รอบโลก

All posts tagged รอบโลก

ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยโปลิโอรายที่สอง

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601327

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 16:56 น.

ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยโปลิโอรายที่สอง

ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยโปลิโอรายที่สองของประเทศในรอบ 19 ปี เป็นเด็กวัย 5 ขวบ หวั่นกลับมาระบาดอีกครั้ง

สื่อท้องถิ่นฟิลิปปินส์รายงานว่า สำนักสาธารณสุขได้ยืนยันการพบผู้ป่วยโรคโปลิโอเป็นรายที่สอง เป็นเด็กชายวัย 5 ขวบ ในจังหวัดลากูนา บนเกาะลูซอน หลังจากเมื่อวานนี้ทางการได้ยืนยันว่าพบเด็กป่วยเป็นโรคโปลิโอรายแรกของประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี

รายงานระบุว่าเด็กชายรายนี้มีภาวะ ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือภูมิต้านทานต่่ำ “Immunocompromised” อยู่แล้ว อีกทั้งเผชิญกับการเจ็บป่วยโรคในเด็กอยู่แล้วหลายโรคขณะติดเชื้อไวรัสโปลิโอ

โดยเด็กชายรายนี้ยังคงเดินได้แม้จะเริ่มประสบภาวะอัมพาตตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้สาธารณสุขฟิลิปปินส์ได้แยกเด็กคนดังกล่าวออกจากผู้ป่วยทั่วไปในโรงพยาบาล และอยู่ภายใต้การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

เมื่อวานนี้ (19 ก.ย.) ทางการฟิลิปปินส์และองค์การอนามัยโลกได้เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยโรคโปลิโอในฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกที่จังหวัดดลาเนาเดลซูร์ ทางใต้ของประเทศ

นอกจากนี้ยังพบว่ามีเชื้อโปลิโอในระบบระบายน้ำทิ้งของกรุงมะนิลา รวมถึงเส้นทางน้ำของเมืองดาเวา เมืองใหญ่ทางใต้ของประเทศด้วย ส่งผลให้ทางการหวั่นว่าโรคดังกล่าวซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนจะกลับมาระบาดอีกครั้ง

ข่าวการพบผู้ป่วยโปลิโอครั้งแรกในรอบ 19 ปีนี้ มีขึ้นหลังจากที่ฟิลิปปินส์พบการระบาดของโรคหัดและไข้เลือดออกช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตนับพันราย ทางการระบุว่า เหตุหนึ่งเนื่องจากผู้ปกครองจำนวนมากไม่พาบุตรหลายของตนไปรับวัคซีนเนื่องจากความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับวัคซีน

ภาพ : AFP

Advertisements

นิสสันยุติผลิตรถในอินโดนีเซีย

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601316

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 16:11 น.

นิสสันยุติผลิตรถในอินโดนีเซีย

นิสสันปิดโรงงานในอินโดฯ หยุดสายพานผลิตรถยนต์แบรนด์นิสสันป้อนตลาดอิเหนา

สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในของบริษัทนิสสัน มอเตอร์ ระบุว่า ทางบริษัทได้ปิดโรงงาน 1 ใน 2 แห่งในประเทศอินโดนีเซียตั้งแต่ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และได้ยุติสายพานการผลิตรถยนต์แบรนด์นิสสันในอินโดนีเซียแล้ว

จากการเปิดเผยของสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซียระบุว่า นิสสันได้ยุติสายพานการผลิตแบรนด์รถยนต์ของตนเองในอินโดนีเซียตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนรถยนต์รุ่น Livina ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นล่าสุดที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้นั้น ได้โอนการผลิตให้กับบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ เป็นผู้ผลิตแทนแล้วเนื่องจากรถรุ่นดังกล่าวมีแพลตฟอร์มเดียวกับรุ่น Mitsubishi Xpander

สำหรับนิสสันมีโรงงานประกอบรถยนต์ในอินโดฯสองโรง ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมKota Bukit Indah จังหวัดชวาตะวันตกห่างไปทางตะวันออกของกรุงจาการ์ต้า 65 กิโลเมตร

จากข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซีย เผยว่ายอดขายรถยนต์แบรดน์นิสันในปี 2018 อยู่ที่ 3,468 คัน ลดลงถึง 70% หากเทียบกับยอดขายปีก่อน หน้าคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.3 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ

การปิดโรงงานหนึ่งในสองแห่งนี้ จะส่งผลให้โรงงานที่เหลือยังคงผลิตรถยนต์แบรนด์ดัทสันแทนซึ่งเป็นยี่ห้อทางเลือกสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ มียอดจำหน่ายลดลงเช่นกัน โดยระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายนปีนี้มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,596 คัน ร่วงลง 72% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการจากทางนิสสัน มีเพียงคำกล่าวของประธานนิสสันมอเตอร์ประจำอินโดนีเซียโดยระบุเพียงว่า แผนดังกล่าวเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและปรับโครงสร้างการดำเนินงาน

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา นิสสันเพิ่งประกาศปรับลดขนาดองค์กรทั่วโลก ด้วยการปลดพนักงาน 12,500 ตำแหน่งในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งแผนดังกล่าวรวมถึงการปรับลดพนักงาน 6,400 ตำแหน่งภายในเดือนมี.ค.2020 ที่ฐานการผลิตทั้ง 8 แห่งทั่วโลกรวมถึงในอินโดนีเซียด้วย

แฟ้มภาพ : AFP

ยาเสียสาว ถึงจะไร้สี ไร้กลิ่น ก็ยังตรวจได้

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601306

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 15:00 น.

ยาเสียสาว ถึงจะไร้สี ไร้กลิ่น ก็ยังตรวจได้

ชี้เป้าอุปกรณ์ตรวจยาเสียสาวที่ใช้ได้จริง

ช่วงนี้ “ยาเสียสาว” เป็นที่พูดถึงกันเป็นวงกว้างอีกครั้งในเมืองไทย หลังจากการเสียชีวิตของพริตตี้รายหนึ่งที่มีการตั้งข้อสงสัยกันว่าถูกวางยาเสียสาว และกรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้นทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์หรือแม้แต่คนคนทั่วไปพากันคิดค้นอุปกรณ์ที่จะช่วยตรวจสอบยาอันตรายในเครื่องดื่มออกมามากมาย ที่น่าสนใจดังนี้

เซ็นเซอร์

เฟร์นานโด  พาโตลสกี และไมเคิล ลอฟเฟ สิงนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟของอิสราเอล ช่วยกันคิดค้นเซ็นเซอร์รูปร่างคล้ายหลอดหรือที่คนเครื่องดื่มชิ้นเล็กๆ ที่เพียงแค่นำไปคนในเครื่องดื่มเพื่อให้อุปกรณ์ดูดเครื่องดื่มเข้าไปผสมกับสารเคมีทดสอบ หากอุปกรณ์เปลี่ยนสีแปลว่าเครื่องดื่มนั้นๆ มียาอันตรายผสมอยู่ เจ้าเซ็นเซอร์เล็กๆ นี้สามารถทดสอบยา GHB หรือแกมมา ไฮดรอกซีบิวทิริก แอซิด และเคตามีนซึ่งเป็นสารเคมีไร้กลิ่นไร้สีได้ถูกต้องแม่นยำ 100%

 

 

ริสต์แบนด์

คิม ไอเซนแมนน์ สาวเยอรมนีวีย 25 ปีคิดค้นริสต์แบนด์ Xantus Drinkcheck Band ขึ้นมาหลังจากที่คนรู้จักของเธอถูกมอมยาเพื่อทำมิดีมิร้าย โดยวิธีใช้ริสแบนด์ทดสอบก็แสนง่าย เพียงคนเครื่องดื่มแล้วนำไปหยดลงบนจุดทดสอบบนริสต์แบนด์แล้วรอ 2 นาที หากจุดทดสอบเปลี่ยนเป็นสีฟ้าแสดงว่าเครื่องดื่มนั้นไม่ปลอดภัย

 

 

ชุดตรวจ

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว นักศึกษามหาวิทยาลัย  North Carolina State 4 คนปิ๊งไอเดียยาทาเล็บตรวจจับยาเสียสาวในเครื่องดื่มที่ได้รับความสนในจากทั้งสื่อมวลชนและบรรดานักศึกษามหาวิทยาลัย แต่หลังเปิดตัวได้สักพักก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นชุดตรวจชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณเหรียญสิบบาท คล้ายกับชุดตรวจการตั้งครรภ์แบบย่อส่วน ชื่อว่า SipChip เพื่อให้ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และยังมีหลักการใช้งานเหมือนชุดตรวจการตั้งครรภ์ หากหยดเครื่องดื่มแล้วขึ้น 1 ขีด แปลว่าเครื่องดื่มมียาเสียสาว ขึ้น 2 ขีด แปลว่าปลอดภัย

ไต้หวันตัดสัมพันธ์การทูตหมู่เกาะคิริบาส

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601303

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 14:29 น.

ไต้หวันตัดสัมพันธ์การทูตหมู่เกาะคิริบาส

สาธารณรัฐคิริบาสเป็นอีกหนึ่งชาติที่”ย้ายข้าง”ทิ้งไต้หวัน หันไปซบจีนตามหลังหมู่เกาะโซโลมอน

สื่อไต้หวันรายงานว่า ในวันนี้ (20 ก.ย.) รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันนายโจเซฟ หวู่ ประกาศว่าไต้หวันได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับหมู่เกาะคิริบาส หรือ สาธารณรัฐคิริบาส แล้ว หลังประเทศแห่งนี้ตัดสินใจ”ย้ายข้าง”หันไปหารัฐบาลจีนปักกิ่ง

การประกาศตัดสัมพันธ์กับคิริบาสครั้งนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ก่อนหน้านี้ไต้หวันได้ตัดความสัมพันธ์หมู่เกาะโซโลมอน หลังโซโลมอนย้ายข้างไปหารัฐบาลจีนปักกิ่งแทน

นายหวู่ กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างแถลงข่าวว่า “ไต้หวันรู้สึกเสียใจและประณามอย่างยิ่งที่คิริบาสไม่ใหความสนใจมิตรภาพและความช่วยเหลือตลอดหลายปีของเราโดยรัฐบาลไต้หวัน” พร้อมกันนี้ไต้หวันเตรียมปิดทำการสถานทูตในกรุงตาราวาด้วย

การตัดความสัมพันธ์ดังกล่าวส่งผลให้ไต้หวันเหลือประเทศพันธมิตรที่รับรองสถานะความเป็น”ประเทศ”ของไต้หวันเพียง 15 ชาติทำนั้น

ก่อนหน้านี้ในการแถลงข่าวตัดความสัมพันธ์กับหมู่เกาะโซโลมอน ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวันได้กล่าวประณามรัฐบาลปักกิ่งว่าใช้วิธี “การทูตแบงก์ดอลลาร์” ซื้อพันธมิตรให้หมู่เกาะโซโลมอนย้ายข้างเป็นพวกตน

สำหรับประเทศคิริบาส มีชื่อเป็นทางการว่า สาธารณรัฐคิริบาส เป็นชาติเกาะที่ตั้งในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง ประกอบไปด้วยหมู่เกาะจำนวน 33 แห่งกระจายกินพื้นที่ราว 3,500,000 ตารางกิโลเมตร ปกครองด้วยระบอบประธานาธิบดี และมีจำนวนประชากรเบาบางเพียง 1 แสนคน

อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวยังมีคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลคิริบาส แต่มีรายงานข่าวผ่านทางวิทยุในนิวซีแลนด์ว่ารัฐบาลคิริบาสเตรียมออกแถลงการณ์ยุติความสัมพันธ์กับไต้หวันในวันศุกร์นี้

แฟ้มภาพ : AFP

จับตาชาวเน็ตรวมพล นัดพิสูจน์เอเลี่ยนแอเรีย 51

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601292

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 13:21 น.

จับตาชาวเน็ตรวมพล นัดพิสูจน์เอเลี่ยนแอเรีย 51

จากแคมเปญขำๆในเฟซบุ๊ก นำไปสู่การนัดรวมพลจริงๆของกลุ่มผู้เชื่อเรื่องเอเลี่ยนใกล้ฐานแอเรีย 51 วันที่ 20 ก.ย. นี้

สื่อในสหรัฐรายงานว่า จากแคมเปญ “Storm Area 51” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ตั้งขึ้นในเฟซบุ๊กถึงการนัดรวมพลของผู้ที่เคลือบแคลงเพื่อพิสูจน์ประเด็นความลับเกี่ยวกับฐานแอเรีย 51 อันเลื่องชื่อกลางทะเลทรายเนวาด้า โดยกิจกรรมดังกล่าวกำหนดวันนัดรวมพลในวันที่ 20 กันยายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ

แม้ว่าภายหลังผู้ตั้งแคมเปญดังกล่าวจะออกมายอมรับว่ากิจกรรมนี้ตั้งขึ้นเพื่อความตลก แต่แคมเปญดังกล่าวก็ได้รับความสนใจจากบรรดากลุ่มคนที่เชื่อเรื่องเอเลี่ยน โดยมีรายงานว่าเริ่มมีบรรดาคนที่ต้องการร่วมกิจกรรมดังกล่าวทยอยเดินทางเข้าไปในพื้นที่แล้ว

 

 

มีรายงานว่าเมือง Rachel เมืองขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลกลางทะเลทรายเนวาด้า ซึ่งอยู่ใกล้กับฐานแอเรีย 51 มากที่สุด เริ่มมีกลุ่มคนเดินทางด้วยรถยนต์เข้าไปตั้งแคมป์ในบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ

Nicholas Bohen และ Cayla McVey หนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจากนครลอสแองเจลิส กล่าวว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการชุมนุมอย่างสงบ พวกเขามาเพื่อแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตซึ่งกันและกัน

 

มีรายงานจะมีการแสดงดนตรีขึ้นในช่วงคืนวันพฤหัสบดี แต่ยังไม่ชัดเจนนักว่าจะมีการเดินขบวนไปยังพื้นที่แอเรีย 51 หรือไม่

Connie West เจ้าของโรงแรม Little A’Le’Inn ในเมือง Rachel เผยว่าขณะนี้มีผู้มาเยือนจากหลากหลายแห่งทั้งโปแลนด์ สก็อตแลนด์ ออสเตรเลีย และฟลอริด้า

ด้านหัวหน้านายอำเภอเขตลินคอร์นเคาท์ตี้ ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าวเผยว่าได้เตรียมการรับมือผู้มาร่วมงานไว้แล้ว ซึ่งประเมินว่าอาจมีจำนวนราว 30,000 ถึง 40,000 ราย

วีโอเอก็รายงานเช่นกันว่า George Harris เจ้าของร้านขายของที่ระลึก Alien Center ในเมือง Hiko อีกเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับฐานแอเรีย 51 ก็มีการเตรียมการในด้านต่างๆทั้งอาหาร ระบบไฟฟ้า รวมถึงเจ้าหน้าที่พยาบาลสำหรับรองรับประชาชนราว 15,000 คนไว้แล้ว

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีรายงานยูทูปเบอร์ชาวดัตช์สองรายถูกลงโทษปรับและจำคุกเป็นเวลา 3 วัน จากความพยายามใช้โดรนแอบถ่ายในพื้นที่แอเรีย 51 ซึ่งเป็นพื้นที่ของทางราชการ

 

ด้านกองทัพอากาศสหรัฐซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ฐานดังกล่าวได้ออกคำเตือนว่า ห้ามบุคคลภายนอกผ่านเข้ามายังบริเวณของฐานทัพเนื่องจากเป็นพื้นที่สำหรับฝึกซ้อมใช้กระสุนจริง

ทั้งนี้ สำหรับแอเรีย 51 ที่ผ่านมาเป็นที่รู้จักในฐานะฐานทัพที่มีความลึกลับ และเต็มไปด้วยกระแสทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับเอเลี่ยนสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว และความลับทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐ โดยแอเรีย 51 นั้นเพิ่งจะถูกระบุอย่างเป็นทางการว่าเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศสหรัฐเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีความคลุมเครือและเต็มไปด้วยปริศนาเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่มาก

อาเจะฮ์เฆี่ยนคู่รักฐานแสดงความรักในที่สาธารณะ

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601283

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 11:50 น.

อาเจะฮ์เฆี่ยนคู่รักฐานแสดงความรักในที่สาธารณะ

คู่รัก 3 คู่ ในจังหวัดอาเจะฮ์ถูกลงโทษด้วยการโบย ฐานละเมิดหลักศาสนาแสดงความรักในที่สาธารณะ

เอเอฟพีรายงานว่า คู่รักจำนวน 3 คู่ ในจังหวัดอาเจะฮ์ ของอินโดนีเซีย ถูกลงโทษตามหลักศาสนาอิสลามด้วยการเฆี่ยนประจานท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมาก จากการที่คู่รักที่สามคู่ถูกกล่าวหาว่ามีความรักก่อนวัยอันควร และแสดงออกถึงความใกล้ชิดในที่สาธารณะ

รายงานระบุว่า การลงโทษครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ด้านหน้ามัสยิดในเมืองบันดาร์อาเจะฮ์ โดยคู่รัก 3 คู่ซึ่งแบ่งเป็นชาย 3 ราย และหญิง 3 ราย ถูกเฆี่ยนคนละ 20-22 ครั้ง นอกจากนี้ทั้ง6คนยังต้องทำงานในคุกอีกเป็นเวลาหลายเดือน

ในระหว่างการลงโทษพบว่ามีหญิงรายหนึ่งล้มลงด้วยความเจ็บปวดท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ต่างใช้กล้องในโทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปการลงโทษดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนม.ค. 2018 เคยมีรายงานว่าจังหวัดอาเจะฮ์ได้สั่งลงโทษด้วยการโบยต่อชายชาวอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาคริสต์มาแล้ว จากข้อกล่าวหาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

สำหรับจังหวัดอาเจะฮ์เป็นหนึ่งในพื้นที่ของชาวมุสลิมหัวอนุุรักษ์นิยมที่ใช้กฎหมายชารีอะห์ในการลงโทษผู้กระทำผิดตามหลักศาสนาอาทิ เล่นการพนัน ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเกย์ หรือการมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรส

ด้าน Aminullah Usman นายกเทศมนตรีของบันดาอาเจะห์กล่าวย้ำว่าการลงโทษครั้งนี้ก็เพื่อเป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดการกระทำผิดอีก

“อย่ากลัวมาเที่ยวบันดาร์อาเจะฮ์ … คุณจะไม่ถูกเฆี่ยนหากคุณไม่ทำผิดกฎหมาย” Usman กล่าว

ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยโปลิโอรายแรกในรอบ 19 ปี

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601270

  • วันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 10:25 น.

ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยโปลิโอรายแรกในรอบ 19 ปี

ฟิลิปปินส์พบผู้ป่วยโปลิโอรายแรกรอบ 19 ปี แถมพบเชื้อในระบบน้ำทิ้งของเมือง รัฐโทษชาวบ้านไม่ยอมรับวัคซีน

ทางการฟิลิปปินส์ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ระบุถึงการพบผู้ป่วยโรคโปลิโอรายแรกของประเทศในรอบ 19 นับตั้งแต่ที่องค์การอนามัยโลกเคยประกาศว่าฟิลิปปินส์ปลอดจากการพบผู้ป่วยโปลิโอครั้งล่าสุดช่วงปี 2000 โดยผู้ป่วยรายล่าสุดที่พบนี้เป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ จากจังหวัดดลาเนาเดลซูร์ ทางใต้ของประเทศ

นอกจากทางการยังเผยว่า จากการสุ่มตรวจยังพบเชื้อไวรัสโปลิโอในระบบระบายน้ำทิ้งของกรุงมะนิลา รวมถึงเส้นทางน้ำของเมืองดาเวา เมืองใหญ่ทางใต้ของประเทศด้วย กระทรวงสาธารณะสุขฟิลิปปินส์ยังตรวจสอบผู้ต้องสงสัยอีกรายที่อาจจะเป็นผู้ป่วยด้วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

ตลอดช่วงเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกได้เข้มงวดในการต่อสู้กับโรคโปลิโอ ซึ่งโรคนี้อาจนำไปสู่การเป็นอัมพาตหรือไปจนถึงเสียชีวิต และยังไม่มีทางรักษา มีแต่เพียงการให้วัคซีนป้องกันเท่านั้น โดยปีที่ผ่านมาจากข้อมูลขององค์การ อนามัยโลกพบว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโปลิโอเพียง 33 รายเท่านั้น

ข่าวการพบผู้ป่วยโปลิโอครั้งแรกในรอบ 19 ปีนี้ มีขึ้นหลังจากที่ฟิลิปปินส์พบการระบาดของโรคหัดและไข้เลือดออกช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตนับพันราย

ทางการระบุว่า เหตุหนึ่งเนื่องจากผู้ปกครองจำนวนมากไม่พาบุตรหลายของตนไปรับวัคซีนเนื่องจากความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับวัคซีน

ประเด็นความไม่เชื่อถือในวัคซีนของชาวบ้านนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่เมื่อปี 2016 ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกที่ได้รับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่ชื่อ Dengvaxia กับนักเรียนหลายแสนคนโดยบริษัทยาสัญชาติฝรั่งเศส แต่ภายหลังในปีถัดมา มีรายงานว่าวัคซีนดังกล่าวทำให้ผู้ติดเชื้อมีอากาศทรุดลง หากไม่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อน ส่งผลให้ผู้ปกครองบางรายโทษวัคซีนนี้ว่าทำให้บุตรหลานเสียชีวิต แม้ว่าผลการสอบสวนจะไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงการเสียชีวิตดังกล่าวก็ตาม

อย่างไรก็ดีทางการฟิลิปปินส์ยังระบุอีกว่า เชื้อโปลิโอที่ตรวจพบทั้งสามเมืองนั้น สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน รวมถึงเป็นเชื้อเดียวกันกับที่เคยตรวจพบผู้ป่วยครั้งล่าสุดของประเทศเมื่อปี 2001

แฟ้มภาพ : AFP

การตำหนิไทยของชาวเน็ตจีนกำลังสั่นคลอนการทูตแพนด้า

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601237

  • วันที่ 19 ก.ย. 2562 เวลา 21:00 น.

การตำหนิไทยของชาวเน็ตจีนกำลังสั่นคลอนการทูตแพนด้า

โดยกรกิจ ดิษฐาน

โพสต์ทูเดย์เพิ่งจะรายงานข่าวไปหยกๆ ว่าแพนด้าที่ถูกส่งไปประเทศต่างๆ แทบจะไม่มีโอกาสได้กลับจีน พวกมันคือทูตสันถวไมตรีที่ถูกกำหนดให้ต้องตายในต่างแดน (ดูข่าว “แพนด้า ทูตสันถวไมตรีที่ต้องตายในต่างแดน” https://www.posttoday.com/world/600986)

แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้นมีข่าวว่าชาวเน็ตจีนต่อว่าต่อขานไทยว่าดูแลแพนด้าของจีนไม่ดี และเรียกร้องให้นำแพนด้ากลับประเทศ

ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก “เวยปั๋ว” ของสำนักข่าวเหรินหมินรื่อเป้า ความที่มียอดไลค์มากที่สุด (เกือบ 4,000 ไลค์) คือ”ส่งหลิยฮุ่ยกลับมา ประเทศไทยไม่เหมาะที่จะเลี้ยงแพนด้า”

ความเห็นอันดับ 2 ด้วยยอดไลค์ 2,700 บอกว่า “ฉันหวังว่าจะยกเลิกสัญญาเช่าแพนด้ากับไทย พวกเขาดูแลสัตว์ไม่ดีเหมือนอย่างที่เราคาดหวัง”

ความเห็นอันดับ 3 ด้วยยอดไลค์เกือบ 2,500 บอกว่า “เพิ่งจะตรวจดูเห็นว่า อายุขัยของแพนด้าคือ 25 ปี ถ้ามีสุขภาพดีก็อาจจะอายุถึง 30 ปี ตัวที่อายุมากที่สุดคือ 47 ปี ดังนั้น การที่มันตายอายุแค่ 19 ปีย่อมต้องมีเหตุผล”

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุด เป็นความเห็นที่ 4 ค่อนข้างมีอคติต่อการเลี้ยงดูของฝ่ายไทย ด้วยยอดไลค์เกือบ 2,200 บอกว่า “สวนสัตว์ของไทยทารุณแพนด้ายักษ์”

ความเป็นห่วงของชาวจีนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะแพนด้าเปรียบเสมือนสมบัติของชาติจีน (กั๋วเป่า) แต่มันเป็นความเห็นที่เจือด้วยอารมณ์อย่างไร้เหตุผล เพราะหากไทยดูแลไม่ดี ช่วงช่วงคงไม่ได้มีชีวิตยืนยาวมาถึงเกือบ 16 กว่าปีที่เชียงใหม่ มิหนำซ้ำยังผลิตทายาทให้ชาวจีนอีก 1 ตัว คือหลินปิง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “ทูตแพนด้ายักษ์” ตายในต่างแดน ตัวที่อายุสั้นที่สุดคือ เถียนเถียน เป็นเพศเมียส่งไปอยู่ที่เบอร์ลิน อยู่ได้แค่ 4 ปีก็ตายที่นั่นในปี 1984 หลังจากนั้นส่งแพนด้าตัวเมียชื่อหมิงหมิงมาจับคู่กับตัวผู้ที่เบอร์ลินชื่อเป่าเปา แต่หมิงหมิงก็ตายอีกในปี 1991

อย่างไรก็ตาม ชื่อเป่าเปา กลับมีอายุยืนที่สุดในโลก เพิ่งจะตายไปเมื่อปี 2012 ในวัย 34 ปี

ในยุคนั้นไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์ก และประชาชนจีนรับข่าวจากภายนอกอย่างจำกัดจำเขี่ย จึงไม่มีใครต่อว่าเยอรมนีที่ปล่อยให้แพนด้าอายุสั้นขนาดนั้น

อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ชาวเน็ตจีนโจมตีไทยโดยใช้อารมณ์ นอกจากจะสั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศแล้ว ยังทำให้ประเทศที่จีนส่งแพนด้าให้ในฐานะทูตเชื่อมสัมพันธ์ อาจต้องรู้สึกหวั่นไหวกับท่าทีของประชาชนชาวเน็ตจีน

แม้ว่า นับตั้งแต่ปี 1984 ทางการจีนจะไม่ให้แพนด้าเปล่าแต่ให้เป็นการเช่าแทน ทว่า แพนด้าก็ยังถือเป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างจีนกับประเทศที่จีนมีความใกล้ชิดหรืออยากจะใกล้ชิดเป็นพิเศษ

แพนด้าหลายตัวไม่มีโอกาสได้กลับบ้านเกิดอีก พวกมันจึงเป็นทูตที่น่าสงสารแต่ก็ทำเพื่อชาติอย่างน่าสรรเสริญ เหมือนกับซูอู่ (Su Wu) ทูตจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นที่ถูกส่งไปยังดินแดนไกลโพ้น ต้องตกระกำลำบากหลายสิบปี จนหมดความหวังที่จะได้กลับบ้าน และยังเหมือนกับ หวางเจาจวิน (Wang Zhaojun) ที่ถูกส่งไปแต่งงานกับชนเผ่านอกด่านเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักฮั่นกับชาวซยงหนู จนไม่ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอน

แต่แพนด้าต่างจากซูอู่ตรงที่พวกมันได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง 2 ประเทศ ดังนั้นอย่าให้ความเห็นของคนที่ไม่รู้ความเป็นไป มาทำลายความสัมพันธ์ที่แพนด้าอุตส่าห์สร้างมันขึ้นมา

ร่างกฎหมายหนุนประชาธิปไตยของสหรัฐ ตัวช่วยหรือซ้ำเติมฮ่องกง

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601251

  • วันที่ 19 ก.ย. 2562 เวลา 20:26 น.

ร่างกฎหมายหนุนประชาธิปไตยของสหรัฐ ตัวช่วยหรือซ้ำเติมฮ่องกง

สภาสหรัฐเดินหน้าหนุนร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง

ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงพากันไปชุมนุมที่หน้าสถานกงสุลสหรัฐประจำฮ่องกง พร้อมกับโบกธงชาติและรูปของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐกดดันให้รัฐบาลจีนยอมทำตามข้อเรียกร้อง และเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง (Hong Kong Human Rights and Democracy Act และเมื่อเร็วๆ นี้ โจชัว หว่อง แกนนำผู้ประท้วงได้ขึ้นให้การต่อสภาคองเกรสเพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว

ความจริงแล้วร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีการถกกันในสภาสหรัฐมาครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หลังจากนักเขียนชาวฮ่องกง 5 คนที่ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับผู้นำและรัฐบาลจีนหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อปี 2015 ก่อนจะปรากฏว่าทั้งหมดถูกทางการจีนควบคุมตัวไว้ ต่อมาเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ไม่นานหลังจากชาวฮ่องกงลลุกฮือต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาร์โค รูบิโอ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา และจิม แม็คโกเวิร์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ได้เสนอให้สภาหยิบยกร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกงขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลสหรัฐประเมินระดับความเป็นเอกราชในการปกครองตนเองของฮ่องกงเป็นรายปี เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะยังคงสิทธิพิเศษทางการค้าให้ฮ่องกงภายใต้กฎหมายนโยบายฮ่องกง-สหรัฐ ปี 1992 หรือไม่ รวมทั้งรัฐบาลสหรัฐยังมีอำนาจลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นการถอนหรือปฏิเสธการออกวีซ่า หรือยึดทรัพย์สินที่อยู่ในสหรัฐของเจ้าหน้าที่ฮ่องกงหรือคนในรัฐบาลจีนที่ขัดขวางความเป็นประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของชาวฮ่องกง

แน่นอนว่ารัฐบาลจีนย่อมไม่อยู่เฉย เกิ่งสวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเรียกร้องให้สหรัฐยุติการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวทันที เนื่องจากเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนในฮ่องกง

ด้านเว็บไซต์ Quartz มองว่า ร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกงจะส่งผลกระทบกับฮ่องกงหากถูกสหรัฐถอนสิทธิพิเศษทางการค้า ที่เป็นเสมือนโล่ป้องกันการขึ้นภาษีที่สหรัฐเก็บจากสินค้าจีน นอกจากนี้สถานะพิเศษนี้ยังทำให้ชาวฮ่องกงได้รับยกเว้นวีซ่าเข้าสหรัฐ ผิดกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ต้องขอวีซ่า

สอดคล้องกับ สตีเฟน ออร์ลินส์ ประธานคณะกรรมการแห่งชาติด้านความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ที่เผยว่า การเสียสถานะพิเศษจากการบังคับใช้ร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกงถือเป็นลางแห่งความตายของฮ่องกง ทั้งยังไม่ช่วยแก้ปัญหาทางการเมืองของฮ่องกง เพราะเดิมทีจีนไม่มีความตั้งใจจะใช้กำลังจัดการผู้ประท้วง แต่หากกฎหมายดังกล่าวผ่าน ผลลัพธ์อาจตรงกันข้าม

ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงเคยออกแถลงการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมายืนยันว่า สถานะพิเศษทางเศรษฐกิจของฮ่องกงถูกรับรองโดยรัฐธรรมนูญของฮ่องกงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายอื่นจากต่างชาติมารับรองอีก

ด้าน อเล็กซ์ โล คอลัมนิสต์ของสำนักข่าว South China Morning Post ระบุว่า ร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกงถือเป็นความเสแสร้งที่แย่ที่สุดของสหรัฐ โลยังเผยอีกว่าหากสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายนี้ สิ่งที่แย่ที่สุดคือชีวิตประชาชนที่สหรัฐอ้างว่าจะปกป้องจะได้รับผลกระทบ และเป็นความพยายามของสหรัฐในการหาประโยชน์จากความวุ่นวายทางการเมืองของฮ่องกงเพื่อนำมาใช้ในการทำสงครามเย็นกับจีน

โจชัว ไอเซนมาน นักวิจัยอาวุโสของฝ่ายจีนศึกษาจากหน่วยงานคลังสมอง American Foreign Policy Council บอกว่า ปัญหาอมตะของอเมริกาก็คือ ชอบคิดว่าตัวเองมีอิทธิพลล้นเหลือ สามารถกำหนดความเป็นไปในโลกได้ แต่ในกรณีจีนนั้นไม่น่าจะใช่ ถ้าออกกฎหมายฉบับนี้ จีนจะยิ่งอ้างได้ว่าต่างชาติทำตัวเป็นมือมืดอยู่เบื้องหลังผู้ประท้วง

ทั้งนี้ นอกเหนือจากฮ่องกงแล้ว สหรัฐยังเคยใช้กฎหมายลักษณะเดียวกันนี้กับกัมพูชา โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการส่งเสริมการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม ความมีเสรีภาพทางการเมือง และสิทธิมนุษยชน เพื่อบีบรัฐบาล ฮุน เซน หลังรัฐบาลพยายามกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วยการจับกุม เข็ม สุขา หัวหน้าพรรคยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา ตามมาด้วยการสั่งยุบพรรค

จับตาเฟดลดดอกเบี้ยทุนไหลเข้าเงินบาท ยิ่งแข็งส่งออกยิ่งทรุด

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601227

  • วันที่ 19 ก.ย. 2562 เวลา 17:32 น.

จับตาเฟดลดดอกเบี้ยทุนไหลเข้าเงินบาท ยิ่งแข็งส่งออกยิ่งทรุด

บทวิเคราะห์โดยทีมงานโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟ ข่าวใหญ่ของวันนี้ คือการที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ตัดสินใจลดอกเบี้ยลง 1.75% – 2% เห็นได้ชัดว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะมีสัญญาณไม่ดีออกมาแล้ว

หลังจากเฟดลดดอกเบี้ย ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ไม่ยอมลดตาม ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นข็งแกร่ง แต่เพราะมันอาการแย่จนต้องกระตุ้นกันมานานหลายปีแล้ว และตอนนี้ดอกเบี้ยญี่ปุ่นค้างอยู่ที่ระดับติดลบ คือ 0.1% มาตั้งแต่ปี

มาดูที่ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ มีวี่แววว่าอาจจะลดดอกเบี้ยเช่นกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 เนื่องจากสงครามการค้า

แต่เกาหลีใต้ยังมีตัวช่วยคือค่าเงินวอนที่อ่อนลง ทำให้การส่งออกดีขึ้น โดยดัชนีราคาส่งออกเมื่อเดือนสิงหาคมปรับขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน

ก่อนหน้าที่เฟดจะหั่นดอกเบี้ย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางยุโรป (ECB) ลดดอกเบี้ยแบบเหนือความคาดหมาย โดยลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ติดลบ คือ 0.5% และยังประกาศอัดเงิน 20,000 ล้านยูโร ซื้อพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนอีก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในอาเซียน มาเลเซียเป็นหนึ่งในธนาคารกลางแห่งแรกๆ ในเอเชียที่ลดดอกเบี้ย ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 3% แม้ว่าล่าสุดจะยังไม่ลดลงอีก แต่แรงกดดันทางเศรษฐกิจมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสงครามการค้า

ทั่วโลกต่างก็ลดดอกเบี้ยหรือมีดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนิดหน่อย ส่วนภาคการส่งออกกำลังกระทบหนัก เพราะค่าเงินบาทที่แข็งเกินไป แข็งเสียจนได้รับคำชมว่าเป็นสกุลเงินที่แกร่งที่สุดและมีความมั่นคงที่สุด

แต่สำหรับประเทศที่พึ่งพาการส่งออกคำชมนี้เป็นอันตราย อย่างที่กล่าวไปว่า ประเทศอื่นๆ ได้รับผลดีจากค่าเงินอ่อนลง เช่นเกาหลีใต้ ทำให้ช่วยลดความเสียหายจากสงครามการค้าไปได้ระดับหนึ่ง

แต่ประเทศที่ค่าเงินแข็ง เห็นชัดๆ ว่า การส่งออกกระทบหนัก เช่น ญี่ปุ่น ที่ตัวเลขส่งออกเดือนสิงหาคมต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือนเนื่องจากเงินเยนแข็งค่าบวกกับความต้องการสินค้าในตลาดโลกลดลง

ตอนนี้ส่งออกของไทย หากยังเห็นภาพไม่ชัดขอยกตัวอย่างข้าวหอมมะลิของไทยกับข้าวหอมของเวียดนาม ราคาต่างกันถึงครึ่งต่อครึ่ง โดยราคาของไทยอยู่ที่ 1,200 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนของเวียดนามอยู่ที่ 600 เหรียญสหรัฐ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้บริโภคจะเลือกซื้อข้าวจากประเทศไหน

สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำโดยเร็วที่สุดคือการปรับสมดุลค่าเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคอุตสาหกรรมเรียกร้องมา และเมื่อต้นเดือนนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลังชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

ยังไม่ทันไร ไทยมีโอกาสที่จะสะเทือนหนักเข้าไปอีก เพราะเฟดหั่นดอกเบี้ยในประเทศ ทำให้เงินทุนจะไหลเข้ามายังประเทศที่มีค่าเงินแข็งและเป็น safe haven อย่างไทย

safe haven หมายถึงสถานะของเงินบาทที่มั่นคง ทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก บวกกับทุนสํารองระหว่างประเทศของไทยที่ค่อนข้างสูง ทำให้เงินยิ่งไหลเข้ามา หลังจากเฟดนำทัพด้วยการลดดอกเบี้ยรวมถึงกระแสการลดดอกเบี้ยทั่วโลก จะยิ่งทำให้เงินไหลเข้ามาหาบาท คำถามก็คือธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้านไม่ให้บาทแข็งค่าไปมากว่านี้ได้หรือไม่?

สำนักข่าว Bloomberg สรุปให้แล้วว่า “การลดอัตราดอกเบี้ยและมาตรการบางอย่างที่จะชะลอเงินไหลเข้ามาประสบความล้มเหลวในการทำให้ค่าเงินอ่อนลงอย่างมีนัยสำคัญ”

เฉพาะแค่สถานการณ์ตอนนี้ยังแก้ได้ลำบาก หากสถานการณ์ของสหรัฐแย่ลงไปอีก เงินบาทของไทยอาจจะมีอันพุ่งขึ้นไปอีก สัญญาณอันตรายในตอนนี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Yield curve หรือกราฟอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล

กราฟ Yield curve ที่หัวทิ่มลงสวนทางกับการไต่ระดับ (inverted) เป็นสัญญาณของภาวะเศรษฐกิจถดถอย และตอนนี้กราฟอยู่ในลักษณะนั้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

Yield curve หัวทิ่มพยากรณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยถูกต้องมาแล้ว 8 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1970 เมื่อใดก็ตาม ที่กราฟอัตราผลตอบปักหัวลงแสดงว่าอาการไม่ดีแล้ว

ในช่วงครึ่งหลังของเดือนกันยายน Yield curve เริ่มจะผงกหัวขึ้นมาอีก และการที่เฟดลดดอกเบี้ยอาจจะช่วยให้แนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เราคงจะต้องจับตากันต่อไปว่าสหรัฐจะยังมีสัญญาณของภาวะถดถอยหรือไม่

%d bloggers like this: