หนังสือเด่น : แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับคนไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/504723

หนังสือเด่น : แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับคนไทย

หนังสือเด่น : แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับคนไทย

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 17.52 น.

ถ้าจะมองถึง “การตื่น หรือเดินตามกระแสความนิยม” ในสายเลือดของคนไทย ต้องยอมรับว่า คนไทยมีความตื่นตัว ปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างรวดเร็ว จัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ทีเดียว การรู้จักปรับเปลี่ยนตามวิถีโลกนี้ ทำให้ไม่ต้องกลัวเลยว่า สายเลือดไทยจะสูญพันธ์ุไปเหมือนบางชนชาติ ที่เคยรุ่งเรือง แล้วอยู่ๆ ก็หายไปอย่างสิ้นเชิง

กระแสความนิยม คือ ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นตัวช่วยให้มนุษย์ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง และเผ่าพันธ์ุให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ให้ได้อย่างกลมกลืน

คนไทย ไม่ใช่เป็นชนชาติที่เดินตามกระแสนิยมเท่านั้น แต่หลายสิ่งหลายอย่างกลับเป็นผู้นำ และสร้างสรรค์กระแสนั้นให้ก้าวออกไปข้างหน้าอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระแสนิยมในด้านศิลปะ และวิทยาการ

ในแวดวงวรรณกรรม กระแสความนิยม ในนิยายเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ปรากฏโดดเด่นให้เห็น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อร้านหนังสือ ซีเอ็ด ร่วมกับ นานมีบุ๊คส์ จัดกิจกรรม แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยการจัดพิมพ์หนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่เขียนภาพปกและภาพประกอบโดยคนไทย เพื่อให้คนไทยเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกโดยเฉพาะ

คุณอาชว์ อรุษ เอ่งฉ้วน หรือ Apolar ศิลปินคอนเซ็ปต์อาร์ตอิสระ นักวาดปกแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชาวไทยคนแรก ได้พูดคุยถึงประสบการณ์ในงานชุดนี้กับการวาดภาพประกอบกว่า 200 ภาพ ในระยะเวลากว่า 10 เดือนพร้อมทั้งผลงาน Box Set ที่กางออกมาเป็นปราสาทฮอกวอตส์สุดงดงามสไตล์สถาปัตยกรรมด้วยการสอดแทรกรายละเอียดความเป็นไทยลงไปในผลงาน เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากครับ ในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนแรกที่ได้วาดภาพประกอบในฉบับครบรอบ 20 ปี ก็ได้สอดแทรกความเป็นไทยเล็กๆ น้อยๆ ลงไปในผลงานครับ ภูมิใจและตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดครับ สำหรับน้องๆ นักอ่านให้ลองค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบให้เจอ เพราะถ้าเราได้เจอสิ่งที่เรารักและชอบจริงๆ เราก็จะทำออกมาได้อย่างเต็มที่และทำได้เรื่อยๆ มีความสุขกับสิ่งที่ทำ สุดท้ายอยากจะฝากให้น้องๆ ได้นำสิ่งต่างๆ ที่พบเจอในชีวิตประจำวันมาสร้างแรงบันดาลใจ เป็นพลังบวก สร้างความเชื่อมั่น เพื่อนำไปสร้างสรรค์ผลงานให้ได้ดีครับ

ก็ไม่ต้องบอกอีกแล้วนะครับว่า แฮร์รี่พอตเตอร์ เป็นนิยายดีเด่นอย่างไร เพียงแค่อยากจะย้ำว่าใครอยากเก็บผลงานจากฝีมือของคนไทย ที่เข้าไปร่วมกระแสนิยมของหนังสือดังของโลกเอาไว้ในตู้หนังสือที่บ้านก็ไปหาซื้อมาเก็บไว้ได้เลย บนแผงมีครบทุกตอนครับ

มารู้จักกับการลงทุนแบบเฮดจ์ฟันด์ ลดความเสี่ยงทางธุรกิจในตลาดหุ้น

“ลงทุนแบบเฮดจ์ฟันด์” เป็นหนังสือวิชาการ เกี่ยวกับการลงทุน เขียนโดย “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” บอกเล่าถึงเรื่องราวของนักลงทุนแบบ “Value Investor” ที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่หลังวิกฤติเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในปี 2540 จนถึงปัจจุบัน ที่ ส่วนใหญ่ทำงานแบบ “เฮดจ์ฟันด์” คือ การทำผลตอบแทนสูงสุดและลดความเสี่ยงลงต่ำสุด เนื้อหาจะบอกให้ทราบว่าเฮดจ์ฟันด์สามารถที่จะลงทุนในตราสารทุกรูปแบบ ที่จะควบคุมผลตอบแทนและความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเอง เช่น จะถือหุ้นกี่ตัวในพอร์ต จะลงทุนในหุ้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของความมั่งคั่ง หรือจะกู้เงินหรือใช้มาร์จิ้นลงทุนมากน้อยแค่ไหน หุ้นแบบไหนที่พวกเขาจะสนใจลงทุน เป็นหุ้นเติบโตหรือหุ้นที่เน้นความถูกเป็นหลักคำตอบทั้งหมดนี้สามารถศึกษาได้จากหนังสือเล่มนี้ ราคาเล่มละ 250 บาท

ครอบครัวตึ๋งหนืดกับอาชีพยูทูบเบอร์ การ์ตูนความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์สำหรับเด็ก

“ครอบครัวตึ๋งหนืด” การ์ตูนความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์สำหรับเด็กๆ เพื่อปลูกฝังวิชาการ โดยการทำเรื่องราวให้สนุกชวนให้ติดตาม ในเล่มนี้กล่าวถึง การจะเป็นยูทูบเบอร์ต้องทำอย่างไร เพราะทุกวันนี้ ยูทูบเบอร์คืออาชีพในฝันของเด็กรุ่นใหม่ ครอบครัวตึ๋งหนืดในเล่มนี้จึงอยากทำคลิปยูทูบดูบ้าง เพราะฮารุตาลุกวาวๆ เมื่อรู้ว่า
เขาสามารถมีรายได้จากยูทูบมหาศาลหากทำได้สำเร็จ ยิ่งมีเจ้า โทรุ จอมเขมือบประกาศความตั้งใจว่าจะทำคลิปในเรื่องของการกินให้ดังทั่วโลก ครอบครัวตึ๋งหนืดยิ่งตื่นเต้นกันทั้งบ้าน ในตอนนี้เนื้อหาจะบอกเล่าถึงวิธีทำคลิปลงยูทูบและเรื่องราวเกี่ยวกับการเป็น ยูทูบเบอร์อย่างละเอียด จำหน่ายเล่มละ 158 บาท

บางช่วงตอนใน‘สัประยุทธ์ทะลุฟ้า เล่มที่ 21’ ทุกย่างก้าวถูกผูกปม เรื่องราวที่ต้องหาทางแก้ไข

เซียวเหยียนที่กำลังย่างเท้าออกจากวงล้อมของคนชุดดำ จู่ๆ พลันหยุดชะงัก

เห็นเขาหยุดชะงักงัน บุรุษนั้นดีใจสุดขีด แต่คนชุดดำโดยรอบแววตาทอประกายดุเหี้ยม “เด็กน้อยไม่อยากชะตาขาด รีบพาคนออกไป ไม่เช่นนั้น…”คนชุดดำหัวหน้ากลุ่มกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

สำหรับวาจาข่มขู่นี้ เซียวเหยียนหาแยแสสักนิดไม่ เขาหมุนตัวกลับมา หรี่ตามองบุรุษและสาวน้อยชุดม่วง โพล่งถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “พวกท่านเป็นคนของสถานศึกษาเจียวหนาน”

อะไรจะเกิดขึ้น ติดตามอ่านได้ใน “สัประยุทธ์ทะลุฟ้า เล่มที่ 21” ผลงานการประพันธ์ของ “เทียนฉาน ถู่โต้ว” แปลเป็นไทยโดย “ลี หลินลี่” ราคา 280 บาท

เป้าหมายคือกลยุทธ์เพื่อบรรลุสู่ชัยชนะ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมหรือวิธีการ

“หรูอี้ จอมนางเคียงราชัน” เรื่องราวในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ชิง รัชสมัยของ เฉียนหลง ฮ่องเต้ ที่เปิดเผยถึงเรื่องราวอันเป็นแดนต้องห้ามในพระราชวัง ผลงานการประพันธ์ของ “หลิวเลี่ยนเจื่อ” แปลเป็นไทยโดย “ดารินทิพย์” วางแผงในเล่มที่ 11 แล้ว เป็นเรื่องราวของ นางสนมนามว่า หรูอี้ที่เธอต้องผ่านอุปสรรคนานัปการเพื่อก้าวข้ามสนมนางอื่นๆ ท่ามกลางความริษยา อาฆาต พยาบาท และกลยุทธ์เพื่อบรรลุสู่ชัยชนะโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมหรือวิธีการ ไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใด ทุกคนย่อมหวังประโยชน์ที่ล้วนต่างวางเป้าหมายเอาไว้ข้างหน้า เพื่อก้าวให้ถึงเป้าหมายนั้น ราคาเล่มละ 280 บาท

หนังสือเด่น : ต้องเข้าใจการเมืองก่อนจะเล่นการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/503357

หนังสือเด่น : ต้องเข้าใจการเมืองก่อนจะเล่นการเมือง

หนังสือเด่น : ต้องเข้าใจการเมืองก่อนจะเล่นการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผมเชื่อว่า มีคนไม่น้อยที่นั่งชมการถ่ายทอด การประชุมรัฐสภาของบรรดา สส.อย่างตั้งอกตั้งใจ มีความคิดคล้ายๆกันว่า เรื่องของการเมืองไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจไม่ได้เอาเสียเลย ทั้งนี้ เพราะการเมืองเป็นวิถีชีวิตของคน เมื่อมันเป็นวิถีชีวิตมันก็ย่อมต้องมีความสลับซับซ้อน มีการเปลี่ยนแปลง มีการแก้ไข มีการพัฒนา และเมื่อต้องการจะนำเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์มันต้องมีลูกเล่นหรือกลยุทธ์ เพราะฉะนั้นการเมืองไม่ใช่ “ของเล่นของคนทุกคน” แต่การเมืองจะถูกผูกขาดจากผู้ที่ต้องมีความตั้งใจจริงและที่สำคัญต้องมีพัฒนาการของสมองที่โดดเด่นกว่าคนปกติธรรมดา มิฉะนั้นจะสร้างกลยุทธ์ให้กับตัวเองไม่ได้

“การเมืองและการปกครองของไทย” เขียนโดย “กันตพัฒน์ ชนะบุญ” เป็นหนังสือที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ผู้เขียนทำให้อ่านเข้าใจง่าย โดยการใช้บริบทต่างๆ ในการพัฒนาการเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มาเรียบเรียงเนื้อหาทั้งหมดโดยการอาศัยกรอบความคิดว่าด้วยพัฒนาการทางการเมือง ประวัติศาสตร์การเมืองและแนวคิดการเมืองตามยุคสมัย และช่วงเวลาของรัฐบาล จึงทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงสถานการณ์การเมืองไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 การเมืองการปกครองสมัยประชาธิปไตยกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475-2500 การเมืองการปกครองไทยสมัยประชาธิปไตยภายใต้อำนาจเผด็จการทหาร พ.ศ.2500-2520 การเมืองการปกครองไทย สมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ พ.ศ. 2535-2544 การเมืองการปกครองไทยสมัยประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และอำนาจกลุ่มทุน พ.ศ.2544-2557 จนถึงการเมืองการปกครองไทยในปัจจุบัน โดยเน้นการอธิบาย และวิเคราะห์ถึงการเข้าสู่ระบบการเมือง การรักษาอำนาจและสืบทอดอำนาจ การเปลี่ยนแปลงยิ่งเราได้รับรู้ “การเมืองและการปกครองของไทย”ตั้งแต่ยุคสุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ที่บอกเล่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ ยิ่งทำให้เราเข้าใจได้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบการเมืองช่วงก่อนสนธิสัญญาเบาว์ริง และช่วงหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง ถึงผลกระทบที่มีต่อระบบต่อการเมืองการปกครอง ยิ่งทำให้เราตระหนักรู้ถึงกลยุทธ์ทางการเมืองมากยิ่งขึ้น

“การเมืองและการปกครองของไทย”เป็นหนังสือเชิงวิชาการ ที่ไม่จำเป็นต้องอ่านในรั้วของสถาบันการศึกษา แต่สามารถอ่านได้ทุกแห่งหน จำหน่ายในราคา 290 บาท ด้วยรูปเล่มขนาด เอสี่ หนา 249 หน้า ไม่เกินกำลังที่ผู้ต้องการจะเข้าใจเรื่องของการเมืองให้มากกว่าที่เป็นอยู่จะหามาเสริมความรู้ให้กับตัวเอง

เจาะลึกประสบการณ์ด้านการลงทุน อ่านเพลิน สนุกสนาน ได้ความรู้ในมุมมองใหม่

“อิป้าหามาเล่า” เป็นหนังสือที่ล้วงลึกถึงทุกการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น หุ้น กองทุนรวม เขียนโดย เจ้าของ เพจเฟซบุ๊คอิป้าหามาเล่า-E’pa hamalao โดยจัดนำข้อมูลมาพิมพ์เป็นเล่มเพื่อสะดวกในการเก็บรักษา และง่ายต่อการค้นหา ที่ผู้เขียนนำเสนอความรู้ และประสบการณ์ด้านการลงทุน ในมิติเจาะลึก ด้วยรูปแบบที่เข้าใจง่าย อ่านเพลิน สนุกสนาน ได้ความรู้ในมุมมองใหม่ๆ สามารถใช้เป็นคู่มือ หรือแนวทางให้แก่นักลงทุนได้ใช้วิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ โดยได้อัพเดตตัวเลขสำคัญบางส่วนเพื่อให้ทันกับสภาวะปัจจุบันมากที่สุด เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของทั้งสถานการณ์ ตัวเลข ตัวบุคคล ฯลฯ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ราคาเล่มละ 250 บาท

ลางสังหารไขคดีพิศวง เล่ม 2 สยดสยองและวิปริตยิ่งกว่าเล่มแรก

“ลางสังหารไขคดีพิศวง เล่ม 2” งานเขียนในรูปแบบ สืบสวนสอบสวน ผลงานของ “เหว่ยอวี๋” แปลเป็นไทยโดย “วนิดา ลิขิต มงคลสุข” เป็นตอน “รากมรณะ” ซึ่งต่อมาจากเล่มที่ 1 อันเป็นตอนจบของตอน โดยตัวเอกของเรื่องคือ จี้ถังถัง ยังคงตกอยู่ในอำนาจพลังของแรงอาฆาตของระฆังลม ที่ต้องออกสืบสวนเพื่อล้างแค้นให้กับผู้ตาย งานเขียนเชิงสืบสวน เล่มนี้ นับว่าเป็น แนวสืบสวนที่แตกต่างไปจากการสืบสวนอย่างเป็นระบบของหน่วยสืบสวน แต่เป็นการถูกลากจูงไปด้วย ความลี้ลับอาถรรพ์อันเกิดจากแรงพยาบาทของผู้ตายโดยผ่านพลังอำนาจระฆังลม นอกจากจะมีเนื้อหาที่ยากคาดจะเดาแล้ว ในมิติของความสยดสยอง ในเล่มที่สองนี้ ปรากฏออกมาค่อนข้างจะรุนแรงกว่าในเล่มที่หนึ่งอย่างมาก ทั้งในด้านความเหี้ยมโหด และความวิปริต ราคาเล่มละ 290 บาท

75 ปีสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนสิ้นเสียงสุดท้ายของผู้รอดชีวิต

“นิตยสาร NATIONAL GEOGRAPHIC” ฉบับภาษาไทย เล่มล่าสุด สัมภาษณ์เปิดใจ อดีตผู้เคยร่วมประสบการณ์อยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งผ่านมาแล้วถึง 75 ปี โดยผู้เขียน ตั้งเป้าหมายเพื่อจะบันทึกประวัติศาสตร์จากปากคำของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งถือได้ว่า เป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่หลักฐานทุกอย่างจะหายไปจากคนจริงเสียงจริง โดยคุณยายวัย 95 ปี อดีตทหารเสนารักษ์ในกองทัพของโซเวียต เล่าว่า ในตอนนั้น เราไม่ได้มีการฝังศพคนตาย ในฤดูหนาวที่เลนินกราด เพราะมีศพเป็นภูเขาเลากา ซึ่งไม่มีที่พอจะฝังพวกเขาได้ นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พาไปเยี่ยมชม เส้นทางแห่งตำนานในจอร์เจีย, เรื่องความกังวลถึงการสูญพันธุ์ของเพนกวินเมื่อโลกเปลี่ยน เป็นต้น ราคาเล่มละ 120 บาท

ตั้งสติสู้วิกฤติเพื่อควบคุมตัวเองตัดความกังวล สร้างสติต้องฝึกฝน ไม่ใช่แค่คิดแล้วสติจะเกิด

“สร้างสติ รักษาจิต สู้ COVID-19” เขียนโดย “นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานต์” ที่ต้องการบอกให้ทุกคนรู้ว่า ในช่วงวิกฤติโควิด ระบาดนั้น อันตรายจากการติดเชื้อ มีน้อยกว่าอันตรายจากการเป็นโรคประสาทเพราะความวิตกกังวล หนังสือเล่มนี้จึงบอกกล่าวให้รู้จักการสร้างสติเพื่อควบคุมตัวเองไม่ให้เกิดความวิตกกังวลมากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อจิตใจและร่างกาย โดยผู้เขียนหวังที่ให้ผู้อ่านรู้จักการฝึกสติให้กับตัวเอง เพื่อให้อยู่ร่วมกับสถานการณ์ที่ทุกคนต่างวิตกกังวลไปในทุกรูปแบบของการดำรงชีวิต ซึ่งสามารถใช้ได้กับคนทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น คนทั่วไปที่ยังไม่ติดเชื้อคนที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ และคนที่สงสัยว่าจะจะติดเชื้อ โดยผู้เขียน ซึ่งเป็น จิตแพทย์ ยืนยันว่า สติเป็นสภาวะจิตที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่แค่คิดแล้วสติจะเกิดขึ้นมา จำหน่ายเล่มละ 145 บาท

หนังสือเด่น : อีกรูปแบบหนึ่งของการเขียนนิยาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/501859

หนังสือเด่น : อีกรูปแบบหนึ่งของการเขียนนิยาย

หนังสือเด่น : อีกรูปแบบหนึ่งของการเขียนนิยาย

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“นอกจากการฆ่าตัวตายทางกายภาพกับการหลีกเร้นทางจิตใจแล้ว การฆ่าตัวตายประเภทที่สามก็คือการยืนหยัดต่อสู้กับชีวิตที่ไร้แก่นสารโดยไม่ยอมจำนน

นี่เป็นคำที่ “กามูส์” นักปรัชญาด้านอัตถิภาวนิยม (ว่าด้วยประสบการณ์อันเป็นปัจเจกของคน) ได้กล่าวไว้

“อวิ้นหลาง” เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้อย่างยิ่ง

เนื้อหาข้างต้นดังกล่าว เป็น บทขึ้นต้นของนิยายจีนอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง “พลิกฟ้า ท้ามาตุภูมิฮั่นเล่มที่ 1” เขียนโดย “เจี๋ยอวี่เอ้อร์” แปลเป็นไทยโดย “ธารยุทธ์”

จากเนื้อหาอันเป็นการเริ่มเรื่อง ผู้เขียน โยงเอาแนวคิดของนักปรัชญาของโลก คือ กามูส์ออกมากล่าวอ้าง โดยผ่านตัวละคร ที่ชื่อ “อวิ้นหลาง”

การเปิดเรื่องในลักษณะนี้ มีความคลาสสิกมากในช่วงยุคทองของวรรณกรรม จากนั้นก็ค่อยๆจางหายไปเรื่อยจน มาถึงยุคของคนรุ่นใหม่ การผูกเรื่องโดยอาศัยปรัชญา ของนักปรัชญาโลก ไม่ค่อยมีนักเขียนหน้าใหม่นำออกมาใช้อ้างอิง หรือเชื่อมโยงเพื่อนำไปสู่ปมปัญหาในการดำเนินเรื่อง อาจจะเป็นเพราะคนรุ่นใหม่ ขาดความเชื่อถือ หรือไม่ให้ความศรัทธาต่อแนวคิดของนักปรัชญาที่คนทั้งโลกยอมรับ หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเป็นเพราะยังไม่เข้าถึงอย่างถ่องแท้ในความหมายหรือแก่นของปรัชญานั้นๆ จึงไม่สามารถที่จะขยายความ หรือนำเอาแก่นแห่งปรัชญาไปใช้ให้เกิดกับการดำเนินชีวิตได้

เมื่อ “พลิกฟ้า ท้ามาตุภูมิฮั่น” นำเอา ปรัชญาของ กามูส์ ออกมาชูให้คนอ่านเกิดความคิดเขาก็จำเป็นต้องขยายสาระแห่งปรัชญานั้นออกไปให้กว้าง เพื่อจะได้สัมผัสกับคนได้หลายหลากในชีวิตของผู้คน ซึ่งในเนื้อหาต่อมา “เจี๋ยอวี่เอ้อร์” บรรยายต่อไปว่า…

“คนที่เป็นทุกข์ต่างก็มีเหตุผลของตน เขาเหล่านั้นสามารถหาเหตุผลที่สอดคล้องกับความทุกข์ของตนเองจากปรัชญาอัตถิภาวนิยมได้อย่างง่ายดาย

แต่วีรบุรุษหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะความหมายในการคงอยู่ของพวกเขา คือการต่อต้านและฉุดช่วย”

การก้าวย่างไปบนเส้นทางที่ผู้อื่นไม่เดินคือลักษณะจำเพาะของวีรบุรุษ”

เริ่มจากการปูพื้นฐานแล้วดำเนินต่อเนื่องนับได้ว่า มีแรงจูงใจที่จะให้ต้องอ่านต่อไปได้ไม่น้อยทีเดียว เพราะแก่นแท้ของนิยายเรื่องนี้คือการกล่าวถึง รากเหง้าของชนชาติจีน ที่เริ่มมาจาก ชนชาติฮั่น เริ่มตั้งแต่ยุคสมัยของฮั่นอู่ตี้ สืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งผ่านมือของ ยอดคน วีรบุรุษมานับไม่ถ้วน

เพราะฉะนั้นคือกล่าวที่แย้งกับ “กามูส์” ด้วยประโยคที่ว่า “แต่วีรบุรุษหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะความหมายในการคงอยู่ของพวกเขา คือการต่อต้านและฉุดช่วย” จึงเป็นประตูคำตอบ ที่คนรุ่นใหม่จะต้องตัดสินใจว่า ใครผิดใครถูก

พอเริ่มเรื่องก็มีปมปัญหาให้ต้องติดตามแล้ว การกล่าวถึงนิยายเรื่องนี้เห็นทีว่าคงต้องพูดกันอีกสักครั้งในคราวหน้า

หนังสือที่เหมาะกับคนเป็นครู

8 ด้านแห่งการพัฒนาการเรียนการสอน

“วิจัยการเรียนการสอน” เป็นหนังสือวิชาการเขียนโดย “ประสาท เนืองเฉลิม” เพื่อต้องการจะบอกว่า การจัดการเรียนการสอนนั้น มีคุณภาพหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ต้องอาศัย กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา เพราะผลการวิจัยที่ได้จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเนื้อหาออกเป็น 8 ด้าน 1.หลักสูตรและการเรียนการสอน, 2.การวิจัยกับการเรียนการสอน3.ปัญหาวิจัยการเรียนการสอนและแหล่งข้อมูล 4.ความรู้ด้านการออกแบบงานวิจัยการเรียนการสอน, 5.เครื่องมือวิจัยการเรียนการสอน 6.การวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยการเรียนการสอน, 7.โครงร่างวิจัยการเรียนการสอน และ 8.การเขียนรายงานวิจัยการเรียนการสอนราคา 150 บาท

การ์ตูนเด็กแฝงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์

ให้ความบันเทิงและปลูกฝังวิชาการของเด็ก

“แก๊งซ่าท้าหุ่นยนต์ 2” การ์ตูนความรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก เล่มล่าสุดวางตลาดแล้ว ในเล่มนี้ กล่าวถึง ไลออน นักสร้างหุ่นยนต์มือใหม่ผู้ที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน
ปรากฏว่าเมื่อผลงานของเขาถูกนำออกมาโชว์ ชมรมหุ่นยนต์ฟุตบอล และชมรมหุ่นยนต์นักต่อสู้ต่างแย่งตัวเขาจ้าละหวั่นเพื่อให้เขาเข้าไปแข่งขันหวังจะชิงถ้วยใบใหญ่มาครอง ผลจะเป็นอย่างไร เด็กๆ ต่างลุ้นกันระทึก หนังสือเล่มนี้นอกจากจะให้ความสนุกสนานในเนื้อหาแล้ว ยังแฝงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ เข้าใจแบบง่ายๆ อีกด้วย จำหน่ายเล่มละ 158 บาท

นิตยสารแพรวเจ้าสาวสุดอลังการกับชุดหรู

ครอบคลุมถึงเพื่อนเจ้าสาวที่ต้องเด่นไม่แพ้กัน

นิตยสารแพรว Wedding ฉบับมิถุนายน 2563 จัดเต็ม 4 ปกกับ 4 สาวคนดังแห่งวงการบันเทิงไทย ในลุคเจ้าสาวแสนสวย นำโดยพลอย-เฌอมาลย์ & แพนเค้ก-เขมนิจ และไอซ์-อภิษฎา & แมท-ภีรนีย์พร้อมแฟชั่นชุดแต่งงานสากลและชุดไทยกว่าร้อยชุดภายในเล่ม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวพร้อมด้วยการเนรมิตความงามแบบจัดเต็มครบรสที่ไม่ใช่แค่เจ้าสาวแต่รวมไปถึงเพื่อนเจ้าสาวด้วย และสำหรับผู้ชื่นชอบในการเปลี่ยนทรงผม ในเล่มนี้จะอัพเดททรงผมมินิมัล ที่คุณจะทำปีไหนก็ไม่มีเชย พร้อมแนะนำเครื่องประดับสุดเลอค่าของเจ้าสาวคนดังที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้จาก ปิ๋ม-ณัฐปรี, ปาย-วริษาและริต้า-ศรีริต้า ให้คุณๆ ได้อิจฉาตาลุกวาว ราคาเล่มละ 175 บาท

รองรับโครงการท่องเที่ยวหลังโควิด

อสท เผยสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย

“อนุสาร อสท” นิตยสารเพื่อเปิดโลกการท่องเที่ยวให้กับผู้ชื่นชอบการเดินทางฉบับล่าสุดประจำเดือนมิถุนายนนำเสนอ แหล่งท่องเที่ยวระดับสุดยอดทั่วไทย รองรับ โครงการส่งเสริมการกระจายเศรษฐกิจสู่ภาคการท่องเที่ยว ภายในเล่มประกอบด้วย เรื่อง ของนักเขียนชื่อดังหลากหลาย อาทิ เรื่อง ภูเขา ผืนป่า สายหมอก และมวลหมู่ดอกไม้ เขียนโดย ธีรพัฒน์บุปผาพิบูลย์, เรื่อง หมู่เกาะทะเลไทยในวันฟ้าใสน้ำสวย โดย ชตาทิพย์ อำพันทอง, เรื่อง รุ่งเรืองรอยอารยะ โดย ภาคภูมิ น้อยวัฒน์, เรื่อง อลังการอารามงามวิจิตร เขียนโดย พระคุณ บุณยเนตร,เรื่อง หลากแง่งามของรากเหง้า ในรูปเงาประเพณีวิถีไทย โดย อรกาน จามรมาน, เรื่อง ในวิถีถิ่น มีวิถีเที่ยว เขียนโดย ฐากูร โกมารกุล ณ นคร เป็นต้น จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

หนังสือเด่น : แฟรงเกนสไตน์กับตำนานผีดิบคืนชีพ ฉบับเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากนิยายดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/500485

หนังสือเด่น : แฟรงเกนสไตน์กับตำนานผีดิบคืนชีพ  ฉบับเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากนิยายดัง

หนังสือเด่น : แฟรงเกนสไตน์กับตำนานผีดิบคืนชีพ ฉบับเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากนิยายดัง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เรื่องราวขอ ผีดิบ ที่มีชื่อว่า แฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) น่าจะถูกกล่าวขานกันมากว่าห้าสิบปีแล้ว แบบที่พูดได้เลยว่า คำว่า “ผีดิบ” อันเป็นคำดั้งเดิมนั้น มาจาก แฟรงเกนสไตน์ คนนี้แหละ

เรื่องราวของผีดิบ แฟรงเกนสไตน์ เป็นนิยายสยองขวัญของฝรั่ง ที่ผู้เขียนชื่อ เอลิซาเบธ เฟอร์เร็ตติ (Elizabeth Ferretti) หลังจากที่ถูกจัดพิมพ์เป็นหนังสือนิยายแล้วได้รับความนิยมจากนักอ่านอย่างมากไปทั่วโลก นักสร้างภาพยนตร์ก็นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ยิ่งทำให้โด่งดังมากยิ่งขึ้นจนถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์แล้วไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคนกล่าวถึง และจดจำกันได้อยู่ จะมาเสื่อมถอยลงไปบ้างก็ตรงที่มีเจ้าผีดิบพันธุ์ใหม่ที่เรียกกันว่า “ซอมบี้” นี่แหละที่เข้ามาแทนที่ในสมองของเด็กยุคใหม่

จากนิยายของเอลิซาเบธ เฟอร์เร็ตติ เค้าโครงเรื่องมีอยู่ว่า มีนักวิทยาศาสตร์หนุ่มผู้ทะเยอทะยานคนหนึ่ง ชื่อ “วิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์”ปรารถนาที่จะทำให้โลกและมนุษย์เป็นอมตะ ดังนั้นตลอดเวลา เขาจะเฝ้าศึกษาทดลองทางด้านเคมีและกายวิภาคศาสตร์มนุษย์เพื่อที่จะชุบชีวิตคนที่ตายไปแล้วให้ฟื้นขึ้นมาใหม่ และสุดท้ายเขาก็สามารถสร้างมนุษย์ประดิษฐ์สายพันธุ์ใหม่ได้สำเร็จ ทว่ามนุษย์ที่เขาสร้างขึ้นนั้นกลับไม่เป็นไปตามที่เขาคาดคิดเอาไว้ คือ แทนที่จะทำให้โลกสวยงามทุกอย่างไร้ตำหนิกลายเป็นว่า มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่เขาสร้างขึ้น เขาไม่สามารถควบคุมมันได้ทั้งจิตใจและร่างกาย แทนที่จะทำแต่ความดีงามเพื่อให้โลกสวยงาม มันกลับทำตรงข้ามไปหมด สุดท้ายความรับผิดชอบของนักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ก็ต้องลงเอยด้วยการทำลาย แต่เขาจะทำได้สำเร็จหรือไม่ และเกิดปัญหาอะไรกับเขา ผู้เขียนดำเนินเรื่องได้อย่างชวนให้ขนลุกและน่าติดตาม ดังนั้น เมื่อหนังสือเรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จึงได้รับความนิยมอย่างสูงมาก เพราะเป็นการสร้างภาพให้เห็นจริงออกมาจากจินตนาการได้ พูดตรงๆ นิยายเรื่องนี้จึงถูกยกย่องให้เป็นตำนานแห่งวรรณกรรมด้านวิทยาศาสตร์ การสร้างความเป็นอมตะให้กับชีวิตมนุษย์นั่นเอง

วันนี้บนแผงหนังสือ นิยายเรื่องนี้ถูกนำมาพิมพ์เผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง เป็นรูปแบบของ “การส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษ” คือ แทนที่จะจัดแปลเป็นภาษาไทย สำนักพิมพ์กลับ จัดพิมพ์เป็น ภาษาอังกฤษ เพียงแต่มาจัดเรียบเรียงรูปประโยคให้เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับคนที่ต้องการจะศึกษาการอ่านภาษาอังกฤษ โดยตั้งเป้าหมายผู้อ่านเอาไว้ในระดับ นักเรียนชั้นมัธยม นั่นคือ นักเรียนในระดับนี้สามารถอ่านเข้าใจได้ทันที ไม่มีศัพท์แสลงอะไรที่ซับซ้อนมากนัก ยิ่งโดยเฉพาะคำศัพท์บางคำที่ถือเป็นศัพท์ใหม่ที่เกินกว่าระดับมัธยมเข้าใจ เขาก็จะนำศัพท์นั้นมาไว้ในหนังสือ โดยไม่ต้องไปค้นหาให้เสียเวลาเลย

หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความก้าวหน้าทางด้านภาษาอังกฤษ และต้องการความสนุกเพลิดเพลินในการศึกษาแบบไม่เบื่อเหมือนเรียนตำราวิชาการ ใครต้องการจะพัฒนาตัวเองด้านการใช้ภาษาอังกฤษไปหาซื้อกันได้ตามแผงหนังสือทั่วๆ ไปนะครับ

ลำนำนกกระเรียนแห่งหวาถิง เล่ม4 ความเข้าใจเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นชัดขึ้น

“ลำนำนกกระเรียนแห่งหวาถิง”งานเขียนของ “เสวียนหม่านเหลียงหยวน”แปลเป็นไทยโดย “เกาเฟย” ออกวางตลาดในเล่มที่ 4 แล้ว เรื่องราวขององค์ชายรัชทายาท ที่อยู่ท่ามกลางความเกลียดชังของคนรอบด้าน เริ่มที่จะคัดแยกคนรอบกายออกแล้วว่า มีใครบ้างที่พระองค์ยังพอจะไว้ใจได้ โดยเฉพาะกับนางกำนัลผู้หยิ่งทะนง เริ่มมีความเข้าใจกันมากขึ้น ดังตัวอย่างตอนหนึ่ง (หน้า 111) “คืนนี้เจ้าหอบความคิดอย่างนี้มาพูดจาแบบนี้กับบิดาของเจ้า ไม่ต้องให้พวกหนอนตำราโสโครกมาชี้นิ้วตำหนิ บิดาเจ้าก็สามารถใช้กฎบ้านตีเจ้าตายคาที่ได้ เจ้าเชื่อหรือไม่ พรุ่งนี้แม้แต่คำตัดพ้อต่อว่าสักคำพวกมันยังคร่ำครวญแทนเจ้าไม่ได้ แต่ในเมื่อเจ้าบอกอยู่ก่อน ข้าก็จำเป็นต้องยอมรับว่าในฐานะรัชทายาทในฐานะขุนนางของข้าที่เจ้าพูดไม่ได้มีความผิดอะไรมากมาย”

เรียนรู้องค์ประกอบทุกด้านของการเล่น LINE เรียบเรียงขึ้นใหม่ให้อ่านเข้าใจง่ายๆ สบายตา

“คู่มือทำธุรกิจบนไลน์-ตัวช่วยลูกค้าคิด ธุรกิจโต” เป็นข้อมูลที่เขียนขึ้นโดย Line ประเทศไทย แล้ว “มัณฑิตา จินดา(ทิป)” นำมาเรียบเรียงเนื้อหาใหม่ ให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น โดยจะบอกให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ การเล่น Line ในทุกภาคส่วน อาทิ การสร้างบัญชี ประเภทของบัญชี,การทักทายเพื่อนใหม่, การสร้างข้อความตอบกลับอัตโนมัติ, การเพิ่มและการจัดการสิทธิ์แอดมิน,การเพิ่ม Follower, การสำรองข้อมูลประวัติการแชท, การตั้งค่าแซท, การตรวจสอบแพ็กเกจและการชำระเงิน,ราคาแพ็กเกจรายเดือน และทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบของการเล่น Line ราคาเล่มละ 249 บาท จัดพิมพ์แบบขนาดตัวหนังสือใหญ่พิเศษ สะดวกแก่การอ่าน สบายตา

นิทานปลูกฝังคุณธรรมสำหรับเด็ก เนื้อหาอ่านสนุก ให้ความรู้สองภาษา

“ยักษ์ใหญ่” เป็นรูปแบบของหนังสือภาพสี่สีสำหรับเด็กเล็ก ที่แฝงคุณธรรมให้เด็กๆ ซึมซับความดีงามไว้ในจิตใจ โดยมีเนื้อหากล่าวถึง กลุ่มของเด็กๆ กลุ่มหนึ่งที่ต้องการจะข้ามทะเลไปยังอีกฟากหนึ่ง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จนกระทั่งมาเจอกับยักษ์ตัวใหญ่ใจดีอาสาพาเด็กๆ เหล่านั้นข้ามฝั่งไปได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อถึงอีกฝั่งหนึ่ง เจ้ายักษ์ใหญ่กลับต้องเจอกับปัญหาที่ตัวเองแก้ไม่ได้ เด็กๆ จึงต้องแสดงน้ำใจเพื่อตอบแทนความดีของเจ้ายักษ์ใหญ่ด้วยการช่วยกันแก้ปัญหาให้จนสำเร็จ หนังสือเล่มนี้ จัดทำเป็นสองภาษาคือ มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ราคาเล่มละ 125 บาท เล่มใหญ่กระดาษแข็งทนทาน

โลกเปลี่ยนชีวิตเข้าสู่ยุค NEW NORMAL รูปแบบการทำการค้าจึงต้องเปลี่ยนไปด้วย

หนังสือ ลูกรวยสอนพ่อ เขียนโดย “ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี (เจล)” เป็นรูปแบบของโลกยุคใหม่ NEW NORMAL เป็นยุคที่ดูแล้วไม่ผิดปกติแต่อย่างไร เมื่อเด็กสอนผู้ใหญ่ โดยผู้เขียนบอกว่า เป็นยุค “ปลาเร็วกินปลาช้า” เนื้อหากล่าวถึงธุรกิจการทำการค้า เมื่อโลกเปลี่ยนไป รูปแบบการทำการค้าจึงเปลี่ยนไปด้วย จะไม่มีคำว่าทำเล และต้องไม่มีคำว่าลังเลอีกต่อไป คิดแล้วต้องทำทันที ผู้เร็วกว่าคือผู้ชนะ ฟังๆ ดูแล้ว ไม่น่าจะเป็นยุคใหม่แต่อย่างไร แต่น่าจะเป็นยุคโบราณ เป็นยุคของ เสือปืนไว ใครชักปืนไวกว่าคือผู้อยู่รอด อ่านจบแล้วให้อะไรมากมายสำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นพ่อ และคนรุ่นใหม่ที่ปรารถนา “ความสำเร็จ” เน้นให้เห็นว่า เด็กรุ่นใหม่เป็นเด็กที่มีความคิดเป็นอิสระ ไม่เชื่ออะไรที่ไร้เหตุผล ในแง่มุมของการทำธุรกิจ และยังได้แนวคิดที่ดี สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ราคา 150 บาท

หนังสือเด่น : นิยายสืบสวนสไตล์เอเชีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/499031

หนังสือเด่น : นิยายสืบสวนสไตล์เอเชีย

หนังสือเด่น : นิยายสืบสวนสไตล์เอเชีย

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“ลางสังหารไขคดีพิศวง” จัดเป็นนิยายสืบสวนสอบสวนแบบเดียวกับนิยายฝรั่งประเภท เชอร์ล็อก โฮมส์ ที่ประพันธ์โดย เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์  หรือ แอร์กูล ปัวโร งานเขียนของ อกาธา คริสตี จะต่างกันเพียงแค่ที่ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ เป็นชาวจีน และมีวิธีเขียนที่แตกต่างกันออกไป โดยยึดถือการสืบสวนสอบสวน เป็นแนวๆ ของชาวเอเชีย ที่ไม่ต้องคำนึงถึงหลักวิชาการแบบชาวตะวันตกมากนัก

โดยผู้เขียนแทนที่จะใช้หลักวิชาการความเป็นวิทยาศาสตร์ เขากลับใช้ความเป็นไสยศาสตร์มาเป็นเครื่องมือคลี่คลาย โดยเรียกว่า เป็น“กระดิ่งลม” ที่แฝงความลี้ลับหลายอย่างเอาไว้จนยากที่จะอธิบายให้คนทั่วๆ ไปเข้าใจได้ นอกจาก ความเชื่อมโยงผูกพันระหว่าง ผู้เป็นเจ้าของกับตัวกระดิ่งเท่านั้น ที่จะสื่อสารถึงกันได้ และเรื่องทุกอย่างก็ดำเนิน คลี่คลายได้ด้วยกระดิ่งลมนี่เอง เหมือนๆ กับเชอร์ล็อก โฮมส์ และ แอร์กูล ปัวโร ที่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ช่วยของเขานั่นแหละ เพียงแต่จุดต่างในการช่วยเหลือแตกต่างกันตรงที่ผูกพันกับวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ เท่านั้นเอง

การดำเนินเรื่องของนิยายเรื่องนี้ จัดเป็นตอนๆ แต่ละตอนเป็นพฤติกรรมของ คดีแต่ละคดี อย่างในเล่มที่หนึ่งนี้ จะมีอยู่สองตอน คือ ตอนแรก เป็นพฤติกรรม ในตอนชื่อว่า “เสพกระดูก” มีด้วยกันทั้งหมด 29 บท จบลงในหน้า 269 แล้วก็ต่อตอนที่สอง ชื่อตอนว่า “รากมรณะ” แน่นอนว่า ยังไม่จบในเล่มนี้ ต้องไปรออ่านต่อในเล่มที่ 2

หากจะมองกันตั้งแต่เริ่มเรื่องว่า ชวนให้น่าติดตาม มากน้อยแค่ไหน ผมว่า น่าจะถูกคอกับนักอ่านชาวไทย ที่ไม่ชอบ วิธีการแบบฝรั่ง ซึ่งเต็มไปด้วยลีลา กว่าจะเข้าเรื่อง ปาเข้าไปเกือบกลางเล่มใครที่สมาธิสั้นก็จะเบื่อและวางหนังสือก่อน ผิดกับรูปแบบงานเขียนของชาวตะวันออกที่พอเริ่มแรกก็ไม่ต้องมีลีลาให้มากความ ไม่ต้องปูพื้นฐานให้เยิ่นเย้อ ใช้วิธีดำเนินเรื่องแบบ ค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการผูกเรื่องให้สอดรับในแต่ละบทอย่างต่อเนื่องเหมือนการดูละคร พอจบฉากที่หนึ่งต้องต่อฉากที่สองไปเรื่อยๆ

“ลางสังหารไขคดีพิศวง”เนื้อหาจะเป็นคดีเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องราวในอดีต อย่างเรื่อง เปาบุ้นจิ้น หรือ เรื่อง ยอดตุลาการราชวงศ์ซ่ง ที่ไปนำเรื่องในประวัติศาสตร์มานำเสนอในนิยายเรื่องนี้ ตัวละครนำ เป็นคนรุ่นใหม่ พฤติกรรมใหม่โดยมี ความเร้นลับของกระดิ่งลม ที่จะบอกเหตุล่วงหน้าให้รู้ว่า กำลังจะเกิดอะไรขึ้น แล้วเรื่องจึงดำเนินไปตามนิมิตของกระดิ่งที่บ่งบอกหรือเตือนล่วงหน้าให้ทราบไว้ก่อนแล้ว

ในเล่มแรกนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นหลังคาโลก นั่นคือ ทิเบต เมื่อ นักศึกษาคนหนึ่งได้หายตัวไป หลังจากที่มาเที่ยวยังทิเบต เมื่อการสืบสวนเกิดขึ้น ได้มีเหตุการณ์ที่แทรกซ้อนเข้ามา ทำให้เกิดปมและเงื่อนงำที่ชวนให้ติดตามมากขึ้น

นอกเหนือจากปมและเงื่อนงำที่ชวนให้ติดตามแล้ว การบรรยายให้เห็นสภาพสิ่งแวดล้อมของทิเบตก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าอ่านมากยิ่งขึ้น

คัมภีร์การเงินเหนือกาลเวลา เผยละเอียดช่องทางแห่งความร่ำรวย

“เศรษฐีชี้ทางรวย” เป็นหนังสือที่จะบอกให้รู้ถึงความลับในการสร้างเงินให้กับตัวเอง ทั้งในด้านการลงทุนและการเก็บออม เขียนโดย “George S. Clason” แปลเป็นไทย โดย “วรรธนา วงษ์ฉัตร” โดยผู้เขียนดำเนินเรื่องในรูปแบบของ นิยาย เพื่อให้อ่านง่ายและสนุกสนานชวนให้ติดตามไม่น่าเบื่อ ซึ่งกลยุทธ์และหลักการในการสร้างความร่ำรวยในหนังสือเล่มนี้ แม้กาลเวลาจะผ่านล่วงเลยไปนานหลายปี เนื้อหายังคง ทันสมัย สามารถนำมาใช้ได้ในทุกกาลเวลา เริ่มตั้งแต่การเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างเงิน, การดำเนินการเพื่อชักนำเงินเข้ามาสู่ตัวเรา การรู้จักเก็บออม การแบ่งปันเงินเพื่อนำไปใช้หนี้และการนำเงินออมไปลงทุน ทุกเรื่องล้วนมีที่มาที่ไปที่เป็นขั้นตอนอ่านสนุก ชวนให้มีลุ้น ราคาเล่มละ160 บาท จัดทำเป็น หนังสือที่ใช้ตัวอักษรใหญ่กว่าปกติอ่านง่ายสบายตา

มารู้จักเมืองแวนคูเวอร์กันดีกว่า การ์ตูนสำหรับเด็กเพื่อรู้จักโลกกว้าง

“ล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าใน แวนคูเวอร์” เป็นการ์ตูนสี่สีสวยงามสำหรับเด็กๆ ที่มีเรื่องราวสนุกสนานผจญภัย กล่าวถึงกลุ่มของเด็กๆ ที่ออกตามล่าหาสัตว์เลี้ยงของตน
ที่หายไป ในเมืองแวนคูเวอร์ โดยเด็กทั้งหมดจะต้องผจญภัยและเห็นสถานที่แปลกใหม่ๆ ที่พวกเขาไม่เคยรู้จักในเมือง แวนคูเวอร์ ทุกอย่างล้วนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพวกเขาอย่างคาดไม่ถึง หนังสือเล่มนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อจะแนะนำสถานที่คือเมืองแวนคูเวอร์ให้เด็กๆ ได้รู้จักอันเป็นการเปิดโลกให้เด็กได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ก่อนจะไปพบกับของจริง ราคาเล่มละ 165 บาท

การต่อสู้ระหว่างเซียนกับเหล่าปีศาจ โลกปาฏิหาริย์ที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ

“ภายในเขตเฉียนโจว มีเทือกเขาเป็นแนวยาวต่อเนื่องสามร้อยลี้ นามว่า หลางซาน (เขาหมาป่า) มีปีศาจนับจำนวนไม่ถ้วนภายในหุบเขา ผู้บำเพ็ญตบะไม่กล้าล่วงล้ำกล้ำกลาย กระทั่งเขตขั้นก่อนนภาแดนโอสถทิพย์ยังต้องหลีกเลี่ยง” ข้อความตอนหนึ่งในนิยายเรื่อง “กระบี่เหินพิชิตฟ้า” เล่มที่ 5 เขียนโดย“หว่อซือซีหงสื้อ”แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” เนื้อหาเป็นเรื่องราวที่เล่าถึง ชายหนุ่มผู้ตั้งใจบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นเซียน ซึ่งมีวิถีชีวิตที่โลดโผนผจญภัยไปตามสถานที่อันเร้นลับต่างๆ เพื่อปราบเหล่าภูตผีและอมนุษย์ที่สำเร็จการบำเพ็ญตนจนกลายร่างจากสัตว์มาเป็นปีศาจในคราบมนุษย์ นิยายเรื่องนี้มีรูปแบบระหว่างนิยายกำลังภายในที่ผสมผสานกับปาฏิหาริย์ของเซียนที่สำเร็จญาณชั้นสูง ราคาเล่มละ 280 บาท

ไม่ยากถ้าอยากสนุกและเก่งคณิตศาสตร์การ์ตูนที่สร้างให้เด็กคิดเป็นทำเป็นด้วยตัวเอง

“ไม่ยากถ้าอยากสนุกคิดคณิตศาสตร์” เป็นการ์ตูนเกาหลีสำหรับเด็กที่มีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังให้เด็กที่เพิ่งเข้าถึงวิชาคณิตศาสตร์ได้เรียนรู้เรื่องราวของการฝึกฝนตนเองให้เป็นคนรักและชอบในวิชาคำนวณ โดยผู้เขียนแต่งเรื่องให้เด็กสาวผู้หนึ่ง ซึ่งไม่ชอบในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ จนกระทั่งวันหนึ่งได้มาพบกับผู้เชี่ยวชาญในวิชานี้อย่างจริงจัง และได้รับการกีดกันด้วยการเก็บความลับในเรื่องของคณิตศาสตร์เอาไว้เพียงคนเดียว ทำให้เธออยากรู้จึงติดตามล้วงลึกเข้าไปสืบค้นสุดท้ายความลับเปิดเผยขึ้น จนทำให้สาวน้อยผู้เคยเกลียดคณิตศาสตร์กลายเป็นอัจฉริยะทางคณิตสาสตร์อีกคนที่มีแต่คนยกย่อง ราคาเล่มละ158 บาท

หนังสือเด่น : อย่ากลัวเมื่อหุ่นยนต์จะครองโลก มารู้จัก10 ทักษะเอาตัวรอด ที่คนยุคนี้ต้องมี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/497554

หนังสือเด่น : อย่ากลัวเมื่อหุ่นยนต์จะครองโลก  มารู้จัก10 ทักษะเอาตัวรอด ที่คนยุคนี้ต้องมี

หนังสือเด่น : อย่ากลัวเมื่อหุ่นยนต์จะครองโลก มารู้จัก10 ทักษะเอาตัวรอด ที่คนยุคนี้ต้องมี

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กลายเป็นประโยคบังคับไปเสียแล้วว่า คนยุคหลังโควิด สร่างซา จะต้องหันมาใช้ วิถีชีวิตใหม่หรือ New Normal เพื่อให้การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน คล้อยตามไปกับความผกผันของการเปลี่ยนแปลงในสังคม โดยไม่ขัดขวางเป็นปรปักษ์ต่อกัน ทั้งๆ ที่ คำว่า New Normal ที่แท้จริงนั้นมันมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่ ผมเชื่อว่าถามสิบคน แต่ละคนจะมองตัวตนของ New Normal ออกมาไม่เหมือนกัน…และนี่แหละครับ คือกระแสของสังคมที่พอมีคนแห่กัน ทุกคนก็ตามขบวนแห่ตามเขาไปด้วย ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงเลยว่ามันคืออะไร

“เมื่อหุ่นยนต์ครองโลก” เป็นหนังสือ ที่จะบอกให้ทุกคน ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุค New Normal ได้รู้ว่า คนที่จะอยู่รอดได้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ฉลาด เลอเลิศ แต่ต้องเป็นคนที่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้เร็วที่สุด ด้วยการพัฒนา ทักษะ 10 ประการ ที่มีความสำคัญอย่างมากในโลกปัจจุบันเพื่อปรับให้ตัวคุณกลายเป็นบุคลากรยุคใหม่ที่โลกต้องการ

หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนอยากจะบอกให้คุณได้ตระหนักรู้ว่า อย่าได้กลัวหุ่นยนต์ที่คนทั้งโลกกำลังเป็นห่วงว่า จะมาแย่งทุกอย่างไปจากมวลมนุษย์โลก เพราะ 10 อย่างต่อไปนี้ หุ่นยนต์ ทำแทนมนุษย์ไม่ได้ครับ(แม้จะเป็นแฟนกัน ก็ทำแทนไม่ได้จริงๆ)

1.ความสามารถแก้ปัญหาซับซ้อน (Complex Problem Solving) การแก้ปัญหาด้วยมุมมองและวิธีที่หลากหลายเพื่อจัดการปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่าเดิม 2.คิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ใช้เหตุผลวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยวิธีแก้ปัญหาได้อย่างมีระบบ 3.ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) สร้างสรรค์ไอเดียแปลกใหม่ในการแก้ปัญหา เพิ่มทางเลือกมีทางออกในชีวิตมากขึ้น 4.บริหารจัดการคน (People Management)บริหารคนให้ตรงกับงาน และเติมแรงจูงใจให้สร้างผลงานได้ดีที่สุด 5.ความสามารถร่วมมือกับผู้อื่น (Coordinating with others) การจัดการพฤติกรรมของตัวเองให้ทำงานกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น 6.ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ (EmotionalIntelligence) รับรู้ถึงพฤติกรรมของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น7.ทักษะการประเมินและตัดสินใจ (Judgment and Decision Making) ประเมินและตัดสินใจในการทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยใช้วิธีที่ถูกต้องและเหมาะสม 8.ทักษะมีใจรักการบริการ (Service Orientation) มีจิตอาสาและเสียสละ สามารถหาหาวิธีช่วยเหลือผู้อื่นอย่างกระตือรือร้น 9.ทักษะการเจรจาต่อรอง (Negotiation) ช่วยลดช่องว่างทางความคิด และประสานผลประโยชน์ให้ Win-Winได้ทั้งสองฝ่าย 10.ทักษะความยืดหยุ่นทางความคิด(Cognitive Flexibility) ใช้หลักการหลากหลายเพื่อจัดลำดับและปรับวิธีการทำงานต่างๆ ด้วยความคิดที่สร้างสรรค์

อยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ไปอ่านฉบับเต็มเล่มได้เลยนะครับ

Marketeer ครบ 21 ปี คัดเรื่องเด่นสู่ผู้อ่าน สานตำนานน้ำซ่าหลากสี รวมตัวสู้วิกฤติ

Marketeer ฉบับล่าสุด ฉลองอายุครบ 21 ปี นอกเหนือจากการนำเสนอข่าวสารการตลาดเหมือนเดิมแล้ว ในเล่มนี้ยังพลิกตำนานประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการตลาดของ น้ำอัดลมหลากสี ภายใต้แบรนด์ แฟนต้า โดยผู้เขียนพาดหัวให้ทราบว่าต้นกำเนิดของน้ำอัดลมหลากสี เกิดขึ้นจากการกดดันของวิกฤติสงครามที่ทำให้ความต้องการของน้ำอัดลมกลายเป็นที่ต้องการของสังคมอย่างสูง นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ เรื่องของ แบรนด์เก๋า เจ้าพ่อสองล้อ ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน, ปีนี้เราจะรวยกับ 5 วิธีเก็บเงินยังไงไม่น่าเบื่อ, หนี้ครัวเรือนของคนไทยนับวันยิ่งมากขึ้น และเรื่อง การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ KERRY EXPRESS จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

‘แพรว’รวมดาราโชว์หน้ากาก‘เราต้องรอดไปด้วยกัน’ เจาะลึก‘นาตาลี’ ‘เกริกพล’คู่รักมาราธอน จากนี้และตลอดไป

“นิตยสาร แพรว” นิตยสารเพื่อแฟชั่นและบันเทิง ฉบับล่าสุด ขึ้นปกสองหนุ่มสุดฮอต ภายใต้หน้ากากอนามัย ร่วมสัมภาษณ์ สงครามนี้ เราต้องรอดไปด้วยกัน พร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับวิกฤติโควิด จากความเห็นของดาราวัยรุ่นกับการปรับตัวให้อยู่รอดเพื่อชัยชนะที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจพร้อมๆ กับภาพและข่าวแฟชั่นที่อัพเดททันเวลา อาทิ เจาะลึกสัมภาษณ์คู่รักหนุ่มสาวที่รักกันมายาวนาน ซึ่งเจ้าตัวทั้งสองยืนว่า และมันจะเป็นเช่นนี้ จากนี้และตลอดไป เธอและเขาคือ นาตาลี กับ เกริกพล พร้อมภาพหวานๆ ทั้งในและนอกสถานที่ ราคาเล่มละ 100 บาท

วิถีวายุคลั่ง ตำนานเพลย์บอยยุคหิน แม้พ่อจะทำไม่สำเร็จลูกก็จะขอสืบทอด

“วิถีวายุคลั่ง เล่ม 2 ”ออกวางตลาดแล้ว งานเขียนของ “นาฮัน” แปลเป็นไทยโดย “บุปผาหิมะ” นิยายเรื่องนี้ ดำเนินเรื่องด้วยการนำวิถีชีวิตของคนโบราณ ยุคประวัติศาสตร์ นำเสนอให้คนยุคนี้ได้พบว่า คำว่า เพลย์บอย ของคนยุคใหม่ คือส่วนหนึ่งของวิถีแห่งชายชาตรีในยุคสมัยที่ยังใช้ดาบใช้เวทมนตร์คาถานั่นเอง โดย โครงสร้างของนิยายเรื่องนี้ เป็นการทำให้เห็นตัวเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นลูกของนายพรานจนๆ คนหนึ่งที่ปรารถนาจะมีชีวิตตามแบบภาพฝันของคนหนุ่ม คือ ออกท่องทั่วหล้า, ฝ่ายุทธจักร เชยชิดหญิงงาม และระบือนามเป็นหนึ่งในแผ่นดินซึ่งปรากฏว่า ผู้เป็นพ่อไม่สามารถบรรลุความปรารถนาได้ ผู้บุตรจึงหวังจะสานฝันให้กับพ่อด้วยการตระเวนหาผู้วิเศษที่จะมาสร้างวิถีแห่งบุรุษให้กับเขาเพื่อชดเชยความหวังของพ่อ

แนวคิด ทฤษฎีดูแลสุขภาพประชาชน เพื่อนศ.พยาบาล และผู้ปฏิบัติงานในชุมชน

“กระบวนการพยาบาลชุมชน” เขียนโดย “ลัดดาวัลย์ไวยสุระสิงห์ และ สุภาภรณ์ วรอรุณ” ราคา 160 บาท เป็นหนังสือ ที่จะช่วยให้นักศึกษาพยาบาล และพยาบาลที่ปฏิบัติงานในชุมชน ได้มีโอกาสทบทวนความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา แนวคิด ทฤษฎี กับแนวทางการนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาประยุกต์ใช้เพื่อวางแผนบูรณาการความรู้สู่การปฏิบัติจริง ทั้งนี้ก็เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหา การดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชนได้อย่างเหมาะสม กับสภาการพยาบาลด้านการพัฒนาสุขภาพประชาชนโดยชุมชน เพื่อชุมชน มีการประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ไปในทิศทางบวกต่อสุขภาพของประชาชนทุกคนในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19

หนังสือเด่น : หนังสือที่‘นายกรัฐมนตรี’ควรอ่านมากที่สุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/479302

หนังสือเด่น : หนังสือที่‘นายกรัฐมนตรี’ควรอ่านมากที่สุด

หนังสือเด่น : หนังสือที่‘นายกรัฐมนตรี’ควรอ่านมากที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

วันนี้ “ผม” จะขอพูดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่ “นายกรัฐมนตรีของไทย” ควรต้องหามาอ่านให้ได้ เพราะมีความสำคัญในการบริหารประเทศ แบบว่า เป็นหัวใจในการทำงานเชียวละ หนังสือเล่มนี้ มีชื่อว่า “คนสำเร็จเขาพูดกันแบบนี้” เขียนโดย นักเขียนสาวชาวเกาหลี ชื่อ “โอ ซูฮยัง”แปลเป็นไทยโดย “ตรองสิริทองคำใส”

คนเขียนหนังสือเล่มนี้ เรียนจบในระดับปริญญาเอก ในหลักสูตร การเรียนรู้ตลอดชีวิต-การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Lifelong Education-Human Resource Development) จากบัณฑิตวิทยาลัยแพ็กซ็อก ซึ่งเมื่อเธอเรียนจบออกมา ก็ได้มา ศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนามนุษย์ด้วยหลักจิตวิทยา โดยอาศัยสื่อทางการพูด จนได้รับรู้ถึงเทคนิค กลยุทธ์ในการสนทนา ที่อาศัยจิตวิทยาเป็นพื้นฐาน จากนั้นเธอก็ผันตัวเองออกมา เผยแพร่งานวิจัยในเรื่องความสำคัญของการพูดออกสู่สาธารณชน ทั้งด้วยการเผยแพร่ลงในสื่อสารมวลชน เป็นวิทยากรและเป็นโค้ช ในเรื่องการพูดให้กับผู้เข้าร่วมอบรมจนเธอได้ชื่อว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญวิธีการสนทนาด้วยหลักจิตวิทยา ซึ่งถือเป็นบุคลแรกของประเทศเกาหลีใต้ ที่นำเรื่องนี้ออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน

ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นในสังคมของประเทศใดในแถบใดของโลก การพูดดูจะเป็นหัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงในทุกสิ่งทุกอย่าง จะทำให้ทะเลาะกัน จะทำให้รักกัน จะทำให้คนมีกำลังใจ จะทำให้คนหมดกำลังใจ ทุกอย่างสร้างได้จากการพูดทั้งนั้น

ยิ่งโดยเฉพาะนักการเมือง ดูเหมือนว่าการพูดคือ คือ อนาคตของตัวเอง เรียกว่า ใครอยากสร้างอนาคตตัวเอง หรือจะทำลายอนาคตตัวเอง การพูดนี่แหละคือ สิ่งที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างที่คุณต้องการ

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ จะทำให้คุณรู้ถึงวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีงาม จะบอกถึงวิธีการลดความขัดแย้ง โดยอาศัยแนวทางของหลักการทางจิตวิทยา ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้เรียนรู้จากวิธีการในหนังสือเล่มนี้ มันจะเหมือนกับ คุณมีเวทย์มนตร์คาถามหาระรวยที่จะทำให้คู่สนทนาของคุณอ่อนระทวย เคลิบเคลิ้มไปอย่างที่คุณอยากให้เป็น ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ได้ในทุกกรณีของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาชีพ การสร้างคุณค่าทางหน้าที่การงาน การสร้างความปรองดองในสังคม และหมู่คณะ ราคาซื้อขายก็แค่ เพียงเล่มละ 195 บาทเท่านั้น

แม้ตอนนี้คุณยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เลย แต่เท่าที่ผมบอกมาอย่างนี้ คุณเห็นด้วยเหมือนผมหรือไม่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีของไทย น่าหามาอ่านมากที่สุด

แนวคิดในการสื่อสาร และการสื่อสารระหว่างบุคคล พร้อมตัวอย่างสถานการณ์การสื่อสารระหว่างบุคคล

“การสื่อสารระหว่างบุคคล จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ” เขียนโดย “ขนิษฐา จิตแสง” ราคา 340 บาท เป็นหนังสือที่ มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจ แนวคิด และทฤษฎีด้านการสื่อสารระหว่างบุคคล รวมทั้งปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จในการสื่อสารระหว่างบุคคล เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ขจัดความขัดแย้ง และชักจูงใจ โดยครอบคลุมสาระสำคัญด้านแนวคิดในการสื่อสาร และการสื่อสารระหว่างบุคคล บทบาทและความสำคัญของการสื่อสารระหว่างบุคคล วัตถุประสงค์การสื่อสารระหว่างบุคคล ปัจจัยด้านตนเองปัจจัยด้านคู่สื่อสาร ปัจจัยด้านสื่อ ปัจจัยด้านสารและการสร้างสาร และปัจจัยด้านบริบทสิ่งแวดล้อม พร้อมตัวอย่างสถานการณ์การสื่อสารระหว่างบุคคล ที่สอดคล้องกับเนื้อหาประกอบการอธิบาย เพื่อเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ เชื่อมโยงหลักการสื่อสาร และการสื่อสารระหว่างบุคคลกับบริบทการสื่อสารในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

ตำราทักษะชีวิตที่ใช้ได้จริงในสังคม แนวคิด ทฤษฎี หลักการ เพื่อการดำเนินชีวิต

“ทักษะชีวิต” เป็นหนังสือในแนวการสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต เขียนโดย “อภิชาติ แดงจำรูญ” ราคา 210 บาท โดยเรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์ มีการจัดลำดับการสอนอย่างมีระบบ มีเป้าหมาย ไม่เน้นการท่องจำ ทำให้ง่ายต่อทั้งผู้สอนและผู้เรียน ทั้งแนวคิด ทฤษฎี หลักการ สามารถนำมาเป็นทักษะชีวิตที่ใช้ได้จริงในสังคม โดยการสะท้อนการเรียนรู้ครบทั้ง 3 ด้าน คือ สุตมยปัญญา จินตมยปัญญา และภาวนามยปัญญา ที่จะทำให้ผู้เรียนมีความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าของตนจนนำไปสู่การเห็นคุณค่าของผู้อื่น รู้วิธีการสื่อสารกับตนเองและผู้อื่น ด้วยความเข้าใจ มีเข้าใจตนเองและเข้าใจผู้อื่น สามารถจัดการอารมณ์และความเครียดของตนเองได้ มีสติ รู้เท่าทันในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างสร้างสรรค์

‘กระบี่’มีอะไรมากมายที่น่าไปเที่ยวพักผ่อน หาอ่านได้ใน อสท เล่มล่าสุด แจ่มแจ๋วทุกพื้นที่

อนุสาร อสท ฉบับล่าสุด แนะนำจังหวัดกระบี่ อย่างละเอียดทั้งบนบกและในน้ำ ด้วยเรื่องที่ อ่านง่าย เพลิดเพลิน ภาพที่สดใส สวยงาม ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ในเล่มนี้ มีเรื่องราว มากมาย อาทิ พาไปรู้จักกับ พีพี เกาะสวรรค์ ณ คืนวันหาญกล้า 2 ปี พีพีโมเดล เขียนโดย อภินันท์ บัวหภักดี ปรมาจารย์นักเขียนท่องเที่ยว ที่อ่านสนุกเข้าใจง่าย อ่านแล้วอยากไปมั่ง ,เรื่อง อาณาจักรโลกสีเขียวที่กระบี่ โดย สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์, เรื่องเพลินตา ลันดา โดย ปิยาภรณ์บัณฑุชัย,เรื่อง ณ แหลมสัก แล้วคุณจะหลงรักเมืองกระบี่ โดย วรนัย พงศาชลาธร, เรื่อง กระบี่ เช้ายันเย็น เป็นทะเล โดย เชษฐา นุ้ยเล็ก นักเขียนอีกคน ที่อ่านแล้ว อยากไปในทันที, เรื่องเกาะกลาง บ้านกลางทะเลหน้าเมืองกระบี่ โดย ฐากูร โกมารกุล ณ นคร แม่เหล็กอีกคนในจำนวน นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว จำหน่ายเล่มละ 85 บาท

กว่าจะผ่านได้แต่ละเขตล้วนหืดขึ้นคอทั้งนั้น ‘กระบี่เหินพิชิตฟ้า’ผ่านมาถึงเล่มสามแล้ว

“กระบี่เหินพิชิตฟ้า” เล่ม 3 งานเขียนของ“หว่อซือชีหงสื้อ” แปลเป็นไทย โดย “หลินหยาง” ราคา280 บาท เรื่องราวอันเป็นเส้นทาง ก้าวเข้าสู่ แวดวงยุทธจักรในการบำเพ็ญตน ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกตามเขตใหญ่ๆ สามเขต อันได้แก่ เขตชั้นหลังฟ้า หลอมปราณ 12 ระดับ เพื่อเข้าสู่ประตูพิชิตเซียน เขตที่ สอง เขตขั้นก่อนนภา แดนโอสถาอนัตตา แดนโอสถเที่ยวแท้ และแดนโอสถทิพย์ กับ เขตที่สาม เขตขั้นจิตเอกะ ยังคงดำเนินต่อไป อย่างลำบากยากเข็น ที่กว่าจะผ่านมาได้แต่ละเขต สร้างความตื่นเต้น และประหลาดใจให้กับผู้เกี่ยวข้องอย่างนึกไม่ถึงทีเดียว

หนังสือเด่น : ‘เจาะเวลาหาโจโฉ’ อีกบทเรียนของ ‘นักเขียน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/477756

หนังสือเด่น : ‘เจาะเวลาหาโจโฉ’ อีกบทเรียนของ ‘นักเขียน’

หนังสือเด่น : ‘เจาะเวลาหาโจโฉ’ อีกบทเรียนของ ‘นักเขียน’

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“เจาะเวลาหาโจโฉ” เป็นเรื่องราว ใกล้ชิดกับตัวของ โจโฉ แบบที่ ไม่มีการกล่าวขานไว้ใน ประวัติศาสตร์ละเอียดมากนัก โดย “เกิงซิน” นักเขียนหน้าใหม่ ที่ จินตนาการมาจากเกร็ดประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดผ่านตัวละครชื่อ “เล่าฉ่วง” ถึงเรื่องราวส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโจโฉอย่างไม่เป็นทางการในประวัติศาสตร์อันเกี่ยวกับชีวิตการสู้รบเพื่อการกอบกู้แผ่นดินจีน

จากเล่มที่ 1 จนมาถึงเล่มที่ 7 ใครที่อ่านติดต่อมาอย่างสม่ำเสมอคงได้รับ สาระที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาจากในบันทึกประวัติศาสตร์หลายเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตครอบครัว ทำให้ นิยาย เรื่องนี้ อ่านแล้ว เกิดอารมณ์แปลกๆ อีกอารมณ์หนึ่งที่ ต้องถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า “มันเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน”

และการที่เราต้องติดตามอ่าน นิยายเรื่องนี้ต่อไป ก็เพราะประเด็นที่ว่า“มันเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน”นี่เอง เพราะจะว่าไม่จริง มันก็มีเรื่องราวที่เคยกล่าวไว้ในประวัติศาสตร์เหมือนกันจะว่า จริง ก็ไม่แน่ใจว่า แล้วทำไมจึง ไม่มีใครกล่าวถึงมากกว่าที่ บันทึกไว้

รวมความแล้ว จึงสรุปได้ว่า “นี่คือเสน่ห์ หรือ หัวใจสำคัญ” ของงานประพันธ์ คือ ทำให้คนอ่าน สงสัยมากเท่าไรก็ยิ่งอยากหาคำตอบให้มากเท่านั้น

และหัวใจสำคัญนี้แหละคือ “กุญแจ”ที่จะไขไปสู่ความสำเร็จของการเป็นนักประพันธ์

ในภาวะที่ แวดวง งานประพันธ์ หรือ งานเขียนจะ แปรสภาพไปจากสภาพเดิมๆ คือ นักอ่านงานจากสิ่งพิมพ์น้อยลง แต่มิได้ฟังธงว่า ไม่มีคนอ่านงานเขียน ทว่า หากมองกันให้ลึกลงไปอย่างจริงๆ ปัจจุบัน การอ่านมีปริมาณของนักอ่านเพิ่มมากขึ้น เพียงแต่ สื่อที่นักอ่านจะหาอ่าน เปลี่ยนจาก สิ่งพิมพ์มาเป็น สื่อทางอากาศ ที่รับรู้ได้โดยไม่ต้อง หาเอาจากสื่อสิ่งพิมพ์

เมื่อเห็นอย่างนี้จึงบอกได้เลยว่า วันนี้คือ โอกาสของคนชอบเขียน มากกว่ายุคใดๆ ที่ผ่านมา เพราะทุกคนมีโอกาสจะเผยแพร่งานของตัวเอง เมื่อไรก็ได้ และ มีที่ที่เปิดโอกาสให้เผยแพร่มากมาย โดยไม่ต้องลงทุน

ขอเพียงอย่างเดียว เราต้องมีอะไรที่โดดเด่นกว่าสิ่งที่เคยมีมากแล้ว และ นิยายเรื่อง “เจาะเวลาหาโจโฉ” คือตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า หากเราหาอะไรที่แตกต่างออกมาได้ย่อมมีคนที่พร้อมจะอ่านของเราตลอดเวลา

เรื่องผีๆยังไม่จางไปจากความสนใจของเด็ก ผลงานการ์ตูนเกี่ยวกับความหลอนยังคงขายดี

“ผีเฮี้ยนตำนานหลอน” หนังสือการ์ตูนสำหรับเด็ก จากค่าย นานมี ยังคงรักษาระดับความน่าสนใจของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่า วิกฤติการอ่านสื่อสิ่งพิมพ์
จะถดถอยลงไปไม่น้อย ดังจะเห็นได้ว่า หนังสือในค่ายนี้ เรื่องของ ผีๆ มีออกมาจำหน่ายอยู่ตลอดเวลา อย่างในเล่มนี้ เป็นเรื่องราวของ วิญญาณหลอนในหลายแห่ง
หลายที่ทั่วโลก อาทิ เรื่องเสียงเคาะปริศนา เรื่อง ทัศนศึกษาสุดหลอน เรื่อง เซลฟีติดผีและเรื่อง รอยเท้าบนเพดาน ยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มนักอ่านเรื่องผีๆ อย่างเหนียวแน่น จำหน่ายเล่มละ 175 บาท

ว่าด้วยความเร็วในมุมของวิทยาศาสตร์ การ์ตูนวิทยาศาสตร์เพื่อความรู้และความบันเทิง

“แก๊งซ่าท้าทดลอง ตอน ศึกประลองความเร็ว”หนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กแนวความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เล่มล่าสุด ออกวางแผนแล้ว คราวนี้เป็นการแข่งขันในเรื่องของ ความเร็ว ตามกฎเกณฑ์ในทางวิทยาศาสตร์ที่เด็กๆ เคยได้ยินได้ฟังมาแล้วจากในโรงเรียน โดยผู้เขียนได้ผูกเรื่องให้ ทีมการแข่งขันระหว่าง ทีมนักเรียนเกาหลีเจ้าภาพ กับทีมนักเรียนจากนอร์เวย์ ซึ่งในขณะที่การแข่งขันจะตัดสินความแพ้ชนะทีมจากเกาหลีเกิดประสบอุบัติเหตุอย่างกะทันหัน ปัญหาที่ตามมาคือ แล้ว ทีมเกาหลีจะหาทางแก้ปัญหานี้อย่างไร เป็นหนังสือที่ให้ทั้งความสนุกสนานชวนให้ติดตาม และแฝงความรู้ในวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เข้าไปได้อย่างกลมกลืน ราคาเล่มละ 158 บาท

การเตรียมตัวภายหลังม่านเมฆาล่มสลาย เรื่องราวเล่มที่ 19 ของสัประยุทธ์ทะลุฟ้า

“สัประยุทธ์ทะลุฟ้า เล่มที่ 19” วางแผงแล้ว ในสัปดาห์นี้ งานเขียนของ “เทียนฉานถู่โต้ว” นักเขียนมือทองจาก เว็บไซต์ฉีเตียนจงเหวิน เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าสำนักม่านเมฆาจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม ซึ่งในเล่มนี้ เรื่องราวของสำนักม่านเมฆาถูกนำมาถกเถียงกันในหมู่จอมยุทธ์ว่า เหตุการณ์บ้านเมือง จะดำเนินกันต่อไปอย่างไร ด้วยการ เริ่มต้นจากการเรียกประชุมของเซียวเหยียน ด้วยการ กล่าวให้ทุกคนในห้องประชุมได้ยินได้ฟังว่า “สำนักม่านเมฆาล่มสลายแล้ว ความเห่อเหิมทะเยอทะยานของหยุนซานก็ดับสูญไปด้วย ทว่าทุกท่านคงทราบ สถานการณ์ของจักรวรรดิเจียหม่าเราบนภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมหาพิภพค่อนข้างต่ำต้อย” แล้วพวกเขาจะต้องทำตัวกันอย่างไร ในเล่มนี้คือทางออกที่จะไขปัญหาทั้งหมด

จินตนาการในแนวเยาวชนนิยมอ่าน วิญญาณหลอนผนึกกำลังภายในโบราณ

“บันทึกเลือดล้างบัลลังก์แห่งรัชศกซิ่งซี”งานเขียนของ “หงจูเลีย” แปลเป็นไทยโดย “อรจิรา” เล่มที่ 2 ออกวางจำหน่ายแล้ว หนังสือเล่มนี้ เป็นผลงานอีกเรื่องหนึ่งที่ ถูกนำไปทำเป็น หนังสือการ์ตูน เพื่อเปิดตลาดกับ แฟนนักอ่านในระดับอายุยังไม่เกินระดับเยาวชน เนื่องจาก เนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ได้เป็นการ นิยายกำลังภายใน ตามแบบฉบับ โบราณอย่างเดียว แต่แฝงความเหลือเชื่อในแนวจินตนาการ ซึ่งเป็นความชอบของคนในระดับวัยรุ่นเข้าไปด้วย โดยให้ตัวเอกของเรื่อง เมื่อตาย
ไปแล้ว ยังสามารถหนีออกมาจากขุมนรกออกมาล้างแค้นคนบนโลกมนุษย์ได้อีกเมื่อกำลังภายในเจอกับวิญญาณหลอน เรื่องราวจึงยากที่จะกระจ่าง

หนังสือเด่น : ชีวิตส่วนตัวที่หลายคนอยากจะรู้ โดยเฉพาะกับคนชั้นสูงและผู้มีชื่อเสียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/476244

หนังสือเด่น : ชีวิตส่วนตัวที่หลายคนอยากจะรู้ โดยเฉพาะกับคนชั้นสูงและผู้มีชื่อเสียง

หนังสือเด่น : ชีวิตส่วนตัวที่หลายคนอยากจะรู้ โดยเฉพาะกับคนชั้นสูงและผู้มีชื่อเสียง

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผมไม่ยืนยันหรอกนะครับว่า “คนที่ชอบไปสอดรู้สอดเห็น”เรื่องของคนอื่นๆ จะเป็นพวกเผือกหรือเปล่า แต่ผมยืนยันได้ว่า ความอยากรู้อยากเห็น เป็นธรรมชาติของคนที่มีมันสมอง เพียงแต่ว่า เจ้าของ สมองจะควบคุม สั่งการสมองให้เชื่อฟังได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง

พูดมาอย่างนี้ไม่ได้ จะว่าใคร แต่จะพูดถึงนิยายอิงประวัติศาสตร์จีนเรื่อง “หรูอี้ จอมนางเคียงราชัน” ซึ่งตอนนี้ ออกวางตลาดมาถึงเล่มที่ 9 แล้ว นับได้ว่า เป็นนิยายที่มีขนาดยาวไม่น้อย แถมยังไม่เห็นว่ามีท่าทีจะจบลงอีกด้วย แต่มีคนอ่าน ติดกันแบบ ใจจดจ่อว่า “เมื่อไรเล่มใหม่ออกมา” ขนาดนี้เชียวแหละ

หรูอี้ คือ สนมคนหนึ่งใน พระราชวังของฮ่องเต้ ที่มีสนมนับเป็นร้อย พูดกันง่ายๆก็คือ นิยายเรื่องนี้ คือ ชีวิตส่วนตัวภายในวังของฮ่องเต้ ผู้กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินจีน
นั่นเอง

ด้วยอำนาจและหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้น ชีวิตจึงย่อมไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป และตรงนี้เองที่ ทำให้ ใครๆ อยากรู้ เพราะคนส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปรับรู้รับทราบได้ เมื่อมีคนนำมา ทำเป็นนิยายให้อ่าน จึงมีคนนิยมชมชอบกัน ที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นมากมาย อาทิ เรื่องของพระนางซูสีไทเฮา เรื่องของพระนางบูเซ็กเทียนเป็นต้น

หรูอี้ ก็อยู่ในท่วงทำนองเดียวกันนางเป็นสนมคนหนึ่งในวัง ที่บังเอิญกลายเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จึงทำให้เกิด ความอิจฉา ริษยา แก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่นกัน เพื่อต้องการความเป็นหนึ่ง และเมื่อคนเรา ลองได้คิดที่จะเอาชนะคะคานกันละก็ เขาต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ชัยชนะมาเป็นของเขา กลยุทธ์ทุกอย่างจึงถูกนำออกมาใช้ แบบว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา

จึงไม่น่าแปลกใจที่ นิยายเรื่องนี้ ออกมาถึงเล่ม 9 แล้ว ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติพฤติการณ์ แถมยิ่งเข้มข้นมากขึ้นอีกด้วย

ใครที่ยังไม่ได้อ่าน และชอบการเรียนรู้ถึงสิ่งที่เราไม่มีโอกาสจะรู้ได้ง่ายๆ ลองหยิบนิยายเรื่องนี้มาอ่าน มันจะเป็น นิยายชุดอีกเรื่องหนึ่งที่คุณจะต้องจดจำไปนาน แต่ถ้าคุณไม่อยากให้เกิดความผูกพันอย่าได้หยิบมาอ่านเชียวนะครับ ดูผมเป็นตัวอย่าง พอหยิบมาอ่านเล่มแรก เลยสลัดไม่หลุด

Marketeer สะกิด ต้องไม่หยุดเรียนรู้ แต่ต้องเข้าใจว่าเรียนไปเพื่ออะไร

นิตยสาร Marketeer สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อแวดวงการตลาดฉบับ 234 ล่าสุด นำเสนอ เรื่องราวของการเรียนรู้ในสังคมยุคนี้เหมือนสะกิดให้ ทุกคนตระหนักเห็นถึงความสำคัญต่อการเปิดรับการเรียนรู้ ท่ามกลางกระแสที่มีแนวโน้มว่า เยาวชนคนยุคนี้ ไม่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ ด้วยการพาดหัวเรื่องว่า “เราต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราต้องรู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร”โดยผู้เขียนเกริ่นนำว่า การเรียนรู้และการพัฒนาตัวเองตลอดชีวิต คือหนทางเอาตัวรอดจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วอย่างเช่นทุกวันนี้อ่านแล้วให้อะไรที่เป็นภาพที่ชัดเจนทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของการตลาดครบถ้วนเหมือนเดิม ราคาฉบับละ 90 บาท

หวอชือซีหงสื้อ แปลว่า ฉันกินมะเขือเทศ นักเขียนจีนที่นามปากกาดังก่อนโครงเรื่อง

“หวอชือซีหงสื้อ” ผู้เขียนนิยายจีนกำลังภายใน เรื่อง“กระบี่พิชิตฟ้า” ประสบความสำเร็จในผลงานของตัวเองก่อนที่เรื่องราวจากจินตนาการจะถูกเผยแพร่ออกไป เนื่องจากนามปากกาของนักเขียนผู้นี้ มีความหมายว่า “ฉันกินมะเขือเทศ”สร้างความ น่าสนใจ ด้วยอารมณ์ชิลๆ ให้กับผู้ได้เห็นก่อนที่จะรับรู้โครงสร้างของเรื่อง ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผลงานเรื่องนี้ของเขา ได้รับความสนใจจากนักอ่าน จนได้รับความนิยม ที่จัดอยู่ในระดับ แพลทินัม ของเว็บไซต์ฉีเตี่ยน ที่ มีเรตติ้ง เคียงคู่มากับงานเขียนของเทียนฉานถู่โต้ว ในเรื่อง สัประยุทธ์ทะลุฟ้า ตอนนี้ กระบี่พิชิตฟ้า วางตลาดเล่มที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ในราคาเล่มละ 280 บาท

การ์ตูนสำหรับเด็กแต่เหมาะกับผู้ใหญ่ยุคนี้ ทำให้เห็นถึงคุณค่าของการประหยัดที่ทุกคนต้องมี

“ครอบครัว ตึ๋งหนืด”เป็นการ์ตูนชุดสำหรับเด็กที่ให้ความสนุกสนานและอารมณ์ขันกับตัวละครน่ารักๆ แต่กวนๆ จนเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ มายาวนาน ปรากฏว่าพอมาถึงวันนี้ เนื้อหาของการ์ตูนชุดนี้กลับไปสะดุดใจกับ บรรดาผู้ใหญ่ที่เป็นทั้งพ่อบ้านแม่เรือน หรือกลุ่มคนทำงาน เนื่องจาก สังคมไทยวันนี้ ฝืดเคืองในด้านเศรษฐกิจอย่างถ้วนหน้า ใครๆ ที่เคยได้อ่านการ์ตูนในชุดตึ๋งหนืดนี้จึงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การ์ตูนในชุดนี้ เหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็กๆ ในยุคนี้ เนื่องจากเนื้อหาในเล่มจะบอกเล่าให้ทราบถึง วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายการรู้จักใช้เงินอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายภายในบ้าน และนอกบ้าน ผู้เขียน แนะนำให้ประหยัด แม้แต่เรื่องการนำเอาของเก่าๆ นำมารีไซเคิล เพื่อใช้ให้คุ้มค่าต่อไป ราคา 158 บาท

เผยศาสตร์แห่งการนอนหลับและนอนฝัน เฉลยความสงสัยของผู้คนมานานนับเป็นพันปี

การ์ตูน แนวสาระ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ในชื่อชุดว่า “WHY” ซึ่งมียอดจำหน่ายทั่วโลก ถึง 70 ล้านเล่มวางตลาด ในตอนที่ชื่อว่า “การนอนหลับและความฝัน” โดยมีเนื้อหากล่าวถึง เด็กหญิงและเด็กชายที่มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันคือ คนหนึ่ง สามารถควบคุมความฝันได้ ส่วนอีกคนหนึ่ง มีอาการฝันร้ายอยู่เสมอ ผู้เขียนผูกเรื่องราวเพื่อให้เกิดความสนุก สำหรับเด็กๆ โดยให้เด็กทั้งสองนี้ ออกตามหา ผู้ขโมยความทรงจำ เรื่องราวจึงเต็มไปด้วยการผจญภัย ได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย โดยเรื่องที่ถูกนำมาผูกเป็นเรื่องราวนั้น คือ สาระทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องการจะบอกให้เด็กๆ ได้รับรู้ถึงคุณสมบัติของสมองในตัวมนุษย์นั่นเอง ราคา 168 บาท

หนังสือเด่น : บันทึกชาติพันธุ์‘ไทยพวน’ วิวัฒนาการในรอบ 80 ปีที่ผ่านมา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474695

หนังสือเด่น : บันทึกชาติพันธุ์‘ไทยพวน’  วิวัฒนาการในรอบ 80 ปีที่ผ่านมา

หนังสือเด่น : บันทึกชาติพันธุ์‘ไทยพวน’ วิวัฒนาการในรอบ 80 ปีที่ผ่านมา

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผมเคยได้ดูเรื่องราวของ “ชาวไทยพวน” จากทีวีมาหลายครั้งแล้วและทุกครั้งก็รู้สึกประทับใจกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนกลุ่มนี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็น ชนเชื้อชาติลาว ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งบอกตรงๆ ว่า ได้ดูครั้งไร ก็เกิดความประทับใจทุกครั้งและ คิดอยู่เสมอว่าจะขอไปเยี่ยมชมอย่างใกล้ชิดสักครั้ง เพราะชอบและประทับใจกับ วัฒนธรรมประเพณีของพวกเขาเป็นอันมาก แม้จะได้เห็นจากจอทีวีในหลายเวอร์ชั่น แต่บอกตรงๆ ว่า ก็ยังไม่รู้สึกเต็มอิ่มกับความอยากรู้อยากเห็นของเรา จนกระทั่ง ได้มาเห็น หนังสือชื่อ “พวนเมืองพรหม เรื่องเล่าชีวิตชนบทของลูกพวนสิงห์บุรี” จึงต้องรีบอ่านทันที เพราะเนื้อหาในหนังสือ ย่อมให้ความละเอียดมากกว่าในจอทีวี.มากมาย

“พวนเมืองพรหม เรื่องเล่าชีวิตชนบทของลูกพวนสิงห์บุรี” เขียนโดย “สัมพันธ์ เรืองสกุล และ นวพร เรืองสกุล” มีขนาดความยาว 180 หน้าราคา 165 บาท เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของชาวไทยพวนอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จากคำบอกเล่าของ ผู้เฒ่า ที่ย้อนอดีตไปเมื่อ 80 ปีที่แล้ว ของชาวไทย พวน ตั้งแต่วิถีชีวิตในวัยเด็ก การละเล่นต่างๆ งานฝีมือ เป็นวิถีชีวิตของชาวนาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีความผูกพันของผู้คนกับวัด ตลอดจนประเพณีที่หาดูได้ยากในสมัยนี้ เช่นงานกำฟ้า การกวนข้าวทิพย์ เป็นต้น ทุกเรื่องราวที่ถูก กล่าวขานอออกมาคือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ทำให้เห็นว่าความเจริญทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้แม้แต่บ้านและงานประเพณีต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป วิถีชีวิตของชาวไทยพวนจึงต้องปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะกับยุคสมัย

หนังสือเล่มนี้ จำเพาะเจาะจงไปที่ “พวนเมืองพรหม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี แต่วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม คงเป็นแบบอย่างเดียวกันหมด สำหรับ ชาวไทยพวน ซึ่งผู้เขียนได้ มีข้อความสันนิษฐานจากการบันทึกในประวัติศาสตร์มายืนยันให้ทราบว่า ชื่อ “พวน” มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นการเรียกชื่อคนไทยหรือผู้ไท ตามสถานที่ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ บ้างก็ว่าเป็นชื่อภูเขา และแม่น้ำตามที่ฝรั่งเศสเขียนว่า Pou-eun ส่วนคำว่า “ลาวพวน” ที่เป็นทางการคือในสมัยรัชกาลที่ 5 แบ่งการปกครองส่วนหัวเมืองเป็นระบบเทศาภิบาล ที่รวมหัวเมืองหลายหัวเมืองเข้าด้วยกันเป็นมลฑล เรียกคนในราชอาณาจักรลาว ว่า ลาวเวียงจันทน์ ลาวจำปาศักดิ์ ฯลฯ ตามถิ่นที่อยู่ต่อมาคำเรียกพวนว่าลาวพวนก็เลือนหายไปเมื่อมีพวนสองฝั่งโขงพวนฝั่งไทยจึงถูกเรียกว่า “ไทยพวน”

หนังสือเล่มนี้มีคุณค่า มิใช่แต่เฉพาะชาวไทยพวนเท่านั้นแต่มันเป็น สมบัติทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ที่มีคุณค่าแก่มวลมนุษย์โลกทุกชีวิต ที่สามารถทำให้ ชาวโลกได้เห็น วิวัฒนาการของความเป็นมนุษย์ในทุกท้องถิ่นและทุกชาติพันธุ์ ที่มิใช่มีแต่เรื่องราวต่างๆ ที่เป็นตัวหนังสือเท่านั้น แต่ยังมีภาพประกอบซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีกจำนวนไม่น้อยทีเดียว

เพิ่มทักษะเรื่องสารสนเทศในศตวรรษที่ 21 เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องอยู่ในยุคดิสรับชัน

“ทักษะการรู้สารสนเทศในศตวรรษที่ 21” เขียนโดย “เทอดศักดิ์ ไม้เท้าทอง” ราคา 160 บาท มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ทักษะใหม่ของการรู้สารสนเทศกับคนในศตวรรษที่ 21 บอกเล่าถึง แนวคิดเกี่ยวกับการรู้สารสนเทศ มาตรฐานการรู้สารสนเทศและตัวแบบการรู้สารสนเทศ ทักษะการรู้สารสนเทศที่ประกอบด้วยความสามารถด้านต่างๆ ได้แก่ การกำหนดความต้องการสารสนเทศ การค้นหาสารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ การจัดระบบสารสนเทศ การสังเคราะห์สารสนเทศ การใช้สารสนเทศ เป็นต้น ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะอื่นๆ อาทิ ทักษะการตัดสินใจแก้ปัญหา ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการคิดเชิงระบบ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการคิดสังเคราะห์ ทักษะการอ่าน ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนการเป็นผู้มีจริยธรรมและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หลักกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ควรรับรู้ โฟกัสไปที่ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2 ครั้ง

“หลักกฎหมายลิขสิทธิ์ และบทวิเคราะห์” เขียนโดย “ปริญญา ดีผดุง” เป็นหนังสือที่อธิบายหลักกฎหมายลิขสิทธิ์ เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติม 2 ครั้ง โดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 อันเป็นกฎหมายลิขสิทธิ์ที่บังคับใช้ในปัจจุบันของประเทศไทย ผู้เขียนได้จัดแบ่งหมวดหมู่การศึกษากฎหมายลิขสิทธิ์อย่างเป็นลำดับความคิดที่ต่อเนื่อง โดยมีตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องให้ศึกษาประกอบ นอกจากนี้ยังนำเสนอบทวิเคราะห์ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละส่วน และนำเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อให้ผู้ศึกษากฎหมายลิขสิทธิ์ได้ศึกษากฎหมายนี้อย่างเข้าใจ วิเคราะห์วิจารณ์ นำไปสู่การปฏิบัติจริงสำหรับผู้ที่ศึกษาวิชากฎหมาย หรือผู้ที่สนใจ ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ ได้นำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราคาเล่มละ 230 บาท

บันทึกชีวิตเล่มแรกของเป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร ลงลึกทุกซอกมุมของชีวิตที่อ่านแล้วน้ำตาซึม

“The Never Ending Story! by Peck Palitchoke” เป็นพอคเกตบุ๊คเล่มแรก ของเป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร จัดทำอย่างหรูหรา ปกแข็ง กระดาษอย่างดี ราคาจำหน่ายเล่มละ 599 บาทภายในเล่มประกอบด้วยเรื่อง และภาพที่สวยสดงดงามของเขา โดยมีเนื้อหาบอกเล่าถึงชีวิตตั้งแต่วัยเด็กที่ไม่ค่อยมีคนรู้ การเติบโตและเลี้ยงดูจากทางบ้าน ความผูกพันกับคุณพ่อ-คุณแม่ นิสัยและวีรกรรมสุดแสบในวัยเด็ก จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่วงการ ไปยังจุดเปลี่ยนของชีวิต ช่วงที่มืดมนจนเกือบตัดสินใจอำลาเวที ตลอดจนวินาทีเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้กลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในดวงใจของแฟนคลับทั่วประเทศในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับแฟนคลับ รวมถึงบรรดาคนที่เป๊กรักที่อ่านแล้วทุกคนจะประทับใจจนน้ำตาซึม

‘ความทรงจำ ที่โปรยปรายในห้วงดารา’ปิดฉาก มีเพียงแสงช่วงโชติชัชวาลที่ทิ้งเอาไว้ให้คนทั้งโลกเห็น

นับได้ว่า เป็นนิยายรักขนาดยาวอีกเล่มหนึ่ง ในแวดวง นิยายโรมแมนติกของจีน ““ความทรงจำ ที่โปรยปรายในห้วงดารา” จบลงอย่างสมบูรณ์ในเล่มที่ 8 งานเขียนของ “ถงหัว” แปลเป็นไทยโดย “สรวลสุวรรณ” ราคาจำหน่ายเล่มละ 340 บาท เป็นการปิดเรื่องราว ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น อย่างมีความสุข ด้วยข้อความที่ว่า “ตอนนี้ดาวกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางและตกลงมาจากฟากฟ้า มีเพียงแสงอันโชติช่วงชัชวาลที่พวกเขาทิ้งไว้ ที่ยังทอประกายอยู่ในอวกาศ คอยนำทางให้มนุษย์ก้าวไปข้างหน้า” ซึ่งหลายคนคงถึงกับสะอื้นอยู่ในอก เมื่อเรื่องราวต่างๆ ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่ฝ่าฟันความสุขและทุกข์มาด้วยกัน