อินโฟเควสท์

All posts tagged อินโฟเควสท์

Wacom เปิดตัวสมาร์ทแพด “Bamboo Slate” และ “Bamboo Folio” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิตอลของคนรุ่นใหม่

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลิน–16 ธ.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

กระดาษโน้ตเป็นอุปกรณ์อนาล็อกไม่กี่สิ่งที่เหลืออยู่ในยุคดิจิตอลเต็มขั้น Wacom จึงขอนำเสนอประสบการณ์การขีดเขียนในรูปแบบดิจิตอลที่ราบรื่นและเป็นธรรมชาติ ผ่านสมาร์ทแพดสองรุ่นที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำ เพื่อเชื่อมโยงกระดาษโน้ตกับโลกดิจิตอลอย่างไร้พรมแดน

ที่งาน IFA 2016 ทางบริษัท Wacom ได้เปิดตัวสมาร์ทแพดรุ่นใหม่อย่าง “Bamboo Slate” และ “Bamboo Folio” ที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย ฟังก์ชั่นการทำงานครบครัน ขนาดให้เลือกสองขนาด รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ๆจากแอป Wacom Inkspace และบริการคลาวด์ อาทิ เวกเตอร์เอาท์พุท และการเปลี่ยนตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือเป็นตัวพิมพ์ เปิดทางให้ผู้ใช้มีตัวเลือกมากมายในการนำไอเดียที่อยู่ในกระดาษเข้าสู่ระบบคลาวด์ และผนวกเข้าสู่การทำงานบนระบบดิจิตอลได้ทั้งที่บ้าน โรงเรียน และที่ทำงาน

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ 
http://www.prnasia.com/mnr/wacom_20160902.shtml

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160831/8521605471-a

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160831/8521605471-b

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160831/8521605471-c

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160831/8521605471-d

ไมค์ เกย์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจผู้บริโภคของ Wacom กล่าวว่า “กระดาษโน้ตยังคงมีบทบาทสำคัญในการริเริ่มความคิดต่างๆ และเป็นอุปกรณ์อนาล็อกไม่กี่สิ่งที่เหลืออยู่ในยุคดิจิตอลเต็มขั้น เป้าหมายของเราคือการนำข้อดีของเทคโนโลยีดิจิตอลมาไว้ในกระดาษโน้ต และพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างไอเดียอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าไอเดียจะเริ่มต้นจากที่ไหนหรือด้วยวิธีการใดก็ตาม”

กระดาษโน้ตแห่งอนาคต

สมาร์ทแพดรุ่น Bamboo Folio และ Bamboo Slate เชื่อมโยงกระดาษโน้ตกับโลกดิจิตอลอย่างไร้พรมแดนผ่านสมาร์ทโฟน บริการคลาวด์ และพีซี สมาร์ทแพดทั้ง 2 รุ่นใช้เทคโนโลยีปากกา EMR (Electro Magnetic Resonance) และหมึกดิจิตอล WILL(TM) ของ Wacom ผู้ใช้สามารถใช้ปากกาเขียนไอเดียลงบนกระดาษ และเพียงกดปุ่มก็สามารถเปลี่ยนข้อความหรือรูปภาพที่เขียนด้วยมือให้กลายเป็นไฟล์ดิจิตอล และเซฟลงในแอป Wacom Inkspace ได้

ไมค์ เกย์ กล่าวว่า “ปัญหาของการเขียนลงบนกระดาษคือแก้ไขและแชร์ได้ยาก แต่ในแอป Wacom Inkspace สิ่งที่ผู้ใช้เขียนไว้จะอยู่ในรูปแบบดิจิตอล ทำให้สามารถปรับปรุงแก้ไขและแชร์ได้อย่างง่ายดาย” แอปWacom Inkspace สามารถใช้งานผ่านบลูทูธบนสมาร์ทโฟน iOS และ Android(TM) รวมถึงแท็บเล็ต ซึ่งเอื้อต่อการทำงานในรูปแบบดิจิตอล ทั้งการแก้ไข จัดเก็บ และแชร์ โดยมาพร้อมฟีเจอร์มากมาย อาทิ โหมดเรียลไทม์ ตัวเลือกย้อนกลับและทำซ้ำ ตลอดจนการปรับระดับแรงกดที่ทำให้การเขียนเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ  

แอป Wacom Inkspace สามารถสมัครใช้งานได้ทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย หากผู้ใช้สมัครแบบเสียค่าใช้จ่าย แอปก็จะทำงานได้หลากหลายมากขึ้นเมื่อเชื่อมต่อกับคลาวด์ โดยจะสามารถส่งออกภาพสเกตช์ไฟล์เวกเตอร์ (.SVG) ทำให้สามารถแก้ไขได้ นอกจากนี้ ฟีเจอร์การเปลี่ยนตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือเป็นตัวพิมพ์ ยังรองรับข้อความแบบ rich text ซึ่งสามารถอ่านสัญลักษณ์นำหัวข้อ (bullet point) และย่อหน้าได้

#makingthefuture 

เพื่อแสดงจุดเด่นของการจดบันทึกในรูปแบบดิจิตอล และเน้นย้ำถึงศักยภาพของการนำหมึกเข้าสู่ระบบคลาวด์ Wacom จึงเชิญชวนผู้เข้าชมบูธในงาน IFA และผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย มาร่วมกัน#makingthefuture ด้วยการแบ่งปันไอเดียเกี่ยวกับหน้าตาของโลกแห่งอนาคต ตั้งแต่อนาคตของการสื่อสารไปจนถึงการแสดงออกทางศิลปะ โดยสามารถวาดภาพบนกระดาษเพื่อเปลี่ยนเป็นศิลปะดิจิตอล จากนั้นไอเดียเหล่านี้จะถูกบันทึกและเผยแพร่ผ่านอีบุ๊กต่อไป

ดีไซน์ล้ำสมัยเพื่อการทำงานอย่างคล่องตัว

Bamboo Slate และ Bamboo Folio ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการส่วนบุคคล และรองรับการใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การจดบันทึกและการร่างภาพ ไปจนถึงการทำ Mind Map และการสื่อความคิดออกมาเป็นภาพ โดยสมาร์ทแพดที่เปิดตัวในครั้งนี้มีด้วยกัน 3แบบ ได้แก่

  • Bamboo Slate สมาร์ทแพดเพรียวบางเพื่อการถ่ายทอดไอเดียอย่างรวดเร็ว โดยมีขนาดเล็ก (A5/ครึ่งกระดาษจดหมาย) และขนาดใหญ่ (A4/กระดาษจดหมาย)
  • Bamboo Folio มาพร้อมเคสที่มีช่องใส่นามบัตรและเอกสารต่างๆ เพื่อให้เก็บบันทึกได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ไอเดียได้อย่างเป็นระเบียบ โดยมาในขนาดใหญ่ (A4/กระดาษจดหมาย)

Inkspace เครื่องเขียนแห่งยุคดิจิตอล

Bamboo Slate และ Bamboo Folio จะเชื่อมต่อกับแอป Wacom Inkspace ที่จะเก็บรักษาบันทึกในรูปแบบดิจิตอลไว้อย่างปลอดภัย ทั้งยังสามารถแก้ไขและแชร์ได้อย่างง่ายดายในรูปแบบไฟล์ต่างๆ ได้แก่ JPG, PNG, PDF และ WILL(TM) และสามารถอ่านบน Bamboo Paper, Inkspace, Dropbox, Evernote และ OneNote ได้ แอป Inkspace รองรับหมึกดิจิตอล WILL(TM) และสามารถเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ของInkspace ที่มีฟีเจอร์หลากหลายให้สมัครใช้งานตามความต้องการของผู้ใช้

การสมัครใช้งานแบบ Inkspace Basic ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพียงแค่ลงทะเบียนก็จะได้รับ Wacom ID ไปใช้ฟรีๆ พร้อมพื้นที่บนคลาวด์ 5GB ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภัย และแบ่งปันข้ามอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แทบเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ทำให้เข้าถึงไอเดียได้ทุกที่ทุกเวลา ส่วนการสมัครใช้งานแบบ Inkspace Plus ผ่านทาง Wacom Marketplace จะมีฟีเจอร์เพิ่มเติมอีกมากมายเพื่อการทำงานอย่างมืออาชีพ อาทิ การเปลี่ยนตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือเป็น rich text การส่งออกไฟล์ในรูปแบบ .SVG และการค้นหาข้อความที่เขียนด้วยลายมือเพื่อนำมาแก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนั้นยังสามารถย้อนกลับได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย ผู้ที่สมัครใช้งานแบบ Inkspace Plus จะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 50GB รวมทั้งสามารถแชร์ไฟล์กันในทีม และแก้ไขไฟล์ร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ เจ้าของ Bamboo Folio และ Bamboo Slate จะได้รับสิทธิในการใช้งานInkspace Plus ฟรี 3 เดือน และหลังจากนั้นจะได้ใช้งานในราคาพิเศษด้วย

ราคาและขนาด

Bamboo Slate และ Bamboo Folio ทั้ง 3 แบบจะวางจำหน่ายออนไลน์ที่Wacom Estore และร้านค้าชั้นนำ

Bamboo Slate ขนาดเล็ก (A5/ครึ่งกระดาษจดหมาย)  ราคา5,350 บาท
Bamboo Slate ขนาดใหญ่ (A4/กระดาษจดหมาย)  ราคา6,152 บาท
Bamboo Folio ขนาดใหญ่ (A4/กระดาษจดหมาย)  ราคา8,164 บาท
*ราคาทั้งหมดรวมภาษีสินค้าและบริการแล้ว

แอป Wacom Inkspace ทั้งเวอร์ชั่น iOS และ Android เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีที่แอปสโตร์ของทั้งสองระบบ การสมัครใช้งาน Inkspace Basic ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอรับ Wacom ID ส่วนการสมัครใช้งาน Inkspace Plus ต้องเข้าไปที่ Wacom Marketplace โดยสามารถใช้งานฟรี 3 เดือน หลังจากนั้นจะเสียค่าใช้จ่ายเพียงเดือนละ 2.99 ดอลลาร์สหรัฐ (จากราคาปกติ 4.99 ดอลลาร์สหรัฐ)

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bamboo Slate, Bamboo Folio และ Inkspace ได้ที่

Bamboo Slate: http://www.wacom.com/en-sg/products/smartpads/bamboo-slate
Bamboo Folio: http://www.wacom.com/en-sg/products/smartpads/bamboo-folio
Inkspace:http://www.wacom.com/en-sg/products/apps-services/inkspace 

เกี่ยวกับ Wacom

Wacom ก่อตั้งขึ้นที่ญี่ปุ่นในปี 2526 ปัจจุบันบริษัทเป็นธุรกิจระดับโลกที่มีสำนักงานขายและการตลาดในกว่า 150 ประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 30ปีที่ผ่านมา Wacom ได้ทำงานร่วมกับเหล่าบุคคลและองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่สุด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและมอบเครื่องมือในการทำให้โลกใบนี้เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์ของ Wacom ถูกใช้งานโดยลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะดิจิตอล ภาพยนตร์ สเปเชียลเอฟเฟกต์ แฟชั่น และผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด นอกจากนั้นยังมีบทบาทสำคัญในการทำให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเป็นธรรมชาติผ่านทางปากกาแท็บเล็ต ปากกาแบบอินเตอร์แอคทีฟ ปากกาสไตลัส อินเตอร์เฟสดิจิตอล และเครื่องมือสร้างสรรค์อื่นๆ เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ของตนเองได้ในรูปแบบดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักธุรกิจ หรือผู้ที่ชื่นชอบการขีดเขียน เทคโนโลยีอินเตอร์เฟสของWacom ได้รับการนำเสนอในรูปแบบโซลูชั่น OEM สำหรับบริษัทผู้ผลิตแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และพีซีชั้นนำมากมาย

สื่อมวลชนติดต่อ

Daphne Tan
Wacom Singapore Pte Ltd
โทร. +65-9233-2370
อีเมล: daphne.tan@wacom.com

วิดีโอ – http://static.prnasia.com/pro/media/201609/wacom0902/video.mp4

Advertisements

Collinear Networks ประกาศความร่วมมือกับ Lockheed Martin เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีส่งผ่านข้อมูลไร้สายครอบคลุมทั่วโลก

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซานตาคลารา, แคลิฟอร์เนีย–16 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Collinear Networks, Inc. จากซิลิคอนวัลเลย์ ประกาศความร่วมมือเป็นเวลา 2 ปีครึ่งกับ Lockheed Martin Corporation เพื่อเดินหน้าทำการตลาดเทคโนโลยีส่งผ่านข้อมูลไร้สายสมรรถนะสูงสำหรับผู้ประกอบการเครือข่ายโทรคมนาคมทั่วโลก

 

http://mma.prnewswire.com/media/449825/Collinear_Networks_and_Lockheed_Martin_Logo.jpg

Collinear ร่วมงานกับ Lockheed Martin Space Systems ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและข้อตกลงการพัฒนาที่ลงนามร่วมกันในเดือนมิถุยายน 2557 เพื่อทำการตลาดผลิตภัณฑ์ส่งผ่านข้อมูลไร้สายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในรูปแบบไฮบริด ซึ่งพัฒนาโดย Lockheed Martin Space Systems ด้วยการผสานเทคโนโลยีการสื่อสารทางแสงแบบไร้สาย (FSO) และเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) เข้าด้วยกัน ข้อตกลงนี้ทำให้Collinear ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการทำการตลาดและขายเทคโนโลยีนี้ให้กับลูกค้าที่ไม่ใช่ภาครัฐทั่วโลก

การใช้งานอินเทอร์เน็ตและการใช้ข้อมูลผ่านมือถือทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง เทคโนโลยีส่งผ่านข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันจึงเผชิญกับความท้าทายในการรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างคุ้มทุน จึงต้องอาศัยการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทั้งแบบยึดติดตายตัวและสามารถเคลื่อนย้ายได้, Internet of Things, ยานยนต์, เครือข่าย SDN รวมถึงสถานีรับ-ส่งสัญญาณไร้สายทั้งแบบยึดติดตายตัวและสามารถเคลื่อนย้ายได้

Collinear ได้ผสานเทคโนโลยีด้านเครือข่ายเข้ากับโซลูชั่นไฮบริด เพื่อประโยชน์ในเรื่องของความสามารถในการรองรับการใช้งานและระยะทางความครอบคลุม ความฉลาดของเครือข่ายที่สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เครือข่ายใหม่ๆ อาทิ 5G และ SDN รวมถึงต้นทุนที่ต่ำเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน

Collinear เชื่อว่าขนาดและน้ำหนักที่เจาะจงของเทคโนโลยีนี้ จะช่วยให้การติดตั้งเทคโนโลยีรวมเข้ากับเครือข่ายที่มีอยู่เดิมสามารถทำได้โดยใช้ช่างเพียงคนเดียว และคาดว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นส่วนเสริมหรือเข้ามาแทนที่โครงสร้างพื้นฐานไร้สายที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับการทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งไฟเบอร์ที่มีความซับซ้อนและมีราคาสูงลิ่ว

จอห์น ดรูรี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร Collinear กล่าวว่า เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความร่วมมือครั้งนี้ Collinear และ Lockheed Martin ร่วมมือกันมานานหลายปีเพื่อนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในเชิงพาณิชย์ เรารู้สึกยินดีที่เทคโนโลยีนี้ออกสู่ตลาดด้วยประสิทธิภาพที่เหนือชั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการเครือข่ายและผู้ใช้ระดับองค์กร

ริค แอมโบรส รองประธานบริหาร Lockheed Martin Space Systems กล่าวว่า เรายินดีที่มีโอกาสร่วมงานกับ Collinear ในการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไฮบริดนี้ ซึ่งนำไปสู่การยกระดับเทคโนโลยีคลื่นวิทยุและเทคโนโลยีออปติกของเรา โดยอาศัยประสบการณ์ของCollinear ด้านเทคโนโลยีเครือข่าย

ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและข้อตกลงการพัฒนาข้างต้น คณะนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของ Lockheed Martin ในซิลิคอนวัลเลย์ ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญของ Collinear ในการออกแบบผลิตภัณฑ์จนเสร็จสมบูรณ์ โดย Collinear มีแผนที่จะวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2560

ดานา วอลด์แมน ซีอีโอคนใหม่ของ Collinear กล่าวว่า “วันนี้นับเป็นโอกาสดีของ Collinear ที่ได้ประกาศความร่วมมือกับ Lockheed Martin หลังจากที่ได้ร่วมงานกันมานานกว่า 30 เดือน เราตั้งตารอที่จะนำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกท่านที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เกี่ยวกับ Collinear Networks, Inc.

Collinear Networks ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายร่วมกับ Lockheed Martin เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและปูทางไปสู่ยุคแห่งการเชื่อมต่อไร้พรมแดน บริษัทมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมประสบการณ์รวมกันนานกว่า 250ปี ในด้านการจัดการและเทคโนโลยีระดับสากล

เกี่ยวกับ Lockheed Martin

Lockheed Martin ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เบเธสดา รัฐแมริแลนด์ เป็นบริษัทอากาศยานและความมั่นคงระดับโลกที่มีพนักงานถึง 98,000คนทั่วโลก บริษัทมุ่งเน้นไปที่การวิจัย ออกแบบ พัฒนา ผลิต วางระบบ รวมถึงซ่อมบำรุงระบบ ผลิตภัณฑ์ และให้บริการเทคโนโลยีขั้นสูง

สื่อมวลชนติดต่อ:

Collinear: Gloria Arevalo, +1 408-219 2352,info@collinear.com

Lockheed Martin: Sydney Owens, +1 408-756-1241,sydney.c.owens@lmco.com

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.collinear.com

ปากกาสไตลัส “Bamboo Fineline” ของขวัญโดนใจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–16 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ปัจจุบัน มีแอปและอุปกรณ์มากมายที่เอาใจผู้ใช้ด้วยฟีเจอร์ที่รองรับการสื่อสารที่สะท้อนตัวตน ตั้งแต่การวาดรูปบนภาพถ่ายในแอป Snapchat ไปจนถึงการขีดเขียนและจดโน้ตบน iPhone และ iPad ด้วยเหตุนี้ ปากกาสไตลัส “Bamboo Fineline” ใหม่ จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเขียนสิ่งต่างๆ ลงบนหน้าจอทัชสกรีนได้อย่างเป็นธรรมชาติและสะดวกสบายที่สุด

ลายมือคือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน ทว่าการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัลถูกจำกัดรูปแบบให้ใช้ได้แค่ตัวอักษรเดิมๆอย่าง Calibri หรือ Power Point SmartArt ด้วยเหตุนี้ ปากกาสไตลัส Bamboo Fineline จึงเป็นทางเลือกในอุดมคติสำหรับการผู้ที่ต้องการพลิกโฉมการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล โดยเป็นปากกาสไตลัสหัวแหลมรุ่นที่ 3 ที่ Wacom ออกแบบเพื่อ iOS โดยเฉพาะ มาพร้อมแอปที่รองรับการใช้งานบน iPhone และ iPad ผ่าน Bluetooth(R) มอบการเขียนที่มีความแม่นยำมากขึ้น ควบคู่กับฟีเจอร์ palm rejection และระบบตรวจจับแรงกด นอกจากนั้นยังมีปุ่มลัดที่ช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.prnasia.com/mnr/wacom_bamboo_fineline_201611.shtml

 

ไมค์ เกย์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคของ Wacomกล่าวว่า “Bamboo Fineline คือปากกาสไตลัสระดับพรีเมียมสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากการสเกตซ์แบบ จดโน้ต หรือออกแบบงานศิลป์ในที่ทำงาน มาสู่การ DIY อย่างเช่นการเขียนด้วยลายมือ การเขียนอักษรวิจิตร หรือการสเกตซ์ภาพแบบชิลๆที่บ้าน” ปากกาสไตลัสรุ่นนี้สามารถใช้งานกับแอปจดโน้ตหรือสเกตซ์ภาพอย่าง Goodnotes, ZoomNotes, Autodesk SketchBook, Concepts, และ Bamboo Paper ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนแอปอื่นๆ อาทิ ArtRage, MediBang Paint, NotesPlusและ Noteshelf ก็กำลังจะใช้งานร่วมกันได้ในเร็วๆนี้

Bamboo Omni ปากกาสไตลัสสำหรับคอเทคโนโลยี

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เด่นในตระกูลปากกาสไตลัสหัวแหลมของ Wacom ก็คือ “Bamboo Omni” ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ปากกาอัจฉริยะรุ่นนี้สามารถทำงานได้กับอุปกรณ์ทัชสกรีนระบบ iOS และ Android แทบทุกรุ่น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างผลงานดิจิทัลที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองได้อย่างรวดเร็ว Bamboo Omni เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องสลับใช้งานระหว่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตตลอดเวลา เพียงแค่หมุนหัวปากกาออกมาก็สามารถสร้างไฟล์ PDF ลงลายเซ็น หรือแต่งเติมลวดลายบนภาพใน WhatsApp, Facebook และ Snapchat ได้ทันที

ราคาและการวางจำหน่าย

Bamboo Fineline รองรับการทำงานร่วมกับ iPad ทุกรุ่น ตั้งแต่ iPad 3เป็นต้นไป รวมทั้ง iPad Air และ iPad Mini (ยกเว้น iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว) ตลอดจน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ด้วย โดยสนนราคาของปากกาสไตลัสรุ่นนี้อยู่ที่ 59.95 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมวางจำหน่ายผ่านตัวแทนและร้านค้าออนไลน์ของ Wacom ในบางพื้นที่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ทันสำหรับซื้อหาเป็นของขวัญวันคริสต์มาส สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.wacom.com/en-sg/products/stylus/bamboo-fineline

สำหรับ Bamboo Omni สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หน้าจอทัชสกรีนได้เกือบทุกรุ่น โดยสนนราคาอยู่ที่ 49.95 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมวางจำหน่ายผ่านตัวแทนและร้านค้าออนไลน์ของ Wacom ในบางพื้นที่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wacom.com/en-sg/products/stylus/bamboo-omni

เกี่ยวกับ Wacom

Wacom ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เป็นบริษัทระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น (ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว: 6727) โดยมีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขากระจายอยู่ทั่วโลก เพื่อรองรับการทำตลาดและการจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ Wacom มีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเทคโนโลยีผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสที่เป็นธรรมชาติ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้นำของโลกด้านการผลิตจอดิสเพลย์และแท็บเล็ตมีปากกา รวมถึงปากกาสไตลัสแบบดิจิทัลและโซลูชั่นสำหรับการเซฟและจัดทำลายมือชื่อดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูงในตัวอุปกรณ์อินพุตอันล้ำสมัยของ Wacom ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบดิจิทัล ภาพยนตร์ สเปเชียลเอฟเฟค แฟชั่น และงานออกแบบอันน่าตื่นตาตื่นใจทั่วโลก และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั้งเชิงธุรกิจและทั่วไปสามารถแสดงตัวตนของตนเองผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เฟสชั้นนำนี้ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.wacom.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
Wacom Singapore Pte. Ltd.
Daphne Tan
โทร. (+65) 6258 8640
อีเมล: daphne.tan@wacom.com

วิดีโอ – http://static.prnasia.com/pro/media/201611/wacom_bamboo_fineline/video.mp4


รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161116/8521607496-a


รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161116/8521607496-b


รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161116/8521607496-c


รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161116/8521607496-d

คำบรรยายวิดีโอ: Bamboo Fineline

คำบรรยายภาพ: Bamboo Fineline สีขาว

คำบรรยายภาพ: Bamboo Fineline สีฟ้า

คำบรรยายภาพ: Bamboo Fineline สีน้ำเงิน

คำบรรยายภาพ: Bamboo Fineline สีดำ

OGT ประกาศเพิ่มตัวตรวจจับใหม่จาก Cytocell รองรับการตรวจก้อนเนื้อมะเร็งด้วยเทคนิค FISH

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อ็อกซ์ฟอร์ด, อังกฤษ–15 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เพิ่มตัวตรวจก้อนเนื้อมะเร็งใหม่ 3 รุ่น ขึ้นแท่นตระกูลตัวตรวจจับที่มีให้เลือกมากที่สุดในตลาด

Oxford Gene Technology (OGT) บริษัทด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล ประกาศเพิ่มตัวตรวจจับหรือโพรบ (Probe) ใหม่ในกลุ่ม Cytocell Aquarius(R) รองรับการตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาด้วยเทคนิค FISH (Fluorescence in situ Hybridization) ทั้งสิ้น 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ FUS Breakapart และ FOXO1 Breakapart ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน CE-IVD และรุ่น TFE3 Breakapart สำหรับใช้ในการวิจัยเท่านั้น การประกาศเพิ่มตัวตรวจจับครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำพันธสัญญาของ OGT ในการนำเสนอเครื่องมือที่ครอบคลุมและทันสมัยที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการวิจัยและวินิจฉัยมะเร็ง
OGT-Logo Logo / Oxford Gene Technology (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology)
(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/406091LOGO )

OGT / The Cytocell Aquarius FOXO1 Breakapart probe, hybridised to a formalin-fixed paraffin-embedded (FFPE) section, showing bright, robust signals (PRNewsFoto/Oxford Gene Technology (OGT))
(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161208/447004 )

ตัวตรวจจับใหม่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยยีน FUS และ FOXO1 ต่างก็เป็นยีนที่มีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งที่ทำให้อ่อนเพลีย ขณะที่การกลับมาจัดเรียงตัวใหม่ของยีน FUS ร่วมกับพาร์ทเนอร์ยีนอื่นๆนั้น พบในโรคมะเร็งหลายๆชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนและมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบไมอีลอยด์ ส่วนการสลับตำแหน่งของยีน FOXO1 มีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายชนิด Alveolar RMS ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 80%

Steve Chatters ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสประจำฝ่ายพยาธิวิทยาของOGT ได้ให้ความเห็นในการเปิดตัวอุปกรณ์ตรวจจับ Aquarius FISH รุ่นใหม่ว่าตัวตรวจจับรุ่นใหม่นี้ได้แสดงให้เห็นถึงพันธสัญญาของ OGT ในการเป็นผู้นำตลาดตัวตรวจจับด้วยเทคนิค FISH คุณภาพสูง ในแวดวงการวิจัยโรคมะเร็งที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวอุปกรณ์ตรวจจับด้วยเทคนิค FISH เพิ่มกว่า 20 รุ่น สำหรับตัวตรวจจับด้วยเทคนิค FISH จาก Cytocell นั้นไม่เป็นสองรองใครทั้งในแง่ของความครอบคลุมและคุณภาพ ทั้งนี้ เรามีความมุ่งมั่นที่จะตอบรับกับความคาดหวังของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มตัวตรวจจับมะเร็งด้วยเทคนิคFISH รุ่นใหม่ๆจาก Cytocell อีกในปี 2560”

ด้วยความเป็นเลิศในแง่ของความจำเพาะ ตัวตรวจจับด้วยเทคนิค FISHในตระกูล Cytocell Aquarius ทำหน้าที่ส่งสัญญาณความเข้มสูงแต่แบคกราวด์ต่ำ โดยตัวตรวจจับนี้เป็นโซลูชั่นสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในการทดลอง และมอบความมั่นใจให้กับผลลัพธ์การวิจัย

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Cytocell ยังรวมไปถึง FUS Proximal Probe Red, FUS Distal Probe Green, FOXO1 Proximal Probe Green, FOXO1 Distal Probe Red, TFE3 Proximal Probe Red และ TFE3 Distal Probe Green ที่มีการเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในฐานะ Analyte Specific Reagent (ASR)

ที่มา: Oxford Gene Technology (OGT)

Perrier-Jouët เปิดตัวการแสดงสื่อศิลปะผสม L’Eden นำมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติมาสู่งาน DesignMiami/ 2016

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไมอามี–1 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Perrier-Jouët แบรนด์แชมเปญระดับโลกสัญชาติฝรั่งเศส เปิดตัว L’Edenการแสดงสื่อศิลปะผสมที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 1 ธ.ค. ซึ่งยังความประหลาดใจในแบบที่ไม่เคยสัมผัสจากที่ใด มาสู่นครไมอามี โดยการเฉลิมฉลองผ่านการออกแบบและธรรมชาติในมุมมองที่ไม่เหมือนใครนี้นำพาบรรดาแขกผู้มีเกียรติภายในงานสู่โลกอันรุ่มรวยไปด้วยความสุข เติมแต่งด้วยความวิจิตรของพฤกษา อีกทั้งยังแปลงโฉม Casa Claridge’s โรงแรมเก่าแก่สัญชาติโปลิช ที่ตั้งอยู่ในเขต Faena ให้กลายเป็นสถานที่สุดล้ำด้านเทคโนโลยี ไปพร้อม ๆ กับการถ่ายทอดเรื่องราวในแบบฉบับของPerrier-Jouët ในงานออกแบบ DesignMiami/ 2016

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่http://www.multivu.com/players/uk/7993651-leden-by-perrier-jouet-design-miami/

ไซมอน แฮมเมอร์สไตน์ อาร์ตไดเร็คเตอร์ของการแสดงสื่อศิลปะผสมครั้งนี้ เชื้อเชิญให้ผู้ร่วมงานผจญภัยไปกับการผสมผสานอันน่าพิศวงระหว่างการออกแบบ การแสดงบนเวที และประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส โดยมีอะเดล ชูเอต์, ปิแอร์ เปอริเอ้ และ ผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่อย่าง เอมิล กัลเล่ เป็นผู้ร่วมแสดง ที่จะดึงผู้ชมสู่ห้วงแห่งความรักและศิลปะอันน่าหลงใหลที่โอบล้อมไปด้วยความงามแห่งธรรมชาติ สำหรับห้องสมุดในศตวรรษที่ 19 นั้น อบอวลด้วยกลิ่นลูกแพร์และผลซิตรัส ส่วนห้องแต่งองค์ทรงเครื่องอันวิจิตรสำหรับคุณสุภาพสตรีก็ได้รับการแปลงโฉมด้วยดอกกล้วยไม้และดอกแมกโนเลีย ขณะที่โต๊ะอาหารค่ำอันงดงามถูกผสมกลมกลืนไปกับเถาองุ่นและไม้พุ่มที่ตกแต่งอยู่โดยรอบ

สำหรับ ไซมอน เจ้าของและผู้ก่อตั้ง The Box สถานที่ที่ปลุกให้บรรดาแขกทั้งหลายหลุดออกจากห้วงแห่งความจริงและกลับไปเป็นตัวของตัวเอง เป็นผู้ที่สมบูรณ์แบบในการสร้างสุดยอดอาณาจักรแห่งนี้ โดยรวบรวมมรดกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Perrier-Jouët เข้ากับความมีชีวิตชีวาของนิทรรศการการออกแบบนานานชาติของไมอามี และมัดใจบรรดาผู้ร่วมงานด้วยการผสมผสานการสัมผัส สูดดม และจับต้องทางความรู้สึก เข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านการสร้างบรรยากาศที่เขาได้รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเล่าขานเรื่องราวความรักที่นำพาผู้ก่อตั้ง Maison มารวมตัวกัน และศิลปะแห่งแชมเปญที่ใช้เฉลิมฉลองความเป็นธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง

การแสดงสื่อศิลปะผสม L’Eden ของ Perrier-Jouët ไม่ใช่แค่สถานที่พบปะในตอนเย็นเพียงเท่านั้น งานนี้ยังต้อนรับแขกทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ในฐานะงานเสวนาที่มีชีวิตชีวาเพื่อสนทนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ควบคู่ไปกับงานเลี้ยงฉลองที่ยากจะลืมเลือน ในงานมีการจัดกิจกรรมเต็มรูปแบบ ทั้งการประชุม ลิ้มลอง พูดคุย และรับประทานอาหารเย็น ที่ช่วยเติมเต็มความซาบซ่าตามสไตล์ของ DesignMiami/ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของ แอนดริว คัดเลส นักออกแบบชาวซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านศิลปะคนใหม่ของ Perrier-Jouët ตลอดจนขั้นตอนการผลิตแชมเปญ

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเหล่าคนดังและแขกวีไอพีมาร่วมงานกาล่าในช่วงค่ำ ทั้งซาราห์ เจสสิก้า พาร์คเกอร์, เคที โฮล์มส์, เลดี้ วิคตอเรีย เฮอร์วีย์, ซาช่า เลน มาร่วมดื่มด่ำบรรยากาศแห่งความสุขของการเฉลิมฉลองร่วมกับบรรดาแแขกผู้มีเกียรติ โดยงานแสดงศิลปะสื่อผสม L’Eden ของ Perrier-Jouët นี้ จะมอบมนต์สะกดแห่งธรรมชาติให้กับ DesignMiami/ จนถึงวันที่ 1 ธ.ค.นี้

 Sarah Jessica Parker / Sarah Jessica Parker at L'Eden By Perrier-Jouët (PRNewsFoto/Maison Perrier-Jouët)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161130/444033  )

 

วิดีโอ:   http://www.multivu.com/players/uk/7993651-leden-by-perrier-jouet-design-miami/

ที่มา: Maison Perrier-Jouet

Oil Insurance Limited (OIL) ประกาศจ่ายเงินปันผล 200 ล้านดอลลาร์ พร้อมอนุมัติฝ่ายบริหารเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ 2559

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แฮมิลตัน, เบอร์มิวดา–15 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัท Oil Insurance Limited (OIL)ประจำเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯได้มีมติให้ดำเนินการการจ่ายเงินปันผลค้างจ่ายจำนวน200 ล้านดอลลาร์ให้แก่ผู้ถือหุ้น ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 การตัดสินใจของที่ประชุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 200 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 เนื่องจากสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งของ OIL และแผนบริหารจัดการเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากมติเรื่องการจ่ายเงินปันผลแล้ว ที่ประชุมยังมอบอำนาจให้ฝ่ายบริหารดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ 2559 ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานหลักของบริษัท ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การให้บริการสมาชิก และการตลาดและการจัดจำหน่าย โดยแผนขั้นสุดท้ายจะถูกชี้แจงต่อสมาชิกในการประชุมสามัญประจำปีที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2560

โรเบอร์โต เบนซัน ประธานคณะกรรมการของ OIL แสดงความคิดเห็นว่าการจ่ายเงินปันผลจำนวน 200 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะกรรมการบริหารในการตอบแทนผู้ถือหุ้นของ OIL ในช่วงเวลาที่ต้องใช้ความรอบคอบอย่างมากในการตัดสินใจพร้อมเสริมว่า แผนกลยุทธ์ใหม่ของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเพิ่มความโดดเด่นให้กับคุณค่าที่เรานำเสนอแก่ผู้ถือหุ้น และผมตั้งตารอที่จะได้เห็นการเดินหน้าแผนกลยุทธ์นี้

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OIL และผลประกอบการประจำไตรมาส30 กันยายน 2559 ได้ที่ http://www.oil.bm

Oil Insurance Limited (OIL) รับประกันสินทรัพย์ด้านพลังงานทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ให้กับสมาชิกกว่า 50 ราย ด้วยจำนวนเงินจำกัดความรับผิดในทรัพย์สินสูงสุดถึง 400 ล้านดอลลาร์ รวมเป็นจำนวนกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ของขีดความสามารถในการรับประกันภัยทรัพย์สินที่ระดับ A- สมาชิกประกอบไปด้วยบริษัทพลังงานขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ทั้งในภาครัฐและเอกชนที่มีสินทรัพย์ทางกายภาพอย่างน้อย 1พันล้านดอลลาร์ และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุนหรือเทียบเท่า ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอประกอบไปด้วย ทรัพย์สิน (ความเสียหายทางกายภาพ) ลมพายุ มลพิษที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การควบคุมหลุมพลังงาน การก่อการร้าย ไซเบอร์ การก่อสร้าง และเรือบรรทุก สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ OIL ให้ความคุ้มครองได้แก่ การสำรวจและผลิตทั้งบนบกและในทะเล การกลั่นและการตลาด ปิโตรเคมี เหมืองแร่ ท่อส่ง สาธารณูปโภคไฟฟ้า และธุรกิจพลังงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ที่มา: Oil Insurance Limited (OIL)

YES BANK ได้รับการจัดอันดับที่ ‘AAA’ จาก MSCI ESG Research

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–15 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

YES BANK ธนาคารภาคเอกชนรายใหญ่อันดับ 5 ของอินเดีย ได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือจาก MSCI ESG Research สู่ระดับ AAAจากระดับ AA โดย MSCI ESG Research ได้ชูจุดแข็งที่สำคัญของ YES BANK ในเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน บรรษัทภิบาล และการสร้างเสถียรภาพของระบบการเงิน ทั้งยังระบุด้วยว่า ธนาคารไม่มีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ เมื่อพิจารณาในมุมมองด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

 YES BANK Becomes the First Indian Bank to be Selected in Dow Jones Sustainability Indices / YES BANK Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151012/769006 )

รานา คาปูร์ เอ็มดีและซีอีโอของ YES BANK กล่าวว่า “YES BANK มีความเป็นเลิศในแง่ของการบริหารจัดการความเสี่ยง เนื่องจากเราเป็นธนาคารแห่งแรกในอินเดียที่รวมความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าไว้ในกรอบการประเมินความเสี่ยงเครดิตโดยรวม ซึ่งช่วยให้เราสามารถลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ในเชิงรุก พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่ๆ ในภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตสูง (Sunrise sector) ของอินเดีย ปัจจุบันนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยต่างก็เริ่มตระหนักกันมากขึ้นถึงความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG)”

การได้รับการจัดอันดับที่ ‘AAA’ ถือเป็นการยืนยันถึงกรอบการทำงานด้านความเสี่ยงอย่างรอบด้าน 360 องศาของ YES BANK ซึ่งครอบคลุมถึงปัจจัย ESG ที่กำหนด

สิ่งแวดล้อม

YES BANK ได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ โดยในปีงบการเงิน 2559ธนาคารได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ลง 19.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001:2004สำหรับสาขาของธนาคาร 184 แห่งในอินเดีย

สังคม

YES BANK ใช้โมเดลธนาคารแบบไม่มีสาขาเพื่อให้เข้าถึงครัวเรือนในเขตชนบทกว่า 18.8 ล้านหลังคาเรือนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ผ่านทางกลุ่มเพื่อการพึ่งพาตนเอง Self Help Group (SHG) จำนวน 155,000 กลุ่ม นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Business Correspondent (BC) จำนวน 39 ราย เพื่อจัดหาบริการทางการเงินที่ครอบคลุมแก่ประชากรที่ไม่มีบัญชีธนาคาร ทั้งในชนบทและในเขตกึ่งเมืองกึ่งชนบท ครอบคลุม 260 อำเภอทั่วอินเดีย

ธรรมาภิบาล

YES BANK ถือเป็นสถาบันอ้างอิงของอินเดียสำหรับการจัดทำการบัญชีและการรายงานตามแนวคิด Triple Bottom Line และในปีงบการเงิน2559 ธนาคารได้กลายเป็นผู้บุกเบิกในฐานะธนาคารอินเดียแห่งแรกที่ออกรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) ตามแนวทางการรายงานเชิงบูรณาการ (Integrated Reporting) ของสภาการรายงานเชิงบูรณาการระหว่างประเทศ (International Integrated Reporting Council: IIRC)ควบคู่กับการปฏิบัติตามแนวทางของ GRI G4 อย่างต่อเนื่อง YES BANKได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 ในด้านระบบการจัดการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

เกี่ยวกับ YES BANK

YES BANK เป็นธนาคารภาคเอกชนรายใหญ่อันดับ 5 ของอินเดีย โดยมีสาขาทั่วทั้ง 29 รัฐ และ 7 ดินแดนสหภาพของอินเดีย และมีสำนักงานใหญ่ในเขต Lower Parel Innovation District (LPID) ของมุมไบ ธนาคารถือกำเนิดขึ้นจากความมุ่งมั่นต่อความเป็นมืออาชีพและความเป็นผู้ประกอบการของ รานา คาปูร์ ผู้ก่อตั้ง ร่วมด้วยทีมบริหารระดับสูงของเขา โดยธนาคารได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นเป็นธนาคารเพื่อมืออาชีพของอินเดีย ด้วยพันธกิจระยะยาวในการ “สร้างธนาคารคุณภาพเยี่ยมระดับโลกในอินเดียภายในปี 2563″

สื่อมวลชนติดต่อ:

Sonali Shome

โทร: +91-22 3347 8051

อีเมล: sonali.shome@yesbank.in

ที่มา: YES BANK Ltd

USC Leonard Davis School ประกาศแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่ง Kevin Xu Chair in Gerontology

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแองเจลิส–15 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ ห้องบอลรูม USC Town and Gown คุณพินชาส โคเฮน คณบดีประจำ USC Leonard Davis School of Gerontology ได้ประกาศสถาปนาตำแหน่ง Kevin Xu Chair in Gerontology รวมถึงประกาศคุณงามความดีของ Rongxiang Xu Regenerative Life Science Lab ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากนักธุรกิจในแวดวงเทคโนโลยีชีวภาพอย่างคุณเควิน ซู

 

รูปภาพ – http://prnewswire2-a.akamaihd.net/p/1893751/sp/189375100/thumbnail/entry_id/1_4njqphci/def_height/480/def_width/640/

คุณเควิน ซู จะให้การสนับสนุน USC Davis School ในการสานต่อพันธกิจเพื่อส่งเสริมให้บุคคล ชุมชน และสังคม เข้าสู่ช่วงสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี ผ่านการชี้นำและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านการวิจัย การให้ความรู้ และการปฏิบัติจริง

คุณเควิน ซู กล่าวว่า พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมลงมือช่วยเหลือผู้อื่น ท่านไม่เพียงมอบคำแนะนำให้กับผมเท่านั้น แต่ยังมอบแนวทางการใช้ชีวิตด้วย ชีวิตของคนเราเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด และจุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ ในยามที่ผู้คนทั่วโลกเริ่มแก่ตัว ผมมีความภูมิใจที่ได้ให้การสนับสนุน USC Davis Schoolในบุกเบิกการวิจัยใหม่ๆ พร้อมกับบ่มเพาะผู้นำและนักธุรกิจด้านชราภาพวิทยารุ่นต่อไป

คุณโคเฮน กล่าวว่า คุณเควิน และดร.หรงเซียง ซู บิดาผู้ล่วงลับ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการค้นพบสิ่งใหม่ๆทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั้งในปัจจุบันและรุ่นลูกรุ่นหลาน

ดร.หรงเซียง ซู เป็นศัลยแพทย์ผู้มีความชำนาญในด้านการพัฒนาวิธีการใหม่ๆในการรักษาบาดแผล โดยผลงานวิจัยว่าด้วยการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อของเขาได้รับการจดสิทธิบัตรหลายรายการในสหรัฐอเมริกา ทั้งยังส่งผลให้บริษัทข้ามชาติอย่าง MEBO International เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วย

ในพิธีสถาปนาตำแหน่งดังกล่าว คุณโคเฮนได้ขึ้นมอบเหรียญDean’s Medallion อันเป็นเครื่องหมายเกียรติยศสูงสุดที่ทางสถาบันมอบให้กับพันธมิตรและผู้สนับสนุน ให้แก่ดร.หลี หลี่ คู่ชีวิตของดร.หรงเซียง ซู ผู้ล่วงลับ และเป็นมารดาของคุณเควิน ขณะที่คุณเควิน ซู และ ศ.จอร์จ แชนนอน จาก USC Davis School ได้ขึ้นรับเก้าอี้จำลองขนาดจิ๋วซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตำแหน่งใหม่นี้ โดย ศ.แชนนอน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้เป็นท่านแรก พร้อมกับตำแหน่งผู้อำนวยการของ Rongxiang Xu Regenerative Life Science Lab

ศ.แชนนอน กล่าวว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้ โดย Rongxiang Xu Lab, Kevin Xu Chair และ Brighten Award ล้วนเป็นพันธสัญญาจากรุ่นสู่รุ่นที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของชราภาพวิทยา และความเป็นผู้นำของ USC ในสาขานี้

ระหว่างพิธีดังกล่าว คุณเคลวิน เดวีส์ รองคณบดีของ Davis Schoolได้กล่าวแนะนำเจ้าหน้าที่จากสภาคองเกรสสหรัฐและรัฐแคลิฟอร์เนียที่เคยมอบประกาศนียบัตรให้แก่คุณซู ได้แก่ เท็ด หลิว สมาชิกสภาคองเกรส, จูดี ชู สมาชิกสภาคองเกรส, จอห์น เจียง ขุนคลังรัฐแคลิฟอร์เนีย, ฟิลลิป เฉิน ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐแคลิฟอร์เนีย, เครก ยัง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยอร์บาลินดา และจิมมี่ หลิน นายกเทศมนตรีเมืองไดมอนด์บาร์

ติดต่อ: Tom Tao, อีเมลtaogx@mebo.com

IAOMT สนับสนุนให้ทั่วโลกเลิกใช้ปรอทอุดฟัน

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แชมเปียนส์เกต, ฟลอริดา–15 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 3 หน่วยงานของสหภาพยุโรป ได้แก่ รัฐสภายุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ได้บรรลุข้อตกลงว่าด้วยการห้ามใช้ปรอทอุดฟันในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี รวมถึงสตรีที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก International Academy of Oral Medicine and Toxicology (IAOMT) องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่สนับสนุนให้ทั่วโลกเลิกใช้ปรอททางทันตกรรม 

 

http://mma.prnewswire.com/media/448398/IAOMT_Mercury_Filling.jpg

Dr. Tammy DeGregorio ประธานของ IAOMT อธิบายว่า “ปรอทมีพิษ และการใช้ปรอทอุดฟันเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะมีบุตรยาก อาการวิตกกังวล ซึมเศร้า เหนื่อยล้า และอาการข้างเคียงอีกมากมาย ความจริงแล้ว มีวัสดุอุดฟันชนิดอื่นๆที่ใช้แทนปรอทได้มานานหลายสิบปีแล้ว ดังนั้น ทั่วโลกควรเดินตามรอยยุโรปในการควบคุมการใช้ปรอทอุดฟัน และทางที่ดีที่สุดคือเลิกใช้ไปเลย”

IAOMT ได้รวบรวมผลการวิจัยหลายร้อยฉบับเกี่ยวกับอันตรายของปรอททางทันตกรรมที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับทันตแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงสาธารณชนทั่วไป

ปรอททางการแพทย์ยังคงถูกนำไปใช้กับคนไข้ราว 45% ทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐอเมริกา และประชาชนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกมีปรอทอุดฟันอยู่ในปาก แต่คนเหล่านี้แทบไม่รู้เลยว่าปรอทอุดฟันทำมาจากปรอท 50% ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเอง รวมถึงเด็กที่อยู่ในครรภ์และเด็กที่กินนมแม่ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

            คนไข้บางคนเอาปรอทอุดฟันออกด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ปรอทอุดฟันแตก เหตุผลทางการแพทย์ หรือความต้องการส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม การเอาปรอทอุดฟันออกอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ตัวคนไข้เอง ทันตแพทย์ และผู้อื่น หากทำไม่ถูกวิธี ดังนั้น IAOMT จึงได้พัฒนาเทคนิคการเอาปรอทอุดฟันออกอย่างปลอดภัย หรือ Safe Mercury Amalgam Removal Technique (SMART) ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อแนะแนวทางในการใช้เครื่องแยกปรอทอุดฟัน เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟัน เครื่องดูดน้ำลายแรงสูง การใส่หน้ากากกันสารปรอท รวมถึงมาตรการป้องกันความปลอดภัยอื่นๆ

            นอกจากนี้ IAOMT ยังได้พัฒนา “The SMART Choice” เพื่ออธิบายว่าเทคนิค SMART คืออะไร เพราะเหตุใดจึงมีความสำคัญ รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับทันตแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเทคนิค SMART ขณะเดียวกันยังมีการรณรงค์ให้คนไข้และทันตแพทย์พูดคุยกันในเรื่องของการเอาปรอทอุดฟันออกอย่างปลอดภัยด้วย

            ติดต่อ:

Jack Kall, DMD ประธานคณะกรรมการบริหาร IAOMT อีเมล:info@iaomt.org

Amanda Just ผู้อำนวยการโครงการของ IAOMT อีเมล:amanda.just@iaomt.org

โทร. (863) 420-6373 เว็บไซต์: www.iaomt.org

NEC จัดฝึกอบรมการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้แก่หน่วยงานภาครัฐของไทย

Published December 16, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–14 ธ.ค.–เบอร์นามา-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (NEC; TSE: 6701) ประกาศว่า บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) ได้จัดการฝึกอบรมการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์สำหรับหน่วยงานภาครัฐของไทย ให้แก่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ระหว่างวันที่ 6 – 9 ธันวาคม ที่กรุงเทพฯ โดยมีเจ้าหน้าที่จาก ETDA และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เข้าร่วมอบรมมากกว่า 50 คน

          ETDA เป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทย นอกจากนี้ ETDA ยังเป็นผู้ดำเนินงานศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการตอบสนองและจัดการกับเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย ทั้งนี้โครงการฝึกอบรมการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ของ NEC มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์ โดยจะมีการจำลองสถานการณ์การโจมตีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของลูกค้า ซึ่งการฝึกอบรมภาคปฏิบัติการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาให้ผู้ดูแลระบบมีความศักยภาพเพิ่มขึ้นในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ในลักษณะที่ครอบคลุม

          นายทาคายูกิ คาโนะ ประธานบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรในการจัดโครงการฝึกอบรมเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ให้แก่หน่วยงานต่างๆในประเทศไทย ความสำเร็จของ NEC ในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ผ่านมานั้น ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานของรัฐบาลต่างๆทั่วโลก ในด้านการพัฒนาบุคลากรเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์”

          ข้อมูลการฝึกอบรมโดยสังเขป

          โครงการฝึกอบรมดังกล่าวสร้างขึ้นจากแบบจำลองของระบบเครือข่ายหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทดลองรับมือกับสถานการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์อย่างเต็มรูปแบบด้วยตนเอง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของปัญหาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ ไปจนถึงการแก้ปัญหาในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่า การอบรมครั้งนี้ไม่ได้มอบทักษะเชิงเทคนิคในการรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมอบหลักการที่สำคัญในระดับองค์กรเพื่อช่วยยับยั้งความเสียหายไม่ให้บานปลาย อาทิ ข้อควรปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ และการแบ่งปันข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          ประวัติความเป็นมา

          ในเดือนเมษายน 2558 กระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่น (MIC) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของไทย (ปัจจุบันคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อขยายความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระหว่างสองประเทศ และการประสานงานกันในด้านการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานทางไอซีทีระดับ mission-critical ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงไซเบอร์ในประเทศไทยผ่านทางการจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูง

          เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ทาง NEC ได้ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่หน่วยงานภาครัฐของไทย โดยผ่านทางโครงการที่กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นได้ริเริ่มขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการ “Cyber Defense Exercise with Recurrence (CYDER)” ที่กระทรวง MIC จัดขึ้นในญี่ปุ่น โดย NEC มองว่าการทำสัญญาฉบับใหม่กับ ETDA ถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของโครงการความร่วมมือในปี 2558

          เกี่ยวกับ NEC Corporation

          NEC Corporation เป็นผู้นำด้านการบูรณาการเทคโนโลยีเครือข่ายและไอทีเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้แก่ภาคธุรกิจและผู้คนทั่วโลก NEC นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นซึ่งเกิดจากการผสมผสานประสบการณ์และทรัพยากรจากทั่วโลกของบริษัท ส่งผลให้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของ NEC สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ NEC อาศัยความชำนาญที่สั่งสมมากว่า 100 ปีในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ผู้คน ธุรกิจ และสังคม ได้พัฒนาอย่างก้าวหน้าต่อไป  สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.nec.com

          NEC Group ทำหน้าที่จัดหา “โซลูชั่นเพื่อสังคม” ทั่วโลก ซึ่งช่วยส่งเสริมความปลอดภัย ความมั่นคง ประสิทธิภาพ และความเท่าเทียมกันทางสังคม NEC ยึดวิสัยทัศน์ “Orchestrating a brighter world” ด้วยเป้าหมายที่จะช่วยแก้ปัญหาความท้าทายในมิติหลากหลาย และสร้างคุณค่าทางสังคมแบบใหม่เพื่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nec.com/en/global/about/vision/message.html

          NEC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ NEC Corporationซึ่งสงวนลิขสิทธิ์ ส่วนเครื่องหมายของสินค้าและบริการอื่นๆ ที่ระบุไว้ ณ ที่นี้ เป็นเครื่องหมายการค้าของผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้าและบริการนั้นๆ (C)2016 NEC Corporation

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:

          NEC Press Contacts (ญี่ปุ่น):

          ชื่อ: Seiichiro Toda, NEC Corporation

          อีเมล: s-toda@cj.jp.nec.com

          โทร: +81-3-3798-6511

          ชื่อ: Joseph Jasper, NEC Corporation

          อีเมล: j-jasper@ax.jp.nec.com

          โทร: +81-3-3798-6511

          ที่มา: NEC Corporation

%d bloggers like this: