ศิลปหัตถกรรม

All posts tagged ศิลปหัตถกรรม

“ก้อนหินมีชีวิต” งานศิลป์ชิ้นเดียวในโลก

Published November 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07048010659&srcday=2016-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 398

ศิลปหัตถกรรม

ณัฏฐ์ฤดี รวยนิรันดร์

“ก้อนหินมีชีวิต” งานศิลป์ชิ้นเดียวในโลก

“ก้อนหินที่ใช้ทำงานศิลป์ในแบบของเธอนี้ เป็น หินแม่น้ำ หาซื้อได้ตามร้านจัดสวนทั่วไป นำมาคัดเลือกเน้นก้อนที่มีพื้นผิวสากๆ เพราะสามารถดูดซึมสีได้ดี ส่วนสีที่ใช้เพ้นต์เป็นสีอะครีลิก มีคุณสมบัติ กันน้ำ ติดทนไม่หลุดลอก”

เขาว่ากันว่า ศิลปะไม่มีวันสิ้นสุด คุณว่าจริงไหม? ไม่ว่าจะหยิบจะจับอะไร หากเรามีไอเดียสร้างสรรค์ก็สามารถทำได้ และถ้าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร บางครั้งอาจสามารถต่อยอดเป็นสินค้าสร้างรายได้ให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว

เหมือน คุณแอ๊ฟ-วรัญญา ขำหัว วัย 28 ปี เจ้าของแบรนด์ Is.ideastone (อิส ไอเดีย สโตน) ที่นำเอาก้อนหินแสนจะธรรมดา มาแต่งแต้มสีสันลงบนก้อนหิน จนถึงตอนนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว กลายเป็นอาชีพหลัก จากเดิมเป็นมนุษย์เงินเดือน

จุดเริ่มต้นของคุณแอ๊ฟ เล่าว่า อายุ 28 ปี จบปริญญาตรี จากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ สาขาจิตรกรรมสากล ก่อนเข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งอยู่ประมาณ 2 ปี ตัดสินใจลาออกเพื่อเรียนต่อระดับปริญญาโท สาขาวิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ช่วงนี้จึงอยากมีรายได้ระหว่างเรียน และสิ่งที่ตนถนัดคือ การวาดรูป เลยพยายามค้นหาวิธีการที่แปลกใหม่นอกเหนือจากการวาดภาพทั่วไป นำเสนอศิลปะในรูปแบบใหม่และคนทั่วไปสามารถจับต้องได้

กระทั่งเกิดไอเดียหยิบจับก้อนหินธรรมดาๆ มาเติมแต่งจินตนาการลงไปให้กลายเป็นตัวการ์ตูนรูปแบบน่ารัก เป็นการผสานรูปภาพที่วาดให้เข้ากับรูปทรงของก้อนหินอย่างลงตัว เป็นเหมือนการปลุกก้อนหินให้มีชีวิตชีวาด้วยศิลปะ สามารถนำไปตั้งประดับตกแต่งสวนถาด โต๊ะทำงาน หรือเป็นของขวัญของฝากเพื่อนได้แบบไม่ซ้ำใคร

“เลือกที่จะเพ้นต์ก้อนหิน ด้วยลักษณะพิเศษของก้อนหินที่มีรูปทรงอิสระ สีสัน ขนาด อีกทั้งพื้นผิว ที่ไม่ซ้ำกัน ความแตกต่างของหินแต่ละก้อนก่อให้เกิดจินตนาการต่อยอดได้โดยอัตโนมัติ เช่น รูปทรงกลมคล้ายเต่า รูปทรงเรียวยาวคล้ายคน หรือจะเป็นรูปทรงที่แปลกตา ชวนให้คิดถึงสิ่งของ หรือสัตว์ ที่อยู่รอบตัว ฉะนั้น ชิ้นงานของทางร้าน 1 ชิ้น ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ามีชิ้นเดียวในโลก เทียบเท่ากับงานศิลปะชิ้นจิ๋ว” คุณแอ๊ฟ ว่าอย่างนั้น

และว่า มีหลายครั้งที่ลูกค้าขอให้ทำตามแบบที่เคยขายไป ถึงแม้จะมาจากรูปแบบเดียวกันแต่มั่นใจได้เลยว่า ผลงานแต่ละชิ้นยังคงเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง เนื่องจากก้อนหินแต่ละก้อนมีก้อนเดียวในโลกซึ่งถือเป็นความพิเศษของมัน

สำหรับก้อนหินที่ใช้ทำงานศิลป์ในแบบของเธอนี้ เป็น หินแม่น้ำ หาซื้อได้ตามร้านจัดสวนทั่วไป นำมาคัดเลือกเน้นก้อนที่มีพื้นผิวสากๆ เพราะสามารถดูดซึมสีได้ดี ส่วนสีที่ใช้เพ้นต์เป็นสีอะครีลิก มีคุณสมบัติ กันน้ำ ติดทนไม่หลุดลอก

โดยลายเฉพาะของทางร้านคือ คู่รักตายาย เนื่องจากมีความหมายดี เสมือนคำอวยพรที่ถ่ายทอดผ่านตัวการ์ตูน “ขอให้รักกันจนแก่เฒ่าและหนักแน่นในความรักดั่งหินผา” ผลงานชุดนี้จะเป็นชุดที่ลูกค้ามีความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนั้น งานของ Is.ideastone ยังให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดส่ง จึงออกแบบแพ็กเกจกล่องไม้ฝาสไลด์ขึ้นมาเพื่อให้ชิ้นงานถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์ เป็นเสมือนตู้โชว์ไว้จัดวางโชว์เหล่าน้องหินนำไปประดับบนโต๊ะทำงานได้อีกด้วย ต่อมามีการออกแบบกล่องกระดาษเพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่ต้องการกล่องไม้ นอกเหนือจากเป็นการลดต้นทุนแล้ว ยังสามารถเพิ่มตัวเลือกให้แก่ลูกค้าให้หลากหลายมากขึ้น

คุณแอ๊ฟ บอกต่อ งานของทางร้านจะมีขนาดเล็ก ไม่เกิน 9 เซนติเมตร เนื่องจากคำนึงถึงการจัดส่ง และการบรรจุลงในแพ็กเกจ ซึ่งถ้ามีขนาดใหญ่และหนักเกินไป ลูกค้าต้องเพิ่มอัตราค่าจัดส่งแพงขึ้นโดยไม่จำเป็น

ส่วนราคาขายมีหลากหลาย เริ่มต้น 350-500 บาท สำหรับชุดเดี่ยวน้องหิน และราคา 650-2,000 บาท จะทำสำหรับชุดคู่ และชุดใหญ่ดีไซน์พิเศษ เช่น ชุดสวนและชุดขนม เป็นต้น ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า

และด้วยความเป็นงานแฮนด์เมดทำให้งานแต่ละชิ้นค่อนข้างใช้เวลาในการทำ ขึ้นอยู่กับความยากง่าย หากเป็นรูปแบบทั่วไป ใช้เวลา 1-2 วัน ส่งของได้ แต่หากเป็นชุดใหญ่ ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยกลุ่มลูกค้า เป็นวัยทำงานไปจนถึงวัยเกษียณ กลุ่มวัยทำงานจะชอบรูปแบบทั่วไป ส่วนวัยเกษียณจะชอบให้ทำลวดลายเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ฮก ลก ซิ่ว หรือ พระพิฆเนศ เป็นต้น

สำหรับสินค้าขายดีจะเป็นภาพล้อหน้าบุคคลบนหิน มีแบบสั่งทำเป็นตัวการ์ตูนหินคนในครอบครัว เสมือนมีตัวการ์ตูนล้อประจำตัว วางเรียงกันเป็นครอบครัว ประดับที่บ้าน ให้ความเพลิดเพลินเมื่อได้เห็น หรือชุดก้อนหินตายาย และเหล่าสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ที่ลูกค้าสะสม เช่น นกฮูก ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน

เกี่ยวกับช่องทางการจำหน่าย เธอเปิดขายสินค้าทางออนไลน์ ทั้งในเพจเฟชบุ๊ก อินสตาแกรม และนำสินค้าฝากขายตามเว็บไซต์งานแฮนด์เมดโดยเฉพาะทั้งไทยและต่างประเทศ บางโอกาสจะออกบู๊ธตามสถานที่ต่างๆ บ้างเมื่อมีงานในสต๊อกมากหน่อย

ปัจจุบัน งานศิลป์บนก้อนหิน แบรนด์ Is.ideastone ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น เพราะสินค้าได้ส่งออกไปต่างประเทศบ้างแล้ว อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง จีน มาเลเซีย อังกฤษ เป็นต้น

ปัจจุบัน คุณแอ๊ฟกำลังศึกษาระดับปริญญาโท มีรายได้เสริมจากการสอนศิลปะเด็กในวันเสาร์ พร้อมกับทำแบรนด์ Is.ideastone ควบคู่กัน และจนตอนนี้กลายเป็นอาชีพหลักทำเงินให้กับตัวเองไปแล้ว

ท่านใดสนใจต้องการสั่งซื้อสินค้า ติดต่อได้ทาง ID LINE : apppvr, Facebook : Is.ideastone, IG : Is.ideastone โทรศัพท์ (082) 323-2298 ภายในประเทศได้รับสินค้าภายใน 1-2 วัน หลังจากส่งสินค้า

Advertisements

“บัลลังก์โชค” หิ้งพระ ดีไซน์ร่วมสมัย อิงพุทธประวัติ ถูกหลักฮวงจุ้ย

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07044010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

ศิลปหัตถกรรม

ดวงกมล

“บัลลังก์โชค” หิ้งพระ ดีไซน์ร่วมสมัย อิงพุทธประวัติ ถูกหลักฮวงจุ้ย

“หิ้งบูชาพระ” คนนิยมสั่งมากที่สุด และนอกจากงานสำเร็จรูป บัลลังก์โชคยังรับผลิตตามขนาดที่ต้องการ โดยจะเข้าไปวัดไซซ์และติดตั้งให้ ส่วนกำลังการผลิต แต่ละเดือนทำหิ้งพระอย่างน้อย 15-20 หิ้งเป็นอย่างต่ำ ราคาหิ้งพระไม้สัก เริ่มต้นตั้งแต่ 6,900-8,900 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด และรูปแบบ”

ปัจจุบัน งานหิ้งพระสวยๆ ดีไซน์ดีๆ มีอยู่มากมาย แต่จะมีสักกี่รายที่เพียบพร้อมไปด้วยความประณีต สวยงาม ออกแบบโดยอิงกับพุทธประวัติ ถูกหลักฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์ ช่วยเสริมดวงชะตา สามารถนำไปเป็นที่ประดิษฐานตัวแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดสิริมงคลสูงสุดแก่ผู้บูชา

บัลลังก์โชค คือ หิ้งพระเพื่อประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ หิ้งพระไม้สัก โต๊ะหมู่บูชา บัลลังก์โชค พุทธบัลลังก์-เทวบัลลังก์ รัตนบัลลังก์ รัชบัลลังก์ ฐานเสริมองค์พระ ชุดบูชาหน้าพระ หิ้งบรรพบุรุษ งานทุกชิ้นถูกเก็บรายละเอียด ที่ใช้ทั้งศาสตร์ (พุทธประวัติ ประวัติศาสตร์ ฮวงจุ้ย) และศิลป์ (งานพุทธศิลป์ในอดีตของไทย การออกแบบเครื่องเรือน) หลอมรวมในการสร้าง เพื่อให้เกิดสิริมงคลสูงสุดแก่ผู้บูชา และที่สำคัญที่สุดสร้างด้วยศรัทธาและความเพียรพยายาม

ขาย 5 ความต่าง

กลมกลืน ทันสมัย

คุณจิณณะ กาญจนะวัชระ เจ้าของไอเดียหิ้งพระดีไซน์ร่วมสมัย บอกว่า หิ้งพระ คือ แท่นสำหรับสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความศรัทธา และเคารพนับถืออย่างสูงสุด ฉะนั้น จึงมีสโลแกนว่า “ที่สุดของการบูชา” กระบวนการ ขั้นตอนการออกแบบได้อิงหลักพุทธศาสตร์ และฮวงจุ้ยถูกต้องทุกประการ เพื่อความเป็นสิริมงคล ยึด 5 คอนเซ็ปต์ดังนี้

1. หิ้งพระต้องไม่มีรั้วหรือขอบด้านบน เพราะการมีรั้วด้านบน ทำให้การถวายของบูชาทำได้ไม่สะดวก ทำความสะอาดจะทำได้ยาก เป็นสาเหตุที่ทำความสะอาดได้ไม่บ่อย

2. หิ้งพระ ต้องเล่นระดับในตัวเอง เป็นเหมือนการให้ความเคารพต่อองค์พระที่บูชา ถ้าบัลลังก์พระมีระดับเดียว เวลาถวายของบูชา จะไปบดบังองค์พระ

3. หิ้งพระ ต้องไม่มีฉากหรือขาค้ำยื่นลงมา การที่มีฉากยื่นลงมา กรณีนำไปติดเหนือวงกบประตู หน้าต่าง หรือพื้นที่ไม่สูงมากนักจะทำไม่ได้ ต้องติดสูงขึ้นไปทำให้เหลือพื้นที่ด้านบนน้อย เวลาวางองค์พระ จะทำให้ดูอึดอัด

4. หิ้งพระบัลลังก์โชค ถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรบรรจง โดยใช้การย่อมุมไม้ 12 ซึ่งเป็นศิลปะในสมัยอยุธยา มาประยุกต์เข้ากับการดีไซน์ โดยรูปทรงและลวดลายที่เกิดขึ้น ประกอบเข้าด้วยกัน ด้วยไม้ที่ถูกตัดอย่างประณีตจำนวน 141-152 ชิ้น ขึ้นอยู่กับขนาดของบัลลังก์

5. อิงพุทธประวัติ และหลักฮวงจุ้ย

นอกจากความประณีต สวยงามในการออกแบบ ยังสามารถนำไปเป็นที่ประดิษฐานตัวแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทั้งแบบติดผนัง และแบบวางได้อย่างลงตัว เหมาะจะวางในพื้นที่จำกัด เช่น ห้องผู้บริหาร อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัย เป็นต้น

สโลแกนที่สุดแห่งการบูชา

เจาะกลุ่มออนไลน์

คุณจิณณะ เพิ่มเติมว่า กว่ารูปแบบจะเข้าที่เข้าทางและจำหน่ายได้ ใช้เวลาราว 2 ปี ซึ่งสิ่งที่ทำให้แจ้งประจักษ์ ได้จากการไปดูงาน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เอาแบบจากโบรชัวร์มาแกะแล้วออกแบบเป็นงานย่อมุมของบัลลังก์โชคอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

สำหรับวัสดุที่ใช้ ส่วนใหญ่ทำมาจากไม้สนนอกนำเข้า ไม้ชนิดเดียวกันกับกรอบรูป ผ่านการอบ ฆ่าเชื้อ เลือกใช้ไม้แบบเต็มเส้น เนื้อไม้จึงไร้รอยต่อ แข็งแรงรับน้ำหนักได้มาก ตั้งแต่ 15-20 กิโลกรัม เลือกใช้สีทองกับสีน้ำตาล

สินค้าขายดี เจ้าของกิจการ เผยว่า “หิ้งบูชาพระ” คนนิยมสั่งมากที่สุด และนอกจากงานสำเร็จรูป บัลลังก์โชคยังรับผลิตตามขนาดที่ต้องการโดยจะเข้าไปวัดไซซ์และติดตั้งให้ ส่วนกำลังการผลิต แต่ละเดือนทำหิ้งพระอย่างน้อย 15-20 หิ้งเป็นอย่างต่ำ ราคาหิ้งพระไม้สัก เริ่มต้นตั้งแต่ 6,900-8,900 บาทขึ้นอยู่กับขนาด และรูปแบบ

ด้วยจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบัลลังก์โชค ได้รับการคุ้มครอง ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ลิขสิทธิ์สร้างสรรค์งานศิลปะประยุกต์ ตามมาตรา 4(7)

ปัจจุบัน บัลลังก์โชค ดำเนินธุรกิจมา 5 ปี ผู้ประกอบการรายนี้ตั้งใจเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ เพราะใช้สื่อออนไลน์ อย่างเว็บไซต์ http://www.banlangchok.com (บัลลังก์โชคดอตคอม) คลิปเผยแพร่บนเว็บยูทูบ http://www.youtube.com และเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/banlangchok เป็นสื่อประชาสัมพันธ์กิจการ

“ผมไม่มีความรู้ทางธุรกิจมาก่อน เลยร่วมกับหน่วยงานรัฐ อบรมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ด้วยหลักสูตร เน้นการพัฒนาเป็นนักธุรกิจไซเบอร์ ทำให้ได้ความรู้เรื่องการเงิน การบัญชี ภาษี การตลาด กฎหมาย วิธีการคิดสินค้าหรือบริการให้แปลกและโดนใจผู้บริโภค เรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ และโปรแกรมต่างๆ จนสามารถดำเนินธุรกิจหิ้งพระ บัลลังก์โชค ได้เฉกเช่นทุกวันนี้”

สำหรับปัญหาเรื่องสินค้าเลียนแบบ คุณจิณณะย้ำ ไม่คิดว่าเป็นคู่แข่ง เพราะลูกค้าเป็นผู้ตัดสิน บัลลังก์โชค เน้นขายความจริง ขายความต่าง ให้ความรู้ ให้คำแนะนำการบูชาพระแบบไม่งมงาย และเชื่อว่าตลาดไม่มีทางตัน ถ้าตันแสดงว่าหยุดคิด

หากใครสนใจหิ้งพระเพิ่มความเป็นสิริมงคล ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ (081) 456- 9953 เลขที่ 38/51 หมู่ 3 หมู่บ้านเหมราชนิเวศน์ 2 ซอยเรวดี 68/1 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

ใครสนใจ…สอนให้ได้ “ดอกไม้แห้ง-แปลงร่าง” งานอดิเรกทำเงิน

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07046010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

ศิลปหัตถกรรม

พารนี

ใครสนใจ…สอนให้ได้ “ดอกไม้แห้ง-แปลงร่าง” งานอดิเรกทำเงิน

“แกนข้างในของต้นไม้แต่งทรงนี้ ใช้โฟมเป็นแกนหรือโอเอซิสก็ได้ ต้องการรูปทรงไหน ตัดออกมาตามนั้น แล้วค่อยนำกาวร้อนมาเคลือบให้รอบแกน รอให้กาวแห้งระดับหนึ่ง ถ้าติดเร็วเกินไปดอกจะไหลย้อยไม่ได้ตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นค่อยบรรจงนำแต่ละเกสรมาแปะลงไปให้คลุมแกน แปะให้หน้าดอกเสมอกันด้วย ถ้าไม่เท่ากันค่อยใช้กรรไกรเล็ม”

วันก่อนไปลองสำรวจ “ตลาดริมคลองผดุงกรุงเกษม” แหล่งช็อปปิ้งตามนโยบายของรัฐบาล ที่หวังส่งเสริมให้บรรดาผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ให้มีช่องทางจำหน่ายมากขึ้น

ใช้เวลาเดินทอดน่องเพียงไม่นาน สายตาพลันเหลือบไปพบ “ต้นไม้แต่งทรง” อยู่ในกระถางขนาดน้อยใหญ่ สีสันสดใส รูปทรงแปลกตา

จึงเข้าไปถามหาคนทำ พบหนุ่มผิวเข้ม รูปร่างเล็กสันทัด กำลังขมีขมันจัดร้าน ก่อนบอกด้วยเสียงดังฟังชัด

“ฝีมือผมเอง…ครับ”

คำตอบที่ได้ ทำให้แปลกใจเล็กน้อย เพราะหากดูจากบุคลิก-หน้าตา หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า ผู้ชายที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า จะสามารถประดิดประดอยชิ้นงานศิลปะได้ละเอียดน่ามองขนาดนั้น

แถมยังเมื่อลองขยับเข้าไปพิจารณาใกล้ๆ ยิ่งเพิ่มความชอบใจในตัวสินค้า เพราะเป็นของที่ทำมาจาก “ดอกไม้จริง” ที่นำมาแปลงโฉมเสียสวยงาม

จนอยากนำมาตั้งที่บ้าน…สักกระถาง-สองกระถาง

คิดถึงธรรมชาติ

ใช้เวลาว่างประดิษฐ์

คุณซาน-ชัชวาล งามอุตส่าห์ หนุ่มหนองบัวลำภู วัย 28 ปี เจ้าของผลงาน “ต้นไม้แต่งทรง” หรือ Topiary ประดิษฐ์จากดอกไม้แห้ง ภายใต้แบรนด์ “Santony Topiary-ซานโตนี่ โทพิอารี่” ผู้ที่ถูกเกริ่นถึง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม

เริ่มต้นให้ฟัง ปัจจุบันประกอบอาชีพค้าขายบนเว็บไซต์อีเบย์ แบบซื้อมาขายไป สินค้าส่วนใหญ่เป็นพวกของตกแต่งบ้าน และของที่ระลึกประเภทงานฝีมือ

แต่มาระยะหลังเริ่มมีออร์เดอร์แปลกออกไป ซึ่งในโปรไฟล์ที่เขาโพสต์ขายไว้นั้นไม่มี

ยกตัวอย่าง โพสต์ขายตุ๊กตาไม้แกะสลัก แต่ลูกค้ากลับถามหาตุ๊กตาหิน ทำให้เริ่มมองหาอาชีพอื่นทำ

ส่วนที่มาของสินค้าที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า คุณซาน บอก เกิดมาจากงานอดิเรกส่วนตัว

เริ่มจากความที่เป็นคนต่างจังหวัด คุ้นเคยกับการมี “บ้านในสวน” แต่เมื่อเข้ามาอยู่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ การปลูกต้นไม้ในห้องพัก คงเป็นเรื่องค่อนข้างลำบาก ทั้งยังต้องรดน้ำทุกวัน และตัดแต่งกิ่งก้านสองสามวันครั้ง

เลยใช้เวลาว่างทดลองประดิษฐ์ “ต้นไม้แต่งทรง” จากวัสดุธรรมชาติ เริ่มจากนำใบไม้แห้งมาลองทำแต่อยู่ไม่นานกรอบร่วงหมด ต่อมานำกระดาษมาตัดแต่ง ไม่ทันไรเริ่มบิดงอ เพราะกระดาษไม่ค่อยคงรูป

ลองค้นหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต เห็นต่างประเทศนิยมนำ “ดอกหงอนไก่” มาชุบสี ก่อนนำมาเข้าช่อแขวนไว้ที่ประตูหรือไม่ก็ใส่กระถาง เพื่อประดับบ้านช่วงมีเทศกาล ลองทำตามบ้าง ปรากฏสวยงามไม่แพ้กัน แต่ตั้งไว้ได้ไม่เกิน 1 ปีสีเปลี่ยนและร่วงเป็นฝุ่น

ต้องการให้ชิ้นงานมีความทนทานกว่านั้น คราวนี้คุณซานเปลี่ยนมาใช้ “ดอกบานไม่รู้โรย” ปรากฏช่วงแรกสวยสดไม่แพ้หงอนไก่ แต่ไม่นานสีซีดลงเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม งานอดิเรกในแบบของชายหนุ่มเจ้าของเรื่องราว ช่วงแรกนี้ดำเนินไปแบบไม่จริงจัง เพราะยังไม่คิดจะทำออกขายแต่อย่างใด

กระทั่งวันหนึ่ง เดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดทางภาคเหนือของไทย เกิดชอบใจในดอกไม้เมืองหนาว ชื่อเรียกยากว่า “สแตติส-Statice” เลยหอบมาปักแจกันใส่น้ำหล่อไว้อย่างดี ปรากฏก้านที่แช่น้ำเน่าเหม็นต้องโยนทิ้ง

พอซื้อมาเปลี่ยน แม่ค้าบอกดอกไม้ชนิดนี้ไม่ต้องหล่อน้ำในแจกัน ให้ปักลงไปเฉยๆ ดอกจะแห้งคงรูปและคงสีใกล้เคียงตอนยังสดอยู่

เมื่อเห็นดอกสแตติสที่ซื้อมา ยังคงรูปอยู่เหมือนตอนเป็นดอกสด ความคิดเกี่ยวกับงานอดิเรกที่พักไว้กลับผุดขึ้นมาในหัวทันที

ทำไม่ยาก

ขายได้เรื่อยๆ

เลยเริ่มจากนำดอกแห้งพร้อมก้านมามัดรวมกัน นำเทปกระดาษสีเขียวมาพันให้เหมือนต้นไม้ แล้วเข้าช่อก่อนนำไปปักลงบนกระถาง แต่ไม่นาน หัวก้านร่วงลง แต่ตัวดอกยังทน ไม่กรอบ สีไม่เปลี่ยน

จึงนำแต่ตัวดอกมาปักลงบนโฟมรูปทรงกลมที่เตรียมไว้ ก่อนใช้กาวน้ำ กาวเย็น เป็นตัวประสาน แต่กาวทั้ง 2 ชนิดแห้งไวเกินไปทำให้การติดทำลำบาก ช่วงหลังลองใช้กาวร้อน ซึ่งทำให้งานง่ายขึ้นมาก

“แกนข้างในของต้นไม้แต่งทรงนี้ ใช้โฟมเป็นแกนหรือโอเอซิสก็ได้ ต้องการรูปทรงไหน ตัดออกมาตามนั้น แล้วค่อยนำกาวร้อนมาเคลือบให้รอบแกน รอให้กาวแห้งระดับหนึ่ง ถ้าติดเร็วเกินไปดอกจะไหลย้อยไม่ได้ตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นค่อยบรรจงนำแต่ละเกสรมาแปะลงไปให้คลุมแกน แปะให้หน้าดอกเสมอกันด้วย ถ้าไม่เท่ากันค่อยใช้กรรไกรเล็ม” คุณซาน เผยขั้นตอนละเอียด

เมื่อได้งานชิ้นแรกออกมาน่าพอใจ คุณซานจึงทยอยทำออกมาหลายขนาดและรูปทรงต่างกันไป เมื่อได้จำนวน จึงทดลองโพสต์ขายในอีเบย์ แต่หลายประเทศไม่อนุญาตให้นำสินค้าทำจากดอกไม้แห้งเข้าไปขาย

เลยเปลี่ยนมาทำเว็บไซต์ของตัวเอง เสนอขายในเว็บไซต์ขายสินค้าของคนไทย เว็บไซต์ทวิตเตอร์ และหน้าแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก

จากวันแรกถึงวันนี้ นับได้เกือบ 2 ปีแล้ว ออร์เดอร์ยังมีต่อเนื่องแต่ไม่ถึงกับมากจนไม่มีเวลาพัก ลูกค้ามีทั้งไทย-ต่างชาติ ส่วนใหญ่ซื้อไปเป็นของขวัญของฝาก

ส่วนราคาที่ตั้งไว้ เริ่มต้น 250 บาท ไล่ไปจนถึงหลักหมื่น และสามารถทำให้ตามแบบที่ลูกค้าต้องการ

ถามถึงอุปสรรค คุณซาน บอก บางครั้งดอกไม้ไม่พอ เพราะมีช่วงถูก-แพง อย่างปลายฝนต้นหนาว ราคาถูกมาก ช่อหนึ่ง 80 บาท หอบแทบไม่ไหว แต่ถ้าช่วงหนาวเข้าร้อน ราคาขายแพงมาก 3 ยอดสูงถึง 500 บาท จึงต้องมีการสต๊อกดอกไม้ไว้ ก่อนนำมาตากแห้ง ตัดเอาเฉพาะเกสรดอก เก็บใส่ตะกร้าไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก

เมื่อถามไถ่ถึงความตั้งใจ คุณซานยิ้มกว้าง ก่อนบอก

“คิดจะเปิดสอนอยู่ครับ เพราะมองว่าทำเป็นงานอดิเรกก็ได้ ต่อยอดเป็นอาชีพก็ได้ ส่วนในแง่ของธุรกิจถ้าผลงานได้ไปตั้งอยู่ในทุกบ้าน ทุกโรงแรม คงภูมิใจไม่น้อย”

สนใจ “ต้นไม้แต่งทรง” ที่บรรจงทำมาจากดอกสแตติสของจริง ผลงาน Santony Topiary

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณซาน โทรศัพท์ (090) 157-6528 อีเมล Aun@SantonyTopiary.com หรือเว็บไซต์ http://www.SantonyTopiary.com

“PATAPIAN” หัตถกรรมร่วมสมัย ถูกใจไทย-เทศ

Published May 21, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07040011258&srcday=2015-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 386

ศิลปหัตถกรรม

อันติกา

“PATAPIAN” หัตถกรรมร่วมสมัย ถูกใจไทย-เทศ

“ผมชอบงานหัตถกรรมจักสาน อย่าง ตะกร้า กระจาด ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ผลิตที่มีภูมิปัญญาด้านนี้จำนวนมาก แต่ผมสนใจและชอบงานจักสานจากไม้ไผ่ หากเรารู้จักนำมาต่อยอดสร้างรูปแบบใหม่ๆ ให้เข้ากับการใช้งานของคนในยุคปัจจุบัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มมูลค่า และยังสามารถทำตลาดออกไปได้กว้างขึ้น”

ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจักสาน คือสิ่งที่ คุณวลงค์กร เทียนเพิ่มพูล (คุณจ้ำ) ให้ความสนใจจนต้องเดินทางเข้าไปคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน เพื่อวางแนวทางสร้างความร่วมสมัยให้กับชิ้นงาน โดยหวังตอบตลาดคนยุคปัจจุบัน และเพื่อทำให้งานหัตถกรรมของคนไทยเป็นที่รู้จักในต่างประเทศยิ่งขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปตามใจหมาย เพราะบัดนี้สินค้าภายใต้แบรนด์ “PATAPIAN” (ออกเสียงว่า พาตาเพียร) กลายเป็นสินค้ายกระดับฝีมือคนไทย ให้ก้าวไกลโกอินเตอร์

ต่อยอดภูมิปัญญา

จักสานร่วมสมัย

คุณวลงค์กร หนุ่มผู้มีความรู้ด้านศิลปะการออกแบบ เล่าถึงงานหัตถกรรมไทย ว่ามีความละเอียดสวยงาม เป็นภูมิปัญญาที่น่าต่อยอด เพื่อให้ฝีมือคนไทยได้รับการยกย่องในตลาดโลก และนี่คือจุดเริ่มต้นให้เขาคิดสร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมร่วมสมัยขึ้นมา

ความฝันของเขาถูกแสดงออกด้วยการลงมือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงานหัตถกรรม ส่วนในภาคปฏิบัติ เขาเข้าไปพบชาวบ้านกลุ่มจักสานงานหัตถกรรม เพื่อเรียนรู้การทำงาน และบอกถึงแนวคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์

“ผมชอบงานหัตถกรรมจักสาน อย่าง ตะกร้า กระจาด ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ผลิตที่มีภูมิปัญญาด้านนี้จำนวนมาก แต่ผมสนใจและชอบงานจักสานจากไม้ไผ่ หากเรารู้จักนำมาต่อยอดสร้างรูปแบบใหม่ๆ ให้เข้ากับการใช้งานของคนในยุคปัจจุบัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มมูลค่า และยังสามารถทำตลาดออกไปได้กว้างขึ้น”

แม้ในเวลานั้นคุณวลงค์กรจะมีงานประจำด้านการออกแบบ อยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต แต่ด้วยความสนใจและต้องการเดินตามความฝัน เขาเลือกใช้เวลาว่างช่วงวันหยุด เดินทางไปพบผู้ผลิต ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี เป็นเวลาราว 2 ปี จึงตัดสินใจ เดินสู่เส้นทางสายนี้อย่างจริงจัง โดยกำเงินลงทุน 50,000 บาท รังสรรค์ผลงานขึ้นมา

“แรกๆ ที่ไปพบผู้ผลิต ซึ่งก็เป็นชาวบ้าน ผมต้องไปเช่าโรงแรมเพื่อพัก แต่ต่อมากลายเป็นลูกหลานคนหนึ่งของบ้านเขา ทำให้การทำงานเริ่มง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้แรงงานผลิตมีทั้งหมดราว 11 คน”

ใส่ไอเดียก็ขายได้

ไทย-เทศ ชื่นชอบ

คุณวลงค์กรเลือกออกแบบผลิตภัณฑ์โดยจับจุดสินค้าใกล้ตัวเองก่อน อย่าง ปลอกดินสอ ยางลบ กบเหลาดินสอ

“ผมเป็นนักออกแบบ ต้องใช้ดินสอและต้องเหลาบ่อย เลยทำปลอกหุ้มตรงปลายดินสอส่วนที่เหลาไม่ให้หัก จากนั้นก็เพิ่มผลิตภัณฑ์มาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาอยู่ทั้งในกลุ่มของใช้ และของตกแต่ง”

คุณวลงค์กร ได้กล่าวถึงการตลาดในครั้งแรกเปิดตัวกับงานบ้านและสวน เมื่อปี 2557 และผลตอบรับก็เกินคาด ได้รับแรงสนับสนุนจากลูกค้า ทำให้ทั้ง 2 ผู้ประกอบการรู้กลุ่มเป้าหมายหลัก

“เมื่อก่อนคนไทยอาจไม่ให้ความสนใจกับงานหัตถกรรม แต่ปัจจุบันผมว่าเริ่มหันกลับมามองมากขึ้น ผู้คนเริ่มเข้าใกล้ธรรมชาติ ส่วนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น งานของ PATAPIAN ถือว่าเข้าตาเขา และด้วยมีชาวต่างชาติให้ความสำคัญ ผมจึงได้โอกาสส่งสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในโรงแรมที่จังหวัดภูเก็ต วางจำหน่ายใน คิง เพาเวอร์ ร้านค้าในหอศิลป์กรุงเทพฯ และที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)”

คุณวลงค์กร ยังกล่าวถึงโอกาสทางการตลาด ไม่ว่าจะการออกงานแสดงสินค้า และการได้นำสินค้าไปจำหน่ายยังสถานที่สำคัญๆ นั้นเพราะส่วนหนึ่งมาจากการสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จึงเกิดการสร้างเครือข่ายขึ้นมา

นอกจากขายผ่านการออกงานแสดงสินค้า ฝากขายแล้ว คุณอลงค์กรยังให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ โดยเปิดเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ซึ่งกลายเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างไกล

“ตอนนี้ลูกค้าจะมีชาวต่างชาติมากขึ้น อย่าง กลุ่มเอเชีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และมีทางฝั่งสแกนดิเนเวีย อย่าง นอร์เวย์เขาก็ให้ความสนใจมาก ผมว่าสินค้าหัตถกรรม ถ้าเราต่อยอดโดยจับความต้องการของลูกค้าถูก ก็จะทำให้มีความเป็นไปได้ในตลาดสูง”

งานฝีมือต้องใส่ใจ

ไม่เร็ว แต่เรียบร้อย

คุณวลงค์กร ยังกล่าวต่อถึงกระบวนการทำงานว่า “งานหัตถกรรมใช้แรงงาน ใช้ฝีมือเป็นหลัก สิ่งที่ผมต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าคือ ระยะเวลาในการผลิตไม่สามารถเร่งได้ และผมต้องการให้ผลงานทุกชิ้นออกมาดีที่สุด ฉะนั้น ถ้าลูกค้าเข้าใจ และรอได้ ก็พร้อมผลิตให้อย่างเต็มที่ครับ”

ความคิดสร้างสรรค์ ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการทำให้สินค้าภูมิปัญญาเกิดมูลค่าและน่าจับต้องในยุคปัจจุบัน ซึ่งคุณวลงค์กรอาศัยความรู้ด้านการออกแบบที่ได้ร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยรังสิต บวกกับความชอบของตนเอง เนรมิตให้สินค้าหัตถกรรมกลายเป็นผลงานร่วมสมัย

“สินค้าจะเป็นแนวผสมผสาน ซึ่งผมมองไปในส่วนของวัสดุ อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้คือ ไม้ไผ่สานบวกเข้ากับไม้ อย่าง สนนอก ไม้สัก ล้วนเป็นเศษไม้ที่ซื้อมาจากตลาดบางโพ ราคาถูกมากเพราะเขาจะทิ้งแล้ว พอนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน สามารถเพิ่มมูลค่าได้มาก โดยราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 650-7,500 บาท ส่วนยอดขายก็ประมาณ 70,000-80,000 บาท ต่อเดือน”

คุณวลงค์กร ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงวัสดุที่นำมาใช้ผลิตว่า จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะมีผลงานหัตถกรรมไทยอีกมากมาย สามารถนำมาต่อยอดได้ แต่ทว่าสิ่งที่จะยังคงไว้คือ ความเป็นตัวตน เพื่อให้ผู้เห็นผลงานจำได้โดยไม่ต้องดูแบรนด์

สนใจติดต่อ “PATAPIAN” http://www.patapian.com, http://www.facebook.com/patapian, Instagram : patapian หรือ โทรศัพท์ (081) 961-1295 (คุณจ้ำ)

หมวก D.I.Y. จับตลาดบน โดนใจเซเลบ

Published April 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07064011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ศิลปหัตถกรรม

สดุจตา

หมวก D.I.Y. จับตลาดบน โดนใจเซเลบ

“ยังมีกลุ่มผู้ชื่นชอบสวมใส่หมวกเรียกว่าติดเลยเยอะมาก บางคนแต่งตัวเรียบๆ แค่มีหมวกเก๋ๆ ใบเดียว ดูดีขึ้นมาแล้ว ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะซื้อสินค้าต่อเนื่อง และก็จะมีกลุ่มที่ต้องการสินค้าเพื่อใช้ในงานปาร์ตี้ ฉะนั้น ช่วงเทศกาลปีใหม่ยอดขายดีมาก”

คนจำนวนมาก นำงานอดิเรกมาสร้างเป็นอาชีพ แต่จะมีสักกี่คนนำอาชีพมาป็นงานอดิเรก

คุณระวีนันท์ พุทธวิเชียร คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่เลือกนำอาชีพมาทำเป็นงานอดิเรก และในวันนี้เขาตอบเลยว่ารักในอาชีพนี้อย่างหมดใจ และว่างเมื่อไหร่เป็นต้องหยิบหมวกขึ้นมา D.I.Y. ใส่ความคิดสร้างสรรค์ จนทำให้มีรายได้เดือนหนึ่งนับแสนบาท

งานฝีมือห่างไกล

ทำได้ ถ้าใจพร้อม

“หมวกใบเดียว สามารถทำให้องค์ประกอบภาพรวมของรูปร่างออกมาดูดีได้” คุณระวีนันท์ กล่าวไว้เช่นนี้ พร้อมทั้งเล่าไอเดียนำมาสู่การผลิตสินค้าว่า แต่เดิมเธอเปิดร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ภายใต้ชื่อ “พลอยนภัส” อยู่ตลาดแอปเปิ้ลพลาซ่า (ด้านหลังตึกการบินไทย) กระทั่งต่อมา รับซื้อหมวก D.I.Y. มาจำหน่ายควบคู่ แต่ทว่าผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามความต้องการ เป็นเหตุให้คุณระวีนันท์ผู้ซึ่งไม่มีความสามารถด้านงานประดิษฐ์มาก่อนเลย จำต้องหันมาลงมือทำเอง

“งานฝีมือ เป็นเรื่องที่ตอนนั้นมองว่าไกลตัวมาก มองว่าไม่เหมาะกับเรา เพราะไม่มีหัวด้านนี้ และก็คิดว่าคงทำไม่ได้ บอกตามตรง เย็บผ้ายังไม่ชอบ แต่ที่ตัดสินใจทำเพราะผู้ผลิตทำให้ไม่ได้ จึงไปซื้ออุปกรณ์มาลงมือเอง ซึ่งแรกๆ ออกมาไม่สวย ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ผลงานไม่เรียบร้อย จึงต้องปรับตัวเองจากที่เคยเปิดนิตยสารดูแฟชั่นเสื้อผ้า ก็เริ่มให้ความสำคัญกับหมวกและเครื่องประดับ อย่างงานการแข่งขันโปโลของประเทศอังกฤษก็จะเข้าไปดู เพื่อให้ได้ไอเดีย”

ไม่เพียงแต่ดูเพื่อให้เกิดไอเดียด้านการออกแบบเท่านั้น แต่ยังต้องลงลึกถึงรูปทรงของหมวก และการนำวัสดุต่างๆ มาประดิษฐ์ตกแต่ง ซึ่งในส่วนนี้ คุณระวีนันท์หาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ รวมไปถึงเดินสำรวจแหล่งค้าส่งใหญ่ อย่าง แพลทินัม ประตูน้ำ และย่านเจริญรัถ

“หมวกที่นำมาใช้จะเลือกคุณสมบัติพับแล้วไม่ยับ ไม่เสียทรง เพราะต้องคำนึงถึงการขนส่งและการนำไปใช้ของลูกค้า ซึ่งอย่างเวลาเดินทางก็จะนำหมวกใส่กระเป๋า ถ้าหยิบออกมาแล้วไม่เสียทรง ลูกค้าจะประทับใจ ส่วนรูปทรงของหมวกจะมีหลากหลายแบบ แต่ที่นิยมได้แก่ หมวกปีกกว้าง หมวกทรงปานามา และทรงเบเรต์ โดยจะมีทั้งมือหนึ่งและมือสอง ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ในเว็บไซต์ด้วย ส่วนราคารับซื้อหมวกใบละประมาณ 450-600 บาท”

พิถีพิถันใส่ใจ

ใช้วัสดุชั้นดี

หลังนำมาตกแต่งเรียบร้อยแล้ว สามารถเพิ่มมูลค่ากับราคาขายใบละตั้งแต่ 1,390-2,790 บาท และมีกำไรหลังหักต้นทุนวัตถุดิบใบละประมาณ 500 บาทขึ้นไป

“อย่างหมวกมือสอง จะเลือกสภาพดี แบรนด์ดังของต่างประเทศ โดยเมื่อนำมาจำหน่ายจะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อน ถือเป็นความซื่อสัตย์ต่อกัน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ยอมรับได้ค่ะ และชอบด้วย เพราะหมวกบางแบบหายาก”

สำหรับวัสดุนำมาตกแต่ง อย่าง ลูกปัด โบ ลูกไม้ คุณระวีนันท์ ว่า ต้องเลือกคุณภาพดีเช่นกัน โดยยกตัวอย่าง ลูกไม้ เลือกใช้สินค้านำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี ซึ่งนิยมนำมาใช้ตกแต่งตัดเย็บชุดเจ้าสาว แม้จะมีราคาแพง แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพและความหรูหรา คุณระวีนันท์ ว่า ควรค่าแก่การนำมาผลิต

ความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะกระบวนการผลิตที่คุณระวีนันท์เน้นวิธีเย็บมากกว่าติดกาว เพื่อให้เกิดความคงทน แต่ทว่าหากลูกค้านำไปใช้แล้วชำรุด สามารถนำกลับมาซ่อมได้โดยไม่มีเงื่อนไขระยะเวลารับประกัน

“แม้ตอนนี้คู่แข่งทางตรงในประเทศน้อยมาก แต่ไม่มองข้ามความคิดสร้างสรรค์ จะผลิตสินค้าให้ออกมาคุณภาพดี และที่ทำให้เราอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้คือ บริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าไปตลอด ชำรุดเสียหายซ่อมให้ฟรี หรือถ้าต้องการนำหมวกใบเก่ามาตกแต่งรูปแบบใหม่ ก็จะคิดค่าอุปกรณ์ไปตามความเหมาะสม”

นอกจากนั้นแล้ว ความจริงใจ ยังเป็นอีกหนึ่งความสำคัญ ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 6 ปีกับการทำธุรกิจ คุณระวีนันท์สามารถยืนอยู่ได้บนเส้นทางสายนี้

“การทำธุรกิจไม่ได้มุ่งเน้นว่าเงินต้องเป็นใหญ่ แต่ควรดูภาพลักษณ์ที่ออกมาด้วย อย่างถ้าลูกค้าใส่หมวกทรงนี้ไม่เหมาะ จะบอกกันตรงๆ เพราะเราเชื่อว่าผู้ขายควรแนะนำสิ่งดีๆ แก่ลูกค้า ส่วนถ้ามองในแง่ภาพลักษณ์และโอกาสการขาย ถ้าลูกค้าใส่สวย เมื่อเขาไปพบเจอใครก็จะได้รับคำชม โอกาสที่จะถามถึงแหล่งซื้อก็ตามมา”

เวลาว่างก็นั่งทำ

เพลิน ได้เงินด้วย

กับการทำงานแฮนด์เมดที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ จึงไม่อาจจ้างผู้ใดมาช่วยผลิตได้ แต่กระนั้น คุณระวีนันท์ก็สบายใจและยินดีใช้เวลาว่างหลังเลิกงานประจำและในวันหยุด ลงมือทำ จนกลายเป็นงานอดิเรกที่ได้ทั้งความเพลิดเพลิน และรายได้

“หลักการทำงานไม่มีภาวะกดดันใดๆ เพราะผลงานทุกชิ้นผลิตตามใจตัวเอง คิดสร้างสรรค์เองทั้งหมด ซึ่งบางครั้งทำได้เป็น 10 ใบถ้าไอเดียมา แต่โดยเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 50-100 ใบ ซึ่งพอทำเสร็จก็โพสต์ลงไอจี ไลน์ และเฟซบุ๊ก ลูกค้าประจำที่มีอยู่กว่า 10 รายจะจองเข้ามาค่ะ บางคนซื้อครั้งหนึ่ง 20 ใบ เพราะผู้ที่ชอบหมวกและติดการสวมใส่ เขาจะเฟ้นหาอยู่แล้ว นอกจากนั้นก็จะทำโชว์ไว้หน้าร้าน เพื่อสร้างวิธีพบเห็นให้กับลูกค้ารายใหม่ด้วยค่ะ”

คุณระวีนันท์ ยังกล่าวถึงกลุ่มลูกค้าหลักระดับบีบวกขึ้นไป ทั้งที่เป็นเซเลบริตี้ นักธุรกิจ ผู้บริหาร แอร์โฮสเตส ภริยานายทหาร เป็นต้น

“ยังมีกลุ่มผู้ชื่นชอบสวมใส่หมวกเรียกว่าติดเลยเยอะมาก บางคนแต่งตัวเรียบๆ แค่มีหมวกเก๋ๆ ใบเดียว ดูดีขึ้นมาแล้ว ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะซื้อสินค้าต่อเนื่อง และก็จะมีกลุ่มที่ต้องการสินค้าเพื่อใช้ในงานปาร์ตี้ ฉะนั้น ช่วงเทศกาลปีใหม่ยอดขายจึงดีมาก”

ผู้ประกอบการคนขยัน ยังกล่าวถึงการทำตลาดในประเทศว่า เติบโตด้วยดี ซึ่งไม่เพียงสินค้าประเภทหมวกเท่านั้นที่สบช่อง แต่ยังมองไปถึงกลุ่มสินค้าเครื่องประดับ อย่างเช่น ต่างหู กิ๊บติดผม โดยไม่ช้าไม่นานนี้จะผลิตออกมาพร้อมจำหน่าย ซึ่งคุณระวีนันท์ยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพเช่นเดิม

“ส่วนตลาดต่างประเทศเคยคิด แต่ติดตรงแรงงานผลิต เพราะงานฝีมือส่งต่อความรู้ยากมาก มันต้องทำออกมาจากไอเดีย จากใจ อย่างตัวเองบางทีนอนๆ อยู่ นึกแบบได้ รีบลุกมาทำเลย บางทีไอเดียมันเกิด นั่งทำได้เป็นสิบๆ ใบ”

คุณระวีนันท์ ยังกล่าวถึงข้อดีของการทำธุรกิจนี้ว่า มีผู้ผลิตหรือเรียกว่าคู่แข่งขันน้อยราย และถ้าจะมีผู้ผลิตเพิ่มขึ้น ก็ไม่ถือว่าแย่งตลาดกัน “ไม่เคยกลัวเรื่องก๊อบปี้ เพราะเชื่อว่าอย่างไรก็ไม่เหมือน ขนาดทำเองแต่ละใบยังไม่เหมือนกัน นี่คือข้อดีของงานแฮนด์เมด งานไอเดีย โอกาสขายจึงเกิดได้ต่อเนื่อง อย่างลูกค้าประจำของเรานี้เหนียวแน่นมาก ทำแบบไหนมาก็มักจะโดนใจเขา”

แม้จุดเริ่มต้นของคุณระวีนันท์จะไม่ได้เกิดจากความชอบ แต่ทว่าในวันนี้ เธอพูดได้อย่างเต็มปากว่า กับการประดิษฐ์หมวกใบสวยด้วยฝีมือเธอนี้ กลายเป็นอาชีพและงานอดิเรกที่เธอ “ตกหลุมรัก”

สนใจต้องการเลือกชมสินค้า หรือสั่งผลิต ซึ่งคุณระวีนันท์ ว่า หากจะนำไปติดแบรนด์ของตนเองก็ยินดีผลิตให้ สามารถติดต่อได้ที่ หน้าร้าน “Vanessa By พลอยนภัส” ตลาดแอปเปิ้ลพลาซ่า ห้อง I 16 ซอย 6 โทรศัพท์ 081-682 0682 LINE ID : Raveenan, IG:Raveenan _Handmade, Facebook : Raveenan Putavichein

“จริยาสตูดิโอ” กับงานศิลปะวาดภาพบนกระเบื้องแนวพอร์ซเลน (Porcelain)

Published April 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07066011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

ศิลปหัตถกรรม

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

“จริยาสตูดิโอ” กับงานศิลปะวาดภาพบนกระเบื้องแนวพอร์ซเลน (Porcelain)

พอร์ซเลน (Porcelain) เป็นศิลปะการวาดภาพบนพื้นกระเบื้องอีกแนวหนึ่งที่มีความสวยงามประณีตจากปลายพู่กัน และที่รู้จักกันดีอย่างเช่นงานเบญจรงค์

ศิลปะการเขียนสีและวาดลวดลายบนกระเบื้องพอร์ซเลนนั้นถือเป็นจินตนาการอันงดงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยมและสุนทรีย์

แต่เนื่องจากผู้ผลิตงานศิลปะชนิดนี้ต้องมีความสามารถสูงทั้งทักษะ ความชำนาญ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ ประกอบกับการผลิตชิ้นงานมีต้นทุนสูงไม่ว่าจะในเรื่องของสี พู่กัน กระเบื้อง และอุปกรณ์สำคัญที่สุดคือ เตาเผา ที่มีราคาสูงมาก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้งานศิลปะชนิดนี้อยู่ในวงจำกัด ไม่ค่อยแพร่หลายในวงการศิลปะบ้านเราสักเท่าไร

“จริยาสตูดิโอ” นอกจากเป็นร้านจำหน่ายและรับผลิตงานศิลปะในแนวพอร์ซเลนแล้วยังเป็นสถานที่รับสอนงานศิลปะแนวนี้ด้วย

คุณจริยา กิระนันทวัฒน์ หรือ คุณเล็ก เจ้าของร้านบอกเล่าถึงความเป็นมาว่า “จริยาสตูดิโอ” รับสอนเพ้นต์กระเบื้องและเพ้นต์ผ้า มาประมาณ 15 ปี ตอนแรกที่เริ่มเพ้นต์ตั้งใจให้เป็นงานอดิเรกเพราะใจชอบ และรักการวาดรูป แต่กลับเรียนมาทางด้านการเงินและบัญชี

ทั้งนี้ เพราะด้วยใจรักจึงใฝ่เรียนรู้ ฝึกฝน กระทั่งเห็นว่าฝีไม้ลายมือพอเข้าขั้น จึงทดลองส่งงานเข้าประกวดของนิตยสารต่างประเทศ ปรากฏว่าได้รับรางวัล จึงเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย ได้ออกสื่อแทบทุกชนิด จากนั้นเลยตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเอง

งานประเภทแรกเป็นการเพ้นต์กระเบื้องในอุณหภูมิสูง แล้วยังได้เพ้นต์งานกระเบื้องที่อุณหภูมิต่ำด้วย โดยงานประเภทนี้มักเป็นชิ้นงานขนาดเล็กและถือเป็นงานอดิเรกที่คนทั่วไปนิยมวาดกัน อย่างเช่น ถ้วยกาแฟ จานรองแก้ว อย่างไรก็ตาม สรุปว่ามีความสามารถและเชี่ยวชาญงานเพ้นต์ทั้ง 2 แบบ

คุณจริยาชี้ว่า ข้อดีของงานเพ้นต์อุณหภูมิต่ำจะไม่ยุ่งยาก ซึ่งเหมาะกับวัสดุขนาดเล็ก สามารถทำเป็นงานอดิเรกยามว่างได้ แต่ไม่ทนทานนานนัก ตรงข้ามกับงานเพ้นต์กระเบื้องอุณหภูมิสูงที่มีความยุ่งยาก เพราะต้องใช้ความร้อนจากอุณหภูมิสูงที่ 750-850 องศาเซลเซียส มีความทนทานกว่า จะต้องเผาจำนวนหลายครั้งประมาณ 5-6 ครั้ง เพื่อให้ได้ความสวยคมชัดตามที่ต้องการ ดังนั้น ผู้ทำต้องมีความชำนาญ มีทักษะ อีกทั้งยังต้องลงทุนสูง แต่มีความทนทานมาก จึงเหมาะกับการทำเป็นอาชีพมากกว่า

งานที่รับทำเป็นงานออร์เดอร์มากกว่า อย่างงานชุดดินเนอร์ เป็นของชำร่วยงานเกษียณ วันเกิด ครบรอบวันแต่งงาน หรืองานพิเศษต่างๆ แล้วแต่ลูกค้าต้องการ ทั้งนี้ งานทุกอย่างมีเข้ามาตลอด โดยแต่ละงานที่รับจะต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากมีความละเอียด หลายขั้นตอน อีกทั้งยังต้องทำด้วยความประณีต ทั้งนี้ การรับแต่ละงานต้องคุยและตกลงกับเจ้าของงานก่อน

สำหรับวัสดุที่ต้องการนำมาเพ้นต์ลูกค้าอาจซื้อมาเอง ซึ่งมีขายตามแหล่ง หรือจะให้ทางร้านแนะนำก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนอื่นต้องมาคุยกันก่อนเพราะจะได้แนะนำให้ไปเลือกซื้อวัสดุที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งนี้ งานที่ได้จะออกมาสวยและมีความทนทาน

แนวการเพ้นต์จะมีรูปแบบและสไตล์ทั้งยุโรปและอเมริกา ทั้งนี้ คุณจริยา เผยว่า ความยาก-ง่ายของงานประเภทนี้อยู่ที่ลายกับประเภทวัสดุที่ใช้เพ้นต์ เพราะถ้าลายที่มีขนาดเล็กแล้วยังต้องเพ้นต์ในบริเวณพื้นที่ที่ลำบากจะค่อนข้างยากและต้องอาศัยทักษะความชำนาญมาก หรืออีกอย่างถ้าเป็นงานที่มีลักษณะโค้งมนกลมถ้าต้องเพ้นต์ลายขนาดใหญ่ก็จะยากลำบากกว่าลายที่มีขนาดเล็กเช่นกัน

ส่วนลายที่ใช้เพ้นต์ให้ลูกค้านั้นอาจจะดูตัวอย่างจากสินค้าในร้าน ซึ่งมีหลากหลายแบบให้เลือก หรือลูกค้าอาจนำแบบที่ต้องการนำมาให้วาดก็ได้ อย่างที่ผ่านมาอาจเป็นรูปตัวการ์ตูน รูปดอกไม้ หรือแม้แต่สัตว์ตามราศี สำหรับลูกค้าท่านใดที่ต้องการความเร่งด่วนทางร้านมีงานเพ้นต์สำเร็จวางขายหน้าร้าน และสามารถรับสินค้าไปได้ทันทีหากพอใจ

นอกจากงานเพ้นต์กระเบื้องแล้ว ในยุคแรกๆ คุณจริยายังรับงานเพ้นต์เสื้อด้วย แต่ในปัจจุบันงานเพ้นต์เสื้อแทบจะไม่ได้ทำแล้ว ทั้งนี้ เพราะสีที่นำมาใช้จะต้องสั่งนำเข้า จึงมีความยุ่งยากหลายขั้นตอน และที่มีวางขายอยู่จะเป็นงานเดิม

เมื่อถามถึงอัตราค่าจ้างเพ้นต์ เจ้าของร้านบอกว่า ในเรื่องค่าจ้างคงไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชนิดสี ลาย ขนาดวัสดุ ความยากง่าย

ทางด้านการขายสินค้าของร้าน “จริยาสตูดิโอ” นั้น ไม่เพียงการนำงานศิลปะสวยๆ มาวางขายหน้าร้านของตัวเองที่ตั้งอยู่แถวบางโพแล้ว เธอยังเปิดช่องทางขายด้วยการใช้สื่อออนไลน์ช่วย อย่างไรก็ตาม จะไม่มีสินค้าของตัวเองวางขาย

ส่วนทางด้านการสอนเพ้นต์กระเบื้อง คุณจริยา บอกว่า ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นความรู้ด้านศิลปะลึกซึ้ง เพียงแค่สนใจ มีใจรัก และชอบ อย่างที่ผ่านมา คนที่มาเรียนเป็นนักเรียนทั่วไป แม่บ้าน คนทำงาน จะมาเรียนวาดคนเดียวหรือหลายคนก็รับสอน

สำหรับเนื้อหาการสอนจะเน้นตั้งแต่การร่างลายเส้น การจัดองค์ประกอบศิลป์ ทฤษฎีสี การให้แสงและเงา เทคนิคการเพ้นต์ การอบชิ้นงานเพื่อให้สีติดทนทาน ตลอดจนการตกแต่งชิ้นงานเพื่อให้มีความสวยงาม

อีกทั้งยังสอนเพ้นต์กระเบื้องเคลือบสไตล์อเมริกัน ด้วยการใช้สีไร้สารตะกั่วที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม อบที่อุณหภูมิ 820 องศาเซลเซียส ด้วยเตาอบเซรามิกที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ทั้งนี้ ผลงานภายหลังการเพ้นต์ที่อบเรียบร้อยแล้วสามารถนำมาใส่อาหารหรือตกแต่งได้ มีค่าอบรมจำนวน 6 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง ในอัตราท่านละ 3,800 บาท (ไม่รวมอุปกรณ์)

“ความจริงการมาเรียนเพ้นต์นั้น ผลงานที่ออกมาจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน อีกทั้งรสนิยม จินตนาการวาดมีความแตกต่างกัน สิ่งที่นำเสนอออกมาคงวัดไม่ได้ว่าดีหรือไม่ แต่ขอให้คิดว่าเป็นการเติมเต็มความรู้อีกด้านที่ชอบ แล้วนำความรู้นี้มาเป็นงานอดิเรกในช่วงเวลาที่ว่างดีกว่า เป็นการสร้างความสุข และการพักผ่อนทางใจได้”

คุณจริยามองว่า ในปัจจุบันงานศิลปะแบบการเพ้นต์กระเบื้องไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เธอชี้ว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกระแสความสนใจอย่างอื่นอาจมีมากกว่า จึงทำให้คนทั่วไปรู้จักการเพ้นต์กระเบื้องในแนวพอร์ซเลนน้อยมาก

ดังนั้น เพื่อเป็นการคงเอกลักษณ์ของศิลปะแนวนี้ให้อยู่ต่อไป จึงมีการรวมกลุ่มของผู้รักและทำอาชีพการวาดภาพบนกระเบื้องจำนวน 100 คน เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและทักษะในการวาดภาพระหว่างสตูดิโอต่างๆ ภายในประเทศไทย ตลอดจนเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งชมรม “นักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบแห่งประเทศไทย” ขึ้นเมื่อราวกลางปี 2545

โดยชมรมมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้ในศิลปะแนวนี้ให้กว้างขวางขึ้น ตัวอย่างกิจกรรมที่ทางชมรมจัดขึ้น อาทิ มีการจัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการสอนวาดภาพและเพ้นต์กระเบื้องจากสตูดิโอต่างๆ ซึ่งผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจะต้องสมัครเป็นสมาชิกชมรมก่อน

“หรืออย่างกิจกรรมล่าสุดเป็นการจัดนิทรรศการภาพวาดบนกระเบื้องเคลือบ ครั้งที่ 3 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-27 ธันวาคม 2558 ณ PEOPLE”S GALLERY ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร BANGKOK ART AND CULTURE CENTRE (BACC)

จึงอยากเชิญชวนทุกท่านที่รักและสนใจงานศิลปะมาร่วมงานในครั้งนี้ และในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ในช่วงที่จัดงานจะมีการสอนเพ้นต์สีบนกระเบื้องด้วย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ (081) 495-5605” คุณจริยา กล่าว

งานศิลปะวาดภาพบนกระเบื้องสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อาจใช้เป็นของตกแต่ง ของชำร่วย หรือให้เป็นของฝากของขวัญก็ย่อมได้ รวมถึงเป็นการใช้เวลาได้อย่างมีคุณค่าจากผลงานที่ทำขึ้นด้วยตัวเอง แล้วหากมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลายังสามารถสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

สนใจสอบถามรายละเอียดสมัครเรียนเพ้นต์สีบนกระเบื้อง หรือสั่งทำสินค้า ติดต่อได้ที่ร้าน “จริยาสตูดิโอ” โทรศัพท์ (02) 585-6945 และ (081) 495-5605 หรือเข้าไปดูที่เฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/lek.kiranantawat

รองเท้าแตะ…แกะลายเฟี้ยววว สวยจนไม่กล้าใส่

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07042151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

ศิลปหัตถกรรม

พารนี

รองเท้าแตะ…แกะลายเฟี้ยววว สวยจนไม่กล้าใส่

“พอพ่อถ่ายรูปรองเท้าแตะแกะลายของผม โพสต์ลงเฟซ ภายในคืนเดียวคนเข้ามาไลก์เป็นหมื่น ตกใจหมดเลย ทำไมเขาชอบกันจัง เพราะเท่าที่ดูไม่ใช่ผมคนเดียวที่ทำงานแบบนี้ มีคนโพสต์ขายกันมานานแล้ว ไม่ใช่ของใหม่อะไร”

“ช่วยกันอุดหนุนหน่อยครับ รองเท้านันยางแกะลายคู่ละ 300 บาท รวมค่าส่งครับ ลูกชายทำครับ สั่งได้ครับ ส่งถึงบ้านครับ สนใจติดต่อ 08-6957-5311 โอนเงินเข้าบัญชี นายหิรัณย์ ตนานุสรณ์ หมายเลขบัญชี 9710033771 ธนาคารกรุงเทพ พร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินมาให้เราด้วยนะครับ ใครอยากให้เราทำลายอะไรส่งแบบมานะครับ”

ข้อความจากเฟซบุ๊กของผู้เป็นพ่อ ที่ขอเล่นบท “ป๋าดัน” ข้างต้น

นับเป็นจุดพลิกผันสำคัญ ทำให้ผลงานรองเท้าแตะแกะลาย ของลูกชายวัย 22 ปี เดียว-สันธิศักดิ์ ตนานุสรณ์ ได้แจ้งเกิดแบบเต็มตัว

เพราะเพียงชั่วข้ามคืน มีคนเข้ามากดไลก์ให้เป็นหมื่น แถมมีออร์เดอร์ทยอยมานับร้อยคู่จากลูกค้าทั่วสารทิศ ทั้งจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น ศรีสะเกษ ฯลฯ

ขอให้เล่าที่มาที่ไป เดียว เริ่มให้ฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เป็นคนพัทลุง เรียนจบชั้น ม.3 จากโรงเรียนสตรีพัทลุง และไม่ได้เรียนต่อ เพราะเคยมีพฤติกรรมเกเร กระทั่งได้รับโทษ ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่อายุ 18

ระหว่างที่ต้องขังเป็นเวลา 3 ปี หลังจากต้องปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เขามักใช้เวลาว่างช่วงพักเที่ยงและวันเสาร์-อาทิตย์ ไปฝึกฝนวิชาแกะลายรองเท้าแตะ จาก “พี่เขียว คนตรัง” ด้วยเหตุผล อยากหาสตางค์ไปซื้อขนมกิน

“ตอนอยู่ในเรือนจำ ที่บ้านไม่ค่อยมีตังค์ส่งเสียให้ พอเห็นเพื่อนนักโทษคนอื่น มีญาติฝากตังค์มาให้ซื้อขนมกิน รู้สึกอยากกินขนมแบบเขาบ้าง เลยคิดว่า ถ้าทำเป็น ทำเก่ง เหมือนพี่เขียว อาจหากินได้ ไม่ต้องรอเงินจากพ่อแม่” เดียว เล่าความหลัง

ลงทุนด้วยเงิน 200 กว่าบาท ซื้อรองเท้าแตะยี่ห้อนันยาง มาได้ 2 คู่ พร้อมใบมีดโกนหนวด ใช้เวลาฝึกฝนวิชาดีจากพี่เขียว อยู่เดือนกว่า เจ้าของฉายา “เดียว ไม้เลื้อย” ก็สามารถรับงานจากเพื่อนๆ ได้ทันที

ทำให้ตลอด 3 ปี ที่อยู่ในเรือนจำ ได้ฝึกปรือวิชาแกะลายรองเท้าแตะ มาแล้วอย่างเชี่ยวชาญ

เดียว เล่าต่อ เมื่อราวกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากพ้นโทษ เคยไปสมัครงานกับร้านค้าละแวกบ้าน เพราะต้องการประกอบอาชีพสุจริตเหมือนคนทั่วไป แต่ไม่มีใครรับ อาจเพราะมีอคติว่าคนอย่างเขาเคยผ่านคุกผ่านตะรางมาก่อน ทำให้รู้สึกน้อยใจ เหตุใดไม่มีใครให้โอกาสบ้าง

จึงนำความทุกข์ในครั้งนั้น ไปปรึกษาพ่อ ก่อนขอเงิน 200 บาท นำไปซื้อรองเท้าแตะมาแกะลายให้พ่อดู

“ผมบอกพ่อว่ามีวิชาแกะรองเท้าแตะที่ได้มาจากในคุก แต่ไม่แน่ใจฝีมือตัวเองว่าจะมีคนชอบ เลยขอตังค์ไปซื้อรองเท้า 2 คู่มาแกะให้ดู พ่อเห็นแล้วชมว่าสวยดี ก่อนบอกให้ทยอยทำเก็บสะสมไปเรื่อยๆ พอได้ประมาณ 20-30 คู่แล้วจะพาไปตั้งขายตามตลาดนัด” เดียว ย้อนถึงแผนการตลาดที่พ่อของเขาวางไว้ในเบื้องต้น

ระหว่างสะสมผลงานไว้ตามคำแนะนำ คุณหิรัณย์-พ่อของเดียว เกิดปิ๊งไอเดีย ใช้เทคโนโลยีสื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ ถ่ายรูปรองเท้าแตะแกะลายสารพัดของลูกชาย และนำไปอัพขึ้นเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมประชาสัมพันธ์ใครอยากได้ลายไหน สั่งมาได้ ซึ่งนับเป็นเหตุตั้งต้นของทุกวันนี้

“พอพ่อถ่ายรูปรองเท้าแตะแกะลายของผม โพสต์ลงเฟซ ภายในคืนเดียวคนเข้ามาไลก์เป็นหมื่น ตกใจหมดเลย ทำไมเขาชอบกันจัง เพราะเท่าที่ดูไม่ใช่ผมคนเดียวที่ทำงานแบบนี้ มีคนโพสต์ขายกันมานานแล้ว ไม่ใช่ของใหม่อะไร” เดียว เล่าเสียงซื่อ

ก่อนบอก นับแต่นั้นออร์เดอร์มีเข้ามาทุกวัน ที่ผ่านมา 2 เดือนกว่า ทำส่งขายไปแล้วกว่า 200 คู่ และยังไม่เคยนำไปวางขายตามตลาดนัด อย่างที่พ่อของเขาตั้งใจไว้ในตอนแรก

ถามถึงภารกิจตามออร์เดอร์ทุกวันนี้ เดียว เผย ถ้างานตามปกติ จะเริ่มลงมือแกะลายตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปจนถึงเที่ยงคืน ได้ชิ้นงานออกมาประมาณ 4-5 คู่ แต่ถ้าช่วงไหนลูกค้าเร่งมาก ต้องแกะลายให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 10 คู่ เคยตื่น 6 โมงเช้าแกะจนถึงตี 3 พอ 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้นก็ตื่นขึ้นมาแกะต่อ ช่วงนั้นได้นอนแค่วันละ 3 ชั่วโมง

“งานนี้ผมทำคนเดียว เป็นแฮนด์เมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีเครื่องจักรอะไร ใช้แค่ใบมีดโกนหนวด มาหักให้มุม 45 องศา และไม้ไผ่ 1 แท่งเสียบเป็นด้ามจับแค่นั้น” เดียว บอกและว่า ส่วนคุณพ่อของเขา ช่วยทำหน้าที่รับออร์เดอร์ จัดคิว และส่งของให้ลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาคุณพ่อของเขาเคยโพสต์ไว้ ราคาขายคู่ละ 300 บาท พร้อมค่าจัดส่งอีเอ็มเอส ซึ่งหากเป็นลูกค้าในเขตภาคใต้ กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ยังพอมีกำไร แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่มาไกลกว่านั้น อย่าง ภาคเหนือ อาจต้องขอค่าส่งเพิ่ม แต่ถ้าลูกค้าไม่เต็มใจจ่าย เพราะยืนยันว่าเคยโพสต์ไว้อย่างนั้น ก็ไม่ว่ากัน

ถามถึงผลตอบรับ เจ้าของเรื่อง เล่า ตัวเขาถนัดแกะลวดลายดอกไม้เป็นพิเศษ ขณะที่ความต้องการของลูกค้ามีหลากหลาย อยากได้ลายนกยูง ลายปลา ลายมังกร หรือแม้แต่ลายการ์ตูน เขาก็ทำให้ได้ แต่จะเพิ่มความระมัดระวังเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ไว้แล้วด้วย

“ลูกค้าบางคนสั่งไปใส่เอง หลายคนสั่งไปเป็นของขวัญ พอรับไปแล้วเฟซกลับมาบอกเอาใส่ตู้โชว์ ไม่อยากใส่เพราะเสียดาย” เดียว เล่า ก่อนยิ้มกว้าง

ก่อนหน้านี้ เรื่องราวของเดียว เคยถูกนำเสนอแล้วในหลายสื่อ ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้นและอยากมีวิชาแบบเขาบ้าง เมื่อไม่นานมานี้ จึงมีหนุ่ม-สาว จำนวนหนึ่ง จากจังหวัดต่างๆ อย่าง พระนครศรีอยุธยา สุราษฎร์ธานี ติดต่อขอสมัครเข้ามาเรียนการแกะลายรองเท้าแตะจากเขา

ทำให้ปัจจุบัน นอกจากจะรับงานตามปกติแล้ว เดียวยังต้องรับบท “อาจารย์” อีกหน้าที่หนึ่ง

“สอนให้ทุกเทคนิค สอนหมดหน้าตักไม่มีอะไรกั๊ก อยากทำเป็น ต้องเรียนรู้ 4-5 วัน แต่ถ้าจะให้เก่ง ต้องฝึกฝน และใช้เวลามากกว่านั้น และไม่คิดค่าสอนสักบาทเดียว ให้เป็นวิทยาทาน เพราะผมได้มาฟรี เชื่อว่าคนที่ได้วิชานี้ไปจะมีงานทำ มีอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนกับผม” เดียว บอกจริงจัง

ก่อนทิ้งท้ายแบบหล่อๆ

“สังคมเปิดโอกาสให้ผมพิสูจน์ตัวเองแล้ว ที่ผ่านมาผมเคยเกเร สำมะเลเทเมา ไม่ใช่คนดีของสังคม แต่ตอนนี้ขอกลับตัวใหม่ พลิกชีวิตไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีทั้งหลาย นับจากนี้จะไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร ผมก็อยากให้โอกาสกับคนอื่นบ้าง”

PEACH “N PEARL โชว์ผ้าไทยสู่สากล

Published February 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07064010958&srcday=2015-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 380

ศิลปหัตถกรรม

สร้าง บุญสอง srangbun@hotmail.com

PEACH “N PEARL โชว์ผ้าไทยสู่สากล

ในโลกยุคนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประกอบอาชีพหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เรียกว่ามีทั้งอาชีพหลักและอาชีพรอง แสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้มีศักยภาพและมีความขยัน ไม่หยุดนิ่ง บางคนวันธรรมดาทำอาชีพหนึ่ง วันหยุดก็ทำอีกอาชีพหนึ่ง เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

งานหลักเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น

ดังเช่น คุณสิริรัตน์ สันตโยภาส หรือ คุณหนิง ซึ่งจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Hitotsubashi ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันนอกจากจะเป็นล่ามอิสระให้กับโรงงาน บริษัท และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนแล้ว หากมีเวลาว่างจากงานประจำเธอก็จะไปช่วยแฟนสาว “คุณสิรี ดนัยวิเชียรนันท์” ขายเสื้อผ้าไทยแบรนด์ PEACH “N PEARLโดยมีหน้าร้านขายประจำอยู่ที่ตลาดนัดวินเทจ ห้าง The Sense ปิ่นเกล้า ซึ่งทั้งสองจะไปออกร้านขายประจำทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ต้นเดือนและสิ้นเดือน ส่วนวันอื่นก็ไปขายตามตลาดนัดที่ต่างๆ อย่างเช่นที่ BU Market มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต

คุณหนิง เล่าถึงความเป็นมาในการทำธุรกิจเสื้อผ้าว่า นอกเหนือจากงานล่ามฟรีแลนซ์ภาษาญี่ปุ่นที่รับเป็นประจำหลายวันในแต่ละเดือนแล้ว ยังชอบงานค้าขาย ชอบทำธุรกิจ และมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเองได้ท้าทายทำในสิ่งที่ไม่เคยทำอยู่เสมอ ด้วยนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนแอ๊กทีฟตลอดเวลา ชอบค้นคว้าเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ กอปรกับงานที่มีโอกาสได้พบกับผู้บริหารระดับสูงทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจ ทำให้ได้รับความรู้ แง่มุม และแนวความคิดดีๆ ในการทำธุรกิจ การวิเคราะห์ตลาด และการวางแผนการทำงานต่างๆ อย่างเป็นระบบ

ถือว่าเป็นประสบการณ์และโอกาสที่ดีมาก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากเริ่มมองหาและทำอะไรเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง เป็นการจุดประกายให้เริ่มลงมือทำ เพราะอิทธิพลดีๆ จากผู้สำเร็จที่อยู่ใกล้ชิดนั่นเอง

“แรงบันดาลใจในการสร้าง PEACH “N PEARL SHOP เนื่องจากหนิงและแฟนที่จบจากคณะพาณิชย์ฯ จุฬาฯ ชื่นชอบในความเป็นไทยและหลงใหลผ้าไทยประเภทต่างๆ ที่มีความสวยงาม ประณีต และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง เรา 2 คนจึงอยากให้คนไทยโดยเฉพาะวัยรุ่นหันมาสนใจและภาคภูมิใจในการสวมใส่ผ้าไทย โดยนำเสนอเครื่องแต่งกายที่ผลิตจากผ้าซิ่นและผ้าทออันสวยงาม ซึ่งเราพิถีพิถันในการออกแบบให้มีความทันสมัย สวยงาม ประณีตในทุกขั้นตอน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการให้ลูกค้าสามารถสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาสอย่างภาคภูมิใจในความงดงามแห่งวิถีความเป็นไทยด้วยราคาย่อมเยา สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย”

ลูกค้าต่างชาติซื้อทางออนไลน์

สินค้าหลักๆ ของ PEACH “N PEARL SHOP มี 3 ประเภท อาทิ กางเกงขาสั้นผ้าทอลายไทย กระโปรงใส่ทำงานผ้าทอลายไทย และกระโปรงผ้าซิ่นลายไทย โดยสินค้าทุกประเภทมีการดีไซน์และลวดลายเฉพาะไม่ซ้ำใคร มีสีสันให้เลือกมากมาย สำหรับราคาต่ำสุด 250 บาท เป็นกางเกงขาสั้นผ้าทอและกระโปรงผ้าทอทรงเอ ส่วนราคาสูงสุดเป็นผ้าซิ่นราคา 380 บาท

ลูกค้า PEACH “N PEARL SHOP มีหลากหลายวัย ถ้าเป็นกางเกงขาสั้นผ้าทอ จะเป็นวัยรุ่น อายุ 15-25 ปี ส่วนกระโปรงผ้าทอทรงเอใส่ทำงาน เป็นสาววัยทำงาน อายุ 25-35 ปี แต่ถ้าเป็นผ้าซิ่นเป็นวัยผู้ใหญ่ 35-60 ปี

เธอว่า แม้ว่าแบบและลวดลายจะมีให้เลือกเยอะแยะแล้ว แต่กำลังจะใช้งานปักมือทำคอลเล็กชั่นต่อๆ ไป เพราะโดยส่วนตัวชื่นชอบงานปักมืออย่างมาก และแฟนเองเป็นคนที่มีความสามารถในงานปักมือ มีทักษะที่ดีเยี่ยมในการออกแบบ ดังนั้น ผลงานใหม่ๆ จะออกแบบสินค้าให้มีลวดลายที่โดดเด่นมีความยูนีก โดยใช้งานปักมือเพิ่มเสน่ห์ลงไปในตัวสินค้า

นอกจากคุณหนิงจะขายที่ PEACH “N PEARL SHOP อยู่ที่ตลาดนัดวินเทจ ห้าง The Sense ปิ่นเกล้า และตามตลาดนัดต่างๆ แล้ว ช่องทางจำหน่ายอีกทางคือ ขายผ่านทางแฟนเพจ Peach “n Pearl Shop โดยมีบริการส่งสินค้าทาง EMS ฟรี และกำลังจะมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าชาวต่างประเทศได้เห็นสินค้าสวยๆ ของเราด้วย เช่น ผ่านทางอีเบย์ หรือเว็บไซต์ต่างประเทศอื่นๆ

เจ้าตัวเล่าถึงยอดขายผ่านหน้าร้านและขายทางออนไลน์ว่า ขายดีพอๆ กัน แต่จะเป็นคนละกลุ่มลูกค้า หน้าร้านจะเป็นทุกที่เข้ามาซื้อ ส่วนในเน็ตเป็นลูกค้าต่างชาติเยอะมาก เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน และยุโรป เพราะลูกค้าต่างชาติชื่นชอบผ้าไทยกันมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก

“ปัจจุบัน จากการออกร้านทุกเดือน ทำให้ได้รับเสียงตอบรับดีมาก มีลูกค้าสนใจและอุดหนุนต่อวันเป็นจำนวนมาก หลายคนเป็นลูกค้าที่ซื้อผ่านทางแฟนเพจ ก็จะตามมาอัพเดตสินค้าลวดลายใหม่ๆ โดยตรงที่ร้านของเราเองด้วย และมักจะเชิญชวนเพื่อนๆ เข้ามาดูและอุดหนุนเพิ่มเติม ทำให้เราเป็นร้านที่ขายดีมากๆ”

คุณหนิง บอก จากความสำเร็จตรงนี้เองทำให้มองไกลไปถึงการขยายประเภทสินค้าให้มีความหลากหลายขึ้น ถึงขั้นต่อไปน่าจะมีทีมดีไซเนอร์ที่มีความสามารถสูงสามารถออกแบบพร้อมยกระดับลวดลายผ้าไทยบนสินค้าประเภทต่างๆ ให้ไปสู่ระดับสากลได้ เนื่องจากเริ่มมองไกลไปถึงการส่งออกสู่ตลาดโลก และมีโรงงานผลิตที่ทันสมัยในประเทศไทยเป็นของตัวเองด้วย

ยึดหลักความซื่อสัตย์

เจ้าของ PEACH “N PEARL SHOP พูดถึงหลักการบริหารจัดการว่า ยึดถือในเรื่องความซื่อสัตย์และบริการที่ดีเยี่ยมมาเป็นอันดับ 1 ที่ผ่านมา ก่อนเริ่มมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เคยเป็นลูกค้าซื้อของต่างๆ มาตลอดชีวิต ได้เจอพ่อค้าแม่ค้ามาหลากหลายประเภท มีทั้งแบบที่รู้สึกชื่นชอบชื่นชมอยากกลับไปใช้บริการอีกหรืออยากแนะนำเพื่อนๆ ไปอุดหนุนด้วย และมีประเภทที่รู้สึกไม่แฮปปี้ ไปซื้อแล้วเหมือนพ่อค้าแม่ค้าให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง หลอกลวง หรือได้รับสินค้าที่มีคุณภาพไม่คุ้มราคา หรือได้รับการบริการที่ไม่น่าประทับใจ ฯลฯ

ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ขายตามต้นแบบตัวอย่างที่ชื่นชอบและประทับใจ ในฐานะที่เป็นลูกค้า ชอบผู้ขายแบบไหน ชอบการบริการอย่างไรก็จะทำเช่นนั้น โดยต้องทำให้ดียิ่งกว่าด้วยเช่นกัน

“พวกเราเน้นการทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ไม่หมกเม็ด ไม่นำสินค้าที่เป็นของเสียให้กับลูกค้าเด็ดขาด และพร้อมให้ข้อมูลที่เป็นกลาง ตรงไปตรงมา เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายในการซื้อสินค้า และจะบริการดูแลลูกค้าอย่างดีเยี่ยมทั้งก่อนและหลังซื้อสินค้า นี่เป็นหัวใจสำคัญมากที่ทำให้ร้านของเรามีการบอกต่อจนเป็นที่รู้จักและมีลูกค้าประจำมากมายจนถึงทุกวันนี้”

ในฐานะของคนที่มีประสบการณ์ในการทำงาน 2 อาชีพในเวลาเดียวกัน เธอให้คำแนะนำว่า “หากใครกำลังเริ่มมองหาธุรกิจหรืออยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ขอแนะนำให้เริ่มจากสิ่งที่ชอบ สินค้าที่สนใจอยากทำจริงๆ แล้วนำมาต่อยอดไอเดีย ทำให้เกิดเป็นรายได้ เพราะตั้งแต่วันแรกที่ธุรกิจถือกำเนิดขึ้นจะต้องอยู่กับมันไปตลอด ดังนั้น หากเลือกทำในสิ่งที่รัก จะมีความสุขมากและสามารถอยู่กับมันได้อย่างสนุกสนานจนลืมวันเวลา โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และมีแรงบันดาลใจรวมทั้งความกระตือรือร้นที่จะค้นคว้าหาข้อมูลใหม่ๆ เพื่อมาพัฒนาสินค้าและบริการที่ทำอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง

นี่เองคือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จที่จะนำพาไปยังปลายทางที่สวยงามอย่างที่ตั้งใจไว้ได้ อย่างเช่นกรณีของหนิงมั่นใจว่าทำในสิ่งที่รัก อย่างไรเสียธุรกิจต้องรุ่งแน่นอน”

สนใจสินค้าของ PEACH “N PEARL SHOP ติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ (083) 424-9950 หรือไอดีไลน์ lovedoraemon26

%d bloggers like this: