ผู้หญิง

All posts tagged ผู้หญิง

‘ชุดว่ายน้ำ’ เปิดเวที Miss International 2018

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366308

‘ชุดว่ายน้ำ’ เปิดเวที Miss International 2018

‘ชุดว่ายน้ำ’ เปิดเวที Miss International 2018

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แค่เปิดรับสมัครก็โซเชียลแตกไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับเวทีประกวดระดับโลกมิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ MissInternational Thailand 2018 เวทีนางงามที่จะค้นหาสาวสวยพร้อมจริงเพื่อไปประกวดต่อบนเวทีประกวดระดับตำนาน มิสอินเตอร์เนชั่นแนล Miss International 2018ที่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ปีนี้ได้ อนุสรณ์ จารุวัฒนานุกูล ออแกไนซ์ร้อยล้าน มาเป็นผู้อำนวยการกองประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2018 โดยมีตัวแม่ของวงการนางงามไทย ส้ม-ชนากานต์ ชัยศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ 1990 มาเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

อนุสรณ์ จารุวัฒนานุกูล ผู้อำนวยการกองประกวด มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2018 เผยว่า “ปีนี้ได้เข้ามาดูแลจัดการประกวดให้ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2018 หลายคนอยากจะมองว่าเราเป็นหน้าใหม่กับเวทีประกวดนางงาม แต่สาวๆ ในแวดวงนางงามจะรู้เลยว่าเราทำเกี่ยวกับนางงามมานานหลายสิบปี งานใหญ่ประจำปีคือ งานรวมมง นางงามทุกเวทีทั่วไทย แฟนนางงามรู้จักกันดีแล้ว เพราะเราจัดใหญ่จัดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว เวทีนี้ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2018 บอกตรงๆ เรามีเวลาเตรียมงานกันน้อยมาก แค่ไม่กี่เดือน แต่ตอนนี้แฮปปี้กับทุกอย่าง เพราะมันดีกว่าที่เราคาดคิดเอาไว้ ทั้งกระแสตอบรับต่างๆ โดยเฉพาะสปอนเซอร์ให้การตอบรับ สนับสนุนเราเยอะมาก ซึ่งจะทำให้สาวงามที่คว้าตำแหน่งได้ทั้งเงินรางวัลและของรางวัล พร้อมโอกาสไปชิงมงกุฎระดับโลก ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น”

ด้าน ส้ม-ชนากานต์ ชัยศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ 1990 เผยว่า “ความเป็นนางงามอยู่ในสายเลือดของพี่อยู่แล้ว ประสบการณ์ในวงการนางงามของที่มีมาหลายสิบปี ก็จะมาร่วมช่วยด้วยกับเวที มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ Miss International Thailand 2018 เพราะทุกเวทีประกวดนางงามคือพี่น้องกันหมด สำหรับเวที Miss International Thailand 2018 จากที่พี่ได้ศึกษามาแล้ว พบว่าเป็นเวทีประกวดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาก เริ่มประกวดกันนานมากๆ ตั้งแต่ปี 1960 จนถึงตอนนี้ มีตำนานความงามในระดับโลกของแท้เลย นางงามรุ่นพี่ของไทยหลายคนก็เคยไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ปีนี้นางงามคนไหนจะได้มง Miss International Thailand 2018 ไม่อยากให้พลาดจริงๆ เพราะทีมงานทั้งหมดตั้งใจทำมากๆ ต้องติดตามลุ้นกันนะคะ”

คลิกติดตามสวยๆ ได้เลยทางแฟนเพจ FB : Miss International Thailand หรือทางไอจี IG : Miss International Thailand1 พร้อมชมการถ่ายทอดสดรอบตัดสินการประกวดอย่างตื่นเต้นเร้าใจ ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคมนี้ ทีวีช่องนาว NOW 26 และรอลุ้นกับประกวดต่อบนเวทีใหญ่ Miss International 2018ครั้งที่ 58 ที่ โตเกียวโดมซิตี้ฮอลล์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

Advertisements

คุณแหน : 26 กันยายน 2561

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366306

คุณแหน : 26 กันยายน 2561

คุณแหน : 26 กันยายน 2561

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ธาริสา เกตุทัต พัฒนาที่ดินของบรรพบุรุษแถวเขาเต่า หัวหิน ให้เป็น Air B&B ชื่อ Shagufta Resort เป็นวิลล่าสวยงาม สามารถดูรายละเอียดและจองบ้านพักได้เลย ทางเฟซบุ๊ค Shagufta Thailand…

ll อยู่บ้านเหงาๆ ครบ 3 ปีเต็ม ที่เคยยืนไม่ตรง โงนเงนมากตั้งไข่ล้มอยู่นาน พอคิดว่าตัวเองเข้มแข็งแล้วเลยหางานทำ เวลานี้ แวนด้า จงวัฒนา จึงได้เข้าทำงานที่โรงแรม Sara โรงแรมสวยของสารจันทร์ วิภาตพงษ์ ได้ 6 เดือนแล้ว…

ll ผู้ชมละครทีวีเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” กำลังสวมวิญญาณเชอร์ล็อคโฮล์มส์/อกาธาคริสตี้ กันเป็นแถว เดาเหตุการณ์ได้เป็นฉากๆว่าใครเป็นฆาตกร ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง อย่างพิมภัทร์ ยมนาค กับ พรนรี หงสกุลมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ละครทีวีสนุกอีกเรื่องคือ ริมฝั่งน้ำ เป็นเรื่องของคนแก่ขำคุณตาคุณยายทั้งหลาย พฤติกรรมคล้ายๆที่เคยเจอมากับตัวเอง เช่น เอาสายสร้อยไปไว้ในตู้เย็น หาไม่เจอก็เลยคิดกล่าวหาว่าคนอื่นเอาไปหรือบอกอย่างหนึ่ง แต่จำได้อีกอย่างหนึ่งเรื่องนี้มีดารานักแสดงรุ่นปู่ย่าหลายท่าน อย่างสุประวัติ ปัทมสูต,สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์,พิศมัย วิไลศักดิ์ คนมีญาติผู้ใหญ่พึงดู จะได้เข้าใจและรู้วิธีรับมือกับท่านๆ…

ll รอคอยมาแสนนาน ในที่สุด ภัทรานิษฐ์ วิริยะวัฒน์ ก็จะได้เป็นคุณยาย(ยังสาว)ในอีก 7 เดือนข้างหน้า จาก ธัญญ์พัฒน์ วิลาวรรณ ลูกสาวคนสวย…

ll สาวๆ ที่กำลังขึ้นสะพานพระราม 7 หลายกลุ่มสนุกสนานกับการไปถ่ายรูป 3 มิติ ที่ Art inParadise ชั้น 4 The Esplanade ทั้ง บริบูรณ์สุขบัญชรเทวกุล ที่ไปกับลูกหลาน,เลขา ไพรวิจิตร,พนมพร โลว์เจริญกุล กับเพื่อนๆ เดี๋ยวนี้เข้าฟรีสำหรับอายุ 60 ขึ้นไปไม่มีแล้ว ต้องจ่ายเงินตามระเบียบ…

ll ลอยเลื่อน บุนนาค ล่องเหนือเพื่อร่วมงานบุญงานสลากย้อม วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูนในนามของ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัดแต่“หมีชวนหม่ำ”เสียอย่าง ร้อนถึง อัชฌพรอยู่สถาพร เจ้าถิ่น ต้องทำการบ้านหนักหาร้านอาหารแปลก ใหม่ อร่อย ตามโจทย์ให้คุณหมีไปหม่ำ 2 วัน 3 มื้อ เปรมใจทั้งคนพาไปและคนชอบหม่ำ…

ll เป็นประเด็นที่ถกกันมานาน พลเรือเอกฐนิธ กิตติอำพล นายกสภาสถาปนิก จึงขอเชิญผู้สนใจทุกท่านให้เข้ารับฟัง ไม่จำกัดเฉพาะนักข่าว ในประเด็น“สุวรรณภูมิอาคาร 2 ความจริงที่คนไทยต้องรู้” ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 อาคารสภาสถาปนิก ถนนพระราม 9 ซอย 36 วันพุธที่ 26 กันยายน คือวันนี้ เวลา 13.00-14.30 น. โดย พลเรือเอกฐนิธ กิตติอำพล,รศ.ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ และ ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน ขอบอกว่าข้อมูลแน่นปั๋ง โดยเฉพาะรศ.ดร.สมเจตน์ที่ทำการบ้านมาเยอะ ท่านมุ่งมั่นเต็มที่ แม้ว่ามารดาของท่านถึงแก่กรรมในช่วงเช้าแต่ท่านก็ยังอุตส่าห์มาประชุมซักซ้อมตามนัดหมาย ด้วยเหตุผลว่าเรื่องความเสียหายของชาติก็เป็นเรื่องสำคัญ หากเรื่องนี้จะจบโดยอาคารผู้โดยสารเจ้าปัญหาถูกสร้างขึ้นในที่เดิมอย่างไม่คำนึงถึงความสำคัญของผังแม่บทไม่ว่าสถาปนิกจะออกแบบได้เลอเลิศอย่างไรก็ตาม…ขอบคุณทุกท่านที่สู้เพื่อชาติ…อัญชะลีไพรีรักษ์ จะส่งนักข่าวเนชั่นไปรายงานสดด้วย…ll

หนูภาฯ

พักผ่อนสุดฟินทะเลพม่าที่เกาะนาวโอพี

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366290

พักผ่อนสุดฟินทะเลพม่าที่เกาะนาวโอพี

พักผ่อนสุดฟินทะเลพม่าที่เกาะนาวโอพี

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมชาย จิตรมงคล

กำลังจะเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว หากใครเบื่อๆ ไม่อยากไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ทางภาคเหนือ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวทะเลฤดูหนาวดูบ้างก็น่าสนใจ อย่าง “เกาะนาวโอพี” แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณเกาะสอง ประเทศเมียนมา แต่สามารถเดินทางจากจังหวัดระนองของไทยใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึง ถือเป็นจุดดำน้ำขึ้นชื่อที่กำลังมาแรง พร้อมเปิดเกาะต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2561-พฤษภาคม 2562

สมชาย จิตรมงคล ผู้จัดการบริหาร บริษัท วิคตอเรียคลิฟฟ์ทราเวล จำกัด กล่าวว่า บริษัท วิคตอเรียคลิฟฟ์โฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานเกาะนาวโอพีแต่เพียงผู้เดียวจากรัฐบาลเมียนมา ซึ่งเพิ่งให้อนุญาตให้เอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมานับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของทะเลเมียนมา

“เกาะนาวโอพี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่เกาะพม่า ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์ของประเทศไทย ในฝั่งทะเลอันดามัน เกาะนาวโอพีมีรูปลักษณ์เกาะคล้ายกับหัวธนู ปกคลุมไปด้วยป่าดงดิบจุดเด่นของเกาะนาวโอพีคือมีแนวชายหาดเป็นทรายสีขาวละเอียดอยู่ถึง 3 หาด น้ำทะเลใสแจ๋ว บางจุดสีน้ำทะเลดุจสีเขียวมรกต มีจุดดำน้ำที่เราได้ทำการสำรวจอยู่หลายจุด โดยวิคตอเรียคลิฟฟ์ฯ ได้ทำการสำรวจเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมและได้ตั้งชื่อตามความโดดเด่นของบริเวณนั้นๆอาทิ หาดมาดาม เกาะเดอะเรสเทอร์ และเกาะภูเขาไฟ ล่าสุดเราเพิ่งเปิดตัวจุดดำน้ำน้องใหม่ระดับ 5 ดาว ชื่อว่า แหลมทับทิม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกัลปังหาสีแดงอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ด้วยความสดใหม่และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลจึงทำให้เกาะนาวโอพีได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก”

สำหรับการไปดำน้ำชมความงามงดงามของโลกใต้ทะเลที่เกาะนาวโอพีผู้จัดการบริหารบริษัท วิคตอเรียคลิฟฟ์ทราเวล จำกัด บอกว่า สามารถเลือกได้ 2 รูปแบบ คือ แบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะเลือกแบบพักค้างคืนด้วยการบริการที่พักสุดหรูใกล้ชิดธรรมชาติของ วิคตอเรียคลิฟฟ์ รีสอร์ท (นาวโอพี) ซึ่งมีที่พักให้เลือกหลากหลายรูปแบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แม้จะอยู่บนเกาะกลางทะเลแต่ก็ไม่ตัดขาดกับโลกภายนอกเพราะมีอินเตอร์เนตไวไฟความเร็วสูงให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อาหารทะเลสดใหม่รสชาติเยี่ยมพร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงในมื้อค่ำ

“เกาะนาวโอพีเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักในปีหนึ่งๆ เพียงแค่ 7 เดือน คือช่วงปลายเดือนตุลาคม-พฤษภาคมเท่านั้น อันเนื่องมาจากช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม จะเป็นช่วงหน้ามรสุม เราจึงไม่เปิดบริการเพื่อให้ธรรมชาติได้พักผ่อนเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ก็กำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอีกครั้ง และเกาะนาวโอพีก็พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยในแต่ละวันเราจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมของทะเลไม่ให้ถูกรบกวนมากเกินไป”

เติมเต็มวันพักผ่อนของนักท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ ที่ทะเลพม่า “เกาะนาวโอพี”ไปกับวิคตอเรียคลิฟฟ์ทราเวล ผู้รู้จริงเกาะนาวโอพี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nyaungoopheeisland.com และ www.victoriacliff.com

5 ผัดไทยสูตรอร่อย อิ่มโดนใจ โดย อ.มัลลิการ์

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366288

5 ผัดไทยสูตรอร่อย  อิ่มโดนใจ โดย อ.มัลลิการ์

5 ผัดไทยสูตรอร่อย อิ่มโดนใจ โดย อ.มัลลิการ์

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ชวนสัมผัสความอร่อยกับเทศกาลผัดไทยสูตรเฉพาะ อ.มัลลิการ์ ที่ให้อร่อยโดนใจเต็มๆ กับวาไรตี้ผัดไทยกุ้งสดตัวอวบๆ เนื้อหวานๆ กับผัดไทย 5 จานอร่อย เริ่มจาก ผัดไทยเส้นใหญ่กุ้งสด อร่อยกับเส้นใหญ่แผ่นนุ่มผัดเคล้ากับเครื่องผัดไทยรสเข้ม,ผัดไทยเกี๊ยวกรอบกุ้งสด อร่อยกับแผ่นเกี๊ยวไข่ ทอดจนเหลืองกรอบ ผสานความจัดจ้านของเครื่องผัดไทยรสเข้ม, ผัดไทย ไดเอทกุ้งสด เอาใจคนรักสุขภาพกับผัดไทยเส้นมะละกอสดปลอดสาร ส่งตรงจากสวนสาระพรรณ จ.ลพบุรี ที่ให้ความหวานกรุบกรอบทุกคำ, ผัดไทยอุด้งกุ้งสด อร่อยเข้มข้นกับอุด้งเส้นเหนียวนุ่ม ผัดเคล้ากับเครื่องผัดไทย แทรกความจัดจ้านเข้าถึงเนื้ออุด้งทุกเส้น และ ผัดไทยหนังปลาแซลมอนกรอบกุ้งสด รับประกันความอร่อยแบบสุดๆ กับความกรอบกรุบของหนังปลาแซลมอนทอดใหม่กรอบ เคล้าความเข้มข้นจัดจ้านของเครื่องผัดไทย ซึ่งทุกจานเพิ่มความอร่อยด้วยผักแกล้มสดๆ ทั้ง ถั่วงอกกุ่ยช่าย ใบบัวบก และหัวปลีอ่อน บีบน้ำมะนาวนิดๆ อร่อยครบสูตรผัดไทยโบราณ สุดยอดความอร่อยที่แฟนผัดไทยต้องลอง

อร่อยโดนใจกับ 5 เมนูผัดไทยแสนอร่อยได้ที่ร้านเย็นตาโฟเครื่องทรงโดย อ.มัลลิการ์ ทุกสาขา ยกเว้นสาขาสนามบินดอนเมือง และอุดรธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2561 ทั้งนี้รายได้จากการจำหน่ายเมนูในเทศกาลผัดไทยทุกจาน จานละ 10 บ. ร่วมสมทบทุนซื้อเตียงสำหรับให้เคมีบำบัดเพื่อรักษามะเร็งในผู้ป่วยเด็ก มอบให้กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-946-1000 หรือที่ Facebook:http://www.facebook.com/YentafoMallika

LIFE & HEALTH : ลดปัญหาจากการใช้ยา…ปรึกษาเภสัชกร

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366305

LIFE&HEALTH : ลดปัญหาจากการใช้ยา...ปรึกษาเภสัชกร

LIFE&HEALTH : ลดปัญหาจากการใช้ยา…ปรึกษาเภสัชกร

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำหรับผู้ใช้ยาที่ต้องใช้ยารักษาประจำและต่อเนื่องโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ ข้อมูลจาก ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ ผู้ช่วยนายกสภาเภสัชกรรม ฝ่ายวิชาการ แนะนำว่า ควรมี “สมุดบันทึกยา” พกไว้ติดตัว ซึ่งบันทึกรายการยาที่ผู้ป่วยต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยาที่ได้จาก โรงพยาบาล ร้านยา คลินิก หรือ สถานพยาบาลอื่นๆ และยังต้องบันทึกรายละเอียดของผู้ป่วยด้วย เช่น อายุ น้ำหนักตัว ส่วนสูง รวมทั้งประวัติการแพ้ยา อาการข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์หรือเภสัชกร สามารถส่งต่อข้อมูลเรื่องยา และเลือกจ่ายยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโดยไม่มีปัญหากับยาที่ผู้ป่วยใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการได้รับยาซ้ำซ้อนยาตีกัน หรือแพ้ยาซ้ำ รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยจากการใช้ยาได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งในภาวะฉุกเฉินหรือเกิดวิกฤติภัย สมุดบันทึกยาที่พกติดตัวไว้จะช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่มีโอกาสไปรับการรักษาในสถานพยาบาลเดิม สามารถได้รับยาจากหน่วยบริการอื่นได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ผู้ป่วยบางคนชอบไปพบแพทย์หลายๆโรงพยาบาลหรือคลินิก ทำให้อาจได้รับยาชนิดเดียวกันจนเกิดการรับประทานยาซ้ำซ้อน หรือเกิด “การตีกัน” ของยา ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงแก่ผู้ป่วยได้ การไปพบแพทย์หรือเภสัชกรจึงควรมีรายการยา หรือนำยาที่กำลังใช้อยู่ทุกชนิดไปด้วยทุกครั้ง เพื่อให้เภสัชกรพิจารณาว่ามียาที่รับประทานซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หรือมียาชนิดใดที่ตีกันหรือไม่ จะได้หาทางแก้ไขและป้องกัน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการใช้ยา

ข้อมูลจาก รศ.ดร.ภญ.กนกพรนิวัฒนนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึงตัวอย่างของยาตีกันที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผู้ที่ใช้ยากันเลือดแข็ง ชื่อ ยาวาร์ฟาริน ซึ่งเป็นยาที่มีโอกาสเกิดยาตีกันกับยาอื่นได้มาก ต้องระมัดระวังในการซื้อยาอื่นๆ ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมต่างๆ มาใช้ตัวอย่างยาที่พบได้บ่อยว่าเกิดตีกันกับยาวาร์ฟาริน คือ ยาแก้ปวดแก้อักเสบ เช่นไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค ซึ่งเป็นยาที่แนะนำให้ต้องกินหลังอาหารทันที ผลของการเกิดยาตีกันจะทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติในอวัยวะต่างๆ เช่น ที่ผิวหนังเห็นเป็นจ้ำเลือด หรืออาจเกิดเลือดออกที่ข้อ หรือในช่องท้องหรือที่สมองได้ นอกจากนี้การใช้ยาสมุนไพรต่างๆ เช่น ขมิ้นชัน บัวบก ฟ้าทะลายโจร หรือ อาหารเสริม เช่น น้ำมันปลาร่วมกับ ยาวาร์ฟาริน ก็จะเพิ่มโอกาสการเกิดเลือดออกผิดปกติได้เช่นกัน

ข้อควรปฏิบัติเพื่อลดปัญหาจากการใช้ยา มีดังนี้ (1) ต้องรู้จักชื่อยาที่ใช้ (2) มีประวัติแพ้ยาต้องแจ้งแพทย์ เภสัชกรทุกครั้งเมื่อมารับการรักษา (3) ถ้ามียา สมุนไพร อาหารเสริมที่ต้องใช้เป็นประจำควรบันทึกไว้ในสมุดบันทึกยา และให้แพทย์ หรือเภสัชกรดูทุกครั้งเมื่อมารับการรักษา (4) อ่านฉลากยาก่อนใช้ยาทุกครั้ง (5) ใช้ยาตามคำแนะนำในฉลากยา (6) ภายหลังที่ใช้ยาที่ไม่เคยรู้จัก หรือใช้เป็นครั้งแรกให้หมั่นสังเกตตัวเอง ถ้าพบความผิดปกติสงสัยแพ้ยาให้รีบกลับมาพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้าน

เพื่อให้ได้รับยาอย่างสมเหตุผล เมื่อมีอาการเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรในร้านยาใกล้บ้าน ไม่ซื้อยาจากร้านขายยาที่ไม่มีเภสัชกร หรือร้านชำ จะต้องไม่กินยาของผู้อื่น ถึงแม้จะมีอาการคล้ายกัน และเมื่อได้รับยาแล้วก็ควรจะใช้ยาตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ อ่านฉลากยาก่อนใช้ยาทุกครั้งเภสัชกรโรงพยาบาลกับความปลอดภัยเรื่องยาของผู้ป่วย

ข้อมูลจาก ภก.อำนวย พฤกษ์ภาคภูมินายกสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เภสัชกรโรงพยาบาล มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ “ยา” ตั้งแต่กระบวนการจัดหา จัดเก็บ เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพพร้อมใช้และเพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งรวมถึงการผลิตยาบางรายการที่ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด เตรียมยาและผสมยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายตามแพทย์สั่ง เช่น ยาหยอดตา ยาสำหรับผู้ป่วยเด็กยาเคมีบำบัด สารอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำเป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแพทย์และความจำเป็นในการใช้ของผู้ป่วยในแต่ละโรงพยาบาล

สำหรับงานบริการเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกเภสัชกรโรงพยาบาลมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องก่อนจ่ายยา โดยการส่งมอบยาจะประเมินผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมให้คำแนะนำการใช้ยาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ เภสัชกรยังทำหน้าที่กระจายยาไปยังหอผู้ป่วยเพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยใน ซึ่งมีรูปแบบต่างๆ ขึ้นกับบริบทของโรงพยาบาล เช่น การจัดยาแบบรายวัน หรือ การจัดยาแบบหนึ่งหน่วยการใช้ (unit dose) เป็นต้น

ปัจจุบันได้ขยายบทบาทไปสู่การดูแลผู้ป่วยด้านยาที่เรียกว่า การบริบาลทางเภสัชกรรม ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยและได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้ยา ผ่านการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ เช่น การประสานรายการยาสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการตรวจรักษาจากแพทย์หลายท่าน ไม่ว่าจะในโรงพยาบาลเดียวกันหรือต่างโรงพยาบาล เพื่อป้องกันการได้รับยาซ้ำซ้อน ไม่ได้รับยาที่ควรได้รับหรือได้รับยาที่ตีกันกับยาเดิม เภสัชกรจะประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา วางระบบในการป้องกันอุบัติการณ์แพ้ยาซ้ำ มีการประเมินการใช้ยา การตรวจติดตามและวัดระดับยาในเลือด การบริบาลผู้ป่วยนอกในคลินิกโรคเรื้อรังต่างๆ รวมถึงการบริบาลทางเภสัชกรรมบนหอผู้ป่วย รวมทั้งทำหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาในทุกมิติให้กับทีมสหวิชาชีพ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดูแลรักษาด้วยยาแก่ผู้ป่วย ทั้งนี้ รพ.มหาวิทยาลัย รพ.ศูนย์ (รพศ.) รพ.ทั่วไป (รพท.) หรือแม้แต่รพ.ชุมชนขนาดใหญ่ จะมีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการอยู่เวรให้บริการพร้อมกับบุคลากรต่างวิชาชีพในโรงพยาบาลมาเป็นเวลานานมากแล้ว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาลทุกแห่ง

การปฏิบัติงานทางเภสัชกรรมของโรงพยาบาลในประเทศไทยได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรมโรงพยาบาลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 การปฏิบัติงานวิชาชีพของเภสัชกรโรงพยาบาลในปัจจุบันจึงไม่ได้มีเฉพาะการ “จ่ายยา” ให้กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทร่วมกับสหวิชาชีพ ในการทำหน้าที่ดูแลและติดตามการใช้ยาของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการออกเยี่ยมบ้านเพื่อความต่อเนื่องของการรักษา และให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดและเกิดความปลอดภัยจากการใช้ยา ฉะนั้นหากมีปัญหาการใช้ยา ให้ปรึกษาเภสัชกรเพื่อลดปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยาที่อาจเกิดขึ้นได้

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

เลขาธิการสภาเภสัชกรรม

ป้องกันตั้งแต่แรกเริ่ม ลดเสี่ยงโรคหัวใจ

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366299

ป้องกันตั้งแต่แรกเริ่ม ลดเสี่ยงโรคหัวใจ

ป้องกันตั้งแต่แรกเริ่ม ลดเสี่ยงโรคหัวใจ

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day)ที่ตรงกับวันที่ 29 กันยายนของทุกปี การป้องกัน (Prevention) ปัจจัยเสี่ยงแต่แรกเริ่ม เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันคนวัยเจนใหม่ ให้ห่างไกลจากโรคหัวใจกันมากขึ้น โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เปิดตัวคลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน (Preventive Heart and Lipid Clinic) เพื่อการดูแลหัวใจแบบองค์รวม เพราะหัวใจของเรามีเพียงแค่ดวงเดียว

นายแพทย์ประดับ สุขุม ผู้อำนวยการอาวุโส โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2017-2014 คนไทยป่วยและเสียชีวิตจากโรคหัวใจ (Ischemic Heart Disease-IHD) และหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 24 และร้อยละ 41.3 ตามลำดับ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปัจจัยเสี่ยง ได้แก่เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ที่เพิ่มมากขึ้นทางโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของโรคหัวใจ จึงจัดแคมเปญ “ดูแลหัวใจคุณ… ด้วยหัวใจเรา” MY HEART, YOUR HEART ในเดือนรณรงค์วันหัวใจโลก พร้อมเปิดคลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน (Preventive Heart andLipid Clinic) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงและป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันในอนาคต โดยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันให้น้อยที่สุด รวมไปถึงการให้ข้อมูลความรู้แบบองค์รวมแก่ผู้ป่วย ครอบครัว ในการดูแลและป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคหัวใจ แล้วยังช่วยพัฒนาคุณภาพการบริการและการวินิจฉัยให้ได้มาตรฐานวิชาชีพระดับนานาชาติและเพื่อเก็บข้อมูลวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต โดยจัดให้มีโปรแกรมการตรวจหัวใจ 2 แบบ คือ 1.Primary screening program เริ่มต้นด้วยการประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ที่ยังไม่มีอาการ และหาแนวทางป้องกันเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ 2.Secondary preventive program ในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว จะได้รับการประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต พร้อมได้รับการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจเพื่อชะลอการดำเนินของโรคให้ช้าที่สุดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

จุดเด่นของคลินิกนี้ คือ 1.One-stop service for heart check-up and preventive program ให้การค้นหาโรคหัวใจตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม และให้การป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการเกิดตะกรัน (Plaque) ที่เกาะผนังหลอดเลือดหัวใจหรือเส้นเลือดตามร่างกาย 2.Personalized Medicine เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพหัวใจยุคใหม่ ที่ทุกคนจะมีแนวทางปฏิบัติเป็นของตัวเอง การเลือกยาที่ตรงกับพันธุกรรมของตนเอง การเลือกชนิดอาหารที่เหมาะสมกับตนเอง รวมไปถึง โปรแกรมการออกกำลังกายฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจที่แตกต่างตามสาเหตุและความเสี่ยงของตนเอง 3.Registry and monitoring ข้อมูลสุขภาพ ผลการตรวจเลือด พยาธิสภาพหลอดเลือดของผู้ป่วย จะถูกเก็บเข้าเป็นระบบในฐานข้อมูลคลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน พร้อมทั้งมีการเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและเฝ้าติดตามรอยโรคเป็นระยะๆ

หากพูดถึงการป้องกันโรคหัวใจ (Prevention Heart) นายแพทย์ประดับ แนะนำว่า ในปัจจุบันควรเริ่มการป้องกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีการดูแลอาหาร การรับประทาน และการตรวจร่างกายแต่เนิ่นๆ ว่ามีพันธุกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือประวัติครอบครัวที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพ เกิดได้จาก 2 ปัจจัย ได้แก่ 1.ปัจจัยเสี่ยงทางร่างกายที่สามารถป้องกันได้ คือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่ 2.พันธุกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันหรือแก้ไขไม่ได้ แต่การป้องกันโรคดีและสำคัญกว่าการรักษาโรค ดังนั้นเราควรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลป้องกันหัวใจให้ห่างไกลโรคกับพฤติกรรม 8 อย่าง ที่สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัยเพื่อป้องกันโรคหัวใจไปตลอดชีวิต ได้แก่ เลี่ยงอาหารอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ เพราะไขมันทรานส์เป็นการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืชให้คงสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลว ถูกนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น เบเกอรี่ โดนัท คุกกี้ ครีมเทียม เนยเทียม และอาหารประเภทจังก์ฟู้ด ซึ่งจะเข้าไปเพิ่มระดับของไขมันไม่ดี (LDL) ในร่างกาย ส่งผลเสียต่อหลอดเลือดหัวใจ ก่อให้เกิดโรคหัวใจตามมา หากบริโภคในปริมาณมากและต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

สิ่งที่ควรระวังในปัจจุบันคือ โรคหัวใจและหลอดเลือดมักพบในคนรุ่นใหม่ อายุน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยไลฟ์สไตล์ของเด็กยุคปัจจุบันนอนน้อยทำให้ร่างกายซ่อมแซมช้า การทำกิจกรรมน้อยลง เล่นมือถือเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การเคลื่อนไหวน้อยลง ออกกำลังกายช่วยหัวใจแข็งแรงในระยะยาว การออกกำลังกายแบบ Fat-burn เป็นการออกกำลังกายในช่วงอัตราการเต้นของหัวใจเหมาะสม และมีสัดส่วนการเผาผลาญไขมันมากที่สุด ที่ 70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดในแต่ละช่วงอายุ โดยมีสูตร 0.7x (220-อายุ) จะเท่ากับอัตราเต้นของหัวใจที่เหมาะสม การออกกำลังกายในระดับปานกลางใช้ระยะเวลาประมาณครั้งละ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ช่วยรักษาอัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสม หรือการเดินออกกำลังกายตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ว่า เดินให้ได้ 10,000 ก้าวต่อวัน จะช่วยบริหารหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง

ทั้งนี้ การเลือกรูปแบบของการออกกำลังกายที่ชอบในแบบที่ใช่ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างความจูงใจในการออกกำลังกาย จัดการความเครียดให้อยู่หมัด เพราะการพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ ควรมีช่วงเวลาก็การพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายจัดการกับความเครียด หลายคนเลือกการออกกำลังกาย หรือการทำสมาธิก็เป็นวิธีที่ง่าย และเห็นผลได้ ฮอร์โมนเครียดยิ่งน้อยเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะมีการอักเสบทั่วร่างกายก็จะลดลง ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ถึงแม้จะรับประทานอาหารที่มีไขมันดี แต่ถ้าพักผ่อนน้อยแถมมีความเครียดสูง ก็ไม่ใช่เรื่องดีต่อร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ละคนจะมีนาฬิกาเวลาของตัวเอง เป็นเหมือนกฎธรรมชาติ การอดนอนหรือพักผ่อนน้อยจะมีผลเสียต่อฮอร์โมนเกิดความเครียด การนอนหลับจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าอยากให้หัวใจแข็งแรง ควรนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และจะต้องนอนหลับลึก (Deep sleep) เพื่อให้สมองและหัวใจได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงเพียงอย่างเดียวที่สำคัญ คุณภาพการนอนต้องดีด้วย หากเรานอนกรนหรือตื่นมาแล้วไม่สดชื่นควรตรวจเช็คสุขภาพการนอนกับแพทย์ โดยเฉพาะอาชีพที่เข้างานเป็นกะหรือเป็นช่วงที่นอนน้อยติดต่อกันหลายวัน ควรต้องมีช่วงพักผ่อน (Vacation time) ให้ยาวขึ้นเป็นการชดเชย

อีกทั้ง ระวังเบาหวาน ไขมัน ปัจจัยเร่งหลอดเลือดให้เสื่อมไว โรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูง ถ้าเป็นตั้งแต่อายุน้อยๆ ย่อมเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะโรคเหล่านี้เป็นตัวการเร่งให้หลอดเลือดมีความเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีการรับประทานยาควบคุมอาการ ขณะเดียวกันกลุ่มที่มีอาการของหัวใจและหลอดเลือดแต่มีการรับประทานยาสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้สามารถคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับเกือบปกติได้ โดยระดับน้ำตาลควรอยู่ที่ประมาณ 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เพราะหากค่าสูงกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ควบคุมระดับความดันเลือดให้เป็นปกติที่ความดันตัวบน 120 ความดันตัวล่างที่ 80 ในคนที่ตรวจพบตะกรันคราบหินปูน ณ จุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย เช่น หลอดเลือดคอ หลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดแดงใหญ่ ควรควบคุมระดับ
ไขมันในร่างกาย สำคัญสุดควรออกกำลังกายเป็นประจำ งดการสูบบุหรี่ และรักษาระดับของ HDL ไขมันดีให้มากกว่า 60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

นอกจากนี้ บุหรี่ยังเป็นตัวการใหญ่หลอดเลือดหัวใจไม่แข็งแรง การสูบบุหรี่ไม่ว่าจะสูบมากหรือสูบน้อยส่งผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจเท่ากัน เนื่องจากสารนิโคตินและก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ในควันบุหรี่และสารอื่นๆ ในบุหรี่ มีผลทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ผนังเส้นเลือดหนา เกิดคราบหินปูนเกาะบริเวณหลอดเลือด เส้นเลือดเกิดความอ่อนแอเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หัวใจเกิดการทำงานผิดปกติ ขาดออกซิเจนและหัวใจวายเฉียบพลันได้

อย่างไรก็ตาม การเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอาหารบำรุงหัวใจ ได้แก่ อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 มีมากในปลาทะเล ปลาน้ำจืด เช่น ปลาทู ปลาช่อน ปลาแซลมอน โดยผลการศึกษาในวารสาร JAMA ระบุว่า การที่ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ทั้งยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอลได้ สิ่งสำคัญคือ เรื่องเวลาพักผ่อน สร้าง Social relationship ลดความเครียดเพิ่มอายุขัย การสร้างสัมพันธ์ที่ดีทางสังคม การออกไปรวมกลุ่ม ทำกิจกรรมร่วมกันเล็กๆ จะช่วยนำมาซึ่งหัวใจที่แข็งแรง เช่น การทำกิจกรรมจิตอาสา การตั้งกลุ่มเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชน การเข้าชมรมหมู่บ้าน หรือแม้แต่การรวมกลุ่มออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ จิบน้ำชาในสภากาแฟ ได้พูดคุยสังสรรค์แลกเปลี่ยน แบ่งปันเรื่องราวระหว่างกัน ก็จะช่วยให้เกิดความสุขใจ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ Social Media เข้ามามีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ การพูดคุยสื่อสารกันผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ยังไม่อาจช่วยให้รู้สึกดีได้เท่ากับการเห็นหน้าพูดคุยกัน บางครั้งการใช้โซเชียลมากเกินไป กลับยิ่งทำให้เกิดความเครียดจากการเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับชีวิตผู้อื่นเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ศิลปินแห่งชาติ ให้ข้อคิดธรรมะ ในเวทีเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366291

ศิลปินแห่งชาติ ให้ข้อคิดธรรมะ ในเวทีเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ

ศิลปินแห่งชาติ ให้ข้อคิดธรรมะ ในเวทีเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศิลปินแห่งชาติ  อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กล่าวในหัวข้อ “ธรรมะง่ายๆ ไม่ได้ยากเลย” ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ที่อาคารซีพี ทาวเวอร์ถนนสีลม เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ได้ศึกษาคำสอนธรรมะมาทุกลัทธิ แต่ไม่ได้บทสรุปของชีวิต เพราะยากและมีจำนวนมาก ก่อนจะบรรลุธรรมได้ ซึ่งอ่านแล้วค่อนข้างสับสน จึงทำให้คิดได้ว่าต้องกลับไปมองเรื่องธรรมชาติของ “ตัวตน” แทน เช่น เราเกิดมาทำไม? ทำไมลำบาก? ทำไมชีวิตถึงยุ่งยาก? ทั้งหมดนี้จึงเกิดมาเป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าสอนหนทางความพ้นทุกข์ หนทางเดียวก็จบแล้วไม่ต้องอ่านพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าสอนให้เราอยู่โลกนี้อย่างเข้าใจ ธรรมชาติของการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทุกข์ เพราะเราไม่ใช่นักบวช เราเป็นฆราวาสอาจทุกข์ยิ่งกว่าเดิมอีก ซึ่งวิธีคิดง่ายๆ ของการพ้นจากทุกข์ คือค้นหาในเรื่อง “สติ” คำเดียวพอแล้ว ก็จะไม่ทุกข์และมีความสำเร็จ เลี้ยงดูตัวเองได้ เพื่อนำไปสู่การเข้าใจ “ธรรมชาติของตัวเองนั่นเอง

อ.เฉลิมชัยกล่าวพร้อมอธิบายเสริมว่า แม้จะนั่งสวดมนต์ นั่งหลับตารู้แต่บทสวด บทท่อง หลับตา แต่ไม่รู้จักคำว่า “ปัญญา” ก็หลุดพ้นทุกข์ไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องย่อสิ่งที่พระพุทธเจ้าพูดให้น้อยที่สุด และปฏิบัติหรือทำแต่สิ่งดี สร้างการเปลี่ยนแปลงให้มากที่สุดแทน การบรรลุธรรม คือ การที่เราต้องรู้การเปลี่ยนแปลงตัวเรา รู้ธรรมชาติในใจ พัฒนาปัญญา กำหนดรู้สติ นั่นคือการมีธรรมในใจ

มนุษย์เรานั้นมีสันดาน 2 อย่าง ได้แก่ สิ่งที่ดีที่สุดในภพชาติ และสิ่งที่ไม่ดีที่ติดตัวมา แต่จะทำอย่างให้สิ่งที่ไม่ดีหลุดไป เพื่อย่นเวลาไปสู่การนิพพาน เพื่อลบล้างบาปและกิเลสนั้น แต่ทุกคนมีอัตตาจึงมองไม่เห็น และพยายามมองไม่เห็นด้วย จึงต้องฆ่าตัวตนของเราก่อน

โดยจะต้องลืมตาและฆ่า ในการกำจัดความอยากลงไปหรือไม่ตั้งความหวังกับคนอื่นมากเกินไป และการเข้าใจผู้อื่น ผ่านการเข้าใจธรรมชาติของผู้อื่น โดยการ “ฆ่าตัวเอง” ให้ได้ก่อน ซึ่งตนใช้ชีวิตตามความเป็นจริงในทุกภาวะ ก็จะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการนั่งสมาธิแล้วชนะ แต่เรานั่งสมาธิจะหาทางชนะได้ยาก ยกเว้นนักบวช ตนจึงเลือกลืมตาแล้วชนะแทน ในการตรวจสอบและจัดการตัวเอง

นอกจากนี้เราต้องรู้จักจัดการตัวเองในการดำเนินชีวิต เพื่อพัฒนาธรรมะของตัวเองให้สูงขึ้น เช่น นอนหัวค่ำ อย่างน้อยๆ สุขภาพจะดีขึ้น ร่างกายของเราจะได้พักผ่อน ส่วนตัวตื่นตอนตี 2 แล้วรู้สึกสดชื่น แล้วมานั่งสมาธิ เมื่อลืมตาเจอโลก จึงหลับตาเพื่อเจอธรรม เกิดความสงบให้ใจก่อนจะไปอาบน้ำแล้วทำงาน ตั้งแต่ตี 3 ถึงตี 5 ครึ่ง แล้วไปออกกำลังกายเพื่อยิงธนู เพราะการยิงธนูเป็นธรรมะ ผ่านจิตและการบริหารร่างกายผ่านกล้ามเนื้อแขน เป็นวิธีการที่ตนชอบที่สุด ได้สมาธิผ่านการยิงธนู และต้อนรับมิตรสหายตอน 6 โมงเช้า ความสุขจึงมาจากใจเป็นสุข อยู่กับความโล่งและเข้าใจโลก

อย่างไรก็ตาม ความตายเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ ความตายเป็นความงดงาม คนเรียนธรรมะต้องรู้จักความตาย แบบที่ท่านพุทธทาสภิกขุพูด จงตายซะก่อนที่จะตาย จงตายให้เรียบร้อยก่อนความตายจริงจะมา เราต้องชนะมันให้ได้ และวิปัสสนาของตนคือ การวิเคราะห์และจัดการความคิดของตัวเอง ข้อคิดธรรมะง่ายๆ ของศิลปินแห่งชาติ ที่ได้ให้ไว้ในเวทีเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ

สำหรับผู้ที่สนใจข้อคิดดีๆ แบบนี้ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.cpall.co.th

รพ.จุฬาฯจัดคอนเสิร์ต เพื่อผู้ป่วยโรคเลือดและมะเร็งเด็ก

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366266

รพ.จุฬาฯจัดคอนเสิร์ต เพื่อผู้ป่วยโรคเลือดและมะเร็งเด็ก

รพ.จุฬาฯจัดคอนเสิร์ต เพื่อผู้ป่วยโรคเลือดและมะเร็งเด็ก

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ, รศ.พญ.ดารินทร์ ซอโสตถิกุล แถลงข่าวการจัดงาน

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทุนโรคเลือดและมะเร็งเด็ก หน่วยโลหิตวิทยา ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ และศิลปินนักแสดงผู้ประกาศข่าวจัดงานแถลงข่าว การจัดแสดงคอนเสิร์ต “ส่งต่อความหวัง พลังชีวิต เพื่อน้องโรคเลือดและมะเร็งเด็ก” และจัดเสวนาให้ความรู้สถานการณ์โรคเลือดในเด็กปัจจุบัน ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยได้มุ่งมั่นที่จะผลิตผลงานวิชาการและให้บริการทางการแพทย์แก่เด็กอย่างรอบด้าน โดยมีภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 70 ปี ได้สะสมประสบการณ์และพัฒนาด้านการรักษามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ระดับนานาชาติ และมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน คือการผลิตกุมารแพทย์ที่มีศักยภาพ ด้วยองค์ความรู้เป็นสถาบันต้นแบบที่มีคุณธรรม และสร้างมาตรฐานเพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงทางกุมารเวชศาสตร์ ทั้งในด้านงานบริการและงานวิจัยในระดับนานาชาติ และมีเป้าหมายคือการดูแลเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของชาติอย่างครบวงจร ทั้งด้านการป้องกันโรค การเสริมสร้างพัฒนาการและฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วยเด็กสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว และสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป

หัวหน้าสาขาวิชาโรคโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย กล่าวว่า ในแต่ละปีมีเด็กในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 คน ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคเลือดและโรคมะเร็ง โดยโรคที่พบบ่อย ได้แก่ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียโรคเลือดออกง่าย ฮีโมฟีเลีย มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งสมอง ผู้ป่วยเหล่านี้หากได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว และได้รับการรักษาที่เหมาะสม จะสามารถกลับไปมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตใกล้เคียงกับเด็กปกติได้

อย่างไรก็ตาม โรคส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องยาวนาน อีกทั้งจำเป็นต้องอาศัยทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญ รวมทั้งได้รับยา เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และที่สำคัญ คือการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบัน สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กโรคเลือดและมะเร็งจำนวนมาก โดยมีผู้ป่วยใหม่ได้รับการวินิจฉัยปีละ 80-100 ราย ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ปานกลาง ถึงรุนแรงมาก จำเป็นต้องได้รับเลือดจากผู้บริจาคทุกๆ 3-4 สัปดาห์อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย จำเป็นต้องได้รับสารช่วยการแข็งตัวของเลือดทางหลอดเลือด ทุกสัปดาห์ตลอดชีวิต ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ผ่าตัด และฉายแสงเป็นระยะเวลา 1-3 ปีขึ้นกับชนิดของโรค ผู้ป่วยบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและการรักษามาตรฐาน จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดซึ่งเป็นการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง

ด้วยตระหนักถึงปัญหาในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของผู้ป่วยเด็กโรคเลือดและมะเร็ง สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้จัดตั้งกองทุน “โรคเลือดและมะเร็งเด็ก จุฬาฯ” ขึ้น เพื่อให้การดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคเลือดและมะเร็งที่ขาดแคลน สนับสนุนยาและการรักษาบางประเภทที่ไม่สามารถเบิกได้จากสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงสนับสนุนค่าเดินทางในการมารับการรักษาและช่วยเหลือครอบครัวที่มีความขัดสนเพื่อให้สามารถมารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ป่วยเด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถไปโรงเรียนและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้มากขึ้น และช่วยลดความกังวลของผู้ปกครองอีกด้วย

นอกจากคอนเสิร์ตการกุศล “ส่งต่อความหวัง พลังชีวิต เพื่อน้องโรคเลือดและมะเร็งเด็ก”แล้ว ภายในงานยัง จัดงานเสวนาให้ความรู้สถานการณ์โรคเลือด และมะเร็งในเด็ก กิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ของผู้ปกครองและผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาไปแล้ว กิจกรรมการแสดงจากดารา ศิลปินและผู้ประกาศข่าว และพิธีมอบเงินบริจาคเพื่อเข้าสมทบกองทุนฯ ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้อง 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขอเรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังคอนเสิร์ตและกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

‘The PanOramix @CentralwOrld’ จอดิจิทัลอินเตอร์แอ๊กทีฟใหญ่ที่สุดในโลก

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366289

‘The PanOramix @CentralwOrld’ จอดิจิทัลอินเตอร์แอ๊กทีฟใหญ่ที่สุดในโลก

‘The PanOramix @CentralwOrld’ จอดิจิทัลอินเตอร์แอ๊กทีฟใหญ่ที่สุดในโลก

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะผู้บริหารซีพีเอ็นและแพลนบี ถ่ายภาพร่วมกับ Moment Factory ผู้พัฒนามัลติมีเดียโชว์ระดับโลก

ปลุกมหานครให้คึกคัก แต่งแต้มสีสันให้ใจกลางย่านราชประสงค์กลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์, เอกลักษณ์ความเป็นไทย และความวิจิตรงดงามของกรุงเทพฯ ถ่ายทอดผ่าน แสง สี เสียง เอฟเฟกต์ตระการตา อวดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกของไทย ร่วมกับ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมสื่อโฆษณาดิจิทัลของไทย เปิดตัว “The PanOramix@CentralwOrld” จอดิจิทัลอินเตอร์แอ๊กทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก!! ขนาด 3,790 ตารางเมตร พร้อมการแสดงมัลติมีเดียโชว์ สุดตื่นตาตื่นใจ “Colors of Bangkok”และ “Thai Heritage” ตอกย้ำอัตลักษณ์ของเมืองไทยที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ชาติใดในโลก สร้างสรรค์โดย โมเมนท์ แฟคเทอรี่(Moment Factory) ผู้พัฒนาโชว์มัลติมีเดียระดับโลก เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 19.00 น. หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์

โดยมี พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานในพิธี พร้อมคณะผู้บริหาร ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ,ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาด แห่งซีพีเอ็นและ ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลน บี มีเดียต้อนรับแขกคนสำคัญ และเซเลบริตี้ผู้หลงใหลงานศิลป์ อาทิ ศรัณย์ภัคเพ็ญชาติ, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ณ อยุธยา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ฯลฯ มาร่วมงานคับคั่ง

สำหรับโชว์แสง สี เสียง เอฟเฟกต์สุดตระการตาในครั้งนี้ ทั้ง “Colors of Bangkok” และ “Thai Heritage”สร้างสรรค์โดย โมเมนท์ แฟคเทอรี่(Moment Factory) ผู้พัฒนา Multimedia Show ระดับโลก จากประเทศแคนาดาที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านวีดีโอ แสง สถาปัตยกรรม เสียง และเอฟเฟกต์พิเศษ มากว่า 17 ปี กับผลงานทั่วโลกมากกว่า 400 โชว์ โดยความตั้งใจสำคัญของ โมเมนท์ แฟคเทอรี่ คือการเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบความบันเทิงที่นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ของโลก ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้พบเห็น เกิดความรู้สึกประหลาดใจ ประทับใจ จากการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

โดย “Colors of Bangkok” เป็นโชว์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานความโดดเด่นขององค์ประกอบสำคัญซึ่งทำให้กรุงเทพฯ มีสีสันที่น่าดึงดูดใจอันเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกต้องมาเยี่ยมเยียน อาทิ การสัญจรเดินทางในรูปแบบที่หลากหลาย, สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน, วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตจนปัจุบัน, อาหารไทย รวมไปถึงแสงสีและความสนุกสนานในยามค่ำคืน ที่ถ่ายทอดผ่านการผสมผสานของรำไทยกับการเต้นสมัยใหม่ เป็นการแสดงที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนกรุงเทพฯสู่สายตานักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก และการแสดง “Thai Heritage” ที่บอกเล่าเรื่องราวความวิจิตรงดงามของศิลปะความเป็นไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบันไว้ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงโชว์ของศิลปินไทยวง BNK 48 รุ่น 1 และรุ่น 2ที่มารวมตัวกันเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงโชว์คอนเสิร์ตสุดพิเศษในรูปแบบ Moving Stage เชื่อมโยงการแสดงบนเวทีเข้ากับจอ Digital Interactive LED แบบ ไร้รอยต่อขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ร่วมชมการแสดงโชว์แสง สี เสียงเอฟเฟกต์ตระการตา “Colors ofBangkok” และ “Thai Heritage”แลนด์มาร์ค แห่งใหม่ ใจกลางกรุงเทพมหานครได้ทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 19.00 น. ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โชว์ “Thai Heritage”

โชว์ “Thai Heritage”

เฮลโล คิตตี้ 2018 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ล่าสุดจาก ‘JUBILEE DIAMOND’

Published April 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/366269

เฮลโล คิตตี้ 2018 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ล่าสุดจาก ‘JUBILEE DIAMOND’

เฮลโล คิตตี้ 2018 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ล่าสุดจาก ‘JUBILEE DIAMOND’

วันพุธ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าและเฮลโล คิตตี้ เลิฟเวอร์ เพราะ “JUBILEE DIAMOND” (ยูบิลลี่ ไดมอนด์) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์จากซานริโอ ในการผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับเพชรลวดลายเฮลโลคิตตี้ (Hello Kitty) รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ล่าสุดเปิดตัวคอลเลคชั่น Hello Kitty 2018“Runway Voyage” (เฮลโล คิตตี้ 2018 รันเวย์ โวยาจ) ลิมิเต็ด เอดิชั่นแห่งปี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อแสดงความเป็นตัวตนที่เปี่ยมความมั่นใจตามเมืองแห่งแฟชั่นสุดเจ๋งทั่วโลก กับไอเท็มเครื่องประดับสุดคิ้วท์เติมเต็มโททัลลุค เพราะแบรนด์ยังคงให้สาวๆ เอ็นจอยกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ในทุกสไตล์ที่เป็นตัวเอง ทั้งแบบสาวหวาน สาวเปรี้ยว สาวมินิมอล ด้วยดีไซน์ลูกเล่นให้สามารถปรับเปลี่ยนสวมใส่ได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ แหวนเปลี่ยนเป็นจี้ หรือต่างหูที่ใส่ได้ 3 แบบในหนึ่งเดียว มาพร้อมมินิ คิตตี้ แอคเซสซอรี่ 8 แบบ สนุกสนานได้ทุกลุค

สำหรับคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้รังสรรค์ชิ้นงานด้วยทองคำชมพูแท้ (Pink Gold) ประดับด้วยเพชรแท้คุณภาพน้ำ 99 E-Color (อี คัลเลอร์) เปล่งประกายแวววาว สีขาวใส ประณีตในการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงทุกขั้นตอน ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดของโลก เพื่อให้ได้เพชรคุณภาพอยู่บนจิวเวลรี่สุดชิค

เริ่มที่ Hello Kitty Ring (เฮลโล คิตตี้ ริง) แหวนยอดนิยม ไอเดียการออกแบบยังคงความน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์แฝงความเปรี้ยวทันสมัย เพิ่มมิติแห่งงานดีไซน์ด้วยลายทวิสต์ที่ตัวเรือน มีให้เลือกทั้งแบบ Pink Gold และแบบประดับเพชรเต็ม เสริมความโดดเด่นด้วยการปรับเปลี่ยนเป็นจี้ได้ในหนึ่งเดียวพร้อมคอมพลีทลุคให้เป๊ะปัง, Hello Kitty Pendant (เฮลโล คิตตี้ เพนเดนท์)จี้พร้อมสร้อย มีให้เลือกทั้งแบบหน้า Hello Kitty สุดคลาสสิก และแบบลายชื่อ Hello Kitty ภายในโครงหน้าซิกเนเจอร์ ทำจาก Pink Gold ประดับเพชรแท้ เสริมความเก๋ด้วยการปรับความยาวของสายสร้อยได้ตามใจชอบ หรือจะเลือกใส่ซ้อนกัน 2 เส้นก็ลงตัวสุดๆ ส่วน Hello Kitty Hoop Earrings (เฮลโล คิตตี้ ฮูป เอียร์ริงส์) ต่างหูแบบห่วง มีให้เลือกทั้งแบบ Pink Gold และเพชรเต็มตามความชอบที่ต่างสไตล์แฝงความเก๋ด้วยซิกเนเจอร์ของเฮลโล คิตตี้ที่ตัวแป้นด้านหลัง พร้อมเพิ่มลูกเล่นเติมความคอมพลีทให้ถึงขีดสุดด้วยมินิ คิตตี้, Hello Kitty Stud Earrings (เฮลโล คิตตี้ สตั๊ด เอียร์ริงส์) ต่างหูแบบใส่ติดหู หน้า Hello Kitty ยอดฮิต โดดเด่นด้วยการดีไซน์ให้ใส่ได้ถึง 3 รูปแบบ เพื่อแมตช์ลุคให้สวยเก๋ตามสไตล์ หรือจะเติมเต็มเสน่ห์ให้ปังแอนด์เปรี้ยวระยิบระยับด้วยแบบเพชรเต็มก็จะได้ลุคที่เปลี่ยนไปจากเดิม และ Hello Kitty Bangle (เฮลโล คิตตี้ แบงเกิล) กำไลข้อมือไอเท็มสุดคลาสสิกที่สวมใส่ได้ทุกวัน มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์แต่ลงตัวสุดๆ โดยมี 2 แบบที่เพิ่มมินิ คิตตี้ให้ฟรุ้งฟริ้งเพียงขยับมือ หรือแบบเน้นเพชรในลุคสวยมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

%d bloggers like this: