ชายคาพระพิรุณ

All posts tagged ชายคาพระพิรุณ

ชายคาพระพิรุณ : 10 มิถุนายน 2562

Published August 19, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/418830

ชายคาพระพิรุณ : 10 มิถุนายน 2562

ชายคาพระพิรุณ : 10 มิถุนายน 2562

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากการที่องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันต่อต้านการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมสากล : Combating IUU Day” เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับภัยคุกคามของการทำประมง IUU ที่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของทรัพยากรประมง รวมถึงผลกระทบที่มีต่อระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของโลกในระยะยาว ดังนั้น องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลรับผิดชอบแหล่งอาหารของโลกซึ่งได้มาอย่างถูกกฎหมาย จึงพิจารณาให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Combating IUU Day ในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เพราะเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ได้อย่างมีประสิทธิจนสามารถปลดใบเหลืองได้ โดยงาน Combating IUU Day ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ณ กรมประมง มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งรองนายกฯ ได้กล่าวกลับสื่อมวลชนภายหลังเปิดงานว่า ปัจจุบันไทยได้ผลักดันการแก้ไขปัญหา IUU ของประเทศจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ อาทิ การผลักดันนโยบายประมงร่วมอาเซียน (ASEAN General Fisheries Policy) การเข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลงว่าด้วยการปฏิบัติตามบทบัญญัติของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการบริหารจัดการมวลปลาที่ย้ายถิ่น (UNFSA) ข้อตกลงตามมาตรการของรัฐเจ้าท่า (PSM) ข้อตกลงว่าด้วยการทำประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (SIOFA) รวมถึงการลงนามความร่วมมือในการต่อต้านปัญหาการทำประมง IUU กับประเทศฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น การลงนามความร่วมมือทางด้านประมงกับประเทศเมียนมา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้วางรากฐานการแก้ไขปัญหาการทำประมงของประเทศไปสู่การประมงอย่างยั่งยืน ทั้งด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรประมงและกองเรือ การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงด้านแรงงาน เรียกได้ว่าไทยได้ปฏิรูปภาคการประมงทั้งระบบซึ่งเปลี่ยนแปลงจากอดีตไปอย่างสิ้นเชิง และพร้อมจับมือกับประชาคมโลกในการร่วมรักษาทรัพยากรทางทะเล และนำพาการประมงของประเทศและโลกไปสู่ความยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้แก่ประชากรของโลกต่อไป

และหลังจากการจัดงาน Combating IUU Day ในช่วงเช้า กรมประมงได้มีการจัดกิจกรรม DOF MEET THE PRESS : MOVING TOWARDS SUSTAINABLE FISHERIES ต่อในช่วงบ่าย โดยมี นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เป็นผู้ให้รายละเอียดว่า กรมประมงมุ่งหมายให้ทุกคนได้รับรู้และรับทราบถึงการก้าวผ่านการทำประมงของเรือประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทย ซึ่งในอดีตยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกรณีของกฎหมายสากลและไม่มีการดำเนินการเพื่อป้องกันยับยั้งการทำประมง IUU ทั้งในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายที่ขาดความชัดเจนของกรอบกฎหมายในการกำหนดมาตรการติดตาม ควบคุมเฝ้าระวังการทำการประมง หรือจะเป็นเรื่องของการจัดการกองเรือที่ขาดการควบคุมไม่สามารถตรวจสอบใดๆ ได้ อีกทั้ง เรื่องของแรงงานบนเรือประมง ก็ไม่มีระบบตรวจสอบอย่างชัดเจน ซึ่งล้วนแล้วแต่นำไปสู่ความสูญเสียของทรัพยากรทางธรรมชาติและการคุกคามสิทธิ์เสรีภาพและการค้ามนุษย์และท้ายที่สุดได้รับใบเหลือง IUU เมื่อปี 2558

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ประเทศไทยได้ใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายจนกระทั่งได้ใบเขียว ประเทศไทยได้มีการปฏิรูปภาคการประมงอย่างอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกพระราช
กำหนดการประมง ปี พ.ศ. 2558 และกระบวนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายทั้งระบบ โดยในส่วนของการทำประมงนอกน่านน้ำ ได้มีการปรับปรุงกฎหมาย ออกกฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงนอกน่านน้ำ พ.ศ. 2562 และมีการออกประกาศกรมประมงที่เกี่ยวข้องกับเรือประมงนอกน่านน้ำ จำนวน 7 ฉบับ รวมถึงมีการบริหารจัดการกองเรือประมงนอกน่านน้ำที่จะทำการประมงในพื้นที่ SIOFA ให้สอดคล้องกับพื้นที่การทำประมงและสมดุลกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง ได้แก่ ระบบติดตามเรือประมง (VMS) ระบบแสดงตนอัตโนมัติ (AIS) ระบบรายงานและระบบเฝ้าระวังอิเล็กทรอนิกส์ (ERS) (EM) ระบบการแจ้งเข้า – แจ้งออกเรือประมงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-PIPO) ผู้สังเกตการณ์บนเรือ Observer onboard และคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน (SOP) รวมถึงการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนระบบตรวจสอบด้านแรงงานประมง ฯลฯ ซึ่งการดำเนินการดังที่กล่าวมานี้นำไปสู่การปฏิรูป ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำการประมงนอกน่านน้ำอย่างเป็นระบบและที่ชัดเจนที่สุด คือ ขณะนี้เรือประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทยสามารถออกไปทำการประมงได้แล้ว หลังจากที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปทำประมงนานถึง 2 ปี โดยเรือประมงนอกน่านน้ำลำแรกที่ได้ออกไปทำประมง ณ มหาสมุทรอินเดีย ได้แก่ เรือมณีเงิน 5 ซึ่งเดินทางออกไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ระบบการบริหารจัดการทำประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทยมีมาตรฐานได้รับการยอมรับในระดับสากลและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศได้…

 

ขุนเกษตรา

Advertisements

ชายคาพระพิรุณ : 3 มิถุนายน 2562

Published August 19, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/417384

x

ชายคาพระพิรุณ : 3 มิถุนายน 2562

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สืบเนื่องจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุมสากล (IUU Day)” เพื่อสร้างความตระหนักถึงความพยายามในการต่อสู้กับการทำประมงผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค และจะเป็นเวทีแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรประมง ดังนั้น ในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่จะถึงนี้ กรมประมง จึงร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)จัดงานวันต่อต้านการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมสากล International Day for the Fight Against illegal, Unreported and Unregulated Fishing หรือ IUU Day ขึ้น โดยได้รับเกียรติจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานกล่าวคำแถลงการณ์ ณ กรมประมง นอกจากนี้ ยังจะจัดกิจกรรม DOF MEET THE PRESS “MOVING TOWARDS SUSTAINABLE FISHERIES” เชิญสื่อมวลชน รับฟังข้อมูลความก้าวหน้าการดำเนินงานของกรมประมง โดยมี ดร.อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เป็นผู้ให้รายละเอียด พร้อมรับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการตรวจสอบเรือที่ประสงค์จะทำประมงนอกน่านน้ำ และรับชมการถ่ายทอดสัญญาณการปฏิบัติงานของ Observer on Board บนเรือประมงนอกน่านน้ำ งานนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อการทำประมงที่ถูกต้องและสร้างความยั่งยืนทางทรัพยากรประมงของไทย

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ จัด “งานมหกรรมปศุสัตว์แห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2562 (Livestock Expo 2019) “เปิดบ้านปศุสัตว์ คัดสรรสิ่งดี 77 ปี เพื่อคนไทย” ณ บริเวณ Land Mark หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร โดยนำผลงานตามภารกิจตลอดระยะเวลา 77 ปี ของกรมปศุสัตว์ ได้แก่ ด้านการผลิตปศุสัตว์ ด้านมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ และด้านสุขภาพสัตว์ โดยมุ่งเน้นที่ผลผลิตปศุสัตว์ คือ เนื้อ นม ไข่ เพื่อเผยแพร่ผลงานนวัตกรรม-เทคโนโลยี และผลงานวิชาการด้านปศุสัตว์ของกรมปศุสัตว์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ และเข้าใจบทบาทหน้าที่ของกรมปศุสัตว์มากยิ่งขึ้น ในงานประกอบไปด้วย กิจกรรมที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า เนื้อโคของไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก ประกอบกับวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 ตรงกับวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day กรมปศุสัตว์จึงจัดกิจกรรมเกี่ยวกับนมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อเป็นการมุ่งเน้นรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมกันมากขึ้น เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจะได้มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมเกี่ยวไข่ และผลิตภัณฑ์จากไข่ ที่มุ่งเน้นรณรงค์ให้คนไทยบริโภคไข่เพิ่มขึ้นเป็น 300 ฟอง/คน/ปี มีการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต การเสวนาและสัมมนาวิชาการ มีการประกวดคลิปวิดีทัศน์การสาธิตประกอบอาหาร และภาพถ่ายที่เจ้าของถ่ายร่วมกับสัตว์เลี้ยง การนำยาที่ไม่ใช้แล้วมาแลกไข่ การสาธิตประกอบอาหารหลากหลายเมนูจากวัตถุดิบ เนื้อ นม ไข่ และยังมีการให้บริการผ่าตัดทำหมันฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สุนัขและแมว พร้อมให้ปรึกษาปัญหาสุขภาพสัตว์ โดยไม่คิดมูลค่าอีกด้วย ถือเป็นงานใหญ่ของกรมปศุสัตว์ ที่จะโชว์ศักยภาพในภาคปศุสัตว์ของไทยตลอด 77 ปีที่ผ่านมา…

เมื่อวันก่อน กรมส่งเสริมการเกษตร โดยนายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และรับมอบ “สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ” จำนวน 102 สถานี ตามโครงการบูรณาการข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร ซึ่งจะติดตั้งในสำนักงานเกษตรจังหวัด เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นต้น โดยสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์วัดสภาพอากาศเพื่อเก็บข้อมูลการพยากรณ์อากาศ รวมทั้งศึกษาสภาพอากาศและภูมิอากาศ โดยไม่ต้องใช้คนดูแล สามารถเก็บข้อมูลในพื้นที่ห่างไกลได้ด้วยตนเอง สามารถบันทึกข้อมูลและแสดงผลแบบเรียลไทม์ ข้อมูลสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศที่ได้รับจากสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อการทำการเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติจะช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรด้านการปลูกพืช การดูแลรักษา เช่น การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนับว่าเป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสนับสนุนในกระบวนการผลิตของเกษตรกรให้ก้าวสู่เกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farm ต่อไป…

ชายคาพระพิรุณ : 27 พฤษภาคม 2562

Published August 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/415995

x

ชายคาพระพิรุณ : 27 พฤษภาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2562 ก็ได้ฤกษ์ดำเนินการกันต่อ ซึ่ง นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวความคืบหน้าของการดำเนินโครงการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม(นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2562
ตามนโยบาย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียน ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ที่มีมติให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 เรื่อง การทบทวนระบบริหารจัดการนมโรงเรียน ที่ได้พิจารณาทบทวนกลไกการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนทั้งระบบ โดยกรมปศุสัตว์ได้มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการติดตามผลการจัดส่งนมโรงเรียนของโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา2562 พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และจากการติดตามผลเมื่อวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 ได้ผลสรุปว่าเด็กนักเรียนได้ดื่มนมครบทุกจังหวัด จำนวน 77 จังหวัด และผลการจัดส่งนมโรงเรียน ณ วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. จากจำนวนโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งหมด 46,648 แห่งได้จัดส่งนมโรงเรียนได้แล้ว ประมาณ 95% โดยมีปัญหาและอุปสรรคคือ โรงเรียนบางแห่งยังไม่เปิดภาคเรียน เทอม 1/2562 และหน่วยจัดซื้อกับผู้ประการผลิตภัณฑ์นม ไม่สามารถทำสัญญาซื้อขายนมโรงเรียนได้ทัน นอกจากนี้โรงเรียนเอกชนบางแห่งยังไม่ได้รับงบประมาณสำหรับจัดซื้อนมโรงเรียน แต่คาดว่าในเวลาไม่เกินสัปดาห์ ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมจะสามารถส่งนมโรงเรียนให้กับโรงเรียนทั่วประเทศได้ทั้งหมด…อย่างไรก็ดี สำหรับปีการศึกษา 2562 นี้ ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนกลไกในการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนทั้งระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ โดยระบบและกลไกใหม่นี้ เน้นการกระจายอำนาจ
การจัดสรรโควตาลงกลุ่มพื้นที่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดความเป็นธรรมในการบริหารจัดการนมโรงเรียน โดยบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และลดปัญหาการมีผลประโยชน์ทับซ้อน…

กรมการข้าวเตรียมจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับประเทศเนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2562 โดยนายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว บอกว่า ในปีนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับประเทศเนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ภายใต้โครงการระบบ
ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี 2562 ขึ้น ระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2562 ณ กรมการข้าว กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “ชาวนายุคใหม่ พัฒนาข้าวไทย ก้าวไกลสู่สากล” โดยกรมการข้าว ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 ณ กรมการข้าว กรุงเทพมหานครโดยการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทั้งเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในด้านข้าวและชาวนาของไทย รวมไปถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ด้านข้าวให้เกษตรกรที่เข้าร่วมงานได้รับทราบและนำไปประยุกต์ใช้ สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10, จัดแสดงพันธุ์ข้าวเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 5 พันธุ์,จัดแสดงพันธุ์ข้าว กข 43, ข้าวทนแล้ง,ผลงานทางด้านนวัตกรรมข้าวต่างๆ, การเชื่อมโยงตลาดและการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้
ภายในงานยังมีกิจกรรมการแข่งขันชิมข้าว “แฟนพันธุ์แท้ข้าว”, การแข่งขันปิ้งข้าวเกรียบว่าวโบราณ, การแข่งขันตีปี๊บในแปลงนา และยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมด้านข้าวอีกด้วย

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 20 พฤษภาคม 2562

Published August 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/414573

x

ชายคาพระพิรุณ : 20 พฤษภาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เรื่องของทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญของประเทศไทย รสชาติของทุเรียนไทยมีความโดดเด่นกว่าทุเรียนของชาติอื่นมาก ทุเรียนจึงเป็นผลไม้ส่งออกที่มีมูลค่ากว่า 35,333 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก แต่ปัจจุบันการปลูกทุเรียนยังมีกระจัดกระจายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ การซื้อขายต่างๆ โดยเฉพาะการส่งออกก็ยังไม่มีองค์กรหรือมาตรการในการตรวจสอบและร่วมมือกันในการจัดการคุณภาพทุเรียนก่อนการส่งออก จึงมักจะได้ยินเรื่องปัญหาทุเรียนอ่อนอยู่เป็นระยะ ในขณะเดียวกันบ้านเราก็ยังมีเกษตรกรที่มีองค์ความรู้และสามารถเป็นต้นแบบที่ดีให้กับชาวสวนทุเรียนอื่นๆ ได้ ดังนั้น หากมีองค์กรที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการด้านการผลิต ด้านคุณภาพและการตลาด โดยที่เป็นองค์กรของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเองก็จะช่วยให้การผลิตทุเรียนของไทยมีความสมดุลและเข้มแข็ง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จึงเชิญตัวแทนภาคเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจากทุกภาคของประเทศไทยเข้าร่วมหารือ เพื่อหาแนวทางเตรียมการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียน โดยมีเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียนใน 22 จังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร อ.ปลวกแดง จ.ระยองซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ แนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนไทย ที่ปัจจุบันประมาณ 80% ตลาดส่งออกไปยังจีนกำลังได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดและการกีดกันทางการค้า พร้อมรับฟังสถานการณ์การผลิตการตลาดและแปลงใหญ่ทุเรียนในภาพรวม พร้อมกันนี้ ได้เชิญนายมานพ แก้ววงษ์นุกูล และนายมนตรี ศรีนิล จากสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย ซึ่งเป็นสมาคม ที่เน้นการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายและการผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกรด้วย สำหรับแนวทางการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกรเพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการทุเรียนระดับประเทศนั้น มีแนวทางที่เริ่มจากการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยโดยคัดเลือกจากตัวแทนแปลงใหญ่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับเขต ในการคัดเลือกคณะกรรมการระดับประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น วางแผนพัฒนาการผลิตการตลาดร่วมกัน และเมื่อมีความเข้มแข็งแล้วจึงค่อยยกระดับเป็นสมาคมชาวสวนทุเรียนไทยต่อไป ซึ่งในที่ประชุม ตัวแทนภาคเกษตรกรส่วนใหญ่ให้การตอบรับดี

กรมประมง..เปิดสนามประลองฝีมือเยาวชนไทย ประกวดวาดภาพ “ปลากัดไทย (Siamese Fighting Fish) สัตว์น้ำประจำชาติ โดยเชิญชวนเยาวชนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ส่งผลงานภาพวาดเข้าประกวด ในหัวข้อ “ปลากัดไทย (Siamese Fighting Fish) สัตว์น้ำประจำชาติ” โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น 1–3, 2. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 4–6 และ 3. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 1–3 โดยกรมประมงจะนำภาพที่ได้รางวัลนำไปจัดแสดงภายในงานวันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี 5. ประกาศผลการตัดสินการประกวด วันที่ 26 มิถุนายน 2562 ทาง http://www.fisheries.go.th และ www.facebook.com/กลุ่มเทคโนโลยีโสตทัศนูปกรณ์และสื่อสิ่งพิมพ์

โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศทุกประเภท จะได้เข้ารับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในงานวันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 31 พร้อมเงินรางวัล จำนวน 15,000 บาท / รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 จำนวน 5,000 บาท / รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 จำนวน 4,000 บาท และรางวัลชมเชย 2,000 บาท จำนวน 3 รางวัล ทั้งนี้ ผู้เข้าประกวดต้องกรอกรายละเอียดในใบสมัครให้ครบถ้วน โดยสามารถ Download ใบสมัครได้ที่ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://www.fisheries.go.th หรือส่งผลงานได้ด้วยตนเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ได้ที่ กรมประมง สำนักงานเลขานุการกรม ชั้น 1 อาคารจุฬาภรณ์ (วงเล็บมุมซอง : กลุ่มเทคโนโลยีโสตทัศนูปกรณ์และสื่อสิ่งพิมพ์) โดยเปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2562 (ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2579-8975 ในวันและเวลาราชการ…น้องๆ ที่มีฝีมือด้านวาดภาพลองสมัครเข้าประชันฝีมือกันนะครับ…

 

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 13 พฤษภาคม 2562

Published August 17, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/413169

x

ชายคาพระพิรุณ : 13 พฤษภาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผ่านไปแล้วสำหรับพิธีสำคัญ เพื่อบำรุงขวัญ และสร้างกำลังใจให้กับเกษตรกรในการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก นั่นคือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ในระหว่างช่วงเวลา 08.29-08.49 น. ผู้ทำหน้าที่เป็นพระยาแรกนาคือนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวกันยารัตน์นาคกูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวดวงพร งามประดิษฐ์ นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นางสาวอาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร ส่วนพระโคแรกนาขวัญ ได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูน สำหรับผลการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศในปี พ.ศ.2562 นี้ พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกาย หยิบได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ขณะที่การเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งที่ตั้งเลี้ยงพระโค ผลเสี่ยงทาย พระโคกินข้าว น้ำ และหญ้า ได้ผลการเสี่ยงทายว่า ถ้าพระโคกินข้าว พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี และถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี…แม้ว่าผลการเสี่ยงทายจะช่วยให้กำลังใจเกษตรกรว่าปีนี้มีน้ำท่าอุมดมสมบูรณ์ดี แต่หากจะพิจารณาจากน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆ ที่มีอยู่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ก็ไม่อยากให้ประมาทกันนะครับ…ช่วงนี้ เกษตรกรต้องพิจารณาเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่ หากอยู่ในพื้นที่ทำนา แต่หากปริมาณน้ำน้อยก็ลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรอื่นๆ แทนการทำนาข้าว

การทำเกษตรหรือการประกอบอาชีพใดๆ ให้ประสบความสำเร็จ เรื่องของการบันทึกข้อมูลทางบัญชีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้นำข้อมูลต่างๆ ที่ได้ มาวิเคราะห์ เพื่อให้รู้ถึงต้นทุนที่แท้จริง รู้ความจำเป็นว่าสิ่งไหนต้องจ่าย สิ่งไหนต้องเลิก และด้วยความสำคัญดังกล่าว กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงได้จัดโครงการทำบัญชีส่งเสริมการออมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขึ้น เพื่อปลุกประชาชนให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีวินัยทางการเงิน และสร้างกลไกเข้มแข็งพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา โดยได้จัดพิธีเปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ ซึ่ง นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บอกว่า โครงการทำบัญชีส่งเสริมการออมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีวินัยทางการเงิน เกิดกลไกที่เข้มแข็งในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เยาวชนและประชาชนทั่วไป จำนวน 100,000 คน และกำหนดจัดกิจกรรมในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสิ้นสุดในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมระยะเวลา 4 เดือน (เมษายน-กรกฎาคม 2562) แบ่งเป็น 2 กิจกรรม คือ 1.กิจกรรม “ทำบัญชีส่งเสริมการออม” เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมาย จำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คน ได้เกิดแรงกระตุ้นในการสร้างวินัยทางการเงิน ลดรายจ่าย ลดหนี้สิน มีเงินออม และ 2.กิจกรรม “สร้างพลังการออม : ออมเงิน ออมความดี” เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายมีเงินออมเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าหมายมีเงินออมรวมกัน จำนวน 10,000,000 บาทโดยกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจประโยชน์ของการทำบัญชีและการมีเงินออม โดยข้อมูลทางบัญชีสามารถนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจและการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้ผู้ทำบัญชีสามารถดำรงชีวิตได้อย่างประสบความสำเร็จ เกิดการต่อยอด สร้างเครือข่ายขยายผลในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปพัฒนาตนเองและชุมชนต่อไป

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 6 พฤษภาคม 2562

Published August 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/411867

x

ชายคาพระพิรุณ : 6 พฤษภาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อีก 2 วัน จะเป็นวันสำคัญ เป็นวันสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทย ถือเป็นวันต้นฤดูกาลของการทำเกษตรกรรม นั่นคืองานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2562 ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2562 สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกรไทยเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปีอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา โดยในปีพุทธศักราช 2562 นี้ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาคือ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวกันยารัตน์ นาคกูลนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นางสาวดวงพร งามประดิษฐ์ นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการกรมวิชาการเกษตรเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่นางสาวณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นางสาวอาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตรคู่เคียง มีจำนวน 16 ราย และผู้อัญเชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย พระโคแรกนาได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูลพระโคสำรองได้แก่ พระโคพอ พระโคเพียง โดยในปีนี้กรมการข้าวซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการปลูกข้าว ณ แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาฤดูนาปี 2561 ได้ขอพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 4 พันธุ์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2562 ประกอบด้วย พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 573 กิโลกรัม, ปทุมธานี1 จำนวน 290 กิโลกรัม, กข43 จำนวน 297 กิโลกรัม และ กข6 จำนวน 46 กิโลกรัม รวมน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งสิ้น 1,206 กิโลกรัม และจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” และบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายเพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป

และในวันสำคัญดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น เข้ารับพระราชทานโล่รางวัล ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก ยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตร ซึ่งในปีนี้ประกอบด้วย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 16 สาขาอาชีพ สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 12 กลุ่ม สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 7 สหกรณ์ และปราชญ์เกษตรแห่งแผ่นดิน จำนวน 3 สาขา อนึ่ง ในวันพระราชพิธีพืชมงคลนี้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปีด้วย เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานในการประกอบพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองแก่อาชีพของตน โดยในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2562

ด้าน กรมส่งเสริมการเกษตร ก็ได้จัดงานเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ หรือ Field Day เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ที่ ศพก. อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เพื่อเพิ่มพูนความรู้แบบเห็นของจริงให้เกษตรกรชาวสวนยาง หวังลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต ควบคู่กับแนะทางสร้างรายได้เสริม โดยมี นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรทั่วประเทศ ซึ่งมีศูนย์หลักทั้งหมด จำนวน 882 ศูนย์ ดำเนินการจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ เป็นการ “ถ่ายทอดความรู้แบบเห็นของจริง” ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดให้บริการด้านการเกษตรตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนเกษตรกร และทำให้เกษตรกรได้รู้จักและใช้ประโยชน์จากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และศูนย์เครือข่ายที่มีอยู่ในพื้นที่ของตนเอง

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 29 เมษายน 2562

Published August 16, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/410618

x

ชายคาพระพิรุณ : 29 เมษายน 2562

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ลำบากทั้งคน ทั้งสัตว์และพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะภาคปศุสัตว์ อากาศร้อนมากแบบนี้ส่งผลกระทบต่อการผลิตอย่างแน่นอน กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยเกษตรกรจึงเตือนภัยเกษตรกรช่วงหน้าแล้ง และสภาพอากาศที่ร้อนจัด แนะนำเกษตรกรดูแลสุขภาพสัตว์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดเตรียมน้ำ อาหารสัตว์ ยา และเวชภัณฑ์ให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ แจ้งว่า เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง โดยมีแนวโน้มที่สภาพอากาศจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกอุณหภูมิอาจสูงถึง 43 องศาเซลเซียส และมีลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ อีกทั้งในช่วงหน้าแล้ง และอากาศร้อนจัดอาจเกิดการขาดแคลนพืชอาหารสัตว์ หรืออาหารสัตว์มีคุณภาพต่ำ ปริมาณไม่เพียงพอสำหรับการบริโภค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์ซูบผอมจากการขาดแคลนอาหาร เกิดสภาวะความเครียดจากความร้อนในสิ่งแวดล้อม (Heat Stress) อาจจะเกิดภาวะเป็นลมแดด (Heat Stroke) สุขภาพสัตว์อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง ทำให้สัตว์ป่วย และติดเชื้อโรคได้ง่าย การดูแลสุขภาพสัตว์ในสภาวะอากาศร้อนจัดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเน้นที่การจัดการโรงเรือน จัดหาคอกสัตว์ที่บังแดดได้ในเวลากลางวัน หรือเลี้ยงสัตว์ใกล้ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์กลางแจ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง นอกจากนี้สามารถลดความเครียดจากความร้อนในสิ่งแวดล้อม (heat stress) โดยใช้ความเย็นจากละอองน้ำในช่วงกลางวัน หรือติดตั้งพัดลมในโรงเรือน เพื่อให้อากาศหมุนเวียน ถ่ายเทได้สะดวก และควรมีน้ำให้สัตว์กินอย่างเพียงพอตลอดทั้งวัน และไม่ควรตั้งน้ำไว้ในที่แสงแดดส่องถึง เนื่องจากจะทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น รวมถึงเสริมวิตามินให้สัตว์เลี้ยงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง และป้องกันการขาดสารอาหาร

ส่วนของการสร้างภูมิคุ้มกันให้สัตว์ สัตว์ต้องได้รับการสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ด้วยการให้วัคซีนตามโปรแกรมที่กำหนด เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย โรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย หรือโรคคอบวม โรคนิวคลาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดเชื้อในสัตว์ปีก เป็นต้น ซึ่งเป็นโรคระบาดที่สำคัญในปศุสัตว์ของประเทศไทย พร้อมทั้งให้สัตว์ได้รับการกำจัดพยาธิทั้งภายในและภายนอก และขอความร่วมมือเกษตรกรให้ความสำคัญกับการดูแลปศุสัตว์ของตนให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง มีการจัดเตรียมน้ำ อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ให้พร้อม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง และที่สำคัญต้องพ่นยาฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนเข้าและออกจากบริเวณฟาร์ม และโรงเรือน เลือกซื้อสัตว์ที่มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และกักสัตว์ก่อนนำเข้ารวมฝูง หมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงของตน หรือใกล้เคียง หากพบเห็นสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องรีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อให้การช่วยเหลือ และตรวจสอบโดยเร็ว และลดความเสียหายจากโรคระบาด หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อหน่วยงานดังกล่าว หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์ หรือ call center 06-3225-6888 หรือแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา

อธิบดีกรมปศุสัตว์ยังฝากเชิญเที่ยวงาน มหกรรมปศุสัตว์แห่งชาติ 2562 ThailandLivestockExpo2019 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 2 มิ.ย. 2562 ณ กรมปศุสัตว์ พญาไท งานนี้จะพบกับกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ นิทรรศการ สัมมนาวิชาการ จับคู่ธุรกิจ พันธุ์สัตว์ พันธุ์พืช ฟาร์มจำลอง ปศุสัตว์อินทรีย์ สุนัขแสนรู้ ศิลปินชื่อดัง วีดิทัศน์ผลงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมเด่น ชิมเนื้อชั้นดี นมอินทรีย์ นมแพะ นมควายคุณภาพดี สเต๊กเกรดพรีเมี่ยมจาก 5 แห่ง ช็อปสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อ นม ไข่ สินค้าคาวบอย แชะกับสัตว์เลี้ยงน่ารัก Landmark จุดCheck in สไตล์ Cowboy รับปรึกษาการเลี้ยงสัตว์ ดูแลสุขภาพสัตว์ ป้องกันโรค แนะนำอาชีพ/งานปศุสัตว์ พร้อมกับร่วมบุญบริจาคไถ่ชีวิตโค-กระบือ เสื้อผ้าและยาเก่าแลกนม-ไข่ ถอดบทเรียน/สัมผัสเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2561-62 และรับรางวัลจากเกม ของแจกของที่ระลึกอีกมากมาย พิเศษทำหมัน ฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพ สุนัขและแมวฟรี!!!! ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/SS3UtScihKM12uES7

 

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 22 เมษายน 2562

Published August 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/409224

x

ชายคาพระพิรุณ : 22 เมษายน 2562

วันจันทร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมีการแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในหลายภูมิภาคทั่วโลกนั้น สำหรับในประเทศไทย ได้รับการยืนยันจาก นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ว่า กรมปศุสัตว์ได้เข้มงวดจับกุมการลักลอบเคลื่อนย้ายสุกร ซากสุกร และผลิตภัณฑ์สุกรที่นักท่องเที่ยวนำมาบริโภคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนความคืบหน้าการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) นั้น ประเทศไทยไม่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้ และย้ำว่า ASF เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น ไม่ติดต่อหรือเป็นอันตรายต่อคนหรือสัตว์อื่น ผู้บริโภคสามารถรับประทานหมูได้อย่างปลอดภัย 100% ขณะเดียวกัน ทุกภาคส่วนยังคงเดินหน้าคุมเข้มเรื่องการป้องกันโรคอย่าง เต็มกำลัง ล่าสุด ได้ประชุมหารือร่วมกับองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และผู้บริหารระดับสูงของกรมปศุสัตว์จาก 5 ประเทศ ทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (CLMV) และไทย เพื่อยกระดับแนวทางมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน และกำจัดโรค ASF ระหว่างประเทศ รวมทั้ง ไม่ให้โรค ASF สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในภูมิภาคนี้ และเศรษฐกิจของทุกประเทศ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศครั้งสำคัญ และฝากขอความร่วมมือจากผู้บริโภค เกษตรกร นักท่องเที่ยว และประชาชน ช่วยกันสนับสนุนมาตรการป้องกันโรค ASF เพื่อให้ไทยเป็นประเทศที่หลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ของโรคนี้ ดังเช่นหลายประเทศที่สามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือ Biosecurity ในระดับสูง ตลอดจน ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการเลือกใช้ภาพสำหรับการสื่อสารที่เหมาะสม และที่สำคัญ ขอให้ประชาชนอย่าส่งต่อภาพหรือข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภคสังคมวงกว้าง ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ยังขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนร่วมกันป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศโดยช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ที่ลักลอบนำสุกร ซากสุกรตลอดจนผลิตภัณฑ์จากสุกรเข้าประเทศไทยขอให้แจ้งสายด่วน 06-3225-6888 หรือ ที่แอพพลิเคชั่น DLD 4.0 “แจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย” เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ด้าน กรมประมง ชูความสำเร็จของโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ดัน “กะพงขาว” ป้อนออเดอร์สู่ครัวการบินไทยได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อการซื้อขายปลากะพงขาว ระหว่าง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลากะพงขาว” เป็นหนึ่งในชนิดสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่กรมประมงส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงได้รวมกลุ่มกันและเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมาตรฐาน รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดระดับพรีเมียม ซึ่งปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย ถือเป็นต้นแบบของการรวมกลุ่มตามโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเปิดช่องทางการตลาดเป็นสินค้าสัตว์น้ำชนิดแรกเพื่อกระจายผลผลิตไปยังฝ่ายครัวการบิน ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีออเดอร์เนื้อปลากะพงขาวแช่แข็งเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้แก่ผู้โดยสารการบินไทยกว่า 523 ตัน ซึ่งถือเป็นการใช้แนวทางการตลาดนำการผลิตได้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยผลผลิตที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) มีการปฏิบัติตามแนวทางการใช้แรงงานที่ดี (GLP) รวมทั้งอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงมาจากวัตถุดิบที่ทำประมงอย่างถูกกฎหมายมีกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดสายการผลิต (Traceability) ทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ ล่าสุด สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อการซื้อขายปลากะพงขาวขึ้น เพื่อทำการป้อนผลผลิตเข้าสู่ครัวการบินไทยรองรับความต้องการของผู้บริโภคบนสายการบินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สมาคมยังได้จับมือทำบันทึกข้อตกลงเพื่อการผลิตและแปรรูปปลากะพงขาว กับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อให้กระบวนการแปรรูปและแช่แข็งวัตถุดิบยังคงคุณภาพที่ดีก่อนนำไปประกอบเป็นเมนูอาหารต่างๆ สำหรับเสิร์ฟผู้โดยสารบนสายการบิน โดยกรมประมงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนแก่เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ได้มีการพัฒนาศักยภาพเพื่อขยายฐานการผลิตปลากะพงขาวตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งจะทำการผลักดันสินค้าสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ เพื่อเชื่อมโยงการตลาดกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ต่อไปในอนาคต…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 15 เมษายน 2562

Published August 13, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/407961

x

ชายคาพระพิรุณ : 15 เมษายน 2562

วันจันทร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนบิ๊กโปรเจกท์ “Mega Farm Enterprise” เพื่อยกระดับระบบเกษตรกรรมไทย โดยเริ่มตั้งแต่การผลิตและจำหน่ายออกสู่ตลาดให้มีศักยภาพ สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ตามนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ภายใต้แนวทาง “การจัดทำแผนการผลิตภาคการเกษตร” (Agricultural Production Plan) และ “โครงการเกษตรแปลงใหญ่” (Mega Farm Project) ซึ่งมีเกษตรกรและภาครัฐรวมทั้งภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกษตรแปลงใหญ่ วัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบเกษตรกรรมของไทย สามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพได้มาตรฐาน ภายใต้การบูรณาการของภาครัฐและเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในการบริหารจัดการแปลงใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายแปลงใหญ่ไม่น้อยกว่า 1 แปลงใหญ่ ต่อ 1 ภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 6 แปลง พื้นที่ไม่จำเป็นต้องติดกัน รวมกันตั้งแต่ 1,000 ไร่ ขึ้นไป สำหรับ พืชผัก สมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับ พื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 300 ไร่ เพื่อก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) จากการผลิต ทำให้ต้นทุนการทำเกษตรกรรมลดลงโดยคัดเลือกจากพื้นที่ อาทิ พื้นที่ ส.ป.ก.ที่มอบให้เกษตรกร พื้นที่ตามโครงการจัดทำที่ดินทำกินแห่งชาติ (คทช.) พื้นที่ซึ่งเกษตรกรได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตร หรือวิสาหกิจชุมชน พื้นที่ที่ทำการเกษตรแปลงใหญ่อยู่แล้วรวมกันอยู่หลายๆ แปลงในพื้นที่อำเภอเดียวกัน…ต้องติดตามกันต่อไปครับ

เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลของปวงชนชาวไทยและด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงหนุนประชาชนทำบัญชี สร้างพลังการออม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการส่งเสริมการทำ “บัญชี” ให้แก่สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเป้าหมายตามโครงการพระราชดำริ เกษตรกร และประชาชนทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเครื่องมือนำทางให้ผู้ทำบัญชี “ทำบัญชีได้ ใช้บัญชีเป็น เห็นเงินออม”เกิดแรงจูงใจที่จะปรับเปลี่ยนตนเองสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา ในการสร้างทัศนคติที่ถูกต้องด้านการเกษตร สร้างฐานชีวิตให้มั่นคง เข้มแข็ง ส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำ พร้อมทั้งเป็นพลเมืองดี ใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ โดยน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน และเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลของปวงชนชาวไทยและด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสอันดีในการสร้างแรงบันดาลใจให้พสกนิกรไทยได้น้อมนำมาปฏิบัติอย่างเป็นระบบ สมดั่งพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ร่วมสนองงานตามพระราชดำริมาโดยตลอด และเป็นองค์กรที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดยให้ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีรายบุคคล จึงได้จัดทำ“โครงการทำบัญชีส่งเสริม การออม เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ขึ้น เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ด้วยการสร้างพลังการออม : ออมเงิน ออมความดี เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการออม ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างวิถีการออมด้วยบัญชี อันจะนำไปสู่วิถีการใช้ชีวิตอย่างมีวินัยทางการเงิน เกิดกลไกที่เข้มแข็งในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เยาวชน และประชาชนทั่วไป จำนวน 100,000 คน และกำหนดจัดกิจกรรมในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสิ้นสุดในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รวมระยะเวลา 4 เดือน (เมษายน-กรกฎาคม 2562) แบ่งเป็น 2 กิจกรรม ดังนี้ 1. กิจกรรม “ทำบัญชีส่งเสริมการออม” เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมาย จำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คน ได้เกิดแรงกระตุ้นในการสร้างวินัยทางการเงิน ลดรายจ่าย ลดหนี้สิน มีเงินออม 2. กิจกรรม “สร้างพลังการออม : ออมเงิน ออมความดี”เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายมีเงินออมเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าหมายมีเงินออมรวมกัน จำนวน 10,000,000 บาท ซึ่งท่านอธิบดีโอภาส บอกว่า โครงการฯนี้ จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนรู้และเข้าใจประโยชน์ของการทำบัญชีและการมีเงินออม ซึ่งข้อมูลทางบัญชีสามารถนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจและการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้ผู้ทำบัญชีสามารถดำรงชีวิตได้อย่างประสบความสำเร็จ เกิดการต่อยอด สร้างเครือข่ายขยายผลในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปพัฒนาตนเองและชุมชนได้ต่อไป

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 8 เมษายน 2562

Published June 1, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/406659

x

ชายคาพระพิรุณ : 8 เมษายน 2562

วันจันทร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เลือกตั้งผ่านมาแล้วจะร่วม 3 สัปดาห์ แต่ยังได้จำนวน สส.ไม่ชัดเจน ยังไม่รู้เลยว่าฝ่ายไหน พรรคอะไรจะได้จัดตั้งรัฐบาล ช่างดูสับสนวุ่นวายกันไปหมด แถมยังมีสาดโคลน สุมไฟความขัดแย้งกันไปมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน แล้วเมื่อไหร่บ้านเมืองเราจะสงบสุขกันเสียที…เรื่องการเมืองน่าเบื่อ เรามาคุยกันเรื่องดีๆ ด้านอาชีพเกษตรกรรมกันดีกว่า โดยเฉพาะเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นนโยบายที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้จริง นั่นคือโครงการปลูกข้าวโพดหลังทำนา ท่านกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านยืนยันว่าอย่างนั้น หลังจากไปเป็นประธานพิธีเปิดงานวันเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา และงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ปี 2562 ณ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก จากเป้าหมายเดิม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตาก อำเภอบ้านตาก อำเภอสามเงา และอำเภอวังเจ้า พื้นที่เป้าหมาย 6,163.38 ไร่ แต่จากผลการดำเนินงาน กลับพบว่ามีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการ 2,882 ราย พื้นที่ 25,070.75 ไร่ ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ (ยกเว้นอำเภออุ้มผาง) โดยคาดว่าผลผลิตทั้งหมดที่จะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมนี้ มีปริมาณ 25,543 ตัน สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในโครงการฯ และนำรายได้เข้าสู่จังหวัดตากไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท…ท่านว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังบอกอีกว่า ความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโรคระบาดในระหว่างที่ปลูกข้าวโพด แต่เมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวและขายข้าวโพดแล้วยังได้กำไรไร่ละ 2,300-2,500 บาท ส่วนในอำเภออื่นๆ ก็ได้กำไรไร่ละ 3,000 – 3,500 บาท เช่นกัน นอกจากนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนามากกว่าการปลูกข้าวเหมือนที่เคยทำมา โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งขายผลผลิตอย่างครบวงจรซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปภาคการเกษตรของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชตามความต้องการของท้องตลาดและต้องมีตลาดรองรับ ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าไว้ก็จะดีไม่น้อย เกษตรกรจะได้ลดความเสี่ยงจากการทำนามาปลูกพืชระยะสั้นอื่นๆ ที่ตลาดต้องการกันบ้าง…

ช่วงนี้เข้าสู่หน้าร้อน เตือนระวังเพลี้ยไฟพริก ทำลายมะม่วงช่วงติดผล โดย นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ฝากเตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงว่า ในช่วงนี้เป็นฤดูกาลของมะม่วง ซึ่งขณะนี้หลายแห่งอยู่ในระยะติดผลมะม่วง ผลผลิตกำลังเจริญเติบโต และเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวได้ในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม สำหรับแหล่งปลูกมะม่วงในบางพื้นที่ที่อยู่ในระยะออกดอกหรือติดผลอ่อน กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรเฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟพริก ซึ่งศัตรูพืชชนิดนี้นอกจากจะสร้างความเสียหายให้แก่ผลผลิตพริกแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อผลผลิตมะม่วงด้วย โดยเพลี้ยไฟพริกจะดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ยอดอ่อนแห้ง ใบแตกใหม่แคระแกรนและร่วง ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วงไม่ติดผล หรือติดผลน้อย ดังนั้น หากพบการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟพริก กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรตัดหรือเก็บส่วนที่พบเพลี้ยไฟไปทำลายนอกแปลง กรณีระบาดรุนแรง ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง แลมป์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเฟนโพรพาทริน 10% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยควรพ่นในระยะที่มะม่วงติดดอกอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ระยะเริ่มแทงช่อดอก และระยะเริ่มติดผลขนาดมะเขือพวง (ประมาณ 0.5- 1 ซม.) หากปีใดระบาดรุนแรงให้พ่นซ้ำก่อนระยะดอกบาน หลีกเลี่ยงการพ่นสารฆ่าแมลงในระยะดอกบาน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสร…ก็ฝากเตือนพี่น้องชาวสวนมะม่วงกันนะครับ หากพบปัญหาก็ปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่านนะครับ

วันก่อน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้ารับโล่รางวัลพร้อมประกาศเกียรติคุณ องค์กรที่มีความเป็นเลิศ การบริหารจัดการการเงินการคลัง ด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด หน่วยงานที่มีผลงานดีเยี่ยม จาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “องค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ ด้านการเงินการคลัง” ครั้งที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ณ หอประชุมสโมสรกองทัพบก กรุงเทพฯ ขุนเกษตรา ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ…

ขุนเกษตรา

%d bloggers like this: