เรื่องเล่าความสำเร็จ

All posts tagged เรื่องเล่าความสำเร็จ

กะเทาะแนวคิดธุรกิจ ‘โก ไบค์’ เกาะไลฟ์สไตล์คนเมืองทำเงิน

Published September 30, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692806

 

จะว่าด้วยกระแสสตาร์ตอัพแรง พฤติกรรมลูกค้ากำลังมา หรือเห็นช่องว่างทางธุรกิจที่ยังมีอีกมากก็แล้วแต่ วันนี้มีบริษัทใหม่เกิดขึ้นนั่นคือ “โก ไบค์” แอพพลิเคชั่นรับส่งผู้โดยสารและพัสดุ ที่เคลมว่าถูกกฎหมาย หวังตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

อะไรทำให้ โก ไบค์ เกิดขึ้นได้ ท่ามกลางความสนใจของสังคม หลังจากก่อนหน้านี้ เคยมีบริการในลักษณะคล้ายกันมาแล้ว แต่ต้องยุติไปโดยปริยายในเวลาไม่นาน หลังจากถูกต่อต้านโดยบางกลุ่ม และถูกชี้ว่าไม่ถูกกฎหมาย ซึ่ง “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปหาคำตอบจาก “คุณอัฏฐพล สิทธิชัยอารีกิจ” ผู้ร่วมก่อตั้งโก ไบค์


“อัฏฐพล สิทธิชัยอารีกิจ” ผู้ร่วมก่อตั้งโก ไบค์

ย้อนเส้นทางกว่าจะเป็น “โก ไบค์”

โก ไบค์ ก่อตั้งพร้อมกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์ เมื่อเดือน ธ.ค. 2558 มีการใช้ระบบปฏิบัติการทดสอบครั้งแรก เมื่อเดือน เม.ย. 2559 สามารถใช้งานจริงในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

แอพพลิเคชัน+วิน จยย. = บริการ

โก ไบค์ เป็นบริการรับส่งผู้โดยสารและพัสดุ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่หวังจะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ และสังคมส่วนรวม ด้วยนวัตกรรมในการขนส่งเชื่อมโยงให้ประชาชนเดินทางปลอดภัย และรวดเร็วด้วยการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดปัญหาทางสังคมเกี่ยวกับการเดินทางอย่างเป็นระบบ ปรับปรุงโครงสร้างของรายได้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยถูกกฎหมาย ตลอดจนส่งมอบบริการครบวงจรในการขนส่งให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่ และผู้บริโภค ซึ่งหวังจะให้กลายเป็นบริการที่คนทั้งประเทศต้องพูดถึงกันอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย จนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งบริการรับส่งผู้โดยสารและพัสดุ


โก ไบค์เปิดบริการรับส่งผู้โดยสารและพัสดุ

มั่นใจไร้ปัญหา ไม่ใช่วิน จยย.เถื่อน

จุดเด่นคือ คอนเซปต์ Better Life, Better City เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ การร่วมมือกันกับสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จะยิ่งทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ทุกๆ ผู้ขับขี่โก ไบค์ ได้ถูกลงทะเบียนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างถูกกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก และได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ทำให้ไม่มีปัญหาอื่นๆ เช่น เรียกค่าโดยสารไม่เป็นธรรม หรือทิ้งผู้โดยสารกลางทาง เป็นต้น ซึ่งด้วยนโยบายในส่วนของสมาคมฯ ก็ต้องการหาวิธีการเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก โดยการเพิ่มรูปแบบการให้บริการกับลูกค้า เมื่อวัตถุประสงค์ของทั้ง 2 ฝ่ายไปในทิศทางเดียวกัน ทั้ง 2 องค์กรจึงกลายมาเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ

ชูบริการตลอด 24 ชม. ดั่งเซเว่นฯ

นอกจากนั้น Go Messenger ยังจะเป็นอีกหนึ่งบริการ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตลอด 24 ชั่วโมง เช่น แม่ค้าออนไลน์ต้องการส่งของให้ลูกค้าก่อนเที่ยง โก ไบค์ สามารถช่วยได้ หรือถ้ารู้สึกหิวช่วงดึก โก ไบค์ สามารถไปรับอาหารที่สั่งซื้อไว้ให้ได้ เริ่มต้นค่าบริการที่ 50 บาท


บริการ 24 ชั่วโมง จับตลาดรับส่งอาหารกลางดึกด้วย

ณ ปัจจุบัน โก ไบค์ มีพนักงานด้านไอทีจำนวน 8 คน และพนักงานในฝ่ายปฏิบัติการ 15 คน วางแผนจะขยายทีมงานให้เป็น 40 คน เนื่องจากเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ดังนั้นทีมงานหลักจึงเป็นคนไอที เพื่อรองรับการใช้แอพพลิเคชั่นให้มีประสิทธิภาพ

จุดแข็งมีพันธมิตร ส.จยย.รับจ้าง

สำหรับแผนการตลาดนั้น โก ไบค์ อยู่ในตำแหน่งที่เข้มแข็งมาก โดยมี สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ จึงตัดสินใจจะให้บริการรับส่งผู้โดยสารในอัตราค่าบริการตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดไว้ และหลังจากที่แอพพลิเคชั่นเป็นที่ยอมรับแล้ว มีความเชื่อมั่นว่า โก ไบค์ จะเป็นแอพพลิเคชันที่จะได้รับความสนใจ และมีผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนยังจะมีโปรโมชั่นต่างๆ ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้บริการ ซึ่งจะเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถเพิ่มยอดผู้ใช้บริการได้ ทั้งส่วนของรับส่งผู้โดยสาร และรับส่งพัสดุ ซึ่งมีคนเรียกใช้บริการมากกว่า 4,000 คนต่อวัน


ชูจุดขายไร้ปัญหากวนใจเนื่องจากร่วมมือกับสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง

ชูอีกจุดขายทางเลือก “หนีรถติด”

ทั้งนี้ ถ้าคุณนั่งรถส่วนตัวหรือรถเมล์ แล้วรถติดอยู่บนถนน โก ไบค์ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุณจะโดดขึ้นมานั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายให้ทันเวลา โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องรถติด อย่างไรก็ตาม ฝากแอพพลิเคชั่น โก ไบค์ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02-016-9968, 02-105-4454.

เรื่องเล่าความสำเร็จ

 

หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ ‘อโรม่า กรุ๊ป’ สั่งสมประสบการณ์สู่ความสำเร็จ

Published September 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690616

 

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า เบื้องหลังของกาแฟร้อนหอมกรุ่น หรือแม้กระทั่งกาแฟเย็นรสชาติดีและเครื่องดื่มแก้วโปรดแต่ละวันมาจากการคัดสรร ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบโดยเครือ “อโรม่า กรุ๊ป” ผู้ประกอบธุรกิจกาแฟคั่วบดและเครื่องดื่มครบวงจร  ในประเทศไทยอายุกว่า 60 ปี ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมายในทุกระดับ  โดยเฉพาะเกี่ยวกับกาแฟสด

อะไรทำให้อโรม่า กรุ๊ป โลดแล่นในธุรกิจ โดยเฉพาะกาแฟมาได้ยาวนาน และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปหาคำตอบจาก “คุณกิจจา วงศ์วารี” กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ อโรม่า กรุ๊ป รวมทั้งยังมีคำแนะนำดีๆ  ในการเปิดร้านกาแฟ ซึ่งเป็นธุรกิจในฝันของใครหลายๆ คนอีกด้วย

จากพ่อ…สู่ลูก ก่อเกิด “อโรม่า กรุ๊ป” 

อโรม่า กรุ๊ป เป็นธุรกิจของครอบครัว ตนเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 กำลังทำเจเนอเรชั่นที่ 3 ต่อ เริ่มต้นพ่อทำธุรกิจกาแฟและธุรกิจเกี่ยวข้องกับกาแฟมาตลอด เริ่มจากเป็นลูกจ้างในโรงงานคั่วกาแฟ เป็นกาแฟโบราณ กาแฟปี๊บส่งตามร้านค้าทั่วๆ ไป เมื่อสักประมาณ 60-70 ปีที่ผ่านมา แต่ก่อนประเทศไทยเป็นคลองเป็นแม่น้ำ ขับเรือส่งตามตรอก ซอก ซอย ตามแม่น้ำ ตามคลอง ถึงจุดหนึ่งก็แยกตัวออกมาทำเป็นเถ้าแก่เอง ซึ่งเถ้าแก่เก่าสนับสนุนให้ออกมาทำเอง เพราะแต่งงานมีครอบครัว โดยทำและขายกาแฟโบราณตราหัวสิงห์ 3 ดาว


“กิจจา วงศ์วารี” ผู้บริหารอโรม่า กรุ๊ป

หมดยุคกาแฟโบราณมุ่งกาแฟคั่วบด

โรงงานแรกอยู่ที่โชคชัย 4 ทำกาแฟโบราณมาตลอด กระทั่งถึงจุดที่มีการปลี่ยนแปลงเริ่มมีการพูดถึงกาแฟคั่วบด ช่วงนั้นเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี การส่งกาแฟต่างจังหวัดยาก  ขึ้น คนใช้น้อยลง เพราะกินกาแฟสำเร็จรูปมากกว่า จึงคิดว่าจะไปทางไหนยังไงดี เลยเริ่มติดต่อผู้ใช้กาแฟคั่วบด เมื่อก่อนกลุ่มใช้กาแฟคั่วบดไม่หลากหลายเหมือนทุกวันนี้  ทุกวันนี้กาแฟคั่วบดไปตรงไหนก็มี เมื่อก่อนมีในโรงแรม 5 ดาว โรงแรมดีๆ ฟาสต์ฟู้ด หรือ ฟู้ดเชน (ร้านอาหารที่มีหลายสาขา) จำพวกแบรนด์จากเมืองนอกที่ถูกบังคับว่าต้องมี พ่อก็ไปติดต่อ รวมทั้งพวกคอฟฟี่ช็อปตามสยามสแควร์ก็เป็นลูกค้ากลุ่มแรกๆ   ฟู้ดเชนอินเตอร์แรกๆ ก็ดังกิ้นโดนัท และทุกวันนี้ยังใช้อยู่ กลุ่มโรงแรมแรกๆ 5 ดาว เป็นลูกค้าเรา เช่น โอเรียนเต็ล และดุสิตธานี ทุกวันนี้ยังเป็นลูกค้าอยู่

จากไม่รู้สู้ไม่ถอยจนเชี่ยวชาญธุรกิจ

ขณะนั้น พ่อไม่รู้เรื่องกาแฟคั่วบดเลย เพราะเมื่อก่อนเป็นกาแฟปี๊บ ซึ่งเป็นกาแฟผสม  เมื่อมาเป็นกาแฟคั่วบดจึงงง ระหว่างเข้าไปเสนอขายกาแฟกลุ่มลูกค้าดังที่กล่าว ได้รับคำแนะนำจากลูกค้า ดังเช่น ที่โอเรียนเต็ลได้พบเชฟ ซึ่งพ่อพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ อาศัยว่ามีล่ามจึงรู้เรื่อง โดยสอนพ่อเยอะ จนได้เข้าไปสู่วงการกาแฟคั่วบดเต็มตัว มีลูกค้าโรงแรมและฟาสต์ฟู้ดเป็นหลัก

ทั้งนี้ นับตั้งแต่พ่อเริ่มทำธุรกิจกาแฟ รวมเวลาประมาณ 60-70 ปี ตั้งแต่กาแฟปี๊บ คืออยู่ในวงการกาแฟมา 60-70 ปี อย่างไรก็ตาม ถามว่าเชี่ยชาญด้านกาแฟหรือไม่นั้น อโรม่า กรุ๊ป น่าจะเป็นบริษัทลักษณะสั่งสมประสบการณ์ วันนี้บอกว่า เชี่ยวชาญเรื่องของธุรกิจกาแฟดีกว่า มีความเชี่ยวชาญในการคั่วและในธุรกิจนี้มีประสบการณ์และโนว์ฮาวมากที่สุด ส่วนตัวคิดว่า ถ้าพูดถึงคำว่า เชี่ยวชาญจะเหมือนหมอเฉพาะโรค ที่เก่งผ่าตัด มาเจอหวัดอาจจะรักษาไม่ได้ แต่เราไม่ใช่ เราเป็นเหมือนผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจทั้งหมดจริงๆ


ผู้บริหารเจเนอร์เรชั่นที่ 2 ต่อจากคุณพ่อ

ก้าวต่อ! เปิดศักราชนำเข้าเครื่องชง

ทำไมถึงว่าเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้น หลังจากพ่อผลิตกาแฟคั่วบดมาสักระยะแล้ว คราวนี้เกิดเรื่องเครื่องชงกาแฟเข้ามา เพราะเมื่อก่อนเราซื้อจากรายอื่น แต่ยากลำบาก เพราะสมัยก่อนธุรกิจยังไม่ขยายตัวเหมือนทุกวันนี้ อุตสาหกรรมกาแฟคั่วบดไม่ได้ใหญ่ขนาด  นี้ ดังนั้นเวลาจะสั่งเครื่องบด เครื่องชง แต่ละครั้งยุ่งยากใช้เวลา ดังนั้นจึงตั้งบริษัทนำเข้าเครื่องเอง ชื่อบริษัท ไลอ้อน ทรี-สตาร์ จำกัด เริ่มนำเข้าเครื่องเอง

สตาร์บัคส์จุดกระแสบูมกาแฟคั่วบด

ย้อนไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว หลังจากพ่อทำธุรกิจกาแฟได้ 30-40 ปี หลังจากนั้นตลาดเปลี่ยนชัดเจนแล้วว่า เป็นกาแฟคั่วบด เพราะขณะนั้นเริ่มมีแฟรนไชส์ใหญ่ๆ เข้ามาในประเทศไทย สตาร์บัคส์เข้ามาครั้งแรก ซึ่งตลาดตื่นเต้นมาก เพื่อนถามว่าสตาร์บัคส์เข้ามาจะทำอย่างไร คราวนี้พ่อมองต่าง เข้ามาสิดี เพราะอะไร คนไม่เคยกิน แต่ได้กิน ได้ลองของแปลกใหม่กลับดี ซึ่งก็เป็นปรากฏการณ์จริงๆ ว่า เมื่อสตาร์บัคส์เข้ามา มีแฟรนไชส์เข้ามาทำให้คนสนใจกาแฟคั่วบดมากขึ้น กินมากขึ้น และมีความฝันที่จะเปิดร้านกาแฟมากขึ้น ทำให้เกิดกระแสมาถึงปัจจุบันนี้ ช่วยพัฒนาตลาด ทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น จากเมื่อก่อนกาแฟคั่วบดจะอยู่ตามโรงแรม ตามฟู้ดเชนต่างๆ แต่ว่าตลาดใหญ่จริงๆ อยู่ที่คอนซูมเมอร์ เมื่อเชนร้านกาแฟเข้ามาปลุกความสนใจค่อนข้างมาก

ครบจบที่เดียวกาแฟคั่วบด, เครื่องดื่ม

อโรม่า กรุ๊ป ทำธุรกิจกาแฟคั่วบดและเครื่องดื่มครบวงจร วันนี้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ  ถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การคัดสรรจัดจำหน่ายวัตถุดิบชั้นดี จำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์คุณภาพ มีสถาบันสอนพัฒนาธุรกิจร้านกาแฟ และธุรกิจร้านกาแฟ ทั้งชาวดอยและ 94 COFFEE


นำเข้าเครื่องชงกาแฟอีกหนึ่งบริการที่มีให้ลูกค้า

ทั้งนี้ อโรม่า กรุ๊ป มี 5 บริษัทในเครือดำเนินธุรกิจดังกล่าว คือ 1. บริษัท เควีเอ็น ทำ เกี่ยวกับวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟคั่วบด หรือวัตถุดิบอื่นๆ ในร้านกาแฟ เช่น ชาและโกโก้ น้ำผลไม้ 2. บริษัท ไลอ้อน ทรี-สตาร์ นำเข้าเครื่องชงกาแฟและอื่นๆ เกี่ยวกับร้านกาแฟ 3. บริษัท อโรม่า ไฟน์ ฟู้ด ทำเกี่ยวกับเบเกอรี่ 4. บริษัท อัลติเมท เบเวอร์เรต โปรดักส์ ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟชาวดอย และ 94 COFFEE และ 5. บริษัท ฟู้ด แกลเลอรี่ จัดหาและนำเข้าอาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้และอื่นๆ จากต่างประเทศ

ตรงนี้ ถามว่าครบวงจรหรือไม่ แต่ละบริษัทมีทิศทางการทำธุรกิจของแต่ละกลุ่มที่ไม่ได้คิดว่าต้องยังไง มองเป้าหมายของอโรม่า กรุ๊ป เป็นสำคัญ แต่ว่าถ้ามีโปรดักส์เดียวกันที่อยู่นอกกลุ่มมานำเสนอแล้วสามารถทำรายได้ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ถือว่าต้องพิจารณาเพื่อนำมาเป็นประสบการณ์ นำมาปรับปรุงบริษัทของเราเอง จะไม่ปิดกั้นจากภายนอกเข้ามา แต่หลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกาแฟมากๆ มี 2 บริษัทคือ เควีเอ็นและไลอ้อน ทรี-สตาร์

ขึ้นแท่นผู้นำผลิต-ขายกาแฟคั่วบด

ส่วนผลประกอบการของอโรม่า กรุ๊ป และบริษัทย่อยที่ทำรายได้หลักนั้น บริษัท เควีเอ็นและไลอ้อน ทรี-สตาร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจกาแฟทำรายได้สำคัญ เพราะ 2 กลุ่มนี้เป็นโปรดักส์ไปด้วยกัน ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใหญ่มากขึ้น และยังมีอัตราการเติบโตสูงอยู่ ดังนั้น 2 บริษัทดังกล่าว จึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของอโรม่า กรุ๊ป เป็นผู้นำในการผลิตวัตถุดิบและกาแฟ รวมทั้งอุปกรณ์ร้านกาแฟครบวงจร ต้องบอกว่า ที่เราเป็นนั้น เป็นบิสซิเนสพาร์ตเนอร์ วันนี้เราเป็นผู้ผลิต เป็นซัพพลายเออร์ของวัตถุดิบและอุปกรณ์เกี่ยวกับร้านกาแฟ ซึ่งเราไม่ได้ซัพพลายให้ร้านกาแฟเล็กๆ ทั่วไป แต่ซัพพลายดีลเลอร์ ซึ่งดีลเลอร์ก็มีหลายลักษณะ


วันนี้ อโรม่า กรุ๊ปเป็นผู้นำผลิตวัตถุดิบกาแฟคั่วบดและอุปกรณ์ร้านกาแฟครบวงจร

นอกจากนั้น ลูกค้าส่วนหนึ่งของเรายังเป็นผู้ผลิตกาแฟคั่วบดเหมือนกัน ที่มาใช้บริการเครื่องชง หรือเซอร์วิสของเรา หรือแม้กระทั่ง อโรม่า กรุ๊ป ทำโออีเอ็มเรื่องของกาแฟ หรือสินค้าอื่นๆ ให้แบรนด์อื่นๆ ด้วย โดยวันนี้เราเป็นผู้ผลิตเต็มตัว เป็นผู้ผลิตและนำเข้า ผู้จัดจำหน่ายอย่างเต็มตัว เป็นผู้นำในธุรกิจนี้

ภูมิใจใช้วัตถุดิบกาแฟในไทย 95%

ถามว่า วัตถุดิบ โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟนำเข้า หรือใช้ของในประเทศนั้น อโรม่า กรุ๊ป  นำเข้าน้อยมาก ซึ่งในส่วนนำเข้าจะเป็นลักษณะกาแฟเฉพาะจากประเทศนั้นๆ เช่น ถ้ากาแฟจากเคนยาต้องมาจากประเทศเคนยา แต่ลักษณะนี้ สัดส่วนไม่ถึง 5% พยายามพัฒนาโปรดักส์ในกลุ่มนี้มากขึ้น แต่นำเข้าน้อย ใช้กาแฟจากในประเทศเกือบทั้งหมด

ส่วนผลประกอบการปีที่ผ่านมา เติบโตน้อยกว่าปีก่อนๆ ต้องบอกด้วยภาวะเศรษฐกิจ หรือภาวะทางการเมืองอะไรก็ดี แล้วด้วยตัวฐานของยอดใหญ่ขึ้น ทำให้อาจโตได้ไม่เท่าปีที่ผ่านมา อโรม่า กรุ๊ป เติบโตอยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งอัตราการเติบโตอาจจะน้อยกว่า แต่ถ้านับเป็นเม็ดเงินไม่ได้ด้อยกว่ากัน


อโรม่า กรุ๊ปใช้วัตถุดิบกาแฟ 95% ในประเทศ

จ่อแจ้งเกิดแคปซูลกาแฟร้อน-เย็น!

สำหรับแผนธุรกิจต่อไปขณะนี้ ทีมงานวางโพซิชันนิ่งเป็นผู้ผลิตและซัพพลายกาแฟคั่วบดและเครื่องดื่ม รวมทั้งพวกอุปกรณ์ครบวงจรของธุรกิจกาแฟ ส่วนจะมีธุรกิจใหม่ๆ อะไรเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกาแฟนั้น สิ่งที่เป็นโปรเจกต์คือ ช่วงสิ้นปีนี้ จะเปิดตัวโฮเรก้าแคปซูล ตั้งชื่อคอนเซปต์คือ โฮเลแคป ย่อมาจาก โฮเรก้าบวกกับแคปซูล ซึ่งต้องบอกว่าเราน่าจะเป็นรายแรกในโลกที่มีตัวแคปซูลกาแฟ ซึ่งสามารถทำกาแฟเย็นได้ และยังสามารถทำกาแฟร้อนได้ โดยอยู่ในรูปแบบเครื่องชงในระบบเดียวกัน สินค้าตัวนี้ เป้าหมายหลักจะนำมาทำตลาดกลุ่มฟู้ดเซอร์วิส หรือร้านกาแฟทั่วๆ ไป ที่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของบาริสต้า และต้องการให้มีมาตรฐานของการชง เพราะถ้าใช้แคปซูล แน่นอนทุกแก้วที่ออกมาคุณภาพจะเหมือนกัน

ตรงนี้ เราเป็นโคแพกเกอร์เต็มตัว โคแพกเกอร์นี้หมายความว่า ไม่ว่าใครจะมีกาแฟก็ส่งมาให้อโรม่า กรุ๊ป แพ็กเป็นแคปซูลแล้วนำกลับไปขายในแบรนด์ตัวเองได้ รวมทั้งยังโออีเอ็มได้ทั้งหมด ที่กล่าวมา เป็นโปรเจกต์ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งเครื่องที่นำมาใช้กับตัวนี้ จะเป็นลักษณะเครื่องที่เป็น 1 หัวกรุ๊ป และ 2 หัวกรุ๊ป ที่เป็นเครื่องแบบมาตรฐานโปรเฟสชั่นนอลจริงๆ ไม่เหมือนแคปซูลกินตามบ้านทั่วไป เพราะระบบการทำงานภายในก็ต่างกัน ประสิทธิภาพก็ต่างกัน

ตัวนี้ ถ้าวันหนึ่งบอกว่าใช้คนแค่นี้ แล้วชงได้ 200 แก้ว ถ้าเปลี่ยนมาใช้แคปซูล 600 แก้วก็ใช้คนเท่าเดิม และมาตรฐานนิ่งเท่ากันหมด ดังนั้นเช้ามามั่นใจได้ว่าลูกค้ามากินกาแฟ จะได้กาแฟเหมือนเดิมทุกเช้า


คอกาแฟเตรียมลิ้มรสกาแฟร้อน-เย็นจากแคปซูลเร็วๆ นี้

ชี้เทรนด์กินกาแฟสดในบ้านกำลังมา

สัดส่วนการขายของอโรม่า กรุ๊ป ตามห้างน้อยมาก วันนี้โมเดิร์นเทรดยังขายน้อย คิดเป็นยอดขายในบริษัทยังค่อนข้างต่ำประมาณ 2-3% แต่ปีต่อไปจะหันมาดูตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น เพราะคอนซูมเมอร์เริ่มรู้จักกาแฟสดมากขึ้น และเริ่มหาทานในบ้านให้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็จะมาต่อจิ๊กซอว์ตัวกาแฟแคปซูลด้วย เพราะสามารถเข้าไปหาผู้บริโภคโดยตรงในบ้านได้มากขึ้น เพราะการกินแคปซูลง่ายกว่าซื้อกาแฟไปบดเองชงเอง เสียเวลา ทำงานไม่ทัน และตัวแคปซูลนี้ ยังถูกผลักดันแนะนำโดยแบรนด์ใหญ่ๆ มาแล้ว ยอมรับในจุดหนึ่งแล้ว แต่วันนี้ข้อจำกัดอยู่ในเรื่องต้นทุน เป็นต้นทุนในการนำเข้า ต้นทุนการผลิต ต้นทุนของลูกค้าเอง เมื่อซื้อแคปซูล 1 ชิ้น ราคายังค่อนข้างสูงอยู่ อาจจะไม่ต่างกับการเดินไปออฟฟิศแล้วกินกาแฟตามร้านที่ใช้เครื่องชงเครื่องละแสนกว่าบาทชง ซึ่งขณะนี้เป็นอย่างนั้น

ถามว่า ตลาดแคปซูลวันนี้มีไหม คือ มี แต่ตลาดยังเล็กอยู่ อโรม่า กรุ๊ป จึงนำเครื่องจักรผลิตแคปซูลเข้ามาผลิตในประเทศ เพื่อทำให้ภาษีนำเข้าทุกอย่างก็ไม่มี เพราะใช้กาแฟในประเทศทั้งหมด ถ้าเราทำราคาให้ต่ำลงมาได้ แต่คุณภาพไม่ต่ำ เพราะเวลาว่าแพงนี้ แพงภาษีนำเข้า อัตราภาษี 90% ดังนั้นนักการตลาดนักธุรกิจคิดแล้วว่า ถ้าแคปซูลนี้ราคาผลิตอยู่ที่ประมาณ 30 บาท เก็บภาษีอัตราที่กล่าวมา จริงๆ แล้วต้นทุนเท่าไร ดังนั้นถ้าราคาเหลือประมาณ 10 บาท เชื่อว่าทุกคนจะกิน เพราะวันนี้ไปกินกาแฟแต่ละครั้งตามคอนวีเนียนสโตร์ ราคาก็ 15-20 บาท ดังนั้นถ้าได้กินกาแฟสด ทำไมจะไม่กิน ซึ่งตัวนี้จะเป็นอีกตัวหนึ่งที่มาช่วยคอนซูมเมอร์ได้ นอกจากนั้น วันนี้เรายังพยายามออกโปรดักส์อื่นๆ เป็นนอนคอฟฟี่ให้เหมาะสมกับคอนซูมเมอร์ในตลาดกินที่บ้านให้มากขึ้นด้วย

จัดประกวดบาริสต้ายกระดับวงการ

กับประเด็นการยกระดับวงการธุรกิจกาแฟไทยนั้น อโรม่า กรุ๊ป ได้จัดประกวดบาริสต้า แนวคิดเริ่มจากจัดไทยแลนด์อินดี้บาริสต้าแชมเปียนชิพปีนี้เป็นปีที่ 8 ตั้งแต่ปีที่ 1 มีพัฒนาการเรื่อยๆ คราวนี้ถึงจุดหนึ่งที่จะต้องยกระดับตัวบาริสต้าไทย และแข่งขันให้ไปถึงระดับต่อไป เพราะที่ผ่านมา ตั้งชื่อไทยแลนด์อินดี้บาริสต้าแชมเปียนชิพ เพราะเราจะเน้นบาริสต้าที่เป็นร้านกาแฟอินดี้เป็นหลักคือ โดยปกติคนจะกลัวการแข่งขันกับเชน พวกเชนดังๆ สามารถจ้างบาริสต้า วันหนึ่งไม่ต้องทำอะไร ชงกาแฟให้เก่งเลยไปเอาชัยชนะมา ซึ่งไปไม่ได้ไกลเท่าไร เราอยากได้คนที่เป็นอินดี้มากกว่า เพราะเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะทำให้พัฒนาธุรกิจกาแฟและอุตสาหกรรมโตขึ้น ซึ่งวันนี้ได้ตอบโจทย์ เพราะกาแฟคั่วบดได้รับการตอบรับมากขึ้นเกิดจากร้านอินดี้ เราก็ดีใจ มาถูกทางช่วยพัฒนาวงการและอุตสาหกรรมให้ตรงกลุ่มที่ต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมจริงๆ ที่นี้เมื่อถึงจุดหนึ่งคนแข่งอินดี้ก็อยากส่งเสริมให้ออกไปแข่งกับต่างประเทศได้ ที่ผ่านมาในอดีตไม่ค่อยได้ไปกัน


ด้วยวิสัยทัศน์จึงจัดแข่งขันบาริสต้ายกระดับวงการกาแฟไทย

เนื่องจากเรามีซัพพลายเออร์เป็นวัตถุดิบจำพวกเครื่องชงต่างประเทศ เลยคุยแนวคิดว่าจะทำยังไง เลยได้รับคำแนะนำว่า มีอีกสถาบันหนึ่งเป็นสถาบันอยู่ที่อิตาลี เป็นสถาบันด้านกาแฟโดยตรง เป็นสถาบันของกาแฟเอสเปรสโซ่ในอิตาลี เราสนใจ เรื่องนี้ถูกทำขึ้นมาในอิตาลี สถาบันนี้เกิดขึ้นมาเพราะว่า วันนี้คนกินเอสเปรสโซ่ ซึ่งเอสเปรสโซ่ก็มาจากอิตาลี เครื่องชงดีที่สุดในโลกและส่งออกมากสุดก็จากอิตาลี พอร์ตกาแฟของการเทรดใหญ่สุดก็อยู่ที่อิตาลี แต่วันนี้ มาตรฐานการแข่งขันหรือมาตรฐานของเอสเปรสโซ่กลับโดมิเนตโดยอเมริกัน ดังนั้นเราต้องไปเอาของออริจินอลจริงๆ มา คือ พื้นเพอยู่ตรงไหนเราไปร่วมมือกันตรงนั้น เลยได้ไลเซ่นส์การแข่งขัน ถือเป็นการยกระดับ ต่อไปนี้คนที่แข่งอินดี้บาริสต้าก็จะมีโอกาสได้ไปศึกษางาน ไปดูงาน ส่วนคนเข้ามาแข่งขันรายการเอสเปรสโซ่อิตาลีโนแชมเปียนชิพของเมืองไทย ก็จะได้โอกาสส่งไปแข่งขัน ได้มีประสบการณ์กับทั่วโลกที่อิตาลีทุกๆ ปี ทำให้มีทิศทางการเติบโตของบาริสต้าอย่างแท้จริง ได้ไปอยู่ในมาตรฐานของประเทศที่ทำเอสเปรสโซ่จริงๆ

ปรัชญาธุรกิจ “ไม่มีคู่แข่ง มีแต่คู่ค้า”

ที่ว่ามา หลักการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จคืออะไรนั้น ต้องวินวินทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเออร์ ดิสทริบิวเตอร์ และดีลเลอร์ อย่างวันนี้ อโรม่า กรุ๊ป เราโพซิชันนิ่งเต็มตัวเลยว่า เป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย เราไม่มีคู่แข่ง วันนี้มีแต่คู่ค้ากับคนที่ทำธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

เวลาสัมภาษณ์จะมีคนชอบถามถึงคู่แข่งธุรกิจนี้ ตลาดอีกเยอะมาก วันนี้อย่าไปมองว่า มาแข่งกันเองคือ ถ้าคุณมองว่าแข่งกับใครอยู่ก็เสียเงินแล้ว ช่วยกันดีกว่าไหม ช่วยกันทำให้อุตสาหกรรมใหญ่ขึ้นดีกว่า ใช้เงินสร้างอุตสาหกรรมดีกว่า อย่าเพิ่งแข่งกัน ดังนั้นวันนี้ ถามว่าเราเองก็จะมีคู่ค้ากับเพื่อนในอุตสาหกรรมเดียวกัน


อโรม่า กรุ๊ปจัดประกวดบาริสต้าต่อเนื่องปีนี้ เป็นปีที่ 8

ตรงนี้ อโรม่า กรุ๊ป เองทำอะไรในส่วนของการสนับสนุนอุตสาหกรรม ซึ่งทำจริงๆ ไม่มีอะไรแอบแฝง และมีพาร์ตเนอร์มาก ไม่เช่นนั้นวันนี้คงไม่มีรายไหนมาจ้างเราคั่วกาแฟ ไม่มีรายไหนมาซื้อของ เห็นว่าเราทำตัวเป็นกลาง สนับสนุนทุกคนจริงๆ โดยการมาคั่วกาแฟ แต่ก็ให้ความไว้ใจซื้อเครื่องชงกาแฟจากเราไปขายดีกว่า

เชื่อว่า ตรงคำว่าพาร์ตเนอร์ชิพสำคัญ แต่ไม่ใช่แบบว่า มีดอยู่ข้างหลัง ทุกอย่างต้องอยู่บนโต๊ะหมด แล้ววันนี้เองเชื่อว่า พยายามพัฒนาศักยภาพของดีลเลอร์ หรือ อโรม่าช็อป หรือใครก็ตามที่ทำธุรกิจกับเรา ให้มีแนวทางการทำธุรกิจแบบใหม่ๆ ที่เป็นโปรเฟสชั่นนอลมากขึ้น หรือเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น

เชื่อธุรกิจกาแฟสดยังไม่ถึงจุดสูงสุด

สำหรับภาพรวมของธุรกิจเป็นอย่างไร และผ่านขาขึ้นจุดสูงสุดคนนิยมกินกาแฟสดหรือยังนั้น วันนี้ คนยังกินกาแฟสดน้อยอยู่ ส่วนใหญ่ยังคนละ 1 แก้ว อัตรายังน้อยอยู่ คือ ต้องกินให้เหมือนคนจีนกินชา ตรงนี้คือจุดสูงสุด แต่คงไปถึงยาก ถามว่า วันนี้ คนที่ยังไม่กินกาแฟเยอะ คนที่เข้าคอฟฟี่ช็อปเยอะขึ้นไม่เถียง แต่อัตราการกินก็ไม่ได้เยอะเท่าคนเข้า สมมติวันนี้ เปิดร้านกาแฟอยู่ อุตสาหกรรมเติบโต เปิดมา 10 ปี เมื่อก่อนขายได้ 10,000 บาท วันนี้ขายได้ 70,000-80,000 บาท แต่ถามวันนี้ที่ขาย 70,000 -80,000 บาท ดูหรือเปล่าว่ากินกาแฟเท่าไร เปรียบเทียบกับเมื่อก่อนขาย 10,000 บาท อาจขายกาแฟ 9,000 บาท จากทั้งหมด แต่วันนี้ขายกาแฟ 70,000-80,000 บาท อาจขายกาแฟได้แค่ 20,000 บาท แสดงว่ามีลูกค้าเข้ามา แต่กินกาแฟน้อยลง ดังนั้นต้องพยายามตอบโจทย์ ทำไมกินกาแฟน้อยลง ไปกินเครื่องดื่มอื่นๆ เพราะอะไร ยังไง ไปพัฒนาตรงนั้น


ปรัชญาธุรกิจไม่มีคู่แข่ง มีแต่คู่ค้า!

คนไทยกินกาแฟร้อนน้อย กินเอสเปรสโซ่น้อย เพราะอะไร ส่วนตัวอยู่ในอุตสาหกรรมมานานพบว่า ยังหาที่ทำกาแฟร้อนอร่อยน้อย ดังนั้นพยายามแตกไลน์สินค้าของกาแฟให้มีกาแฟที่ดีๆ กิน โดยกินกาแฟร้อนได้ง่าย กินเอสเปรสโซ่ได้ง่ายมากขึ้น ตรงนี้คิดว่าจะพัฒนากลุ่มคนกินกาแฟได้มากขึ้น ทุกวันนี้คนที่มาเริ่มกินกาแฟสั่งอะไร บางทีสั่งกาแฟปั่น โดยปั่นกับช็อกโกแลต ปั่นกับโอรีโอ ตกลงช็อกโกแลตกลิ่นกาแฟ หรือ กาแฟกลิ่นช็อกโกแลต เลยกลายเป็นไม่ใช่คอกาแฟ วันนี้ต้องพัฒนาคอกาแฟจริงๆ ก่อน ซึ่งการจะพัฒนาคอกาแฟได้ ต้องพัฒนาจากกาแฟร้อน

ตรงนี้เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งที่พยายามผลักดันรายการแข่งขันบาริสต้าแชมเปียนชิพด้วย เพื่อให้คนรู้จักการกินกาแฟร้อนมากขึ้นด้วย เพราะจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติจริงๆ ถามว่าวันนี้ไปได้อีกเยอะไหมคือ ไปได้อีกเยอะ อุตสาหกรรมยังเล็กมาก ยังมีโอกาสโตได้อีกมาก

วันนี้ ร้านกาแฟมีอัตราการเปิดสูง แต่อัตราการปิดไม่ได้ต่ำมาก ไม่สูงจนเกินไปเหมือนกับร้านอาหาร เปิด 100 แห่ง ก็ต้องเจ๊ง 1-2 แห่ง คิดว่าก็เหมือนกัน ร้านกาแฟอาจจะเปิดเยอะ และมีจำนวนปิดเยอะเมื่อเทียบกับอัตราเปิด แต่ถามว่า สิ่งที่ต้องให้ความรู้คือ อย่ามองว่าเป็นธุรกิจที่ไม่น่าทำ ที่บอกทำธุรกิจอะไรก็มีโอกาสเจ๊งหมด แต่ต้องดูว่าเจ๊งเพราะอะไร อันนี้คือสิ่งสำคัญที่มองว่า ในอุตสาหกรรมต้องช่วยกันให้ความรู้ลูกค้าเปิดร้านกาแฟ อย่าคิดว่าขายอย่างเดียว ไม่ใช่ ทำอย่างไรจะขายความสำเร็จยังไงมากกว่า


ธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟทำรายได้หลักให้อโรม่า กรุ๊ป

ปัจจุบันเหมือนกับขายได้แล้วเราสำเร็จ อาจจะต่างกัน ถามว่าวันนี้ สำหรับอโรม่า กรุ๊ป หรืออุตสาหกรรมกาแฟทั้งหมดจะไปถึงจุดสูงสุดได้อย่างไร ตนว่าจุดสูงสุดคือ ทำให้คนที่เข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือคนที่เปิดร้านกาแฟทุกคนทำให้ร้านอยู่ได้ มีอัตราการเติบโตได้ สร้างลูกค้าให้เข้าร้านมากขึ้นได้มากกว่า ไม่ใช่ยอดขายของตัวเอง

อ่านตรงนี้! ทำร้านกาแฟยังไงไม่เจ๊ง

กับคำแนะนำคนที่อยากเปิดร้านกาแฟแล้วไปรอด ซึ่งตนการันตีเลยว่า ถ้ามีเงินมีทุนไปทั้งเงินทั้งทุน คำแนะนำคือ 1. ต้องมีใจ ไม่ใช้รักอย่างเดียว เพราะรักได้ แต่อย่าหลงซึ่งหลงจะเจ๊งทุกราย ต้องทำธุรกิจจริงๆ ทั้งนี้ ธุรกิจร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่คนชอบมาก หลงใหลเยอะ แต่เมื่อเข้ามาทำ ไม่ได้ลงมาทำจริงจังก็จะเหมือนธุรกิจทั่วไป เมื่อไรเจ้าของไม่ลงมาดูจริงจังปกติที่ต้องเจ๊ง เพียงแต่ว่าธุรกิจร้านกาแฟอาจจะลงทุนน้อย น้อยจนกระทั่งคิดว่า บางคนคิดว่าลงทุนทำเป็นธุรกิจเสริม จะเจ๊งเพราะเสริม ไม่มีธุรกิจเสริมไหนที่ได้ดี ส่วนใหญ่ที่จะไปก่อน คือ ทำเล่นๆ สำหรับธุรกิจร้านกาแฟเป็นธุรกิจเงินสด ดังนั้นเรื่องเงินสดต้องระวัง จะเก็บไม่ครบ อาจจะขายแล้วหาย สุดท้ายคนทำธุรกิจเมื่อทำไปแล้วไม่ได้เงินก็ไม่อยากทำ ไม่ใส่ใจ เมื่อไม่ใส่ใจก็ละลายหายไป

ดังนั้น ถ้าบอกอยากเปิดร้านกาแฟ อยากถามกลับว่า ชงกาแฟเป็นสักกี่คน คนที่อยากเปิดจะต้องชงเป็นก่อน อย่างน้อยลูกน้องผิดพลาดอะไรต้องเช็กได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องชงเพอร์เฟกต์ แต่จะต้องมีลักษณะเมื่อเดินเข้าไปในร้านแล้วดูได้ว่า อะไรถูกต้อง ไม่ถูกต้อง แต่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เข้าร้านไปจะถามว่า ขายได้กี่แก้ว ไม่เห็นใครเดินไปดูว่า วันนี้กาแฟลูกค้าเพอร์เฟกต์ไหม ซึ่งจริงๆ แล้วกี่แก้วต้องมาจากกาแฟที่ดีก่อน


อโรม่า กรุ๊ปรับโออีเอ็มให้กับผู้ค้ากาแฟรายอื่นๆ ด้วย

การทำธุรกิจจะต้องเข้าใจถึงธุรกิจว่า ความสำคัญอยู่ที่ตรงไหน ไม่ใช่ขายได้กี่แก้ว แต่อยู่ที่ว่า ทำอย่างไรให้ขายได้กี่แก้วก่อน ตรงนี้ทุกคนต้องช่วยกันในอุตสาหกรรม ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ทุกคนต้องช่วยกันตรงนี้

ฟันธงเปิดร้านกาแฟรวยได้ถ้าใส่ใจ

ฝากถึงผู้อ่านอยากจะให้ลองศึกษาดูธุรกิจนี้ วันนี้ธุรกิจร้านกาแฟยังเป็นธุรกิจดาวรุ่งของคนที่ต้องการเปิดธุรกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่อาจจะเงินเดือน หรือองค์กร ไม่ค่อยมั่นคง บอกได้เลยว่า ธุรกิจกาแฟเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะประสบความสำเร็จร่ำรวยได้ แล้วค่อนข้างมีโอกาสในอนาคตอีกเยอะ เพราะตลาดยังเล็กอยู่ ใหญ่ได้อีกเยอะ คุณสามารถสร้างฐานผู้บริโภค สร้างฐานลูกค้าประจำของร้านได้อีก เพียงแต่ใส่ใจกับมัน ถ้าคุณลงมาจริงๆ ธุรกิจนี้ บอกได้เลยว่าไม่มีทางเจ๊ง ถ้าลงมาดูเอง.


ธุรกิจร้านกาแฟหากจริงจัง ใส่ใจ ไม่มีเจ๊ง ฟันธง!

เรื่องเล่าความสำเร็จ

 

เปิดอาณาจักรหวาน! ‘มิตรผล’ ถอดรหัสธุรกิจอ้อยและน้ำตาลหมื่นล้าน

Published August 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/674183

 

หากโฟกัสที่ธุรกิจอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในไทย ซึ่งในแต่ละปีมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ต้องยกให้กลุ่ม “มิตรผล” เป็นผู้นำตลาด ด้วยกำลังการผลิตอันดับ 1 ของประเทศ มีส่วนแบ่งทางการตลาดในปัจจุบันอยู่ที่ 20% และได้แตกไลน์ธุรกิจต่อเนื่องต่างๆ เกี่ยวกับอ้อยครบวงจร

อะไรทำให้กลุ่มมิตรผลประสบความสำเร็จในยุทธจักรอ้อยและน้ำตาล ท่ามกลางภาวะการแข่งขันรุนแรงของธุรกิจ วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ “คุณกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล เพื่อไขคำตอบทั้งหมด รวมทั้งภาพรวมของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งหมด


“กฤษฎา” ผู้บริหารกลุ่มมิตรผล

ปฐมบทมิตรผล 60 ปี ในยุทธจักรอ้อย

กลุ่มมิตรผลเริ่มต้นมาจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนขนาดเล็กจนพัฒนาสู่ผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลอันดับ 1 ของประเทศ ภายใต้ระยะเวลากว่า 60 ปี กลุ่มมิตรผลได้ดำเนินกิจการบนเส้นทางธุรกิจอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลเคียงคู่วิถีชีวิตของคนไทย ด้วยแนวคิด From waste to value เราเล็งเห็นถึงคุณค่าในการพัฒนาสิ่งที่เหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนก่อให้เกิดธุรกิจต่างๆ ต่อยอดจากธุรกิจอ้อยและน้ำตาล ได้แก่ ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจเอทานอล

ไม่ได้มีแค่น้ำตาลทำสินค้าจากอ้อยครบ

ปัจจุบันกลุ่มน้ำตาลมิตรผลมีโรงงานผลิตน้ำตาลในประเทศรวม 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียว จ.ชัยภูมิ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2526 ซึ่งกำลังการผลิตอยู่ที่ 27,000 ตันอ้อย/วัน โรงงานน้ำตาลมิตรผล จ.สุพรรณบุรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2533 กำลังการผลิต 45,500 ตันอ้อย/วัน โรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จ.ขอนแก่น ก่อตั้งปี พ.ศ. 2538 กำลังการผลิตอยู่ที่ 36,000 ตันอ้อย/วัน โรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ก่อตั้งปี พ.ศ. 2540 กำลังการผลิต 23,000 ตันอ้อย/วัน และโรงงานน้ำตาลสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี ก่อตั้งปี พ.ศ. 2540 กำลังการผลิต 15,000 ตันอ้อย/วัน


อ้อยพืชเศรษฐกิจตั้งต้นของธุรกิจเครือมิตรผล

ทั้งนี้ โรงงานน้ำตาลทั้ง 5 แห่งของมิตรผล มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 146,500 ตันอ้อย/วัน ในปีการผลิต 2554/2555 สามารถหีบอ้อยได้กว่า 17.6 ล้านตัน คิดเป็นผลผลิตน้ำตาลประมาณ 1.86 ล้านตัน

ภายใต้ธุรกิจที่มีในปัจจุบันกลุ่มมิตรผลได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย 1. ผลิตภัณฑ์น้ำตาลของกลุ่มมิตรผล ได้แก่ น้ำตาลทรายบริสุทธิ์มิตรผล น้ำตาลขวดมิตรผล น้ำเชื่อมมิตรผล น้ำเชื่อมแต่งกลิ่น มิตเต้ มิตรผล คอฟฟี่ชูการ์ น้ำตาลไอซิ่งมิตรผล น้ำตาลทรายมิตรผลชนิดซองยาว มิตรผล แคลอรี น้ำตาลมิตรผล โกลด์ น้ำตาลปี๊บมิตรผล น้ำตาลกรวดมิตรผล น้ำตาลทรายแดงมิตร ผล และน้ำตาลอ้อยธรรมชาติมิตรผล


มิตรผลวันนี้ ลุยธุรกิจเกี่ยวกับอ้อยและน้ำตาลครบวงจร

2. ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ได้แก่ ไม้เคลือบเมลามีน ไม้ปาร์ติเกิล ไม้    เอ็มดีเอฟ และไม้กันชื้น และ 3. ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจเอทานอล ได้แก่ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์

รายได้หลักมาจากน้ำตาลขายดีที่สุด

ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำตาลเป็นสินค้าขายดีที่สุด โดยกลุ่มมิตรผลขายน้ำตาลตามโควตา ก. อยู่แล้ว


“น้ำตาล” สินค้ารายได้หลักของกลุ่มมิตรผล

อ้อยและน้ำตาลเผชิญเอลนีโญ-ลานีญา

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั่วโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญและลานีญา ส่งผลให้ผลผลิตน้ำตาลโลกปรับตัวลดลง ขณะที่ประเทศไทยเองก็ประสบปัญหาภาวะภัยแล้ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำตาลขาดดุลในตลาดโลกดังกล่าว ส่งผลในแง่บวกทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยความกังวลต่อปริมาณผลผลิตน้ำตาลที่มีแนวโน้มลดลง ทำให้หลายประเทศเพิ่มการนำเข้าน้ำตาลมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยที่จะเติบโตในระดับโลกมากยิ่งขึ้น ประกอบกับด้วยศักยภาพการส่งออกน้ำตาลของประเทศไทยที่มีมากเป็นอันดับ 2 ของโลก


เอลนีโญ-ลานีญาส่งผลต่ออุตฯ น้ำตาลทั่วโลก

ไทยยืนระดับโลกส่งออกน้ำตาลเบอร์ 2 

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั่วโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญและลานีญา ส่งผลให้ผลผลิตน้ำตาลโลกปรับตัวลดลง ในขณะที่ประเทศไทยเองก็ประสบปัญหาภาวะภัยแล้ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำตาลขาดดุลในตลาดโลกดังกล่าวส่งผลในแง่บวก ทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยความกังวลต่อปริมาณผลผลิตน้ำตาลที่มีแนวโน้มลดลง ทำให้หลายประเทศได้เพิ่มการนำเข้าน้ำตาลมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยที่จะเติบโตระดับโลกมากยิ่งขึ้น ด้วยศักยภาพการส่งออกน้ำตาลของไทยที่มีมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

จับเทรนด์รักสุขภาพแต่ขาดหวานไม่ได้

กลุ่มมิตรผลยังมีแผนจะผลิตน้ำตาลแคลอรีต่ำออกสู่ตลาดด้วยเช่นกัน โดยมิตรผลได้ร่วมกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการ “หวานพอดี  ที่ 4 กรัม” โดยได้ผลิตน้ำตาลซองที่บรรจุน้ำตาลซองละ 4 กรัม แจกผู้บริโภค


ปัจจุบันมิตรผลผลิตน้ำตาลแคลอรีต่ำด้วย

ฉายภาพอนาคตลุยธุรกิจอ้อยครบวงจร

ในส่วนของธุรกิจน้ำตาลนั้น กลุ่มมิตรผลยังคงมุ่งมั่นพัฒนาในทุกกระบวนการของการดำเนินธุรกิจ เพื่อเดินหน้าสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับองค์กร และสังคมบนแนวคิด Value Creations ต่อไป ตั้งแต่การทำไร่อ้อย ระบบการผลิตน้ำตาล จนถึงขั้นตอนในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า การได้รับมาตรฐานการรับรองจาก Bonsucro ในปีนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพในการดำเนินงานและเปิดโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลได้เป็นอย่างดี

สำหรับธุรกิจพลังงานกลุ่มมิตรผลยังคงมุ่งเน้นในธุรกิจไฟฟ้าชีวมวลและเอทานอล ยังไม่มีแผนจะขยายไปยังพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ แต่ไม่ได้ปิดกั้นและพิจารณาตามความเหมาะสม


กว่า 60 ปีเครือมิตรผลยังคงมุ่งมั่นพัฒนาในธุรกิจไม่หยุดนิ่ง

นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ กลุ่มมิตรผลมีแผนขยายตลาดด้วยการจัดกิจกรรมเทรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพบปะผู้ผลิตและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คำแนะนำและนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม

ฝากถึงผู้อ่านรับประทานหวานแต่พอดี

อยากแนะนำให้ผู้อ่านบริโภคน้ำตาลแต่พอดี และอยากให้ทำความเข้าใจในการบริโภคน้ำตาลที่ถูกต้อง.

เรื่องเล่าความสำเร็จ

 

โอกาสมีอยู่รอบตัว! แกะคางกุ้งทอดขาย จากไร้ค่าสู่ธุรกิจเงินล้าน

Published July 28, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/663637

 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จน่าชื่นชม นั่นคือ ขนมคางกุ้งทอดอบกรอบ “โอคุสโน่” จากมันสมองและสองมือของสาวน้อยช่างคิดและลงมือทำ กับน้องชายดีกรีปริญญาตรี วารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ซึ่งเป็นอีกรายที่หันหลังให้กับงานประจำรับเงินเดือน แม้มีโอกาสได้ไปทำงานถึงในต่างประเทศ แต่กลับค้นพบว่าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองต้องการ

อะไรทำให้ตัดสินใจทิ้งงานประจำหันมาปลุกปั้นธุรกิจของตัวเอง ตลอดจนเส้นทางที่กว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องผ่านปัญหาอุปสรรคอะไรมาบ้าง และที่สำคัญคือ อะไรทำให้สามารถนำ “คางกุ้ง” จากสิ่งไร้ค่า… มาสร้างเป็นธุรกิจเงินล้านได้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไป  พูดคุยกับ “แพร-พิมพ์มาดา พัฒนปรัชญาพงศ์” ประธานกรรมการผู้บริหารบริษัท โอคุสโน่ ฟู้ด จำกัด


“แพร-พิมพ์มาดา” ผู้บริหาร บ.โอคุสโน่ ฟู้ด จำกัด

นั่งกินข้าว แคะหัวกุ้งเล่น กำเนิดธุรกิจ

เมื่อเรียนจบวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สอบชิงทุนจนได้ไปทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ที่ประเทศสโลวีเนีย ทำได้สักพักรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรที่เป็นพนักงานประจำ รู้สึกว่าด้วยสายงาน ซึ่งตอนแรกว่า ชอบ แต่ไม่ใช่ หลังจากนั้น เมื่อกลับมาที่กรุงเทพฯ เลยลองมองหาว่าทำอะไรดี จนเหมือนวันหนึ่งขณะกำลังทานข้าวกับที่บ้าน โดยแม่ทำกับข้าวมีกุ้งเป็นเมนูหลัก แล้วเด็ดหัวกุ้งทิ้ง ด้วยความพิเรนทร์จึงลองไปแคะหัวดู เห็นว่าส่วนตรงใต้หัวนิ่มที่สุด น่าจะเอาไปทำอะไรได้ จึงคิดเล่นๆ กับน้องชายลองนำไปทำให้อยู่ได้นานๆ และลองกินดูว่าจะเป็นอย่างไร จนออกมาเป็นว่า ทอดอร่อยที่สุด

ช่วงแรกนำคางกุ้งทำทั้ง นึ่ง อบ ย่าง แต่ไม่ได้ เลยออกมาเป็นทอด ซึ่งเมื่อทอดออกมา ไม่รู้ส่วนตรงนี้เรียกว่าอะไร จึงเรียกว่า คางกุ้ง เพราะเหมือนชัดเจนที่สุดอยู่ใต้หัวกุ้ง ออกมาเป็นคางกุ้งทอดอบกรอบ

สำหรับคำอธิบายในส่วนของคางกุ้งนั้น เป็นส่วนที่มีหลายๆ ขาอยู่ใต้หัวกุ้ง เป็นส่วนที่นิ่มที่สุดของหัว


หันหลังให้งานออฟฟิศ สู่ธุรกิจของตัวเอง

จากจุดเปลี่ยนในชีวิตสู่ชื่อบนซองขนม

ส่วนที่มาของชื่อ โอคุสโน่ (Okusno) แปลว่า อร่อย เป็นภาษาสโลวีเนีย เป็นประเทศที่ตัวเองไปแล้วเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต จึงนำมาเป็นเหมือนสตอรี่ เป็นชื่อแบรนด์ของสินค้าคือ คางกุ้งทอดอบกรอบ โอคุสโน่

ปัจจุบัน โอคุสโน่ มีสินค้าคางกุ้งทอดอบกรอบอยู่ 3 รสชาติ คือ รสดั้งเดิม ต้มยำ และแกงเขียวหวาน โดยเป็นขนมคางกุ้งทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีแผนจะใช้ขากุ้งมาพัฒนาให้เป็นสินค้าอีกตัวหนึ่ง แต่อยู่ในช่วงกำลังทดลอง

2 ปีฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคกว่าจะมีวันนี้

ทั้งนี้ อายุของบริษัท จริงๆ ถ้าเริ่มนับตั้งแต่ขนมออกตลาด ซึ่งเริ่มออกตลาดเมื่อเดือน ม.ค. 2558 ก่อนหน้านี้ เคยประสบปัญหาหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องโรงงานและอื่นๆ มาประมาณ 1 ปี กว่าจะเริ่มออกผลิตภัณฑ์ได้ รวมๆ อายุบริษัทประมาณ 2 ปีครึ่ง


อุปสรรคมีไว้ฝ่าฟันกว่าจะมาถึงวันนี้

ไม่ใช่ไม่ฝืนเปลี่ยนแผนธุรกิจหลังลงมือ

เมื่อตอนเริ่มต้นตั้งใจจะส่งออกอย่างเดียว มีในประเทศน้อยๆ แต่เมื่อทำการตลาดไปเรื่อยๆ ค้นพบว่า จริงๆ แล้วการทำแบรนด์ให้แข็งแรงในประเทศก่อนเป็นสิ่งดี เพราะเหมือนเป็นโปรไฟล์ว่า ต่างชาติมั่นใจมีขายที่นี่ ที่นั่น ในประเทศไทย แสดงว่าน่าจะต้องเป็นสินค้าที่ดีและเชื่อถือได้ ดังนั้น จึงหันกลับมาทำตลาดในประเทศก่อน ก็มีแผนเอาไว้ว่า ทำตลาดในประเทศให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพราะขณะนี้ยังหาซื้อค่อนข้างลำบาก หาซื้อลำบากอยู่ ทั้งด้วยกำลังการผลิตและอะไรต่างๆ ยังไม่สามารถทำได้ทั่วทั้งประเทศ แต่มีส่งออกไปบ้างเป็นบางประเทศ แต่ไม่ได้มาก

ขณะนี้ สัดส่วนขายในประเทศประมาณ 60% และส่งขายต่างประเทศ 40% มีส่งไปสิงคโปร์ ออสเตรเลีย จีน และเกาหลี นอกจากนี้ ยังมีประเทศเพื่อนบ้านประปราย แต่กรณีของประเทศเพื่อนบ้านนั้น ด้วยราคายังค่อนข้างสูงจึงยังไม่ตอบโจทย์เท่าไร


ขนมคางกุ้งทอดอบกรอบยี่ห้อโอคุสโน่

วางขายทุกช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์

ส่วนจะหาซื้อคางกุ้งทอดอบกรอบ โอคุสโน่ ได้ที่ไหนนั้น หลักๆ มีขายในร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊ก เพราะว่ามีทั่วประเทศ นอกจากนี้ มีห้างในเครือเดอะมอลล์ทั้งหมด เช่น สยามพารากอน รวมทั้งในท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ มีขายร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ ปั๊มน้ำมันพีที ทั้งในแม็กมาร์ท และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคใต้ ล่าสุด เพิ่งวางขายในเซเว่น อีเลฟเว่น แต่ยังเฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ปีนี้ มีแผนจะเข้าไปวางขายเพิ่มในร้านซีเจเอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นกลุ่มของต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่แรกๆ มีขนาดราคา 25 บาท ขณะนี้ มีขนาดราคา 20 บาทเพิ่มเข้ามา ซึ่งจะตอบโจทย์กลุ่มร้านเซเว่นฯ และซีเจฯ ได้มากกว่า ทั้งนี้ ร้านซีเจฯ จะอยู่ในภาคตะวันออกและตะวันตกค่อนข้างมาก เป็นซุปเปอร์โลคัลแบรนด์ โดยจะเน้นให้กระจายไปยังต่างจังหวัด

นอกจากนี้ ยังมีขายออนไลน์อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตอบโจทย์ได้ครอบคลุมเช่นกัน ในขณะเดียวกันยังมีวางขายตามร้านสินค้าสุขภาพ ประมาณ 100 ร้านทั่วประเทศ คือ ติดต่อเข้ามาโดยตรง และส่งสินค้าไปให้ สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ค:  okusnosanck, IG: okusno, โทร 088 487 7887 หรือ 085 178 7887


กลยุทธ์เจาะตลาดขายทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

ยอมรับปมกำลังการผลิตยังไม่เพียงพอ

เรื่องกำลังการผลิตนั้น ถ้าพูดถึงจากความต้องการของตลาด อาจยังไม่เพียงพอ กำลังเร่งปรับเปลี่ยนให้ป้อนตลาดได้มากขึ้น

ไม่ง่าย.. กว่าจะได้มาซึ่งคางกุ้งวัตถุดิบ

วัตถุดิบรับมาจากหลายจังหวัด เพราะแรกๆ ค่อนข้างประสบปัญหา ไม่มีใครทำให้ แรกๆ มีแต่คนไล่กลับ โดนคัดทิ้งทั้งหมด ไม่มีใครมานั่งแกะให้ก็รู้สึกแย่ไปประมาณ 1 เดือน สุดท้ายไปเจอที่แห่งหนึ่งยอมแกะให้ ซึ่งต้องขอบคุณ เพราะถ้าไม่มีรายนี้ เราคงไม่มีโอกาสเปิดตลาดได้ ทุกวันนี้ก็ยังทำการซื้อขายกันอยู่ และมีอีกหลายๆ รายที่เราไปขอให้ทำให้ หรือนำหัวกลับมาแกะเอาคางกุ้งเองบ้าง

ตรงนี้จะมีทั้ง 2 อย่าง คือ รับหัวมาแกะเองและให้แกะหัวให้ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ส่วนใหญ่เวลาไปติดต่อกับโรงแกะกุ้ง เราจะมีใบรายงานการทดสอบคุณภาพวัตถุดิบทุกครั้ง หรือแม้แต่เมื่อได้คางกุ้งมาถึงโรงงานแล้วจะล้างน้ำ 2-3 น้ำ ให้สะอาด แต่บางคนก็จะกังวลว่า ส่วนหัวจะมีเชื้ออะไรหรือไม่ แต่ขนมเราจะใช้ส่วนข้างใต้และไม่มีเนื้อติด ตลอดจนค่อนข้างเลือกและคัดสรรคางกุ้งอย่างดีว่าจะไม่มีเนื้อ ไม่มีมันและไม่มีขี้กุ้ง เพื่อให้สะอาดที่สุด จึงค่อนข้างปลอดภัย


ไม่ง่าย…กว่าจะได้คางกุ้งวัตถุดิบหลัก

ลองผิดลองถูกเองจนกรอบ-ไร้มันเยิ้ม

ว่าด้วยกระบวนผลิตให้ไม่มันและกรอบมากนั้น วิธีตรงนี้เป็นวิธีที่ทดลองเอง เหมือนคล้ายๆ ว่า เมื่อครั้งเริ่มทำ ไฟแรง อยากทดลองหลายๆ อย่าง ลองไปลองมาอยู่หลายเดือน สุดท้ายจึงพบวิธีที่ทำได้ออกมาเช่นในปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ พบปัญหาว่าเก็บขนมไว้ในซองแล้วน้ำมันเยิ้มด้านใต้ แกะซองออกมาแล้วเมื่อเทขนมมีน้ำมันหยดติ๋งๆ พัฒนาอยู่ค่อนข้างนาน ซึ่งปัจจุบันถ้าดูซองขนมโอคุสโน่ชื่อจะเป็นคางกุ้งทอดอบกรอบ คือ มีวิธีและการอบกรอบด้วย เพื่อให้ขนมกรอบ

ที่กล่าวมา อาจเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมการทอด และอบกรอบเองเกิดจากการทดลองจนพบเอง ไม่คิดเช่นกันว่าวิธีนี้จะดี สุดท้ายก็ออกมาเป็นขนมดังที่เห็นในปัจจุบัน

ปลื้มยอดขายอยู่ในช่วงที่กำลังเติบโต

ยอดขายถ้าวัดเป็นเปอร์เซ็นต์จากเมื่อครั้งเริ่มขายเดือน ม.ค. 2558 ณ ขณะนี้ เติบโตประมาณ 20% เข้าสู่ช่วงกลางปี 2558 จนถึงปลายปี 2558 ยอดขึ้นมาจนเกือบจะ 80% อย่างไรก็ตาม เฉพาะขณะนี้ ยอดขายถือว่าอยู่ในช่วงที่กราฟขึ้น ยังโอเคและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยโอกาสและด้านการตลาด ประจวบเหมาะกับเคยไปออกรายการของไทยรัฐทีวี ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งเหมือนกับใช้สื่อทีวี สื่อรายการต่างๆ ช่วยให้คนรู้จักมากขึ้น และยอดขายมากขึ้นด้วย


ลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเองกว่าจะได้คางกุ้งทอดอบกรอบ

แรกๆ เราพบปัญหาที่คนไม่เข้าใจว่าคางกุ้งคืออะไร ปีที่แล้วเราเน้นออกบูธทั้งปี ซึ่งยอดขายก็จะค่อยๆ ขึ้นเรื่อยๆ เช่น เมื่อขายในสยามพารากอน โดยเป็นที่แรกที่เข้าไปลงในห้าง สมมติว่าช่วงแรกขาย 5 ลัง หลังจากนั้น เมื่อไปแจกตามรถไฟฟ้า ไปออกบูธ ยอดขายก็เพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 30 ลัง ภายในเวลาแค่ไม่ถึง 1 อาทิตย์ ดังนั้น กลายเป็นว่าจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้คนเห็นสินค้า และเข้าใจว่าคางกุ้งคืออะไร โดยไม่สงสัย

มองเห็นโอกาสคือ กุญแจความสำเร็จ

ส่วนเรื่องเรียนจบมาไม่เกี่ยวกับธุรกิจโดยตรง อะไรคือแรงบันดาลใจ และอะไรคือกุญแจความสำเร็จ จริงๆ แล้วตัวสินค้านี้ เริ่มมาด้วยมองเห็นโอกาส เพราะเป็นส่วนที่คนมองข้ามและถูกทิ้ง รวมทั้งแปลกใหม่ ประกอบกับเมื่อทำแล้วนำไปส่งตรวจในห้องแล็บ ดังเช่นที่ข้อมูลโภชนาการหลังซอง พบว่ามีแคลเซียมสูง จึงมีความเชื่อกับน้องชายว่าน่าจะไปได้ ไม่น่าจะล้มเหลว ซึ่งเมื่อเชื่อว่าจะไปได้ จึงทำทุกวิถีทางให้ออกมาเช่นปัจจุบัน


เจ๋ง! มองเห็นโอกาสคือกุญแจความสำเร็จ

ขณะเดียวกัน ด้วยความที่เรียนมาทางด้านวารสารศาสตร์ ก็ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง และยังเข้าใจในเรื่องของสื่อ และเรื่องการตลาด เลยใช้วิธีที่เรียนมานำมาใช้ตรงนี้ด้วย นำมาใช้ประโยชน์ได้มาก

โครงสร้างบริษัทเป็นอย่างไร โดยในส่วนบริหารและการตลาดทั้งหมด ตนดูแล แต่ถ้าเรื่องลึกลงไป ทั้งส่วนโรงงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต จะเป็นหน้าที่ของน้องชาย

เชื่อหรือไม่ เริ่มต้นธุรกิจแอบพ่อแม่ทำ

เป็นเอสเอ็มอี เพราะว่า จริงๆ เมื่อแรกเริ่มแอบพ่อแม่และที่บ้านทำกันเล็กๆ กับน้อง จนเริ่มดีขึ้นจึงค่อยบอก ซึ่งแรกๆ ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร แต่ขณะนี้ใช้วิธีทำให้เห็น พ่อแม่จึงค่อยๆ โอเคขึ้น ถือว่าเป็นเอสเอ็มอีที่ทำกับน้องชาย

อุปสรรคมีตั้งแต่เริ่มต้น แต่สู้ไม่ย่อท้อ

การทำธุรกิจตรงนี้ ปัญหามีตอนแรกเริ่มเรื่องน้ำมัน หรือการเก็บรักษาที่ค่อนข้างเก็บได้น้อยวันมาก เพราะปัจจัยหลักของการเก็บให้ได้นานๆ คือ น้ำมัน โดยตอนแรกที่เริ่มทดลองทำน้ำมันจะเยิ้ม ซึ่งเป็นปัญหามาก เพราะทำให้สินค้าเก็บได้ไม่นานประมาณ 1 อาทิตย์ ก็ไม่กรอบแล้ว แต่ปัจจุบันสินค้าสามารถเก็บได้ 1 ปี สามรถเก็บได้นานมาก ตรงนี้เป็นปัญหาแรก

ส่วนอีกเรื่องที่พบ เป็นปัญหาที่เราขาดประสบการณ์ และความรู้ด้านการทำธุรกิจ ด้วยความที่ตอนนั้นยังเด็ก อยากทำอะไรต่างๆ ทั้งอาคารที่ไปแอบเช่าเหมือนเกิดการทรุดตัว เครื่องจักรโดนหลอกซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ จะเป็นปัญหาในลักษณะนี้


มุ่งมั่นใช้ฝีมือพิสูจน์การยอมรับ

เรื่องเงินทุนนั้น ก่อนที่จะมาทำธุรกิจนี้ ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับไอศกรีมสับปะรดมาก่อน คือลักษณะซื้อมาขายไป เลยมีเงินทุนมาต่อยอด ซึ่งในส่วนของธุรกิจไอศกรีมสับปะรดนั้นก็ยังทำอยู่

ทุนเริ่มต้น 3 หมื่น งอกเงยสู่หลักล้าน

วันเริ่มต้นใช้เงินทุนแรกเริ่ม 30,000 บาท จากซองขนมสีเงินๆ แล้วติดสติ๊กเกอร์ ซีลปากซองแล้วขาย อย่างไรก็ตาม ย้อนไปเมื่อครั้งเริ่มต้นดังที่บอกว่า ขาดประสบการณ์ คือก่อนหน้านี้ เมื่อมีคนเห็นสินค้าแล้วสนใจก็จะมาชวนไปทำที่นู่น ที่นี่ ซึ่งด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ทำให้เชื่อ ด้วยเชื่อง่ายทำให้เหมือนล้มเหลว เพราะว่าไม่สามารถทำ หรือพาเราไปในตลาดที่เคยบอกเอาไว้ได้ หรือพาส่งออกได้ ทำให้เหมือนเริ่มต้นใหม่ ต้องเริ่มต้นใหม่ตอนนั้น เหมือนรู้สึกแย่ไปสักพัก รู้สึกว่ากลับมานั่งคุยกับน้องชาย จะทำต่อหรือไม่ หรืออย่างไรดี จนได้ข้อสรุปว่าจะทำต่อ เพราะเชื่อว่าไปได้

ความสำเร็จในทุกวันนี้ จริงๆ น่าจะเป็นความเชื่อบวกกับโอกาส เพราะว่าในบางคนที่มีโอกาส แต่ไม่รีบคว้าโอกาสไว้ คือจะถามตัวเองว่า ถ้าเรามีโอกาสเราก็จะรีบทำ เพราะถ้าไม่รีบทำไม่รู้ว่าอีก 10 ปี หรือ 20 ปี โอกาสจะกลับมาหาอีกหรือไม่ และเราจะยังทำไหวไหม แต่ ณ ปัจจุบันทำไหวได้ก็รีบคว้าโอกาสและรีบทำดีกว่า

ถามใจเธอดูจะทำธุรกิจเสี่ยงได้แค่ไหน

ในฐานะที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย มีคำแนะนำผู้ที่ต้องการทำธุรกิจของตัวเองว่า ก่อนที่จะเริ่มทำอะไร อยากให้ลองดูตัวเองก่อนว่าชอบความเสี่ยงหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้ว การทำธุรกิจของตัวเองค่อนข้างอยู่บนความเสี่ยง ซึ่งจริงอยู่ที่ธุรกิจสามารถโตได้ใน 7 วัน แต่ก็สามารถล้มได้ภายใน 7 วัน คือ ถ้าเราชอบความเสี่ยงก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาในการทำธุรกิจ แต่ว่า ถ้าไม่ชอบความเสี่ยงเลย ถ้าเราทำธุรกิจของตัวเอง วันหนึ่งอาจจะล้มเพราะไม่กล้าเสี่ยงที่จะเดินต่อไป คือ ถ้ามองว่าตัวเองไม่ชอบความเสี่ยงก็อยากให้มองหางานประจำที่สามารถเติบโตในอนาคต มีความมั่นคง มีสวัสดิการที่ดี มีเงินเดือนที่ดี ดีกว่าที่จะมารู้สึกแย่กับธุรกิจที่ไม่ชอบ และไม่กล้าเสี่ยงจะก้าวต่อไป


คำถามที่ต้องคิด? รับความเสี่ยงได้แค่ไหนหากอยากทำธุรกิจ

อีกอันที่สำคัญคือ เหมือนเวลาเราจะทำอะไร ดังเช่น โอคุสโน่ เวลาทำอะไรค่อนข้างตั้งคำถามย้อนกลับมาที่ตัวเองว่า ทำดี ทำสุดแล้วหรือยัง หมายความว่าถ้าทำที่สุดแล้วก็ให้ทำเลยที่สุดไปอีก เพราะถ้าวันหนึ่งถึงทางตันที่ทำไม่ได้แล้ว จะได้ไม่ผิดหวังกับสิ่งที่เราทำ เพราะได้แค่นั้นแล้วจริงๆ สมมติว่าเกิดปัญหาขึ้นปัญหาหนึ่ง จะถามตัวเองลองวิธีนี้หรือยัง ลองวิธีนี้แล้วหรือไม่ ยังทำได้อีกไหม

ส่วนเรื่องคน นับว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคที่มีทุกที่ แต่ด้วยความที่อายุน้อย พนักงานอายุมากกว่า ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานกับเรา เหมือนรู้ว่ายังไงก็อาจจะต้องมีปัญหา จึงพูดคุยตั้งแต่แรกเลยว่า ด้วยความที่อายุยังน้อยและไม่ได้คิดว่าเป็นเจ้านาย เหมือนพยายามเข้าถึงให้ได้มากที่สุด และไม่ได้คิดว่าเป็นเจ้าของธุรกิจที่ใหญ่โต ไม่สามารถคุยกันได้ จึงพูดคุยกันว่าเราเป็นเด็กนะ ถ้ามีอะไรที่สามารถแนะนำได้ก็แชร์กันได้เลย ไม่ต้องคิดว่าเป็นเจ้านายหรือเจ้าของธุรกิจ คือเหมือนอยากให้อยู่กันแบบครอบครัว พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา มากกว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้นับว่าเป็นปัญหาที่ไม่ค่อยประสบเท่าไร ทุกวันนี้มีพนักงานประมาณ 14 คน จริงๆ มีรับเพิ่มบ้าง

วาดฝันธุรกิจไม่ต้องเปรี้ยง! ขายเรื่อยๆ

เมื่อถามถึงปลายทางของธุรกิจนั้น อยากให้ขนมตัวนี้ อยู่ในประเทศไทยได้ตลอดไป อาจจะไมต้องหวือหวา หรือ โด่งดัง แต่ให้สามารถอยู่ในตลาดได้เรื่อยๆ ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะมองว่า ขนมตัวนี้เป็นอะไรที่มาจากคนไทย และเป็นวัตถุดิบจากประเทศไทย โดยเป็นขนมที่มีประโยชน์มาก ถ้าวันหนึ่งเด็กๆ ทานแล้วได้แคลเซียมตั้งแต่เด็ก ก็เป็นเหมือนขนมทางเลือกที่มีประโยชน์ ไม่ได้รับแต่พลังงานอย่างเดียว รับแคลเซียมไปด้วย


วาดฝันธุรกิจไปได้เรืื่อยๆ

อยากให้เป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดได้เรื่อยๆ แต่ว่าไม่ได้คิดจะเข้าตลาดหุ้น เป็นเรื่องอนาคต ไม่ได้มองไกลขนาดนั้น แค่อยากทำปัจจุบันให้ดี สามารถเลี้ยงพนักงานข้างหลังได้อย่างมีความสุข

มาตรฐานครบรับรองสะอาด-ปลอดภัย

ขนมแต่ละซองมีมาตรฐานรับรองครบ มีทั้ง อย. GMP และฮาลาล ซึ่งสาเหตุที่ทำ ฮาลาล เพราะดังที่เล่าไว้ช่วงแรกๆ ต้องการส่งออก เน้นประเทศที่เป็นชาวมุสลิมและตะวันออกกลาง เนื่องจากศึกษามาแล้วพบว่า ชาวมุสลิมมีจำนวนมาก 1 ใน 3 ของโลกกลุ่มนี้ น่าสนใจ เมื่อเห็นสัญลักษณ์หน้าซองก็ซื้อ มีความมั่นใจ

ทั้งนี้ โอคุสโน่ทำการตลาดเน้นในส่วนโซเชียลมีเดียค่อนข้างมาก จะใส่ใจทั้งคอนเทนต์และรูปภาพ คือจะพยายามให้ภาพที่ลงเป็นแนวทางคนซื้อได้ พยายามตั้งขนมตัวนี้ให้เป็นขนมทางเลือก คือ ทานได้ทั้งเป็นขนมขบเคี้ยว หรือทานกับอาหารอื่นๆ เช่น ข้าวต้ม ข้าวสวย สลัด หรือก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น บางคนนำไปทานกับเมี่ยงคำหรือ ข้าวคลุกกะปิ ก็มี ซึ่งภาพที่เราได้ส่วนใหญ่ในโซเชียลมีเดียเป็นภาพที่ลูกค้าถ่ายมาให้ ถือว่าค่อนข้างดี เห็นแล้วเอาไปทำตาม


มาตรฐานครบรับรองสะอาด-ปลอดภัย

ฝากข้อคิด ปั้นทำธุรกิจต้องหัดคิดต่าง

อยากฝากถึงผู้อ่าน อยากให้ผู้ที่มีความคิดกำลังจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง อยากให้ลองมองหาสินค้าหรือบริการ ที่แตกต่างจากมีอยู่แล้วในตลาด เพราะความแตกต่างและไม่เหมือนใคร หรือไม่ได้ไปก๊อบปี้ใครมา เป็นอะไรที่น่าภาคภูมิใจ และสามารถทำการตลาดได้ดีกว่าสินค้าที่มีอยู่แล้ว ขอฝากจุดนี้ไว้เพราะการไปก๊อบปี้อะไรมากกว่าจะผ่านจุดที่คนแรกทำ ทั้งการผลิต หรือการตลาด คือ เจ้าของคิดมาเยอะแล้ว ก็ไม่อยากให้ทำ

อย่างไรก็ตาม คู่แข่งของสินค้าคางกุ้งทอดอบกรอบโอคุสโน่ โดยตรงสินค้าเดียวกันยังไม่มี แต่ว่าถ้าเป็นทางอ้อมจะเป็นพวกผลิตภัณฑ์ที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบ

เรื่องต้นทุนของวัตถุดิบนั้น มีบางคนอาจมองว่า สินค้าตัวนี้ดูไม่มีต้นทุน แต่ความจริงแล้วต้นทุนแพงมาก ถ้าบอกว่าราคา 25 บาทเหมือนแพง แต่จริงๆ แล้วไม่แพง เพราะใน 1 ห่อ จะเหมือนมีกุ้งอยู่ประมาณ 40 ตัว เหมือนกินกุ้งเต็มๆ 40 ตัว ไม่ใช่แป้ง เพราะเป็นกุ้งจริงๆ แกะซองออกมาเหมือนปริมาณน้อย แต่หยิบได้ถึง 40 ครั้ง เทียบกับขนมอื่นๆ แล้วอาจไม่ถึง 40 ชิ้น แต่ด้วยความที่สินค้าเล็กเลยดูเหมือนน้อย.


แนะใช้ไอเดียเริ่มธุรกิจโนก็อปปี้

เรื่องเล่าความสำเร็จ

 

ลาขาดมนุษย์เงินเดือน ปั้นธุรกิจขายน้ำ ‘ริมสวน’ รับเฉียดร้อยล้าน!

Published July 13, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653086

 

เชื่อว่า พนักงานออฟฟิศมนุษย์เงินเดือนหลายคน คิดและใฝ่ฝันอยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนกล้าจะตัดสินใจทิ้งเงินเดือนมาสานฝันให้เป็นจริง และที่สำคัญคือ ธุรกิจประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องกลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนอีก

ดังนั้น ในวันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ “มะลิวรรณ อำพล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท มหาทรัพย์โปรดักส์ชั่น จำกัด เจ้าของเครื่องดื่มทั้งน้ำเฉาก๊วย น้ำใบเตย และน้ำตาลสด แบรนด์ “ริมสวน” อดีตพนักงานประจำที่หันหลังให้ชีวิตเงินเดือนออกมาสร้างธุรกิจของตัวเองจนประสบความสำเร็จ เป็นเอสเอ็มอีที่มียอดขาย 60 ล้านบาท และมีแน้วโน้มจะแตะหลักร้อยล้านบาทในไม่ช้า

อะไรทำให้อดีตมนุษย์เงินเดือนหญิงท่านนี้ ประสบความสำเร็จในธุรกิจของตัวเอง เชิญอ่านกัน


“มะลิวรรณ อำพล” เจ้าของเครื่องดื่ม “ริมสวน”

สานฝันมีธุรกิจเอง จุดเริ่มต้น “ริมสวน”

จบการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หลังจากเรียนจบเริ่มทำงานตามสาขาที่เรียนมาในบริษัทเกี่ยวกับอาหารแห่งหนึ่ง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 เป็นเหมือนคนทั่วไปที่ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ต้นทุนธุรกิจ เงิน 2 หมื่น กับคน 5 คน

เริ่มแรก เริ่มต้นด้วยเงินทุน 20,000 บาท กับคนเพียง 5 คน ทำธุรกิจผลิตเครื่องดื่มเล็กๆ ซึ่งซื้อกิจการต่อจากเจ้าของเดิม และนำมาบริหารการจัดการเอง ชื่อผลิตภัณฑ์ “ริมสวน” มาจากเจ้าของคนเก่า แต่เลือกใช้ชื่อต่อเพราะค่อนข้างสะดุดกับชื่อนี้ และเป็นแบรนด์ที่จำง่ายตรงกับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์


หญิงเก่งผู้ทิ้งชีวิตสาวออฟฟิศ สานฝันมีธุรกิจของตัวเอง

ปรัชญาธุรกิจคุณภาพ-ความปลอดภัย

การทำธุรกิจนั้น จะเน้นการผลิตสินค้าให้ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค และมีการปรับปรุงคุณภาพมาอย่างต่อเนื่องจนผ่านการรับรองมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร หรือ GMP กับมาตรฐานการผลิตที่มีมาตรการป้องกันอันตราย ที่ผู้บริโภคอาจได้รับจากการบริโภคอาหาร หรือ HACCP ยกระดับจากสินค้าของเราจากโอทอปสู่ร้านสะดวกซื้อ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมา สิ่งที่ยึดถือมาตลอดก็คือ สิ่งที่ทำออกมาครอบครัวของเราเป็นผู้บริโภค ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณภาพและความปลอดภัย

ก้าวที่สองนำสินค้าวางขายในเซเว่นฯ

หลังจากเริ่มทดลองตลาดผลตอบรับดีก็มองหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อทำตลาด จึงได้เริ่มส่งสินค้าเข้าไปขายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น เพราะเห็นว่าเป็นช่องทางการขายที่มีประสิทธิภาพ สามารถกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2548 ได้นำน้ำเฉาก๊วยวางขายครั้งแรกในเซเว่นฯ เขตภาคตะวันออก ก็ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก จึงต่อยอดด้วยเครื่องดื่มน้ำใบเตยลูกชิด น้ำตาลสดผสมวุ้นมะพร้าว และเฉาก๊วยนมสด เพื่อออกวางขายทั่วประเทศ ล่าสุด มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา คือ น้ำตาลสดผสมลูกตาล


สินค้าได้รับมาตรฐานความปลอดภัยมีขายในเซเว่นฯ

ปัจจุบัน บริษัทฯ เริ่มขยายตัวมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้จากจุดเริ่มต้นแค่ 5 คน ขณะนี้มีพนักงานกว่า 30 คน กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 30,000 ขวดต่อวัน

ทำงานใกล้ชิดกับเซเว่นฯ เพื่อคุณภาพ

การทำงานร่วมกับเซเว่นฯ นั้น เซเว่นฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยสนับสนุนและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังให้คำแนะนำด้านการพัฒนาสูตรเพื่อผลิตสินค้าตัวใหม่ให้แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ เพราะผู้บริโภคมีความต้องการหลากหลาย สำหรับมาตรฐาน GMP และ HACCP ก็ได้เซเว่นฯ มาช่วยอบรมเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพ เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค


กระบวนการผลิตสะอาด-ได้มาตรฐาน

ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรกระจายรายได้

สำหรับวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตสินค้าแบรนด์ริมสวน รับซื้อมาจากเกษตรกร ไล่ตั้งแต่ใบเตย รวมไปถึงลูกตาล ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้จะไม่ใช้สารเคมี หรือยาฆ่าแมลง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ทุกๆ ปีเราจะเข้าไปตรวจสอบเรื่องการใช้สารเคมีเพื่อควบคุมมาตรฐาน ส่งเสริมให้เกษตรกรมีแหล่งรับซื้อขาประจำ มีรายได้สม่ำเสมอ

เชื่อเครื่องดื่มขายได้เรื่อยๆ ไม่ขึ้นราคา

ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ของริมสวนมีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ น้ำเฉาก๊วย น้ำใบเตยลูกชิด น้ำตาลสดผสมวุ้นมะพร้าว น้ำเฉาก๊วยนมสด และน้ำตาลสดผสมลูกตาล ราคาอยู่ที่ขวดละ 10 บาท โดยยังไม่คิดขึ้นราคาในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากมองว่าตัวเลขราคาดังกล่าวค่อนข้างขายง่าย อีกทั้งยังมองว่า ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะเป็นอย่างไร เครื่องดื่มก็ยังคงขายได้


เครื่องดื่มแบรนด์ “ริมสวน” เลือกซื้อหาได้ตามชอบ

ผลิตด้วยระบบพาสเจอร์ไรส์ทำให้สดใหม่

เครื่องดื่มริมสวนได้ใช้วิธีการผลิตระบบพาสเจอร์ไรส์ คือ ใช้อุณหภูมิไม่สูงมากในการผลิต จึงยืดอายุผลิตภัณฑ์ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้ผลิตภัณฑ์มีความสดใหม่มากที่สุด อายุการเก็บเลยสั้น หากเก็บในอุณหภูมิปกติไม่มีความเย็น จะมีอายุอยู่แค่ 1 วัน ดังนั้น หากผู้บริโภคจะซื้อรับประทาน ควรซื้อแล้วดื่มให้หมดเพื่อได้รับรสชาติของความสดใหม่ ไม่ควรจะเก็บไว้นาน

ปัญหา-อุปสรรค มี แต่รับมือ-จัดการได้

การทำเครื่องดื่มริมสวน ปัญหาและอุปสรรคมีหลายอย่าง ตั้งแต่การผลิต การเพิ่มยอดการผลิตให้สูงขึ้น เพราะต้องส่งไปขายกับเซเว่นฯ ทั่วประเทศ การขยายโรงงาน พร้อมกับรักษามาตรฐานด้านคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับ มองว่าทุกๆ อย่างคือปัญหาที่สามารถรับมือและจัดการได้ แต่ต้องอาศัยเวลาไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว


รับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรช่วยกระจายรายได้

สร้างเงินหลักสิบล้านจากน้ำขวด 10 บ.

เมื่อปี พ.ศ. 2558 มียอดขาย 60 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้ เติบโต 5-10% และในอนาคตวางแผนจะพัฒนาการยืดอายุของสินค้าให้นานยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้การจัดส่งเครื่องดื่มไปขายในจำนวนมากขึ้น และเตรียมจะส่งสินค้าออกไปขายในกลุ่มประเทศเออีซีอีกด้วย

มีวันนี้เพราะครอบครัวหนุน ลูกค้าตอบรับ

หากพูดถึงเรื่องนี้ มีปัจจัยหลายส่วน ตั้งแต่ครอบครัวสนับสนุนมาโดยตลอด พนักงานในโรงงาน และสิ่งสุดท้ายคือ ลูกค้า ที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ริมสวน ซึ่งเราเป็นบริษัทเล็กๆ ทุกอย่างก็เลยสำคัญหมด.


พร้อมโกอินเตอร์ ส่งขายกลุ่มประเทศเออีซี

เรื่องเล่าความสำเร็จ

ความสำเร็จของคนไม่หยุดนิ่ง ‘สวนละไม’ บุฟเฟต์ผลไม้

Published June 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/642509

 

ต้องยอมรับว่า เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรงไม่น้อยนั่นคือ การพลิกอาชีพจากการทำสวนผลไม้ตัดขายเปิดเป็นสวนผลไม้บุฟเฟต์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและชิม ซึ่งสวนผลไม้บุฟเฟต์ที่ว่ามานี้ รวมถึง “สวนละไม” สวนผลไม้บุฟเฟต์ขนาดใหญ่ใน จ.ระยอง พื้นที่ 700 ไร่ ซึ่งมีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุดและผลไม้อื่นๆ ไว้บริการ

อะไรทำให้จากสวนผลไม้ธรรมดาๆ พัฒนามาเป็นสวนผลไม้บุฟเฟต์ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวพอสมควรประสบความสำเร็จในแง่ธุรกิจด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีนับจาก พ.ศ. 2557 วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ “ไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์” เจ้าของสวนละไมแห่งนี้


อดีตกำนันไพโรจน์ เจ้าของสวนละไม

พ่อบุกเบิก-ลูกคิดเพิ่มกำเนิดสวนละไม

สวนละไมเริ่มต้นจากสมัยรุ่นพ่อคือ รุ่นที่ 1 ส่วนตนเป็นรุ่นที่ 2 ก่อนหน้านั้น ในบริเวณนี้เป็นสวนทั้งหมด แต่ภายหลังมานั่งคิดว่าอยากพัฒนาและหารายได้เพิ่มเติมนอกจากการปลูกผลไม้จึงได้แนวคิดเปิดเป็นสวนผลไม้บุฟเฟต์เมื่อปี พ.ศ.2557 จากนั้นจึงมีการเพิ่มกิจกรรมในสวน

อิทธิพลพลังโซเชียลช่วยโตก้าวกระโดด

ทุกวันนี้ การท่องเที่ยวเปลี่ยนไป การเดินทางสะดวกขึ้น ซึ่งลูกค้าเป็นคนที่ทำการตลาดให้เนื่องจากมีการถ่ายภาพและโพสต์ภาพลงในโลกออนไลน์ รวมไปถึงการรีวิวเกี่ยวกับการบริการ ความสะดวกสบาย ทำให้เป็นที่รู้จักของคนแบบก้าวกระโดด


สวนละไมวันนี้ เปิดธุรกิจบุฟเฟต์ผลไม้

ทั้งนี้ ลูกค้าของสวนละไมเฉลี่ยวันละ 4,500 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม โดยมาในนามของบริษัท นอกจากนั้น จะเป็นลูกค้ากลุ่ม โดยกลุ่มละประมาณ 4-7 คนขึ้นไป สวนละไมเคยวางแผนจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 2,000 คนต่อวัน แต่ทำไม่ได้เนื่องจากเกิดปัญหาหลายอย่าง ดังนั้น จึงเปลี่ยนมาเป็นจัดให้เข้าชมสวนเป็นรอบๆ เพื่อความสะดวกสบาย นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่

คุณภาพและความซื่อสัตย์คือคีย์ซัคเซส

ผลไม้ที่สวนละไมจะขายเฉพาะที่สวนเท่านั้น ไม่ได้ส่งขายตามตลาดทั่วไป โดยผลไม้ที่เป็นของทางสวนเองมีประมาณ 20% ส่วนอีก 80% รับซื้อจากเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ จ.ระยอง ทั้งนี้ จะใช้การสุ่มตรวจเพื่อคัดคุณภาพของผลไม้ หากพบว่าเกษตรกรรายใดไม่ซื่อสัตย์นำผลไม้ไม่ได้คุณภาพมาขาย ทางสวนละไมจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดคือ คืนสินค้าทั้งหมด และยกเลิกการซื้อขายระหว่างเกษตรกรเจ้าของสวนดังกล่าวอีกต่อไป ซึ่งเป็นการรับประกันต่อนักท่องเที่ยวว่า จะได้รับประทานผลไม้ที่มีคุณภาพ หากพบว่ามีสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพหลุดออกไป สวนละไมยินดีคืนเงินให้กับลูกค้าทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งถือว่าเป็นการตลาดอีกแบบหนึ่งที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้ เพราะมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า


“ทุเรียน” ราชาผลไม้แห่งบุฟเฟต์สวนละไม

อ่านตรงนี้บุฟเฟต์ผลไม้ต้องทำอย่างไร

การท่องเที่ยวในสวนละไมเริ่มต้นจากที่จอดรถ โดยนักท่องเที่ยวจะต้องมาซื้อตั๋วที่ห้องจำหน่ายตั๋ว จากนั้นเดินทางไปยังสวนเงาะและมังคุด โดยเป็นอาคารรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถเก็บผลไม้สดๆ จากต้น พร้อมทั้งมีน้ำสมุนไพรและไอศกรีมให้บริการ หลังจากนั้น จะนั่งรถต่อไปยังสวนทุเรียน โดยจะรับประทานผลไม้บุฟเฟต์ที่บริเวณนี้ ซึ่งจะประกอบด้วยผลไม้หลากหลายชนิด รวมทั้งมีอาหารไว้บริการ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวยังสามารถชมสาธิตการเก็บทุเรียนโดยใช้กระสอบรับ ต่อมาเมื่อรับประทานอาหารเสร็จจะลงไปที่สวนมะยงชิดและต่อด้วยฟาร์มแกะ โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อของฝากได้ที่นี่

ปีหน้าสวนละไมมีแผนเพิ่มจุดท่องเที่ยวอีก 1 จุด คือ ผักสลัด ผักออร์แกนิก ซึ่งจะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ปลูกและเก็บผักเอง โดยสามารถซื้อกลับไปรับประทานได้เลย จะรวมอยู่ในค่าเข้า 400 บาท เฉลี่ยนักท่องเที่ยวจะใช้เวลาอยู่ในสวนละไมและทำกิจกรรมต่างๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง อนาคตอยากพัฒนาสวนละไมให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


มังคุดก็มีให้รับประทาน

ช่วงนี้ สวนละไมมีกำไรเฉลี่ยวันละ 100 บาทต่อคน ในอนาคตคาดว่า อยากให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวใน จ.ระยองเฉลี่ย 800 บาทต่อคน

ผสานเครือข่ายลุยบูรณาการท่องเที่ยว

สมาคมการท่องเที่ยว จ.ระยอง มีการหารือและประชุมร่วมกันเดือนละ 1-2 ครั้ง ซึ่งผู้ประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยวก็จะมาแลกเปลี่ยนทัศนคติ และวางแผนร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของ จ.ระยอง


เยือนสวนผลไม้ระยองต้องห้ามพลาด “เงาะ” หวานฉ่ำ

แผนการท่องเที่ยวต่อไปของ จ.ระยอง คาดว่าจะมีการติดต่อ หรือร่วมกันกระจายรายได้ไปยังธุรกิจอื่นๆ เช่น ที่พัก ร้านอาหารใน จ.ระยอง หากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่แล้วกำลังมองหาที่พัก จะแนะนำให้ไปพักกับโรงแรม หรือรีสอร์ตที่เป็นพันธมิตรกัน รวมถึงร้านอาหาร โดยอาจจะได้รับส่วนลดจากการใช้บริการ

ผู้ว่าราชการ จ.ระยอง ให้ความสำคัญกับธุรกิจการท่องเที่ยวมาก โดยสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวยั่งยืน รวมทั้งช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ไม่ขาดมือ ทำให้การท่องเที่ยวของ จ.ระยอง เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ในพื้นที่ จ.ระยอง มีสวนทุเรียนกว่า 1 แสนไร่


ระยองมีสวนทุเรียนกว่า 1 แสนไร่ รวมถึงสวนละไมด้วย

ปรับตัวสู่อนาคต เปิดให้ท่องเที่ยวทั้งปี

ขณะนี้ สวนละไมเป็นธุรกิจของรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นลูกที่ชวนกันพัฒนามีแนวคิดที่จะทำให้สวนละไมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของระยอง พร้อมทั้งมีกิจกรรมที่สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มคน รวมถึงกิจกรรมหมุนเวียนตลอดทั้งปี เช่น อาจจะเพิ่มเติมกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ อีกทั้งยังเพิ่มที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม อยากเห็นความยั่งยืนของธุรกิจ ซึ่งจะคอยบอกลูกๆ ตลอดว่า อย่าเล็งเห็นผลกำไรมากจนเกินไป.


สวนละไมเตรียมเพิ่มกิจกรรมให้เที่ยวได้ตลอดปี

เรื่องเล่าความสำเร็จ

 

สตาร์ตอัพรุ่นบุกเบิก ‘บัซซี่บีส์’ ชื่อนี้ อยู่เบื้องหลังธุรกิจใหญ่

Published April 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/598456

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2559 05:30

 

ช่วงนี้ คำว่า สตาร์ตอัพ (Start Up) อันหมายถึงการเริ่มต้นธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย จนอาจกล่าวได้ว่า เป็นเทรนด์ธุรกิจที่กำลังมาแรง

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยพื้นฐานที่ใครๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นลูกจ้าง ต้องการเป็นนายตัวเอง กระทั่งภาครัฐและเอกชนเห็นความสำคัญหันมาส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจัง ที่สำคัญมีตัวอย่างระดับโลกคือ ตำนานของ “มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก” ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กมหาเศรษฐีโลก ยิ่งทำให้สตาร์ตอัพติดลมบน

ผู้บริหารหญิงคนเก่งบัซซี่บีส์

วันนี้ “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ได้พูดคุยกับ “นส.ณัฐธิดา สงวนสิน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด อีกหนึ่งสตาร์ตอัพในไทยยุคบุกเบิกที่ประสบความสำเร็จ จึงขอนำเรื่องราวน่าสนใจทั้งหมดมานำเสนอ

จุดสตาร์ตบัซซี่บีส์ 

บัซซี่บีส์เกิดจากแรงบันดาลใจการคิดค้นต้นแบบที่ไม่เหมือนใคร แรงบันดาลใจที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการติดต่อถึงกันและกันได้อย่างง่ายดาย จากคนหนึ่งถึงอีกคน จากองค์กรไปสู่บุคคล และจากร้านค้าเล็กๆ ไปยังทุกคน ซึ่งในรูปแบบนี้จะทำให้ทุกคนได้รับผลประโยชน์ที่ดีที่สุด

ระบบของบัซซี่บีส์เป็นระบบที่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนต้องมีไว้ใช้งาน ระบบอำนวยความสะดวกในการสร้างร้านค้าและรับสิทธิประโยชน์จากร้านค้าแบบง่ายๆ ส่วนร้านค้าและแบรนด์สามารถทำรูปแบบการใช้งานต่างๆ ในแบบที่เป็นแบรนด์ของตนเองได้ทันที เช่น สร้างสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า สร้างแบรนด์ Loyalty เพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า และการเพิ่มขึ้นของการรับรู้แบรนด์

ผลงานทางธุรกิจของบัซซี่บีส์

บัซซี่บีส์พัฒนาแอพพลิเคชั่นขึ้นมาและดูแลต่อให้กับลูกค้า โดยพัฒนาบนคลาวด์แล้วให้เช่ารายเดือน เสร็จแล้วถ้าลูกค้าเห็นสิทธิประโยชน์ต่างๆ จัดหาให้หมด โมเดลแรกพัฒนาบนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ ไอโฟนและเว็บไซต์ ปรากฏว่า ทำไปทำมาลูกค้าต้องการให้หาสินค้าและบริการให้ด้วย เหมือนว่า ทำแพลตฟอร์มแล้วต้องบริหารจัดการด้วย ทั้งทำตลาด หาสินค้าต่างๆ จนเกิดโมเดลอีคอมเมิร์ซขึ้น เมื่อเข้ามาในมาร์เก็ตเพลสแล้วก็สามารถใช้อีคอมเมิร์ซได้ สำหรับการคิดค่าใช้จ่ายนั้น แยกเป็น ค่าพัฒนาระบบ ค่าเช่าระบบและถ้ามีการจัดหาสิทธิประโยชน์ก็จะมีค่าบริหารจัดการ

นับตั้งแต่บัซซี่บีส์เปิดตัวในเดือน ธ.ค. 2555 ได้สร้างระบบที่มีประสิทธิภาพมหาศาล เชื่อว่าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมไอทีบนโซเซียลเน็ตเวิร์กเป็นรายแรกๆ ของไทย สามารถออกแบบพัฒนา CRM Platform แบบ Tailor-made ให้กับองค์กรต่างๆ

ก้าวย่างสู่ปีที่ 3 เติบโต 3 เท่า

อายุของบัซซี่บีส์ประมาณ 3 ปี เติบโตประมาณ 3 เท่าตัวต่อทุกๆ ปี ทั้งในแง่ของรายได้และผู้เข้าใช้งาน ซึ่งคิดเป็นอัตราเติบโตหลาย 100 เท่า ก่อนหน้านี้ เริ่มต้นจากทำเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ เป็นบริษัทขนาดเอสเอ็มอี ทำงานระบบรักษาความมั่นคงลายนิ้วมือ เป็น 1 ใน 8 ของโลก ที่ได้ทำให้เอฟบีไอ และลูกค้าราชการ สักพักได้พบกับเพื่อนที่ทำสตาร์ตอัพอยู่ที่ซิลิคอนวัลเลย์ได้เงินทุนแล้วขายบริษัทต่อ จึงรู้จักเกี่ยวกับคำว่า สตาร์ตอัพจึงตกลงกับหุ้นส่วนอีกคน เปลี่ยนแนวทางจนมาถึงทุกวันนี้ ตลอดจนมีบริการทำด้านการวิจัยและสำรวจตลาด

คุณณัฐธิดาและหุ้นส่วนบัซซี่บีส์

พอร์ตลูกค้าทั้งในไทย-ต่างประเทศ

ปัจจุบันบัซซี่บีส์มีฐานผู้เข้าใช้งานประมาณ 15 ล้านคน นับเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้ขยายตัวออกไปยังตลาดต่างประเทศ 7 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา แอฟริกา กานา แคมมารูน ไอวอรี่โคสต์ และมีพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 20 องค์กร เช่น  SOL ซัมซุง เอไอเอส มี๊ด จอห์นสัน ปตท. เมืองไทยประกันชีวิต กรุงไทยแอกซ่า กสิกรไทย และเพลย์บอย เป็นต้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมา บัซซี่บีส์มีรายการพรีวิลเลจและบริการสูงถึง 20,000 แคมเปญ และมีสมาชิกเข้ามาชมสิทธิพิเศษต่างๆ สูงสุดถึง 20 ล้านครั้งต่อเดือน และมีผู้เข้าชมมากกว่า 200,000 คนต่อวัน ที่ผ่านมามีสมาชิกนำคะแนนสะสมมาแลกสิทธิพิเศษไปแล้วกว่า 1 พันล้านแต้ม ซึ่งได้พิสูจน์ตัวเองด้วยประสิทธิภาพเหล่านี้ และสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมในโลกของโซเชียลมีเดียได้อย่างมากมาย

มีรางวัลการันตีฝีมือ

ระบบแพลตฟอร์มของบัซซี่บีส์ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนไทยมีส่วนแบ่งการตลาดอับดับ 1 ในกลุ่มนี้ ซึ่งถ้ารองจากโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊กและไลน์น่าจะเป็นอันดับที่ 3 ในไทย และได้รับการจัดอันดับให้เป็นแอพฯ อันดับ 1 ของ iTunes และ Google Play Store ในหมวด Lifestyle หลายครั้ง ระบบได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ การันตีได้จากรางวัลมากมาย ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ Thailand ICT Awards 2015 และ Thailand ICT Awards 2012, รางวัล Microsoft Partner Award 2015 และ Microsoft Partner Award 2013, รางวัล ASEAN ICT Silver Awards 2013 โดยคัดเลือกจาก 10 ประเทศในอาเซียน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

กวาดลูกค้ารายใหญ่ๆ ในประเทศเพียบ

จัดกลุ่ม 5 บริการหลัก

บัซซี่บีส์ วางตัวเองเป็นระบบบริหารจัดการลูกค้าอัจฉริยะ ที่ใช้งานได้ง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า อย่างครบวงจร เหมาะสำหรับทุกธุรกิจ มีบริการต่างๆ แบ่งออกเป็น 5 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1. CRM Mobile Privilege 2. Privilege Marketplace (E-Commerce) 3. Online Survey & Digital Media 4. E-Wallet 5.    Application Installation

นอกจากนั้น บัซซี่บีส์ยังมีบริการให้คำปรึกษาและบริการสำหรับธุรกิจทุกประเภท ตั้งแต่การทำโฆษณาแนะนำสินค้าใหม่ การเปิดร้านค้าออนไลน์ ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าและบริการให้ถึงมือลูกค้า

ไม่ได้ฝันจากสตาร์ตอัพจะมาไกลขนาดนี้

ปีนี้ บัซซี่บีส์จะทำอะไรเพิ่มอีกหรือไม่นั้น ทำเพิ่มทุกปี เรื่องบิ๊กดาต้าก็สำคัญ เมื่อถามว่า มาจนถึงทุกวันนี้ พอใจ และประสบความสำเร็จหรือยัง จริงๆ ไม่ได้ฝันว่าจะมาได้ขนาดนี้ จำได้วันแรกที่คุยกันถ้าผู้ใช้งานถึง 1 ล้านคนก็ประสบความสำเร็จสุดขีดแล้ว คือ จะดีใจมาก ตอนนั้น มีหุ้นส่วน 2 คนแรก คนที่ 3 เพิ่งจะมา มีการตั้งเคพีไอกันไว้ว่า ถ้าประสบความสำเร็จขั้นแรกต้องได้ลูกค้า 1 ล้านคน ถ้าได้ 4-5 ล้านคน คือ สุดยอด ปรากฏว่า วันนี้ มีลูกค้า 15 ล้านคน มีการพูดถึงการลงทุนต่างๆ ในอนาคต สิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าเชื่อเป็นธุรกิจที่ไม่มีลิมิตคิดโมเดลต่างๆ แล้วโต

บัซซี่บีส์ผู้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมของหลายบริษัท

แนะเคล็ดไม่ลับเส้นทางสู่ดวงดาว

สำหรับคำแนะนำแก่สตาร์ตอัพมือใหม่ โดยสิ่งที่สตาร์ตอัพต้องทำคือ 1. ตรงนี้มองว่าสำคัญที่สุดต้องมีกระแสเงินสด หรือ เงินทุน ให้ถึงก่อนธุรกิจถึงดวงดาว เพราะไม่ว่าธุรกิจนั้นๆ จะดีขนาดไหน มีอัตราการเติบโตมากเท่าไรโมเดลแรกของสตาร์ตอัพคือ โต ดังนั้น เงินทุนมีความสำคัญมาก 2. อันไหนไม่ประสบความสำเร็จต้องเปลี่ยน จริงๆ แล้วบัซซี่บีส์ไม่ใช่ไม่เคยประสบความสำเร็จ แต่เราจะไม่ทู่ซี้ทำอะไรที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะตลาดไม่ใช่มโนเอาเอง แต่เป็นตลาดที่ผู้บริโภคต้องบอกว่า ชอบหรือไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบต้องเปลี่ยนไม่ดื้อทำ

บัซซี่บีส์มีข้อได้เรียคือ ปรับเปลี่ยนเร็ว และเป็นองค์กรที่คล่องตัวมาก โดย 1 เดือน สามารถเปิดตัวแอพพลิเคชั่นได้ 2 แพลตฟอร์ม เป็นข้อได้เปรียบ สรุปไม่ต้องผิดหวัง เมื่อผิดหวังก็ทำใหม่ มีความอดทนสูง และอย่าทู่ซี้ทำหากไม่ประสบความสำเร็จ

วางแผนอีกก้าวโมเดลเข้าตลาดหุ้น

แผน 3-5 ปีจากนี้ วางเป้าหมายผลักดันรายได้ให้โตประมาณ 2 เท่าขึ้นไป จากนั้น อีก 3-4 ปีข้างหน้ามองเรื่องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็มีแผนอื่นๆ รองรับอีก จริงๆ วางเป้าหมายไว้ว่า ต้องการเข้าตลาดฯ ที่มูลค่าประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเข้าตลาดฯ ไทยหรือต่างประเทศ ตรงนี้ ระยะเวลายังไม่สำคัญเท่ามูลค่าบริษัท เราต้องการทำมูลค่าบริษัทให้ได้ เพื่อให้หุ้นดีจริงๆ วันนั้นคือวันที่นับว่า ประสบความสำเร็จ

ธุรกิจนี้ อนาคตวางแผนเข้าตลาดหุ้น

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยไม่มีปัญหากับการทำธุรกิจ ขณะที่ 3จี และ 4 จี จะช่วยทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อครั้งวันแรกที่บัซซี่บีส์ทำธุรกิจมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประมาณ 10 ล้านคน วันนี้ มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ใช้สมาร์ทโฟนถึง 35 ล้านคนแล้ว ตรงนี้ เป็นตัวเลขปีที่ผ่านมา วันนี้ จำนวนเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน ซึ่งจากพฤติกรรมของลูกค้าแนวโน้มเติบโต กราฟทุกกราฟบ่งบอก เชื่อว่า ยิ่งจะดีขึ้น โดยเฉพาะบัซซี่บีส์เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ส่วนปัญหาหรืออุปสรรคนั้น เกิดขึ้นทุกวัน เนื่องจากเป็นองค์กรที่โตเร็วมาก ก็แก้ไขไปได้ บริหารจัดการกันไป

ณ วันนี้ ลูกค้าของบัซซี่บีส์เป็นลูกค้าบอกต่อเกือบ 100% ไม่ต้องออกไปหาลูกค้า ส่วนสภาพการแข่งขันนั้น ถ้าในแง่ของไอที ตัดส่วนเฉพาะไอทีออกมาคู่แข่งคือ บริษัทเอาต์ซอร์สงานปกติ หรือ บริษัทไอทีทั่วไป แต่ข้อได้เปรียบของเราคือ มีทีมทำด้านกลยุทธ์ เพราะการทำแอพพลิเคชั่นนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำแอพพลิเคชั่นให้คนใช้เป็นเรื่องยาก บัซซี่บีส์มีกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จให้ดู โดยปีที่ผ่านมา มีรายได้ประมาณ 150 ล้านบาท ปีนี้ ตั้งเป้าโตที่รายได้ 390 ล้านบาท ย้อนกลับไปเมื่อปีแรกรายได้ 1-2 ล้านบาท ปีที่ 2 ได้ 50 ล้านบาท.

เรื่องเล่าความสำเร็จ : ถอดรหัส “ไทยพาณิชย์”​ แบงก์ก้าวสู่ปฏิวัติดิจิตอล

Published February 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569492

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 05:30

 

“ไทยพาณิชย์” หรือ SCB เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทยอายุกว่า 100 ปี มีบริการทางการเงินต่างๆ ครบวงจร ซึ่งจากข้อมูลงบการเงิน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2558 ที่นำส่งธนาคารแห่งประเทศไทยมีขนาดของสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของธนาคารพาณิชย์ นับว่าประสบความสำเร็จในธุรกิจงดงาม

ดังนั้น โอกาสการแถลงกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2559 ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารไทยพาณิชย์ หาดตะวันรอน จ.ชลบุรี “ไทยรัฐออนไลน์” จึงได้นำแนวทางก้าวย่างต่อไปของธนาคารไทยพาณิชย์มานำเสนอ พร้อมทั้งคาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ซึ่งน่าสนใจไม่น้อย

2 บิ๊กบอส SCB  

ทั้งหมดจากผู้บริหารระดับสูงของ SCB ประกอบด้วย “อาทิตย์ นันทวิทยา”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร และ “ญนน์ โภคทรัพย์” กรรมการผู้จัดการใหญ่

วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจีดีพีโต 3-3.5%

อาทิตย์ : ไทยพาณิชย์คาดว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปีนี้จะอยู่ระดับ 3-3.5% เป็นอัตราการเติบโตไม่มากพร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นจากปกติและยังคงมีความหวังหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ จะอยู่ในระดับกว่า 2.5% ลดลงจากปีก่อน

3 กลยุทธ์นำ “ไทยพาณิชย์” เดินหน้า

อาทิตย์ : สำหรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของไทยพาณิชย์ปีนี้ มีการวางกลยุทธ์การดำเนินงานไว้ 3 ประการ ทั้งการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ต่อมา คือ
การบริหารความเสี่ยง ทั้งในเรื่องของบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรืออัตราดอกเบี้ยอื่นๆ และสุดท้ายการไม่เน้นเร่งการเติบโตในแบบที่ไม่สมเหตุสมผล

วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทย

ดึง “ธนา” อดีตมิสเตอร์แฮปปี้เสริมทัพ

อาทิตย์ : ปีนี้ธนาคารยังจะแบ่งเงินลงทุน 2 ส่วน โดยส่วนที่ 1. วิจัยและพัฒนา โดยจะลงทุนตั้งบริษัทด้านวิจัยใหม่ ปีแรกจะมีงบลงทุน 500 ล้านบาท จากกำไรปี 2558 เบื้องต้นได้ นายธนา เธียรอัจฉริยะ อดีตผู้บริหารหลายบริษัท มาเป็นผู้บริหาร และ 2. ตั้งเวนเจอร์แคปปิตอล (Venture Captital) วงเงินประมาณ 1,750 ล้านบาท เพื่อลงทุนกับแนวคิดสตาร์ทอัพ (Startup) ต่างๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีทางการเงิน

จากข้างต้นวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้ธนาคารเข้าไปในสภาพแวดล้อมของการพัฒนาเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นในโลกทำให้ไปรู้ไปเห็น ไปเข้าใจ ให้ธนาคารมีพาร์ทเนอร์ในสนามธุรกิจอีกด้าน ตรงนี้ ไทยพาณิชย์ไม่เคยเข้าไปมาก่อน รวมถึงเพื่อให้นำมาใช้ได้รวดเร็วและมากพอ เนื่องจากถ้าให้ธนาคารสร้างสิ่งเหล่านี้เอง อาจจะมีความสามารถไม่เพียงพอ และอาจไม่ทันกับการแข่งขัน

“อาทิตย์ นันทวิทยา”

ไทยพาณิชย์สนใจส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องระบบชำระเงิน e-Payment เช่น การโอนเงินระหว่างประเทศ บริหารความมั่นคงและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อไปถึงเป้าหมายสุดท้ายคือเข้าถึง และสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าให้แตกต่าง จากบริการปัจจุบันที่ทั้งระบบมีอยู่ อนาคตระบบธนาคารจะไปอยู่ในมือถือมากขึ้นหรือไม่ ลูกเล่นต่างๆ โมเดลธุรกิจแบบนี้เหมาะสมจริงๆ หรือไม่

หวังลงทุนภาครัฐ-ท่องเที่ยวพยุงเศรษฐกิจ

อาทิตย์ : ไทยพาณิชย์มองภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และรถไฟทางคู่ เป็นต้น รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่น่าจะเข้ามาช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตไปได้ แต่หากการลงทุนภาครัฐไม่เกิดขึ้นในปีนี้ อย่างที่คาดหวังจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น

อธิบายกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจไทยพาณิชย์

ในปีนี้ ธนาคารฯ มีความหวังต่อเศรษฐกิจไทยที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา
ทั้งการลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายภาคประชาชนในระดับกลาง-บน ซึ่งไทยพาณิชย์ได้มี นโยบายที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐ ที่จะเข้าไปผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และบริการระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

ระวัง 2 ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ

อาทิตย์ : ปีนี้ มีปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศอยู่ 2 ประเด็นคือ 1. การชะลอลงตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลให้อุปสงค์ของโลกหดตัวที่ผ่านมา ที่จีนเป็นแหล่งรองรับในการผลิตโลกตามขนาดความใหญ่เศรษฐกิจเมื่อจีนชะลอตัวอย่างรวดเร็วย่อมส่งผลกระทบมากต่อภาคการส่งออกทั้งโลกและไทย และ 2. ความไม่แน่นอนในปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เป็นปัจจัยหลังทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำลงและส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำตาม
ด้วย

“ญนน์ โภคทรัพย์”

ไทยเงินทุนสำรองยังสูง-หนี้รวมต่ำ

อาทิตย์ : อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับด้านความผันผวนเศรษฐกิจไทยยังถือว่ามีกันชนที่ดีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เงินสำรองระหว่างประเทศระดับสูง ปริมาณหนี้รวมประเทศต่ำ ที่นอกจากจะเป็นกันชนให้เศรษฐกิจแล้วยังช่วยเรียกความมั่นใจให้แก่เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ

อนาคตอุตสาหกรรมธนาคารไม่พ้นปฏิวัติดิจิตอล

นายญนน์ : แนวโน้มอุตสาหกรรมธนาคารในอนาคตนั้นจะก้าวเข้าสู่การปฏิวัติดิจิตอลเต็มรูปแบบเนื่องจากต้นทุนลดลงตามเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจของหลายธุรกิจไปมาก รวมถึงธนาคาร

ผลประกอบการชี้วัดความสำเร็จ

เรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ทุกคนนิ่งนอนใจไม่ได้กระทบกับทุกธุรกิจ สำหรับธุรกิจการเงินอีก 5-10 ปี ไม่พ้นต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงมหาศาลมากกว่าช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คิดว่าเป็นสิ่งที่เห็นตรงกัน

นอกจากนี้ ไทยพาณิชย์ยังมีสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพียง 40% เท่านั้น ทำให้มีช่องว่างสำหรับการลงทุนในสิ่งเหล่านี้ได้อีกมาก ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารอื่นที่มีสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้สูงกว่า 40%

แจกแจงทิศทางธุรกิจแบงก์ไทยพาณิชย์เพิ่มเติม

ฉายภาพไทยพาณิชย์อีก 5 ปีข้างหน้า

รูปแบบธุรกิจของไทยพาณิชย์ในอนาคต 5 ปีนั้น ตั้งเป้าไว้ 3 ประเด็นคือ 1. พัฒนาประสบการณ์ลูกค้าผ่านการเข้าถึง มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และให้บริการมืออาชีพ เพื่อสิ่งที่ลูกค้าต้องการแท้จริง 2. การบริหารงานที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นแบ่งประเภทลูกค้าชัดเจนและละเอียดขึ้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารผ่านการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรม หาหุ้นส่วนที่มีศักยภาพ และการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อติดตามรูปแบบธุรกรรม และ 3. พัฒนาระบบความปลอดภัยรองรับดิจิตอลแบงก์กิ้ง.

เรื่องเล่าความสำเร็จ : 100 เดียวเท่าแผ่นผี ‘ไอฟลิกซ์’ ลุยขายหนังออนไลน์

Published January 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565572

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2559 05:30

 

เปิดตัวเข้าสู่ธุรกิจบริการดูหนังและซีรีส์ออนไลน์ในเมืองไทยได้ไม่นาน แต่สามารถสร้างสีสันและได้ผลตอบรับดีทีเดียว ชนิดที่คอหนังสายแผ่นผีซีดีเถื่อนและขาโหลดบิทยังต้องแอบปันใจ แฟนคลับซีรีส์ดังต้องลอง

วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปแกะรอยเส้นทางธุรกิจของ “ไอฟลิกซ์” จากการพูดคุยแบบเป็นกันเองกับ “อาทิมา สุรพงษ์ชัย” อดีตวิศวกรไฟฟ้า ที่ปัจจุบันทำหน้าที่กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

ก่อกำเนิดไอฟลิกซ์

ไอเดียแรกมาจากฮอลลีวูดคือ บริษัท เอเวอร์ลูชั่น มีเดีย แคปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ในฮอลลีวูด โดยมองมาที่ตลาดเอเชียที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์สูง แต่ทำไมไม่มีบริการรูปแบบนี้ จึงอยากให้มีบริการที่ดีพอและถูกพอ เชื่อว่า จะทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม เหมือนกับเกิดขึ้นในตลาดเพลงก่อนหน้านี้ คราวนี้ เมื่อมองมาในภูมิภาคใครจะพอช่วยกันทำให้เกิดได้จนพบกับแคทชา กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทลงทุนที่มีชื่อเสียงในการสร้างธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ และประสบความสำเร็จ

ไอเดียดังกล่าว คือ บริการดูหนังและซีรีส์ออนไลน์ โดยเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 18 เดือนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ มีลูกค้าทั้งหมดประมาณ 1,500,000 ราย

“อาทิมา” ผู้บริหารหญิงเก่ง

2 หน้าที่หลักของไอฟลิกซ์ในไทย

ไอฟลิกซ์ในประเทศไทยมีหน้าที่หลักๆ 2 อย่าง คือ 1. ปรับปรุงปรับเปลี่ยนสินค้าคือ หนัง ซีรีส์และคอนเทนต์ให้เข้ากับตลาดไทย ตรงนี้ คือรวมทั้งเพิ่มหนังไทย เพิ่มซับไตเติ้ลไทย และเว็บแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ให้มี 2 ภาษา และ 2. หน้าที่ทางการตลาด เพราะถ้าจะประสบความสำเร็จในธุรกิจต้องมีทีมการตลาดในไทย

เปิดบริการในไทยเป็นลำดับที่ 3

ขณะนี้ ไอฟลิกซ์เปิดให้บริการใน 3 ประเทศ โดย 2 ประเทศ แรกเปิดตัวพร้อมกันเมื่อเดือน มิ.ย. 2558 คือ มาเลเซียและะฟิลิปปินส์ ส่วนไทยเปิดตัวเมื่อเดือน ก.ย. 2558 อย่างไรก็ตาม ลูกค้า 1,500,000 ราย ในระยะเวลาอันสั้นนั้น ถือว่า ถือเป็นบริษัทระดับท็อปในการเติบโตเร็วในภูมิภาค

ดูหนังไม่อั้นในราคาแผ่นผีแผ่นเดียว

ไอฟลิกซ์มีวิชั่นจะขยายไปเปิดบริการในประเทศอื่นๆ เราสามารถหาคอนเทนต์ได้มากมาย เพราะคอนเทนต์โพรวายเดอร์มองเราเป็นว่า ถ้าอย่างน้อยร่วมมือกับเราจะได้คิด หรือ ออกแบบ สินค้าที่เป็นเครื่องมือสู้กับการละเมิดลิขสิทธิ์อื่นๆ ซึ่งมองว่า เป็นวินวินกับผู้บริโภค แทนที่สมมติจะต้องออกไปซื้อซีรีส์เป็น 10 ซีซั่น ซึ่งซีซั่นหนึ่งมี 2 แผ่น แผ่นเสียหายไหม มีเครื่องเล่นไหม ตรงนี้ การไล่ซื้อยังอาจแพงกว่า เปรียบเทียบกับไอฟลิกซ์เดือนละ 100 บาท ดูไม่อั้น มีซีรีส์ และหนังจำนวนมาก จะดูเมื่อไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ผู้บริโภคน่าจะตัดสินใจได้ง่าย ในราคาที่ไม่ได้แพงเกินไปเท่ากับแผ่นก๊อบปี้แผ่นเดียว

อีกหนึ่งจุดขายดูหนัง-ซีรีส์ทุกที่ทุกเวลา

ไอฟลิกซ์ให้นิยามตัวเองถ้าภาษาอังกฤษเรียกว่า อินเทอร์เน็ตทีวี เพราะว่า สามารถดูทีวีได้ทุกที่ ทั้งในคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออื่นๆ มีหนัง เป็นอินเทอรเน็ตทีวี เพราะจริงๆ แล้วก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดู แม้จะมีฟีเจอร์ดาวน์โหลดไว้แล้วเอามาดูได้ แต่ต้องมีอินเทอร์เน็ตเริ่มต้น ฟีเจอร์นี้ เราค่อนข้างภูมิใจที่หลายๆ บริษัทไม่มี เป็นฟีเจอที่คิดและพัฒนามาเพื่อตลาดกำลังพัฒนาโดยเฉพาะ เพราะว่า อินเทอร์เน็ตอาจจะไม่เสถียร หลายๆ คนอาจจะไม่มีอันลิมิเต็ดดาต้า แต่คิดว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่บ้านและออฟฟิศเยอะมาก ดังนั้น ก่อนที่ลูกค้าจะเดินทางดาวน์โหลดไว้และสามารถดูได้

ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ไร้ข้อผูกมัด

ง่ายๆ สำหรับคอหนังยังไม่เคยใช้บริการ

ให้คิดภาพตามถ้าทุกคนสามารถดูรายการทีวี หรือ หนังที่ชอบ หนังเหล่านี้ มาจากทั้งฮอลลีวูด เอเชียและอื่นๆ สามารถดูได้ในทุกเครื่องมือที่มี เช่น มือถือ แท็บเล็ต ไอโฟน เป็นต้น ดูเมื่อไรก็ได้ตามต้องการทั้งหมดในราคาเท่ากับแผ่นก๊อบปี้แผ่นเดียว และตรงนี้ เป็นวิชั่นของเรา

เปิดตัวในไทย ชี้มีความพร้อมทุกด้าน

ความจริงไอฟลิกซ์มีแผนจะเปิดบริการในไทยเป็นประเทศที่ 2 แต่ใช้เวลาเตรียมตัวนานเลยเป็นประเทศที่ 3 ความจริงไทยเป็นตลาดที่มีความพร้อมมากถึงมากที่สุด 2 ปัจจัย คือ 1.โครงสร้างพื้นฐานเข้าถึง อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยค่อนข้างเร็ว ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย โดยเป็นระดับท็อปเลย อีกทั้งความเสถียรของ 4 จี และ 3 จี การเข้าถึงของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ถือว่า มีจำนวนมาก ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ถึง 40,000,000 คน ถือว่า จำนวนมาก และส่วนใหญเป็นความเร็วสูง ขนาดมาเลเซียและฟิลิปปินส์ยังช้ากว่าไทยนอกจากนั้น ราคาสมาร์ทโฟน หรือ สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ ถูกลงทุกปี ขณะนี้ ราคาไม่กี่พันบาทก็เข้าถึงได้

ทั้งนี้ อินเทอร์เน็ตทีวีต้องมีคอมพิวเตอร์ไหมไม่จำเป็นผู้บริโภคส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟน มือถือจะเป็นคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ผู้ให้บริการมือถือ โครงข่ายต่างๆ มีการแข่งขันด้านราคาสูง ผู้บริโภคได้เปรียบ ราคาดาต้าลดลงมาก

ปัจจัยที่ 2 คือ ผู้บริโภคมีความต้องการที่จะดู ต้องการบริโภคคอนเทนต์ในเวลาของตัวเอง ยกตัวอย่าง ถ้าดูสถิติยูทูบก็ติดท็อบ 5 ในโลก ซึ่งก็เป็นวิดีโอออนดีมานด์เช่นกัน ดังนั้น จาก 2 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้มั่นใจมากว่า ผู้บริโภคเข้าถึง มีดีมานด์ แล้วก็มีประสบการณ์พอที่จะเลือกว่า บริการของไอฟลิกซ์ดีกว่า จึงคิดว่า สมบูรณ์มาก

มากมายด้วยหนัง ซีรีส์และรายการทีวี

พอใจผลตอบรับ แต่ยังมีสิ่งต้องทำต่อ

หลังจากเปิดตัวในไทยได้ประมาณ 3-4 เดือน คิดว่า ผลตอบรับดีมาก แต่ยังมีอีกมากที่ต้องทำ ยังไม่ถึงจุดสูงสุด ปีนี้ จะเป็นปีที่เราก้าวกระโดดโตขึ้นอีก ด้วยคอนเทนต์ที่กำลังจะนำมาเพิ่ม และด้วยพาร์ทเนอร์ ซึ่งคิดว่า ไปได้อีกมาก เพราะว่า ไอฟลิกซ์เองด้วยสินค้าที่มีและราคาที่ผู้บริโภคคิดง่าย 100 เดียว ทำให้ตรงนี้ เป็นจุดแข็ง เมื่อเข้าไปดูแล้วมีของเยอะมาก มั่นใจว่า ยังมีอีกหลายคนไม่รู้จักไอฟลิกซ์ ซึ่งเป็นโจทย์ของปีนี้ว่า ทำให้ทุกคนรู้จัก แล้ววันที่รู้จักแล้วให้ลอง มีให้ลองฟรี 30 วัน ไม่จำกัด ดูได้ทุกอย่าง ถ้าชอบค่อยว่ากัน ตรงนี้ เป็นสิ่งที่บอกว่าต้องลอง ซึ่งจากลูกค้าของไอฟลิกซ์รวม 1,500,000 รายนั้น เฉพาะในไทยอยู่ที่ประมาณ 500,000 ราย

คู่แข่งมากหน้า ต่างมีจุดแข็งจุดอ่อน

สภาพการแข่งขันในธุรกิจนี้ มีมาก ถือว่าไทยเป็นตลาดที่มีคู่แข่งค่อนข้างมาก ล่าสุด ประมาณ 10 ราย แต่ละรายมีจุดอ่อนจุดแข็งต่างกัน มีตำแหน่งทางการตลาดต่างกัน บางรายเน้นหนังใหม่ บางรายเน้นซีรีส์ บางรายเน้นหนังเอเชีย แอนิเมชั่น บางรายเน้นไลว์ทีวี แต่ไอฟลิกซ์อาจจะเป็นรายเดียวที่เป็นเหมือนมีทุกรายในเจ้าเดียว เชื่อว่า ผู้บริโภคคงเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบในราคาที่ยอมรับได้ บางคนมีกำลังซื้ออาจจะซื้อหลายราย ซื้อหมดเพื่อดูทุกสิ่งทุกอย่างก็มีระดับหนึ่ง แต่โดยราคาแล้วคิดว่า ไอฟลิกซ์แข่งขันสู้ได้ และสู้ได้ดีทีเดียว โดย 15,000 ชั่วโมง ที่ได้มาราคา 100 บาท เป็นสิ่งที่คุ้มค่า

ย้ำจุดเด่นของไอฟลิกซ์คือ อะเมซซิ่งคอนเทนต์อะเมซซิ่งไพรส์ คอนเทนต์แจ่มราคาแจ๋ว คือ คอนเทนต์ดี เทคโนโลยีดีและราคาดี ซึ่งเทคโนโลยีที่ดีอย่างที่บอกคือ คุณภาพเยี่ยมมาก การมีคอนเทนต์แล้วนำไปไว้บนอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ดูเหมือนทำง่าย แต่ทำให้ดีไม่ง่าย เทคโนโลยีของการย่อยไฟล์ต่างๆ ให้สตรีมให้เร็วเป็นศาสตร์และศิลป์ที่เราทำได้ดี ทำได้ดีกว่าบางรายคนที่โฮสต์ในเมืองไทย เพราะว่าเรามีเทคโนโลยีตรงนี้ อย่างที่ว่า คอนเทนต์ เทคโนโลยีและราคาคุ้มค่าที่สุด

ราคาเดิม เพิ่มเติมคือคอนเทนต์ 

ส่วนอนาคตจะเห็นอะไรใหม่ๆ จากไอฟลิกซ์นั้น เบื้องต้นราคาคงเหมือนเดิมคุ้มค่าตลอดเวลา แต่สิ่งที่ได้ต้องมากขึ้น โดยเฉพาะคอนเทนต์ ซึ่งจุดแข็งคอนเทนต์ของไอฟลิกซ์ คือ 1. มีเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์แข็งแรงมาก เช่น มิสเตอร์โรบ็อต ที่เพิ่งได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ อย่างไรก็ตาม ผู้ทำคอนเทนต์ให้ไอฟลิกซ์มีวิสัยทัศน์และตาดี มีประสบการณ์ที่ดีมากในการเลือก ดังนั้น จึงมีเอ็กซ์คลูซีฟที่รายอื่นในไทยไม่มี เช่น มิสเตอร์โรบ็อต อัลเรียล และฟาร์โก เป็นต้น และจะเพิ่มเรื่อยๆ 2. อะเมซซิ่งบ็อกเซ็ต สิ่งเหล่านี้ การต้องหาโหลดบิท หรือ แผ่นก๊อปไม่ง่าย ไม่ใช่แค่มีของใหม่เอ็กซ์คลูซีฟ แต่ยังมีหนังที่หายาก มีคอนเทนต์รีจินอลโลคอล เช่น เกาหลี ซึ่งไอฟลิกซ์รู้ว่า ผูบริโภคชาวเอเชียชอบมาก ตรงนี้ เป็นอีกจุดแข็งหนึ่งเรามีทั้งหมดกว่า 2-3 พันชั่วโมง และ 3. ไอฟลิกซ์มีคอนเทนต์สำหรับเด็กใหญ่มาก 2-3 พันชั่วโมงเช่นเดียวกัน เพราะรู้ว่าเด็กเป็นกลุ่มเป้าหมายในวิดีโอออนดีมานด์ ไม่มีคอนเซปต์เวลา ความต้องการของเด็กในอนาคตจะมาทางนี้

ไอฟลิกซ์พร้อมเสิร์ฟความบันเทิงออนไลน์

คิดการใหญ่…วางแผนผลิตคอนเทนต์เอง

อนาคตอันใกล้ไอฟลิกซ์จะมีออริจินอลคอนเทนต์คือ ทำมาเพื่อไอฟลิกซ์โดยเฉพาะ อยากมีจุดนี้ ของเราเลย ทำเพื่อไอฟลิกซ์ ทั้งหมดเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถก๊อปกันง่ายๆ ชั่วข้ามคืน เรามีผู้ถือหุ้นนักลงทุนที่แชร์วิชั่นนี้ มีเงินทุนมากพอที่จะสร้างขึ้นมาให้ผู้บริโภคเห็นว่า แตกต่างจริงๆ

อดใจรออีกนิด ภายในปีนี้ มีซับไทยครบ 100%

ขณะนี้ หนังและซีรีส์ของไอฟลิกซ์มีซับไทย แต่ยังไม่ครบ เพราะว่า ด้วยความที่ผู้นำเอาคอนเทนต์เข้ามาเร็วมากจนทำไม่ทัน ล่าสุด มีคอนเทนต์รวมประมาณ 15,000 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นเดือนละ 2,000 ชั่วโมง กำลังในส่วนทำซับไทยยังมีข้อจำกัด ภายในปีนี้ คิดว่าจะครบ 100% นอกจากนั้น อนาคตก็จะเพิ่มบรรยายไทยด้วย และเพิ่มดีไวซ์ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงบริการของไอฟลิกซ์ต่างๆ ก็มีอยู่ในโครงการให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากขึ้น

ลูกค้าหลักกลุ่มเดียวกับดูยูทูบ 

ลูกค้าเป้าหมายในไทยกลุ่มแรกหลักๆ คือ ค่อนมาทางเด็ก ช่วงอายุต่ำกว่า 35 ปี กลุ่มวัยเริ่มทำงานลงไปถึงระดับมหาวิทยาลัย เพราะบริโภคเอนเตอร์เทนเมนต์และอยู่ในเทคโนโลยีพอ หลังจากกลุ่มนี้ จะไปบอกพ่อแม่ที่บ้านว่า มีรายการที่ชอบด้วย ที่บ้านก็จะมีการสอนพ่อแม่เกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ มีเวลาเยอะมาก เมื่อทราบ หรือ ดูได้แล้วจะใช้ต่อ ลูกค้าหลัก น่าจะกลุ่มเดียวกับที่ดูยูทูบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคกลุ่มดูทีวี หรือ เคเบิลทีวี ไม่ใช่เป้าหมายหลัก

เปิดแผนธุรกิจตามติดเป้าหมาย

การทำการตลาดของไอฟลิกซ์นั้น มีหลายแผน ใช้อินทิเกรเต็ดมาร์เก็ตติ้ง โดยตามผู้บริโภคไปให้หมด เราเป็นบริการออนไลน์ ดังนั้น ออนไลจึงเป็นที่แรก โดยในขั้นแรกจะตามไปในทุกช่องทางออนไลน์ อยู่ในเฟซบุ๊กก็จะตามไป อยู่ในกูเกิลก็ตามไป ไปดูบล็อกก็ไป ตามไปในวงจรชีวิตต่างๆ ที่เป็นเป้าหมาย ยกตัวอย่าง ขณะนี้ ยังตามออกไปในออฟไลน์ ซึ่งมีโฆษณาบนบีทีเอส เป็นต้น กรณีผู้บริโภคไปชอบดาราคนไหนก็อาจจะตามไป ก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีดาราที่เป็นหุ้นส่วน กลุ่มนี้ มีผู้ติดตาม ช่วยโปรโมต โดยเป็นหุ้นส่วนจริงๆ เราถือว่าไอฟลิกซ์เป็นไลฟ์สไตล์โปรดักส์ เป็นสิ่งที่ไม่ได้จำกัดช่วงอายุ ดังนั้น จะพยายามตามไปทุกคนทุกแห่ง

ดูได้ทุกทีทุกเวลาราคาเดียว

เมื่อถามว่า ตั้งแต่เปิดตัวเรื่อยมาดูมีสีสันใช้งบทำการตลาดมากขนาดไหนนั้น ช่วงนี้ ใช้งบเยอะมาก แต่ไม่ใช่โปรยลงไป เราเป็นบริษัทที่เน้นข้อมูลค่อนข้างมาก คิดและวางแผน มีการวัดผลตลอดเวลา มีเคพีไอ ดูว่า ประสบความสำเร็จไหม เพราะว่า ทุกๆ เม็ดเงินมีค่า

ทั้งนี้ เชิญชวนผู้บริโภคที่ไม่เคยใช้บริการให้เข้าไปในเว็บไซต์ไอฟลิกซ์ดอทคอมแล้วคลิกทดลองใช้บริการ 30 วัน ไอฟลิกซ์เป็นบริการที่ไม่เหมือนรายอื่นอยากให้ทดลองเข้าไปใช้บริการ ลองดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นแล้วจะเห็นว่า ไม่เหมือนใคร มีคอนเทนต์จำนวนมากด้วยราคาที่ดีที่สุด

คาดหวังช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ทางอ้อม

เมื่อครั้งเปิดตัวใหม่ๆ มีมุมมองการละเมิดลิขสิทธิ์หนังอย่างไร และถึงวันนี้ เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่นั้น เรื่องนี้ มีข้อมูลการสำรวจจากออสเตรเลีย ซึ่งมีผู้ให้บริการแนวไอฟลิกซ์ 3 ราย พบว่า หลังทั้ง 3 ราย เปิดตัวอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ลดลง 25% เมื่อลองค้นหาในทวิตเตอร์ หรือ ช่องทางต่างๆ ลักษณะะแบบว่า ผู้บริโภคลาแล้วแผ่นก๊อป ด้วยราคาและสิ่งที่มีทำให้ผ้บริโภคเปลี่ยนได้ แต่ว่า ไอฟลิกซ์เองไม่ได้มีหนังใหม่ ซึ่งยังต้องยอมรับว่า หนังใหม่มีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ มีการโหลดบิทก่อนหนังออกด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม คอนเทนต์ที่ไอฟลิกซ์มีไม่ได้หาง่ายๆ ถ้าลองให้หา ณ วันนี้ ต้องใช้ความพยายามสูงและใช้เวลามาก แต่ผู้ที่สมัครไอฟลิกซ์จ่ายเพียง 100 บาท สามารถดูได้ทั้งหมด

เชื่อใครใช้บริการไอฟลิกซ์แล้วจะติดใจ

สุดท้ายฝากถึงผู้บริโภคให้ทดลองใช้บริการและให้โอกาสเรา โดยลองเลือกดูซีรีส์สักเรื่อง ดูหนังที่แนะนำให้ เชื่อว่า เป็นสิ่งที่ดูง่ายแล้วจะติดใจ คำเตือนดูแล้วอาจจะนอนดึกขึ้น ทั้งนี้ สถิติของผู้ใช้บริการเฉลี่ยดูหนัง หรือ ซีรีส์ ประมาณ 100 นาทีต่อวันทุกวัน คิดแล้วเป็นหนังเกือบ 1 เรื่อง หรือ ซีรีส์ประมาณ 3 ตอน ซึ่งสถิตินี้ เราแฮปปี้มาก เพราะผู้ใช้ใช้บริการต่อเนื่อง ดังนั้น อยากให้ทดลองดูแล้วจะติดใจ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า บางวันระบบอาจจะล่ม เพราะมีผู้ใช้บริการมาก กลับกันก็แสดงให้เห็นว่า มีผู้ใช้และติดตามจริง ระบบล่มแล้วมีผู้แจ้งมายังเราทันที ซึ่งจะได้แก้ไขปรับปรุงเพื่อลูกค้าต่อไป.

100 บาท/เดือนดูหนัง-ซีรีส์ไม่อั้น

 

เรื่องเล่าความสำเร็จ : รถทัวร์ไม่มีวันตาย! ฟังจากปากบิ๊ก ‘นครชัยแอร์’

Published January 14, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560334

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559 05:30

 

ยุคคนไทยสัญจรสะดวกตัวเลือกการเดินทางมีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถไฟ รถตู้โดยสาร และโดยเฉพาะโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ที่ราคาเรียกได้ว่า แทบไม่ต่างจากรถทัวร์โดยสาร ทำให้ธุรกิจรถทัวร์มีคู่แข่งขันและเกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันต้นทุนสำคัญช่วง 2-3 ปีมานี้ มีความผันผวนต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา

วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาผู้อ่านทุกท่านไปพูดคุยกับ “เครือวัลย์ วงศ์รักมิตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ “นครชัยแอร์” ถึงแนวทางทำธุรกิจจนสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมๆ กับพัฒนาการให้บริการอยู่ตลอดเวลาจนสร้างสีสันและได้รับการกล่าวถึงในมุมดีๆ ประทับใจจากผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นรถแบบเฟิร์สคลาส เลดี้โซนที่นั่งเฉพาะสำหรับผู้หญิง ไปจนถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่อยอด อาทิ ออลไทยแท็กซี่ เป็นต้น

“เครือวัลย์ วงศ์รักมิตร”

เส้นทางของนครชัยแอร์จนถึงวันนี้

นครชัยแอร์ปีนี้ (พ.ศ. 2558) ครบ 29 ปี ก้าวสู่ปีที่ 30 (พ.ศ. 2559) มุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานเพื่อคน 3 ส่วน เริ่มตั้งแต่ทีมงาน ลูกค้าและสังคม หลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องพูดถึงทีมงานก่อนทุกครั้ง ก็บอกว่า ทีมงานสำคัญที่สุดสำหรับเราเสมอการทำงานที่เป็นงานให้บริการค่อนข้างเป็นกิจการใช้คนมาก ดังนั้น การพัฒนาทีมงานเป็นเรื่องสำคัญมากๆ

ทุกวันนี้ นครชัยแอร์มีรถ 350 คัน 37 เส้นทาง มีทีมงานกว่า 1,800 ชีวิต ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานให้กับสังคม ทำงานทุกอย่างมุ่งมั่นตั้งใจจะทำให้ดีและเป็นประโยชน์ เราจะออกแบบทั้งรถ ทั้งระบบการทำงานและระบบความปลอดภัย เพื่อให้ทุกๆ คน ได้ใช้บริการที่ดีและมีคุณภาพ

ย่างเข้าสู่ปีที่ 30 ของนครชัยแอร์

ทำธุรกิจ แต่ไม่ทิ้งความรับผิดชอบต่อสังคม

สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ การทำเพื่อสังคมไปทุกๆ เวลา ซึ่งเราทำอยู่ เราทำโซเชียลเอ็นเตอร์ไพร์สไม่ได้ทำซีเอชอาร์ ซึ่งทำเป็นครั้งคราวไป แต่ทำโซเชียลเอ็นเตอร์ไพร์สคือ ทำอยู่ในทุกๆ วัน ที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกรถ การประกอบรถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การทำความสะอาดรถและการพ้นยาฆ่าเชื้อ สำหรับรถสาธารณะ ซึ่งเป็นตัวกระจายเชื้อโรคได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดขยะ เก็บขยะ ลอกคลองและรางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้ขยะสิ่งปฏิกูล หรือ ดิน ลงไปในรางระบายน้ำสาธารณะ การคัดแยกขยะเพื่อลดขยะและมลพิษ อันนี้ ก็ทำมาตลอด

รถโดยสารความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ

ขณะเดียวกันสิ่งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยสำคัญที่สุดสำหรับกิจการเดินรถโดยสารประจำทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน นครชัยแอร์ออกแบบทั้งรถ ระบบการทำงานของผู้ควบคุมรถให้มีเรื่องของความปลอดภัยเป็นข้อแรก มีอุปกรณ์ติดรถมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จีพีเอส ซีซีทีวี เกียร์อัตโนมัติ อุปกรณ์แสงสว่างที่เหมาะสมทั้งภายในและภายนอกรถ มีศูนย์ควบคุมการเดินรถทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยกำกับดูแลการทำงาน คอยช่วยเหลือทีมงาน ให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น มีกระจกนิรภัย เข็มขัดนิรภัย ประกันภัยและทางออกฉุกเฉิน ทั้งหมดเป็นวิวัฒนาการที่ได้พัฒนารถขึ้นมา

สถานีเดินรถนครชัยแอร์ ถ.กำแพงเพชร

ตรงต่อเวลา-หัวใจบริการสำคัญไม่แพ้เรื่องใด

นอกจากนั้น ระบบการให้บริการของนครชัยแอร์ย้ำเรื่องความตรงต่อเวลา ความสะดวกสบาย การบริการที่เป็นมิตรอย่างสม่ำเสมอด้วย โดยพนักงานทุกคนจะได้รับการฝึกอบรมให้เป็นมิตรกับทุกๆ คน ทั้งลูกค้า เพื่อนร่วมทางและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรา

ธุรกิจของนครชัยแอร์ในวันนี้?

ธุรกิจหลักคือ การเดินรถโดยสารประจำทาง แต่ยังมีบริษัทในเครืออีกหลายบริษัท เช่น บริษัทรับจัดซื้อจัดหารถทัวร์ ซื้อขายรถ บริษัทรถแท็กซี่คือ ออลไทยแท็กซี่ ซึ่งกำลังได้รับความนิยม นอกจากนั้น ยังมีบริษัทรับฝึกอบรม มีสถาบันพัฒนาบุคลากรการขนส่งของตัวเอง ซึ่งฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอก หลักๆ แล้วคือ ธุรกิจเดินรถโดยสารประจำทางมีทั้งหมด 37 เส้นทาง

นครชัยแอร์มีรถหลายแบบให้บริการ

2 ปัจจัยเปิดเส้นทางใหม่ ยังเป็นธุรกิจกึ่งปิด!

หลักในการเปิดเส้นทางเดินรถใหม่ๆ นั้น ธุรกิจเดินรถโดยสารประจำทางเป็นธุรกิจกึ่งปิดไม่ใช่ว่าใครจะมาทำก็ทำได้ต้องสัมปทาน ใบอนุญาตถูกกำหนดจำนวนเอาไว้ทั้งหมด ดังนั้น ใครจะเข้ามาต้องซื้อต่อจากผู้ประกอบการเดิมจึงจะเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้ นครชัยแอร์เลือกมาจาก 2 อย่าง 1. เป็นเส้นทางที่มีลูกค้าเป้าหมาย และ 2. ผู้ประกอบการจะเลิกกิจการ

แข่งขันกับตัวเอง ในยุคโลว์คอสต์แอร์ไลน์-รถตู้วินท้าชิง

กรณีผู้โดยสารมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งจากโลว์คอสต์แอร์ไลน์และรถตู้โดยสารนั้น แต่ไหนแต่ไรมานครชัยแอร์ไม่เคยคิดจะแข่งกับใคร เราแข่งขันกับตัวเองมาตลอด พยายามทำทุกอย่างให้ดี มีมาตรฐานและสม่ำเสมอ นอกจากจะพัฒนาแล้วยังต้องรักษามาตรฐานเดิม

ผู้บริหารยืนยันไม่ดีไม่ทำ

ทั้งนี้ ในรูปแบบของคนที่เปลี่ยนวิถีการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว ซึ่งต้องบอกว่า กลุ่มนี้ เป็นลูกค้าสำคัญของนครชัยแอร์ที่อยากได้ นอกจากรถส่วนตัวแล้วยังมีรถตู้ ซึ่งก็มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายยังมีโลว์คอสต์แอร์ไลน์ด้วย จริงๆ แล้วลูกค้าถามว่า โลว์คอสต์เป็นคนละกลุ่มกับนครชัยแอร์ไหม สมัยก่อนถ้าพูดถึงเครื่องบินเฉยๆ เป็นคนละกลุ่มแน่ๆ แต่หลังๆ ราคาค่อนข้างจะถูก ดังนั้น จึงมีทับซ้อนกันในบางส่วน ลูกค้าอาจจะสลับไปขึ้นเครื่องบินบ้าง มาขึ้นรถทัวร์บ้างตามสภาพเศรษฐกิจ

เชื่อมั่นธุรกิจรถโดยสารประจำทางไม่มีวันตาย

ถามว่า ทำไมนครชัยแอร์อยู่ได้ เรารู้แน่ว่า มีคู่แข่งมาก ทั้งรถส่วนตัวและอื่นๆ ทั่วไป อย่างที่กล่าวมาสำหรับนครชัยแอร์ไม่ได้มองว่า แข่งกับคนอื่นซะทีเดียวแข่งกับตัวเองอยู่เสมอและยังคิดว่า ธุรกิจรถทัวร์ถ้าทำได้ดีไม่มีวันตาย เพราะรถเป็นสิ่งสะดวกที่สุด สามารถเข้าถึงคนได้มากที่สุด ดังนั้น รถตู้อาจจะเข้าถึงคนได้มากกว่ารถทัวร์จริงหรือไม่ แต่รถตู้ก็เหมาะกับระยะสั้นๆ เท่านั้น ระยะทางไกลๆ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยอาจจะเป็นรอง รถส่วนตัวก็เช่นเดียวกันถ้าได้นั่งรถที่สะดวกสบายและปลอดภัยเหมือนรถนครชัยแอร์ยังเชื่อว่า จะดีกว่ารถส่วนตัว

ภายในห้องโดยสารของนครชัยแอร์ First Class

สิ่งที่ทำนอกจากพัฒนายังต้องรักษามาตรฐานด้วย ยังต้องมีการปรับเปลี่ยน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้มีเส้นทางที่หลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากขึ้น มีการให้บริการต่อยอดในส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแท็กซี่ที่ให้บริการเพิ่มเติม เรื่องของการส่งพัสดุด่วน ซึ่งขณะนี้ การส่งพัสดุด่วนของนครชัยแอร์ได้รับความนิยมมาก หลายต่อหลายที่มาเป็นลูกค้าประจำ นอกจากนั้น ยังมีสินค้าคู่ใจนักเดินทางสำหรับจำหน่าย ซึ่งก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน

แฟนคลับเหนียวแน่นมีระบบสมาชิก

นครชัยแอร์ยังเป็นไม่กี่รายในธุรกิจนี้ ที่มีระบบสมาชิก ตรงนี้ เพราะอะไร เราทำระบบสมาชิกมาตั้งแต่ครบรอบ 15 ปี เมื่อ พ.ศ.2544 ทำมา 14 ปี มีสมาชิกมากกว่า 5 แสนราย มีการสะสมกิโลเมตร ซึ่งนอกจากส่วนลด 5% แล้วยังสามารถสะสมกิโลเมตรแลกรับของที่ระลึกในการเดินทางด้วย ทำให้ลูกค้าอยู่กับเราเหนียวแน่น

เบาะโดยสารรถทัวร์พร้อมจอทีวีส่วนตัว

ดีเซลยังเป็นทางเลือกดีที่สุดเชื้อเพลิงรถโดยสาร

การเดินรถนครชัยแอร์เป็นไม่กี่รายที่ยังใช้น้ำมันทั้งหมด เรื่องการใช้ระบบเครื่องยนต์นั้น ระบบเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเครื่องยนต์ที่ให้กำลังสูง การบรรจุ หรือ การเติมน้ำมันใช้เวลาน้อยกว่าใช้ก๊าซ จุดให้บริการมากกว่า ถ้าจะรักษามาตรฐานเรื่องเวลาในการเดินทางน้ำมันดีเซลยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ในอนาคตก็พิจารณาเรื่องของรถไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ในอนาคตอาจจะมีรถระบบไฟฟ้าทยอยออกมาให้บริการ ต้องขึ้นกับการพัฒนาตัวเครื่องยนต์ว่า กำลังเครื่องจะได้ดีมากน้อยแค่ไหน เพราะการบรรทุกผู้โดยสารไม่เหมือนสินค้า เรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันกับหนึ่ง ถ้ากำลังเครื่องไม่ดีจะมีผลเรื่องความปลอดภัยด้วยเช่นกัน

น้ำมันลดค่าโดยสารลดคือ ความเป็นธรรม

ส่วนเรื่องที่บอกว่า น้ำมันลดราคาจะมีผลกับค่าโดยสาร หรือ ผลประกอบการมากน้อยแค่ไหนนั้น น้ำมันเป็นต้นทุนหลักอย่างหนึ่งของการเดินรถ เมื่อน้ำมันลดราคาการลดค่าโดยสารก็เป็นความเป็นธรรมอย่างยิ่งสำหรับสังคม ดังนั้น ควรต้องลดค่าโดยสาร ส่วนจะลดมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสัดส่วนของค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนด้วย หลายคนบอกว่าค่าน้ำมันลดลงมา 40-50% จะลดค่าโดยสารได้มากกว่านี้ อีกไหน ตรงนี้ ขอเรียนว่า ค่าโดยสารประกอบด้วยหลายส่วน ค่าโดยสารมีต้นทุนที่ต้องคำนึงถึงเป็นต้นทุนหลักส่วนหนึ่งคือ ค่าแรง ผู้ที่ใช้ชีวิตในอาชีพนี้ ก็ย่อมอยากมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ

เลดี้โซน ที่นั่งเอาใจสุภาพสตรี

อย่างไรก็ตาม การลดราคาค่าโดยสารควรจะลด ถ้าเมื่อไรน้ำมันลดลงมามากพอสมควรต้องปรับค่าโดยสารลงด้วยเช่นกัน เป็นความเป็นธรรม ทำงานก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน แต่ส่วนจะมากน้อยกรมการขนส่งทางบกพิจารณาอยู่แล้วว่า ค่าน้ำมันเป็นสัดส่วนประมาณกี่เปอร์เซ็นต์

กุญแจความสำเร็จ “ทำอะไรต้องทำให้ดี ไม่ดีไม่ทำ”

นครชัยแอร์มีปรัชญาอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าจะทำอะไรต้องทำให้ดี ถ้าไม่ดีไม่อยากทำ แล้วสิ่งที่พัฒนา หรือ ทำขึ้นมา กล้าเรียนว่า เป็นรายแรกที่ทำเรื่องพวกนี้ เช่น รถโดยสารประจำทางเฟิร์สคลาส และเลดี้โซน เป็นต้น ไม่ได้มีคนมาบอกว่า ควรจะทำอย่างไร แต่คิดของเราเองว่า อยากให้ทุกอย่างดีและดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น จะพัฒนาอยู่ตลอดเวลาและอย่างที่กล่าวมาคือ ทำอะไรต้องทำให้ดี ไม่ดีต้องไม่ทำ ตรงนี้ เป็นปรัชญาของนครชัยแอร์ในทุกๆ รุ่น ที่เราพัฒนางานอยู่เสมอและรักษาคุณภาพด้วยเช่นกัน ลูกค้าก็จะเชื่อมั่น

เบาะนั่งนครชัยแอร์ First Class สะดวกสบาย

ไม่หวงแนวทางความสำเร็จ หวังช่วยยกระดับมาตรฐาน

ขณะเดียวกันสิ่งที่พัฒนาขึ้นมาในหลายๆ บริษัทเองก็ได้นำสิ่งที่เราพัฒนาไปใช้ ถามว่า หวงไหม เรียนว่า ถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชนส่วนรวมใช้เลย ทำเลย อย่างน้อยก็จะยกระดับมาตรฐานของธุรกิจนี้ ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ถ้าเมื่อไรที่ธุรกิจนี้ดี คนจะเข้ามาสู่ธุรกิจนี้มากขึ้น ลูกค้าจะหันมาใช้บริการรถทัวร์มากขึ้น จะทำให้ทุกคนมีรายได้มากขึ้นในที่สุด

ผลตอบรับออลไทยแท็กซี่ดีมาก แต่ยังต้องคัดคนขับ

ในส่วนของออลไทยแท็กซี่ แท็กซี่ของนครชัยนั้น ผลตอบรับดีมากลูกค้ามีความต้องการใช้รถแท็กซี่มาก เรายังให้บริการลูกค้าได้น้อย ปัญหาและอุปสรรคเป็นเรื่องคู่กันไป ขณะนี้ รถยังให้บริการได้ไม่เต็มที่เนื่องจากยังติดขัดในเรื่องของการคัดเลือกและฝึกอบรมผู้จัดการประจำรถ ยังต้องใช้เวลาเพื่อให้ทุกคนเรียนรู้ รวมทั้งลูกค้าเองก็ยังต้องให้ความรู้เรื่องการเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น

นครชัยแอร์ หรือ NCA

นครชัยแอร์กำลังจะเปิดโรงแรม

ธุรกิจใหม่ที่กำลังจะเกิดคือ โรงแรม ตรงนี้ เรามีลูกค้าในเส้นทางต่างๆ มากมาย ลูกค้ามีทั้งอยู่ท้องถิ่นนั้น อยู่แล้ว เป็นทั้งลูกค้าที่เดินทางไปทำธุระ ซึ่งจะมีหลายคนอยากจะมีรถเชื่อมต่อ เรามีแท็กซี่แล้ว มีหลายคนอยากมีที่พักคุณภาพดีราคาไม่แพงในสไตล์นครชัยแอร์มองเห็นช่องทางตรงนี้ และคิดว่า ถ้าทำแค่ตอบสนองลูกค้าเราเท่านั้น น่าจะเพียงพอ โรงแรมที่นครชัยแอร์จะทำเป็นโรงแรมขนาดไม่ใหญ่ เป็นโรงแรมขนาดเล็กๆ คุณภาพดี ราคาไม่แพง ให้บริการกับลูกค้าของนครชัยแอร์เป็นหลัก แรกๆ จะเห็นที่กรุงเทพฯ ขอนแก่นและอุบลราชธานี คงจะอยู่ใกล้กับสถานีเดินรถ เพราะว่า ต้องการให้บริการลูกค้าเป็นหลัก

ปี 2559 นครชัยแอร์มีโรงแรมแน่นอน นอกจากนั้น จะมีเส้นทางใหม่ แต่ยังบอกไม่ได้ว่า เส้นทางไหน มี 2-3 เส้นทาง สำหรับแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น นครชัยแอร์มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ประสบปัญหาเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและลูกค้าที่เปลี่ยนพฤติกรรมไป ทำให้นครชัยแอร์ต้องปรับตัวค่อนข้างจะมาก เรื่องเข้าตลาดฯ ยังตั้งเป้าจะเข้าเช่นเดิม แต่อาจใช้เวลาอีกสักนิด

ห้องน้ำของนครชัยแอร์ First Class

ผ่านยุคเฟื่องฟูธุรกิจรถโดยสารประจำทางแล้ว

ธุรกิจเดินรถโดยสารประจำทางเริ่มจะประสบปัญหา ทั้งในส่วนของสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและคู่แข่งขันที่มาจากภาคส่วนอื่นๆ มาประมาณ 2 ปีแล้ว ทำให้ธุรกิจเดินรถหดตัวลง อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า ธุรกิจเดินรถจะไม่ล้มหายตายจากประเทศไทยไป แต่จะเฟื่องฟูเหมือนในอดีตนั้น คงไม่ เป็นไปตามยุคสมัยสังคมที่เปลี่ยนไป เชื่อว่า ปีหน้าธุรกิจเดินรถจะไม่แย่ น่าจะทรงๆ เหมือนปี 2558 จะไม่แย่ลง ถ้าเศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ธุรกิจเดินรถจะดีขึ้น

แนะทดลองใช้นครชัยแอร์แล้วจะติดใจ

สุดท้ายนครชัยแอร์อยากฝากให้ทดลองใช้บริการจะสะดวกสบายมากกว่าการเดินทางด้วยรถส่วนตัว แต่หากมีสิ่งใดที่นครชัยแอร์ทำแล้วยังไม่ 100% ยังไม่ดี ช่วยกรุณาแจ้ง เราจะปรับปรุงในทุกๆ วัน ทุกๆ เรื่อง เพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น ทั้งพัฒนาด้วย แก้ไขข้อบกพร่องด้วย และรักษามาตรฐาน.

สถานีเดินรถขึ้น-ลงรถของผู้โดยสารอีกหนึ่งจุดแข็ง
%d bloggers like this: