เรียนรู้จากหนังสือ

All posts tagged เรียนรู้จากหนังสือ

เปิดแผนยึดล้านนา

Published April 6, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127151059&srcday=2016-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 633

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

เปิดแผนยึดล้านนา

แล้วอุบัติเหตุเรือล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยาก็ต้องสูญเสียชีวิต สังเวยความสะเพร่าของเจ้าของเรือ

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ถ้าจะว่าไปแล้วมันไม่ต่างจากครั้งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้า

และปัญหาที่ก่อให้เกิดก็คือปัญหาเดิมเดิม

พอเกิดเรื่องที ก็เอะอะมะเทิ่งกันที พอเรื่องซา ทุกอย่างก็เข้าอีหรอบเดิม

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้โลกเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมากก็จริง แต่การทำงานของเจ้าหน้าที่ยังไม่ไปถึงไหน

เรื่องนี้มิได้ตำหนิไปทุกคน เพราะเคยไปติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐบางคนให้บริการที่ดีก็ยังมีอยู่

อันที่จริงการปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เด็กในเรื่องความรับผิดชอบ ควรกระทำอย่างเป็นจริงเป็นจัง

เพราะขาดจิตสำนึกที่ดี ทุกวันนี้จึงเป็นสังคมก้มหน้า

ก้มหน้าก้มตาอยู่กับความทันสมัย จนขาดความสัมพันธ์อันดีต่อคนอื่น

ควรอยู่กับความทันสมัยอย่างรู้เท่าทัน

หากเปลี่ยนจากก้มหน้าเขี่ยมาเป็นก้มหน้าอ่านหนังสือ จะเป็นสิ่งที่เป็นคุณมากกว่า

ปักษ์นี้มีความรู้ทางประวัติศาสตร์มาให้ชวนอ่าน

หนังสือเรื่อง “เปิดแผนยึดล้านนา” ที่ศึกษาค้นคว้ามาให้รู้ โดย “ผศ.ดร. เนื้ออ่อน ขรัวทองเขียว”

ก็อย่างที่โปรยอยู่ที่ปกหลัง ว่า

“ในมโนคติ การรับรู้เกี่ยวกับการปกครองแบบอำนาจรวมศูนย์ ที่เรียกว่าระบอบ “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” นั้น เป็นเพียงการรับรู้แค่ด้านเดียวในประวัติศาสตร์

“กล่าวคือ ในกรณีของล้านนา สยามพยายามรวมอำนาจไว้ที่กรุงเทพฯ ซึ่งดูเหมือนว่าจะประสบผลสำเร็จภายหลังปราบกบฏเงี้ยวเมืองแพร่ และการนำเสนอประวัติศาสตร์ล้านนา มักหยุดลงเพียงเท่านี้

“อย่างไรก็ตาม การสร้างรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และรัฐชาติสมัยใหม่ให้เกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องใช้กระบวนการทางสังคมรูปแบบอื่นๆ

“หนังสือเล่มนี้นำเสนอกลยุทธ์และนโยบายของสยาม ที่ใช้ “กลืน” และ “ยึด” ล้านนา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของผู้คน ซึ่งเป็นผลสะท้อนกลับจากการกระทำดังกล่าว

“อีกทั้งยังเป็นความพยายามที่จะนำเสนออีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์ ให้เป็นประเด็นที่ใหญ่ และน่าสนใจอย่างยิ่ง”

หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ในรูปเล่ม ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ โดย สำนักพิมพ์มติชน

จำหน่ายในราคา เล่มละ 280 บาท

เรื่องราวของประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วน่าเบื่อ

แต่เป็นความรู้ที่สามารถนำมาเพื่อปรับใช้ทางปกครองและวิถีชีวิตอย่างเป็นสุข

เรียกว่า ก้มหน้าแล้วเป็นคุณ

เรื่อง – อย่า อยู่ อย่าง อยาก

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – ชาคริต แก้วทันคำ

อย่าอยู่อย่างอยากจะมากทุกข์

ไขว่คว้าหาสุขที่ล่องหน

ไม่ยอมรับความเป็นจริงยิ่งดิ้นรน

กระเสือกกระสนอยากได้ใคร่อยากมี

อย่าอยู่อย่างอยากจะมากเศร้า

เห็นใครเขามีมากอยากเต็มที่

ขอมีบ้าง เดี๋ยวน้อยหน้า อย่ารอรี

ตกเป็นทาสวิถีบริโภคนิยม

อย่าอยู่อย่างอยากจะมากหนี้

เงินในบัญชีติดลบพบขื่นขม

ใช้บัตรเครดิตรูดตูดระบม

นั่งเป็นลมถูกทวงหนี้ทั้งปีเดือน

อย่าอยู่อย่างอยากจะมากกลุ้ม

หนี้สินเร้ารุมสุมฝันเฝื่อน

ไม่รู้จักพอประมาณผ่านปีเดือน

ชีวิตเคลื่อนตามกระแสโลกาภิวัฒน์

อย่าอยู่อย่างอยากจะมากเหนื่อย

ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยพบวิบัติ

ครอบครัวคงขัดสนจนอัตคัด

หากมิรู้คำจำกัด “ความพอดี”ฯ

Advertisements

ลพบุรี หลังวัฒนธรรมเขมร

Published January 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127150859&srcday=2016-08-15&search=no

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 629

เรียนรู้จากหนังสือ

ศรีจุฬาลักษณ์

ลพบุรี หลังวัฒนธรรมเขมร

ความทันสมัยของเทคโนโลยีเวลานี้ มีผู้นำมาใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

ถ้าหากเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้จักพอ ก็มักจะตกเป็นเหยื่อของความทันสมัย

ส่วนผู้ที่ได้รับผลประโยชน์เต็มเต็มก็คือ บรรดาพ่อค้าแม่ขายนั่นแหละ

เครื่องมือสื่อสารต้องรู้จักใช้ จึงจะเป็นประโยชน์

แต่ถ้าแค่ใช้ได้ก็จะเกิดโทษมหันต์เช่นกัน

การใช้จึงต้องมีสติกำกับ ขาดสติจะเดือดร้อนทั้งผู้ใช้และส่วนรวม

หากช่างสังเกต ก็จะรู้ว่าเวลานี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เป็นเงาตามตัว

สาเหตุก็เพราะความหมกมุ่นจนขาดสติ

ความสัมพันธ์ของผู้คนเวลานี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน

มักเป็นความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย

แม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว ก็ไม่ได้เป็นไปในรูปแบบเดิม

และเมื่อคิดถึงอนาคต ยังคิดไม่ออกว่า ความสัมพันธ์ของครอบครัวและผู้คนในสังคมจะเป็นไปในรูปแบบใด

คิดแล้วก็ใจหาย

มาอ่านหนังสือหาความรู้ประดับสติปัญญาดีกว่า

ปักษ์นี้จะชวนให้อ่านเรื่องเก่าที่ก่อให้ชวนค้นหา นั่นคือเรื่อง “ลพบุรี หลังวัฒนธรรมเขมร”

ผู้ที่ค้นคว้าหามาให้รู้คือ ศ.ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ซึ่งท่านได้กล่าวว่า

“หลักฐานทางศิลปกรรมที่เมืองลพบุรี ระหว่างช่วงระยะเวลาดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ละโว้ หรือ ลพบุรี เป็นเมืองสำคัญในฐานะเมืองศูนย์กลางทางการปกครอง ในลักษณะของอาณาจักรหนึ่ง

ภายหลังการล่มสลายของอาณาจักรกัมพูชา มาจนถึงการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

จึงเป็นคำตอบทางวิชาการประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะได้ว่า มีอาณาจักรละโว้อยู่ระหว่างกลางพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 19

และควรกำหนดชื่อเรียกศิลปะว่า “สมัยลพบุรี”

รวมทั้งอาจเป็นคำตอบอีกคำถามหนึ่ง เรื่องที่มาของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเสด็จมาจากไหน จากหลักฐานทางศิลปกรรม

อาจตอบได้ว่า น่าจะเสด็จมาจากเมืองลพบุรี”

ความรู้เรื่องนี้ อยากให้ช่วยกันศึกษา เพื่อจะได้เกิดปัญญา

สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์จำหน่าย ในราคาเล่มละ 240 บาท

เวลานี้หลายคนกังวลว่า ต่อไปหนังสือจะหายไปจากโลก เพราะความทันสมัย

แต่ก็ยังมีความเห็นว่า หนังสือจะยังอยู่คู่กับโลกใบนี้ และความทันสมัยจะเสื่อมสภาพโดยตัวของมันเอง

หนังสือ ถือเป็นสิ่งที่คลาสสิกที่สุดแล้ว

เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

เรื่อง – งมงาย

คอลันน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – ชาคริต แก้วทันคำ

หรือเป็นเพียงความฝัน-ไม่ทันตรึก

สั่นไหวความรู้สึกให้นึกหวั่น

ฝากเสียงสะอื้นคล้ายยืนยัน

พรากความสัมพันธ์เพียงชั่วคราว

หรือเป็นเพียงความลวง-ให้ห่วงหา

ทิ้งรอยอาลัยให้เหน็บหนาว

น้ำตาร่วงอาบแก้มอยู่แวมวาว

ปะติดปะต่อเรื่องราวอยู่รางเลือน

หรือเป็นเพียงมายา-ไม่น่าหลง

พะว้าพะวงฝันค้างพลางกลบเกลื่อน

ในหัวใจคลอนคลายคล้ายฟั่นเฟือน

เผลอยิ้มเจื่อนกับความเศร้าที่เปล่ากลวง

หรือเป็นเรื่องหัวใจ-ไม่รู้รัก

สร้างรอยแตกหักอย่างหนักหน่วง

ปรารถนาความงามในความลวง

จึงติดบ่วงอารมณ์ฝันพลันงมงายฯ

เจ้าคุณธงชัย อริยะดิจิตอล

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

เจ้าคุณธงชัย อริยะดิจิตอล

เทศการฟุตบอลยูโรก็ผ่านไป ใครเป็นแชมป์ก็รู้ผลกันแล้ว

ส่วนใครได้ใครเสีย ก็ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ให้เป็นที่รู้จัก

เป็นที่รู้จักเพราะเสียพนันบอล แล้วเที่ยวชิงทรัพย์ผู้อื่นไปจ่ายค่าพนัน

ก็เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกเรื่องการพนันว่า ยิ่งเล่นก็จะยิ่งจน

คนที่รวยก็คือเจ้ามือ หรือเจ้าของบ่อนพนัน

ที่เป็นข่าวหน้าเศร้าก็คือ เด็กน้อยอายุไม่ถึงสิบขวบ ติดการพนันงอมแงม

เรื่องนี้ต้องค่อยค่อยคิด ว่าเรื่องมีต้นตอเป็นมาอย่างไร

ต้องดูสภาพแวดล้อมที่อยู่ของเด็กว่าอยู่อย่างไร ผู้ปกครองเป็นอย่างไร

จะโทษเด็กอย่างเดียวเห็นจะไม่ถูกนัก

เรื่องอย่างนี้ต้องมีที่มาที่ไป เฉพาะตัวเด็กเอง ถ้าไม่มีคนทำให้เห็น เด็กก็คงไม่ทำตาม

ลองมาหาหนังสือดีดีอ่านให้เด็กดูจะดีกว่าไหม แล้วให้เด็กอ่านตาม สร้างการรักการอ่านให้กับเด็ก

หนังสือที่จะแนะนำให้อ่านปักษ์นี้ เป็นเรื่องของ “เจ้าคุณธงชัย อริยะดิจิตอล” ที่เรียบเรียง โดย กองบรรณาธิการมติชน

อย่าลืมว่า ท่านเจ้าคุณธงชัย ท่านสร้างมหัศจรรย์ เลสเตอร์ ซิตี้ จิ้งจอกสยาม เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ท่านยังสร้างวัตถุมงคลที่ผู้คนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ หรือผ้ายันต์

ที่โด่งดังมากในเวลานี้คือ ผ้ายันต์เลสเตอร์ ซึ่งใครมีแล้วจะชนะทุกอย่าง

เกี่ยวกับเรื่องโหราศาสตร์ ท่านบอกว่า

“การเคลื่อนตัวของ “ดาวมฤตยู” มีความสำคัญมาก เพราะดาวมฤตยูเป็นราชาของทุกๆ ราศี จะได้รับผลกระทบ ไม่มีใครมาขวางได้

“ถ้าเปรียบเป็นเทพ ก็คือพระศิวะ มีสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์คือ ขีด 3 ขีด บนหน้าผากเสือ เห็นทั่วไปบนหน้าผากฤาษี

“แต่ดาวมฤตยูจะแปลว่า “พญายม” ด้วยก็ได้ บางตำราจึงแปลว่า “ความตาย” “ความไม่ดี” หรือ “อาเพศ” เหมือนคำโบราณที่ว่า ถ้าจะตาย “อาเพศ” ให้ทายมฤตยู

“แต่อีกด้านหนึ่งของดาวมฤตยู คือดวงดาวแห่งนวัตกรรม”

หนังสือ เจ้าคุณธงชัย จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน จำหน่ายพร้อมผ้ายันต์ ราคา 69 บาท

อยากรู้ว่า เทพนิยายเลสเตอร์เป็นมาอย่างไร ต้องรีบไปที่แผงหนังสือ หรือที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน

ยอดพิมพ์มีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย

รับประกัน ผ้ายันต์ของจริง

เรื่อง – “หลับฝัน”

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – กฤษฎา เจริญศาสตร์

เมื่อหลับฝันถึงวันสุขสงบ

จัดให้ครบสิ้น สินสร้างสรรค์

เรือกสวนไร่นามาบรรจบกัน

ทำนุเหล่าพืชพันธุ์ให้งอกงาม

มีลำธารสายน้อยคอยเลี้ยงไร่

สิงสาราสัตว์ได้อยู่อาศัย

แวะอาบน้ำกินดื่มก่อนลาไกล

ปากคาบเมล็ดไปขยายเหล่ากอ

มีที่เว้นว่างวางไว้ให้สัตว์เล่น

“เจ้าจำเป็น” ควายน้อยคอยแช่ปลัก

โบกใบหูชูคอรอเพื่อนรัก

“เฮ เรามาแช่ปลักให้สำราญ”

ถึงหน้าฝนคนกับควายได้ร่วมแรง

พลิกผืนดินแล้งแห้งเหือดหาย

เหล่ามัจฉาร่ายร่าเหยียดเรือนกาย

รอแดดแผดสายได้ข้าวเหลืองทอง

เบื้องลึก เบื้องหลัง ในพระราชบันทึกเรื่อง “ประวัติต้นรัชกาลที่ 6”

Published October 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127150559&srcday=2016-05-15&search=no

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 623

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

เบื้องลึก เบื้องหลัง ในพระราชบันทึกเรื่อง “ประวัติต้นรัชกาลที่ 6”

อ่านและเห็นข่าวอุบัติเหตุเจ็ดวันอันตราย ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาแล้ว

บอกได้คำเดียวว่า “เกินเป้า” หรือ “ทะลุเป้า”

442 ศพ มากสุดในรอบ 10 ปี

เป็นช่วงที่เทคโนโลยีก้าวหน้า และก้มหน้า

บ้านเมืองเจริญเติบโตเต็มไปด้วยวัตถุ

แต่น้ำจิตน้ำใจของหลายผู้คนกลับถอยหลังลงคลอง บางทีดำจนเป็นน้ำครำก็มี

สังคมส่วนใหญ่เวลานี้ วัดคุณค่าของความเป็นคน โดยเอาวัตถุเป็นตัวตั้ง ตัววัด

กฎระเบียบที่มี จึงถูกละเมิดให้เห็นอยู่บ่อยบ่อย

พวกเขามักจะอ้างเรื่องว่า กฎมีไว้เพื่อให้แหก

ความเอื้ออาทรต่อคนด้วยกันจึงห่างเหิน เพราะวัตถุเป็นตัวกำหนด

หากพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ยังคิดแต่เรื่องต้องทำมาหากิน ไม่ใส่ใจ คอยดูแลตักเตือน ระวังครอบครัวจะแตกแยก

เรื่องหนึ่งที่พอจะเชื่อมโยง และขัดเกลาได้บ้างนั้นก็คือ การอ่านหนังสือหาความรู้

ปักษ์นี้ก็เลยอยากจะแนะนำให้อ่านเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เพื่อจะได้นำมาเป็นบทเรียน

เบื้องลึก เบื้องหลัง ในพระราชบันทึกเรื่อง “ประวัติต้นรัชกาลที่ 6” คือหนังสือที่อยากให้อ่าน

ผู้ที่ค้นคว้าหามาให้รู้คือ คุณวรชาติ มีชูบท

“ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 นี้ กล่าวกันว่า มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 6 เล่ม

“แต่เฉพาะ เล่มที่ 1 นั้น มีการสำเนาและคัดลอกแจกจ่ายกันอ่านในหมู่ข้าราชบริพาร ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์เผยแพร่ เป็นที่นิยมชมชอบของผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันมาก

“ฉะนั้น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลเบื้องลึกของพระราชกรณียกิจ และแนวพระราชดำริที่ทรงพระราชบันทึกไว้ในประวัติต้นรัชกาลที่ 6 นั้น

“จึงได้คิดรวบรวม และเรียบเรียง เบื้องลึก เบื้องหลัง ในพระราชบันทึกเรื่อง “ประวัติต้นรัชกาลที่ 6” นี้ขึ้น

“ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อไขนี้จะช่วยขยายความในประวัติต้นรัชกาลที่ 6 นั้นให้สมบูรณ์ และชัดเจน เป็นประโยชน์แก่การศึกษาประวัติศาสตร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกทางหนึ่งต่อไป”

นี่คือสิ่งที่คุณวรชาติ มีชูบท ปรารถนาให้เป็น

ความรู้เรื่องนี้ สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์จำหน่าย ในราคาเล่มละ 230 บาท

ก็อยากให้ไปหาซื้อมาอ่านเอาความรู้ ว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนไม่จริง

ทุกวันนี้ เรื่องเล่า เรื่องลือ คนมักเชื่อกันนัก

ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ต้องตั้งสติให้ดี

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

เรื่อง – เหนือแนวรั้วคือหัวอกมีหัวใจ

โดย -เพทาย เมธาวี

ที่วางอยู่หน้าบ้านนั้นกล้วยไข่

ในหวีมีกี่ใบไม่ทราบแน่

แม่วางไว้ด้วยเมตตาประสาแก

เผื่อแผ่แก่นกพื้นถิ่นคุ้นชินกัน

คือกล้วยไข่เครือเล็กเล็กไม่กี่หวี

พอสุกดีแม่ก็แจกก็จัดสรร

ให้เพื่อนบ้านที่อยู่ในย่านนั้น

ที่เล็กเกินก็แบ่งปันให้นกกิน

โดยแจกให้บ้านใกล้ชิดสนิทมั่น

เป็นน้ำใจแบ่งปันมิรู้สิ้น

มีคุณค่าคณานับทรัพย์ในดิน

ยังเผื่อแผ่ด้วยคุ้นชินถึงลิ้นนก

เป็นน้ำใจต่างเผื่อแผ่ให้แก่กัน

บ้านออกมีก็แบ่งปันให้บ้านตก

บ้านตกมีก็แบ่งปันไม่หวั่นสะทก

ทลายแนวรั้วด้วยหัวอกมีหัวใจ

การเมืองในการทหารไทย สมัยรัชกาลที่ 6

Published September 23, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05126150459&srcday=2016-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 621

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

การเมืองในการทหารไทย สมัยรัชกาลที่ 6

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานั้น นั่งสนทนากับเพื่อนที่นานครั้งจะเจอกันทีหนึ่ง

เพื่อนมันบ่นให้ฟังว่า วันหนึ่งไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เกิดปวดเบา จึงเข้าห้องน้ำ

พอเปิดประตูห้องน้ำก็เห็นคนรอเข้าคิวกันอยู่หลายคน

ยืนรอคิวอยู่สักครู่ ก็มีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า

สงสัยมันนั่งเล่นเกม หรือส่งไลน์ในห้องน้ำแน่ว่ะ มายืนรอนานแล้วยังไม่ออกมาสักที

สักครู่ก็มีเสียงกดน้ำชักโครก เห็นคนเดินออกมาพร้อมโทรศัพท์มือถือเล่นไลน์ เล่นเกม

หลายคนมองหน้ากันอย่างรู้ทันว่าเกิดอะไรขึ้น

เพื่อนมันว่า ถ้าปวดหนักสงสัยได้ขายหน้ากันบ้าง

ก็อยากจะบอกถึงผู้คนที่ใช้ห้องน้ำสาธารณะ กรุณาอย่ามัวแต่นั่งส่งไลน์ หรือเล่นเกมในห้องน้ำเลย

ขอให้คิดถึงคนที่รอเข้าใช้ด้วย ทำธุระเสร็จแล้วก็ให้รีบออกมา เพื่อให้คนอื่นใช้บ้าง

ทุกวันนี้ผู้เสพติดวัตถุ มักจะขาดจิตสำนึกที่ดี ไม่ค่อยรู้จักกาละเทศะ ลองสำรวจตัวเองดูว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่

อย่าคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง คนอื่น ผู้อื่น เป็นเครื่องประดับ

มาหาความรู้ประดับสติปัญญา เพื่อป้องกันจิตฟุ้งซ่านกันดีกว่า

ปักษ์นี้จะชวนอ่าน “การเมืองในการทหารไทย สมัยรัชกาลที่ 6”

เรื่องนี้ศึกษาค้นคว้ามาให้รู้ โดย เทพ บุญตานนท์ เพราะ

“…เมื่อใดก็ตามที่พระมหากษัตริย์ทรงปราศจากภาพลักษณ์ของนักรบ และไม่สามารถเป็นผู้นำให้แก่ทหารในกองทัพได้แล้ว

“สภาพความโหยหาผู้นำที่จะทำหน้าที่แทนพระมหากษัตริย์นี้เอง จะทำให้ทหารเริ่มมองหาคนที่มีภาพลักษณ์ของความเป็นนักรบ

“สถานการณ์เช่นนี้ นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ปกครองประเทศ

“และโดยเฉพาะในกรณีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปราศจากพระราชอำนาจทางทหารอย่างแท้จริง

“และซ้ำร้ายไปกว่านั้น อำนาจทางการทหารเกือบทั้งหมด กลับตกอยู่ในมือของพระเชษฐาและพระอนุชาในพระองค์…”

อยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ ก็ต้องไปหาซื้อมาอ่านดู

เรื่องนี้ สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์ในรูปเล่ม ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ

มีวางตามแผงหนังสือทั่วประเทศแล้ว จำหน่ายในราคาเล่มละ 255 บาท

เรื่องความรู้ทางประวัติศาสตร์แล้วก็ต้องยกให้ทีมงาน ศิลปวัฒนธรรม เขา

ส่วนใครที่ไปซื้อที่งานสัปดาห์หนังสือไม่ได้ จะสั่งซื้อไปที่สำนักพิมพ์มติชนก็ได้

เป็นความรู้ที่อยากให้อ่านกัน

เรื่อง -บ้าน

คอลัมน์ -กวีชาวบ้าน

โดย -สาวิตรี ทนเสน

ฝันถึงท้องทุ่งทับการกลับบ้าน

ฝันถึงลานนวดข้าวใต้ดาวเหนือ

ฝันถึงสวนมะละกอกล้วยหน่อเครือ

ฉันยังคงความเชื่อนี้เพื่อใคร

ระเบียงบ้านเถียงแคร่แม่และพ่อ

อาจเฝ้ารอลูกกลับมาหลับใหล

ว่าดวงหน้าล้าล่วงคงห่วงใย

ถึงแดนไกลแดนที่ไม่จีรัง

นกขบถหัวดื้อผู้ซื่อเขลา

ฝันของข้าสร้อยเศร้า-ซุกซอกขัง

แม้แต่การขยับปีกขึ้นอีกครั้ง

ก็รวดร้าวเซซังหลั่งน้ำตา

เหมือนหมดแรงแหนงหน่ายภายในนั้น

เกิดด้นดั้นปีกดิ้นบินข้ามผา

เมื่อความเชื่อถูกโบยตีลงบีฑา

กระแสโลกมายายิ่งกว่าจริง

เพราะสังคมแหว่งวิ่นกร่อนกินฝัน

ถูกกดดันในหลืบหล่มแล้วจมดิ่ง

เมื่อบ้านนอกเข้ากรุงทุ่งเมืองทิ้ง

ให้วนวิ่งโง่งมจมน้ำลาย

ข้าคิดถึงบ้านข้ายิ่งกว่าคิด

จบแทบปลิดชีพลงปลงความหมาย

หากสังคมถูกย้อมหลอมละลาย

เถิด, ข้าขอกลับไปตายที่รังเดิม

มติชน บันทึกประเทศไทย ปี ๒๕๕๘

Published August 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127150359&srcday=2016-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 619

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

มติชน บันทึกประเทศไทย ปี ๒๕๕๘

เข้าช่วงแล้งเต็มตัว ขอให้ระวังเรื่องฟืนไฟให้มาก แค่เริ่มต้นก็เกิดไฟไหม้ไปหลายที่

ว่าไปแล้ว อัคคีภัยทุกปีก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจว่าอย่าได้ประมาท

เกิดอัคคีภัย 1 ครั้ง ก็จะมีการพลัดพรากตามมา

ยิ่งอาคารบ้านเรือนที่อยู่ในตรอก ซอก ซอย ที่ยากต่อการดับเพลิง ความเสียหายก็ยิ่งมาก

หลายท้องที่มีการก่อสร้างตึกที่ผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่กำกับดูแลก็ปล่อยปละละเลย

อีกหนึ่งอย่างที่น่าเป็นห่วง คือเรื่องสายไฟ

เท่าที่สังเกตเห็น ทุกวันนี้สายไฟพันกันนัวเนีย ไม่รู้ว่าเป็นสายอะไรบ้าง เกิดไฟรั่ว ไฟช็อตแล้วลุกลามก็หลายหน แล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

นอกจากนี้ ทางเท้า หรือทางเดินในตรอก ซอก ซอย ยังตั้งตู้โทรศัพท์ระเกะระกะ ก็ไม่รู้ปล่อยให้ตั้งได้อย่างไร

ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่กีดขวางทางเดิน โดยที่เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย

ดูเหมือนว่าบ้านเมืองไม่ค่อยจะมีขื่อแปอะไรนัก

หาหนังสือดีดีมาอ่านสงบจิตสงบใจ จะได้มีปัญญาแก้ปัญหาชีวิตยามพบเจอ

ปักษ์นี้จะชวนอ่าน “มติชนบันทึก ประเทศไทย ปี ๒๕๕๘” ซึ่งรวบรวมและเรียบเรียง โดย ศูนย์ข้อมูลมติชน

ทุกวันนี้โลกยังใหญ่เท่าเดิม แต่การติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็ว แม้จะอยู่กันคนละพื้นที่

เหตุการณ์ ปรากฏการณ์ต่างต่างที่เกิดขึ้นทั่วโลก ได้ถูกบันทึกไว้ตามลำดับ วัน เวลา ทั้งรูปภาพและเนื้อหาข่าวสาร

ถึงโลกจะพัฒนาด้านข้อมูลข่าวสาร แต่ความน่าเชื่อถือยังเป็นเรื่องที่ต้องไตร่ตรอง เมื่อรับสารนั้นนั้น

เพราะเทคโนโลยีเองก็ยังปลอมแปลงกันได้

การบันทึกรูปภาพ และข้อมูลข่าวสารด้วยระบบการพิมพ์ ยังเป็นเรื่องน่าเชื่อถือ แม้จะผ่านมาหลายศตวรรษ

แม้ทุกวันนี้ ชีวิตผู้คนแขวนอยู่บนโลกออนไลน์ มีความรู้มากขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงเป็นเงาตามตัว

มติชนบันทึก ประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน วางแผงแล้ว ราคาเล่มละ 400 บาท

ถือเป็นราคาแค่ วันละ 1 บาทกว่าเล็กน้อย

แล้งปีนี้ ก็ขอเชิญชวนผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่ให้ช่วยกันประหยัดน้ำ

ทั้งน้ำดื่ม น้ำใช้ เพื่อส่วนรวม จะได้มีใช้กันอย่างเพียงพอ

ซักผ้าด้วยเครื่องนั้นจะเปลืองน้ำมาก ลองหันมาซักด้วยมือ ประหยัดน้ำกว่า และสะอาดกว่า

ถือเป็นการออกกำลังกายไปด้วย

อย่าอ้างว่าไม่มีเวลา เพราะทุกคนมีเวลาเท่ากัน

เรื่อง – เงิน

คอลัมน์-กวีชาวบ้าน

โดย-นนทพัทธ์ หิรัญเรือง

มันเป็นที่ต้องการกว่าทุกสิ่ง มันทำให้คนวิ่งเข้าโหยหา

มันบดบังมืดมิดปิดสองตา มันน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

มันเป็นที่ต้องการกว่าทุกสิ่ง เพราะมันทรงค่ายิ่งกว่าสิ่งไหน

แม้สมบัติพัสถานวิมานใคร ก็สามารถซื้อได้ถ้าใจปอง

เพราะเช่นนี้คนจึงจะใคร่หา อยากได้มาเก็บเอาเป็นเจ้าของ

เป็นกิเลสมายาที่น่าลอง ให้ลำพองใฝ่ได้ไม่รู้พอ

เมื่ออยากได้มากขึ้นทะมึนมิด ตาจึงมืดบอดปิดเมื่อเงินล่อ

ทำทุกทางหากว่ามีเงินรอ จึงยอมฉ้อฉลชั่วเพราะกลัวจน

ด้วยอำนาจแห่งมันนั้นใหญ่ยิ่ง ราวผีร้ายเข้าสิงให้มัวหม่น

เปลี่ยนิสัยใจจิตให้ผิดคน ต้องทุกข์ทนเป็นทาสอำนาจเงิน

อย่าให้เงามืดดำครอบงำง่าย จงประเมินใจกายอย่าขัดเขิน

ถึงมีน้อยค่อยใช้อย่าให้เกิน จงก้าวเดินต่อไปด้วยใจพอ

ข้าแต่ศาลที่เคารพ

Published June 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127150159&srcday=2016-01-15&search=no

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 615

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

ข้าแต่ศาลที่เคารพ

ปี พ.ศ. 2559 แล้ว ก็ขอให้แฟนานุแฟนของเทคโนโลยีชาวบ้าน มีความสุขตลอดปีนี้

พูดถึงความสุข หรือความไม่สุข อันที่จริงก็อยู่ที่ตัวเราเป็นผู้กระทำ

อยากได้ความสุข ก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เดือดร้อน

อยากได้ความไม่สุข ก็ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องเดือดร้อน บางทีคนอื่นก็เดือดร้อนไปด้วย

แต่อันที่จริง ความสุขของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

บางคนมีความสุขจากการเป็นผู้ให้ บางคนมีความสุขจากการได้อ่านหนังสือ บางคนมีความสุขจากการได้วัตถุสิ่งของ

ทุกความสุขที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงความสุขทางโลก ไม่ได้เป็นความสุขทางธรรม

ความสุขของปุถุชนคนธรรมดาสามัญ ขอแค่เป็นความสุขที่ตัวเองและคนรอบข้างไม่เดือดร้อนก็น่าจะพอ

และความสุขที่ว่าคือ สิ่งที่จะต้องทำเอาเอง เช่นเดียวกันกับอยากมีสุขภาพที่ดีก็ต้องทำเอง ไม่มีวางขายตามท้องตลาด

เอาเป็นว่าอยากมีความสุขแบบไหนก็ทำเอา

ส่วนใครชอบความสุขจากการอ่าน ปักษ์นี้มีความรู้มาบอกให้ค้นหาความสุข

“ข้าแต่ศาลที่เคารพ” คือความรู้ ความสุขที่ท่านผู้พิพากษา สมลักษณ์ จัดกระบวนพล ชี้ขุมความสุขให้

ก็อย่างที่รู้กันว่า ช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย เกิดความขัดแย้งกันทางความคิด

“กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม” ก็ยังเป็นกลไกในการระงับความขัดแย้งมิให้บานปลาย

เช่นเดียวกับจุดยืนของ ท่านสมลักษณ์ จัดกระบวนผล ในฐานะอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา และกรรมการ ปปช.

ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกติกาบ้านเมือง

แต่ขณะเดียวกัน เมื่อพบว่ากลไกของตราชั่งเปลี่ยนแปลงไป

นักกฎหมายมือฉมังผู้นี้ก็พร้อมจะติเพื่อก่อ ต่อเพื่อแก้ไข สมกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเป็นที่พึ่งของทุกฝ่าย”

“ข้าแต่ศาลที่เคารพ” จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน วางจำหน่าย ราคาเล่มละ 180 บาท

ช่วงนี้อากาศค่อนข้างจะแห้ง มาพร้อมกับลมที่แรง ก็ขอให้ระวังเรื่องฟืนไฟ

ทุกปีจะเห็นอัคคีภัยอุบัติอยู่เสมอ สร้างความเสียหายทั้งที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมเกิดมลพิษ

ภาคใต้ก็เจอหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้านมาแล้ว ตอนนี้ก็จะถึงคราวทางภาคเหนือ

อย่าลืมว่า เมื่อเกิดหมอกควัน สุขภาพของผู้คนก็ได้รับพิษภัยไปด้วย

อยากสุขภาพดีต้องช่วยกัน เพราะไม่มีขายตามท้องตลาด

ป้องกันวันนี้ สุขภาพดีทั่วหน้า

เรื่อง : อดีตใจใต้นีออน

คอลัมน์ : กวีชาวบ้าน

โดย : พ. ประเทืองไทย

“ดื่อดือ ดื่อดือ” รื้อความหลัง

เสียงธนูว่าวดังประดังเสียง

ความหลัง ครั้งอดีต กรีดสำเนียง

มารายเรียงในสำนึก-ระลึกกาล

หวีดหวิว วาบไหว หัวใจหวิว

ว่าวน้อยลอยละลิ่วผิวเพลงหวาน

ดึงอดีตครั้งเก่ามาร้าวราน

หวนความสุข วันวาร-ในทรงจำ

ธนูว่าวบนฟ้า ราตรีนี้

ดึงฤดี ย้อนเวลา มาตอกย้ำ

คลอเป็นเสียงเพลงเศร้า เคล้าลำนำ

ในทรงจำครั้งก่อนมาหลอนใจ

แทรกซึมเสียงใส-ไหวอดีต

มาคอยกรีดดวงมานให้หม่นไหม้

จ้องตะเกียงดวงเก่าเคล้าแสงไฟ

เปิดนีออนดวงใหม่ร่ายบทกลอน

“ดื่อดือ ดื่อดือ” ยื้อหัวใจ

แลตะเกียง เคยใช้ ใจสะท้อน

กระท่อมร้าง ฤดีร้าว-อดีตจร

มองตะเกียงระลึกย้อนอดีตใจ

กำเนิด “ประเทศไทย” ภายใต้เผด็จการ

Published May 21, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127151258&srcday=2015-12-15&search=no

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 28 ฉบับที่ 613

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

กำเนิด “ประเทศไทย” ภายใต้เผด็จการ

แล้ว ปารีส ก็เกิดโศกนาฏกรรมจากกลุ่มคนที่มีความผิดสุดโต่ง

ความเชื่อที่ขาดสติกำกับและปัญญาไตร่ตรอง เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อตัวเอง และต่อผู้อื่น

มนุษย์ เมื่อเกิดมานั้น การรับรู้สิ่งต่างต่างจะได้จากครอบครัว และคนรอบข้าง

พอคิดได้ก็ใฝ่หาสิ่งที่ชื่นชอบ และเชื่อว่ามีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งนั้นเป็นมายา

คุณหมอท่านหนึ่ง ท่านมองว่า ผู้ที่มีความคิดสุดโต่งคือผู้ที่เป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง

คือมองผู้ที่คิดและเชื่อไม่เหมือนตน จะเป็นภัยต่อตัวเอง หรือจะเรียกว่าโรคหวาดระแวง

คุณหมอยังบอกอีกว่า โรคนี้ เป็นแล้วโอกาสจะหายนั้นยาก

ได้ฟังคุณหมอพูดแล้ว ก็คิดถึงเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งเป็นโรคนี้ และเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ทุกวันนี้ก็ยังไม่หาย

เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บนั้น คุณหมอยังย้ำอีกว่า โรคบางอย่างดูจากภายนอกเหมือนคนปกติ แต่ภายในกลับมีสิ่งผิดปกติ

มาคลายความเครียดด้วยการหาความรู้จากหนังสือเสริมสร้างความจำให้สมอง เหมือนกินยารักษาอาการไม่สบาย

ความรู้เรื่องนี้คือ กำเนิด “ประเทศไทย” ภายใต้เผด็จการ ค้นคว้าหามาให้รู้ โดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์

และก็อย่างที่ อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ได้เขียนคำนำเสนอ ที่ว่า

“…หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่แค่หนังสือประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้คนอ่านรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น

“หากแต่เป็นการศึกษาประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงข้อมูลปลีกๆ ที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความหมายใหม่ขึ้นมา จนสร้างความเข้าใจอย่างชัดเจนต่อการเกิดขึ้นของ “พื้นที่ประเทศไทยในยุคพัฒนา…”

ประเทศไทย ช่วง “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก” กับนัยยะ “ซ่อนเร้น” ในยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

การเรียนรู้ประวัติศาสตร์นั้นดีต่อปัจจุบัน และสำคัญต่ออนาคต

ขอเพียงเข้าใจว่า เมื่อวานคือประวัติศาสตร์ วันนี้คือปัจจุบัน พรุ่งนี้คืออนาคต

สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์ในรูปเล่ม ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ จำหน่ายในราคา 220 บาท

ใกล้ปีใหม่แล้ว จะซื้อของขวัญ ของฝาก ก็อยากให้เป็นความรู้ เพื่อจะได้ใช้ทำมาหาเลี้ยงชีพได้

ส่วนจะเลี้ยงฉลองกัน ก็ขอให้พอประมาณ เอาแต่พอหอมปากหอมคอ

ที่สำคัญ กินเหล้าแล้วอย่าได้ขับรถโดยเด็ดขาด เพราะสติ สมาธิที่จะควบคุมรถนั้นจะไม่เต็มที่

แต่ถ้าอยากกลับบ้านเก่าก่อนกำหนด ก็ตามใจ

เรื่อง – ส.ค.ส. เศรษฐีรับปีลิง

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – เพียงใจ ชื่นเงิน

ปฏิทินปีเก่าโยนเผาทิ้ง ไม่เหลือสิ่งประทับใจในใบเก่า

สิบสองเดือนไม่พอหน้างอเง้า ต้องรุกเข้าปีลิงหวังชิงชัย

เปิดดูเงินในบัญชีไม่มีเก็บ มันยิ่งเจ็บซาบซึ้งจนถึงไส้

ไม่พอกินไม่เหลือเก็บยิ่งเจ็บใจ ไม่ว่าใครเพ้อบ่นหลงกลปี

ปฏิทินปีใหม่ที่ใหญ่กว่า แขวนรอท่าให้เห็นรูปเด่นสี

เปิดปีลิงจริงจังหวังจะดี เออีซี หลายประเทศสังเกตการ

ชนพม่าพูดฝรั่งแปลอังกฤษ คนไทยติดพูดไทยเพี้ยนไม่ผ่าน

แอบหนักใจในคนด้อยผลงาน ห่วงบุตรหลานของเราไม่เอาจริง

สิบสองเดือนขอจงดีเถิดปีใหม่ ฝันเอาไว้ถ้าเกิดประเสริฐยิ่ง

เปิดตลาดการค้าดีรับปีลิง อีกหลายสิ่งเคลื่อนขับขยับตาม

ส.ค.ส. ปีใหม่เลือกใบสวย ขอโชคช่วยค้าขายคล่องเงินทองหาม

ผลผลิตมากมายขยายความ เงินงอกงามมั่งคั่งสุขยั่งยืน

บันทึกทูตเมียนมาร์ จากลุ่มอิรวดีสู่เจ้าพระยา

Published April 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 28 ฉบับที่ 610

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

บันทึกทูตเมียนมาร์ จากลุ่มอิรวดีสู่เจ้าพระยา

จำได้เลาเลาว่า เพื่อนผู้ปลีกวิเวกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่กลับสู่บ้านนอก ได้พูดไว้ทำนองว่า “ความเจริญไปถึงไหน ความฉิบหายไปถึงนั่น”

เรื่องนี้เคยขอความรู้จากผู้รู้ หลายท่านก็มีหลายมุมมอง

แต่ก็มีหลายท่านมองอย่างกลางกลางว่า มีทั้งข้อดีและข้อด้อย

ขณะเดียวกัน กฎ กติกา จะต้องเข้มแข็ง มิเช่นนั้นก็จะมีผู้อ้าง และละเมิดสิทธิของผู้อื่นจนเกิดความวุ่นวาย

ความเจริญหากไปพร้อมกับความโลภ ความเห็นแก่ตัว แทนที่จะสร้างความสุข กลับกลายเป็นสร้างความทุกข์ ความเจริญจึงเสมือนยาเสพติดขนานหนึ่งเท่านั้น

ความรับผิดชอบ เป็นอีกเรื่องที่ต้องมีพร้อมกับความเจริญที่ตามไป

อันที่จริง ความเจริญคนเรามองแค่วัตถุแต่เพียงอย่างเดียว มองข้ามวิถีชีวิตและจิตใจ

เมื่อให้ความสำคัญกับวัตถุ ความเห็นแก่ตัวก็บังเกิด หายนะจะกวักมือเรียกตามมา

มาหาความรู้เรื่องดีดีไว้เป็นเกราะป้องกันสิ่งไม่ดีไม่งาม เพื่อจะได้รู้เท่าทัน

“บันทึกทูตเมียนมาร์ จากลุ่มอิรวดีสู่เจ้าพระยา” คือความรู้ที่อยากให้หามาอ่าน

เป็นบันทึกที่ท่าน หม่อง ส่วย แต๊ด ท่านเขียนหลังหมดวาระ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย

เป็นความรู้ที่ให้ข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกคน

ภาษาที่ท่านใช้ก็เป็นภาษาที่เรียบง่าย อ่านสบายสบาย ยิ่งได้ผู้แปล อย่าง ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ ยิ่งทำให้เข้าใจง่าย ไม่ต้องเปิดพจนานุกรมหาความหมาย

ถือเป็นหนังสือที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี

ระยะเวลา 6 ปีกว่า ที่ท่าน หม่อง ส่วย แต๊ด อยู่เมืองไทย ท่านได้บันทึกถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญสำคัญให้รับรู้อย่างไม่มีอคติ

บันทึกความรู้เรื่องนี้ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน จำหน่ายในราคา เล่มละ 340 บาท

ท่านที่ไม่ได้ไปงานสัปดาห์หนังสือ ก็แวะหาซื้อตามแผง หรือร้านหนังสือได้ทั่วประเทศ

ถ้าเป็นนักเลงหนังสือขนานแท้ ต้องไม่พลาด

นี่ก็ใกล้จะปีใหม่แล้ว จะซื้อเป็นของฝาก ของขวัญ ก็ยิ่งจะได้บุญ

อย่าลืมว่าการอ่านหนังสือนั้น ทางการแพทย์ถือว่าเป็นการบริหารสมอง และสร้างความจำ

ไม่อยากเป็นคนขี้หลง ขี้ลืม ก็ต้องอ่านให้มาก

ของอย่างนี้ไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง

เรื่อง – ลมหนาวเดือนธันวาฯ

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – แสงศรัทธา ณ ปลายฟ้า

“หยาดน้ำค้างหยดอารมณ์ให้วาบหวาม

ใจที่นิ่งจึงวู่วามจนสั่นไหว

หนาวอารมณ์หนาวแม้อิงข้างกองไฟ

เหงาจนลึกสุดหัวใจใดจะปาน”

ธันวาคม

สายลมแผ่วพลิ้วไหวใจสะท้าน

ภาพความหลังครั้งเมื่ออดีตกาล

ก็คล้ายคล้ายผลิบานขึ้นกลางใจ

คิดถึงบ้าน

เนิ่นนานไม่เคยเข้าเฉียดใกล้

ต้นลั่นทมคงทิ้งกิ่ง ก้าน ใบ

เรือนที่อยู่ก็คงไร้ใครเหลียวแล

พลัดบ้านมาเนิ่นนาน

คล้ายลูกนกผ่านวัยจากอกแม่

ไม่รู้ทางคืนกลับเพราะพ่ายแพ้

ต่อชีวิตที่อ่อนแอยากกลับคืน

ข่าวสุดท้ายที่ได้รู้

ว่าร่างกายแม่สู้อย่างขมขื่น

ทั้งเจ็บปวด ปวดเจ็บ ทุกข์กล่ำกลืน

จึงไม่อาจทนฝืนดูโลกภิรมย์

ฉันคือผู้พเนจร

คือเสี้ยวหนึ่งแห่งละครโลกขมขม

ถูกความฝันจับเหวี่ยงสู่ปลักตม

ค่อยค่อยจม ค่อยค่อยจม ค่อยค่อยตาย

โลกนี้ใหญ่เกินไปใครจะอยู่

ยิ่งหยัดยืนขึ้นสู้ยิ่งแพ้พ่าย

ยิ่งหยัดยืนขึ้นสู้ยิ่งเจ็บกาย

ฝันก็แค่สิ่งงมงายปลอบใจตน

ความเข้มแข็งครั้งสุดท้าย

ชีวิตนี้ไร้ความหมาย, ใครจะสน

จะขอกลับคืนเรือน, เรือนสร้างคน

กราบเท้าแม่อีกซักหนตรงตีนเรือน

“หยาดน้ำค้างลอยคว้างสู่เบื้องล่าง

รดหัวใจคนอ้างว้างและไร้เพื่อน

ภาพนัยน์ตาคือความหวังอันรางเลือน

โอ้…นกเถื่อนออกจากเมืองสู่เรือนตาย”

ไขปริศนาประเด็นอำพราง ในประวัติศาสตร์ไทย

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 28 ฉบับที่ 609

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

ไขปริศนาประเด็นอำพราง ในประวัติศาสตร์ไทย

ช่วงหน้าฝนของทุกปี พยายามบอกเล่ากับผู้ขับขี่รถทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบนถนน หรือในตรอกซอกซอย

ขอให้ผู้ขับขี่เห็นใจผู้เดินถนนหนทาง ด้วยการขับขี่ช้าหน่อย น้ำจะได้ไม่กระเด็นใส่ผู้เดินถนนหนทาง

ถ้าเป็นน้ำสะอาดก็พอทำเนา แต่ถ้าเป็นน้ำคลำ ก็จะเหม็นติดเสื้อผ้า ซักออกก็ยาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตรอกซอกซอยส่วนใหญ่น้ำที่ขังจะไม่สะอาด

ยิ่งหากซอยไหนเป็นของเอกชนด้วยแล้ว การลอกท่อเพื่อให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลสะดวก แทบจะไม่ได้ทำ ทำให้น้ำท่วมขัง และสกปรกอีกต่างหาก

และที่ผ่านมาไม่กี่วัน ก็เกิดมีการทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ขับขี่กับพ่อค้าแม่ขาย และผู้เดินถนนจนขึ้นโรงพักกันแล้ว

ความมีน้ำใจ เห็นอกเห็นใจกันในแต่ละฤดูกาล จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่าคิดเอาแต่ตัวเองเป็นศูนย์กลาง

เวลานี้ เมืองใหญ่ใหญ่ล้วนแต่มีรถราหนาแน่น

ยิ่งมีรถ ยิ่งต้องมีวินัย มีน้ำใจ

เรียนรู้จากหนังสือปักษ์นี้ มีความรู้ที่อยากให้ช่วยกันศึกษาอย่างเปิดใจกว้าง อย่าได้มีอคติ

เป็นอดีตการเมืองเบื้องหลัง 3 เมกะโปรเจ็กต์ สมัยรัชกาลที่ 5

“ไขปริศนาประเด็นอำพราง ในประวัติศาสตร์ไทย” ศึกษาค้นคว้ามาให้รู้ โดย ไกรฤกษ์ นานา

“ผู้เขียนได้พยายามค้นคว้าหาคำตอบของประเด็นอำพราง ที่มักจะเป็นข้อถกเถียงของนักประวัติศาสตร์ไทย

“บางเรื่องก็เคยถูกมองว่าไม่ควรเปิดเผยจากหลักฐานใหม่ที่ค้นพบในต่างประเทศ ทำให้ตระหนักว่า พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต ได้ดำเนินกุศโลบายอันแยบยล เพื่อความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง แม้ว่าจะต้องเสียเปรียบอยู่ตลอดเวลา

“เรื่องเด่นในเล่มนี้คือ การที่รัชกาลที่ 5 ให้ชาวอังกฤษสำรวจทำแผนที่เมืองไทยฉบับแรก และให้วางโครงการสร้างทางรถไฟ จากไทยไปเมืองจีนครั้งแรก…”

เมืองไทยที่ดำรงอยู่ได้ทุกวันนี้ ยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องศึกษาเรียนรู้ และทำความเข้าใจ

ความรู้เรื่องนี้ วางตลาดแล้ว โดย สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์ในรูปเล่ม ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ ราคา 290 บาท

เป็นความรู้ที่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลหามาให้รู้ ก็อยากให้หามาอ่าน

ความรู้บางเรื่องอย่าเพิ่งด่วนสรุป แต่ต้องพิเคราะห์ และสืบค้นที่มาที่ไปจากเอกสารหลายหลายทาง

อ่านจากงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า เวลานี้ผู้คนใช้เครื่องมือสื่อกระจก จนไม่รู้จักการศึกษาค้นคว้า

ยุคนี้ จึงเป็นยุคของการก้มหน้าเขี่ย

เหมือนไก่เขี่ยหาเศษอาหาร

เรื่อง – แล้ง

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – สายธารสิโป

จนเม็ดดินแห้งผากรากหยั่งได้ แววแห่งความรากไร้เริ่มหยั่งถึง

ในมวลลมอบอ้าวร้าวรำพึง ถมก้นบึ้งหัวใจหลอมไหม้ราน

ลำที่ส่องคือแดดจ้องแผดเผา ใบหญ้าเฉาแห้งกรอบอยู่รอบด้าน

ตามตุ่มตายอดช่อทรมาน ปลิดขั้วใบตามลานใต้ต้นตัว

เปลือยกิ่งโกร๋นแทงก้านประจานทุ่ง สุดเวิ้งวุ้งวิ่นแหว่งเห็นแล้งทั่ว

ตราบเท่าความทุกข์ยากถึงรากบัว บึงก็ขอดคลองกลั้วแต่โคลนตม

บอกชีวิตบ้านป่ากลางนาไร่ สิ้นแต่เด็ก-ผู้ใหญ่ล้วนหกล้ม

แนวระนาบผืนโลกล้วนโศกตรม กับหนามคมแห่งฟ้าคอยฆ่าฟัน

สู้กับความยากไร้-ใช่ยุติ ชีวิตยังแตกปริแหลกสะบั้น

ด้วยวิธีโกงคดเขากดกัน จากเผ่าพันธุ์บางกลุ่มดักหลุมพราง

เฉือนละนิดบิดละน้อยแต่บ่อยครั้ง หั่นจนกว่าพับพังลงไปข้าง

หวังที่เห็นก็เหมือนจะเลือนราง อำนาจนั้นงัดง้างทุกวิธี

สู้กับภัยแล้งร้ายอาจง่ายกว่า ยังผ่านมาผ่านไปตามวิถี

สู้กับความอยากได้เกินพอดี ผู้กดขี่แน่ชัด-ซึ่งกัดเรา

รอเม็ดดินแห้งผากรากหยั่งได้ จึงยอดใบเริ่มแตกชำแรกเฉา

อาจจะมีรอยยิ้มนั้นพริ้มเพรา หากลึกในใครเล่าพอเข้าใจ

%d bloggers like this: