เปรี้ยวปาก

All posts tagged เปรี้ยวปาก

เรียนจบปุ๊บ…ชีวิตปลอดภัย ได้เงินใช้รายวัน!! กับหลักสูตร “ช่างไฟฟ้า” ที่ มติชน อคาเดมี

Published April 6, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0756151159&srcday=2016-11-15&search=no

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 409

เปรี้ยวปาก

อนุภาค ชัยชนะดารา

เรียนจบปุ๊บ…ชีวิตปลอดภัย ได้เงินใช้รายวัน!! กับหลักสูตร “ช่างไฟฟ้า” ที่ มติชน อคาเดมี

ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมสำหรับ อาจารย์ครรชิต ป้อทองคำ ในฐานะวิทยากรหลักของมติชน อคาเดมี กับหลักสูตร “ช่างแอร์บ้าน” ที่ได้ผลตอบรับจากแฟนานุแฟนกลุ่มงานช่างอย่างล้นหลาม ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในฐานะเจ้าของธุรกิจรับเหมาติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และจัดเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมเครื่องปรับอากาศมือฉมัง ที่จากเดิมเริ่มต้นเป็นช่างเครื่องปรับอากาศมือสมัครเล่น จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้รับเหมา ดูแลเครื่องปรับอากาศของหน่วยงานราชการ และสถาบันเอกชนชั้นนำมากมาย ถือเป็นเครื่องการันตีได้อย่างไม่ยากว่า วิทยากรท่านนี้…คือ ตัวจริง…เสียงจริง อย่างแน่นอน และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้เปิดตัวงานช่างน้องใหม่ล่าสุดอย่าง “ช่างไฟฟ้า” ที่อาจารย์ครรชิต การันตีว่า…เรียนรู้หลักการสักนิด ชีวิตปลอดภัย แถมได้เงินใช้รายวันอีกด้วย

“ช่วงเริ่มทำงานเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ ซึ่งแน่นอนว่า งานประเภทนี้เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าอยู่แล้ว และผมเองก็มีพื้นฐานไฟฟ้า ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วด้วย ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นการรับงานระบบไฟฟ้าควบคู่กันไปกับงานเครื่องปรับอากาศด้วยเลยครับ ซึ่งความรู้เรื่องระบบไฟฟ้านั้น เราเองได้ประสบการณ์จริงๆ ก็ตอนสมัยวัยรุ่นที่มักจะติดสอยห้อยตามไปทำงานรับเหมาติดตั้งสายไฟฟ้าภายในอาคารและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้ากับพ่อครับ จนมาถึงตอนเรียนรู้ในระดับวิชาชีพเกี่ยวกับเครื่องทำความเย็น และปรับอากาศ ซึ่งก็ต้องเรียนไฟฟ้าควบคู่เป็นพื้นฐานอยู่แล้วครับ ทำให้ผมเข้าใจเรื่องระบบไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า, หม้อแปลงไฟฟ้า, มิเตอร์ไฟฟ้า, ระบบไฟฟ้า 1 เฟส-3 เฟส, การต่อวงจรไฟฟ้า, ปลั๊ก, สวิตช์, หลอดไฟ พวกนี้ผมเรียนรู้มาทั้งหมดครับ กอปรกับได้เรียนรู้จากการรับจ้างทำงานช่างกับพ่อไปด้วยพร้อมกัน ก็ทำให้เราเก็บสะสมความรู้ตรงนี้เรื่อยมา จนนำมาประกอบอาชีพในปัจจุบันนี้” อาจารย์ครรชิต กล่าวถึงที่มาที่ไปอย่างน่าสนใจ

คลายปมปัญหาทุกจุด…ด้วยหลักสูตร “ช่างไฟฟ้า”

อาจารย์ครรชิต ยังกล่าวถึงที่มาที่ไปของหลักสูตรนี้ว่า “คุณเชื่อไหม คนโดยส่วนใหญ่มักจะกลัวเรื่องไฟฟ้า จึงมีคนจำนวนไม่น้อยเมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าโดยเฉพาะระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ ผมก็เลยคิดว่าอยากเปิดสอนหลักสูตร ช่างไฟฟ้า ที่ มติชน อคาเดมี เพื่อตอบสนองคนกลุ่มดังกล่าว เผื่อเกิดปัญหาจะได้มีแนวทางปฏิบัติได้อย่างถูกวิธี ซึ่งเราใช้เวลาในการเรียนบวกกับการได้ปฏิบัติ แค่เพียง 2 วันเท่านั้น ซึ่งหลักสูตรนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มต้นที่จะเรียนรู้ระบบไฟฟ้าพื้นฐาน และสามารถที่จะนำไปต่อยอดหาความรู้เพิ่มเติมได้ไม่ยาก และใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำได้ครับ สามารถนำเอาความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยทุกคนได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีวิทยากรช่วยดูแลและให้คำแนะนำในขณะเรียน และสามารถตอบข้อซักถามได้ตลอดเวลาอีกด้วย ทำให้คนที่เรียนจบไปสามารถลงมือทำจริงได้อย่างเข้าใจ แถมได้ความรู้พื้นฐานความเชื่อมั่นในการทำงาน และความปลอดภัย สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการนำไปต่อยอดอาชีพ “ช่างไฟฟ้า” ได้อีกด้วย จุดนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากและคุ้มค่ากับเงิน และเวลาที่มาเรียนอย่างแน่นอน”

สำหรับในหลักสูตร ช่างไฟฟ้า ที่ มติชน อคาเดมี จะเปิดสอนนั้น ในวันแรกผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า, หม้อแปลงไฟฟ้า, มิเตอร์ไฟฟ้า, ระบบไฟฟ้าระบบ 1 เฟส และ 3 เฟส, การใช้วัสดุอุปกรณ์งานไฟฟ้า และการเลือกใช้งานให้เหมาะสม, การคำนวณการใช้ไฟฟ้า, ขนาดสายไฟและการเลือกใช้, เรียนรู้วงจรไฟฟ้า, การเดินสายไฟ การติดตั้งอุปกรณ์, ปลั๊ก สวิตช์ และหลอดไฟ และฝึกลงมือภาคปฏิบัติในการเชื่อมต่อสายไฟ, การต่อสายไฟเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้า, การเดินสายไฟด้วยการตีกิ๊บ และเทคนิคต่างๆ , ต่อวงจรไฟฟ้า ปลั๊ก สวิตช์ หลอดไฟ พร้อมสอบถามปัญหาข้อสงสัย ภาพรวมของอาชีพ-โอกาสทางการตลาด ในท้ายชั่วโมงเรียน ส่วนในวันที่ 2 ทุกคนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเดินท่อร้อยสายไฟ (ชมวิดีโอ), การสาธิตการดัดท่อร้อยสายไฟชนิดต่างๆ, การสาธิตการติดตั้งท่อร้อยสายไฟและอุปกรณ์ และฝึกปฏิบัติดัดท่อชนิดต่างๆ, การเดินสายไฟฟ้า, ร้อยสายไฟฟ้าเข้าตู้โหลดฯ, ฝึกปฏิบัติการตรวจเช็กปลั๊ก สวิตช์ หลอดไฟ และการทดสอบเบรกเกอร์ชนิดต่างๆ พร้อมเรียนรู้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน และข้อควรระวังในการใช้งาน ในท้ายชั่วโมงเรียนอีกด้วย

อาจารย์ครรชิต ได้กล่าวทิ้งท้าย สำหรับคนที่กำลังอยากจะทำอาชีพ “ช่างไฟฟ้า” ไว้อย่างน่าสนใจว่า

” สิ่งสำคัญและคุณสมบัติที่ต้องมีในอาชีพช่างไฟฟ้าคือ ต้องใจรักในงานด้านช่างพอสมควรครับ เพราะจุดเริ่มต้นอาชีพนี้ไม่ยากเลย ใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำได้ครับ เพราะเรื่องไฟฟ้ามันไม่ซับซ้อนมาก และไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าได้เรียนรู้อย่างถูกวิธี ผู้ชายก็ทำได้ ผู้หญิงก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันช่างไฟฟ้าที่เป็นผู้หญิงก็มีเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนครับ เพียงแค่ก่อนคุณจะลงมือทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ต้องเรียนรู้และศึกษามันสักนิด แล้วชีวิตจะปลอดภัย อย่างแน่นอนครับ”

สำหรับท่านที่อยากสมัครเรียนหลักสูตร “ช่างไฟฟ้า” ซึ่งในคอร์สเรียนนี้ผู้อบรมจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนแบบมืออาชีพ กับ อาจารย์ครรชิต ป้อทองคำ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านอาชีพช่างไฟฟ้ามายาวนานกว่า 20 ปี ที่พร้อมแนะนำการทำธุรกิจให้กับทุกท่านอีกด้วย

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และhttps://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

“ไอศกรีมกะทิสดชาวบ้าน” ต้นตำรับไอศกรีมผลไม้ตามฤดูกาล ของ “มานะ พชนะโชติ”

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07053010759&srcday=2016-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 400

เปรี้ยวปาก

พนิดา สงวนเสรีวานิช

“ไอศกรีมกะทิสดชาวบ้าน” ต้นตำรับไอศกรีมผลไม้ตามฤดูกาล ของ “มานะ พชนะโชติ”

ยี่ห้อ “ไอศกรีมกะทิสดชาวบ้าน (อาจารย์มานะ)” อาจดูไม่เป็นที่สะดุดหูสะดุดตา แต่ถ้าได้ลิ้มลองรสชาติเข้าสักคำ จะตาวาว จำรสชาตินี้ได้ไม่ลืม เพราะเนื้อไอศกรีมที่เนียน หอมหวานด้วยมะพร้าวสดไม่เหมือนใคร

“ผมมาจากชาวบ้าน เลยตั้งชื่อ ไอศกรีมชาวบ้าน” อาจารย์มานะ บอกพร้อมกับหัวเราะเสียงดังเมื่อถามถึงชื่อแบรนด์ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน ที่มีลูกค้าแอบติดใจไปทั้งบ้านทั้งเมือง

อาจารย์มานะ พชนะโชติ เกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นลูกคนที่ 5 ในพี่น้อง 7 คน ตั้งแต่เกิดก็ได้เห็นที่บ้านทำไอติมหลอดขายตามโรงเรียน ตัวอาจารย์เองเมื่อย้ายมาอยู่กับลุงที่จังหวัดระยองในปี 2527 ลุงก็ทำไอติมหลอดเหมือนกัน แต่มีไอศกรีมนมตัดเสียบไม้เพิ่มมาอีกอย่าง ทำให้มีความคุ้นเคยกับการทำไอศกรีม เรียกว่าหลับตาก็เห็นในทุกกระบวนการผลิต และทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการค้าขายไอศกรีมนมตัดเสียบไม้และไอติมหลอดไม้แดง

ปี 2534 เข้าเป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ 2 ปี หลังจากนั้นกลับมาค้าขายไอศกรีมประมาณ 2 ปี รู้สึกเบื่อจึงหันไปทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนที่บริษัทแห่งหนึ่ง หลังแต่งงาน…ก็ผันชีวิตมารับเหมาก่อสร้าง ก่อนจะกลับมายึดอาชีพทำไอศกรีมกะทิสดส่งขายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งส่งตามงานเลี้ยงต่างๆ ขณะเดียวกัน ก็พัฒนาเครื่องปั่นไอศกรีมเอง โดยใช้หลักระบบเครื่องทำความเย็นที่ไม่ต้องใช้น้ำแข็งและเกลือ ทำให้ช่วยลดต้นทุนในส่วนวัตถุดิบลงไปได้อีก

“ตอนที่รับเหมาก่อสร้าง พอดีกิจการซบเซา ไม่มีลูกน้องบ้าง เลยคิดถึงไอศกรีมเพราะเป็นอาชีพที่มีรายได้เป็นรายวัน และยังสามารถทำให้คนอื่นรับไปขายอีกทอดหนึ่งได้ จึงนำสูตรไอศกรีมของลุงมาปรับปรุงต่อยอดไปเรื่อยๆ”

จากไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมสูตรของคุณลุง เพิ่มเป็นไอศกรีมผลไม้ตามฤดูกาล เติมทุเรียนบ้าง มังคุดบ้าง ส้มเขียวหวาน มะม่วง ฯลฯ เข้าไปในเนื้อไอศกรีม ยังมีไอศกรีมนมสด ไอศกรีมรวมมิตร ขายดิบขายดี วันหนึ่งผลิตจำหน่ายเป็นร้อยกิโลกรัม ไม่นับรวมหน้าร้อนที่ไอศกรีมยิ่งขายดีมากขึ้นไปอีก

โดยฐานที่มั่นของ “ไอศกรีมกะทิสดชาวบ้าน (อาจารย์มานะ)” อยู่ย่านตลาดสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตรงแยกบางคูวัด ใกล้สะพานนวลฉวี จำหน่ายทั้งไอศกรีมกะทิสด และไอศกรีมกะทิสดรวมมิตร

ทว่ากว่าจะมีวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในการทดลองครั้งแรก ถ้าไม่ดีก็เททิ้ง ไม่ฝืนนำไปขายเด็ดขาด จนกว่าจะได้รสชาติที่แน่นอน ด้วยมองว่าอยากจะสร้างชื่อให้คนรู้จักมากกว่า ซึ่งจะสร้างชื่อได้ก็ต้องมาจากการทำสินค้าที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภคเท่านั้น รวมทั้งรับฟังคำติชมจากทุกคนเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงให้รสชาติดีขึ้นเรื่อยๆ

ไม่เพียงแต่พัฒนาสูตรไอศกรีม ความที่มีวิชาช่าง เรียนเพิ่มเติมทางด้านช่างเชื่อมตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่จังหวัดระยอง ประกอบกับเป็นคนไม่หยุดนิ่ง ขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เมื่อมีงานจัดแสดงเทคโนโลยีด้านเครื่องกล อาจารย์มานะจะแวะเข้าไปดูงานขอความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและนำกลับมาปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์ของตนเอง

ที่สุดประสบความสำเร็จเป็น “เครื่องปั่นไอศกรีม” ที่ใช้ระบบไฟฟ้าและหล่อเย็นด้วยระบบคอมเพรสเซอร์ เป็นอีกผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาวิชาช่างของตนโดยแท้ และมีลูกค้ามาติดต่อขอซื้อเป็นประจำ

ปัจจุบัน อาจารย์มานะรับเชิญมาเป็นวิทยากรสอนอาชีพให้กับหน่วยงานราชการเป็นบางครั้ง รวมทั้งเป็นวิทยากร อบรมการทำไอศกรีมกะทิสดสูตรโบราณ ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี)

“เมื่อก่อนรับเชิญหน่วยงานราชการไปสอนอยู่บ้าง เช่น ที่มูลนิธิกำลังใจ หรือกับทาง อบต. สอนเป็นอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านได้มีงานทำ คือสอนเป็นวิทยาทานให้คนได้มีอาชีพไปทำมาหากิน ไปต่อยอด ไม่ได้คิดว่าจะเป็นคู่แข่ง เพราะแต่ละคนเมื่อมาทำก็ทำไม่เหมือนกัน อย่างวัตถุดิบที่ใช้ก็ไม่เหมือนกันแล้ว ถือว่าแบ่งๆ อาชีพกันไป”

อาจารย์มานะ บอกอย่างอารมณ์ดีและว่า ยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์จริงที่สั่งสมมาเกือบ 30 ปี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนที่เข้ารับการอบรมจะสามารถนำความรู้กลับไปประยุกต์พัฒนาและต่อยอดเป็นผู้ประกอบการผลิตไอศกรีมที่ยั่งยืน จะได้ไม่ต้องลองผิดลองถูก และสามารถปรึกษาได้ตลอดเวลา

โดยใน วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 อาจารย์มานะ พชนะโชติ เจ้าของร้านไอศกรีมกะทิสดชาวบ้าน จากย่านปทุมธานี ที่จะมาเปิดเผยการทำไอศกรีมกะทิสด ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน ไอศกรีมแต่งกลิ่นผลไม้ พร้อมแนะนำตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ การทำไอศกรีมสูตรเด็ด เทคนิคการใช้เครื่องทำไอศกรีมแบบมืออาชีพ พร้อมแนะนำการซื้อ และปิดท้ายด้วยการแนะนำแนวทางการทำการตลาด และการจัดจำหน่ายให้กับผู้เรียนทุกคน

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) ID LINE : matichonacademy, http://www.matichonacademy.com และ http://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

โค้งสุดท้าย “MID YEAR SALE 40%” ปรากฏการณ์ “สร้างอาชีพ” ที่ มติชน อคาเดมี

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0759150659&srcday=2016-06-15&search=no

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 399

เปรี้ยวปาก

อนุภาค ชัยชนะดารา

โค้งสุดท้าย “MID YEAR SALE 40%” ปรากฏการณ์ “สร้างอาชีพ” ที่ มติชน อคาเดมี

ผ่านไปแล้วครึ่งทางสำหรับโปรเจ็กต์ MID YEAR SALE ลดกระหน่ำ 40% ที่มติชน อคาเดมี เอาใจคนรักการทำอาหาร และต้องการนำไปต่อยอดสร้างอาชีพ ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการรวบรวมคอร์สเรียนอาหารที่ดีที่สุด! วิทยากรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด! และเป็นการลดราคาค่าเรียนที่คุ้มค่าที่สุด! ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว ซึ่งใน 2 สัปดาห์แรกที่ได้จัดการเปิดอบรมที่ผ่านมานั้น ได้รับความสนใจจากผู้เข้าอบรมมากกว่า 500 ราย

คุณสุรเกียรติ์ ปรีเปรม ผู้อำนวยการศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งเดือนแรกที่ผ่านมานั้น ต้องบอกว่าหลังจากเราเปิดตัวโปรเจ็กต์ “MID YEAR SALE 40%” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของคอร์สเรียนต่างๆ ได้มีกระแสตอบรับจากผู้เรียนอยู่ในระดับที่ดีพอสมควร

ด้วยคอร์สเรียนที่เราได้นำเสนอให้กับผู้เรียนนั้น สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้เรียนในการนำไปสร้าง “อาชีพ” เพราะใช้เงินลงทุนไม่มากเหมือนกับการลงทุนทำธุรกิจประเภทอื่นๆ อย่างเช่น คอร์ส กาแฟโบราณและเครื่องดื่มยอดนิยม ที่มีการสอนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การทำเครื่องดื่มร้อนและเย็นมากกว่า 30 ชนิด พร้อมให้ทุกๆ ท่านได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิคกระบวนการทำตั้งแต่ต้น จนจบออกมาเป็นเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ

นอกจากนี้ ทุกคนยังได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริงในห้องเรียนอีกด้วย ถือว่า ได้ทั้งความรู้ และได้ประสบการณ์ในการลงมือทำจริงๆ ทำให้เห็นว่า สิ่งที่ต้องนำไปฝึกฝน และหัดให้ชำนาญ ก่อนที่จะไปเป็นพ่อค้า-แม่ขายจริงๆ ครับ หรืออย่างคอร์สเรียน บะหมี่หัวโต (ศรีย่าน) ที่เราได้วิทยากรที่เป็นเจ้าของร้านตัวจริง มาสอนเทคนิคการทำเส้นบะหมี่, การทำหมูแดง-หมูกรอบ, เทคนิคการทำน้ำซุป แถมยังสอนการตลาดในการทำธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวให้อีกด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว โดยปกติร้านดังๆ จะค่อนข้างหวงสูตร และมีเทคนิคต่างๆ ที่เฉพาะทางในการทำธุรกิจอาหาร แต่วิทยากรของเรา ก็เลือกที่จะมาให้ความรู้กับทุกคนแบบไม่มีกั๊ก และพร้อมที่จะช่วยให้สามารถนำไปต่อยอดทำธุรกิจได้จริง

ซึ่งตรงจุดนี้ผมประทับใจมากๆ ครับ เพราะด้วยจิตวิญญาณของครูผู้สอน ที่อยากให้ทุกคนสามารถนำความรู้ไปสร้างอาชีพเลี้ยงตัวเองได้จริง ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ ตรงกับคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์นี้ของเราอีกด้วยครับ

ต้องบอกว่าคอร์สเรียนในโปรเจ็กต์ “MID YEAR SALE 40%” ที่เราคัดสรรมาให้ทุกท่านได้เลือกเรียนนั้น ถือเป็นกลุ่มอาหารฟู้ดสตรีตที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว, ส้มตำ, ไอศกรีม, ไก่ทอด, หมูทอด ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ล้วนเป็นอาหารที่เราทานกันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน และผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อทานได้ไม่ยาก จึงน่าจะทำให้โอกาสในด้านการขายมีมากขึ้นด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการนำวิชา-ความรู้ที่ได้ในชั่วโมงเรียน ไปฝึกฝนจนชำนาญ และมีรสชาติอร่อยใกล้เคียงกับวิทยากร หรืออาจจะสร้างเอกลักษณ์ของเมนูขึ้นมาใหม่ก็ได้ครับ เพื่อเป็นจุดขายสร้างความสนใจให้กับลูกค้า ซึ่งผมเชื่อว่า…ถ้าตั้งใจทำออกมาจริงๆ แล้วอร่อย กอปรกับการแนะแนวทางการตลาดจากวิทยากรด้วยแล้ว ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดสร้าง “อาชีพ” ได้ไม่ยากอย่างแน่นอน”

สำหรับโครงการ “MID YEAR SALE Matichon Academy” มหกรรมลดราคาคอร์สเรียนอาหารทุกหลักสูตรสูงสุดถึง 40% ตลอดเดือนมิถุนายน 2559 นี้ ได้คัดเลือกหลักสูตรอาหารจากครัวปฏิบัติการ, ครัวเบเกอรี่, ครัวสาธิต, สูตรเด็ด-ร้านดัง กว่า 42 หลักสูตรที่น่าสนใจ โดยใน 2 สัปดาห์สุดท้ายนี้ยังคงมีคอร์สที่น่าสนใจ อาทิเช่น วันที่ 17 มิถุนายน เมนูเด็ดจากร้าน “คาวบอยคาเฟ่ 2” ไก่ทอดคาวบอย, ต้มซุปเปอร์ขาไก่, กุ้งทอดครีมซอสมะนาว, หมู (เก้ง) ผัดพริกไทยดำ, หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊วญี่ปุ่น โดยเชฟปอพิชญ์ ใจชาญสุขกิจ วันที่ 18 มิถุนายน “ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น” ร้านรสดีเด็ด “Japanese Style Cafe1” บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, คลาสสิกมูสเค้ก, ซอฟต์ชีสเค้ก, “ขาหมูเยอรมันและไก่อบเบคอน”, “ขนมเบื้องโบราณสูตรยายแช่ม” ตลาดนางเลิ้ง, “ส้มตำคุณเตือนใจ 1” เจ้าดังบางลำพู, “ซาลาเปาออมทรัพย์” ซาลาเปาสูตรนิ่ม วันที่ 19 มิถุนายน “Basic Bread” ขนมปังพื้นฐานต่างๆ, “ลูกชิ้นปลา, ลูกชิ้นกุ้ง, ฮื้อก๋วย”, “ขนมหวานยอดฮิต”, “แซนด์วิชหลากไส้” และ “เปิดหม้อกับห่อหมกพ่อบัว” วันที่ 25 มิถุนายน “ยำข้าวแหนม”, “สาคูและข้าวเกรียบปากหม้อ”, “กะหรี่ปั๊บ 5 ไส้”, “หมูทอดเจียงฮาย และหมูทอดกระเทียม”, “ผัดไทย หอยทอด” สูตรเด็ดร้านสวัสดีราชวัตร ปิดท้ายเดือน วันที่ 26 มิถุนายน “Dessert Cafe” ร้าน Pimpisut Patisserie, “ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ๊เกียว”, “ข้าวเหนียวมูน”, “ไอศกรีมแท่งโบราณ 20 ชนิด”, “ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ” และ “สูตรเด็ดไก่ทอดสมุนไพร” เป็นต้น

“ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาเรายังไม่ได้มีโอกาสจัดโปรโมชั่นใหญ่ๆ แบบเต็มรูปแบบขนาดนี้มาก่อนเลยครับ ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่โปรเจ็กต์ MID YEAR SALE ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นจริง เพราะอย่างน้อยๆ มติชน อคาเดมี ก็มีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอาชีพให้คนไทยทุกคน ทำให้พวกเรามีรายได้ สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ หรือสำหรับคนที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็น่าจะได้เรียนรู้กระบวนการเกี่ยวกับเรื่องการจัดการของร้านอาหารตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงแนวคิดทางการตลาด ว่าทำอย่างไรเขาถึงประสบความสำเร็จ เรานำไปต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้นในวงการอาหาร

ถือเป็นส่วนหนึ่งให้พวกเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม และช่วยเหลือให้ทุกคนได้มีอาชีพอีกด้วยครับ สำหรับท่านที่สนใจ เรายังมีคอร์สอื่นๆ น่าเรียนในอีก 2 สัปดาห์นี้ อยากเรียนเชิญทุกท่านครับ เพราะไม่อยากให้พลาดโอกาสดีๆ อย่างนี้ไปจริงๆ” คุณสุรเกียรติ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) ID LINE : matichonacademy, http://www.matichonacademy.com และ http://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

“อ้อย กาแฟโบราณ” ร้านเล็กๆ เด็ดที่รสชาติ เปิดเผยสูตรสำเร็จธุรกิจ “กาแฟโบราณ”

Published November 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07056010659&srcday=2016-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 398

เปรี้ยวปาก

โดย : พนิดา สงวนเสรีวานิช

“อ้อย กาแฟโบราณ” ร้านเล็กๆ เด็ดที่รสชาติ เปิดเผยสูตรสำเร็จธุรกิจ “กาแฟโบราณ”

เป็นอาชีพที่เริ่มต้นง่ายๆ ใช้เงินทุนไม่มาก แค่มีพื้นที่เล็กๆ หน้าบ้าน หน้าร้าน หรือเป็นรถเข็น รถกระบะ ก็เพียงพอแล้ว…

เสน่ห์ของ “กาแฟโบราณ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย

ยิ่งอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา ลูกค้ายิ่งคึกคัก แวะเวียนมาไม่ขาด เช่นที่ร้าน “อ้อย กาแฟโบราณ” ร้านเล็กๆ ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ที่มี คุณพรรณวดี อยู่คง เป็นมือชง

“วันๆ มีลูกค้าเยอะมากค่ะ บางวันกว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ปาเข้าไปตอนบ่ายแล้ว”

อาจารย์อ้อย บอกเมื่อถามถึงกิจการของครอบครัวที่เธอเข้ามารับไม้ต่อ พร้อมกับรับภาระดูแลพี่ๆ น้องๆ อีก 6 คน แทนแม่ซึ่งเป็นกำลังหลักของบ้านล้มป่วย กระทั่งปัจจุบันทุกคนสำเร็จการศึกษามีการมีงานทำกันหมด

แม้จะจบการศึกษาเพียงแค่ประถมศึกษาปีที่ 7 แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค ด้วยความที่มุ่งมั่นตั้งใจ กับประสบการณ์กว่า 25 ปี รสมือที่เป็นที่ยอมรับของมิตรรักคอกาแฟ ทำให้บ่อยครั้งอาจารย์อ้อยต้องไปออกร้านให้บริการตามคำเชิญชวน และเป็นที่มาของการรับเชิญเป็นวิทยากรสอนวิชาชีพหลักสูตรกาแฟโบราณที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน หรือ มติชน อคาเดมี

อาจารย์อ้อย หรือที่รู้จักเรียกขานกันในชื่อ “อ้อย กาแฟ” บ้างเรียก “อ๋อย” บ้างเรียก “น้องตาโต” บอกว่า

“แม่คงมองเห็นว่าเราคงไปได้ เขาบอกกับลูกค้าว่า ถ้าเขาเป็นอะไรจะให้ลูกคนนี้ขายแทน ซึ่งเราเมื่อก่อนก็ช่วยแม่เข็นรถขายกาแฟ เดินตามแม่ตลอด พอแม่ไม่อยู่ก็ชงแทน เลยรู้จักคนแถวนี้เยอะ พอแม่เสียเลยขายแทน” อาจารย์อ้อยบอกและกล่าวอย่างติดตลกว่า ชีวิตนี้เกิดมาก็อยู่กับกาแฟ เมื่อก่อนบ้านอยู่สวนผัก แม่ขายกาแฟก็เลยทำตาม

“กาแฟโบราณ-จริงๆ ก็ไม่ได้ชอบ แต่พอเรามาทำแล้วมันผูกพัน เพราะเวลาที่ทำอะไร เราต้องใส่ใจในการทำ ทำกาแฟ พอว่าง เห็นใครทำขนมก็ทำตาม ปัจจุบันเลยขายขนมร่วมกับขายกาแฟด้วย”

ส่วนเคล็ดลับในการชงกาแฟโบราณให้ถูกใจลูกค้านั้น อาจารย์อ้อย ว่า ต้องเน้นที่คุณภาพเป็นหลัก คือกาแฟต้องเข้ม เราทานแบบไหนก็จะทำให้ลูกค้าแบบนั้น แล้วใส่ใจไปด้วย ถ้าเราชงมั่วๆ ลูกค้าก็จะไม่ติด

ที่สำคัญคือ จดจำรสชาติของลูกค้าทุกคนได้ แค่เพียงชงให้หนเดียว วันรุ่งขึ้นลูกค้าไม่ต้องบอก เขาก็เลยติดเรา อย่าง ลูกค้าที่ไม่ชอบทานหวาน เราจะจำได้

ด้วยเทคนิคชนะใจลูกค้าเช่นนี้ ทำให้ “อ้อย กาแฟ” มีลูกค้าประจำแวะเข้ามาใช้บริการไม่ขาด และยังมีลูกค้าใหม่ๆ จากการบอกปากต่อปาก และที่ได้ยินกิตติศัพท์ในความอร่อยเข้มเต็มรสชาติแวะเข้ามาพิสูจน์ความจริง กระทั่งกลายเป็นลูกค้าประจำก็ไม่น้อย

เป็นมือชงอันดับ 1 ขนาดนี้ ถามว่าเคยใช้บริการเจ้าอื่นบ้างมั้ย?

“บ่อยไปค่ะ เวลาไปไหนก็จะซื้อเจ้าอื่นกินตลอด บางทีไปเห็นเขาชงก็ขัดใจนะ (หัวเราะ) อยากจะบอกเขาว่าชงอย่างนี้สิ แต่ก็ไม่กล้าบอก เพราะการชงกาแฟต้องมีเทคนิคการชงด้วย บางคนใส่นมเยอะไป ใส่นมน้อยไป ต้องใส่ครึ่งๆ น้ำต้องเดือด ถ้าเป็นกาแฟเย็นต้องใส่นมและน้ำตาลให้พอดีกัน แต่ถ้าเป็นกาแฟร้อนไม่ต้องใส่น้ำตาลเพราะไม่ต้องรินผ่านน้ำแข็ง”

ความลับเบื้องหลังความอร่อยของ “อ้อย กาแฟ” ถ้าว่ากันทางกายภาพ คือการใส่ใจในการเลือกสรรชนิดของเมล็ดกาแฟ โดยจะใช้เมล็ดกาแฟแท้ 100% เกรดเอ สั่งเป็นพิเศษให้มาส่งถึงร้าน

“สังเกตง่ายๆ ว่าจะเขียนที่ข้างกระป๋องว่า กาแฟ 100% เกรดเอ ซึ่งกินแล้วรู้ว่าจะอร่อยกว่าที่อื่น เวลาชงกับน้ำเดือดกลิ่นจะหอม แล้วคนก็จะตามกลิ่นกาแฟมา ถ้าเราอยากได้ใจลูกค้าแล้ว เราต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้า เพราะถ้าใช้เมล็ดกาแฟที่วางขายในตลาด รสชาติจะออกเปรี้ยว”

ที่สำคัญคือ การรู้จักพลิกแพลงรสชาติของเครื่องดื่ม ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งอะไรมา ทำได้หมด จะเป็นกาแฟร้อน กาแฟเย็น หรือบางคนจะสั่งกาแฟชา บางคนก็ชอบโอเลี้ยงใส่ชา

ขณะที่ปัจจุบัน ธุรกิจกาแฟสดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไม่ว่าจะเป็นแบบร้านเดี่ยวๆ แบบสแตนด์อะโลน หรือขายตามปั๊มน้ำมัน ตามฟู้ดคอร์ตห้างสรรพสินค้า ต่างขายดิบขายดี แต่ “อ้อย กาแฟ” ยังคงมุ่งมั่นอยู่ที่กาแฟโบราณ เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับได้อร่อยกับความหอมมัน ด้วยรสชาติเข้มข้นที่เธอการันตีว่า “รสดีกว่ากาแฟสด” ในราคาย่อมเยา

สำหรับเทคนิคการเปิดร้านกาแฟให้มีแฟนคลับมากๆ อาจารย์อ้อยบอกว่าง่ายนิดเดียว

“ต้องให้ใจลูกค้าก่อน เพราะถ้าไม่ให้ใจ ลูกค้าไม่ติด แล้วจะมีคนมาซื้อได้ยังไง อย่างร้านของอาจารย์อยู่ในหลืบ ยังมีลูกค้าขับรถเข้ามาซื้อ เพราะรสชาติเราให้ใจกับลูกค้า เราเน้นคุณภาพ”

นอกจาก กาแฟโบราณ ยังมีเครื่องดื่มยอดนิยมอีก 30 ชนิด อาทิ ชานมเย็น เนสกาแฟเย็น ช็อกโกแลตเย็น แดง/เขียวโซดา น้ำผึ้งมะนาว และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับใครที่อยากได้สูตรความหอมอร่อย ตำรับ “อ้อย กาแฟ” อาจารย์อ้อยจะมาเผยเคล็ดลับการชงกาแฟโบราณชนิดไม่มีกั๊ก ในวันที่ 4 มิถุนายน 2559 นี้ โดยชั่วโมงเรียนผู้เข้าอบรมทุกท่านจะได้เรียนรู้ตั้งแต่กรรมวิธีในการทำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมแนะแนวทางการนำไปเปิดร้านขายเป็นอาชีพหลักในอนาคตได้อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยข่าวดีสุดๆ เมื่อศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) จัดกิจกรรม “MID YEAR SALE! 40%” ลดกระหน่ำทุกหลักสูตรอาหาร ตลอดเดือนมิถุนายน 2559 โดยยกขบวนหลักสูตรอาหารกว่า 42 คอร์สเรียน จากหลักสูตรครัวปฏิบัติการ ครัวเบเกอรี่ ครัวสาธิต และ สูตรเด็ด-ร้านดัง มาให้ทุกท่านได้เลือกเรียนกันแบบจุใจ คืนกำไรกันแบบเต็มอิ่มแน่นอน

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) ID LINE : matichonacademy, http://www.matichonacademy.com และ http://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

สร้างไอเดียสุดบรรเจิด จากงานอดิเรก สู่ธุรกิจผลิต “สบู่แฟนซี”

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07061010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

เปรี้ยวปาก

โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา

สร้างไอเดียสุดบรรเจิด จากงานอดิเรก สู่ธุรกิจผลิต “สบู่แฟนซี”

หลายคนเริ่มต้นสร้างธุรกิจจาก “งานอดิเรก” ในขณะที่บางคนก็สร้างธุรกิจจาก “ไอเดียสร้างสรรค์” แต่หลากหลายธุรกิจอาจไม่สามารถสำเร็จได้ หากไม่มีการนำไปต่อยอด และสร้างขึ้นมาเป็นโมเดลทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง…

ด้วยความชื่นชอบและหลงใหลในการออกแบบและสร้างสรรค์ไอเดียด้วยความคิดนอกกรอบ ทำให้ คุณพิมพา กสิคุณ เภสัชกรและเวชกรแพทย์แผนไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอาง หันมาสนใจและจับธุรกิจการจัดจำหน่าย สบู่แฟนซี เป็นงานอดิเรกยาวนานกว่า 10 ปี จนกระทั่งปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจเสริมที่สามารถสร้างกำไรให้ได้อย่างงดงาม ด้วยไอเดียการออกแบบที่แปลกใหม่…ไม่เหมือนใคร

อาจารย์พิมพา เล่าว่า เมื่อก่อนตนเคยเป็นวิทยากรให้ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน มาก่อนประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา ช่วงนั้นเข้ามาสอนเกี่ยวกับเรื่อง การผลิตเครื่องสำอาง ครีม โลชั่น แชมพู ครีมนวดผม น้ำหอม ฯลฯ ด้วยความที่เราจบทางด้านวิทยาศาสตร์แพทย์แผนไทย และปริญญาโท ด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ทำให้เราสนใจการทำธุรกิจด้านนี้เป็นพิเศษ ซึ่งช่วงที่หยุดหายไปพักใหญ่ ทำให้ต้องพักการสอนไปด้วย เพราะไปศึกษาปริญญาโทเพิ่มเติมด้านเครื่องสำอางโดยเฉพาะ อีกทั้งยังต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ทั้งไปออกบู๊ธงานเครื่องสำอางที่ตะวันออกกลาง และไปเปิดตลาดที่โซนนั้นโดยเฉพาะ ทำให้ห่างหายจากการสอนที่มติชน ก็ขอลาพักสักระยะ ส่วนอาชีพหลักอดีตและปัจจุบัน เป็นเภสัชกรและเวชกรแพทย์แผนไทย รับผลิตยาและเครื่องสำอางค่ะ ทำอาชีพนี้เป็นเวลา 10 กว่าปีมาแล้ว ส่วนสบู่รับผลิตให้ลูกค้า สบู่ธรรมชาติ สบู่กรีเซอรีน ตามออร์เดอร์ที่สั่งมา แล้วลูกค้าไปติดแบรนด์ขายเองเป็นส่วนใหญ่

อาจารย์พิมพา กล่าวถึง “สบู่แฟนซี” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก ไว้อย่างน่าสนใจว่า “สบู่แฟนซี” ถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่เราขายดีมาโดยตลอด ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะมาจ้างผลิตกรณีที่ลูกค้าจะมีงานออกบู๊ธ หรือมีการแจกเป็นของชำร่วยงานแต่ง บางทีก็ได้ลูกค้าต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็ได้รับการแนะนำต่อๆ กันมา ซึ่งเราเองก็รับผลิตสินค้า ไม่ว่าจำนวนมากหรือน้อยชิ้น เราก็รับผลิตหมด บางทีลูกค้าไม่ต้องการปริมาณมากเราก็รับผลิตจำนวนขั้นต่ำ 100-500 ชิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสบู่และชิ้นงานที่ยากง่ายต่างกันไป ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นข้อดีเสียด้วยซ้ำกับการที่เราไม่กำหนดรับผลิตมาก ลูกค้าเองก็สบายใจที่ไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่มากกว่าที่กำหนดจำนวนชิ้นมากๆ แต่ผลิตน้อยเราก็ต้องคิดค่าผลิตเพิ่มอีก ซึ่งตรงจุดนี้ลูกค้าหลายคนก็ยินดีจ่ายแพงขึ้นอีกนิด ซึ่งดีกว่านำเอาไปจำนวนมากๆ แล้วถ้าขายได้น้อยก็เสียของ แต่ทุกครั้งก็สังเกตว่าลูกค้าที่สั่งไปก็ขายหมดนะ แต่เรารับผลิตให้ลูกค้ารายย่อยหลายรายแบบนี้ รวมๆ แล้วก็เยอะค่ะ ลูกค้ารายเล็กอำนาจการตัดสินใจมีมากกว่าลูกค้ารายใหญ่ค่ะ สบู่แฟนซีเป็นงานอดิเรกค่ะ ถือว่าทำแล้วมีความสุขกับของสวยๆ งามๆ

เร็วๆ นี้ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) เอาใจคนอยากทำอาชีพ และอยากสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง ด้วยไอเดียสร้างสรรค์ เปิดตัวหลักสูตรใหม่ล่าสุดอย่าง สบู่แฟนซี พร้อมเชิญ อาจารย์พิมพา กสิคุณ เภสัชกรและเวชกรแพทย์แผนไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอาง มาเปิดเผยการผลิตสบู่ธรรมชาติ เพื่อการค้า พร้อมแนะแนวทางการทำธุรกิจแบบครบวงจร สำหรับครั้งนี้ อาจารย์พิมพาได้นำเสนอขายไอเดียความแปลกใหม่ของ สบู่แฟนซี สีสันสะดุดตา น่าใช้-น่าหยิบ ทั้ง 6 รูปแบบ ได้แก่ สบู่ขนมเปียกปูน (สูตรบำรุงผิวนวลเนียนและอ่อนนุ่ม), สบู่มะม่วง (สูตรผิวขาว), สบู่ขนมชั้น (สูตรสะอาดบำรุงผิว), สบู่ไอศกรีมแยมโรล, สบู่แตงโม, สบู่อมยิ้ม พร้อมปิดท้ายด้วยการแนะนำการตลาดให้อีกด้วย

“สำหรับผู้ที่จะมาเรียนการทำสบู่แฟนซีนั้น ต้องบอกว่าปัจจุบันนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก ถ้าเราคิดจะทำสบู่ขายเป็นอาชีพ ก็ต้องใจเย็นในการทำและต้องมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ต้องมีความแปลกใหม่มาโชว์ลูกค้าตลอด ซึ่งในชั่วโมงเรียน อาจารย์จะสอนเทคนิคการตกแต่งสบู่ด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดี จะทำขายตามเทศกาล หรือทำเป็นของฝากก็ยังได้ เหมาะสมกับผู้ที่ชอบใช้ไอเดียแปลกใหม่ และชอบทำงานอิสระรับจ้างผลิต หรือชอบค้าขายทำเองขายเอง ออกไอเดียเองที่ไม่เหมือนใคร เรียนกับอาจารย์ สบู่ 6 แบบที่จะสอนนี้สามารถดัดแปลงเอาไปทำขายได้หลายสูตรอีกมาก สบู่แบบง่ายไปถึงยากสอนเทคนิคในการทำที่ไม่เคยสอนที่ไหนมาก่อน และวัสดุอุปกรณ์ก็หาง่ายใกล้ๆ ตัวก็สามารถทำขายได้แล้ว ลงทุนไม่สูง แค่มีเงินทุน 1,000-2,000 บาท ก็สามารถทำธุรกิจนี้ได้แล้ว โดยสบู่ขนาด 100 กรัม ทุนประมาณ 15-18 บาท เวลาขายส่งประมาณ 25-35 บาท ในท้องตลาดขายประมาณ 70-120 บาท ขึ้นอยู่กับไอเดีย และร้านที่จำหน่ายว่าอยู่ในย่านไหน ถ้าแพ็กเกจจิ้งสวยๆ ก็อัพราคาได้อีก ซึ่งส่วนนี้เองอาจารย์จะแนะการหาวัสดุใกล้ตัวราคาไม่แพงสามารถทำขายได้เลยค่ะ ตลอดจนบอกร้านค้าที่จะซื้อวัสดุและอุปกรณ์ ที่จะทำให้อีกด้วยค่ะ”

อาจารย์พิมพาได้ให้แง่คิดสำหรับคนที่อยากทำธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจว่า…

“เราต้องรู้จักการแสวงหา ไม่ใช่รอคอย ความเชี่ยวชาญมิใช่เพราะโอกาส ความสามารถมิใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะด้วยความคิดที่บรรเจิดก็เกิดอะไรใหม่ๆ ให้กับคุณได้อย่างแน่นอน”

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตร “สบู่แฟนซี” ในวันที่ 27 มีนาคม 2559 นี้ อาจารย์พิมพา กสิคุณ เภสัชกรและเวชกรแพทย์แผนไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอาง จะมาให้ความรู้ พร้อมเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมืออาชีพ สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

อาจารย์พิมพา กสิคุณ จบปริญญาตรี สาขามนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และวิชาชีพประกอบโรคศิลปะ ทางด้านการแพทย์แผนไทย เภสัชกรรม เวชกรรม ผดุงครรภ์ สมาคม อายุรเวชสามพระยาแห่งประเทศไทย สอบได้ใบประกอบโรคศิลปะจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2539 และเข้าอบรมความรู้การจัดการธุรกิจขนาดย่อมและการตลาดจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการปรับปรุงพัฒนา การผลิตยาและเครื่องสำอางจากมหาวิทยาลัยของรัฐ เช่น ธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ และมหาวิทยาลัยเอกชน เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ฯลฯ

ปัจจุบัน อาจารย์พิมพาเป็นเจ้าของคลินิกชื่อ “พิมพาคลินิกการแพทย์แผนไทย” ตั้งอยู่ที่ ถนนอ่อนนุช 55 เปิดให้บริการตรวจรักษาโรคทุกชนิด มีทั้งยาสมุนไพรไทยและต่างประเทศ เช่น รักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด ปวดเมื่อย เส้นเลือดขอด ดูแลสตรีหลังคลอด อบ ประคบ นาบหม้อเกลือ ยาแทนการอยู่ไฟ นวดน้ำมันบำบัดโรค ฯลฯ ในร้านจะมีหมอช่วยอีก 2 คน จะหยุดทุกวันอาทิตย์ ก่อนมาตรวจให้จองเวลาล่วงหน้าเพราะคนไข้ที่ร้านจะเยอะ ส่วนสถานที่ผลิตยาและรับผลิตเครื่องสำอาง เปิดขึ้นเป็นของส่วนตัวใช้ชื่อว่า “ศูนย์สมุนไพรพิมพาเภสัช” เปิดบริการรับผลิตยา บรรจุแคปซูล ปั้นลูกกลอน บรรจุแผง บรรจุซอง ฯลฯ สถานที่สะอาดได้มาตรฐาน ปลอดสารสเตียรอยด์ กำลังจัดเตรียมทำ GMP ยินดีให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการเปิดสถานที่ผลิตยา อาหาร เครื่องสำอาง ฯลฯ

สำหรับคนที่สนใจสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ พิมพาคลินิกการแพทย์แผนไทย โทรศัพท์ (02) 320-5318 โทรสาร (02) 320-5319, (02) 322-7935, E-mail : pimpaherb@hotmail.com, pimpaherb@gmail.com

เสริมอาชีพ…ต่อยอดธุรกิจ “ผ้าม่าน” ในหลักสูตร ตัดเย็บผ้าม่านอย่างมืออาชีพ (ม่านตาไก่)

Published July 17, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07067010259&srcday=2016-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 390

เปรี้ยวปาก

มติชน อคาเดมี

เสริมอาชีพ…ต่อยอดธุรกิจ “ผ้าม่าน” ในหลักสูตร ตัดเย็บผ้าม่านอย่างมืออาชีพ (ม่านตาไก่)

เพราะอาชีพนี้…ยังไม่มีสถาบันใดที่เปิดสอนอย่างเป็นทางการ และโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ทำอาชีพนี้จะถ่ายทอดกิจการกันภายในครอบครัวแบบ “รุ่นต่อรุ่น” หรือแบบ “ครูพักลักจำ” เท่านั้น ทำให้โอกาสที่บุคคลภายนอกจะก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจนี้ หมดโอกาสไปโดยปริยาย…และถึงแม้จะมีเม็ดเงินจำนวนมากที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะก้าวเข้าสู่วงการนี้ได้ง่ายเท่าไรนัก ใช่ครับ…ผมกำลังพูดถึง “ธุรกิจการตัดเย็บผ้าม่าน”

หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งในหลักสูตร ผ้าม่านและการเปิดร้าน และ ตัดเย็บผ้าม่านอย่างมืออาชีพ (ม่านจีบ) ของอาจารย์สิรวิชญ์ เพ็ญภัทระเรืองกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจผ้าม่าน ที่ได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากการทำผ้าม่านในประเทศไทย ยังไม่มีโรงเรียนเปิดสอนอย่างเป็นทางการ และน่าจะมี มติชน อคาเดมี ที่ได้เปิดอบรมวิชาชีพนี้เป็นที่แรกๆ ของเมืองไทย ซึ่งตรงจุดนี้เองก็มีผู้เรียนส่วนหนึ่งที่มาฝึกอบรมได้นำวิชาความรู้ไปต่อยอดธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่หลังจากที่ผู้ผ่านการอบรม หลักสูตรผ้าม่านและการเปิดร้าน ออกไปทำธุรกิจ ก็พบว่า ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ไม่มีช่างเย็บผ้าม่าน และในการส่งเย็บผ้าม่านต้องรอนาน ทำให้ไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า ทำให้ผู้ประกอบการบางรายต้องส่งชิ้นงานไปให้ช่างต่างจังหวัดเย็บให้ ทำให้ไม่สะดวกต่อการทำงาน และควบคุมคุณภาพงานไม่ได้ อีกทั้งยังทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกด้วย

มติชน อคาเดมี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องของผู้เรียน และศิษย์เก่าที่ต้องการต่อยอดทางธุรกิจ “ผ้าม่าน” แบบครบวงจร จึงได้เปิดหลักสูตรใหม่ล่าสุดอย่าง ตัดเย็บผ้าม่านอย่างมืออาชีพ (ม่านตาไก่) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในชนิดผ้าม่านที่กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้า ทั้งในกลุ่มของลูกค้าบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม ที่มักจะต้องมีการใช้ผ้าม่านประเภทนี้ในการตกแต่งภายในห้องอยู่ในหลายๆ จุด จึงทำให้เกิดปริมาณความต้องการค่อนข้างสูง กอปรกับปริมาณการผลิตที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้โอกาสของคนทำธุรกิจในกลุ่มนี้ ยังคงเปิดกว้างและสามารถสร้างรายได้ในอนาคตไม่ยากอีกด้วย

“จุดประสงค์หลักของการเปิดคอร์สเรียนนี้ เราต้องการสร้างช่างเย็บผ้าเข้าสู่ธุรกิจผ้าม่านให้ได้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการในอนาคต และเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจร ส่วนคนที่ยังไม่มีอาชีพ เราก็สามารถผลักดันให้เกิดอาชีพใหม่ๆ และเป็นแหล่งจ้างงานที่มีคุณภาพได้ในอนาคต ซึ่งตรงจุดนี้เองผมมองว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับผ้าม่าน ยังคงเปิดกว้างสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการทำธุรกิจรุ่นใหม่ๆ และแรงงานช่างฝีมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าอีกด้วยครับ” อาจารย์สิรวิชญ์ กล่าว

สำหรับในหลักสูตรนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี โดยในการเรียนการสอนวันแรกจะแนะนำภาพรวมของอาชีพ และโอกาสทางการตลาด, แนะนำวิธีการใช้ และดูแลรักษาจักรเย็บผ้า, สาธิตและฝึกปฏิบัติ คำนวณผ้า, สาธิตและฝึกปฏิบัติ สร้างแพตเทิร์นผ้าม่าน (ม่านตาไก่), แนะนำเทคนิคการตัดผ้า และสาธิต-ฝึกปฏิบัติตัดเย็บผ้าม่าน ในท้ายชั่วโมงเรียนวันแรกอีกด้วย

ส่วนวันที่ 2 จะเน้นการเรียนภาคปฏิบัติเป็นหลัก เริ่มกันตั้งแต่ สาธิตและฝึกปฏิบัติ “กุ๊นผ้า”, ฝึกปฏิบัติ ตัดผ้า-เย็บผ้า, สาธิตและฝึกปฏิบัติ เจาะตาไก่-การรีดผ้าม่าน, สาธิตและฝึกปฏิบัติ การใส่-การติดตั้งอุปกรณ์ผ้าม่าน ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการสรุปความรู้ทั้งหมดในชั่วโมงเรียน พร้อมตอบปัญหาข้อสงสัยของผู้เรียน และแนะนำแนวทางการต่อยอดธุรกิจให้กับทุกท่านอีกด้วย

อาจารย์สิรวิชญ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราคาดหวังว่าผู้เรียนจากคอร์สเรียนนี้จะสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการตัดเย็บผ้าม่านได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของ “ม่านตาไก่” ที่ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผ้าม่านที่กำลังเป็นที่ต้องการ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภค ผมเชื่อว่า ลูกศิษย์ที่เข้ามาเรียนคอร์สนี้จะสามารถวัดพื้นที่ คำนวณผ้า และสร้างแพตเทิร์นในการทำผ้าม่าน รวมไปถึงตัดเย็บและติดตั้งผ้าม่าน และสามารถแก้ปัญหาหน้างานได้แบบมืออาชีพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถคิดราคาต้นทุน กำไร และทำการตลาดต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคตอีกด้วยครับ”

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตร “ตัดเย็บผ้าม่านอย่างมืออาชีพ : ม่านตาไก่” ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ อาจารย์สิรวิชญ์ เพ็ญภัทระเรืองกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจผ้าม่าน จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับผ้าม่าน พร้อมเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมืออาชีพ สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

นวดหน้า V-Shape ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด สานฝันคนอยาก “สวย” โดยไม่ต้อง “ศัลยกรรม”

Published June 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=0764150159&srcday=2016-01-15&search=no

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 389

เปรี้ยวปาก

มติชน อคาเดมี

นวดหน้า V-Shape ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด สานฝันคนอยาก “สวย” โดยไม่ต้อง “ศัลยกรรม”

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับคอร์สเรียนสร้างอาชีพอย่าง “นวดหน้า V-Shape ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด” ที่มติชน อคาเดมี ได้จับมือกับ คุณธัญญ์นภัส ภัทร์ฐานนท์ชัย (อาจารย์ธัญญ์) เจ้าของธุรกิจการนวดหน้าอย่าง “AKIRA” มาร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการนวดยกกระชับผิวหน้า ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการความสวยความงาม และที่สำคัญต้องบอกว่า ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีก 1 ปีทองของ “ธุรกิจความงาม” ที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับผู้ประกอบการที่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างแท้จริง

อาจารย์ธัญญ์ ผู้สอนหลักสูตร นวดหน้า V-Shape ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด กล่าวว่า “สำหรับคอร์สเรียนที่ผ่านมานั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะลูกศิษย์ที่มาเรียนกับเราในคอร์ส บางส่วนก็ได้มาปรึกษาและสนใจที่จะนำความรู้ไปประกอบอาชีพเปิดร้าน และรับนวดแบบ Delivery กันแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งความสุขและความประทับใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างอาชีพให้กับลูกศิษย์ เพราะความรู้ต่างๆ ในชั่วโมงเรียนที่เรามอบให้นั้น ตรงจุดนี้เราการันตีว่า ทุกคนที่มาเรียนที่นี่ ต้องทำได้ ทำเป็น และทำให้สวย เพื่อนำความรู้และสิ่งที่เรียนรู้ ไปใช้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ ผู้ที่เรียนจบไปแล้ว สามารถเข้ามาเรียนเพิ่มเติม ปรึกษาขอคำแนะนำ ได้ตลอด และด้วยเหตุผลนี้ คอร์สเรียนนี้จึงน่าจะตอบโจทย์ผู้เรียนที่อยากมีวิชาชีพติดตัว อยากมีอาชีพดีๆ ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับตัวเองตลอดชีวิต”

สำหรับศาสตร์ของการดูแลผิวหน้าอย่าง “การนวดยกกระชับผิวหน้า” นั้น อาจารย์ธัญญ์ได้มีโอกาสเรียนรู้สูตรการนวดยกกระชับผิวหน้าจาก อาจารย์สมคิด ลวางกูร ผู้คิดค้นสูตรสวยย้อนวัยคนแรกๆ ของเมืองไทย ซึ่งที่นั่นเองเธอได้เรียนรู้เทคนิคมากมาย อาทิเช่น ศาสตร์การกดจุดจากญี่ปุ่น, ศาสตร์การรีดน้ำเหลืองจากอินเดีย, ศาสตร์การนวดหน้าของไทย, ศาสตร์การเหลาหน้าของเกาหลี, ศาสตร์การกัวซาของจีน และศาสตร์การนวดอายุรเวชของไทย ซึ่งทุกศาสตร์ล้วนเป็น วิถีธรรมชาติบำบัด ที่เราไม่เคยเรียนรู้มาก่อน พร้อมกันนี้ยังมีการสอนศาสตร์นวดหน้าที่ทันสมัยด้วยวิธีการต่างๆ เรียนแล้วก็ได้มีโอกาสฝึกฝน พัฒนาฝีมืออยู่ที่ Kusodaw The Kingdom Of Rejunavation ของ อาจารย์สมคิด จนสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะก้าวออกมาทำธุรกิจนวดหน้า ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด AKIRA ในปัจจุบัน

ซึ่งต้องบอกว่า ธุรกิจการนวดหน้า ถือเป็นหนึ่งในอาชีพทำเงินที่น่าสนใจ และถ้าหากได้เรียนรู้หลักการ “นวดหน้า” ที่ถูกต้อง สามารถนวดยกกระชับใบหน้าให้สวยงามให้กับลูกค้าได้รับความพึงพอใจแล้ว นี่คือ…หนึ่งในธุรกิจที่หากลงทุน และตั้งใจทำแล้ว รับรองได้ว่าไม่มีคำว่า…จน !!!

มติชน อคาเดมี จึงไม่รอช้าเปิดโอกาสพิเศษให้คนที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับ “ธุรกิจการนวดหน้า” อีกครั้ง ด้วยการจับมือ คุณธัญญ์นภัส ภัทร์ฐานนท์ชัย (อาจารย์ธัญญ์) เจ้าของธุรกิจการนวดหน้าอย่าง AKIRA เปิดคอร์สอบรมหลักสูตร นวดหน้า V-Shape ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด (รอบที่ 2) ในวันที่ 30 มกราคม 2559 นี้ ในราคา 2,140 บาท เท่านั้น!! โดยเนื้อหาในคอร์สเรียนนี้ ผู้เรียนรู้ตั้งแต่โครงสร้างและระบบการทำงานของผิว, ความรู้ความเข้าใจหลักสรีระบนผิวหน้า เข้าถึงต้นเหตุริ้วรอยของความแก่, ลักษณะและประเภทของผิวต่างๆ, เรียนรู้ทฤษฎี ศาสตร์ที่นวด 5 ศาสตร์ ที่ทำให้ผิวหน้า V-Shape เน้นการสอนแบบท่องทำ เพื่อความเข้าใจ และปฏิบัติได้จริง พร้อมเวิร์กช็อปและลงมือปฏิบัติจริงในชั่วโมงเรียนอีกด้วย ซึ่งรอบนี้ อาจารย์ธัญญ์ได้รวบรวมหลักสูตรการนวดแบบเร่งรัดมาให้ทั้งหมด ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก เพียงคุณเรียนแล้ว กลับไปฝึก ปฏิบัติตามที่สอน ก็สามารถนำไปทำเป็นอาชีพ และสร้างรายได้ ได้ไม่ยากเลย

อาจารย์ธัญญ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับคอร์สเรียนไว้อย่างน่าสนใจว่า…

“ปัจจุบัน แม้ว่าจะมีสอนนวดหน้า ผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด แต่สำหรับ AKIRA มีความแตกต่างด้วยสูตรสำเร็จที่เรียนจบแล้วสามารถรับลูกค้าสร้างรายรับหลักหมื่นถึงแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว และที่สำคัญการนวดแบบวิถีธรรมชาติบำบัด โดยใช้ ผลิตภัณฑ์ พ.ใจใส Organic ที่ออกแบบ-คิดค้นจากผู้เชี่ยวชาญ มีการพัฒนาสูตรมามากกว่า 10 เดือน เพราะเราเน้นการลงทุนที่ถึงลูกค้าไวที่สุด ช่วยประหยัดต้นทุน เพราะเราเองเคยผิดพลาดในการทำธุรกิจมาก่อน ฉะนั้น การทำธุรกิจในสมัยใหม่ ไม่จำเป็นที่ต้องลงทุนสูง ขอเพียงจริงใจ, ใส่ใจลูกค้า, ขยัน, มีคุณภาพ, และมีมาตรฐาน ทำแล้วต้องเห็นผลจริง สำหรับลูกศิษย์ที่เสียเงินค่าเรียน “นวดหน้า V-Shape ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด” เพียงครั้งเดียว นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะวิชาความรู้ที่เรียนไปนั้น สามารถใช้เรียกเงินเข้ากระเป๋าได้ไม่มีวันจบสิ้น เพราะมนุษย์ทั้งโลกต่างก็ต้องการสวย-หล่อ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเองกันทั้งนั้น เราเน้นการสอนแบบตัวต่อตัว เทคนิคเพียบ สอนระบบท่องทำ ให้ทำจนกว่าจะทำได้จริง ไม่มีค่าแฟรนไชส์ ไม่มีค่าแรกเข้า และไม่มีค่ารายปีอีกด้วย”

สำหรับคนที่อยากมีใบหน้าที่สวย หรืออยากมีอาชีพที่ช่วยสร้างงาน-สร้างเงินแบบยั่งยืนให้กับชีวิต และอยากมาเป็นลูกศิษย์อาจารย์ธัญญ์ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือจะเข้าไปดูเพิ่มเติมที่ http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

ปิดท้ายสำหรับคนที่สนใจบริการเสิร์ฟความสวยจากอาจารย์ธัญญ์นั้น “AKIRA” ยังมีบริการนวด V-Shape ด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด บริการถึงหน้าบ้านสำหรับผู้ที่สนใจ และเปิดสอนนวดหน้าตัวเองให้สวยที่สุดในแบบที่เราเป็น สไตล์ อาจารย์ธัญญ์ ที่การันตีว่า นวดแล้วสวย…ประทับใจอย่างแน่นอน สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ ซอยลาดพร้าว 87 หมู่บ้านเกตุนุติเชอมิเน่ ข้างๆ CDC หรือโทรศัพท์ : (086) 374-2362, LINE ID : porjaisai.akira. หรือ http://www.facebook.com/Porjaisai.Akira

รวมสูตรเด็ด-จานอร่อย ต้อนรับปี 59 เปิดมุมมองใหม่…แห่งการฝึกอาชีพ ที่ มติชน อคาเดมี

Published May 28, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07060010159&srcday=2016-01-01&search=no

วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 21 ฉบับที่ 388

เปรี้ยวปาก

โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา

รวมสูตรเด็ด-จานอร่อย ต้อนรับปี 59 เปิดมุมมองใหม่…แห่งการฝึกอาชีพ ที่ มติชน อคาเดมี

สวัสดีแฟนานุแฟนมติชน อคาเดมี ทุกท่าน ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ปี 2559 อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งเทศกาลส่งความสุขกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ก็มิได้รอช้า รีบเดินหน้าไปสรรหาสูตรเด็ด-จานอร่อย พร้อมคว้าตัวร้านดัง-เจ้าของสูตรตัวจริงมาเปิดเผยทุกเทคนิคเคล็ดลับในการปรุงอาหารในช่วงหลังปีใหม่นี้แบบจุใจ ตลอดเดือนมกราคม ปี 2559 นี้อย่างจุใจเลยทีเดียว

เริ่มกันที่หลักสูตรครัวสาธิตคลายร้อนอย่าง “ไอศกรีมกะทิสด” ของ อาจารย์มานะ พชนะโชติ เจ้าของไอศกรีมกะทิสูตรเด็ด จากย่านปทุมธานี ที่จะมาเปิดเผยการทำไอศกรีมกะทิสด, ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน, ไอศกรีมแต่งกลิ่นผลไม้ พร้อมแนะนำตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ, การทำไอศกรีมสูตรเด็ด, เทคนิคการใช้เครื่องทำไอศกรีมแบบมืออาชีพ พร้อมแนะนำการซื้อ และปิดท้ายด้วยการแนะนำแนวทางการทำการตลาด และการจัดจำหน่ายให้กับผู้เรียนทุกคน เปิดสูตรเด็ดพร้อมกัน วันที่ 9 มกราคม 2559

เมื่อพูดถึง “ขนมหวานไทย” ใครๆ ก็อาจจะนึกถึง อาจารย์พะเยาว์ กฤษแก้ว (ป้าเยาว์) ผู้รังสรรค์สารพัดขนมอร่อย เจ้าดังในย่านติวานนท์ จนเป็นที่เลื่องลือ โดยมีเมนูชูโรงยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง, ขนมบัวลอยเผือก, ซ่าหริ่ม, รวมมิตร, ลอดช่องไทย และเมนูขนมไทยอื่นๆ อีกนานาชนิด ที่ป้าเยาว์ขายดิบขายดีอยู่ที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาติวานนท์ (ถนนติวานนท์ 25) มายาวนานกว่า 20 ปีแล้ว สำหรับคนที่พลาดคอร์สเรียนของป้าเยาว์ไปก่อนหน้านี้ มติชน อคาเดมี ก็ขอเอาใจคนที่พลาด ด้วยการเปิดคอร์สเรียนครัวสาธิตสุดฮิตอย่าง “เมนูเชื่อมสูตรการค้า” ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของ เผือกเชื่อม, กล้วยไข่เชื่อม, มันเทศเชื่อม, ฟักทองเชื่อม และมันสำปะหลังเชื่อม ให้ทุกท่านได้มาเรียนรู้กันอีกครั้งในวันที่ 10 มกราคม พร้อมแนะนำการทำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และแนวทางการนำไปเปิดร้านขายเป็นอาชีพหลักได้ในอนาคต ใครที่อยากรู้สูตรเด็ดจากป้าเยาว์ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ตามติดมาด้วยหลักสูตรน่าเรียนอย่าง เปาะเปี๊ยะสดขาหมูเจ้าเก่า ตลาดคลองถม ที่ได้ผู้สอนเจ้าของสูตรตัวจริงอย่าง คุณมณี แซ่ตั้ง ที่ได้สืบทอดความอร่อยของเปาะเปี๊ยะสดสูตรเด็ดจากครอบครัวมายาวนานกว่า 35 ปี โดยครั้งนี้ ป้ามณีจะมาเปิดเผยเทคนิคการเลือกซื้อวัตถุดิบต่างๆ ไปจนถึงการทำน้ำราดเปาะเปี๊ยะสดสูตรเด็ด พร้อมแนะนำการคำนวณต้นทุน และการนำไปเปิดร้านขายแบบมืออาชีพ เปิดเผยความอร่อยพร้อมกัน วันที่ 10 มกราคมนี้

อีกหนึ่งความอร่อยแบบเบเกอรี่สไตล์ที่อยากให้คุณได้มาลองอย่าง วอฟเฟิลเบลเยี่ยม และวอฟเฟิลนมสด จากร้านเบเกอรี่ออนไลน์ชื่อดังอย่าง “Cakes Maker” ที่จำหน่ายเบเกอรี่หลากหลายชนิด อาทิเช่น เครปเค้ก, คาราเมลคอร์นเฟล็ก คุกกี้ และวอฟเฟิล มีบริการส่งถึงบ้านและรับจัดงานอีเว้นต์อีกด้วย โดยครั้งนี้ คุณสุกัญญา คงสุนทร (คุณฝน) เจ้าของร้านตัวจริง จะมาบอกเทคนิค-เคล็ดลับการทำวอฟเฟิลแสนอร่อย พร้อมแนะแนวทางการทำขายด้วยเงินลงทุนซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบเริ่มต้นประมาณ 3,000-5,000 บาทเท่านั้น ใครอยากเรียน วันที่ 16 มกราคมนี้เจอกันแน่นอน

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ต้องไม่พลาดหลักสูตร ซอสผัดสารพัด 1 ที่นำเสนอเทคนิคการทำซอสสำเร็จรูปที่น่าสนใจอย่าง ซอสผัดกะเพรา, ผัดขี้เมา, ซอสผัดเปรี้ยวหวาน, ซอสผัดไทย, ซอสกระเทียมพริกไทย ซึ่งคอร์สนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับร้านอาหาร และผู้ประกอบการด้านร้านอาหาร ที่อยากทำซอสสำเร็จรูปไว้ใช้ปรุงอาหารในปริมาณมาก ในชั่วโมงเรียน อาจารย์พงษ์ศักดิ์จะมีการสาธิตทำเมนูอาหารจากซอสต่างๆ ให้ได้ชมอีกด้วย เรียนวันที่ 23 มกราคม นี้

ฮอตสุดขีดกับหลักสูตรแสนอร่อยอย่าง ขนมเปี๊ยะชาววัง-ขนมเปี๊ยะเบญจมาศ ของ อาจารย์อภิวรรณ ฟักน่วม (อาจารย์โบว์) ที่จะมาเปิดเผยเทคนิคทุกขั้นตอนในการทำขนมเปี๊ยะไส้ต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่าง ไส้ถั่ว, ไส้เผือก, ไส้คัสตาร์ด ในวันที่ 24 มกราคมนี้ เรียนจบไปคุณก็สามารถไปต่อยอดการขายได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ทีมงานยังได้คัดสรรหลักสูตรเบเกอรี่น่าเรียนมาให้ทุกท่านได้เลือกกันแบบครบครันเลยทีเดียว เริ่มกันตั้งแต่ วันที่ 17 มกราคม สำหรับใครที่อยากเรียนเบเกอรี่กับเชฟสาวมากฝีมืออย่าง เชฟศิราพันธ์ พุ่มพานุพันธ์ ต้องไม่พลาดหลักสูตร มาการองคัลเลอร์ฟูล สุดยอดเบเกอรี่ฮอตฮิตติดลมบนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ยังคงแรงมาจนถึงปีนี้ นำเสนอเมนูมาการองสารพัดไส้ อาทิเช่น มิกซ์เบอร์รี่, ช็อกโกแลตนูเทลล่า, ชาเขียวถั่วแดง และเสาวรส การันตีเลยว่า เรียนจบไป ฝึกฝนอีกสักนิด ก็ทำขายได้เลย…เพราะสูตรอร่อย เป๊ะเว่อร์มากๆ

ตามมาด้วยวันที่ 31 มกราคม กับหลักสูตร Flower Butter Cream Cake (สอนแต่งหน้าเค้ก) โดย เชฟเขมจิรา คำสุวรรณ จะมาสอนเทคนิคการแต่งหน้าเค้กสไตล์เกาหลี นำเสนอความงดงามของสีสันดอกไม้นานาชนิดบนหน้าเค้ก ใครอยากรู้เทคนิคการทำ ต้องไม่พลาด

ปิดท้ายด้วย 2 หลักสูตรครัวปฏิบัติการที่น่าสนใจอย่าง “สุดยอดน้ำยำทำอะไรก็อร่อย” หนึ่งในคอร์สเรียนทีเด็ดที่ใครหลายคนอยากรู้เคล็ดลับการทำให้อร่อยแซบเวอร์ พร้อมรังสรรค์เมนูเด็ดจากน้ำยำ อาทิเช่น ยำปลาดุกฟูทรงเครื่อง, ยำผักบุ้งกรอบ-ไข่ต้มยางมะตูม, และยำผลไม้กุ้งทอด สำหรับท่านที่อยากสัมผัสความอร่อย และเทคนิคการทำแบบง่ายๆ วันที่ 17 มกราคมนี้ เชฟสุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ หรือ เชฟน้อย อดีตหัวหน้าเชฟห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ สุดยอดเชฟอาหารไทย จะมาเปิดเผยสูตรเด็ดทุกขั้นตอน

อีกหนึ่งหลักสูตรที่น่าสนใจ ต้องพูดถึง “สปาเกตตีเลิฟเวอร์” ของ เชฟจารึก ศรีอรุณ (เชฟหน่อย) ที่จะมาสอนการทำเมนูสปาเกตตียอดนิยม อย่าง คาโบนาร่าครีมซอส, ซีฟู้ดไวท์ไวน์, ผัดปลาเค็ม, พาสต้าเส้นสดครีมซอสหมึกดำ พร้อมสอนการทำพาสต้าเส้นสด และครีมซอสหมึกดำ อีกด้วย วันที่ 24 มกราคม 2559 นี้ เชฟหน่อยจะมาปรุงให้ผู้เรียนทุกท่านได้ลองลิ้มชิมรสกัน หรือใครจะได้ไอเดียเด็ดไปเสริมเป็นเมนูขายสร้างรายได้-สร้างอาชีพ ก็ไม่ว่ากัน…

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียน หรือหลักสูตรอาหารอื่นๆ ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

30 ปีแห่งความอร่อยแบบดั้งเดิม ลองลิ้มชิมอาหารญี่ปุ่น ที่ “CHA CHA AN”

Published May 21, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

เปรี้ยวปาก

อนุภาค ชัยชนะดารา

30 ปีแห่งความอร่อยแบบดั้งเดิม ลองลิ้มชิมอาหารญี่ปุ่น ที่ “CHA CHA AN”

อาหารญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารยอดนิยมในยุคปัจจุบันสำหรับใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเมนูยอดนิยมอย่าง ซาซิมิ, อุด้ง, ซูชิ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถ้าให้พูดถึงร้านอาหารจากแดนอาทิตย์อุทัยขนานแท้!! ที่มีชื่อเสียงในด้านความอร่อยจนคนญี่ปุ่นยอมรับ และอยู่ในเมืองไทยมายาวนานกว่า 30 ปีแล้วนั้น ชื่อที่ผุดขึ้นมาอย่าง CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) ต้องเป็นหนึ่งในร้านที่อยู่ในใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน ด้วยคำบอกเล่าจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มาลิ้มลองแล้วพูดนิยมร้านแห่งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “อาหารที่นี่มีรสชาติความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม มากกว่าต้นตำรับเสียอีก”

CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) ชื่อร้านแปลความหมายตรงตัวว่า ศาลาเล็กๆ สำหรับนั่งดื่มชา ส่วนที่มาที่ไปของร้านเรานั้น เกิดขึ้นมาจากเดิมทีเดียวร้านแห่งนี้เปิดให้บริการความอร่อยอยู่ในย่านสยามสแควร์มายาวนานกว่า 20 ปีแล้ว ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ซอยเอกมัย 10 เมื่อช่วง 10 ปีหลังที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจริงๆ ก็อาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าเป็นลูกค้าขาประจำจะรู้ว่า สวรรค์ของคนชอบทานอาหารญี่ปุ่น อยู่ที่นี่นั่นเอง

คุณณัฐพร แสงจันทร์ (พี่แดง) เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) กล่าวว่า เมนูอาหารในร้านของเรานั้น จะเน้นอาหารญี่ปุ่นแบบโบราณ ใช้วัตถุดิบดั้งเดิมจากประเทศญี่ปุ่นเลย อย่างถ้าเป็นเมนู ปลาดิบ (ซาซิมิ) ร้านเราก็สั่งปลาทะเลสดๆ มาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรงเลย หรือพวกเครื่องปรุงต่างๆ ส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาส่วนหนึ่งเหมือนกัน ในส่วนของลูกค้าของร้านเราก็มีหลายระดับมากๆ ตั้งแต่ระดับ ซาโจ้ หรือ ฉะโจ (ประธานบริษัท-เจ้าของกิจการ) ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและในไทย ไปจนถึงพนักงานออฟฟิศทั่วไป หรือที่มาแบบเป็นครอบครัวก็มี แต่โดยส่วนใหญ่ลูกค้าของเราจะเป็นคนญี่ปุ่นเป็นหลัก

“เดิมทีเดียวพี่ได้มีโอกาสไปเรียนรู้วัฒนธรรม และเทคนิคการทำอาหารญี่ปุ่นมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่ง จึงทำให้ตัดสินใจที่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับความชอบของตัวเอง เพราะพี่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นมากๆ อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย จนมาลงตัวที่การทำร้านอาหารญี่ปุ่นนี่แหล่ะ ถือว่าตอบโจทย์ตัวเราเองพอสมควร โดยปกติสไตล์อาหารญี่ปุ่นที่พี่ชอบจะต้องมาแบบออริจินอลญี่ปุ่นจ๋าเลย อย่างเช่น น้ำซุป ก็จะต้องมีกลิ่นหอมมาจากวัตถุดิบสำคัญ อย่าง ปลาโอตากแห้ง (คัตสึโอะบุชิ) นำมาต้มและกรองไว้สำหรับทำเป็นน้ำซุปสต๊อกปลาโอ (ดาชิจิหรุ) เราก็จะได้น้ำซุปแบบญี่ปุ่นที่มีรสชาติกลมกล่อม แถมมีกลิ่นหอมของปลาแห้งเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย”

ในส่วนเมนูหลัก ที่นี่จะเน้นไปที่ ปลาดิบ (ซาซิมิ) และเนื้อวัววากิว เป็นหลัก อย่างถ้าเป็นปลาดิบเราจะมีให้เลือกมากมายหลายชนิด อาทิ เช่น ปลาทูน่า, ปลาซันมะ, ปลาโอ และเมนูปลาทะเลตามฤดูกาล อย่างตอนนี้เป็นฤดูกาลของ “ปลาซันมะ” เราก็จะนำปลาซันมะมาทำเป็นเมนูซาซิมิ และซูชิได้ ซึ่งถ้าเลยจาก 2 เดือนนี้ไปก็จะทำได้แค่ปลาแช่แข็งเพียงอย่างเดียว นำไปปรุงอาหารประเภทย่างหรือต้มเท่านั้นเอง ถือเป็นเมนูพิเศษของทางร้านที่เราภูมิใจนำเสนอจริงๆ เพราะหาทานได้ยาก หรือถ้ามีก็ราคาค่อนข้างแพงพอสมควรเลยทีเดียว

อีกหนึ่งเมนูไฮไลต์ประจำร้านแห่งนี้ก็คือ เมนูประเภทเนื้อวัววากิว ซึ่งทางร้านจะเน้นไปที่เนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัท ฟู้ดโปรเจ็ค (สยาม) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนในการจัดจำหน่าย อย่าง เนื้อฮิดะ และเนื้อฮากาตะ อย่างถ้าเป็นประเภทเนื้อฮากาตะจะมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีกลิ่นหอม และมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มเนียน ส่วนเนื้อฮิดะ ก็จะมีจุดเด่นที่ความนุ่มของเนื้อไม่แพ้กัน แถมยังมีเอกลักษณ์ความอร่อยเฉพาะตัวของเนื้อในแต่ละท้องถิ่นนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า เนื้อวัวพรีเมี่ยมทั้ง 2 ชนิดถือเป็นหนึ่งไฮไลต์ของร้านเรา ในเรื่องของคุณภาพของวัตถุดิบนั้นเกินราคาจริงๆ หากไม่ได้ทานถือว่ายังมาไม่ถึงร้านนี้อย่างแน่นอน

สำหรับเมนูเด็ดจากเนื้อวากิว ที่น่าสนใจของร้านก็คือ เนื้อวากิวฮากาตะสเต๊ก สเต๊กเนื้อวัวสุดนุ่ม รสชาติอร่อยตามแบบฉบับเนื้อพรีเมี่ยมระดับ 5 ดาว สำหรับจานอร่อยสุดพิเศษนี้ รังสรรค์จากสุดยอดเนื้อวัวฮากาตะจากดินแดนภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในเมืองไทยกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ชอบเนื้อวัวนุ่มลิ้นมีเอกลักษณ์ รสสัมผัสความอร่อยไม่เหมือนใคร ผสานกับความหอมกรุ่นของเนื้อเมื่อถูกย่างไฟ เวลาทานร้อนๆ ก็แทบจะละลายไปในปากเลยทีเดียว

อุด้งหน้าเนื้อวากิวฮิดะ อีกหนึ่งเมนูที่คุณต้องไม่พลาด เพราะเนื้อฮิดะ ถือเป็นหนึ่งในเนื้อวัวคุณภาพลำดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เพราะเมืองฮิดะที่เลี้ยงวัวชนิดนี้ อยู่ในหุบเขาที่มีระบบน้ำและบรรยากาศที่ดีมาก ทำให้รสชาติของเนื้อวัวที่ออกมามีความหวานนุ่มแบบลงตัว ทานแล้วแทบจะละลายในปากกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ จุดเด่นที่สำคัญอีกหนึ่งอย่าง ก็คือ น้ำซุปรสกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่เข้ากันอย่างลงตัว สำหรับคนที่อยากลองทานเมนูง่ายๆ และลองสัมผัสเนื้อวัวรสชาติเยี่ยมสักครั้ง จานนี้น่าจะตอบโจทย์ความอร่อยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ต่อด้วยเมนู ข้าวหน้าเนื้อวากิวฮิดะ จานอร่อยสำหรับคนที่ชอบทานเนื้อ ปรุงรสชาติน้ำซอสราดอย่างพิถีพิถันตามแบบฉบับของร้าน ที่ให้กลิ่นหอมละมุน รสชาติหวานกลมกล่อมอย่างลงตัว พอจับคู่กับเนื้อวัวฮิดะคุณภาพเยี่ยม สำหรับคนชอบทานเนื้อ นี่คือความอร่อยอย่างลงตัวที่หากคุณมีโอกาส ต้องลองชิมสักครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง ซาซิมิโมริ (ปลาดิบแบบดั้งเดิม) ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของวัตถุดิบชั้นเลิศจากท้องทะเล อย่าง โอโทโร่, ชิมาอาจิ, อากามิ, ฮามาจิ, แซลมอน และ นามาคากิ (หอยนางรมสดญี่ปุ่น) ซึ่งถือเป็นพระเอกของจานนี้ เพราะหอยนางรมญี่ปุ่นจะมีความมันและรสชาติที่หวานโดยธรรมชาติ ก็เพราะน้ำทะเลที่ญี่ปุ่นมีความสะอาด และมีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์นั่นเอง ส่วนเอกลักษณ์ของเมนูซาซิมิแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมนั้น ให้สังเกตวิธีการแล่ชิ้นปลาที่ต้องมีขนาดใหญ่ เมื่อทานแล้วก็ให้ความรู้สึกเต็มปากเต็มคำ เพื่อให้ลิ้นของเราสามารถรับรสสัมผัสความอร่อยได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

เมนูต่อมา โอมากาเสะ สำหรับอาหารในชุดนี้ จะมีออร์เดิร์ฟที่น่าสนใจอย่างอะโวกาโด และเมนไทโกะ ที่ครีเอตรูปแบบออกมาอย่างเก๋ไก๋เป็นรูปแตงโมญี่ปุ่นผ่าซีก, คาโมโรซึ (เป็ดตุ๋น), ถั่วญี่ปุ่น, กุ้ง, คานิสลัด หรือ สลัดปูอัด, ซาซิมิ (ปลาดิบ) ที่ประกอบด้วย ชูโทโร่, ชิมาอิ และแซลมอน ที่สดใหม่และส่งตรงความอร่อยมาจากญี่ปุ่น เทมปุระกุ้ง, เทมปุระปลา และผักเทมปุระ ซึ่งที่นี่มีเอกลักษณ์ตรงที่จะใส่อัลมอนด์สไลซ์ลงไปในแป้งเทมปุระด้วย เวลาทานก็จะได้ความกรุบกรอบอร่อยไม่เหมือนใคร, ปลาจินดาระย่าง (ปลาหิมะญี่ปุ่น) หมักซอสมิโซะญี่ปุ่น รสชาติอร่อยแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ก้ามปูทาราบะย่าง ก้ามปูเนื้อนุ่มเต็มคำ นำเข้าจากญี่ปุ่น ที่มีกลิ่นหอมชวนหิวอยู่ไม่น้อย

นอกจากนี้ยังมีเมนูเบสิกแสนอร่อย อย่าง ซูชิปลากะพงญี่ปุ่น, อากามิ, ปลาทูน่า และปลาไหล ก่อนจะปิดท้ายด้วย ซุปมิโซะญี่ปุ่น ถือเป็นชุดอาหารสุดพิเศษสำหรับต้อนรับแขกคนสำคัญของเรา และอาหารตามฤดูกาลที่คัดสรรความอร่อยมาให้ได้ลิ้มลองอย่างลงตัว

“อยากเชิญชวนให้ลองมาทานอาหารที่ร้านของเราดูสักครั้ง เรานำเข้าวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นมาคอยให้บริการทุกท่าน เพราะอยากให้ทุกท่านได้ทานอาหารที่มีคุณภาพที่ดีเทียบเท่ากับที่ญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ต้องเดินทางไปถึงที่โน่น ก็สามารถสัมผัสกลิ่นอายความอร่อยจากแดนอาทิตย์อุทัยได้ แถมคุณภาพของอาหารที่ร้าน ถือว่าเกินราคาจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ อยากชวนให้ทุกท่านได้มาลิ้มลองอาหารที่ร้านของเราค่ะ” คุณแดง กล่าวเชิญชวนทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่จะมาทานอาหารที่ร้านแห่งนี้ ก็มาได้ไม่ยาก ร้าน CHA CHA AN (ชะ ชะ อัน) เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. ร้านตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 10 ตรงข้ามแยก 2 มีที่จอดรถไว้ให้บริการในร้านอย่างสะดวก หรือถ้ามาไม่ถูกจริงๆ ก็สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ (02) 391-2491

เปิดตำรา 7 หลักสูตรใหม่อินเทรนด์ เรียนทำอาหาร-เบเกอรี่ กับเชฟดัง-ร้านเด่น ที่ มติชน อคาเดมี

Published April 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดตำรา 7 หลักสูตรใหม่อินเทรนด์ เรียนทำอาหาร-เบเกอรี่ กับเชฟดัง-ร้านเด่น ที่ มติชน อคาเดมี

ย่างเข้าสู่ 2 เดือนสุดท้ายของปี 2558 แล้ว ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ยังคงมีหลักสูตรใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาเสิร์ฟให้กับทุกท่านอีกเช่นเคย พร้อมเชิญเชฟระดับโรงแรม และร้านเด่น-คนดัง มาสอนทำอาหาร พร้อมเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการทำทุกขั้นตอนแบบไม่มีกั๊ก แถมแนะนำการทำการตลาดทางด้านอาหารแบบมืออาชีพอย่างจุใจอีกด้วยครับ

เริ่มต้นกันด้วย คอร์สสูตรเด็ด-ร้านดัง ที่กลับมาปลุกกระแสความอร่อยให้หายคิดถึงกันอีกรอบอย่าง “คาวบอยคาเฟ่ 2” ครั้งนี้ได้ เชฟปอพิชญ์ ใจชาญสุขกิจ (เชฟเอ๊ะ) แห่งร้านคาวบอยคาเฟ่ จังหวัดราชบุรี พร้อมแล้วที่จะมาเปิดสูตรเด็ด-เคล็ดลับ กับ 4 เมนูอร่อยประจำร้านที่แฟนพันธุ์แท้ขาประจำ ต้องสั่งมาเสิร์ฟที่โต๊ะอยู่ร่ำไป อย่าง ไก่ทอดคาวบอย, หมูผัดพริกไทยดำ, กุ้งทอดครีมซอสมะนาว, หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊วญี่ปุ่น และต้มซุปเปอร์ขาไก่ ใครอยากรู้ว่า ซิกเนเจอร์หลักของร้านคาวบอยคาเฟ่ เขาปรุงกันอย่างไร? อร่อยเด็ดแค่ไหน? เทคนิค-เคล็ดลับจากเชฟเอ๊ะมีอะไรบ้าง? ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ มีคำตอบแน่นอน!!!

ส่วนใครที่อยากรู้เคล็ดลับการทำอาหารอีสานแสนอร่อย ต้องไม่พลาดหลักสูตรครัวสาธิต “แหนมตุ้ม-หม่ำเนื้อ” ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของเมนู แหนมตุ้มจิ๋ว และหม่ำเนื้อ สำหรับท่านที่อยากชิมอาหารอีสานสูตรประยุกต์ เพื่อการค้า ก็เตรียมตัวพร้อมใน วันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ โดย อาจารย์จุไร นิ่มอุดม ผู้มีฝีไม้ลายมือในการรังสรรค์อาหารจานอร่อย ที่สร้างชื่อกับหลักสูตร “ไส้อั่ว-ไส้กรอกอีสาน” จะมาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับทุกขั้นตอนให้กับผู้เรียน ส่วนใครจะมีไอเดียเด็ดไปเสริมเป็นเมนูขายสร้างรายได้-สร้างอาชีพ ก็ไม่ว่ากัน…

ตามมาด้วยคอร์สครัวสาธิต ราดหน้าขั้นเทพ ซอสผัดขี้เมา สำหรับใครหลายคนที่อยากรู้เคล็ดลับการทำเมนู “ราดหน้า” ให้อร่อยขั้นเทพกับ เชฟบุ๊ค-บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต เจ้าของราดหน้าชื่อดัง แห่งย่านงามวงศ์วาน สูตรเด็ดจากอดีตร้านดังเก่าแก่ที่เลื่องลือ ครั้งนี้พร้อมแล้วที่จะเปิดเผยทีเด็ดความอร่อยของ ซอสผัดขี้เมา กับ 4 เมนู อย่าง ราดหน้าผัดกะเพรา, ราดหน้าผัดฉ่าปลาอินทรี, สปาเกตตีขี้เมา, เส้นใหญ่ผัดขี้เมา สำหรับท่านที่อยากชิมรสอาหาร หรืออยากได้สูตรเด็ดไปทำกิน-ทำขาย เดือนพฤศจิกายนนี้เจอกันแน่นอน

สำหรับคนที่หลงใหลใน “อาหารคลีน” ก็ต้องไม่พลาด เพราะมติชน อคาเดมี ได้คัดสรรหลักสูตรน่าเรียนมาให้ทุกท่านได้เลือกสรรกันอีกถึง 2 หลักสูตรเลยทีเดียว สำหรับคนที่หลงใหลในความอร่อยเด็ดแถมอินเทรนด์ ต้องไม่พลาดหลักสูตร “เปาะเปี๊ยะสไตล์เวียดนาม” นำเสนอเมนูอาหารเวียดนามสุดคลีนอย่าง “เปาะเปี๊ยะ” ที่มีถึง 4 เมนู ได้แก่ เปาะเปี๊ยะปลา, เปาะเปี๊ยะสด, เปาะเปี๊ยะทอด และ ข้าวเกรียบปากหม้อเวียดนาม ที่กำลังได้รับความนิยมและกระแสในกลุ่มคนรับประทานอาหารคลีนในปัจจุบัน ทุกเทคนิค ทุกขั้นตอน สอนโดย อาจารย์ทัตดารา กาญจนกุญชร (อาจารย์แอม) อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเวียดนาม พบกัน วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ อาจารย์แอมฝากบอกว่า จัดเต็มทุกขั้นตอน…ตั้งแต่ต้นจนจบชั่วโมงเรียนเลยทีเดียว!!

ปิดท้ายกันที่คอร์สเรียนเบเกอรี่สุดครีเอต ก็ต้องพูดถึงหลักสูตรอย่าง “เบเกอรี่คลีน” ที่ได้เชฟสาวสุดสวยมากฝีมือ แห่งร้าน NattyCake? อย่าง เชฟนภาวดี พยัคฆโส (เชฟแนทตี้) ที่จะมาเปิดเผยเทคนิคการทำสุดยอดเบเกอรี่ ที่กลายมาเป็นอาหารคลีนสุดสร้างสรรค์ 4 เมนูอย่าง บราวนี่อะโวกาโด, แอปเปิ้ลครัมเบิ้ลพาย, ซอฟต์คุกกี้ช็อกโกแลตชิพ และ เมล็ดเจียน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน ปลุกกระแสอาหารคลีนที่ฮิตมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังคงแรงมาจนถึงปีนี้ โดยเชฟแนทตี้จะมาสอนวิธีการทำทุกขั้นตอน สอนกันตั้งแต่พื้นฐานการทำเบเกอรี่ ไปจนถึงการเลือกวัตถุดิบ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเสริมเทคนิค-เคล็ด (ไม่) ลับในการทำอาหารแบบคลีนๆ ที่ท่านควรรู้ พร้อมแนะแนวทางการทำขายให้อีกด้วย เปิดตำราพร้อมกัน วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้

นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่น่าสนใจอย่าง หลักสูตร สูตรเด็ด-ร้านดัง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เจ๊เกลียว แห่งย่านวัดตรีทศเทพ กรุงเทพฯ ที่จะมาเปิดเผยเทคนิคการทำลูกชิ้นปลาแสนอร่อย พร้อมเทคนิคการขาย ในวันที่ 15 พฤศจิกายน และหลักสูตรครัวสาธิต ซาลาเปาออมทรัพย์ สุดยอดซาลาเปาแสนอร่อยร้านดังจากหาดใหญ่ สงขลา ที่มาสอนเทคนิคการทำ ซาลาเปาสูตรนิ่มไส้หมูสับ, หมูแดง, ไส้ครีม พร้อมแถมสูตรการทำ “ขนมจีบหมู” โดยเจ้าของร้านตัวจริง อาจารย์ศุภชัย สากำสด ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้อีกด้วย ใครอยากได้สูตรเด็ด-เคล็ดลับ หรืออยากจะมาเรียนนำไปทำกิน-ทำขาย ก็รีบจับจองคอร์สเรียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป…พลาดครั้งนี้ไป รอเจอกันอีกทีปีหน้าเลยครับ

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

%d bloggers like this: