เลาะรั้วอาเซียน

All posts tagged เลาะรั้วอาเซียน

ระเบิดแสวงเครื่อง 3 ลูกบึมห้างฯในย่างกุ้ง โชคดีไม่มีคนเจ็บ

Published November 21, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 พ.ย. 2559 23:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/788736

 

เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้งในห้างสรรพสินค้าในนครย่างกุ้ง ของเมียนมา แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เชื่อว่าระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสงเครื่อง…

เมื่อ 20พ.ย.สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของประเทศเมียนมา ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย. เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้งภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ย่านธาเกตา ในนครย่างกุ้ง  เคราะห์ดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่พบผู้ต้องสงสัย

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17:30น. ทำให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงต้องสั่งปิดล้อมบริเวณห้างสรรพสินค้า โดยรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมส่วนภูมิภาคของเมียนมาร์ เปิดเผยต่อสำนักข่าว เอเอฟพี จากที่เกิดเหตุว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บในเหตุระเบิดเล็กๆ 3 ครั้งที่เกิดขึ้น และตามการสืบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดแสวงเครื่อง โดยตอนนี้ทหารกับตำรวจกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ เมียนมากลับเข้าสู่สถานการณ์รุนแรงอีกครั้งจากการปะทะกันครั้งใหม่ระหว่างกองทัพรัฐบาลเมียนมา กับกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย 4 กลุ่มรวมทั้งกองทัพคะฉิ่นอิสระ (เคไอเอ) บริเวณชายแดนทางเหนือของเมียนมาที่เชื่อมต่อกับประเทศจีน โดยการปะทะกันครั้งล่าสุดในวันอาทิตย์ให้มีพลเรือนเสียชีวิต 2 ราย

อย่างไรก็ตาม กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDA) หนึ่งในกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่ต่อสู้กับรัฐบาล ออกมาปฏิบัติความเกี่ยวข้องกับการระเบิดในห้างฯ นครย่างกุ้ง “เราเป็นลูกผู้ชาย เราต่อสู้อย่างเปิดเผย” โฆษกของกลุ่มกล่าว

 

Advertisements

ชาวมาเลย์ ‘เสื้อเหลือง’ นัดชุมนุมประท้วงใหญ่ ไล่นายกฯนาจิบ ออกไป

Published November 20, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ย. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/788042

 

ชาวมาเลเซีย ‘เสื้อเหลือง’ ชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ ขับไล่นายกฯนาจิบ ราซัคให้ลาออก เคลื่อนขบวนผ่านย่านใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปปักหลักชุมนุมกันที่หน้าตึกแฝดเปโตรนาส ขณะที่อดีตนายกฯมหาเธร์ โมฮัมหมัดมาร่วมชุมนุมด้วย

เมื่อ 19พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวมาเลเซียหลายพันคนสวม เสื้อสีเหลือง เป็นสัญญลักษณ์ ออกมาชุมนุม เดินขบวนประท้วงไปตามท้องถนนย่านใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวง เมื่อวันที่ 19พ.ย. เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ลาออกจากตำแหน่ง จากเรื่องอื้อฉาวที่ตามเล่นงานอย่างหนักมานานกว่าปี ถูกกล่าวหายักยอกเงินของ กองทุน ‘1 มาเลเซีย ดีเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด’ หรือกองทุน วันเอ็มดีบี ซึ่งนายกรัฐมนตรีนาจิบเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา

ข่าวแจ้งว่า การชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนาจิบลาออก จำต้องย้ายสถานที่ชุมนุม จากตอนแรกซึ่งตั้งใจจะไปชุมนุมกันที่จัตุรัสเอกราช แต่ถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้บรรดาผู้ประท้วง ต้องเคลื่อนขบวน ย้ายไปชุมนุมอย่างสันติ ที่ด้านหน้าตึกแฝด เปโตรนาสแทน จนทำให้การจราจรในบริเวณย่านใจกลางเมืองติดขัดอย่างหนัก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีสถานที่สำคัญซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง



‘เสื้อเหลือง’ ผู้ประท้วงชาวมาเลเซียประท้วงขับไล่ นายกฯนาจิบ ราซัค

สำหรับการชุมนุมประท้วงขับไล่ให้นายกรัฐมนตรีนาจิบลาออกเมื่อวันเสาร์ที่ 19พ.ย. มีอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ปัจจุบันอายุ 91ปี  เป็นผู้เรียกร้องให้ผู้ประท้วงออกมาชุมนุมในวันนี้ ภายใต้ชื่อ กลุ่ม‘เบอร์ซีห์ 5.0’ โดยนายมหาเธร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่ดำรงตำแหน่งนานสุด ถึง 22ปี  กล่าวว่า พวกเราจะเดินหน้าทำในสิ่งนี้ไม่ว่าจะมีผลอะไรตามมาหรือไม่ก็ตาม และนี่คือสิทธิของประชาชนที่สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงปี ที่ผ่านมา ถึงแม้ มีชาวมาเลเซียจำนวนมากออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนาจิบลาออก แต่ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถเขย่า‘เก้าอี้นายกฯของนายนาจิบ’ได้ และที่ผ่านมา เขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวมาโดยตลอด โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังมีบรรดาแกนนำพรรคฝ่ายค้านและแกนนำการชุมนุมประท้วง โดนจับกุมถึง 11 คนและในจำนวนนี้อย่างน้อย 2 คนถูกควบคุมตัวขณะการชุมนมประท้วง


อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด มาร่วมการชุมนุมประท้วงด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรรีนาจิบต้องเผชิญเรื่องอื้อฉาวยักยอกเงินจากกองทุน วันเอ็มดีบี ตั้งแต่ปีก่อน และเมื่อเดือนก.ค. 59 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯยังได้ยื่นฟ้องอายัดทรัพย์สินจากการฟอกเงินซึ่ง โยงกับกองทุนวันเอ็มดีบี มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 35,000 ล้านบาท )พร้อมระบุ ‘เจ้าหน้าที่มาเลเซียคนที่ 1’ ได้ประโยชน์สูงสุดจากการฉ้อฉลครั้งนี้ โดยในจำนวนทรัพย์สินที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯยื่นฟ้องอายัดนั้น ยังรวมถึง อสังหาริมทรัพย์หรูหรา ย่านเบเวอร์ฮิลล์ ในลอสแอนเจลิส ที่นิวยอร์ก และลอนดอน อีกทั้งผลงานศิลปะของจิตรกรชื่อดังเช่นโมเนต์และแวนโกะห์ และเครื่องบินไอพ่นบอมบาร์เดียร์ ซึ่งทางการสหรัฐฯระบุว่าซื้อด้วยเงินที่ยักยอกจากกองทุนวันเอ็มดีบี เพียงแต่ในคำฟ้อง ไม่ได้ระบุชัดเจนถึงนายนาจิบ ทว่ากล่าวเป็นนัยถึง ‘เจ้าหน้าที่มาเลเซียคนที่1’

 

ต้านระงม ย้ายศพอดีต ปธน.มาร์กอส มาฝังที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติจนได้

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ย. 2559 15:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786902

 

ศพอดีตประธานาธิบดี มาร์กอสของฟิลิปปินส์ ถูกย้ายมาฝังที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติแล้วแบบเงียบๆ หลังศาลสูงตัดสินให้ย้ายมาฝัง ณ สถานที่ทรงเกียรตินี้ได้ ท่ามกลางการชุมนุมคัดค้าน

เมื่อ 18 พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในที่สุด ศพของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอสของฟิลิปปินส์ได้ถูกย้ายนำมาฝังที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติ ในกรุงมะนิลา เมืองหลวงแล้วเมื่อ 18พ.ย. เนื่องจากช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ศาลสูงฟิลิปปินส์ตัดสินอนุญาตให้สามารถย้ายศพอดีตประธานาธิบดีมาร์กอสมาซึ่งถูกเก็บไว้ในโลงแก้วที่บ้านเกิด ในเมืองบาตัค มาฝังที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติ  หลังจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีคนใหม่ อนุญาตเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ย้ายศพอดีตประธานาธิบดีมาร์กอสมาฝังที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติ ในฐานะที่นายมาร์กอส เคยเป็น ‘ทหารฟิลิปปินส์’ เช่นกัน

บีบีซีแจ้งว่า พิธีฝังศพนายมาร์กอสที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติเป็นไปอย่างเรียบง่ายมากๆ  และเป็นเพียงงานภายในครอบครัวสมาชิกตระกูลมาร์กอสเท่านั้น โดยผู้กำกับการตำรวจ ซึ่งช่วยจัดการในเรื่องความปลอดภัยระหว่างทำพิธี กล่าวว่า การฝังศพมาร์กอสที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติไม่ใช่เป็นพิธีศพแบบรัฐพิธี ถึงแม้จะได้รับการยิงปืนสลุต 21 นัดก็ตาม


อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ขณะยังมีชีวิต

บริเวณด้านหน้าสุสานวีรบุรุษแห่งชาติในกรุงมะนิลา

นายโบนิฟาซิโอ อิลลาแกน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเคยถูกทรมานในยุคมาร์กอสเรืองอำนาจ เผยกับเอพีว่า การฝังศพมาร์กอสที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติทำกันแบบแอบๆ เหมือนขโมยย่องเบาในเวลาในกลางคืน

ก่อนหน้านี้ ความพยายามนำศพของนายมาร์กอสมาฝังที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติ ก่อให้เกิดการชุมนุมประท้วงต่อต้านของชาวฟิลิปปินส์มาอย่างต่อเนื่อง ต่างพากันประณามนายมาร์กอสและนางอิเมลดา ภริยาว่า เป็นอดีตผู้นำจอมเผด็จการ ที่ก่อกรรมทำเข็ญ เข่นฆ่า ทรมาน และลักพาตัวชาวฟิลิปปินส์เป็นพันๆ ราย ในช่วงที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกในประเทศนานนับ 20 ปี จนในที่สุด ประชาชนได้ลุกฮือออกมาเดินขบวนประท้วงขับไล่จนทำให้มาร์กอสและภริยาได้ลี้ภัยออกนอกประเทศ เมื่อปี 2529 และอดีตผู้นำจอมเผด็จการได้เสียชีวิตที่ฮาวาย ในสหรัฐฯ อีก 3 ปีต่อมา ในปี 2532 ขณะอายุ 72 ปี.


อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ถูกเก็บไว้ในโลงแก้วที่บ้านเกิดในเมืองบาตัค ก่อนถูกนำมาฝังที่สุสานวีรบุรุษแห่งชาติได้ในที่สุด
 

ทูตไทยเผยบทบาทญี่ปุ่น เชื่อมโยงอาเซียนได้ยอดเยี่ยม

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ย. 2559 07:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786312

 

(ภาพจาก สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว)

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ย้ำญี่ปุ่นเข้ามีบทบาทเชื่อมโยงกับอาเซียนได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งระดับองค์กรและประชาชน และเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่วนไทยพร้อมร่วมมือกับญี่ปุ่นในด้านความมั่นคง เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับเกียรติให้เป็นผู้บรรยายเรื่องความสัมพันธ์ญี่ปุ่น–อาเซียน ในการประชุมของสมาชิก Inter-Parliamentary Exchange Group วุฒิสภาญี่ปุ่น ที่อาคารรัฐสภาญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนักการเมืองอาวุโสของญี่ปุ่นเข้าร่วม อาทิ นายฮิโรฟูมิ นากาโซเน่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น นายชูอิชิ ดาเตะ ประธานวุฒิสภาญี่ปุ่น และนายอากิระ กุรจิ รองประธานวุฒิสภาญี่ปุ่น รวมทั้งมีสมาชิกวุฒิสภาญี่ปุ่นเข้าร่วมกว่า 40 คน

ทั้งนี้ นายบรรสาน ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของไทยและญี่ปุ่นที่แน่นแฟ้นและใกล้ชิดในทุกระดับ โดยภายหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 59 ผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและบุคคลสำคัญในรัฐบาล ได้เดินทางมาลงนามไว้อาลัยที่สถานเอกอัครราชทูต รวมทั้งสิ้นกว่า 5,000 คน

สำหรับการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับอาเซียน นายบรรสาน กล่าวว่า ปัจจุบันอาเซียนก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในเวทีโลก จากการรวมตัวของประชาคมอาเซียนเมื่อปี 2558 จึงมีความสำคัญของการส่งเสริมความเชื่อมโยง และลดความเหลื่อมล้ำภายในภูมิภาค ซึ่งญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม

ทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน โดยไทยพร้อมมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงญี่ปุ่นกับภูมิภาคอาเซียน และเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

นอกจากนั้น ไทยยังแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับญี่ปุ่นในด้านความมั่นคงเพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติ และภัยคุกคามทางไซเบอร์

 

เผยดูเตร์เตเป็นผู้นำแค่ 3 เดือนพา ศก.ปินส์ลิ่ว

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ย. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786287

 

นางโรสแมรี เอดิลลอน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงวางแผนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ เผยเมื่อ 17 พ.ย.ว่า ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียได้ในเวลา 3 เดือน หลังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ขึ้นสู่อำนาจ แม้ดีกรีความปากจัดของดูเตร์เตจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินเปโซและตลาดหุ้นก็ตาม

โดยในไตรมาสที่ 3 ช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวที่ 7.1% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ไว้ที่อยู่ที่ 6.8% และยังโตเร็วกว่าจีนที่มีตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ช่วงเดียวกันโตที่ 6.7% และยังโตเร็วแซงหน้ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อื่นๆด้วย ยกเว้นอินเดียที่ยังไม่แถลงตัวเลขจีดีพีออกมา

นางโรสแมรีระบุต่อไปว่า การเติบโตด้านการลงทุนอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผนวกกับดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภค อัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผลักดันเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ให้ขยายตัวในระดับที่น่าพอใจดังกล่าว อีกทั้งมูลค่าการส่งออกก็พุ่งสูงขึ้นถึง 7.8%

เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างประหลาดใจต่อตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีเกินคาดของฟิลิปปินส์ หลังดูเตร์เตได้สร้างความวิตกให้กลุ่มนักลงทุนทั้งกรณีสงครามปราบยาเสพติดที่มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 4,000 คน และการใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับสหรัฐฯและสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่วิจารณ์เขาในสงครามปราบยาเสพติด.

 

มาเลเซียหวั่นกีฬาสีเดือด ม็อบจ่อชุมนุมไม่สนตร.แบน-นายกฯ พูดปราม

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ย. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786281

 

นางมาเรีย ชิน ประธานกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย “เบอร์ซีห์ 5” ของมาเลเซียที่สวมเสื้อเหลืองเป็นสัญลักษณ์ ยืนยันจะจัดชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและเรียกร้องนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ที่เผชิญเรื่องอื้อฉาวพัวพันการทุจริตกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ “1 เอ็มดีบี” ให้ลาออก ในย่านการค้ากลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ในวันเสาร์ 19 พ.ย.นี้ตามเดิม แม้ถูกตำรวจสั่งห้ามชุมนุมเพราะวิตกว่าจะมีการเผชิญกันกับกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลที่นัดชุมนุมในวันเดียวกันด้วย


นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย

ด้านนายกฯนาจิบ ราซัค ที่อยู่ระหว่างเยือนญี่ปุ่น กล่าวเตือนว่าหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ส่วนนายจามัล ยูนอส แกนนำกลุ่ม “เสื้อแดง” ฝ่ายขวา ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลและนายกฯราซัค ซึ่งถูกตำรวจสั่งห้ามจัดชุมนุมเช่นกัน ออกมาเตือนว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้รวมทั้งเหตุรุนแรง ทำให้ตำรวจต้องออกมาปรามและว่าจะใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นช่วงการชุมนุม.

 

ดูเตร์เตแย้ม อาจพาปินส์ออกจากศาลอาญาระหว่างประเทศตามรอยรัสเซีย

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ย. 2559 23:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786277

 

ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าเขาอาจพาประเทศถอนตัวออกจากสนธิสัญญาก่อตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ตามรายรัสเซีย เพราะศาลไร้ประโยชน์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งประเทศฟิลิปปินส์ ออกมากล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ย. ว่า เขาอาจพาฟิลิปปินส์ถอนตัวออกจาก ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court) เจริญรอยตามรัสเซียที่ออกมาประกาศก่อนหน้านี้

นายดูเตร์เตระบุว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) นั้นไร้ประโยชน์ พร้อมทั้งแสดงความไม่พอใจข้อกล่าวหาของชาติตะวันตก เรื่องการฆาตกรรมแบบไม่เคารพกฎหมาย และความไม่เข้าใจในการปราบปรามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ของเขา ดูเตร์เตยังโทษสหรัฐฯ ที่ไม่สามารถป้องกันสงครามทั่วโลกได้ด้วย

“พวกเขาไร้ประโยชน์ พวกศาลอาญาระหว่างประเทศน่ะ พวกเขา (รัสเซีย) ถอนตัว ผมก็อาจทำตาม ทำไมน่ะหรือ? มีเพียงชาติเล็กๆ อย่างเราที่ถูกทำร้าย” ดูเตร์เตกล่าวก่อนที่เขาจะเดินทางจากฟิลิปปินส์ไปยังกรุงลิมา เมืองหลวงของประเทศเปรู เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิก

ทั้งนี้ ไอซีซีถูกดูเตร์เตกล่าวโจมตีอย่างหนัก เช่นเดียวกับหน่วยงานและประเทศอื่นๆ รวมทั้งสหรัฐฯ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการกวาดล้างยาเสพติดของเขา ดูเตร์เตยังระบุด้วยว่า เขาจะมีความสุขกว่าหากจีนและรัสเซียตัดสินใจเคลื่อนไหว “รู้มั้ย ถ้าจีนกับรัสเซียตัดสินใจจะเริ่มการจัดระเบียบโลกใหม่ ผมจะเป็นคนแรกที่เข้าร่วม” ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัสเซียดำเนินการถอนตัวจาก ‘ศาลอาญาระหว่างประเทศ’ ชี้ไม่เที่ยงธรรม

 

ชาวมุสลิมโรฮีนจารัฐยะไข่ หนีทหารเมียนมา ข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศ

Published November 19, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ย. 2559 12:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785776

 

สื่อนอกรายงาน ชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่หลายร้อยคน หอบลูกหลานข้ามชายแดนเข้าไปในบังกลาเทศ หนีภัยกำลังทหารเมียนมาบุกปราบปรามกลุ่มคนร้ายก่อเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่

เมื่อ 17 พ.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน ชาวมุสลิมโรฮีนจาหลายร้อยคน อพยพข้ามชายแดนเข้าไปในประเทศบังกลาเทศ หลบหนีภัยทหารเมียนมาปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่บังกลาเทศหลายคนเผยว่า มีชาวโรฮีนจาบางคนโดนยิงเสียชีวิตอย่างน่าสลด ขณะพวกเขาพยายามหลบหนี

ข่าวแจ้งว่า มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 130 คน ในระหว่างที่กำลังทหารรัฐบาลเมียนมาปฏิบัติการทางทหารในรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นรัฐที่มีชาวมุสลิมโรฮีนจาอาศัยอยู่จำนวนมากกว่า 1 ล้านคน ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา


ทหารเมียนมาแบกโลงศพเพื่อนทหารที่เสียชีวิตจากเหตุรุนแรง ไปฝังในเมืองมองดอว์ รัฐยะไข่ เมื่อ 5พ.ย. โดยมีตำรวจคอยคุ้มกัน

ก่อนหน้านี้ บรรดานักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชนต่างชาติ เปิดเผยว่า มีบ้านเรือนของชาวโรฮีนจาในหลายหมู่บ้านของรัฐยะไข่ โดนไฟไหม้วอดวายไปกว่า 400 ร้อยหลัง เนื่องจากโดนเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพรัฐบาลเมียนมาโจมตี และทางรัฐบาลได้ออกมายอมรับว่ากองกำลังทหารรัฐบาลมีการโจมตีทางอากาศในรัฐยะไข่จริง แต่เนื่องจากโดนกลุ่มชายฉกรรจ์หลายร้อยคนยกกำลังบุกโจมตีกำลังทหารก่อนจนต้องขอกำลังสนับสนุนทางอากาศ อีกทั้งยังเกิดการปะทะกันระหว่างกำลังตำรวจทหารกับกลุ่มคนร้ายเป็นระยะๆ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดกระทบกระทั่งกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ อีกทั้ง ยังเกิดเหตุกำลังทหารรัฐบาลเมียนมาโดนโจมตีในช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ตำรวจทหารสิ้นชีพไปอีก 9 นาย ซึ่งทางการเมียนมาคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายชาวมุสลิมโรฮีนจา นับแต่นั้น ทหารรัฐบาลเมียนมาได้รับคำสั่งให้ปิดพื้นที่รัฐยะไข่ และตัดขาดความช่วยเหลือด้านมนุษยชน ไม่อนุญาตให้นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนเข้าไปในรัฐนี้ ขณะที่ตอนนี้ มีชาวมุสลิมโรฮีนจานับแสนคนยังคงอาศัยอยู่ในเต็นท์ เพิงพักชั่วคราว นับตั้งแต่เกิดเหตุจลาจลระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ เมื่อปี 2555

 

รบ.เมียนมา รับส่งฮ.โจมตีหมู่บ้านชาวโรฮีนจา บ้านไฟไหม้วอดกว่า400 หลัง

Published November 15, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 19:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783102

 

รัฐบาลเมียนมา ยอมรับส่ง ฮ.จู่โจมยิงโจมตีหมู่บ้านชาวโรฮีนจา ในรัฐยะไข่จริง หลังมีข่าวและภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นบ้านของชาวโรฮีนจาหลายร้อยหลังโดนไฟไหม้วอด ขณะที่สื่อรัฐ ชี้ กองทัพต้องส่งเฮลิคอปเตอร์มายิงโจมตีหมู่บ้านชาวโรฮีนจา เพราะทหาร รบ.โดนดักซุ่มโจมตีและปะทะกันมาหลายครั้ง

เมื่อ 14 พ.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน รัฐบาลเมียนมาออกมายอมรับว่า กองทัพอากาศเมียนมาได้ส่งเฮลิคอปเตอร์จู่โจมหลายลำยิงโจมตีหมู่บ้านหลายแห่งของชาวโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ หลังจากมีรายงานออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า มีบ้านเรือนของชาวโรฮีนจา ในหมู่บ้านหลายแห่ง ที่รัฐยะไข่ โดนกองทัพเมียนมาโจมตีจนบ้านเรือนโดนไฟไหม้เป็นจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ องค์การฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ซึ่งเป็นองค์การนอกภาครัฐระหว่างประเทศ ทำวิจัยและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกไว้ ระหว่างวันที่ 22 ต.ค.-10 พ.ย. แสดงให้เห็นหมู่บ้านชาวโรฮีนจาอยู่ในสภาพบ้านเรือนโดนไฟไหม้ โดยมีบ้านเรือนถึง 430 หลังคาเรือน ถูกไฟไหม้จนกลายสภาพเป็นเถ้าถ่าน และก่อนหน้านี้มีรายงานออกมาด้วยว่า มีนักรบและพลเรือนชาวโรฮีนจากำลังหลบหนีออกจากถิ่นที่อยู่ของตนเมื่อเดือนก่อน โดยนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์การฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ประจำภาคพื้นเอเชีย กล่าวว่า ภาพใหม่ที่ได้มาแสดงให้เห็นสภาพความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และดูเสียหายหนักกว่าที่พวกตนคิดไว้ตอนแรก


บรรดานักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินยุทธวิธีในการขับไล่ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาออกจากหมู่บ้านของพวกเขา ขณะที่การตรวจสอบข่าวเหล่านี้ในรัฐยะไข่ของนักข่าวต่างชาติก็ทำได้ยาก เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาไม่อนุญาตให้นักข่าวอิสระสามารถเข้าไปในรัฐยะไข่ จึงไม่มีทางที่นักข่าวจะตรวจสอบทราบข้อเท็จจริงในเรื่องเหล่านี้

บีบีซีแจ้งว่า ตามแถลงการณ์ล่าสุดของทางการเมียนมา เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ย. ระบุว่า ทหารเมียนมาได้ถูกกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธ ทั้งปืน มีดและหอกดักซุ่มโจมตี จากนั้นได้เกิดการปะทะกันหลายครั้ง ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายเป็นชาวโรฮีนจา โดยมีการปะทะกันครั้งหนึ่ง ทหารเมียนมาต้องเผชิญกับกลุ่มชายฉกรรจ์มากถึงประมาณ 500 คน ซุ่มโจมตี จนต้องขอกำลังสนับสนุนทางอากาศ และกองทัพได้ส่งเฮลิคอปเตอร์จู่โจม 2 ลำมาช่วยตอบโต้และยิงโจมตีหมู่บานชาวโรฮีนจา ซึ่งผลการปะทะกันระหว่างทหารรัฐบาลกับกลุ่มคนร้าย ทำให้ทหารเมียนมาสิ้นชีพอีก 2 นาย และฝ่ายคนร้ายตายไป 6 ราย.

 

‘ดูเตร์เต’ ตั้งเป้าตะเพิดกองทัพมะกันออกจากฟิลิปปินส์ภายในปี 2022

Published November 13, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/780912

 

ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งประเทศฟิลิปปินส์ เปิดเผยในวันศุกร์ว่าเขาวางแผนจะขับไล่ทหารอเมริกันออกจากประเทศภายในวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำแดนตากาล็อกของเขาซึ่งจะหมดลงในปี 2022…

เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พ.ย. นายดูเตร์เตกล่าวว่า ฟิลิปปินส์จะยังทำตามข้อตกลงที่อนุญาตให้ทหารของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของรัฐบาลของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเพิ่งชนะการเลือกตั้ง เข้าถึงค่ายทหารฟิลิปปินส์ต่อไป แต่ข้อตกลงเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหม (อีดีซีเอ) ซึ่งลงนามตั้งแต่ปี 2014 จะยุติลง เขาระบุด้วยว่า เขาวางแผนจะหยุดการซ้อมรบร่วมระหว่างทหารฟิลิปปินส์กับพันธมิตรของพวกเขา โดยการซ้อมรบกับสหรัฐฯ ตามกำหนดการในปี 2017 จะเกิดขึ้นตามปกติ แต่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

“ในตอนที่ผมหมดวาระ ผมไม่อยากเห็นทหาร ไม่เพียงอเมริกัน แต่ทั้งแอฟริกัน หรือ จีน หรือชาติใดก็ตาม ผมไม่อยากเห็นทหารต่างชาติอยู่ในประเทศของผม” ดูเตร์เตกล่าว

ทั้งนี้ ดูเตร์เต ส่งสัญญาณมาตลอดว่าเขาวางแผนจะลดการพึ่งพาทหารอเมริกัน และพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนและรัสเซีย ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง นับตั้งแต่สหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการกวาดล้างผู้ค้ายาเสพติดของดูเตร์เตซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน

 

%d bloggers like this: