ดาราพาเที่ยว

All posts tagged ดาราพาเที่ยว

ดาราพาเที่ยว : ‘น้อย-ปาริชาต’ ดื่มด่ำวัฒนธรรมทุ่งเสลี่ยม ละลานตาวิถีภูมิปัญญาไทย

Published September 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/424663

ดาราพาเที่ยว : ‘น้อย-ปาริชาต’ ดื่มด่ำวัฒนธรรมทุ่งเสลี่ยม ละลานตาวิถีภูมิปัญญาไทย

ดาราพาเที่ยว : ‘น้อย-ปาริชาต’ ดื่มด่ำวัฒนธรรมทุ่งเสลี่ยม ละลานตาวิถีภูมิปัญญาไทย

วันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ ทริปนี้ “น้อย-ปาริชาต” กับเมืองเก่าจ.สุโขทัย ที่เจ้าตัวจะพาไปสัมผัสอำเภอเล็กๆเพื่อตามติดวัฒนธรรมของ อ.ทุ่งเสลี่ยม ประตูสู่ล้านนา เริ่มจากที่ วัดทุ่งเสลี่ยม ก้าวแรกพอเข้ามาในวัดก็อบอุ่นไปด้วยบรรยากาศการฟ้อนรำม่อนตีงเซ่ หรือการฟ้อนปราสาทไหวของชาวบ้านที่มาต้อนรับ ส่วนภายในวัด น้อยก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และสำคัญองค์หนึ่งของไทย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลานาคปรก ปางสมาธิ สลักจากหินทรายสีเทา สร้างประมาณปีพ.ศ.1300-1800 และในปี 2472 ได้ขุดพบเจอพระพุทธรูปภายในบริเวณวัด แต่พอปี 2520 ก็ถูกโจรกรรมไป และมารู้อีกทีว่าพระพุทธรูปได้ถูกประมูลอยู่ในประเทศอเมริกาจากนั้นในปี 2540 จึงได้มีการขอประมูลเพื่อนำกลับมาประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ นอกจากนี้ที่ศาลาการเปรียญยังมีภาพวาดฝาผนังบอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่อศิลาอีกด้วย

มาถึงทุ่งเสลี่ยม น้อยก็ชวนไปคลายร้อน นั่งแคร่ แช่ขา ที่บ้านใหม่เขาแก้ว จุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่เปิดเป็นแหล่งพักผ่อนธรรมชาติ นั่งห้อยขาแช่น้ำเย็นๆ กินอาหารเพลินๆ ไปกับธรรมชาติจากนั้นพาเข้าวัดกันต่อที่วัดพิพัฒน์มงคล พอมาถึงก็ทำเอาน้อยตะลึงในความอลังการ และความสวยงามของวัด ซึ่งเป็นศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 196 ไร่ภายในวัดจึงมีจุดที่น่าสนใจถึง 22 จุดด้วยกัน แต่ก่อนจะเตร็ดเตร่ไปไหนไกลน้อยชวนเข้าไปในมหาวิหาร กราบพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หรือหลวงพ่อทองคำ ซึ่งสร้างในสมัยสุโขทัย อายุราว700 ปี มีลักษณะเป็นปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัยยุคกลาง หล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ โดยได้มีการขุดพบเจอในบริเวณวัดในปี 2526 ส่วนพิกัดสุดท้ายอยู่กันที่ชุมชนบ้านหนองตาเพ็ง เรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกก ไม่ว่าจะเป็นเสื่อ กระเป๋า รองเท้า อาสนะ และอีกมากมาย งานนี้น้อยขอโชว์อีกหนึ่งสกิลในการถักทอเสื่อกก แถมก่อนกลับก็ช็อปกระจายก่อนใครซะงั้น

 

Advertisements

ดาราพาเที่ยว : ‘ถุงแป้ง-เบล’เปิดประสบการณ์สูงสุดเสียว! พาเที่ยวชมวิวกรุงเทพฯ 360 องศาที่…‘มหานคร’

Published August 27, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/410453

ดาราพาเที่ยว : ‘ถุงแป้ง-เบล’เปิดประสบการณ์สูงสุดเสียว! พาเที่ยวชมวิวกรุงเทพฯ 360 องศาที่...‘มหานคร’

ดาราพาเที่ยว : ‘ถุงแป้ง-เบล’เปิดประสบการณ์สูงสุดเสียว! พาเที่ยวชมวิวกรุงเทพฯ 360 องศาที่…‘มหานคร’

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กำลังมีผลงานซีรี่ส์แอ๊กชั่นแฟนตาซีฟอร์มยักษ์เรื่อง “รสริน ล่าแวมไพร์” (Bangkok Vampire)” ซึ่งออกอากาศให้ได้ชมทาง “ช่อง MONO29” (โมโนทเวนตี้ไนน์) ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00 น.เพื่อให้เข้ากับเรื่องราวที่มีแวมไพร์ซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เมืองใหญ่ของประเทศไทย สองนักแสดงสาวจากสังกัดโมโน ทาเล้นท์ “ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา” และ “เบล-สวรรยา เลียงประสิทธิ์” หาเวลาว่างจูงมือกันไปเปิดประสบการณ์สูงสุดเสียว อาสาพาเที่ยวชมวิวกรุงเทพฯ 360 องศา บนตึก “คิง เพาเวอร์ มหานคร”

ตบเท้าเข้ามาในตึก คิง เพาเวอร์มหานคร ตรงไปที่จุดจำหน่ายบัตร ที่ชั้น G สองสาวต่างตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศที่ถูกตกแต่งไว้อย่างทันสมัย รวมทั้งกำแพงดิจิทัลที่มีวิวของกรุงเทพมหานคร จากนั้นก็ถึงคิวขึ้นไปชมวิวภายในอาคารแบบ 360 องศา ที่ชั้น 74 ด้วยลิฟต์โดยสารมัลติมีเดีย มาถึงจุดชมวิวจุดแรกที่ชั้น 74 ทั้งคู่ต่างไม่พลาดที่จะทำกิจกรรมสุดพิเศษ ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลท์ของบริเวณนี้ นั่นก็คือการเขียนโปสการ์ดเก๋ๆ ส่งความรู้สึกไปให้คนพิเศษผ่านตู้ไปรษณีย์โบราณตู้แรกของประเทศไทยที่สูงที่สุด แวะถ่ายรูปเล่นกันอย่างเพลิดเพลินและดื่มด่ำกับความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพมหานครต่อด้วยการวัดใจในการก้าวขึ้นไปสู่ชั้นดาดฟ้า และจุดชมวิวภายนอกอาคารบนชั้น 78 โดยสองสาวถึงกับต้องตะลึงกับความสวยงาม และสัมผัสบรรยากาศของกรุงเทพมหานคร ได้แบบ 360 องศา และจุดที่พีคที่สุดก็คือ พื้นกระจกลอยฟ้าที่กว้างที่สุดในโลกที่สามารถเห็นไปจนถึงเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯหลังจากนั้นก็ขอแวะช็อปปิ้งที่ดิวตี้ฟรี และจุดล็อบบี้ของตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร ที่มีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกในสไตล์ความเป็นมหานคร จบทริปด้วยความสนุก ตื่นเต้น พร้อมเก็บภาพความประทับใจกันถ้วนหน้า

ดาราพาเที่ยว : วิน-ชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์ จำไม่ลืม ขึ้นโรงพักที่ปารีส ฝรั่งเศส

Published August 22, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/407855

ดาราพาเที่ยว : วิน-ชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์  จำไม่ลืม ขึ้นโรงพักที่ปารีส ฝรั่งเศส

ดาราพาเที่ยว : วิน-ชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์ จำไม่ลืม ขึ้นโรงพักที่ปารีส ฝรั่งเศส

วันอาทิตย์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ วิน-ชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์ นักแสดงน้องใหม่จากละคร “ปีศาจหรรษา” ในบท ปราชญ์ ที่กำลังออนแอร์ทุกเย็นวันจันทร์-ศุกร์ ช่อง 7HD ขออาสาพาไปท่องยุโรป ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าทริปนี้ตื่นเต้นเป็นที่สุดและลืมไม่ลง คิดถึงทีไรภาพเก่าๆ ถูกรีรันได้เป็นฉากๆ โดยเฉพาะฉากที่ต้องขึ้นโรงพักใจกลางเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส!!

สไตล์เที่ยวของผม “ผมชอบเที่ยวทุกรูปแบบ ธรรมชาติ แสงสีดูสถาปัตยกรรม ปีหนึ่งอาจจะเที่ยวไม่ได้ไปบ่อยมาก แต่เดินทางบ่อยครับ เพราะมีทั้งไปทำงาน ไปติดต่องานธุรกิจของครอบครัว ก็จะบินขึ้นลง จีน อเมริกา ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ แล้วจริงๆ ผมแอบชอบเที่ยวคนเดียวนะ ผมว่าเราได้อินไซด์มากกว่า ชอบเดิน ไม่ค่อยนั่งรถ ผมมารู้ว่าเราชอบเที่ยวแบบนี้ เมื่อตอน 4 ปีที่แล้ว เพราะตอนนั้นไปทำวีซ่าผิดวัน จะไปอังกฤษ แต่ยังเข้าอังกฤษไม่ได้ ต้องรออีกประมาณ5 วัน ตามอนุญาตในวีซ่า ไม่รู้จะทำยังไงก็เลย Re-route ไปที่ ปารีส คนเดียว ไม่ได้บอกพ่อกับแม่ด้วย ซึ่งพอไปถึงปารีสวันแรก ผมเดินรอบปารีสเลยนะ เดินไปเกือบ 20 กิโลเมตร สนุกมาก หลังจากนั้นก็ประทับใจการเที่ยวคนเดียว”

ทริปครอบครัว “ปีหนึ่งหลายรอบมาก ก็ต้องขออภัยผู้จัดฯ (หัวเราะร่วน) เราจะไปกัน 5 คน จ้างคนขับรถที่นู่นพาเที่ยว โดยแพลนว่าจะไปที่ไหน เมืองไหน ที่ไหนสนุกน่าไปบ้าง แล้วให้เขาพาไป ไปครั้งหนึ่งก็หลายวันครับ แต่ส่วนใหญ่ผมจะกลับก่อนตลอด เพราะต้องมาถ่ายละคร ล่าสุดไปญี่ปุ่นมา ก็ไปหลังกลับก่อน (หัวเราะ) คุณพ่อก็จะแอบงอนๆ นิดหนึ่ง”

ทริปนี้จำไม่ลืม “เป็นทริปยุโรปครับ ซึ่งเป็นทริปที่โหดมากๆ วันที่สองของทริปและเป็นวันแรกที่ไปถึงฝรั่งเศส ผมโดนขโมยกระเป๋า Backpack ในนั้นก็จะมีเงิน แว่นตา โชคดีที่ผมเอาคอมพิวเตอร์ไว้ที่ห้องแล้ว แต่ที่สำคัญมีพาสปอร์ตในนั้นด้วย แล้วตอนที่ผมบินไปถึงเป็นช่วงสงกรานต์พอดี สถานทูตไทยเขาหยุดด้วย ซึ่งผมมีแพลนต้องไปหลายประเทศเลย คือฝรั่งเศส ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี แล้วก็ค่อยกลับมาอังกฤษ พอพาสปอร์ตหายก็กังวล โทร.หาสถานทูต โชคดีท่านทูตท่านใจดีและน่ารักมาก ออกมาเซ็นเอกสารให้ทั้งที่เป็นวันหยุดของเขา ซึ่งเขาก็เกือบจะบินไปต่างประเทศแล้วเหมือนกัน (หัวเราะ) เป็นโชคดีของเรา ก็ได้ใช้ใบเอกสารนี้ เป็นเหมือนพาสปอร์ตชั่วคราว พร้อมใบแจ้งความว่าพาสปอร์ตเราหาย พกติดตัวไว้ แล้วผมก็เที่ยวยุโรปได้ แต่เข้าอังกฤษไม่ได้ เพราะเป็นวีซ่าแยก เป็นอะไรที่สนุกและตื่นเต้น ระทึกดีครับ เป็นครั้งแรกที่เข้าสถานีตำรวจของเมืองนอก แล้วคนฝรั่งเศสจะไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกันเท่าไหร่ คือผมไปปารีสบ่อยมากนะ ไม่เคยของหายสักครั้งแต่ครั้งนี้ไม่รู้เพราะอะไร วางไว้เฉยๆ นี่แหละหันมา เอ้า!! หายไปแล้ว”

ครั้งหนึ่งในชีวิตที่สถานีตำรวจต่างประเทศ “เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าสถานีตำรวจนอกประเทศไทย ซึ่งผมรู้สึกว่าตื่นเต้นดีนะ แต่ผมว่าสถานีตำรวจบ้านเรา บริการดีกว่าเยอะเลย (หัวเราะ) ตำรวจเมืองนอกที่อยู่นอกสถานีตำรวจเขาดูดีมากนะแต่พออยู่ข้างในไม่ได้ดูดีแบบนั้น ไม่ได้Friendly สถานีตำรวจเขาน่ากลัว ตึกเก่าด้วยตอนแรกเขาคิดว่าผมเป็นคนจีน เขาก็ให้ล่ามจีนมา แต่ผมก็คุยภาษาอังกฤษไป ซึ่งพอเข้าไป เพื่อนร่วมทวีปเราเยอะมาก เพราะที่นั่น นักท่องเที่ยวถูกขโมยกระเป๋ากันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว”

ตระเวนเที่ยวอย่างสนุกสนาน “ตอนที่อยู่สวิตเซอร์แลนด์ Feel ก็จะแบบ The Sound of Music คุณแม่ก็จะชอบร้องเพลง ถ้าใครติดตามใน IG ผม จะเห็นว่าคุณแม่ร้องเพลงตลอดทาง จริงๆ รอดูทริปอเมริกา ก็น่าจะร้องอีก เดี๋ยวผมจะถ่ายแกล้งคุณแม่ (หัวเราะ) แต่ที่ผมชอบเลยจะเป็นที่เจนีวา ให้ความรู้สึกว่า Slow Life มากๆ ซึ่งจริงๆ การไปเที่ยวในทุกทริปผมประทับใจทุกครั้งนะ อย่างปารีสก็เป็นเมืองที่ผมชอบเมืองหนึ่ง เป็นประเทศที่สถาปัตยกรรมสวย แล้วก็อากาศดี ท้องฟ้าที่ปารีสโปร่ง เป็นสีฟ้าสวยมาก เป็นเหมือนในนิยาย บ้านเมืองตึกรามบ้านช่อง เขาน่ารักนะครับ”

อาหารการกิน “โอเคครับ กินได้ทุกอย่าง แต่โดยส่วนตัวชอบอาหารญี่ปุ่นมาก แต่คุณพ่อเวลาไปนานๆ ก็จะคิดถึงอาหารไทย กลายเป็นว่าเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ แทบจะกินอาหารไทยเกือบทุกวัน(หัวเราะ) ”

เรียนรู้กันและกันมากขึ้น “ผมว่านะการไปเที่ยวกับครอบครัว ทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น บางทีด้วยความที่ตอนนี้เราโตกันหมดแล้ว ซึ่งผมก็ทำงานในวงการเป็นหลัก บางทีก็ไม่ค่อยได้เจอเขา กลับบ้านก็สี่ทุ่มเหนื่อยละ แต่พอไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน เราได้อยู่กับเขา 24 ชั่วโมง เต็มๆ มีอะไรก็คุยกัน ได้แชร์กัน ได้รู้อะไรใหม่ๆ เล่าอะไรให้เขาฟัง ทำให้ครอบครัวเรามีความสัมพันธ์ที่ดีแน่นแฟ้น แต่ถ้าได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ก็จะแตกต่างไปอีกแบบ ซึ่งอันนั้นก็จะทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตทั้งเรื่องเสี่ยงตาย ทั้งเรื่องสัพเพเหระ Avengers เรียนรู้วิถีชีวิตจริงๆ ได้เดินตามท้องถนนก็สนุกล่ะครับ”

จุดหมายต่อไป “อยากไป Czech Republic แล้วก็แถบ IBIZA ซึ่งเป็นเมืองปาร์ตี้ อยากรู้ว่าปาร์ตี้หนักมากๆ เป็นอย่างไรไปเพื่อให้รู้ แล้วก็อีกที่หนึ่งที่อยากไปมากๆ เลยคือ แอฟริกาใต้ เพราะเขาบอกว่าสวยมาก ตอนนี้ก็พยายามนัดกับเพื่อนอยู่ครับ”

ก่อนจากกันหนุ่ม “วิน” ฝากแฟนๆ ติดตามให้กำลังใจเขาได้ในละคร “ปีศาจหรรษา” รวมถึงที่กำลังถ่ายทำอย่าง “มนต์กาลบันดาลรัก” และ “เด็กเสเพล”ทางหน้าจอช่อง 7HD

หยินหยาง

 

ดาราพาเที่ยว : ‘เกรซ-พัชร์สิตา’ วันสบายที่แสนสุข กับครอบครัวช้าง

Published August 19, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/406514

ดาราพาเที่ยว : ‘เกรซ-พัชร์สิตา’ วันสบายที่แสนสุข กับครอบครัวช้าง

ดาราพาเที่ยว : ‘เกรซ-พัชร์สิตา’ วันสบายที่แสนสุข กับครอบครัวช้าง

วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำของ “เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์” เลยก็ว่าได้ สำหรับ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเธอเผยว่าไปทีไรก็ช่วยเพิ่มพลังบวก
ให้กับชีวิตในทุกครั้ง แล้วยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของช้างอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในแต่ละครั้งเธอได้รับความทรงจำที่แตกต่างกันออกไป กว่า 7 ปี ที่คลุกคลีอยู่กับช้างมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย เกรซจึงยินดีที่จะแชร์ความสุข และบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ให้แฟนๆ “บันเทิงแนวหน้า” ได้รู้จักที่นี่ไปพร้อมๆ กัน

จุดเริ่มต้น “เริ่มจากพี่โบว์-เบญจศิริ เป็นคนชวนค่ะ เลยได้รู้จักกับ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมที่เชียงใหม่ ที่นี่เกรซรู้จักมาประมาณ6-7 ปีแล้ว เลยกลายเป็นที่ที่ชอบไปเป็นประจำเกรซพยายามจะไปบ่อยที่สุดค่ะ 2-3 เดือนครั้งหนึ่ง บางทีก็มีถี่ขึ้น เดือนละครั้ง ถ้าว่าง แล้วที่นี่แตกต่างจากที่อื่น เพราะจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่มีการล่ามโซ่ช้าง ไม่มีการทุบตี ไม่มีกิจกรรมโชว์ช้าง เขาเลี้ยงแบบ Open-air ให้ช้างเดินได้ทั่วๆ ให้อาหารช้าง พาไปอาบน้ำ โดยจะมีช้างอยู่ประมาณ 70-80 เชือก ได้ค่ะ ส่วนมากจะเป็นการไปช่วยช้างที่ปลดละวางในสวนสัตว์ต่างๆ หรือช้างที่เดินในป่าแล้วโดนกับระเบิด แล้วไม่มีที่ให้อยู่ ก็พาเขามาอยู่ที่นี่ ให้มีปั้นปลายชีวิตที่ดี ที่นี่เลยเหมือนเป็นมูลนิธิ เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือ”

มุมโปรด “จุดที่เป็น TERRACE COFFEE SHOP ค่ะ ซึ่งจัดเป็นกาแฟ Organic ปลูกเอง อาหารการกินเป็นมังสวิรัติหมดเลย เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ เขาก็ไม่ค่อยทานเนื้อสัตว์กัน คือคงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นกาแฟหรือเมนูต่างๆ ก็จะทำมาจากธรรมชาติ บรรยากาศก็จะชิลมาก นั่งห้อยขาจิบกาแฟ มองดูช้างเดินไปเดินมา อากาศก็ดี เลยเป็นมุมโปรดค่ะ ทำให้ชีวิตได้พักผ่อนจากความวุ่นวายในเมือง เรียกว่าไปครั้งหนึ่ง 2 วัน ไม่เคยพอค่ะ (หัวเราะ) พยายามจะอยู่นานๆ”

ช้างตัวโปรด “ชื่อคุณยายคำปั้น แก่แล้วค่ะ อายุน่าจะประมาณ 80 เขาจะผอมมาก พิการหู เพราะหูขาดไปข้างหนึ่ง ตาบอด แต่เขาก็จำเกรซได้นะคะเดินเข้ามาหา อยู่นิ่งๆ ยืนให้ถ่ายรูป ช้างตัวนี้ เขาจะทรงนางแบบ สเลนเดอร์ (หัวเราะ) แขน ขา ยาว ไม่เหมือนช้างแก่ตัวอื่นๆ ที่จะอ้วน ซึ่งช้างแก่ก็จะถูกเอาไปไว้อีกที่หนึ่งเพราะว่าช้างวัยรุ่นค่อนข้างซน”

Activity ที่ห้ามพลาด “เดินค่ะ ช้างก็จะอยู่กันเป็นโขลง บางเชือกอยู่คู่ อยู่เดี่ยว แล้วแต่ ซึ่งเขาก็จะอยู่ตามจุดต่างๆ ควาญช้างก็จะพาเดินชม เล่าประวัติแต่ละตัวว่าเราไปช่วยมาได้ยังไง กิจกรรมก็จะเป็นประมาณ10 โมงเช้า อาบน้ำรอบหนึ่ง บ่ายสามอาบอีกรอบหนึ่งหรือพาไปเข้าป่า ตัดกล้วย ตัดอ้อย ให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตจริงๆ ว่ากว่าจะได้อาหารช้างมายากลำบากแค่ไหน ปอกแตงโม หั่นแตงโม ทำเค้กวันเกิดให้ช้าง ปั้นข้าวให้ช้าง เพราะช้างที่แก่แล้ว จะไม่สามารถกินกล้วย กินแตงโมเป็นลูกๆ ได้ เราต้องแกะเอามาขยำทำเป็นลูกบอล เพื่อให้เขากินง่าย รวมไปถึงกิจกรรมทำความสะอาดโรงนอนช้าง ช่วยคุณหมอให้ยา ซึ่งเขาจะมีสัตวแพทย์ประจำ”

เกรซ -คุณยายคำปั้น

ข้อควรระวัง “ช้างเหล่านี้บ้างตัวถูกฝึกมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นเวลาเราจะเข้าไปหาเขา ต้องมีคนนำเข้าไป บางครั้งเขาอาจจะมีอารมณ์เกรี้ยวกราดบ้าง เพราะว่าเขามีสุขภาพจิต สุขภาพชีวิตที่ไม่ดีมาก่อน บางตัวเคยโดนหยิกหู แล้วคนไปจับหูเขาก็จะไม่ชอบ ซึ่งมีข้อห้ามเยอะค่ะ เพราะฉะนั้นที่นั่นจะมีไกด์คอยให้คำแนะนำ ว่าตรงนี้ทำได้นะ ตรงนี้ควรทำอย่างไร ต้องอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยงช้าง ควาญช้าง ทางที่มูลนิธิฯเองก็จะคอยตรวจกระเป๋าควาญช้างด้วย เพราะบางทีไม้เล็กๆ ก็เป็นอาวุธทำร้ายช้างได้ คือบางทีควาญช้างที่นั่นเขาอาจจะรับงานพิเศษ ทำแกะสลักไม้เป็นของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวซื้อ เพราะฉะนั้นไม้แกะสลักมันจะแหลม เราก็ต้องคอยตรวจคอยดูว่าเขาพกไปไหม คือ ก็เข้าใจนะคะ เพราะเขาก็ต้องหารายได้ เพื่อที่จะเอาเงินมาดูแลช้างด้วย เพราะช้างเชือกหนึ่งกินเยอะมาก เดือนหนึ่งต่อเชือก 3-4 หมื่นบาทได้”

ทำไมต้องมาที่นี่ “เสน่ห์ของมูลนิธิฯ ก็คือ ความแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งเกรซอยากให้คนลองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบนี้บ้าง ว่าเที่ยวเชิงอนุรักษ์จริงๆ เป็นแบบไหน แล้วมันสนุก มีคุณค่าทางจิตใจ หรือถ้าใครไปเที่ยวเชียงใหม่อยู่แล้ว ก็ควรจะลองมาที่นี่ดูนะคะ เป็นแบบ One Day Trip ก็ได้ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้านะคะ ไม่สามารถ Walk In เข้าไปได้เลยค่ะ เพราะถ้าไปแล้วเกรซว่าน่าจะประทับใจนะ เราได้เดินไปกับช้าง สังเกตพฤติกรรมเขา เราจะรับรู้ถึงความสุขของเขาจริงๆ”

เจ้าหน้าที่บริการ “การเดินทางอาจจะค่อนข้างยาก มีบางช่วงที่ไปกลับเลนเดียว ก็ต้องอาศัยคนที่ชำนาญทาง เพราะจริงๆ แล้วเป็นสถานที่ปิด เราต้องการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และบุคลากรที่อยู่ในนั้น เพราะว่าเราเป็นมูลนิธิที่คัดค้านการโชว์ช้าง แล้วที่เชียงใหม่ควาญช้างเยอะมาก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีกิจกรรมแบบนี้ แต่เราเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ มีต่างชาติซับพอร์ต ฉะนั้นต้องระมัดระวัง จะเดินดุ่มๆ เข้าไปไม่ได้เลย ต้องโทร.จองก่อน พี่เล็กแกก็ให้คนไทยเข้าฟรีค่ะไม่เสียค่าใช้จ่าย จะมีรถตู้รับ-ส่ง แต่ถ้าเป็นต่างชาติ One Day Trip ก็จะประมาณ 2-3 พันบาทค่ะ ”

เข้าใจคนกับช้างมากยิ่งขึ้น “ใช่ค่ะ เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องระหว่างคนกับช้าง อยู่กันแบบมีความสุข เพราะตอนนี้ก็มีปัญหาหลายอย่าง ระหว่างคนกับช้าง การที่เกรซไปอยู่ที่นั่น ทำให้เรามีความสุขมากๆ การได้นั่งมองช้าง 3-4 ชั่วโมง ไม่จับโทรศัพท์เลย สบายใจมากๆ เลยค่ะ”

เป้าหมายในอนาคต “เกรซอยากไป ดอยหลวง เชียงดาวค่ะ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ว่าจะไปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้ไปสักทีค่ะ เพราะการที่เราจะไปได้ ต้องใช้เวลาเดินทาง จะขึ้นไปแล้วลงภายในวันเดียวไม่ได้ และควรจะไปในหน้าที่อากาศดีๆ ค่ะ”

มากกว่าความสนุก “การท่องเที่ยวให้อิสระในอีกมุมมองหนึ่งค่ะ เหมือนให้เรารู้ตัวเองว่าร่างกายเราสามารถทำอะไรได้บ้าง บางคนการท่องเที่ยวอาจจะทำให้มีความสุขอย่างเดียว แต่สำหรับเกรซการท่องเที่ยวก็คือความสุขสุขภาพ บางคนขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆ แต่อย่างเกรซจะชอบเดิน เป็นความประทับใจที่แตกต่างกัน”

ฝากผลงาน “ตอนนี้ละครเรื่อง “หลงเงาจันทร์” กำลังเข้มข้นเลยค่ะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 HD กดเลข 35 ค่ะ”

บางครั้งที่ที่เรามองว่าธรรมดา อาจจะไม่ธรรมดาก็ได้ เพราะทุกที่มีความสวยงามซ่อนอยู่…

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘เกรซ-พัชร์สิตา’ วันสบายที่แสนสุข กับครอบครัวช้าง

Published August 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/405035

ดาราพาเที่ยว : ‘เกรซ-พัชร์สิตา’ วันสบายที่แสนสุข กับครอบครัวช้าง

ดาราพาเที่ยว : ‘เกรซ-พัชร์สิตา’ วันสบายที่แสนสุข กับครอบครัวช้าง

วันอาทิตย์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำของ “เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์” เลยก็ว่าได้ สำหรับ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเธอเผยว่าไปทีไรก็ช่วยเพิ่มพลังบวกให้กับชีวิตในทุกครั้ง แล้วยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของช้างอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในแต่ละครั้งเธอได้รับความทรงจำที่แตกต่างกันออกไป กว่า 7 ปี ที่คลุกคลีอยู่กับช้างมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย เกรซจึงยินดีที่จะแชร์ความสุข และบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ให้แฟนๆ “บันเทิงแนวหน้า”ได้รู้จักที่นี่ไปพร้อมๆ กัน

จุดเริ่มต้น “เริ่มจากพี่โบว์-เบญจศิริ เป็นคนชวนค่ะ เลยได้รู้จักกับ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมที่เชียงใหม่ ที่นี่เกรซรู้จักมาประมาณ6-7 ปีแล้ว เลยกลายเป็นที่ที่ชอบไปเป็นประจำเกรซพยายามจะไปบ่อยที่สุดค่ะ 2-3 เดือนครั้งหนึ่ง บางทีก็มีถี่ขึ้น เดือนละครั้ง ถ้าว่าง แล้วที่นี่แตกต่างจากที่อื่น เพราะจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่มีการล่ามโซ่ช้าง ไม่มีการทุบตี ไม่มีกิจกรรมโชว์ช้าง เขาเลี้ยงแบบ Open-air ให้ช้างเดินได้ทั่วๆ ให้อาหารช้าง พาไปอาบน้ำ โดยจะมีช้างอยู่ประมาณ 70-80 เชือก ได้ค่ะ ส่วนมากจะเป็นการไปช่วยช้างที่ปลดละวางในสวนสัตว์ต่างๆ หรือช้างที่เดินในป่าแล้วโดนกับระเบิด แล้วไม่มีที่ให้อยู่ ก็พาเขามาอยู่ที่นี่ ให้มีปั้นปลายชีวิตที่ดี ที่นี่เลยเหมือนเป็นมูลนิธิ เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือ”

มุมโปรด “จุดที่เป็น TERRACE COFFEE SHOP ค่ะ ซึ่งจัดเป็นกาแฟ Organic ปลูกเอง อาหารการกินเป็นมังสวิรัติหมดเลย เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ เขาก็ไม่ค่อยทานเนื้อสัตว์กัน คือคงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นกาแฟหรือเมนูต่างๆ ก็จะทำมาจากธรรมชาติ บรรยากาศก็จะชิลมาก นั่งห้อยขาจิบกาแฟ มองดูช้างเดินไปเดินมา อากาศก็ดี เลยเป็นมุมโปรดค่ะ ทำให้ชีวิตได้พักผ่อนจากความวุ่นวายในเมือง เรียกว่าไปครั้งหนึ่ง 2 วัน ไม่เคยพอค่ะ (หัวเราะ) พยายามจะอยู่นานๆ”

ช้างตัวโปรด “ชื่อคุณยายคำปั้น แก่แล้วค่ะ อายุน่าจะประมาณ 80 เขาจะผอมมาก พิการหู เพราะหูขาดไปข้างหนึ่ง ตาบอด แต่เขาก็จำเกรซได้นะคะเดินเข้ามาหา อยู่นิ่งๆ ยืนให้ถ่ายรูป ช้างตัวนี้ เขาจะทรงนางแบบ สเลนเดอร์ (หัวเราะ) แขน ขา ยาว ไม่เหมือนช้างแก่ตัวอื่นๆ ที่จะอ้วน ซึ่งช้างแก่ก็จะถูกเอาไปไว้อีกที่หนึ่งเพราะว่าช้างวัยรุ่นค่อนข้างซน”

Activity ที่ห้ามพลาด “เดินค่ะ ช้างก็จะอยู่กันเป็นโขลง บางเชือกอยู่คู่ อยู่เดี่ยว แล้วแต่ ซึ่งเขาก็จะอยู่ตามจุดต่างๆ ควาญช้างก็จะพาเดินชม เล่าประวัติแต่ละตัวว่าเราไปช่วยมาได้ยังไง กิจกรรมก็จะเป็นประมาณ10 โมงเช้า อาบน้ำรอบหนึ่ง บ่ายสามอาบอีกรอบหนึ่งหรือพาไปเข้าป่า ตัดกล้วย ตัดอ้อย ให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตจริงๆ ว่ากว่าจะได้อาหารช้างมายากลำบากแค่ไหน ปอกแตงโม หั่นแตงโม ทำเค้กวันเกิดให้ช้าง ปั้นข้าวให้ช้าง เพราะช้างที่แก่แล้ว จะไม่สามารถกินกล้วย กินแตงโมเป็นลูกๆ ได้ เราต้องแกะเอามาขยำทำเป็นลูกบอล เพื่อให้เขากินง่าย รวมไปถึงกิจกรรทำความสะอาดโรงนอนช้าง ช่วยคุณหมอให้ยา ซึ่งเขาจะมีสัตวแพทย์ประจำ”

ข้อควรระวัง “ช้างเหล่านี้บ้างตัวถูกฝึกมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นเวลาเราจะเข้าไปหาเขา ต้องมีคนนำเข้าไป บางครั้งเขาอาจจะมีอารมณ์เกรี้ยวกราดบ้าง เพราะว่าเขามีสุขภาพจิต สุขภาพชีวิตที่ไม่ดีมาก่อน บางตัวเคยโดนหยิกหู แล้วคนไปจับหูเขาก็จะไม่ชอบ ซึ่งมีข้อห้ามเยอะค่ะ เพราะฉะนั้นที่นั่นจะมีไกด์คอยให้คำแนะนำ ว่าตรงนี้ทำได้นะ ตรงนี้ควรทำอย่างไร ต้องอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยงช้าง ควาญช้าง ทางที่มูลนิธิฯเองก็จะคอยตรวจกระเป๋าควาญช้างด้วย เพราะบางทีไม้เล็กๆ ก็เป็นอาวุธทำร้ายช้างได้ คือบางทีควาญช้างที่นั่นเขาอาจจะรับงานพิเศษ ทำแกะสลักไม้เป็นของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวซื้อ เพราะฉะนั้นไม้แกะสลักมันจะแหลม เราก็ต้องคอยตรวจคอยดูว่าเขาพกไปไหม คือ ก็เข้าใจนะคะ เพราะเขาก็ต้องหารายได้ เพื่อที่จะเอาเงินมาดูแลช้างด้วย เพราะช้างเชือกหนึ่งกินเยอะมาก เดือนหนึ่งต่อเชือก 3-4 หมื่นบาทได้”

ทำไมต้องมาที่นี่ “เสน่ห์ของมูลนิธิฯ ก็คือ ความแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งเกรซอยากให้คนลองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบนี้บ้าง ว่าเที่ยวเชิงอนุรักษ์จริงๆ เป็นแบบไหน แล้วมันสนุก มีคุณค่าทางจิตใจ หรือถ้าใครไปเที่ยวเชียงใหม่อยู่แล้ว ก็ควรจะลองมาที่นี่ดูนะคะ เป็นแบบ One Day Trip ก็ได้ แต่ต้องติดต่อล่วงหน้านะคะ ไม่สามารถ Walk In เข้าไปเลยได้ค่ะ เพราะถ้าไปแล้วเกรซว่าน่าจะประทับใจนะ เราได้เดินไปกับช้าง สังเกตพฤติกรรมเขา เราจะรับรู้ถึงความสุข
ของเขาจริงๆ”

เจ้าหน้าที่บริการ “การเดินทางอาจจะค่อนข้างยาก มีบางช่วงที่ไปกลับเลนเดียว ก็ต้องอาศัยคนที่ชำนาญทาง เพราะจริงๆ แล้วเป็นสถานที่ปิด เราต้องการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และบุคลากรที่อยู่ในนั้น เพราะว่าเราเป็นมูลนิธิที่คัดค้านการโชว์ช้าง แล้วที่เชียงใหม่ควาญช้างเยอะมาก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีกิจกรรมแบบนี้ แต่เราเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ มีต่างชาติซับพอร์ต ฉะนั้นต้องระมัดระวัง จะเดินดุ่มๆ เข้าไปไม่ได้เลย ต้องโทร.จองก่อน พี่เล็กแกก็ให้คนไทยเข้าฟรีค่ะไม่เสียค่าใช้จ่าย จะมีรถตู้รับ-ส่ง แต่ถ้าเป็นต่างชาติ One Day Trip ก็จะประมาณ 2-3 พันบาทค่ะ ”

เข้าใจคนกับช้างมากยิ่งขึ้น “ใช่ค่ะ เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องระหว่างคนกับช้าง อยู่กันแบบมีความสุข เพราะตอนนี้ก็มีปัญหาหลายอย่าง ระหว่างคนกับช้าง การที่เกรซไปอยู่ที่นั่น ทำให้เรามีความสุขมากๆ การได้นั่งมองช้าง 3-4 ชั่วโมง ไม่จับโทรศัพท์เลย สบายใจมากๆ เลยค่ะ”

เป้าหมายในอนาคต “เกรซอยากไป ดอยหลวง เชียงดาวค่ะ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ว่าจะไปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้ไปสักทีค่ะ เพราะการที่เราจะไปได้ ต้องใช้เวลาเดินทาง จะขึ้นไปแล้วลงภายในวันเดียวไม่ได้ และควรจะไปในหน้าที่อากาศดีๆ ค่ะ”

มากกว่าความสนุก “การท่องเที่ยวให้อิสระในอีกมุมมองหนึ่งค่ะ เหมือนให้เรารู้ตัวเองว่าร่างกายเราสามารถทำอะไรได้บ้าง บางคนการท่องเที่ยวอาจจะทำให้มีความสุขอย่างเดียว แต่สำหรับเกรซการท่องเที่ยวก็คือความสุขสุขภาพ บางคนขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆ แต่อย่างเกรซจะชอบเดิน เป็นความประทับใจที่แตกต่างกัน”

ฝากผลงาน “ตอนนี้ละครเรื่อง “หลงเงาจันทร์” กำลังเข้มข้นเลยค่ะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 HD กดเลข 35 ค่ะ”

บางครั้งที่ที่เรามองว่าธรรมดา อาจจะไม่ธรรมดาก็ได้ เพราะทุกที่มีความสวยงามซ่อนอยู่…

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘ชมพู- ชุติมณฑน์’ หลงเสน่ห์ธรรมชาติ เมืองน่าน

Published August 7, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/403530

ดาราพาเที่ยว : ‘ชมพู- ชุติมณฑน์’ หลงเสน่ห์ธรรมชาติ เมืองน่าน

ดาราพาเที่ยว : ‘ชมพู- ชุติมณฑน์’ หลงเสน่ห์ธรรมชาติ เมืองน่าน

วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ดาราพาเที่ยว” สัปดาห์นี้ได้สาวสวย ชมพู-ชุติมณฑน์ ประสานวรรณที่ดีกรีแน่นเอี๊ยด ไม่ว่าจะเป็นดรัมเมเยอร์ธรรมศาสตร์ปีล่าสุด และนางเอกสุดฮอตจาก MV เพลง TMRW ของ LAZYLOXY X OG-ANIC X URBOYTJ และ MV เพลง Bpo Bpo ของศิลปินหนุ่ม Benz Beantown (ทายาทเครือโรงแรมกะตะกรุ๊ป) รวมถึงเป็นหนึ่งในนางแบบทีมจีน่า-แบงค์ จาก THE FACETHAILAND ปีล่าสุด ที่อาสามาพาไปเที่ยว เมืองน่าน กันค่ะ

วางแพลนเที่ยว : ทริปนี้เกิดจากรุ่นพี่ที่รู้จักชวนไปค่ะ คือปกติเป็นคนชอบเที่ยวมาก แต่ช่วงนั้นไม่ค่อยมีเวลา จนบังเอิญมีวันว่าง 3 วันพอดี พี่เขาก็ชวนไปพักผ่อนที่น่าน ซึ่งเป็นที่ที่เราไม่เคยไป-มาก่อน แล้วเห็นว่าไม่ไกลมากด้วย ก็เลยขับรถไปกันค่ะ ซึ่งภาคเหนือ ปกติหนูไม่ค่อยได้ไปเลยค่ะ เพราะเราเป็นคนใต้(ภูเก็ต) เคยไปก็แต่เชียงใหม่ คือไปขึ้นดอยสุเทพแค่นั้นค่ะ

ออกเดินทาง : ระยะเวลาเดินทางไม่แน่ใจค่ะ เพราะหนูหลับ (หัวเราะ) หนูชอบหลับตอนเดินทางค่ะ

เข้าสู่น่าน : ต้องบอกก่อนว่า น่านเป็นเมืองที่มีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสูง เป็นเมืองรองที่คนยังไม่ค่อยเข้าไปเที่ยวกัน เพราะฉะนั้นจะไม่ได้มีสีสันเมืองกรุงเทพฯแล้วหนูเป็นคนชอบเที่ยวธรรมชาติอยู่แล้วด้วย พอไปถึง ประทับใจมากๆ กับความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบและอุดมสมบูรณ์ของที่นั่น เราไปพักกันที่รีสอร์ท บนเขาค่ะ มีแม่น้ำไหลผ่าน บรรยากาศดีมาก ตอนกลางคืนค่อนข้างหนาว คือประทับใจตรงที่ว่าเราทำงานหนักมา แล้วได้ไปพักผ่อนที่นั่น โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ได้ไปเห็นภูเขา แม่น้ำ ได้ผ่อนคลาย ถึงจะไปแค่ 3 วัน ก็รู้สึกฟินมากแล้วค่ะ อากาศดีมากๆ

สถานที่แนะนำ : ไม่ต้องไปไหนเลยค่ะ เพราะแค่ที่รีสอร์ทก็ฟินแล้ว อยู่แล้วอยากอยู่ต่อ เป็นโฮมสเตย์ที่เขาให้ความเป็นกันเองกับเรามาก เหมือนได้ไปอยู่บ้านญาติ ไม่เหมือนนอนโรงแรม แล้วอยู่ที่นั่นตื่นมาก็มีกับข้าว สำรับอาหาร วางรอไว้แล้ว อาหารก็เป็นอาหารเหนือพื้นบ้าน อร่อยมากค่ะ ถูกปากด้วย เพราะตอนแรกคิดเหมือนกันว่าจะกินได้ไหม เพราะเราติดรสอาหารคนใต้ แต่ผิดคาดค่ะ อร่อยทุกเมนูเลย ด้วยความที่บ้านหนูก็ไม่ได้อยู่ในเมืองเหมือนกัน ก็เลยชอบกินอาหารพื้นบ้าน เมนูอาจจะไม่ได้แปลกอะไรมากแต่เขาใช้วัตถุดิบที่ปลูกกันเอง เลี้ยงเองมาทำสดๆ พูดแล้วก็อยากทานอีกค่ะ

ทิวทัศน์ในความทรงจำ : ตรงที่เราพัก เขาจะพาเดินขึ้นไปบนเขา เหมือนเป็นจุดชมวิว ที่มองลงมาแล้วเห็นทุ่งนาโล่งกว้าง เขียวขจีไปหมดเลย คือไม่ต้องการอะไรแล้วค่ะ ภาพวิวตรงนั้นสวยมาก ให้นั่งมองทั้งวันก็ไม่เบื่อ ทำให้เรารู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก

เสพงานศิลป์ : ได้แวะไปชมแกลเลอรี่ภาพด้วยค่ะ โดยปกติแล้วเราไปเที่ยวเอง โดยที่ไม่มีใครพาไป ก็อาจจะไม่ได้เข้าไปสัมผัสอะไรแบบนี้ แต่ทริปนี้มีพี่พาไป เขาจัดทริปแล้วก็ไปกันเอง เลยรู้สึกเหมือนเราได้เปิดโลก ไปสู่อีกโลกหนึ่ง ได้เห็นอะไรใหม่ๆ มากขึ้น

อยากกลับไปอีก : ตอนนั้นไปแค่ 3 วัน ประทับใจมากค่ะ เลยทำให้อยากกลับไปอีก เพราะสมัยนี้หาบรรยากาศแบบนั้นได้ค่อนข้างยาก พอได้ไปอยู่ตรงนั้น ทำให้เราผ่อนคลาย รู้สึกสงบมากขึ้น ได้ชาร์จแบตเพื่อกลับมาทำงานได้เต็มที่

ให้เวลากับการท่องเที่ยว : ถือว่าน้อยมากค่ะ ปีที่แล้ว ที่ไปเที่ยวจริงจัง คือมีที่น่าน ที่เดียวเลยค่ะ นอกนั้นแว้บไปพัทยาบ้าง แต่ก็คือไปทานข้าว เลยไม่ได้เรียกว่าไปเที่ยว(หัวเราะ)

เป้าหมายต่อไป : อยากไปเที่ยวทะเลค่ะ เชื่อไหมคะ หนูเป็นคนภูเก็ต แต่ไม่ค่อยได้เที่ยวทะเลเลย เพราะว่าตอนนั้นยังเด็ก แม่เขาเป็นห่วง แล้วพอโตขึ้นมา เราย้ายมาอยู่กรุงเทพฯปุ๊บ ก็กลายเป็นว่าไม่ได้ไปเลย ตอนนี้ก็เลยอยากจะไปทะเลมากๆ โดยเฉพาะที่ภูเก็ตค่ะ แล้วก็อีกที่หนึ่งคือที่บ้านคุณยาย อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช อากาศดีมาก สดชื่นมาก ไปหาคุณยายก็เหมือนได้ไปเที่ยวเหมือนกัน เพราะบ้านคุณยายมีสวนมังคุด 100 ปี เป็นสวนมังคุดโบราณ แล้วมีมังคุดนอกฤดูด้วย บรรยากาศยังดิบๆ เหมือนน่านเลย ยังเป็นธรรมชาติอยู่ ไม่ได้ถูกปรุงแต่งอะไรค่ะ

ทริปครอบครัว : ตอนนี้คุณพ่อ-คุณแม่กลับไปอยู่ที่ใต้ค่ะ เวลาหนูว่างก็จะกลับบ้านมากกว่า ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันเพราะเขาก็รอให้เรากลับบ้าน แล้วได้กินข้าวฝีมือแม่ ฝีมือยาย โอ้โห…ไม่ต้องไปไหนแล้วค่ะมีความสุขที่สุด

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘โอบ-โอบนิธิ’ สะพายเป้ ล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

Published July 23, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/402013

ดาราพาเที่ยว : ‘โอบ-โอบนิธิ’ สะพายเป้ ล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

ดาราพาเที่ยว : ‘โอบ-โอบนิธิ’ สะพายเป้ ล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ ได้คิวทองพระเอกคนดัง โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ จากภาพยนตร์ แสงกระสือ (Inhuman Kiss) ที่กำลังสร้างความฮือฮาในหมู่คนดูหนังไทยกับการตีความของ “กระสือ” ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นต้องตีตั๋วไปพิสูจน์กันในโรงภาพยนตร์ แต่ที่ไม่ต้องรอคือทริปเที่ยวไอซ์แลนด์ของหนุ่ม “โอบ” ซึ่งพร้อมบอกเล่าประสบการณ์ล่าแสงเหนือ ให้แฟนๆ บันเทิงแนวหน้าได้ฟังกัน

เปิดทริป : ทริปนี้เริ่มขึ้นที่พี่ย้ง(ทรงยศ สุขมากอนันต์) อยากไปเที่ยวครับ แล้วเราก็มีหน้าที่ตามเขาไป(หัวเราะ) ผมก็มีอ่านรีวิวบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ตามๆ เขาครับ ไอซ์แลนด์ดูเหมือนเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะไปง่ายนะครับ แต่เอาจริงๆ แล้วยากพอสมควร โดยเฉพาะการไปแบบแบ๊กแพ็กที่พวกผมไปกันตอนนั้นเราไปกันประมาณอาทิตย์หนึ่ง

วางแผนการ : คนวางแผนการเดินทางทั้งหมดคือ พี่ย้ง กับพี่ปิง (เกรียงไกร วชิรธรรมพร) ซึ่งที่พักแต่ละที่พี่ย้งค่อนข้างจะสติ๊กนิดหนึ่ง เราย้ายที่พักกันไปเรื่อยๆ เป็น Road Trip เพราะไอส์แลนด์เป็นประเทศแบบวงกลม เวลาเที่ยวก็จะเดินทางด้วยการขับรถไปกัน

จุดประทับใจ : มีหลายจุดมากเลยครับ เวลาขับรถไป เราก็จะเจอภูมิประเทศที่แปลกๆ เยอะ อย่างเช่นขับไปก็เจอหิมะ เจอทุ่งหญ้า เจอภูเขา เจอทะเล เรียกว่าภูมิทัศน์หลากหลาย
มีหลายแบบมาก ในประเทศเดียว

อุปสรรค : เดินทางยากครับ เราต้องบินไปลงประเทศในยุโรปก่อน แล้วต่อเครื่องบินเข้าไป เพราะไม่มีสายการบินไหนจากไทยตรงไปไอซ์แลนด์ พวกเราบิน 12 ชั่วโมงไปลงที่ลอนดอนกัน แล้วต่ออีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง ไปถึงไอส์แลนด์

ผู้คนในไอซ์แลนด์ : ไม่ค่อยเจอคนเลยครับ เจอแต่ม้ากับแกะ (หัวเราะ) ประชากรในประเทศเขาค่อนข้างน้อย น้อยกว่าแกะกับม้าอีกนอกจากคนน้อยแล้ว เขาไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษด้วย คือพูดภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง

อาหารการกิน : กินยากมากครับ หมูไม่ค่อยมี มีแต่ไก่ ปลา ม้า เนื้อปลาวาฬ เพราะเป็นเขตประมง อาชีพหลักของคนไอส์แลนด์คือประมง ปลาแซลมอนจะเยอะมากผักก็เยอะ แล้วผมเป็นคนไม่กินผัก (หัวเราะ) ราคาอาหารก็ค่อนข้างแพง เพราะด้วยความที่ค่าครองชีพเขาค่อนข้างสูง มื้อหนึ่งตกเกือบ 300-400 บาทครับ

เฝ้ารอแสงเหนือ : แล้วแต่คนครับ บางคนไปอาทิตย์หนึ่งก็ไม่เจอ แต่ของผมโชคดีครับ ขึ้นหลังโรงแรมเลย แต่ผมไป 7 วันได้เห็นแค่ 2 วันนะครับ วันที่ 2 ต้องออกไปตามล่า เขาจะใช้คำว่า Haunting Aurora ออกไปขับรถตามจุดที่มีคลื่นแรงๆ มีแอพพลิเคชั่นคอยดู ตรงไหนคลื่นแรง ตรงนั้นจะมีรถจอดเต็มไปหมด เพื่อรอดูแสงเหนือกัน แล้วภาพที่เห็นตรงหน้า มันสวยกว่าในรูปเยอะ ภาพในรูปเป็นภาพนิ่ง แต่จริงๆ แล้วพอไปดูแสงเหนือจะเคลื่อนไหวได้ มันสามารถเป็นแดนซิ่งออโรร่าได้ครับ คนชอบคิดว่าแสงเหนือ เห็นปุ๊บสีเขียวเลย แต่จริงๆ ไม่ใช่นะครับ เขาจะเป็นแสงสีเทาๆ แต่ถ้าเราถ่ายในสปีดชัตเตอร์ต่ำๆ ถึงจะเห็นเป็นสีเขียว หรือถ้าช่วงนั้นแรงมากๆ สีก็จะต่างออกไปจากสีเทา

สิ่งที่ได้จากการออกเดินทาง : การท่องเที่ยวของผมคือความสนุกครับ ผมเป็นคนไม่ค่อยอยู่กับที่ การไปเที่ยวคือได้พักผ่อน ไปได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ เอ็นจอยกับโมเม้นต์นะตรงนั้น

เพื่อนร่วมทาง : คนส่วนใหญ่เวลาไปเที่ยวด้วยกัน จะบอกได้ว่าคนคนนี้เข้ากับเราได้ไหม บางคนเคยแตกคอกันเพราะไปเที่ยวก็มีเยอะแยะ บางคนไปแล้วชอบ ก็ไปเที่ยวด้วยกันต่อ เพราะฉะนั้นจะไปไหนกับใคร ก็ต้องศึกษาใจคอกันนิดหนึ่ง ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปเที่ยวกับใครก็ได้ เพราะไลฟ์สไตล์ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เป้าหมายต่อไป : ตอนนี้อยากไปนิวซีแลนด์ครับ ไปเกาะทางใต้ อยากไปดูธรรมชาติสวยๆ ถ้ามีโอกาสนะครับก็จะไปเพราะการเที่ยว ผมว่าเราไปได้เรื่อยๆ เพียงแต่ต้องวางแพลน วางโปรแกรมถ้าวางล่วงหน้าก็จะเป็นทริปใหญ่ หนีไปเลย 2-3 อาทิตย์ กับครอบครัวก็ไปกันทุกปีครับ อย่างปีที่แล้วไปกระบี่กันมา ปีนี้อยากพาไปไกลบ้างๆ ครับ

ไกด์หล่อบอกต่อด้วยค่ะแต่เสียดายไกด์คนนี้มีเจ้าของหัวใจติดป้ายจองแล้วว่า “มะปราง-อลิสาขุนแขวง” อุ๊ปส์!!

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘อ้วน-รังสิต’ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ควงภรรยาลั้ลลาที่เกาหลีใต้

Published July 12, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/400424

ดาราพาเที่ยว : ‘อ้วน-รังสิต’ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ควงภรรยาลั้ลลาที่เกาหลีใต้

ดาราพาเที่ยว : ‘อ้วน-รังสิต’ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ควงภรรยาลั้ลลาที่เกาหลีใต้

วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เผลอแป๊บเดียว พระเอกหนุ่มหล่อ อ้วน-รังสิต ศิรนานนท์ แต่งงานครบปีแล้วค่ะคุณสามีจึงไม่พลาดที่จะสร้างความทรงจำดีๆ กับภรรยาสุดที่รัก ส่วนจะโรแมนติกและหวานซึ้งแค่ไหน ตามไปดูทริปหวานปนฮาที่น่ารักสุดๆ ของทั้งคู่กันค่ะ

ทริปฉลองครบรอบแต่งงาน “พอดีว่าช่วงนั้น ไปงานแต่งงานของน้องชายภรรยา (ปาร์ค ฮยอน ซอน) ที่เกาหลีใต้ ก็เลยได้เที่ยวด้วย แล้วช่วงที่ไปเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก็ใกล้วันครบรอบแต่งงานของเราพอดี เลยถือโอกาสถ่ายครบรอบแต่งงาน 1 ปี ด้วยเลย”

โรแมนติกหวานซึ้ง “ไม่หรอกครับ (ยิ้ม) คือเบื้องหลังทั้งฮาทั้งเหนื่อย แล้วก็ขำกันตลอด (หัวเราะ) คือภรรยาผมเป็นนางแบบ แล้วก็รู้จักกับสตูดิโอถ่ายภาพ เขาก็เลยถ่ายให้ฟรี ซึ่งเขาจัดเตรียมให้เราทุกอย่างเลยนะ ทำฉาก มีลูกโป่ง แล้วก็มีเค้กให้ด้วย แล้วผมก็ถ่ายคลิปวีดีโอไว้ ทำ เอ็มวี ขำๆ ลงไอจีโซเชียลมีเดียของตัวเอง”

ร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกัน“คือผมไปเห็นคลิปหนึ่ง แล้วผมรู้สึกว่าเฮ้ย…เจ๋งดี ก็เลยลองหาสถานที่บรรยากาศสวยๆ ถ่ายกันก็น่าจะดี เท่นะ เลยได้เป็นสวนสาธารณะ กับเมียงดง ตอนถ่ายเราก็ตั้งกล้องถ่ายกันเอง (หัวเราะ) ซึ่งตอนถ่ายที่เมียงดงนี่อายคนมาก เขาคงคิดว่า เอ๊ะ..มันทำอะไรกัน มาจับหมุนจับเหวี่ยง เพราะตรงเมียงดงคนเยอะ แล้วคนไทยก็เยอะด้วย เราก็อาย คนไทยก็เห็นเราเยอะ เลยรีบทำรีบเสร็จ (หัวเราะ) แต่ที่เป็นสวนสาธารณะก็จะเงียบๆ หน่อย ไม่มีคน จะมีเวลาถ่ายนานหน่อย คือเป็นสวนสาธารณะที่มีแต่คนเกาหลี แล้วไม่ได้เป็นสวนที่คนไทยรีวิวเท่าไหร่ สวนนี้จะอยู่ใกล้ๆ สนามบินอินชอน ผมกับภรรยาก็ไปถ่ายวีดีโอ ถ่ายรูปหามุมสวยๆ กันไปเรื่อยๆ เพลินดีครับ”

หมั่นเติมความหวานกันต่อเนื่อง “ด้วยความที่เขาเป็นคนหวาน มีความโรแมนติก แล้วก็ชอบที่จะโรแมนติกมันก็เลยต้องบังคับให้เรามีบ้าง เพราะว่าเราก็ต้องทำให้เขามีความสุข ก็เลยต้องมีนิดหนึ่งครับ”

ตะลอนกินตะลอนเที่ยว “ไม่ได้ไปไหนเยอะครับ จะเป็นสวนสาธารณะอย่างที่บอก แล้วก็เมียงดงช็อปปิ้ง ไปกินปลาหมึกขยับได้ อร่อยนะ แรกๆ ผมก็ไม่กล้ากิน กลัวมาก ไม่เอาเลย ตอนหลังเล่นกันไป-มาก็ต้องกิน พอกินแล้วก็โอเค (ยิ้ม)”

ที่ที่อยากไปให้ได้ในชีวิตนี้ “หลายที่นะครับ แต่ถ้าสักครั้งหนึ่งในชีวิต ก็น่าจะเป็นทางขั้วโลก แล้วก็คาบสมุทรแอนตาร์กติก ไปพิสูจน์ชีวิตชาวเอสกิโม ไปดูแสงเหนือที่รัฐอลาสกา ที่ไหนที่คน
ไม่ค่อยไปแล้วไปยากๆ นั่นแหละที่ผมอยากจะไป แต่มันแพง (หัวเราะ) ฉะนั้นงบน้อย เลยต้องไปเมืองที่ค่าตั๋วไม่แพงมาก”

ไปแล้วติดใจ “ผมรู้สึกว่าคนไทยรวมถึงตัวผม เวลาไปไหนมาไหนจะชอบ ญี่ปุ่น อย่างตัวผมจะรู้สึกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ดีที่สุด ตั๋วเดินทาง งบประมาณ สถานที่ อาหาร อากาศ ความปลอดภัย ครบทุกอย่าง ใกล้ชีวิตเรา ไม่อันตราย สนุกอาหารอร่อย เมืองสวย สะอาด ผมว่าญี่ปุ่นดีที่สุด รองลงมาก็คือ เกาหลีใต้ ก็ได้บรรยากาศอีกแบบนะ”

สไตล์เที่ยวที่ชอบ “ผมเป็นคนชอบเที่ยวแบบ Adventure ชอบเที่ยวที่ที่ไม่เคยไป ซึ่งมันจะทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ แต่ถ้าที่ไหนที่เคยไปแล้ว ผมจะรู้สึกเบื่อมาก อย่างเมืองไทย ผมไปมาเกือบทุกจังหวัดแล้ว ไปมาตั้งแต่เด็กๆ เลย เพราะตอนนั้นผมเป็นนักกีฬา ก็จะตระเวนไปแข่งที่นู่นนั่นนี่ ก็จะได้เที่ยวไปในตัวด้วย ก็ไป-มาเกือบทั่วหมดเลย ภาคใต้ ภาคเหนือภาคอีสาน ตะวันออก ตะวันตก ก็เลยไม่ค่อยชอบเที่ยวไทยเท่าไหร่ แต่ก็มีไปบ้าง พวกทะเล เพราะเป็นคนชอบเที่ยวทะเล ซึ่งจะออกไปทางทะเลภาคใต้ครับ”

คำแนะนำก่อนออกเดินทาง “เตรียมที่พักถูกๆ แล้วกันครับ เพราะว่าทุกอย่างอยู่ที่งบเรื่องที่พัก เพราะถ้าเรามีที่พักถูกๆ ก็เที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบอะไรมาก ถ้าเราจองที่พักแพง นอกจากจะไม่ได้อยู่ไม่ได้นอนเต็มที่แล้ว ไหนจะต้องรีบเที่ยวด้วย ถ้าที่พักถูกก็สามารถใช้ชีวิต Slow Life ได้ด้วย ส่วนแผนเที่ยวก็วางนิดหน่อยพอ วันหนึ่งก็ที่สองที่ ไม่เกินนี้ ผมไม่ชอบอะไรที่เร่งรีบ เพราะไม่งั้นก็จะไม่เหมือนเที่ยว จะเป็นการตามล่าสถานที่ ผมจะไม่เที่ยวแบบฮาร์ดคอร์เด็ดขาด เหนื่อย”

ฝากผลงาน “ตอนนี้มีละครเรื่อง “กลลวงทวงหนี้รัก” ทางช่อง 3 ออนแอร์อยู่ครับ ซึ่งเรื่องนี้จะรับบทเป็น อัศวินออกแนวโรแมนติกดราม่า แล้วก็จะมี“รักจังเอย” ออนแอร์เร็วๆ นี้ ฝากติดตามทั้งสองเรื่องด้วยนะครับ”

ทุกการเดินทางทำให้เราเจออีกมุมโลกที่แปลกใหม่ ได้เรียนรู้และฝึกฝนตัวเอง ให้รู้จักที่จะใช้ชีวิตกับทุกการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีสติ

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ตาม…ดีเจเทมส์ สรรพกิจ ดูฉลามวาฬที่ ‘เกาะเซบู’

Published July 8, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/398878

ดาราพาเที่ยว : ตาม...ดีเจเทมส์ สรรพกิจ ดูฉลามวาฬที่ ‘เกาะเซบู’

ดาราพาเที่ยว : ตาม…ดีเจเทมส์ สรรพกิจ ดูฉลามวาฬที่ ‘เกาะเซบู’

วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ไปเยือนครั้งแรกก็ทำเอา ดีเจเทมส์สรรพกิจ แห่งคลื่น FM ONE 103.5 ประทับใจเป็นที่สุด กับการได้ท่องเที่ยว “เกาะเซบู” ของ ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับความสวยงามของทะเลเซบูแล้ว ยังได้ว่ายน้ำกับฉลามวาฬอย่างใกล้ชิด แต่กว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทาง ก็เล่นเอาหนุ่มเทมส์ถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว บรรยากาศตลอดการเดินทางของเขาจะสนุกตื่นเต้นแค่ไหนไปดูกัน

เที่ยวตามรีวิว “ผมเป็นคนชอบศึกษาค้นคว้าจากรีวิว ที่เขามาโพสต์ๆ กัน ไม่ว่าจะตามพันทิป หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วผมก็พยายามทำตามให้ได้หมดทุกอย่าง แต่ก็อาจจะมีแหวกแนวบ้าง อย่างการไปเที่ยวฟิลิปปินส์ คนส่วนใหญ่จะไปยังมะนิลากัน แต่ครั้งนี้ผมไปที่ เซบู สิ่งที่ประทับใจคือได้ดูฉลามวาฬ แล้วฉลามวาฬในที่นี้ไม่ใช่ฉลามวาฬธรรมชาติ เป็นฉลามวาฬที่เขาเลี้ยงให้อาหารทุกเช้า มีการดำน้ำไปดู มีหลายกิจกรรมให้ทำสนุกตื่นเต้นดีครับ”

ชุลมุนตั้งแต่เริ่มเดินทาง “ตอนนั้นที่ไป ก็ Backpackers หน่อยๆ ครับ เพราะผมไปแบบไม่มีการจองรถตู้ ไม่มีการจองใดๆ กะว่าไปตายเอาดาบหน้า พอไปถึงวันแรกนอนที่กรุงมะนิลาก่อน บรรยากาศและการจราจรในเมืองเขารถติดมากๆก็เลยย้ายไป เซบู ตามแพลน แต่กว่าจะถึงก็ต้องต่อรถหลายต่อมาก นั่งวนไปครับกว่าจะถึง นั่งรถทัวร์จากตรงนั้น เข้าไปในตัวที่พักที่เซบู ซึ่งก่อนจะถึงที่พักประมาณสองป้าย ด้วยความหิวโหยก็เลยขอลงก่อน เพราะจะแวะเซเว่น แต่พอจะกลับปุ๊บ อ้าว..ไม่มีรถทัวร์รถบัสวิ่งผ่านเลย ทำยังไงดี ก็ถามคนแถวนั้น ปรากฏว่าได้พี่คนหนึ่งมานำทางไปที่พัก ผมก็เลยจ้างเขาเป็นไกด์ส่วนตัวในทริปนี้เลย”

ลุยต่อไม่รอแล้ว “วันรุ่งขึ้น ไกด์คนนี้ก็พาเราไปขึ้นยอดเขาแห่งหนึ่ง แล้วปรากฏว่าฝนตก (หัวเราะ) ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เหมือนจะสวยงามนะ แต่ก็มีอุปสรรค (หัวเราะ) แต่ผมรู้สึกว่ามัน
สนุกนะ เราได้ลุยเต็มที่ เจออะไรที่ไม่คาดคิด ไม่ใช่เป็นไปตามภาพที่เห็น หรืออ่านรีวิวมาโอเคมันอาจจะสวย 60% แต่อีกเปอร์เซ็นต์ที่เหลือคือความสนุก เราได้เห็นน้ำตกที่สวยจริงๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ธรรมชาติที่สวยงาม น้ำใสมากเป็นสีมรกต พอดำลงไปมันสวยมาก น้ำเย็น เหมือนได้พักผ่อนจริงๆ ซึ่งผมว่านะเป็นอีกทริปที่เหมือนได้มากกว่าไปญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเราจะรู้หมดแล้วว่าเดินทางยังไง ใช้เจอาร์พาส ซื้อตั๋วต่างๆ เหมือนง่ายไปหมด แต่อันนี้แบบต้องนั่งรถทัวร์ ต่อมอเตอร์ไซค์ ก็อยู่ที่นั่นประมาณ 6 วัน 5 คืนครับ”

ออกนอกแลนด์มาร์ค “เซบูตอบโจทย์การท่องเที่ยวผมนะ แม้ว่าผมไม่ชอบการดำน้ำ เพราะผมกลัวปลา เราว่ายน้ำยังไงก็เร็วกว่าปลาไม่ได้ แต่ถ้าวิ่งก็ยังไหว ถ้าใครชอบที่นี่ก็น่าสนใจ การดำน้ำแล้วได้เห็นฉลามวาฬที่เขาเลี้ยงก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราก็เป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งในโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกเยอะ นี่แค่ที่เดียวเองนะ ผมก็พยายามจะเก็บหลายๆ ที่ที่คนเขาไม่ค่อยไปกัน แล้วผมเป็นคนที่ชอบเที่ยวด้วยการเดินเขา ไม่ค่อยชอบการดำน้ำเท่าไหร่ ส่วนแฟนจะค่อนข้างขี้เกียจหน่อย แต่เราก็จะเป็นคนที่บอกว่าไปเถอะ ได้ลดน้ำหนัก ได้เพิ่มความแข็งแรง และได้เห็นอะไรที่คนธรรมดาเขาไม่เห็นกันด้วย ชวนกันออกไปเปิดหูเปิดตา”

เกือบไม่ได้กลับบ้าน “ตอนขากลับผมซวยอีกครับ คือผมซื้อตั๋วที่เป็นโปรโมชั่น แล้วเหมือนเขามีการเช็คอินกันจน Flight นั้นเต็มหมดเลย ที่นั่งที่ผมจองไว้ไม่มี อ้าว! ไม่ได้กลับบ้านสิ หลังจากนั้นเขาก็ให้ Voucher เป็นที่พักจากสายการบินนี้ ให้ไปพักในเมืองรอ ก็อยู่ฟรีกินฟรีรอพรุ่งนี้ ซึ่งผมก็ต้องโทร.ลางาน เพราะไม่ได้กลับตามกำหนด แล้วเขาก็ให้รถรับ-ส่งอย่างดี แถมได้นั่งชั้น Business ได้สิทธิพิเศษส่วนลดในการซื้อตั๋วครั้งต่อไปด้วย แต่ต้องใช้สายการบินนี้เท่านั้นนะ และต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่มะนิลา (หัวเราะ) งงมาก (หัวเราะร่วน) สุดท้ายก็ได้กลับบ้านแหละครับ แต่กว่าจะได้กลับก็วุ่นวายนิดหน่อย ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตในการท่องเที่ยวของเราไป”

เซบู ทำให้หลงรักการเดินป่า “การที่ผมหลงรักการเดินเขา มันเริ่มแรกมาจากไปเที่ยวเซบูครั้งนี้ เพราะผมเป็นคนชอบเที่ยวธรรมชาติ ยิ่งถ้าได้เดินเขา รู้สึกว่านี่แหละเรา แต่ตอนดำน้ำ เรากรี๊ด (แบบกลัว) พออยู่ใกล้ๆ ฉลามวาฬเรากรี๊ดก็เลยรู้สึกว่าเราชอบปีนเขามากกว่า แล้วเราก็เกิดปีแพะด้วย ก็น่าจะเกี่ยว (หัวเราะ) แต่ด้วยเวลาและภาระหน้าที่ก็ต้องมีการวางแผนหน่อย ว่าเราจะใช้ช่วงไหนดีที่สุด ปีหนึ่งก็น่าจะเที่ยวสักสองสามที่ครับ”

สักครั้งของนักปีนเขาที่อยากพิชิต“อยากไปเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย เป็นเขาสำหรับเทรคกิ้งอยู่แล้ว ผมแพลนไว้ว่าปีนี้น่าจะมีโอกาสได้ไปนะ น่าจะเป็นช่วง กรกฎาคม ที่ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะใช้เวลากันประมาณสองอาทิตย์ แต่ผมน่าจะประมาณ 7 วัน คือที่นี่มีคนอยากไปเยอะมาก สำหรับคนที่ชอบเทรคกิ้ง อากาศติดลบ เพราะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะมาก เป็นอีกเขาหนึ่งที่ท้าทายผมคุยกับเพื่อนนะ เขาบอกว่า เอาตังค์สองสามหมื่นไปอิตาลี สวิส ดีกว่าไหม ซึ่งผมว่าอันนั้นไปเมื่อไหร่ก็ได้นะ แต่สำหรับที่นี่ต้องพร้อมจริง ถ้าเราไม่มีกำลัง ก็จะไม่ได้ไป ฉะนั้นต้องรีบไปตอนนี้แหละครับ”

ขอให้หนุ่ม “เทมส์” ได้ไปพิชิตยอดเขาสมความตั้งใจนะคะส่วนทางนี้ขอเป็นกำลังใจ และเฝ้ารอชมภาพสวยๆ ดีกว่าค่ะ เรื่องที่สูงนี่ ไม่สู้จริงๆ บรึ๋ยส์!!

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘โบว์-เมลดา’ควงคุณแม่ ล่องทะเลใต้ครั้งแรก

Published July 1, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/397325

ดาราพาเที่ยว : ‘โบว์-เมลดา’ควงคุณแม่ ล่องทะเลใต้ครั้งแรก

ดาราพาเที่ยว : ‘โบว์-เมลดา’ควงคุณแม่ ล่องทะเลใต้ครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวสัปดาห์นี้ ได้นางเอกสาวหน้าใส โบว์-เมลดา สุศรี มาทำหน้าที่เป็นไกด์ เผยถึงทริปที่ลืมไม่ลง กับการเดินทางไปท่องทะเลภาคใต้ ซึ่งทำให้เธอได้เปิดประสบการณ์ใหม่และเรียนรู้แก้ไขปัญหาเพื่อเอาตัวรอด นับเป็นอีกหนึ่งบันทึกหน้าสำคัญที่เธอเผยว่าทั้งตื่นเต้นและท้าทาย

ทำงานแล้ว ขอเที่ยวบ้าง “ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาค่ะ หนูไปทำงานที่งานกาชาด จังหวัดกระบี่ ช่วงข้ามปีเสร็จงาน พอมีเวลาว่าง ก็เลยนั่งเรือออกไปเที่ยวเกาะกัน ไปตามเกาะต่างๆ อยู่กลางแจ้งทั้งวันเลยค่ะ แล้วก็ลืมไปว่าต้องไปงาน เอเชี่ยน เทเลวิชั่นอวอร์ด ซึ่งต้องใส่ชุดโชว์ผิว พอกลับมาถึงบ้าน ผิวเป็นทูโทนเลยค่ะ (หัวเราะ) ต้องฟื้นฟูกันใหญ่เลยคือตอนเที่ยวก็สนุกไง ถึงอากาศจะร้อนก็สู้ตาย แล้วเสื้อที่ใส่ไปก็สบายๆ ไม่มีเสื้อคลุมด้วย ปรากฏว่าดำเลยค่ะ กลับมาแม่ดุชุดใหญ่ (หัวเราะ)”

ล่องทะเลใต้ครั้งแรก “เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่ได้นั่งเรือออกไปเที่ยวแบบนี้เพราะหนูไม่เคยไปทะเลทางภาคใต้เลย ส่วนใหญ่จะไปแต่งานอีเว้นท์แล้วก็กลับ พอได้ไปเห็นแล้วสวยมาก ยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่ บางเกาะก็ยังไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า เพราะเขายังปรับปรุงระบบนิเวศอยู่ เราก็ทำได้แค่ยืนมองอยู่ในเรือค่ะ”

พายเรือ ใกล้ชิดผืนน้ำ “ยังอยากกลับไปอีกเลย อยากไปพายเรือ เพราะตอนที่หนูไป เขาบอกว่าน้ำลง ไม่สามารถที่จะพายเรือรอบเกาะได้ คือหนูชอบพายเรืออยู่แล้ว พายเป็นตอนเล่นละครเรื่อง“คาดเชือก” ตอนนั้นต้องอยู่กับน้ำ แล้วต้องพายเรือเข้าฉากไปวัดไปบ้าน ซึ่งพายจริงๆ ซ้อมกันจนพายเป็นเองเลยค่ะ บังคับถอย เลี้ยวซ้าย ขวาทำได้หมด สตาร์ทเรือหางยาวเอง ก็เลยได้ใช้วิชาตั้งแต่นั้นมาแม่ก็ชอบเลยค่ะ บอกว่า “พายเรือเก่งนะ ถ้าน้ำท่วมโลกก็ไม่กลัวแล้ว” วันนั้นเลยได้พายให้แม่นั่งนิดหน่อยค่ะ”

ดำน้ำดูโลกใต้ท้องทะเล “ในทริปก็จะมีดำสน็อกเกิ้ลด้วย เราก็ไปดำน้ำกันซึ่งแม่ดำนานมาก จนหนูคิดว่าแม่จมน้ำ คือ แม่เอาหัวลงน้ำแล้วก็ไม่ขึ้นเลย คือเขาหายใจทางปากผ่านสน็อกเกิ้ล แม่ก็ดำอยู่อย่างนั้น แต่แบบว่านานมาก หนูเลยตกใจนึกว่าแม่จมน้ำ (หัวเราะ) ปรากฏแม่บอกว่าใต้น้ำสวยมาก แม่เลยดำนานไม่โผล่หัวขึ้นมาเลย แล้วแม่ยังบอกอีกว่า แม่กลืนน้ำลายจนอิ่ม เพราะเห็นปลานกแก้วแล้วอยากกิน (หัวเราะ) คือสมัยก่อนแม่บอกว่าแม่เคยกินที่โรงแรมค่ะ เนื้ออร่อยมาก ซึ่งเมื่อก่อนไม่ผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันเป็นปลาอนุรักษ์แล้วค่ะ แล้วก็เจอพวกหอยเม่นซึ่งหนูก็เคยกินไข่หอยเม่นแค่ครั้งเดียวตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น พอดำน้ำเห็นสิ่งเหล่านี้ก็จะแบบ ตัวไหนมีไข่นะหิวน้ำลายไหลเลย (หัวเราะ)”

ประสบการณ์ความตื่นเต้น “วันนั้นที่เราไป มีเรือลำหนึ่งน้ำมันหมดอยู่กลางทะเล แล้วโทรศัพท์เขาโทร.ออกไม่ได้ ไม่มีสัญญาณ ฉะนั้นก็ต้องรอเรือลำอื่นผ่านมาเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเรือพวกเราที่ผ่านไปเจอ ตอนแรกหนูเห็นคนโผล่หัวออกมาประมาณ 5 คน สักพักกลายเป็น 10 กว่าคน อยู่ในเรือลำนั้น นึกในใจเรือมีท้องเหรอ (หัวเราะ) เขาก็ย้ายคนมาขึ้นเรือลำที่หนูอยู่ แล้วก็พาไปส่งที่เกาะ จากนั้นเรือเราก็ไปลากเรือลำนั้นกลับเข้าฝั่งเพื่อไปเติมน้ำมัน ซึ่งจากการสอบถามเขาบอกว่ารอมาประมาณชั่วโมงกว่าแล้วค่ะ โชคดีที่เรือเราเป็นลำใหญ่ เลยได้ช่วยเขากัน ถ้าเป็นเราตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น คงช็อกค่ะ อยู่กลางทะเลแบบนั้น”

คืนเคานท์ดาวน์ “ช่วงอยู่ที่นั่น ก็กะว่าจะได้ดูพลุสวยๆ ริมทะเลในคืนสิ้นปี แล้วก็วางแผนจะรอดูอยู่ที่โรงแรมแต่ปรากฏว่ามุมตรงโรงแรมไม่เห็นอะไรเลยค่ะ (หัวเราะ) ได้ยินแต่เสียง หันซ้าย หันขวา หมุนรอบตัว หายังไงก็ไม่เห็นเลยกลายเป็นวันสิ้นปีอีกบรรยากาศหนึ่ง คือนั่งกิน นั่งคุยกัน แล้วก็แยกย้ายกลับห้องนอนค่ะ (หัวเราะ)”

ต้องไปพิชิตให้ได้ในสักวัน “อยากไปเชียงดาวค่ะ เพราะหนูเป็นคนชอบท้องฟ้า ชอบดูดาว แล้วเห็นใครๆ เขาก็ไปถ่ายรูปกันสวยๆ ทั้งนั้น แต่ตัวหนูไม่รู้ไปถ่ายเองจะสวยไหมนะคะ (หัวเราะ) แต่แค่ขอได้ไปมองก็พอใจแล้วค่ะ”

“หยินหยาง” ว่าไม่ต้องกลัวรูปไม่สวยหรอกค่ะ เพราะแค่เอ่ยปาก ก็มีคนอยากต่อแถวสมัครเป็นช่างภาพให้ฟรีๆ เพียบเจ้าค่า

หยินหยาง

%d bloggers like this: