ชายคาพระพิรุณ

All posts tagged ชายคาพระพิรุณ

ชายคาพระพิรุณ : 4 มีนาคม 2562

Published March 13, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/399024

x

ชายคาพระพิรุณ : 4 มีนาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากกรณีที่หลายฝ่ายออกมาคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ข้าว เพราะมองว่าจะสร้างปัญหาให้กับชาวนา และอยากให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชะลอการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อนนั้น ในที่สุดเพื่อความสบายใจของสังคม ที่ประชุม สนช.เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ได้ยุติการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าว และปล่อยเรื่องไว้ในสภาฯ ให้เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา โดยนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสนช. ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ… เปิดเผยว่า ได้หารือกับทีมงานแล้ว เห็นว่าเมื่อสังคมยังไม่สบายใจ ไม่เข้าใจในตัวร่างพ.ร.บ.ข้าว อาจเกิดเหตุเข้าใจผิด จึงขอเลื่อนการพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนด…ก็ถือว่าเหมาะสมครับ หากมีประเด็นที่สังคมเคลือบแคลงใจ และข้อกฎหมายไม่ชัดเจน กำกวม ก็ควรถอย ค่อยๆ พิจารณากันใหม่ เรื่องของชาวนา เรื่องของข้าว เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนไทย ผิดพลาดไป ได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ เองก็มีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว ถ้าวัตถุประสงค์ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มันดีจริง เป็นประโยชน์ต่อชาวนา ต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยจริงๆ ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง และเห็นว่าสมควรแล้วที่รอให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาอีกที…

กระทรวงเกษตรฯ ผุดไอเดีย Thai Soil Partnership สนับสนุนการดำเนินงาน ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งเอเชีย (CESRA) เพื่อขับเคลื่อนงานอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว มีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเดินทางไปเป็นประธานการประชุม สมัชชาดินโลก แห่งภูมิภาคเอเซีย ( ASIA Soil Partnership Assembly Meeting ) ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 2562 ณ National Agriculture Science Center Complex กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย พร้อมด้วย นายพิทยากร ลิ่มทอง ที่ปรึกษากรมพัฒนาที่ดิน และคณะผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน โดยที่ประชุมได้แสดงความชื่นชมและกล่าวขอบคุณประเทศไทย และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่ได้จัดตั้งและมอบรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ทุกวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ณ ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นรางวัลที่สำคัญของโลก ในการสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของดินเพื่อความมั่นคงอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบโครงสร้าง วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และพันธกิจของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งเอเชีย (CESRA) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยให้ CESRA เป็นศูนย์กลางข้อมูลดิน การวิจัยที่เป็นเลิศ และแหล่งเรียนรู้ด้านดินของเอเชีย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของประเทศสมาชิกและสนับสนุนภารกิจของ ASP (ASIA SOIL PARTNERSHIP) ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้นำเสนอแนวคิดการจัดตั้ง Thai Soil Partnership เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ CESRA พร้อมทั้งเชิญชวนประเทศสมาชิกจัดตั้ง National Soil Partnership ในประเทศของตน โดยมีประเทศที่แสดงความสนใจ เช่น อินเดีย ลาว ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งประธาน ASP ได้เสนอให้นำแนวทางการจัดตั้ง National Soil Partnership บรรจุไว้ในโครงสร้างและแผนดำเนินงานของ CESRA เพื่อการขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ตลอดทั้ง ฝ่ายไทยยังได้นำเสนอตัวอย่างแนวคิดของประเทศไทยในการจัดกิจกรรม เพื่อแสวงหาเงินทุนสนับสนุนการดำเนินงานของ CESRA ได้แก่ การจัดแข่งขันวิ่งการกุศล CESRA Country Road Run : Run for Healthy and Healthy Life และการจัดตั้งสมาคมวันดินโลก ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ที่หลากหลาย นับเป็นแนวทางกิจกรรมใหม่ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การผลิตสินค้าเกษตรและการบริโภคอาหารปลอดภัย นำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรง และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเห็นควรส่งเสริมแนวทางดังกล่าวเป็นต้นแบบขยายผลไปยังประเทศสมาชิกอื่นๆ ต่อไป

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ฝากแจ้งข่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร จะจัดงานบริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ครั้งที่ 1 ประจำปี 2562 ในวันที่ 7 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ต.ภูผาม่าน อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น โดยจะนำช่างเกษตรท้องถิ่น ระดับ 3 ที่ผ่านการอบรมจากกรมมาให้บริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรแก่เกษตรกรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรเกษตรของเกษตรกร นอกจากนี้ภายในงานยังมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้และบำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตร/เครื่องจักรกลการเกษตร นิทรรศการถ่ายทอดความรู้ ตลอดจนการแข่งขันซ่อมเครื่องยนต์เกษตร และตอบปัญหาชิงรางวัลด้านเครื่องยนต์เกษตร/เครื่องจักรกลการเกษตรด้วย จึงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้สนใจรับบริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตร เข้าร่วมงานบริการซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรฯ ในครั้งนี้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 7 มีนาคม 2562 ณ ศพก. ต.ภูผาม่าน อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น สอบถามรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โทรศัพท์ 0-2579-0163

 

ขุนเกษตรา

Advertisements

ชายคาพระพิรุณ : 25 กุมภาพันธ์ 2562

Published March 13, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/397477

x

ชายคาพระพิรุณ : 25 กุมภาพันธ์ 2562

วันจันทร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ในที่สุด สนช.ก็ยอมถอนร่างกฎหมายพระราชบัญญัติข้าวออกจากวาระการประชุม สนช. เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อกลับไปทบทวนปรับแก้เนื้อหาอีกครั้ง หลังเกิดกระแสท้วงติงจากภาคเกษตรกรและชาวนา แต่ก็ยังยืนยันที่จะเสนอต่อที่ประชุม สนช. อีกครั้ง ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่ง นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ชี้แจงภายว่า เนื้อหาสาระในกฎหมายเกี่ยวกับการจำคุกชาวนา และปรับ 1 แสนบาทนั้นไม่มี รวมถึงการซื้อ-ขายพันธุ์ข้าวท้องถิ่น กรรมาธิการจะได้พิจารณาเพื่อเขียนให้ชัดเจน ขณะที่ร่างกฎหมายนี้จะมีกรรมการจากชาวนา 4 คน ใช้อำนาจร่วมกับรัฐบาล และมีตัวแทนชาวนาอยู่ในอนุกรรมการพัฒนาพันธุ์พืช โดยจะเขียนในกฎหมายให้เคลียร์ในหลายประเด็น อาทิ ข้าวสายพันธุ์ ต่างๆ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด ที่มีอยู่แล้ว ยังรับรองได้อยู่ สามารถขายกันเองในชุมชนได้ ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายเร่งด่วน เพื่อความรอบคอบ จึงจะนำความเห็นต่างของทั้งชาวนา นักวิชาการ และทีดีอาร์ไอ ที่จะเสนอเพิ่มส่งมาได้ที่กรรมาธิการ ทั้งนี้ในร่างพ.ร.บ.ข้าว ร้อยละ 90 ของกฎหมายดีอยู่แล้ว เพียงแต่มีการสื่อสารที่ผิดพลาด พร้อมทั้งยืนยันว่า การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่เคยมีการบังคับชาวนา เพราะมีการยกเว้นข้อปฏิบัติบางประการแก่ชาวนาแต่แรก และไม่มีการกำหนดทั้งโทษปรับ และโทษจำคุกแก่ชาวนาใดๆ ทั้งสิ้น….อย่างไรก็ดี ร่างพ.ร.บ.ข้าวฉบับนี้ ถูกเสนอโดย สนช.ไม่ใช่รัฐบาล และที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ เองและอีกหลายฝ่ายก็แสดงความกังวลในเนื้อหาบางประการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่ายที่กำหนดโทษจำและปรับ เพราะอาจกระทบกับชาวนาที่ทำการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนพันธุ์ข้าวตามวิถีชุมชน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ก็ได้มอบหมายให้กรมการข้าวทำหนังสือท้วงติงไปยัง สนช.มาก่อนแล้ว แต่แม้ว่ากรรมาธิการพยายามชี้แจงว่าได้ปรับแก้มาตราดังกล่าวให้ยกเว้นชาวนาที่เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง หรือซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนได้อิสระก็ตาม แต่สังคมก็ยังมีความกังวล และเสนอให้ สนช.ชะลอไว้รอสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณาต่อจะเหมาะสมกว่า…ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปนะครับว่าสรุปแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ส่วนเรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีของข้าวไทย เมื่อกรมการข้าวรับรองข้าวพันธุ์ใหม่ผลผลิตสูง 1.2ตัน/ไร่ ตอบโจทย์ข้าวนุ่มส่งออกอาเซียน โดยนายประสงค์ ประไพตระกูล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าว ครั้งที่ 1/2562 และมีมติรับรองพันธุ์ข้าว กข 79 ซึ่งเป็นข้าวพื้นนุ่มที่มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 118 วันโดยวิธีปักดำ มีคุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เมล็ดเรียวยาว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมากสามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100% ชั้น 1 ได้ เป็นข้าวอมิโลสต่ำ 16.82% ข้าวสุกนุ่ม ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 809 กิโลกรัมต่อไร่ ศักยภาพสามารถให้ผลผลิตสูง 1,182 กิโลกรัมต่อไร่ เสถียรภาพผลผลิตดี และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ แต่อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคเหนือและภาคกลาง จากการประชุมของคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าว ซึ่งประกอบด้วยกรรมการจากหลายส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมค้าข้าวไทย ให้ความเห็นว่าข้าว กข79 มีศักยภาพทั้งในแง่การผลิตและมีตลาดรองรับ หลังจากนี้กรมการข้าวจะเร่งวางแผนดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เพาะปลูกให้เร็วที่สุด โดยจะใช้เวลาในการขยายพันธุ์ 2 ฤดูก็จะสามารถมีเมล็ดพันธุ์ชั้นจำหน่ายประมาณ 200 ตัน รองรับพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 500,000 ไร่

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยท่านอธิบดีโอภาส ทองยงค์ ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพการให้กับบุคลากรของกรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้นำไปถ่ายทอดให้กับสหกรณ์นำไปใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดในขบวนการสหกรณ์ต่อไป ล่าสุดเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การเสริมสร้างศักยภาพการให้บริการโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร ปี
2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจให้กับข้าราชการกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการวางระบบบัญชีสหกรณ์ การใช้งานโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร และสามารถนำไปถ่ายทอด สอนแนะ ให้คำปรึกษา แนะนำแก่บุคลากรของกรมฯและพนักงานสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 18 กุมภาพันธ์ 2562

Published March 12, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/396051

x

ชายคาพระพิรุณ : 18 กุมภาพันธ์ 2562

วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ประเด็นร้อนๆ ในโลกโซเชียลที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วงนี้ คงมีอยู่ 2 เรื่อง คือ แบนหรือไม่แบนสารเคมี และเรื่องของ พ.ร.บ.ข้าว ประเด็นแรก เรื่องวัตถุอันตรายทางการเกษตร (พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส) ที่ปัจจุบันมีกลุ่มองค์กรต่างๆ เรียกร้องต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวในการทำเกษตรกรรม ประกอบกับประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีความเห็นให้มีการยกเลิกการใช้สารพาราควอตด้วยนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจ้งว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเกี่ยวกับการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว และได้มีความเห็นร่วมกัน คือ ไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและชีวิตมนุษย์ แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีอาชีพเกษตรกรรม 5.7 ล้านครอบครัว รวม 25 ล้านคน มีพื้นที่ทำการเกษตร 149 ล้านไร่ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยกับการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ในการกำจัดวัชพืชและแมลงศัตรูพืชมาเป็นเวลานาน เนื่องจากมีประสิทธิภาพดีและมีต้นทุนต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้แรงงานและวิธีการทางการเกษตรอื่นๆ ประกอบกับมีนักวิชาการบางกลุ่มให้ข้อมูลว่าหากมีการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวอย่างถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ผู้ใช้ก็ยังคงมีความปลอดภัย ดังนั้น เพื่อให้การประกาศยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด นั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เกษตรกรมีเวลาปรับตัวในการลด ละ และเลิกใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ควรดำเนินการตามขั้นตอนคือ ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายเร่งรัดการพิจารณาออกประกาศตาม พ.ร.บ. 5 ฉบับ ดังกล่าวข้างต้นเพื่อกำหนดเงื่อนไขการใช้สารเคมีดังกล่าวคือ การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ใช้ ผู้จำหน่าย ผู้ให้บริการพ่นสารเคมีจะต้องผ่านการอบรมก่อน รวมทั้งกำหนดให้มีการปิดฉลากที่เห็นได้ชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์ของวัตถุอันตราย ทั้ง 3 ชนิดที่สื่อความหมายว่าสารเคมีดังกล่าวเป็นอันตรายต่อร่างกายและชีวิตมนุษย์ การประกาศเขตห้ามใช้/ครอบครอง/จำหน่ายสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ในพื้นที่ต้นน้ำตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร จะต้องควบคุมการนำเข้าวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด อย่างต่อเนื่องตาม แผนดำเนินการที่กำหนดไว้ในปี 2562 และในปีต่อ ๆ ไป โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้มอบหมายให้หน่วยราชการในสังกัดจัดทำแผนปฏิบัติการเร่งรัดขยายการทำการเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) และหรือเกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ให้ได้ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 5 ฉบับ มีผลบังคับใช้และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับภาควิชาการ และหรือภาคเอกชนได้ทำการศึกษาวิจัยแล้วหาวิธีการหรือนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชให้ได้ภายใน 2 ปี และเมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการมาตรการจำกัดการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ครบกำหนด 2 ปี นับตั้งแต่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 5 ฉบับ มีผลบังคับใช้ ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาประกาศยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด หรือพิจารณาดำเนินการด้วยวิธีอื่นในการทำเกษตรกรรมต่อไป…

ประเด็นที่ 2 จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.ข้าว ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความกังวลว่าชาวนาจะได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่สามารถผลิตพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และจำกัดให้ต้องใช้เมล็ดพันธุ์จากบริษัทใหญ่เท่านั้น จนถึงขั้นหาช่องทางไม่รับร่างกฎหมายฉบับนี้ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ข้าว ได้ออกมาปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด พร้อมชี้แจงว่า ร่างกฎหมายนี้ระบุให้ร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ต้องจำหน่ายพันธุ์ข้าวคุณภาพที่ได้รับการรับรองและมีการสุ่มตรวจ เพื่อให้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ แต่ไม่มีผลบังคับกับชาวนา ในขณะที่ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ชี้แจงว่า ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่เป็นการจำกัดสิทธิ์ในการขยายและพัฒนาข้าวของชาวนา โดยได้ส่งความเห็นคัดค้านเรื่องนี้ไปยัง สนช.แล้ว เบื้องต้นทางกรรมาธิการเตรียมนำเรื่องนี้ไปกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลเพื่อขยายเวลาการบังคับใช้ออกไป และเชื่อว่า หลังจากหลายฝ่ายแสดงความกังวลกับเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.ข้าว คณะกรรมการธิการและสนช.จะรับฟังความเห็นเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณา และก่อนที่สนช.จะมีการพิจารณาเพื่อลงมติ ร่างพ.ร.บ.ข้าว ในวาระ 2 และ 3 รัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง…ต้องติดตามกันต่อไปครับ โดยขุนเกษตราเชื่อว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องปกป้องผลประโยชน์ให้กับชาวนามากกว่าเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนตามที่มีกระแสวิจารณ์อย่างแน่นอน และต้องเร่งทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ว่าชาวนาจะได้ประโยชน์อะไร มีผลดีกับอุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างไร ก่อนจะเกิดการวิจารณ์ในวงกว้าง ข้อมูลถูกบ้าง ผิดบ้าง อะไรที่เกี่ยวข้องกับชาวนา เกี่ยวข้องกับข้าวมันอ่อนไหวนะครับ…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 11 กุมภาพันธ์ 2562

Published March 12, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/394549

x

ชายคาพระพิรุณ : 11 กุมภาพันธ์ 2562

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องที่น่ายินดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากัด เมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงเสนอ หลังจากที่กรมประมงใช้ความพยายามอยู่นานร่วมปีซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายประการต่อเกษตรกร โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงและการสร้างนวัตกรรมด้านการเพาะพันธุ์ ซึ่งนําไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์ที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ซึ่งจากข้อมูลส่งออกปลากัดไทยระหว่างปี 2556-2560 มีประมาณ 20.85 ล้านตัว/ปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า 115.45 ล้านบาท/ปี หรือ 5.42 บาท/ตัว และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเนื่องจากปัจจุบันมีการเลี้ยงปลากัดไทยทั่วโลก โดยพันธุกรรมของปลากัดที่มีชื่อหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปลากัดจีน ปลากัดมาเลย์ และปลากัดอินโดฯถึงแม้จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป แต่มีที่มาจากสายพันธุ์เดียวกับปลากัดป่าของไทยทั้งสิ้น ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากัดกับกรมประมงจํานวน 1,500 ราย เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปลากัดไทยมีการกระจายทั่วพื้นที่ของประเทศไทยจํานวน 500 ราย และมีผู้ที่เลี้ยงรายย่อย ผู้ชื่นชอบการเลี้ยงปลากัดไทยมากกว่า 100,000 ราย ซึ่งปลากัดไทยสามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับชุมชนได้ รวมทั้งมีการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขันเป็นกีฬา หรือนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน รวมถึงมอบเป็นของขวัญในวันพิเศษและยังสามารถนําไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของไทย ตลอดจนนําไปใช้ประกอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสะท้อนความเป็นไทยได้ โดย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันจะผลักดันเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปลากัดไทยให้เดินหน้าต่อไปในหลากหลายมิติยิ่งขึ้น อาทิ การค้าออนไลน์ การร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่สนับสนุนธุรกิจสัตว์น้ำสวยงามด้วยระบบการขนส่งปลากัดภายในประเทศ ผลักดันและสนับสนุนให้เกิดความรวดเร็วและมีความปลอดภัยไปจนถึงมือลูกค้า ตลอดจนร่วมมือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจปลากัดไทยต่อไป

วันก่อน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ทางงานวิจัยสู่การพัฒนา และการปฏิบัติของภาคสหกรณ์ โดยการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนา ตั้งแต่กระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวกับภาคสหกรณ์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ตลอดจนการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการคิด การออกแบบการผลิตสินค้าของสหกรณ์และเกษตรกรให้มีความโดดเด่นโดยนำเทคโนโลยีไปผสมผสานกับการปฏิบัติที่ทางสหกรณ์ดำเนินการอยู่ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต มีคุณภาพ ลดต้นทุน และสะท้อนให้เห็นความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนเป็นที่น่าจดจำ ซึ่งจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นการร่วมกันใช้ความสามารถและองค์ความรู้ทางงานวิจัยของทั้งสองหน่วยงานสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยของหน่วยงานภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกสหกรณ์และชุมชนต่อไป

กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำปี 2562 ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จะร่วมจัดแสดงนิทรรศการการเกษตร ภายใต้แนวคิด “เกษตรกรรุ่นใหม่ อนาคตเกษตรไทย” และนิทรรศการที่มีชีวิตในแปลงสวนเกษตร ซึ่งแบ่งเป็นซุ้มไม้เลื้อย แปลงปลูกพืชผักผสมผสานไม้ดอกและไม้ผล แปลงผักสวนครัว แปลงพืชพื้นถิ่นแม่กลอง แปลงปลูกพริกบางช้างซึ่งเป็นพริกที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีกลิ่นหอม สีสวยสด และรสชาติไม่เผ็ดมากนัก นิยมใช้ประกอบอาหารชาววังในสมัย ร.2 และการเลี้ยงปลาตะเพียนขาวในร่องสวน ซึ่งมี QR code ให้ผู้เข้าชมงานสแกนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธุ์พืชและพันธุ์ปลานั้นๆ ตลอดจนการแสดง ผลงานของกลุ่มยุวเกษตรกรจากโรงเรียนต่างๆ ผลงานของ Young Smart Farmer ด้านการผลิตทางการเกษตรและการสร้างนวัตกรรมเกษตร เช่น การผลิตข้าวครบวงจร การผลิตและการใช้ปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน เป็นต้น นอกจากนี้ จะมีการแจกต้นพันธุ์พริกบางช้างภายในงานด้วย

สำหรับการประกวดผลผลิตการเกษตร แบ่งเป็น 2 รายการ ได้แก่ การปลูกพริกบางช้างในกระถาง ภายใต้แนวคิด : นำพริกมันบางช้างกลับคืนถิ่น และการปลูกผักสวนครัวในกระถาง ภายใต้แนวคิด : เศรษฐกิจพอเพียงในครัวเรือน โดยสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรและนักเรียน รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถสมัครเข้าประกวดได้ โดยสมัครด้วยตนเองในวันประกวด วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 08.00 -12.00 น. ณ รร.วัดอัมพวันวิทยาลัย จ.สมุทรสงคราม ชิงรางวัลเงินสด ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0-3471-1711 ในโอกาสนี้ ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2562…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 4 กุมภาพันธ์ 2562

Published February 6, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/393027

x

ชายคาพระพิรุณ : 4 กุมภาพันธ์ 2562

วันจันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟ้าฝ่าดังเปรี้ยงแถวทุ่งบางเขน เมื่อนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มีคำสั่งเด้งนายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล อธิบดีกรมการข้าว ให้ไปนั่งในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ทั้งที่เพิ่งเป็นอธิบดีกรมการข้าวเต็มตัวได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ด้วยปัญหาเรื่องการบริหารภายในกรมการข้าว ที่ทำให้การแก้ปัญหาเรื่องข้าว ไม่สามารถพัฒนาได้ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะในเรื่องการขึ้นทะเบียนพันธุ์ข้าว ตามร่างพ.ร.บ.ข้าว ที่กำลังอยู่ในพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่อาจจะนำไปสู่การมีปัญหาอย่างรุนแรงระหว่างภาคเอกชน กับชาวนาไทย เพราะจะทำให้ชาวนาไม่สามารถจำหน่ายพันธุ์ข้าวระหว่างชาวนาด้วยกันได้ ซึ่งได้ทำให้นายกฤษฎา ไม่พอใจอย่างมาก หลังจากได้รับรู้ว่าร่างพ.ร.บ.ข้าว กำลังเข้าสู่วาระสอง แม้นายกฤษณพงศ์ ได้ทำหนังสือชี้แจง แต่นายกฤษฎาบอกว่าคำชี้แจงยังฟังไม่ขึ้น อีกทั้งหากกรมการข้าว ไม่สงวนคำแปรญัตติ จะเป็นการเอื้อให้มีการผูกขาดพันธุ์ข้าวและการจำหน่ายไว้กับภาคเอกชนในอนาคต จึงเป็นที่มาการตัดสินใจปรับเปลี่ยนอธิบดีกรมการข้าวด้วยประการฉะนี้ หวยเลยมาออกที่ นายประสงค์ ประไพตระกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นอธิบดีคนใหม่ หลังจากอยู่ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการฯ เพียงไม่กี่เดือนเช่นกัน สำหรับ นายประสงค์ ประไพตระกูล ถือว่าเป็นลูกหม้อของกรมส่งเสริมการเกษตร และเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ คลุกคลีกับเกษตรกรมาเป็นอย่างดี ครั้งนี้ได้รับการไว้วางใจจากนายกฤษฎา ให้มาสะสางปัญหาดังกล่าว และวางแนวทางแก้ไขในการดูแลผลประโยชน์ชาวนาไทยที่อาจจะได้รับผลกระทบจากพ.ร.บ.นี้ ต่อไป

กรมส่งเสริมสหกรณ์มีโครงการดีๆ เพื่อพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะด้านปัจจัยการผลิต ขับเคลื่อนผ่านขบวนการสหกรณ์ โดยสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรผลิตปุ๋ยใช้เองจำหน่ายให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร เนื่องจากปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และใช้ปุ๋ยไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นดิน ซึ่งส่งผลทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่ามาตรฐาน จึงสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในระดับอำเภอผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพและจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลดินของแต่ละพื้นที่ เพื่อกำหนดสูตรปุ๋ยที่มีแร่ธาตุเหมาะสมกับสภาพดินให้สหกรณ์นำไปผลิต เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่าจะร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร เร่งจัดเวทีให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงข้อดีในการผลิตปุ๋ยใช้เองแทนปุ๋ยสำเร็จรูป และกรมวิชาการเกษตรจะออกใบอนุญาตผลิตและจำหน่ายปุ๋ยให้กับสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงการให้คำแนะนำตามหลักวิชาการการผสมปุ๋ยและมอบใบรับรองปุ๋ยที่สหกรณ์ผลิตขึ้นว่ามีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่จะเลือกซื้อไปใช้ โดยกระทรวงพาณิชย์จะเจรจากับผู้ประกอบการนำเข้าแม่ปุ๋ย เพื่อให้ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยได้ซื้อแม่ปุ๋ยจากบริษัทนำเข้าในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดและกระจายต่อให้กับสหกรณ์การเกษตรในแต่ละจังหวัดนำแม่ปุ๋ย ซึ่งเป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักพืช คือ N P K สูตรเข้มข้น เป็นวัตถุดิบเพื่อนำไปผสมและผลิตปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน หรือสูตรที่เกษตรกรต้องการใช้จำหน่ายให้กับเกษตรกร สำหรับเงินทุนในการผลิตปุ๋ยจำหน่ายให้เกษตรกร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จัดสรรวงเงินสินเชื่อ 1,300 ล้านบาท ให้สหกรณ์กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 2 และธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ย ร้อยละ 1 ต่อปี ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เปิดรับสมัครสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 403 แห่ง ในพื้นที่ 66 จังหวัด และได้ประสานสหกรณ์เพื่อสำรวจปริมาณความต้องการปุ๋ยผสมใช้เองของสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งสหกรณ์จะได้มีข้อมูลในการผลิตปุ๋ยได้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร คาดว่าสหกรณ์จะเริ่มผลิตปุ๋ยและจำหน่ายได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เป้าหมายประมาณ 100,000 ตัน ซึ่งจะจำหน่ายราคาถูกกว่าปุ๋ยสำเร็จที่ขายตามท้องตลาดตันละ 3,378 บาท คาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไร่ละ 300 – 400 บาท และสามารถลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 337.8 ล้านบาท

เมื่อเร็วๆนี้ นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2562 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยภายในงานนี้ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ลำปาง ภายใต้การนำของ นางวิมลรัตน์ จันทร์สกาว ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 7 และนายมานะ โภคินมาศ หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ลำปาง นำทีมงานร่วมจัดนิทรรศการด้านบัญชีเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับรู้ข้อมูลและสามารถใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างวินัยทางการเงิน รู้จักวางแผนการใช้จ่ายและการประกอบอาชีพให้สามารถดำรงชีวิตเองได้อย่างยั่งยืน…กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยุคนี้ นับว่าเน้นนโยบายเข้าถึงเกษตรกรและขบวนการสหกรณ์อย่างทั่วถึง อธิบดีโอภาสมอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ให้ความรู้ด้านการทำบัญชีแก่พี่น้องเกษตรกร สหกรณ์รวมถึงเยาวชนอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตที่จะนำไปสู่ความอยู่ดีกินดีต่อไป

 

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 28 มกราคม 2562

Published January 31, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/391477

x

ชายคาพระพิรุณ : 28 มกราคม 2562

วันจันทร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

วันก่อนนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปตรวจความก้าวหน้าโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาที่บ้านเปือย หมู่ที่ 5 ตำบลโนนทัน อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นแปลงปลูกข้าวโพดของนางทองเที่ยง สุดจอมและนายสำลี ล้นทม สมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองเรือ จำกัด โดยในจังหวัดขอนแก่นนั้น เกษตรกรเริ่มปลูกข้าวโพดได้ 45 วันแล้ว และคาดว่าจะเก็บผลผลิตได้ปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมที่จะถึง ซึ่งจะเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หน้าแล้งที่สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ระบุว่า มีคุณภาพดี ความชื้นต่ำเนื่องจากเมื่อข้าวโพดแก่ ยังไม่มีฝน เมล็ดเสียจึงน้อย อีกทั้ง สมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ของไทยร่วมให้ความรู้ จัดทำแปลงสาธิต เป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรที่ร่วมโครงการทุกขั้นตอนจนกระทั่งเก็บผลผลิต จึงคาดว่า ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 1,200 กิโลกรัม หากดูแลดีสามารถสูงถึง 1,500 ถึง 1,800 กิโลกรัมต่อไร่ ดังเช่นที่แปลงนำร่องในจังหวัดอุตรดิตถ์และพิษณุโลกประสบผลสำเร็จมาแล้ว เมื่อหักต้นทุนการผลิตทั้งหมดจะมีกำไร 3,000 ถึง 4,000 บาท ขณะที่ข้าวนาปรังได้กำไรเพียง 300 ถึง 400 บาทต่อไร่ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงได้กำไรมากกว่า 10 เท่า

ซึ่งนายกฤษฎาบอกว่าจะใช้โครงการปลูกข้าวโพดหลังนา เป็น “กฤษฎาโมเดล” เพื่อเป็นต้นแบบการวางแผนการผลิตภาคการเกษตรของประเทศ และส่งเสริมการปลูกพืชชนิดอื่นๆ หลังฤดูทำนาในปีต่อๆ ไป เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และพืชผัก โดยจะต้องทำเกษตรแบบแปลงใหญ่หรือสหกรณ์เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีกำลังในการต่อรองราคาขายให้ได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกกดราคาจากคนกลางเหมือนที่ผ่านๆ มา

สำหรับโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาถือเป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลของปริมาณผลผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง แล้วหันมาปลูกพืชอื่นที่มีศักยภาพและสามารถบริหารจัดการด้านการตลาดได้ทดแทน ซึ่งในปีนี้นำร่องส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นต้นแบบ เนื่องจากได้ศึกษาความต้องการของตลาดพบว่า ไทยยังผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัจจุบันผลิตได้ปีละ 5 ล้านตัน แต่ตลาดต้องการ 8 ล้านตัน ยังขาดอยู่อีก 3 ล้านตัน ซึ่งในอนาคตเกษตรกรจะทำเกษตรกรรมใด จะต้องรวมกลุ่มกันทำและผลิตตามความต้องการของตลาดเพื่อไม่ต้องประสบภาวะราคาผลผลิตตกต่ำและมี
รายได้มั่นคงยั่งยืน…

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นำทีมงานนั่งแถลงข่าว กรมปศุสัตว์ตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกรในผลิตภัณฑ์สุกรที่ตรวจยึดได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยได้ตรวจยึดซาลามี่และไส้กรอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่โดยสารเที่ยวบิน MU 573 จากเมืองเฉิงตู และผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้พบว่ามีการปนเปื้อนสารพันธุกรรมของเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร การตรวจพบดังกล่าวเป็นผลพวงจากความเข้มงวดในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของกรมปศุสัตว์ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจจะเกิดในอุตสาหกรรมสุกรของไทย มีการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ด่านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด่านอาหารและยา ด่านศุลกากร รวมทั้งหน่วยงานปกครองและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อตรวจสอบเข้มงวดนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ รวมทั้งการป้องกันลักลอบเคลื่อนย้ายสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่ท่าอากาศยานและตามแนวชายแดน แต่นายสัตวแพทย์สรวิศ ขอให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปอย่าได้ตระหนก และขอให้มั่นใจในการดำเนินงานที่เข้มงวดของปศุสัตว์ในการป้องกันโรคมิให้เข้ามาสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรของประเทศไทย รวมทั้งขอย้ำให้เกษตรกรยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคเข้าสู่ฟาร์มตามมาตรฐาน GAP และให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบสุกรแสดงอาการป่วย เช่น มีไข้สูง เบื่ออาหาร ผิวหนังเป็นปื้นแดง และต่อมาเป็นสีเขียวคล้ำ พบภาวะแท้งในแม่สุกรและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที หรือ call center 06-3225-6888 หรือที่แอพพลิเคชั่น DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ที่ประชุมบอร์ด กยท. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย ขึ้นดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย สำหรับประวัติ นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาพืชไร่ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2559 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านธุรกิจและปฏิบัติการ ได้รับการยกย่องและรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นปี 2551 เรื่องเครื่องต้นแบบผสมยางมะตอยกับยางพาราชนิดน้ำยางข้นแบบเคลื่อนที่ได้ รางวัล Wickham Awards จาก Global Rubber Conference 2016 และได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ประสานงาน (Liaison officer) ด้านอุตสาหกรรมยาง (End User) จากสภาวิจัยยางระหว่างประเทศ (IRRDB) เป็นต้น นับว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถด้านยางพาราเป็นอย่างดี

 

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 21 มกราคม 2562

Published January 31, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/390047

x

ชายคาพระพิรุณ : 21 มกราคม 2561

วันจันทร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกรมควบคุมมลพิษมีรายงานค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร จึงสั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 1 หน่วย คือหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง เตรียมความพร้อมปฏิบัติการในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยในการทำฝน เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแผนปฏิบัติการระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2562 โดยใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ ซึ่งจากการปฏิบัติการฝนหลวง แม้จะได้ผลปฏิบัติการที่ไม่ได้ผล 100% ด้วยปัญหาสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ช่วยให้มีฝนตกลงมาบรรเทาช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้ระดับหนึ่ง และท่านอธิบดีสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก็สั่งการให้คณะทำงานคงเตรียมความพร้อมและวางแผนการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้และวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงต่อไป งานนี้ ถือว่ากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้น้อมนำตำราฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้เป็นแนวทางยึดถือปฏิบัติและใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ให้สอดรับกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ท่านอธิบดีสุรสีห์ เน้นย้ำขอให้ประชาชนมั่นใจในความพร้อมของกรมฝนหลวงฯ ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีความคือหน้าของการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างไรนั้น พี่น้องประชาชนทุกท่านสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร…

จากเหตุการณ์พายุ “ปาบึก” เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อต้นเดือนมกราคม 2562 ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ประสบอุทกภัย และจากการลงสำรวจพื้นที่ล่าสุดของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร คาดว่าจะมีพื้นที่การเกษตรเสียหาย จำนวน 192,485 ไร่ แยกเป็น พื้นที่เพาะปลูกข้าว 34,567 ไร่ พืชไร่ 3,884 ไร่ รวมถึงพืชสวนและอื่นๆ 154,034 ไร่ พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ใน 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่วนประจวบคีรีขันธ์ และยะลา มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายเร่งผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัย เพื่อควบคุมศัตรูพืชที่อาจจะเกิดขึ้นและเข้าทำลายต้นพืชหลังน้ำลด โดยนายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.สุราษฎร์ธานีและสงขลา) และศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา เป้าหมายรวม 100,000 กิโลกรัม สำหรับใช้ในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูจำนวน 100,000 ไร่ โดยการแจกจ่ายเชื้อราไตรโคเดอร์มาให้แก่เกษตรกร จะเริ่มในวันที่ 19 มกราคม 2561 ให้แก่เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ ณ แปลงเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้ (ส้มโอทับทิมสยาม) จ.นครศรีธรรมราช หมู่ที่ 16 ต.คลองน้อยอ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีเจ้าหน้าที่จาก ศทอ.สงขลา ให้คำแนะนำวิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาแก่เกษตรกรในพื้นที่ อธิบดีสำราญ ยังบอกอีกว่า กรมส่งเสริมการเกษตร จะเร่งดำเนินการแจกจ่ายเชื้อราไตรโคเดอร์มาให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อื่นต่อไป โดยมาตรการการช่วยเหลือจากอุทกภัยครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจัดตั้งศูนย์อำนวยการและฟื้นฟูด้านการเกษตรส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อติดตามสถานการณ์ ช่วยเหลือและฟื้นฟู ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้นและระยะยาว ประกอบกับลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการดูแลพืชผลทางการเกษตรหลังได้รับผลกระทบ ซึ่งหากเกษตรกรต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่…

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาถ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิตเชิงรุกโดยเตรียมเปิดตลาดผลิตภัณฑ์เด่นจากทุกกลุ่มเกษตรกรภายใต้ชื่อ “สินค้าดี วิถีเกษตรไทย” ณ ตลาด อ.ต.ก. ระหว่างวันที่ 24-28 มกราคม 2562 เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานของกลุ่มแม่บ้านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพิ่มช่องทางการตลาด หรือมีสถานที่จำหน่ายผลผลิตสินค้าเกษตร เปิดโอกาสให้เกษตรกร ได้พบปะกับผู้บริโภคโดยตรง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตสินค้าให้มีคุณลักษณะและปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ในขณะที่ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในคุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้า ส่งผลให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร สามารถช่วยเหลือตนเองได้แบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นวิถีดำเนินการ ที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรที่ดี และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน…เชิญไปอุดหนุนสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรได้นะครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 14 มกราคม 2562

Published January 30, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388595

x

ชายคาพระพิรุณ : 14 มกราคม 2562

วันจันทร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ชมแปลงปลูกข้าวโพดและร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตในแปลงนำร่องพร้อมเยี่ยมชมสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อและพบปะกับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งผลการดำเนินงานพื้นที่นำร่องในจังหวัดอุตรดิตถ์ เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วประมาณ 3,800 ตัน โดยสหกรณ์จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ราคาข้าวโพดฝักสดระดับความชื้น 27-30% กิโลกรัมละ 7-8 บาท และส่งต่อให้สหกรณ์การเกษตรเมืองตรอน จำกัด ซึ่งเป็นแม่ข่ายในการรับซื้อผลผลิตจากทั้ง 4 สหกรณ์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพอบลดความชื้นให้อยู่ที่ 14.5% และส่งจำหน่ายให้กับบริษัท CPF และบริษัท เบทาโกร จำกัด ซึ่งขณะนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 9.80 บาท เมื่อคำนวณต้นทุนการผลิตแล้วพบว่า เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตเฉลี่ย 3,810 บาท/ไร่ มีรายได้จากการขายข้าวโพดเฉลี่ย 8,365 บาท/ไร่ และเมื่อหักต้นทุนแล้วจะมีกำไรเฉลี่ยไร่ละ 4,555 บาท

โดยการดำเนินการรวบรวมผลผลิตของสหกรณ์นั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ วงเงิน 10.3 ล้านบาท เพื่อให้สหกรณ์กู้ยืมไปจัดหาปัจจัยการผลิตและรวบรวมผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ซึ่งหากพิจารณาจากต้นทุนและรายได้ของเกษตรกรแล้ว ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางไว้ทั้งเรื่องปริมาณผลผลิตต่อไร่ คุณภาพของข้าวโพดและราคาที่รับซื้อจากเกษตรกร และหากได้ผลสรุปโครงการทั้งหมดแล้วเป็นไปตามนี้ทุกพื้นที่ที่ร่วมโครงการ ก็คาดว่าในอนาคตข้าวโพดจะเป็นพืชทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรจะเพาะปลูกได้หลังเสร็จสิ้นจากฤดูทำนา และหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จก็ต้องปรบมือให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สมาคมผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์และ
สหกรณ์ในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้ประสานความร่วมมือกันเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้น…

จากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อช่วงวันที่ 3 – 5 มกราคม 2562 กรมส่งเสริมการเกษตรตรวจสอบพบพื้นที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจำนวน 11 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง ปัตตานี ชุมพร พัทลุง กระบี่ นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ และยะลา มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 231,282 ราย พื้นที่เสียหายจำนวน 192,485 ไร่ แยกเป็น ข้าว 34,567 ไร่ พืชไร่ 3,884 ไร่ พืชสวน และพืชอื่นๆ 154,034 ไร่ โดยมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จำนวน 6 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ชุมพร สงขลา และสุราษฎร์ธานี โดยเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบและอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สามารถยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) เพื่อรับเงินช่วยเหลือได้ตามชนิดพืช คือ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท นอกจากนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวยังได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ในอัตราไร่ละ 1,260 บาท โดยเกษตรกรที่มีความประสงค์ยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัยพิบัติ แจ้งขอรับการช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านได้นะครับ…

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในยุคนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ถือว่าได้ให้ความสำคัญกับงานสอบบัญชีสหกรณ์เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยกระดับเสริมศักยภาพให้กับผู้สอบบัญชีมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเล็งเห็นว่าผู้สอบบัญชีสหกรณ์จะเป็นบุคลากรสำคัญที่มีบทบาทและมีส่วนช่วยในการหาทางแก้ไขและหาทางป้องกันปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ได้ ซึ่งจะเป็นวิธีที่สามารถสกัดกั้นการทุจริตในสหกรณ์ได้เป็นอย่างดีอีกทางหนึ่ง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จึงจัดตั้งหน่วยงานใหม่คือ กองกำกับการสอบบัญชีสหกรณ์ เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่จะรองรับปัญหาของระบบสหกรณ์และส่วนที่เกี่ยวข้องให้กว้างขวางและมีความชัดเจน โดยในส่วนของการดำเนินงานของกองกำกับการสอบบัญชีสหกรณ์นั้น อธิบดีโอภาส บอกว่า จะทำให้เกิดความชัดเจนในการเป็นผู้ควบคุมดูแลภายใต้มาตรฐานการสอบบัญชี มาตรฐานการบัญชี ตลอดจนระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องเรียบร้อยและเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

 

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 7 มกราคม 2562

Published January 30, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/387189

x

ชายคาพระพิรุณ : 7 มกราคม 2562

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สวัสดีปีหมูทอง หวังว่าปีนี้จะเป็นปีทองของพี่น้องเกษตรกรบ้าง หลังจากได้รับผลกระทบจากราคาผลผลิตตกต่ำต่อเนื่องมาตลอดปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจหลักๆ อย่างเช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน รวมถึงราคามะพร้าว ที่อยู่ดีๆ ก็ร่วงจากราคาลูกละ 20 กว่าบาทมาเหลือลูกละ 3 บาท กระทบไปหมดตั้งแต่เกษตรกร บางรายถึงกับไม่เก็บผลผลิต เพราะไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ส่งผลกระทบทั่วถึงไปกระทั่งคนเก็บ คนสอย คนขนส่ง แม้กระทั่งลิงกังก็พากันตกงาน หวังว่าปีนี้ราคาคงจะขยับขึ้นมาบ้าง ส่วนราคาผลไม้ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมถือว่าดี โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด ที่ตลาดมีความต้องการและราคาดี ส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ที่ร่วมกันผลิต ร่วมกันขาย อย่างไรก็ดี สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้วิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มดัชนีรายได้เกษตรกรทั้งปี 2562 ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นจากปี 2561 จากผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญที่เพิ่มขึ้น อาทิ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาพอากาศยังคงเอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตร และการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการดำเนินนโยบายและมาตรการด้านการเกษตรเพื่อปฏิรูปภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง…ขุนเกษตรา หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะครับ

ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทย ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องชาวสวนยางพารา โดยนำร่องมอบเงินสนับสนุนตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง กว่า 19,000 ราย ประเดิมงวดแรกไป 161 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางตลอดจนสร้างความเข้มแข็งและช่วยเหลือค่าครองชีพของคนกรีดยางให้ดีขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางประเทศไทย (กยท.) จึงได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานฝ่ายปกครองและหน่วยงานอื่นๆ ในการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารโครงการสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ แบ่งเป็น ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล เพื่อร่วมพิจารณาคุณสมบัติของเกษตรกรผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ โดยมุ่งเน้นดำเนินการให้เกิดความรวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรม รัดกุม เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดซึ่งถือเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง การนำร่องจ่ายเงินรอบแรกเป็นการจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งที่เป็นเจ้าของสวนยาง ผู้เช่าสวนยาง ผู้ทำสวนยาง และคนกรีดยาง ผ่านบัญชี ธ.ก.ส. พร้อมกันทั่วประเทศ รวม 17 จังหวัด มียอดเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 161.5 ล้านบาท โดยจ่ายให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง กว่า 19,000 ราย แบ่งเป็น เจ้าของสวนยาง (1,100 บาท/ไร่) จำนวน 9,740 ราย เจ้าของสวนยางกรีดเอง (700 บาท/ไร่) จำนวน 7,965 ราย และคนกรีดยาง 700 บาท/ไร่) จำนวน 1,313 ราย สำหรับจังหวัดสงขลาถือเป็นพื้นที่ซึ่งมีเกษตรกรได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ สูงที่สุดในรอบแรก เป็นเงินกว่า 62 ล้านบาท โดยนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านบริหาร ระบุว่า การจ่ายเงินสนับสนุนให้ในครั้งนี้ เป็นเพียงการเริ่มนำร่องเท่านั้น เกษตรกรชาวสวนยางรายอื่นๆ สามารถตรวจสอบรายชื่อและแจ้งสิทธิ์ขอเข้าร่วมโครงการ ได้ โดย กยท. ได้ประกาศผู้มีรายชื่อมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ทั้งเกษตรกรเจ้าของสวนยางและผู้กรีดยาง ณ ที่ทำการหมู่บ้านและจุดแต่ละชุมชนกำหนดทั่วประเทศ จึงขอให้เกษตรกรเข้าตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ และสามารถแจ้งสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ได้ที่ กยท. ในพื้นที่ที่สวนยางของท่านตั้งอยู่ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562

ทันทีที่มีประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุโซนร้อนปาบึก จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณภาคใต้ หลายหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงที โดยกรมปศุสัตว์ได้ปล่อยขบวนรถบรรทุกถุงยังชีพสัตว์ จำนวน 1,000 ชุด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ “ปาบึก” เป็นการลดความสูญเสียด้านปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านปศุสัตว์ตลอด 24 ชั่วโมง และจัดเตรียมบุคลากร พร้อมเครื่องมือให้มีความพร้อม 24 ชั่วโมง ได้แก่ 1.จุดอพยพสัตว์ในพื้นที่เสี่ยงภัย ประสานอาสาปศุสัตว์และทีมท้องที่เพื่อชี้เป้า พร้อมรับในทุกสถานการณ์ รวม 162 แห่ง 2.หน่วยเคลื่อนที่เร็ว รวม 36 หน่วย พร้อมช่วยด้านการรักษาพยาบาลสัตว์ การอพยพเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง การลำเลียงและขนย้ายเสบียงสัตว์ไปให้ความช่วยเหลือ 3.เสบียงสัตว์ รวม 1,200 ตัน ในคลังเสบียงของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ทุกแห่งในพื้นที่ประสบเหตุชั้นใน และอีก 3,200 ตัน ในพื้นที่รอบนอก คน-พาหนะพร้อมในปฏิบัติการ 4.ถุงยังชีพปศุสัตว์ เบื้องต้น 2,100 ชุด และ 5.เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ในพื้นที่ของปศุสัตว์เขต 7 เขต 8 และเขต 9 เตรียมความพร้อมไว้สูงสุด เพื่อเป็นกำลังเสริมในการประสานกับปศุสัตว์จังหวัด…ขอให้พี่น้องชาวใต้ปลอดภัยจากพายุครั้งนี้ด้วยนะครับ

 

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 31 ธันวาคม 2561

Published January 29, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/386042

x

ชายคาพระพิรุณ : 31 ธันวาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สวัสดีปีใหม่ครับ ขุนเกษตรา ขออาราธนาคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมทั้งพระสยามเทวาธิราช และพลังแห่งความยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จงคุ้มครองดลบันดาลให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญ มีกำลังใจกล้าแข็ง กำลังกายสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อสามารถเผชิญและเอาชนะอุปสรรคทั้งมวล…สำหรับปี 2562 หน้าเกษตรได้รับเกียรติจากกูรูด้านการเกษตร 2 ท่านมาเสริมทัพเป็นคอลัมนิสต์ประจำคือคุณสมชาย ชาญณรงค์กุล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรและคุณชาญพิทยา ฉิมพาลี อดีตอธิบดีกรมการข้าว ที่จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่เข้มข้นมากขึ้น ติดตามอ่านกันได้นะครับ

สำหรับในปีนี้กระทรวงเกษตรฯ ก็มีของขวัญปีใหม่มอบให้แก่ประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายครัวเรือนให้กับเกษตรกรและประชาชน อย่างเช่นโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายต้องการให้ “การตลาดนำการผลิต” ปรับสมดุลของปริมาณการผลิต การตลาดข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเชื่อมโยงแหล่งรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับภาคเอกชนตามแนวทางประชารัฐ เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาผลผลิตตกต่ำ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งจากเดิมมีพื้นที่เป้าหมาย 2 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัด แต่โครงการนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกร ครม.จึงอนุมัติเพิ่มเติมอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ และจากข้อมูล ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2561 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ แล้วจำนวน 95,620 ราย รวมเป็นพื้นที่ 807,155.50 ไร่ คิดเป็น 74.80 % ของเกษตรกรผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมลงนาม MOU บันทึกความร่วมมือโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ประจำปี 2561/62 ขึ้นระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย โดยแนวทางการดำเนินการความร่วมมือดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะให้ความร่วมมือสนับสนุนโครงการ พร้อมกับการประชาสัมพันธ์โครงการ ให้ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนประสานหน่วยงานที่ร่วมโครงการเพื่อส่งเสริมให้โครงการประสบความสำเร็จ ขณะที่สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย จะให้ความร่วมมือในการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ด้วยราคาพิเศษ หรือรายการส่งเสริมการขายในรูปแบบอื่นในร้านที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย จะให้ความร่วมมือในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในโครงการที่เกรดคุณภาพเบอร์ 2 ความชื้นร้อยละ 14.50 ในราคาไม่ต่ำกว่า 8.29 บาท/กิโลกรัม ณ โรงงานกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกำหนดมาตรฐานในการรับซื้อเดียวกัน ซึ่งมีตารางหักความชื้นของกระทรวงพาณิชย์เป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะรับซื้อที่มีคุณภาพตามเกณฑ์เท่านั้น และจะร่วมกับรัฐในการพิจารณาแนวทางดำเนินการสำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กรมปศุสัตว์กำหนด…สำหรับโครงการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นให้เกิดความสำเร็จ และหาแนวทางลดความเสี่ยง เพื่อเกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่างเต็มที่…

ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็ควงแขนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากรและผู้แทนจากภาคมหาวิทยาลัย (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล) แถลงข่าวบูรณาการหน่วยงานร่วมต้านโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เข้าประเทศไทย โดยย้ำว่าโรคนี้ไม่ติดคนและสัตว์ชนิดอื่น แต่ส่งผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever) มีพบมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งอยู่ในภูมิภาคเอเชีย แต่ยังไม่เคยพบการเกิดโรคในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้มีการเข้มงวดและป้องกันการลักลอบนำเข้าสุกร ซากสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดและเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทย กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากร และสถาบันการศึกษาจึงได้บูรณาการการตรวจสอบและจับกุมการลักลอบนำเข้าสุกร ซากสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรให้มีประสิทธิภาพ โดยได้ข้อสรุปร่วมกันคือ 1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำชับโดยประกาศให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านทั้ง 50 ด่าน เข้มงวดตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของสุกรที่มาจากประเทศที่พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทั้ง 15 ประเทศ 2. ด่านศุลกากรประจำสนามบินนานาชาติและช่องผ่านแดนต่างๆ ได้เข้มงวดตรวจสอบสัมภาระของนักท่องเที่ยวโดยเครื่องเอกซเรย์ อย่างไรก็ดีได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้ยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคที่ดีตามมาตรฐาน ให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบสุกรแสดงอาการป่วยและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที หรือ call center 063-225-6888 หรือที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ขุนเกษตรา

%d bloggers like this: