เปิดโลกการศึกษามุสลิม

All posts tagged เปิดโลกการศึกษามุสลิม

บุกค่ายเอยูเอฟซี อคาเดมี’ต้นแบบมวยไทย’แดนฟาโรห์อียิปต์

Published July 15, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/229303

เปิดโลกมุสลิม

การศึกษา-สาธารณสุข  :  9 มิ.ย. 2559

บุกค่ายเอยูเอฟซี อคาเดมี’ต้นแบบมวยไทย’แดนฟาโรห์อียิปต์

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน : บุกค่ายเอยูเอฟซี อคาเดมี’ต้นแบบมวยไทย’แดนฟาโรห์อียิปต์

           วันนี้เปิดโลกการศึกษามุสลิม ขอนำเสนอต้นแบบค่ายมวยยักษ์ใหญ่ในอียิปต์ ที่โดดเด่นด้านการฝึกมวยไทยมากว่า 5 ปี เปรียบเสมือนสถานที่ฝึกฝนหลังม่าน ที่ไม่มีใครเห็น โชคดีที่สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงไคโร ได้สนับสนุนกีฬามวยไทย ทำให้ค่ายมวยที่เคยแห้งแล้งกลับมาชุ่มฉ่ำมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญเจ้าของค่ายมวยนี้มีสาวไทยเป็นคู่ใจ ไม่แปลกที่สถานที่แห่งนี้ได้ผลิตซุปตาร์มวยไทยยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถล้มได้ น้องตุ๊ก หรือ ฮาเกอร์ ทองธานี คือผู้ที่จะนำเรื่องราวมาตีแผ่ให้เราได้รับทราบกัน

ฮาเกอร์ ทองธานี หรือ น้องตุ๊ก สาวจาก จ.ระนอง เดินทางมาทำงานนวดที่ประเทศอียิปต์ ระหว่างกลับไทยได้พบกับเจ้าของค่ายมวยและเป็นเทรน

เนอร์ผู้หลงใหลมวยไทย บนเครื่องบินจึงเป็นที่มาของการร่วมแรงร่วมใจพัฒนามวยไทยในค่ายเอยูเอฟซี อคาเดมี (AUFC academy) หรือชื่อเต็ม Arabic Ultimate Fighting Championship ซึ่งได้ก่อตั้งมาประมาณ 5 ปีแล้ว ที่โดดเด่นเราเน้นมวยไทยเป็นหลักคิกบ็อกซิ่ง เอ็มเอ็มเอ จุดประสงค์หลักของค่ายคือ สอนมวยไทยในเอกลักษณ์ต้นแบบมวยไทยในโลกตะวันออกกลาง ภายใต้การดำเนินงานของสมาคมมวยไทยในอียิปต์

“น้องตุ๊ก” เล่าว่า เดิมที่กัปตัน มาห์มูด บลาร์ดอ  เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้งสมาคมมวยไทยในอียิปต์ ซึ่งเคยแข่งขันคิกบ็อกซิ่ง และครองแชมป์ คิกบ็อกซิ่ง เวิลด์ ถึง 12 สมัย ในปี 1997-2008 ด้วยความชื่นชอบเอกลักษณ์การต่อสู้แบบมวยไทย จึงใช้สไตล์ของมวยไทยในการแข่งขัน เมื่อก่อตั้งสมาคมมวยไทยขึ้นเป็นครั้งแรกในขณะที่มวยไทยเริ่มเข้ามาสู่ประเทศอียิปต์ และเป็นหนึ่งในกรุ๊ปที่เดินทางไปแลกเปลี่ยนความรู้ในการชกมวยที่เมืองไทย หลังจากนั้นก็ผันตัวเองมาเป็นเทรนเนอร์สอนมวยไทย และเป็นผู้ดำเนินการจัดงานมวยไทยในอียิปต์ขึ้นพร้อมๆ กัน นับตั้งแต่นั้นค่ายมวยได้รับความสนใจมากมายจากกลุ่มวัยรุ่นทั้งหญิงชายประมาณ 50 คน ในการสมัครเข้าค่ายเพื่อฝึกเรียนมวยไทย โดยสอน 4 วันต่อสัปดาห์

น้องตุ๊กเสริมว่า เอยูเอฟซี อคาเดมี  คือค่ายมวยที่ถือว่าเป็นค่ายมวยที่ใหญ่ที่สุดในอียิปต์และมีชื่อเสียงในตะวันออกกลาง ซึ่งได้เป็นตัวแทนของสมาคมมวยไทยในอียิปต์อย่างน่าภาคภูมิใจ ด้วยลักษณะการดำเนินงาน การสอน การผูกสัมพันธ์ไมตรีและนิสัยของกัปตัน ซึ่งมีความเป็นอินเตอร์และเป็นไทยผสมอยู่ ทุกครั้งที่ได้ร่วมงานความไว้เนื้อเชื่อใจจึงเป็นที่มาของการตอบรับมากมาย ซึ่งน้องตุ๊กบอกว่า จำนวนต่างชาติและชาวอียิปต์ที่เข้าร่วมชมในหลายๆ ประเทศ ประมาณ 2 หมื่นคนนั้น ชื่นชอบเอกลักษณ์ของมวยไทย และการต่อสู้แบบมวยไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีชาติใดในโลกจะเปรียบได้ถึงความแปลกและสวยงาม

“อยากให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลอียิปต์ร่วมมือกันส่งเสริมอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างนักมวยไทยเจ้าของต้นแบบกับนักมวยอียิปต์ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สิ่งที่ค่ายยังขาดคือ การสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจริงจังและถาวร เพราะรู้สึกเสียดายที่ทุกครั้งในการจัดการแข่งขันได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก แต่เราขาดการสนับสนุนที่จะพัตนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม” น้องตุ๊ก ทิ้งท้าย

เชื่อว่ามวยไทยคือหนึ่งความงดงาม สวยงาม ด้วยลีลา ท่าทาง และเป็นศิลปะป้องกันตัวที่โลกอาหรับในตะวันออกกลางคงต้องจารึกเอาไว้ในหัวใจตลอดไป เหมือนที่ผมภาคภูมิใจที่เห็นยักษ์ใหญ่ในแดนฟาโรห์บนสังเวียนมวยไทยสองปีที่ผ่านมา…”มันปลื้มที่สุด”


Advertisements

‘มวยไทย’ศาสตร์-ศิลปะป้องกันตัวฟื้นชีพแดน’ฟาโรห์’

Published July 15, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/227942

มวยไทย,ศาสตร์,ศิลป์,มวย,ไทย,ศิลปะ,ป้องกัน,ฟื้น,แดน

การศึกษา-สาธารณสุข  :  19 พ.ค. 2559

‘มวยไทย’ศาสตร์-ศิลปะป้องกันตัวฟื้นชีพแดน’ฟาโรห์’

เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน: ‘มวยไทย’ศาสตร์-ศิลปะป้องกันตัวฟื้นชีพแดน’ฟาโรห์’

              “รู้สึกปลาบปลื้มที่เห็นเยาวชนอียิปต์หันมาให้ความสำคัญกับมวยไทย และมีการฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง มีการใช้อวัยวะทุกส่วนในการต่อสู้แบบต้นฉบับมวยไทยจริงๆ มวยไทยเป็นศิลปะเพื่อป้องกันตัว เป็นกีฬาสำหรับผู้ชาย แต่สุภาพสตรีก็สามารถเรียนรู้ได้เพื่อไว้ป้องกันตัวเองในยามที่ต้องเอาตัวรอด สถานเอกอัครราชทูตมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมวยไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในอียิปต์มากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ขอให้เล่นกีฬาด้วยน้ำใจของนักกีฬา ที่ต้องรู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย คือสิ่งสำคัญที่นักกีฬาทุกคนต้องตระหนัก” พีรศักย จันทวรินทร์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร กล่าว
               ล่าสุดเมื่อวันที่ 13-14 พฤษภาคม เสียงเชียร์ของเหล่ากองทัพประชาชนอียิปต์ที่หลงรักมวยไทย และค่ายมวยต่างๆ ดังกึกก้องทั่วสนามกีฬาไคโร นัศร์ซิตี้ ซึ่งแปลงพื้นที่จากสนามฟุตบอลเป็นเวทีมวยอย่างอลังการ เป็นอีกผลงานชิ้นโบแดงของฝ่ายสารนิเทศและวัฒนธรรม ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ร่วมกับค่ายมวยไทยอียิปต์ AUFC academy จัดการแข่งขันมวยไทย “Muay Thai Egypt Cup 2016” ณ กรุงไคโร ซึ่งจัดเป็นครั้งที่สองของประวัติศาสตร์มวยไทยในประเทศอียิปต์ เป็นภาพที่ประทับใจ เป็นเสียงที่มิอาจลืมเลือน ทั้งนักมวยและผู้ชมรอบๆ เวที กว่า 1,000 คนในแต่ละวันที่เข้าชม โดยเฉพาะคณะเอกอัครราชทูตอาเซียนในกรุงไคโรและข้าราชการ ตลอดจนคณะกรรมการบริหารสมาคมนักเรียนไทยฯ ให้เกียรติมาร่วมชมอย่างเป็นกันเอง
               “มูฮัมหมัด อิบรอฮีม” นายกสมาคมมวยไทยในประเทศอียิปต์ และตัวแทนสมาพันธ์มวยไทยนานาชาติ และตัวแทนสมาคมครูฝึกมวยไทยในประเทศไทย และเป็นผู้จัดการประสานงานในครั้งนี้ เล่าว่า นักมวยกว่า 10 ค่าย ต่างส่งตัวแทนมาเปรียบมวยทั้งหมด 69 คน ทั่วทุกจังหวัดในอียิปต์ ไคโร กีซา กอลยูบียะห์ อัชชัรกียะห์ ปอร์ทเสด อเล็กซานเดรีย ฮูร์กาดา กีนา อัสวาน และอิสมาแอลีย์ ทั้งนี้ยังมีนักมวยหญิงเข้าแข่งขันด้วย นับเป็นสีสันของการแข่งขันในปีนี้
               โดยเฉพาะปีนี้นับเป็นปีเปิดโลกมวยไทยในอียิปต์ เนื่องจากมีนักมวยจากต่างประเทศในกลุ่มอาหรับเข้าแข่งขันเช่น ประเทศแอลจีเรีย ปาเลสไตน์ และซีเรีย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สร้างความตื่นเต้นและแปลกใหม่ให้การแข่งขันในครั้งนี้
               “มูฮัมหมัด” เสริมว่า มวยไทยเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน อยากจะเข้าถึงอย่างแท้จริง นอกจากต้องไปฝึกและเรียนกับครูฝึกที่เป็นคนไทยในดินแดนไทยเท่านั้น พวกเขาได้แต่หวังว่าจะสานผู้ที่รักมวยไทยให้สมหวังในสักวัน และเป็นการโชคดีที่มีสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงไคโร เปิดโอกาสให้ค่ายมวยต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ตื่นตัวและฟื้นชีพมวยไทยให้มีชีวิตกันขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เคยมีการสอนและสนับสนุนอย่างจริงจังมาช้านาน
              ทุกวันนี้ค่ายมวยไทยในอียิปต์ส่วนมากจะมีการตื่นตัวในเรื่องมวยไทยมากยิ่งขึ้นและเห็นภาพเคลื่อนไหวการใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่ผมได้เข้าไปจับภาพแบบใกล้ชิด ปีนี้นับเป็นปีที่ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของนักมวยแต่ละค่ายอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหุ่นที่บางแต่แกร่งไปด้วยพลัง การใช้อาวุธของร่างกายเริ่มโดดเด่นแบบมวยไทยแท้ๆ มากกว่าครั้งแรกที่จัดขึ้น อาจจะเป็นเพราะการที่ค่ายมวยต่างๆ เริ่มสนใจและพัฒนาให้นักมวยอาหรับที่ชอบในศิลปะแบบไทยๆ ศึกษารายละเอียดมากขึ้น ทำให้นักมวยอาหรับเริ่มพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจและการเป็นมวยไทยที่นิ่ง สงบ สง่า
              แต่แรงเมื่อถึงเวลาต่อสู้ ไม่คำรามอย่างมวยปล้ำหรือมวยอื่นๆ และนี่คือ หนึ่งความภาคภูมิใจ ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้พยายามนำเสนอสิ่งดีๆ ของความเป็นไทยมาให้ชาวต่างชาติได้รู้ โดยเฉพาะอาหรับอียิปต์ ซึ่งพวกเขามีความพร้อม มีความกล้า และมีกำลังที่ดี แต่ถ้าได้ครูฝึกไทยที่มาจากประเทศไทย ผมรับรองได้ว่ามวยไทยอียิปต์ คือ คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของไทยเลยล่ะ

ม.อัลอัซฮัรในวันที่เปลี่ยนแปลง

Published July 13, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/227550

มุสลิม,อิสลาม,อียิปต์,วัน

การศึกษา-สาธารณสุข  :  13 พ.ค. 2559

ม.อัลอัซฮัรในวันที่เปลี่ยนแปลง

เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน: ม.อัลอัซฮัรในวันที่เปลี่ยนแปลง

           อียิปต์ ยังคงมีการปรับและเปลี่ยนแปลงในทุกด้านอย่างไม่สิ้นสุด การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา รวมถึงการพัฒนาชุมชน สังคม ในทุกพื้นที่ของทุกจังหวัด และเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งคนในประเทศหรือต่างชาติที่มารวมกันอยู่ที่ประเทศแห่งนี้รับไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง ในส่วนนักศึกษาไทยและคนไทยเกือบ 3,000 ชีวิตที่มาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ มีเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และสมาคมนักเรียนไทยฯ ที่คอยสอดส่องและช่วยเหลือนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งทุกครั้งที่มีปัญหาจากนักศึกษาสมาคมได้รวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปประชุมกับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หลังจากนั้นก็เข้าสู่ระดับผู้ใหญ่ของประเทศอียิปต์ในเรื่องปัญหานั้นๆ และได้ความกระจ่างชัดเจน พร้อมการช่วยเหลือ

วันนี้อุปนายกสมาคม “มูฮำหมัดซิดดิ สูหลง” เรียนคณะนิติศาสตร์อิสลาม ปีที่ 3 หนุ่มใต้จากปัตตานี มาพูดคุยแนะนำนักศึกษาที่จะขึ้นมาศึกษา ม.อัซฮัร ในปีต่อไป หลากหลายเรื่องราวที่ต้องเตรียมตัว เป็นต้นว่า เรื่องค่าเทอมของสถาบันปรับพื้นฐานภาษาอาหรับ “ตัมฮีดีย์” สำหรับนักศึกษาที่มาทุนตัวเอง ในแต่ละระดับมีราคาค่อนข้างสูง 540 ในทุกระดับ ซึ่งมีทั้งหมด 7 ระดับด้วยกัน

นักศึกษา ม.ต้นและ ม.ปลาย ปรับพื้นฐานภาษาอาหรับห้ามขาดเรียน 15 วันติดต่อกัน และขาดเรียนได้ไม่เกิน 30 วัน นับตั้งแต่เปิดภาคเรียน

ส่วนค่าที่พักแพงขึ้นมาก ขั้นตอนในการยื่นวีซ่าค่อนข้างช้า และมีอายุวีซ่าแค่ 3 เดือน และการต่อวีซ่าที่ต้องไปนอนรอตั้งแต่เที่ยงคืนจนเช้า และการมาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วมาเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนต้องไปทำการรับรองที่กองหนังสือเดินทางและกองสัญชาติของต่างด้าวที่ “มูญัมมะตะห์รีร “ก่อน ซึ่งต้องอัดแน่นไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติและวิธีการดำเนินการ

อุปนายก ฝากเตือนและเสนอแนะสำหรับน้องๆ นักศึกษาที่จะมาศึกษายังประเทศอียิปต์ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร 1.เมื่อนักศึกษาใหม่มาถึงอียิปต์ ให้รุ่นพี่ในชมรมนำนักศึกษาใหม่ไปทำการรับรองเอกสารเพื่อสมัครเข้าเรียนที่มูญัมมะตะห์รีร 2.อย่าปล่อยให้วีซ่าที่เพิ่งขึ้นมาหมด เพราะทางเจ้าหน้าที่จะไม่รับทำการรับรองให้หลังจากที่วีซ่าหมดอายุแล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในการขอต่อวีซ่าต่อไป

3.ขอให้นักศึกษาเดินทางมาในช่วงเปิดทำการรับสมัครนักศึกษาใหม่ คือประมาณเดือนกันยายน และไม่ควรขึ้นมาหลังการปิดรับสมัครแล้ว เนื่องจากไม่สามารถทำการสมัครเรียนและต่อวีซ่าได้อีก 4.สำหรับนักศึกษาใหม่ที่จะเข้าสมัครเรียนในระดับ อิดาดีย์-ซานาวี ( ม.ต้น-ม.ปลาย) ให้เดินทางประมาณเดือนกันยายน เนื่องจากนักศึกษาใหม่ต้องสมัครเรียนด้วยตนเอง และต้องมีอายุวีซ่าอย่างน้อย 1 เดือน ถึงจะสมัครเรียนได้

ปัจจุบันนี้การต่อวีซ่าที่สำนักงานต่อวีซ่า (สาขา มาดีนะห์ อัลบูอส) ทุกวันอังคาร ทางการอียิปต์ได้อนุมัติให้คณะกรรมการสมาคมไปอำนวยความสะดวกให้แก่น้องๆ นักศึกษาไทยในการยื่นวีซ่า ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ ให้นักศึกษายื่นเอกสารเพื่อต่อวีซ่าด้วยตัวเอง หลังจากนั้น 2 สัปดาห์สามารถรับวีซ่าได้ ซึ่งเป็นการประสานงานที่ดีและช่วยลดความยากลำบากของน้องๆที่ต้องมายื่นตั้งแต่เที่ยงคืน

ส่วนที่พักอาศัยของนักศึกษาที่มาทุนตัวเอง ที่มีปัญหาเรื่องสัญญาการเช่าอยู่บ่อยครั้งกับเจ้าของตึก ต้องย้ายที่พักกันบ่อย ทำให้นักศึกษาไม่สามารถใช้ชีวิตในการเรียนได้อย่างราบรื่น บวกกับค่าเช่าที่พักที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาเรื่องวีซ่าตามสามีหรือภรรยา (พ่วงวีซ่า) จำเป็นต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานความมั่นคงก่อน ซึ่งอาจจะทำให้ล่าช้ากว่า 2 สัปดาห์ ปัญหาเรื่องวีซ่านักศึกษาตัมฮีด (สถาบันปรับพื้นฐานภาษา) เนื่องจากวีซ่าของนักศึกษาตัมฮีดมีอายุแค่ 3 เดือน

และทางสถาบันปรับพื้นฐานภาษาออกเอกสารเพื่อต่อวีซ่าล่าช้า ทำให้อายุวีซ่าของนักศึกษาได้ไม่ถึง 3 เดือน ปัญหาความปลอดภัย มิจฉาชีพ ไม่ควรเดินทางไปไหนมาไหนในยามค่ำคืนคนเดียว และควรบอกเพื่อนให้ทราบว่าจะออกไปไหน เพื่อความสะดวกในการตามตัวเวลาเกิดปัญหาขึ้นมา ทุกประเทศทั่วโลกเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้ตามและก็ประชาชนในประเทศนั้นๆ


‘บังดี้’นายกสมาคมนักศึกษาไทยไคโรคนที่53

Published June 21, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/221376

การศึกษา-สาธารณสุข  :  28 ม.ค. 2559

‘บังดี้’นายกสมาคมนักศึกษาไทยไคโรคนที่53

เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : ‘บังดี้’นายกสมาคมนักศึกษาไทยไคโรคนที่53

             “ทุกครั้งที่มีปัญหา ทุกครั้งที่ไม่เป็นที่พอใจกับการทำงาน ได้แต่บอกตัวเองเสมอว่า เราต้องอดทนและยิ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมๆ กับพูดให้เบาๆ แต่ชัดเจน โกรธได้แต่อย่าเกลียด เพราะเชื่อว่าคนอียิปต์เขาชอบคนอ่อนน้อมถ่อมตน และจะเป็นที่มาของชัยชนะทั้งตัวเองและคนรอบข้าง”
             นักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์ได้รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมเมื่อปี 2498 พร้อมๆ กับการสืบทอด ต่อยอดกันเรื่อยมาจนมาถึงนายกสมาคมคนที่ 53 ในปัจจุบัน 2559 อียิปต์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษาและเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้นักเรียนไทย 2,000 คน โดยประมาณที่ได้มาพำนักและศึกษาด้านศาสนาอยู่ในประเทศอียิปต์แห่งนี้ ต้องเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมอียิปต์
             ดังนั้นวันนี้ผู้นำนักศึกษาคนใหม่ คือ กุญแจสำคัญที่จะเข้าไปดูแลและคอยเป็นหูเป็นตาให้แก่นักศึกษาและประเทศไทยของเราในหลายองค์กรทั้งในส่วนของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร รวมถึงองค์กรอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักศึกษา
             “บังดี้” ชื่อที่พี่ๆ น้องๆ ในอียิปต์ ต่างเรียกกัน หรือ “เอกรัฐ พิทักษ์เมธานนท์” เป็นบุตรของอาหมัด พิทักษ์เมธานนท์ กับ ฉลวย หมัดละ มีอาชีพทำธุรกิจส่วนตัว บังดี้ จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน กรุงเทพมหานคร และมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ (นราธิวาส) หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อด้านศาสนาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิศบาฮุ้ลอุลูม และก่อนจะบินมาศึกษายังประเทศอียิปต์ ได้ศึกษาจนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (ฉะเชิงเทรา) ชีวิตนี้ตั้งความฝันว่าอยากมีโรงเรียนสอนหนังสือเป็นของตัวเองและอยากเป็นครูผู้ให้ความรู้แก่ผู้คน สังคมมากที่สุด
             บังดี้ เดินทางสู่อียิปต์ปี ศ.ศ.2007 และเข้าศึกษามหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร คณะคุรุศาสตร์ (ตัรบียะห์) เอกอิสลามศึกษา ปัจจุบันศึกษาอยู่ระดับชั้นปีที่ 4 เป็นคณะที่นักศึกษาสนใจน้อย อาจจะเนื่องด้วยศัพท์และภาษาหนังสือส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยได้พบในตอนที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา “ซานาวี” ที่เมืองไทย
             และที่สำคัญที่สุด เมื่อศึกษาอยู่ระดับชั้นปีที่ 3-4 จะต้องทำการฝึกสอนในโรงเรียนอาหรับ ซึ่งต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูง เพราะเด็กอาหรับส่วนใหญ่จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่นิ่งและเรียบร้อยเหมือนเด็กไทย ดังนั้นการสอนนอกจากต้องใช้ความสามารถในด้านภาษาแล้วยังต้องใช้จิตวิทยาในการควบคุมเด็กๆ ให้อยู่
             “ไม่มีอะไรที่ง่ายเลยสักอย่าง การใช้ชีวิตในอียิปต์ก็เช่นกันซึ่งต่างจากคนไทยเราโดยสิ้นเชิงที่รับไม่ได้อันดับแรกเลยคือเสียงแตรรถยนต์ การพูดเสียงดังและความไม่เป็นระเบียบ แต่ด้วยการตักเตือนของรุ่นพี่ทำให้ความรู้สึกเหล่านี้ลดลงและค่อยๆ ศึกษาคนอาหรับไปด้วย เพราะเมื่อถึงจุดนี้เราจะรู้ว่าอียิปต์สอนให้เราอดทน เข้มแข็งและกล้าสู้กับปัญหา คือสิ่งที่จำเป็นที่เราทุกคนต้องมี” บังดี้ กล่าว
             ก่อนเป็นผู้นำนักศึกษา “บังดี้” เคยดำรงตำแหน่ง ปฏิคมชมรม ทัศนศึกษา ตัวแทนประธานชมรมในงานสมาคม ตัวแทนฝ่ายทะเบียนสมาคม เลขาฯ ฝ่ายประสานงานภาคกลาง 3 ปี ซึ่งการทำงานในปีนี้ เน้นเรื่องการศึกษา ต่อยอดจากปีที่แล้ว เช่น การจัดติวหนังสือให้รุ่นน้องเพิ่มมากขึ้น จัดชุมนุมเชิงวิชาการขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ เช่น ทักษะการพูด ทักษะการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และทักษะการร้องอนาชีต กฎ และระเบียบของมหาวิทยาลัยปีนี้ มหาวิทยาลัยจะมีการบังคับให้นักศึกษาทุกคนเข้าเรียนทุกวิชา ส่วนทางสถาบันภาษา (ตัมฮีด) มีการเปลี่ยนแปลงกฎเล็กน้อย คือให้สมาคมเป็นตัวกลางในการยื่นสมัครเข้าเรียนให้แก่นักศึกษาใหม่
             สิ่งที่อยากฝากนักศึกษาที่ต้องการมาเรียนที่นี่ ให้มาในช่วงที่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรเปิดรับสมัคร ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมโดยประมาณ เนื่องจากว่าหากนักศึกษามาก่อนการเปิดรับสมัครเป็นเวลานานจนวีซ่าหมดอายุ จะมีปัญหากับการสมัครเรียน สำหรับนักศึกษาที่ต้องการมาเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ต้องผ่านการเรียนจากสถาบันภาษา (ตัมฮีด) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อคอร์ส 540 ปอนด์อียิปต์ (ยกเว้นนักศึกษาทุนมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร)

‘เจะหมัด ฤทธิ์โต’คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

Published June 14, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219980

การศึกษา-สาธารณสุข  :  7 ม.ค. 2559

‘เจะหมัด ฤทธิ์โต’คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน: ‘เจะหมัด ฤทธิ์โต’คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

            วันนี้ผมได้เจอคนที่ชาวบ้านต่างกล่าวถึงในเรื่องของการเป็นตัวแทนช่วยเหลือสังคม แม้จะเป็นเพียงคนบ้านนอกธรรมดาๆ คนหนึ่ง การศึกษาก็ไม่สูง แต่ความรับผิดชอบและการทำหน้าที่สุดยอดของน้ำใจ ที่ไม่เคยนิ่งนอนใจในทุกครั้งที่มีปัญหาของลูกบ้านในหมู่บ้าน จนใครๆ ต่างกล่าวถึงเขาล่ะ “เจะหมัด ฤทธิ์โต” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านม่วงทวน หนุ่มร่างสูงใหญ่วัย 50 ต้นในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่มีความสุขกับงานประจำ คือ การทำสวน กรีดยาง เลี้ยงวัว แบบคนธรรมดาคนหนึ่งจริงๆ ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

“ผมเกิดและเติบโตมาในหมู่บ้านม่วงทวน รู้จักผู้คนทุกครัวเรือน เข้าใจทุกอย่างในสิ่งที่คนธรรมดาคนหนึ่งต้องการ การศึกษาผมไม่ได้จบสูงแค่อ่านหนังสือออกเขียนได้พูดได้ ไม่ได้ทำกิจกรรมเพื่อการพัฒนาสังคม หากแต่เพราะศาสนาที่คอยบ่มสอน และสังคมการเป็นอยู่ของพี่น้องในหมู่บ้านที่มีแต่คนมุสลิมเป็นฐานของการสร้างศีลธรรมและการมองโลกอย่างสันติ ทำให้ผมทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายมาจากใจ เพราะผมคิดเสมอว่า อัลลอฮ์ผู้ทรงรอบรู้และเห็นในใจจริงของทุกคน” เจะหมัด กล่าว

เจะหมัด ฤทธิ์โต หรือ  “เจะหมัด” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านม่วงทวน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง แต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูก 3 คน ทุกคนได้รับการศึกษาทั้งศาสนาและสามัญควบคู่กันไป เจะหมัดทำงานเกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือในหมู่บ้านในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาประมาณ 15 ปีแล้ว หน้าที่หลักคือการเป็นผู้ช่วยของผู้ใหญ่บ้านคอยประสานงานและนำข่าวสารมาประกาศให้ชาวบ้านในหมู่บ้านม่วงทวนซึ่งนับถือศาสนาอิสลามล้วนๆ กว่า 400 ครัวเรือนลูกบ้านประมาณ 1,800-2,000 คนได้เข้าใจในงานต่างๆ ที่สำคัญเป็นตัวกลางคอยช่วยเหลือพี่น้องไม่ว่าจะงานด้านสังคมบ้านๆ และที่เกี่ยวกับด้านเอกสารราชการ โดยเฉพาะเป็นตัวแทนในการประสานงานระหว่างชาวบ้านกับราชการ หรือการจัดงานต่างๆ ตามคำสั่งของผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

การพัฒนาสังคมในหมู่บ้าน ไม่ใช่เรื่องยากหากรู้จักพื้นเพเดิม และพยายามเข้าใจ เข้าถึงคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่ต้องหวังให้ใครชมนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น เพราะเจะหมัดเชื่อเสมอว่าการทำความดี การช่วยเหลือผู้คน สังคมคือสิ่งจำเป็นหากเราทำดีอัลลอฮ์จะประทานความดีให้เราเอง ค่าตอบแทนคือเป้าหมายของการทำงานของผู้คนในปัจจุบัน

แต่ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าเงิน คือ ความทุกข์ใจของชาวบ้าน แม้บางครั้งตัวเองจะต้องจ่ายไป แต่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือบรรเทาให้พี่น้อง หรือการซอดาเกาะห์ บริจาคแม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม เจะหมัดเสริมว่า เงินเดือนของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไม่ได้มากนัก เดือนละ 5,000 บาท แต่ก็อยู่อย่างมีความสุข เพราะไม่ได้สนใจในประเด็นนี้มากนัก ทุกคนอยากได้เงิน แต่หลายคนจึงไม่มีความสุขเพราะมัวแต่ค้นหาเงินโดยปราศจากความพอเพียง จึงไม่เพียงพอแม้จะได้มามากเท่าไหร่ก็ตาม นี่คือสิ่งที่จะทำให้เราไม่พบเจอความสุข

การทำงานในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ช่วยฯ หรือในตำแหน่งอื่นๆ ของหมู่บ้าน ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ แล้วแต่ว่าผู้ใหญ่บ้านจะมอบหมายให้ฝ่ายไหนทำอะไร เหนื่อยพอๆ กันแต่เราก็มีความสุขที่จะพัฒนาสังคมในหมู่บ้านให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันสังคมในหมู่บ้านเปลี่ยนไป เด็กรุ่นใหม่โตขึ้นมาเร็วมาก ด้านศาสนาก็อ่อนแอลง เนื่องจากสมัยก่อนมีปอเนาะ มีสถานที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่เมื่อสิ้นบุญโต๊ะครูไปทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง อีกทั้งเมื่อโดนพายุพัดเข้ามาทำลายสวนยางอันเป็นอาชีพหลักของคนในหมู่บ้าน ยิ่งทำให้เศรษฐกิจของคนในหมู่บ้านเงียบเหงาจนน่ากลัว จากที่เคยมีรายได้มากกลับต้องขาดรายได้หลัก ทำให้ทุกคนต้องสู้ชีวิตและรู้จักการเก็บ การจ่ายและดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด

โชคดีที่เกิดมาในหมู่บ้านม่วงทวน อดีตของหมู่บ้านตัวอย่าง มีการพัฒนาต่อเนื่องทั้งด้านศาสนาและสามัญ มีผู้นำซึ่งเป็นตัวกลางของหมู่บ้านทั้งด้านศาสนา หรือที่เรียกว่าโต๊ะครู ผู้นำด้านราชการคือผู้ใหญ่บ้านและผู้นำด้านศาสนา “โต๊ะอิหม่าม” การประสานงานด้านต่างๆ จึงง่ายขึ้น แต่ต้องยอมรับถึงอุปสรรคที่มีเพราะนั้นคือบททดสอบของอัลลอฮ์ เพื่อทดสอบว่าเราจะผ่านมันไปได้หรือไม่ หากผ่านไปได้สิ่งดีๆ ก็จะเข้ามาหาเราเอง ถ้าคนคนนั้น ต้องการที่จะพัฒนาตัวเองต่อไป

ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ต่างพูดถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกันมาก ในเรื่องน้ำใจและการช่วยเหลือที่ไม่เคยที่จะได้รับการปฏิเสธในทุกครั้ง


‘ปั่นเพื่อพ่อ’ ณ กรุงไคโรประเทศอียิปต์

Published May 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151217/218687.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2558
'ปั่นเพื่อพ่อ' ณ กรุงไคโรประเทศอียิปต์

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน: ‘ปั่นเพื่อพ่อ’ ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์

            ทำเนียบเอกอัครราชทูต ต้อนรับแขกต่างชาติ และพี่น้องร่วมสายเลือดไทยที่มาร่วมงานเฉลิมฉลอง 88 พรรษาของในหลวง งานที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโรได้จัดทำขึ้น คือ Bike for Dad ปั่นเพื่อพ่อ ซึ่งเป็นการรวมตัวของคนไทยที่อาศัยอยู่ทั่วโลกปั่นเพื่อให้โลกรู้ถึงความรักที่เรามีต่อในหลวงของปวงชนชาวไทย ผู้มีแต่ให้มาตลอดชีวิต มีหรือที่พวกเราคนไทยในประเทศอียิปต์จะนิ่งนอนใจ จึงรวมตัวตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูต เพื่องานนี้โดยเฉพาะ

ในการเตรียมการในเรื่องนี้ เอกอัครราชทูต นายพีรศักย จันทวรินทร์ วางแผนโรดแม็พอย่างละเอียด พร้อมเชิญนายกสมาคมและคณะกรรมการบริการเข้ามามีส่วนเติมเต็ม เพื่องานในครั้งนี้ให้ออกมาดีที่สุด เพื่อถวายเป็น “ของขวัญ” แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ ที่มากกว่าคำพูด นั่นคือ ปั่นเพื่อพ่อ กลางทะเลทรายแห่งพีระมิดกีซ่า ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์กว่า 4,500 ปี

เป็นการรวมตัวที่ลงตัวที่สุด และเป็นครั้งแรกที่พวกเรากว่า 100 ชีวิตได้มารวมตัวกัน ณ ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ และเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก คือ มหาพีระมิดแห่งกีซ่า และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อียิปต์ ที่เปิดมุมเด่นและมุมใหม่ที่สวยที่สุดของการมองเห็นพีระมิดเหมือนภาพในตั๋วก่อนเข้าชม ให้ทีมงานได้เปิดตัว เปิดพิธีอย่างสวยงามและเป็นการเปิดตัวมุมสวยที่สุดเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการให้โลกรู้อีกด้วย อีกทั้งยังอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยบนเส้นทางในการปั่นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบนยอดภูเขาทะเลทราย พื้นทราย และบนพื้นซีเมนต์

คนไทยกว่า 100 ชีวิต ทั้งข้าราชการ คนไทยที่เดินทางมาประกอบอาชีพ และนักศึกษาในประเทศอียิปต์ได้รวมตัวกันลงชื่อตั้งแต่เริ่มมีการประกาศ และการเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุดในการรวมตัวคนต่างชาติในประเทศนี้ ในท้ายที่สุดการปั่นเพื่อพ่อในประเทศอียิปต์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม 2558 พร้อมกันทั่วโลกอย่างน่าชื่นชมและยินดี เพื่อเป็นการตอบแทนความรู้สึกที่พวกเรามีให้แด่ในหลวงพ่อแห่งแผ่นดินไทยเขาเรา

“ชาวไทยในอียิปต์ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในวัน “ปั่นเพื่อพ่อ“ ด้วยพลังความสามัคคีและความจงรักภักดี” เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร นายพีรศักย จันทวรินทร์ พูดด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในประเทศอียิปต์ ที่มีส่วนในการนำเสนอภาพและความห่วงใจฝากไปให้ในหลวงได้สดชื่นและรู้ว่า ยังมีคนไทยในต่างประเทศรักและเคารพพระองค์อยู่เสมอและตลอดไป

ประกาศให้โลกรู้ว่าเรา’รักพ่อ’

Published May 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151211/218403.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2558
ประกาศให้โลกรู้ว่าเรา'รักพ่อ'

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน : ประกาศให้โลกรู้ว่าเรา’รักพ่อ’

          คำว่ารัก เกิดขึ้นเมื่อใกล้ชิด คำว่ามิตรมักเกิดขึ้นเมื่อเข้าใจ
คำว่าพ่อเกิดขึ้นเมื่อตั้งใจ คำว่ารักตลอดไป คือ พ่อเรา

อียิปต์เป็นประเทศอิสลาม ให้เกียรติทุกชาติ ทุกศาสนา โดยไม่มีการแบ่งแยกและไม่ห้ามกิจกรรมต่างๆ ที่ทุกประเทศจัดขึ้นบนผืนดินแห่งนี้ หากไม่นำไปซึ่งความแตกแยกโดยเฉพาะการเมือง ดังนั้นจึงไม่แปลก ประเทศอียิปต์จึงถูกจับตาว่าเป็นประเทศอิสลามแบบนักเลง สามารถเข้าสังคมได้ทุกสไตล์ ทุกรูปแบบ อย่างมีขอบเขต วันนี้มีเรื่องเล่าในเหตุการณ์วันพ่อที่ดูยิ่งใหญ่บนแผ่นดินผืนเล็กๆ ที่ได้ชื่อว่าแผ่นดินไทยในประเทศอียิปต์

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ได้จัดงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเชิญแขกผู้มีเกียรติ คณะทูตานุทูตทั่วประเทศที่ประจำกรุงไคโร ผู้แทนภาครัฐและเอกชนของอียิปต์ โดยเฉพาะพี่น้องสายเลือดไทยที่พำนักอยู่ในอียิปต์ รวมถึงคณะกรรมการบริหารสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมแขกทั้งหมดประมาณ 500 คน ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต เขตซามาเล็ก กรุงไคโร

โดยในคืนงาน พีรศักย จันทวรินทร์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ยัสเซอร์ มูหรอด ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย หลังจากจุดเทียนชัยถวายพระพร พร้อมร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา ปิดท้ายด้วยคำอวยพร “ทรงพระเจริญ” ดังไปทั่วทำเนียบอย่างพร้อมเพรียงกัน เสียงนี้ในหลวงอาจไม่ทรงได้ยิน แต่มั่นใจว่าพระองค์คงทรงรับทราบถึงความรักที่เราคนไทยไม่ว่าอยู่ในประเทศใดของโลกก็ต้องรำลึกถึง ปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารร่วมกันของแขกแบบเป็นกันเอง ณ ดินแดนไทยในอียิปต์

พัชรี จันทวรินทร์ ภริยาเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้ม รู้สึกอิ่มใจได้เห็นพี่น้องๆ ทั้งไทยและต่างชาติให้ความเคารพและรักผู้เป็นพ่อของแผ่นดินไทยเรา “ร้อยดวงใจจากไคโรน้อมถวายพระพร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

เช่นเดียวกับ พันธ์วิรา สระทองบ้อง  กล่าวเช่นกันว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานวันพ่อในครั้งนี้ รู้สึกปลื้มปีติซาบซึ้งจนพูดบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อเห็นคนไทยมารวมตัว ด้วยความรักความสามัคคีในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ซึ่งหนึ่งเดียวที่มารวมตัวกันในวันนี้ เพราะความรักความภักดีที่มีต่อพระมหากษัตย์ไทย รวมกันเป็นหนึ่งใจเพื่อท่านคือรักพ่อของแผ่นดิน โดยท่านทูตของพวกเราที่ได้จัดเตรียมงานนี้ขึ้นมาต้องขอบคุณเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการจัดงานทุกท่าน ปีนี้เป็นปีที่อบอุ่นจริงๆ

ส่วน กาญจนา อินต๊ะอิน บอกเช่นกันว่า ซาบซึ้งจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ต้องขอบคุณข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต และเจ้าหน้าที่ทีมงานทุกๆ ท่านที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานครั้งสำคัญนี้ขึ้นมาอย่างสมเกียรติในหลวงของไทย ทุกคนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้องไปทั่วสถานที่ รู้สึกขนลุกด้วยความซาบซึ้งจากใจของทุกคน คนไทยและต่างชาติทุกคนมาด้วยใจจริง

ไม่ต่างจาก เอกรัฐ พิทักษ์เมธานนท์ นายกสมาคม ในนามของสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์  กล่าวแสดงขอบคุณท่านทูต พีรศักย จันทวรินทร์ ที่ให้เกียรติเชิญคณะกรรมการสมาคมและมวลสมาชิก เข้าร่วมงานวันชาติในปีนี้ เป็นครั้งแรกของคณะกรรมการสมาคมชุดใหม่ ที่ได้เข้าร่วมงานของทางสถานทูต ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเอง จนทำให้รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก รวมไปถึงพี่ๆ เจ้าหน้าที่สถานทูตที่ต้อนรับเป็นอย่างดี บรรยากาศภายในงานอบอุ่นและเป็นกันเอง จนทำให้รู้สึกว่า ไม่ว่าคนไทยจะอยู่ที่ใดก็ตาม ความเป็นสายเลือดของคนไทยก็ยังรักกันอย่างแน่นแฟ้นเสมอ

ความรู้สึกส่วนหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์มา ก็คงจะบอกแทนได้จากความรู้สึกของทุกคนที่มาร่วมงาน เราก็ไม่ต่างกันกับความรู้สึกรักพ่อ ผู้ได้ชื่อว่า “พ่อของแผ่นดิน” คนไทยในประเทศอียิปต์ไม่เคยลืมที่จะรักพ่อ และไม่เคยลืมที่จะรักแผ่นดินไทยของเรา

‘ฮาวา’นศ.เลือดนักสู้

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151126/217525.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2558
'ฮาวา'นศ.เลือดนักสู้

เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน ‘ฮาวา’นศ.เลือดนักสู้

           หลายปีที่ผ่านมา คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม มีแต่จะนำเรื่องราวของนักศึกษาที่สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกภาคภูมิใจ วันนี้ขอเป็นเรื่องแรกที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง ถึงน้ำตาแห่งความเสียใจ แต่ไม่เคยคิดย่อท้อ ยังคงสู้กับความฝัน เพื่อคว้าความสำเร็จกลับไปหาครอบครัวให้ได้ ของน้องนักศึกษาผู้หญิงจนๆ คนหนึ่งที่มีความฝัน

“พ่อแม่ให้กำเนิดมา วันคลอดแม่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อลูกได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ต้องทนเลี้ยงดูตั้งแต่อยู่ในท้องจนโต เมื่อเราโตขึ้นมาแล้วเราจะทำให้พ่อแม่เสียใจได้อย่างไร ความฝันของพ่อแม่ก็เช่นกัน แม้เราจะต้องทุกข์ ลำบากสักเพียงใด เราต้องคว้ามันเพื่อเอากลับไปให้พ่อแม่ชื่นใจให้ได้ นี่คือ สิ่งที่หนูสัญญากับหัวใจตัวเอง”

น้องฮาวา หรือ น.ส.ธัญญามล โต๊ะนิ นักศึกษามหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร คณะนิติศาสตร์อิสลาม ปี 2 เป็นลูกของนายซอแหละ กับนางซอฟียะห์ ลามอ แม่มีอาชีพค้าขาย พ่อเป็นยาม พื้นเพเดิมจาก จ.ปทุมธานี มีพี่น้อง 4 คน น้องฮาวาเป็นพี่สาวคนโตของครอบครัว ฮาวาเริ่มต้นการศึกษาที่สถาบันการศึกษาบันอัร-รอบีตี้ จ.นนทบุรี จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายศาสนา พร้อมกับได้ทุนมาศึกษายังประเทศอียิปต์ เมื่อปี ค.ศ.2010

“น้องฮาวา” มาจากครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน แต่มีความอบอุ่นตามประสาชีวิตที่พอเพียงของพ่อแม่ที่อยู่ในกรอบศาสนา ไม่ได้หวังอะไรมากมายขอแค่มีแรงเพื่อทำงาน ทำศาสนกิจในแต่ละวันก็พอ ชีวิตน้องฮาวาจึงถูกปลูกฝังให้อยู่ในเส้นทางศาสนาที่มีความพอเพียงเป็นหลัก ชีวิตจริงไม่ฟุ่มเฟือย ทุกวันตั้งแต่เริ่มโตมาน้องฮาวาจะช่วยพ่อแม่ในทุกเรื่องเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว นำพาตัวเองเข้าสู่รั้วโรงเรียนและสามารถคว้าทุนจากโรงเรียนเพื่อมาต่อยอดชีวิตในอียิปต์ ความจน ความลำบาก จึงไม่มีปัญหาสำหรับการอยู่ในอียิปต์ น้องฮาวาเล่าว่า เข้าเรียนปรับพื้นฐานภาษาอาหรับในปีแรกก็ลำบากใจมากมาย เพราะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็โชคดีมีกำลังใจจากพี่ๆ ในชมรม เพื่อนๆ แต่ด้วยความฝันที่ยิ่งใหญ่ ความลำบากจึงเป็นได้แค่การทดสอบเท่านั้น ทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ได้รับก็ไม่มากนัก เงินจากทางบ้านส่งมาเดือนละ 2,000-2,500 บาท ก็พออยู่ได้ โชคดีที่หอพักฟรีทุกอย่าง ถ้ารู้จักประหยัดและเก็บออมก็อยู่ได้

การศึกษาในมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร เป็นเรื่องที่พูดยาก ต้องยอมรับกับผลสอบอย่างเดียว แม้จะอ่านหนังสือเข้าใจ เขียนได้ แต่บางทีก็สอบไม่ผ่าน แต่เราก็ต้องยอมรับ ด้วยเหตุนี้หลังจากที่สอบไม่ผ่านก็รู้สึกท้อใจในบางช่วง คิดถึงครอบครัวที่รอคอยความสำเร็จ แต่เรายังทำไม่ได้ จึงตัดสินใจใช้เวลาว่างไปสมัครเรียนอัลกุรอานกับผู้อาวุโสที่มีความรู้ในเรื่องการอ่านอัลกุรอานที่ถูกวิธี และการออกเสียงที่ถูกต้องชัดเจน เพราะอัลกุรอานคือสิ่งจำเป็นที่สุดในชีวิตของมุสลิมเรา ความยากง่ายก็อยู่ที่การเรียนรู้ อาจารย์ที่สอนเป็นคนใจดี ท่านสอนเข้าใจง่าย เป็นเวลา 2 ปีกว่าที่ได้ศึกษา จนได้รับใบประกาศนียบัตรจบหลักสูตรการอ่านอัลกุรอาน รู้สึกภาคภูมิใจกับความสำเร็จที่ไม่ออกสื่ออย่างเป็นทางการ เหมือนจบจากมหาวิทยาลัยก็ตาม อย่างน้อยก็ได้มีใบยืนยันว่าเราสำเร็จแล้วหนึ่งภาควิชาที่สำคัญของศาสนาอิสลาม เพราะความฝันอยากเป็นครูสอนเด็กๆ ที่พอเปิดทางสว่างให้แก่น้องๆ และเยาวชนที่อยากเรียนรู้แต่ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอ นี่คือความฝันที่อยากทำให้กับสังคม

“น้องฮาวา” เล่าว่า ปีนี้เพื่อนๆ ที่มาปีเดียวกันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ทุกคนมีความสุข ตนเองก็มีความสุขและตื่นเต้นกับเพื่อนๆไปด้วย แม้วันรับปริญญาตนเองเป็นได้แค่เพื่อนร่วมแสดงความดีใจในงาน แต่ไม่เคยอิจฉาหรือไม่พอใจ คิดอยู่เสมอว่า สักวันจะเป็นวันของเราบ้างคงไม่นานเกินรอ อยากให้พ่อแม่รู้ว่า วันนี้ไม่ใช่วันของลูก แต่พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันของเรา และจะพยายามต่อไปเพื่อวันนี้จะมาถึง ปีนี้จะพยายามให้มากกว่าเดิม

น้องฮาวา ทิ้งท้าย ฝากบอกน้องๆ ว่า การจะมาศึกษาในประเทศอียิปต์ ความเก่งไม่สามารถมาวัดกันที่นี่ได้ เพราะคนเก่ง หรือคนไม่เก่งเท่าเทียมกันหมด ที่นี่ต้องถูกทดสอบในหลายๆ อย่าง ขอแค่อย่าท้อถอยและต้องสู้เพื่อความฝันของตัวเอง เพื่อพ่อแม่ หากพลาดจุดยืนที่แน่นอน ก็ไม่สามารถคว้าความสำเร็จจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรนี้ได้อย่างแน่นอน

ทุกวันนี้ผมยังเห็นน้องฮาวาอยู่กับสังคมด้วยรอยยิ้ม เข้าร่วมกิจกรรมอยู่เสมอ เธอไม่เคยแสดงให้เห็นว่าเธอลำบาก หรือมาจากครอบครัวที่น่าสงสาร เพราะเธอเลือกทางเดินนี้แล้วอย่างมั่นใจ และสักวันจะต้องเป็นวันของเธอ เธอจะกลับบ้านไปพร้อมกับความสำเร็จให้แก่ตระกูลของเธอได้อย่างแน่นอน …อามีน..ยาร๊อบ

‘ชุกรอน’สู้เพื่อพ่อท้อไม่ได้

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151119/217149.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
'ชุกรอน'สู้เพื่อพ่อท้อไม่ได้

เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : ‘ชุกรอน’สู้เพื่อพ่อท้อไม่ได้

             “ผมไม่เคยแยกศาสนากับเทคโนโลยี เพราะศาสนาครอบคลุมทุกๆ ด้าน ยิ่งปัจจุบันโลกพัฒนาไปไกล เราก็ยิ่งต้องศึกษาใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์มากที่สุด”

การศึกษาด้านศาสนา ไม่ได้หมายความว่า จบออกมาแล้วต้องเป็นครูสอนศาสนาเท่านั้น หากแต่เป็นได้มากกว่านั้น แม้จะไม่มีหลักสูตรวิชาในสายศาสนาก็ตาม เพราะอิสลามสนับสนุนให้ศึกษาไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม ดังนั้น การศึกษาในศาสนาอิสลามไม่เคยบังคับหรือขีดเส้นบังคับห้ามการเรียนรู้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเข้าใจคำสอนของศาสนาอิสลามให้อยู่ในเส้นเลือดเสียก่อน เพราะนั่นคือ เกราะป้องกันภัยต่างๆ ที่แอบแฝงมากับสังคม ความคิด และการเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเหนือใคร “ชุกรอน หะยีหะมะ กล่าว

ชุกรอน เป็นนักศึกษาธรรมดา บ้านๆ คนหนึ่ง หนึ่งในบัณฑิตใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัยศาสนาชื่อดังของโลก อัลอัซฮัร ปีนี้ 2558 เป็นมือโปรภ่ายภาพ ตัดต่อวิดีโอ ทำคลิป เล่าเรื่องราวด้วยภาพเคลื่อนไหว และเป็นนักกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด เขาคือนักศึกษาตัวอย่างที่น่าจับตาและน่าเอาเป็นแบบอย่างเป็นคน จ.ยะลา มีพี่น้อง 7 คน เป็นคนที่ 3 เป็นลูกของนายอับดุลเลาะ กับ นางรอซีดะ หะยีหะมะ มีอาชีพทำสวน จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจากโรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา จ.ยะลา ทั้งสายสามัญและศาสนาควบคู่

ชุกรอน เล่าว่า พ่ออยากให้ลูกได้ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ตามความฝันของพ่อสมัยเด็กๆ เมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ชุกรอนทำความฝันของพ่อให้เป็นจริง ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นสอบติดสายสามัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาวิชาที่ตัวเองชอบ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ ศาสตร์ที่เรียนรู้เกี่ยวกับหุ่นยนต์ แต่เมื่อมาศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรทำให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองโลกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเรื่องของศาสนาที่เป็นกลางสากล และยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ประสบการณ์การใช้ชีวิตหลายๆ ด้าน และที่สำคัญทำให้มองเห็นสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในตะวันออกกลางได้อย่างชัดเจน การมาใช้ชีวิตในอียิปต์เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและภูมิใจที่สุด

ชุกรอนเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย คือการเป็นตากล้องซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองรัก โดยที่ไม่เคยมีพื้นฐานในการถ่ายภาพและการตัดต่อวิดีโอมาก่อน แต่ด้วยกับสิ่งที่ชอบและรัก จึงหาทางที่จะศึกษาเรียนรู้การถ่ายภาพและการตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเอง ผ่านอินเทอร์เน็ต ยูทูบ และสอบถามเพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์ พร้อมกับการมีโอกาสเข้าร่วมทำงานกับสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโร ซึ่งหน้าที่หลักคือเป็นช่างภาพประจำสมาคม ยิ่งทำให้ต้องยิ่งศึกษาและพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ในด้านนี้ การถ่ายภาพและการตัดต่อวิดีโอ เป็นสื่อช่องทางหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้สึก บอกเล่าเรื่องราว แบ่งปันเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดทัศนคติของคนดูได้ ผมจึงมองว่ามันมีความสำคัญเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่จะใช้เวลาว่างไปกับสิ่งที่ตัวเองชอบ เรียนรู้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งการเรียนเช่น ทำงานสมาคม เล่นเวสป้า ขายนาฬิกา ท่องเที่ยว ถ่ายทำวิดีโอ ทำขนมขาย ช่วยดำเนินการสมัครเรียนให้น้องใหม่ สิ่งที่ทำทั้้งหมดไม่เป็นอุปสรรคในการเรียน อยู่ที่แบ่งเวลาให้เป็น อีกอย่างได้ตั้งกฎให้ตัวเองว่า ยิ่งถ้าเราหาประสบการณ์นอกห้องเรียนมากเท่าใด เราก็ต้องให้เวลากับหนังสือมากเท่านั้น พร้อมกับตั้งความหวังการเรียนให้สูงสุด”

ชุกรอน ทิ้งท้ายให้แก่น้องๆ ว่า ตั้งเป้าหมายการเรียนให้ประสบความสำเร็จ ขยันเรียน อดทน คบหาเพื่อนที่ดี ขอคำแนะนำการใช้ชีวิตจากผู้ที่มีประสบการณ์ ทำในสิ่งที่ชอบ เก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกห้องเรียนให้ได้มากที่สุด นักศึกษาศาสนามหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ยังมีอีกหลายคนที่เก่ง มีความสามารถที่ไม่มีสอนในสาขาที่เรียน แต่พวกเขาทำได้ดี จริงอยู่เรียนมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร หรือนักศึกษาที่มาอยู่ที่อียิปต์ มีเวลาว่างมาก แต่ว่างอย่างมีคุณภาพสำหรับนักศึกษาที่รู้จักตัวเองดี !!!

‘จูลี’คว้าปริญญาตรีม.อัลอัซฮัร

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151112/216736.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2558
'จูลี'คว้าปริญญาตรีม.อัลอัซฮัร

เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : ‘จูลี’คว้าปริญญาตรีม.อัลอัซฮัร

             เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา เป็นงานวันรับปริญญาของนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ซึ่งมีนักศึกษาจบการศึกษา 67 คน ณ ศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร โดยมีนายพีรศักย จันทวรินทร์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร พร้อมด้วย ดอกเตอร์มุฮฺยิดดี อัลอาฟีฟี่ เลขาธิการใหญ่แห่งสภาวิจัยอิสลามอัลอัซฮัร ร่วมเป็นประธานในพิธี

1 ใน 67 คนที่เข้ารับปริญญาในปีนี้ คือ หนึ่งคนที่สำคัญและมีบทบาทมากกับสังคมนักศึกษาไทย คนไทย รวมถึงข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร โดยเฉพาะเป็นสื่อกลางด้านภาษาในระดับประเทศอีกด้วย นับได้ว่าเป็นบุคคลคุณภาพที่น่ายกย่องในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นอดีตนายกสมาคมผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่หลายเส้นทางเพื่อเตรียมไว้ให้แก่น้องๆ นักศึกษารุ่นใหม่ได้เดินอย่างง่ายดายในสายความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรนักศึกษากับองค์กรอัลอัซฮัร

เป็นวิทยากรพิเศษสอนหนังสือ ติวเข้มให้ความช่วยเหลือนักศึกษาที่มีปัญหาต่างๆ รวมถึง เป็นล่าม เป็นไกด์นำเที่ยว แม้จะสิ้นสุดวาระการดำรงในตำแหน่งนายก แต่ก็ไม่เคยที่จะทิ้งสมาคม จึงไม่แปลกที่ใครในวงการนักศึกษาไทยในอียิปต์ต่างรู้จักและรักผู้ชายคนนี้ แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ “จูลี” ต้องใช้เวลาอยู่ในประเทศอียิปต์ถึง 16 ปี และก็จบลงด้วยความสมบูรณ์แบบ ตามแบบฉบับนักศึกษามหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ระดับโลกอย่างแท้จริง

“จูลี” ชื่อที่ติดปากนักศึกษาไทยในอียิปต์ เดิมชื่อ ลีนวัตร แสงวิมาน เป็นคน จ.นครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายยีอารี แสงวิมาน ซึ่งมีภรรยาสองคน นางประคอง และนางสาลี่ แสงวิมาน อาชีพทำสวนส้มโอ มีพี่น้องทั้งหมด 26 คน จบประถมจากโรงเรียนบ้านแสงวิมาน ได้ศึกษาต่อด้านศาสนาและสามัญที่โรงเรียนประทีบศาสน์ (ปอเนาะบ้านตาล) จ.นครศรีธรรมราช และได้รับทุนจากโรงเรียนให้มาศึกษาในประเทศอียิปต์เมื่อปี พ.ศ. 2543

“จูลี” บอก ว่า “อัลอัซฮัร” เปรียบเสมือนศิลาแห่งความรู้ สอนให้ยึดหลักการศาสนาที่เข้มข้นพร้อมกับเปิดวิสัยทัศน์ทางความคิด เน้นหลักคำสอนด้านคุณธรรม จริยธรรม และทุกการงานที่รับผิดชอบนั้นต้องควบคู่ไปกับคำสอนศาสนาซึ่งเป็นแนวทางสร้างความสันติ ความสุขกับสังคมได้อย่างหลากหลายและลงตัว รุ่นพี่ต่างมีการงานที่หลากหลายแม้จะไม่จบสายนั้นๆ โดยตรงก็ตาม เช่น เป็นผู้นำองค์กรศาสนา ครู ผู้บริหารสถาบันการศึกษา แพทย์ ล่ามภาษา นักการทูต ผู้อำนวยการบริหารสายการบิน

อียิปต์ เป็นประเทศอาหรับที่มีความหลากหลาย การอยู่อียิปต์ให้มีความสุขสิ่งสำคัญที่สุดคือ “ภาษา” หากเข้าใจภาษาทั้งหมดเราจะเข้าใจคนอียิปต์ได้ดีและปลอดภัย จากการเริ่มต้นเข้าศึกษาในระดับมัธยมต่อด้วยการเข้ามหาวิทยาลัยคณะศึกษาศาสตร์และภาษาอาราบิก ทำให้มองภาษาเป็นสิ่งมีค่าเพราะคณะนี้จะมีทุกวิชาของคณะอื่นๆ มารวมกัน นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มองเห็นทางนำที่ต้องคู่ไปกับภาษา จึงจะเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีคุณภาพ

สำหรับภาษาอาหรับนั้น มีอยู่ 3 แกนหลัก คือ ภาษาท้องถิ่นอียิปต์ ภาษาราชการ (ภาษาหนังสือ) และภาษาศาสตร์เทคนิค (ภาษาศัพท์หนังสือพิมพ์) ซึ่งต้องศึกษาและค้นหาอย่างแท้จริงโดยเฉพาะภาษาท้องถิ่นจะต้องคบเพื่อนอาหรับเพื่อความรวดเร็วในการได้เรียนรู้ภาษา ภาษาราชการ หรือภาษาพูดเพื่อติดต่อในโลกอาหรับต้องแม่นในเรื่องการเขียน การอ่าน การฟังและการสนทนา

ส่วนภาษาศาสตร์เทคนิค หรือศัพท์หนังสือพิมพ์ จะเป็นศัพท์ข่าวที่ออกมาใหม่ๆ จะเป็นตัวเติมเต็มให้ภาษาราชการดูดี และสามารถรับรู้ข่าวสารที่กว้างขึ้น เช่น ข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ปรัชญา ศาสนาเปรียบเทียบ ประเด็นศาสนาร่วมสมัยและการเมือง จากการให้ความสำคัญกับภาษาจึงทำให้มีโอกาสได้ทำงานในด้านการใช้ภาษาเช่น เป็นล่ามให้แก่ คณะศอ.บต. ล่ามประชุมผู้สื่อข่าวในกระทรวงการต่างประเทศ ล่ามประชุมคณะจากอัลอัซฮัรกับเจ้าหน้าที่ประจำกระทรวงและล่ามให้แก่องค์กรต่างๆ

ที่มีวันนี้ได้ เพราะ “สมาคมนักศึกษาไทยในกรุงไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์” ซึ่งเป็นบ้านของพวกเรานักศึกษาไทยทุกคน เป็นสถานที่และแหล่งผลิตสร้าง “ผู้นำสังคม” จากรุ่นสู่รุ่น เริ่มต้นจากตำแหน่งอนุเหรัญญิก ตำแหน่งเหรัญญิก ตำแหน่งกีฬา ตำแหน่งเลขานุการ ที่ปรึกษาและนายกสมาคม สถานที่แห่งนี้ทำให้คนธรรมดาคนหนึ่งในจำนวนนักศึกษาทั้งหมดกว่า 2,000 คน ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ และเป็นการเรียนรู้เส้นทางใหม่ที่น่าจะส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อที่นี่คือเวทีที่จะนำไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต ประเทศไทยของเรา

“จูลี” ฝากบอกน้องๆ นักศึกษารุ่นใหม่ๆ ว่า อยากให้น้องให้ความสำคัญกับภาษาให้มาก ทำกิจกรรมให้หลากหลาย และสิ่งที่ตามมาคือ การรู้จักคิดและคิดให้เป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น อยู่อียิปต์ให้มีความสุขต้องใช้ชีวิตอย่างเฉลียว

%d bloggers like this: