ร้านอาหาร

All posts tagged ร้านอาหาร

ร้านอาหารญี่ปุ่น โชยู ชัยชนะของความอร่อย

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528292

ร้านอาหารญี่ปุ่น โชยู ชัยชนะของความอร่อย

ร้านอาหารญี่ปุ่น โชยู เสิร์ฟเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ซาชิมิ สเต๊กกระทะร้อน ข้าวหน้าต่างๆ หรือจะเป็นเมนูแนวอิซากายะก็มีเสิร์ฟ โดยเน้นการคัดสรรวัตถุดิบแบบพรีเมียมและสดใหม่ ซึ่งโชคดีที่เรานัดแนะกันไปชิมในวันอังคาร อันเป็นวันที่จะมีวัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากตลาดปลาของญี่ปุ่นมาส่งพอดี ทำให้ได้ชิมของสดใหม่แบบเวรี่ๆ พรีเมียมกันเลยทีเดียว (ของจะเข้าทุกวันอังคารและศุกร์)

เรียกว่าเป็นร้านอาหารที่มาเบิกโรงและสร้างความคึกคักให้กับคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ อย่าง ลิตเติ้ล วอล์ก (Little Walk) ย่านบางนา-ตราดเลยก็ว่าได้ และตอนนี้ก็ยังสร้างความคึกคักให้มอลล์แห่งนี้ สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น โชยู (Shoyuu) ที่เสิร์ฟเมนูอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม สดใหม่ ในราคาและรสชาติน่าประทับใจ

ผู้จัดการร้านเล่าว่า ของสดใหม่ที่ว่า ก็คือวัตถุดิบตามฤดูกาล ที่ทางร้านโชยูคัดสรรมาเพื่อเอาใจลูกค้าสายกินโดยเฉพาะ บางครั้งก็มีการจัดแล่ปลาบลูฟินทูน่าตัวโตคับห้องอาหารโชว์ (ปกติจัดเดือนละครั้ง หรือแล้วแต่มีวัตถุดิบ) ซึ่งของสดใหม่ที่เข้ามาในวันอังคารกับวันศุกร์นั้น จะจัดแสดงเอาไว้ในเห็นชัดๆ ณ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ทำซูชิบริเวณด้านหน้า เข้ามาก็เจอก่อนเลย

ร้านตกแต่งแบบร่วมสมัยให้มีกลิ่นอายญี่ปุ่น เพื่อที่จะแสดงว่า ร้านนี้เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นแนวร่วมสมัย โลโก้รูปปลาคู่ อันหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ได้รับการประดับไว้ตามมุมต่างๆ ที่ออกแบบตกแต่งแบบเน้นความสบายและความอบอุ่น

ร้านประกอบไปด้วยที่นั่ง 3 โซนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ที่นั่งแบบบาร์ด้านหน้า สำหรับคนที่ชื่นชอบการชมเชฟทำอาหาร อย่างซูชิ ซาชิมิ หรือคนที่ต้องการมาลิ้มลองอาหารแบบโอมากาเสะ ถัดมาเป็นโซนใหญ่ คือที่นั่งแบบปกติมีให้เลือกหลากหลายมุมในโทนสีธรรมชาติ สีไม้ สไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

อีกโซนคือ ห้องส่วนตัว ที่เพิ่งจะรีโนเวตใหม่ให้ดูโดดเด่นกว่าเดิม มีบริการทั้งหมด 3 ห้อง รองรับห้องละ 6-8 ที่นั่ง โดยทั้ง 3 ห้องสามารถจัดให้เป็นห้องใหญ่ห้องเดียวได้ด้วย จุได้เกือบ 30 คนทีเดียวล่ะ

เดินชมโซนนั้นโซนนี้ ท้องชักร้องจ๊อกๆ สั่งอาหารเลยดีกว่า มาร้านอาหารญี่ปุ่นก็ต้องจัดปลาดิบ ซึ่งมีให้เลือกหลายเซตด้วยกัน ทั้งปลาดิบตามฤดูกาล 5 อย่าง (ราคา 1,450 บาท) ปลาดิบรวมพิเศษ 7 อย่าง (1,950 บาท) และปลาดิบรวมอย่างดี 9 อย่าง (2,450 บาท) สามารถเลือกได้ตามความต้องการ และปริมาณคนรับประทานได้เลย

สำหรับชุดใหญ่ จะเสิร์ฟมาพร้อมวัตถุดิบระดับพรีเมียมจริงๆ ทั้งปลาฮามาจิ, ปลาทูน่าส่วนต่างๆ (อากามิ, ชูโทโร, โอโทโร่, ไข่หอยเม่น, กุ้งโบตานาบิ, หอยเชลล์ และเติมวัตถุดิบสดใหม่ของวันที่เพิ่งเข้ามา อย่างปลาทูญี่ปุ่น เพิ่มทั้งความสวย และรสชาติ

ตามมาด้วยของดิบๆ กันอีกอย่าง เป็นรวมซูชิ โชยูเฮฟเว่น ที่เต็มไปด้วยข้าวปั้นขนาดกำลังดี พร้อมวัตถุดิบพรีเมียมประมาณกัน อ้อ… มาที่นี่นอกจาก วาซาบิสดๆ ที่เอาไว้ป้ายกินกับซูชิ ซาชิมิ แก้เลี่ยนแล้ว อย่าลืมสั่ง วาซาบิดอง มาลองลิ้มรสด้วย รับรองว่าจะฟินไปตามๆ กัน

มาเติมความสดชื่นกันต่อด้วย โชยูสลัด เมนูแนะนำที่ประกอบด้วย เห็ดชิเมจิ หมูคุโรบุตะสไลซ์ มาพร้อมกับสลัดปลอดสารพิษ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่น เริ่มชิมจานนี้ด้วยการเจาะไข่แดงที่โปะหน้ามา แล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว พร้อมรับประทาน

แนะนำอีกตัว เป็นเมนูเต้าหู้ต้มเนื้อสไตล์ฟูกุโอกะ เสิร์ฟมาในหม้อดินที่ช่วยรักษาความอบอุ่นได้ดี ลักษณะเหมือนซุปเต้าหู้ที่ใส่เนื้อ โดยทางร้านเลือกใช้เนื้อคาโกชิมาติดมัน เคี่ยวจนเปื่อย ควรรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ไม่อย่างนั้นจะได้รสชาติที่หวานและเค็มเกินไป หรือจะสั่งข้าวอบมันปูทาระบะ มีกินเคียงกันก็เข้าทีนะ

เมนูแนะนำยังไม่หมด ต้องไปเห็นว่า เมนูเขาเล่มใหญ่มาก ยังไม่รวมเมนูตามฤดูกาล เมนูเซตลันช์ (เสิร์ฟจันทร์-ศุกร์) และเมนูเครื่องดื่ม ดั้นด้นมาถึงย่านบางนาทั้งที ต้องลอง โชยูสเปเชียลโรล ด้วย ในโรลประกอบด้วย อโวคาโด ตับห่าน และแซลมอน และในแต่ละคำหลังจากหั่นเป็นชิ้นๆ แล้ว ยังแต่งหน้ามาด้วยซอสที่ให้รสชาติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นซอสไข่กุ้ง วาซาบิดอง ไข่ปลาแซลมอนมาโย หรือซอสเทริยากิ ฯลฯ

ทางร้านยังมีลูกเล่นเยอะแยะ อย่างเมนูแองเจลแฮร์ ที่นำเอาเส้นบางๆ สไตล์ญี่ปุ่น อย่างโซเมนกับอินานิวะ มาใส่ซอสพอนสึ โปะหน้าด้วยปลาดิบ อย่างแซลมอน ฮามาจิ หรืออากามิ เสิร์ฟแบบเย็นๆ อีกจานที่ทุกโต๊ะต้องสั่งสำหรับทุกคน คือบิ๊กชีท เป็นเนื้อคาโกชิมาแล่บางๆ โปะลงบนข้าวญี่ปุ่น ตามด้วยการทอร์ชให้มีกลิ่นหอม

ร้านอาหารญี่ปุ่น โชยู ตามชื่อแปลว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ รสชาติอาหาร ความสดใหม่ ถือว่าชนะเลิศจริงๆ แถมสายกินสายดื่มต้องอลังการตระการตากับไวน์ลิสต์ และสาเกลิสต์ ที่ไม่ค่อยเห็นร้านสแตนด์อะโลนของคนไทยมีให้เลือกหลากหลายแบบนี้เลย

ร้านตั้งอยู่ในโครงการลิตเติ้ล วอล์ก ถนนบางนา-ตราด (ทางเข้าอยู่ติดโรงพยาบาลไทยนครินทร์ เลยเซ็นทรัล บางนา ไปเล็กน้อย) เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-22.00 น. โทร. 08-9620-8888

 

นิทานหิ่งห้อย @ คิวซีน เดอ การ์เด้น บีเคเค

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/529317

นิทานหิ่งห้อย @ คิวซีน เดอ การ์เด้น บีเคเค

บรรยากาศร้านเริ่มต้นจากการรีโนเวตบ้านหลังเก่าซึ่งเคยเป็นแกลเลอรี่มาก่อน แล้วมาเพิ่มบรรยากาศของสวนเข้าไปด้วยการตกแต่งด้วยต้นไม้ฟอร์มเท่ รวมถึงการใช้กระจกเงาบานใหญ่ติดที่ข้างฝายิ่งสะท้อนภาพภายในอย่างมีมิติ กว้างขึ้นมาทันตา ที่สำคัญยังทำให้เห็นตัวร้านได้โดยรอบ ยิ่งได้แสงไฟสีนวลตายิ่งช่วยเสริมบรรยากาศให้เหมือนนั่งอยู่กลางสวนยามค่ำคืน

คิวซีน เดอ การ์เด้น บีเคเค (Cuisine de Garden BKK) ร้านอาหารกึ่งบาร์ที่เปิดสาขาแรกที่เชียงใหม่ มาตั้งแต่ปี 2011 ก่อนที่จะขยายสาขามาที่กรุงเทพฯ โดยตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 2 ที่ยังคงคอนเซ็ปต์เหมือนเดิมเอาไว้นั่นคือ Nature Inspired Cuisine หรืออาหารที่ผสมผสานหลากหลายเทคนิคการทำอาหารเข้าด้วยกัน โดยยึดหลักของธรรมชาตินั่นเอง

ด้านในสุดจัดให้เป็นบาร์ที่รายล้อมด้วยพื้นหินกรวด เข้าขากันดีกับเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำจากหินขัดล้างสีดำ และเพิ่มบรรยากาศด้วยไฟดวงเล็กๆ ระยิบระยับตาที่ปลายกิ่งไม้ เสมือนมีหิ่งห้อยตัวน้อยกำลังเริงร่า เชื่อมต่อกับสวนหลังร้านที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่เสมือนเป็นพื้นที่เดียวกัน

อย่างที่เกริ่นไว้อาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ผสมผสานกับวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยเข้ากับเทคนิคการทำอาหารแบบตะวันตก แม้หน้าตาจะทันสมัยชวนให้ค้นหา ทว่ายังมีกลิ่นอายความเป็นไทยที่คุ้นเคยทำให้เข้าถึงง่าย และเน้นเสิร์ฟแบบฟูลคอร์ส ไล่เป็นเรื่องราวเสมือนได้อ่านหนังสือหนึ่งเล่ม

ค่ำนี้เราเริ่มต้นที่ Soil ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพื้นดินอันอุดมสมบูรณ์ โดยการนำเนื้อทาร์ทาร์ส่วนเทนเดอร์ลอยน์ปรุงรสท็อปด้วยชาโคลกรานิต้า และผงผักแขยงผักของอีสาน ตามด้วยบีทรูททอดกรอบ ให้ความรู้สึกเย็นเหมือนหน้าหนาว พร้อมสัมผัสกลิ่นของผักแขยงที่เข้าขากันดีกับเนื้อทาร์ทาร์ และตัดเลี่ยนด้วยบีทรูททอดกรอบ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ต่อด้วย Nest เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ที่นำเสนอในรูปแบบของรังนก โดยนำไข่ไก่ออนเซนโดยทำให้สุกที่ความร้อนเหมาะสม จัดวางบนฟางที่ทำจากเส้นหมี่กรอบของข้าว ด้านล่างเป็นไก่ฉีกคลุกซอสไก่ โรยด้วยผงเห็ดพอร์ชินี เห็ดชิตาเกะ และน้ำมันทรัฟเฟิล เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าลิ้มลอง

ปิดท้ายด้วย Seacret เมนูความลับจากทะเล เริ่มจากนำฮอกไกโดสแกลลอปนำไปซูส์-วีด แล้วพันด้วยมะระหวานที่ให้กลิ่นอายของทะเล เสิร์ฟคู่กับสาหร่าย และยอดผักแม้ว ราดด้วยพอนซึซอสที่ผสมกับน้ำมันสาหร่าย จะให้ความสดชื่นและได้ความกรอบของมะระ

เครื่องดื่มของที่นี่จะเน้นไปที่ไวน์ ทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ที่เข้ากับคาแรกเตอร์ของอาหาร ในราคาที่สัมผัสได้ รวมถึงค็อกเทลสีสวย เริ่มจาก มะตูม ค็อกเทล ที่มีส่วนผสมของมะตูมไซรัปที่ทางร้านทำเอง จินโทนิค และท็อปด้วยผลมะตูมแห้งที่ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติ

ต่อด้วย จินโทนิค ที่ใช้ส้มสไลซ์ตากแห้งจนเห็นเทกซ์เจอร์ของส้ม พร้อมจินโทนิคที่ถูกดึงรสชาติด้วยส้ม ให้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติ

อาหารได้ที่ เครื่องดื่มเข้าท่า บรรยากาศเป็นใจ พร้อมทั้งยังกล่อมอารมณ์ด้วยดนตรีสไตล์แจ๊ซ ยิ่งทำให้ค่ำคืนนี้น่าจดจำ

คิวซีน เดอ การ์เด้น บีเคเค ซอยเอกมัย 2 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร. 06-1626-2816 Facebook.com/cuisinedegardenbkk

 

‘เฮือนเพ็ญ’ เชียงใหม่ อาหารเมืองรสจัดจ้าน

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 ธันวาคม 2560 เวลา 09:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/529464

'เฮือนเพ็ญ' เชียงใหม่ อาหารเมืองรสจัดจ้าน

โดย ยินดี ฤตวิรุฬห์

ลมหนาวพัดมาอีกแล้ว ขอพาไปลิ้มลองอาหารพื้นเมืองของชาวเหนือ ครานี้จะพาไปชิมร้านเฮือนเพ็ญ 2 ตั้งอยู่ที่หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นเส้นทางเดียวกับการเดินทางไปสนามบินเชียงใหม่ยามเร่งด่วน

หรือหากให้สบายใจว่าสามารถเดินทางกลับมาขึ้นเครื่องได้ทันเวลา แต่ไม่อยากพลาดการทานอาหารเหนือรสจัดจ้านก็ควรจะแวะไป หากไม่มั่นใจว่าจะเดินทางไปได้ถูก ให้ติดต่อไปที่โทร. 08-1882-1544

รุ่งอรุณ บุรุษพัฒน์ เจ้าของร้านเฮือนเพ็ญ สาขา 2 บอกว่า ต้นตำรับร้านอาหารเฮือนเพ็ญนั้น สืบทอดมาจากผู้เป็นแม่และเป็นต้นตำรับของตระกูล ซึ่งในเชียงใหม่มีเฮือนเพ็ญ 2 สาขา โดยสาขาแรกอยู่ในเมือง แต่เมื่อลูกค้าเพิ่มมากขึ้นตลอดจนมีปัญหาเรื่องที่จอดรถเลยมาเปิดสาขา 2

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

โดยนำบ้านซึ่งเป็นเรือนแบบทางเหนือ มี 3 ชั้น ทั้งชั้นใต้ดิน ชั้นเสมอผิวดิน และชั้น 2 บรรยากาศภายในร้านชวนให้น่านั่งและได้บรรยากาศล้านนาอย่างมากมาย

“ถือเป็นรุ่นที่ 2 แล้วเพราะรุ่นคุณแม่ขายมากว่า 40-50 ปีแล้ว และตอนนี้ก็มีลูกสาววัย 21 ปี มาเรียนรู้และคอยสืบทอดอยู่แล้ว”

สำหรับเมนูอาหารมีให้ลูกค้าได้เลือกมากมายแล้วแต่ความชอบ ตั้งแต่พื้นเมืองแท้ ที่ไม่ได้คุ้นปากหรือเมนูประจำที่เรารู้จัก เช่น น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง แคบหมู

แต่ในร้านนี้ มีตำขนุน เมนูที่ผู้เขียนชอบมากและจะต้องทานในร้านหรือในพื้นที่เท่านั้น เพราะไม่สามารถพกพากลับมาได้ เนื่องจากขนุนจะเป็นเมนูที่เสียง่าย

ตำขนุนร้านนี้ถือว่าใช้ได้ แต่ไม่เด็ดดวงเท่าที่เคยได้ลิ้มลองมา อีกเมนูคือ แกงแค เป็นแกงทางเหนือที่ใส่สารพัดผัก แปลกนิดที่ร้านนี้ใส่ฟักแม้วเข้าไปด้วย แต่ก็ดูดซับน้ำแกงได้ดีถือว่าอร่อย ส่วนเนื้อทุบย่างจิ้มแจ่วถือว่า แซ่บ!

ข้าวซอยไก่ในชาม (ใจจริงชอบทานข้าวซอยเนื้อ) แต่ด้วยแวะไปร้านในช่วงที่ยังเช้าหน่อย เนื้อยังเคี่ยวไม่เปื่อย จึงต้องทานข้าวซอยไก่ หากใส่ทุกอย่างให้ครบที่เป็นเครื่องเคียง พริกคั่วสีแดง แซ่บคร้าๆๆๆๆ

น้ำเงี้ยว ยังต้องรอในรอบถัดไป เพราะไปเช้าเกินไปรสชาติน้ำแกงยังไม่เข้าที่ ยังขายไม่ได้ (อด) อีกเช่นกัน

มาถึงเมนูลาบคั่วก็จะนัวๆ หอมๆ ด้วยหอมเจียว มะแขว่น สมุนไพรทางเหนือคั่ว มีพริกแดงทอดแซ่บมาก พร้อมโรยด้วยใบมะกรูดทอดกรอบ มีผักสดหอมด่วน (สะระแหน่) และมีผักแพว เป็นเครื่องเคียง… ชอบ

นิดหนึ่งร้านนี้หากใครไม่ชอบเค็มก็ขอมะนาว เพราะรสชาติอาหารหนัก หรือรสจัดเลยทีเดียว แถมได้ข้าวเหนียวห่อตอง แอ๊บนึ่ง ข้าวกั้นจิ้น น่าจะอิ่มสบายท้อง

จบเมนูของคาว ก็มีขนมหวานให้เลือกแล้วแต่จะชอบอะไรก็สั่งไป เพราะร้านเขามีครบทุกอย่าง

ปีใหม่นี้ หากใครไปเชียงใหม่ อยากชิมอาหารเมือง อยากซดน้ำแกงอ่อม อยากซดต้มแซ่บ หรือน้ำเงี้ยวก็แวะไปได้ค่ะ

 

ฉลองปีใหม่บนดาดฟ้า สุดโรแมนติก

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528299

ฉลองปีใหม่บนดาดฟ้า สุดโรแมนติก

ข้ามปีใหม่กับกาล่าดินเนอร์อาหาร 8 คอร์ส

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแป๊บเดียวก็จะต้องเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กันแล้ว ปีไก่ผ่านไป ปีจอกำลังจะเข้ามาแทนที่ ชีวิตเราก็อย่าไปคิดอะไรมาก วางแผนสังสรรค์เพิ่มความสุข สานความสัมพันธ์กับครอบครัวและคนที่เรารักดีกว่า
ปีใหม่นี้ขอชวนไปฉลองด้วยมื้อพิเศษ ที่ชั้นบนของยอดตึก 2 แบบ 2 สไตล์กัน…

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่บนชั้น 55 ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองหลวงได้รอบแบบ 360 องศา กับ “กาล่าดินเนอร์อาหาร 8 คอร์ส” รังสรรค์โดย เชฟคริสเตียน แฮม หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ชาวฝรั่งเศส ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการผสมผสานเทคนิคที่แตกต่างกันในแต่ละจาน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารผ่านเมนู โดยการใช้วัตถุดิบพรีเมียมนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก รังสรรค์เป็นเมนูแสนพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

เริ่มจาก Amuse Bouche ที่เชฟเลือกเสิร์ฟความหรูของคาเวียร์ออเซียสตร้า จากรัสเซีย 30 กรัม เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงสไตล์ดั้งเดิม พร้อมช็อดวอดก้าเบลูก้า

ตามมาด้วยคอร์สแรก หอยเชลล์จากฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมซอสครีมเห็ด, ต้นกระเทียม, ไขกระดูก, เห็ดอัลบาทรัฟเฟิลขาว ประกบคู่กับสลัดหัวขึ้นฉ่าย เสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์จากฮอกไกโดสด, เห็ดอัลบาทรัฟเฟิลขาว

คอร์สต่อมาเป็นตับเป็ดทอด เสิร์ฟพร้อมขนมปังขิง, กะหล่ำปลีม่วง และลูกแครนเบอร์รี่ ปะทะกับ นกกระทาสอดไส้ตับเป็ด เคลือบด้วยซอสมาเดียร่า, แยมแอบพริคอต 2 รสชาติของตับเป็ดในจานเดียว

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

จากนั้นเสิร์ฟพัฟพ์สอดไส้ล็อบสเตอร์จากบริตานี่, เนื้อคอลูกวัว, เห็ดรวม และคอนยัคมาร์แตล ล้างปากด้วยกรานิเต้มุมแชมเปญ แล้วมาถึงเมนคอร์ส ที่มีให้เลือกระหว่างเนื้อวัวสันในเกรดเอ 4 จากญี่ปุ่นย่าง หรือปลาเทอร์โบต์ทอด เสิร์ฟพร้อมมันบดสอดไส้เห็ดพอร์ชินี่, โรยหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟิลดำ

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง เป็นปาฟโลว่า มูสลูกเกาลัด เสิร์ฟพร้อมครีมสอดไส้ เมอร์แรง และลูกแบล็กเคอร์แรนต์

กาล่าดินเนอร์เซตเมนูอาหาร 8 คอร์ส ราคาท่านละ 15,555 บาท++ พร้อมรับแชมเปญ Mumm No.1 Pink 1 ขวดต่อคู่ วันที่ 31 ธ.ค.นี้ เริ่มเสิร์ฟตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป พร้อมรับสิทธิเข้างาน Grand Countdown Party at Red Sky Bar ฟรีโดยไม่เสียค่าเข้า รายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่ง โทร. 02-100-6255 หรืออีเมล : diningcgcw@chr.co.th

ส่งท้ายปีแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยดินเนอร์สุดหรู 7 คอร์ส ท่ามกลางวิวหรูระฟ้า

ห้องอาหารบลูสกายบาร์ แอนด์ไดนิ่ง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ สร้างความประทับใจส่งท้ายศักราช ในธีม “โกลว์ อิน บลูสกาย (Glow in Blue Sky)” ท่ามกลางวิวระฟ้าบนชั้น 24 ของโรงแรม ด้วยชุดเมนูอาหารค่ำ 7 คอร์ส รังสรรค์โดย เชฟคริสเตียน เวอเด็นเบิร์ก หัวหน้าพ่อครัวฝ่ายบริหาร ซึ่งได้ใช้ประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานคัดเฉพาะเมนูเด่น ปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นดีนำเข้าจากต่างประเทศ มาให้ลิ้มลองความอร่อยทั้ง 7 คอร์ส

เริ่มความอร่อยที่หอยนางรมฟินเดอแคลร์ เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์ ตามมาติดๆ กับเทอร์รีนตับห่าน เสิร์ฟพร้อมเจลลี่ส้มพอร์ทไวน์ ส้มโอ ซอสบัลซามิก และขนมปังถั่วพิสตาชิโอ คอร์สที่ 3 เป็น ซุปแชมเปญและบรีชีส เสิร์ฟพร้อมถั่ววอลนัทอบ องุ่น และน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล

คอร์ส 4 แสนสวยและสุดหรูกับหอยทากฝรั่งเศสผัด เสิร์ฟพร้อมมูสมันฝรั่ง ยอดผัก และพาร์สลี่ย์บด ล้างปากด้วยเชอร์เบตแอปเปิ้ลเขียวและอโลเวร่า ตามด้วยเมนคอร์สที่มีให้เลือกระหว่างเนื้อปลาเทอร์โบต์จากมหาสมุทรแอตแลนติก เสิร์ฟพร้อมซอสกุ้งและผัดเห็ดช็องเทอเรลล์ หรือคนที่ชอบรับประทานเนื้อ เลือกเนื้อสันนอกลูกวัวนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ อบอุณหภูมิต่ำ เสิร์ฟพร้อมซอสเมล็ดผักชี และผัดเห็ดช็องเทอเรลล์

ของหวาน เชฟเสิร์ฟ ครีมมูสช็อกโกแลตจากเมืองมาราไกโบ เสิร์ฟพร้อมโฟมมะพร้าว และสับปะรดแห้งหมักเหล้ารัม ปิดท้ายด้วยกาแฟหรือชา เสิร์ฟพร้อมมาการงและขนมชิ้นเล็กๆ

ดินเนอร์สุดหรู 7 คอร์สฉลองปีใหม่ เฉพาะมื้อค่ำ วันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค.นี้เท่านั้น ราคาท่านละ 5,500 บาท++ (ฟรี สปาร์คกลิ้งไวน์ 1 แก้ว) บริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่ง โทร. 02-541-1234 ต่อ 4151 หรืออีเมล : fb_office@chr.co.th

 

เจ๊ดการ์เด้น โดดเด่นอาหารจีน

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528298

เจ๊ดการ์เด้น โดดเด่นอาหารจีน

เจ๊ดการ์เด้น (Jade Garden) จัดได้ว่าเป็นภัตตาคารจีนที่มีความโดดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งร้านที่เป็นสไตล์จีนโบราณ สวยงามและให้บรรยากาศแบบจีนๆ

หน้าร้านมีโคมไฟสีแดง สัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคลและช่วยขับสิ่งเลวร้าย ห้อยระย้าเรียงรายลงมา ใต้โคมไฟนั้นจะเป็นน้ำพุ ตรงหน้าประตูทางเข้าร้านมีเสาสีแดงสองต้น สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงและความโชคดี ไม่ใช่เสาเปลือยเปล่า แต่เป็นเสามังกรสีทองพันรอบเสา ส่วนกระจกก็ลายมังกรทอง

ก่อนเข้าไปในร้านต้องผ่าน “ประตูสีเขียว” ทางร้านเลือกสีเขียวเพราะเป็นสีของหยกเป็นไปตามชื่อร้าน Jade Garden (สวนหยก) ซึ่งหยกนั้น ชาวจีนเชื่อกันว่าเป็นของวิเศษของเซียนผู้ทรงอำนาจอิทธิฤทธิ์ ที่สามารถบันดาลความโชคดี ความปลอดภัย และความสุข บ่งบอกว่าเจ้าของปรารถนาให้ทุกคนที่เข้ามาในร้านโชคดี ปลอดภัย และมีความสุข

ภายในร้านก็ตกแต่งสไตล์จีนโบราณ เน้นมังกรและลายฉลุไม้เป็นหลัง แม้แต่บันไดขึ้นชั้นสองโคมไฟสีแดงดูเหมือนในหนังจีนโรงเตี๊ยมไรแบบนั้น

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ความโดดเด่นที่ต้องโฟกัส ก็คืออาหารของเจ๊ดการ์เด้น มีความหลากหลายในเรื่องของเมนู คือมีทั้งอาหารจีนไหหลำ จีนกวางตุ้ง และจีนแต้จิ๋ว ถ้าส่วนประกอบส่วนใหญ่มีเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองและถั่วดำก็เป็นไหหลำ ส่วนกวางตุ้งมักใช้เทคนิคการปรุงเพื่อคงความสดใหม่ของอาหาร มีการใช้น้ำมันหอยและผักมาก อาหารก็เช่น ติ่มซำ หมูหัน เป็ดย่าง ขณะที่อาหารแต้จิ๋วคล้ายๆ จีนกวางตุ้งแต่เน้นทะเลมากกว่า และแน่นอนเจ๊ดการ์เด้นมีอาหารทะเลที่สดใหม่ไม่ว่ากุ้งหรือปลาจับมาสดๆ ตัวเป็นๆ

เมนูพระเอกของร้านที่มาแล้วต้องสั่งคือ “เป็ดปักกิ่ง” นอกจากอร่อยแล้วยังเป็นเมนูที่หลายคนมีความสุขกับการกิน คือต้องกินคู่กับเครื่องเคียงที่มีแผ่นแป้ง ผัก เป็ดปักกิ่ง และน้ำจิ้ม เวลากินต้องเอาแผ่นแป้งห่อเป็ดปักกิ่ง ผัก และราดด้วยน้ำจิ้มก่อน หนังเป็ดกรอบและมีความชุ่มของน้ำมันจากหนังเป็ด มีกลิ่นหอม น้ำจิ้มข้นกำลังดี

ช่วงนี้โปรโมชั่น จันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ 1 ตัว ราคา 333 บาท จากปกติ 690 บาท อ้อ…ราคาโปรโมชั่นนี้มา 1-5 คน ได้ 1 โปรโมชั่น ถ้ามา 6 ขึ้นไปถึง 10 คนก็จะได้อีก 1 โปรโมชั่น ติ่มซำของร้านก็อร่อยมีเฉพาะกลางวัน ช่วงนี้โปรโมชั่น ลด 30% จันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์เช่นกัน

ว่าแต่เวลาสั่งเป็ดปักกิ่งของเจ๊ดการ์เด้นจะไม่ได้มาเป็นตัวใหญ่ๆ พนักงานเสิร์ฟจะแล่เฉพาะหนังมาเสิร์ฟ ส่วนเนื้อเป็ดลูกค้าจะให้ทางร้านแล่เอากลับไปบ้านก็ได้ หรือจะให้เอาเนื้อเป็ดไปปรุงเมนูอื่นที่มีอยู่ 10 เมนู แต่สามารถทำได้ 2 เมนู และต้องจ่ายเพิ่มตามเมนูที่ร้านกำหนด เช่น บันเบอร์เกอร์เนื้อเป็ด 200 บาท บะหมี่คั่วเนื้อเป็ด 200 บาท เป็นต้น

เมนูหมูกรอบที่มาพร้อมหมูแดงก็ดีงาม มีทั้งมันทั้งเนื้อผสมกัน หนังกรอบกำลังดี ซอสน้ำจิ้มรสกลมกล่อมเต้าหู้ทอดคั่วพริกเกลือก็แปลกดี เต้าหูทอดที่ข้างนอกกรอบนิดๆ ส่วนข้างในเนื้อนุ่ม พริกเกลือสูตรทางร้านโดยเฉพาะ เป็นเต้าหู้คั่วเกลือก็จริงแต่รสชาติไม่เค็มเกินไป

ไรวินท์ ฟูวงศ์เจริญ ทายาทเจ้าของร้าน บอกว่า เจ๊ดการ์เด้นเปิดร้านมาตั้งแต่ปี 2523 โดยคุณย่าของเธอมีความสามารถในการทำอาหารจีนได้หลากหลาย และคุณพ่อของเธอได้รับการถ่ายทอดการทำอาหารมาจากคุณย่า พอคุณย่าเสียคุณพ่อก็สืบต่อกิจการมาจนถึงปัจจุบัน มีการพัฒนาและสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ตลอดเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกเพศทุกวัยและทุกสไตล์

“ทุกวันนี้เจ๊ดการ์เด้นขยายอีก 2 สาขา ได้แก่ ที่โครงการบีไฮฟ์ ไลฟ์สไตล์มอลล์ เมืองทองธานี ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยเปิดมาได้ 3 ปี อีกสาขาหนึ่งล่าสุดที่โครงการ The Jas Urban ศรีนครินทร์ เพิ่งเปิดมาได้ 4-5 เดือน เป็นร้านอาหารจีนที่ทุกคนเข้าถึงได้ อาหารอร่อย และราคาไม่แพง”

อยากกินอาหารจีนอร่อยๆ นึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหน แนะนำเจ๊ดการ์เด้น ซึ่งสาขาแรกนี้อยู่ติดถนนอรุณอมรินทร์ เลยเชิงสะพานพระราม 8 นิดนึง ตรงข้ามเจ้าพระยา 3 อาบอบนวด ร้านมี 2 ชั้น มีห้องโถงและห้องที่เป็นส่วนตัว สอบถามได้ที่โทร. 02-434-1914

 

จากยอดดอยสู่บ้านเรา

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528297

จากยอดดอยสู่บ้านเรา

จากยอดดอยสู่บ้านเรา มื้อเบาๆ กับวัตถุดิบจากโครงการหลวง ยำปลาเวียดนามกับข้าวเกรียบ

ครอบครัวของผู้เขียนมีร้านอาหารเวียดนามที่รับประทานประจำตั้งแต่เด็กจนเข้าวัย 40 ก็ยังไปรับประทานที่ร้านอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่คิดถึงอาหารเวียดนาม ตามไปกินตั้งแต่เป็นร้านเล็กๆ สาขาหนึ่งอยู่ตรงแจ้งวัฒนะ แต่สาขาที่ชอบที่สุดและรับรู้ได้ถึงความตั้งใจของคนทำอาหารคือ Le Dalat แถวสุขุมวิท

ทันทีที่รถเลี้ยวเข้ามาในร้าน เสมือนว่าหลุดเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง ความร่มรื่นของต้นไม้และความสวยงามของบ้านเก่าหลังคาสไตล์จีน ยิ่งเปิดประตูเข้าไปแล้วยิ่ง “อิน” เรียกว่าความรู้สึกก็เวียดนามแล้ว อาหารจะขนาดไหน

จานที่ชอบรับประทานที่สุดคือ ยำปลาเนื้อขาวที่ไม่มีที่ไหนเหมือน มีหัวหอมใหญ่รองก้นจาน รสชาติหวานเพราะเหมือนผ่านความร้อนนิดๆ ด้านบนเป็นปลาเนื้อขาวแล่มาบางๆ เหมือนไปนึ่งมามากกว่าลวก เพราะจากลักษณะชิ้นของเนื้อปลาที่แผ่อยู่บนหัวหอมใหญ่ เท่านั้นยังไม่พอความอร่อยของยำปลานอกจากรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็มกลมกล่อมดีแล้ว ยังได้รสของผักชีฝรั่งที่ซอยบางๆ มาแบบไม่อั้น กินคู่กับข้าวเกรียบกุ้งทอดใหม่ๆ ได้เนื้อสัมผัสที่ตัดกันช่วยเสริมให้จานนี้น่าสนใจ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ถ้าพูดถึงยำเวียดนามยังมีอีกร้านหนึ่งที่เด็ดไม่แพ้กัน ร้านตงกิ๋น-อันนัม แถวๆ ท่าเตียน เขามีอาหารจานยำเวียดนามหลากหลายเมนู จุดเด่นคือการสับ ซอย หั่นผักหลากหลายชนิดให้ลิ้นได้รับรสของสมุนไพรแตกต่างกันออกไปในยำจานเดียว เป็นเสน่ห์การกินยำที่เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ต้องขอลอกการบ้าน ที่สำคัญยำเวียดนามยังเสริมรสชาติให้จัดจ้านน่าอร่อยด้วยพริกไทยดำบดใหม่ๆ จนได้รสชาติแตกต่างจากยำทั่วๆ ไปที่ใช้พริกสดอร่อยจนยกนิ้วให้เจ้าของสูตรจริงๆ

ฉบับนี้ผู้เขียนขอนำเอาความอร่อยของยำเวียดนาม ที่ผู้เขียนชอบทั้งสองร้านมาดัดแปลงเป็นยำเบาๆ สร้างความสดชื่นให้กับการรับประทาน ดึงเอายำปลาเนื้อขาวสดๆ ลวกให้เด้งๆ สุกกำลังดี ยำแบบเปรี้ยว เค็มหวาน คู่กับหัวหอมใหญ่ซอย ผักชีฝรั่งซ่าๆ น้ำยำที่ว่ามีทั้งพริกสดซอยแล้วโรยด้วยพริกไทยดำ

ขาดไม่ได้ต้องกินคู่กับข้าวเกรียบ แต่เพื่อไม่ให้รสจัดจนเกินไป ขอเลือกเป็นข้าวเกรียบโครงการหลวง ตราดีอร่อย ที่มีให้เลือกถึง 3 รสชาติ สูตรแครอต สูตรฟักทองและสูตรเห็ดหอมที่เข้ากับยำจานนี้ของเราได้เป็นอย่างดี

 

แมคพาย คาเฟ่ มุมสบายในอ่อนนุช

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528296

แมคพาย คาเฟ่ มุมสบายในอ่อนนุช

หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองมาหย่อนตัวลงพักผ่อนในร้านอาหารเปิดใหม่คอนเซ็ปต์แสนเก๋ ในชื่อเท่ๆ ว่า แมคพาย (Magpie Cafe) ในย่านอ่อนนุช คาเฟ่นี้เกิดจากแรงบันดาลใจจากการเดินทาง และต้องการบอกเล่าประสบการณ์ผ่านอาหารและเครื่องดื่มของ นพปฎล พหลโยธิน ดีไซเนอร์เครื่องตกแต่งบ้านของจิม ทอมป์สัน ออกมาเป็นคาเฟ่ที่นำเสนอคอนเซ็ปต์โมเดิร์น แต่แฝงกลิ่นอายของวินเทจด้วยของประดับตกแต่งและสีสันที่ตัดกัน

ทันที่ได้เปิดประตูทางเข้าที่เหมือนจะแคบ แต่พบว่ายิ่งเดินลึกเข้าไปพื้นที่ของร้านจะค่อยๆ กว้างขึ้น อาจจะด้วยเพดานสูงโปร่งบวกกับคอนเซ็ปต์ของการแต่งร้านชั้นล่างจะเน้นสีเขียว-ขาว ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายตา แต่ไม่ทิ้งความคลาสสิกด้วยโต๊ะหินอ่อน เก้าอี้โซฟาบุด้วยผ้าสีเขียวและลายใบไม้ สะดุดตากับลวดลายเพนต์มือบริเวณผนัง ขณะอีกด้านหนึ่งเป็นกระจกเพิ่มความสว่างสดใสให้กับร้าน และร่มรื่นด้วยต้นไม้ ดอกไม้ ที่วางอยู่รอบๆ ร้าน ขณะที่ชั้นลอยเป็นมุมที่เงียบสงบ ใช้คอนเซ็ปต์การตกแต่งกึ่งร้านอาหารกึ่งเลานจ์ เลือกใช้สีสันที่ตัดกัน ใช้เหลี่ยมมุมเรขาคณิตสร้างความเท่และสุขุมให้พื้นที่ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจึงต้องมีความเก๋ที่พอดีกัน

ร้านอาหารน้องใหม่แห่งนี้ มีการทดสอบทดลองและฟังความคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อพัฒนาสูตรอาหารให้เข้าที่และดีที่สุด จึงมีการปรับเปลี่ยนจนลงตัว จากเดิมที่ตั้งใจจะเป็นเพียงร้านกาแฟ จึงเพิ่มเมนูอาหารเวสเทิร์นเข้ามา จากนั้นจึงเพิ่มอาหารไทย อาหารสไตล์โฮมมี่ฟิวชั่นและเบเกอรี่ที่ทำสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีกาแฟและชานำเข้าจากต่างประเทศ ที่โดดเด่นเพราะเจ้าของจะคัดเลือกมาจากประเทศที่เขาเดินทางไปถึง ซึ่งจะทำให้ชาที่นี่หมุนเวียนและแปลกใหม่มาให้คนรักชาได้เลือกดื่มกัน

มาถึงสูตรเมนูอาหารของที่นี่ จะมีทั้งอาหารที่รับประทานง่ายและเร็ว อย่างเมนูเส้นสปาเกตตี สลัด สเต๊ก ซึ่งเมนูที่โดดเด่นก็จะมีเมนูฟิวชั่นสุดครีเอท สปาเกตตี ข้าวซอย ที่ทางร้านนำเส้นไปคลุกกับเครื่องเทศจนเข้ากัน เสิร์ฟแบบขลุกขลิก จานเมนคอร์สที่น่าลิ้มลองอีกหนึ่งจาน คือ Salmon Steak เสิร์ฟคู่ซอสโหระพา จุดเด่นของจานนี้ก็นอกจากจะใช้ปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์แล้ว ยังใช้งาดำท็อปทั่วชิ้นปลา จากนั้นนำไปจี่จนงาดำติดกับเนื้อปลา และความสุกของเนื้อปลาชุ่มฉ่ำกำลังดี กินกับผักที่เสิร์ฟมาในจาน ทำให้ได้ทั้งรสเค็มติดปลายลิ้น แต่แฝงความหวานและฉ่ำจากเนื้อปลาและผัก

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ต่อมาเหมาะกับกลุ่มเพื่อนที่มาหลายคน Slow Roasted Ribs ซี่โครงหมูอบในซอสบาร์บีคิว เป็นจานหลักที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดจานหนึ่ง ด้วยซอสหมักกับซี่โครงที่ออกรสหวานนิดๆ นำไปอบจนเนื้อรุ่ยออกกระดูกอย่างง่ายดาย เสิร์ฟมาในเขียงไม้ขนาดใหญ่ เคียงมาด้วยมันฝรั่ง ข้าวโพดปิ้ง และเพิ่มความกลมกล่อมด้วยมะนาว

สำหรับใครที่อยากนั่งพักและผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มดีๆ แนะนำเซตชาร้อนที่เสิร์ฟมาพร้อมคุกกี้ ซึ่งเซตชามีให้เลือกหลากหลาย เพราะคัดสรรชาชั้นดีจากต่างประเทศ หมุนเวียนตามฤดูการเดินทางของเจ้าของร้าน รับประทานคู่กับเมนูขนมหวานและเบเกอรี่โฮมเมดที่ทางร้านล้วนทำสดใหม่ทุกวัน

แนะนำเมนูซิกเนเจอร์อย่างบานอฟฟี่รสหวานน้อยกำลังดี และเค้กแครอตที่เนื้อเค้กอัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จากถั่วนานาชนิด ทำให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มและกรุบกรับ หรือจะดื่มกาแฟเย็นรสชาตินุ่มนวลให้ความสดชื่นยามสายก็ได้เช่นกัน

สายสุขภาพ ก็มีสมูทตี้ที่ให้ความสดชื่นและดีต่อสุขภาพมาให้ได้ชิมด้วยเช่นกันกับแก้วที่ชื่อว่า Smoothie Detox ที่รวบรวมคุณประโยชน์ของผักโขมรวมกับกล้วยและมะม่วง เพิ่มความหวานจากธรรมชาติและส่งกลิ่นหอมจากเสาวรส เรียกว่าเมนูนี้ได้คุณค่าจากผักและความหวานจากผลไม้เสิร์ฟเย็นๆ ชื่นใจ

ร้านแมคพาย คาเฟ่ โดดเด่นอยู่หัวมุมถนนปากซอยอ่อนนุช 28 ถนนสุขุมวิท 77 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอ่อนนุช เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. (ร้านหยุดทุกวันจันทร์) โทร. 02-116-1670 หรือFacebook.com/magpiecafebkk

 

ทาโก้ จิตวิญญาณของเม็กซิกัน

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528295

ทาโก้ จิตวิญญาณของเม็กซิกัน

ทาโก้ (Taco) เป็นวัตถุดิบหลักของอาหารเม็กซิกัน ที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้แต่ละเมนูนั้นสนุกสนาน น่าสนใจ และเพิ่มความอร่อยล้ำได้มากยิ่งขึ้น

อันที่จริงแล้วทาโก้ทำจากข้าวโพดและแป้งสาลี บ้างก็จะเรียกว่าแป้งตอร์ตีญ่า (Tortilla) ที่เห็นกันจนคุ้นตาจะเป็นแป้งกรอบๆ แผ่นเล็กๆ ขนาดพอดีคำ หรือเท่ากับขนมเบื้องในบ้านเรา แล้วก็เพิ่มความพิเศษและแตกต่างจากการใส่เครื่องลงไป ไม่ว่าจะเป็นไก่ เนื้อ หมู ซีฟู้ด ไส้กรอก หรือแล้วแต่คนทำจะพลิกแพลงให้มันเป็นได้ 108 ทาโก้ก็ยังได้ ก่อนจะปรุงด้วยเครื่องเทศของเม็กซิกันต้นตำรับ

สิ่งที่มาเสริมทัพให้กับรสชาติอย่างมะเขือเทศ ข้าวโพด หอมแดง ผักชี กะหล่ำปลี หรืออโวคาโด บางครั้งนึกสนุกก็จับทุกอย่างใส่รวมกัน ก่อนปิดท้ายความอร่อยด้วยซอสสูตรพิเศษของเม็กซิกันต้นตำรับที่ให้รสชาติเผ็ดร้อน บางทีก็ใช้ซอสซัลซ่า และซาวครีม แล้วอย่าลืมเรียกหาความสดชื่นด้วยการบีบมะนาวลงไปเล็กน้อยแล้วคุณจะได้สัมผัสความอร่อยที่ไม่รู้ลืมทีเดียว

ต้นกำเนิดของทาโก้นั้นไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นว่าเป็นอาหารที่ชาวเม็กซิกันนิยมรับประทานกันมาตั้งแต่ต้นปี 1880 ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่มีใครรู้จักเท่าที่ควร แต่จะรู้จักกันดีในหมู่ของชนพื้นเมือง ในหลักฐานยังบ่งบอกอีกว่าผู้ริเริ่มทำทาโก้แรกๆ คือชนพื้นเมืองของเม็กซิโกอย่าง ชาวแอซเท็ค (Aztec) ชาวมายัน (Mayans) และชนพื้นเมืองชาวลาตินอเมริกา

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ในยุคเริ่มแรกชนพื้นเมืองเหล่านี้จะใช้หินแท่งกลมๆ ในการนวดแป้งจนเป็นแผ่นบางขนาดใหญ่ ก่อนที่จะพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงมาในภายหลัง จากนั้นก็จะนำไปปรุงเข้ากับเครื่องเทศอื่นๆ จนกลายเป็นของที่คู่สำรับอาหารเม็กซิกันในเวลาต่อมา

คำที่เรียกแป้งนี้ว่า ทาโก้ นั้น เริ่มต้นจากที่ชาวแอซเท็คเริ่มเรียกแป้งนี้ว่าทลาโก (Tlaco) ชื่อนี้ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เพี้ยนมาเป็นคำว่า ทาโก้ (Taco) ซึ่งทำให้เป็นที่คุ้นหูและเป็นภาษาที่เรียกง่ายสำหรับชาวยุโรป

หลังได้รับความนิยมแพร่หลายในประเทศเม็กซิโก ไม่นานนักก็เริ่มขยายออกไปนอกประเทศ โดยทาโก้นั้นเริ่มมาตีตลาดในยุโรปเมื่อหลายพันปีมาแล้ว โดยปรากฏในหนังสือพิมพ์ของสหรัฐในปี 1905 ทำให้เป็นที่แพร่หลายในสหรัฐ ก่อนจะขยายไปให้ชาวโลกได้รู้จักกัน

“ในความรู้สึกของผม ผมว่าทาโก้คือจิตวิญญาณของผู้คนชาวเม็กซิกัน ผมจำประวัติไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ดีคือผมเห็นและกินทาโก้มาตั้งแต่สมัยยังเด็ก มันเริ่มต้นมาจากข้าวโพด แล้วนำมาทำเป็นแป้งตอร์ตีญ่าแล้วนำมาใส่กับอะไรก็ได้ กินกับอะไรก็ได้ ก็เหมือนกับที่คนไทยกินข้าวจะกินกับอะไรก็ได้ ซึ่งแล้วแต่คนจะครีเอท จะใส่อะไรลงไป เป็นได้ทั้งเมนูหลัก และเมนูกินเล่น”

จิมมี่ โรจัส โลเปซ หนุ่มเม็กซิกันเจ้าของร้านทาโก เชล่า บาย มิคเคลเลอร์ ร้านอาหารเม็กซิกันบอกเล่าสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันที่มีต่อทาโก้ ถึงขั้นที่นำมาเป็นชื่อของร้าน

“แป้งทาโก้ของชาวเม็กซิกันจะมีหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีขาวที่ทำมาจากแป้งสาลี สีเขียวมาจากถั่ว แต่ต้นตำรับจริงๆ จะทำมาจากข้าวโพดหลากสายพันธุ์ และหลายสีสัน จะมีทั้งสีม่วง สีเหลือง สีเขียวสีขาว กระทั่งสีดำ ซึ่งสะท้อนให้เห้นถึงความสนุกสนานของคนเม็กซิกัน ส่วนไซส์จะมีด้วยกันหลากหลาย ตั้งแต่ไซส์ขนาดใหญ่ที่ทำกินกันที่บ้าน แต่ตามร้าน ตามสตรีทฟู้ดจะเป็นอันเล็กๆ”

วันนี้เราเริ่มต้นเมนูเม็กซิกันด้วยPork Alambre แป้งทาโก้ที่ยัดไส้ด้วยการผสมกันระหว่างแฮม เบคอน และก็หมูหมัก ร่วมกับพริกสามสีของเม็กซิกันนำมาผัดรวมกัน จากนั้นนำมาวางไว้บนแผ่นทาโก้ รสชาติกลมกล่อมถูกปากคนไทย หอมกลิ่นพริกไทย และออริกาโน่ รวมถึงเครื่องเทศแบบเม็กซิกัน

ต่อด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Beef steak จะเลือกใช้เฉพาะเนื้อแดงนำเข้าจากต่างประเทศนำไปย่าง แล้วเอามาหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ จากนั้นก็นำไปผัดกับเครื่องเทศเม็กซิกัน ไร้กลิ่นคาว ได้ความนุ่มของเนื้อย่าง รสชาติยิ่งถูกปากโดนใจ กินคู่กับซอสซัลซ่า สามารถเลือกกินได้ทั้งทาโก้แป้งข้าวโพด และทาโก้แป้งสาลีสีขาว เพิ่มชีสเข้าไปอีกหน่อยอร่อยชัวร์

เมนูต่อมา Pork Chorizoแป้งทาโก้ห่อไส้กรอกโชริโซ ผสมกับเนื้อหมูบด เพื่อเพิ่มรสชาติ และความสดชื่นควรบีบน้ำมะนาวลงไปสักหน่อย อร่อยอย่าบอกใคร

อีกเมนูสำหรับคนไม่กินหมู ไม่กินเนื้อ Fried Shrimp Taco แป้งทาโก้ห่อไส้ด้วยกุ้งลายเสือชุบแป้งทอดแบบกรอบๆ เสิร์ฟคู่กับซอสซัลซ่า เพิ่มความสดชื่นด้วยการบีบมะนาวเช่นกัน

ตบท้ายด้วย Pork Taco หมูสามชั้นตุ๋นกับเครื่องเทศ หั่นเป็นชิ้น วางบนแป้งทาโก้ เพิ่มลูกเล่นด้วยการหั่นสับปะรดเป็นชิ้นบางๆ ลงไป ยิ่งทำให้รสชาติชัดเจน

สัมผัสความสนุกสนาน และรสชาติความเป็นเม็กซิกันผ่านแป้งทาโก้ได้ที่ร้านทาโก เชล่า บาย มิคเคลเลอร์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ 1 เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-23.00 น. โทร. 06-5550-7828 FB : tacochelabkk

 

ผัดซีอิ๊วหมี่กรอบ กรุบๆ เพลินๆ

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 ธันวาคม 2560 เวลา 15:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528435

ผัดซีอิ๊วหมี่กรอบ กรุบๆ เพลินๆ

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ช่วงปลายปีแบบนี้หลายคนก็อาจกำลังเดินสายไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอยู่ หนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนมักจะไปกันก็คือ “ศาลเจ้าพ่อเสือ”

วันนี้เราจึงอยากแนะนำอาหารจานเด็ดที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับศาลเจ้าพ่อเสือ เผื่อไหว้เจ้าเสร็จ ท้องร้อง เดินไปไม่ไกลก็ได้อิ่มอร่อยทันที

ร้านที่ว่ามีชื่อว่า “ราดหน้ายอดผัก (สูตร 40 ปี)” สาขาศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่บนถนนตะนาว เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. ทุกวัน

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

หากเริ่มต้นจากศาลเจ้าพ่อเสือ การเดินทางไปร้านนี้ง่ายมากๆ ถ้าหันหน้าเข้าหาศาลเจ้าพ่อเสือ ร้านนี้ก็จะอยู่ทางซ้ายมือ เดินไปประมาณไม่เกิน 200 เมตร โดยจุดสังเกตก็คือจะผ่านทางเข้าแพร่งสรรพศาสตร์ก่อน แล้วอีกไม่ไกลก็จะถึงร้านแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ร้านนี้มีหลายสาขาอีกสาขาหนึ่งที่อยู่ใกล้จุดไหว้พระเช่นกันก็คือ สาขาบางขุนพรหม ตั้งอยู่ใต้สะพานพระราม 8 ไม่ไกลจากวัดเอี่ยมวรนุช ซึ่งเมนูก็เหมือนกับที่สาขาศาลเจ้าพ่อเสือ แต่จะเปิดช่วงเวลา 07.30-17.30 น.

สิ่งที่น่าสนใจของร้านราดหน้ายอดผัก (สูตร 40 ปี) นี้ ก็คือมีเมนูที่ร้านราดหน้าทั่วๆ ไป ไม่ค่อยมีขาย อย่างเช่น ผัดซีอิ๊วหมี่กรอบ โดยมีให้เลือกทั้งใส่หมู ทะเล หรือใครรักพี่เสียดายน้องก็รวมมิตรไปเลย ใส่ทั้งหมูและทะเล

หลายคนอาจจะคงเคยรับประทานเมนูเส้นหมี่ เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วอาจจะแปลกใจกับเมนูนี้ เพราะปกติก็เห็นแต่ร้านทั่วไปเอาหมี่กรอบมาทำราดหน้า แต่ไม่ค่อยเห็นร้านไหนทำเป็นผัดซีอิ๊ว แต่ร้านนี้มี ซึ่งก็ถือเป็นเมนูที่ลงตัว

เพราะเมื่อหมี่กรอบอันแสนกรอบถูกนำมาผัดซีอิ๊ว แล้วยังคงความกรอบอยู่ได้เราก็จะได้รับประทานหมี่ที่กรุบกรอบเพลินๆ คู่กับส่วนผสมต่างๆ ในผัดซีอิ๊ว ซึ่งก็จะได้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากหมี่กรอบที่คลุกเคล้าอยู่ในน้ำราดหน้า

ยิ่งถ้ารับประทานตอนร้อนๆ หลังจากที่ผัดซีอิ๊วหมี่กรอบมาเสิร์ฟตรงหน้า ก็จะยิ่งอิ่มเอมกับความกรอบได้ชัดเจนขึ้นไปอีก

หรือถ้าใครอยากรับประทานหมี่กรอบราดหน้าเหมือนเดิม ยังยืนหยัดรักในสัมผัสความกรุบกรอบผสมผสานกับความเหนียวนุ่มของราดหน้า หมี่กรอบราดหน้าที่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งถ้าใครชอบกินราดหน้าแบบใส่ไข่ที่นี่ก็มีให้เลือกเช่นกัน

นอกเหนือจากการไปรับประทานเองแล้ว หากเป็นที่สาขาศาลเจ้าพ่อเสือ ร้านนี้ยังเหมาะกับการพาเพื่อนชาวต่างชาติไปลิ้มลองอีกด้วย รับรองว่าเพื่อนไม่งง สั่งถูกแน่นอน เพราะที่ร้านจะติดรูปแต่ละเมนูเอาไว้ใหญ่มากตรงผนังของร้าน พร้อมกับมีหมายเลขเมนูกำกับ ไม่ต้องนึกให้ยากกว่าเมนูนี้จะต้องเรียกชื่อว่าอะไร แค่บอกตัวเลขเมนูก็เป็นอันจบ

แต่ถ้าเป็นสาขาบางขุนพรหม จะไม่มีรูปใหญ่ๆ และเลขรหัสเมนูไว้เหมือนเช่นที่สาขาศาลเจ้าพ่อเสือ

ทั้งนี้ หากใครเป็นคนรับประทานเท่าไรก็ไม่อิ่ม ไม่ต้องกลัวร้านนี้ไม่ได้มีแค่ผัดซีอิ๊ว หรือราดหน้าให้เราลิ้มลอง แต่ยังมีเมนูน่าสนใจอื่นๆ ให้เลือกรับประทานด้วยมากมาย เช่น หมูสะเต๊ะ หรือลูกชิ้นปิ้ง

เอาเป็นว่าใครมีโอกาสไปเดินสายไหว้พระย่านนั้น ก็อย่าลืมไปแวะลิ้มลองผัดซีอิ๊ว หรือราดหน้าที่ร้านนี้กัน โดยเฉพาะหมี่กรอบผัดซีอิ๊วไม่ควรพลาด

ทางที่ดี ถ้าอยากลองชิมหลายๆ เมนู แนะนำให้ไปกันเป็นแก๊งกับเพื่อนจะได้สั่งกันมาหลายๆ เมนู แล้วแบ่งกันกินเมนูละนิดหน่อย คราวนี้ก็จะได้กินอร่อย จุใจ

นอกจากนั้น ถ้าใครรับประทานหมี่กรอบผัดซีอิ๊วเพลินๆ แล้ว อยากมองหาของหวานลงท้องต่อ ย่านนั้นมีให้เลือกละลานตาจ้า หรือถ้ามองหาร้านกาแฟน่านั่ง พักท้องไส้เพลินๆ แถวนั้นก็มีเต็มไปหมดเช่นกัน ซึ่งล้วนแต่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับร้านราดหน้าแห่งนี้ทั้งสิ้น

 

วาฟเฟิล กรอบนอกนุ่มในสไตล์โฮมเมด

Published December 27, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 ธันวาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/528294

วาฟเฟิล กรอบนอกนุ่มในสไตล์โฮมเมด

คำว่า วาฟเฟิล (Waffle) ปรากฏในภาษาอังกฤษราวกลางศตวรรษที่ 17 เพื่ออธิบายถึง Wafel ขนมของชาวดัตช์ ซึ่งชาวดัตช์เองได้คำนี้มาจาก Walfre ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นขนมที่รู้จักกันมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 11 แต่หากสืบสาวราวเรื่องไปแล้ว วาฟเฟิลกำเนิดในโลกตั้งแต่ยุคกลาง ก่อนจะแพร่หลายในยุโรป โดยเฉพาะที่เบลเยียม ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกวันที่ 25 มี.ค. สวีเดนยกให้เป็นวันวาฟเฟิล และในสหรัฐ วันที่ 24 ส.ค. เรียกว่าเป็นวันวาฟเฟิลนานาชาติ

หนึ่งในอาหารยอดนิยมที่รู้จักแพร่หลายทั่วโลกคือ วาฟเฟิล (Waffle) ซึ่งหลายคนอาจจะรู้จักในฐานะอาหารเช้า ซึ่งคุณแม่บ้านสามารถตื่นเช้าแล้วลงมือทำพร้อมรอเสิร์ฟสมาชิกทุกคนในบ้านได้โดยไม่ยุ่งยากนัก แต่ต่อมาก็กลายเป็นของหวาน ของว่างที่เหมาะสำหรับทุกที่ทุกเวลา จากที่เคยเป็นแป้งวาฟเฟิลราดไซรัป น้ำตาล หรือเนย ก็เสริมแต่งสีสันให้แฟนซีน่ารับประทาน ตัวแป้งนั้นผสมแต่งกลิ่นรส พร้อมองค์ประกอบส่วนผสมตกแต่งหน้าตาต่างๆ มีทั้งเป็นของหวานและคาว จากที่เป็นอาหารโฮมเมดก็ถูกใส่ไว้ในเมนูของร้านอาหารทุกระดับ แม้กระทั่งร้านวาฟเฟิลโดยเฉพาะก็ยังมี

สำหรับที่กรุงเทพฯ วาฟเฟิลหารับประทานได้ทั่วไป และหนึ่งในวาฟเฟิลที่มีชื่อเสียงคนนิยมรับประทาน ต้องรวมวาฟเฟิลของ ออน เดอะ เทเบิ้ล ไว้ด้วย และวันนี้ สูตรเด็ดเคล็ด (ไม่ลับ) ของร้านนี้จะถูกนำมาเปิดเผยผ่าน On the Table Waffle Workshop โดยมี เชฟตั้ม หรือ จิรวัฒน์ เข็มแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ออน เดอะ เทเบิ้ล มาสาธิตและเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปทำวาฟเฟิลให้อร่อยเหมือนที่เสิร์ฟในร้าน

เอกลักษณ์ของวาฟเฟิล คือ พื้นผิวที่เกิดจากลายพิมพ์ของเตาอบหรือเครื่องทำวาฟเฟิลหรือเรียกว่า วาฟเฟิล ไอร์ออน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรังผึ้ง สำหรับวาฟเฟิลของ ออน เดอะ เทเบิ้ล รวมทั้งอาหารอื่นๆ ที่เสิร์ฟในร้านนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันเกิดจากการผสมผสานอาหารญี่ปุ่นเข้ากับอาหารตะวันตก สำหรับวาฟเฟิลนั้นความอร่อยโดนใจอยู่ที่ความหอม หวาน และต้องกรอบนอกนุ่มใน

ส่วนผสมที่สำคัญที่สุดในการทำวาฟเฟิลคือ แป้ง หากเตรียมแป้งไม่ดีไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้วาฟเฟิลไม่อร่อยเลยก็เป็นได้ จึงต้องพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มเตรียมแป้ง เพื่อเป้าหมายคือ ทำวาฟเฟิลที่กรอบนอกนุ่มใน

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

การทำวาฟเฟิลแสนอร่อย เริ่มต้นที่ขั้นตอนการผสมแป้ง ส่วนผสมชุดแรกในการผสมแป้งคือ ไข่สด ซึ่งต้องแยกไข่แดงไข่ขาวออกจากกัน แล้วนำไข่แดงมาตีผสมกับนม ใส่วานิลลาเอสเซนส์ไปด้วย ตีให้เข้ากัน ก่อนเติมน้ำตาล และเนยละลายขนให้เข้ากัน ได้ส่วนผสมที่เป็นของเหลวแล้ว ก็มาจัดการกับของแห้งคือ แป้งอเนกประสงค์ผสมผงฟูและเกลือ คนให้เข้ากัน ก่อนนำไปร่อนผ่านตะแกรง ลงในส่วนของเหลว ให้ทุกอย่างผสมเข้าด้วยกัน ตีอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เนื้อละเอียดเนียน และแป้งผสมไข่และนมที่ตีให้เข้ากันนี้เรียกว่า แบตเทอร์ (Batter) จากนั้นนำไข่ขาวมาตีให้ตั้งยอด แล้วนำส่วนที่สองมาตะล่อมผสมให้เข้ากันกับส่วนผสมแรก เพื่อให้แป้งเนื้อเบาและนุ่มฟู ก่อนจะนำแป้งที่ได้ไปแช่ตู้เย็นเก็บไว้ก่อน

อีกหนึ่งส่วนผสมที่ต้องเตรียมคือครีมชีสสูตรเด็ด โดยนำครีมชีสตีผสมกับน้ำเชื่อม วิปปิ้งครีม และนมข้น ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ก่อนใส่โยเกิร์ตลงไป ควรเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือหากอยากให้รสอื่นๆ ก็ต้องระวังว่าจะไปเพิ่มความหวานให้กับส่วนผสม ครีมชีสที่ได้ควรนำไปแช่เย็นไว้ก่อนจะนำมาตกแต่งจาน

เมื่อได้ส่วนผสมแล้ว ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การอบแป้ง เคล็ดไม่ลับคือ ควรวอร์มเตาให้ร้อนก่อน แล้วจึงค่อยๆ หยอดแป้งลงไป ใช้ไฟปานกลาง แป้งจะค่อยๆ สุก ทำให้กรอบนอกนุ่มใน

นำแป้งออกจากตู้แช่ ก่อนนำไปเทใส่ในเครื่องอบวาฟเฟิลซึ่งมีลักษณะเป็นพิมพ์ขนมอยู่ในตัว โดยเทแป้งลงกลางเครื่องก่อนจะปาดป้ายออกข้างๆ ให้เต็มพื้นที่ ใช้เวลาอบประมาณ 2.30 นาที ก่อนจะนำแป้งที่ได้ออกจากเตาไปวางพักในตะแกรง ให้ระบายความร้อน เพื่อที่แป้งจะได้กรอบ ถ้านำไปวางบนจานเลย จะทำให้แป้งอมความร้อนไว้ข้างใน แป้งจะไม่กรอบ

ขณะที่แป้งยังอุ่นๆ อยู่ก็นำมาตกแต่งได้ สำหรับสูตรของ ออน เดอะ เทเบิ้ล นั้นมีทั้งไอศกรีม สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่วิปครีม ครัมเบิ้ล (คุกกี้ที่ถูกนำมาบดเป็นชิ้นเล็กๆ) ซอสผลไม้อย่างเช่น มิกซ์เบอร์รี่ ตลอดทั้งมีใบมินต์ ใบไธม์ ฯลฯ มาตกแต่งให้สวยงาม

สิ่งสำคัญที่ทำให้วาฟเฟิลอร่อยคือ การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพและสดใหม่ สำหรับที่ ออน เดอะ เทเบิ้ล มีเสิร์ฟวาฟเฟิล 4 อย่าง คือ วาฟเฟิลฟรุตตี้ วาฟเฟิลบานาน่าช็อกโกแลต วาฟเฟิลชีสชาเขียว และวาฟเฟิลชีสมิกซ์เบอร์รี่

ซอสที่เสิร์ฟคู่กับวาฟเฟิล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสูตรเฉพาะของ ออน เดอะ เทเบิ้ล ไม่ว่าจะเป็นชีสซอส ที่เสิร์ฟคู่กับวาฟเฟิลชีสชาเขียว เรดเบอร์รี่ซอส ที่เสิร์ฟคู่กับวาฟเฟิลฟรุตตี้ เพิ่มรสชาติเปรี้ยวของผลไม้ตัดกับความหวานของไอศกรีม

ติดตามข่าวสารของ ออน เดอะเทเบิ้ล ได้ที่ facebook.com/OntheTableTokyoCafe หรือ instagram.com/onthetabletokyocafe และ Line : @onthetable

สูตรวาฟเฟิลที่เชฟของ ออน เดอะ เทเบิ้ล นำมาเปิดเผยนี้ ไม่ยากเลย สามารถนำมาปรับให้สมาชิกในบ้านช่วยกันทำ เพื่อสร้างสรรค์เวลาดีๆ อันแสนอบอุ่นในครอบครัวได้ แต่ถ้าไม่อยากยุ่งยากหาเครื่องปรุงส่วนผสม หรือลองแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่ต้องเศร้าใจ ยกพลพรรคไปที่ร้านได้เลย

 

%d bloggers like this: