มติชนอคาเดมี

All posts tagged มติชนอคาเดมี

เปิดสูตรเด็ด 5 ร้านดัง ระดับตำนาน ตลอดเดือนตุลาคม ที่ มติชนอคาเดมี

Published April 6, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05102151059&srcday=2016-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 633

มติชนอคาเดมี

อนุภาค ชัยชนะดารา

เปิดสูตรเด็ด 5 ร้านดัง ระดับตำนาน ตลอดเดือนตุลาคม ที่ มติชนอคาเดมี

ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) เตรียมกลับมาปลุกกระแสความอร่อยกันอีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ ด้วยการนำร้านอาหารชื่อดังระดับตำนาน ที่ได้รับความนิยมจากนักชิมทั่วสารทิศ มาเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับความอร่อยให้กับทุกท่านที่สนใจ พร้อมบอกเทคนิคการนำไปต่อยอดสร้างอาชีพทุกขั้นตอนแบบไม่มีกั๊ก พร้อมแนะนำการทำการตลาดแบบอาชีพ สำหรับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วงการพ่อค้า-แม่ขายในอนาคตอีกด้วย ว่าแล้วอย่ารอช้า…ตามไปดูกันดีกว่าว่ามีหลักสูตรอะไรบ้าง

ถ้าพูดถึงของกินอร่อยๆ ในย่านโชคชัย 4 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินของเหล่านักชิมหลายคน ที่ต้องแวะเวียนมาหาของกินอร่อยๆ ที่นี่อยู่เสมอ และถ้าให้พูดร้านดังระดับเชลล์ชวนชิม ที่โด่งดังมายาวนานกว่า 30 ปี เจ้าของต้นตำรับเมนูอร่อย อย่าง เป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ และขาหมู ที่นักชิมหลายคนรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง ร้าน ตี่ โภชนา แห่งย่านโชคชัย 4 (ถนนลาดพร้าว 71) ของ คุณเกียรติก้อง จิรสุขานนท์ (เฮียตี่) เจ้าของร้านใจดีที่เราคุ้นเคยนั่นเอง หลังจากรอบที่แล้วมานำเสนอความอร่อยเด็ดในหลักสูตร ขาหมู-หมั่นโถว จนผู้เรียนหลายคนประทับใจในความอร่อยกันไปเรียบร้อยแล้ว ใน วันที่ 16 ตุลาคม นี้ เฮียตี่ จะกลับมาที่มติชนอคาเดมีอีกครั้ง พร้อมกับหลักสูตรใหม่ล่าสุด อย่าง ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใส-ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ-ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดง ซึ่งการันตีว่า อร่อยแรงส์…อย่างแน่นอน สำหรับในชั่วโมงเรียนครั้งนี้ผู้เรียนทุกคนจะได้เรียนรู้กันตั้งแต่เทคนิคการเลือกซื้อวัตถุดิบต่างๆ, เทคนิคการปรุงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวที่ไม่เหมือนใคร และพร้อมแถมสูตรเด็ดในการปรุงก๋วยเตี๋ยวทั้ง 3 เมนูตามแบบฉบับเฮียตี่ ส่วนเขาปรุงกันอย่างไร? อร่อยเด็ดแค่ไหน? เทคนิค-เคล็ดลับจากเฮียตี่มีอะไรบ้าง? เร็วๆ นี้มีคำตอบแน่นอนครับ

ส่วนใครที่อยากได้สูตรเด็ดการทำเมนู “ห่อหมกปลาช่อน” ก็ต้องไม่พลาดหลักสูตร ห่อหมกปลาช่อนหม้อดิน ตำรับพ่อบัว หลังจากการเปิดตัวที่ มติชนอคาเดมี ไปแล้ว ก็ได้รับการตอบรับจากผู้เรียนเป็นอย่างดี โดยใน วันที่ 22 ตุลาคม นี้ อาจารย์เจริญ กลิ่นหอม (พ่อโต้ง) เจ้าของร้าน ห่อหมกพ่อบัว บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ผู้สืบทอดตำนานความอร่อยของเมนูห่อหมกสูตรดั้งเดิมมาตั้งแต่รุ่นพ่อที่ขายดีมากว่า 80 ปี จะมาเปิดเผยเทคนิคความอร่อยของเมนูอีกครั้งหนึ่ง เริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบ การตำน้ำพริกแกง การแล่ปลา และการปรุงห่อหมกทุกขั้นตอน พร้อมแนะแนวทางการทำธุรกิจแบบจัดเต็ม…ไม่มีกั๊กอย่างแน่นอน

ถ้าใครอยากลองชิม “กล้วยทอด” อร่อยๆ อาจจะนึกถึง ย่านวัดไร่ขิง นครปฐม เพราะที่นั่นเขามีร้านดังที่ใครเห็นจะต้องรู้จักและคุ้นหูกับ ร้านกล้วยทอด (ยอดอร่อย) เจ๊วันดี อย่างแน่นอน เพราะกล้วยทอดร้านนี้มีรสชาติอร่อยถูกปากนักชิมหลายๆ คนทีเดียว ด้วยเทคนิคการใช้สูตรการปรุงแป้งทอดแบบดั้งเดิม ที่โดดเด่นตรงส่วนผสมที่มาจากมะพร้าว แป้งข้าวเจ้า เกลือ น้ำตาล งา และปูนแดง (ที่คนแก่ใช้กินกับหมาก) ทำให้แป้งกรอบ เป็นสูตรที่ทำไม่เหมือนเจ้าอื่น เป็นสูตรแป้งที่เพิ่มความกรอบอร่อย จึงไม่มีความจำเป็นต้องเติมผงฟูเลย และใน วันที่ 29 ตุลาคม นี้ คุณวันดี ละมูลเจริญ (เจ๊วันดี) เจ้าของร้าน กล้วยทอด (ยอดอร่อย) “เจ๊วันดี” ที่เปิดขายบริเวณหน้าวัดไร่ขิงมานานกว่า 20 ปี จะมาเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการทำเมนูอร่อยประจำร้าน อย่าง กล้วยทอด, มันทอด, เผือกทอด, ข้าวเม่าทอด, ซาลาเปา, ไข่เต่า, ถั่ว, มันทิพย์, กลอย บอกทุกเทคนิค-เคล็ดลับการทำทุกขั้นตอน พร้อมสอนสูตรลับแป้งกรอบ สำหรับคนที่จะนำไปต่อยอดทำกิน หรือทำขายเป็นอาชีพ ก็ไม่ว่ากัน…พลาดไม่ได้โดยประการทั้งปวง

ถ้าพูดถึงเบเกอรี่แสนอร่อยจากย่านนนทบุรี หลายคนต้องนึกถึงชื่อของ นนท์เบเกอรี่ สุดยอดร้านเบเกอรี่ชื่อดัง แถวย่านท่าน้ำนนท์ ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 30 ปี สืบทอดความอร่อยของเมนูเบเกอรี่จากรุ่นสู่รุ่น มาจนถึงทายาทคนปัจจุบันอย่าง คุณสมพบ กาศยปนันท์ (คุณเบียร์) ที่ยังคงรังสรรค์สารพัดเมนูเบเกอรี่ให้นักชิมทุกท่านได้ลองลิ้มชิมรสมาจนถึงปัจจุบันนี้ หลังจากมาถ่ายทอดวิชาในหลักสูตร เบเกอรี่-ร้านดัง กับเมนูเด็ด อย่าง ขนมปังหลากไส้นานาชนิด ไปในครั้งแรกที่มติชนอคาเดมีแล้ว ใน วันที่ 30 ตุลาคม นี้ คุณเบียร์ก็เตรียมเอาใจสาวกสายเบเกอรี่ด้วยการมาเปิดสูตรเด็ดอีกครั้ง ในหลักสูตร นนท์เบเกอรี่ 2 พร้อมกับเมนูเด็ดขายดีประจำร้าน อย่าง เอแคลร์วานิลลา, ฟรุตเค้ก และแยมโรล สำหรับคนที่สนใจอยากนำไปลองทำกิน หรือจะนำไปต่อยอดทำขายก็ยังได้ เพราะเขาบอกกันตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ, เทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการทำเบเกอรี่ และที่แน่ๆ มีการแนะแนวทางในการทำขายให้อีกด้วย…สายเบเกอรี่ ห้ามพลาด!!

อีกหนึ่งหลักสูตรเด็ดที่ฮ็อตฮิต จนหลายคนเรียกร้องให้กลับมาเปิดสอนอีกครั้ง เราคงต้องพูดถึงหลักสูตร ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น-ไก่ตุ๋น ของ ร้านรสดีเด็ด สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดัง แถวพระราม 4 ที่มีชื่อเสียงในวงการก๋วยเตี๋ยวมายาวนานกว่า 40 ปี เร็วๆ นี้ คุณสิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล (คุณนพ รสดีเด็ด) จะมาเปิดเผยเทคนิคการทำ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นเครื่องยาจีน และก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นสูตรเด็ด ที่มีความอร่อยแบบเข้มข้นไม่เหมือนใคร โดยเป็นสูตรที่ทางร้านได้พัฒนาขึ้นมากว่า 10 ปี จนได้รับความนิยมจากลูกค้านักชิมหลายๆ ท่าน ในชั่วโมงเรียนนี้ สอนกันตั้งแต่การทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น-ไก่ตุ๋น, การปรุงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ด, พร้อมสอนหลักการทำธุรกิจก๋วยเตี๋ยว, การคิด-คำนวณต้นทุน, การเลือกทำเลที่ตั้งในการเปิดร้าน, การเลือกใช้วัตถุดิบต่างๆ รวมถึงการบอกเล่าประสบการณ์จากเฮียนพ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างอาชีพอีกด้วย

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนที่กล่าวมานั้น ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

Advertisements

3 หลักสูตร เป๊ะ…ปัง “งานช่าง-งานฝีมือ” ไฮไลต์เด็ด เดือนตุลาคม ที่ มติชนอคาเดมี

Published March 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05103011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

มติชนอคาเดมี

3 หลักสูตร เป๊ะ…ปัง “งานช่าง-งานฝีมือ” ไฮไลต์เด็ด เดือนตุลาคม ที่ มติชนอคาเดมี

ประสบความสำเร็จกันเป็นอย่างดีสำหรับโปรเจ็กต์ “งานช่างสร้างเถ้าแก่ใหม่” ของ มติชนอคาเดมี ในช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมา สามารถสร้างกระแสความสนใจให้กับผู้เรียนทั้งรายเก่าและใหม่ ช่วยกระตุ้นต่อมความอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ “เถ้าแก่ใหม่ฟีเวอร์” ต้องบอกเลยว่า หลังจากจบโปรเจ็กต์นี้ น่าจะมีผู้เรียนหลายท่านก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งทางทีมงานของพวกเราก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนเช่นกันครับ ส่วนใครที่พลาดการสมัครเรียนรอบที่ผ่านมา ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะในเดือนตุลาคมนี้ ทีมงานของมติชนอคาเดมี ก็ยังคงสรรหาหลักสูตรที่น่าสนใจ มานำเสนอให้อีกถึง 3 หลักสูตรเลยทีเดียว ที่แน่ๆ อินเทรนด์ติดกระแส และนำไปต่อยอดสร้างอาชีพได้ไม่ยากอีกด้วย

เสน่ห์ของอาหารอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากรสชาติความอร่อยของแต่ละเมนูที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ซึ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นต่อมความอยากกินอาหารได้เป็นอย่างดี คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ฟู้ดสไตลิสต์” หรือ ศิลปะการตกแต่งจานอาหาร ที่อาจทำให้ใครหลายๆ คนตื่นตาตื่นใจกับการกินอาหารมากยิ่งขึ้น ยิ่งในยุคโลกโซเชียลด้วยแล้ว การได้ถ่ายภาพอาหารสวยๆ อัพโหลดขึ้นบน Facebook หรือ Instagram ก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งสำหรับคนทั่วไปเสียแล้ว เกริ่นมาขนาดนี้…ไม่ได้จะแนะนำหลักสูตร “ฟู้ดสไตลิสต์” แต่ทีมงานของเราอยากแนะนำหลักสูตร การแกะสลัก เพื่อการจัดจาน มากกว่า…เพราะสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าให้กับอาหารการกินของคุณได้มากขึ้นกว่าเดิมทีเดียว โดยครั้งนี้ได้ อาจารย์ศุภลักษณ์ ทับทวี หนึ่งในทีมงานตัวแทนประเทศไทย (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) เข้าร่วมสาธิตผลงานแกะสลักผัก-ผลไม้ ฯลฯ ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ปี 2547 ที่พร้อมจะมาถ่ายทอดวิชาการแกะสลักผักและผลไม้ สำหรับการตกแต่งจัดจานแบบมืออาชีพกันเลยทีเดียว ใน วันที่ 22 ตุลาคม 2559 นี้ โดยในชั่วโมงเรียนนี้ ผู้เข้าเรียนจะรู้กันตั้งแต่ การเลือกซื้อผักและการเก็บรักษาผลงาน, วิธีการจับมีดแกะสลัก และการปอก หั่น ตัด, วิธีการแกะสลักชุดผักเครื่องจิ้มน้ำพริก อาทิ การจัดต้นหอม แบบปลายใบม้วน-ใบฝอย, แกะสลักดอกกุหลาบ จากมะเขือเทศ, แกะสลักใบไม้จากแตงกวา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำการเลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล, วิธีการแกะสลักผลไม้สำหรับกิน, แกะสลักภาชนะกุหลาบจากแคนตาลูป เป็นต้น เรียกได้ว่า ครบถ้วนสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดสำหรับจัดจานเพิ่มมูลค่าในร้านอาหาร หรือจะนำไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเดี๋ยวนี้…โลกโซเชียล และนักชิมทั้งหลาย เขาก็สนใจเรื่องสวยๆ งามๆ อยู่ไม่น้อย…เรียนจบปุ๊บ ก็นำไปต่อยอดปั๊บ รับรองว่า โดนใจลูกค้าหรือใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน

ถือเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับจากผู้เรียนทุกท่านเป็นอย่างดี ก็ต้องนึกถึงหลักสูตร “สบู่แฟนซี” ที่ได้วิทยากร อย่าง อาจารย์พิมพา กสิคุณ เภสัชกรและเวชกรแพทย์แผนไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอางเชิงธุรกิจ และจัดจำหน่ายมายาวนานกว่า 10 ปีเลยทีเดียว หลังจากเปิดตัวหลักสูตรแรกจนฮ็อตฮิตไปแล้ว ใน วันที่ 30 ตุลาคม 2559 นี้ อาจารย์พิมพา จึงไม่พลาดที่จะต่อยอดความสำเร็จไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวหลักสูตร การผลิตสบู่ เพื่อผิวสวย เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจความงามที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เป็นอันดับต้นๆ ในยุคปัจจุบันนี้เลยทีเดียว โดยในชั่วโมงเรียนนี้ทุกคนจะได้รู้กันตั้งแต่แหล่งซื้อ-ขายวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ในการผลิต, การผลิตสบู่ เพื่อผิวสวยสูตรต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน, วิธีการคำนวณต้นทุน-กำไรในการผลิตสินค้า, แนะนำเรื่องการทำแพ็กเกจจิ้งผลิตภัณฑ์ พร้อมปิดท้ายด้วยการแนะแนวทางในการทำธุรกิจให้กับผู้เรียนอีกด้วย ทีมงานอยากแอบกระซิบว่า สบู่ผิวสวยรูปแบบต่างๆ กำลังเป็นกระแสฮ็อตฮิตในตลาดออนไลน์เช่นกันนะ…ใครอยากรู้ลองเปิดเฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม ก็จะเห็นผลิตภัณฑ์สบู่อารมณ์นี้เพียบไปหมด ดังนั้น อย่ารอช้า รีบมาเรียนไปทำขาย สร้างรายได้กันให้เป๊ะ…ปังกันไปเลย

หนึ่งในอาชีพสุดฟินของคนที่หลงใหลในอาชีพเกษตรกรรมสมัยใหม่ อย่าง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่กำลังมาแรงสุดๆ เพราะถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน กับกระแส “อาหารคลีน” ที่ถูกอกถูกใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก ด้วยความฮิตติดกระแสขนาดนี้ ทีมงานของเราจึงไม่พลาดที่จะเปิดหลักสูตรใหม่ล่าสุด ใน วันที่ 29 ตุลาคม 2559 อย่าง ไฮโดรโปนิกส์ ผักเงินล้าน ที่ต่อยอดมาจากหลักสูตรสุดฮ็อต อย่าง การปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ ที่ได้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์มายาวนานกว่าในวงการนี้ อย่าง อาจารย์ปกรณ์ พิสุทธิ์ชาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนอินสไปรด์ จำกัด และเจ้าของเว็บไซต์ http://www.thaihydrohobby.com ที่จะมาเปิดเผยและให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์กันแบบครบวงจร พร้อมนำพาทุกท่านไปชมระบบการจัดการฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ ของจริงกันอีกด้วย โดยในชั่วโมงเรียนนั้นทุกท่านจะได้เรียนรู้เรื่องการปลูกพืชไม่ใช้ดิน, เทคนิคการลดไนเตรตของผักไฮโดรโปนิกส์, เรียนรู้ระบบการในปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ พร้อมตอบปัญหา และข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำธุรกิจนี้อีกด้วย ส่วนช่วงบ่าย อาจารย์ปกรณ์ จะพาผู้เรียนทุกท่านไปเยี่ยมชมฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ เพื่อศึกษาระบบการจัดการภายในฟาร์ม และตอบทุกคำถามที่ค้างคาใจ สำหรับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า…ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ ที่กำลังอินเทรนด์ในขณะนี้เลยทีเดียว

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตร การแกะสลัก เพื่อการจัดจาน (วันที่ 22 ตุลาคม 2559), ไฮโดรโปนิกส์ ผักเงินล้าน (วันที่ 29 ตุลาคม 2559), การผลิตสบู่ เพื่อผิวสวย (วันที่ 30 ตุลาคม 2559) จะมาให้ความรู้ พร้อมเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมืออาชีพ สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

สร้างรายได้…จากไอเดียสุดปิ๊ง!! กับหลักสูตร “สวนโหลทะเลทราย” By Exoflora

Published February 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05103010959&srcday=2016-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 630

มติชนอคาเดมี

อนุภาค ชัยชนะดารา

สร้างรายได้…จากไอเดียสุดปิ๊ง!! กับหลักสูตร “สวนโหลทะเลทราย” By Exoflora

ถือเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่กำลังมาแรงทีเดียว สำหรับการจัดสวนย่อส่วนระบบนิเวศทางธรรมชาติมาอยู่ในภาชนะที่มีพื้นที่จำกัด อาทิ ขวดโหล ขวดแก้ว กระถางขนาดเล็ก ฯลฯ ด้วยรูปแบบการตกแต่งที่เก๋ไก๋ โดนใจวัยรุ่น-วัยทำงานกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

กอปรกับในปัจจุบันพื้นที่สำหรับการปลูกต้นไม้ในพื้นที่พักอาศัยมีค่อนข้างจำกัด จึงทำให้สวนโหล-สวนถาดประเภทต่างๆ เหล่านี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ส่วนในบ้านเราที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมจนถึงขนาดทำขายเท่าไร…ก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คงต้องพูดถึง “สวนโหลทะเลทราย”

คุณปฐม ตั้งประดิษฐ์ หรือ อาจารย์หนุน เจ้าของธุรกิจสวนกระบองเพชร-ไม้อวบน้ำ ในนาม Exoflora และยังเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชอวบน้ำ กล่าวว่า สำหรับความนิยมสวนโหล-สวนถาดในบ้านเรานั้น มีมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับ สวนโหลทะเลทราย นั้น จะมีความสนใจอยู่ที่เราจะใช้ กระบองเพชรและไม้อวบน้ำประเภทต่างๆ มาจัดแบบย่อส่วนในโหลแก้วดีไซน์ต่างๆ พร้อมตกแต่งภายในด้วยหิน ขอนไม้ หรือตุ๊กตาขนาดจิ๋ว ตามแต่จินตนาการที่จะนำมาตกแต่งสวน สร้างเรื่องราวในสวนของเราเอง

สำหรับจุดเด่นของสวนโหลทะเลทรายนั้น อยู่ที่กลุ่มของต้นไม้ที่นำมาใช้จัดสวนมีความทนทานและไม่ต้องรดน้ำมาก สามารถดูแลรักษาได้ง่าย แค่ให้อยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว สามารถตอบโจทย์คนที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม-อพาร์ตเมนต์ ซึ่งพื้นที่จำกัดในการปลูกต้นไม้ได้เป็นอย่างดี

หรือหากใครจะนำไปสร้างเป็นชิ้นงานไอเดียเพื่อการค้า ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยครับ เพราะตลาดยังคงเปิดกว้างมากๆ และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันอีกด้วยครับ

เร็วๆ นี้ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) ได้จับมือกับ คุณปฐม ตั้งประดิษฐ์ หรือ อาจารย์หนุน เจ้าของธุรกิจสวนกระบองเพชร-ไม้อวบน้ำ ในนาม Exoflora มาเปิดสอนหลักสูตร “สวนโหลทะเลทราย” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรน้องใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

โดยภายใน 1 วัน ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ เทคนิคการแต่งสวนสวยในโหลแก้วดีไซน์สุดเก๋ไม่เหมือนใคร แถมแนะนำเทคนิคการขยายพันธุ์ไม้อวบน้ำ และกระบองเพชรหลากหลายชนิด พร้อมตอบทุกข้อสงสัยในชั่วโมงเรียน และแนะแนวทางการทำธุรกิจให้อีกด้วย ใน วันที่ 24 กันยายน 2559 นี้

“ในคอร์สเรียนนี้ทุกคนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การขยายพันธุ์กระบองเพชรและไม้อวบน้ำ, พร้อมเรียนรู้เทคนิคขั้นตอนการปาดยอด, การปักชำใบ, การเพาะเมล็ด พืชในกลุ่มกระบองเพชร และฮาโวเทีย โดยทุกคนจะได้ฟังการบรรยายและลงมือปฏิบัติจริงในการเรียนวันแรก”

“ส่วนวันที่สองจะเข้าสู่การเรียนรู้เรื่องเทรนด์ของสวนโหลแก้วในตลาด และการเพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมลงมือปฏิบัติสวนโหลทะเลทรายไปพร้อมกับวิทยากร โดยทุกท่านจะได้รับคำแนะนำตั้งแต่การจัดวางตำแหน่งหิน, สอนการเลือกต้นไม้, สอนการวางตำแหน่งของต้นไม้ เป็นต้น ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการแนะนำแหล่งซื้อ แหล่งขายวัสดุอุปกรณ์ และการตีราคาชิ้นงานแต่ละชิ้น พร้อมพูดคุยแนะนำเรื่องการนำไปขายเป็นอาชีพเสริม และบอกช่องทางการจัดจำหน่าย และชี้แนวทางการตลาดปิดท้ายอีกด้วย” อาจารย์หนุน กล่าว

งานนี้คนที่หลงใหลในการจัดสวน หรือชื่นชอบธรรมชาติย่อส่วน ก็น่าจะตอบโจทย์อยู่ไม่น้อย หรืออยากนำไปต่อยอดสร้าง “อาชีพ” หรือนำไปทำเป็นธุรกิจเสริมเพิ่มรายได้ ก็ดีเยี่ยม…ไม่แพ้กัน

สำหรับ ท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตร สร้างสวนโหลทะเลทราย กับ คุณปฐม ตั้งประดิษฐ์ (วันที่ 24 กันยายน 2559) นี้ ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

สวยๆ ใสๆ วัยรุ่นชอบ กับคอร์ส “แต่งหน้าสวยสั่งได้” By ครูแมว

Published December 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05096150759&srcday=2016-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 627

มติชนอคาเดมี

อนุภาค ชัยชนะดารา

สวยๆ ใสๆ วัยรุ่นชอบ กับคอร์ส “แต่งหน้าสวยสั่งได้” By ครูแมว

“ความสวย…ไม่ใช่ของคู่กันสำหรับผู้หญิงนะคะ…เพราะ ณ ปัจจุบันความสวยได้อยู่ในสายเลือดผู้หญิงทุกคนไปแล้ว”

ดูเหมือนคำนิยามข้างต้นของ อาจารย์กุลวดี จิตขจรวานิช (ครูแมว) Makeup Artist มากประสบการณ์คนหนึ่งของเมืองไทย จะไม่ใช่เรื่องห่างไกลจากความจริงซักเท่าใดนัก

เพราะขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิง” แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องอยู่คู่กับพวกเธอทุกคน ก็คือ ความสวยงาม ไม่ว่าจะด้วยความงดงามทางหน้าตา, กิริยาท่าทาง, มารยาททางสังคม หรือจิตใจที่ดีงาม ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถสร้างได้ด้วยตัวเองทั้งนั้น

แต่ในวันนี้เราคงไม่ได้มาพูดถึง มารยาททางสังคม หรือเรื่องจิตใจที่ดีงาม เพราะเรากำลังจะมาพูดถึง คอร์สเรียนใหม่ล่าสุดจาก มติชนอคาเดมี อย่างหลักสูตร “แต่งหน้าสวยสั่งได้” By ครูแมว

ที่จะมาเนรมิตทำให้ผู้หญิงทุกๆ คน กลายเป็น สาวสวยสุดมั่น มีสไตล์ ตามแบบฉบับวัยรุ่นที่เขาชอบพูดกันว่า “ใสๆ วัยรุ่นชอบ” นั่นเอง

จุดเริ่มต้นของ “กูรูความงาม”

อาจารย์กุลวดี จิตขจรวานิช (ครูแมว) วิทยากรมากฝีมือ เจ้าของธุรกิจการให้บริการความงามแบบ Delivery ในกรุงเทพฯ และในอดีตยังเคยเป็นถึง Makeup Artist แต่งหน้าดารา-นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณ-คุณแม่ของครูที่ช่วยจุดประกายความชอบให้กับครูแมว เนื่องจากว่าตอนครูแมวเด็กๆ ประมาณช่วงอายุ 8-9 ปี คุณแม่จะชอบพาครูแมวไป Workshop และพาไปชมการสาธิต การแต่งหน้าอยู่ตลอดๆ จนกระทั่งเราเองรู้สึก มหัศจรรย์กับความงามที่รังสรรค์โดยช่างแต่งหน้าทุกครั้งค่ะ ว่า Before/After มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

“ซึ่งตอนนั้นเองครู ก็คิดแค่ว่า การแต่งหน้า Makeup สามารถเนรมิตความสวยงามได้ขนาดนี้เชียวหรือ? ซึ่งนั่นก็คือ ความคิดเห็นตอนเด็ก และเก็บไว้อยู่ในใจตลอดมา และก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ครูเองสนใจ และความชอบในศาสตร์ของการ Makeup เป็นต้นมาค่ะ”

กว่าจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจ “Makeup Artist แบบ Delivery”

“ก่อนหน้านี้ครูแมวเป็น Makeup Artist แต่งหน้าดารา-นักแสดง ในกองถ่ายภาพยนตร์ และครั้งหนึ่งเคยได้มีโอกาสแต่งหน้าให้กับ Miss Universe อย่าง คุณนาตาลี เกลโบวา (เป็นช่วงการถ่ายทำหนังสั้นของกระทรวงวัฒนธรรม) ซึ่งถือเป็นความทรงจำที่ครูเองประทับใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเคยมีโอกาสได้ร่วมเป็นช่างแต่งหน้าเบื้องหลังให้กับดารา-นักแสดงหลายๆ คน อาทิ สาวิกา ไชยเดช (พิ้งกี้), ซาร่า มาลากุล เลน และนักร้อง-นักแสดงท่านอื่นๆ อีกมากมาย

“นอกเหนือจากนี้ ก็ยังรับเป็นอาจารย์สอนแต่งหน้าตัวเอง-สอนแต่งหน้าเป็นอาชีพอีกด้วย กอปรกับพอดี คุณกุลชาติ จิตขจรวานิช ผู้กำกับหนังภาพยนตร์ (พี่ชายครูแมว) และ ดร. กุลสวัสดิ์ จิตขจรวานิช (น้องชายครูแมว) ทั้ง 2 ท่านนี้ ได้เข้ามาช่วยเหลือในการดำเนินการธุรกิจและมี Contact เกี่ยวกับการ Make Up ของทั้งในและต่างประเทศ”

“จึงทำให้ครูเองได้มีโอกาสไปเรียนรู้ และ Workshop ของทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในเรื่องของเทคนิคกลเม็ด เคล็ดลับ Mix & Match ในศาสตร์ของการ Makeup ให้เข้ากับโครงหน้าของแต่ละบุคคล และสภาพผิวของสาวเอเชีย ซึ่งกว่า 10 ปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นเครื่องการันตีทุกคนมั่นใจในประสบการณ์ของครูได้เป็นอย่างดีค่ะ” อาจารย์กุลวดี กล่าว

ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) จึงไม่พลาดโอกาสดีๆ ที่จะเปิดคอร์สเรียนความงามสุดพิเศษอย่าง แต่งหน้าสวยสั่งได้ ใน วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 นี้ โดยวิทยากรมากฝีมืออย่าง อาจารย์กุลวดี จิตขจรวานิช (ครูแมว) เจ้าของธุรกิจการให้บริการความงามแบบ Delivery ในกรุงเทพฯ และในอดีตยังเคยเป็นถึง Makeup Artist แต่งหน้าดารา-นักแสดงชื่อดัง

สำหรับสาวๆ ที่อยากเรียนรู้…แต่ไม่เป็นอะไรเลย…แม้กระทั่งจับแปรง ไม่ต้องห่วงเพราะในชั่วโมงเรียน ครูแมวจะสอนกันตั้งแต่ทฤษฎีการวิเคราะห์โครงหน้า, สัดส่วน และองศาของรูปหน้าต่างๆ รวมไปถึงวิเคราะห์สภาพผิวหน้า ไปจนถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ, การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับใบหน้า, ขั้นตอนการผสมสีรองพื้น-การเลือกเฉดสี, ไปจนถึงเทคนิคการเขียนคิ้วให้เข้ากับโครงหน้าของแต่ละคน, เทคนิคการคัดเบ้าตา, เทคนิคการเขียนขอบปาก และเทคนิคอื่นๆ เกี่ยวกับความงามของผู้หญิ้ง…ผู้หญิง เรียกได้ว่า เรียนจบไปก็สามารถแต่งหน้าสวย…ด้วยตัวเองได้ไม่ยากเลยทีเดียว

“สำหรับคอร์สเรียนนี้ ครูแมวต้องการให้ทุกคนมีบุคลิกภาพที่ดีและเกิดความมั่นใจในตัวเราเองค่ะ ซึ่งในชั่วโมงเรียนครูจะนำความรู้และเทคนิคกลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับมาให้บุคคลที่มีความสนใจได้เรียนรู้กัน ซึ่งต้องบอกว่า คอร์สนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่มีความสนใจในด้านของการ Makeup โดยไม่จำกัดเพศ-วัย-อายุ ขอแค่คุณมีความสนใจและความตั้งใจในการเรียนรู้ก็เพียงพอค่ะ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของครูเอง”

“ส่วนผู้เรียนที่ไม่มีประสบการณ์ก็ไม่ต้องกังวล เพราะโดยปกติครูจะสอนแต่คนที่ไม่เป็นอะไรเลย…แม้กระทั่งจับแปรง ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน เพราะครูแมวมีหลักและวิธีการถ่ายทอดแบบ Professional เน้นภาคปฏิบัติ ลงมือจริง กับทฤษฎีควบคู่กันเป็นหลัก เทคนิค-กลเม็ดเคล็ดลับต่างๆ เราจะสอนให้เข้าใจในชั่วโมงเรียนเลย ซึ่งสิ่งที่ได้รับคือ คุณจะได้รับรู้ถึงเทคนิคต่างๆ ในการ Makeup อย่างรู้ลึก รู้ชัด รู้จริง ในศาสตร์ของการแต่งหน้า และทำให้คุณมีเทคนิคในการแต่งหน้าได้อย่างมืออาชีพได้อย่างเหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละบุคคลอีกด้วยค่ะ”

ครูแมว ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงการทำธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจว่า…

“ธุรกิจของครูแมวผลตอบรับดีเกินคาดค่ะ นอกเหนือจากการ Service ในพื้นที่ กทม. ซึ่งตอนนี้ครูแมวได้มีการขยายพื้นที่ในการให้บริการในเขตต่างจังหวัดเพื่อรองรับลูกค้าให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึง ส่วนปรัชญาในการทำธุรกิจของครูนั้น เราควรที่จะมี 2 ใจ คือ 1. ความจริงใจ และ 2. ความตั้งใจ ในการประกอบอาชีพ เพราะถ้าเรามี 2 สิ่งนี้ทุกอย่างที่ทำลงไป ผลงานจะออกมาดีและมีคุณภาพอย่างแน่นอนค่ะ”

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือ ID Line : matichonacademy, http://www.matichonacademy.com และ http://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

สร้าง “อาชีพ” ให้คนไทย…คืนกำไรให้สังคม มติชนอคาเดมี จัดโปรแรง “MID YEAR SALE 40%”

Published November 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05096010659&srcday=2016-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 624

มติชนอคาเดมี

อนุภาค ชัยชนะดารา

สร้าง “อาชีพ” ให้คนไทย…คืนกำไรให้สังคม มติชนอคาเดมี จัดโปรแรง “MID YEAR SALE 40%”

ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวโครงการ “MID Year Sale Matichon Academy” ซึ่งเป็นงานมหกรรมลดราคาคอร์สเรียนทุกหลักสูตร สูงถึง 40% ตลอดเดือนมิถุนายน 2559 นี้ เพื่อเป็นการตอบแทนคืนกำไรให้กับลูกค้าและสังคม

โดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างอาชีพเสริมรายได้และตอบแทนสังคมสำหรับผู้ที่กำลังมองอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ หรือกำลังสนใจอยากจะเข้าสู่การทำธุรกิจอาหารขนาดย่อมในอนาคตอีกด้วย

คุณสุรเกียรติ์ ปรีเปรม ผู้อำนวยการศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) กล่าวว่า ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ คอร์สเรียนของเราน่าจะตอบโจทย์เลยทีเดียว เพราะใช้เงินลงทุนไม่มากเหมือนกับธุรกิจประเภทอื่นๆ แต่ก็สามารถสร้างรายได้ และคืนทุนในระยะเวลาอันสั้น เรียกได้ว่า แค่มีเงินลงทุนเพียงหลักหมื่น ก็สามารถทำธุรกิจได้ไม่ยากแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าบางคนที่มาลงเรียนคอร์ส กาแฟโบราณและเครื่องดื่มยอดนิยม หรือ การผลิตเฉาก๊วย 2 สูตร ซึ่งคอร์สเรียนเหล่านี้ใช้เงินลงทุนไม่มากครับ แต่ถ้ารู้แนวทางการผลิตและแนวคิดในการตลาด ก็สามารถใช้เงินทุนที่ไม่มาก แต่ทำกำไรได้แทบจะ 100% เลยทีเดียวครับ

นอกจากนี้ ต้องบอกว่าคอร์สเรียนในโปรเจ็กต์ “MID YEAR SALE 40%” ที่เราคัดสรรมาให้ทุกท่านได้เลือกเรียนนั้น ถือเป็นกลุ่มอาหารฟู้ดส์สตรีตที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ ขนมหวานไทย แซนด์วิช ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ล้วนเป็นอาหารที่เรารับประทานกันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน และผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อรับประทานได้ไม่ยาก จึงน่าจะทำให้โอกาสในด้านการขายมีมากขึ้นด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการนำวิชา-ความรู้ที่ได้ในชั่วโมงเรียน ไปฝึกฝนจนชำนาญ และมีรสชาติอร่อยใกล้เคียงกับวิทยากร หรืออาจจะสร้างเอกลักษณ์ให้กับเมนูอาหารขึ้นมาใหม่ก็ได้ครับ เพื่อเป็นจุดขายอีกอย่างให้กับลูกค้า

“ซึ่งผมเชื่อว่า…ถ้าตั้งใจทำออกมาจริงๆ แล้วอร่อย กอปรกับการแนะแนวทางการตลาดจากวิทยากรด้วยแล้ว ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดสร้าง “อาชีพ” ได้ไม่ยากอย่างแน่นอน”

คุณสุรเกียรติ์ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับคอร์สเรียนของเรานั้นมีเรื่องของเทคนิค-เคล็ดลับเฉพาะจากวิทยากรมาเกี่ยวข้องด้วย จึงทำให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเห็นความแตกต่างจากการนำสูตรอาหารจากใน หนังสือ-ตำรา หรือว่าจาก คลิป VDO ใน Youtube ซึ่งตรงจุดนั้นจะไม่มีรายละเอียดต่างๆ เท่ากับในห้องเรียนอย่างแน่นอน หรืออย่างเทคนิคต่างๆ ที่น่าสนใจในแต่ละคอร์ส เช่น เทคนิคการทำแป้งเบเกอรี่ให้ออกมาเป็นขนมปังเนื้อนุ่มละมุน หรือเทคนิคการทำห่อหมกปลาช่อน ฯลฯ

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นล้วนเป็นเคล็ดลับเฉพาะตัวของผู้สอนจริงๆ โดยในชั่วโมงเรียนทุกคนยังสามารถสอบถามความรู้ต่างๆ ในการปรุงอาหารจากประสบการณ์จริงของผู้สอนได้เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งตรงนี้วิทยากรของเราทุกคน…เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วของมติชนอคาเดมีแล้ว ก็ไม่มีเทคนิค-เคล็ดลับใดๆ ที่จะต้อง “กั๊ก” หรือเป็น “ความลับ” ต่อผู้เรียนอีกต่อไป เพราะทุกท่านล้วนมีจิตวิญญาณแห่งความเป็น “ครู” อย่างแท้จริงครับ

นำหลักสูตรอาหารทั้งหมด มาลดราคาถึง 40% แล้วจะได้อะไร…แล้วต่างจากตอนราคาเต็มหรือไม่ ???

ผมคงต้องบอกว่า หลักสูตรอาหารทั้งหมดกว่า 42 คอร์สเรียนที่เรานำมาเปิดสอนครั้งนี้ ทุกคอร์สเรียนมีรายละเอียดการเรียนการสอนเหมือนกับคอร์สปกติทั่วไปเลยครับ อย่าง ครัวปฏิบัติการ ผู้เรียนก็ยังคงได้เรียนกับเชฟทีมชาติ หรือเชฟดังๆ เช่นเดิม และได้ลงมือปฏิบัติในห้องครัวอีกด้วย ครัวเบเกอรี่ ก็ยังคงเน้นผู้สอนที่เป็นเชฟเบเกอรี่ชั้นยอดเหมือนเดิม และได้ใช้ห้องครัวเบเกอรี่กันเต็มที่เหมือนเดิม หรืออย่าง สูตรเด็ด-ร้านดัง หรือ ครัวสาธิต ก็ยังคงเน้นร้านอาหารชื่อดัง และวิทยากรด้านอาหารที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักชิมอาหาร ทุกคนล้วนมีเทคนิค-เคล็ดลับความอร่อยเฉพาะตัว และการันตีความอร่อยมาอย่างยาวนาน

“แน่นอนว่าการเรียนการสอนทุกอย่างเหมือนกับคอร์สเรียนตอนราคาปกติแน่นอน คือมีตำราเอกสารประกอบการเรียนให้ครบทุกคน นอกจากนี้ เรายังมีการดูแลในส่วนของเบรกเช้า และอาหารกลางวัน ให้ทุกท่านอีกด้วย สำหรับคนที่สนใจอยากอบรมน่าจะคุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ” คุณสุรเกียรติ์ กล่าว

สำหรับโครงการ “MID Year Sale Matichon Academy” มหกรรมลดราคาคอร์สเรียนอาหารทุกหลักสูตร สูงสุดถึง 40% ตลอดเดือนมิถุนายน 2559 นี้ ได้คัดเลือกหลักสูตรอาหารจากครัวปฏิบัติการ, ครัวเบเกอรี่, ครัวสาธิต, สูตรเด็ด-ร้านดัง กว่า 42 หลักสูตรที่น่าสนใจ อาทิ ร้านอาหารนายโซว (2), คาวบอยคาเฟ่ 2, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ๊เกียว, สุดยอดสเต๊กโรงแรม, พิซซ่าโฮมเมด, Japanese Style Caf? 1, Basic Bread, กาแฟโบราณและเครื่องดื่มยอดนิยม 30 ชนิด, หมูสะเต๊ะบางซื่อ, บะหมี่หัวโต ตลาดศรีย่าน, การผลิตเฉาก๊วย 2 สูตร, ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา สูตรโบราณ, สารพัดเมนูเชื่อมสูตรการค้า, เครปญี่ปุ่น, ซาลาเปาออมทรัพย์, รวยด้วยขนมหวานยอดฮิต, เปิดหม้อกับห่อหมกพ่อบัว, หมูทอดเจียงฮาย และหมูทอดกระเทียม, ไอศกรีมแท่งโบราณ 20 ชนิด, ข้าวเหนียวมูนคุณพะเยาว์ และหลักสูตรอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

ทุกหลักสูตรการเรียนการสอนในชั่วโมงเรียนนั้น วิทยากรทุกท่านจะสอนตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ-อุปกรณ์, เทคนิค-เคล็ดลับในการปรุงเมนูเด็ด, การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร พร้อมแนะนำแนวทางการทำการตลาด และการทำธุรกิจอาหารในอนาคตข้างหน้าอีกด้วย

“นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเรายังไม่ได้มีโอกาสจัดโปรโมชั่นใหญ่ๆ แบบเต็มรูปแบบเลยครับ ซึ่งโปรเจ็กต์นี้ เราคิดว่าน่าจะเกิดขึ้น เพื่อตอบแทนสังคม และช่วยเหลือคนที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการทำมาหากิน ซึ่งอาจจะมีรายได้ไม่เพียงพอ แล้วอยากจะมีรายได้เสริม ก็น่าจะตอบโจทย์ หรือสำหรับคนที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ตรงจุดนี้ผมถือว่าเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคนเช่นกันครับ นอกจากนี้ เรายังมี หลักสูตรงานช่าง-งานฝีมือ และ ทัวร์ศิลปวัฒนธรรม-ทัวร์เกษตรสัญจร ไว้รองรับลูกค้าทุกท่านอีกด้วย สำหรับท่านที่สนใจอยากเรียนเชิญทุกท่านครับ” คุณสุรเกียรติ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์), ID Line : matichonacademy, http://www.matichonacademy.com และ http://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เจาะลึกธุรกิจทำเงิน “ต่อเล็บ-เพ้นต์เล็บ” ในหลักสูตร “Gel Nail Art” ที่ มติชนอคาเดมี

Published September 23, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05101150459&srcday=2016-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 621

มติชนอคาเดมี

อนุภาค ชัยชนะดารา

เจาะลึกธุรกิจทำเงิน “ต่อเล็บ-เพ้นต์เล็บ” ในหลักสูตร “Gel Nail Art” ที่ มติชนอคาเดมี

ธุรกิจแฟรนไชส์ความงาม ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีสาวๆ หลายคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทั้งแฟรนไชส์ธุรกิจสปา เครื่องสำอาง ธุรกิจร้านเสริมสวย ฯลฯ

เนื่องจากเทรนด์ของผู้หญิงปัจจุบันมีความหลากหลาย และสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน ธุรกิจประเภทนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ในทุกๆ วันเช่นเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจประเภทนี้กลายเป็นกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ที่มาแรง และสามารถขยายสาขาไปทั่วบ้านทั่วเมืองในปัจจุบัน

ซึ่งหนึ่งในแฟรนไชส์สุดฮิตที่กำลังได้รับความนิยม ณ นาทีนี้ คงต้องพูดถึง “การเพ้นต์เล็บ-การต่อเล็บ” ที่มีการเปิดร้านอยู่มากมาย และได้รับความนิยมจากผู้หญิงที่หลงใหลในงานศิลปะความงามเป็นอย่างดี

สมัยก่อนธุรกิจ “การทำเล็บ” ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะค่าใช้จ่ายในการทำเล็บ-แต่งเล็บค่อนข้างสูงจึงมีคนสนใจที่อยากจะเรียนรู้ เพื่อนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักเป็นอย่างมาก หรือสาวที่ชอบแต่งเล็บ-เพ้นต์เล็บส่วนหนึ่งก็มักจะเรียน เพื่อนำไปเพ้นต์เล็บเองที่บ้าน ก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย

นอกจากนี้ ยังช่วยเนรมิตลวดลายต่างๆ ให้เล็บสวยงามราวกับเข้าร้านทำเล็บมาเลยทีเดียว

คุณสิริกาญจน์ จงถาวร เจ้าของกิจการ Nailtoday ร้านสอนเพ้นต์เล็บ-ทำเล็บครบวงจร ดำเนินการมาแล้วกว่า 12 ปี สอนคนเป็นอาชีพติดตัวทั้งทำงานภายในประเทศและต่างประเทศ

โดยแรกเริ่มนั้น คุณสิริกาญจน์ เจ้าของร้านจากความรักสวยรักงามแล้วต้องไปทำเล็บแต่งเล็บตามร้านต่างๆ เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงเริ่มหัดเรียนมาเพื่อทำให้ตนเอง ต่อมาเพื่อนๆ เห็นก็สนใจ จึงเริ่มทดลองทำให้เพื่อนก่อน จากวงของเพื่อนฝูงทำแล้วเริ่มมั่นใจ มีลูกค้ามากขึ้นจึงตัดสินในเปิดร้านให้บริการทำเล็บ เพ้นต์เล็บเป็นอาชีพ ให้บริการแบบครบวงจร ที่ซอยนวมินทร์ 70 นับเป็นก้าวแรกของการเข้าสู่วงการเพ้นต์เล็บ

นอกเหนือจากการให้บริการต่อเล็บ เพ้นต์เล็บแล้ว พอชำนาญ จึงให้บริการสอนด้วย ต่อมาธุรกิจการสอนก้าวหน้า มีคนสนใจมาก จึงตัดสินใจเปิดหลักสูตรสอนเป็นอาชีพอย่างจริงจังหลังจากเปิดให้บริการต่อเล็บ-เพ้นต์เล็บเป็นเวลา 3 ปี โดยลูกศิษย์ที่มาเรียนกับร้านส่วนหนึ่ง พอทำได้ก็ไปเปิดร้านต่อยอดเป็นอาชีพ พอเขาทำได้ก็แนะนำให้คนใหม่มาเรียน เลยบอกต่อกันปากต่อปาก ทำให้ลูกค้ากลุ่มหนึ่งนำไปประกอบกับอาชีพนี้ จนเป็นที่แพร่หลายในระยะต่อมาเพราะลงทุนไม่มาก คนที่เป็นงานก็สามารถเปิดร้านตามตลาดนัดได้ เป็นโอกาสทำให้ตลาดการทำเล็บ-เพ้นต์เล็บเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน

“การที่ลูกค้าจะติดเราหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามีประสบการณ์การสอนมากน้อยเพียงใด คนที่เรียนต่อจากเราเอาไปใช้งานได้จริงหรือไม่…เขาสามารถนำไปเปิดร้านได้ไหม…ต้องอาศัยจากประสบการณ์การทำงานจริงมาก่อน แล้วคนที่เราสอนก็จะติดตามผลงาน บางคนต้องการเรียนไปเพื่อเป็นอาชีพเสริม บางคนต้องการเรียนเพื่อเปิดร้านเป็นอาชีพหลัก บางคนต้องการเรียนเป็นอาชีพติดตัวไปทำงานในต่างประเทศ ในระยะหลังลูกค้าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นนักเรียนจากต่างประเทศ มาเรียนเพื่อกลับไปทำงานที่ประเทศตน ส่วนที่เหลือเรียนไปเพื่อเปิดร้าน เนื้อหาในการสอนนอกเหนือจากวิธีการทำและตกแต่งเล็บในแบบต่างๆ แล้ว ยังให้ความรู้เรื่องวัตถุดิบที่จะนำไปใช้ ตลอดจนการเลือกทำเลซึ่งทางเราจะช่วยแนะนำและช่วยวิเคราะห์ให้กับผู้เรียนได้อีกด้วย” คุณสิริกาญจน์ กล่าว

“การทำร้านเพ้นต์เล็บและตกแต่งเล็บนั้น นอกเหนือจากฝีมือแล้วการเลือกทำเลก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกทำเลที่เป็นชุมชนคนอยู่มาก ยิ่งถ้าเป็นทำเลบนห้างแล้วจำเป็นต้องมีประสบการณ์สูง เพราะต้องทำรายได้ให้เพียงพอกับค่าเช่า ส่วนอัตราค่าบริการ หากเป็นร้านธรรมดาไม่ติดแอร์ จะเริ่มต้นที่ชุดละ 100 บาท หากเป็นห้องติดแอร์ เริ่มต้นที่ 250 บาท และถ้าเป็นร้านบนห้าง จะเริ่มต้นที่ 350 บาท ขึ้นไป ส่วนราคาสูงสุดที่ให้บริการจะอยู่ระหว่าง 3,000-4,000 บาท เลยทีเดียว” คุณสิริกาญจน์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตร การต่อเล็บและการเพ้นต์เล็บ สอนโดย อาจารย์สิริกาญจน์ จงถาวร เจ้าของกิจการ Nailtoday ใน วันที่ 28 เมษายน 2559 ในราคาสุดคุ้ม 1,605 บาท เท่านั้น

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ http://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

5 คอร์สน้องใหม่?ที่คุณต้องไม่พลาด!! เปิดสูตรเด็ด จาก “คนก้นครัว”

Published August 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05110150359&srcday=2016-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 619

มติชนอคาเดมี

เรื่องและภาพ โดย : มติชนอคาเดมี

5 คอร์สน้องใหม่?ที่คุณต้องไม่พลาด!! เปิดสูตรเด็ด จาก “คนก้นครัว”

ก้าวเข้าสู่เดือนสุดท้ายของไตรมาสแรกของปี 2559 ใครหลายคนอาจจะกำลังมองหาลู่ทางใหม่ๆ เตรียมพร้อมในการต่อสู้กับสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงไม่กระเตื้องซักเท่าไหร่นัก…

…เห็นเกริ่นมาแบบนี้ ทั้งตัวผมเองและทีมงานมติชนอคาเดมี อยากเป็นกำลังใจให้แฟนนานุแฟนทุกท่าน ได้ก้าวข้ามผ่านความลำบากยากเข็ญในช่วงที่การเงินไม่ค่อยจะเป็นใจนี้ไปให้ได้ครับ

แต่จะอยู่เฉยๆ ไม่แนะนำอะไรให้กับท่านผู้อ่านเลย…ก็ดูจะใจดำไปซักนิด

วันนี้ผมจึงขันอาสามาแนะนำหลักสูตรดีๆ ที่จะนำทุกท่านไปสู่การสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ หรือใครจะปิ๊งไอเดียผมเชียร์ให้เอาไปทำเป็นธุรกิจแบบจริงจังเลย ก็น่าสนใจไม่น้อยครับบอกเลย

…เพราะทุกหลักสูตรนี้มาจากฝีมือ “คนก้นครัว” ตัวจริง…เสียงจริง ทั้งนั้นเลยนะคุณผู้ชม!!

เริ่มต้นด้วยคอร์สเรียนสุดฟิน อย่าง พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน ของวิทยากรที่ก้าวข้ามขั้น…จากผู้เรียนชั้นยอดของมติชนอคาเดมี ที่ไปฝึกปรือฝีมือการทำอาหารมาอย่างโชกโชน จนเข้าขั้น “เซียน” จนเพื่อนในคลาสต่างๆ ก็ชื่นชมในฝีไม้ลายมือในการปรุงอาหาร

ใช่ครับ…เรากำลังพูดถึง อาจารย์พิมพ์นลิน บุญสุขสันต์ หรือ อาจารย์พิม นั่นเอง

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำอาหาร ขนมไทย และเบเกอรี่มาอย่างมากมาย คราวนี้ อาจารย์พิม จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นวิทยากร ที่ให้ความรู้กับเพื่อนๆ ที่รักการทำอาหารบ้าง กับการสอนทำเมนูขนมหวานสุดฮิต อย่าง พุดดิ้ง ซึ่งใครหลายคนที่เคยลองชิมฝีมืออาจารย์พิมแล้ว ต่างก็ต้องซูฮกในความอร่อยของเมนูนี้กันทุกคน

สำหรับรอบนี้เปิดสอนกัน 4 เมนู อย่าง พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน พุดดิ้งลูกตาล พุดดิ้งชาเขียว และ พุดดิ้งนมเย็น

งานนี้ อาจารย์พิม สอนทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงการเลือกบรรจุภัณฑ์ และวิธีการนำไปทำขายจริง เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้

ใครอยากเรียน วันที่ 26 มีนาคม 2559 นี้ ต้องไม่พลาดจ้า

ตามติดกันมาด้วยคอร์สเรียนสุดฮิต อย่าง แซนด์วิชหลากไส้ ที่ถือเป็นหนึ่งในเมนูเบเกอรี่สุดคลาสสิกที่หลายคนชื่นชอบ เพราะสามารถรับประทานได้อย่างไม่รู้เบื่อ จะรับประทานเป็นอาหารเช้า หรือจะนำไปจัดเป็น ค็อกเทลปาร์ตี้ ก็ยังได้

ครั้งนี้ได้เชฟก้นครัวมาเปิดสูตรเด็ดเองเลย อย่าง อาจารย์ภาณุรัตน์ วิสิฐพัฒน์กร หรือ อาจารย์กิ๊ก ซึ่งหนึ่งในทีมตัวแทนทีมชาติไทย ในสังกัด TCAcademy เลยทีเดียว

รอบนี้ อาจารย์กิ๊ก จะมาเปิดเผยทุกเทคนิค-เคล็ดลับความอร่อยในการทำสุดยอดเมนูยอดนิยมอย่าง แซนด์วิชหลากไส้ ที่นำวัตถุดิบหลากหลายมาประยุกต์เป็นเมนูแซนด์วิชแสนอร่อย อาทิ ปลาทูน่า ปูอัด หมูทงคัตซึ ปลาทอด ไก่เทอริยากิ เป็นต้น พร้อมสาธิตขั้นตอนการทำอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังมีการเสริมในส่วนของการแนะนำแพ็กเกจจิ้งสุดชิก สร้างมูลค่าให้กับเบเกอรี่ เพื่อให้ลูกศิษย์นำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคตอีกด้วย ใครอยากรู้ว่า อาจารย์กิ๊ก จะมีเทคนิค-เคล็ดลับความอร่อยอะไรบ้าง วันที่ 3 เมษายน 2559 นี้ ต้องลองมาเรียนรู้กัน

อีกหนึ่งวิทยากรที่เป็นความภาคภูมิใจของมติชนอคาเดมี คงต้องพูดถึง อาจารย์นวลปรางค์ วรรณพงษ์ หรือ อาจารย์เปิ้ล ลูกหม้อคนเก่งจากศูนย์ ที่ก้าวกระโดดออกไปทำธุรกิจร้านอาหารจนประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ภายใต้ชื่อแบรนด์ “อิ่มหมี – Manpuku Kuma” ที่เน้นขายเมนูข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมดจนเป็นที่รู้จักในวงการ ?foodtrucks (ฟูดทรัก) เป็นอย่างดี

มาวันนี้ อาจารย์เปิ้ล ไม่ได้มาสอนการทำข้าวแกงกะหรี่ แต่จะมาเปิดเผยสูตรเด็ดเมนู ยำข้าวแหนม ที่เธอบอกกับพวกเราว่าเป็นสูตรเด็ดของคุณแม่ที่สืบทอดมาจากรุ่นปู่-ย่า เป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี แถมยังเป็นเมนูอร่อยเด็ดที่ทำขายสร้างรายได้จนสามารถส่งเสียให้ลูกทุกคน เรียนจบปริญญากันเลยทีเดียว

ในชั่วโมงเรียนนี้ อาจารย์เปิ้ล จะสอนตั้งแต่เทคนิคการทำแหนม การคัดเลือกวัตถุดิบ การหมักแหนมที่ถูกวิธี และที่พลาดไม่ได้ ก็คือ เทคนิคการขายแบบคนยุคใหม่ ส่วนจะเป็นแบบไหน? ยังไงนั้น? มาเรียนพร้อมกัน วันที่ 9 มีนาคม 2559 นี้ได้เลยครับ

มาต่อกันที่หลักสูตรมาแรงแซงโค้งที่น่าสนใจอย่าง กุ้งถัง ที่ใครหลายคนเคยได้ฟัง หรือเคยได้ยินกันจนคุ้นหู กับสารพัดอาหารจานกุ้งที่รังสรรค์ออกมาได้หลากหลายอรรถรส จนเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นทั่วบ้านทั่วเมือง

คอร์สนี้ได้ผู้สอนฝีมือดี อย่าง อาจารย์อิสระ เหลืองแสงรุ้ง หรือ อาจารย์แตม หนึ่งในวิทยากรประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน มาเปิดเผยเทคนิคการทำเมนู “กุ้งถัง” สารพัดรสชาติที่น่าสนใจ อย่าง ซอสบาร์บีคิว ซอสต้มยำ ซอสขี้เมา ซอสเกาหลี และ ซอสกระเทียมพริกไทย คอร์สบอกกันตั้งแต่เทคนิคการเลือกวัตถุดิบ การทำซอสรสชาติต่างๆ เทคนิคการปรุงรส และเสริมในเรื่องของเทคนิคการขายให้กับผู้เรียนทุกท่านนำไปต่อยอดได้อีกด้วย

ใครอยากรู้ว่าเมนู กุ้งถัง จะอร่อยเด็ดดวงขนาดไหน วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 นี้ ต้องไม่พลาดครับ

ปิดท้ายกับคอร์สเรียนสุดฮอต…ที่แค่ได้ยินชื่อ ก็แซบ…ซี๊ด จี๊ดโดนใจกันซะแล้ว กับ ไก่แซบ 5 รสชาติ อาหารรับประทานเล่นที่กลายมาเป็นเทรนด์และกระแสความนิยมในหมู่วัยรุ่นยุคปัจจุบัน ที่สำคัญยังมีเชฟหนุ่มหล่ออย่าง อาจารย์มาตาวุธ นาคปานเสือ หรือ อาจารย์ที วิทยากรประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน

อาจารย์ที จะมาเปิดเผยเทคนิคการทำไก่แซบสารพัดรสชาติ อาทิ ไก่แซบรสบาร์บีคิวสไปซี่ ไก่แซบรสเทอริยากิ ไก่แซบรสน้ำผึ้ง ไก่แซบรสชีส และ ไก่แซบรสกระเทียม แค่ได้ยินชื่อเมนู ก็รู้สึกฟินซะแล้ว แต่ถ้าได้มาเรียนกับอาจารย์ที ที่พร้อมจะสอนกันทุกอย่างแบบหมดเปลือก…แถมให้สูตรเด็ดไปต่อยอดทำขายเป็นอาชีพได้ในอนาคตอีกด้วย

ว่าแล้วก็อย่ารอช้า วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 นี้ เจอกันแน่นอนจ้า

เกริ่นมายาวซะขนาดนี้…สำหรับใครที่อยากมาเรียน 5 คอร์สน้องใหม่ กับ “คนก้นครัว” ของเรา ก็ขอให้รีบตัดสินใจได้เลยนะ ถ้าพื้นที่ถูกจับจองหมด ก็อดนะเออ…แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้าครับ

สำหรับ ท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เรื่อง…จากคำบอกเล่า อ็องรี มูโอต์ ในทัวร์…เที่ยวเมืองลาว จาก “คำบอก” ฝรั่ง

Published July 18, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05110150259&srcday=2016-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 617

มติชนอคาเดมี

พิมพ์กานต์ สุวรรณ

เรื่อง…จากคำบอกเล่า อ็องรี มูโอต์ ในทัวร์…เที่ยวเมืองลาว จาก “คำบอก” ฝรั่ง

อ่าน “ตะวันออก” จาก “คำบอก” ฝรั่ง

เห็นเกริ่นนำมาแบบนี้…แน่นอนว่า เรากำลังจะพูดถึงหนังสือที่เป็นงานเขียนเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าติดตามอีกหนึ่งเล่มค่ะ บันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ ว่าด้วยเรื่องบันทึกส่วนตัวที่กลายมาเป็นงานเขียนชวนติดตาม ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวในยุคอาณานิคมจากมุมมองของเจ้าอาณานิคม ผสมผสานแง่มุมของคนหนุ่มที่มีความโรแมนติกอยู่ในตัว มองโลกลึกซึ้งคมคาย แต่ก็ช่างติไม่แพ้กัน และถือเป็นหนึ่งในหนังสือชวนอ่านอีกเล่มที่คุณไม่ควรพลาด

อ็องรี มูโอต์ นักสำรวจและนักธรรมชาติวิทยา ชาวฝรั่งเศส มีชื่อเสียงในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ได้เล่าเรื่องผ่านบันทึกการเดินทางของเขา ในสยาม กัมพูชา ลาว และอินโดจีนตอนกลางส่วนอื่นๆ โดยหนังสือเล่มนี้เป็นทั้งบันทึกส่วนตัว ว่าด้วยการผจญภัยและประสบการณ์แปลกใหม่ยามอยู่ไกลบ้านไกลเมือง ซึ่งก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลากหลายแง่มุม อาทิ สยามสมัยรัชกาลที่ 4 ที่สะท้อนความเป็นจริงของบ้านเมืองเราในหลายๆ ภูมิภาคเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ตลอดจนวิถีชีวิตท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐในสมัยนั้น หรืออย่างที่ “ปราสาทนครวัด” ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาในโลกตะวันตก จากการเล่าเรื่องการมีอยู่ของซากปรักหักพังในดินแดนกัมพูชา และพรรณนาความยิ่งใหญ่อลังการของศาสนสถานแห่งนี้ออกมาด้วยตัวอักษรและภาพสเกตช์รายละเอียดตระการตา

แต่ที่น่าสนใจและชวนติดตามจริงๆ เราต้องนึกถึง เมืองลาว ดินแดนสุขสงบงดงามสุดปลายเส้นทางมรณะ ที่เรียกขานกันว่า “ป่าดงพญาไฟ” เมืองลาว คือจุดหมายในการเดินทางเที่ยวหลังซึ่งเต็มไปด้วยความลำบากแสนสาหัสของมูโอต์ แต่เขาก็ไปถึงเมืองหลวงพระบาง ได้ในที่สุด แม้จะเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่ต้องจบชีวิตลงในวัย 35 ปี ด้วยก็ตาม

และที่ “เมืองหลวงพระบาง” นี้เอง เป็นจุดหมายปลายทางที่เราอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับที่นี่ให้มากยิ่งขึ้น…ผ่านคำบอกเล่าจาก บันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ ซึ่งถ้าไม่เห็นกับตา ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปากว่า…คุณมาถึงหลวงพระบางแล้วจริงๆ

มติชนอคาเดมี เอาใจคนที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ จัดกิจกรรมทัวร์ศิลปวัฒนธรรม…เที่ยวเมืองลาว จาก “คำบอก” ฝรั่ง พร้อมเชิญ อาจารย์สมฤทธิ์ ลือชัย พิธีกรและนักวิชาการอิสระด้านอุษาคเนย์ศึกษา (Southeast Asian studies) มาเป็นวิทยากร นำพาทุกคนไปเจาะลึกเรื่องราวของ “เมืองหลวงพระบาง” จากเรื่องเล่าในหนังสือ บันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ สู่การเดินทางในสถานที่จริงอีกด้วย พร้อมสัมผัส เล่าและแง่มุมต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน !!

และก่อนที่จะเดินทางไปทัวร์กับเราในครั้งนี้…เราก็มี 5 เรื่องราวไฮไลต์ชวนติดตามมาเกริ่นนำ เรียกน้ำย่อยก่อนไปทัวร์จริงกับเราด้วยค่ะ…

หากมาหลวงพระบางแล้วไม่ได้ขึ้นภูสี ถือว่ายังมาไม่ถึง

พระธาตุภูสี เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหลวงพระบาง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของหลวงพระบางยังสามารถมองเห็นพระธาตุภูสีได้เสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ เป็นช่วงเวลาที่แสงแดดจะส่องกระทบกับองค์พระธาตุเป็นสีทอง หากเดินขึ้นไปยังยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์เมืองหลวงพระบางได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว

วัดเชียงทอง “อัญมณี แห่งศิลปะลาว”

วัดเชียงทอง ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในหลวงพระบาง และเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้าง สร้างขึ้นตั้งแต่ราวพระพุทธศตวรรษที่ 22 โดยมีลักษณะเด่น ด้วยหลังคาพระอุโบสถที่แอ่นโค้งซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น ลดหลั่นเกือบจรดฐานจนแลดูค่อนข้างเตี้ย ส่วนกลางของหลังคามีเครื่องยอดสีทอง ซึ่งชาวลาวจะเรียกว่า “ช่อฟ้า” ประกอบด้วย 17 ช่อ อันมีความหมายว่าเป็น “สิม” คนลาวเปรียบสิมหลังคาโค้งต่ำ อย่าง สิมวัดเชียงทอง เป็นสิมสุภาพสตรี ส่วนสิมทรงสูงอย่างวัดในไทยเป็นสิมสุภาพบุรุษ นอกจากนี้ ยังเป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในศึกฮ่อธงดำบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง ใน พ.ศ. 2428

พระบาง พระคู่บ้านคู่เมือง ของชาวหลวงพระบาง

พระบาง เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ หล่อขึ้นโดย พระอรหันต์ นาม จุลนาคเถระ หล่อจาก ทองคำ ผสมทองแดง ทองเหลือง เป็นทองกว่า 90% ในการหล่อ ได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 6 ตำแหน่ง อันเป็นที่มาของชื่อเมือง “หลวงพระบาง” ซึ่งหมายถึงศูนย์กลางของอาณาจักรที่มีพระบางประดิษฐานอยู่ ทุกวันขึ้นปีใหม่จะมีพิธีสรงน้ำพระบาง โดยอัญเชิญขึ้นวอ มีพระสงฆ์เดินนำขบวน ตามด้วยประชาชนชาวหลวงพระบางที่แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองที่เข้าร่วมในขบวน พร้อมพานดอกไม้บูชาพระ ซึ่งถือว่าเป็นงานประจำปีที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี

ตักบาตรข้าวเหนียว มนต์เสน่ห์แห่งหลวงพระบาง กับสิ่งที่น่าสัมผัส

การตักบาตรข้าวเหนียว ในทุกๆ เช้า นับเป็นหนึ่งสิ่งที่แสดงถึงความผูกพันแนบแน่นกับพุทธศาสนามาช้านานของคนหลวงพระบาง โดยชาวบ้านนำกระติบข้าวเหนียวใส่ข้าวร้อนๆ มาปูเสื่อเพื่อนั่งรอตักบาตรข้าวเหนียว พร้อมพาดสไบเฉียงที่ทุกคนต้องคาด ไม่ว่าหญิงหรือชาย ซึ่งพระสงฆ์และสามเณรจากวัดต่างๆ ทั่วเมืองหลวงพระบางจะออกบิณฑบาตเป็นแถว

“ลาว” จากคำบอกเล่า “ฝรั่ง”

อ็องรี มูโอต์ เป็นนักสำรวจชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสำรวจประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ในภูมิภาคอินโดจีน (สยาม ลาว กัมพูชา เวียดนาม) ในสมัยรัชกาลที่ 4 มูโอต์ได้เสียชีวิตลงในวัย 35 ปี ด้วยโรคไข้ป่าที่หลวงพระบาง ข้ารับใช้จึงนำหนังสือที่มูโอต์บันทึกไว้ไปให้กับภรรยาของเขาที่อังกฤษ เพื่อแจ้งข่าว จากนั้นบันทึกของมูโอต์ได้รับการทำบรรณาธิการตีพิมพ์ทั้งภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ ภายในหนังสือได้พรรณนาให้อารมณ์ถึงความเสียดายที่อารยธรรมถูกทำลาย โดยใช้สำนวนที่ตื่นเต้น มีสีสัน ชวนให้จินตนาการตาม เช่น คำพูดที่ว่า “น่าสลดสังเวชกับสภาวะป่าเถื่อนที่ดำรงอยู่ในวิถีชีวิตบรรพชนรุ่นหลังของประชาชาติผู้ยิ่งใหญ่” ทำให้ชาวตะวันตกรับรู้ถึงอารยธรรมตะวันออกที่หายสาบสูญไป อีกทั้งยังเป็นหนังสือเล่มแรกที่มีภาพของนครวัดอยู่ด้วย

และนี่คือ 5 ประเด็นชวนติดตามของเราในทัวร์ครั้งนี้…และยังอีกหลากหลายเรื่องราวชวนติดตาม ที่คุณไม่ควรพลาดในทัวร์ เที่ยวเมืองลาว จาก “คำบอก” ฝรั่ง ของเราค่ะ…

ใน วันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ เตรียมพบกับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม…เที่ยวเมืองลาว จาก “คำบอก” ฝรั่ง ที่มติชนอคาเดมีจะนำพาทุกท่านได้ร่วมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมร่วมทริปกับวิทยากรชั้นนำ อย่าง อาจารย์สมฤทธิ์ ลือชัย พิธีกรและนักวิชาการอิสระด้านอุษาคเนย์ศึกษา (Southeast Asian studies)

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือที่ http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

ตามรอยการเดินทาง ของ “โกษาปาน” ราชทูตผู้กู้แผ่นดิน ในทัวร์ “ข้ามสมุทร” กับ ศ. กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม

Published July 17, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05110010259&srcday=2016-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 616

มติชนอคาเดมี

เบญจรัตน์ ภูมิภาค

ตามรอยการเดินทาง ของ “โกษาปาน” ราชทูตผู้กู้แผ่นดิน ในทัวร์ “ข้ามสมุทร” กับ ศ. กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม

หากจะให้พูดถึงพ็อกเก็ตบุ๊กที่กำลังมาแรง และได้รับการกล่าวขานเป็นอย่างมากในฐานะนวนิยายเชิงประวัติศาสตร์ชิ้นเอกที่ทุกบททุกตอนสอดประสานเรื่องราวของอดีตมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว โดยใช้จินตนาการที่เกิดขึ้นจากผู้เขียนบางส่วน ผ่านตัวละครชื่อ “พจน์” และ “แสน” จนกลายมาเป็นเรื่องราวผ่านตัวหนังสืออย่างน่าติดตาม…

…ใช่แล้วค่ะ เรากำลังพูดถึง “ข้ามสมุทร” นวนิยายชิ้นเอก จาก ศ. กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม นักกฎหมายมือฉมังของไทย ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชอย่างรอบด้าน จนกลั่นออกมาเป็นงานเขียนเล่มแรก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุก สาระ และสามารถเสริมเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างครบถ้วน ในคำนำตอนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ “วิษณุ” เขียนเล่าว่า…นวนิยายเรื่องนี้ นำเอาเหตุการณ์ในรัชสมัยและช่วงเวลาดังกล่าวมาผูกเป็นเรื่อง โดยอาศัยฉาก เหตุการณ์และตัวละครที่มีอยู่จริงเป็นบางส่วนมาสมมุติขึ้น เพื่ออุดรอยช่องว่างที่สูญหายไป จากการบันทึก โดยเพิ่มเติมให้มีความสนุกสนานขึ้นมา…เป็นการบอกเล่า งานวรรณกรรมที่กล่าวถึงความเจริญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในสายตาคนยุคใหม่นั่นเอง…

สำหรับคนที่ชอบอ่านผ่านการบอกเล่าของ “หนังสือ” ถือว่า…ตอบโจทย์ แล้วถ้าคุณได้เข้าไปสัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์แบบลงลึก พร้อมสัมผัสบรรยากาศในสถานที่จริงๆ พร้อมกับผู้เขียนอย่าง วิษณุ เครืองาม จะฟินขนาดไหน !!

ด้วยความฮิตติดกระแสขนาดนี้…มติชนอคาเดมี จึงไม่พลาดที่จะจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อย่าง ทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “โกษาปานราชทูตกู้แผ่นดิน” ที่จังหวัดลพบุรี

โดยครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ. กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม ผู้แต่งหนังสือ “ข้ามสมุทร” และ รศ.ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา

ที่จะนำพาทุกท่านไปตามรอย-เจาะลึกเรื่องราวที่ชวนติดตามของ “โกษาปาน” ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครเอกจากหนังสือเล่มนี้ และเรื่องราวความสัมพันธ์ของ ไทย-ฝรั่งเศส ที่เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมกับผู้เขียนตัวจริงแบบใกล้ชิด และนักประวัติศาสตร์ตัวจริง…เสียงจริง ชนิดที่แฟนพันธุ์แท้ไม่ควรพลาดโดยประการทั้งปวง !!!

และเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย…เราจึงขอนำเสนอเรื่องราว 5 ประเด็นสุดเอ็กซ์คลูซีฟของที่คุณจะไปสัมผัสกับทัวร์ของเราในครั้งนี้ค่ะ…

– เหตุใดกรุงศรีอยุธยา จึงต้องเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส?

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการค้าขายกับนานาชาติ ทั้งเอเชียและตะวันตก เมื่อฝรั่งเศสเริ่มเข้ามาในสยาม สมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงใคร่อยากรู้ในสิ่งที่พระองค์ได้ยินมาจากคำร่ำลือ “เงินทองก็มีมากมาย ในวังพระเจ้าฝรั่งเศสให้หลอมเงินเป็นท่อน 8 เหลี่ยม ใหญ่ประมาณ 3 กำ โดยยาวประมาณ 7 ศอก กองอยู่ริมถนนเป็นอันมาก เหมือนดุจเสาอันกองไว้ กำลังคนแต่ 13 คน 14 คน จะยกท่อนเงินมิได้ไหว” จึงส่งราชทูตไปเพื่อจุดประสงค์ 3 ประการ ดังนี้

1. ประการแรก เพื่อสืบให้รู้แน่จริงดั่งที่ได้ยินคำร่ำลือกันมา

2. ประการที่สอง เพื่อจัดหาของที่พระราชประสงค์ เช่น แว่นทองคำ เครื่องมือดาราศาสตร์ นาฬิกาพก เป็นต้น

3. ประการที่สาม นโยบายในการเพิ่มพูนมิตรภาพเพื่อประโยชน์ทางการค้า

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมองเห็นถึงความสามารถของโกษาปาน จึงส่งให้เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีที่ฝรั่งเศส เป็นเวลา 6 เดือน และได้นำความรู้ต่างๆ มาปรับใช้ในสยามด้วย เช่น การตั้งโรงพิมพ์ ตั้งหอดูดาว การค้าขาย และกลายเป็นความดีความชอบที่นำเทคโนโลยีตะวันตกเข้ามาในสยามในเวลาต่อมา

– เพราะเหตุใด พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จึงได้ถูกขนานนามว่าเป็นพระราชวังแวร์ซายแห่งสยาม?

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นที่ลพบุรี เพื่อเป็นที่พำนักสำหรับแปรพระราชฐาน ลพบุรีจึงมีการค้าที่รุ่งเรือง ราชนิเวศน์แห่งนี้จึงมีสถานที่รองรับคณะทูตจากต่างประเทศ ได้รับอิทธิพลหรือเครื่องราชบรรณาการจากต่างประเทศ และการก่อสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์นั้นได้รับความร่วมมือจากฝรั่งเศสและอิตาเลียน จึงมีศิลปะแบบตะวันตกผสมเปอร์เซีย ล้อมรอบไปด้วยคูน้ำที่มีการจุดไฟและน้ำพุเรียงราย ประตู หน้าต่าง ช่องระบายลมใต้หลังคาเป็นทรงโค้งแหลม

– เหตุใดถึงต้องไปชม ประตูชัย ที่ลพบุรีแห่งนี้?

ประตูชัยแห่งนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เหล่าทหารและบ้านเมืองในยามมีศึกสงคราม เป็นประตูชัยที่สุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างเปอร์เซียและตะวันตก มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในตอนนี้

วัดสันเปาโล หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ดาราศาสตร์ ของประเทศไทย เหตุใดจึงต้องไปชม?

“สันเปาโล” คำนี้เพี้ยนมาจาก “เซนต์ปอล หรือแซงต์เปาโล” เป็นหอดูดาวที่ใช้ในทางวิชาดาราศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมอบที่ดินให้แก่คณะเยซูอิตบาทหลวง ที่เดินทางมาจากฝรั่งเศส และไปปฏิบัติงานในประเทศจีน จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างหอคอยแห่งนี้และมีความเก่าแก่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากหอดูดาวกรุงปารีสและหอดูดาวปักกิ่งที่แสดงถึงการติดต่อกับสังคมโลกตะวันตกเพื่อนำเอาวิทยาการความก้าวหน้าเข้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ในยุคนั้น นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบเป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์และสุสาน ที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด

– บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) กับความสำคัญที่น่าค้นหา?

บ้านวิชาเยนทร์ ที่รับรองราชทูตครั้นเมื่อเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ได้นำคณะทูตชุดแรกกลับมาจากฝรั่งศส และเข้ามารับราชการอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นอกจากนี้ ยังเป็นที่พำนักของข้าราชการคนสำคัญ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ หรือชื่อเดิมว่า คอนสแตนติน ฟอลคอน นักผจญภัยชาวกรีก มีความสามารถพูดได้หลายภาษา เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทำให้การค้าในสมัยนั้นรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก จนได้รับการแต่งตั้งเป็นสมุหนายกที่เป็นชาวตะวันตกคนแรกของสยาม เป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการเมืองในสมัยนั้น ทั้งในทางการเมืองทั้งในและต่างประเทศ โดยสถาปัตยกรรมของตัวอาคาร ที่แสดงให้เห็นลักษณะศิลปะตะวันตกผสมผสานกับศิลปะแบบไทย โดยเฉพาะการจัดสวนหน้าบ้านซึ่งมีลานน้ำพุแบบฝรั่งเศส และที่สำคัญคือ อาคารที่เป็นโบสถ์คริสต์ศาสนาที่มีผังแบบยุโรป แต่มีการตกแต่งซุ้มบานประตู หน้าต่างรูปกลีบบัว ถือว่าเป็นโบสถ์คริสต์ศาสนาหลังแรกในโลก ที่ตกแต่งตามแบบของโบสถ์ทางพระพุทธศาสนา

และนี้คือ…5 ประเด็นน้ำจิ้ม ที่เรานำมาให้แฟนๆ ทุกท่านได้รู้เรื่อง ยังมีอีกหลากเรื่องราวที่คุณพลาดไม่ได้…ในกิจกรรมทัวร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ค่ะ…ถ้าคุณคือ คนอ่านหนังสือ…และเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ “ข้ามสมุทร” ห้ามพลาดโดยประการทั้งปวง

ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ เตรียมพบกับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “โกษาปานราชทูตกู้แผ่นดิน” จังหวัดลพบุรี ที่มติชนอคาเดมี จะนำพาทุกท่านได้ร่วมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมร่วมทริปกับวิทยากรกิตติมศักดิ์ ศ. กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม ผู้แต่งหนังสือ “ข้ามสมุทร” และ รศ.ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยมหิดล และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือที่ http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

ตามรอยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แห่งเมืองกรุงเก่า ในทัวร์ “อยุธยามหามงคล” ที่พระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง

Published June 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05110150159&srcday=2016-01-15&search=no

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 615

มติชนอคาเดมี

มติชนอคาเดมี

ตามรอยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แห่งเมืองกรุงเก่า ในทัวร์ “อยุธยามหามงคล” ที่พระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง

ย่างเข้าสู่เดือนมกราคม 2559 อย่างเป็นทางการแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่ได้มีโอกาสไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพร เอาฤกษ์เอาชัยที่ไหน ทีมงานของเราจึงขอขันอาสานำเสนอโปรแกรมทัวร์สุดพิเศษ ซึ่งครั้งนี้ “มติชนอคาเดมี” จะพาทุกท่านไปพบกับมิติการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะต้นปีที่จะถึงนี้ กับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “อยุธยามหามงคล” ตามรอยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แห่งเมืองกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง

งานนี้ เรียกได้ว่า จัดกันอย่างพิเศษเพื่อผู้ที่อยากไปไหว้พระ-ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ขึ้นชื่อของ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง พร้อมตามรอยเรื่องเล่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับวิทยากรชั้นนำอย่าง อาจารย์สุรินทร์ ศรีสังข์งาม ที่พร้อมจะนำพาทุกท่านไปสัมผัสกับ 5 สิ่งมหัศจรรย์ในทริปครั้งนี้…

แต่แล้วทำไม…คุณถึงต้องไม่พลาดการเที่ยวครั้งนี้ เรามี 5 เรื่องราวที่น่าสนใจ…มาบอกให้คุณได้รู้กัน !!

พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) แห่งวัดพนัญเชิงวรวิหาร

ศูนย์รวมจิตใจของคนไทย-คนจีน

ถ้าพูดถึงวัดแห่งนี้หลายคนต้องนึกถึงหลวงพ่อโต หรือ “ซำ ปอ กง” พระประธานของวัดเป็นอย่างแรก แต่ความเชื่อแบบจีนที่เข้ามาคงเป็นเพราะในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่บริเวณคลองสวนพลูและใกล้เคียงกับวัดพนัญเชิงนั้น เป็นย่านที่คนจีนอาศัยอยู่มาก เปรียบเสมือนกับเยาวราชในปัจจุบัน จึงไม่น่าแปลกใจที่บริเวณนี้จะมีคติที่เกี่ยวข้องกับจีนเข้ามา โดยเฉพาะเรื่องพระเจ้าสายน้ำผึ้ง กับพระนางสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นตำนานการกำเนิดชื่อวัดแห่งนี้อีกด้วย

พระมงคลบพิตร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองกรุงเก่า

ถ้าไม่มาขอพร…ก็เหมือนมาไม่ถึง “อยุธยา”

อาจเพราะเป็นวัดที่สวยแห่งหนึ่งของอยุธยาและมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ด้านในพระวิหาร และคงด้วยทำเลที่ตั้งของที่นี่ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวและโบราณสถานต่างๆ เช่น วังช้างอโยธยา วัดพระราม และวัดพระศรีสรรเพชญ์ ส่วนด้านหลังก็มีตลาดขายของที่ระลึกขึ้นชื่อของเมืองกรุงเก่า อย่างเช่น โรตีสายไหม นี่แหละคือเสน่ห์ของที่นี่ ที่หากใครได้มาอยุธยาแล้วก็มักไม่พลาดเสมอ

หลวงทองสุขสัมฤทธิ์

มนต์ขลังศักดิ์สิทธิ์ แห่งศาสตราวุธ

พระพุทธรูปทรงเครื่องที่มีความแปลกไม่เหมือนกับพระพุทธรูปองค์อื่นคือ ที่พระเศียรจะมีน้ำอยู่ด้านในไม่มีแห้ง นี่คือความอัศจรรย์และความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปองค์นี้ ส่วนเรื่องประวัติของวัดแห่งนี้ยังมีเรื่องเล่ากันมาของชาวบ้านว่า ในสมัยอยุธยาการออกรบทำศึกแต่ละครั้งจะต้องปลุกเสกศาสตราวุธทุกชนิด และที่วัดแห่งนี้ก็เป็นสถานที่ปลุกทำพิธีนั่นเอง

ร่วมสักการะ หลวงพ่อทวด

กับตำนานพระสังฆราชแห่งอยุธยา

สมเด็จเจ้าพะโคะ หรือหลวงพ่อทวด เป็นที่รู้จักของชาวไทยทุกภูมิภาคในฐานะพระเถระศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิปาฏิหาริย์และอภิญญาแก่กล้า จนได้สมญาว่า “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” ประวัติอันพิสดารของท่านมีเล่าสืบกันมาไม่รู้จบ ยิ่งนานวันยิ่งซับซ้อนและขยายวงกว้างออกไป ทั้งยังมีตำนานกล่าวไว้เพิ่มเติมว่า ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จากสมเด็จพระเอกาทศรถในราชทินนามที่ สมเด็จเจ้าพระราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ

สุดยอดพระสายวิปัสสนากรรมฐานชื่อดังของเมืองไทย

พระมงคลเทพมุนี หรือหลวงพ่อสด จนฺทสโร หลวงพ่อเป็นพระที่ชอบปฏิบัติธรรมและนั่งวิปัสสนากรรมฐาน โดยหลวงพ่อมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย และวัดแห่งนี้ก็สร้างรูปเหมือนของหลวงปู่ขึ้นมาเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านและผู้ศรัทธามาจนถึงปัจจุบัน

และแน่นอนว่า เราจะได้ร่วมสักการะขอพร พร้อมฟังเรื่องราวที่น่าสนใจของ 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สุดมหัศจรรย์เหล่านี้ ในทัวร์ของเราอย่างแน่นอน?

ในวันที่ 23 มกราคม 2559 นี้ เตรียมพบกับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “อยุธยามหามงคล” ตามรอยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แห่งเมืองกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง ที่มติชนอคาเดมีจะนำพาทุกท่านได้ร่วมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมร่วมทริปกับวิทยากรพิเศษ อาจารย์สุรินทร์ ศรีสังข์งาม สำหรับท่านที่สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือที่ http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แก้ปีชง “59

ในทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “เสริมบารมี 12 ปีนักษัตร”

ย่างเข้าสู่ ปี 2559 ซึ่งตรงกับปีนักษัตร อย่าง “ปีวอก” หลายคนอาจกำลังอยากรู้วิธีการรับมือกับ “ปีชง” แต่นั้นคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพียงประเด็นเดียวสำหรับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “เสริมบารมี 12 ปีนักษัตร” ที่ “มติชนอคาเดมี” กำลังจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2559 นี้ เพราะยังมีประเด็นสำคัญ และเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย สำหรับคนที่กำลังอยากจะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมบารมีให้กับทั้ง 12 ปีนักษัตร การร่วมเดินทางไปกับเราในครั้งนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน…

แต่แล้วทำไม…คุณถึงต้องไม่พลาดทริปนี้ เรามี 5 เหตุผลที่น่าสนใจ…มาบอกให้คุณได้รู้กัน !!

แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี ที่ “วัดพระศรีรัตนศาสดาราม”

“วัดพระศรีรัตนศาสดาราม” หรือ “วัดพระแก้ว” เป็นวัดที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ตามแบบอย่างพระราชวังของกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” หรือ “พระแก้วมรกต” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย โดยเชื่อกันว่า หากได้มาสักการะพระแก้วมรกต ชีวิตจะมีแต่ความสุขสบาย และมากด้วยทรัพย์สินเงินทองไม่ขาดมือนั่นเอง

ไหว้พระวัดโพธิ์แล้ว ชีวิตจะร่มเย็นเป็นสุข

“พระพุทธเทวปฏิมากร” เป็นพระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ ที่ฝ่าพระบาทมีการประดับมุกที่สวยงามที่สุดประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ โดยมีความเชื่อว่าในปีนั้นจะร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัย และไร้อุปสรรคไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนา บารมี ที่ “ศาลหลักเมือง”

ศาลหลักเมือง ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ภายในประดิษฐานหลักเมืองเดิมและหลักเมืองใหม่ นอกจากนี้ ยังมีหอเทพารักษ์ทั้ง 5 องค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลอง ซึ่งเชื่อกันว่า การมาไหว้ศาลหลักเมืองจะช่วยตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี เป็นเหมือนการมาฝากดวงชะตาถวายกับเจ้าพ่อหลักเมืองนั่นเอง

ไหว้พระวัดสุทัศน์ฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป

“วัดสุทัศนเทพวราราม” เป็นวัดที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้น ภายในพระวิหารขนาดใหญ่ประดิษฐาน “พระศรีศากยมุนี” ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย เชื่อกันว่า หากได้มาสักการะหลวงพ่อโตที่วัดสุทัศน์แล้ว จะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและมีเสน่ห์ต่อบุคคลอื่น

เสริมอำนาจบารมี แคล้วคลาดปลอดภัย ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ

ศาลแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยคนจีนเรียกว่า “ตั่วเหล่าเอี้ย” เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพของเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน ได้แก่ เอี่ยนเถี้ยนส่งเต้, เจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม โดยเชื่อกันว่าหากใครได้ไปกราบไหว้จะช่วยเสริมอำนาจบารมี แคล้วคลาดปลอดภัย โดยเฉพาะคนที่กำลังมีคดีความ ต้องขึ้นศาล

และนี่ คือ 5 สถานที่สำคัญ ที่เราจะพาทุกท่านไปร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์-เสริมบารมี-แก้ปีชงให้กับทุกท่านที่ได้ร่วมทริปในครั้งนี้

ใน วันที่ 30 มกราคม 2559 นี้ เตรียมพบกับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “เสริมบารมี 12 ปีนักษัตร” ที่มติชนอคาเดมีจะนำพาทุกท่านได้ร่วมทริปสุดศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด กับวิทยากรพิเศษ อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (02) 954-3977-84 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือที่ http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

%d bloggers like this: