ตะลอนเที่ยว

All posts tagged ตะลอนเที่ยว

ตะลอนเที่ยว : ช่วยวัวช่วยควาย ช่วยเพราะอยากเห็นพวกเขามีชีวิตเป็นสุขในท้องทุ่งโล่งกว้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/479280

ตะลอนเที่ยว : ช่วยวัวช่วยควาย ช่วยเพราะอยากเห็นพวกเขามีชีวิตเป็นสุขในท้องทุ่งโล่งกว้าง

ตะลอนเที่ยว : ช่วยวัวช่วยควาย ช่วยเพราะอยากเห็นพวกเขามีชีวิตเป็นสุขในท้องทุ่งโล่งกว้าง

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ก่อนอื่นในนามของหนังสือพิมพ์แนวหน้า Mr.Flower ต้องขอกล่าวคำว่าขอบคุณมากที่สุด สำหรับทุกท่านที่แสดงความชื่นชมโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์เพื่อมอบให้ผู้เหมาะสมนำโคกระบือไปเลี้ยงดูจนกว่าสัตว์จะถึงวันตายตามอายุขัยโดยธรรมชาติ หลายท่านแสดงความจำนงขอร่วมบริจาคเงินกับโครงการ หลายท่านถามว่าทำไมไม่รับเงินบริจาคในระยะนี้ หลายคนถามว่าหากต้องการจะบริจาคเงินเพื่อไถ่ชีวิตโคกระบือทั้งตัวหรือมากกว่าหนึ่งตัว สามารถร่วมบริจาคได้ไหม และหลายท่านก็ถามว่าหากต้องการได้รับโคกระบือไปเลี้ยงดู ต้องทำตามเงื่อนไขอย่างไร และอีกสารพัดคำถาม และสารพัดคำชมเชย

Mr.Flower ขอเรียนแจ้งอีกครั้งว่า โครงการนี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ผู้บริหารของหนังสือพิมพ์แนวหน้ายังคงสนับสนุนการทำโครงการนี้ เพราะโครงการนี้ทำขึ้นด้วยความสมัครใจ และด้วยความสนับสนุนของกองบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยมอบหมายให้Mr.Flower เป็นเสมือนผู้จัดการโครงการ เพราะต้องเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับผู้รับมอบโคกระบือ ติดต่อประสานงานเรื่องการซื้อโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ และประสานงานกับผู้รับโคกระบือไปดูแลต่อไป รวมถึงการจัดทำนิติกรรมสัญญากับผู้รับโคกระบือไปเลี้ยงดู และติดตามดูแลความเป็นอยู่ของโคกระบือที่ส่งมอบไปแล้ว

ส่วนคำถามที่ว่าทำไมจึงไม่รับเงินร่วมบริจาคในระยะนี้ คำตอบคือ เนื่องจากผู้จัดทำโครงการยังไม่สามารถเลือกสรรผู้เหมาะสมที่สุดที่จะได้รับโคกระบือไปดูแลต่อไป ดังนั้นเมื่อยังไม่มีผู้เหมาะสมที่จะรับสัตว์ไปเลี้ยงดู ก็จึงยังไม่มีการรับบริจาคเงินเพื่อเข้าโครงการ เนื่องจากไม่ต้องการให้เงินบริจาคไปตกค้างอยู่ในบัญชีธนาคาร แต่จะรับบริจาคต่อเมื่อสามารถคัดเลือกผู้เหมาะสมที่สามารถรับโคกระบือไปเลี้ยงดูได้แล้วเท่านั้น จึงจะมาเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบ และจะขอรับบริจาคสมทบเข้าโครงการต่อไป ดังนั้นหากท่านผู้อ่านแนวหน้ามีความประสงค์จะแนะนำให้ผู้ทำโครงการได้รู้จักกับผู้ที่สามารถนำสัตว์ไปเลี้ยงดูต่อได้อย่างเหมาะสมโปรดกรุณาแจ้งให้ผู้ทำโครงการทราบด้วย จะได้ประสานงานไปยังผู้นั้นโดยตรง

ส่วนที่ถามว่าจะสามารถบริจาคเพื่อไถ่ชีวิตโคกระบือทั้งตัวหรือมากกว่าหนึ่งตัวได้หรือไม่นั้น ตอบว่าแล้วแต่ความศรัทธาและความสะดวกของท่านครับ โครงการไม่มีเงื่อนไขการรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนที่มีผู้ถามว่า ถ้าจะมอบโคกระบือให้กับโครงการ เพื่อให้โครงการนี้นำไปมอบให้กับผู้เลี้ยงดูต่อไป สามารถทำได้หรือไม่ ตอบว่า ได้ครับ แต่ท่านผู้มอบโคกระบือให้โครงการ ต้องมีหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของสัตว์เป็นเครื่องยืนยันด้วยครับ เพื่อป้องกันปัญหาด้านคดีความอันอาจจะเกิดตามมาในอนาคต

และเป็นที่น่ายินดีว่า หลังจากที่แนวหน้าทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือมาได้ 5 ปีเศษ โครงการนี้ได้รับความสนใจจากทั้งผู้อ่านทั่วไป และจากบริษัทห้างร้านขนาดใหญ่ โดยบางบริษัทร่วมสมทบทุนกับโครงการอย่างต่อเนื่อง และบางบริษัทแสดงความประสงค์จะเข้าร่วมทำโครงการนี้ด้วย ซึ่งแนวหน้ายินดีต้อนรับทุกบริษัทที่ต้องการเข้าร่วมโครงการนี้กับเราด้วยความยินดียิ่ง ตัวอย่างบริษัทที่ทำโครงการนี้กับเรา ได้แก่ บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) บริษัท ดีรติ จำกัด เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ของผู้ร่วมบริจาคกับโครงการจะมาจากผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และจากผู้ฟังรายการ Good Time ทางวิทยุ FM 101ทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.30-21.00 น. ดำเนินรายการโดยคุณเฉลิมชัย ยอดมาลัย บรรณาธิการและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์แนวหน้า และล่าสุดมีบริษัทผลิตและจำหน่ายสีบริษัทหนึ่งติดต่อเข้ามาเพื่อขอทราบรายละเอียดของโครงการนี้เพราะต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการ ซึ่ง Mr.Flowerกำลังนัดแนะวันเวลาที่สะดวกกับผู้บริหารของบริษัทสีรายดังกล่าว (ขออภัยยังไม่ต้องการเปิดเผยชื่อให้ทราบในขณะนี้) เพื่อจะได้เข้าไปพูดคุยรายละเอียดของโครงการให้ได้รับทราบ เพื่อจะได้ร่วมกันดำเนินโครงการนี้ต่อไป

มีผู้อ่านแนวหน้าจำนวนมากบอกว่าอยากให้โครงการนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เพราะอย่างน้อยที่สุด ผู้ร่วมบริจาคได้รับรู้อย่างต่อเนื่องว่าโคกระบือที่โครงการไถ่ชีวิตออกมาจากโรงฆ่าสัตว์แล้วไปอยู่ที่ไหนบ้าง มีความเป็นอยู่อย่างไร และชื่นชอบตรงที่ผู้ทำโครงการฯ ไปเยี่ยมเยียนวัวควายและคนรับดูเป็นระยะๆ โดยไม่ทอดทิ้งพวกเขา

สำหรับภาพชุดล่าสุดที่นำมาฝากคุณผู้อ่านแนวหน้าในวันนี้คือ ภาพแห่งความสุขของทั้งวัวควายและคนเลี้ยงดูวัวควาย คุณได้เห็นแล้วว่าวัวควายที่โครงการฯ ไถ่ชีวิตมาล่าสุดจำนวน 27 ตัว จากโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในเชียงรายเมื่อปลายเดือนมกราคม วันนี้เขามีชีวิตที่เบิกบาน มีคนดูแลเขาเป็นอย่างดีเขามีที่อยู่ที่กินที่ปลอดภัย และที่สำคัญคือเขาได้ให้สมาชิกใหม่มาแล้ว 2 ตัว และกำลังจะให้กำเนิดสมาชิกใหม่ในเร็วๆ นี้อีก 4 ตัว

นี่คือความสุขใจของผู้ร่วมทำโครงการนี้ เป็นความสุขใจที่เกิดจากการให้ชีวิต ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากแค่เพียงได้เห็นวัวควายที่กำลังจะถูกต้อนเข้าโรงฆ่าสัตว์ได้มีชีวิตใหม่ที่เบิกบาน วันหน้าในอนาคตอันใกล้นี้จะชวนคุณๆ ไปเยี่ยมพวกเขาด้วยกัน

หากคุณสนใจโครงการนี้ โปรดติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615

การให้ชีวิตคือการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ตะลอนเที่ยว : วัวควายเบิกบาน คนเลี้ยงดูก็สุขใจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 12, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/477740

ตะลอนเที่ยว : วัวควายเบิกบาน คนเลี้ยงดูก็สุขใจ

ตะลอนเที่ยว : วัวควายเบิกบาน คนเลี้ยงดูก็สุขใจ

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คุณเคยเห็นวัวและควายยิ้มไหม

หลายคนอาจจะบอกว่า ถามบ้าๆ สิวัวควายที่ไหนจะยิ้มได้

แต่คุณเชื่อไหมครับว่าวัวควายที่คณะผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า ผู้ชมรายการแนวหน้าวาไรตี้ (ออกอากาศทาง TNN 2 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00-14.25 น.) และผู้ฟังรายการ Good Time (ออกอากาศทางวิทยุเอฟเอ็ม 101 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.30-21.00 น.) ร่วมกันมอบวัวควายชุดล่าสุด 27 ตัว และยังมีวัวควายอีก 6 ตัวที่บริจาคโดยคณะผู้ศรัทธาในตัวพระเมธีวชิโรดม (ท่าน ว. วชิรเมธี) โดยวัวควายทั้ง 33 ตัวนี้ได้ส่งมอบให้ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายเป็นผู้นำไปเลี้ยงดูต่อไป โดยผู้รับมอบทุกคนเป็นนักเรียนของโรงเรียนชาวนา ซึ่งอยู่ในความดูแลของสถานวิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวันเชียงราย โดยได้ส่งมอบวัวควายทั้งหมดเมื่อวันที่29 มกราคม 2563 ณ ไร่เชิญตะวัน หลังจากไถ่ชีวิตพวกเขาทั้งหมดมาจากโรงฆ่าสัตว์ในจังหวัดเชียงราย

 

หลังจากคณะของเราได้ส่งมอบวัวควายให้ผู้รับไปเลี้ยงดูต่อได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ควายตัวหนึ่งก็ตกลูกออกมาเป็นลูกควายเผือก สีชมพูแสนสวยงาม เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจมาก เพราะแม่ควายมีสีดำมะเมื่อม (หากคุณติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด คงจำได้ว่าแม่ควายตัวนี้ขาหลังข้างขวามีปัญหา ทำให้เดินได้ไม่สะดวก เจ้าของโรงฆ่าสัตว์บอกกับคณะของเราว่า เขาจะต้องถูกฆ่าในวันรุ่งขึ้น (วันที่ 29 มกราคม 2563) เมื่อได้ฟังดังนั้น คณะของเราจึงบอกกับเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ว่า ถ้าเช่นนั้นเราขอไถ่ชีวิตตัวนี้ก่อน) เจ้าลูกควายเผือกแสนสวยตัวนั้นได้ชื่อว่า มีเงิน

แล้วหลังจากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์ควายอีกตัวหนึ่งที่คณะของเรามอบให้นักเรียนชาวนานำไปเลี้ยงดูก็ตกลูกออกมาอีกหนึ่งตัว แต่สมาชิกใหม่รายนี้ไม่ได้เป็นควายเผือก แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ควายเผือก เจ้าสมาชิกใหม่รายนี้ก็มีความน่ารักน่าชังมาก และได้ชื่อว่า อุ้มบุญ

คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าทำไมเพิ่งมอบวัวควายให้กับผู้รับไปเลี้ยงดูได้ไม่นาน แต่ทำไมวัวควายจึงตกลูกเร็วขนาดนี้ ก็ขอเฉลยให้ทราบว่าคณะผู้ร่วมไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ตั้งเป้าหมายไว้เป็นอันดับแรกว่า จะไถ่ชีวิตวัวควายที่มีท้องก่อนเป็นอันดับแรก แล้วอันดับต่อมาคือไถ่ชีวิตวัวควายแม่ลูกอ่อน และลำดับสุดท้ายคือไถ่ชีวิตวัวควายอื่นๆ และนอกจากนั้นคณะของเรายังตั้งใจว่าหากพบว่ามีวัวควายที่บาดเจ็บและพิการ ซึ่งวัวควายประเภทนี้จะถูกฆ่าก่อนเป็นอันดับแรก เพราะไม่มีใครต้องการเลี้ยงดูอีกต่อไปแต่คณะของเราตั้งใจจะไถ่ชีวิตของเขาแล้วนำไปรักษาพยาบาล ซึ่งคณะของเราก็ได้ทำมาแล้ว โดยการรักษาวัวแม่ลูกอ่อนวัวขาหัก โดยใช้เวลารักษาเขานานกว่า 1 ปี จนสุดท้ายเขาก็สามารถจะกลับไปใช้ชีวิตได้เกือบปกติแล้ว แม้เขาจะยังเดินได้ไม่เป็นปกติเหมือนวัวทั่วไปก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ถูกฆ่า

วันนี้ Mr. Flower นำภาพน่ารักน่าชังของลูกควายที่เพิ่งเกิดใหม่มาให้คุณๆ ได้รับชม และเชื่อมั่นว่าเมื่อคุณได้เห็นภาพลูกควายเผือกแสนสวยแล้ว คุณคงยิ้มได้ และขณะเดียวกันก็มั่นใจว่า เมื่อคุณเห็นภาพลูกควายสีดำที่นั่งอยู่บนรถเข็น คุณก็น่าจะยิ้มได้อีกเช่นกัน แต่ที่มากกว่านั้นคือ เราเชื่อว่าภาพลูกควายและลูกวัวที่กำลังดูดนมจากเต้าของแม่ จะยิ่งทำให้คุณยิ้มหวานมากขึ้น

นอกจากนี้ Mr. Flower ยังนำภาพความเป็นอยู่ของวัวควายหลังจากที่พวกเขาถูกไถ่ชีวิตออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วได้ไปอยู่กับคนที่รักพวกเขาอย่างแท้จริง คุณอาจจะไม่ได้เห็นวัวควายยิ้มด้วยตาของคุณเอง แต่คนที่รับพวกเขาไปเลี้ยงดูบอกกับคณะของเราว่า ทุกวันนี้เมื่อวัวควายได้รับความรักความเมตตาจากคนเลี้ยง คนเลี้ยงบอกว่าเขาได้เห็นวัวควายยิ้มหวาน ได้เห็นว่าวัวควายมีความสุข ส่วนคนเลี้ยงดูก็มีความสุข และมีความปีติอิ่มเอิบใจ

หากคุณสนใจอยากจะไปชมภาพความสุขของวัวควายที่คณะของเรามอบให้กลุ่มนักเรียนโรงเรียนชาวนานำไปเลี้ยงดูแล้วละก็ วันหน้า (ในอนาคตอันใกล้นี้) คณะของเราจะไปเยี่ยมวัวควายและไปเยี่ยมคนเลี้ยงดูวัวควายกลุ่มนี้ด้วยกันที่จังหวัดเชียงราย หากกำหนดวันเดินทางไปเรียบร้อยแล้ว จะเรียนแจ้งให้ทราบในคอลัมน์นี้
ครับ

ส่วนเรื่องที่ผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้ติดตามชมรายการแนวหน้าวาไรตี้ และผู้ฟังรายการวิทยุ Good Time ถามว่าหาก ต้องการจะร่วมบริจาคไถ่ชีวิตวัวควายกับแนวหน้าอีกจะต้องทำอย่างไร ก็ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า หากคณะของเราสามารถเลือกสรรผู้ที่มีความเหมาะสมที่สามารถรับวัวควายไปเลี้ยงดูได้เป็นอย่างดีแล้ว คณะของเราจะมาเรียนแจ้งเรื่องการรับบริจาคให้ท่านทราบโดยทันที และขอเรียนแจ้งว่าในขณะที่คณะของเรายังไม่สามารถเลือกสรรผู้รับวัวควายไปเลี้ยงดูได้ คณะผู้ทำโครงการจะยังไม่ขอรับบริจาคเงินแต่ประการใด เนื่องจากไม่ต้องการนำเงินที่ได้รับบริจาคไปเก็บไว้ จึงเรียนมาเพื่อทราบ และกราบอนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วย

สำหรับคุณๆ ที่ต้องการทราบรายละเอียดโครงการไถ่ชีวิตวัวควายจากโรงฆ่าสัตว์กับหนังสือพิมพ์แนวหน้า กรุณาโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/476260

ตะลอนเที่ยว : สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร

ตะลอนเที่ยว : สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อประมาณหลังปีใหม่ปีนี้ Mr.Flower เคยบอกคุณๆ ว่าจะพาแฟนคอลัมน์นี้ไปเที่ยวเกาะสีชังด้วยกัน และแล้วเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ Mr.Flower ก็ได้พาผู้อ่านแนวหน้ากลุ่มเล็กๆ ไปเที่ยวเกาะสีชังมาแล้ว โดยนอนบนเกาะแห่งนี้รวมสองคืน ซึ่งผู้ร่วมทริปเล็กๆ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเกาะสีชังจะเต็มไปด้วยสีสันของผู้คนและฝูงหมูป่า มนตราของธรรมชาติ และอาหารทะเลสดๆ น้ำทะเลที่ยังคงใสสะอาด รวมถึงความน่ารักน่าชังของทุกสรรพสิ่ง แถมยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ (โดยเฉพาะในยุครัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)

ผู้ที่ได้ไปเยือนสีชังต้องไม่พลาดการเข้าไปชมพระจุฑาธุชราชฐาน แล้วถ้ายิ่งเป็นหนอนหนังสือที่ชื่นชอบหนังสือประวัติศาสตร์ไทย ในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 จะต้องเคยอ่านจดหมายเหตุเสด็จประพาสเมืองจันทบุรี พ.ศ. 2419 บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 ที่ทรงพระราชนิพนธ์โคลงไว้ดังนี้

ถิ่นสุขกายสุขด้วย              ถิ่นดี

จิตโปร่งปราศราคี             ชุ่มชื้น

สองสุขแห่งชาวสี-             ชังเกาะ

อายุย่อมยืนพื้น                แต่ร้อยเรือนริม

พระจุฑาธุชราชฐาน

ย้อนไปแต่ครั้งรัชสมัย รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเกาะสีชัง ทรงพบว่าชาวเกาะสีชังมีอายุยืนยาวเพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ครั้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวตะวันตกที่เข้ามาในสยามนิยมไปพักตากอากาศบนเกาะสีชัง ทางการจึงได้สร้างบ้านพักตากอากาศให้เช่าพักอาศัย ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2431 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงประชวร แพทย์หลวงถวายความเห็นว่าควรจะเสด็จฯ ไปทรงพักรักษาพระวรกายในสถานที่ได้รับอากาศชายทะเลรัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จฯไปประทับ ณ เกาะสีชัง จนพระอาการทุเลา ในระยะเวลาใกล้เคียงกันนั้น พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงประชวรแพทย์หลวงถวายการรักษาในพระนครเป็นเวลานาน แต่พระอาการไม่ทุเลา จึงได้เสด็จฯ ไปประทับ ณ เกาะสีชัง จนพระอาการประชวรได้ทุเลาลง ครั้นในปี 2434 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ เมื่อทรงมีพระชนมายุ 3 ชันษา ทรงประชวร รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จฯไปทรงรักษาพระวรกายที่เกาะสีชังเหมือนพระประยูรญาติพระองค์อื่นๆ ซึ่งในการนี้ รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักเพื่อเป็นที่ประทับรักษาพระวรกาย และนอกจากนั้นยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนขึ้นด้วย เพื่อให้ลูกหลานชาวเกาะสีชังได้มีที่เรียนหนังสือ แล้วพระราชทานนามโรงเรียนว่า โรงเรียนเสาวภา นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนแห่งนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการเล่าเรียนแต่อย่างใด  ครั้นต่อมาในปี 2435 พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ประสูติพระราชกุมารบนเกาะสีชัง พระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามพระราชฐานบนเกาะแห่งนี้ว่า พระจุฑาธุชราชฐาน

นี่เป็นแค่เพียงเรื่องย่อที่สั้นที่สุดที่ผมเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บนเกาะสีชัง อันที่จริงยังมีเรื่องราวต่างๆ อีกมากมายเกี่ยวกับเกาะสีชัง เอาแค่เพียงเฉพาะในเขตพระราชฐานก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย เพราะมีพระตำหนักต่างๆ (ซึ่งปัจจุบันไม่หลงเหลือแล้ว) แต่มีวัดสำคัญในเขตพระราชฐานชื่อวัดอัษฎางคนิมิตร จุดเด่นของวัดนี้คือพระเจดีย์อุโบสถ พระอุโบสถเป็นอาคารทรงกลม ส่วนยอดเป็นพระเจดีย์ทรงลังกา ประตูหน้าต่างพระอุโบสถทำเป็นแบบศิลปะโกธิก ประดับกระจกสี

อันที่จริงนอกจากพระจุฑาธุชราชฐานแล้ว เกาะสีชังยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ อีกเช่น ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ช่องเขาขาด(สถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนเกาะ) ถ้ำเขาพัง และมีวิถีชีวิตของคนบนเกาะสีชังเป็นไฮไลท์ นอกจากนั้นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มากที่สุดอีกอย่างหนึ่งบนเกาะสีชังคือ ฝูงหมูป่าที่เดินหากินกันอย่างสนุกสนานจนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของสีชังไปแล้ว แล้วต้องขอบอกว่าลูกหมูป่าตัวเล็กๆ นั้นน่ารักและแสนอัศจรรย์มาก เพราะตอนเขายังเล็กๆ ที่ตัวของเขาจะมีลายยาวพาดตลอดตัวจากหัวถึงโคนหาง แต่เมื่อเขาโตขึ้น ลายกลับหายไปจนหมดสิ้น แสนมหัศจรรย์

เขียนมาถึงตรงนี้ ก็ขอตั้งคำถามเชิงชวนเชิญคุณๆ ว่าคุณสนใจไปเที่ยวเกาะสีชังกับ Mr.Flower ไหมครับ หากสนใจเราจะไปเที่ยวกันแบบกลุ่มเล็กๆ สนใจโปรดติดต่อ091-7233615

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ทะเลสีชัง

ตะลอนเที่ยว : รอยยิ้มของวัว-ควาย (และคน) : ชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องรอการถูกฆ่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 29, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474724

ตะลอนเที่ยว : รอยยิ้มของวัว-ควาย (และคน) : ชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องรอการถูกฆ่า

ตะลอนเที่ยว : รอยยิ้มของวัว-ควาย (และคน) : ชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องรอการถูกฆ่า

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สองสามสัปดาห์มานี้ คอลัมน์ตะลอนเที่ยวได้รับเสียงชื่นชมจากผู้คนจำนวนมากมาย โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้มีเมตตาต่อวัวและควาย (รวมถึงสรรพสัตว์อื่น ๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา) ซึ่งคณะของเราเพิ่งไปไถ่ชีวิตของพวกเขา (24 ชีวิต) ออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ที่เชียงราย เมื่อปลายเดือนมกราคม 2563

เมื่อเวลาผ่านไปได้เพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้น วัวควายที่คณะของเราไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ได้ตกลูก ให้กำเนิดชีวิตใหม่มาแล้ว 2 ชีวิต โดยชีวิตแรกคือควายเพศผู้ เป็นควายเผือก ซึ่งเกิดมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ได้ชื่อว่า มีเงิน ส่วนชีวิตที่สองเกิดมาเมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ก็เป็นควายเพศเมียเช่นกัน ได้ชื่อว่า อุ้มบุญMr. Flower ต้องขออภัยคุณผู้อ่านที่ไม่ได้นำภาพสมาชิกใหม่ล่าสุดมาให้คุณชมในสัปดาห์นี้ (เนื่องจากส่งภาพประกอบคอลัมน์ให้กับแผนกจัดหน้าของหนังสือพิมพ์ไปก่อนที่จะทราบข่าวว่ามีสมาชิกใหม่เกิด) แต่ขอสัญญาว่าในสัปดาห์หน้าจะนำภาพสมาชิกใหม่ล่าสุดมาให้คุณๆ ได้ชม และได้ชื่นใจไปพร้อมๆ กัน

แล้วก็ต้องขอเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบด้วยว่าในอีกไม่ช้านาน วัวควายที่คณะของเราได้มอบให้กับกลุ่มนักเรียนโรงเรียนชาวนา จังหวัดเชียงราย นำไปเลี้ยงดูต่อ ก็จะตกลูกออกมาอีก 2 ชีวิต เนื่องจากคณะของเราได้ไถ่ชีวิตวัวควายที่ตั้งท้องออกมาจากโรงฆ่าสัตว์รวมทั้งหมด4 ชีวิตด้วยกัน

Mr. Flower อยากให้คุณๆ ที่ร่วมบริจาค และผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้ไปชมความเป็นอยู่ของวัวควายเหล่านี้มากที่สุด เพราะที่อยู่ใหม่ของพวกเขานั้นจัดได้ว่าสุขสบายเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่ต้องรอวันถูกฆ่าเหมือนการอยู่ที่โรงฆ่าสัตว์ พวกเขามีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ให้เดินเล่น มีหญ้าสดและมีฟางแห้งให้กิน มีโรงนอนที่ปลอดภัย มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา มีปลักโคลนให้ควายลงไปนอนแช่ มีหนองน้ำให้ลงไปเล่นน้ำได้อย่างสบายใจ และที่สำคัญที่สุดคือมีคนที่รักพวกเขาคอยดูแลเป็นอย่างดี

ผู้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนการไถ่ชีวิตวัวควาย (ชุดล่าสุด 27 ชีวิต และชุดก่อนหน้านี้อีก 55 ชีวิต) บอกว่าทุกครั้งที่ได้รับทราบข่าวว่าวัวควายที่ไถ่ชีวิตออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ตกลูกออกมาทำให้ทุกคนยิ้มออก และรู้สึกว่าโลกนี้ยังมีความน่ารักอยู่เสมอ

ผู้ร่วมบริจาคหลายคนบอกด้วยว่า หากในอนาคตเมื่อมีทริปไปเยี่ยมวัวควายที่พวกเราร่วมกันไถ่ชีวิต จะต้องไปร่วมทริปด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งผมได้กำหนดไว้คร่าวๆ ว่า คณะของเราอาจจะจัดทริปเล็กๆ ไปเยี่ยมพวกเขาในช่วงเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ผมได้หารือกับกลุ่มผู้รับวัวควายไปเลี้ยงเป็นการเบื้องต้นแล้ว กลุ่มผู้รับเลี้ยงทุกคนบอกว่ายินดีต้อนรับด้วยความเต็มใจยิ่ง และอยากขอเชิญให้คณะของพวกเราไปนอนพักที่บ้านของผู้รับเลี้ยงด้วย แต่ผมได้เรียนแจ้งไปว่า คณะของผู้มอบวัวควายคงไม่รบกวนเรื่องที่พัก เพราะความเกรงใจ และไม่ต้องการสร้างภาระให้กับผู้รับเลี้ยงวัวควายแต่ก็ได้กล่าวขอบคุณในน้ำใจไมตรีที่ได้มอบให้กับคณะของเรา

นอกจาก Mr. Flower และหนังสือพิมพ์แนวหน้าจะได้เสียงชื่นชมจากคุณผู้อ่านที่ติดตามและสนับสนุนโครงการไถ่ชีวิตวัวควายจากโรงฆ่าสัตว์แล้ว ยังได้รับการติดต่อจากผู้คนอีกมากมายที่มีความประสงค์จะขอรับสัตว์ไปเลี้ยง ซึ่งจากการพูดคุยกันเบื้องต้นว่า ผู้ที่ต้องการได้รับวัวควายไปเลี้ยงดูต้องทำสัญญาอันมีผลผูกพันตามกฎหมาย และต้องทำตามสัญญาโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องไม่ขายต่อวัวควายที่ได้รับไปเป็นอันขาด และต้องไม่ฆ่าพวกเขาด้วย ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนคำถามยอดนิยมที่ผู้ต้องการจะรับวัวควายไปเลี้ยงถามกันมากคือ หากวัวควายที่ได้รับไปเลี้ยงดูตกลูกแล้ว จะสามารถขายลูกต่อให้ผู้อื่นได้หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ได้ เพราะต้องขายให้กับผู้มอบสัตว์ให้เท่านั้น

มีบางคนถามต่อว่า แล้วผู้มอบจะรู้ได้อย่างไรว่าวัวควายมีความเป็นอยู่อย่างไร เพราะเราอยู่ห่างกันไกลมาก คำตอบคือ ผู้มอบมีกรรมวิธีต่างๆ ที่จะเข้าไปตรวจสอบว่าผู้รับเลี้ยงสัตว์ดูแลสัตว์ด้วยความตั้งใจดีหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญที่Mr. Flower ได้ถามกับผู้ที่มีความต้องการจะขอรับสัตว์ไปเลี้ยงดูต่อคือ คุณมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหมว่าคุณมีความเมตตาต่อสัตว์อย่างแท้จริงหากคุณเมตตาต่อเขา คุณจะดูแลเขาเป็นอย่างดีแต่หากคุณคิดว่าสัตว์ที่พวกเรามอบให้คุณไปเลี้ยงดูเป็นของฟรี และคิดว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องดูแลเลี้ยงดูพวกเขาเป็นอย่างดี ถ้าหากคิดเช่นนี้ก็เท่ากับคิดผิดตั้งแต่แรกแล้ว เพราะวัวควายที่พวกเรามอบให้พวกคุณนำไปเลี้ยงดูนั้น ไม่ใช่ของฟรีเพราะทุกชีวิตถูกไถ่ออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ด้วยการร่วมบริจาคเงินของผู้มีจิตเมตตาทุกคน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใช่ของฟรี และก็มีหลายรายที่ถามว่าทำไมต้องทำสัญญาด้วย คำตอบที่ได้รับคือ เพราะสัญญาจะเป็นเครื่องผูกมัดผู้รับวัวควายไปเลี้ยงดูต่อว่าเป็นผู้ที่ยึดมั่นในสัญญาหรือไม่ เพราะหากทำผิดสัญญาก็หมายความว่าจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม ขอเรียนแจ้ง ณ ที่นี้อีกครั้งว่า โครงการไถ่ชีวิตวัวควายจากโรงฆ่าสัตว์เพื่อมอบให้เกษตรกรและผู้เหมาะสมรับไปเลี้ยงดูต่อจนกว่าวัวควายจะถึงแก่อายุขัยตามธรรมชาติ ซึ่งโครงการนี้จัดทำโดยหนังสือพิมพ์แนวหน้ายังคงดำเนินโครงการต่อไป และจะเรียนแจ้งความคืบหน้าของโครงการให้คุณได้ทราบโดยผ่านหนังพิมพ์แนวหน้าเท่านั้น หากมีผู้อื่นขอรับบริจาคโดยแอบอ้างชื่อหนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอให้คุณโปรดอย่างหลงเชื่อ ทั้งนี้คุณสามารถสอบถามรายละเอียดของโครงการนี้ได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 เพียงหมายเลขเดียวเท่านั้น

ขอกราบอนุโมทนาบุญกับผู้อ่านแนวหน้าทุกท่าน และผู้ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ทุกท่านด้วยครับ

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตใหม่ ที่มาจากชีวิตเก่า ซึ่งรอดพ้นจากการถูกฆ่าเพื่อเป็นอาหารของคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 16, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/473205

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตใหม่ ที่มาจากชีวิตเก่า ซึ่งรอดพ้นจากการถูกฆ่าเพื่อเป็นอาหารของคน

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตใหม่ ที่มาจากชีวิตเก่า ซึ่งรอดพ้นจากการถูกฆ่าเพื่อเป็นอาหารของคน

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ภาพประกอบคอลัมน์ตะลอนเที่ยววันนี้เกือบทุกภาพคือภาพของลูกควาย (กระบือ) เพศผู้ตัวเล็กน่ารัก ผิวสีชมพู เพราะเป็นกระบือเผือก เขามีชื่อว่า “มีเงิน” เขาเพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อวันจันทร์ที่10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา แม่ของมีเงินชื่อบุญหลาย ทั้งนี้ถ้าหากคุณติดตามคอลัมน์นี้มาอย่างต่อเนื่องคงทราบแล้วว่า บุญหลายคือควายท้องแก่ ที่มีปัญหาขาหลังด้านขวาได้รับบาดเจ็บ ลุกขึ้นยืนได้ค่อนข้างยากลำบาก เมื่อวันที่คณะของเราไปไถ่ชีวิตโค-กระบือที่โรงฆ่าสัตว์ชื่อ 786 ณัฐกิจ เชียงราย ของนายมัณกิจ บุญประเสริฐซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 182/1 หมู่ที่ 22 ต.รอบเวียง อ.เมืองจ.เชียงราย

โดยในวันที่คณะของผู้อ่านแนวหน้า และผู้ชมรายการ แนวหน้าวาไรตี้ รวมถึงผู้ฟังรายการวิทยุ ชื่อ Good Time ซึ่งจัดรายการทางสถานีวิทยุ FM 101 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.30-21.00 น. ได้ไปร่วมกันไถ่ชีวิตวัวควายทั้งหมดจากโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 24 ตัว โดยเบื้องต้นคณะของเราตั้งใจจะไถ่ชีวิตวัวควายที่เป็นแม่ลูกกันทุกตัว รวมถึงวัวควายท้องทุกตัว เนื่องจากมีเงินงบประมาณจำกัด แต่ในที่สุดคณะของเราก็ได้ตัดสินใจไถ่ชีวิตวัวควายทุกตัวออกมาจากที่นั่น เพราะทนไม่ได้กับการที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกตั้งคำถามว่า ทำไมจึงไม่นำตัวอื่นๆ ที่เหลืออยู่อีก 8 ชีวิตออกมาด้วย

วันนี้ขอเล่าถึงแม่ควายท้องแก่ตัวหนึ่ง (ซึ่งภายหลังผู้รับไปเลี้ยงดูได้ตั้งชื่อให้ว่าบุญหลาย) โดยควายตัวนี้นอนอยู่ตลอดเวลา ครั้นเมื่อถามเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ว่าทำไมเขาจึงมีพุงโตมาก แล้วทำไมจึงนอนตลอดเวลา ก็ได้รับคำตอบว่า เขาท้องแก่ใกล้ตกลูกแล้ว แต่เหตุที่เขาไม่ยืนก็เพราะขาหลังด้านขวาของเขาได้รับบาดเจ็บ และวัวควายที่ขาเจ็บนั้นก็มักถูกฆ่าทิ้ง เพราะไม่มีใครต้องการนำไปเลี้ยงดู คณะของเราก็ถามต่อไปว่า ฆ่าเขาทั้งๆ ที่เขายังมีท้องแก่หรือ จะปล่อยให้เขาตกลูกก่อนหรือไม่คำตอบก็คือ ไม่รอ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครซื้อต่อไปเนื่องจากไม่มีใครต้องการวัวควายขาเจ็บ หรือวัวควายพิการ

เมื่อคณะของเราได้ยินคำตอบเช่นนั้น ก็ทำให้เราตัดสินใจได้ทันทีว่า ถ้าเช่นนั้นเราจะไถ่ชีวิตของเขา แล้วจะขอนำไปรักษาต่อ ไม่ว่าจะรักษาหายหรือไม่ก็ตาม ก็จะต้องไถ่ชีวิตของเขาอย่างแน่นอน คณะของเราได้ขอร้องให้ผู้ที่ดูแลวัวควายที่รอการถูกฆ่าในโรงฆ่าสัตว์แห่งนั้น ช่วยทำให้เขายืนให้พวกเราดู เพราะเราต้องการ
ทราบว่าขาที่บาดเจ็บนั้นมีอาการรุนแรงมากมายเพียงใดและจะสามารถรักษาหายได้หรือไม่ หรือต้องใช้เวลารักษานานสักเพียงใด เพราะคณะของเราเคยได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์หลายคนจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยร่วมมือกับอาจารย์และนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รักษาโคแม่ลูกอ่อนที่ถูกวัวตัวอื่นเหยียบจนขาหลังด้านซ้ายหัก ขณะที่เขากำลังนอน จนทำให้กระดูกแทงออกมาภายนอกผิวหนัง และเป็นแผลขนาดใหญ่มาก โดยในเบื้องต้นสัตวแพทย์บางรายบอกว่าไม่มีทางรักษา และไม่สมควรรักษาเพราะไม่เคยมีใครรักษาวัวขาหัก โดยเฉพาะยิ่งเป็นวัวเนื้อแล้วก็หมายความว่าเมื่อขาหักก็ต้องถูกเชือดสถานเดียว แต่ในที่สุดพวกเราก็รักษาแม่วัวตัวนั้นจนหายเกือบเป็นปกติ แม้จะต้องใช้เงินมากพอสมควร และใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี แล้วสุดท้ายแม่วัวตัวดังกล่าวก็กลับไปอยู่กับลูกของเขาได้ที่อำเภอเดิมบางนางบวช
สุพรรณบุรี

กลับมาพูดถึงบุญหลาย เมื่อเราตัดสินใจไถ่ชีวิตวัวควายทุกตัวจากโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งบุญหลายก็คือหนึ่งในนั้นด้วย ครั้นเมื่อถึงวันมอบวัวควายให้กับผู้รับไปเลี้ยงดูต่อ บุญหลาย (ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีชื่อ) ก็ดูเสมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ เพราะทุกคนอยากได้วัวควายที่สมบูรณ์ จนกระทั่งมีสุภาพสตรีคนหนึ่ง ชื่อ สุขศรี ได้เดินเข้าไปหาคณะผู้มอบวัวควายว่า หากไม่มีใครรับควายตัวขาเจ็บ ที่กำลังนอนอยู่ หนูขอรับไปเลี้ยงดูนะคะ

เมื่อคณะผู้มอบได้ยินก็ตกลงใจโดยพลันว่า ขอมอบให้ควายตัวนี้ไปอยู่กับคุณสุขศรี แล้วบอกว่าขอให้ช่วยดูแลเขาให้ดีอย่างที่สุดด้วย แล้วเมื่อถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 บุญหลายก็ได้ตกลูกออกมาเป็นควายเผือก ได้รับการตั้งชื่อว่ามีเงิน

ทั้งหมดที่เล่ามาให้คุณๆ ได้ฟังเพียงสั้นๆในวันนี้ ก็เพราะมั่นใจว่าเมื่อคุณได้รับทราบเรื่องดีๆ เช่นนี้แล้วจะทำให้คุณมีความชุ่มชื่นใจขึ้นมาโดยทันที และอยากให้คุณร่วมอนุโมทนาบุญกับคณะของเรา ไม่ว่าคุณจะร่วมบริจาคด้วยหรือไม่ก็ตาม ผมก็เห็นว่าเราสามารถร่วมกันอนุโมทนาบุญได้ทุกคน

สำหรับภาพของบุญหลายกับมีเงินที่ผมตั้งใจนำมาฝากคุณในวันนี้ ผมหวังว่าคุณคงยิ้มด้วยความปีติและแช่มชื่นหัวใจ และขอเรียนให้คุณๆ ทราบว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีวัวควายอีกตัวที่คณะของเราได้ร่วมกันบริจาคจะตกลูกออกมาอีก เพราะคณะของเราไถ่ชีวิตวัวควายท้องออกมาทั้งหมด 3 ตัว และไถ่ชีวิตวัวควายแม่ลูกทั้งหมด 5 คู่ และยังมีวัวน้อยที่แม่ของเขาเพิ่งถูกฆ่าไปไม่นานอีก 1 ตัว วันหน้าผมจะนำภาพน่ารักๆของพวกเขาทั้งหมด 27 ชีวิต (จากการไถ่ชีวิตของคณะเรา)และอีก 6 ชีวิตจากการร่วมบริจาคโดยคณะผู้ศรัทธาในพระเมธีวชิโรดม (ว. วชิรเมธี) ซึ่งรวมทั้งหมดเมื่อวันที่29 มกราคม ได้มีการบริจาคโค-กระบือ รวม 33 ชีวิตให้กับนักเรียนโรงเรียนชาวนา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดูแลของท่าน ว. วชิรเมธี และคณะทำงาน

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมโครงการนี้กับหนังสือพิมพ์แนวหน้า โปรดติดต่อหมายเลข 091-7233615หมายเหตุ โปรดระวังการแอบอ้างหาผลประโยชน์จากโครงการนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดต่อหมายเลข 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : วัวควายกับบ้านใหม่ ชีวิตใหม่หลังออกจากโรงฆ่าสัตว์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/471691

ตะลอนเที่ยว : วัวควายกับบ้านใหม่ ชีวิตใหม่หลังออกจากโรงฆ่าสัตว์

ตะลอนเที่ยว : วัวควายกับบ้านใหม่ ชีวิตใหม่หลังออกจากโรงฆ่าสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

วันนี้ Mr. Flower ขอเล่าเรื่องน่ารักๆ ที่ได้จากผู้รับวัวควาย (โค-กระบือ) ที่พวกเราทุกคนร่วมกันไถ่ชีวิตของพวกเขาออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 28มกราคม 2563 แล้วมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนชาวนานำไปเลี้ยงดูต่อไป โดยต้องทำตามพันธสัญญาที่กระทำไว้ต่อกันระหว่างผู้มอบสัตว์กับผู้รับสัตว์ไปเลี้ยงดูต่อ (ขออนุญาตเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า นักเรียนโรงเรียนชาวนา อยู่ในโครงการของศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย ที่พระเมธีวชิโรดม หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ท่านว. วชิรเมธี)

ภาพที่นำเสนอในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าวัวควายจากโรงฆ่าสัตว์จำนวน 24 ตัวและอีก 3 ตัว ที่คณะของเราซื้อจากชาวบ้านที่กำลังจะนำไปขายให้โรงฆ่าสัตว์ รวมกันวัวควายอีก 6 ตัว ซึ่งมีผู้มอบให้กับท่าน ว. วชิรเมธี ดังนั้นจึงมีวัวควายที่มอบในวันที่ 29 มกราคม ทั้งหมดรวม 33 ตัว โดยทั้ง 33 ตัวนี้ มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมและอีกหลายตัวก็กำลังจะให้กำเนิดชีวิตใหม่ในเร็วๆ นี้

ผู้รับวัวควายไปเลี้ยงต่างตั้งชื่อไพเราะเพราะพริ้งให้กับวัวและควาย เช่น วันใหม่ โบนัส มีโชค บุญเกิด นำโชค โชคชัย ตะวัน จำปีหอมเงิน หอมทอง ทอม โบกัส สีทอง เหมือนฝัน อ้ายคล้าว ทองกวาว ทองเอก ทองทา บุญรักษา บุญรอด ดวงดี และดำนิล เป็นต้น

กลุ่มผู้รับไปเลี้ยงดูมีหลายหลากกลุ่มอาทิ กลุ่มมณฑาทอง ฮักฮอม คำปูน ภูไรซ์ภูไทล้านนา สีดอกบวบ เดือนฉาย ขุนน้ำ และแม่ญิงแม่ลาว เป็นต้น

วันนี้วัวควายมีบ้านใหม่ มีหญ้าสด มีฟางแห้งกินอย่างสุขสมบูรณ์ มีโรงนอน มีผู้สุมไฟกองเล็กๆ เพื่อเอาควันไฟใช้ไล่แมลงที่จะคอยรบกวนวัวควาย และฉีดยาบำรุงให้กับวัวควายตัวที่มีปัญหาสุขภาพ และที่น่ารักมากๆ คือ ภาพวัวควายแม่ลูกได้อยู่ใกล้ชิดกัน และภาพควายนอนแช่งในปลักโคลน รับรองว่าภาพเช่นนี้จะไม่มีวันบังเกิดในโรงฆ่าสัตว์อย่างแน่นอน

ผมเชื่อว่าแค่เพียงผมเล่าให้คุณฟัง แล้วเมื่อคุณได้เห็นรูปประกอบบางรูป คุณที่รักและเมตตาต่อสัตว์จะบังเกิดความปลื้มปีติอย่างมากมาย และคุณก็คงจะร่วมอนุโมทนาบุญไปกับพวกเราทุกคน ทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ รวมถึงเหล่าสรรพสัตว์วัวควาย

โครงการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและต้องบอกว่าดีมากๆ จนเกินความคาดหมายเพราะได้รับการสนับสนุนและความไว้วางใจจากคุณๆ ทั้งหลาย หลายคนยังสอบถามมาอย่างต่อเนื่องว่า ยังรับบริจาคเงินสำหรับโครงการนี้อีกหรือไม่ และต้องการจะร่วมบริจาคอีก

Mr. Flower ในนามของหนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่าโครงการนี้ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่ในระยะนี้ยังไม่รับบริจาคเงิน เนื่องจากยังไม่สามารถหาผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมได้ หากสามารถเลือกสรรผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมได้ ก็จะมาเรียนแจ้งเพื่อให้คุณๆ ที่ต้องการร่วมโครงการนี้ได้รับทราบต่อไป และขอเรียนย้ำเหมือนเดิมว่า หากมีผู้ใดผู้หนึ่งแอบอ้างขอรับเงินบริจาค โดยอ้างว่าเพื่อนำไปสมทบโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือกับแนวหน้าและผู้อ่านแนวหน้า ผู้ชมรายการแนวหน้าวาไรตี้ และผู้ฟังรายการวิทยุ Good Time ที่ดำเนินรายการโดย เฉลิมชัย ยอดมาลัย บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า ก็ขอยืนยันว่าผู้ที่แจ้งข้อความเช่นนั้นคือผู้ที่แอบอ้างเพื่อหวังแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง และขออย่าได้หลงเชื่อ และอย่าร่วมบริจาค

สำหรับคุณๆ ที่ต้องการรับทราบรายละเอียดโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือในครั้งต่อๆ ไป โปรดติดตามได้จากหนังสือพิมพ์แนวหน้าและจากรายการต่างๆ ที่ผมแจ้งเท่านั้น หรือสามารถติดต่อสอบถามโดยตรงที่หมายเลข091-7233615 เท่านั้น

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมบริจาค แม้ผู้จัดโครงการจะไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินให้ได้ เนื่องจากโครงการนี้ไม่ได้ทำในเชิงหารายได้ให้กับผู้ใดผู้หนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่ผู้จัดโครงการยินดีพาทุกท่านไปเยี่ยมชมวัวควายที่พวกเราช่วยกันไถ่ชีวิตตามที่ต่างๆ โดยจะจัดทัวร์พาคุณๆ ไปเยี่ยมเป็นระยะๆ

ขอกราบอนุโมทนาบุญกับทุกท่าน

ตะลอนเที่ยว : การให้ชีวิตคือการทำทานอันยิ่งใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 2, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/470151

ตะลอนเที่ยว : การให้ชีวิตคือการทำทานอันยิ่งใหญ่

ตะลอนเที่ยว : การให้ชีวิตคือการทำทานอันยิ่งใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มีคำกล่าวมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลว่า ผู้ให้ชีวิตย่อมได้ชีวิตตอบแทน เพราะการให้ชีวิตกับสัตว์หรือคนคือมหาทาน เป็นทานที่ยิ่งใหญ่ ท่านผู้รู้ในสังคมจึงบอกไว้ว่า ผู้ใดให้ชีวิตกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ผู้นั้นจะมีความอิ่มเอมเบิกบานใจ สังคมใดที่ปราศจากการเบียดเบียนกันและกัน ไม่มีการฆ่าฟันทำลายล้างชีวิตกันและกัน สังคมนั้นจะมีแต่ความสงบสุข

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ Mr. Flower ขอนำภาพแห่งความปลื้มปีติอันเกิดจากการร่วมกันบริจาคเงินเพื่อไถ่ชีวิตโค กระบือ ครั้งล่าสุดที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่28-29 มกราคม 2563 โดยตัวแทนคณะผู้อ่านแนวหน้าผู้ชมรายการแนวหน้าวาไรตี้ และผู้ฟังรายการ Good Time(รายการนี้ดำเนินรายการโดย เฉลิมชัย ยอดมาลัยบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 101 วันอาทิตย์ เวลา 19.30-21.00 น.) โดยคณะได้ไปไถ่ชีวิตโค กระบือจากโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย (โรงฆ่าสัตว์ชื่อ 786 ณัฐกิจ เชียงราย เลขที่182/1 หมู่ 22 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย หมายเลขโทรศัพท์ 095-4529999) โดยไถ่ชีวิตโค กระบือจำนวน 24 ตัว คิดเป็นเงินจำนวน 624,000 บาท ซึ่งการไถ่ชีวิตในครั้งนี้คณะของเราได้ไถ่ชีวิตโค กระบือทุกตัวออกจากโรงฆ่าสัตว์ และนอกจากนั้นยังได้ไถ่ชีวิตโคอีก 3 ตัว คิดเป็นเงิน 61,000 บาท โดยซื้อจากชาวบ้าน (ชื่อนางสอน เจริญพร) ที่มีบ้านอยู่ใกล้กับศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย สาเหตุที่ซื้อต่อจากชาวบ้านรายนี้ เพราะเขาจะนำโคไปขายให้กับโรงฆ่าสัตว์

โครงการไถ่ชีวิตโค กระบือ โดยหนังสือพิมพ์แนวหน้านั้นดำเนินมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ถึงช่วงต้นปี 2558 โดยที่ผ่านมาได้ไถ่ชีวิตโค กระบือจากจังหวัดในภาคกลาง คือที่ปทุมธานีและนครปฐมมาแล้วรวม 55 ตัว ซึ่งโค กระบือที่ไถ่ชีวิตมานั้นได้ตกลูกมาแล้ว 15 ตัว โค กระบือ ทั้งหมดได้ถูกมอบให้กับสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์ และเกษตรกรในอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี และมอบให้กับสวนเกษตรดาบตุ้ม (ตำรวจสถานีตำรวจอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี) และเกษตรกรอีกรายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ส่วนหม่อมไฉไล ยุคล ได้ร่วมไถ่ชีวิตโค กระบือ จำนวน 10 ตัว ร่วมกับโครงการนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ได้ทราบข่าวพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต โดยโคทั้ง 10 ตัวที่หม่อมไฉไลไถ่ชีวิตไปนั้น ถูกนำไปเลี้ยงดูในไร่ของหม่อมไฉไล

สำหรับการมอบโค กระบือ ครั้งล่าสุดที่จังหวัดเชียงรายนั้น คณะผู้จัดทำโครงการฯ ได้ร่วมมือกับโรงเรียนชาวนา หรือโรงเรียนพุทธเศรษฐศาสตร์มหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ในศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของพระเมธีวชิโรดมหรือพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี โดยได้มอบโค กระบือจากโครงการฯ จำนวน 27 ตัว ให้กับนักเรียน และในโอกาสนี้พระเมธีวชิโรดมได้มอบโค กระบือที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาอีก 6 ตัว จึงเท่ากับว่าคณะผู้มอบโค กระบือ ได้มอบสัตว์ทั้งหมดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ณไร่เชิญตะวัน จำนวน 33 ตัว

ภาพประทับใจที่คณะผู้มอบสัตว์ และผู้ประสานงานของไร่เชิญตะวันได้พบเห็นในวันที่โค กระบือถูกนำออกจากโรงฆ่าสัตว์ เมื่อวันที่ 28 มกราคม เพื่อนำไปไว้ในทุ่งนาของไร่เชิญตะวัน เพื่อรอการทำพิธีมอบสัตว์ในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 29 มกราคม คือภาพโค กระบือได้รับอิสรภาพ ได้อยู่ในทุ่งนาที่ยังมีหญ้าเขียวๆให้กินอย่างสบายอารมณ์ ส่วนกระบือก็แสดงความสุขออกมาให้เห็นได้ชัดเจนด้วยการลงไปนอนแช่ในปลักโคลน ส่วนลูกโค และลูกกระบือก็เดินตามติดแม่โดยไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียว ภาพประทับใจเช่นนี้ย่อมประทับตราตรึงใจแก่ผู้พบเห็นไปโดยตลอด และเชื่อว่าผู้อ่านแนวหน้าต้องสามารถจินตนาการภาพนี้ไปได้พร้อมๆ กัน

ภาพแห่งความปลื้มปีติเช่นนี้บังเกิดขึ้นได้ด้วยการร่วมใจของทุกท่านที่ร่วมบริจาคเพื่อไถ่ชีวิตโค กระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอความอิ่มเอมใจจากการทำกุศล
ในครั้งนี้จงบังเกิดกับทุกท่านด้วยเทอญ ขอทุกท่านร่วมกันอนุโมทนาบุญโดยพร้อมเพรียงกัน

สำหรับโครงการไถ่ชีวิตโค กระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้ายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้คณะผู้จัดโครงการฯ จะแจ้งข่าวเรื่องการร่วมสมทบทุนให้คุณผู้อ่านทราบเป็นระยะๆ หลังจากสามารถติดต่อหาผู้รับโค กระบือไปเลี้ยงได้อย่างเหมาะสม หากคุณผู้อ่านมีความประสงค์จะร่วมโครงการ (ทั้งการร่วมบริจาคและรับไปเลี้ยงดู) โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615

หมายเหตุ ผู้ร่วมบริจาคเงินกับโครงการฯทุกท่านไม่ประสงค์จะให้หนังสือพิมพ์แนวหน้าเอ่ยนามในหนังสือพิมพ์ และขอเรียนให้ทราบด้วยว่า โครงการนี้รับเงินบริจาคโดยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะเท่านั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างขอรับเงินบริจาคโดยวิธีการอื่นใด โปรดทราบได้ทันทีว่าเป็นการหาผลประโยชน์เข้าตนเอง หากคุณมีคำถามใดๆโปรดสอบถามได้ที่ 091-7233615 เท่านั้น

ตะลอนเที่ยว : ‘เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ’สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 26, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468615

ตะลอนเที่ยว : ‘เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ’สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศฯ

ตะลอนเที่ยว : ‘เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ’สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศฯ

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ประเทศสยามมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรก คือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศอดิศวรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร บรมมกุฎนเรนทรสูริย์ขัตติยสันตติวงษ อุกฤษฐพงษวโรภโตสุชาต ธัญญลักษณวิลาศวิบุลยสวัสดิ์ศิริวัฒนวิสุทธิสยามมกุฎราชกุมาร

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีมหาพิไชยมงคลสรงสนาน เฉลิมพระปรมาภิไธย สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ขึ้นดำรงพระบรมราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2429

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระนางเจ้า
สว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ประสูติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2421 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2437 ด้วยอาการพระประชวรด้วยโรคไข้รากสาดน้อย

พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดีในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทรงมีพระอนุชา และพระขนิษฐาร่วมพระราชมารดา คือสมเด็จเจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา, สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์, สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร,สมเด็จเจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาคือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และทรงเป็นพระบรมราชอัยกาเจ้าในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

หลังการพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ไปบูรณปฏิสังขรณ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ ครั้นเมื่อบูรณะวัดเรียบร้อยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญตราสัญลักษณ์ประจำสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศไปไว้ที่หน้าบันพระวิหารหลวง

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อแผ่นดินสยามนานัปการทรงช่วยผ่อนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระราชบิดา นับตั้งแต่ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสยามมกุฎราชกุมาร เช่น เสด็จออกรับพระราชอาคันตุกะ และทรงรับฎีการ้องทุกข์จากราษฎร และเสด็จฯ เป็นผู้แทนพระองค์ในโอกาสต่างๆ ที่สำคัญคือ ทรงมีพระอัจฉริยภาพ และพระสติปัญญาหลักแหลม ทรงรอบรู้ในสรรพวิทยา เพราะทรงได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระราชบิดาอย่างใกล้ชิด ทรงมีพระอัจฉริยภาพในด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ทรงเขียนพระบันทึกจดหมายเหตุรายวัน ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงพระราชนิพนธ์โคลงกลอนต่างๆ ไว้มากทรงเชี่ยวชาญแตกฉานในภาษาอังกฤษ ทรงได้รับรางวัลเรียงความและแต่งนิทานภาษาอังกฤษจากเกาะสิงคโปร์ เมื่อครั้งที่อังกฤษยังมีอิทธิพลเหนือสิงคโปร์ เมื่อครั้งทรงผนวชเป็นสามเณรทรงเทศน์มหาชาติ เรื่องความกตัญญูกตเวที

พระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารประดิษฐานอยู่ ณ บริเวณหน้าอาคารปฏิบัติธรรม ชื่อ เบญจมราชวรานุสรณ์ โดยที่หน้าบันชั้นบนสุดของอาคารมีตราสัญลักษณ์ของพระราชวงศ์จักรีประดิษฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาคารภายนอกพระบรมมหาราชวังเพียงแห่งเดียวที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ประดิษฐานตราสัญลักษณ์สำคัญนี้ไว้ ส่วนหน้าบันชั้นถัดลงมามีตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ประดิษฐานไว้คือรูปมงกุฎ และมีช่อชัยพฤกษ์ประดับโดยมีตัวอักษร ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ. ติดอยู่ด้วย ซึ่งย่อมาจาก เราจะ บำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ อันหมายถึง จะทรงทำนุบำรุงประเทศชาติประชาชนให้มีความเจริญ เนื่องจากทรงตระหนักดีว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน ดังนั้นจึงมีพระราชภารกิจต้องทำนุ บำรุงชาติบ้านเมืองและประชาชนให้มีความสุขความเจริญทั่วทั้งแผ่นดิน

ดังนั้นในทุกวันที่ 4 มกราคม ทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน จึงมีการพิธีทำบุญอุทิศถวายแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระราชานุสาวรีย์ของพระองค์ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ โดยผู้เป็นเจ้าภาพจัดพิธีทำบุญอุทิศถวายทุกปีได้แก่ คุณยศ-ดร.นฎาประไพ เอื้อชูเกียรติ

คอลัมน์ตะลอนเที่ยวขอเชิญชวนให้คุณไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าพระองค์แรกของสยามประเทศ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อสยามประเทศ และพสกนิกรชาวไทย ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ

 

ตะลอนเที่ยว : สีชัง ชังชื่อแล้ว อย่าชัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 19, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467148

ตะลอนเที่ยว : สีชัง ชังชื่อแล้ว อย่าชัง

ตะลอนเที่ยว : สีชัง ชังชื่อแล้ว อย่าชัง

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สีชัง ชังชื่อแล้ว อย่าชัง

อย่าโกรธ พี่จริงจัง จิตข้อง

ตัวไกล จิตก็ยังเนาว์แนบ

เสน่ห์สนิทน้องนิจ โอ้อาดูร

สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร

ขอแต่แม่ดวงใจ อย่าชังชิงพี่จริงจัง

ตัวไกลใจพี่อยู่เป็นคู่น้อง ครองยืนยาว

ห่างเจ้าเฝ้าแลหลังตั้งใจติด มิตรสมาน

(เพลง สีชัง บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จากบทละคอนร้อง เรื่องพระร่วง หรือขอมดำดิน เมื่อ พ.ศ. 2457 ทำนองโดย สง่า อารัมภีร์ ขับร้องโดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมนำเรื่องพระจุฑาธุชราชฐาน บนเกาะสีชัง มาเล่าสู่ให้คุณได้ฟัง แล้วชักชวนให้คุณไปร่วมทริปเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นกับคณะของเราที่ประกอบด้วยคนน่ารัก อัธยาศัยดี และมีใจกุศล (เนื่องจากคณะนี้ร่วมไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์แล้วนำไปมอบให้เกษตรกรเลี้ยงดูมาอย่างต่อเนื่องหลายปี)

วันนี้จะมาชวนคุยไปเที่ยวเกาะสีชังด้วยกันต่อจากสัปดาห์ก่อน เพราะสัปดาห์ที่แล้วผมเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของพระจุฑาธุชราชฐานไปโดยสังเขปแล้ว วันนี้จะเล่าให้คุณฟังถึงบรรยากาศที่แสนน่ารักบนเกาะสีชัง (โดยสังเขปอีกเช่นกัน)

ชีวิตบนเกาะสีชังที่เราจะไปสัมผัสนั้นเรียกได้ว่าค่อนข้าง slow life เพราะไม่ต้องเร่งร้อน ไม่ต้องร้อนรน เนื่องจากเราจะเดินเที่ยวกันเป็นส่วนใหญ่ นอกจากเดินๆๆ แล้ว เราก็จะพักกันที่บังกะโลน่ารักๆ สักสองคืน แล้วก็นั่งคุยกันตามประสาคนกันเอง กินอาหารง่ายๆบนเกาะ ซึ่งก็เหมือนเดิมคือ ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ แต่จะเน้นผัก ผลไม้ และอาหารทะเล (แต่บางคนก็ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด)

อ้อ! ต้องบอกว่าบนเกาะสีชังมีหมูป่ามากมายเลยนะครับ เดินกันขวักไขว้ ผมถามชาวบ้านว่าใครเลี้ยง ได้รับคำตอบว่าหมูของเจ้าเกาะ คือเป็นหมูป่าตามธรรมชาติ ผมถามต่อไปว่า แล้วมีใครจับหมูป่าไปกินหรือไม่ คำตอบคือคนบนเกาะสีชังแท้ๆ ไม่กินหมูป่าเหล่านี้ ถามต่อว่า แสดงว่าคนกินเหมือนกันใช่ไหมล่ะ คำตอบคือ ก็คงมีนะ หมูป่าบนเกาะสีชังเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับเกาะแห่งนี้ เขาจะอยู่กันตามป่าเขาแล้วลงมาหากินในชุมชน บางทีก็ทะเลาะเบาะแว้งกับน้องหมาบนเกาะบ้าง แต่ก็สามารถอยู่รวมกันได้ตามอัตภาพ

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเกาะสีชังคือบ้านไม้ ซึ่งในปัจจุบันกำลังจะหมดไปแล้ว เพราะถูกรื้อถอนออกจนเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่สำหรับผมเมื่อเวลาไปเกาะสีชัง ผมชอบไปนั่งคุยกับคุณยายคุณย่าที่นั่งอยู่ตรงนอกชานของบ้าน ถามถึงชีวิตในวันเก่าๆ กับสิ่งใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปบนเกาะสีชัง ซึ่งได้ความรู้ดีมากเลยครับ เพราะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามยุคสมัย

หากคุณถามว่าทำไมต้องไปเที่ยวเกาะสีชัง ผมขอตอบว่า เพราะยังมีมนต์เสน่ห์ และมีความน่ารักรอให้คุณไปสัมผัส มีที่เที่ยวมากพอสมควร เช่น ช่องเขาขาด (ไปดู sun set) ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ไปเที่ยวชมพระจุฑาธุชราชฐาน และนั่งเล่นริมทะเล คุยกันตามประสาคนกันเอง แล้วก็นอนฟังเสียงคลื่นเบาๆ ที่กระซิบจากทะเลรอบเกาะสีชัง

อยากชวนคุณไปเที่ยวสีชังด้วยกันครับถ้าคุณสนใจไปร่วมทริปนี้กับเรา โปรดติดต่อ091-7233615 เดินทางวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์2563

ตะลอนเที่ยว : พระจุฑาธุชราชฐาน พระราชฐานบนเกาะสีชัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 12, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/465601

ตะลอนเที่ยว : พระจุฑาธุชราชฐาน พระราชฐานบนเกาะสีชัง

ตะลอนเที่ยว : พระจุฑาธุชราชฐาน พระราชฐานบนเกาะสีชัง

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เกาะสีชัง เกาะในเขตจังหวัดชลบุรี นับได้ว่าเป็นเกาะกลางทะเลเพียงแห่งเดียวของประเทศไทยที่มีพระราชวังประดิษฐานอยู่ พระราชวังนั้นมีนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งเป็นพระราชวังที่ล้นเกล้าล้นกระหม่อม รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคยใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อน

มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุชัดว่าเมื่อ พ.ศ. 2431 สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระวรราชเทวี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงพระประชวร ดังนั้นแพทย์หลวงจึงถวายคำแนะนำให้เสด็จไปประทับรักษาพระวรกาย ณ เกาะสีชัง เพราะเป็นสถานที่ซึ่งมีบรรยากาศดี เหมาะแก่การพักผ่อนพระวรกายเพื่อให้ทรงฟื้นจากพระอาการประชวร และมีหลักฐานระบุด้วยว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ก็ทรงไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ เกาะสีชังด้วย ดังนั้น พระจุฑาธุชราชฐาน จึงเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังปรากฏว่าในปี พ.ศ. 2432 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารอาไศรยสฐาน ขึ้นทั้งหมดสามหลัง ดังมีพระนามว่า เรือนวัฒนา(พระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) เรือนผ่องศรี (พระนามสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) และเรือนอภิรมย์(พระนามพระอัครชายา พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา)

และที่สำคัญที่สุดคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ เกาะสีชัง เมื่อ พ.ศ. 2435 ซึ่งในปีนั้นสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงพระครรภ์ใกล้มีพระประสูติกาล ดังนั้น ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐาน แล้วพระราชทานพระนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน อันเป็นพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ทั้งนี้ในการก่อสร้างนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงเป็นแม่กอง และพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ ทรงเป็นนายช่างผู้ออกแบบพระที่นั่งทั้ง 4 องค์ คือ พระที่นั่งโกสีย์วสุภัณฑ์ พระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์ พระที่นั่งโชติรสประภาต์ พระที่นั่งเมขลามณี และพระตำหนักอีก 14 ตำหนัก คือ ตำหนักวาสุกรีก่องเก็จ ตำหนักเพชร์ระยับ ตำหนักทับทิมสด ตำหนักมรกฎสุทธ์ตำหนักบุศราคำ ตำหนักก่ำโกมิน ตำหนักนิลแสงสุกตำหนักมุกดาพราย ตำหนักเพทายใส ตำหนักไพฑูรย์กลอก ตำหนักดอกตะแบกลออ ตำหนักโอปอล์จรูญ ตำหนักมูลการะเวก ตำหนักเอกฟองมุก

จวบจนได้เกิดเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ตรงกับพ.ศ. 2436 ซึ่งสยามประเทศมีปัญหากับฝรั่งเศส จึงทำให้การก่อสร้างพระที่นั่งและพระตำหนักต้องหยุดชะงักลง ขณะเดียวกันก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อถอนพระที่นั่งและพระตำหนักบางองค์ไปประดิษฐาน ณ ที่อื่น เช่น พระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งสูงสามชั้น สร้างด้วยไม้สักทอง โดยทรงให้เชิญพระที่นั่งองค์นี้ไปประดิษฐานในเขตพระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ.2443 แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ และหลังจากเหตุการณ์ร.ศ. 112 ก็มิได้เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับยังพระจุฑาธุชราชฐานอีกต่อไป

ปัจจุบันพระจุฑาธุชราชฐานอยู่ในความดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ นั้นคงเหลืออยู่เพียงบางองค์เท่านั้น เช่น เรือนวัฒนา เรือนผ่องศรี เรือนอภิรมย์เรือนไม้สีเขียว และอาคารพิพิธภัณฑ์ ส่วนฐานของพระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์ยังคงปรากฏอยู่อย่างชัดเจน และยังมีสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นคือวัดอัษฎางคนิมิตร วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 และจุดเด่นของพระราชฐานแห่งนี้ที่ต้องกล่าวถึงคือต้นลั่นทมอายุกว่าร้อยปี ซึ่งมีฟอร์มของต้นสวยงามมาก และในบริเวณพระราชฐานจะมีต้นลั่นทมอยู่มากมายหลายร้อยต้น ดังนั้นหากไปในยามที่ลั่นทมออกดอกบานสะพรั่ง ก็จะได้ชมความงามของดอก และได้สูดกลิ่นหอมไปด้วยพร้อมๆ กัน

Mr. Flower ตั้งใจจะพาคุณๆ เพียงกลุ่มเล็กๆ ไปเที่ยวเกาะสีชังด้วยกัน กำหนดการเดินทางคือช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เราจะไปนอนบนเกาะสีชังกันสักสองคืน หากคุณสนใจร่วมทริปสุดพิเศษไปกับ Mr. Flower และสมาชิกแสนน่ารักกลุ่มเล็กๆ โปรดติดต่อ091-7233615

%d bloggers like this: