หนังสือเด่น

All posts tagged หนังสือเด่น

หนังสือเด่น : ‘เพ็กฮ้วยเกี้ยม’ ย้อนอดีต ‘กิมย้ง’

Published September 15, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/406498

หนังสือเด่น : ‘เพ็กฮ้วยเกี้ยม’  ย้อนอดีต ‘กิมย้ง’

หนังสือเด่น : ‘เพ็กฮ้วยเกี้ยม’ ย้อนอดีต ‘กิมย้ง’

วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ชื่อเสียงของ “กิมย้ง” ปรมาจารย์ทางด้านนิยายกำลังภายในของจีน ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการนำเอาเรื่องเก่าสมัยแรกเริ่มในการเขียนของ “กิมย้ง” ออกมาปัดฝุ่น แล้วทำการพิมพ์ออกเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง

ทำให้เราได้เห็นว่า ฝีมือในการเขียนนิยายของ กิมย้ง ฉายแสงแรงกล้า นับตั้งแต่เขาเริ่มเขียนหนังสือทีเดียว

“เพ็กฮ้วยเกี้ยม” เป็นผลงานเรื่องที่สองของกิมย้ง นับตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาสู่โลกนิยาย ซึ่งหากจะวิเคราะห์จาก เนื้อหา ลีลา และการดำเนินเรื่องของนักเขียนผู้นี้ก็ต้องบอกว่ามีความโดดเด่นไม่แตกต่างจากนิยายในเรื่องหลังๆ ที่เขามีชื่อเสียงก้องโลกแล้วเหมือนกัน

สิ่งที่จะดูแตกต่างกันไปก็เห็นจะเป็นกลเกมในการสร้างพฤติกรรมให้กับตัวละครแต่ละตัว ซึ่งอาจจะไม่ซับซ้อน หรือซ่อนเงื่อน หลากมิติเหมือน บางเรื่องในยุคหลังๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปมด้อยที่ทำให้ผลงานของเขาด้อยค่า เพราะสำนวน โวหาร และการบรรยายฉากการต่อสู้ หรือกลวิชาในยุทธภพยังคงเจิดจ้า น่าทึ่งไม่แตกต่างกับในยุคหลังๆ เช่นกัน

“เพ็กฮ้วยเกี้ยม” มีด้วยกัน 3 เล่มจบ นับได้ว่า ไม่สั้น และไม่ยาวจนเกินไป ซึ่งคงเป็นอัตลักษณ์ของนักเขียนหน้าใหม่ ที่เพิ่งจะย่างเข้ามาสู่แวดวงนักเขียน ที่คงไม่มั่นใจกับผลงานของตัวเองมากนักว่าหากจะเขียนให้ยาวเกินไปจะยากต่อการนำเสนอขายต่อสำนักพิมพ์หรือไม่

หนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องในช่วงยุคปลายราชวงศ์หมิง ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวหลายหลากที่ชวนให้นำมาผูกเข้าเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์

แม้จะเป็นเพียงผลงาน ชิ้นที่สองของ เด็กหนุ่ม นามว่า กิมย้ง แต่คนที่เป็น แฟนพันธ์ุแท้ของเขา คงจะแปลกใจว่า ฝีมือในการเขียนของเขามั่นคง ลงตัวจริงๆ เพราะแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ห่างกันหลายปีกับผลงานรุ่นหลังๆ แต่ คุณภาพในการใช้อักษรของเขา มีความแตกต่างกันน้อยมาก เข้าใจว่า ผลงานเรื่องเก่าๆ ของ กิมย้ง ที่ถูกนำมาตีพิมพ์จัดจำหน่ายขึ้นใหม่นี้เขาคงทำการแก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์มากขึ้นมิฉะนั้นคงไม่สมบูรณ์แบบเทียบเท่ากับยุคปัจจุบันหรอก

ครับก็เพียงแค่จะบอกให้รู้ว่า ใครที่เป็นแฟนของ กิมย้ง ลองไปอ่านผลงานยุคแรกๆ ของเขา จะเห็นได้ว่า แม้เวลาจะห่างกันนับเป็นสิบปีแต่คุณภาพไม่แตกต่างกันเลย

ตำนานรักสองสวรรค์ถึงฉากสุดท้าย สี่เทพแห่งภพสวรรค์ถึงกาลที่สิ้นสุด

“ตำนานรักสองสวรรค์” เรื่องราวของความรักในภพที่เรียกกันว่า สรวงสวรรค์ จากผลงานของ “ชิงหลิง” แปลเป็นไทยโดย “ธารยุทธ์” ราคาขาย 275 บาท ก้าวมาถึงเล่มสุดท้าย ซึ่งเป็นเล่มจบบริบูรณ์ของนิยายเรื่องนี้แล้ว ทุกอย่างที่เป็นปัญหา และอุปสรรคของความรักระหว่างเทพต่อเทพ และเทพ ต่อมนุษย์ ในดินแดนที่อยู่เหนือขึ้นไปจากโลกมนุษย์ ที่ปกครองด้วยสี่เทพผู้ยิ่งใหญ่ ถูกคลี่คลายอย่างลงตัว ซึ่งไม่เพียงจะลบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แม้แต่ความวิบัติแห่งภพสวรรค์ก็พลอยถึงกาลวิบัติลงไปด้วย ใครที่ติดตามอ่าน และลุ้นมาตลอดสามเล่มที่ผ่านมา คงได้พบกับภาพสุดท้ายในเล่มที่สี่ซึ่งเป็นตอนจบบริบูรณ์ของนิยายเรื่องนี้

เผยโฉมโลกแห่ง ปราณยุทธ์ อันน่าทึ่ง เมื่อจอมยุทธ์ต่างช่วงชิงความเป็นใหญ่

“สัประยุทธ์ทะลุฟ้า” เขียนโดย “เทียนฉานกู่โต้ว”นักเขียนนิยายจีน ระดับแถวหน้าของนิยายออนไลน์ ที่ผลงานถูกนำไปสร้างเป็น การ์ตูน ละครทีวี และเกมคอมพิวเตอร์ถูกนำมาแปลเป็นไทยโดย “ ลี หลินลี่” มีผลงาน วางตลาดจนถึงเล่มที่ 8 แล้ว เป็นเรื่องราว ในโลกยุทธจักร อีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า ปราณยุทธ์ เข้าเข่นฆ่ากัน จนทำให้ศาสตร์แห่ง ปราณถูกค้นพบและคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แบบที่เรียกได้ว่า ใครเพียงยืนอยู่กับที่ นั่นก็เท่ากับว่าตัวเองกำลังเดินถอยหลังแล้ว เป็นนิยายกำลังภายในอีกแนวหนึ่งที่น่าสนใจในโลกปัจจุบัน

กระบี่เย้ยยุทธจักร ฉบับสมบูรณ์ ของ กิมย้ง เสริมเนื้อหาที่ถูกตัดทิ้งให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

การเขียนนิยายเรื่องยาวมากๆ ของนักเขียนที่มีคนติดตามอ่านกันอย่างล้นหลามย่อมหนีไม่พ้นปัญหาที่ บางครั้งต้องตัดพฤติกรรมบางช่วงบางตอนออกไปบ้าง เพื่อให้กระชับยิ่งขึ้น นิยายเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักรก็เป็นอีกผลงานหนึ่งของ กิมย้ง ที่ครั้งหนึ่งนิยายเรื่องนี้ถูกตัดเนื้อหาออกไปถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อทำให้เรื่องราวที่ดำเนินมาในบริบทของการเมืองกระชับมากขึ้น ครั้งเมื่อนิยายเรื่องนี้จบลงอย่างสมบูรณ์นักอ่านส่วนใหญ่พบว่าความสมบูรณ์ของเรื่องยังขาดๆ หายๆ ไปบ้าง นิยายเรื่องนี้ ถึงถูกนำกลับมาพิมพ์ใหม่อีกครั้งโดยนำเอา บางช่วงบางตอนที่ตัดทิ้งไปกลับมาเขียนใหม่เพื่อให้เรื่องสมบูรณ์มากขึ้น

ปริศนาในยุทธจักรยังคงดำเนินต่อไป เมื่อความลับเปิดเผยว่าฮ่องเต้ยังไม่ตาย

“หาญท้าชะตาฟ้า” นิยายเรื่องยาวของ “บาวนี่” เล่มที่ 10 วางแผงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นนิยายจีนกำลังภายในอีกเรื่องหนึ่งที่มีความยาวมากๆ เพราะในเล่มล่าชุดที่นับว่าเป็นเล่มที่ 10 นี้ เป็น ภาคสอง ของภาคแรกที่จบลงไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว มาถึงภาคที่สอง อันเป็นภาคสมบูรณ์แม้มาถึงเล่มที่ 10 เรื่องก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงอย่างสมบูรณ์ แต่กลับยิ่งผูกพันกันกลายเป็นปมที่ต้องคลี่คลายมากขึ้น อย่างในเล่มที่สิบนี้ เรื่องยิ่งยุ่งมากขึ้น เมื่อ จ่างกงจู่ ต้องมาฆ่าตัวตาย หลังจากที่ได้รับทราบว่า ฮ่องเต้ ที่ตนคิดว่าตายไปแล้ว แท้จริงยังมีชีวิตอยู่ ปริศนาในยุทธจักรแห่งนี้จึงยังดำเนินต่อไป

Advertisements

หนังสือเด่น : ตื่นเถิดชาวไทย

Published September 9, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/405018

หนังสือเด่น : ตื่นเถิดชาวไทย

หนังสือเด่น : ตื่นเถิดชาวไทย

วันอาทิตย์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

“ตื่นเถิดชาวไทย อย่าหลับใหลและลุ่มหลง ชาติจะเจริญดำรงก็เพราะเรา (คนไทย)ทั้งหลาย” เถียงกันไม่เลิก แย่งกันรักประเทศไทยจนหน้ามืดตามัว ต่างคนก็ต่างที่จะประกาศให้สังคมรับรู้ว่า (พวก) ตนเองจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง แต่เป็นเวลากี่สิบปีมาแล้ว ที่ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหนเข้ามาประเทศไทยก็ดูเหมือนจะเริ่มต้นกันใหม่ร่ำไป ไม่เคยเห็นจะเจริญรุ่งเรืองเหมือนอย่างปากว่าสักครั้ง นอกจาก (พวก) ตัวเองเท่านั้น ที่เจริญรุ่งเรือง มีเงินทองมากมายจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่ประเทศและคนไทยยากจนลงเรื่อยๆ

เราลองมองย้อนกลับไปในอดีต เมื่อ ประมาณรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยในรัชกาลที่ 4แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในยุคนั้น พระเจ้าแผ่นดินทรงทำทุกอย่างเพื่อให้แผ่นดินไทยเจริญก้าวหน้าและมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับประเทศที่ได้ชื่อว่าเจริญแล้ว พระองค์ทำนุบำรุงบ้านเมือง ประชาราษฎร์ให้กินดีอยู่ดี ประชาชนทุกคนล้วนมีความสุข
ทั้งกายและใจ โดยไม่มีใครต้องมาตะโกนปาวๆแย่งชิงความรักชาติกันเหมือนเดี๋ยวนี้

หนังสือหนังสือ แผนผังพระนครพ.ศ.2471 เป็นเรื่องราวที่ต่อยอดมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ทรงพัฒนาประเทศโดยใช้หลักแห่งวิทยาศาสตร์และความทันสมัยของอารยประเทศมาทำนุบำรุงบ้านเมืองให้ก้าวไปข้างหน้าเท่าเทียมกับอาณาอารยประเทศทั้งหลาย เป็นต้นว่า ได้มีการจัดทำผังเมืองตามแบบชาวตะวันตกเช่น การตัดถนนเจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร การก่อสร้างถนนราชดำเนินและพระราชวังดุสิต แต่ก็ยังเป็นการวางผังเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาเท่านั้น ไม่ได้มีแนวคิดที่จะวางผังที่เป็นมาตรฐานในระดับเมืองแต่อย่างใด

จนกระทั่ง เมื่อมาถึง สมัยรัชกาลที่ 7 พ.ศ.2471 ได้มีความพยายามที่จะวางผังครอบคลุมพื้นที่ทั้งเมือง โดยการนำหลักการทางผังเมืองแบบสากลมาเป็นแนวทาง อันเป็นที่มาของการตั้ง “คณะกรรมการพิจารณาโครงการแผนผังพระนคร” และหนังสือเล่มนี้ คือเรื่องราวโดยละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้

หนังสือ แผนผังพระนคร พ.ศ.2471 เขียนโดย พนิต ภู่จินดา และ เปี่ยมสุข สนิท ความยาว 249 หน้า ราคา 330 บาท เนื้อหาภายใน นำเสนอร่างงานแผนผังพระนคร พ.ศ.2471 ภายใต้การกำกับดูแลของคณะอภิรัฐมนตรี ซึ่งในรายงานดังกล่าวได้กล่าวถึงปรากฏการณ์แวดล้อมและคำสำคัญต่างๆ ซึ่งผู้เขียนได้ค้นคว้ารายละเอียดปรากฏการณ์และคำสำคัญเหล่านั้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผังเมืองที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7

เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากทีเดียวครับสำหรับคนรุ่นนี้

รวมเรื่องราวของอาริสโตเติล

นักปรัชญาชาวกรีกหนึ่งเดียวของโลก

“อาริสโตเติลในสังคมไทย”โดยมี “โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์, เจิด บรรดาศักดิ์ และปกรณ์ สิงห์สุริยา”รับหน้าที่เป็นบรรณาธิการคัดเลือกบทความ ที่เขียนโดยนักวิชาการหลายสาขา ที่ได้นำเสนอไว้ในที่ประชุมวิชาการหัวข้อ “อาริสโตเติลในสังคมไทย” มารวมไว้ด้วยกัน จำหน่ายใน ราคา 290 บาท เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 2,400 ปีเกิดของอาริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีก ผู้มีความสำคัญคนหนึ่งของโลก ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในทุกด้านของอารยธรรมความคิดในยุโรป และทวีปอื่นๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในด้านปรัชญาและศาสนศึกษาให้แก่สังคม โดยเฉพาะทรรศนะทางการเมืองของอาริสโตเติล และความสำคัญของอาริสโตเติลต่อพัฒนาการของวิชาวิทยาศาสตร์ในโลกตะวันตก

ยอดบุรุษพลิกคดี เล่ม 5 วางตลาดแล้ว

นิยายสอบสวนสืบสวนยุคฮ่องเต้เล่มจบ

“ยอดบุรุษพลิกคดี” ผลงานประพันธ์ของ “ต้าเฟิงกวากั้ว” แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” เป็นเรื่องราวในแนวสืบสวนสอบสวน ที่ใช้บรรยากาศย้อนไปสู่ยุคโบราณของจีน ในรอบรั้วของ อาณาจักรฮ่องเต้ กล่าวถึงพฤติกรรมของ บัณฑิตหนุ่มที่หวังจะเข้าไปทำงานด้วยการรับราชการ แต่กลับต้องตกบันไดัพลอยโจน เข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก ทำให้เขาต้องคลี่คลายตัวเอง เพื่อให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาและความผิดที่ถาโถมเข้ามา มีความยาวด้วยกันทั้งหมด 5 เล่มจบ และวันนี้ เล่มที่ 5ได้ออกวางตลาดแล้ว ในราคา 290 บาท

รอยต่อประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่น่าศึกษา

‘ไฟรักไฟสงคราม’ 13 เล่มจบ น่าเก็บไว้อ่าน

“ไฟรักไฟสงคราม” นิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีนในยุครอยต่อระหว่าง อดีตกับปัจจุบัน คือระบบสังคมนิยมกับระบบฮ่องเต้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การปกครองประเทศของจีนอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ได้ดำเนินเรื่องมาจนถึง เล่มที่ 13 อันเป็นตอนจบแล้ว ใครที่ชื่นชอบ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ น่าซื้อหามาเก็บไว้ประดับห้องสมุดเป็นอย่างมาก เพราะจัดได้ว่าเป็น เรื่องราวร่วมสมัยที่เราเกิดมาทัน ได้ยินเรื่องราวของบุคคลต่างๆ และภาพอันทารุณโหดร้าย ยังถูกปลูกฝังอยู่ในสมองของเรา ทำให้การอ่านได้รสชาติมากขึ้น และยิ่งตอนนี้ สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์กำลังทำแคมเปญ ลดราคาหนังสือชุดครึ่งราคายิ่งน่าซื้อมาเก็บไว้จริงๆ

เทพยุทธ เซียน Glory นิยายขนาดยาว

เข้าสู่เล่มที่ 18 ที่แฟนคลับตามกันไม่เลิก

“เทพยุทธ เซียน Glory “เขียนโดย “หูเตี๋ยหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี” จัดเป็นนิยายขนาดยาวเรื่องหนึ่งที่มีผู้ติดตามอย่างต่อเนื่อง โดย มีขนาดรูปเล่ม หนาถึง532 หน้า จำหน่ายในราคาเล่มละ 375 บาท แต่แฟนคลับก็ไม่ลดน้อยลงไป ตอนนี้ ออกจำหน่ายมาถึงเล่ม 18 แล้ว และก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงแต่อย่างไร ใครที่ชอบอ่านนิยาย ขนาดยาว ลองค้นหา ความเด่นของนิยายเรื่องนี้ดูซิว่า เขามีจุดเด่นอย่างไร จึงมีแฟนคลับติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยธีมของเรื่องจะเกี่ยวข้องกับ เกม และการชิงชัยเพื่อก้าวขึ้นสู่แท่นแห่งผู้ชนะเลิศ

หนังสือเด่น : ข้ามห้วงมหรรณพ

Published August 31, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/403518

หนังสือเด่น : ข้ามห้วงมหรรณพ

หนังสือเด่น : ข้ามห้วงมหรรณพ

วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คติความเชื่อในพุทธศาสนา ให้ความหมายถึงทุกชีวิตที่เกิดมาบนโลกใบนี้ว่า ชีวิตเหล่านั้นจะเปรียบเสมือน การลอยคออยู่บนห้วงแห่งผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่า เป็น ห้วงมหรรณพที่เต็มไปด้วย กงเวร กงกรรม กิเลส ตัณหาความรัก ความหลง ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ที่ไม่มีวันจะหลีกเลี่ยงให้หลุดพ้นไปได้

นิตยสาร ข้ามห้วงมหรรณพ เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่มีภาพรวมในการที่จะบอกเล่าให้ทุกชีวิตภายใต้ห้วงมหรรณพได้ตระหนักถึงทุกสรรพสิ่งที่อยู่รอบกายของเรา ด้วยการชี้ให้เห็นถึง สิ่งที่เกิด และสิ่งที่จะแก้ไข ด้วยการใช้ปัญญา โดยอิงกับหลักการแห่งพุทธศาสนา

นิตยสารเล่มนี้ จัดทำขึ้นโดย มูลนิธิโนอิ้ง พุดด้า เพื่อส่งเสริม และปกป้องพระพุทธศาสนา ปลุกจิตวิญญาณอันดีงามของมนุษย์ให้กลับคืนมาสู่วิถีแห่งชีวิตอันสุขสงบแบบยั่งยืน ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวในวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นให้ทุกคนได้ตระหนักคิดและตระหนักรู้ ในรูปแบบตามค่านิยมของสังคมในปัจจุบัน เพื่อให้เข้าใจง่าย มองเห็นง่ายเฉกเช่นเดียวกับ การให้การเทศนาสั่งสอนของ พระภิกษุรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับค่านิยมดั้งเดิมที่ยึดถือคำโบราณ และนำเอาค่านิยมปัจจุบันมาบูรณาการให้เกิดความร่วมสมัย ที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น

เรื่องหลายเรื่องในนิตยสารเล่มนี้ มีทั้ง การนำเสนอที่ “เข้าเป้า และยังไม่เข้าเป้า” อันเนื่องมาจากการใช้ “กลอักษร”ที่ยังขาดความชำนาญ เพราะการ “เขียนได้ ”กับการ “เขียนเป็น” มีช่องว่างห่างกันที่เกือบมองไม่เห็น

เรื่อง จุดตกต่ำในชีวิต จอห์นนี เดปป์ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก แต่ภาพรวมของการใช้กลอักษร ที่นำเสนอออกมากลายเป็นเพียงข้อมูลทางด้าน วงการบันเทิงที่หาอ่านจากที่ไหนๆ ก็ได้ นี่คือ การเขียนได้ แต่ถ้าต้องการ เขียนเป็นกลอักษร ที่ถูกนำมาใช้จะต้อง ทำให้ผู้อ่านเกิดปัญญาในการจะข้ามห้วงมหรรณพให้ได้

เรื่อง กัลยาณมิตร ที่สุดของบุคคล ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชีวิต อ่านแล้ว ขนลุกซ่า มองเห็นภาพรวมที่ชัดเจน อ่านแล้วเกิดปัญญา จากเรื่องง่ายๆ ที่เห็นกันอยู่ดาษดื่นในวิถีชีวิต แบบนี้เรียกว่า เขียนเป็น

ผมเคยถูก ชาวต่างชาติขอคำอธิบายถึงสาระในทางพุทธศาสนา แต่ก็ไม่สามารถจะอธิบายให้เขาทราบอย่างละเอียดได้ ด้วยความที่ไม่ จัดเจนในภาษาต่างชาติมากนัก หนังสือเล่มนี้ ถูกจัดทำขึ้นมาเป็น สองภาษา คือ ไทยและอังกฤษ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่วัดทุกวันในต่างประเทศควรมีวางไว้ในวัดเพื่อให้คนต่างชาติได้อ่าน ขอเพียงให้มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของการนำเสนอ อาทิ ใช้กลอักษรที่ ทำให้เกิดภาพรวมอย่างตรงเป้าแห่งพระธรรม การใช้ตัวอักษรที่ไม่เล็กเกินไปจนยากที่จะอ่าน และอย่านำเสนอเรื่องที่ยืดยาวเกินไปจนน่าเบื่อ

ถ่ายทอดกลยุทธ์ นักขายอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เพื่อการเป็นนักขายที่มีเสน่ห์และน่าไว้วางใจ

“ศาสตร์แห่งการขาย ที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้” เขียนโดย “มัตสึโมโตะ โนบุฮิซะ” เป็นเรื่องราว จากการถ่ายทอดของ นักขายอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นนำเสนอเทคนิคในการขาย ที่ผู้ซื้อไม่อาจปฏิเสธได้ โดยบอกให้รู้ถึง ทุกขั้นตอนการขาย ตั้งแต่ก่อนพบลูกค้า ไปจนถึงการติดตามผล พูดถึงคีย์เวิร์ดที่เป็นข้อดีของสินค้า โดยไม่ให้ดูเป็นการขายมากเกินไป, การดึงดูดความสนใจลูกค้าด้วยกราฟหรือภาพประกอบ, ทำอย่างไรให้คนที่ปฏิเสธคุณวันนี้ กลายเป็นลูกค้าในอนาคต กลยุทธ์ที่แยบยลนี้จะทำให้ หนังสือ ศาสตร์แห่งการขาย ที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ เล่มนี้ทำให้คุณกลายเป็นนักขายที่มีเสน่ห์และน่าไว้วางใจ จำหน่ายเล่มละ 215 บาท

สยองขวัญสั่นประสาทเมื่อตายแล้วฟื้น ตายเสียเลยยังดีกว่าการกลับมามีชีวิตใหม่

“กลับจากป่าช้า” เขียนโดย “สตีเวน คิง” เป็นนิยายสยองขวัญที่กล่าวถึง การฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่หลังจากที่ได้ตายไปแล้ว โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในชนบทแห่งหนึ่งที่มีความเชื่อว่า มีดินแดนที่เป็นอมตะ ใครที่ตายไปแล้ว เมื่อถูกนำมาฝังที่นี่จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ และเมื่อพ่อของเด็กชายคนหนึ่งได้นำลูกซึ่งถูกรถชนตายมาฝังไว้ในที่แห่งนี้ เขากลับฟื้นชีวิตขึ้นมาใหม่จริงๆ แต่ทว่าการฟื้นคืนชีพของเขาขึ้นมาใหม่ ไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างปรับเปลี่ยนไปหมด จนตระหนักได้ว่า การตายเสียเลยยังดีกว่าการกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง แล้วเขาจะทำอย่างไร จำหน่ายเล่มละ 435 บาท

เรียนรู้ จริตหกประเภทของมนุษย์ ชีวิตจะดีขึ้น มีความสุขขึ้นได้ไม่ยาก

“รู้ทันสันดานคน”เขียนโดย “สม สุจีรา” ราคาเล่มละ195 บาท เป็นเรื่องราวของจิต ซึ่งเน้นหนักไปในด้านใดด้านหนึ่งใน 6 ประเภท อันได้แก่ ราคจริต โทสจริต โมหจริต วิตกจริต สัทธาจริต และ พุทธิจริต ที่สามารถทำให้เราเข้าใจในคนรอบข้างได้อย่างกระจ่างแจ้ง ทั้งจะสามารถนำมาปรับเปลี่ยนนิสัยด้านลบเพื่อพัฒนาชีวิตได้อีกด้วย นอกจากนี้ เรายังสามารถเรียนรู้นิสัยและอารมณ์ของตัวเองได้มากขึ้น จนนำมาปรับปรุงแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราให้คนรอบข้างมีความสุขขึ้น และยอมรับเราได้มากขึ้นประโยชน์ที่ได้จากการเรียนรู้นี้จะทำให้เกิดพัฒนาการของความสัมพันธ์ และปรับตัวให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีศิลปะ แล้วชีวิตเราจะดีขึ้น มีความสุขขึ้นได้ไม่ยาก

เรียนรู้การใช้facebook อย่างถูกวิธี เพื่อความสำเร็จในภายหน้าอย่างมั่นคง

“ใช้ facebook ถูกวิธี ยอดขายดีขึ้น 100 เท่า” จำหน่ายในราคาเล่มละ 149 บาท เขียนโดย “มัณฑิตา จินดา” เป็นเสมือนตำราคู่มือของนักขายมือใหม่ที่ลงทุนในสื่อออนไลน์ ด้วยการบอกเล่าให้เข้าใจ ก่อนจะลงมือทำ โดยเริ่มจากการรู้จักเครื่องมือต่างๆ ไปถึงหลักการ ของ Facebook เพื่อปูพื้นที่จะก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จในภายหน้าอย่างมั่นคง นอกจากนี้ยังมี Tips และเทคนิคต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่อง Facebook Marketing และ Facebook Advertising ซึ่งล้วนแต่ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ในการทำงานจริง

หนังสือเด่น : การเมืองไทย ปัจจุบันและอนาคต

Published August 23, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/401997

หนังสือเด่น : การเมืองไทย ปัจจุบันและอนาคต

หนังสือเด่น : การเมืองไทย ปัจจุบันและอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ว่ากันว่า การเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มีนาคมที่จะถึงนี้ แม้จะมีภาพลักษณ์ หรือ ผลออกมาเป็นสีเทาไม่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ แต่ถึงอย่างไร คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักประชาธิปไตยมองเห็นว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ จะเป็นการเริ่มต้นให้การเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่มั่นคง ซึ่งจะซึมซาบเข้าไปสู่สายเลือดของคนไทย ทั้ง ผู้ใหญ่วันนี้ และผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า

“พินิจการเมืองไทย ปัจจุบันและอนาคต” เป็นหนังสือที่วางอยู่บนแผงหนังสือแล้วในวันนี้ เขียนโดย รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี และคณะ มีขนาดความหนา 327 หน้า ราคาขาย 300 บาท จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเนื้อหาที่เป็นหัวใจหลักคือ ต้องการจะบอกให้รู้ว่า การพัฒนาการเมืองเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและการพัฒนาประเทศ โดยผู้เขียน ได้หยิบยกเอาประเด็นปัญหา ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาศึกษา ได้แก่ การเลือกตั้ง พ.ศ.2554, นโยบายรับจำนำข้าว, ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายตุลาการและฝ่ายนิติบัญญัติ พ.ศ.2556, ปัญญาชนคนเดือนตุลาฯ ที่มีบทบาทสำคัญในความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน, ขันติธรรมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประเด็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้เป็นสาเหตุของวิกฤตการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน และจะส่งผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอีกด้วย

ประโยชน์ที่ผู้อ่านจะได้จากหนังสือเล่มนี้คือ ได้ทราบถึงแนวคิดและกรอบทฤษฎีทางรัฐศาสตร์ที่สำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกตั้งเศรษฐศาสตร์การเมืองและนโยบายสาธารณะ ระบบรัฐสภา อุดมการณ์และพลังทางสังคมการเมือง การแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองและการพัฒนาทางการเมือง ตลอดจนการใช้กรอบระเบียบวิธีการทำวิจัยทางรัฐศาสตร์ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ที่สำคัญคือจะช่วยให้เข้าใจถึงมุมมองและสาเหตุของปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

เนื้อหา สาระ ใน“พินิจการเมืองไทย : ปัจจุบันและอนาคต” ล้วนเป็นปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบันที่เกี่ยวพันกับอนาคต ที่กำลังเกิด และได้เป็นมาแล้วทั้งสิ้น และส่วนใหญ่หลายเรื่องเป็นบทความที่ปรับปรุงจากงานวิจัยที่ได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ อีกทั้งยังได้รับการตีพิมพ์จากวารสารและสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติอีกด้วย

จึงเชื่อถือได้ว่า ทุกเรื่องใช้เป็นกรณีในการศึกษาได้ตามหลักวิชาการทั้งสิ้น ไม่ใช่มามโนเอาเอง แล้วก็บอกว่า การเมืองไทยต้องเป็นอย่างนี้ถึงจะถูก!!

มารู้จัก Facebook แบบเข้าใจง่ายๆ นำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ของชีวิต

“ใช้ Facebook ถูกวิธี ยอดขายดีขึ้น 100 เท่า” เขียนโดย“มัณฑิตา จินดา (ทิป)” เป็นหนังสือที่ผู้เขียนต้องการจะบอก เรื่องราวของเทคโนโลยี ร่วมสมัยที่เรียกว่า Facebook ให้คนที่ยังไม่สันทัดได้รับรู้ เพื่อนำเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าในเรื่องของ สันทนาการ หรือ การทำธุรกิจ โดยผู้เขียนจะให้คอนเซ็ปต์สำหรับผู้อ่านได้รับรู้ว่า เมื่อเกิดความเข้าใจ การนำไปใช้งานย่อมเกิดความสำเร็จ เพราะความเข้าใจที่ถูกต้องจะนำไปสู่การลงมือทำ อย่างถูกต้อง และไม่ว่า “เครื่องมือ” ต่างๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไร “หลักการ”หรือ “แก่น” ของวิชา Facebook ก็จะยังคงอยู่เสมอ จำหน่ายเล่มละ ราคา 249 บาท อ่านง่ายเข้าใจง่าย

เรื่องของเงินไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ต้องคิดแบบยิว แล้วทำแบบญี่ปุ่น

“คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น” เป็นหนังสือ ที่พูดถึงเรื่องการเงิน ในสไตล์ ชาวยิว ซึ่งเขียนโดย Honda Ken แปลเป็นไทยโดย โยซุเกะ ชื่อของหนังสือ ค่อนข้างจะให้เข้าใจว่ามีการเสียดสีชาวยิว ในเรื่องของ ด้านการบริหารเงินที่ค่อนข้างจะงกในสายตาของคนทั้งโลก แต่ในความเป็นจริงเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนต้องการบอกว่า คนยิว เขาคิด อย่างไรกับเงิน รวมถึงใช้และบริหารเงินกันอย่างไร แล้วนำเอามาบูรณาการเข้ากับความมีวินัยของคนญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดคุณค่าและกลายเป็นตำราเล่มหนึ่งของการใช้และบริหารเงิน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการทำให้เงินงอกเงยก็อ่านได้สนุกและเข้าใจ ส่วนคนที่ไม่ค่อยชื่นชอบกับความลี้ลับของเงินคงจะต้องตั้งใจอ่านหน่อย เพราะเรื่องของเงินไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

‘สบตาสตูล’อุทยานธรณีโลกของไทย สวรรค์ในท้องทะเลและยอดผาเสียดฟ้า

“อนุสาร อสท” นิตยสารเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่เต็มไปด้วย ภาพสี่สีสวยงาม ใช้เป็นโพสต์การ์ดส่งให้ญาติพี่น้องได้ด้วย และเรื่องราวที่เชื้อเชิญให้อยากไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ฉบับล่าสุดประจำเดือนมีนาคม ใช้จังหวัดสตูล เป็นฐานหลักในการท่องเที่ยว ด้วย กิจกรรม “สบตาสตูล” ซึ่งมีเรื่องราวมากมายหลายเรื่อง อาทิ สตูลอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย, เรื่อง เมืองสตูลคือบ้านและการใช้ชีวิต, เรื่องทะเลบันอันมีบึงลึก พฤกษ์ไพรและชีวิต และจากวิถีชุมชนสู่หินพันยอด จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

เชื่อว่า มนุษย์โลกไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ในเอกภพนี้ต้องมีสิ่งมีชีวิตอื่นรวมอยู่ด้วย

“นิตยสาร NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย “ประจำเดือนมีนาคม นำเสนอบทความเรื่องยิ่งใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์ที่ พยายามจะค้นหาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ นอกเหนือจากมนุษย์โลก ในกาแล็กซี่ อันกว้างไกล ด้วยการนำเสนอผลงานของ “แซรา ซีเกอร์” นักฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ แห่งสถาบันเอ็มไอที สหรัฐอเมริกา โดยเธอได้สำรวจเส้นทางทุกอย่าง เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า ในจักรวาลนี้ มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่โดดเดี่ยวบนโลกใบนี้ แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตในดาวเคราะห์อื่นด้วยเหมือนกัน โดยเส้นทางที่เธอศึกษา เธอจะใช้ทุกเส้นทางเพื่อหาข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ มนุษย์ต่างดาวจากคำเล่าลือ เรื่องของสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของดาวอื่นๆ จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

หนังสือเด่น : มองญี่ปุ่นอีกด้านหนึ่ง ผ่านตัวละครในสังคมด้านมืด

Published August 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/400404

หนังสือเด่น : มองญี่ปุ่นอีกด้านหนึ่ง  ผ่านตัวละครในสังคมด้านมืด

หนังสือเด่น : มองญี่ปุ่นอีกด้านหนึ่ง ผ่านตัวละครในสังคมด้านมืด

วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ธรรมชาติอย่างหนึ่งของนิยายทุกเรื่อง คือ การสะท้อนภาพบางสิ่งบางอย่างที่มีอยู่เกิดอยู่ ให้ปรากฏออกมาสู่สังคม ซึ่งบางเรื่อง อาจจะสะท้อนภาพที่มีอยู่ออกมามาก หรือ ออกมาน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ประพันธ์

“ครอบครัวที่ลัก SHOPLIFTERS” ผลงานการเขียนของ “ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ” แปลไทยโดย “ฐิติพงศ์ ศิริรัตน์อัสดร และ สกล โสภิตอาชาศักดิ์” เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นภาพอีกด้านของสังคมญี่ปุ่น ซึ่งมักจะไม่ค่อยปรากฏออกมาให้สังคมได้รับรู้เนื่องจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ตามสื่อต่างๆ ในสังคม มีแต่ความสวยงาม สดชื่น และรุ่งเรือง แต่กลับมีความดำมืดที่แฝงไว้โดยที่เราไม่เคยได้รับรู้มาก่อนอย่างนิยายเรื่องนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึง สังคมอีกด้านหนึ่งของชายวัยกลางคนที่ชื่อ โอซามุ ที่ไม่เพียงแต่เป็นคนงานรับจ้างรายวันเท่านั้น แต่เขายังมีอาชีพเสริมที่ไม่ค่อยดีนัก กับการลักเล็กขโมยน้อย โดยมี โชตะ เด็กชายในครอบครัวเป็นผู้ช่วย วันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ และ โชตะได้เจอ ยูริ เด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง พวกเขาตัดสินใจพายูริกลับมาที่บ้าน แม้ว่า โนบุโยะภรรยาของเขาจะคัดค้านและต้องการให้เขานำเด็กหญิงกลับไปส่งที่เดิม แต่แล้วพวกเขาก็พบว่าการให้เด็กหญิงอยู่ด้วยนั้นคือทางออกที่ดีที่สุดพวกเขาและสมาชิกในบ้านคนอื่นๆ ต่างต้อนรับและดูแลยูริ สมาชิกใหม่เป็นอย่างดี ท่ามกลางครอบครัวที่อยู่กันอย่างมีความสุข แต่เมื่อความลับบางอย่างค่อยๆ เริ่มเผยออกมา ทำให้ทั้งครอบครัวต้องเจอเรื่องราวที่สั่นคลอนสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของ โอซามุ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายพวกเขาจะทำอย่างไร เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านไปอย่างราบรื่น

นิยายเรื่องนี้ ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และได้รับรางวัล ปาล์ม ดอร์ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ซึ่งการันตีให้เห็นว่า เนื้อหานอกจากจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านแล้ว ยังสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับสังคมอีกด้วย ใครที่ชอบนิยายประเภทนี้ไม่น่าพลาด และ ใครที่ไม่เคยคิดว่า ประเทศญี่ปุ่น ที่มีแต่ภาพของความเจริญรุ่งเรือง ประชากรขยันขันแข็ง เศรษฐกิจรุ่งเรือง จะมีปัญหาด้านมืดแฝงอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะบอกให้รู้ว่าในภาพที่เราเห็นอยู่ทั่วไปนั้น ยังมีอีกด้านหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกันด้วยเหมือนกัน

เล่นมุขคำพ้องเสียงที่ถูกจริตคนไทย การ์ตูนไทยที่อาศัยอัตลักษณ์ตัวละครเดินเรื่อง

“Jook Gru มาแล้ว” งานเขียนของ “จักรกริชนำเยี่ยม”ในรูปแบบของภาพการ์ตูน ที่เน้นอารมณ์ขันสร้างความฮาที่มีสาระให้กับผู้อ่าน ผ่านตัวการ์ตูน ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง เริ่มจากชายหนุ่มหน้าตาย ที่ไม่เคยมีรอยยิ้ม ตัดผมรองทรงที่ไม่เหมือนใคร กับอาแปะดวงซวยที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องและสาวน้อยหน้ามึนที่เหมือนจะเป็นแฟนของชายหนุ่ม พร้อมกับเล่นมุขคำพ้องเสียงที่ถูกจริตคนไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสียดสีสังคม, หยอกล้อกับวัฒนธรรมโดยเฉพาะเรื่องภาษาได้อย่างโดนใจ จำหน่ายเล่มละ 200 บาท

ฝูเหยา เล่ม7 ออกวางจำหน่ายแล้ว นิยายกำลังภายในเรื่องราวอีกเล่มหนึ่งที่ยังไม่จบ

“ฝูเหยาฮองเฮา หงสาเหนือราชัน” งานเขียนของ“เทียนเซี่ยกุนหยวน” นักเขียนนิยายกำลังภายในรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมสูงคนหนึ่งของวงการนิยายจีนในเวลานี้ ถูกนำมาแปลเป็นไทย โดย “เส้าเหวิน” ดำเนินเรื่องมาถึงเล่มที่ 7 แล้ว โดยยังไม่มีท่าที่ว่าจะจบอย่างสมบูรณ์ นับว่าเป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่หลุดพ้นจากปัญหาที่กลัวว่าจะไม่มีคนอ่าน เป็นเรื่องราวของหญิงสาวในโลกปัจจุบันที่หลุดเข้าสู่ห้วงของกาลเวลาไปพบกับโลกยุคโบราณที่เธอต้องพบกับสิ่งต่างๆ เพื่อหาทางเอาตัวรอดและมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย

อะไรจะเกิดขึ้นในราชสำนักเมื่อขาดฮ่องเต้ ความลับและวุ่นวายเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน

“หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร” บทประพันธ์ของ “มาวนี่” แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” เล่มที่ 6 จบลงเมื่อ ฮ่องเต้ ขึ้นเขาเพื่อไปเซ่นสรวงฟ้า แต่กลับถูกลอบโจมตี จนมีข่าวว่า พระองค์ถูกปลงพระชนม์ เมื่อข่าวนี้ถูกส่งมาถึงวังหลวง จึงสร้างความเดือดร้อนให้กับบรรดาพระราชวงศ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจกันอย่างมโหฬารหลายฝักหลายฝ่าย เรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไร ใครจะเป็นผู้หักหาญ ฉีกบัญญัติของชะตาฟ้า หาอ่านได้ในเล่มที่ 7 ซึ่งออกวางจำหน่ายแล้ว

พบกับลีลาการสืบสวนในยุคโบราณ ยอดบุรุษพลิกคดี ของ ต้าเฟิงกวากั้ว

“ยอดบุรุษพลิกคดี” เขียนโดย “ต้าเฟิงกวากั้ว” แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” นิยายสอบสวนสืบสวน ของนักสืบในยุคโบราณ ที่ดำเนินเรื่องผ่านตัวละคน ที่เป็นบัณฑิตตกยาก ซึ่งหวังจะเข้ารับราชการในเมืองหลวง แต่กลับพบกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงนำพาให้ตัวเองต้องเข้าไปผูกพันเกี่ยวพันกับฆาตกรรมที่กระทบมาถึงตัวเอง จนทำให้เขาต้องก้าวเข้าสู่เหตุการณ์เพื่อไขความวุ่นวายให้พ้นจากตัวเอง มีด้วยกัน 5 เล่มจบ วันนี้ เล่มที่ 4 ได้ออกวางแผงแล้ว ใครที่ติดตามอยู่หาซื้อได้ สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านตั้งแต่เล่มแรก ก็หาซื้ออ่านได้ตั้งแต่เล่มที่ 1 เช่นเดียวกัน ในราคาเล่มละ 290 บาท

หนังสือเด่น : เสียดายของดีที่ตัดทิ้งไป กระบี่เย้ยยุทธจักร ฉบับสมบูรณ์

Published August 13, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/398861

หนังสือเด่น : เสียดายของดีที่ตัดทิ้งไป กระบี่เย้ยยุทธจักร ฉบับสมบูรณ์

หนังสือเด่น : เสียดายของดีที่ตัดทิ้งไป กระบี่เย้ยยุทธจักร ฉบับสมบูรณ์

วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผลงานชิ้นหนึ่งของ “กิมย้ง” ที่ทำให้นักอ่านต้องติดตามอ่านกันอย่างงอมแงม เป็นเวลานานถึงสองปีกว่า คือเรื่อง “กระบี่เย้ยยุทธจักร” ที่ถูกเขียนลงในหนังสือพิมพ์ในฮ่องกง ตั้งแต่ปี ค.ศ.1967-1969 มีปริมาณของตัวอักษรถึงหนึ่งล้านสองแสนตัวอักษร และ เมื่อนำมาแปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” ก็เป็นหนังสือขายดีเล่มหนึ่งในเมืองไทยเช่นเดียวกัน

ด้วยปริมาณเนื้อหาที่ “กิมย้ง” เขียนเอาไว้อย่างหลากหลายนี่เอง ทำให้มีหลายช่วงหลายตอน ของนิยายเรื่องนี้ ถูกตัดทอนให้กระชับขึ้น จวบจนกระทั่ง เมื่อ นิยายเรื่องนี้ จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว จึงได้มีการนำเอาต้นฉบับดั้งเดิมกลับมาดูกันอีกครั้ง ก็พบว่า มีพฤติกรรมของตัวละครที่สำคัญหลายคนถูกตัดทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย และเป็นที่กังขาของนักอ่านที่ให้ความสนใจต่อตัวละครนั้นๆ โดยตรง

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เกิด การนำเอา ต้นฉบับดั้งเดิมของนิยายเรื่อง “กระบี่เย้ยยุทธจักร”มาอ่านทบทวนกันอีกครั้ง และก็พบว่า ในหลายส่วนที่ถูกตัดทิ้งไปในตอนพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ที่สามารถขยายความสงสัย หรือ ข้อกังหาของนักอ่านที่เคยสงสัยให้หมดสิ้นลงไปได้ จึงได้มีการนำเอาเนื้อหา ที่ถูกตัดทิ้งไปตั้งแต่แรกพิมพ์ นำกลับมาพิมพ์ใหม่อีกครั้งหนึ่งภายใต้ชื่อเรื่องว่า “กระบี่เย้ยยุทธจักร ฉบับสมบูรณ์” และก็เป็นไปตามความคาดหมายคือ ได้รับความชื่นชอบจากแฟนคลับมากมาย

ตอนนี้ หนังสือเล่มนี้ ถูกนำมาพิมพ์จำหน่ายในเมืองไทยเช่นกัน โดยออกวางตลาดมาถึงเล่มที่สองแล้ว ภายใต้ชื่อเรื่องว่า “กระบี่เย้ยยุทธจักร ฉบับสมบูรณ์” แปลโดย “น.นพรัตน์

เนื้อหาที่เคยถูกตัดทิ้งไปตอนแรก ได้รับการตัดต่อให้ต่อเนื่อง มีหลายช่วงตอนที่น่าสนใจโดยเฉพาะใน ช่วงที่ เหล็งฮู่ชง ถูกพิษ และ เหล็งฮู่ช้ง ช่วยสหายออกจากคุก

ใครที่เป็น แฟนพันธุ์แท้ของ กระบี่เย้ยยุทธจักร และยังค้างคาใจอยู่กับบางช่วงบางตอนที่หายไป โอกาสที่จะค้นหาความสมบูรณ์กลับมาหาท่านแล้วนะครับ ติดตามหาซื้อกันได้ตามแผงหนังสือทั่วไป

คิดดีในสิ่งที่ดีจะพบแต่ความสุข วันนี้จะเป็นวันที่ดีของคนคิดดี

“วันนี้จะเป็นวันที่ดี” โดยเขียน “คิดมาก” เป็นหนังสือที่จะบอกให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ในชีวิตของคนทุกคนย่อมจะต้องมีทั้งสิ่งดี และสิ่งไม่ดี ดังนั้นทุกคนจึงหวังที่จะขอพบแต่สิ่งที่ดีในทุกๆ วัน เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนจึงตั้งใจที่บอกให้ผู้อ่าน รู้จักวางตัวด้วยการคิดในสิ่งที่ดี แม้การคิดดีจะไม่พบกับสิ่งที่ดีตามที่คิด แต่ก็ทำให้ชีวิตเราได้พบแต่สิ่งที่ดีๆ อะไรที่เราเสียใจก็อย่าเก็บมาคิด ดังนั้น ความสุขในชีวิตของเราจึงอยู่ที่การคิด อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะทำให้ชีวิตพบแต่สิ่งที่ดีๆ ราคาเล่มละ 225 บาท

เปลี่ยนชีวิตคุณได้ภายใน 30 วัน หากปฏิบัติตาม เทคนิค และเคล็ดลับ

“คนสำเร็จ เขามีนิสัยแบบไหน?” เขียนโดย “Marc Reklau” แปลเป็นไทยโดย “ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ราคาจำหน่ายเล่มละ 225 บาท เป็นหนังสือที่จะสามารถเปลี่ยนชีวิตคุณภายใน 30 วัน หากคุณปฏิบัติตาม เทคนิค และ เคล็ดลับ ที่ผู้เขียนสอดใส่ไว้ให้ทราบ พร้อมทั้งมี แบบฝึกหัด ที่จะนำไปใช้ปรับปรุงชีวิตได้ดีกว่าที่คุณคาด เพียงแค่ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ฝันทุกอย่างที่คุณอยากให้เป็นจริงก็สามารถเป็นจริงได้ด้วยมือของคุณเอง ภายใต้บริบทต่างๆ ดังนี้คือ ความมีวินัยในตนเองและความมุ่งมั่น,ทางเลือกและการตัดสินใจ และความสำคัญของทัศนคติในตัวคุณ เป็นต้น

ชี้แนะทางเลือกในชีวิตของคุณ ในยุคที่สังคมเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

“The Disruptor” เป็นหนังสือที่ชี้แนะทางเลือกในชีวิตของคุณในยุคนี้ว่า คุณจะอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลง หรือ คุณจะหนีหายไปจากโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในวันนี้ เขียนโดย “รวิศ หาญอุตสาหะ” เนื้อหาจะเน้นให้ทราบว่า คนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกที่เรียกว่า “The Disruptor” คนเหล่านี้จะอยู่ได้อย่างก้าวหน้าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื้อหาประกอบด้วย 3 หลักสำคัญในการสร้างพลัง และ การค้นพบพลังของความซ้ำซาก เป็นต้น

พูดด้วยภาพให้โดนใจคู่สนทนา พรีเซนต์อย่างไรให้ถูกใจคนฟัง

“พูดด้วยภาพ พรีเซนต์อย่างไรให้ถูกใจคนฟังโดย Better Pitch” เขียนโดย “พญ.สุธาพร ล้ำเลิศกุล” ราคา 350 บาท เนื้อหาจะบอกเล่าให้ทราบว่า การบอกเล่าด้วยภาพจะดีกว่า การพูดอย่างมหาศาล หากเรารู้จักการใช้ภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยเรื่องราวต่างๆ อาทิ สไลด์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง, เลือกสีสไลด์ให้โดนใจผู้ฟัง, หลักการเลือกคู่สีให้เป็นพระเอกและพระรองของสไลด์, อินโฟกราฟิก คืออะไร แล้วใช้อย่างไรกันนะ, การเน้นส่วนสำคัญของข้อความ และการจัดลำดับความสำคัญของเนื้อหา, เลือกฟอนต์ให้โดนใจ และเหมาะสมกับงานนำเสนอ, แผนภูมิวงกลมใช้เมื่อไรบ้าง? เป็นต้น

หนังสือเด่น : ความรู้ที่หาได้อย่างสะดวกในยุคดิจิตัล

Published August 13, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/397326

หนังสือเด่น : ความรู้ที่หาได้อย่างสะดวกในยุคดิจิตัล

หนังสือเด่น : ความรู้ที่หาได้อย่างสะดวกในยุคดิจิตัล

วันอาทิตย์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

วันนี้ ธุรกิจการบริการอาหารและเครื่องดื่มยังคงมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ากระแสเศรษฐกิจจะขยายตัวหรือชะลอตัว ดังนั้นใครก็ตามที่มองลู่ทางว่าจะหันหน้าเข้ามายึดอาชีพการทำธุรกิจเรื่องอาหารจึงยังมีโอกาสที่เปิดรออยู่

“งานบริหารอาหารและเครื่องดื่ม” เล่มนี้เขียนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชลธิชา บุนนาค เป็นหนังสือที่รวบรวมความรู้ทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม มานำเสนอให้คนรับรู้ โดยมีการแบ่งเนื้อหาเป็นส่วนของภาคทฤษฎีเพื่อปูพื้นฐานความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหาร หรือแก้วใส่เครื่องดื่ม ความรู้เกี่ยวกับอาหารตะวันตก และเครื่องดื่มทุกประเภทที่มีจำหน่าย ส่วนของภาคปฏิบัติ จะเริ่มจากการเตรียมการก่อนบริการ ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานในการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีภาพประกอบในทุกเรื่องเพื่อให้ผู้เรียนในสาขาวิชาด้านการโรงแรมหรือผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าใจเนื้อหาและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ สำหรับคนที่ คิดว่าการทำธุรกิจนี้อาจจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ แต่ตัวเองไม่ค่อยแข็งแรงในเรื่องภาษาฝรั่งมากนัก หนังสือเล่มนี้ ก็ยังมีการนำเสนอคำศัพท์ภาษาอังกฤษในหมวดที่เกี่ยวข้องกับอาหารและอุปกรณ์ คำศัพท์เกี่ยวกับอาหารที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส คำอธิบายรายการอาหารไทยเป็นภาษาอังกฤษ เครื่องเคียงมาตรฐานและอุปกรณ์ในการรับประทานอาหาร และรายชื่อเครื่องดื่มประเภทลิเคียวที่เป็นส่วนผสมสำคัญในการผลิตเครื่องดื่มประเภทค็อกเทล เพื่อให้ผู้เรียนและผู้สนใจสามารถหาความรู้เพิ่มเติมที่ทันสมัยต่อการประกอบอาชีพในอนาคต เพื่อนำไปสร้างรายได้ให้กับตนเองและเป็นการสร้างความประทับใจให้กับแขกทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ด้วยบริการที่มีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความเต็มใจ เท่ากับเป็นการสร้างชื่อเสียงทางอ้อมให้กับประเทศชาติอีกด้วย

“งานบริหารอาหารและเครื่องดื่ม” เล่มนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่มองให้เห็นว่า โลกวันนี้ก้าวหน้าไปได้ไกลและเร็วมาก ในเรื่องเกี่ยวกับสาระความรู้ขอเพียงให้ทุกคนเอาใจใส่และเรียนรู้กับมันอย่างจริงจัง ก็สามารถเก็บเกี่ยวความรู้นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาที่จะต้องเข้าไปศึกษาในสถาบันการศึกษาโดยใช้เวลาหลายปีหนังสือเล่มนี้จำหน่ายในราคาเพียง 430 บาทมีความหนา 422 หน้า สนใจซื้อหามาอ่านกันได้ที่ ร้านหนังสือศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จับจุดเด่นมาให้จดจำภาษาจีนได้ง่ายขึ้น ยึดถือความสะดวก เสียง และรูปอักษร

หนังสือ “คู่มือขั้นเทพ อักษรจีนตัวเต็ม-ตัวย่อ สบายๆไม่ยาก” เขียนโดย “ทนงศักดิ์ เกียรติยศนุสรณ์” จำหน่ายในราคาเล่มละ 100 บาท เป็นเรื่องราวที่มุ่งเน้นที่จะให้ทุกท่านสามารถจดจำ “อักษรจีนตัวเต็ม” และ “อักษรจีนตัวย่อ” ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดในการอ่านและการเขียนให้น้อยลง โดยมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากหนังสือลักษณะเดียวกันคือ ตารางอักษรจีนตัวเต็ม-ตัวย่อ เพียงตารางเดียวแต่สามารถค้นหาได้สะดวก, มีการกำกับการออกเสียงพินอินพร้อมการกำกับเสียงวรรณยุกต์สำหรับ “อักษรจีนตัวเต็ม” และ “อักษรจีนตัวย่อ” และยังมีคำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับข้อยกเว้นต่างๆ อันจะช่วยไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

เที่ยวแล้วเท่ กับ อนุสาร อ.ส.ท. ค้นหาวิถีชีวิตของท้องถิ่นทั่วไทย

“อนุสาร อ.ส.ท.” นิตยสาร เพื่อการท่องเที่ยว เดินทางของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังคงยึดถือเอาความ สนุกสนาน และ ความเท่ เข้ามาผูกพันรวมกันอยู่ในการเดินทางท่องเที่ยว โดย อ.ส.ท.ฉบับเดือนกุมภานี้ จัดหาเนื้อเรื่องที่ เที่ยวแล้วเท่มาแนะนำเชื้อเชิญให้ไปเที่ยวกัน อาทิ เรื่อง พาไปเที่ยวจังหวัดลำปาง ที่ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยความเท่ เรื่อง สุ้มเสียงแผ่นดินอีสาน ณ บ้านขี้เหล็กใหญ่, เรื่องเมื่อเส้นทางธรรมชาติมาบรรจบกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรม ที่ นาต้นจั่นห้วยต้นไฮ นอกจากนี้ยังพาไปสัมผัสกับวิถีแห่งท้องถิ่นชนบท อาทิ สัมผัสกับวิถีลั่วะที่บ้านละอูบ และ สองถิ่นสองวิถีเชื่อมโยง ลำปาง-เชียงใหม่ จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

รักไร้พรหมแดนไม่แยกเทพหรือมนุษย์ ที่ไหนมีรักที่นั่นย่อมมีทุกข์ความจริงที่จีรัง

“ตำนานรักสองสวรรค์” เล่ม 3 ของสำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์ฯ ออกวางตลาดแล้ว เขียนโดย“ชิงหลิง”แปลเป็นไทยโดย “ธารยุทธ์” จำหน่ายเล่มละ 275 บาท เป็นนิยายรักโรแมนติกในจินตนาการที่ย้อนไปเมื่อ โลกสวรรค์ และโลกมนุษย์ยังสามารถติดต่อเชื่อมโยงได้ถึงกัน จึงได้เกิด รักข้ามภพระหว่างโลกกับสวรรค์ที่แม้จะเข้าใจกันอย่างไร แต่รักก็ย่อมมีอุปสรรคไม่เว้นว่าจะเป็นเทพหรือมนุษย์ หนังสือเรื่องนี้ นอกจากจะกล่าวถึงความรักที่ไร้ขอบเขตแล้ว ยังมีการบรรยายถึงจินตนาการระหว่างภพสวรรค์เอาไว้ให้รับทราบตามคติความเชื่อของคนโบราณอีกด้วย

สัประยุทธ์ทะลุฟ้า เล่ม 7 วางตลาดแล้ว ชีวิตของเจียหม่าเซียวเหยียน ยังเดินต่อไป

เรื่องราวของ จอมยุทธ์ เจียหม่าเซียวเหยียน ที่เคราะห์กรรมทำให้เขาต้องสูญสิ้นปรานยุทธ์ จนกลายเป็นเศษสวะของทุกคนในยุทธจักร ที่ชื่อ “สัประยุทธ์ทะลุฟ้า”ดำเนินมาถึง เล่มที่ 7 แล้ว ชีวิตของเขายังต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อทวงหาอัจฉริยะที่เคยมีอยู่กลับคืนมานิยายเรื่องนี้ ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน เขียนโดย “เทียนฉานกู่โต้ว” แปลเป็นไทยโดย “ลี หลินอี้” จำหน่ายเล่มละ 280 บาท ใครที่ติดตามอ่านมาโดยตลอด ไปหาซื้อได้แล้วตามแผงหนังสือ ส่วนใครที่อยากอ่านตั้งแต่เล่มหนึ่ง เข้าใจว่า คงยังมีขายอยู่เช่นเดียวกัน เป็นนิยายจีนอีกเรื่องนี้ที่น่าอ่านของนักเขียนหน้าใหม่

หนังสือเด่น : กระบี่ใจพิสุทธิ์ มรดกแด่แฟนพันธุ์แท้

Published July 30, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/395926

หนังสือเด่น : กระบี่ใจพิสุทธิ์ มรดกแด่แฟนพันธุ์แท้

หนังสือเด่น : กระบี่ใจพิสุทธิ์ มรดกแด่แฟนพันธุ์แท้

วันอาทิตย์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“กระบี่ใจพิสุทธิ์ ”เป็นงานเขียนของ “กิมย้ง” นักเขียนนิยายกำลังภายในชื่อดังของจีนที่คนทั่วโลกชื่นชมในผลงานการเขียนของเขา นิยายเรื่องนี้ ถูกเขียนขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2506 โดยถูกนำมาลงในนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อดังของฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นเรื่องราวชีวิตของมือกระบี่ที่ต้องผจญกับความยากลำบากของการดำรงตนเพื่อให้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ และวันนี้ ได้ถูกนำมาจัดพิมพ์เป็นพอคเกตบุ๊คที่มีความยาว 460 หน้า โดยการแปลของ“น.นพรัตน์” ที่จบสมบูรณ์ในเล่มเดียว ซึ่งนับได้ว่า เป็นผลงานของ กิมย้ง ที่อ่านแบบรวดเดียวจบ ไม่ต้องรอนาน โดย สำนักพิมพ์ เทียนตี้ มุ่งหวังที่จะให้แฟนพันธุ์แท้ของ กิมย้ง ได้มีโอกาสที่จะสะสมผลงานของ กิมย้ง เอาไว้อย่างสมบูรณ์

“กระบี่ใจพิสุทธิ์” สำหรับนักอ่านที่เป็นผู้ติดตามผลงานของ กิมย้ง มาอย่างต่อเนื่อง คงจะมองเห็นว่า งานเขียนเรื่องนี้ของเขา ยังไม่เข้มข้นเท่างานชิ้นอื่นๆ ที่มีความเร้าใจมากกว่านี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความยาวของนิยายเรื่องนี้ถูกกำหนดให้จบภายในปริมาณที่ไม่มากนัก ทำให้เกิดการรวบรัดข้อความ เนื้อหาให้กระชับจนยากที่จะสอดแทรก ความเร้าใจให้มากกว่านี้ได้แต่ถึงกระนั้นหากนำไปเทียบกับมาตรฐานของงานเขียนทั่วๆ ไป ก็นับได้ว่า ผลงานเรื่องนี้ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่สมบูรณ์ มิได้อ่อนด้อยแต่อย่างไรเลย

โดยเฉพาะนักอ่านที่ชื่นชอบกับสำนวน และโวหารของ กิมย้ง ยังคงเห็นได้ว่า ทุกอย่าง กินใจและให้ความหมายที่สะกดอารมณ์ให้แน่วนิ่งร่วมไปกับตัวละครได้อย่างกลมกลืนเช่นเคย

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ สำหรับคนที่ ยังไม่เคยอ่านผลงานของ กิมย้ง แต่เคยได้ยินความเด่นดังของ กิมย้ง มาแล้ว คงจะเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้ศึกษางานเขียนของ นักเขียนผู้โด่งดังผู้นี้ โดยไม่ต้องใช้เวลาอ่านที่ยาวนานถึงสิบยี่สิบเล่มจบ จำหน่ายในราคาเล่มละ 350 บาท นับว่า ไม่แพงเกินไปครับ

ลองไปซื้อมาอ่านกันดูจะได้เก็บเอาไปคุยกับคนอื่นๆ ได้ว่า กิมย้ง นั้น เจ๋งจริงอย่างที่ใครต่อใครเขาชื่นชอบกันหรือเปล่า

‘แพรว’ฉบับวันแห่งความรัก หวานจี๊ดทั้งภาพและบทสัมภาษณ์

นิตยสารแพรว ฉบับกุมภาพันธ์ 2562 ต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วยแฟชั่นของคู่รักสุดสวีทที่เพิ่งแต่งงานหมาดๆ กับจุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา และ พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน และบทสัมภาษณ์หวานสุดๆ และพบกับหลากหลายเรื่องราวความรักของเหล่าคู่รักเซเลบริตี้ อาทิ เพลง-ชนม์ทิดาอัศวเหม, เป๊ก-เศรณี ชาญวีรกูล และคุณแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ, ดร.เอ-พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ที่ให้สัมภาษณ์คู่กันเป็นครั้งแรก พร้อมอัพเดทแฟชั่นหลากหลายที่กำลังนิยม และที่พิเศษสุดรับวันแห่งความรักคือ ร่วมลุ้นรับรางวัลสมาร์ทโฟน 3 รางวัล มูลค่ารวม 101,700 บาท ราคาเล่มละ 100 บาท

 

ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี สอนให้หลุดพ้นจากความเกรงใจที่เป็นทุกข์

“เลิกเป็นคนดี แล้วจะมีความสุข” เขียนโดย “โกะโด โทคิโอะ” แปลเป็นไทยโดย “อาคิรา รัตนาภิรัต” เป็นหนังสือที่มีเนื้อหา ให้กำลังใจแก่คนมีความกดดันทางใจ ที่เกรงใจใครต่อใครเขาไปหมดจนรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย สุดท้ายก็กดดันจนไม่กล้าแสดงออก หนังสือเล่มนี้จะบอกให้คุณเป็นตัวของตัวเองกล้าปฏิเสธสิ่งที่ไม่ชอบ สิ่งที่ทำไม่ได้ และสิ่งที่ทำไม่ไหว กล้ายืนหยัด ความคิด ของตัวเองและเลิกเกรงใจจนเกินเหตุ แล้วจะใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ้น โดยเนื้อหาจะพูดถึงเรื่องความมีสัมพันธภาพกับบุคคลต่างๆความเชื่อ ความรักและการสร้างผลงานของตัวเอง ราคาเล่มละราคา 225 บาท

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ของง่ายๆ ในชีวิตที่ใครก็ทำได้

“แด่คุณที่กลัวการเปลี่ยนแปลงมาตลอดชีวิต” หนังสือที่บอกถึง การเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยกฎง่ายๆ สามข้อ ด้วยแนวความคิดเชิงบวก ได้แก่ กฎที่ 1 ไม่ต้องใช้สมอง : รู้แค่ว่าอยากเปลี่ยนอะไรก็พอ แต่ไม่ต้องคิดแผนการใหญ่ว่าต้องทำอะไร กฎที่ 2 ไม่ต้องหาข้ออ้าง : เลิกหาข้ออ้างให้กับเป้าหมายที่มี กฎที่ 3 ไม่ต้องมีความหวัง : สิ่งที่สร้างความหวังไม่ใช่ การย้ำคิด แต่คือการ ลงมือทำซ้ำๆ จำหน่ายในราคา 195 บาท ใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบลงอย่างเข้าใจ จะพบว่า การเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่ครั้งหนึ่งเป็นความกลัวของเราอย่างสูงสุดในชีวิตจะกลายเป็นว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องยากของชีวิตเลย

พบกับการปีนเขาด้วยมือเปล่าที่ท้าทายชีวิต และภาพสุดระทึกของหมีขั้วโลกกับธารน้ำแข็ง

“เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก” ภาษาไทย ฉบับ ล่าสุด 2562 พบกับปก ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา ของ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ กับกิจกรรม “ฟรีโซโล่” หรือการปีนเขาเพียงลำพังด้วยมือเปล่า ปราศจากเชือกและอุปกรณ์นิรภัยใดๆ สู่เส้นทางท้าทายอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิที ทว่าไม่มีเส้นไหนเทียบได้กับการฟรีโซโล่ในเส้นทางฟรีไรเดอร์ขึ้นสู่ยอดเขาเอลแคพิแทนเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2007 พร้อมเรื่องราว การตระเวนถ่ายภาพพื้นที่ชุ่มน้ำนานกว่าทศวรรษที่ทำให้ช่างภาพเข้าใจความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างสรรพสัตว์ ผู้คน และถิ่นอาศัย, นักประสาทวิทยาผู้คิดค้นวิธีสร้างและเลือกใช้ความทรงจำที่เราต้องการ, ตัวอย่างน้ำนมสัตว์ที่เก็บไว้ในคลังของสวนสัตว์แห่งหนึ่ง คือกุญแจสู่ความเข้าใจโภชนาการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และตื่นตากับภาพถ่ายระยะใกล้ของหมีขั้วโลกกำลังจะจมลงสู่ใต้ทะเลน้ำแข็ง ราคาจำหน่ายเล่มละ 120 บาท

หนังสือเด่น : วรรณกรรมญี่ปุ่น ไม่น้อยหน้ากว่าวรรณกรรมจีน

Published July 26, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/394405

หนังสือเด่น : วรรณกรรมญี่ปุ่น ไม่น้อยหน้ากว่าวรรณกรรมจีน

หนังสือเด่น : วรรณกรรมญี่ปุ่น ไม่น้อยหน้ากว่าวรรณกรรมจีน

วันอาทิตย์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ถ้ามองถึงคนจีน คนญี่ปุ่น และ คนเกาหลีเราจะบอกกับตัวเองว่า ทั้งสามชาติ สามภาษา นี้มีรูปลักษณ์ของลักษณะ หน้าตา ผิวพรรณ ที่คล้ายคลึงกันจนแยกไม่ออก แต่ถ้าเรามองถึงด้านวรรณกรรม เราจะพบว่า ชนชาติจีน โดดเด่นออกมาล้ำหน้าอีกสองชาติอย่างเห็นได้ชัด จนหลายคน พากันคิดว่า เกาหลี และญี่ปุ่น ไม่มีวรรณกรรมเป็นตัวเองหรือ

ได้อ่าน “ประวัติวรรณคดีญี่ปุ่น” ที่เขียนโดย “อรรถยา สุวรรณระดา” จึงได้รู้ว่า วรรณกรรมของ ญี่ปุ่นมีไม่น้อยกว่า ชนชาติจีนเหมือนกัน เพียงแค่ว่า ในสมัยโบราณ ชนชาติญี่ปุ่น ไม่มีตัวอักษร เป็นของตัวเอง จึงไม่มีการบันทึกเรื่องราวอันเป็นวรรณคดีเอาไว้ให้ลูกหลานได้เห็น จนกระทั่งมาถึงยุคสมัย “นารา” ซึ่งอยู่ในราวศตวรรษที่ 6 ชนชาติญี่ปุ่นได้หยิบยืมเอาตัวอักษรของจีนมาใช้ เพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆเอาไว้ให้คนรุ่นหลังรับรู้ นับแต่วันนั้น วรรณกรรม และเรื่องราวต่างๆของญี่ปุ่นจึงเริ่มมีการบันทึกเรื่อยมา จนกระทั่งพอมาถึง ยุคของ สมัย “เฮอัน” ญี่ปุ่นมีการประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นของตนเอง วรรณกรรมต่างๆ จึงออกมาเผยแพร่ไม่น้อยกว่า วรรณกรรมของจีนเช่นกัน

หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะบอกเล่า ประวัติความเป็นมาของวิวัฒนาการทางด้านวรรณกรรมของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีตัวอย่าง เรื่องย่อ วรรณกรรมโบราณของญี่ปุ่น เอามาให้รับทราบกันอีกด้วย ทำให้เราได้รู้ ความเป็นมาของงานเขียน ของชนชาติญี่ปุ่นที่ค่อนข้างกระจ่าง และเข้าใจเป็นระดับๆ จนกระทั่งมาถึง ยุคใหม่ที่วรรณกรรมของชาวตะวันตก เข้ามาครอบงำ มีอิทธิพลต่อชาวญี่ปุ่นจนทำให้ชนชาติญี่ปุ่นหันมานิยม และส่งเสริม แนวทางงานเขียนวรรณกรรมแบบตะวันตกมากกว่าการเขียน แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นของบรรพบุรุษ ผิดกับชาวจีน ที่ยึดมั่นอยู่กับ วัฒนธรรมประเพณีของตนเองอย่างเน้นเฟ้นจนยากที่ ค่านิยมใหม่จะเข้ามาครอบงำให้เปลี่ยนแปลงไปได้

ประวัติวรรณคดีญี่ปุ่น สำหรับคนที่นิยมการศึกษา ไม่เพียงแค่จะทำให้เข้าใจเรื่องราว วรรณกรรมของชนชาติญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีรสชาติในความสนุกสนานของรูปแบบ และเรื่องราวของวรรณคดีของนักเขียนญี่ปุ่นที่ผูกพันกับความเป็นมาของชนชาติญี่ปุ่นอีกด้วย อีกทั้ง ในส่วนของการพัฒนาหรือ วิวัฒนาการของงานเขียนวรรณกรรม เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ยังทำให้เรามองเห็นถึงความเปลี่ยนได้อย่างชัดเจนอีกด้วย จำหน่ายเล่มละ 140 บาท

ชี้ให้เห็นคุณค่าของการพูด เพื่อการอยู่รอดในสังคมไทยวันนี้

“พูดเรื่องบวกเรียกโชคดี พูดเรื่องดีเรียกความสุข” เป็นหนังสือที่เขียนถึงความสำคัญของ “คำพูด” ซึ่งมีพลังถึงขั้นเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนเราได้โดยง่ายๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้เปรียบเทียบ หรือจะนำเอาไปใช้กับสังคมแต่ละคน ในเวลานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะค่านิยมของคนไทยในเวลานี้จะมีความเชื่อมั่นในคำพูดของคนเป็นสำคัญ โดยไม่มีการพิจารณาหรือวิเคราะห์ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทุกอย่างล้วนเกิดจากคำพูดทั้งสิ้น หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะชี้แนะให้คนมองเห็น คุณค่าของคำพูดแล้ว ผู้เขียนยังชี้แนะให้คนพูดเป็นอีกด้วย

นิยายรักแบบวัยรุ่นหวือหวาแต่ไม่ซับซ้อน ถูกใจวัยรุ่นจีน และหนุ่มสาวที่หัวใจกำลังมีรัก

“นับแต่นั้น ฉันรักเธอ”เขียนโดย “จ้าวกานกาน” เป็นนิยายรัก โรแมนติกที่แปลมาจาก นิยายจีน ซึ่งได้รับความนิยมจาก วัยรุ่นจีนอย่างมาก เป็นเรื่องของหญิงสาว เปิ่นๆแต่ร่าเริงสดใส กับวัยรุ่นหมุ่มที่พระเอกที่มีมาดหยิ่งเย็นชา พูดน้อย แต่ว่าหล่อ ฉลาด ไอคิวสูง เรียนเก่ง โดยนางเอกแอบชอบพระเอกก่อน จนถึงขั้นเป็นฝ่ายตามจีบชายหนุ่มอย่างออกหน้าออกตา แม้จะโดนปฏิเสธ และถูกพูดจาไม่ดีใส่แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกย่อท้ออย่างไร สุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ถูกใจวัยรุ่นแบบไม่ต้องใช้กลยุทธ์ซับซ้อนแต่อย่างไรอาศัยลูกตื้ออย่างเดียว

เรียนรู้เรื่องภาษีอันเป็นหน้าของคนไทย เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างและแบบฝึกหัด

“ภาษีอากรธุรกิจ ตามประมวลรัษฎากร” เขียนโดย“อาจารย์พัณณ์ชิตา ไวทยวงศ์สกุล” ราคา 190 บาท เป็นตำรา ที่พูดถึงงานด้านภาษีอากรได้ครบถ้วน ทันสมัย และสมบูรณ์ที่สุดได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ เพื่อใช้สำหรับการยื่นแบบภาษีเงินได้โดยจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ ใช้คำอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบทำให้เข้าใจง่ายและศึกษาได้ด้วยตนเอง สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนของนิสิตนักศึกษาและผู้ทำงานด้านบัญชี ด้านภาษีอากร ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป โดยในท้ายบทของทุกบทจะมีแบบฝึกหัดพร้อม เฉลยให้ผู้อ่านสามารถทบทวนความรู้ได้ ส่วนท้ายเล่มมีตัวอย่าง The comprehensive Case Study ด้วย

เรื่องเล่าผีในโรงเรียนรัสเซีย การ์ตูนญี่ปุ่นที่สอดแทรกให้เด็กทำความดี

เรื่องราวที่ยากต่อการพิสูจน์อย่างหนึ่งที่ฝังอยู่ในจิตและความเชื่อของคนทั้งโลก นั่นคือ เรื่องของ ผี ดังนั้น ไม่ว่าประเทศใดชนชาติใด ก็จะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีทั้งนั้น เพราะความเชื่อเรื่องผีมีประโยชน์แฝงสะท้อนมาสู้คนฟังอย่างหนึ่งคือ ความดีงาม ด้วยเหตุนี้เอง หลายชาติ หลายชุมชนจึงมักจะใช้ ความเชื่อในเรื่องผีมาปลูกฟังให้คนทำความดี โดยเฉพาะเด็กๆ จะปลูกฝังได้ง่ายกว่าและเร็วกว่าผู้ใหญ่ หนังสือการ์ตูนเรื่องเกี่ยวกับผีๆ จึงถูกผลิตออกมาจำหน่ายกันอย่างมาก และส่วนใหญ่จะประสบกับความสำเร็จในเรื่องของยอดการจำหน่าย “ผีโรงเรียนรัสเซีย” งานเขียนของ“Yim Kang-Jae” เป็นอีกเล่มหนึ่ง ที่ถูกนำมาแปล เป็นภาษาไทย โดย “ธนวดี บุญล้วน” จำหน่ายเล่มละ 175 บาท

หนังสือเด่น : เรียนรู้ตำนานจากภาพโบราณ

Published July 24, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/392922

หนังสือเด่น : เรียนรู้ตำนานจากภาพโบราณ

หนังสือเด่น : เรียนรู้ตำนานจากภาพโบราณ

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ไม่ทราบแน่ชัดว่า เด็กในยุคปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่จะเห็นภาพวาดในวัดที่ วาดอยู่ตามผนังโบสถ์ หรือภายในวิหารแต่ละแห่งกันมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเป็นเด็กในสมัยโบราณ บอกได้เลยว่า ส่วนใหญ่จะเคยเห็นกันมาแทบทุกคน เนื่องจาก ในสมัยก่อน พ่อแม่จะพาเด็กๆ ไปวัดกันเป็นประจำ และเด็กๆ ส่วนมากก็มักจะใช้วัดเป็นแหล่งพักผ่อนและเล่นเกมต่างๆ ไปตามประสาเด็ก จนเรียกได้ว่า เด็กกับวัดจะเป็นเพื่อนคู่หูกันอย่างแนบแน่น ดังนั้นอะไรที่มีอยู่ในวัดก็จะผ่านหูผ่านตาเด็กๆ เหล่านี้ทุกคน

ภาพวาดภายในวัด หากอยู่ในภาคอีสาน ชาวบ้านจะเรียกกันว่า “ฮูปแต้ม” ซึ่งคนเขียนจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ไว้บนภาพ ที่มีทั้งความสนุกสนาน และความรู้ทางด้านพุทธศาสนา

เรื่องเล่าขานผ่านฮูปแต้ม เป็นหนังสือที่บอกถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังตามโบสถ์ วิหาร เป็นงานจิตรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา ที่ชาวอีสานเรียกว่า “ฮูปแต้ม” เขียนโดย “อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย” โดยเน้นในส่วนที่เป็นตำนานทั้งหมด 6 เรื่อง ได้แก่ ผะเหวด, สินไซ, สุริวงศ์, ผาแดง นางไอ่, ขูลู นางอั้ว และพระติ้ว พร้อมภาพจิตรกรรมฝาผนังจากวัดต่างๆ ในภาคอีสาน โดยเนื้อหาอันเป็นตำนานทั้ง หกเรื่อง ผะเหวด เป็นชื่อเรียกพระเวสสันดรตามสำเนียงอีสาน (ผะเหวดสั่นด้อน) เป็นเรื่องราวการทำทานบารมีอันยิ่งใหญ่,สินไซ เป็นวรรณกรรมพื้นบ้านที่นิยมนำมาวาดเป็นฮูปแต้มรองจากผะเหวด, สุริวงศ์เป็นวรรณกรรมท้องถิ่นของชาวไท-ลาว, ผาแดง นางไอ่ เป็นโศกนาฏกรรมความรักที่รู้จักแพร่หลายในวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน จนปัจจุบันจะเห็นได้จากขบวนแห่บั้งไฟของหลายหมู่บ้านที่มีการแต่งตัวเป็นท้าวผาแดงและนางไอ่, ขูลู นางอั้ว เป็นตำนานความรักอมตะของชาวอีสาน บางคนเรียกว่า โรเมโอ จูเลียต ฉบับอีสาน ปิดท้ายด้วยตำนานพระติ้วซึ่งเขียนอยู่ในวิหารพระติ้วพระเทียม วัดโอกาสศรีบัวบาน จ.นครพนม เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของอาณาจักรศรีโคราบูร ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณ
ที่ยิ่งใหญ่

เรื่องเล่าผ่านฮูปแต้มทั้ง 6 เรื่องในหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องเล่าที่สำคัญของชาวอีสานที่คนรุ่นใหม่ควรศึกษา เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป จำหน่ายในราคา 150 บาท พิมพ์ด้วยกระดาษอย่างดี สี่สี ทุกภาพ ที่เหมาะสำหรับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

เปลี่ยนวิธีคิดและฝึกการใช้สมองแบบผู้ใหญ่ เพื่อพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จในชีวิต

หนังสือ “ใช้สมองเปลี่ยนชีวิต” เป็นผลงานของ “โทะชิโนะริคะโตะ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยเทคโนโลยีด้านสมองของญี่ปุ่นที่ค้นพบว่าความสำเร็จด้านการงาน ความสุขในชีวิต ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการใช้สมองทั้งสิ้น สมองคนเราทุกวันนี้มี 2 แบบคือ สมองแบบเด็กนักเรียนและสมองแบบผู้ใหญ่ คนเราจะพัฒนาได้ต้องใช้สมองอย่างถูกต้องและเป็นสมองแบบผู้ใหญ่ การจะให้เรามีสมองแบบผู้ใหญ่ต้องฝึกสมองด้วยตัวเราเอง ซึ่งในหนังสือได้แนะนำ 5 ขั้นตอน 36 วิธีฝึกใช้สมองที่รับรองว่าได้ผล อาทิ วิธีใช้สมองเพิ่มพลังในการเปลี่ยนแปลงเพื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ใช้สมองเพื่อความแน่วแน่ ฯลฯ หนังสืออ่านเข้าใจง่าย มีการอธิบายสาเหตุ วิเคราะห์และแนะนำวิธีปฏิบัติแบบรูปธรรม เหมาะใช้เป็นไกด์ไลน์ในการปรับปรุงคุณภาพตนเอง ราคาเล่มละ 225 บาท

แบบทดสอบจิตวิทยาอย่างง่ายผ่านการแสดงออก เพื่อเข้าใจนิสัยเบื้องลึกของตัวเองและคนรอบข้าง

“ถามหัวใจทำไมร้าย”เป็นหนังสือของ “โซโซ ชิบุยะ”ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา ญี่ปุ่น เป็นแบบทดสอบทางจิตวิทยาอย่างง่าย 60 คำถาม เพื่อทราบเบื้องลึกของจิตใจเรา หรือคนอื่นเพื่อแก้ปัญหาด้านความรักและด้านมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่น ผ่านตัวเลือกและภาพประกอบหลากหลาย โดยมีการแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน พร้อมคำเฉลยในหน้าถัดไป รูปแบบการนำเสนอมีหลากหลายทั้งเป็นแบบตัวเลือก ภาพประกอบ หรือสถานการณ์สมมุติ ซึ่งส่วนใหญ่อ่านเข้าใจง่าย มีอยู่บ้างนิดหน่อยที่ค่อนข้างสับสน สีสันในเล่มทึบทึมไปสักนิด แต่เนื้อหาก็กระชับชัดเจนดี เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา และทุกเพศทุกวัยที่ชอบทำแบบทดสอบจิตวิทยา ราคาเล่มละ 288 บาท

เทคนิคการจัดการความโกรธที่ปฏิบัติได้จริง รับมือกับความโกรธของตนเองและคนอื่นได้ดีขึ้น

“จ้างให้ก็ไม่โกรธ”หนังสือเล่มนี้เขียนโดย “ซุนซุเกะ อันโดะ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความโกรธนักเขียนเบสต์เซลเลอร์ด้านการจัดการอารมณ์ ที่นำเทคนิคนี้จากอเมริกาไปเผยแพร่ในญี่ปุ่นเป็นคนแรก หนังสือเล่มนี้ทำให้ผู้อ่านค้นพบรูปแบบความโกรธของตัวเองผ่านการทำแบบทดสอบ ก็จะรู้ว่าตัวเองโกรธแบบไหน และเสนอวิธีแก้ไขด้วยการรับมือกับความโกรธรูปแบบต่างๆ ทั้งจากตัวเองและผู้อื่น และโปรแกรมฝึกจัดการความโกรธภายใน 21 วัน จากการอ่านหนังสือจะทำให้ผู้อ่านได้รู้เท่าทันความโกรธของตัวเอง ทำให้แก้ไขอาการโกรธได้ถูกจุด และฝึกจัดการจัดความโกรธได้อย่างถูกวิธี ดำเนินชีวิตอย่างควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ราคา 235 บาท

ปรับอารมณ์เพื่อการพัฒนา ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง

“สัมมนาอารมณ์” เขียนโดย “ทิศนา แขมมณี”เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราว ในการจะนำไปแก้ไขปัญหาอันเกิดจากอารมณ์ของคนแต่ละคน ในทำนองเดียวกับการรวมหัวกันจัดสัมมนาเพื่อหาข้อยุติของปัญหา โดยผู้เขียนจะบอกเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในคนแต่ละคน จากนั้นก็หาทาง หรือวิธีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยนำไปวิเคราะห์กับจิตและอารมณ์ของแต่ละคน ผ่านการรับรู้ที่เรียกว่าคู่สัญญา ซึ่งทำหน้าที่รับรู้และส่งเสริมพฤติกรรมต่อการนำไปใช้ในการแก้ปัญหาโดยการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น จำหน่ายเล่มละ 230 บาท

%d bloggers like this: