ชายคาพระพิรุณ

All posts tagged ชายคาพระพิรุณ

ชายคาพระพิรุณ : 17 ธันวาคม 2561

Published December 17, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/383204

x

ชายคาพระพิรุณ : 17 ธันวาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใกล้เข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดแคมเปญภายใต้แนวคิด “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์” คัดสรรสินค้าสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มอาชีพที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน จัดลงกระเช้าของขวัญและตกแต่งสวยงาม ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเน้นสินค้าหลากหลายและมีประโยชน์ ทั้งข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง และข้าวกข 43 สินค้าประเภทผลไม้และอาหารแปรรูป สมุนไพร นมพร้อมดื่ม น้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย และสินค้าหัตถกรรม เปิดจำหน่ายทุกวันตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 – 12 มกราคม 2562 พร้อมบริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เมื่อซื้อสินค้าครบ 10,000 บาท หน่วยงานต่างๆ หรือประชาชนที่สนใจจะสั่งซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สามารถดูรายละเอียดสินค้าและรูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้ทาง Facebook : coopmarket.cpd และทาง ID Line : cpd.shop หรือติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์ 0-2280-7506 หรือ 06-2610-7842 ซึ่งกรมมีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาท
ขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนาได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทำให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ขยายพื้นที่ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนา หลังจากดำเนินการอนุมัติโครงการดังกล่าวไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อลดความเสี่ยงของเกษตรกรในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม สำหรับรายละเอียดของโครงการดังกล่าว จะมีการสนับสนุนสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปีเป็นระยะเวลา 6 เดือน วงเงินไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย ที่มีการอนุมัติไปแล้วจำนวน 33 จังหวัด แต่พบว่ายังมีจังหวัดที่มีศักยภาพปลูกข้าวโพดเพิ่มเติมและมีความพร้อมในการรับซื้อผลผลิตอีก 4 จังหวัด ได้แก่ เลย มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ นอกจากนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ยังพร้อมและยินดีสนับสนุนในการเข้าร่วมโครงการด้วย

สำหรับโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา หลังจากดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการแล้วเกือบ 90,000 ราย คิดเป็นพื้นที่โครงการเกือบ 800,000 ไร่
หรือเท่ากับจำนวนข้าวโพด 1 ล้านตัน ข้อดีของโครงการนี้นอกจากจะลดจำนวนการปลูกข้าว ทำให้ราคาข้าวดีขึ้น ยังเป็นการเพิ่มผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นอกจากนี้ยังประสานภาคเอกชนรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดจากผู้เข้าร่วมโครงการ รวมถึงมีการประกันภัยความเสี่ยงให้กับเกษตรกร โดยได้รับการชดเชยกรณีเกิดความเสียหายอัตรา
ไร่ละ 1,500 บาท…

รัฐบาลเห็นชอบโครงการช่วยเหลือสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน เริ่มดำเนินการธันวาคม 2561-ก.ย. 2562 โดยจะช่วยเหลือเกษตรกรที่มีสวนยางในพื้นที่เอกสารสิทธิ เปิดกรีดแล้วและขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ก่อนวันที่ 14 พ.ย. 2561 จำนวน 999,065 ราย และคนกรีดยาง 304,266 ราย รวมพื้นที่ 9.45 ล้านไร่ โดยให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามพื้นที่เปิดกรีดจริงไร่ละ 1,800 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ (แบ่งเป็นเจ้าของสวนยาง 1,100 บาทต่อไร่ และคนกรีดยาง 700 บาทต่อไร่) คาดใช้งบประมาณโครงการนี้ 17,000 ล้านบาท

ส่วนการช่วยเหลือชาวสวนปาล์มราคาตกต่ำ มีมติช่วยเหลือตามพื้นที่ปลูกจริงไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือน
ไม่เกิน 15 ไร่ โดยช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในส่วนที่ปลูกปาล์มแล้วให้ผลผลิตอายุมากกว่า 3 ปี จำนวน 150,000 ราย พื้นที่ 2.25 ล้านไร่ ซึ่งเกษตรกรจะต้องแจ้งยืนยันขอรับสิทธิ์กับกรมส่งเสริมการเกษตรภายในเดือนธันวาคม 2561 โดยกรณีขึ้นทะเบียนก่อนปี 2561 ให้มาปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันภายในเดือนธันวาคมนี้เช่นกัน ทั้งนี้ ทะเบียนบ้านที่นำมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรจะต้องกำหนดบ้านเลขที่ และกรณีย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของกระทวงมหาดไทยก่อนวันที่ 29 พ.ย. 2561 และจะต้องเป็นชาวสวนปาล์มที่เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับ ธ.ก.ส. โดยระยะดำเนินการจะเริ่มเดือนธันวาคม 2561-ก.ย. 2562 โดยวงเงินรวมโครงการนี้ทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรและบริหารจัดการประมาณ 3,458 ล้านบาท…ใครที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนก็รีบดำเนินการนะครับ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

Advertisements

ชายคาพระพิรุณ : 10 ธันวาคม 2561

Published December 17, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/381926

x

ชายคาพระพิรุณ : 10 ธันวาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดอบรมหลักสูตร การประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ เน้นผู้สอบบัญชีรู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัยสำหรับสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์

นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การดำเนินงานธุรกิจของสหกรณ์มีการปรับตัวให้ก้าวทันยุคสมัย โดยนำคอมพิวเตอร์และนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้อำนวยความสะดวกในการบริหารงานของสหกรณ์มากขึ้น มีการใช้โปรแกรมระบบบัญชีประมวลผลข้อมูล เพื่อช่วยให้ระบบการเงินการบัญชีของสหกรณ์มีความเข้มแข็ง มีการควบคุมภายในที่ดี สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหายแก่ระบบสารสนเทศของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงออกระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ประมวลผลข้อมูล พ.ศ.2553 เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการและการควบคุมงานด้านคอมพิวเตอร์อย่างมีระบบและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งกำหนดภาพกว้างที่สหกรณ์ต้องนำไปกำหนดวิธีปฏิบัติในรายละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของแต่ละสหกรณ์

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวอีกว่า กรมยังเห็นความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในฐานะผู้สอบบัญชีสหกรณ์ที่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายในและการรักษาความปลอดภัย สำหรับสหกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ ปีงบประมาณ 2562 ขึ้น เพื่อให้ผู้สอบบัญชีได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการประเมินมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมภายใน และการรักษาความปลอดภัยสำหรับสหกรณ์ที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชี
คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่สหกรณ์อาจนำมาใช้ และสามารถให้คำแนะนำเพื่อให้สหกรณ์มีแนวทางกำหนดวิธีการควบคุมภายในที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และลักษณะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ รวมทั้งช่วยให้ผู้สอบบัญชีใช้เป็นแนวทางประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชีและการควบคุมภายในของสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สามารถป้องกันความเสี่ยงอันเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของสหกรณ์ได้ โดยมีผู้สอบบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสหกรณ์ ที่ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์และเป็นสหกรณ์กลุ่ม พร้อมรับการตรวจสอบ เข้ารับการอบรม 2 รุ่น รุ่นละ 30 คน

“เทคโนโลยีต่างๆ มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ ดังนั้น ผู้สอบบัญชีทุกคนต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ พัฒนาตนเองให้เป็น CYBER AUDITOR หรือ ผู้สอบบัญชีที่มีสมรรถนะด้านไอทีในระดับสูง มีองค์ความรู้และทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสอบบัญชี เพื่อสร้างคุณภาพและความเชื่อมั่นของผลงานการสอบบัญชี รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่งานสอบบัญชี ถือเป็นการช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ให้สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศที่มีมากกว่า 10 ล้านคน”

 

ขุนเกษตร

ชายคาพระพิรุณ : กรมพัฒนาที่ดินจัดใหญ่!งานวัน‘ดินโลก’5-7ธ.ค.

Published December 13, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/380527

x

ชายคาพระพิรุณ : กรมพัฒนาที่ดินจัดใหญ่!งานวัน‘ดินโลก’5-7ธ.ค.

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการผลิตน้ำมันปาล์มมากเป็นอันดับ 3 ของโลก มีโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มที่ลงทะเบียนมากกว่า 100 ราย รวมถึงมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกือบทั้งหมดเป็นสวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกรรายย่อยที่ยังขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการสวนปาล์ม ขาดการรวมกลุ่มสร้างเครือข่าย ตามแนวทางการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ส่งผลให้คุณภาพและผลผลิตของปาล์มน้ำมันในประเทศไทยมีคุณภาพไม่ดีนัก

กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ดำเนินโครงการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการผลิตน้ำมันปาล์มและเพิ่มความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาและสังคมในการผลิตปาล์มน้ำมัน และได้รับการสนับสนุนจาก Ministry of the Environment, Nature Conservationand Nuclear Safety (BMU) แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

สำหรับดำเนินโครงการในประเทศไทย เป็นระยะเวลา 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561–2565 เพื่อมุ่งสู่การยกระดับปาล์มน้ำมันในประเทศไทยให้ได้มาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม (RSPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จะเตรียมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ สุราษฎร์ธานีและชุมพร เป็นศูนย์กลางฝึกอบรมผู้นำเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร รวมถึงให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินแก่เกษตรกร พร้อมสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ เพื่อการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม

นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดตั้งโรงเรียนปาล์มน้ำมัน ในตำบลเขาคราม อำเภอเมืองจังหวัดกระบี่ เป็นสถานที่ฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติ มีแปลงปลูกปาล์มน้ำมันและยังร่วมพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อติดตามและรายงานผลการดำเนินงานของเกษตรกรในพื้นที่นำร่องตามฐานข้อมูลเดิมที่กรมส่งเสริมการเกษตรมีอยู่ พร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านอื่นๆ ให้สามารถพัฒนาคุณภาพปาล์มน้ำมันของไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล RSPO อีกทั้ง ยังมีเป้าหมายในการปรับปรุงวิถีชีวิตของเกษตรกร ส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชตามความเหมาะสมของที่ดิน และส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยรวมกลุ่มเป็น เกษตรแปลงใหญ่ ลดต้นทุน ส่งเสริมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเพื่อให้มั่นใจถึงคุณภาพของพืชและสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงเกษตรกรเข้าสู่ตลาด

สำหรับการปลูกปาล์มตามมาตรฐานของ RSPO เป็นการปลูกปาล์มน้ำมันโดยมีการกำกับดูแลในเรื่องการจัดการสวน การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และ การอยู่ร่วมกันภายในชุมชน มีหลักการ 8 ข้อ ได้แก่ 1.ความโปร่งใส 2.ทำตามกฎหมายและระเบียบ 3.สร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจในระยะยาว 4.ทำตามวิธีการดูแลรักษาปาล์มน้ำมันที่ดี 5.ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม 6.รับผิดชอบต่อลูกจ้างและชุมชน 7.ปลูกปาล์มใหม่อย่างมีความรับผิดชอบ 8.พัฒนาสวนปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง คาดว่า ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2565 จะมีเกษตรกรรายย่อยกว่า 3,000 รายที่ได้รับความรู้จากการเข้าร่วมโครงการ สามารถผลิตวิทยากรหลักจากโครงการมากกว่า 50 คน มีภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 10 โรงงาน ลดต้นทุนในการผลิตได้ถึง 20% และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 5,000 ตัน…

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน จัดงานวันดินโลกในหัวข้อ “Be the Solution to Soil Pollution : ร่วมคิดร่วมทำแต่วันนี้ เพื่อปฐพีไร้มลพิษ” ระหว่างวันที่ 5–7 ธันวาคม 2561 ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในหัวข้อ “น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน คืนชีวิตให้แก่ดิน คืนความสุขให้แก่เรา” โดยภายในงานจัดแสดงนิทรรศการแสดงผลความสำเร็จของการน้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชา ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินมาปฏิบัติใช้ออย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรดินและน้ำนำไปสู่การสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และการขจัดความหิวโหย จึงเชิญชวนเข้าร่วมชมนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจได้ในวันและเวลาดังกล่าวครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 26 พฤศจิกายน 2561

Published December 12, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/379108

x

ชายคาพระพิรุณ : 26 พฤศจิกายน 2561

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เกษตรกรที่ร่วมโครงการมีการบริหารจัดการร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ นำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ มีการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตร เพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการตลาดได้ โดยแนวทางการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ จะยึดพื้นที่เป็นหลัก มีการดำเนินงานในลักษณะบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมๆ ไปกับการร่วมมือร่วมใจของเกษตรกรที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มการผลิต มีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ ในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีแปลงใหญ่ทั้งสิ้น 4,663 แปลง เกษตรกร 315,897 ราย พื้นที่ 5.41 ล้านไร่ ในการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่นั้นได้เน้นเรื่องตลาดนำการผลิตเป็นสำคัญ ทำให้ปัจจุบันแปลงใหญ่ที่ดำเนินการปี

สำหรับปี 2562 นายสำราญ สาราบรรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้ที่ถือได้ว่าเป็นคนปลุกปั้น และมีส่วนสำคัญในการออกแบบแนวทางปฏิบัติของโครงการเกษตรแปลงใหญ่ มาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถือว่ามีความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมและต่อยอดเกษตรแปลงใหญ่ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ปีนี้เมื่อรับหน้าที่อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จึงมีความพร้อมมากที่จะทำงานต่อได้ทันที และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เรียกเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานแปลงใหญ่ ในระดับเขต ทั้ง 9 เขต เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานแปลงใหญ่ จากสำนักงานเกษตรจังหวัด 77 จังหวัด รวมทั้งผู้รับผิดชอบงานแปลงใหญ่ของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร รวมกว่า 200 คน มาสัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับผู้รับผิดชอบงานแปลงใหญ่ในทุกระดับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีความเข้าใจในระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ และใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่บรรลุเป้าหมายโครงการ…

ด้านกรมหม่อนไหม โดย นางสาวศิริพร บุญชู รักษาราชการแทนอธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นปลื้ม หลังจากส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ภาคเหนือภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืนปี 2561เป้าหมายเกษตรกร 800 ราย แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ (1) กิจกรรมการเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม 200 ราย และ (2) กิจกรรมเลี้ยงไหมเพื่อผลิตแผ่นใยไหม 600 ราย มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาตามนโยบายการทวงคืนผืนป่า เร่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 9 แสนล้านไร่ แล้วพบว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงไหมอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า 6,000 บาท/เดือน และมีรายได้จากการเลี้ยงไหมผลิตแผ่นใยไหมไม่น้อยกว่าเดือนละ 10,000 บาท จึงนับว่าเป็นโอกาสดีของเกษตรกร ที่ปรับเปลี่ยนอาชีพจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาเป็นการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพราะนอกจากเกษตรกรจะมีรายได้แล้วยังสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการสร้างป่าต้นน้ำทวงคืนผืนป่าและลดการบุกรุกพื้นที่ป่าจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีกด้วย…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 19 พฤศจิกายน 2561

Published December 11, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/377650

x

ชายคาพระพิรุณ : 19 พฤศจิกายน 2561

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัจจุบัน ประเทศไทยผลิตยางพาราได้ปีละ 4.5 ล้านตัน ในจำนวนนี้ใช้ในประเทศ 5 แสนตัน และส่งออก 4 ล้านตัน แต่ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจของหลายๆประเทศ ทำให้การส่งออกยางพาราทำได้น้อย ขณะที่ปริมาณการใช้ในประเทศก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคายางพาราดิ่งเหวต่อเนื่องมาหลายปี ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หามาตรการแก้ไขเร่งด่วนภายใน 7 วัน ครอบคลุมทั้งเรื่องการลดต้นทุนการผลิต การประกันราคาน้ำยางสด การเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้หารือร่วมกับ 5 บริษัทเอกชนผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของประเทศ ได้แก่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด(มหาชน) บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัทยางไทยปักษ์ใต้ และบริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด โดยที่ประชุมเห็นชอบมาตรการ ดังนี้ 1.โครงการเสริมความเข้มแข็งของเกษตรกรชาวสวนยาง เบื้องต้นไม่ต่ำกว่าเดิมคือ 15 ไร่ ไร่ละ 1,500 บาท เพื่อพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง 2.โครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดย กยท.กำหนดราคายางขั้นต่ำ 3 ชนิด ได้แก่ น้ำยางสด ไม่ต่ำกว่า กก.ละ 37 บาท ยางก้อนถ้วยไม่ต่ำกว่า กก.ละ 35 บาทและยางแผ่นรมควันไม่ต่ำกว่า กก.ละ 40 บาท หากขายให้สถาบันเกษตรกรแล้วได้ราคาต่ำกว่าที่ประกาศไว้ ให้ใช้เงินจากกองทุนสงเคราะห์สวนยางช่วยเหลือรายบุคคล กก.ละ 2-3 บาท และ 3.ทบทวนข้อกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างในการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ เพื่อทำถนน เนื่องจากเมื่อเทียบราคากันกับแอสฟัลท์ติกแล้วยางพารามีราคาสูงกว่า แต่คงทนมากกว่า…แหม…ลุงตู่ คิดช้าไปนิด แถมมาคิดได้ช่วงใกล้เลือกตั้งซะด้วยชาวบ้านต้องทนทุกข์ขายยาง 3 โลร้อยมานาน จนบางคนโค่นยางทิ้งไปแล้วก็มี แต่ถึงจะช้าก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย หวังว่ามาตรการที่จะทำต่อไปนี้จะกระตุ้นให้ราคายางพารากระเตื้องขึ้นมาในระดับที่เกษตรกรอยู่ได้ มีกำไรนะครับ…

ช่วงนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ฟิตจัด สั่งการให้กองสารวัตรและกักกัน สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจในพื้นที่ออกตรวจจับร้านขายอาหารสัตว์ ยาสัตว์ผิดกฎหมายรวมถึงโรงฆ่าสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีสถานประกอบการขายอาหารสัตว์ ยาสัตว์ไม่มีทะเบียน และเสื่อมคุณภาพอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งหากเจ้าของสัตว์นำอาหารสัตว์ ยาสัตว์ไปใช้กับสัตว์ของตนเอง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ถึงตาย เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาและสารตกค้างได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบระยะยาว ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ ร้านขายอาหารสัตว์ ยาสัตว์จะต้องได้รับใบอนุญาต และขายอาหารสัตว์ ยาสัตว์ ที่มีทะเบียน และมีคุณภาพด้วย โดยมีสัตวแพทย์หรือเภสัชกรอยู่ประจำร้านด้วย อธิบดีกรมปศุสัตว์ ฝากบอกว่า หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายด้านปศุสัตว์โปรดแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) “DLD 4.0” ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

การปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักถึงการจดบันทึกบัญชีเป็นประจำ จะทำให้รู้รายรับ รายจ่าย และเงินออม ซึ่งเป็นการสร้างวินัยทางการเงินกับตัวเองและครอบครัวรวมถึงขยายเครือข่ายไปยังผู้ปกครองและชุมชน ให้สามารถนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีภูมิคุ้มกัน นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นที่สุด จึงมอบหมายให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์กรุงเทพมหานคร เปิดโครงการอบรมหลักสูตร “การจัดทำบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ปี 2562” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 15-16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีเยาวชนกว่า 100 คน เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้…ยอดเยี่ยมครับ เราต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 12 พฤศจิกายน 2561

Published December 10, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/376187

x

ชายคาพระพิรุณ : 12 พฤศจิกายน 2561

วันจันทร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ถือว่าคืบหน้าเป็นระยะ โดยเฉพาะในด้านการตลาดที่จะมารองรับผลผลิตในโครงการ เพราะขณะนี้ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานกับบริษัทเอกชนตั้งจุดรับซื้อในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งภาคเอกชน ต่างขานรับพร้อมรับซื้อข้าวโพดทุกฝักภายใต้โครงการดังกล่าว โดย นายระพีภัทร จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะรองโฆษกกระทรวงเกษตรฯให้ข้อมูลว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯพร้อมเดินหน้าเต็มที่ หลังจับมือกับบริษัทเอกชนประกาศจุดรับซื้อในพื้นที่กว่า 1 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัด อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจตราการบริหารจัดการในเรื่องปัจจัยการผลิต (น้ำ,ปุ๋ย,เมล็ดพันธุ์) และจุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีความโปร่งใส เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้าแทรกแซง โดยปัจจุบันมีบริษัทภายใต้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ แจ้งรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร อย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ 1. บริษัท บีอาร์เอฟ ฟีด (ไทยแลนด์) จำกัด 2. บริษัท ลีพัฒนาอาหารสัตว์ จำกัด 3. บริษัท เบทา โกร จำกัด และ 4. บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น นอกจากนี้ มีเอกชนในพื้นที่รับซื้อ 8 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าในท้องถิ่นที่เป็นคู่ค้าเดิมของสหกรณ์ หรือเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งผลการจับคู่กับเอกชนเพื่อรับซื้ออาหารสัตว์พบว่าส่วนใหญ่มีการจับคู่คู่ค้าเรียบร้อยแล้วและมีบริษัทเอกชนวางแผนเข้ารับซื้อแล้ว

สำหรับบริษัทภายใต้สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยยินดีสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ราคาพิเศษ ผ่านร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่รับบัตรเกษตรสุขใจ (A-Shop) และจะดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง ด้วยวิธี Train The Trainer ผ่าน Video Conference เบื้องต้นมีบริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ แจ้งข้อมูลแล้วอย่างน้อย 4 บริษัท ได้แก่ 1. บริษัท แปซิฟิค เมล็ดพันธุ์ จำกัด 2. บริษัท ชินเจนทา ซีดส์ จำกัด 3. บริษัท เมล็ดพันธุ์ เอเชีย จำกัด และ 4. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เป็นต้น โดยทุกบริษัทสามารถจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ได้ทุกจังหวัด เกษตรกรสามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบ และขณะนี้มีสหกรณ์ 274 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ และเป็นจุดรวบรวมผลผลิต โดยเป็นสหกรณ์รวบรวมพร้อมปรับปรุงคุณภาพ 21 แห่ง สหกรณ์เป็นจุดรวบรวมอย่างเดียว 132 แห่ง สหกรณ์ที่พร้อมให้เอกชนเช่าพื้นที่เพื่อเป็นจุดรวบรวม 121 แห่ง ซึ่งทั้ง 274 สหกรณ์ ได้ส่งรายชื่อให้กับ ธ.ก.ส. เรียบร้อยแล้ว เพื่อประสานการเป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่รับบัตรเกษตรสุขใจ กระทรวงเกษตรฯจึงเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา กับสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยในเร็วๆ นี้

สัปดาห์ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) ได้ร่วมลงนามความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และข้อมูลสารสนเทศด้านส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางและข้อมูลสารสนเทศด้านการส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งจะเป็นการบูรณาการข้อมูลทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางของ กยท. และข้อมูลสารสนเทศด้านส่งเสริมสหกรณ์ของ กสส. เพื่อใช้ฐานข้อมูลระหว่างสององค์กรนี้ ให้เป็นประโยชน์ต่อการรองรับภารกิจของหน่วยงานและตอบสนองนโยบายรัฐบาล อีกทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่เกษตรกรชาวสวนยางในการพัฒนาการผลิต ตลอดจนการอำนวยสินเชื่อซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยข้อมูลที่นำมาเชื่อมโยงในส่วนของ กยท.ได้แก่ ข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกยาง ข้อมูลสวนยาง จุดรวบรวมยางของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน ข้อมูลพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน ข้อมูลความเคลื่อนไหวราคายางชนิดต่างๆ รวมถึงข้อมูลต้นทุนยาง/ราคายาง ตลาดกลางยางพาราและข้อมูลในส่วนของ กสส.ได้แก่ ข้อมูลสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ข้อมูลโรงงานผลิตยางแท่ง STR ข้อมูลโรงงานอัดยางก้อน ข้อมูลตลาด ข้อมูลโรงอบ/รมควันยางพารา ข้อมูลโรงตากยางแผ่นดิบ/ยางเครฟ ข้อมูลศูนย์รวบรวมน้ำยางสด เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่า ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานตามภารกิจของทั้งสองหน่วยงานและเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องชาวสวนยางพาราและสมาชิกสหกรณ์อย่างแน่นอน

ขุนเกษตร

ชายคาพระพิรุณ : 5 พฤศจิกายน 2561

Published November 5, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/374632

x

ชายคาพระพิรุณ : 5 พฤศจิกายน 2561

วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ที่บูรณา
ร่วมมือกันทุกส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน
ถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่ง
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนโครงการ โดยมีสหกรณ์การเกษตรเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการผลผลิต ตั้งแต่เริ่มการจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกรสมาชิก การดูแลพื้นที่เพาะปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการประสานกับภาคเอกชนเพื่อเปิดจุดรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร ซึ่งขณะนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ กำหนดจุดรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่เป้าหมาย
33 จังหวัด ตั้งเป้าทุกอำเภอต้องมีจุดรับซื้อข้าวโพดอย่างน้อย 1 จุด พร้อมกำหนดมาตรฐานการรับซื้อเป็นมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ เบื้องต้น ตกลงราคารับซื้อข้าวโพดแห้งความชื้นไม่เกิน 14.5% กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 8 บาท เชื่อมั่นปลูกแล้วมีตลาดรับซื้อแน่นอน เชิญชวนเกษตรกรตัดสินใจเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคม นี้

สำหรับความร่วมมือของภาคเอกชนนั้น เบทาโกร ถือเป็น 1 ใน 15 บริษัท ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยจะเข้ามารับซื้อผลผลิตข้าวโพดแบบไม่จำกัดปริมาณ แต่รูปแบบการรับซื้อจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด คือ จะต้องเป็นข้าวโพดเบอร์ 2 ความชื้นไม่เกิน 18.5% เม็ดเสียไม่เกิน 6% เม็ดแตกไม่เกิน 5% สิ่งเจือปนไม่เกิน 1% เป็นต้น ส่วนราคารับซื้อทางสมาคมอาหารสัตว์รับประกันไว้ที่ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8 บาท ซึ่งเป็นราคาจำหน่ายที่หน้าโรงงานในกทม.และปริมณฑล ส่วนราคารับซื้อในแต่ละพื้นที่อาจจะแตกต่างกันไปตามคุณภาพ ความชื้น สิ่งเจือปนและค่าขนส่ง ซึ่งจะยึดตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ และใช้มาตรฐานในการรับซื้อเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ โดยบริษัทจะรับซื้อผ่านสหกรณ์นั้นๆ โดยตรง ส่วนสหกรณ์ที่ขาดศักยภาพในการผลิต บริษัทอาจต้องใช้วิธีการซื้อผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยประสานให้พ่อค้าเข้าไปรับซื้อข้าวโพดสดจากสหกรณ์ในราคาที่เป็นธรรม แล้วนำไปตาก อบลดความชื้น เป่าฝุ่น หลังจากนั้นทางบริษัทก็จะรับซื้อจากพ่อค้าอีกที เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้อีกทางหนึ่ง และที่สำคัญจะเน้นรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่ปลูกในพื้นที่ที่ถูกกฎหมาย มีเอกสารสิทธิ…สำหรับโครงการนี้ ขุนเกษตรา มองว่าหากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันเชิญชวนเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการได้ตามเป้าหมายน่าจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ และจะเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาด้วยการวางแผนการผลิตภาคการเกษตรของประเทศในพืชชนิดอื่นๆ ได้อีกด้วย

กรมประมงเตรียมจัดงาน ประมงรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ครั้งที่ 8 ภายใต้ แนวคิด “น้อมรำลึก สืบสานงานของพ่อ” ระหว่างวันที่ 7 – 11 พฤศจิกายน 2561 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่องานด้านการประมง โดยได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการปลาพระราชทาน “ปลาของพ่อ” จัดแสดงประวัติความเป็นมาของปลาพระราชทานทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ปลาหมอเทศ ปลานิล ปลากระโห้ และปลานวลจันทร์ทะเล ประกอบกับจัดแสดงปลามีชีวิต โซนที่ 2 นิทรรศการ 70 ปี แห่งการทรงงาน จารึกไว้ในแผ่นดิน “รูปของพ่อ”จัดแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยรวบรวมภาพพระราชกรณียกิจการทรงงานด้านการประมง ที่ตรึงอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่มีต่อด้านการประมงไทยตลอดมา โซนที่ 3 โครงการเกษตรอทิตยาทร จัดแสดงนิทรรศการกิจกรรมในโครงการเกษตรอทิตยาทร ซึ่งเป็นโครงการในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เพื่อถ่ายทอดความรู้วิชาการทางการเกษตรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายในนิทรรศการมีการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ร้านค้าของโครงการฯ และโซนที่ 4 ตลาดส่งเสริมผลิตภัณฑ์ประมง “ต่อยอดสิ่งที่พ่อให้” เปิดโอกาสให้เกษตรด้านการประมงสามารถนำผลิตภัณฑ์ด้านการประมงมาจำหน่ายภายในงานเพื่อส่งเสริมการตลาดให้แก่เกษตรกร ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จทรงเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561 เวลา 15.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี เชิญไปเที่ยวชม ช็อป กันได้ในวันเวลาดังกล่าวนะครับ

ขุนเกษตร

ชายคาพระพิรุณ : 29 ตุลาคม 2561

Published November 5, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/373187

x

ชายคาพระพิรุณ : 29 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในที่สุดตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรก็คลอดออกมาตามคาด นั่นคือ นายสำราญ สาราบรรณ์ ซึ่งถือเป็นลูกหม้อของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ผ่านประสบการณ์งานสำคัญๆ เป็นผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนัก ก่อนขยับมาเป็นรองอธิบดีและอธิบดีในปัจจุบัน นายสำราญ จบการศึกษาปริญญาตรี และ ปริญญาโท สาขาพืชไร่นา จากคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU 40) มีผลงานที่ได้รับรางวัล เช่น การดำเนินงานโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน (2542–2545) ซึ่งมีการพัฒนากระบวนการและเทคนิควิธีการในการจัดทำแผนงานชุมชนแบบมีส่วนร่วม ที่นำไปสู่การพัฒนาชุมชนให้สามารถพึ่งตนเองได้

นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์และผลงานที่สำคัญ เป็นผู้ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าการเกษตรด้านพืชและแมลงเศรษฐกิจของประเทศ โดยทำหน้าที่ในการวางยุทธศาสตร์ และแนวทางในการพัฒนาการผลิตของเกษตรกร ให้มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้ตามชนิดสินค้า รวมถึงการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพการเกษตร ผลงานที่โดดเด่นอีกด้านคือเป็นผู้ปลุกปั้นและวางรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้นจนเป็นรูปร่างและขยายผลประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน และขณะนี้ได้มาสานต่อโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา ปีที่ 2 ซึ่งปัจจุบัน มีเกษตรกรสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 109,421 ราย พื้นที่ 953,330.50 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2561) จากพื้นที่เป้าหมาย 2.8 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัด นับว่า นายสำราญ เป็นอธิบดีที่ยังหนุ่ม ไฟแรงและมีความสามารถอีกคนหนึ่ง “ขุนเกษตรา” จึงขอฝากความหวังการดูแลเกษตรกรไทยทั่วประเทศไว้กับท่านอธิบดีสำราญด้วยนะครับ

ปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดมีให้เห็นทุกปี จำเป็นต้องปรับแผนการผลิตและการตลาดไก่ไข่ เพื่อให้การเลี้ยงไก่ไข่และการผลิตไข่มีปริมาณที่เหมาะสม ล่าสุดกรมปศุสัตว์ โดย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้จัดประชุมหารือร่วมกับ 16 บริษัทผู้นำเข้าและเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์-ปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่รายใหญ่ เพื่อพิจารณาแผนการผลิตและการตลาดไก่ไข่ปี 2562 โดยทุกบริษัทพร้อมร่วมมือในการปรับลดแผนการนำเข้าและเลี้ยงลง 10% ของปี 2561 กรมปศุสัตว์จะได้นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) พิจารณาอนุมัติต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณามาตรการแก้ไขราคาไข่ที่ลดลง เนื่องจากปริมาณไข่ที่ตกค้างจำนวนมากในช่วงเทศกาลกินเจและปิดเทอม โดยกรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยงรายใหญ่เพิ่มปริมาณการส่งออกไข่ตามแผนปฏิบัติการ PS Support ควบคู่กับการปลดแม่ไก่ไข่ยืนกรงอย่างต่อเนื่อง และกรมปศุสัตว์จะประสานความร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ด้านการตลาดภายในประเทศ ตามที่สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอความอนุเคราะห์ คาดว่าการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ช่วงนี้สหกรณ์หลายแห่งจัดประชุมใหญ่ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงถือโอกาสมอบหมายให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด ร่วมประชุมกลุ่มย่อยกับสมาชิกสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้คำแนะการจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพให้กับสมาชิก เสริมสร้างความรู้ด้านการเงินในการบริหารจัดการหนี้สินและสร้างวินัยทางการเงินที่ดีแก่ตนเองและครอบครัว เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวัน สร้างวินัยในการใช้จ่ายเงิน และวางแผนในการประกอบอาชีพ ดังที่ว่า “บัญชีครัวเรือนบันทึกเพื่อวางแผนอนาคต จดแล้วไม่จน”

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 22 ตุลาคม 2561

Published November 4, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/371740

x

ชายคาพระพิรุณ : 22 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โปรเจกท์ใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯช่วงนี้ น่าจะเป็นโครงการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังจะสร้างสมดุลของปริมาณผลผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง แล้วหันมาปลูกพืชทดแทนที่มีศักยภาพและสามารถบริหารจัดการด้านการตลาดได้ โดย นายกฤษฎา บุญราช รมว.กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้นโยบายว่าการสมัครเข้าร่วมโครงการ ให้ขึ้นกับความสมัครใจของเกษตรกรเป็นหลัก เพราะเกษตรกรจะต้องมั่นใจว่าจะได้ผลผลิต และขายได้ โดยใช้ตลาดนำการผลิต และให้เป็นโครงการที่เกิดการบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และ ธ.ก.ส. แต่ที่มีบทบาทมากกว่าใครก็คงเป็นกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์…วันก่อน ขุนเกษตรา ได้สอบถามข้อมูลความคืบหน้าจากนายสำราญ สาราบรรณ์ ว่าที่อธิบดี ผู้ซึ่งทำงานโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น ได้ข้อมูลมาว่า ปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตรได้เดินหน้าเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะมีมากขึ้น มีพื้นที่เป้าหมาย 2.8 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพที่สามารถปลูกข้าวโพดได้ตามหลัก zoning by agri map และลดความเสี่ยงเนื่องจากมีน้ำเพียงพอ โดยจะเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไปจนถึง 15 พฤศจิกายน 2561 ขณะนี้ ทีม 5 เสือเกษตร ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง และมีเกษตรกรสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 885,084.75 ไร่ เกษตรกร 1,000,940 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.) กรมส่งเสริมการเกษตรได้แนะนำให้เกษตรกร ที่เข้าร่วมการปลูกแล้ว ปฏิบัติดูแลตามคำแนะนำทางวิชาการ และหากเกษตรกรไม่มีเงินทุน ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยถูกตามเงื่อนไขให้แก่เกษตรกรโดยตรง

ด้าน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงว่าขณะนี้มีสหกรณ์การเกษตรเข้าร่วมโครงการแล้ว 250 แห่ง ซึ่งโครงการนี้จะใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาขับเคลื่อนตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร โดยสหกรณ์การเกษตรจะทำหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิต ตั้งแต่การประสานหน่วยงานเข้ามาอบรมถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าวโพดให้กับเกษตรกร การจัดหาเมล็ดพันธุ์คุณภาพและจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรมาบริการเกษตรกร การรวบรวมผลผลิตข้าวโพดเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยรัฐบาล มีมาตรการในการจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.ให้เกษตรกรกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเป็นค่าปัจจัยการผลิตและเตรียมแปลง ไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ และสนับสนุนสินเชื่อให้สหกรณ์และสถาบันเกษตรกรกู้ยืมเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนรวบรวมข้าวโพดจากเกษตรกร ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 พร้อมทั้งสนับสนุนเบี้ยประกันภัย 65 บาทต่อไร่ เมื่อได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ น้ำท่วม หรือถูกแมลงศัตรูพืชทำลาย จะได้รับเงินชดเชย ไร่ละ 1,500 บาท นอกจากนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เชิญบริษัทเอกชน 13 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์มาหารือถึงเรื่องคุณภาพและราคาข้าวโพดที่จะรับซื้อจากเกษตรกร รวมถึงกำหนดจุดรับซื้อในพื้นที่ทั้ง 33 จังหวัด โดยจะมีการแบ่งจุดรับซื้อที่แน่นอนว่าบริษัทใดจะเข้าไปรับซื้อในพื้นที่ใด ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนภายในวันที่ 25 ตุลาคม นี้

“ขุนเกษตรา” มองว่า การดำเนินโครงการนี้ ภาพรวมเป็นนโยบายที่ดี เป็นการปรับเปลี่ยนการทำนาปรังในพื้นที่ไม่เหมาะสม แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ กระทรวงเกษตรฯ ต้องดูแลเกษตรกรตั้งแต่เริ่มต้นไปจนสิ้นสุดโครงการ เพราะไม่อย่างนั้น จะมีปัญหาตามมาได้ โครงการนี้ กลไกสหกรณ์จะมีส่วนสำคัญทำให้การขับเคลื่อนให้ประสบผลสำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย โดยสหกรณ์การเกษตรต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือกับภาคแอกชนตามแนวทางประชารัฐ ในการเจรจากับภาคเอกชนในการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าตามราคาประกาศของกระทรวงพาณิชย์และอยู่ภายใต้พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรพันธะสัญญาพ.ศ.2560 พร้อมทั้งกำหนดจุดรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจได้ว่าการปลูกข้าวโพดหลังนาจะมีตลาดรองรับที่แน่นอนและขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 15 ตุลาคม 2561

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/370319

x

ชายคาพระพิรุณ : 15 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดงานปีงบประมาณใหม่มาครึ่งเดือน อธิบดีป้ายแดงหลายกรมเข้าประจำการปฏิบัติหน้าที่ บางกรมที่ได้ลูกหม้อและเคยผ่านตำแหน่งรองอธิบดีมาแล้ว ก็เริ่มงานได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ให้เสียเวลา อย่างเช่น กรมพัฒนาที่ดิน
ที่ได้ นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาดำรงตำแหน่งอธิบดี ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในงานพัฒนาที่ดิน ทั้งด้านบริหารและวิชาการ มีประสบการณ์ปฏิบัติงานมาแล้วทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง ผ่านการเป็นหัวหน้าสถานีพัฒนาที่ดิน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต เลขานุการกรม และเคยดำรงตำแหน่งรองอธิบดีมาก่อนจะไปเป็นผู้ตรวจราชการ ดังนั้นถือว่าครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น เมื่อกลับมาเป็นอธิบดีในคราวนี้ จึงสามารถเริ่มต้นทำงานสานต่อนโยบายเก่า เริ่มต้นนโยบายใหม่ได้ทันที โดยในวันที่เข้ารับตำแหน่งอธิบดีวันแรกก็ได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของกรมพัฒนาที่ดิน ให้แก่ ผอ.สำนัก/กอง/เขต และข้าราชการให้เน้นการทำงานการพัฒนาระดับภาคและจังหวัดและให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่มากขึ้น และปรับการทำงานให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0 เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน

เรื่องของหมาแมวทำงานเข้ากระทรวงเกษตรฯและกรมปศุสัตว์อย่างจัง เมื่อเกิดกระแสวิจารณ์สนั่นเมืองเรื่องร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ จนกรมปศุสัตว์ต้องออกมาชี้แจงว่า ร่างดังกล่าว ยังไม่มีผลบังคับใช้ เป็นเพียงร่างกฎหมายที่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อีก 3 วาระ โดยที่หลักการของร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ เป็นประโยชน์ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งทำให้เจ้าของมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงตัวเองมากขึ้น แต่ยังมีบทบัญญัติบางประการ เช่น การขึ้นทะเบียน และการทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม และอัตราค่าปรับ ที่อาจเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ กลับไปพิจารณาทบทวนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความเหมาะสมของบทบัญญัติตามความเห็นของนายกรัฐมนตรี โดยจะต้องไม่เป็นภาระแก่ประชาชน แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น ในช่วงนี้ หากพี่น้องประชาชนท่านใดมีความเห็นประการใดเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่..)พ.ศ…. ดังกล่าว ขอให้เสนอข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่แอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ที่ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ในโทรศัพท์ทุกระบบหรือทางอี-เมล info@dld.go.th หรือทางเฟซบุ๊คปศุสัตว์ก้าวหน้า (www.facebook.com/livestocknews)

ฟากฝั่งเทเวศร์ สัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมทางไกล (Conference) เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2561/62 และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรเพื่อช่วยชะลอการขายข้าวเปลือกในช่วงต้นฤดูกาลผลิต และรักษาระดับราคาข้าวเปลือกให้มีเสถียรภาพ ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายในการสร้างความเข้าใจแก่ผู้แทนของสหกรณ์ สถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงรายละเอียด หลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินโครงการ รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยมีผู้แทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร่วมประชุมชี้แจงในครั้งนี้ด้วย ส่วนบ้านใกล้เรือนเคียง นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดประชุมซักซ้อมรายละเอียดเกี่ยวกับระบบสารสนเทศทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร (Online) (Input form) เพื่อเตรียมข้อมูลตอบประเด็นข้อสงสัย รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ปฏิบัติงานสอบบัญชี ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดให้กับมวลสมาชิกสหกรณ์

ขุนเกษตรา

%d bloggers like this: