ล้วงตับการเมือง

All posts tagged ล้วงตับการเมือง

ไม้สั้นไม้ยาว-ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

Published February 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160227/223225.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559
ไม้สั้นไม้ยาว-ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

ไม้สั้นไม้ยาว-ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ : ล้วงตับการเมือง

            ช่วงนี้ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น คณะกรรมาธิการ ด้านกีฬา วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม ที่มี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา หรือ “บิ๊กอ๊อด” ผู้กว้างขวางในวงการกีฬาบ้านเราก็เช่นกัน จะทำอะไรก็จะต้องมาบอกกล่าวเล่าขานให้ประชาชนได้รับรู้ว่าทำอะไรไปบ้าง ผ่านทีมโฆษกของคณะที่มี พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยทีมงาน นายชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตกุนซือทีมฟุตบอลทีมชาติไทย นายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เรียกได้ว่าทีมโฆษกครบทุกด้านเลย

โดยปกติการแถลงข่าวก็เหมือนๆ กันทุกคณะ แถลงเสร็จก็แยกย้ายกันไป แต่คณะกรรมาธิการกีฬาฯ ชุดนี้หลังแถลงข่าวจบ ก็ยังอยู่กันครบ ก็เพราะกรรมาธิการมีเกมเล็กๆ น้อยๆ ให้สื่อมวลชนได้เล่นได้ลุ้นกัน โดยทุกครั้งที่ทีมโฆษกคณะกรรมาธิการกีฬาแถลงข่าวเสร็จก็จะมีแจกลูก “ฟุตบอล” แก่กระจอกข่าวที่มาทำข่าว นำไปเล่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

เอ๊ะๆๆ… แต่อย่าเข้าใจผิดว่าจะแจกลูกฟุตบอลให้แก่ทุกคนล่ะ เขามีลิมิตให้เพียงครั้งละ 3 ลูกเท่านั้น โดยการจะให้ลูกฟุตบอลไปเลยคงไม่สนุก ไม่ตื่นเต้น กมธ.การกีฬาฯ ก็หาวิธีให้ได้ “ลุ้น” กัน ด้วยวิธีที่ก็ง่ายแสนง่าย ด้วยการ “จับไม้สั้นไม้ยาว” ซึ่งกระจอกข่าวจะได้หรือไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับ ”ดวง” แต่ละคน

โดยเจ้าหน้าที่ประจำคณะกรรมาธิการ จะนำหลอดที่ตัดมาทั้งสั้นและยาว ใส่แก้วหรือกระบอกน้ำ แล้วให้กระจอกข่าวจับ ซึ่งแต่ละครั้งก็จะออกกติกาไม่เหมือนกัน บางครั้งก็ออกกติกาใครจับได้หลอดสั้นก็ได้ลูกฟุตบอล แต่บางครั้งใครจับยาวก็ได้ลูกฟุตบอล ใครจับได้ตามกติกา ก็เอาไปเลยฟุตบอลคนละลูก …เกมแบบนี้ทำเอากระจอกข่าวลุ้นแล้วลุ้นอีก

555 กระบวนการแถลงข่าวของคณะกรรมาธิการการกีฬาฯ เนี่ย..ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน สร้างความสนใจ และความสนุกตื่นเต้นให้สื่อมวลชนจริงๆ แบบนี้ต้องยกนิ้วโป้งให้เลย…

ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ขยับจ้อสื่อนอกหลายสำนัก หลังอยู่นิ่งๆ มานาน ทำให้หลายคนตีความไปว่าการขยับครั้งนี้มีนัย

แต่การหยั่งเชิงผ่านสื่อนอกคราวนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากจับลีลานายใหญ่คนนี้มาหลายปีจะรู้แนวทางและจังหวะการเผยแพร่สารผ่านสื่อเพื่อหยั่งกระแสและกำหนดเกม

แน่นอนว่า…การปะ-ฉะ-ดะเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตย การเพ่งเล็งคดีความของคนในแวดวงชินวัตรและการยึดอำนาจนั้น เป็นสิ่งที่ทักษิณและเครือข่ายพร้อมเขย่าให้เรื่องนี้ปะทุและขยายวงไปเรื่อยๆ

บางคนมองว่าทักษิณแบไต๋พร้อมคุยแบบกลายๆ โดยมีหลากเงื่อนไขในการเดินเกม หากทุกฝ่ายยินดี ทุกอย่างจะแฮปปี้ แต่บางคนที่รู้สไตล์ของทักษิณก็จะกระซิบดังๆ ให้สังคมพอได้ยินและตีความกันว่า “จะเชื่อคำพูดของทักษิณได้หรือ”

แต่อาจจะมีบางเรื่องที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ความฝันหนึ่งของนายใหญ่ที่ไม่ปรารถนาให้บังเกิดขึ้นนั้นคืออะไร

10 กว่าปีก่อนคนไทยเคยได้ยินว่า ทักษิณจะเป็นนายกฯ 20 ปีแล้วจะส่งไม้ให้คนรุ่นใหม่ จากนั้นจะผันตัวเป็นอาจารย์สอนหนังสือ และใฝ่ฝันว่าความดีงามที่ทำให้บ้านเมืองนั้น น่าจะทำให้สังคมยกย่องให้เป็น “บุรุษของแผ่นดิน” เพราะใครบางคนบนถนนการเมืองและตำแหน่ง สร.1 ในอดีต คือโมเดลที่ทักษิณใฝ่ฝันจะเดินตาม แต่บางสิ่งของโมเดลนั้น ทักษิณไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นกับชีวิต

วิษณุ เครืองาม เคยแนะนำหนังสือ “บันทึกวิเคราะห์และวิจารณ์ 16 นายกรัฐมนตรีไทย” ให้นายใหญ่อ่าน เมื่อช่วงปี 2548-2549 จนวันนี้ไม่รู้ว่าทักษิณอ่านและตีความตัวอักษรกับสิ่งที่บังเกิดกับตัวเองและครอบครัวแล้วหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่วันนี้และอนาคต ภาวะ “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” ระหว่างทักษิณและขั้วตรงข้ามจะยังคงสถานะนี้ไว้ จนกว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงวิถีของสองฝ่ายนี้ในภายภาคหน้า

Advertisements

โปรโมเตอร์ท่องเที่ยวอิหร่าน-เก้าอี้ที่เปี่ยมอำนาจ

Published February 15, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222377.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559
โปรโมเตอร์ท่องเที่ยวอิหร่าน-เก้าอี้ที่เปี่ยมอำนาจ

โปรโมเตอร์ท่องเที่ยวอิหร่าน-เก้าอี้ที่เปี่ยมอำนาจ : ล้วงตับการเมือง

            จุดพลุฉลองความสำเร็จให้กับผลการเยือนอิหร่านของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ในการนำคณะเจ้าหน้าที่พร้อมนักธุรกิจไปเจรจาการค้า และขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พันธุวิศวกรรม และการแพทย์ระหว่างไทย-อิหร่าน

งานนี้ ข้าวไทยได้เฮ!! เพราะสามารถจับมือภาคเอกชนผู้ส่งออกข้าวของไทยและผู้นำเข้าข้าวของอิหร่าน เซ็นเอ็มโอยูตกลงซื้อขายข้าว รวม 4 ฉบับ ปริมาณรวม 3 แสนตัน มูลค่าราว 4,300 ล้านบาท และยังขายยางได้ 2 หมื่นต้น มูลค่ารวม 900 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมออเดอร์ยางพาราธรรมชาติ และสินค้าไทยในรายการอื่นๆ อีกหลายประเภท

ว่าไปแล้ว ไทยนับเป็นประเทศที่สอง รองจากจีน บินไปเจรจาการค้ากับอิหร่านทันที หลังอิหร่านถูกยกเลิกแซงชั่นทางเศรษฐกิจ

ขณะที่อิหร่านก็อ้าแขนรับสวมกอดไทยทันที ชื่นมื่นแฮปปี้ถึงขีดสูงสุด ถึงขั้นรองประธานาธิบดีอิหร่านเอ่ยชมว่า การเดินทางมาของคณะรองฯ สมคิดแสดงให้เห็นมิตรภาพและสัมพันธ์ทางการทูตกว่า 61 ปี แม้ยามสุขหรือทุกข์ในช่วงที่ผ่านมา

ด้านรองฯ สมคิด ก็โปรยยาหอมใส่ พร้อมยินดีเป็น “โปรโมเตอร์การท่องเที่ยวให้อิหร่าน” ในไทย

ทางเจ้าบ้านได้ยินเช่นนี้ เลยปลื้มหนัก จัดทริปและบอดี้การ์ดเข้มให้ “รองฯ สมคิด” เดินดูงานทุกซอกทุกมุมของ “เอสฟาฮาน” เมืองโบราณของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก เพราะสวยไม่แพ้ หลายประเทศในยุโรปใต้

แต่ภาระหนักน่าจะตกอยู่กับกลุ่มนักธุรกิจไทย ต่างแพ้แรงเชียร์ รองฯ สมคิด “โปรโมเตอร์มือสมัครเล่น” โน้มน้าวใจให้ซื้อ “พรมเปอร์เซียร์” สินค้าโอท็อปของอิหร่าน เริ่มต้นสนนราคาต่อผืนเป็นหลักแสน ไล่เรียงไปถึงหลักล้านกว่าๆ ทำเอาเถ้าแก่ร่วมคณะบางคนบ่นอุบ “พรมเหาะได้ไหมนิ”
เก้าอี้ที่เปี่ยมอำนาจ

และแล้วผลการเลือกตั้งนายกฯ สมาคมลูกหนังเมืองไทยที่มีเรื่องวุ่นๆ มาหลายนาที ตอนนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้วว่า “บิ๊กอ๊อด” คว้าตำแหน่งประมุขลูกหนังสยามประเทศแล้ว ตอนนี้รอเพียงฟีฟ่าประทับตรารับรองเท่านั้น

แว่วมาว่า เก้าอี้นายกสมาคมตัวนี้บารมีไม่น้อยกว่าตำแหน่งใดๆ ในวงการการเมือง/ราชการ/ท้องถิ่นเลย เพราะเก้าอี้ตัวนี้กลายเป็นบัลลังก์ศักดิ์ศรี/อำนาจ/เงินตราที่ใครหลายคนถวิลหาและต้องการครอบครอง

ฉะนั้นภาพของ “ร่างทรง” ที่ใครหลายคนรู้กันภายในว่าเป็น “สายใดทางการเมือง” นั้น คนที่หย่อนบัตรลงแต้มให้นายกลูกหนังคราวนี้ย่อมทราบกันเป็นอย่างดี

แต่ร่างทรงครั้งนี้ไม่ใช่ร่างทรงที่ไร้อำนาจ เพราะคอนเนกชั่นทางการเมืองหลายสายทั่วทิศเมืองไทยต่างต่อสายไว้ล่วงหน้ากันแล้ว เพราะหลายสิ่งหลายอย่างของร่างทรงเชื่อมโยงกับขั้วอำนาจทางการเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้

ดี..ไม่ดี ร่างทรงจะเป็นตัวหลักในการเชื่อมคอนเนกชั่นทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ก็เป็นได้ เพราะกฎหมายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการปฏิรูปและปราบโกงในยุค คสช.และรอยต่อนั้น การใช้เงินซื้อเสียงเป็นไปได้ยาก ฉะนั้นการผันงบสนับสนุนทางการเมืองมาลงสนามหญ้าที่มีนักเตะไล่ล่าลูกหนังนั้น น่าจะสะดวกกว่า

หากยิ่งทำให้ฟุตบอลไทยโตแบบก้าวกระโดดและไปไกลนั้น คนในพื้นที่ย่อมยกนิ้วและหนุนทีมประจำจังหวัดแบบลืมตาย

ฉะนั้นทีมลูกหนังในพื้นที่มันคือแต้มต่อทางการเมืองที่ใครหลายคนในตอนนี้ยอมทุ่มทุนสร้างชนิดที่เรียกว่าเสียเท่าใดไม่ว่า แต่อย่าเสียหน้าเป็นพอ

การเข้าร่วมสังฆกรรมสมาคมลูกหนังเมืองไทยในช่วงนี้นั้น มันเป็นจุดเชื่อมกับการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นไปโดยปริยาย ดี..ไม่ดีคีย์แมนลูกหนังเมืองไทยในช่วงจากนี้ไปจะเข้ามาเป็นคีย์แมนของพรรคใหม่บางพรรคที่กำลังก่อหวอดตั้งตัวขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นฐานการเมืองของใครบางคนก็เป็นได้

‘กมธ.ยกร่างรธน.รียูเนี่ยน-คู่ดูโอ’

Published February 8, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160206/221893.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559
‘กมธ.ยกร่างรธน.รียูเนี่ยน-คู่ดูโอ’

‘กมธ.ยกร่างรธน.รียูเนี่ยน-คู่ดูโอ’ : ล้วงตับการเมือง

             หลังวันที่ลมหนาวพัดห่างจากเมืองกรุงไม่เท่าไร ก๊วน (อดีต) ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุด “อ.ปื๊ด” บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้ฤกษ์พบปะนัดหมาย ตามประสาคนทำงานใกล้ชิดเกือบ 1 ปี

บรรยากาศรียูเนี่ยนนั้น เป็นไปด้วยความสนุกสนาน กินข้าวกันไป อัพเดทชีวิต และความเป็นอยู่ หน้าที่การงาน เพราะบรรดาคนที่ร่วมงานล้วนมีบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่างกัน หลังจากพ้นตำแหน่ง “กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” อาทิ ยังเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และกลับไปเป็นอาจารย์ตามองค์กรวิชาการที่สังกัดเดิม รวมถึงกลับไปเป็นนักเคลื่อนไหว นักต่อสู้เพื่อภาคประชาชน

ขณะประเด็นที่ยกมาคุย แน่นอนว่าถูกจับตาว่าจะมีเนื้อหาอะไรเกี่ยวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับ

กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือไม่…? โดย ข่าววงในกระซิบบอก ว่า การพูดคุยเรื่องนั้นมีบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ถึงยกประเด็นถกกันแบบหน้าดำคร่ำเครียด หากเทียบกับช่วงที่ลงมือทำร่างรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ “อ.ปื๊ด” ที่ถูกจับตา เงี่ยหูฟังแบบลืมหายใจว่า เขาจะวิจารณ์อะไรบ้าง? ปรากฏว่า “เปล่าค่ะ…. ไม่มีแม้แต่แอะ…เดียว”

ก่อนจบบรรยากาศรียูเนี่ยน และอำลา มีช็อตเด็ดที่ต้องบันทึกไว้… คือ ช่วงที่ชาวคณะตกลงกันได้แล้วว่าจะเจอกันอีกเมื่อใด “ทูตกฤต ไกรจิตติ” เสนอให้นัดเจอกันเดือนละครั้งแทนต้องเว้นจังหวะไปไกล ทำให้ “อ.มานิจ สุขสมจิตร” ร้องขอให้รับรองญัตติ… ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือให้ ทำเอาบรรยากาศก่อนจบงาน ฮากันท้องคัดท้องแข็ง

แต่บทสรุปของการพบปะ (อีกครั้ง) คือ วันที่ 5 เมษายนนี้ ซึ่งเวลานั้นคือวันที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติคลอดออกมาอย่างสมบูรณ์แล้ว คงต้องมาเงี่ยหูฟังอีกครั้งว่า…จะมีบทสนทนาประเด็นร้อนหรือเปล่า

คู่ดูโอ

กลายเป็นคู่หูกันไปซะแล้ว สำหรับ “หมอเจตน์” นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ และ ทั่นยุทธนา ทัพเจริญ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือที่รู้จักกันในนาม “วิปสนช. ซึ่งทั้ง 2 คนมีหน้าที่หลักเป็นกระบอกเสียงแถลงผลการประชุมวิปสนช. ทุกๆ วันอังคาร เวลา 15.30 น.

ทุกๆ บ่ายวันอังคาร กระจอกข่าวก็จะยกทัพไปรอที่ห้องแถลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮอต ไม่ฮอต โฆษกทั้ง 2 ทั่น ก็ทำหน้าที่แบบไม่ขาดตกบกพร่อง มีการจัดสรรหน้าที่การแถลงกันอย่างชัดเจน หมอเจตน์จะมีหน้าที่แถลงเกี่ยวกับผลการประชุมเรื่องฮอตๆ ที่เป็นประเด็นทางการเมือง ที่ สนช.จะต้องถกแถลง ซึ่งมือเก๋ามากประสบการณ์อย่าง “หมอเจตน์” ไม่ต้องห่วงไม่มีพลาด ครบทุกประเด็น

ขณะที่ทั่น “ยุทธนา” ที่เป็น ”มือใหม่” ก็ถูกยกหน้าที่เป็นผู้แถลงข่าวเกี่ยวกับเนื้อหาสาระร่างกฎหมายที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสนช. แม้จะเป็นมือใหม่ แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะแถลงแบบรวดเดียวจบ

เมื่อถึงเวลาตามนัด โฆษกวิปสนช. ก็ลงมาที่ห้องแถลงข่าวพร้อมกัน เริ่มด้วย “พี่ใหญ่” หมอเจตน์ ตามด้วย ”น้องเล็ก” ทั่นยุทธนา

แต่…ก็มีหลายครั้งที่ไม่มา “ตามนัด” โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองร้อนๆที่เกี่ยวข้องกับ สนช. ซึ่งบางเรื่องจำเป็นต้องรอมติวิปสนช. บางสัปดาห์ก็ทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่า 16.00 น.

โดย “หมอเจตน์” จะเป็นผู้ที่อยู่รอมติวิป ส่วนทั่น “ยุทธนา” ก็จะลงมาตามเวลา เป็น “แนวหน้า” รับสื่อ แต่ก็มักจะออกอาการเขินๆ อาจเป็นเพราะ “คู่หู” ไม่อยู่เคียงข้าง และคงด้วยความเกรงใจสื่อที่ต้องให้รอนาน ก็มักจะออกตัวกับสื่อว่า “รอสักพัก นะครับ เด๋ว หมอเจตน์ ลงมา” แล้วก็โทรศัพท์เช็กตลอดเวลา พี่เสร็จหรือยังครับ สื่อมาพร้อมแล้วครับ แถมมองไปยังประตูห้องทุกครั้ง หวังว่าจะเห็น “พี่ใหญ่” เดินมาห้องแถลงข่าวเสียที พอเห็น “หมอเจตน์” เดินลงมา สีหน้าบ่งบอกเร้ย เฮ้อ “โล่งอก” จากนั้นทั้ง 2 โฆษกก็จะเริ่ม “จ้อ” ทันที

แหม…น้องๆ สื่อสภา ไม่ได้เป็นเสือ สิงห์ กระทิง แรด ซะหน่อย อย่าได้กล้วคร้า ทั่น “ยุทธนา”

พักยก – บรรยากาศช่วยได้หรือ?

Published February 2, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160130/221495.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2559
พักยก - บรรยากาศช่วยได้หรือ?

ล้วงตับการเมือง : พักยก – บรรยากาศช่วยได้หรือ? : โดย…สำนักข่าวเนชั่น

                      “เสี่ยต๋อง” หรือ สิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี ช่วงนี้กลายเป็น “ส.ว.ตกงาน” เพราะสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ”เสี่ยต๋อง” จึงใช้ช่วงเวลานี้ไปร่ำไปเรียนหลักสูตรของสถาบันต่างๆ ที่เปิดให้นักการเมือง นักธุรกิจ และอาชีพต่างๆ เข้าไปเรียน ซึ่ง “เสี่ยต๋อง” ก็ไม่พลาด ไปเรียนทุกที่ที่เขาเปิดสอน เรียนเกือบทุกหลักสูตร ทุกสำนัก ทำให้รู้จักเพื่อนร่วมรุ่นหลากหลายสาขาหลากหลายอายุ ไม่ว่า บิ๊กการเมือง บิ๊กนักธุรกิจ นักวิชาการ สื่อมวลชนฯ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อน “เสี่ยต๋อง” กันทั้งน้าน เป็นเพราะนิสัยดี พูดคุยรู้เรื่อง ประเภท ”ใจถึงพึ่งได้” ใครเดือดร้อนให้ช่วยเหลือ เอ่ยปากเมื่อไร “เสี่ยต๋อง” ไม่เคยขัด
                      นอกเหนือจากงานช่วยเหลือเพื่อนพ้องน้องพี่แล้ว “เสี่ยต๋อง” ก็ผุดไอเดียเริด เชิญชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เรียนหลักสูตรต่างๆ มาเยือนเมืองอุทัยธานี เพื่ออวดของดี “เมืองสะแกกรัง” ซะเลย
                      และไหนๆ ก็เปิดประตูบ้านให้ “แขก” แล้ว จะให้ไกด์คนอื่นมาแนะของดีบ้านตัวเองได้อย่างไร ไม่งั้นก็เสียชื่อ “เสี่ยต๋อง” ก็เลยกลายเป็น “ไกด์กิตติมศักดิ์” พาเพื่อนๆ ท่องเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ ในเมือง
                      แต่ที่เด็ดสุด ก็ตรงที่นำเพื่อนฝูงไปอุดหนุนสินค้าที่ศูนย์ผ้าทอลายโบราณบ้านผาทั่ง ซึ่ง “เสี่ยต๋อง” โฆษณาคุณภาพผ้าทอลายโบราณบ้านผาทั่ง ว่า ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร เพราะเป็นผ้าฝ้ายที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องสีสันสดใสของลวดลายที่ใช้วัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น ย้อมสีธรรมชาติ โดยได้รับการสืบทอดกันต่อๆ มา จากอดีตสู่รุ่นปัจจุบันกันมายาวนาน จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “แหล่งราชิินีผ้าฝ้าย” แถมยูเนสโกยังมอบรางวัลชนะเลิศ ”ผ้าทอลายโบราณ” เป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
                      โห…การันตีคุณภาพแบบนี้ สมคำคุยของ “เสี่ยต๋อง” จริงๆ เพราะพรรคพวกกระเป๋าหนักไม่รอช้าลงทุนควักกระเป๋าซื้อแบบไม่เกรงอกเกรงใจ ทำเอา “เสี่ยต๋อง” ยิ้มแป้นเลยเชียว สมกับการทำตัวเป็น “ไกด์จำเป็น” นำขบวนท่องเที่ยวของดีเมืองสะแกกรังจริงๆๆ
                      ทำดีแบบนี้ เจ๊ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา น่าจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้นะเนี่ย!!
————————-
บรรยากาศช่วยได้หรือ?
                      “เสข วรรณเมธี” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นชื่อว่า มีสไตล์การทำงานเป็นแบบฉบับเฉพาะตัว เน้นสร้างบรรยากาศเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างความรู้สึกครื้นเครง เป็นกันเองภายในกรมสารนิเทศ กระทรวงบัวแก้ว
                      นี่ล่าสุด ก็เพิ่งเก็บกล่องของขวัญ รื้อต้นคริสต์มาส ปลดป้ายสวัสดีปีใหม่ ใส่ห้องเก็บของไป นับจาก 2 สัปดาห์หลังปีใหม่ “ถือตามธรรมเนียมฝรั่ง” อย่างที่เจ้าตัวเคยลั่นวาจาไว้กับเจ้าหน้าที่ กต.ว่า ให้ค่อยๆ วอร์มอัพทำงานไป อย่าโหมหนัก จนเครื่องร้อน เดี๋ยวจะเป็นจุดเริ่มต้นของปี ว่า พวกเราต้องทำงานหนักตลอดเวลา
                      แต่ก็ไม่วาย ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เกิดเหตุไอเอสโจมตีทั้งที่อินโดนีเซีย ตุรกี บุกยึดโรงแรมในบูร์กินาฟาโซ เดินขบวนประท้วงตูนิเซีย ไล่เรียงไปถึงพายุหิมะที่วอชิงตัน ดีซี ทำให้ โฆษก กต.งานเข้าอย่างหนัก
                      นี่ยังไม่นับรวมแผนงานการเยือน รมว.กระทรวงบัวแก้ว ที่ต้องเคี่ยวเข็ญให้เป็นข่าวออกสื่อต่างๆ ตามประสงค์ของเบื้องบน
                      สงสัยจะเป็นไปตามที่โฆษก กต.พูดทีเล่นทีจริงไว้ หลังจากหมดเทศกาลวันเด็ก วันครูแล้ว จะยังคงสร้างบรรยากาศให้การทำงานต่อไป โดยเฉพาะ “เทศกาลตรุษจีน” จะพาข้าราชการในกรมไปเป็นเพื่อนแก้ชง เพราะใครได้มาเป็น “โฆษก กต.” แล้วเหมือน “ชงตลอดปี”
                      แถมหันมากำชับกับนักข่าวที่นั่งรอข่าวตาแป๋ว ว่า จะเขียนข่าวก็ให้ดีๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่า “ผมใส่เกียร์ว่าง”
————————-
(ล้วงตับการเมือง : พักยก – บรรยากาศช่วยได้หรือ? : โดย…สำนักข่าวเนชั่น)

‘บิ๊กตู่’ ไม่ปลื้ม บราวนี่ !! ‘บิ๊กต๊อก’ โชว์ฟิต

Published January 27, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160123/221098.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559
'บิ๊กตู่' ไม่ปลื้ม บราวนี่ !! 'บิ๊กต๊อก' โชว์ฟิต

ล้วงตับการเมือง : ‘บิ๊กตู่’ ไม่ปลื้ม บราวนี่ !! ‘บิ๊กต๊อก’ โชว์ฟิต : โดย…สำนักข่าวเนชั่น

                      “อาหารว่าง” ใครว่าไม่สำคัญ กรุณาคิดใหม่ซะด้วย เพราะมันอาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำคนนั่งหัวโต๊ะไม่สบอารมณ์กับอาหารว่างที่ไม่ถูกปากได้
                      เพราะมันเกิดขึ้นแล้วในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ที่ท่านนายกฯ ลุงตู่ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมด้วยตัวเอง ถามว่า อ้าว!! แล้วเขตเศรษฐกิจพิเศษมันเกี่ยวอะไรกับอาหารว่างตรงไหนหว่า
                      มันจะเกี่ยวก็ตรงที่กระจอกข่าวคนโสดไปสืบทราบมาจากแหล่งข่าวในที่ประชุมนะสิจ๊ะ ที่กระจอกข่าวคนโสดสอบถามแหล่งข่าวว่า ท่านนายกฯ มีความคิดเห็นยังไงบ้างเกี่ยวกับการประชุมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน พอใจไม่พอใจ เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ แหล่งข่าวที่น่ารักก็ทำหน้าจริงจังแล้วตอบว่า “วันนี้ท่านนายกฯ มีข้อคอมเมนท์ประเด็นใหญ่มาก” กระจอกข่าวทำหน้าสงสัย คิดว่าจะได้ประเด็นใหญ่พาดหัว จึงถามว่า “เรื่องอะไรเพราะอะไร” พร้อมกับท่าเตรียมพร้อมจดข้อมูลลงบนกระดาษเต็มที่
                      แหล่งข่าวที่น่ารักตอบว่า “ท่านนายกฯ บอกว่า นี่ ขนมในที่ประชุมวันนี้ไม่อร่อยที่สุดตั้งแต่มีการประชุมในปีนี้เลย กระจอกข่าวอุทานในใจ พุทโธ่!! แล้วขนมอะไรที่นายกฯ ไม่ปลื้ม ไม่อร่อยขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร ซึ่งแหล่งข่าวที่น่ารักเฉลยว่า “มันคือบราวนี่ และผักโขมอบชีส ที่ท่านนายกฯบอกบราวนี่มันแห้ง ทำให้ติดคอ”
                      กระจอกข่าวคนโสดจึงแอบไปสืบทราบจากคนใกล้ชิดท่านนายกฯ ลุงตู่ว่า ขนมว่างหรือคอฟฟี่เบรกที่ลุงตู่ชอบส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปทางขนมไทยซะมากกว่า จัดมาเถอะไม่ว่าจะเป็น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง ขนมชั้น ตะโก้ ที่ลื่นคอหน่อยๆ ไม่ใช่แห้งกรังเหมือนบราวนี่ที่ทำเอาหลังประชุมท่านนายกฯ เปลี่ยนไปเล็กน้อย ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยเสียงนุ่มๆ ทุ้มๆ โมโนโทน ผิดปกติกว่าทุกวัน
                      ดังนั้นเรื่องเล่า “ลุงตู่กับบราวนี่” นี้ จึงสอนให้รู้ว่า “ขนมว่าง” ไม่มีผลต่อผลประชุมที่ออกมา แต่เป็นบทเรียนให้รู้ว่า หน่วยงานไหนจะจัดขนมในวงประชุมต้องคิดให้หนักกว่าเดิมหน่อยนะจ๊ะ
———————–
“บิ๊กต๊อก” โชว์ฟิต
                      นับแต่เปิดศักราชใหม่ ใครที่มีนัดพบปะ “พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา” เจ้ากระทรวงตาชั่งในวันจันทร์ โปรดทราบ “บิ๊กต๊อก” กินมังสวิรัติเท่านั้น งดเนื้อสัตว์ทุกชนิดทุกประเภททุกวันจันทร์ และเคร่งครัดตลอดทั้ง 3 มื้อ บรรดาแขกเหรื่อกรุณาอย่าชวนกินอย่างอื่น
                      นอกจากนี้ “บิ๊กต๊อก” ยังโชว์ฟิตด้วยการงดใช้ลิฟต์ เดินขึ้นบันไดไปทำงานบนสำนักงานรัฐมนตรีชั้น 9 เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพและประหยัดพลังงานไฟฟ้าไปในตัว
                      ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าป๊ะหน้าใครที่ไหน จะเป็นข้าราชการหรือเป็นนักข่าวคนไหนร่างท้วมนิดๆ ลงพุงหน่อยๆ เป็นต้องเจอ….ท้าเดินขึ้นบันไดข้อหาน้ำหนักเกิน
                      แว่วเสียงกระซิบพร้อมเสียงถอนหายใจว่า “โชคยังดีนะ ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เป็นอาคารสูงแค่ 9 ชั้น นี่ถ้าเป็นสมัยกระทรวงยุติธรรมตั้งอยู่ที่ชั้น 38 ของอาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค นะ….มีหวังทีมงานรัฐมนตรีคงหืดจับ”
                      เอาเป็นว่า ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายระหว่างวัน “บิ๊กต๊อก” อนุญาตให้เลียนแบบ
———————–
(ล้วงตับการเมือง : ‘บิ๊กตู่’ ไม่ปลื้ม บราวนี่ !! ‘บิ๊กต๊อก’ โชว์ฟิต : โดย…สำนักข่าวเนชั่น)

‘หมูสามเด้ง-สสส.เกือบแย่!’

Published January 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160116/220635.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2559
‘หมูสามเด้ง-สสส.เกือบแย่!’

‘หมูสามเด้ง-สสส.เกือบแย่!’ : ล้วงตับการเมือง

            โดนถล่มมาหลายระลอกจนเป็นตำบลกระสุนตกข้ามปี สำหรับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จากคนยิงกระสุนไม่ใช่คนอื่นคนไกล “วิลาศ จันทร์พิทักษ์” อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตีพุ่งเป้าหลายโครงการในมือ “คุณชายสุขุมพันธุ์” จนทำให้ทีมงานฝ่ายการเมืองต้องสลับสับเปลี่ยนออกโรงมารับหน้าแทนคุณชายสุขุมพันธุ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้คนประชาธิปัตย์หมัดต่อหมัดแบบไร้เยื่อใย เรียกได้ว่า แรงมาแรงไป

ทว่า ทีมงาน กทม.จะออกมาชี้แจงยังไง้ยังไง ในโลกออนไลน์สำหรับการพูดถึง “คุณชายหมู” แล้ว ยังขึ้นเรตติ้งติดอันดับบุคคลที่ถูก “พูดถึง” ในทุกๆ เพจ ตั้งแต่เรื่องการป้องกันน้ำท่วม การดูแลคนตกท่อ โครงการไฟแห่งความสุข 39.5 ล้านบาท หรือกระทั่งกล้อง “ซีซีทีวี” ไม่มีประสิทธิภาพ ดีๆ ทั้งน้านนนนน

แต่เหมือนจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดขึ้นไปอีก เมื่อล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากไฟรั่วจากเสากล้องวงจรปิดของ กทม. บริเวณปากซอยพหลโยธิน 47 เรียกว่างานนี้ กทม.โดนเป็นสึนามิและอาฟเตอร์ช็อกถล่มการบริหารของคุณชายหมูแบบไม่ยั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เวลา กทม.ถูกข้อกล่าวหาต่างๆ อัดชิดกำแพง ก็จะมีทีมงานรองผู้ว่าฯ กทม. ทีมงานโฆษก ออกมาชี้แจงและตอบโต้ แต่เเว่วๆมาว่า หลังจากนี้ทีมงานฝ่ายการเมืองรุกคืบ จะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ให้คุณชายหมูซะใหม่ยกเซตไว้ว่า หากช่วงใด กทม.มีปมร้อนก็อาจจะเห็นคุณชายหมูนั่งโต๊ะแถลงข่าวด้วยตัวเอง

ก็เริ่มเห็นได้ชัดตั้งแต่ปมกล้อง “ซีซีทีวีมรณะ” เกิดขึ้น คุณชายหมูก็บรรเลงออกมาแถลงข่าวสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด หรือแม้แต่ล่าสุดในประเด็นราคายางพาราตกต่ำ คุณชายหมูก็อาศัยสถานการณ์ช่วงนี้สั่งการให้หน่วยงานของ กทม.ไปหาไอเดียใช้ยางพาราซ่อม-สร้างลานกีฬา ถนน และลู่จักรยานใหม่ เป็นการเปลี่ยนแผนจากรับเป็นรุกได้เร็ว เพราะงานนี้ได้ทั้งช่วยชาวเกษตรกร เอาใจรัฐบาลทหาร แถมได้เสียงชาวใต้ในคราวเดียวกันไปด้วย ก็เรียกได้ว่า พอเปลี่ยนยุทธศาสตร์ทั้งที ก็ได้ทีเดียว “สามเด้ง” ไปเลยเต็มๆ (อิอิ)

สสส.เกือบแย่!!

ใครจะไปคิด…ว่า การที่บ้านเรามีกฎ มีระเบียบ ห้ามนั่น ห้ามนี่ โดยเฉพาะเรื่อง “สุขภาวะ” จะกลายเป็นประเด็นร้อน

ร้อนซะจน “อรหันต์ด้านกฎหมาย” มีชัย ฤชุพันธุ์ ต้องระบายความระอุที่เหมือนเป็นไฟสุมอยู่ในใจ

สำหรับเรื่องร้อนที่ว่า มิใช่กรณีที่ทหารเข้าฮุกวงในปลดบอร์ด สสส. ทั้ง 7 คน นะจ๊ะ!!

แต่เป็นเรื่องที่ การฉายข้อมูลแบบเกินจริง โดยเฉพาะการนำภาพน่ากลัว ชวนขนพองสยองเกล้า แปะติดไว้ข้างซองซิกาแรต ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

เรื่องของเรื่อง ในบ่ายวันหนึ่งที่ฟ้าสดใส กลุ่มสื่อมวลชนที่เกาะติดทำข่าวร่างรัฐธรรมนูญ ที่ จ.เพชรบุรี ตั้งวงพูดคุยกับ “ซือแป๋มีชัย” ทั้งเรื่องร่างกฎหมายบ้าง เรื่องสัพเพเหระบ้าง ไปตามบรรยากาศ

พอถึงจังหวะหนึ่ง ท่านอาจารย์กล่าวถึงประเด็นซองสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่วางบนโต๊ะทรงกลม ว่า “ที่เอารูปใครไม่รู้มาติด ทั้งภาพคนถูกเจาะคอหอย หรือ เด็กน้อยตัวแคระแกร็น มีใครเคยบอกความจริงไหมว่า ภาพที่เกิดขึ้นเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่จริงหรือไม่ ผมเคยไปถามหมอที่สาธารณสุขคนหนึ่งว่า หากผมสูบบุหรี่แล้ว ผมจะเป็นอย่างในรูปที่แปะไว้ข้างซองบุหรี่จริงหรือ?… แต่เขาก็ให้คำตอบผมไม่ได้”

และคำตอบและผลที่ได้ ทำให้ “ซือแป๋มีชัย” ผุดไอเดียได้ประการหนึ่งว่า ผมอยากจะเขียนให้รัฐธรรมนูญให้โรงงานยาสูบเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริง อย่าทำอะไรเกินจริงอย่างภาพบนซองบุหรี่ อย่างเมืองนอกที่เขามีบุหรี่ขาย ก็ไม่เห็นต้องมีภาพน่ากลัว แค่เขียนข้างซองกำกับว่าบุหรี่เป็นภัยต่อสุขภาพ

ส่วนคนได้ฟัง ก็ลุกขึ้นตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่!! พร้อมอุทานเสียงหลง

แต่ก่อนที่คนฟังจะจินตนาการไปไกลต่อไหนถึงไหน

“อ.มีชัย” ยิ้มแบบฉบับผู้ใหญ่ใจดี พูดสรุปความในตอนจบว่า “ผมนี่เลิกซื้อบุหรี่ของไทย ซื้อของนอกดีกว่า สบายใจ”

แหม่… นึกว่า “สสส.จะแย่เสียแล้ว”

%d bloggers like this: