้าน เชื่อไหม

ฟังสัมมนาเรื่อง “ไผ่” แล้วรอใช้สิทธิลงประชามติ

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0785150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 401

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

ฟังสัมมนาเรื่อง “ไผ่” แล้วรอใช้สิทธิลงประชามติ

จบไปแล้วครับ ตั้งแต่วันที่ 9 วันที่ 10 กรกฎาคม อีกไม่กี่วันจะได้รู้ว่า ใครโชคดีได้ทองคำ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ กับสารพัดรางวัลจากการทายผลฟุตบอลยูโร ของ “ข่าวสด” และเครือมติชน

จบไปแล้วเช่นกัน เรื่อง “เส้นทางเศรษฐีหน้าใหม่ สตาร์ตอัพพันธุ์ไทย” กับนิตยสารเส้นทางเศรษฐี เมื่อปักษ์แรกของเดือนนี้ จากรายการสัมมนาเอสเอ็มอี ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “บทบาทของภาครัฐ ในการสนับสนุนสตาร์ตอัพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล”

มีผู้เสวนาหลายคน 2 หัวข้อ คือ “สตาร์ตอัพ ฉายแววอย่างไร…ให้โดนใจนักลงทุน” กับเรื่อง “ถอดรหัส คีย์ซัคเซส สตาร์ตอัพไทย”

ทั้งปาฐกถาพิเศษและหัวข้อเสวนาคงนำลงตีพิมพ์ในนิตยสารเส้นทางเศรษฐี โปรดอ่าน

จากเส้นทางเศรษฐี มาถึงการสัมมนาของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน แฝดผู้พี่ของเส้นทางเศรษฐี จัด สุดยอดนวัตกรรมจากไผ่ของไทย “พบความมหัศจรรย์ของพันธุ์ งานแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชั้นยอดจากไผ่”

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม หนังสือพิมพ์ข่าวสด

08.45 น. คุณสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวรายงาน

คุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกร เป็นประธานเปิดงาน และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “บทบาทของไผ่ กับการสร้างชาติ”

จากนั้น เป็นรายการอภิปรายเรื่อง “พันธุ์ไผ่ การจัดการอย่างถูกวิธี และการใช้ประโยชน์”

ผู้ดำเนินรายการคือ อาจารย์ถวิล สุวรรณมณี ผู้ร่วมอภิปรายคือ รองศาสตราจารย์ธัญพิสิษฐ์ พวงจิก ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คุณประสาน สุขสุทธิ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว คุณเฉลิม ยานะวงษ์ เกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปไผ่ ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

พักเที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน (น่าจะมีผลผลิตจากไผ่ อย่างน้อยแกงหน่อไม้มาให้รับประทาน)

บ่ายโมงตรงถึง 4 โมงเย็น สัมมนาเรื่อง สุดยอดนวัตกรรมจากไผ่และการแปรรูป “พลังงานทดแทนจากไผ่ ถ่านไม้ไผ่ การสร้างฝายชะลอน้ำจากไม้ไผ่” จาก คุณรังสฤษฏิ์ คุณชัยมัง ที่ปรึกษาเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง

“เสื้อผ้า รองเท้า วัสดุเก็บเสียง และอื่นๆ ที่ทำจากไผ่” จาก คุณถาวร บุญราศรี สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)

“อุปกรณ์ตกแต่งและวัสดุสร้างบ้านจากไม้ไผ่” จาก คุณธนา ทิพย์เจริญ ไทยแลนด์ แบมบู

ทั้ง 3 เรื่องผู้ดำเนินรายการคือ คุณเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน

งานนี้พบกับสาระ พันธุ์ไผ่ที่ปลูกสำหรับทำอาหาร พันธุ์ไผ่สำหรับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ การดูแลพันธุ์ไผ่อย่างไรให้ได้ผลดี ตลาดไผ่ และไผ่สร้างภูเขาหัวโล้นให้เป็นป่าได้อย่างไร

ทั้งมีนิทรรศการพิเศษเรื่องสายพันธุ์ไผ่ยอดฮิต ตัวอย่างหน่อไผ่ยอดนิยม เสื้อผ้า รองเท้า จากไผ่ เครื่องสำอาง และสุดยอดเฟอร์นิเจอร์จากไผ่

รายการนี้มีค่าใช้จ่ายรวมอาหารกลางวันและกาแฟ คนละ 700 บาท (ถูกกว่าบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน)

พิเศษสำหรับลูกค้า เอไอเอส 150 คนแรก รับฟรี หนังสือพริก ราคา 220 บาท มะละกอ ราคา 225 บาท สับปะรด ราคา 230 บาท เล่มใดเล่มหนึ่ง ฟรี!!!

การชำระเงินไม่ยาก โอนเงินผ่านธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยประชานิเวศน์ 1 เลขที่บัญชี 737-2-13905-0 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

โทรสาร (02) 954-3971 เลขที่ผู้เสียภาษี 0107536001451

โทรศัพท์สำรองที่นั่ง พร้อมชำระเงินภายใน 3 วัน หลังจากวันรับสมัคร (ขอสงวนสิทธิ์ชำระเงินด้วยการโอนเข้าบัญชีเท่านั้น) ไม่รับสมัครและชำระเงิน ณ วันสัมมนา

รายละเอียดสอบถามได้ที่

โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124

โทรศัพท์มือถือ (082) 993-9097, (082) 993-9105

โทรสาร (02) 954-3971หรือที่

http://www.matichonacademy/www.facebook.com/matichon.academy.thailand/LINE : matichonacademy/Instagram : matichon_academy

เรื่องของ “ไผ่” น่าเรียนรู้และนำมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ จำได้ว่าสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น วิชาศิลปหัตถกรรม ครูให้ทำงานจักสานจากไม้ไผ่และหวาย เช่น ตระกร้อสอยผลไม้ พัดสานลายสองจากตอกไผ่ รวมถึงการทำว่าวจากไม้ไผ่ การเหลาไม้ไผ่เป็นโครงว่าวไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องหาข้อไผ่ให้ตรงตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นว่าวปักเป้า ซึ่งไม่ยากเท่าไหร่ และว่าวจุฬา ยากกว่ามาก

มีอีกมาก เช่น นำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องเรือน ได้ราคาแพง ในกรุงเทพมหานครมีร้านจำหน่ายไม้ไผ่เฉพาะ คือร้านนายเหมือน ทุกวันนี้ยังอยู่ที่ข้างสวนรมณีนาถ (เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เดิม)

เมื่อก่อนมีร้านเฟอร์นิเจอร์อีกร้านหนึ่ง ตั้งอยู่ที่มุมสี่แยกสระปทุม ชื่อร้านฮาวายเฟอร์นิเจอร์ ไม่ทราบว่าเลิกไปแล้ว หรือย้ายไปตั้งที่อื่น ตรงหัวมุมทุกวันนี้คือ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามห้างมาบุญครอง และสยามดิสคัฟเวอรี่

ประเทศไทยมีดงไผ่แทบว่าจะทุกแห่ง มีที่ปลูกเป็นล่ำเป็นสันที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระแก้ว

เขาว่าไผ่มีอายุยาวนาน 70 ปี เมื่อครบกำหนดจะตายพร้อมกันทุกป่า รวมทั้งทั่วโลกที่มีต้นไผ่หรือไม่ ในประเทศไทยเคยเกิดปรากฏการณ์ไผ่ตายพร้อมกันเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้วกระมัง

ครั้งนั้น ไผ่จะออกดอกเต็มไปหมด แล้วร่วงแทบว่าจะพร้อมกันทุกป่า ก่อนที่ต้นไผ่จะล้มตายลง

จากนั้นไม่นาน ดอกไผ่ที่ร่วงลงบนพื้นดิน จะแทงหน่อทะลุดินเป็นลำต้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง กระทั่งเต็มป่าดังทุกวันนี้

ประโยชน์เบื้องต้นของไผ่คือการนำหน่อไม้ หรือหน่อไผ่อ่อนมารับประทาน และประกอบอาหารหลายประเภท ทั้งแกงทั้งต้ม และลวกรับประทานกับน้ำพริกทุกชนิด

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของไผ่คือเป็นอาหารของช้าง

เมื่อปักษ์หลังของเดือนก่อน มิถุนายน ที่ประเทศอังกฤษมีเหตุการณ์สำคัญของประชาชนชาวสหราชอาณาจักร คือวันที่ 23 มิถุนายน เป็นวันลงประชามติของคนอังกฤษในการเลือกข้างจะยังอยู่กับสหภาพยุโรป หรือแยกตัวออกมาเป็นสหราชอาณาจักรตามเดิม

ผลปรากฏว่าคะแนนเสียงประชามติโดยรวม คนอังกฤษมีเสียงข้างมากให้ออกจากกลุ่มสหภาพยุโรปเกินกว่าครึ่งเพียงไม่มาก คือ 51.9 ต่อ 48.1 หรือ 17,410,742 เสียง ต่อ 16,141,241 เสียง และในแต่ละดินแดน เช่น สกอตแลนด์ เวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ อังกฤษ และยิบรอลตาร์ ดินแดนนอกเกาะอังกฤษ บางแห่งมีเสียงข้างมากบางแห่งมีเสียงข้างน้อย สรุปว่าในที่สุดเสียงข้างมากให้ออกจากสหภาพยุโรปมีมากกว่า

เป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีอังกฤษต้องลาออกจากตำแหน่ง

ขึ้นปักษ์แรกของเดือนสิงหาคม มีวันสำคัญของพวกเราคนไทย คือวันลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2559

เป็นสิทธิเสรีภาพของคนไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันลงประชามติ ต้องเข้าคูหากาบัตรรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และรับหรือไม่รับคำถามพ่วง

โปรดไปใช้สิทธิออกเสียง และใช้เสรีภาพในการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกับคำถามพ่วง นะครับผม

ถึงเวลาไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไปแล้ว

Published November 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07089010659&srcday=2016-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 398

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

ถึงเวลาไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไปแล้ว

เดือนสุดท้ายของกลางปีมาถึงแล้ว เป็นเดือนที่ 6 ของปี สิ้นเดือนนี้ธนาคารพาณิชย์ปิดบัญชีกลางปี กิจการใด หรือใครที่มีตัวแดงกับธนาคาร ต้องรีบ “เคลียร์” ให้เป็นตัวดำ หรือตัวแดงหมดไป หรือ “ติดต่อธนาคาร” มิฉะนั้น เช็คที่สั่งจ่ายออกไปหลังวันที่ 30 มิถุนายน ผู้รับเช็คจะได้รับคำตอบว่า “ติดต่อผู้สั่งจ่าย”

ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาถึงวันนี้ ภาวะเศรษฐกิจของเรายังไม่มีอะไรกระเตื้องแม้แต่น้อย กิจการค้าทุกประเภท ถามใคร ใครก็ส่ายหน้า ทำตัวเป็นพัดลมหมุนไปหมุนมา ยิ่งช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา อากาศร้อนชนิดที่เรียกว่า “ร้อนจนตับแลบ” กิจการน้ำดื่มทุกชนิดอาจไปด้วยดี แต่อาหารการกิน แม้ยังเป็นความจำเป็น เป็นปัจจัย 1 ใน 4 ที่สำคัญต่อชีวิต ยังซบเซาลงไปมาก

ไม่น่าเชื่อว่ากิจการร้านอาหารทั่วไปจะตกต่ำถดถอยลงไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แทนที่จะเป็นเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ เหมือนภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งลดค่าเงินบาท

ขณะที่กิจการส่งออกประเภทอาหารทะเลของไทยยังถูกกีดกัน เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ยังต้องรับผลทางกฎหมายการส่งออกอาหารระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายกำหนดการจับสัตว์น้ำที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับความเป็นจริงของวิถีประมง เช่น วันการจับสัตว์น้ำไม่ได้กำหนดตามวันเวลาทางจันทรคติ คือข้างขึ้นข้างแรม

ครึ่งปีแรกกำลังจะหมดไปในสิ้นเดือนนี้ ครึ่งปีหลังกำลังจะก้าวเข้ามาในเดือนหน้า หลังจากวันหยุดธนาคารพาณิชย์ 1 กรกฎาคม ความเคลื่อนไหวทางการเงินการธนาคารจะเริ่มเดินหน้าต่อไป

เมื่อครึ่งปีแรกปัญหาเศรษฐกิจยังฝืดเคือง แล้วครึ่งปีหลังจะคล่องตัวได้อย่างไร

วันนี้กิจการทางธุรกิจหลายประเภทเริ่มคลอนแคลน นับแต่กิจการสิ่งพิมพ์ประเภทนิตยสารและหนังสือพิมพ์ หนังสือประเภทนิตยสารหลายเล่มเริ่มปิดตัวเอง เริ่มขยายเวลาการวางจำหน่าย จากรายสัปดาห์เป็นรายปักษ์ เป็นรายเดือน

ขณะเดียวกัน กิจการหนังสือพิมพ์เริ่มปรับตัวเองเข้าสู่การนำเสนอข้อมูลข่าวสารทางดิจิตอลเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญของมนุษย์คืออาหารที่มาก่อนปัจจัยอื่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ทุกวันนี้หลายกิจการเริ่มดำเนินการส่งอาหารประเภท “ตามสั่ง” อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการจัดส่งแบบดีลิเวอรี่แข่งกับอาหารประเภท “กินด่วน” ที่มีบริการจัดส่งมานานแล้ว ตั้งแต่เช้ากระทั่งเที่ยงคืน

อาหาร “ตามสั่ง” ดังที่ได้นำเสนอมาแล้ว คือมีเมนูแจกให้ลูกค้า บอกราคาอาหารทุกประเภทที่ลูกค้าต้องการสั่ง ซึ่งต้องสั่งในจำนวนเงินไม่น้อยกว่าเท่านั้นเท่านี้ และค่าจัดส่งอีกไม่มาก

ลูกค้าที่ต้องการสั่งอาหาร “ตามสั่ง”เพียงโทรศัพท์สั่งอาหาร แจ้งสถานที่จัดส่ง ไม่นานจากนั้น อาหารที่สั่งจะเดินทางมาโดยมอเตอร์ไซค์ถึงผู้สั่ง ตรวจว่าครบตามที่สั่งหรือไม่ จ่ายเงินเสร็จ เป็นอันมีอาหารตามสั่งรับประทานในมื้อนั้นเหมือนกับประกอบอาหารเองที่บ้าน

บริการจัดส่งถึงที่ของสินค้าอื่นมีมานานแล้ว อาทิ สั่งซื้อเครื่องใช้จำนวนมากสักหน่อย ห้างสรรพสินค้าบางแห่ง อาทิ เทสโก้ โลตัส จะจัดส่งถึงที่เช่นกัน

ปักษ์แรกของเดือนมิถุนายน เป็น 15 วันที่ผู้ประกอบกิจการทุกประเภท ณ วันนี้ต้องตรวจตราบัญชีรายรับรายจ่ายให้รอบคอบ โดยเฉพาะรายรับที่มีตลอด 6 เดือน และผู้ประกอบกิจการที่ต้องกู้เงินจากธนาคาร

ดังกล่าวแล้วว่า การกู้เงินจากธนาคารมาดำเนินกิจการ ต้องระมัดระวังให้มาก อย่าพยายามให้ใครมาใช้เครดิต หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลังมากนัก ควรกำหนดทั้งเพดานเงินและระยะของวันเวลาที่ต้องชำระหนี้นั้นคืน

อย่าลืมว่า ตั้งแต่ไหนแต่ไร ภาษิตที่ว่า จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อทวง ยังคงใช้ได้ถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกับภาพของพ่อค้า 2 คน คนหนึ่งค้าขายรับเงินสด นั่งยิ้มร่า พุงพลุ้ย อีกคนขายเงินเชื่อ นั่งกุมขมับ หน้าเศร้า ร่างกายซูบผอม

แต่ภาพเช่นนั้นจะหายไปไม่นานนี้ เมื่อโลกปรับเปลี่ยนระบบการจับจ่ายใช้สอยเป็น e-Payment การใช้จ่ายด้วยบัตรเดบิต บัตรเครดิต บัตรเติมเงิน ซึ่งสามารถใช้แทนเงินสดได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งมวลชน ชำระค่าสาธารณูปโภค ใช้จ่ายตามห้างร้าน หรือการติดต่อชำระเงินกับทางราชการ

ระบบ e-Payment คือระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (National e-Payment Master Plan) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินของประเทศ โดยนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างครบวงจร

เริ่มตั้งแต่การโอนเงิน การรับจ่ายเงินระหว่างประชาชน รวมไปถึงการใช้จ่ายของภาคเอกชนและรัฐบาล เป็นการใช้เงิน “อิเล็กทรอนิกส์” แทน “เงินสด” โดยนำเอาระบบการชำระเงินซึ่งเป็นพื้นฐานใหม่ที่เรียกว่า Any ID สามารถนำข้อมูลส่วนตัวบุคคล (Identification) ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ “อีเมล” หรือหมายเลขบ้านมาเป็นรหัสผ่านในการชำระเงิน หรือโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยจ่ายจากบัญชีธนาคารที่ผูกไว้

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้นจากเดิมที่ต้องใช้เฉพาะบัญชีธนาคาร เป็นการอำนวยความสะดวกในช่องทางการชำระเงินในอนาคต เช่น การชำระเงินผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ ขณะที่การขยายการใช้บัตรแทนเงินสด โดยติดตั้งเครื่องรับชำระเงิน หรือ Electronic Data Capture : EDC ตามร้านค้าทั่วประเทศ และการรับชำระเงินผ่านบัตรของหน่วยงานราชการ จะทำให้คนหันมาใช้บัตรแทนเงินสดมากขึ้น

กำหนดการใช้บัตรเริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ ไม่เกินไตรมาสที่ 2 คือสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ จะเริ่มใช้เต็มที่ และจะใช้ได้ทั้งประเทศภายในกลางปี 2560

ทุกวันนี้ แต่ละคนต่างพกบัตรเครดิตคนละหลายใบที่มีระบบรองรับ เช่น บัตรเครดิตของวีซ่าการ์ด ของมาสเตอร์การ์ด ของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส หรือของบางองค์กรที่จัดการกับเครดิตร่วมกับธนาคาร ที่มีการชำระเงินผ่านธนาคาร หรือสถาบันการเงิน แล้วแต่ว่าธนาคาร สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเอกชนจะเปิดให้ร่วมใช้

ส่วนบัตรเดบิต เป็นบัตรที่เจ้าของมีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร เสมือนหนึ่งบัตรเงินสด เริ่มใช้หลังจากการใช้บัตรเครดิตของผู้ถือครองทั้งหลายใช้มาก่อนหน้านี้

ห้วงเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง คือถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า ระบบการใช้จ่ายเงินสดจะเริ่มลดลงไปมาก การใช้บัตรแทนเงินสดต้องเพิ่มมากขึ้น กระทั่งเลิกใช้เงินสด เช่นในบางประเทศเริ่มแล้ว

การใช้บัตรทุกประเภทแทนเงินสด ผลที่ตามต่อมาคือการลดงบประมาณในการจัดพิมพ์ธนบัตรของรัฐบาล ลดการจัดส่งเงินไปยังตู้บรรจุธนบัตรของแต่ละธนาคารที่ให้เบิกเงินสดได้ทั้งบัตร ATM บัตรเดบิต และบัตรเครดิตทุกประเภท ของทุกธนาคาร รวมทั้งธนาคารออมสินที่เพิ่งให้บริการบัตร ATM เมื่อไม่นานมานี้

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในที่สุดระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถทำการแทนเงินสดได้ตามที่มีการคาดหวังไว้ และมีการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มาใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่แต่เพียงระบบโรบอต หรือหุ่นยนต์ที่ทุกวันนี้เริ่มกลายเป็นผู้รับใช้คน และปฏิบัติหน้าที่แทนคน ตามที่นักประพันธ์เคยฝันเฟื่องเขียนเป็นนวนิยาย นับตั้งแต่จูลส์เวิร์น เขียนเรื่องใต้ทะเล 20,000 โยชน์ที่มีเรือดำน้ำลงไปสำรวจใต้ท้องมหาสมุทรลึก

แม้แต่การฝันเฟื่องเดินทางออกไปในอวกาศที่เป็นนวนิยาย ทำให้นักวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์คิดค้นยานอวกาศส่งมนุษย์ขึ้นไปเดินเล่นบนดวงจันทร์ พิสูจน์ความเชื่อที่ว่ามีกระต่ายอยู่บนนั้น

ระบบการจับจ่ายใช้สอยด้วยบัตรแทนเงินสด ใช้ได้ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายเพียงบาทสองบาท เช่นเป็นค่าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน หรือแม้แต่รถยนต์สาธารณะ (แท็กซี่)

วันนี้ ความก้าวหน้าของระบบคอมพิวเตอร์ไปไกลรวดเร็ว หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์คิดค้นระบบนี้ได้เพียงไม่ถึง 100 ปี เมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นพยายามพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา หรือเยอรมนีอีกต่อไป ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ถึงการไม่ต้องถือเงินสดไปจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป

ข้อสำคัญ คนไทยพร้อมที่จะรับความเปลี่ยนแปลงนี้หรือยัง แต่ถึงไม่รับก็ใช้ เพราะถูกบังคับจากระบบ

ปีใหม่ เตรียมรับความเปลี่ยนแปลง

Published May 28, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07089010159&srcday=2016-01-01&search=no

วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 388

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

ปีใหม่ เตรียมรับความเปลี่ยนแปลง

ขึ้นปีใหม่ อย่างที่ว่า ควรคิดใหม่ ทำใหม่ วันหนึ่งที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีการจัดสัมมนาหัวข้อ “การเตรียมคน เตรียมองค์กร ของเครือมติชน เพื่อสามารถแข่งขันในสถานการณ์ปัจจุบัน”

เชิญ คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา กรรมการบริหาร สลิงชอทกรุ๊ป และคอลัมนิสต์ประชาชาติธุรกิจมาเป็นผู้บรรยาย

คุณอภิวุฒิเริ่มต้นตัวอย่างองค์กรที่เคยประสบความสำเร็จ แต่วันนี้กลับไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ทั้งที่เคยมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ บางบริษัทต้องล้มละลายเพราะไม่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มตลาด

คุณอภิวุฒิว่าถึงสาเหตุเป็นเพราะผู้บริหารมีความเชื่อว่ากลยุทธ์ที่ทำอยู่ขณะนั้นดีแล้ว ไม่ต้องปรับเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงตัวเองยามที่ยังเข้มแข็ง แต่ที่บางองค์กรไม่ทำเพราะติดกับดักความสำเร็จแต่เดิม ดังนั้น เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงกลับไม่มีแรง

เมื่อคุณอภิวุฒิว่าถึงความเปลี่ยนแปลง จึงเน้นว่าทุกองค์กรต้องเอาใจใส่กับสิ่งรอบตัว พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และยกตัวอย่าง 5 ปัจจัยหลัก คือ

1. โลกจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้แรงงานวัยหนุ่มสาวขาดแคลนในอนาคต

2. พลังอำนาจเศรษฐกิจเปลี่ยนทิศ พลังการผลิตและศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกจะย้ายจากฝั่งยุโรปมาเป็นเอเชีย

3. การขยายตัวของสังคมเมืองรวดเร็วขึ้น จะเกิดการขยายตัวของเมืองไปสู่ต่างจังหวัด

4. ภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เพราะจำนวนประชากรและมีการใช้ทรัพยากรมากขึ้น

5. องค์กรธุรกิจปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุคของข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ การคาดการณ์เพื่อเตรียมวางแผนล่วงหน้าทำได้ยาก

ดังนั้น องค์กรในอนาคตจึงต้องตระหนักและพยายามเข้าใจความคิดของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง ทั้งเป็นเรื่องของการปรับตัวที่ต้องสร้างการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย

จากนั้น นักเขียนคอลัมน์ในประชาชาติธุรกิจยกเรื่องจากอดีตยุคเบบี้บูม หรือ เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) ที่มองงานคือชีวิต ชีวิตคืองาน ขณะที่เจนเอ็กซ์ (Generation X) มองการทำงานและการใช้ชีวิตต้องสมดุล ส่วนเจนวาย (Generation Y) เห็นว่า งานต้องสนุก ทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำในสำนักงาน และไม่ต้องกำหนดเวลาเข้าออก

กรรมการบริหาร สลิงชอทกรุ๊ป บอกด้วยว่า ยุคเบบี้บูม รู้สึกว่าเรื่องเทคโนโลยีเป็นสิ่งลำบาก ใช้ยาก ไม่จำเป็น แต่เจนเอ็กซ์กลับคิดว่าเทคโนโลยีเหมือนเพื่อนที่ควรมี แต่บางครั้งไม่มีก็ได้ ขณะที่เจนวายเห็นว่าเทคโนโลยีคือชีวิต และทุกอย่างหาได้ในอินเตอร์เน็ต

เช่นเดียวกับความก้าวหน้าในการทำงาน เบบี้บูมมีความเห็นว่า หากอยากก้าวหน้าต้องใช้เวลา ต้องสั่งสมประสบการณ์ให้พร้อม ส่วนเจนเอ็กซ์เห็นว่าความสำเร็จเกิดจากการไขว่คว้า ต้องผลักดันตัวเอง แต่เจนวายกลับมองว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จต้องเปลี่ยนงาน

ตามหัวข้อ “การเตรียมคน เตรียมองค์กร ของเครือมติชน เพื่อสามารถแข่งขันในสถานการณ์ปัจจุบัน” คุณอภิวุฒิ บอกว่า ต้องมีการผสมผสานระหว่างประสบการณ์กับพลังที่ลงตัวของแต่ละคน แต่ละยุค ให้หันมาทำสิ่งเหล่านี้ประกอบกัน คือ

1. เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ยอมทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราไม่สนใจ หากอยากประสบความสำเร็จ อยากเข้ากับคนอื่นได้ ต้องลองอ่านนิตยสารที่คนอื่นสนใจ ลองฟังเพลงที่คนวัยแตกต่างกันสนใจ หรือใช้วิธีพี่เลี้ยงกลับหัว คือให้รุ่นพี่เรียนรู้สิ่งใหม่จากน้องที่เข้ามาใหม่ ซึ่งหลายองค์กรนิยมใช้กันขณะนี้

2. ไม่ใช้ตนเองเป็นที่ตั้ง อย่าเอาตัวเองเป็นมาตรฐานของส่วนรวม

3. เข้าใจ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย รับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น อ่านข้อมูล ตีความ เพื่อให้รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร กำลังจะไปทางไหน เพื่อไปสู่การตัดสินใจว่าเห็นด้วยหรือไม่

4. บริหารงานด้วยความยืดหยุ่น มีช่องว่างให้พนักงานเป็นตัวของตัวเอง และมีความสุขในการทำงาน

5. มีกุศโลบายในการผสมผสาน เพราะไม่มีองค์กรใดประสบความสำเร็จจากคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น คนรุ่นเก่ามีประสบการณ์แต่ขาดพลัง ขณะที่คนรุ่นใหม่ขาดประสบการณ์ แต่มีพลังมากกว่า จึงต้องผสมผสานการทำงานระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ให้ลงตัวจงได้

บทสรุปเรื่องนี้ คุณอภิวุฒิ บอกว่า เพราะการปรับตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มทำแต่เนิ่นๆ ต้องอาศัยการทำความเข้าใจร่วมกัน ผู้บริหารต้องมีความสามารถในการประสานความร่วมมือจากบุคลากรทุกฝ่ายในองค์กร จึงจะทำให้องค์กรจัดการกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องขอขอบคุณผู้บรรยาย คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา กรรมการบริหาร สลิงชอทกรุ๊ป และคอลัมนิสต์ประชาชาติธุรกิจ ที่กรุณาบรรยายให้เพื่อนพนักงานที่มติชนและในเครือฟังเพื่อเตรียมตัวเพิ่มขีดความสามารถรับความเปลี่ยนแปลง และขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ ที่นำคำบรรยายของท่านมาเพิ่มให้ผู้อ่านนิตยสารเส้นทางเศรษฐีฉบับนี้ เป็นวิทยาทานให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในอนาคตจะได้วางแผนของตัวเองได้ถูกต้อง

เพราะผู้อ่านนิตยสารเส้นทางเศรษฐี อาจเป็นหนึ่งในผู้อ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ซึ่งเป็นหนังสือในเครือเดียวกัน

ในการบรรยายครั้งนี้ คุณอภิวุฒิได้ประมวลแนวทางความรู้และความคิดแบ่งออกเป็นข้อ ให้เห็นชัดเจน เช่น 5 ปัจจัยหลัก ข้อ 1 ถึง 5 ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นเสมอ เป็นข้อมูลที่บ่งบอกอนาคต

เพราะความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยใดทั้ง 5 ปัจจัย โดยเฉพาะปัจจัยที่ 1 โลกมีผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้แรงงานวัยหนุ่มสาวขาดแคลนในอนาคต ทั้งยังหมายถึงว่า วัยหนุ่มสาวต้องดูแลวัยสูงอายุที่เป็นทั้งพ่อแม่และปู่ย่าตายายเพิ่มจำนวนขึ้น ทั้งจำนวนบุคคลและจำนวนวันเวลา รวมถึงต้องดูแลเด็กเล็ก คือบุตรธิดาอย่างน้อย 1 คน เพราะวัยหนุ่มสาวต้องมีภาระเลี้ยงดูบุตรธิดาด้วย

กรณีนี้ หากสามารถให้วัยสูงอายุช่วยแบ่งเบาภาระได้ คือการให้ช่วยเลี้ยงดูหลานจะดีกว่าจ้างคนอื่นเลี้ยงลูกของตัวเอง ไม่ว่าจะจ้างคนเลี้ยงเด็ก หรือส่งเข้าโรงเลี้ยงเด็ก ย่อมต้องมีภาระทั้งสิ้น ดังนั้น การมอบหมายภาระให้ปู่ย่าตายาย หากยังมีกำลังวังชา น่าจะเป็นการดีทั้งเรื่องการเลี้ยงดูและลดค่าใช้จ่ายบางส่วน

ส่วนการเตรียมคน เตรียมองค์กร เป็นเรื่องที่ทั้งผู้บริหารองค์กรและหัวหน้างานทุกระดับต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องของความเปลี่ยนแปลงมาถึงแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว ขณะที่แต่ละองค์กรเตรียมคน เตรียมองค์กรเพื่อสามารถแข่งขันในสถานการณ์ปัจจุบัน หากผู้บริหารองค์กรไม่เตรียมตัว เตรียมใจ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลง โอกาสที่จะรับมือกับอนาคตก็จะหมดไป และองค์กรจะประสบความล้มเหลวโดยไม่รู้ตัว ดังเช่นหลายองค์กรที่ประสบมาแล้ว

เดือนมกราคม เป็นเดือนแรกของปีใหม่ 2559 หากองค์กรใดยังไม่ทบทวนทั้งบุคคลและกิจการงาน เริ่มต้นตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่สาย เพราะการเริ่มต้นเป็นการเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง อย่างน้อยเปลี่ยนแปลงจากไม่เริ่มต้นเป็นเริ่มต้น

การเริ่มต้นที่สำคัญคือ เริ่มต้นเตรียมคน เตรียมองค์กร ด้วยการบอกกล่าวเพื่อนร่วมงานให้รับรู้รับทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยเปลี่ยนจากการทำงานรูปแบบเดิมเป็นรูปแบบใหม่ ที่แม้จะเริ่มมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากปรับเปลี่ยนจากการใช้การเขียนด้วยมือมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งการพิมพ์และการคิดคำนวณ

วันนี้ ปรับเปลี่ยนใหญ่อีกครั้งหนึ่ง จากใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้โทรศัพท์มือถือ ดังที่คนรุ่นเจนวายมีความเห็นว่า งานต้องสนุก ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำในสำนักงาน และไม่ต้องกำหนดเวลาเข้าออก

วันนี้ หากใครต้องการอยู่ในโลกของการแข่งขัน ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยนะครับ

อยากขายหนังสือ ต้องไปงานหนังสือ

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07081151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

อยากขายหนังสือ ต้องไปงานหนังสือ

ผ่านวันเวลาแห่งการเกษียณมาแล้วครึ่งเดือน ท่านผู้เกษียณจากราชการกำหนดไว้หรือไม่ว่า จะอยู่นิ่งเฉยโดยไม่ทำงานสักกี่วันกี่เดือน หลังจากนั้นจะทำอะไร เป็นงานประจำที่ได้รับเชิญจากหน่วยงานเดิม จากหน่วยงานใหม่ จากพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษา

หรือจะทำมาหากินด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ปลูกต้นไม้ ค้าขาย ซื้อมาขายไป ทำสวนครัว ทำอาหาร ทำขนมขาย หรือว่าจะทำอะไรนอกเหนือจากนี้

ครึ่งเดือนหลังตุลาคม มติชน อคาเดมี แหล่งศึกษาอบรมการทำมาหากินระยะสั้น (จริงๆ) เปิดอบรมทำอาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มราคาพิเศษ ในหลักสูตรฉลองเดือนเกิดของมติชน อคาเดมี เพียง 999 บาท ต่อหลักสูตร ระหว่างวันที่ 16-31 ตุลาคม มีรายการอะไรบ้าง หาได้ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน และข่าวสดรายวัน สอบถามเพิ่มเติมที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124

โทรศัพท์มือถือ (082) 993-9097, (082) 993-9105 โทรสาร (02) 954-3971

การชำระเงิน โอนเงินธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยประชานิเวศน์ 1 เลขที่บัญชี 737-2-13905-0

สำหรับรายการทัวร์ศิลปวัฒนธรรม วันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ เชิญร่วมท่องไปในดินแดนแหล่งพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ผาแต้ม-รัฐเจินละ” อุบลราชธานี และ สปป.ลาว (ใต้) ราคา 19,000 บาท เดินทางโดยเครื่องบิน

รายการท่องเที่ยวกับศิลปวัฒนธรรมยังมีเป็นประจำ โปรดติดตามในหน้าหนังสือพิมพ์มติชนรายวันและข่าวสดรายวัน ได้ทุกวัน

รายการนี้ บอกกล่าวข่าวของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่ผู้เขียนเป็นสมาชิก มีรายการอบรมเรียนรู้เรื่องอาชีพเป็นประจำ ด้วยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน

คราวนี้ ด้วยความร่วมมือจาก บมจ.ซีพี ออลล์ และ บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดอบรมหลักสูตร “กาแฟสร้างอาชีพสำหรับสื่อมวลชน” วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ ณ บริษัท รีเทลลิงค์ ซอยวิภาวดีรังสิต 62 สื่อมวลชนที่สนใจสมัครด่วนได้ที่ tjareporter@gmail.com โทรศัพท์ (02) 668-9422 ไม่เสียค่าลงทะเบียน หากสมัครวันนี้ไม่ทัน ไว้รอโอกาสต่อไป คราวนี้ แจ้งเพื่อทราบครับ

ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 20 สำนักพิมพ์นับร้อยแห่งต่างพากันผลิตหนังสือใหม่ออกจำหน่ายในงานนี้ด้วยราคาที่ลดลงจากราคาปก

ขณะเดียวกัน ยังมีหนังสือที่พิมพ์มาก่อนหน้านี้จำหน่ายในราคาลดเปอร์เซ็นต์ลงตามความเหมาะสม หรือตามความเก่าใหม่ของหนังสือเล่มนั้น

เว้นแต่เป็นหนังสือเก่าประเภทอายุมากและยังเป็นที่ต้องการของผู้อ่าน หาซื้อได้จากร้านขายหนังสือเก่าสองสามร้านที่มาร่วมงานทุกปี

หนังสือออกใหม่ต้อนรับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติปีนี้ของสำนักพิมพ์มติชนเบ็ดเสร็จ 15 เล่ม

เล่มแรก เป็นหนังสือประจำปีที่ทุกท่านพลาดไม่ได้เด็ดขาด แม้จะเป็นหนังสือประจำปีหน้าตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2559 แต่ท่านผู้อ่านต้องการเป็นเจ้าของตั้งแต่วันนี้ เพราะเป็นหนังสือที่พยากรณ์อนาคตของทุกคนในรอบปี 2558 หรือปีวอก “ทุกวัน”

“ศาสตร์แห่งโหร 2559” มาทายกันซิว่า “ปีวอก” จะมีสมญานามว่าอย่างไร หลังจากคำโฆษณามะแม “ปีแพะโหด” ผ่านมาแล้วกว่า 9 เดือน ลองพลิกอ่านคำทำนายตั้งแต่ต้นปี และจากเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมซิว่า “โหด” ดังว่าไหม

ปีใหม่ 2559 หากว่ากันตั้งแต่วันนี้ เมื่อสหรัฐอเมริกานอกจากไม่เพิ่มดอกบี้ย แถมยังลดดอกเบี้ยลงอีก ว่ากันว่าปีหน้าค่าเงินบาทจะลดลงเกินกว่า 37-39 บาท ต่อดอลลาร์ แล้วจะว่าอย่างไรดีล่ะ

ช่างเถอะ ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติลองหาหนังสือเกี่ยวกับการทำมาหากินอ่าน เผื่อว่าจะได้มีอาชีพใหม่กับเขาบ้าง เช่น เปิดร้านออนไลน์ให้ถูกใจ เปลี่ยน Like ให้เป็นล้าน จากทีมแม่ค้าผู้นำ Like หรือ startup ideas ไม่เริ่มคิดใหม่ ก็เดินได้ไกลเท่าเดิม

มิฉะนั้น ต้องหาอ่าน อร่อย 100 ร้าน กับมาดามตวง Food Work โดยมาดามตวง เผื่อว่าจะมีไอเดียเปิดร้านอาหารกับเขาบ้าง

อีกเล่ม เขาว่า ปลูกเองกินเอง Food from my city garden โดย นันทนา ปรมานุศิษฏ์

หรืออยากอ่านเรื่องของญี่ปุ่น เป็นเรื่องของมนุษย์เงินเดือน ชื่อ JAPAN SALARYMAN เป็นได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน

อีกเล่มน่าสนใจ ฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเงิน ไม่น่าสนใจหรือว่าตัวเองฉลาดแต่เรื่องเงินเท่านั้น

หนังสือของสำนักพิมพ์มติชนรอให้ทุกคนเลือกอ่านตามอัธยาศัยและอัธยาทรัพย์ ทั้งราคาที่ลดจากหน้าปกหลายเปอร์เซ็นต์

ปีนี้ “หนุ่มเมืองจันท์” หลังจากค้นพบเส้นทางเดินของตัวเองด้วยการร่วมทุนกับเพื่อนที่รู้ใจเปิดสถาบันฝึกอบรมความคิดสร้างสรรค์ชื่อย่อ ABC หนังสือเล่มใหม่จึงชื่อ “การสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง คือการเริ่มต้นของสิ่งใหม่เสมอ” คุณๆ ท่านๆ คิดอย่างนั้นไหม แล้วจะไม่ลองสิ้นสุดงานเก่าๆ เพื่อเริ่มงานใหม่ๆ หรือ

เพื่อให้การอ่านหนังสือได้สาระและบันเทิงกับชีวิต ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติยังมีรายการพูดคุยกับนักเขียนอีกหลายวัน

ตั้งแต่วันแรกของงาน พุธที่ 21 ตุลาคม เริ่มด้วยรายการเสวนาเรื่อง “ฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเงิน” วิทยากรคือผู้เขียน หมอนัท คลินิกกองทุน (นายสัตวแพทย์ธนัฐ ศิริวรางกูร) ถนอม เกตุเอม (ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี) ดำเนินรายการ เวลา 1 ทุ่มตรง ณ เวทีเอเทรียม

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พบกับ “หนุ่มเมืองจันท์” รายการ “Special Meeting หนุ่มเมืองจันท์” เวลาบ่ายโมงตรงถึง 4 โมงเย็น 3 ชั่วโมงยาวเหยียด ที่บอร์ดรูม 4

วันเดียวกัน ทุ่มตรง พบกับผู้แปล ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน สุภัตรา ภูมิประภาส ลลิตา หาญวงษ์ นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ ร่วมสนทนาและดำเนินรายการ

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม เวลา 6 โมงเย็น พบกับหนังสือ “ข้ามสมุทร” จากผู้เขียนระดับรองนายกรัฐมนตรีผู้ตกเป็นข่าวในสื่อมวลชนทุกวัน ดร.วิษณุ เครืองาม ผู้ดำเนินรายการ ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม บ่ายโมงตรง พบกับเรื่องที่น่าสนใจแห่งยุคสมัย “กุญแจดอกไหนไขสู่เสรีภาพ” วิทยากรประกอบด้วย อนุสรณ์ ติปยานนท์ จันจิรา สมบัติพูนศิริ กล้า สมุทวณิช วิจักขณ์ พานิช ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ผู้ดำเนินรายการคือ ประจักษ์ ก้องกีรติ ไม่น่าสนใจหรือ

พุธที่ 28 ตุลาคม 1 ชั่วโมงจากบ่ายโมงตรงถึงบ่าย 2 โมง พบกับ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้ขุดค้นชีวิตบิดามาบันทึกเป็นอัตชีวประวัติทั้งชีวิตรับราชการ ทั้งภูมิประเทศฉะเชิงเทราและฝั่งธนบุรี กับทุกถิ่นฐาน จะอ่านเอาเรื่องหรืออ่านเอาสนุกก็เชิญตามใจชอบ ชื่อหนังสือ “Bon Voyage!” ภาษาฝรั่งเศสที่คุ้นหูคนไทยยามเมื่อลาจากกัน เสวนาโดยผู้เขียน กับ คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ผู้มีประวัติชีวิตที่น่าสนใจเช่นกัน ผู้ดำเนินรายการคือนักหนังสือพิมพ์ผู้หลงใหลเรื่องการเมือง สุภาพ คลี่ขจาย

สุดท้ายในงานนี้ พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม บ่ายโมงถึง 4 โมงเย็น 3 ชั่วโมงเต็ม เสวนาเปิดตัวหนังสือที่ไม่เพียงน่าอ่านเท่านั้น ยังน่าศึกษาค้นลึกลงไประหว่างอักษรและระหว่างบรรทัด

“ข้าแต่ศาลที่เคารพ : ล้ม ร่าง สร้างใหม่ วังวนนิติธรรมไทย” วิทยากรคือผู้เขียนคนหนึ่ง สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาและหนึ่งในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล และ เอกชัย ไชยนุวัติ ผู้ดำเนินรายการคือ พรรณิการ์ วานิช (Voice TV) อยากฟังสนุก ต้องหาซื้อหนังสือมาอ่านก่อน

เดือนนี้แนะนำงานหนังสือ หากคิดเป็นผู้ขายหนังสือต้องไปศึกษาในงานนี้ 21 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน

อาชีพอิสระทั้งก่อนและหลังเกษียณ

Published March 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07082150958&srcday=2015-09-15&search=no

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 381

เศรษฐศาสตร์ริมทาง

จ่าบ้าน

อาชีพอิสระทั้งก่อนและหลังเกษียณ

ครึ่งหลังเดือนกันยายน ดังทราบดีแล้วว่า สำหรับผู้ที่ทำงานรับราชการ เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือแม้แต่หน่วยงานเอกชนบางแห่ง ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 30 กันยายน ต้องเกษียณจากงาน เว้นแต่บางหน่วยงานหรือบางหน้าที่การงาน เช่น ตุลาการ อัยการ และคณาจารย์บางคนที่ได้ต่ออายุราชการ จะยังปฏิบัติหน้าที่ไปถึงอายุ 70 ปีบริบูรณ์สำหรับตุลาการและอัยการ

ส่วนคณาจารย์ที่มีตำแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป และได้รับการอนุมัติต่ออายุราชการจะอยู่ได้ถึง 65 ปี จากนั้นในบางตำแหน่งเช่นผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ชำนาญการซึ่งเป็นตำแหน่งที่หาผู้ปฏิบัติงานได้ยากจะมีโอกาสต่ออายุไปอีก ปีต่อปี อาจจะถึงอายุ 70 ปี หรือได้รับการว่าจ้างต่อไปอีกก็ได้

ว่าถึงอาชีพการงาน หลายคนเคยทำงานทั้งในราชการและเอกชนได้ระยะเวลาหนึ่ง เมื่อเกิดภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งคราว หลายคนในจำนวนนั้นเมื่อหน่วยงานเปิดโอกาสให้ลาออกก่อนเกษียณ และให้เงินเป็นการตอบแทนล่วงหน้าจึงหันไปหาอาชีพอื่น

กรณีนี้น่าจะเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็น SCG มีพนักงานที่มีตำแหน่งงานปฏิบัติการจำนวนมาก และไม่มีโอกาสปรับเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นไปเป็นฝ่ายบริหาร มีอายุมากขึ้นขณะที่อายุงานเพิ่มมากขึ้น เงินเดือนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ปฏิบัติงานเหล่านั้นมากกว่าผู้บริหารหลายคนที่มีอายุงานน้อยกว่า ดังนั้น เพื่อเป็นการลดพนักงานปฏิบัติการระดับสูงลง และเปิดรับสมัครพนักงานระดับล่างเพิ่มขึ้น หรือพนักงานสายบริหารรุ่นใหม่ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่อายุงานมากและมีอายุครบ 55 ปีออกจากงานก่อนครบ 60 ปีได้ ด้วยการจ่ายเงินล่วงหน้าตามกฎหมายแรงงานและอายุงานที่เหลือ เรียกว่า เออร์ลี่รีไทร์

เป็นเหตุให้หลายบริษัทต่อมา เมื่อเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ เช่นเมื่อ พ.ศ. 2540 หลายบริษัทจึงใช้วิธีนี้ลดจำนวนพนักงานลง เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย

แม้ในระยะหลัง หลายบริษัทที่ต้องการลดรายจ่าย ด้วยเหตุที่รายได้ไม่เพิ่มขึ้น หรือลดลง ไม่ว่าจะเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมหดตัว หรือกิจการของบริษัทถดถอย การลดจำนวนพนักงานจึงเป็นเหตุหนึ่งที่ต้องทำ หลังจากลดรายจ่าย ลดต้นทุนด้านอื่นไปแล้ว

ผู้ที่ต้องการออกจากงานเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเออร์ลี่รีไทร์ หรือขอลาออกเพื่อไปหางานใหม่ทำ งานแรกที่ดูเหมือนว่าเป็นที่นิยมในขณะนี้คืออาชีพอิสระ

เมื่อหลายปีก่อน เพื่อนร่วมงานของมติชน ขอลาออกเพื่อไปประกอบอาชีพส่วนตัว ด้วยเห็นโอกาสการทำงานอิสระงานหนึ่ง ทั้งขณะที่ทำงานกับหน่วยงานหนึ่งในมติชน เห็นช่องทางที่จะไปทำงานด้วยตัวเองได้

คนหนึ่งชื่อ ศุภชัย นิลวานิช มองเห็นธุรกิจบริการถ่ายเอกสาร รับฝากโอนเงินเข้าบัญชี ชำระค่าบริการ ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า สินเชื่อ ค่างวดผ่อนรถ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อแรกเปิดกิจการที่บ้านในหมู่บ้านตะวันนา บางกระสอ นนทบุรี ยังทำแค่รับถ่ายเอกสาร แล้วค่อยขยับขยายกิจการเพิ่มขึ้น ด้วยเงินทุนไม่มากนัก ทั้งในบริเวณนั้นเป็นหมู่บ้านที่มีผู้อาศัยจำนวนไม่น้อย จึงลองขยับขยายกิจการขึ้นทีละอย่างสองอย่าง จนทุกวันนี้ ยังรับบริการรวบรวมงานไปรษณีย์ และเติมเงินมือถือในทุกระบบ กับเปิดอบรมแฟรนไชส์ในอาชีพเดียวกันด้วย

งานที่เกี่ยวกับบริการทางไปรษณีย์ ทุกวันนี้ไม่ใช่งานที่ยากอีกต่อไป ทั้งยังมีผู้ใช้บริการหลากหลาย เช่น รับส่งเอกสาร และบริการอื่นตามที่ลูกค้าต้องการ

คุณศุภชัยกับภริยาเปิดบริการที่ว่าในชื่อ “Super S.” เปิดการเสวนาปฏิบัติการจริงทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ลงทะเบียน

13.30 น. เริ่มพิสูจน์งานธุรกรรมออนไลน์ 40 บาท ต่อรายการ ที่สำนักงาน

15.00 น. หยุดพักดื่มกาแฟและรับประทานอาหารว่าง

15.30 น. ดูงาน ณ จุดชำระเงิน-โอนเงินเข้าบัญชี-ไปรษณีย์ ที่สาขาข้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

16.30 น. สรุปข้อซักถาม เป็นอันเสร็จการเสวนา

กิจการนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามอบหนังสือรับรองมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ให้กับ Super S. ในฐานะแฟรนไชส์มาตรฐานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มอบกำไรสูงสุดให้กับผู้เข้าร่วมเสวนา

คุณศุภชัย บอกว่า เริ่มธุรกิจกับมืออาชีพ…คุณคือเพื่อนคู่ค้าของเรา ดูจริง ทำจริง ได้จริง ก่อนตัดสินใจท้าพิสูจน์ 40 บาท ต่อรายการ เป็นการปฏิบัติฝึกงานด้วยความสะดวก รวดเร็ว ฝึกอบรมจนปฏิบัติงานได้จริง แนะนำและปรึกษาได้ตลอด รวมถึงพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

งานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก เอ็มเปย์ สเตชั่น ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส สนใจธุรกิจจุดรับชำระเงิน เติมเงิน เกม งานรวบรวมไปรษณีย์ ในราคาเพียง 18,000-89,000 บาท ได้รับอุปกรณ์สำนักงานครบชุด

สนใจติดต่อที่ บริษัท ซุปเปอร์ เอส เซ็นเตอร์ จำกัด เลขที่ 5/12-13 หมู่บ้านตะวันนา หมู่ที่ 5 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทรศัพท์ (086) 318-5789, (088) 318-2277, (02) 950-9837

อีกราย ชอบทำหนังสือ หลังจากที่มองเห็นลู่ทางการจัดทำหนังสือพัฒนาอาชีพซึ่งได้ความรู้จากศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน จึงขอลาออกไปทำหนังสือซึ่งเป็นอาชีพอิสระ

คุณพรศักดิ์ พงศาปาน ใช้ชื่อเขียนหนังสือว่า “ลุงพร สอนอาชีพ” และเป็นผู้อบรมอาชีพที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน มากว่า 20 ปี

เมื่อออกไปประกอบอาชีพอิสระยังเจียดเวลาไปเข้าเรียนระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) พร้อมทำเอกสารศึกษาค้นคว้าอิสระ เรื่อง ทัศนคติของนิสิตปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีต่อการประกอบอาชีพอิสระ เมื่อ พ.ศ. 2555

จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นชาย ร้อยละ 50.8 อายุเฉลี่ย 22.21 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง เกรดเฉลี่ย 2.77 อาชีพผู้ปกครองประกอบธุรกิจส่วนตัว มีรายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน 78,678 บาท มีความต้องการเลือกประกอบอาชีพอิสระประเภทค้าขายมากที่สุด มีแรงจูงใจในการเลือกประกอบอาชีพอิสระโดยรวมอยู่ในระดับมาก และมีทัศนคติต่อการประกอบอาชีพอิสระโดยรวมในระดับมาก

ข้อเสนอสำหรับแนวทางการเลือกประกอบอาชีพอิสระ คือทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากครอบครัวที่ต้องให้คำปรึกษา แนะนำ คอยเป็นกำลังใจให้ และต้องทราบความถนัด ความเชี่ยวชาญของผู้ที่จะประกอบอาชีพ

หนังสือเล่มหลังที่คุณพรศักดิ์ หรือ ลุงพร สอนอาชีพ จัดพิมพ์คือ ภูมิปัญญาอาหารไทยภาคใต้ ชุดเคล็ดลับจากแม่ ชื่อ หรอยจังฮู้ (อร่อยที่สุดในโลก)

เป็นหนังสือสำรับพื้นบ้านจากประสบการณ์จริงของสามพี่น้อง แม่ถิ้ง-พริ้มพร้อม พงศาปาน อาจารย์โสภา คงพูล และ อาจารย์สุดา เทพเกลี้ยง

หรอยจังฮู้ เป็นหนังสืออาหารปักษ์ใต้ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีผู้รวบรวมและเขียนถึง ทั้งยังนำเสนอสูตรอาหารปักษ์ใต้อย่างครบถ้วนในหลายสูตร จากผู้ที่รู้เรื่องอาหารระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น และอาจารย์ด้านคหกรรมศาสตร์ โดยลุงพร สอนอาชีพ เป็นผู้เรียบเรียงให้อ่านง่าย และเป็นหมวดหมู่ พร้อมภาพประกอบครบ

ลุงพร บอกว่า อยากให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ บรรพบุรุษของเราได้สะสมภูมิปัญญาไว้มากมาย เรานำไปใช้ นำไปพัฒนาได้ไม่มีวันหมด รวมสูตรอาหารปักษ์ใต้กว่า 200 รายการ หากรายการไหนทำไม่ได้ หรือติดขัดประการใด โทรถามได้

หรอยจังฮู้ ราคา 320 บาท ไม่แพง

มีเวลาอีก 15 วันของผู้เกษียณจากหน้าที่การงาน ทั้งชายและหญิง เห็นช่องทางทำมาหากินหรือยัง ถ้ายัง ลองติดตามติดต่อที่ มติชน อคาเดมี ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน มีอาชีพให้เรียนรู้และทำแน่นอน

%d bloggers like this: