ยานยนต์

All posts tagged ยานยนต์

อาวดี้ ยกระดับเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/421767?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

อาวดี้ ยกระดับเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19

11 มีนาคม 2563 – 15:40 น.
อาวดี้
เปิดอ่าน 178 ครั้ง

อาวดี้ ยกระดับเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19  สร้างความมั่นใจโชว์รูมและศูนย์บริการปลอดเชื้อ

ผู้บริหารและพนักงาน อาวดี้ ประเทศไทย ร่วมใจเป็นหนึ่งสร้างความมั่นใจ ลูกค้าใช้บริการ Audi Centre Thailand และโชว์รูมทั่วประเทศ ปลอดภัย มาตรการป้องกันโควิด-19 เข้มทุกจุด ใส่ใจดูแลความสะอาดทั้งภายในและภายนอก เอาใจลูกค้าสุดขีด พร้อมจัดหนักจัดเต็มกับอีเวนท์ใหม่ราคาพิเศษ รวมถึงรถผู้บริหารป้ายแดงไมล์น้อย ราคาสุดพิเศษ ภายใน 31 มีนาคมนี้เท่านั้น

เราจัดราคาพิเศษแบบเต็มน้ำเต็มเนื้อ ต่อยอดแคมเปญลดโหดเหมือนโกรธใครมา ส่งรถอาวดี้ทั้งรถผู้บริหารและรถทดลองขับป้ายแดงไมล์น้อย ขอย้ำถึง 31 มีนาคมนี้เท่านั้น เช่น

A5 Coupe 45 TFSI quattro S line ราคาพิเศษ 2,999,000 บาท จากราคา 4,299,000 บาท
A5 Coupe 40 TFSI ราคาพิเศษ 2,450,000 บาท จากราคา 3,299,000 บาท
A4 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Edition ราคาพิเศษ 2,750,000 บาท จากราคา 3,249,000 บาท

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวถึง นโยบายมาตรการและแนวปฏิบัติของบริษัทท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันของโรคติดต่อโควิด-19 ว่า ทางบริษัทติดตามสถานการณ์ และส่งเสริมการปฏิบัติงานตามแนวทางของกองควบคุมโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัย ความสะอาด ความปลอดภัย มีมาตรการการปฏิบัติในการป้องกันของสำนักงานใหญ่และโชว์รูม บริเวณทางเข้าอาคารมีการคัดกรอง โดยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่าพนักงานมีอุณหภูมิร่างกายผิดปกติ ก็จะให้ไปพบแพทย์ทันที ทั้งนี้เรามีบอร์ดข้อความชี้แจงขั้นตอนต่างๆ อย่างชัดเจน

พนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงประกาศห้ามผู้บริหารและพนักงานเดินทางไปต่างประเทศอย่างเด็ดขาด หากพบพนักงานป่วยหรือมีอาการสุ่มเสี่ยงก็ให้หยุดงานอย่างน้อย 14 วัน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทางศูนย์บริการทุกสาขามีการปรับเปลี่ยนเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เน้นเมนูร้อนเป็นหลัก เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้ และซุป โดยเราตระหนักถึงสุขภาพของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างยิ่ง

ในส่วนของความปลอดภัยโดยรอบทั้งภายในและภายนอกอาคาร มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เช็ดทำความสะอาดพื้น ผนัง อุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องมือ ลิฟต์ ราวบันได ราวจับประตู และห้องรับรองลูกค้า โซฟา ทุกๆ ชั่วโมง ทั้งนี้เรามีการอบโอโซนทำความสะอาดทั้งอาคารเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าเราตระหนักถึงความปลอดภัยของลูกค้าที่เข้ามาใช้ศูนย์บริการเป็นอย่างมาก โดยติดตั้งจุดบริการเจลล้างมือทั่วอาคาร และเตรียมหน้ากากอนามัยให้ลูกค้าด้วย

ในส่วนกิจกรรมการตลาดตามแผนงาน นายกฤษณะกร กล่าวว่า ยังคงเป็นไปตามแผน แต่มีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ในเบื้อง ต้น กำหนดให้เลื่อนการจัดกิจกรรมในที่สาธารณะ และกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากมารวมกัน โดยเน้นใช้โซเชียลมีเดีย หรือจัดมินิอีเวนท์อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า สื่อมวลชน สามารถเข้ามาทดลองและสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษที่จัดขึ้นได้ตลอดทั้งวัน

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถใหม่ ทางเรายังคงแคมเปญ #ลดโหดเหมือนโกรธใครมา “ดาวน์น้อย ผ่อนน้อย นานสูงสุดถึง 7 ปี ที่สำคัญไม่มีบอลลูน”

Audi A1 และ Q2 ราคาพิเศษสุด 1,999,000 บาท ดาวน์เพียง 600,000 บาท ผ่อนต่อเดือน 19,000 บาท ไม่มีบอลลูน
Audi Q3 รุ่นใหม่ล่าสุด ดาวน์เพียง 689,700 บาท ผ่อนต่อเดือนเพียง 21,900 บาท ไม่มีบอลลูน
Audi A8, Q8 และ TTS แจกฟรีป้ายทะเบียนตอง 888 หรือ 999 ทันที หรือ โปรแกรม Trade-in ที่ให้มูลค่าเพิ่มสูงสุดถึง 400,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตของธนาคารกสิกร ไทยพาณิชย์ และกรุงเทพ ลูกค้าจะได้รับพอยต์ 20 เท่าทันที เมื่อจอง 100,000 บาท ในการจองรถภายในช่วงแคมเปญ

“ทั้งนี้ทางเราขอขอบคุณลูกค้า ผู้บริหาร พนักงาน ทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามมาตรการของบริษัทเป็นอย่างดี และเพื่อให้ลูกค้ามีเวลาตัดสินใจเพิ่มมากขึ้นกับแคมเปญมอเตอร์โชว์ #ลดโหดเหมือนโกรธใครมา ทางอาวดี้ ได้ประกาศขยายช่วงเวลาของการจัดแคมเปญนี้ออกไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ตามที่มีการประกาศเลื่อนจัดงานมอเตอร์โชว์ด้วย ในส่วนของการเปิดตัวรถใหม่ อาวดี้ยังคงมีการเปิดตัว Q7 ใหม่ และ A6 ซีดาน แต่ปรับรูปแบบการจัดงานโดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย และจัดมินิอีเวนท์ที่ Audi Centre Thailand เพื่อต้อนรับลูกค้า สื่อมวลชน ที่อยากจะมายลโฉมรถรุ่นใหม่ด้วยตนเอง” ทั้งนี้ลูกค้าสามารถรับชมการเปิดตัวรถใหม่ผ่านทางเฟซบุ๊ก ของ Audi Thailand ในวันที่ 17 มีนาคม 2563

ลูกค้าอาวดี้ที่จองรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และลูกค้าที่สนใจ สามารถมาชมยนตรกรรมนำเข้าใหม่ของอาวดี้ ได้ที่

Audi Centre Thailand 02-765-8888 Audi New Petchaburi 02-023-4888
Audi Pattaya 038 197888 Audi Phuket 076 646666

มาสด้าเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-30 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/421346?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มาสด้าเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-30

9 มีนาคม 2563 – 18:35 น.
ALL-NEW MAZDA CX-30,มาสด้า
เปิดอ่าน 342 ครั้ง

มาสด้าเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-30 เติมชีวิตให้เต็มความหมาย ยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มาเติมเต็มให้ชีวิตพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง

มาสด้าเปิดเกมรุกตลาดเสริมความแข็งแกร่งเตรียมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดครอสโอเวอร์เอสยูวี เติมเต็มสมาชิกใหม่ตระกูล CX ซีรีส์ ด้วยการเปิดตัวแนะนำ ALL-NEW MAZDA CX-30 กับแนวคิด “LIFE’S ALWAYS ON เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” สง่างามด้วยดีไซน์จาก โคโดะ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC PLUS เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ตอบสนองดีที่สุดในคลาสด้วยกำลังสูงสุด 165 แรงม้า สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการควบคุมการขับขี่ที่แม่นยำและสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งล้านบาท พร้อมรับประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม.** อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ SKY BOOKING

ALL-NEW MAZDA CX-30 มาพร้อมแนวคิด LIFE’S ALWAYS ON เติมชีวิตให้เต็มความหมาย นี่คือยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีที่จะเข้ามาเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของคุณพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เพื่อออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ทุกมิติชีวิตมีคุณค่าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พิถีพิถันทุกรายละเอียด ดุจงานศิลปะชิ้นเอก ภายใต้แนวคิดที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง สัมผัสมุมมองใหม่ที่เหนือกว่ากับหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย ตอบสนองทุกการใช้งาน มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่พัฒนาไปอีกขั้น พร้อมสมรรถนะที่มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถอเนกประสงค์เป็นตลาดใหญ่รองจากตลาดปิกอัพและรถเก๋งเล็ก โดยในปีที่ผ่านมาเซ็กเมนต์นี้มียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้นกว่า 146,560 คัน (รวม PPV) หากแยกเฉพาะ SUV มียอดขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 86,000 คัน ส่วนมาสด้ามียอดขายรวม 5,736 คัน ซึ่งในปี 2563 นี้ มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดในเซ็กเมนต์นี้จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 แสนคัน (รวม PPV) และที่สำคัญมาสด้าตั้งเป้าไว้สูงถึง 18,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 200% และจะส่งผลให้มาสด้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในเซ็กเม้นต์นี้เช่นเดียวกับมาสด้า 2 ที่ก้าวขึ้นครองแชมป์ตลาดรถยนต์นั่งซิตี้คาร์มาแล้ว ด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ดีไซน์อันงดงาม และความพิถีพิถัน เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า All-New Mazda CX-30 จะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทย ให้หันมานิยมรถประเภท Crossover SUV มากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับตลาดในหลายประเทศ

ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2562 ที่ผ่านมา มียอดขายสะสมสูงถึง 1,007,000 คัน เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2561 ตัวเลขยอดรวมอยู่ที่ 1,041,000 คัน ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเพียง 3% ในขณะที่มาสด้ามียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 58,129 คัน มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมในปี 2563 จะลดลงประมาณ 5-10% มาอยู่ที่ประมาณ 920,000–940,000 คัน ในขณะที่มาสด้าตั้งเป้ายอดในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 60,000 คัน

แม้ว่าจะยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้นตลาด แต่มาสด้าเชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยยอดขายรวมสะสมปี 2563 ที่ผ่านมา 2 เดือน (มกราคมและกุมภาพันธ์) ตัวเลขรวมของอุตสาหกรรมอยู่ที่ (ประมาณการ) 140,000 คัน และเป็นยอดขายรถยนต์มาสด้าอยู่ที่ประมาณ 7,000 คัน และหากพิจารณายอดขายของแต่ละเซ็กเมนต์พบว่ากลุ่มรถอเนกประสงค์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยฟังก์ชันความอเนกประสงค์ของตัวรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

ในปี 2562 ที่ผ่านมา มาสด้าเดินหน้าลุยตลาดครอสโอเวอร์เอสยูวี ด้วยการส่ง NEW MAZDA CX-3 EXCLUSIVE MODS รุ่นตกแต่งพิเศษที่ยกระดับความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เพิ่มความโดดเด่นและเป็นตัวเองให้แก่ผู้ขับขี่ ต่อด้วยรุ่น NEW MAZDA CX-5 ใหม่ ได้รับการยกย่องให้เป็นรถเอสยูวีที่มีสมรรถนะสูงที่สุดในตลาดด้วยเครื่องยนต์ใหม่สกายแอคทีฟเบนซิน เทอร์โบ 2.5 ลิตร และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์สำหรับครอบครัวด้วยการเผยโฉม ALL-NEW MAZDA CX-8 ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบที่นั่ง 3 แถว ที่ดีที่สุดในตลาด โดดเด่นด้วยความนุ่มนวลบนพื้นฐานของรถยนต์นั่ง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมากวาดยอดขายสะสมได้มากกว่า 1,000 คัน

นายชาญชัย กล่าวเสริมว่า “การเปิดตัวแนะนำ ALL-NEW MAZDA CX-30 ในวันนี้เป็นการเข้ามาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเติมเต็มตลาดรถอเนกประสงค์ของมาสด้าที่มีวางจำหน่ายมากที่สุดถึง 4 รุ่น ประกอบด้วย CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 เราต้องการให้รถยนต์มาสด้าเข้ามาเพื่อเติมเต็มวิถีการดำรงชีวิตของลูกค้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจในการเดินทาง ก่อเกิดเป็นความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว”

หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าในปี 2563 คือ การผลักดันแบรนด์สู่การเป็นผู้นำรถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่นี้จะเข้ามาเติมเต็มตระกูล CX Series ของมาสด้า ซึ่งอักษร CX แทนความเป็น SPORTS CROSSOVER ให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย

ด้าน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์, รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า มาสด้าวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่นไว้อย่างชัดเจน สำหรับ ALL-NEW MAZDA CX-30 พร้อมคอนเซ็ปต์ LIFE’S ALWAYS ON “เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” เป็นรถยนต์ที่จะเข้ามาเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้า เพื่อออกไปแสวงหาและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากบทบาทหนึ่งไปสู่อีกบทบาทหนึ่ง อาทิ จากคนโสดสู่การมีคู่ชีวิต ต่อเนื่องไปสู่การเป็นครอบครัวขนาดเล็ก ที่ใช้เวลาร่วมกันบนรถยนต์ในการออกไปค้นหาเรื่องราวใหม่ๆ ให้แก่ชีวิต ด้วยขนาดของ ALL-NEW MAZDA CX-30 ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง มีทัศนวิสัยที่ดีตามแบบฉบับรถครอสโอเวอร์ ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยมด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาให้สมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร*

ALL-NEW MAZDA CX-30 ถือเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่รุ่นแรกของมาสด้าที่งดงามและโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบของ KODO: Soul of Motion ได้รับการยกระดับดีไซน์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่งดงาม โดยยังคงเน้นความเรียบหรูด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่โฉบเฉี่ยวและทรงพลัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Less is More ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกสู่ห้องโดยสาร ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันรวมถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เพื่อยกระดับตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวีของประเทศไทยด้วยความหรูหรา ความเงียบของห้องโดยสาร ความสะดวกสบายทั้งในตำแหน่งขับขี่และผู้โดยสาร รวมไปถึงความปลอดภัยตลอดการขับขี่

มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ที่พัฒนาจากท่วงท่าของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีสมดุล มอบความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้ถนน อีกทั้งยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ ลดการแก้พวงมาลัยน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่ ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการโคลงตัวที่ลดลง

มาสด้ายังคงถ่ายทอดจุดเด่นด้านความหรูหราภายในห้องโดยสาร ด้วยการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารถูกพัฒนาตามหลักปรัชญา HUMAN CENTRIC PHILOSOPHY ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ออกแบบให้โอบกระชับรองรับกับสรีระ ช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะกำลังเดิน พวงมาลัยและคันเร่งได้รับการจัดวางอย่างลงตัว มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ รวมถึงฟังก์ชั่นและการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถให้อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัล TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้าช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน การเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สร้างอารมณ์สุนทรีย์ด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง สะดวกสบายตลอดเส้นทางภายในห้องโดยสารที่เงียบโปร่งสบาย พร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยเบาะหลังแบบพับได้ 60:40 แยกอิสระจากกัน และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

ALL-NEW MAZDA CX-30 มอบความปลอดภัยระดับสูงสุดด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุมากถึง 12 ระบบ

ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 ̊ View Monitor)
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)
ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support)
ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing)
ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System)
ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)

อีกทั้งยังปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง
ALL-NEW MAZDA CX-30 มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)
สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)
สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)

ราคาจำหน่าย ALL-NEW MAZDA CX-30
ALL-NEW MAZDA CX-30 รุ่น 2.0 C    ราคา 989,000 บาท
ALL-NEW MAZDA CX-30 รุ่น 2.0 S    ราคา 1,099,000 บาท
ALL-NEW MAZDA CX-30 รุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA CX-30 สามารถจองในระบบออนไลน์ผ่าน https://skybooking.mazda.co.th/ ได้แล้ววันนี้

“เอ็มจี”เสริมแกร่งด้านขาย-บริการตั้งเป้าเปิดโชว์รูปทั่วปีนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/420923?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“เอ็มจี”เสริมแกร่งด้านขาย-บริการตั้งเป้าเปิดโชว์รูปทั่วปีนี้

6 มีนาคม 2563 – 12:25 น.
รถยนต์,จีเอ็ม,ศูนย์บริการ,โชว์รูม
เปิดอ่าน 328 ครั้ง

“เอ็มจี” เตรียมขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานเสริมความแข็งแกร่งด้านการขาย และบริการ ตั้งเป้ามีโชว์รูมครบ 150 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศภายในปีนี้

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เตรียมเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานเพิ่มอีกกว่า 25 แห่งภายในปีนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีโชว์รูม 150 แห่ง ที่จะครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งเตรียมขยาย ไปในระดับอำเภอที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า

 

พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่เอ็มจีเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย นอกจากการพัฒนารถยนต์ที่มีคุณภาพ รวมถึงการนำเทคโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาแนะนำในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องแล้ว “การบริการ” ก็ถือเป็นอีกเรื่องสำคัญที่เรามุ่งเน้น โดยในปัจจุบันเอ็มจีมีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 125 แห่ง ทั้งนี้จากการเติบโตของยอดขายรถยนต์เอ็มจี ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักลงทุนชาวไทย ที่พร้อมจะเข้ามาเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภายในปีนี้เอ็มจีจะสามารถเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการเพิ่มได้อีกกว่า 25 แห่ง รวมแล้วกว่า 150 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย”

  เอ็มจีเติบโตก้าวกระโดด 125 โชว์รูมใน 6 ปี!!
เอ็มจีเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปี 2557 โดยในปีแรกมีจำนวนโชว์รูม 19 แห่ง จากนั้นในปี 2560 ได้ขยายเป็น 80 แห่ง และล่าสุด ณ เดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทมีผู้จำหน่ายที่เปิดให้บริการแล้ว 125 แห่ง ทั่วประเทศ สำหรับปี 2563 นี้ เอ็มจีได้ตั้งเป้าหมายในการขยายโชว์รูมให้ครบ 150 แห่ง ซึ่งจะครอบคลุม ทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดจุดให้บริการสู่ระดับอำเภอที่มีศักยภาพเพื่อการให้บริการที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเอ็มจีตามพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ติดอาวุธ เสริมศักยภาพให้ดีลเลอร์ ด้วยการอบรมและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากจำนวนโชว์รูมที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ด้วยการจัดอบรมเพิ่มการเรียนรู้และฝึกฝนในด้านต่างๆ ที่จะสอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของ แต่ละฝ่ายรวมทั้งมีการประเมินเพื่อวัดประสิทธิภาพและการดำเนินงานของผู้จำหน่ายทั้งในด้านการขาย และบริการหลังการขาย ทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัท ช่วยสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้าเอ็มจี

  MG Passion Service อีกขั้นของการบริการที่ลูกค้าเอ็มจี
เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าเอ็มจีได้มีการนำเสนอบริการ “เอ็มจี แพชชั่น เซอรวิส” แก่ผู้ใช้รถยนต์เอ็มจีทุกท่านโดยเน้นการให้บริการที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั้งที่สะดวกมารับบริการที่ศูนย์บริการ หรือสะดวกในการรับบริการนอกสถานที่ โดยประกอบด้วยการบริการใน 5 รูปแบบ ได้แก่ การรับประกันสูงสุด 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ROADSIDE ASSISTANCE 24 ชั่วโมง และบริการให้คำปรึกษาผ่านคอลเซ็นเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลข 1267 รวมไปถึง รถบริการตรวจเช็กเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะทางนอกสถานที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และ บริการรถสำรองใช้ระหว่างรอซ่อม
“เอ็มจียังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานด้านการบริการและเสริมศักยภาพทั้งในเรื่องของบุคลากรที่จะให้บริการลูกค้า รวมไปถึงพื้นที่ให้บริการที่จะครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบแทนลูกค้าที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอ็มจี และสร้างรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตของแบรนด์รถยนต์เอ็มจีในอนาคต” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวสรุป
สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เอ็มจีหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ เอ็มจี คอลเซ็นเตอร์ โทร.1267 หรือที่เว็บไซต์ http://www.mgcars.com

  เกี่ยวกับเอ็มจี ประเทศไทย
บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 เพื่อกำกับดูแลงานด้านการขาย การตลาด และบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย และกำกับดูแลเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายของเอ็มจี ทั้งที่เป็นบริษัทร่วมทุน และที่เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และเอสเอไอซี ทั้งนี้ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอสเอไอซี มอเตอร์) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท อสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี

ฮอนด้าผงาดแชมป์สนามแรก MXGP 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/420538?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฮอนด้าผงาดแชมป์สนามแรก MXGP 2020

4 มีนาคม 2563 – 11:35 น.
รถจักรยานยนต์,ฮอนด้า,ฮอนด้า CRF450RW
เปิดอ่าน 276 ครั้ง

ฮอนด้าฟอร์มแกร่งผงาดแชมป์สนามแรก MXGP 2020

ยอดนักบิดทางฝุ่นชาวสโลวีเนีย ทิม ไกจ์เซอร์ แชมป์เก่าศึกโมโตครอสชิงแชมป์โลก MXGP โชว์ฟอร์มแกร่งตั้งแต่สนามแรกของฤดูกาล 2020 หลังควบรถแข่งฮอนด้า CRF450RW เข้าเส้นชัยอันดับที่ 1 พาต้นสังกัดฮอนด้า HRC ผงาดแชมป์เรซสองที่ประเทศอังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางฝุ่นชิงแชมป์โลก รายการเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ หรือ MXGP เปิดฉากสังเวียนแรกประจำปี 2020 อย่างเป็นทางการ ที่สนามแมตเทอร์รี บาซิน ประเทศอังกฤษ โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเรซหนึ่งและสอง เรซละ 13 รอบ จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา

ผลการชิงชัยเรซแรก ปรากฏว่า ทิม ไกจ์เซอร์ ยอดนักบิดจากสโลวีเนีย แชมป์เก่าปีที่แล้ว สังกัดทีมแข่งฮอนด้า HRC หมายเลข 243 อุ่นเครื่องเรซแรกเข้าวินในอันดับที่ 8 ส่วนทีมเมทดาวรุ่งชาวออสซี่ มิตช์ อีแวนส์ หมายเลข 43 ระเบิดฟอร์มฮอตประเดิมพื้นที่บนโพเดี้ยมได้ในอันดับที่ 3

ขณะที่การแข่งขันเรซสองจัดต่อเนื่องในวันเดียวกัน ผลปรากฏว่า ไกจ์เซอร์ เจ้าของแชมป์ปีก่อนกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ ควบรถแข่งฮอนด้า CRF450RW ผ่านธงตาหมากรุกคันแรก ด้วยเวลารวม 35 นาที 44.501 วินาที พาต้นสังกัดผงาดแชมป์เรซนี้ไปครอง พร้อมโกยแต้มสะสมรั้งอันดับที่ 2 บนตารางคะแนนเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ มี 38 แต้ม ด้าน อีแวนส์ ที่ตามเข้าเส้นชัยเรซนี้ในอันดับที่ 7 เกาะกลุ่มท็อปไฟว์หัวตาราง มี 34 แต้ม

ศึกชิงแชมป์ทางฝุ่น MXGP 2020 สังเวียนถัดไป เตรียมโยกไปจัดการแข่งขันที่สนามยูโร เซอร์กิต วัลเคนสวาสด์ ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ วันที่ 7-8 มีนาคมนี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารของทีมแข่งฮอนด้า HRC ในศึกเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ปี 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth

ครั้งแรกกับการทดสอบสมรรถนะ Volvo Driving Experience #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 17, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/420116?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ครั้งแรกกับการทดสอบสมรรถนะ Volvo Driving Experience

2 มีนาคม 2563 – 13:05 น.
วอลโว่,ทดสอบสมรรถนะ,Volvo Driving Experience
เปิดอ่าน 428 ครั้ง

Volvo Driving Experience การทดสอบสมรรถนะครั้งสำคัญ  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Protect What Matters, Drive Your Desire” คอลัมน์… ยานยนต์

  วอลโว่ จัดกิจกรรม “Volvo Driving Experience” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Protect What Matters, Drive Your Desire” ครั้งแรกกับการทดสอบสมรรถนะรถยนต์วอลโว่ โมเดลใหม่ทุกรุ่น ในสนามแข่งรถ ฉลองยอดขายรถยนต์รุ่นใหม่เติบโตสูงสุด 63% ในรอบ 22 ปีที่ผ่านมา

หลังจากการเปิดตัวยนตรกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The All-New Volvo S60” สุดยอดสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมจากประเทศสวีเดน ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Your Signature Drive ครั้งยิ่งใหญ่ที่ผ่านมา ทำให้วอลโว่สามารถนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ทุกประเภทแก่ผู้บริโภคและตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วอลโว่เดินหน้าจัดกิจกรรมรอบพิเศษสำหรับลูกค้าและสื่อมวลชนเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งสำคัญ กับรถยนต์วอลโว่ประเภทเอสยูวี และซีดานรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์สุดประณีตอันเป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียน พร้อมประสิทธิภาพการขับขี่ขั้นสูงสุดในทุกสภาพถนน ผนวกด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันชาญฉลาด ตามมาตรฐานขั้นสูงของวอลโว่ที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นมาโดยตลอด
มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า วอลโว่ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมความปลอดภัยในการขับขี่ เราจึงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคที่มอบความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถยนต์วอลโว่จะช่วยปกป้องผู้คนทั้งภายในและภายนอกรถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังอุดมการณ์ของวอลโว่ “เมื่อรถยนต์ต้องขับเคลื่อนโดยมนุษย์ แนวทางการทำงานของวอลโว่จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้คนเป็นอันดับแรก”

นับตั้งแต่ปี 2017 วอลโว่ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์มาโดยตลอดเพื่อนำเสนอทางเลือกที่มากกว่าให้แก่ลูกค้าของเราซึ่งทำให้เรามีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทุกปีและจะยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อๆ ไป เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเรามีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่สามารถตอบสนองได้ทุกความต้องการ และรถยนต์ของเราทุกรุ่นยังมาพร้อมดีไซน์หรูสไตล์สแกนดิเนเวียนผนวกเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่เต็มรูปแบบที่เหนือชั้น ซึ่งจะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันของคุณง่ายดายยิ่งขึ้น โดยประสิทธิภาพการขับขี่ต้องไม่แลกมาด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อสื่อถึงอิสรภาพในการขับขี่อย่างปลอดภัย เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นบนแนวทางแห่งความยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์วอลโว่ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13–15 และ 22 กุมภาพันธ์  (รอบลูกค้า) และวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ (รอบสื่อมวลชน) ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ในครั้งนี้ วอลโว่ขนทัพรถยนต์วอลโว่รุ่นใหม่เปี่ยมสมรรถนะมาให้ลูกค้าและสื่อมวลชนได้ทดลองขับจริงกันแบบเต็มอัตราถึง 6 รุ่น ในทุกเซ็กเมนต์ ทั้ง The All-New Volvo S60 –สุดยอดสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมจากสวีเดน ที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา, The All-New Volvo V60 -ยนตกรรมระดับอัลตราลักชัวรี่กับขุมพลัง Plug-in Hybrid Sporty Estate พร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ไร้คู่แข่ง, The Volvo S90 เจ้าของรางวัล “ซีดานขนาดกลางยอดเยี่ยม จากงาน 2019 Car of The Year Awards, The Volvo New XC40 -คอมแพ็กเอสยูวีที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมการขับขี่ขั้นสูง, The Volvo XC60 –เอสยูวีขนาดกลางระดับพรีเมียมที่มียอดจำหน่ายสูงถึง 1,000,000 คันทั่วโลก และ The Volvo XC90 ลักชัวรี่เอสยูวีเจ้าของรางวัลระดับโลกที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด พร้อมดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนที่มอบความหรูหราในทุกรายละเอียด พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ และนวัตกรรมเทคโนโลยีความปลอดภัย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ

โดยไฮไลท์พิเศษที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้ทุกท่านภายในงาน คือการออกแบบสถานีทดสอบที่ทำให้ผู้ขับได้ร่วมทดสอบและรับรู้ถึงสมรรถนะที่ดีเยี่ยมของเครื่องยนต์และฟีเจอร์ของรถยนต์เพื่อทดสอบและรับประกันรวมถึงสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของวอลโว่ที่ตั้งใจจะพัฒนารถยนต์ที่ดีมีคุณภาพและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการพิสูจน์สมรรถนะรถยนต์วอลโว่ ในสนามทดสอบระดับมาตรฐานสากล

โดยในแต่ละสถานีผู้ขับขี่จะได้สัมผัสประสบการณ์จริงของการขับขี่สุดท้าทาย พร้อมทดลองฟังค์ชั่นการใช้งาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมความปลอดภัยอันชาญฉลาด อันเป็นหัวใจหลักของแนวคิดในการคิดค้นรถยนต์วอลโว่ทุกรุ่น ตามปรัชญาของบริษัท ‘Designed Around You’ ที่ยึดคนเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำเอกลักษณ์ของวอลโว่ในการเป็นรถยนต์สแกนดิเนเวียนที่เข้าใจกลุ่มลูกค้ามากที่สุด

ทางวอลโว่เล็งเห็นถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ จึงตอบสนองด้วยการจัดกิจกรรมการทดสอบรถยนต์วอลโว่ทุกรุ่นอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจรในสนามแข่งรถ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและรับรู้ถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพ รวมถึงฟีเจอร์รถยนต์วอลโว่ที่ตอบโจทย์ของผู้ขับในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

มาสด้าคอนเฟิร์มปิกอัพ BT-50 PRO เติมดีเซล B20 ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 2, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/419615?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มาสด้าคอนเฟิร์มปิกอัพ BT-50 PRO เติมดีเซล B20 ได้

28 กุมภาพันธ์ 2563 – 11:40 น.
มาสด้า,รถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO
เปิดอ่าน 239 ครั้ง

มาสด้าคอนเฟิร์มปิกอัพ BT-50 PRO เติมดีเซล B20 ได้ คอลัมน์… ยานยนต์

มาสด้าเสริมทัพปิกอัพพันธุ์แกร่ง BT-50 PRO เพื่อรองรับการใช้น้ำมันดีเซล B20 โดยยังคงความเป็นรถปิกอัพที่ตอบสนองการใช้งานได้ทั้งการเป็นรถยนต์นั่งเพื่อทุกคนในครอบครัว และการบรรทุกที่มีสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง หวังให้ลูกค้ามาสด้าได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยเติมน้ำมันดีเซล B20 ตามนโยบายภาครัฐ

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากการที่ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย และลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 ที่เข้าขั้นวิกฤติในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนขานรับกับนโยบายนี้ ส่งผลให้ราคาผลปาล์มปรับเพิ่มสูงขึ้น แก้ไขปัญหาปริมาณน้ำมันปาล์มส่วนเกินได้สำเร็จ รวมถึงปัญหาฝุ่นละอองที่ลดระดับความรุนแรงลง ด้วยประเทศไทยเป็นตลาดรถปิกอัพขนาด 1 ตัน อันดับหนึ่งของโลก หากผู้ใช้รถปิกอัพช่วยกันปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานเชื้อเพลิงในระยะยาวด้วยการลดปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ลดภาระที่เกิดจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

จากเหตุผลข้างต้น มาสด้าในฐานะผู้จำหน่ายรถปิกอัพรุ่น BT-50 PRO ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล จึงออกประกาศแผนในการศึกษา พัฒนาในทันทีเพื่อดำเนินการอัพเกรดอุปกรณ์ในรถปิกอัพมาสด้าให้สามารถรองรับน้ำมันดีเซล B20 สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถปิกอัพ BT-50 PRO ที่เริ่มผลิตตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563 สามารถเติมน้ำมันดีเซล B20 ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเครื่องยนต์ สมรรถนะของรถ และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันแต่อย่างใด ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ประชาชนที่ใช้เป็นยานพาหนะส่วนตัว รวมถึงประชาชนที่ใช้บริการรถสาธารณะด้วยราคาน้ำมันดีเซล B20 ที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลปกติ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์สะอาดยิ่งขึ้น ตอบรับกับวิสัยทัศน์ Sustainable zoom-zoom 2030 คือ การแก้ปัญหาที่ต้องเผชิญ เพื่อให้โลกของเรายังคงสวยงาม เพื่อผู้คน และสังคมให้น่าอยู่ตลอดไป

 รถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับด้วยดีไซน์ภายนอกให้ความสปอร์ตหรูหราไปอีกขั้น เน้นเอกลักษณ์การออกแบบเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งของมาสด้า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถปิกอัพแบบอเนกประสงค์ แต่ให้ความสปอร์ตหรู ช่วงล่างดี ห้องโดยสารกว้าง สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของลูกค้าในปัจจุบัน มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่ารถปิกอัพทั่วไปที่จำหน่ายในท้องตลาด มีให้เลือกทั้งตัวถังแบบฟรีสไตล์แคบ หรือบานแค็บเปิดได้ FSC และรุ่น 4 ประตู DBL แบบยกสูง Hi-Racer มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร 150 แรงม้า วางจำหน่ายในราคาเท่าเดิม
# # #
โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย
เว็บไซต์ http://www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

อาวดี้เขย่าตลาดต้นปี เปิดแคมเปญมอเตอร์โชว์แรงสะใจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 2, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/419187?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

อาวดี้เขย่าตลาดต้นปี เปิดแคมเปญมอเตอร์โชว์แรงสะใจ

26 กุมภาพันธ์ 2563 – 13:58 น.
มอเตอร์โชว์,อาวดี้,กฤษณะกร เศวตนันทน์
เปิดอ่าน 413 ครั้ง

อาวดี้เขย่าตลาดต้นปี เปิดแคมเปญมอเตอร์โชว์แรงสะใจ เริ่มแล้ววันนี้

อัดโปรฯ เด็ดกระชากใจให้ทุกรุ่น ผ่อนสบายๆ เริ่มต้นไม่ถึง 19,000 บาท ไม่มีบอลลูน

พร้อมโปรฯ แจกป้ายทะเบียนสวย เลขตอง หรือรับแลกรถให้มูลค่าเพิ่มสูงสุดถึง 4 แสนบาท*

ที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ และงานมอเตอร์โชว์ “#ลดโหดเหมือนโกรธใครมา”

อาวดี้ ประเทศไทย อัดแคมเปญมอเตอร์โชว์แรงสะใจ เขย่าตลาดต้นปี เผยทีมขายและทีมการตลาดผนึกกำลังจัดให้ลูกค้าได้คุ้มสุด ได้โปรโมชั่นแรงสุดก่อนใคร ทั้งที่โชว์รูมอาวดี้ ทั่วประเทศ และภายในงานมอเตอร์โชว์ 2020 เริ่มแคมเปญพิเศษนี้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 เมษายน นี้เท่านั้น

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เผยว่า “ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป อาวดี้ได้จัดแคมเปญมอเตอร์โชว์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์อาวดี้ทุกรุ่น มั่นใจว่าจะดึงดูดใจและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าที่กำลังจะซื้อรถใหม่ ด้วยข้อเสนอที่ต้องเรียกว่าพิเศษและคุ้มค่ามากที่สุด มั่นใจว่าแคมเปญพิเศษกระตุ้นตลาดที่จะจัดขึ้นเป็นพิเศษในช่วงนี้ ไม่เพียงส่งผลดีต่อภาพรวมของตลาดและเศรษฐกิจ แต่สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมีแผนซื้อรถช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าที่เหนือกว่า”

สำหรับแคมเปญมอเตอร์โชว์ของอาวดี้ในปีนี้ต้องเรียกว่าแรงสุดขีด ภายใต้ธีม “#ลดโหดเหมือนโกรธใครมา” นับเป็นโอกาสพิเศษในการซื้อรถใหม่ ลูกค้าสามารถเลือกแคมเปญที่เหมาะกับความชอบ ไลฟ์สไตล์ และแผนการเงินของตนเองได้ เช่น ลูกค้าที่อยากผ่อนต่อเดือนไม่สูง อาวดี้ก็มีโปรแกรมผ่อนจ่ายแบบสบายกระเป๋า ไม่สร้างภาระมากเกินไป คือ นอกจากจะดาวน์น้อย ผ่อนน้อย ที่สำคัญไม่มีบอลลูน ยังสามารถผ่อนได้สูงสุดถึง 7 ปี อาทิเช่น

Audi A1 ราคาพิเศษสุด 1,999,000 บาท ดาวน์เพียง 600,000 บาท ผ่อนต่อเดือนไม่ถึง 19,000 บาท ไม่มีบอลลูน

Audi Q3 รุ่นใหม่ล่าสุด ดาวน์เพียง 689,700 บาท ผ่อนต่อเดือนเพียง 21,900 บาท ไม่มีบอลลูน

สำหรับลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตในการจองรถภายในช่วงแคมเปญ ลูกค้าจะได้รับพอยต์ 20 เท่าทันที เมื่อจอง 100,000 บาท พร้อมเอาใจลูกค้าที่จอง A8, Q8 และ TTS แจกฟรีป้ายทะเบียนเลขทะเบียนสวยอย่างเลขทะเบียนตอง 8 หรือ ตอง 9 ทันที หรือโปรแกรม Trade-in ที่ให้มูลค่าเพิ่มสูงสุดถึง 400,000 บาท

นอกจากนี้อาวดี้ยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในราคาพิเศษภายในเดือนมีนาคมนี้ แต่ละรุ่นได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีสำหรับตลาดในประเทศไทย อาทิ Q7 ใหม่ และ A6 ซีดาน และที่สำคัญยังมาพร้อมแคมเปญพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัว เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่ามากที่สุด พร้อมให้ลูกค้าสั่งจองได้ที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ และที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020

รายละเอียดแคมเปญมอเตอร์โชว์ 2020 แรงสะใจของอาวดี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2563 ที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ และที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 มีดังนี้

จองอาวดี้วันนี้ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับ Point 20 เท่าทันที
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์น้อย ผ่อนสบาย นานสูงสุดถึง 7 ปี
ป้ายทะเบียนตอง เลขสวยเมื่อจอง Q8, A8, TTS
โปรแกรม Trade-in แลกรถที่ไหนราคาไม่ดี Audi ให้เพิ่มสูงสุด 400,000 บาท

ลูกค้าอาวดี้ที่จองรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ชมยนตรกรรมนำเข้าใหม่ของอาวดี้ ได้ที่ Audi Centre Thailand 0-2765-8888, Audi New Petchaburi 0-2023-4888, Audi Pattaya 0-3819-7888, Audi Phuket 0-7664-6666 และภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
* เงื่อนไขพิเศษเฉพาะรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด

“ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 2, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/418631?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก”

24 กุมภาพันธ์ 2563 – 14:20 น.
ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์,อีซูซุ
เปิดอ่าน 276 ครั้ง

อีซูซุชวนสื่อขับ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก” ตะลุยเชียงใหม่สู่เชียงดาว

อีซูซุชวนคณะสื่อมวลชน 2 กลุ่ม ร่วมสัมผัสรถปิกอัพรุ่นล่าสุด “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดจาก DNA แห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมของอีซูซุที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกอย่างยิ่งใหญ่ที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา พร้อมการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบที่ท้าทายใน “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential Press Trip” บนเส้นทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ สู่ อ.เชียงดาว ระยะทางรวมกว่า 280 กิโลเมตร

คณะสื่อมวลชนกลุ่มที่ 2 เริ่มต้นการเดินทางด้วยการบินจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ โดยแวะเติมพลังด้วยอาหารพื้นเมืองแท้ๆ ที่ร้าน “ลำดีตี้ขัวแดง” และเปลี่ยนมือรับรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” จากคณะสื่อมวลชนกลุ่มแรก ก่อนเดินทางออกนอกเมืองสัมผัสบรรยากาศป่าเขาสองข้างทาง สู่ “โปงแยง ซิปไลน์ แอนด์ จังเกิล โคลสเตอร์” อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ศูนย์รวมกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่เหมาะกับผู้ที่ชอบการผจญภัย ตื่นเต้น และท้าทาย เครื่องเล่นที่เป็นซิกเนเจอร์ได้แก่ จังเกิลโคสเตอร์ (Jungle Coaster) เครื่องเล่นคล้ายรถไฟเหาะนั่งได้คันละ 1-2 คน แล่นอยู่บนรางลงจากเขาที่คดเคี้ยวกว่า 800 เมตร ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้น สร้างรอยยิ้มไปตามๆ กัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นหลากหลายประเภทให้เลือกเล่นตามความชอบอีกด้วย

ช่วงบ่ายคณะสื่อมวลชนได้ทดลองขับ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” บนเส้นทางคดเคี้ยวลัดเลาะโค้งขึ้นเขาตลอดเส้นทาง ทั้งทางชันและแคบเป็นถนนแบบ 2 เลนสวนกัน บางช่วงเป็นทางโค้งแคบติดๆ กันในระยะประชิดอีกด้วย ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นถนนปราบเซียนอย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็คุ้มค่ากับจุดหมาย “ไร่ชาลุงเดช” อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ไร่ชาที่มีการปลูกต้นชาเป็นแนวขั้นบันไดไล่ลงไปตามแนวเขา มีที่นั่งบนบ้านพักที่หันหน้าออกสู่ไร่ชา ให้ชมบรรยากาศพร้อมจิบชาขาวร้อนๆ คู่กับเค้กชาเขียวแบบโฮมเมด สร้างความประทับใจจนไม่อยากจะละสายตา เมื่อได้เวลาเดินทางต่อก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ด้วยเส้นทางชันลัดเลาะขาลงเขา ซึ่งมีอุปสรรคที่ไม่ต่างจากขาขึ้น แต่ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้นของรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” ดีไซน์ใหม่หมดในทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน พร้อมเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่คิดค้น และพัฒนาใหม่ให้เป็นเทคโนโลยีดีเซลที่สมบูรณ์แบบเปี่ยมพลัง และสมรรถนะ ด้วยกำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เจนทู (Gen 2) ที่ออกตัวเร็วขึ้น เร่งแซงเร็วขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 150 แรงม้า และระบบกันสะเทือนที่พัฒนาขึ้นพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ช่วยให้รถมีความนุ่มนวล เกาะถนน ทรงตัวดี เข้าโค้งนิ่ง ทำให้มั่นใจในทุกการขับตลอดเส้นทาง นั่งสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารใหม่ยังกว้างขวาง ดีไซน์หรูหรา พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และมีระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment จึงทำให้คณะสื่อมวลชนขับรถเข้าสู่ที่พักได้อย่างสะดวกสบาย ณ “อาซาเลีย วิลเลจ รีสอร์ท” อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่พักสุดคูลมีห้องพักแบบเรือนไม้ โอบล้อมด้วยวิวหลักล้านของ “ดอยหลวงเชียงดาว” มีบริการอาหารโฮมเมดที่ปรุงสุกจากผักผลไม้ที่ปลูกในฟาร์มของตัวเอง นับเป็นทริปที่เพอร์เฟกท์ ครบรสทั้งการเดินทางและการท่องเที่ยวในแบบอีซูซุอย่างแท้จริง

ช่วงเช้าวันที่สองก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ คณะสื่อมวลชนกลุ่มที่ 2 ได้แวะชมความน่ารักของช้าง สัตว์ใหญ่แสนรู้ ณ “ปางช้างเชียงดาว” อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกิจวัตรประจำวันของช้างและควาญช้าง ตั้งแต่การอาบน้ำช้าง การแสดงลากจูงซุงในรูปแบบต่างๆ ณ ลานแสดงริมลำน้ำปิง ท่ามกลางธรรมชาติและอากาศที่เย็นสบาย ปิดท้ายบันทึกความทรงจำอันแสนประทับใจและสนุกสนานของ “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential Press Trip”

มาสด้าผนึกสวาทแคทประกาศลั่นพร้อมสู้ศึกไทยลีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 18, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/416364?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มาสด้าผนึกสวาทแคทประกาศลั่นพร้อมสู้ศึกไทยลีก

12 กุมภาพันธ์ 2563 – 15:34 น.
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ,มาสด้า
เปิดอ่าน 157 ครั้ง

มาสด้าผนึกสวาทแคทประกาศลั่นพร้อมสู้ศึกไทยลีก ตั้งเป้าติด 1 ใน 10 ฤดูกาล 2020

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา จังหวัดนครราชสีมา, 11 กุมภาพันธ์ 2563 – มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จัดงาน “สวาทแคทสู้สึกไทยลีก ฤดูกาล 2020” เปิดตัวนักเตะทั้งรุ่นใหญ่ และรุ่นเยาวชนพร้อมชุดเย้าเยือน ฤดูกาล 2020 สานต่อนโยบายขับเคลื่อนวงการลูกหนังเมืองไทยสู่ระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เหล่ากองเชียร์เจ้าแมวพิฆาตเปล่งเสียงเชียร์สร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาเตรียมระเบิดศึกฤดูกาล 2020 ตั้งเป้าติดท็อป 10 สร้างความคึกคักให้กับเมืองโคราชด้วยจำนวนแฟนบอลที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

สองผู้บริหารจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดี

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมานั้น ที่พวกเราได้ยืนหยัดเคียงคู่กันมาอย่างเหนียวแน่น ช่วยกันส่งเสียงเชียร์ ยืนปรบมือ ช่วยกันสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าแมวสวาทแคท ในการสู้ศึกทุกๆ สนาม สร้างเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ให้กับเจ้าแมวพิฆาตไว้มากมาย มีแฟนบอลที่เหนียวแน่นนับหมื่นคนคอยส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ในขณะเดียวกันนักเตะและทีมสตาฟฟ์โค้ชทุกคนต่างมีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และไม่เคยยอมแพ้ ซึ่งไม่ต่างกับแบรนด์มาสด้า เราเป็นบริษัทรถยนต์ที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่เราก็สามารถเดินทางมาด้วยระทางที่ยาวไกลครบรอบ 100 ปี ในปี 2563 นี้ ตลอดระยะเวลา 1 ศตวรรษ เราผ่านเรื่องราวมากมาย ต่อสู้กับอุปสรรคนับครั้งไม่ถ้วน แต่พวกเราไม่เคยหยุดพัฒนา และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ในการจะมุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ ซึ่งเราเห็นสปิริตความเป็นนักสู้ของนักเตะทุกคน รวมไปถึงสตาฟฟ์โค้ชของสโมสรมาโดยตลอด

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ มอบของที่ระลึกให้แก่มาสด้า

 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า ในปีนี้ทางสโมสร มีการปรับกลยุทธ์ภายใต้การนำทีมของ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ประธานสโมสร เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยโดยเริ่มตั้งแต่ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ไปสู่เวลาระดับโลก ซึ่งจำเป็นต้องวางรากฐานที่มั่นคง ตั้งแต่รุ่นเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักเตะทัพใหญ่ต่อไป ทางสโมสรได้เผยโฉมน้องๆ นักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่จะลงแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ หรือไทยแลนด์ ยูธ ลีก ฤดูกาล 2020 คาดหวังที่จะสร้างประสบการณ์และความมั่นใจให้แก่นักเตะด้วยการผลักดันไปสู่การเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ให้สำเร็จ และเพื่อตอบรับกระแสอีสปอร์ตที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทางสโมสรได้เปิดตัวนักกีฬาทั้ง 6 คน นำโดยกัปตันทีม “ต้นไม้” ณัฐวุฒิ อินทร์หอม ร่วมด้วย “โย” บดินทร์ รุ่งรัตน์กสิกุล, “ณัฐ” ณัฐพงษ์ คร่อมกระโทก, “หนุ่ย” พงศกร ธรรมขันแก้ว, “มิว” ยุทธนา งามอเนกรัตน์ และสุดยอดโปรเพลเยอร์ท็อปเทนของเอเชีย โง วินห์ กวง หรือ “กวง บาซาร์” จากประเทศเวียดนาม ที่จะมาร่วมสู้ศึกในฤดูกาลนี้ด้วย

โฉมหน้าเหล่านักเตะ พร้อมนำทีมลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

อีกทั้งในฤดูกาล 2020 นี้ “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น จะเข้ามานั่งแท่นคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของรุ่นใหญ่ หลังจากที่ฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาว่า จบอันดับ 13 ฟุตบอลไทยลีก รอดพ้นจากการตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา เชื่อว่าด้วยความตั้งใจของโค้ช จะนำพาสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จะครองอันดับ 1 ใน 10 ของตารางได้สำเร็จ สำหรับชุดแข่งฤดูกาลนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก “แกรนด์สปอร์ต” มี 3 สี โดยสีส้มซึ่งเป็นสีประจำทีมเป็นชุดเหย้า สีเหลืองและสีม่วงจะเป็นชุดเยือน ส่วนชุดผู้รักษาประตูเป็นชุดสีดำ และสีเขียวสะท้อนแสง

มาสด้า ราชา ออโต้ เซลส์ เข้าร่วมออกบูธจัดงานฯ

ด้าน “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น เผยแนวทางที่จะพาสวาทแคทไปสู่เป้าหมายในปี 2020 โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพ ความแข็งแกร่งของนักเตะ รวมไปถึงการวางเกมรุก และเกมรับที่มีความยืดหยุ่น แยบยล มากกว่าการเล่นแบบตั้งรับ และโต้กลับเพียงอย่างเดียว เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำแต้มให้กับทีม อีกทั้งเราเติมผู้เล่นใหม่หลายตำแหน่ง อาทิ เดนนิส มูริลโล่ ดาวยิงชาวบราซิล, อนนต์ สมากร กองกลางอนาคตไกล, ยูน จุนซอง ปราการหลังจอมเก๋าที่จะมาผนึกกำลังกับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กัปตันทีม ร่วมด้วย เมธี ทวีกุลกาญจน์ และนักเตะมากฝีมืออีกมากมาย หากรวมศักยภาพทั้งนักเตะเดิม และนักเตะใหม่ จะสามารถยกระดับเกมรุกของทีมได้อย่างแน่นอน

นักเตะเยาวชน U12

นัดเปิดฉากฤดูกาล 2020 สวาทแคทจะบุกเยือน 5 นัดแรก ประเดิมนัดแรกพบกับ การท่าเรือ เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. นัดที่สอง พบกับ ระยอง เอฟซี ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น., นัดที่สาม พบกับ ชลบุรี เอฟซี ในวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 17.45 น. นัดที่สี่ พบกับ มิตรผล เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น., นัดที่ห้า พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม เวลา 19.00 น. เชิญชวนแฟนบอลร่วมชม และเชียร์เจ้าแมวพิฆาตไปพร้อมกัน

นักเตะเยาวชน U19

ฮอนด้า เปิดตัว”มาร์ค-อเล็กซ์”ควบRC213V เวอร์ชั่น 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 18, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/415911?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฮอนด้า เปิดตัว”มาร์ค-อเล็กซ์”ควบRC213V เวอร์ชั่น 2020

10 กุมภาพันธ์ 2563 – 13:45 น.
มาร์ค มาร์เกซ,อเล็กซ์ มาร์เกซ,ฮอนด้า,ฮอนด้า RC213V ใหม่
เปิดอ่าน 210 ครั้ง

ฮอนด้าพร้อมป้องแชมป์โมโตจีพี เปิดตัว “มาร์ค-อเล็กซ์” ควบ RC213V เวอร์ชั่น 2020

เรปโซล ฮอนด้า ทีมแข่งชั้นนำแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เปิดตัวสองพี่น้องนักบิดชาวสแปนิช มาร์ค มาร์เกซ และ อเล็กซ์ มาร์เกซ พร้อมด้วยเรซแมชชีน ฮอนด้า RC213V ใหม่ เตรียมป้องกันตำแหน่งแชมป์โมโตจีพี ปี 2020

ความเคลื่อนไหวของยอดทีมแข่งชื่อก้องโลกอย่าง เรปโซล ฮอนด้า หลังจากทำผลงานได้อย่างยิ่งใหญ่ สามารถคว้าแชมป์ทุกประเภท ทั้งแชมป์นักบิด แชมป์ทีมแข่ง และแชมป์ผู้ผลิต ในศึกโมโตจีพี ฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมแข่งประจำปี 2020 อย่างเป็นทางการ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

โดยนักบิดตัวหลักยังคงเป็น มาร์ค มาร์เกซ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก 8 สมัย(โมโตจีพี 6 สมัย, โมโตทู 1 สมัย และรุ่น 125 ซีซี 1 สมัย) จะได้จับคู่กับทีมเมทคนใหม่ นั่นคือ น้องชายในสายเลือดอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ แชมป์โลก 2 สมัย (โมโตทู 1 สมัย และโมโตทรี 1 สมัย) ซึ่งจะร่วมกันผนึกกำลังควบรถแข่ง ฮอนด้า RC213V ใหม่ เพื่อออกล่าความสำเร็จให้แก่ต้นสังกัดอีกครั้งในปีนี้

มาร์เกซ กล่าวว่า “การเปิดตัวนั้นมีความสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้เรากลับเข้าสู่บรรยากาศของการแข่งขันอีกครั้ง ส่วนการเตรียมความพร้อมก็เหมือนทุกปีที่ผ่านมา พวกเรายังคงทำงานด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยความสำเร็จจากปีก่อนจะเป็นแรงผลักดันให้ผมต้องก้าวต่อไป และตอนนี้ผมพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น”

ด้าน อเล็กซ์ กล่าวว่า “มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวทีมแข่ง เรปโซล ฮอนด้า และผมรู้ว่ายังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมาย สำหรับการขยับขึ้นมาแข่งขันในรุ่นใหญ่สุด ผมจะต้องทุ่มสุดตัวเพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด และขอตั้งเป้าหมายพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องแบบสเต็ปบายสเต็ป”

สองสิงห์นักบิดตระกูลมาร์เกซ มีกำหนดควบรถแข่งฮอนด้า RC213V ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2020 ครั้งแรกในรอบการทดสอบวินเทอร์เทสต์ ที่สนามเซปังฯ เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย วันที่ 7-9 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนศึกโมโตจีพีจะเปิดฉากชิงชัยสังเวียนแรกแบบไนท์เรซที่สนามโลแซล ประเทศกาตาร์ วันที่ 5-8 มีนาคม 2020

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของทีมแข่งเรปโซล ฮอนด้า ได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth

%d bloggers like this: