ส่องภูพาน น้าชาย ‘ชมพู่’ ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องภูพาน น้าชาย ‘ชมพู่’ ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก14 กรกฎาคม 2563 – 18:22 น.

ก่อนคดีน้องชมพู่ “บ้านกกกอก” มีชื่อเสียงผ่านสื่อดิจิตอล จากชายหนุ่มชื่อ “แต” เจ้าของฟาร์มหนูนาVIP

++
    ”ตั้งใจทำงาน คนอื่นคิดยังไง ก็แล้วแต่เขา”
    สเตตัสล่าสุดบนเฟซบุ๊ค นรินทร์ หลาบโพธิ์ ตัวละครที่ถูกตราหน้าว่าเป็นสายโน้น สายนี้ ในคดีดัง “น้องชมพู่” เสียชีวิตปริศนา  
    

นรินทร์ เป็นบุตรชายชาน หลาบโพธิ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และเป็นน้องชายสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่

หลายปีมาแล้ว นรินทร์ เรียนจบด้านการผลิตสื่อโทรทัศน์ จึงตั้ง ”ไตรลักษณ์โปรดักชั่น” รับจ้างการทำทีวี บันทึกการแสดง เป็นอาชีพหลัก

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                     นรินทร์ หลาบโพธิ์ สมัยทำไตรลักษณ์โปรโมชั่น       ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

    ต่อมา “แต” นรินทร์ ได้เปิดแฟนเพจนรินทร์ฟาร์มภูพาน ดำเนินวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกข่าแดงแบบอินทรีย์ เลี้ยงด้วงมะพร้าว ปลูกหญ้าหวานอิสราเอล ที่บ้านกกกอก ม.2 ต.กก  ตูม   อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร 
  

 ด้วยความที่เป็นคนมีฝีมือด้านการผลิตสื่อทีวี เขาจึงทำคลิปเกี่ยวกับการทำเกษตรพอเพียง ออกทางช่องยูทูบ ในนามฟาร์มVIP 

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                                เบื้องหลังช่องยูทูบ หนูนาVIP

++
เลี้ยงหนูพุก
++
    3-4 ปีมานี้ “แต” หันมาเลี้ยงหนูพุก จึงเปลี่ยนชื่อช่องยูทูบชื่อ ฟาร์มหนูนา VIP
    “ผมชื่อนายนรินทร์ หลาบโพธิ์ อาชีพหลักเปิดร้านถ่ายทำรายการทีวี ผมเป็นคนชอบทำเกษตรที่บ้านมีฟาร์มเล็กๆอยู่ที่มุกดาหารชื่อ นรินทร์ฟาร์มภูพาน และก็มีฟาร์มหนูนาอยู่ที่บ้านกกกอก  ตำบลกกตูม  อำเภอดงหลวง  จังหวัดมุกดาหาร ชื่อหนูนาฟาร์มVIP”  

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                                 เดินสายสอนการผลิตสื่อ
  

 โปรไฟล์ของ “แต” ที่แนะนำไว้ในช่องยูทูบ ซึ่งตอนนี้ มีคนติดตามแล้วกว่า 7 หมื่นคน 
    จุดขายของคลิปแนะนำการเลี้ยงหนูพุกนั้น อยู่ที่ภาพประกอบเป็นวิวทิวทัศน์ละแวกบ้านกกกอก ที่มีภูเขารายล้อม ทั้งภูหลวง และภูผาแอก
    หนุ่มภูไทคนนี้ ออกเสียงสำเนียงลาวเพื่อการสื่อสาร แต่เขาก็ไม่ทิ้งการอธิบายความเรื่องรอบตัว
    “แต” มีรายได้จากการขายหนูพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และ “หนูเนื้อ” หมายถึงเนื้อหนูชำแหละ จากฟาร์มหนูนา VIP

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                                   สินค้าหนูเนื้อ จากบ้านกกกอก
  

 ทั่วทั้งหมู่บ้านกกกอก มีฟาร์มหนูพุกอยู่หลายราย และคนทั่วอีสาน เริ่มรู้จักบ้านกกกอก ชุมชนภูไท จากช่องยูทูบ และแฟนเพจเฟซบุ๊ค
  

 ช่วงที่มีคดีของหลานชมพู่ แตให้สัมภาษณ์สื่ออยู่หลายครั้ง และตกเป็นข่าวเองด้วย
    “ผมขอยืนยันว่า ผมไม่ได้อยู่ทีมใคร ผมไม่มีทีมอยู่แล้ว เมื่อคดีจบ สุดท้ายผมก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ต่อไป สื่อทีวีก็ต้องกลับ เหลือแต่ชาวบ้านกกกอก” 

ยึดเชียงราย ก้าวหน้าอย่าฝัน ถาม”ยุทธ”ก่อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ยึดเชียงราย ก้าวหน้าอย่าฝัน ถาม”ยุทธ”ก่อน

ยึดเชียงราย ก้าวหน้าอย่าฝัน ถาม"ยุทธ"ก่อน14 กรกฎาคม 2563 – 14:55 น.

“ยงยุทธ ติยะไพรัช” ซุ่มเงียบตั้ง “กลุ่มพลเมืองร่วมใจ” ครบ 1 ปี ปั้นแบรนด์คนรุ่นใหม่ ชิงตลาดธนาธร-ปิยบุตร 

++
เชียงราย เป็นจังหวัดสุดท้ายของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่เดินสายทัวร์ภาคเหนือ เพื่อเป้าหมายสู่การเลือกตั้งท้องถิ่น 
 

วันที่ 14 ก.ค.2563 คณะก้าวหน้า เชียงราย ได้จัดโครงการ Common School On Tour  โดยปิยบุตร บรรยายในหัวข้อ “ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ทวงคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น” 

อ่านข่าว…   “คณะก้าวหน้า” ลุยเชียงราย – จัดเต็ม “Common School On Tour “
 

ยึดเชียงราย ก้าวหน้าอย่าฝัน ถาม"ยุทธ"ก่อน

ครบ 1 ปี กลุ่มพลเมืองร่วมใจ

นอกจากนั้น ปิยบุตร ยังยืนยันว่า คณะก้าวหน้า จะส่งผู้สมัครในทุกระดับจำนวน 4,000 แห่ง แต่ขณะนี้มีเพียงผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน 17 แห่งเท่านั้น ที่ทางคณะก้าวหน้าประกาศส่งอย่างเป็นทางการติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official


++
ยงยุทธขยับ
++
สนามเลือกตั้งเชียงราย ปี 2562 สร้างความหวั่นไหวให้กับเจ้าพ่อเชียงราย อย่าง “ยงยุทธ ติยะไพรัช” เป็นอย่างมาก
 

พรรคก้าวไกล (อนาคตใหม่เดิม” ได้ 2 เก้าอี้ ส.ส.เชียงรายคือ เขต 1 นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ อดีตแพทย์ประจำสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด และเขต 6 พีรเดช คำสมุทร นักธุรกิจโรงแรมใน อ.แม่สาย
 

นับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา เครือข่ายของทักษิณ ยึดครองเชียงรายทั้งจังหวัดมาตลอด ยกเว้นปี 2562
 

ปรากฏการณ์ “หมอเอก” จุดกระแสคลื่นลูกใหม่ในเชียงราย “ยงยุทธ”  และลูกชาย “มิตติ ติยะไพรัช” จึงได้จัดตั้ง “กลุ่มพลเมืองร่วมใจ” เดินสายให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยในแถบภาคเหนือตอนบน

ยึดเชียงราย ก้าวหน้าอย่าฝัน ถาม"ยุทธ"ก่อน

“มิตติ ติยะไพรัช” กำลังหลัก

จุดขายของยงยุทธคือ “เสี่ยฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานกลุ่มพลเมืองร่วมใจ เนื่องจากเสี่ยฮั่น เป็นคนหนุ่มผู้สร้างสโมสรสิงห์ เชียงราย ทีมลูกหนังภาคเหนือประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรก กลายเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่
 

ช่วงปลายปี 2561 ยงยุทธ ผลักดันให้ลูกชาย-มิตติ เป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ แต่พรรคถูกยุบ แต่ตัวเขาเองก็ปั้นพรรคเพื่อชาติ ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง
 

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 กลุ่มพลเมืองร่วมใจ ได้เคลื่อนไหวมาครบรอบ 1 ปี และมีกิจกรรมใน จ.เชียงราย มากขึ้น 

ยึดเชียงราย ก้าวหน้าอย่าฝัน ถาม"ยุทธ"ก่อน

++
ยึดท้องถิ่น
++
ยงยุทธ ผลักดันให้ “สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” เป็นนายก อบจ.เชียงราย แต่เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง ชนะเลือกตั้ง กลับไม่ได้นั่งเก้าอี้นายก อบจ.
 

เที่ยวนี้ ยงยุทธ หนุน “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลูกสะใภ้ของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนายก อบจ.เชียงราย โดยกรุยทางหาเสียงล่วงหน้า ในตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 
 

กลุ่มพลเมืองร่วมใจ เหมือนกลยุทธ์ 2 ขา ในสนามท้องถิ่นเชียงราย 
 

ลึกๆ ยงยุทธ จำเป็นต้องจับตลาดคนรุ่นใหม่ อาศัยลูกชาย “เสี่ยฮั่น” เป็นผู้นำพลเมืองร่วมใจ ไม่มีพรรค แต่มีพวก

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย “ปิตุเตชะ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย “ปิตุเตชะ”

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย "ปิตุเตชะ"14 กรกฎาคม 2563 – 11:50 น.

เขย่าท้องถิ่นระยอง เพื่อนรัก “เจ๊หน่อย” จัดทีมสู้ตระกูล “ปิตุเตชะ”  ประกาศระยองต้องดีกว่าได้  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กรณี “ทหารอียิปต์” เดินทางเข้า-ออกไทยตามเงื่อนไขพิเศษติดเชื้อไวรัสมรณะ ทำเอาเมืองระยองลุกเป็นไฟ
 

ร้อนถึง สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ต้องลงพื้นที่เสี่ยง 3 จุด คือ ห้างแหลมทอง ห้างเซ็นทรัล และโรงแรมดีวารี พร้อมกับชุดปฏิบัติการกรมควบคุมโรค 
 

จริงๆแล้ว “หมอตี๋” เพิ่งแฮปปี้กับการประชุมเคลียร์ใจภายในพรรคประชาธิปัตย์ ที่เกาะเสม็ด เมื่อวันที่ 10 – 12 ก.ค.2563 แต่เจอโควิดสายพันธุ์อภิสิทธิ์ชน ทำเอาป่วนไปทั้งรัฐบาล

อ่านข่าว…   รมช.สาธิต ลุยตรวจ 1 โรงแรม 2 ห้าง กลางเมือง ย้ำระยองต้องปลอดภัย

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย "ปิตุเตชะ"

“ปิยะ ปิตุเตชะ” นายก อบจ.ระยอง

++
ป้องกันแชมป์
++ 
ตระกูล “ปิตุเตชะ” ผงาดคุมพื้นที่ระยอง หลังจากสิ้นบารมี “เสริมศักดิ์ การุญ” อดีต ส.ส.ระยอง 7 สมัย ในหลายสีเสื้อพรรค
 

ทายาทกำนันสาคร ปิตุเตชะ แห่ง ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ที่มีตำแหน่งทางการเมืองในวันนี้ ประกอบด้วย “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง, “ส.จ.เปี๊ยก” เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสภา อบจ. ระยอง , “เสี่ยทุ่น” ธารา ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง เขต 3  และ  “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ
 

“ปิยะ” เป็นพี่ใหญ่ของตระกูล “ปิตุเตชะ” แห่ง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ลงเล่นการเมืองระดับชาติตั้งแต่ปี 2538 เป็น ส.ส.ระยอง 3 สมัย(ชาติพัฒนา 2 สมัยและชาติไทย 1 สมัย) 
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย "ปิตุเตชะ"

“หมอตี๋” กำลังหลักของตระกูล “ปิตุเตชะ”

หลังปี 2548 ปิยะหันมาเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็นนายก อบจ.ระยอง มา 2 สมัยแล้ว  
 

ปี 2554  เลือกตั้งนายก อบจ.ระยอง ปิยะ ปิตุเตชะ โกยแต้มหลักแสน ชนะขาด พ.ต.อ.พณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช 
 

สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ระยอง ครั้งใหม่นี้ “นายกช้าง” เจอของจริง เมื่อคณะก้าวหน้า จัดทีมลงท้องถิ่นแบบเต็มรูป
 

การเมืองเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน  “ปิตุเตชะ” ถูกท้าพิสูจน์จากคลื่นคนรุ่นใหม่ระยองฮิ

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย "ปิตุเตชะ"

สว่างจิตต์และสามี ในงานแซยิด “เสี่ยจิ้น”
++
เพื่อนเสี่ยจิ้น
++
สำหรับ “ติ๋ว” สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ระยอง ในนามคณะก้าวหน้านั้น เป็นเจ้าของธุรกิจโฮมสเตย์เพื่อชุมชน จากหมู่บ้านชุมชนประมงพื้นบ้านเล็กๆ วันนี้ “ขาหย่างโฮมสเตย์” มีชื่อเสียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวติด 1ใน 10 ของที่ท่องเที่ยวของจันทบุรี 
 

ปลายปีที่แล้ว “สว่างจิตต์” จับมือกับกลุ่มคนรุ่นใหม่เมืองระยอง ในนามทีมระยองดีกว่านี้ได้ เสนอตัวให้พรรคอนาคตใหม่(เดิม) คัดเลือกลงสมัครนายก อบจ.ระยอง ซึ่งภายหลัง ไร้คู่แข่งขันในจังหวัด


“ติ๋ว” สว่างจิตต์ เชื่อว่า จ.ระยอง คือ เป็นเมืองแห่งโอกาส การลงทุน และมีภูมิศาสตร์ที่ดี ป่า เขา ทะเล เกาะน่าเที่ยว แต่วันนี้ เปลี่ยนไป มีปัญหาทั้งมลพิษ รถติด ขยะ ขาดแคลนน้ำ จึงต้องมีทีมระยองดีกว่านี้ได้ เพื่อเปลี่ยนระยอง
 

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย "ปิตุเตชะ"

“คุณหญิงหน่อย” รับปากว่าจะไปหาเสียงช่วย

ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก Sawangjit Na Ban Rai ของสว่างจิตต์ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2563 เธอกับสามี(สุธี) ได้ไปร่วมงานแซยิด “เสี่ยจิ้น” สมยศ ลีลาปัญญาเลิศ สามีสุดที่รักของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งในงานนั้น เต็มไปด้วยเพื่อนๆใน ชมรมนักเรียนเก่าบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุ่นที่ 6
 

“งานแซยิดคุณสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ เพื่อนๆ สนุกสนานกันเองมาก ขอบคุณคุณหญิงบอกว่า จะมาช่วยหาเสียง เลยกระซิบว่าถ้าแม่หน่อยงานยุ่ง ส่งน้องจินนี่มาช่วยก็ได้ค่ะ”
 

จากโพสต์นี้ ทำให้คนระยองฮือฮากันมาก เพราะไม่ค่อยมีใครทราบมาก่อนว่า ครอบครัวสว่างจิตต์ กับครอบครัว “คุณหญิงหน่อย” สนิทสนมกันมาก
 

บอกแล้วว่า ศึก อบจ.ระยองหนนี้ ตระกูล “ปิตุเตชะ” เจอของแข็ง

ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย "ปิตุเตชะ"

ชำแหละช่องโหว่ มาตรการคัดกรองบุคคลสำคัญโดยเฉพาะ VIP #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชำแหละช่องโหว่ มาตรการคัดกรองบุคคลสำคัญโดยเฉพาะ VIP

ชำแหละช่องโหว่ มาตรการคัดกรองบุคคลสำคัญโดยเฉพาะ VIP14 กรกฎาคม 2563 – 11:10 น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ชำแหละ 5 ช่องโหว่ มาตรการคัดกรองบุคคลสำคัญโดยเฉพาะ VIP ซัดกรณีทหารอียิปต์ละเมิดข้อบังคับถือเป็นความหละหลวมอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญงานด้านความมั่นคง ชำแหละ 5 ช่องโหว่มาตรการคัดกรองบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะคณะทูตที่เป็นบุคคล VIP ชี้ยังมีจุดเสี่ยงแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกอย่างน้อย 5 จุด โดยเฉพาะสต๊าฟที่พักนอกสถานทูต ขณะที่กรณีทหารอียิปต์ถือเป็นความหละหลวมมาก

ผู้เชี่ยวชาญงานด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานด้านการข่าว เปิดเผยกับ “เนชั่นทีวี” ถึงความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากบุคคลในคณะทูตต่างประเทศ และหน่วยงานรัฐต่างประเทศ กรณีครอบครัวทูตซูดาน และทหารอียิปต์ว่า หลังจากมีข่าวนี้ ได้มีการประเมินช่องโหว่ของมาตรการตามคำสั่งของ ศบค. ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย พบข้อสังเกตเบื้องต้น 5 ประการ กล่าวคือติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

1. “คณะทูต” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของประเทศต่างๆ ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงบุคคลในครอบครัวและผู้ติดตามของเจ้าหน้าที่ทูตเหล่านั้นด้วย รวมถึงทูตทหาร (3 เหล่าทัพ) ทูตพาณิชย์ รวมครอบครัวและผู้ติดตามด้วย

2. ความเข้าใจว่าบรรดาเจ้าหน้าที่การทูตพำนักอยู่ในอาณาบริเวณของสถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศนั้นเป็นความเข้าใจผิด เพราะมีเจ้าหน้าที่ทูตทุกประเภทพักอาศัยนอกสถานทูต โดยเช่าบ้าน เช่าคอนโดมีเนียม หรือแม้กระทั่งเช่าอาคารขนาดใหญ่เป็นสถานที่ทำงานแทนสถานทูต โดยเฉพาะคอนโดหรู ถือเป็นที่นิยมมาก

3. กรณีการติดโควิด-19 ของครอบครัวคณะทูต เป็นภาพสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตเหล่านี้น่าจะใช้ชีวิตเสรีมานานพอสมควรแล้ว และอาจมีรายอื่นติดเชื้อโดยยังตรวจไม่พบเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญครอบครัวทูต และผู้ติดตาม เช่น แม่ครัว แม่บ้าน ก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนไทย ไปโรงเรียน ไปห้าง ไปร้านอาหาร ไปดูหนัง ฟังคอนเสิร์ต เหมือนคนไทยทุกอย่าง แม่ครัวก็ไปจับจ่ายใช้สอยซื้อของตามตลาดสด และห้างสรรพสินค้า จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก 

4. ยังมีคนไทยที่ทำงานในสถานทูตแต่ละประเทศ ที่เรียกว่า local staff ซึ่งคนเหล่านี้พักอยู่นอกสถานทูต เพราะเป็นคนในประเทศไทย มีครอบครัว มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ถ้าคนในสถานทูตใดสถานทูตหนึ่งติดเชื้อ บรรดา local staff อาจเป็นคนนำเชื้อมาแพร่ให้กับคนไทยได้เช่นกัน 

5. กรณีทหารอียิปต์จำนวนมากเดินทางเข้าประเทศไทย และละเมิดข้อบังคับของ ศบค. สันนิษฐานว่าทหารกลุ่มนี้น่าจะมีภารกิจอื่นในต่างประเทศ โดยใช้ไทยเป็นเพียงที่พัก และมีการทำเรื่องขอเข้าพำนักเข้ามา ในลักษณะแวะพัก แต่การเฝ้าระวังมีความหละหลวมมาก 

ทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตบางส่วนที่จะนำเข้าหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เพื่อยกระดับมาตรการและปิดช่องโหว่ต่อไป โดยอาจมีการปรับปรุงมาตรการตามข้อบังคับของ ศบค.ใหม่ โดยเฉพาะนิยามของบุคคล VIP ที่ได้รับอนุญาต ต้องเฉพาะเจาะจงมากกว่าปัจจุบัน 

ขอบคุณ กองบรรณาธิการ เนชั่นทีวี

ต่างชาติมาแล้ว…ไวรัสโควิด-19 ก็มา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ต่างชาติมาแล้ว…ไวรัสโควิด-19 ก็มา 

ต่างชาติมาแล้ว...ไวรัสโควิด-19 ก็มา 14 กรกฎาคม 2563 – 10:00 น.

ต่างชาติมาแล้ว…ไวรัสโควิด-19 ก็มา  โดย…   ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์

ในช่วง 48 วันที่ผ่านมา คนไทยมีความสุขและความภาคภูมิใจว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีมาตรการที่ดีและเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึงแม้ว่าคนภายในประเทศอาจจะมีการ์ดตกไปบ้าง ซึ่งก็เกิดจากความมั่นใจในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ในใจลึก ๆ ของผู้คนยังคงผวากับนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะอนุญาติให้คนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ รวมถึงการกังวลในข่าวรายวันเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นพาหะ นำเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาด้วยหรือไม่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อ่านข่าว… ระยองวุ่นพบ “ทหารอียิปต์” ติดเชื้อโควิด เข้าพักโรงแรม เดินเที่ยวห้าง


ในที่สุดวันที่ 49 ที่ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ ก็มาพร้อมกับข่าวร้ายจากการพบ ผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 3 ราย โดยรายที่สำคัญที่สุดคือชายสัญชาติอียิปต์ที่เป็นทหารและสามารถเข้าประเทศไทยโดยไม่จำเป็นต้องกักตัว 14 วัน ที่ยกเว้นให้คน 11 กลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ และเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะที่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจ และมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การไม่ต้องกักตัว 14 วัน ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไปไหนก็ได้ ซึ่งในกรณีทหารอียิปต์กลับมีข่าวว่า ได้มีการออกจากที่พักในจังหวัดระยองไปเดินเล่นตามห้าง ซึ่งเมื่อผลตรวจออกมาว่าทหารอียิปต์ผู้นี้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความวุ่นวายทั้งเมืองระยอง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งปิดบางชั้นของโรงแรมที่พักที่ทหารอียิปต์เข้าพัก การกักตัวพนักงานเสิร์ฟอาหาร และการสั่งปิดสถานศึกษาในเขตเทศบาลเมืองระยอง (หวังว่าคงไม่ต้องถึงกับปิดจังหวัดนะ) 


อย่างไรก็ตามเราจะวุ่นวายไปทั่วประเทศแน่ หากประมาณ 14 วันนับจากนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ ซึ่งหมายถึงความพยายามและความร่วมมือของคนไทยที่ผ่านมาเดือนกว่าจะสูญเปล่าทันที่ และเราอาจต้องไปเริ่มต้นใหม่ในภาวะที่ย่ำแย่กว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ต้องพยายามหาแพะว่าเกิดจากการหละหลวมของเจ้าหน้าที่ภาครัฐบางคนหรือเกิดจากความประมาทของโรงแรมหรือห้างสรรพสินค้า เนื่องจากผู้ที่ต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ คือ ศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 (ศบค.) และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่ดันมีนโยบายยกเว้นให้กลุ่มพิเศษ แบบที่สังคมกำลังประชดประชันว่า “พวก VIP” ที่ได้รับอนุญาติให้เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องทำการกักตัว 14 วัน ในขณะที่ “พลเมืองไทย แท้ ๆ” ต้องกระทำ


นอกเหนือจากนั้นแล้ว รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็มีอีก 3 โครงการที่จะเปิดให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศได้ คือโครงการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในไทย (ที่ไม่ใช่โรคโควิด-19) และต้องถูกกักตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 14 วัน ก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ (Medical and Wellness Program) ซึ่งโครงการนี้ สถานพยาบาลน่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด ถัดมาคือโครงการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาเพื่อรักษาพยาบาล (ที่ไม่ใช่โรคโควิด-19) และต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ก่อนอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวในไทยได้ (โครงการท่องเที่ยวสุขภาพดีวิถีใหม่) ซึ่งโครงการนี้อาจจะมีเม็ดเงินหล่นเข้าธุรกิจท่องเที่ยวบ้าง แต่คาดว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่คงอยู่แถวสถานพยาบาลและสถานเสริมความงามมากกว่า ในขณะที่โครงการทราเวลบับเบิล (Travel Bubble) จะอนุญาตให้คนต่างชาติจากประเทศที่ปลอดเชื้อเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้ ก็ไม่แน่ใจว่าจะเหลือกี่ชาติที่จะเข้าไทยได้ เพราะตอนนี้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลก
 

การจะเปิดให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศได้นั้น รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ควรต้องฟังเสียงประชาชนบ้างว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “เราจะเปิดให้ต่างชาติเข้าประเทศหรือไม่” ซึ่งผลที่ได้ค่อนข้างชัดเจนว่า ประชาชนไม่เห็นด้วย 2 โครงการ และเห็นด้วย 1 โครงการ แต่ที่ แน่ ๆ คือ ประชาชนส่วนใหญ่มีแนวโน้มไม่ค่อยเชื่อมั่นและไม่เชื่อมั่นเลยต่อรัฐบาลในการควบคุมไม่ให้มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศ หากมีการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ ตามโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจ ร้อยละ 30.53 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่นในรัฐบาล และ ร้อยละ 29.10 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย ซึ่งเมื่อรวมทั้งสองกลุ่มทำให้มีผู้มีแนวโน้มไม่มั่นใจในสมรรถนะของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มาจากชาวต่างชาติ ถึง ร้อยละ 59.63 


ส่วนผลของการสำรวจความคิดเห็นในโครงการ Medical and Wellness Program พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.41 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย ในขณะที่ ร้อยละ 13.91 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ซึ่งรวมสองกลุ่มแล้วมีประมาณร้อยละ 55.32 ส่วนความเห็นของประชาชนในโครงการท่องเที่ยวสุขภาพดีวิถีใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.89 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และ ร้อยละ14.55 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ซึ่งหมายถึงมีแนวโน้มไม่เห็นด้วยกับโครงการ ฯ รวม ร้อยละ 52.44 โดยเหตุผลหลักที่ผู้คนคัดค้านทั้งสองโครงการคือความกังวลในคนต่างชาติว่าจะนำเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 รอบ สอง ในประเทศไทย


ในขณะที่โครงการทราเวลบับเบิล ดูเหมือนจะเป็นโครงการเดียวที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย ถึงแม้ว่าผู้คนร้อยละ 29.65 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และ ร้อยละ 14.95 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ผลรวมของทั้งสองกลุ่มก็ไม่สามารถเทียบได้กลับผู้คนที่มีแนวโน้มพอใจในโครงการที่มีผลรวมอยู่ที่ ร้อยละ 54.36 โดย ร้อยละ25.90 ระบุว่า เห็นด้วยมาก และ  ร้อยละ 28.46 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย แต่ก็มีประเด็นให้ฉุกคิดว่า จะเหลือสักกี่ประเทศที่ปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเวลานานเพียงพอที่จะรับประกันความปลอดภัยได้


นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ ผู้ที่ถูกมองว่าเป็นพระเอกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ในช่วง4 – 5 เดือนที่ผ่านมา อาจจะกลายเป็นผู้ร้ายในทันที่ในสายตาประชาชนหากผลลัพธ์ทั้ง 3 โครงการไม่สามารถบรรลุได้จริงตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และ จะแย่ยิ่งกว่านั้นหากผลลัพธ์ของทั้ง 3 โครงการทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบสอง 

ป๊อกไม่เห็น “ศรีนวล” อยู่สวนลำไย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ป๊อกไม่เห็น “ศรีนวล” อยู่สวนลำไย

ป๊อกไม่เห็น "ศรีนวล" อยู่สวนลำไย13 กรกฎาคม 2563 – 15:55 น.

“ศรีนวล บุญลือ” ไม่ได้หนีหน้า “ปิยบุตร” อยู่กลางสวนลำไย ส.ส.บ้านบ้านไม่เคยหลบหน้าใคร

++
เสียงเพลงลูกทุ่งดัง “คอยนวลที่สวนลำไย” ร้องโดย อ๊อด โฟร์เอส อาจนำมาใช้ในสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นได้ 

“พี่คอยนวลอยู่ในสวนลำไย คอยเสียจนกลุ้มใจ ป่านนี้ทำไมนวลยังไม่มา ไม่เคยผิดนัดนวลไม่เคยผัดเวลา นัดไว้ไม่มา พี่หรืออุตส่าห์ มาปูผ้ารอ..”

อ่านข่าว…   “ศรีนวล” หายไปไหน

ป๊อกไม่เห็น "ศรีนวล" อยู่สวนลำไย

ศรีนวล อยู่สวนลำไยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อ “อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เดินทางไปถึงถิ่นสันป่าตอง และแม่วาง กลับไม่เห็นหน้า “ศรีนวล” 

แต่อาจารย์ป๊อก หารู้ไม่ว่า “ศรีนวล” ไปรออาจารย์ป๊อก อยู่ที่สวนลำไย แถวสันป่าตอง 

สงสัยต้องแต่งเพลงแก้ “นวลคอยอยู่สวนลำไย” ให้ศรีนวล บุญลือ ขับร้องโดยด่วน เพราะข่าวศรีนวล หลบหน้าดังกระฉ่อนประเทศแล้ว
++
ลุยเมืองเหนือ
++
ตามโปรแกรม วันที่ 7-13 ก.ค.2563 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางไป 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง ลำพูน แพร่ เชียงใหม่ เชียงราย เดินหน้ารณรงค์ความสำคัญของการเมืองท้องถิ่น การพัฒนาบ้านเกิด และแนวนโยบายยุติรัฐราชการรวมศูนย์  

วันที่ 11 ก.ค.นี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะก้าวหน้า เดินพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 8 อ.สันป่าตอง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่  

ตามรายงานข่าวที่ทีมงานคณะก้าวหน้า พิมพ์แจกนักข่าว ระบุว่ามีประชาชนในพื้นที่ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปเซลฟีอย่างต่อเนื่อง พร้อมเล่าให้ฟังว่าไม่เคยเห็น ศรีนวล บุญลือ มาเดินตลาด นับตั้งแต่เกิดเรื่องงูเห่าย้ายไปพรรคภูมิใจไทย 

ปรากฏว่า สื่อทีวีที่เชียร์อาจารย์ป๊อก และคณะก้าวหน้า นำไปตีข่าวใส่ไข่สนุกสนาน

ป๊อกไม่เห็น "ศรีนวล" อยู่สวนลำไย

ช่วยชาวบ้านคัดลำไย

++
ศรีนวลอยู่สวนลำไย
++
เมื่อส่องดูเฟซบุ๊ก ส.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย พบว่า วันที่ 11 ก.ค. 2563 ส.ส.ศรีนวล ลงพื้นที่พร้อมกับคณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรจอมทอง จำกัด เยี่ยมชมสวนลำไยของพี่น้องเกษตรกรใน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 

พอตกเย็น ส.ส.ศรีนวล บุญลือ พร้อมทีมงานได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการ จุดรวบรวมลำไยเพื่อส่งออกของกลุ่มสหกรณ์การเกษตรจอมทอง จำกัด ณ โกดังล่ำพืชผล อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่เจ้า 

ศรีนวลอยู่สวนลำไย ไม่ได้หลบหน้าหลบตาไปไหน ..กองแช่งโปรดทราบ!

ฟัง”อานนท์” “จักรภพ”คนไร้รัง บ้านแดงเปลี่ยนแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฟัง”อานนท์” “จักรภพ”คนไร้รัง บ้านแดงเปลี่ยนแล้ว

ฟัง"อานนท์" "จักรภพ"คนไร้รัง บ้านแดงเปลี่ยนแล้ว13 กรกฎาคม 2563 – 15:11 น.

“จักรภพ เพ็ญแข” ลุกขึ้นมาเฉ่ง “แรมโบ้อีสาน” ขายอุดมการณ์ “อานนท์” เจ้าพ่อหมู่บ้านเสื้อแดง บอกเปลี่ยนเป็น “หมู่บ้านเห็ด” นานแล้ว

+++
แรมโบ้อีสาน ทำงานได้ผลเกินเป้า เขย่า “ขาใหญ่เสื้อแดง” ให้ออกมาตอบโต้เป็นชุด 

ล่าสุด “จักรภพ เพ็ญแข” ทนไม่ไหวในฐานะแดงอุดมการณ์ เขียนเรื่องเสื้อแดง แถมเหน็บแรมโบ้อีสานชุดใหญ่ 

จริงๆแล้ว เรื่องหมู่บ้านเสื้อแดง ต้องยกเครดิตให้ “อานนท์ แสนน่าน” อดีตนักข่าวท้องถิ่นเมืองอุดรฯ ที่ผันตัวเองมาเคลื่อนไหวมวลชน

อ่านข่าว…   เปลี่ยนป้าย สลายแดง แรมโบ้ควงอานนท์ ลุยภาคเหนือคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง 17 จว. 

อานนท์คือ คนออกแบบ “หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย” เมื่อ 7-8 ปีก่อน มาถึงวันนี้ อานนท์ก็เป็นคนลงมือเปลี่ยนป้าย ไม่ใช่แรมโบ้

ฟัง"อานนท์" "จักรภพ"คนไร้รัง บ้านแดงเปลี่ยนแล้ว

อานนท์ เจ้าพ่อหมู่บ้านเสื้อแดงติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official
++
หมู่บ้านเห็ด
++
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อานนท์ แสนน่าน ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน เรารักประเทศไทย ได้อธิบายที่มาที่ไปของหมู่บ้านเสื้อแดง ต่อหน้ามวลชนอีสาน ที่หมู่บ้านเห็ด อ.เมือง จ.อุดรธานี
อานนท์ แสนน่าน เป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้ก่อตั้งหมู่บ้านไปทั่วประเทศไทยรวมทั้งหมด 28,850 หมู่บ้าน
“ส่วนใหญ่ในการต่อสู้ของหมู่บ้านเสื้อแดง จะไม่เหมือน กลุ่ม นปช.เพราะเราจะส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา นอกจากนั้นแล้วยังได้รวมตัวกันของกลุ่มเกษตรกรภายในหมู่บ้าน จัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548”
หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 อานนท์ แสนน่าน ได้ยุติบทบาทประธานหมู่บ้านเสื้อแดง และยุบเลิกหมู่บ้านเสื้อแดง ตามข้อตกที่เขาได้ทำไว้กับตัวแทนกองทัพภาคที่ 2
ปี 2559 อานนท์ เปิดตัว “หมู่บ้านเห็ด” สอนชาวบ้านทำฟาร์มเห็ดทั่วภาคอีสาน ซึ่งการเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านเห็ด ทำให้เขาเชื่อมต่อกับ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี 

ฟัง"อานนท์" "จักรภพ"คนไร้รัง บ้านแดงเปลี่ยนแล้ว

หมู่บ้านแบบเดิม

++
แดงใต้ดิน
++
จักรภพ เพ็ญแข ประธานกลุ่มแดงสยาม ที่หนีตายออกจากกัมพูชา ไปอยู่แถวยุโรป เห็นแรมโบ้เคลื่อนไหวเปลี่ยนป้ายหมู่บ้าน จึงลุกขึ้นมาเขียนบทความเรื่อง “ใครจะลบขบวนการเสื้อแดง?”
“ขบวนการเสื้อแดงทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ที่สีเสื้อ รูปถ่าย สถานที่นัดพบ ในภาคหรือเขตจังหวัดใด ๆ  โดยเฉพาะ ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านเสื้อแดง ไม่ได้อยู่ในพรรคการเมืองพรรคไหน ไม่ได้อยู่ในจอโทรทัศน์หรือเว็บไซต์ใด ๆ และไม่ได้อยู่แม้กระทั่งใน นปช. เท่านั้นอีกแล้ว”
จักรภพ เชื่อว่า “เสื้อแดงในนาทีนี้ ได้กลายสภาพมาเป็นอุดมการณ์ในตัวคน พัฒนาขึ้นเป็นจิตสำนึกรับรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วในเมืองไทย และกลายเป็นความแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนเมืองไทยไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะใช้เวลายาวนานขนาดไหนก็ตาม”
หลังความปราชัยของ นปช.ในยุทธการโค่นอำมาตย์ ปี 2552 จักรภพ ก็สิ้นหวังกับแนวทาง นปช. จึงหันไปหา “กลุ่มแดงสยาม” ของสุรชัย แซ่ด่าน
จักรภพมีความศรัทธาต่อสุรชัย แซ่ด่านมา จึงขอเป็นประธานแดงสยาม และขอให้การสนับสนุนขบวนการตาสว่าง
ตอนที่สุรชัย หนีไปอยู่เมืองลาว จักรภพก็ประสานส่งเงินทองไปช่วยเหลือ จนสุรชัยจัดการรายการ “ปฏิวัติประเทศไทย” ทางช่องยูทูบ

ฟัง"อานนท์" "จักรภพ"คนไร้รัง บ้านแดงเปลี่ยนแล้ว

อานนท์ เปลี่ยนจากหมู่บ้านเสื้อแดง เป็นหมู่บ้านเห็ด
จักรภพจึงรับไม่ได้ แต่มีภาพข่าวแรมโบ้อีสาน ไปรับคืน “ป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง” เหมือนหยามหยันพวกแดงอุดมการณ์ จึงต้องมาเอาคืนแรมโบ้บ้าง
คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ไม่ได้คล้อยตามจักรภพ จึงทำให้แดงสยาม ลดบทบาทลงจนไม่เหลือสภาพองค์กร

ล่างูเห่า “พิธา” ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น “ส.ส.อ๋า” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ล่างูเห่า “พิธา” ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น “ส.ส.อ๋า”

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"13 กรกฎาคม 2563 – 11:24 น.

“พิธา” เปิดยุทธการไล่ล่างูเห่า จับมือ “เฮียล้าน” บ้านใหญ่จอมทอง ปักธงท้องถิ่น เขย่า “เฮียอ๋า” ส.ส.ส้มแปรพักตร์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พลันที่พรรคก้าวไกล ประกาศ “เขย่าสนามท้องถิ่นกรุงเทพฯ” ก็ตามมาด้วยข่าว “เฮียล้าน” สุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีต ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย พาลูกสาว และลูกชาย มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น  

“เฮียล้าน” บ้านใหญ่ “วีรกุลสุนทร” แถลงผ่านแฟนเพจ Wee Team ทีมงานวีรกุลสุนทร ว่า จะทำการเมืองแบบใหม่กับทางพรรคก้าวไกลทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น

อ่านข่าว…  “พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"

เฮียล้าน กับพิธา

พูดง่ายๆ เฮียล้าน จะลงสมัคร ส.ส.แทน “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 

ส่วน “ลิ้ม” ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ลูกชายลงสมัคร สก.เขตจอมทอง รับมรดกท้องถิ่นต่อจากเฮียล้าน 

สำหรับ “เจ๊นัน” ยังไม่ลาออกจาก ปชป. เพราะยังเคารพรักหัวหน้าอภิสิทธิ์อยู่ ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official
++
ลาแล้ว ปชป.
++ 
ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร มีปัญหาทางใจกับคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป. เตรียมจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แต่นาทีสุดท้าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้โทรศัพท์พูดคุย ทำให้เจ๊นันมั่นใจว่า จะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิม ทำให้ตัดสินใจอยู่กับประชาธิปัตย์ต่อไป  

คนแถวถนนเอกชัย-บางบอน ทราบดีว่า วัดสิงห์คือชายขอบของเขตจอมทอง และเป็นจุดเริ่มต้นของบางบอน-บางขุนเทียน ที่มีตระกูลม่วงศิริ เป็นบ้านใหญ่คอยดูแลคนแถวถิ่นนี้ 

ตระกูล’วีรกุลสุนทร’ กับตระกูล’ม่วงศิริ’ อยู่พรรคเดียวกัน แต่ “2 บ้านใหญ่” ก็ไม่ลงรอยกันมากนัก  

พรรคภูมิใจไทย จึงไปคว้าตัว สุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส.กทม. มาสวมเสื้อสีน้ำเงิน ลงสนามชนกับ “เจ๊นัน”  

ผลเลือกตั้ง ส.ส.สนามกรุงเทพฯ ปี 2562 ทำเอา 2 บ้านใหญ่แห่งถนนเอกชัย-บางบอน ถึงกับช็อกตาตั้ง  

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"

เฮียอ๋า อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่

เขต 23 เขตจอมทอง และ เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงดาวคะนอง แขวงบุคคโล และแขวงสาเหร่) ปรากฏว่า โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี พรรคอนาคตใหม่ ได้ 27,651 คะแนน เป็น ส.ส.สมัยแรก 

ตามมาด้วย ทิพานัน ศิริชนะ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 26,015 คะแนน 

ที่น่าตกใจ สองอดีต ส.ส. “เจ๊นัน” ได้ 1.7 หมื่นคะแนน และสุวัฒน์ ม่วงศิริ ได้แค่ 2 พันคะแนน 

สึนามิ “ลุงตู่-ธนาธร” ถล่ม 2 บ้านใหญ่ พังยับเยิน 

++
ไฟแค้นของพิธา
++
“ส.ส.อ๋า” โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณ ส.ส.หน้าใหม่ ของเขต 23 กทม. ไม่ใช่คนโนเนมเสียทีเดียว เฮียอ๋า เล่นการเมืองท้องถิ่นมานานแล้ว โดยเป็น ส.ข.แถวเขตธนบุรี  

หลังพรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบ “ส.ส.อ๋า” ก็ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย “ผมไม่ใช่งูเห่า เพราะการยุบพรรคเปรียบเสมือนการล้างไพ่” 

อีกเหตุผลหนึ่งที่ ส.ส.อ๋า ย้ายพรรค “หากจะให้ผมย้ายไปอยู่พรรคใหม่ที่มีคุณทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวเรือ ผมก็ไปไม่ได้ เพราะโดยส่วนตัวระหว่างผมกับเขาไม่ถูกกันครับ” 

ส.ส.อ๋า ไม่ได้ขยายความ “ไม่ถูกกัน” กับพิธานั้นเรื่องใด แต่ ส.ส.อ๋า ถือได้ว่าเป็นคนทำงานพื้นที่ตัวจริงคนหนึ่ง สมกับเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน
 

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"

เฮียอ๋า ในสีเสื้อภูมิใจไทย

วันนี้ ส.ส.อ๋า ได้เปิดตัว “เฮียตี๋” วีระศักดิ์ เตชะโสภณมณี เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตธนบุรี  

ส.ส.อ๋า รู้ดีว่า เฮียล้านจับมือพิธา เท่ากับว่าเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า เขาเจอศึกหนักแน่ 

การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน เฮียล้านอยู่กับ ปชป.มา 20 ปี ยังย้ายพรรคได้ หวังแค่ต้องการชนะคู่ต่อสู้ในสนาม

รู้มั้ย’กกกอก’ ฟาร์มหนูนาพารวย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้มั้ย’กกกอก’ ฟาร์มหนูนาพารวย

รู้มั้ย'กกกอก' ฟาร์มหนูนาพารวย12 กรกฎาคม 2563 – 15:47 น.

น้องชมพู่ โตมากับธุรกิจฟาร์มหนูนา-หนูพุก พาไปชม “หนูนาภูพาน” ของหนุ่มบ้านกกกอก

สื่อทีวี สื่อออนไลน์ ต่างรุมเจาะข่าวการตายปริศนาของ “น้องชมพู่” ด้วยการขุดค้นหาหลักฐาน พยานมานำเสนอ ราวกับเป็นกองบัญชาการสอบสวนกลาง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  เผยแล้ว “น้องสะดิ้ง-น้องชมพู่” เป็นลูกใคร

 ล่าสุด มีประเด็น “หนูนา” ตัวละหมื่น ชาวบ้านร้านตลาดไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ ก็ตั้งคำถามเป็นไปได้หรือ คนจะคิดฆ่าเด็ก เพราะไปเล่นหนูนา จนมันตาย

 ตอนหลัง หลายฝ่ายออกมาพูด ก็เคลียร์กันไปเรื่องหนูนา ตัวละหมื่น

 ในข้อเท็จจริง พ่อของน้องชมพู่ ทำธุรกิจฟาร์มหนูนา และ การเพาะเลี้ยงด้วง

 “ลุงพล” ตัวละครสำคัญในเรื่องการตายของน้องชมพู่ ก็เลี้ยงหนูนา

 เนื่องจากบ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร มีชื่อเสียงโด่งดังจากการทำธุรกิจ “ฟาร์มหนูนา” เงินแสนเงินล้าน

++ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หนูนาภูพาน

++

 ผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้บ้านกกกอก ในฐานะต้นแบบฟาร์มหนูนาพารวย ชื่อ “นรินทร์ หลาบโพธิ์” ลูกชายอดีตผู้ใหญ่บ้านกกกอก และเป็นน้องชาย “สาวิตรี วงศ์ศรีชา” หรือแม่น้องชมพู่

รู้มั้ย'กกกอก' ฟาร์มหนูนาพารวย

นรินทร์ หลาบโพธิ์  น้องชายแท้ๆของแม่น้องชมพู่

นรินทร์ หนุ่มกกกอก ได้ร่ำเรียนจบปริญญาตรี และมีความรู้เรื่องการถ่ายภาพเคลื่อนไหว และเทคโนโลยีดิจิตอล จึงเปิดร้านถ่ายทำรายการทีวี

 อาชีพรองคือการทำเกษตร จนวันหนึ่ง ได้ทดลองเลี้ยงหนูนา หรือหนูพุก ในบ่อซีเมนต์ จนประสบความสำเร็จ จึงเปิดฟาร์มเพาะเลี้ยงหนูนา ชื่อฟาร์ม นรินทร์ฟาร์มภูพาน และฟาร์มหนูนาVIP

 ด้วยความเชี่ยวชาญเรื่องการถ่ายทำทีวี นรินทร์ จึงทำคลิปวิธีการเลี้ยงหนูนา เผยแพร่ผ่านช่องยูทูบ และแฟนเพจเฟซบุ๊ค จึงมีคนรู้จักฟาร์มหนูนา VIP ทั่วประเทศ ทุกวันนี้ นรินทร์ ขายส่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หนูนา และเดินสายเป็นวิทยากรพูดเรื่องการเลี้ยงหนูนา

 ไม่น่าแปลกใจ นับแต่เกิดคดีน้องชมพู่ นรินทร์ จึงเป็นผู้ให้สัมภาษณ์สื่อทุกช่อง ทุกสำนัก เพราะเขามีเก่งกาจเรื่องสื่อสารมวลชน

 การทำธุรกิจฟาร์มหนูนา ที่ประสบความสำเร็จ ก็มาจากการใช้สื่อดิจิตอลทำการตลาด และโปรโมตหนูนาพารวย

++

ตลาดหนูนา

++

 จากปัญหาราคาผลผลิตข้าวตกต่ำส่งผลกระทบกับชาวนาทั่วประเทศ ต้องดิ้นรนหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว โดยเฉพาะชาวนาอีสาน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสเปลี่ยนจากทำนาหันมาสร้างฟาร์มเพาะพันธุ์หนูนาขาย ลงทุนน้อย แต่ให้ผลคุ้มค่า มีลูกค้าสั่งซื้อตลอดปี ด้วยหนูนายังเป็นเมนูฮิตติดตลาดที่นิยมรับประทาน ปรากฏว่าสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี

 หนูนาหรือหนูพุกตัวผู้เมื่อโตเต็มวัยน้ำหนักประมาณ 1.6 -1.7 กิโลกรัม ตัวเมียน้ำหนักประมาณ 1.2 กิโลกรัม

 หนูนาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จะราคาแพง โดยเฉลี่ยขายกันราคาหลักพัน แต่บางฟาร์มขายแพงมาก สูงถึงหลักหมื่น 

รู้มั้ย'กกกอก' ฟาร์มหนูนาพารวย

บันทึก’ดงหลวง’ เส้นทางแก๊งมอดไม้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บันทึก’ดงหลวง’ เส้นทางแก๊งมอดไม้

บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้12 กรกฎาคม 2563 – 13:12 น.

“กกกอก-กกตูม” ชื่อนี้ถูกพูดถึงทุกวัน เคียงข่าวน้องชมพู่ กลับกลบข่าวแก๊งมอดไม้ดงหลวง

นับแต่มีข่าว “น้องชมพู่” ทำให้คนทั้งประเทศ รู้จัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร แทบไม่ต้องจ้างสื่อทำประชาสัมพันธ์

 เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุการณ์ตายปริศนาของน้องชมพู่คือ บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

 นักข่าวทีวีจากส่วนกลาง และท้องถิ่น ปักหลักรายงานข่าวต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 วันแล้ว อ.ดงหลวง พลอยได้อานิสงส์จากข่าวน้องชมพู่

 ดงหลวง เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว สมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชนเผ่าบรู หรือไทโส้ อพยพข้ามโขงมาจากแขวงคำม่วน และ แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว โดยการนำของท่าวเพี้ยแก้ว ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามหุบเขา ที่เรียกว่าเทือกเขาภูพานตะวันออก

 ฉะนั้น อ.ดงหลวง จึงจัดงานวัฒนธรรมบรูไฮไทโส้ ทุกปี เพราะประชากรส่วนใหญ่คือ ชนเผ่าบรู

++

ป่าไม้คือชีวิตติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

++

 อ.ดงหลวง ยกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็นอำเภอ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2527 แบ่งเขตการปกครอง 6 ตำบล 60 หมู่บ้าน

 สภาพทางภูมิศาสตร์ อ.ดงหลวง 1,076.2 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรเพียง 39,088 คน ที่อาศัยอยู่ในราบสูง สลับกับเทือกเขาหินทราย

 ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ กว้างใหญ่ในอดีตของ อ.ดงหลวง ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติภูผายล หรือเดิมเรียกว่าอุทยานแห่งชาติห้วยหวด

 อุทยานแห่งชาติภูผายล ครอบคลุมท้องที่ อ.โคกศรีสุพรรณ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ,อ.นาแก จ.นครพนม และ อ.ดงหลวง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

กว่าครึ่งหนึ่งของอุทยานแห่งนี้ เป็นพื้นที่ อ.ดงหลวง และเป็นที่มาของ “แก๊งมอดไม้” อาละวาดในแถบ 4 จังหวัดภาคอีสาน คือ มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ และนครพนม

++

ทางค้าไม้พะยูง

++

 10 ปีมานี้ หากมีข่าวจาก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ก็คือข่าวการจับกุม “แก๊งมอดไม้” หรือขบวนการค้าไม้พะยูง ส่งต่อไปขายในเมืองจีน

 การตรวจยึดไม้พะยูง ทั้งแบบที่เป็นไม้ท่อนและไม้แปรรูป ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนถนนเปรมพัฒนา (อ.ดงหลวง-อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์)

 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ร่วมกับตำรวจ-ทหาร พร้อมฝ่ายปกครอง ปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบค้าไม้พะยูง ใน อ.ดงหลวง อยู่เป็นประจำ

 ถนนเปรมพัฒนา เส้นทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง สมัยสงครามเย็น ได้กลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ขบวนการค้าไม้พะยูงใช้เป็นเส้นทางลำเลียงไปส่งยังชายแดน

 บ้านกกกอก และบ้านกกตูม จึงเป็นทางผ่านของขบวนการมอดไม้ ลำเลียงไม้พะยูง ออกไปสู่ที่ราบ สกลนคร ,กาฬสินธุ์ และนครพนม

 ด้วยเหตุนี้ สถานีตำรวจภูธรกกตูม จึงเป็นด่านสกัดแก๊งมอดไม้ที่สำคัญ และสายสืบตำรวจ สภ.กกตูม มีข้อมูลขบวนการค้าไม้พะยูงทั้งหมด 

บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้
บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้
บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้