เกษตรกรคนเก่ง

All posts tagged เกษตรกรคนเก่ง

‘สุธรรม จันทร์อ่อน’เจ้าของไอเดียสวนผัก9ชนิด

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160323/224546.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 23 มีนาคม 2559
‘สุธรรม จันทร์อ่อน’เจ้าของไอเดียสวนผัก9ชนิด

เกษตรกรคนเก่ง : ‘สุธรรม จันทร์อ่อน’ เจ้าของไอเดียสวนผัก 9 ชนิด : บายไลน์…สุรัตน์ อัตตะ

      อดีตเป็นมนุษย์เงินเดือน เรียนจบแค่ ม.ศ.3 ทำงานเป็นชิปปิ้งนำเข้าส่งออกให้บริษัทยักษ์ใหญ่ สุดท้ายต้องอำลาชีวิตลูกจ้างในเมืองหลวงกลับมาสวมหมวกเกษตรกรเต็มขั้นที่บ้านของตัวเองใน ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมเรียนต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาพัฒนาชุมชน สำหรับ “ผู้ใหญ่สุธรรม จันทร์อ่อน” เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาบัญชีฟาร์มปี 2553 และหมอดินอาสาดีเด่น จ.นครปฐม ซึ่งใช้เนื้อที่ 17 ไร่เศษในการผลิตพืชผักปลอดสารพิษและในปี 2540 รวมกลุ่มชาวบ้านทำเกษตรผสมผสานโดยเน้นเกษตรอินทรีย์ ใช้สมุนไพรและสารชีวภาพแทนการใช้สารเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการควบคุมดูแล โดยการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม จนกลายมาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน (เกษตรอินทรีย์) บ้านปลักไม้ลายตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในปัจจุบัน
      ผู้ใหญ่สุธรรมเป็นคนแรกในการนำเมล็ดพันธุ์มะลอกอจากต่างประเทศมาผสมกับมะละกอพื้นบ้านของไทย โดยได้รับการทดลองวิจัยในห้องแล็บมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จนได้มะละกอพันธุ์ใหม่ชื่อว่าพันธุ์ปลักไม้ลายหรือชื่อทางการค้ามะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ในปัจจุบัน จนนำไปขยายพันธุ์ปลูกกันทั่วประเทศ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้คิดค้นวิธีการเลี้ยงไก่อินทรีย์ โดยวิธีการเลี้ยงปล่อยในป่าไผ่ข้างบ้านให้หากินเองตามธรรมชาติ ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองอย่างระหว่างต้นไผ่และไก่ อีกทั้งยังรักษาระบบนิเวศอีกด้วย โดยอาหารไก่นั้นจะเป็นรำข้าวผสมกับเศษพืชผักอินทรีย์ที่ปลูกมาใช้เป็นอาหารไก่ ส่วนผลผลิตไข่ไก่ นอกจากเก็บไว้รับประทานในครัวเรือนแล้วยังจำหน่ายอีกด้วย
      นอกจากนี้ผู้ใหญ่สุธรรมยังดัดแปลงพื้นที่ปลูกผัก 9 ชนิดในพื้นที่เดียวกัน โดยเน้นพืชผักที่มีอายุไล่เลี่ยกันและดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นผักกาด คะน้า ผักโขม มะเขือ ข้าวโพดอ่อน โดยปลูกพืชสมุนไพรร่วมด้วย อาทิ สะเดา โหระพา ตะไคร้ ใบมะกรูด เป็นต้น เพื่ิอป้องกันโรคและแมลงมารบกวนแทนการใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืช ปัจจุบันผลผลิตจากศูนย์แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นพืชผักและไก่ไข่อินทรีย์ นอกจากรับประทานเองในครัวเรือนแล้วยังส่งจำหน่ายโรงพยาบาลใน จ.นครปฐมสามพราน ริเวอร์ไซด์ และห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ อีกด้วย
Advertisements

ปลูกมะนาวไร้เมล็ดช่วงแล้ง…รายได้งาม

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160316/224150.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 16 มีนาคม 2559
ปลูกมะนาวไร้เมล็ดช่วงแล้ง...รายได้งาม

เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวไร้เมล็ดช่วงแล้ง…รายได้งาม : โดย…พรนภา สดใส

                    มะนาวเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกกระจายกันทุกภาค แต่ละสวนก็มีเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ดูแลง่ายและได้ผลดี เช่นเดียวกับสวนของ ฉะอองนาง คะลา เกษตรกรชาวขอนแก่น ที่ปลูกมะนาวไร้เมล็ด พันธุ์ทูลเกล้า ปลอดสาร สร้างรายได้ดี
                    “ฉะอองนาง” บอกว่า เห็นพื้นที่หลังบ้านกว้างพอจะปลูกผักสวนครัวได้ จึงคิดปลูกมะนาวพันธุ์ทูลเกล้าซึ่งไร้เมล็ด โดยซื้อต้นพันธุ์จากญาติ ต้นละ 100 บาท 10 ต้น มาปลูกในท่อปูนซีเมนต์ซึ่งช่วยกันทำกับสามี ผ่านไป 6 เดือนมะนาวออกผลเต็มต้น
                    “พื้นที่เพียง 200 ตารางวา ปลูกมะนาวไร้เมล็ดควบคู่กับพืชผักสวนครัว ชะอม ผักชีลาว ผักชีไทย โหระพา บวบเหลี่ยม ฯลฯ แต่ละวันจะเก็บผลผลิตไปขายมีรายได้จุนเจือครอบครัวไม่ขาดมือ”
                    ฉะอองนาง ยังบอกอีกว่า การปลูกมะนาวในบ่อปูนซีเมนต์สามารถปลูกให้มีขนาดทรงพุ่มเท่ากับการปลูกในแปลงดินได้และง่ายต่อการรดน้ำพรวนดิน ทั้งให้ผลผลิตดีกว่าปลูกลงดินอย่างเห็นได้ชัด โดยปลูกเพียง 10 ต้น ให้ผลผลิตมากถึง 20 กิโลกรัมต่ออาทิตย์ กิโลกรัมละ 40 บาท หรือถ้านำไปขายที่ตลาดจะขาย 3 ผล 10 บาท
                    ส่วนวิธีการปลูกนั้น  ฉะอองนาง บอกไม่ยุ่งยาก แค่ผสมดินด้วยแกลบ ขี้วัว ซังมะพร้าว ขี้เลื่อย ดินนา คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดลงที่พื้นดินทั่วบริเวณท่อ ใช้พลาสติกคลุมหน้าดิน แล้วจึงลงดินปลูก วิธีนี้ทำให้มะนาวออกผลดีดก ผลใหญ่ โดยต้นทุนปลูกแต่ละบ่อราว 1,000 บาท ไม่รวมค่าต้นมะนาว อีกทั้งยังรับจ้างปลูกใส่บ่อปูน โดยคิดบ่อละ 300 บาท ไม่รวมค่าวัสดุอุปกรณ์
                    จากสูตรนี้ทำให้มะนาวในสวนของ “ฉะอองนาง” ผลผลิตดี ส่งขายตลาดเทศบาลนครขอนแก่นที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานสาธารณสุขทางสิ่งแวดล้อมเทศบาลว่าปลอดสารและได้สัญลักษณ์ธงเขียวว่าปลอดภัย ส่วนท่านที่สนใจดูงานได้ที่ 666/127 ถ.กลางเมือง ซ.เมตตา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.08-5250-0939
                    ทั้งนี้ มะนาวพันธุ์ “ทูลเกล้า” พิเศษคือติดผลดกช่วงฤดูแล้ง เป็นพวง พวงละ 5-7 ผล หรืออาจถึงพวงละ 10-12 ผล ทั้งจะติดผลดกมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของต้น และให้ผลผลิตเกือบทั้งปี
——————-
(เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวไร้เมล็ดช่วงแล้ง…รายได้งาม : โดย…พรนภา สดใส)

‘ดอกขจร’ ปลูกง่าย-ได้ราคา

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160309/223776.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 9 มีนาคม 2559
'ดอกขจร' ปลูกง่าย-ได้ราคา

เกษตรกรคนเก่ง : ‘ดอกขจร’ ปลูกง่าย-ได้ราคา : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร

                    เป็นพืชผักสวนครัวพื้นบ้านอีกชนิดที่ในช่วงหน้าแล้งชาวบ้านนิยมปลูกสำหรับดอกสลิด หรือดอกขจร เพราะนำไปทำอาหารได้หลายเมนู อีกทั้งตลาดต้องการ ดังที่นายสมัย ขวาลำธาร เกษตรกร จ.ขอนแก่น ที่ปลูกเป็นอาชีพเสริมแต่สร้างรายได้ไม่แพ้พืชผักชนิดอื่น
                    นายสมัย บอกว่า ปลูกดอกขจรส่งขายมากว่า 10 ปี จากเดิมที่ปลูกพืชสวนครัว เช่น พริก ผักชี หน่อไม้ฝรั่ง ส่งขายให้แม่ค้าที่มารับซื้อแต่ราคาไม่ดี จึงเริ่มมองหาพืชชนิดใหม่มาปลูกเสริม จนมีโอกาสเข้าร่วมอบรมของสำนักงานชลประทาน ซึ่งนำเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จมาพูดคุย ทำให้รู้ว่ามีบางรายปลูกดอกขจรควบคู่ไปกับการทำนา สร้างรายดี
                    “ตอนแรกมีญาติชวนปลูก แต่ไม่สนใจจนเมื่อไปอบรมจึงเห็นว่าดอกขจรให้ผลผลิตหมุนเวียนทั้งปีจึงสนใจจึงขอพันธุ์จากญาติมาปลูก”
                    นายสมัย จึงปรับพื้นที่กว่า 1 งาน ปลูกดอกขจรแทนปลูกพืชสวนครัวอื่นๆ ระยะแรกเป็นแปลงทดลองเพื่อศึกษาความแตกต่างของช่อดอก รสชาติ เรียนรู้การปลูกเพราะเป็นไม้เลื้อยจึงต้องทำค้างให้ เริ่มให้ดอกเดือนที่ 4 หลังปลูก เก็บผลผลิตขายได้ 8 เดือน อีก 4 เดือนคือช่วงฤดูหนาวผลผลิตจะน้อย ในช่วงที่ยังไม่ให้ผลผลิตจะพักต้น พร้อมบำรุงให้สมบูรณ์เพื่อให้ได้ผลผลิตเต็มที่เมื่อถึงฤดู
                    โดยปลูก 200 ต้น ระยะห่าง 1.5 เมตร คูณ 1.5 เมตร สิ่งสำคัญการทำค้างให้เถาเลื้อยต้องทำค้างแนวนอน พร้อมกับบำรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพ รดน้ำวันเว้นวัน
                    “เป็นพืชอายุยาวเก็บผลผลิตได้หลายปี ขึ้นอยู่กับการดูแล การตัดแต่งกิ่งจะช่วยให้ผลผลิตดีถือว่าปลูกง่าย ศัตรูพืชมีน้อย จึงไม่ต้องใช้สารเคมี ส่วนการตลาดยังมีความต้องการอีกมาก มีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวนในราคากิโลกรัมละ 50-60 บาท”
                    ดอกขจรจึงเป็นผักพื้นบ้านที่ตลาดยังให้ความต้องการต่อเนื่อง สำหรับเกษตรกรที่สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่นายสมัย ขวาลำธาร บ้านหนองงูเหลือม เลขที่ 45 หมู่ 3  ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น
————————-
(เกษตรกรคนเก่ง : ‘ดอกขจร’ ปลูกง่าย-ได้ราคา : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร)

ปลูกองุ่นแบบ ‘ก้างปลา’ ลดต้นทุน

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160302/223366.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ปลูกองุ่นแบบ 'ก้างปลา' ลดต้นทุน

เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกองุ่นแบบ ‘ก้างปลา’ ลดต้นทุน : โดย…กวินทรา ใจซื่อ

                      ไม้ผลเศรษฐกิจที่เกษตรกรนิยมปลูกหนึ่งในนั้นคือ องุ่นไร้เมล็ด เพราะให้ผลผลิตคุ้มค่า ใช้เวลาปลูกไม่นาน ขายได้ราคา มีกลุ่มผู้บริโภคมาก ดังสวนของ นางปานนภา ปาซ่อนกลิ่น ชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ปลูกพันธุ์แบล็คโอปอล รับประทานผลสด
                      เดิมปานนภาทำสวนน้อยหน่า มะขามหวาน มะม่วง และไม้ผลอื่นๆ แต่ประสบปัญหาเรื่องราคา เพราะช่วงที่ผลผลิตของสวนอื่นๆ ออกมาพร้อมกัน ทำให้ขายไม่ได้ราคา จนเห็นเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่ปลูกองุ่นขาย จึงสนใจพร้อมซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูกในพื้นที่ 2 ไร่
                      “แรกๆ ถือว่าปลูกยาก เพราะมีปัญหาเชื้อราน้ำค้าง เพลี้ยไฟ ต้องดูแลใกล้ชิดโดยใช้สารอินทรีย์ ทั้งยาสูบ สะเดา พืชสมุนไพรเพื่อไล่แมลง ตามที่เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร แนะนำ เพราะต้องการเน้นการผลิตแบบอินทรีย์ ปลอดสารพิษ”
                      อีกทั้งได้เดินทางศึกษาดูงานนำเทคนิคการปลูกองุ่นแบบก้างปลา หลังจากมีผู้ให้คำแนะนำว่าจะให้ผลผลิตสูงและลดต้นทุน จากนั้นจึงนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในสวน
                      “จากเดิมปลูกในโรงเรือนยาว 45 เมตร ปลูก 40 ต้น ให้ผลผลิตราว 200 กิโลกรัม เมื่อปลูกแบบก้างปลาในโรงเรือนเดิม ตัดต้นองุ่นเหลือเพียง 7 ต้น พบว่าผลผลิตได้มากกว่า 350 กิโลกรัม เดิมต้องจ้างคนงาน 14 คนดูแล ตอนนี้ใช้เพียงแรงงานในครอบครัวดูแลทั้งตัดกิ่ง เก็บกิ่ง แต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย บำรุงต้นอื่นๆ ให้เสร็จเพียงวันเดียว ทำให้ลดค่าจ้างแรงงานได้ครั้งละ 5,000 บาท”
                      โดยที่สวนของเธอจะเน้นผลผลิตที่ครบอายุเก็บเกี่ยว เมื่อเก็บผลผลิตแล้วจะพักต้นงดให้น้ำ 20 วัน เพื่อบังคับให้ออกดอก จากนั้นจึงให้น้ำ ใส่ปุ๋ย บำรุงต้น โดยผลผลิตจะโตเต็มที่ใน 120 วัน จึงเก็บผลผลิตได้ตามออเดอร์ของลูกค้า ในราคากิโลกรัมละ 250 บาท
                      “จะทยอยตัดองุ่นตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เพื่อให้องุ่นเข้าสีเองตามธรรมชาติและสุกคาต้น องุ่นจึงจะมีรสหวาน กรอบ อร่อยตามธรรมชาติ ถือเป็นมาตรฐานที่เราใช้ควบคุมการผลิตให้ได้คุณภาพ”
                      ผู้สนใจจะเที่ยวชมสวน และหาความรู้การปลูกองุ่น ไปได้ที่สวนคุณปาน เลขที่ 8/3 หมู่ 6 บ้านคลองเดื่อ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โทรศัพท์สอบถามได้ 08-9081-4679
———————–
(เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกองุ่นแบบ ‘ก้างปลา’ ลดต้นทุน : โดย…กวินทรา ใจซื่อ)

เกษตรกรนักคิด ทำแปลงจีพีเอสู่ระบบอินทรีย์

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160224/222920.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559
เกษตรกรนักคิด ทำแปลงจีพีเอสู่ระบบอินทรีย์

เกษตรกรคนเก่ง : เกษตรกรนักคิด ทำแปลงจีพีเอสู่ระบบอินทรีย์ : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร

                      “เมื่อเราต้องการให้พ่อ แม่ พี่ น้อง ได้กินของที่ปลอดภัยจึงวางแผนปลูกพืชผัก ไม้ผล ยางพารา เพื่อเป็นรายได้ ปลูกพืชสมุนไพร ไม้หายาก เป็นแหล่งเรียนรู้ โดยตั้งใจไม่ใช้สารเคมีเลย”
นี่เป็นแนวคิดของ น.ส.สุชัญญานมาศ สุขาพันธ์ เกษตรกรและประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขาดิน ต.ดินอุดม อ.ลำทับ จ.กระบี่ ที่พลิกผืนดิน 15 ไร่ ให้เป็นแปลงเกษตรปลอดสาร จนได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (จีเอพี) และกำลังเข้าสู่ระบบการผลิตพืชอินทรีย์ เพื่อการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตรต่อไป
                      สุชัญญานมาศ กล่าวว่า เมื่อคิดเช่นนี้จึงศึกษาหาข้อมูล ฝึกอบรม ทั้งได้รับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ ในปี 2551 จากนั้นได้นำความรู้มาปรับใช้ในพื้นที่ ซึ่งกว่าจะเปลี่ยนให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ต้องใช้เวลากว่า 6 ปี เพราะเดิมพื้นที่นี้รุ่นพ่อทำเกษตรโดยพึ่งสารเคมีมาตลอด
                      ต่อเมื่อผืนดินคืนสู่สภาพที่ดี ส่งให้ผลผลิตต่างๆ มีระยะเก็บเกี่ยวนานขึ้น ที่สำคัญผลผลิตได้การรับรองแปลงจีพีเอ ซึ่งการันตีคุณภาพ ทำให้จำหน่ายได้ราคาสูง ดังในปี 2557 มีรายได้หลักจากยางพาราราว 1 แสนบาท ขณะที่พืชร่วมสวนยาง สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนบาท นับเป็นรายได้ที่เธอพอใจ
                      ทุกวันนี้ เธอเน้นขายผลผลิตในชุมชน เหลือก็แบ่งปันสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่บ้าง พร้อมกันนี้ได้เปิดพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้ฯ ถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรให้แก่นักเรียน ผู้สนใจ เข้าศึกษาวิถีแห่งความพอเพียงตามรอยพ่อหลวง นำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและสร้างอาชีพ ที่เน้นสุขภาพดี มีความสุข เลี้ยงครอบครัวได้ และแบ่งปันให้แก่ชุมชนและสังคม
                      สำหรับเกษตรกร หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีทำเกษตรปลอดภัย ติดต่อเธอได้โดยตรงที่ 08-1781-4808 และ 09-8016-2379
——————–
(เกษตรกรคนเก่ง : เกษตรกรนักคิด ทำแปลงจีพีเอสู่ระบบอินทรีย์ : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร)

‘ปทุม สุริยา’ เกษตรกรดีเด่น ฝ่าวิกฤตินาร้างด้วยระบบบัญชี

Published March 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160217/222531.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559
'ปทุม สุริยา' เกษตรกรดีเด่น ฝ่าวิกฤตินาร้างด้วยระบบบัญชี

เกษตรกรคนเก่ง : ‘ปทุม สุริยา’ เกษตรกรดีเด่น ฝ่าวิกฤตินาร้างด้วยระบบบัญชี : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร

                      แม้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะไม่มีบทบาทในการส่งเสริมด้านการเพาะปลูก ประมง และปศุสัตว์โดยตรงก็ตาม แต่ด้วยหน้าที่ส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชี ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำมาใช้ควบคุมบริหารจัดการทางการเกษตรสู่ความสำเร็จในการวางแผนการผลิตและการเงิน ส่งผลให้เกิดเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งในการทำการเกษตรบนพื้นที่นาร้างที่ไม่มีแหล่งน้ำถาวรและเสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลันได้อย่างประสบความสำเร็จ
                      ปทุม สุริยา ครูบัญชีอาสากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาบัญชีฟาร์ม ปี 2552 เดิมมีอาชีพรับราชการครูแต่มีความสนใจในการประกอบอาชีพทางการเกษตรด้วย เพราะมีพื้นที่นาสำหรับการเพาะปลูก แต่ด้วยปัญหาไม่มีแหล่งน้ำถาวรและเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลัน นางปทุม จึงนำองค์ความรู้ทางบัญชีที่ได้รับการอบรมจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูบัญชีอาสามาใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่นาร้างด้วยการจดบันทึกทุกกิจกรรมที่ทำลงไปในการฟื้นฟูพื้นที่นาร้าง จนสามารถเห็นถึงปัจจัยที่จะทำให้เกิดแหล่งน้ำที่ถาวรและปรับปรุงสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์สามารถเพาะปลูกได้ และหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่นาได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชีสู่การนำมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตรสู่ความสำเร็จ
                      ปัจจุบัน “ปทุม” นำองค์ความรู้ทางบัญชีมาต่อยอดให้เกิดรายได้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นโดยการปลูกพืชผสมผสานร่วมกับการทำนา เพื่อลดความเสี่ยงจากการมีรายได้ทางเดียวจากการทำนา ซึ่งองค์ความรู้ทางบัญชีสามารถทำให้มองเห็นแนวทางในการบริหารจัดการการทำเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะบัญชีไม่ใช่แค่เพียงการจดบันทึกรายรับรายจ่ายเท่านั้น แต่ข้อมูลกิจกรรมที่จดบันทึกไว้เมื่อนำมาวิเคราะห์ จะสามารถทำให้มองเห็นถึงแนวทางในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตร และการตัดสินใจว่าจะขยายหรือลดพื้นที่ในการเพาะปลูกเพื่อให้สมดุลกับปัจจัยภายนอกด้านปัจจัยการผลิต สิ่งแวดล้อมและการตลาด
————————-
(เกษตรกรคนเก่ง : ‘ปทุม สุริยา’ เกษตรกรดีเด่น ฝ่าวิกฤตินาร้างด้วยระบบบัญชี : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร)

‘กล้วยน้ำว้า’ แซมยาง สร้างชีวิตเกษตรกรมั่นคง

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222089.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
'กล้วยน้ำว้า' แซมยาง สร้างชีวิตเกษตรกรมั่นคง

เกษตรกรคนเก่ง : ‘กล้วยน้ำว้า’ แซมยาง สร้างชีวิตเกษตรกรมั่นคง : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร

                       ด้วยมองว่า “กล้วย” เป็นพืชให้คุณประโยชน์ทั้งต้น “สุเมธี ทิพย์อาสน์” เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 25 ปี ใช้ผืนดินกว่า 30 ไร่ ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จ.เลย ปลูก “กล้วยน้ำว้า” นำผลผลิตส่งขาย ทำขนม เลี้ยงสัตว์ต่างๆ สร้างรายได้มั่นคง
                       “สุเมธี” เล่าว่า เป็นชาว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น แต่มาทำงานรับดูแลสวนยางพาราให้เกษตรกรที่ จ.เลย ทุกวันจะเห็นพ่อค้ามารับซื้อกล้วยน้ำว้าที่นี่ไปขายส่ง จึงมีแนวคิดขอใช้พื้นที่ว่างจากเจ้าของสวนยางปลูกกล้วยน้ำว้าแซมในพื้นที่
                       “เริ่มปลูกจริงจังปี 2555 เพราะเห็นว่าเป็นพืชที่น่าสนใจ ราคาขายส่งหวีละ 15-18 บาท ถือว่าราคาดี เหตุผลหนึ่งอาจมาจากน้ำท่วมปี 2554 ทำให้พื้นที่การเกษตรของภาคกลางได้รับความเสียหาย ขณะที่ความต้องการของตลาดมีมาก จึงตัดสินใจปลูกในสวนยางบนพื้นที่กว่า 30 ไร่” สุเมธี แจง
                       พร้อมบอกอีกว่า เพราะกล้วยปลูกและดูแลง่าย นำไปแปรรูปได้หลายอย่าง จึงวางระบบการปลูกเชิงธุรกิจ ทั้งระบบน้ำ วางระบบการเพาะปลูกให้มีผลผลิตขายตลอดทั้งปี ศึกษาและวางระบบการตลาด รวมถึงการดูแลรักษาป้องกันศัตรูพืชแบบชีวภาพให้ครอบคลุม
                       โดยเขาเลือกปลูกกล้วย 3 สายพันธุ์ คือกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และกล้วยหอมอีสาน โดยกล้วยน้ำว้ามุ่งนำไปแปรรูป รับประทานผลสด ส่วนกล้วยหอมให้ทันขายช่วงตรุษจีน และกล้วยหอมอีสานนำไปแปรรูปเป็นกล้วยตาก กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยอบเนย เป็นต้น
                       ปัจจุบันขายส่งกล้วยสัปดาห์ละ 3 ตัน กว่า 7,000 หวี ทั้งเป็นพ่อค้ารับซื้อควบคู่และสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกล้วยอินทรีย์ พร้อมคิดค้นสูตรปราบแมลงศัตรูพืชชีวภาพ ใช้น้ำชีวภาพ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตกล้วยโดยตั้งเป้า 1 เครืออย่างต่ำต้องมี 15-18 หวี
                       อย่างไรก็ตาม สุเมธี ฝากถึงเกษตรกรที่อยากรู้รายรายละเอียด เขายินดีให้คำปรึกษา พร้อมมีต้นพันธุ์กล้วยทุกสายพันธุ์ และคู่มือการปลูกให้ด้วย สนใจโทรสอบถามได้ที่ 09-3379-9047 หรือหากจะเดินทางไปดูศึกษาจากของจริงที่ 124 หมู่ 3 ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จ.เลย เจ้าของสวนก็ยินดีให้ความรู้
——————-
(เกษตรกรคนเก่ง : ‘กล้วยน้ำว้า’ แซมยาง สร้างชีวิตเกษตรกรมั่นคง : โดย…โต๊ะข่าวเกษตร)

ใช้ร่องสวนยางปลูก ‘สละ’ สร้างเงินเกษตรกรพัทลุง

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160203/221672.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
ใช้ร่องสวนยางปลูก 'สละ' สร้างเงินเกษตรกรพัทลุง

เกษตรกรคนเก่ง : ใช้ร่องสวนยางปลูก ‘สละ’ สร้างเงินเกษตรกรพัทลุง : โดย…กันยา ขำนุรักษ์

                       เกษตรกรหนุ่มเมืองพัทลุง สุรัตน์ แก้วดำ ใช้ร่องสวนยางพาราเพียง 4 ไร่ ปลูกสละอินโดเป็นตัวหลักสร้างรายได้กว่าปีละ 2 แสน
                       เกษตรกรพัทลุงไม่รอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงฝ่ายเดียว ใช้เวลาหาความรู้พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อหาแนวทางการใช้พื้นที่ที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดรายได้หลายช่องทาง แม้จะมีวิกฤติราคายางพาราราคาตกต่ำ หรือปัญหาภัยแล้ง ก็มีช่องทางอื่นสร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัว
                       นายสุรัตน์ แก้วดำ เกษตรกรหนุ่มวัย 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 364 หมู่ 5 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ใช้พื้นที่สวนยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว จำนวน 4 ไร่ เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่เกษตรแบบผสมผสาน ทำบ่อเลี้ยงปลา ปลูกสละอินโด ซึ่งพืชแต่ละชนิดต่างให้ผลผลิตที่ดี ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้ผลผลิตของยางพารา และยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากเดิมอีกหลายเท่า โดยเฉพาะสละอินโด ที่สร้างรายได้ถึงปีละ 2.5 แสนบาท พร้อมทั้งมีตลาดรองรับในท้องถิ่น และจังหวัดใกล้เคียง
                       โดยสุรัตน์บอกว่า ได้นำพันธุ์สละอินโดเข้ามาปลูกในสวนยางพาราเมื่อ 5 ปีก่อน เพราะว่าคิดว่ายางพาราน่าจะราคาตกต่ำ จึงได้ซื้อต้นสละอินโดมาปลูกแซมในร่องยางพารา โดยได้ซื้อมาในราคาต้นละ 40 บาท จำนวน 1,000 ต้น ใช้เวลาปลูก 2 ปีก็ให้ผลผลิต ซึ่งการปลูกสละในสวนยางนั้น ไม่กระทบกับการกรีดยาง พืชทั้งสองชนิดสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างดี
                       “ขณะนี้สละอินโดได้ให้ผลผลิตแล้ว โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวนในราคากิโลกรัมละ 70 บาท หากขายปลีกจะขายในราคากิโลกรัมละ 80 บาท รายได้ต่อปีประมาณ 2.5 แสนบาท ถึงขณะนี้ผลผลิตนั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค”
                       นอกจากนี้ สุรัตน์ ยังเสริมว่า เขายังผลิตต้นพันธุ์จำหน่ายในราคาต้นละ 25 บาท เป็นการสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่งด้วยโดยจุดเด่นของการปลูกสละอินโดในสวนยางพารานั้นสามารถรักษาความชุ่มชื้นในดินได้ดี อีกทั้งใช้น้ำน้อย และยังทำให้ยางพาราให้ผลผลิตดีขึ้นด้วย
——————–
(เกษตรกรคนเก่ง : ใช้ร่องสวนยางปลูก ‘สละ’ สร้างเงินเกษตรกรพัทลุง : โดย…กันยา ขำนุรักษ์)

‘วิรัตน์ พุ่มวิภา’ นำเลี้ยงหมูปลอดภัย

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160127/221221.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 27 มกราคม 2559
'วิรัตน์ พุ่มวิภา' นำเลี้ยงหมูปลอดภัย

เกษตรกรคนเก่ง : ‘วิรัตน์ พุ่มวิภา’ นำเลี้ยงหมูปลอดภัย : โดย…ธานี กุลแพทย์

                      การผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อผู้บริโภค นับเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการปัจจุบันหันมาให้ความสนใจ ดัง วิรัตน์ พุ่มวิภา เจ้าของ “วิรัตน์ฟาร์ม” ต.กรูด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรพันธุ์แก่เกษตรกรรายย่อยกับซีพีเอฟ ที่ถือว่าเป็นต้นทางสร้างหมูเนื้อปลอดภัย
                      วิรัตน์ เล่าว่า เรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาช่างยนต์ หลังจบก็จับงานด้านช่าง กระทั่งแต่งงานซึ่งครอบครัวภรรยามีอาชีพเลี้ยงหมูพันธุ์ 120 แม่ กับซีพีเอฟอยู่แล้ว เขาจึงมีโอกาสได้ช่วยงาน
                      จากความตั้งใจจริงของวิรัตน์ทำให้ประสิทธิภาพการเลี้ยงหมูดีขึ้น ช่วยสร้างรายได้ให้ครอบครัว ต่อเมื่อปี 2544 เขาจึงขยายกิจการและทำฟาร์มของตนเอง จึงเกิดเป็น “วิรัตน์ฟาร์ม” เลี้ยงหมูพันธุ์ 150 แม่
                      ตลอดกว่า 14 ปี ที่วิรัตน์หันมาจับอาชีพเลี้ยงหมู ก็ประสบความสำเร็จมาตลอด ดังจะเห็นได้จากอัตราเข้าคลอดที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของเกษตรกรใน อ.กาญจนดิษฐ์ ขนาดครอกของลูกหมูเฉลี่ยกว่า 11 ตัวต่อแม่ ขณะที่อัตราเสียหายต่ำเพียงร้อยละ 2 ต่อรุ่น ลูกหมูมีน้ำหนักหย่านมสูงถึง 6.82 กิโลกรัมต่อตัว และขนาดลูกจับออกมากถึง 29.40 ต่อแม่ต่อปี
                      เมื่อถามถึงความภูมิใจ วิรัตน์ บอกว่าเขาภูมิใจที่ได้เป็นเกษตรกรต้นน้ำที่ทำหน้าที่เลี้ยงและดูแลแม่หมูอย่างดี เพื่อผลิตลูกหมูหย่านมที่ได้มาตรฐานต่อให้เพื่อนเกษตรกรในโครงการส่งเสริมเลี้ยงหมูขุนของบริษัท เมื่อต้นทางคือลูกหมูของเขาส่งไปเป็นหมูคุณภาพ สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักได้ตามเกณฑ์ สุดท้ายผู้บริโภคก็จะได้บริโภคหมูปลอดภัย
                      ที่สำคัญการเลี้ยงหมูนี้ยังเป็นอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยวิรัตน์มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายกว่าเดือนละแสนบาท เขาสามารถนำเงินนี้มาใช้จ่ายภายในครอบครัวได้อย่างไม่ลำบาก
                      อีกทั้งที่ฟาร์มของเขายังได้รับเลือกให้เป็นศูนย์เรียนรู้อาชีพเลี้ยงหมู ที่มีเพื่อนเกษตรกรเข้ามาดูงานไม่ขาดสาย โดยเขาทำหน้าที่เผยแพร่เคล็ดลับความสำเร็จอย่างไม่หวงวิชา
———————–
(เกษตรกรคนเก่ง : ‘วิรัตน์ พุ่มวิภา’ นำเลี้ยงหมูปลอดภัย : โดย…ธานี กุลแพทย์)

แกล้งกล้วยออกปลีกลางต้น วิถีเกษตร ‘ปิยะพงษ์ วงศรีลา’

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160120/220820.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 20 มกราคม 2559
แกล้งกล้วยออกปลีกลางต้น วิถีเกษตร 'ปิยะพงษ์ วงศรีลา'

เกษตรกรคนเก่ง : แกล้งกล้วยออกปลีกลางต้น วิถีเกษตร ‘ปิยะพงษ์ วงศรีลา’ : โดย…กวินทรา ใจซื่อ

                      การทำเกษตรอินทรีย์ผสมผสานของ “ปิยะพงษ์ วงศรีลา” วัย 33 ปี เกษตรกร ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ที่ทำมาเกือบ 4 ปี มีพืชผักสวนครัว ไม้ยืนต้นกว่า 100 ชนิด บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ทำให้มีผลผลิตขายทั้งปี โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าซึ่งเป็นรายได้หลักใช้เทคนิคปลูก “บังคับออกปลีกลางต้น”
                      โดยในพื้นที่ปลูกทั้งกล้วยไข่ กล้วยหอม เดิมใช้วิธีปลูก ดูแลรักษาและให้กล้วยน้ำว้าแทงปลีตามธรรมชาติ แต่กล้วยจะมีต้นสูงใหญ่ ทำให้ต้องหาไม้มาค้ำยัน เก็บเกี่ยวยาก และหากมีลมพายุต้นกล้วยก็จะหักโค่น ทำให้ผลผลิตเสียหายขายไม่ได้ราคา จนปี 2554 พบข้อมูลของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ได้ศึกษาวิธีบังคับกล้วยให้แทงเครือกลางลำต้นจึงนำองค์ความรู้มาทดลองทำ พบว่าได้ผลดี ทั้งจัดการง่าย ส่วนผลผลิตที่ได้ก็ไม่ต่างจากการแทงเครือแบบธรรมชาติ
                      ปิยะพงษ์ เริ่มทดลองแกล้งกล้วยจากกล้วยน้ำว้าก่อน โดยเลือกต้นที่มีอายุ 7-8 เดือน เพราะเป็นช่วงที่กล้วยสมบูรณ์ ต้นใหญ่พร้อมจะออกปลี ทั้งต้องสังเกตที่ใบธง หากใบธงชูก้านใบ มีลักษณะม้วนหลวม เป็นระยะที่เหมาะในการเจาะลำต้น โดยให้เจาะห่างจากพื้น 160 เซนติเมตร ระดับความสูงที่พอเหมาะสำหรับการจัดการดูแลและการเก็บเกี่ยวผลผลิต
                      “จากนั้นใช้มีดคมเจาะเป็นสี่เหลี่ยมเข้าไปให้ถึงกลางลำต้น แล้วใช้ฟิวเจอร์บอร์ดปิดด้านบน เพื่อบังคับให้ปลีกล้วยทะลุออกกลางลำต้น ราว 2 อาทิตย์ ปลีกล้วยจะแทงออกมา จากนั้นใส่ปุ๋ยคอก รดน้ำบำรุงให้ต้นสมบูรณ์ เมื่อทดลองใช้วิธีนี้พบว่าดูแลง่าย เก็บผลผลิตได้เร็ว ทุ่นเวลา ไม่ต้องทำค้ำยัน ทำให้มีเวลาไปดูแลเรื่องอื่นได้มากขึ้น” ปิยะพงษ์แจง ทั้งบอกว่าอนาคตจะทดลองกับกล้วยไข่ และกล้วยหอม
                      อีกทั้งปิยะพงษ์ยังได้รวบรวมเกษตรกรในหมู่บ้านที่สนใจทำเกษตรผสมผสาน รวมกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรสวนกระแส ปัจจุบันมีสมาชิก 12 คน มีกิจกรรม ทั้งทดลองหาวิธีใหม่ๆในการเพิ่มผลิต ลดเวลาทำงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาดูงาน ทำให้มีพลังต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง กำหนดราคาสินค้า พร้อมเปิดพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ไว้ให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาด้วย
——————–
(เกษตรกรคนเก่ง : แกล้งกล้วยออกปลีกลางต้น วิถีเกษตร ‘ปิยะพงษ์ วงศรีลา’ : โดย…กวินทรา ใจซื่อ)
%d bloggers like this: