คุณชาย ตะลอนชิม

All posts tagged คุณชาย ตะลอนชิม

แกงขี้เหล็กร้านบัวตองของอร่อยเมืองสิงห์

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596496

โดย คุณชาย 4 27 มี.ค. 2559 05:01

 

วันอังคารที่ผ่านมา คุณชายสี่ตั้งใจไปไหว้หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ขับไปเห็นป้ายร้านข้าวแกงบัวตอง ริมถนนเอเชีย กม.69 บรรยากาศดูโล่งโปร่งดี แวะเข้าไปจอด

ร้านนี้เลขที่ 174 หมู่ 3 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เจอสองเจ้าของ ศุลีพร ภู่วิจิตร พี่เล็ก อายุ 53 ปี บัวตอง ภู่วิจิตร พี่บัวตอง อายุ 49 ปี ยืนดูแลลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย

พี่เล็กบอกว่า ร้านข้าวแกงบัวตองเปิดที่นี่มาได้ 2 ปี เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เช่าที่อยู่ในปั๊มน้ำมันอำเภอไชโย พอขายดี เจ้าของขอทำเอง บอกให้เราออกล่วงหน้า 6 เดือน ยังไม่ทันถึงเวลา เราต้องไปหาที่ใหม่

พี่บัวตอง น้องสะใภ้อาสาเล่าต่อ มาซื้อที่ตรงนี้ได้ ก็ทำใหม่หมด ทั้งถมที่ ก่อสร้างอยู่ร่วมปี เรามีประสบการณ์มาก่อนเลยรู้ว่าต้องทำยังไง เน้นสร้างแบบโล่งโปร่ง และเราก็พักอยู่ที่นี่

ตอนสร้างก็เอาป้ายไปปักไว้ว่า ข้าวแกงบัวตองย้ายมาอยู่ที่ กม.69 จะเปิดวันที่ 27 มีนาคม 2557

พอถึงวันเปิดนึกว่าคนจะน้อย แต่ผิดคาดลูกค้าเดิมๆที่ติดใจในรสมือ ที่ตามมากิน

พี่บัวตองขอคุยว่า ข้อดีของร้านเราทำกับข้าวกันเอง ทำวันละ 35 อย่างทุกวัน

ไม่อยากกินข้าวแกง อย่างอื่นก็มี ต้มเลือดหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว

พี่เล็กบอกว่า เราทำอาหารแบบนี้ตลอด เพราะบางคนอาทิตย์หนึ่งมาครั้ง เดือนมาครั้ง ปีมาครั้ง เราวนอยู่สามสี่อย่าง เปลี่ยนบ้างอย่างสองอย่าง วันเสาร์ อาทิตย์

ถ้าหมดจะทำเพิ่มสองสามรอบ ส่วนวันธรรมดาตอนบ่ายก็เงียบ

เมนูวันที่คุณชายสี่เจอ พี่เล็กขอเสนอแกงขี้เหล็ก ซึ่งพิเศษกว่าที่อื่น ตรงไม่ขม

เคล็ดลับคือต้มน้ำให้เดือดก่อน แล้วใส่เกลือ ใส่น้ำตาลนิดหน่อย ทุบตะไคร้ใส่ไปสองสามต้น พอน้ำเดือดก็เอาใบขี้เหล็กขึ้นมาซาวๆแล้วก็บีบ ลองชิมดู ถ้าขมก็ต้มอีกรอบ ต้มจนกว่าจะหายขม

วิธีแกงก็เหมือนแกงปกติทั่วไป มีตะไคร้ พริกแห้ง หอม กระเทียม ข่า ผิวมะกรูด กะปิปั่นเป็นเครื่องแกง จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันนิดหน่อย ถ้าจะให้แซ่บต้องตำกระเทียมกับพริกแดงลงไปผัด ตามด้วยเครื่องแกงเหยาะด้วยหัวกะทินิดหนึ่ง

พอกะทิแตกมันก็ใส่หางกะทิ ใส่หมูย่างลงไป ตามด้วยใบขี้เหล็ก ปรุงรสด้วยน้ำปลา แล้วใส่ปลาช่อนย่างป่น ถ้าไม่มีจะใช้ปลาสร้อยย่างให้กรอบ แล้วเอามาป่น

ใส่ลงไปจะมีกลิ่นหอม พอใกล้สุกก็เหยาะหัวกะทิ โรยปลาป่นอีกรอบ

พี่เล็กตักแกงขี้เหล็กลงในถ้วย กลิ่นความหอมเรียกน้ำย่อยขึ้นมาทันที

คุณชายสี่ตักแกงขี้เหล็กราดลงบนข้าวสวยร้อนๆตักเข้าปาก สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือไม่มีรสขม บวกกับกลิ่นหอมของปลาย่างอ่อนๆรสชาติหวานมัน เผ็ดเล็กน้อย ต้องตักข้าวตามต่อไปอีกคำ

ตำราแพทย์แผนไทยมีการใช้ประโยชน์ของต้นขี้เหล็กในหลายๆด้าน เช่น ใช้แก้อาการท้องผูก บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี ช่วยทำให้เจริญอาหาร นอกจากนี้ขี้เหล็กยังมีสารบาราคอล ที่มีฤทธิ์ในการกล่อมประสาท และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆทำให้นอนหลับสบาย

ต่อด้วยต้มเลือดหมู พี่เล็กบอกเราใช้กระดูกสันหลังและคาตั๊ง โขลกกระเทียม พริกไทย รากผักชีห่อด้วยผ้าใส่ลงไปตุ๋น แล้วก็ปรุงรส ตุ๋นให้นานน้ำจะออกหวาน แทบจะไม่ต้องเติมอะไร

“เราเลือกใส่เลือด ตับ และหมูนุ่มเป็นชิ้นๆ ส่วนกระเพาะล้างให้สะอาดด้วยการต้ม จะไม่มีกลิ่น และตัดปัญหาด้วยการไม่ใส่ไส้หมู ถ้าหน้าตำลึงเราจะใส่ตำลึง แต่ถ้าหน้าแล้งจะใส่ผักกาดหอมแทน”

พี่เล็กบอกว่า ที่เลือกหมูนุ่มเพราะไม่อยากให้เหมือนที่อื่น จากการที่คุณชายสี่ได้ชิมรสพิสูจน์ได้ว่าหมูนุ่ม นุ่มสมชื่อมาก พี่เล็กยังเน้นว่า พะแนงของร้านก็ใช้หมูนุ่มทำ

ตามต่อด้วยเมนูผัดเผ็ดปลาไหล เมนูนี้ขึ้นชื่อว่าแซ่บมาก พี่บัวตองบอก เราซื้อปลาไหลนาเป็นๆ เอามาทำเอง และต้องเป็นปลาไหลนาเท่านั้น เพราะเนื้อจะหนึบ ถ้าเป็นปลาไหลเลี้ยงเนื้อจะเละ

วิธีการทำให้หายคาวต้องล้างเกลือ ส่วนการปรุงก็ผัดแบบผัดเผ็ดทั่วไป ใส่พริก กระเทียมลงก่อนตามด้วยเครื่องแกงเผ็ด พริกไทยเม็ด ผัดให้นานและห้ามคนบ่อยเดี๋ยวจะคาว ปรุงรสใส่น้ำปลา พริกไทยอ่อน กระชาย พริกเขียวเม็ดใหญ่ ใบกะเพรา ถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว อยากยกจานนี้เด็ดจริง ทั้งเนื้อปลาที่เด้งสดอร่อยลิ้นเหลือเกิน

เมนูสุดท้ายแกงปลาดุกใบยอ เมนูนี้พี่บัวตองขอคุยเอง เราสั่งให้ส่งปลาดุกหรือบิ๊กอุยตอนตีห้าครึ่ง จะไม่ซื้อมาแช่ไว้ ถ้าใช้ปลาค้างคืนเนื้อจะด้าน แกงแล้วเนื้อไม่เด้ง ไม่หวาน

ส่วนใบยอลวกแล้วสต๊อกน้ำเย็น ใบจะเขียวสวย น้ำแกงก็จะใส ถ้าใส่ไปทันทีจะดำ

วิธีทำ ใส่น้ำมันผัดพริกกระเทียม เอาเครื่องแกงลงไปผัดเหมือนกับแกงขี้เหล็ก ใส่หางกะทิ พอน้ำเดือดใส่ปลาดุกลงไป ปรุงรสใส่ใบยอที่เราน็อกน้ำเย็น พอเดือดก็ราดหัวกะทิ

“ร้านเราขึ้นชื่อเมนูผัดเผ็ดปลาดุก ปลาไหล เพราะใช้ปลาสด ปรุงใหม่ๆจะหอม เป็นเมนูที่ขายดีมากๆ ปลาไหลตอนนี้ก็หายาก กิโลละ 250-290 บาท ยังมีผัดเผ็ดหมูป่า ผัดเผ็ดนก ผัดเผ็ดกบ แกงคั่วหอยขม ยิ่งผัดผักรวมมิตรคนชอบมาก หน้าเทศกาลหรือเสาร์ อาทิตย์ทำจนนับไม่ถ้วน”

พวกดาราก็มากินบ่อย รถ ขสมก.ไหว้พระ 9 วัดจะแวะประจำ เช้ามืดพอเปิดไฟ รถก็เข้ากันเต็ม ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่หกโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ลูกค้าหากไม่แน่ใจ ก่อนไป โทร.08-9815-0014

ร้านข้าวแกงบัวตองเน้นความสะอาด ปลอดโปร่งลมพัดเย็น อากาศดี ห้องน้ำสะอาด ที่จอดรถกว้าง

กินอิ่มก่อนขึ้นรถกลับ หน้าร้านบัวตองมีขนมถ้วย ขนมใส่ไส้ กล้วยทอด ยิ่งหมูทุบเจ๊แอ๋ว นั่งทุบใหม่ๆ ทั้งหมูทุบ หมูฝอย หมูสวรรค์ ทุกอย่างรับประกันความอร่อย ซื้อไปฝากใครถูกใจแน่นอน.

คุณชาย 4

“ล้านตำลึงทอง”…ร้านนี้มีดี เต้าหู้ทอดนิ้มนิ่มน้ำจิ้มปังมาก

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593179

โดย คุณชาย 3 20 มี.ค. 2559 05:01

 

“เต้าหู้ทอด” น้ำจิ้มทีเด็ด กับ “ไส้ทอด” อร่อยเว่อร์.

“เพชร”…เม็ดงามแม้ถูกฝังอยู่ในโคลนตม เมื่อมีคนไปพบเจอ “เพชร” ก็เป็น “เพชร”… อยู่วันยังค่ำ ยังเลิศล้ำมีคุณค่า

“ล้านตำลึงทอง” ถนนเทศบาลรังสรรเหนือ ซอย 10 ย่านประชาชื่น ด้วยเจ้าของร้านมีฝันอยากมีเงินล้าน ได้เงินตำลึงทองโบราณชูเมนู อร่อยสบายกระเป๋า เชื้อเชิญให้คุณมาลิ้มลองแล้ววันนี้ เมนูเด็ดสะระตี่มีมากมายหลากหลายต่อแถวแสดงความอร่อยให้เลือกสรร ค้นหาความงามชวนอร่อยลิ้น

ครอบครัว “พฤฒิปวีณ” ฝันอยากมีเงินล้าน.

เรียกน้ำย่อยกันหน่อย…ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เส้นเล็ก…ใหญ่…บะหมี่…เส้นหมี่…วุ้นเส้น บะหมี่กรอบต้มยำชามละ 40 บาท เล็กแห้งตำลึงทอง…เกาเหลาต้มยำ ชามละ 50 บาท วุ้นเส้นต้มยำทะเล ชามละ 65 บาท

ตัดฉับไปที่เมนูข้าว อาหารจานเดียว โอ้โห…โหววว ชวนหิวสุดๆ ข้าวราดปลาสามรส ข้าวผัดพริกใบยี่หร่าทะเล ข้าวหมูกรอบผัดพริกขิง ข้าวกะเพรากุ้ง…ทะเล ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สุกี้กุ้ง… หมึก…ทะเล น้ำหรือแห้งก็ได้ ผัดไทยกุ้งสดผัดซีอิ๊ว-ราดหน้ากุ้ง…หมึก…ทะเลมาเต็มๆ แถมด้วย…โกยซีหมี่ รสชาติดั้งเดิมระดับตำนาน

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้สนนราคาอิ่มอร่อยระดับติดดาว แต่จ่ายสบายกระเป๋า จานละ 65 บาทเท่านั้น

ระดมพลความอร่อย ก๋วยเตี๋ยวปลาเต้าซี่ โกยซีหมี่.

เหมือนสวรรค์อยู่ตรงหน้า ประเดิมเมนูด้วย “ก๋วยเตี๋ยวปลาเต้าซี่” ปลาชิ้นโตเต็มคำ เส้นก็นุ่มหอมลงตัวอร่อยสุดๆ เคียงคู่มากับ “โกยซีหมี่” หอมกรุ่น เส้นนุ่มๆ จนต้องไถ่ถามที่มาที่ไป กับ ภรนน พฤฒิปวีณ พ่อครัววัย 46 ปี ผู้ที่เก็บเกี่ยววิชาตะหลิวทองคำสั่งสมประสบการณ์มาจนกลั่นออกมาเป็นเมนูเด่นคู่ล้านตำลึงทอง

เมนูนี้…กว่าจะได้มาต้องผ่านด่านอรหันต์ทำงานในร้านอาหารกับร้านราดหน้าเต้าซี่ปลา โกยซีหมี่ เฉพาะทางเกือบ 2 ปี เด็ดพิเศษอย่างไร…? ต้องเริ่มจาก “เส้น” ต้องผัดให้หอม ให้เกรียม แล้วก็รสชาติจะได้ตรงที่เราหมักไก่ให้รสชาติกลมกล่อม ผัดแล้วจะมีกลิ่นหอมออกมาโดดเด่น เทคนิคผัดเหมือนผัดผักบุ้งไฟแดง ไฟลุกได้รมควัน

“คนจีนจะชอบ เพราะเป็นสไตล์อาหารจีน ราดหน้าเต้าซี่ก็ได้มาจากที่เดียวกัน การผัดเส้นเป็นสิ่งสำคัญ แล้วพริกเวลาเอาลงไปผัดกับน้ำมัน ต้องให้ไหม้นิดๆจะได้มีกลิ่นของพริกหวานหอมชวนกินมากขึ้น”

ส่วน “ปลา” จะใช้เนื้อปลากะพง ผัดปรุงรส ใส่เต้าซี่ เหล้าจีนนิดหน่อย ได้กลิ่นหอม เพียงเท่านี้ก็เด็ดพร้อมเสิร์ฟ…สองเมนูเปิดความอร่อย ถือเป็นเมนูขายดีของร้าน เป็นเมนูหลัก ใครมาก็ต้องสั่ง

แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “เต้าหู้ทอด” จุดขายสำคัญที่ไม่อยากจะบอกก็ต้องบอกย้ำให้แน่นหนักว่า…ถ้าไม่ได้สั่ง เหมือนมาไม่ถึงนะจะบอกให้ สั่งเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย เป็นออเดิร์ฟทานเล่น

“เต้าหู้”…ล้านตำลึงทองใช้เต้าหู้สด จะมีความพิเศษโดดเด่นด้วยความหอมของถั่วเหลือง เนื้อจะนิ่มๆ…ถึงนิ่มมากๆ ไม่แข็งแบบแตกต่างจากเต้าหู้ทั่วไป หั่นเป็นสี่เหลี่ยมขนาดแน่นพอคำเคี้ยวได้สะใจเต็มปาก

เวลาจะทอดก็มีเคล็ดลับ ทอดออกมาแล้วเต้าหู้จะฟู ความกรอบจะเฉิดฉายอยู่ด้านนอก ส่วนเนื้อในจะซ่อนความนุ่มชุ่มฉ่ำละมุนลิ้นเอาไว้อยู่ด้านใน

“ล้านตำลึงทอง” ย่านประชาชื่น.

“น้ำจิ้ม” เนื้อคู่ที่ขาดไม่ได้ สูตรพิเศษเฉพาะดั้งเดิม “ล้านตำลึงทอง” ไม่เหมือนกับทั่วไป พิเศษแตกต่างด้วยการใช้น้ำจิ้มบ๊วยเค็ม กับน้ำมะขามเปียกที่สั่ง ตรงมาจากต่างประเทศ สปป.ลาว

พระเอก…นางเอก ลีลาเร้าใจ เด็ดสุดๆ… อย่างไร พูดไปใครจะไปเชื่อ โปรดมาลองกันเอง

แล้วก็มาถึงอีกเมนูทอด แต่น…แตน…แต๊น “ไส้ทอด” ครับท่าน ใครที่ได้ลองจะรู้ซึ้งแบบทันที ถึงรสชาติความอร่อยที่แตกต่างยากจะบรรยาย ลองแล้วจะต้องกลับมาลองอีกแน่นอน คุณชาย 3 ฟันธงไว้ล่วงหน้า

พิเศษไส้ทอด คนกิน จะรู้เลยว่าพิเศษอย่างไร พอจะเอาเคล็ดลับมาเล่าสู่กันฟังไปพลางๆรอเมนูสุดท้าย …ฮ้า…ไฮ้

“ไส้ทอด” ที่ว่านี้ไม่ได้มาจากสูตรต้นตำรับที่ไหน แต่มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของพ่อครัวล้วนๆ กระบวนการทำต้องเอาไส้หมูที่ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมาตุ๋นก่อนเพื่อให้ไส้ได้ที่

ต้องบอกก่อนนะว่าไม่เหมือน “ไส้พะโล้” …ทั่วไป กินจะรู้เลยว่าไม่ใช่ไส้พะโล้ทอดกรอบ แต่จะเป็นไส้ทอดกรอบที่ให้รสชาติอร่อยกรอบ ขนาดเก็บไว้นานๆก็ยังคงความกรอบอยู่ได้

ที่สำคัญ “ไส้ทอด” ของเขาไม่คาวแม้แต่นิดเดียว จิ้มกับซอสหวาน แกล้มกับขิงดอง แก้เลี่ยน พระเดชพระคุณเอ๊ย…รับประกันความอร่อยเด็ดสุดๆ ถ้าได้จิบอะไรเย็นๆไปด้วยล่ะก็ สุดจะฉ่ำหัวใจจริงๆ

“ผัดไทยกุ้งสดไข่เค็ม” เมนูอภิมหาอร่อย.

เมนูอภิมหาอร่อยสุดท้าย “ผัดไทยกุ้งสดไข่เค็ม”…โอ้แม่เจ้า! เพิ่งเคยเจอครั้งแรกในชีวิต

กลิ่น หอมมม…โชยมาแต่ไกล เส้นหนึบนุ่มกำลังดี ถั่ว พริก…คั่วมาอย่างหอม บีบมะนาวลงไปคลุกเคล้า รสชาติเป๊ะเว่อร์ ถูกใจ…เสียจริงๆ พ่อครัวล้านตำลึงทองคุยให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีเมนูนี้ก็มาจากเมนูผัดไทยธรรมดานี่แหละ แต่ได้แรงบันดาลใจจนเกิดเมนูใหม่เป็นพระเอกประจำร้านขึ้นมาจนได้

ครั้งหนึ่ง…พี่ชายเอาไข่เค็มมาให้เป็นของฝาก เป็น “ไข่เค็ม”…ที่ยังมีน้ำอยู่ไม่เค็มเข้าเนื้อ ยังไม่ได้ต้ม นึกอยากจะลองดูว่า ถ้าเอาไข่ที่มีอยู่ไปผัดไทยไข่เค็มก็น่าจะดี คุยกับพี่ชายว่าจะลอง “ผัดให้มาชิมกัน ปรากฏว่ารสชาติออกมาดีเกินคาด…ใช้ได้ทีเดียว ก็เลยออกเป็นเมนูประจำร้านอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้”

ตั้งแต่วันนั้นมาก็ติดเป็นเมนูแนะนำประจำร้าน เสียงตอบรับดีมากๆ…ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ก็ได้มาลองที่นี่ พูดแล้วก็ชวนหิวอยากจะไปซ้ำอีกหลายๆรอบ

“ไข่เค็ม”…สูตรเด็ดเคล็ดลับจะใช้ไข่ที่หมักไว้ไม่เกิน 12 วัน ซื้อกับเจ้าประจำความเค็มกำลังพอดิบพอดี ถ้านานกว่านั้นจะเค็มเกินไปไม่อร่อยลิ้นชวนกิน สำหรับเคล็ดลับผัดไทยไข่เค็มให้อร่อย สไตล์ล้านตำลึงทอง นอกจากไข่เค็มที่ไม่เค็มเกินไป จะมัน หอมแล้ว ถั่วป่น…พริก…วัตถุดิบที่ใช้จะคั่วเอง ทำเองทั้งหมดแบบสดใหม่ทุกวัน

เชิญท้าพิสูจน์ความอร่อย เมนูเด็ด “ล้านตำลึงทอง” ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. ติดต่อออกร้าน จัดเลี้ยง สัมมนา ทำปิ่นโต อาหารกล่อง หรือกลัวไปไม่ถูก…สอบถามเส้นทางได้ที่ 08-5160-7174, 09-7220-2321.

คุณชาย 3

โรตีเมืองตรัง หรอยโรตีกรอบชอบโรตีตบ

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589730

โดย คุณชาย 2 13 มี.ค. 2559 05:01

 

อาหารเมืองตรังที่เลื่องชื่อลือชา ใช่เพียงหมูย่างเมืองตรังเท่านั้น ยังมีติ่มซำ เค้กเมืองตรัง และโรตีเมืองตรังด้วย

โรตีมีหลายร้านให้เลือกลิ้ม แต่ “คุณชาย 2” เลือกชิมโรตีเมืองตรัง ตั้งอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟตรัง ลงจากรถไฟแล้วเรียกรถบริการก็ได้ เดินไป เองก็ดี ออกกำลังกายย้ายพุงไปประมาณ 200 เมตรก็ถึงแล้ว แต่ขอกระซิบไว้ ก่อนว่าร้านค้าเปิดตอนเย็นๆ เรื่อยไปจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน

แอบเยือนคืนแรก คนแน่นร้านราวกับงานเลี้ยงโต๊ะจีน ครั้นย้อนกลับไปคืนที่สอง แม้ฝนจะโปรยปรายมาผิดฤดู แต่คนยังไม่บางตา พากันเข้ามาอุดหนุนเนืองแน่น มีทั้งนั่งรับประทานในร้าน หน้าร้าน และข้างๆร้าน แสดงถึงความเหนียวแน่นของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศหน้าร้านคึกคัก บ้างสั่งแล้วเดินไปหาซื้อของแล้วแวะมารับ บ้างสั่งแล้วเลือกยืนสูดกลิ่นหอมๆ ระหว่างมือปรุงสะบัดแผ่นแป้งเหนือกระทะ บ้างยืนกดโทรศัพท์ไปพลางๆ รายการโรตีมองผ่านๆ เห็นมีราว 20 รายการทีเดียว

รสชาติโรตีเมืองตรังเป็นอย่างไร

“คุณชาย 2” เริ่มด้วยโรตีกรอบ

กัดเบาๆเสียงดังกร็อบ ความกรอบจากการย่างด้วยความร้อนที่พอเหมาะ ทำให้แป้งที่ผ่านการนวดเฟ้นมาอย่างดีกรอบได้ที่ ขณะเคี้ยวแป้งกรุบกรอบ ลิ้นก็สัมผัสกับรสหวานของน้ำตาลและนมข้นหวานเข้ามาผสม เพียงขยับฟันเบาๆก็นำความอร่อยลิ้นเข้าไปอย่างสบายๆ

ลิ้มความกรอบ หอม และหวานไปสองสามคำ ค่อยตามด้วยชาร้อนๆ ลบความหวานลิ้นออกไปก่อน กันเลี่ยนได้ดีนักแล พอเริ่มคำใหม่ก็ได้รสชาติอร่อยดุจเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ชาวตรังจึงนิยมทานโรตีกรอบกับชาร้อนๆ ยิ่งทานในร้านเวลาฝนตก มองสายฝนโปรยปรายบางเบา แกล้มกับความหวานหอมของโรตีและความอุ่นของชา ช่วยเติมรสชาติชีวิตได้เป็นอย่างดี

“โรตีกรอบเด็กๆชอบมาก ขายดีมาตั้งแต่เริ่มตั้งร้าน” เจ้าของร้านกระซิบ และเสริมว่า “พวก หนุ่มๆสาวๆก็ชอบ พวกเขาซื้อไปคราวละมากๆ คุยกันไปกินกันไปเพลินๆ คนชอบโรตีกรอบมีทั้งผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กๆ ทำให้ขายดีกว่าชนิดอื่นๆ” เจ้าของร้านสรุป

คุณสุมาลี คณาถิติกุล เจ้าของร้านวัย 45 ปี เธอทิ้งการเรียนรู้ในสถาบันไว้เพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หันหน้าเข้าหากระทะโรตีมาตั้งแต่อายุราว 15 ปี อาศัยที่เป็นคนชอบทานโรตีเอามากๆ จึงค่อยเรียนรู้ ฝึกปรือฝีมือการทำ มาจนกระทั่งวันหนึ่งก็คิดได้ว่า “น่าจะลองทำขายดู”

คิดแล้วทำ ประมาณ พ.ศ.2540 เริ่ม “ลองขายดู ขายบนรถเข็นเล็กๆ จอดขายเป็นจุดๆ ปรากฏว่าเด็กๆชอบซื้อโดยเฉพาะโรตีกรอบ” สุมาลีเอ่ยด้วยความภูมิใจ

ก้าวแรกประสบความสำเร็จ วัดได้จากเด็กๆ ชอบรสชาติ ก้าวสองจึงพัฒนารสชาติ เธอเห็นว่าเด็กๆชอบโรตีกรอบจึงคิดต่อไปว่าควรจะเพิ่มรสชาติอย่างไรดี เพื่อให้ลูกค้ามีหลากหลายขึ้น จึงทำโรตีกล้วยหอมออกมา ก็ได้รับความสนใจอีก

รสชาติ “ยึดเอาตามที่ลูกค้าชอบ เมื่อก่อนเรามีโรตีกรอบ โรตีใส่ไข่ ต่อมาทำโรตีกล้วยหอม เห็นลูกค้าชอบจึงเพิ่มรสผลไม้อื่นๆเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นลูกเกด ข้าวโพด มะพร้าวอ่อน ลูกชิดและขนุน เป็นต้น”

คนรุ่นใหม่ต้องการกลิ่นอายอาหารตะวันตก เจ้าของร้านก็ทำโรตี “พิซซ่า” ออกมาให้ทดสอบความอร่อย แน่นอนว่าได้รับความสนใจเช่นเคย มิเพียงวัยรุ่นเท่านั้น เด็กๆที่ชอบอาหารต่างประเทศก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

ด้วยความนิยมของลูกค้าราวปี 2543 จึงตั้งร้านเป็นหลักเป็นฐาน และต้องแจกบัตรคิวให้ลูกค้ารับอาหารด้วย เมื่อถามว่าความนิยม เกิดขึ้นได้อย่างไร เจ้าของร้านบอกว่า “น่าจะเป็นเรื่องบอกต่อมากกว่า”

แน่นอนว่าคนที่บอกต่อนั้นประทับใจรสชาติโรตี คุณสุมาลีบอกว่าเนื่องจากโรตีมีน้ำมัน ลูกค้าบางรายไม่ค่อยชอบน้ำมัน เมื่อปัญหามีไว้ให้แก้ไข เจ้าของร้านที่เอาใจใส่ลูกค้าก็มีวิธี และนี่คือที่มาของโรตีตบ หมายถึงโรตีที่ทอดได้ที่แล้ว งัดขึ้นมาตบไล่น้ำมันออกไป คงเหลือไว้แต่โรตีที่นุ่ม น่ารับประทาน “คุณชาย 2” ลองลิ้มกับชาร้อนๆ พบว่าเหมาะสมกันดี ครั้นลองกับกาแฟโบราณก็ได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบหนึ่ง

โรตีจะอร่อยต้องทำอย่างไร คุณสุมาลีบอกว่า ทั้งแป้งและส่วนผสมต้องพอดี วัสดุต่างๆที่เรานำมาใช้ต้องคุณภาพดี และ “ต้องใส่ใจในการทำแป้ง และการทอด ต้องให้พอเหมาะ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญและเคล็ดของแต่ละคน”

ยอดขายที่ผ่านมาแม้ไม่อาจบอกตัวเลขได้ แต่ก็บอกได้ว่าช่วงเศรษฐกิจดี แต่ละวันแป้งหมดไปประมาณ 20-25 กก. ปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ดี ชาวตรังกระอักกับราคายางพารา แม้ลูกค้าลดลงไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังขายดี วันปกติคนจะหนาตาเวลาประมาณ 20.00 น. แต่ถ้าเป็นเทศกาลลูกค้าจะหนาแน่นเป็นพิเศษ

ถ้ามาเมืองตรังก็พิสูจน์กันได้ ร้านเปิดเวลา 16.00-24.00 น. ทุกวัน ยกเว้นเจ้าของร้านติดธุระสำคัญมากๆ หรือฝนตกหนักเกินไป สอบถามเส้นทางหรือรายละเอียดได้ที่ 08-4850-1152

“แวะมาชิมโรตีกรอบที่ตรังนะคะ ชิมกับชาซีลอนร้อนๆ หรือกาแฟโบราณก็ได้” เจ้าของร้านเชิญชวน.

คุณชาย 2

เกาะหลักปลาอินทรีย์ ข้าวต้มดี-ปูดองแซ่บ!!

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586478

โดย คุณชาย 1 6 มี.ค. 2559 05:01

 

ข้าวต้มปลาอินทรีเมนูดังของร้านนี้.

3 สิ่งในชีวิตคนเราที่มักมาไม่พร้อมกัน คือ เงิน เวลา และสุขภาพ

วัยเด็ก…เรามักยังมีสุขภาพดี มีเวลาเหลือเฟือ แต่ยังไม่มีปัญญาหาเงินใช้ จึงต้องแบมือขอจากพ่อแม่เป็นหลัก ย่างเข้าวัยทำงาน… สุขภาพเรี่ยวแรงยังพอไหว เงินทองก็สามารถหาใช้ได้เอง แต่หลายคนกลับต้องโหมงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อแลกกับอนาคต จนแทบไม่เหลือเวลาไปทำอย่างอื่น

ครั้นเข้าสู่วัยชรา…บำเหน็จ บำนาญ หรือเงินทองที่สะสมไว้สมัยทำงาน ยังพอมีเหลือเป็นบุญเก่าให้เก็บเกี่ยว แถมเวลาว่างก็เหลือเฟือ จะเหลือก็แค่ปัญหาเดียว…อีตรงสุขภาพที่ถดถอยนี่แหละ!!!

นายธนิพัฒน์ อินโท และนางบุญสิตา แซ่ชื้อ เจ้าของร้าน.

แต่ถ้าพูดถึงอาหารการกินอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องรอให้พร้อมทั้งเงิน เวลา และสุขภาพ จะเพศใด วัยไหน ยากดีมีจนเพียงใด…ก็เข้าถึงกันได้ไม่ยาก จะมีอะไรซะอีกถ้าไม่ใช่ “ข้าวต้ม”

ยิ่งเป็นข้าวต้มปลาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฉุย โรยหน้าด้วยใบตั้งโอ๋ เครื่องเคียง และน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสเด็ด นำมาเสิร์ฟไว้ตรงหน้าสักชามยามหิว ใครอยากชิมยกมือขึ้น รีบตาม “ชาย 1”มา วันนี้จะพาไปแวะร้านข้าวต้มปลาอร่อยอีกเจ้า อยู่แถวสามโคก ปทุมธานี ชื่อ “ร้านข้าวต้มปลาอินทรีย์ เกาะหลัก”

ปูดองเทวดาเมนูเด็ดของร้านนี้.

ร้านนี้มิได้มีดีแค่ ข้าวต้มปลา ยังมีอีกหลายเมนูที่ลูกค้าชื่นชอบในความแซ่บของรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น ปูดองเทวดา ต้มยำหัวปลาหม้อไฟ เต๋าเต้ยเจี๋ยน ผัดฉ่าปลาอินทรี ปลาอินทรีลวกจิ้ม เป็นต้น

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังรสชาติโดนลิ้น!! ทั้ง 6 เมนู คือ บุญสิตา แซ่ชื้อ หรือ “เจ๊นง” กับ ธนิพัฒน์ อินโท หรือ “ต่อ” สองแม่ลูกผู้ร่วมกันบุกเบิกร้านนี้ โดยมีภรรยาและพี่น้องของ “ต่อ” เข้าร่วมอุดมการณ์

ข่าคั่วทีเด็ดใส่ข้าวต้ม.

เมนูแรกที่ “ชาย 1” สั่งมาวอร์มอัพลิ้น คือ “ข้าวต้มปลาอินทรี” จุดเด่นของเมนูนี้ อยู่ที่ความสด อร่อยแบบเนื้อแน่นเต็มคำ และไร้กลิ่นคาวจากเนื้อปลา แถมยังเข้ากันเป๊ะกับน้ำซุป เครื่องปรุง และ ข่าคั่ว ซึ่งเป็นอะไรที่นับวันแทบต้องพลิกแผ่นดินหา…เพราะร้านข้าวต้มสมัยนี้ อย่างดีก็มีแค่ขิงซอยโรยหน้าให้ อย่าไปหาเลย…ข่าคั่ว

เสี่ยต่อเสริมว่า จุดเด่นที่เหมือนแม่เหล็กชั้นดี ช่วยดูดลูกค้าเข้าร้านจ๊วบจ๊วบ…ยังอยู่ที่เขาเจาะจงเลือกใช้ ปลาอินทรีสด ที่ไม่ผ่านการแช่แข็ง แต่เป็นปลาเบ็ดที่ตกได้ในทะเลน้ำลึกแถวสัตหีบ ชลบุรี กับแถบปราณบุรี จ.ประจวบฯ เท่านั้น…ส่วนเหตุผลที่เขาไม่เลือกใช้ปลาเก๋าและปลากะพงเป็นเพราะ

ปลาอินทรีลวกจิ้มรสเด็ด.

“อินทรีเป็นปลาทะเลน้ำลึก ที่ไม่สามารถเลี้ยงในกระชังได้ ทำให้มันได้ว่ายน้ำในทะเลกว้าง แต่กะพงกับเก๋า เดี๋ยวนี้เลี้ยงในกระชังน้ำตื้นแทบทั้งนั้น เนื้ออินทรีที่เป็นปลาเบ็ด หนักตัวละ 7-15 กิโลฯ ตอนเอาไปแล่ จะออกมาใสเหมือนกระจก ตอนเอาไปลวกเนื้อจะแน่น ไม่ยุ่ยเหมือนพวกปลากระชัง”

ศิลปะการปรุงน้ำซุปของร้านนี้ก็ใช่ย่อย!!! จุดเด่นที่พิสดารกว่าร้านอื่น อยู่ที่เจ๊นงใช้โครงไก่ 3 โครง ต้มกับน้ำเปล่าเต็มหม้อเบอร์ 40 โดยใช้เตาถ่าน ตั้งไฟเคี่ยวเพื่อทำน้ำสต๊อก แกให้เหตุผลว่า เตาถ่านไฟจะร้อนรุมดีกว่าเตาแก๊ส แถมน้ำซุปยังออกมาใส และเข้าเนื้อกลมกล่อมกว่า โดยตั้งไฟเคี่ยวไว้นาน 2 ชั่วโมง

เจ๊นงกระซิบว่า ส่วนผสมหลักในน้ำซุปสต๊อก แกใช้รากผักชี 1 กำมือ น้ำมันหอยอย่างดี 3 ทัพพี ซีอิ๊วขาว 3 ทัพพี เครื่อง ปรุงรสแบบก้อน 16 ก้อนกับแบบผงอีก 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายกรวดที่ให้ความหอม แต่ไม่หวานโดด หรือหวานแหลมเหมือนน้ำตาลทรายทั่วไปอีกพอประมาณ

ผัดฉ่าปลาอินทรีอีกเมนูอร่อย.

ตัวข้าวต้ม…ใช้ข้าวหอมมะลินำไปหุง แล้วลวกให้นิ่มอีกรอบ ตอนจะเสิร์ฟให้ลูกค้า ก็แค่ตักน้ำซุปราดบนข้าว ใส่เนื้อปลาอินทรีที่ลวกแล้ว โรยด้วยกระเทียมเจียว กับใบขึ้นฉ่าย เหยาะพริกไทย ตามด้วยหมัดเด็ดที่ขาดไม่ได้…คือ ข่าคั่ว ซึ่งทำมาจากข่าแก่หั่นแว่น ตากแดดแล้วตำให้ละเอียด จนป่นเป็นผง…กินแนมกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว…อ่ะฮ้า!! อารมณ์นี้ ต่อให้พระเจ้าจอร์จทอดกล้วย…เอาช้างป่ามาฉุด ก็ยากจะหยุดยั้งใจไหว!!!

ปูดองเทวดา…เป็นอีกเมนูจ๊าบ ที่ “ชาย 1” อยากบอกว่า ผู้ที่รักความสะใจในรสชาติ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะกินแนมกับข้าวต้ม กินเพียว หรือเคี้ยวแกล้มกับเบียร์เย็นจัดสักขวด…โอ้ย อย่าให้บรรยายต่อเลย มันเปรี้ยวปาก อยากอีกแย้ว…ใครไม่เชื่อ เชิญไปพิสูจน์เอาเอง!!!

ก็ “เจ๊นง” แกเล่นเลือกคัดปูม้าสด ตัวเมีย มีไข่ติดกระดอง ล้างด้วยน้ำเปล่าก่อน 1 รอบ จึงค่อยแกะกระดองใส่ปูลงในกะละมัง แล้วแช่ด้วยน้ำโซดา 3 ขวด ต่อปู 1 กิโลฯ เพื่อทำความสะอาดและล้างคาวออกอีกหนึ่งรอบก่อนจะนำปูไปหมักในน้ำปลาชั้นดีที่มีกลิ่นหอม แต่ไม่เค็มจัด ในสัดส่วนน้ำปลา 2 ลิตรต่อปู 1 กิโลฯ

เต๋าเต้ยหรือปลาจะละเม็ดใหญ่เจี๋ยนหาทานยาก.

ก่อนจะหมักตามสูตรนี้ เจ๊แกจะนำน้ำปลาผสมกับน้ำเปล่าครึ่งลิตร ตั้งไฟต้มจนเดือด จากนั้นเหยาะน้ำตาลทรายลงไป 2 ช้อนโต๊ะ…ปล่อยส่วนผสมดังกล่าวทิ้งไว้ให้เย็นสักพัก จึงค่อยนำไปเทราดให้ท่วมตัวปู และหมักทิ้งไว้อีก 2 ชั่วโมง ก่อนจะนำเข้าไปฟรีซให้เย็นจัดในช่องแช่แข็งของตู้เย็น

จุดเด่นของเมนูนี้ เมื่อกัดลงไปบนเนื้อปูจะรับรู้ได้ถึงรสสัมผัสที่เนียนนุ่มภายนอก แต่หนักแน่นและเย็นเฉียบมาจากภายในเนื้อของปูม้าสด ที่แปรสภาพแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับเกล็ดน้ำแข็ง ซึมซับไว้ด้วยรสชาติหวาน มัน และเค็มปะแล่มอยู่ในที ช่างเข้ากันได้ดีนักกับความแซ่บโรจน์ของน้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรเฉพาะของเจ๊แก

ตัวน้ำจิ้มปูดองฯ เจ๊นงใช้รากผักชีหั่นเป็นแว่น 4-5 ราก กระเทียมสดปอกเปลือกอีก 1 กำมือ พริกขี้หนูสวนแท้อีก 1 กำมือ ปั่นรวมกัน ก่อนเติมเกลือป่นลงไปครึ่งช้อนชา บีบน้ำมะนาวสดแท้ใส่ไป 8 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำปลาแท้อีก 3 ช้อนโต๊ะ และปิดท้ายด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

แกย้ำนักย้ำหนา จะให้น้ำจิ้มซีฟู้ดของปูดองเทวดา ออกมาสีเขียว สวยสดใส เห็นแล้วน่าตรึงตาตรึงใจ กรุณาทำเรียงลำดับตามสเต็ปที่นางแนะไว้…อย่าดันทะลึ่งไปใส่น้ำปลาแซงหน้าน้ำมะนาวเข้าล่ะ…ไม่งั้นน้ำจิ้มที่ออกมา…มีหวังสีงามไส้ ไข่เยี่ยวม้า!! กลายเป็นเมนูปูดองราดยางมะตอย ไม่รู้ด้วย!! เครนะ 5555

อย่างที่บอกแต่ต้น ร้านนี้ยังมีอีกหลายเมนูเด็ดให้เลือกแซ่บ แต่เนื้อที่เกลี้ยงซะแล้ว

ทางไปร้าน จากตัวจังหวัดปทุมธานี ขับรถไปตามถนนปทุมธานี-สามโคก ราว 3 กม. จุดสังเกตฝั่งซ้ายมือจะมีปั๊มน้ำมันซัสโก้ ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับปั๊มฯ เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่ 16.00-24.00 น. แต่หยุดไม่แน่นอน โทร. ถามได้ที่ 09-1802-8910 (ต่อ) และ 08-6398-8696 (โบว์).

คุณชาย 1

“ลองดู” เวียดนามตำรับเดิม

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/583198

โดย คุณชาย 4 28 ก.พ. 2559 05:01

 

ร้านอาหารเวียดนาม ห้าแยกลาดพร้าว ข้างเซนต์จอห์น ตอนนี้ใครผ่านก็จะเห็นลูกค้าแน่น…ทุกวัน ชื่อ “ลองดู” เป็นร้านอาหารเวียดนามรุ่นบุกเบิก เพราะตอนที่เปิดปี พ.ศ.2532 นั้น ทั้งกรุงเทพฯมีอยู่แค่ 3 ร้าน

วันเพ็ญ กลมเกลี้ยง พี่ตุ่ม อายุ 65 ปี และปัญจพร อรุณประพันธ์ พี่นก อายุ 60 ปี สองอาหลานครอบครัวที่หลงใหลอาหารเวียดนาม… เป็นเจ้าของร้าน

พี่ตุ่มเคยเป็นครู มีโรงเรียนเป็นของตัวเอง พอปิดกิจการ พี่นกเป็นคนหนองคายชวนทำร้านอาหารเวียดนาม ก็โอเค ตอนเริ่มต้นทำก็ไม่แน่ใจ พูดกันเล่นๆว่าลองทำดู จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน…ลองดู

ตอนเปิดร้านปี 2532 เปิดแค่คูหาเดียวมีอยู่หกเจ็ดโต๊ะ หลังๆเริ่มดีขึ้น เซ้งห้องข้างๆเพิ่มเป็น 2 คูหา ต่อมาก็เปิดสาขาสองที่ซอยวิภาวดี 64

ตอนนี้ลองดูสาขา 1 ขยายพื้นที่ชั้นบนไว้สำหรับลูกค้าจองหรือมาเป็นกลุ่ม ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

“ร้านเราพิเศษตรงน้ำจิ้ม” พี่นกว่า “น้ำจิ้มเวียดนามจะเป็นน้ำเชื่อมใสๆ ขูดแครอท หัวไช้เท้าลงไป แต่ของเราใส่แครอท หัวไช้เท้า น้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชู เชื่อมสี่ห้าชั่วโมง เพื่อให้รสชาติแหลมขึ้น”

พี่นกมีเทรนเนอร์เป็นคนเวียดนาม อาหารเป็นสูตรเวียดนามเฉพาะ คงความดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอด ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมเบื้องญวน แหนมเนือง หมูห่อชะพลู กวยจั๊บญวน หรือเปาะเปี๊ยะสด

“ผักต้องปลอดสาร สั่งจากตลาดไท มีให้กินตลอดปี เน้นผักที่หากินยาก เช่น ผักติ้ว ผักแพว แพงแค่ไหนก็ซื้อ กำไรน้อยก็ยอม” พี่นกยืนยัน

พี่ตุ่มขอเสริม…บางคนไปกินอาหารถึงเวียดนาม บอกรสชาติอร่อยสู้ร้านลองดูไม่ได้

ส่วนพี่นกคุยว่า ตั้งแต่เปิดร้านมาคนทำครัวยังเป็นคนเดิม ตอนนี้อายุ 77 ปี เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งทำงานตั้งแต่อายุ 18 ตอนนี้ 40 กว่า แม่ครัวเด็กเสิร์ฟไม่ค่อยออก ส่วนใหญ่ทำงานกันไม่ต่ำกว่า 10 ปี เราดูแลเหมือนครอบครัว

เดิมทีร้านลองดูเน้นเป็นอาหารจานเดียว ตั้งใจขายครอบครัวนักเรียนโรงเรียนเซนต์จอห์น ต่อมาเพิ่มอาหารอีสาน ไก่ย่าง ส้มตำ

วันนี้ พี่นกขอแนะนำเมนูปลาทอดตะไคร้ พี่นกใช้ปลาตาเดียวน้ำหนัก 7-8 ขีด แล่เอาแต่เนื้อมาหั่นเป็นคำๆ หมักด้วยตะไคร้ปั่นละเอียด รากผักชี กระเทียม ปรุงด้วยซอสปรุงรส คลุกด้วยแป้งสาลีแล้วเอาไปทอดกรอบ

ตัวโครงปลาเอาไปคลุกแป้งแล้วใช้ไม้เสียบ เพื่อดัดให้งอแล้วเอาไปทอด เวลาลูกค้าสั่งก็จะหั่นตะไคร้ฝอยทอดให้กรอบ โรยบนตัวปลา ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

คุณชายสี่สังเกตชิ้นปลาสีเหลืองทองโรยด้วยตะไคร้หั่นฝอยส่งกลิ่นหอม ตักปลาราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด กลิ่นหอมของปลาบวกกับน้ำจิ้ม ต้องกลืนน้ำลายก่อน แล้วตักเข้าปากเคี้ยว

แค่จานแรก บอกได้เลยว่า เด็ด!

เมนูที่สอง สลัดเวียดนาม เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ใช้ผักปลอดสารพิษ มีผักสลัดสีม่วง แอปเปิ้ล แตงกวา แครอท โตวเหมี่ยว กุ้งลวก ห่อด้วยแป้งเวียดนามเป็นคำๆ พิเศษตรงน้ำจิ้ม ใช้น้ำจิ้มซีฟู้ดตีเข้ากับนมสดผสมวาซาบิลงไปนิดหน่อย

พี่นกแนะนำให้ราดน้ำจิ้มลงไปในห่อแล้วกัดเป็นคำๆ ฟังแล้วก็ทำตาม กัดคำแรกเจอความ กรอบของผักต่างๆ น้ำจิ้มเผ็ดนิดๆ มีกลิ่นของวาซาบิขึ้นจมูกหน่อยๆ เนื้อแป้งหนึบๆ กุ้งเนื้อแน่น จานนี้โดดเด่นด้วยน้ำจิ้ม ไม่เหมือนน้ำสลัดทั่วไป

ต่อด้วย…เฝอแห้ง เหมาะสำหรับ คุณผู้ชายที่อยากกินหลายอย่าง แต่รำคาญเวลาห่อผัก

ชามนี้มีผักกาดแก้ว ผักชีฝรั่ง โหระพา สะระแหน่ หั่นฝอยเป็นอาจาดรองจาน วางเส้นหมี่ โรยหน้าด้วยหมูย่าง หมูยอ เปาะเปี๊ยะทอดหั่นเป็นคำๆ เวลากินราดด้วยน้ำจิ้มแครอทคลุกทั้งหมดเข้าด้วยกัน ให้รสสัมผัสที่แตกต่าง หมูยอแทบจะไม่มีแป้ง หมูย่างมีกลิ่นหอม เปาะเปี๊ยะกรอบอร่อย น้ำจิ้ม แครอทไช้เท้าหวานกำลังดี ชักเริ่มจะอิ่ม

พี่นกรีบเบรก บอกยังมีก๋วยเตี๋ยวหลอด เมนูนี้ใช้หน่อไม้ตงหั่นเป็นเส้นฝอยแล้วเอาไปต้มให้หวาน จากนั้นเอาไปผัดด้วยกระเทียมพอเหลืองหอมเอาหน่อไม้ หมูเส้นลงไปผัดจนเข้าเนื้อแล้วใส่แครอท ปรุงรสด้วยแม็กกี้ ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย เป็นไส้ไว้เรียบร้อย เวลาลูกค้าสั่งก็ห่อกับเส้นใหญ่ แล้วเอาไปนึ่ง

น้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วต้องเคี่ยวใหม่ ใส่กระเทียม รากผักชี พักให้เย็น เวลาลูกค้าสั่งก็ปั่นพริก ขี้หนูใส่ลงไป เสิร์ฟพร้อมหอมเจียว กัดไปคำแรกเนื้อแป้งนุ่ม หน่อไม้หอมหวาน มีความกรอบจากหอม เจียวน้ำจิ้มเผ็ดนิดรวมๆ แล้วเข้ากันหมดทุกอย่าง ไม่ผิดหวังจริงๆ

เรื่องที่เป็นความภูมิใจของพี่นก คุณหมึกแดงชอบสลัด เวียดนาม มาทานแล้วขอก๊อปไปทำที่บ้าน

นอกจากสารพันเมนูอาหาร ร้านลองดู ยังมีเมนูของหวาน สาคูแคนตาลูป เค้กมะพร้าวอ่อน มาการอง พี่นกตั้งใจที่จะอวดว่า ของหวาน ลูกชายเป็นเชฟเอง ทำเอง สดใหม่ทุกวัน

ร้านลองดู สาขาแรกห้าแยกลาดพร้าว 1124/5-7 วิภาวดี 26 จอมพล จตุจักร กรุงเทพฯ โทร.0-2513-8559 08-1701-8668 เข้าลาดพร้าวซอย 2 สะดวกที่สุด เปิดตั้งแต่ 10 โมงถึงสี่ทุ่ม

สาขา 2…201/85-86 วิภาวดี 64 ถนนวิภาวดี รังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ 0-2973-4434, 09-4482-0068 เปิดตั้งแต่ 11 โมงถึงเที่ยงคืน

ทั้งสองสาขา พี่ตุ่มบอกว่าเปิดทุกวันหยุดช่วงเดียวคือสงกรานต์ หยุดให้เด็กกลับบ้าน สะดวกสาขาไหนไปสาขานั้นได้เลย.

คุณชาย 4

“ก้อยกุ้ง” ทีเด็ด “น้ำสะเออะ” มื้อพิเศษที่สถาบันอาหาร

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580008

โดย คุณชาย 3 21 ก.พ. 2559 05:01

 

“ก้อยกุ้ง” ทีเด็ด “น้ำสะเออะ”.

ยังอยู่ในบรรยากาศเดือนแห่งความรัก… “กุมภาพันธ์” คุณชายตะลอนชิมฉบับนี้ขอ ย้อนรอยเส้นทางเมนูกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พิกัด…โรงเหล้าเตากลั่นบางยี่ขัน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

“หรุ่ม”…“ล่าเตียง”…“ช่อม่วง”…ของว่างคาว.

เมนูแรก…เปิดด้วยอาหารว่าง ที่เรียกว่า “หรุ่ม”…ลักษณะสี่เหลี่ยมห่อด้วยไข่เป็นร่างแหกรอบ บางทีก็เรียกว่า “ล่าเตียง”…หลายคนอาจจะไม่รู้จัก เห็นรูปแล้วจะร้องอ๋อ ตามติดชิดมากับ “ช่อม่วง”…ของว่างคาวที่คุ้นเคย

ยำใหญ่…สลัดแบบไทย น้ำยำสุดแซ่บ.

คั่นด้วยยำใหญ่…สลัดแบบไทย มีหมู กุ้ง ไข่ คล้ายๆสลัดเมืองนอกแต่ปรุงรสด้วยน้ำยำ รสชาติออกไทยแท้ เผ็ด เปรี้ยว แซ่บ…อย่าบอกใคร แล้วก็มาถึงเมนูเซตที่สาม น้ำพริก เครื่องจิ้ม เรียกว่า “ก้อยกุ้ง” หากินยากสุดๆ

คนโบราณสมัยก่อนตามหัวเมืองต่างๆเมนูชาวบ้านแท้ๆจริงๆกิน…ปรุงกันแบบดิบๆสุกๆ พอมาปรุงตำรับชาววังทุกอย่างก็จะต้องพิถีพิถันที่สุด มีการทำ เครื่องน้ำจิ้ม ทำเครื่องกุ้ง ทำผักแกะสลัก รายละเอียดทุกอย่าง วิจิตร งดงาม ตระการตา ไม่ใช่แค่ว่าจะอร่อยลิ้นเพียงอย่างเดียว

ชุดอาหารคาว จะมีข้าวหุงปรุง อย่างเทศ ความพิเศษของข้าวหุงที่ว่านี้จะคล้ายๆกับข้าวหมก แต่จะอบด้วยเครื่องเทศ กลิ่นลักษณะพิเศษก็คือ “ลูกเอ็น” ที่ให้กลิ่นเฉพาะ คนไทยเรียกเพี้ยนมาเป็นแบบนี้ ที่จริงแล้วเรียกว่า “ลูกเฮ้น” หรือ “กระวานเทศสีเขียว” แล้วก็ใส่เห็ด มะเขือเทศเข้าไปอบด้วย

“แกงคั่วหมู”…เมนูกินกับข้าว ตำรับโบราณจริงๆจะต้องเป็นแกงคั่วหมูใส่ระกำ แล้วก็ใส่ปลากรอบเข้าไปเพื่อให้หอมชวนกิน กลิ่นยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ส่วน “มัสมั่นหมู”…ใช้มันเทศเพิ่มความหวานของแกงมัสมั่น ตามด้วย…“รังนก” แบบคาว ใช้รังนกอย่างดีไปตุ๋นแล้วใส่ไก่ฉีก เหมือนซุป ทานแล้วสดชื่น อร่อยลึกเข้าไปถึงหัวใจ

“บัวลอยโบราณ”-“ส้มฉุน”…เครื่องหวานผลไม้ลอยแก้ว.

มาถึงเมนูของหวาน แน่นอนขนมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก “บัวลอยโบราณ” เอกลักษณ์ของเมนูนี้มาจากกลิ่นของแป้ง และมะพร้าวกะทิโรยด้วยงาขาวคั่ว หอมหวานเกินกว่าที่จะบรรยายได้เป็นตัวอักษร อีกถ้วยคือ “ส้มฉุน”…เป็นเครื่องหวานผลไม้ลอยแก้ว มีกลิ่นหอมของตัวน้ำเชื่อมใช้ส้มซ่าใส่เข้าไป เพื่อให้มีเอกลักษณ์พิเศษ แล้วตัวส้มฉุนถ้าพิจารณาถึงกาพย์เห่ดีๆ ไม่ได้หมายถึงตัว “ส้ม”

แต่พระองค์ท่านฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระราชนิพนธ์ว่า… “ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น เรียกส้มฉุนใช้นามกร” เอกลักษณ์ของเมนูนี้คือความเป็นลิ้นจี่ สมัยก่อนอาจจะมีรสชาติละมุนละไมหอมหวาน บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นส้มซ่าก็ไม่ใช่อีก ก็คือการแทนผลไม้ตัวหนึ่ง

ทุกเมนูมีความยากง่ายไม่เท่ากัน ถ้าจะพูดถึงความยากในการประดิดประดอยก็ต้องยกให้เครื่องว่าง…เพราะกว่าจะได้แต่ละดอกแต่ละชิ้นใช้เวลาและยากทีเดียว พวกแกงก็ยาก ต้องมีเสน่ห์ในความเป็นไทย

กลิ่นหอมเครื่องแกงโดดเด่น ครบเครื่องเอกลักษณ์เด่นของแต่ละเมนูที่มีลักษณะเฉพาะตัว แกงคั่ว ก็ต้องหอมเครื่องแกง…กลิ่นปลากรอบ มัสมั่นต้องกลิ่นออกแกงแขก มีรายละเอียดเทคนิคการปรุงเฉพาะ

เปิดเคล็ดลับ “ก้อยกุ้ง” เมนูนี้ประยุกต์ใช้กุ้งแม่น้ำ เอามาแต่เนื้อ จะทำให้อร่อยต้องมีเทคนิค สมัยก่อนอาจจะเอากุ้งไปย่างแล้วก็เอามาฉีก ก็มีน้ำสะเออะ…โดยเอากุ้งที่ทำสุกๆดิบๆมาบีบน้ำมะนาว รอสักประเดี๋ยวจะมีน้ำออกมา นี่แหละที่เรียกกันว่า “น้ำสะเออะ”

พีระโรจน์ ศิริปัญจนะ หนึ่งในทีม “เชฟ จากัวร์ สตูดิโอ” บอกว่า กระบวนการที่ได้น้ำเหมือนกรดไปกัดโปรตีน เนื้อกุ้งจะขาว สุกๆดิบๆ น้ำที่ออกมาจะหอมกลิ่นมะนาว กระบวนการทำจะแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก…ส่วนที่เป็นตัวกุ้งมาคลุกกับสมุนไพร กับส่วนที่สองน้ำจิ้มเอาเนื้อกุ้งมาโขลกกับน้ำพริกเผาแบบโบราณแล้วเอามาราด

เริ่มทำเอากุ้งมาแบ่งเป็นสองส่วน เนื้อกุ้งสดไปโขลกตำกับเครื่องพริกเผาแล้วก็เอามาปรุงรสกับกะทิ ทำเป็นเครื่องน้ำจิ้มเตรียมเอาไว้ จากนั้นก็เอาเนื้อกุ้งส่วนที่สองจะไปย่างหรือรวนก่อนก็ได้แล้วเอามาซอยสับแล้วก็ใส่พวกเครื่องสมุนไพรไทย ตะไคร้ ใบมะกรูดซอย กะทิ น้ำปลา น้ำมะนาวลงไป

เทคนิคเคล็ดลับ “กุ้ง” ต้องไม่สุกมากเพื่อคงความหวานเอาไว้ พอคลุกเคล้าเข้าด้วยกันแล้วก็อาจจะเอาหนังหมูสามชั้นสุกซอย เคล้าเครื่องสมุนไพรอีกที ในนี้อาจจะใช้น้ำมะนาวปรุงด้วยเกลือใส่ไปด้วย จัดเสิร์ฟเป็นจานโรยหน้าก้อยกุ้งด้วยใบสะระแหน่นิดหน่อยแล้วก็จะมีขมิ้นขาว ผักสดแนม จัดเสิร์ฟให้น่ากิน

เมนูกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นมื้อพิเศษที่ ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร จัดเลี้ยงปีใหม่ ประกิต หลิมสกุล และทีมงานสกู๊ปหน้า 1 นสพ.ไทยรัฐ ความยากนอกจากจะอยู่ที่กระบวนการปรุงแล้ว ยังมีความยากในการหาวัตถุดิบทดแทนบางอย่างที่ไม่มี ปรับให้เข้ากันได้

อาหารไทยชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เชิญท้าพิสูจน์ได้ที่ “ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย (THAI FOOD HERITAGE)” มีทั้งหมด 3 โซน…โซน 1 “สุวรรณภูมิดินแดนอุดมสมบูรณ์” แผ่นดินทอง…ทุ่งข้าว ชาวนา พระบารมีแผ่ไพศาล โครงการพระราชดำริ ดินแดนอันอุดม ทุกแห่งหนคือความสมบูรณ์

โซนที่ 2 “ครบเครื่อง ครัวไทย” พระอัจฉริยภาพแห่งความอร่อยของสมเด็จพระเทพฯ แหล่งสรรค์สร้างภูมิปัญญาไทย โถงรับรองด้านหน้าร้านอาหารบ้านไทย…บรรยากาศจำลองภายใน สู่โลกนวัตกรรม

โซนที่ 3 “นวัตกรรมอาหารไทยสู่ครัวโลก” นวัตกรรมแห่งผลผลิตไทย อาหารพันธุ์ไทย 50 สุดยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารบนโต๊ะ แล้วก็ปิดท้ายด้วย “ร้านอาหาร” จริงๆที่เอาไว้รับรองผู้มาเยือนเป็นกรณีพิเศษ จัดเลี้ยง สัมมนา อบรม ในบรรยากาศสวนสวยๆ เพลิดเพลินใจ ใกล้ชิดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

อยากรู้ว่าพิเศษแค่ไหน สิบปากว่าไม่เท่าตาดู…สิบตาดูไม่เท่ามาลองด้วยตัวเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเข้าเยี่ยมชม ประชุมสัมมนาได้ที่ โทรศัพท์ 0-2886-8088 เว็บไซต์ www.nfi.or.th
คุณชาย 3

รสปลาทูแม่กลองของแท้ ที่ ร้านเจ๊เก๊กฮวย แม่กลอง

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576938

โดย คุณชาย 2 14 ก.พ. 2559 05:01

 

ปลาทูแม่กลอง ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ว่าอร่อยอย่างไร

“คุณชาย2” ตามเสียงลือและกลิ่นปลาทูมาถึง “ร้านเจ๊เก๊กฮวย” ตั้งอยู่ริมถนนธนบุรี-ปากท่อ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ขับรถจากกรุงเทพฯไป เห็นสะพานข้ามแม่น้ำเลียบลงซ้าย ช่วงเลี้ยวยูเทิร์นกลับ จะจ๊ะเอ๋กับร้านตรงหน้าเลย

เมนูยอดฮิตมี ปลาทูทอดน้ำปลา ปลาทูต้มมะนาว และปลาดุกทะเลผัดฉ่า เป็นต้น “คุณชาย2” เป็นคนว่านอนสอนง่าย ขอค้นหาความอร่อยในอาหารแต่ละอย่างตามคำเล่าลือ เมื่อบริกรวางบนโต๊ะก็ตักปลาทูร้อนๆ 1 ตัวใส่จานข้าวสวย ขออนุญาตกระซิบว่า การรับประทานปลาทู ถ้าจำนวนปลาทูเพียงพอกับคนนั่งรอบโต๊ะ ควรยกมาทั้งตัว เพื่อจะได้ไม่ทิ้งก้างเกะกะระรานคนอื่นๆ การทำอย่างนี้จะเรียกว่าอร่อยอย่างมีมารยาทก็ตามใจ

ปลาทูทอดน้ำปลาร้อนๆส่งกลิ่นท้าทายให้ลิ้มลอง บรรจงเซาะเนื้อออกมา 1 ซีก เพียงใช้ช้อนเซาะบริเวณหางให้เนื้อเปิดออก เอานิ้วหนีบให้เนื้อที่เปิดออกนั้นติดไว้กับช้อนแล้วยกขึ้น เนื้อปลาทูทั้งซีกก็แยกออกมาจากร่างอย่างง่ายดาย ชิมเนื้อปลาทูเปล่าๆพิสูจน์รสชาติก่อน พบว่าเนื้อปลาทูนุ่มนวล หอมกลิ่นเนื้อผสมกับน้ำปลาที่ราดรดมาอย่างพอเหมาะ แม้จะเค็มนิดๆ แต่เมื่อตามด้วยข้าวสวย 1 ช้อน รสเค็มนั้นหายไปทันที เหลือก็แต่เพียงความอร่อยของเนื้อปลาทูแท้ ปลาทูแม่กลอง

เอกลักษณ์ของปลาทูแม่กลองคือ “หน้างอ คอหัก” รสชาติอร่อยไม่เหมือนถิ่นใด เนื่องจากสภาพพื้นที่เหมาะสมและอาหารปลาอุดมสมบูรณ์ ถ้าจับมาอย่างอ่อนโยน คือไม่ทำให้ปลาตกใจถึงกับช็อกตายด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มรสอร่อยไปอีกหลายเท่าตัว

การทอดปลาทู คุณเนาวรัตน์แม่ครัวและเจ้าของร้านบอกว่า น้ำมันต้องไม่เยิ้ม ต้องกรอบ และเนื้อปลาทูต้องนุ่ม การทำอย่างนี้ได้ต้องอาศัยความชำนาญ เมื่อทอดสุกแล้วค่อยราดน้ำปลาลงไปในปริมาณที่พอเหมาะพอดี มากไปก็เค็มน้อยไปก็จืด

ลิ้มรสปลาทูทอดน้ำปลาแล้ว “คุณชาย2” หันไปชิมปลาทูต้มมะนาว

ซดน้ำใสๆไป 1 โฮก สัมผัสได้ว่ามีเปรี้ยวนำนิดๆ หอมเนื้อปลาทูสดเข้าจมูกหน่อยๆ มองไปยังเครื่องปรุงพบว่ามีน้อยมาก แต่ทำอย่างไรรสถึงได้กลมกล่อมนัก ซดตามไปอีก 1 โฮกเพื่อละลายข้อสงสัย รู้สึกคล่องคอ ตาสว่างกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที เนื่องจากความเปรี้ยวของน้ำมะนาวทำให้สดชื่น

น้ำซุปร้อนๆทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย พลันแว่วเสียงคุณเนาวรัตน์กระซิบว่า ความหอมของปลาทูมาจากความสด

พลันย้ำว่า “เราใช้ ปลาทูที่ขึ้นจากทะเลชนิดวันต่อวัน ไม่มีปลาทูค้าง คืน” และที่สำคัญ “เราไม่ใส่เครื่องปรุงมาก ถ้าใส่มากไปรสชาติปลาทูแท้ๆจะเสียหมด”

กระจ่างแล้วใช่ไหมว่า ทำไมปลาทูต้มมะนาวจึงใส่เครื่องปรุงน้อย

เคล็ดไม่ลับอีกประการหนึ่งคือ การเลือกปลาทู ร้านเจ๊เก๊กฮวยจะเลือกปลาทูขนาด 13-14 ตัวต่อกิโลกรัม เลือกสดๆที่ขึ้นจากทะเล ไม่เอาปลาทูแช่แข็งอย่างเด็ดขาด ความเชี่ยวชาญในการเลือกนี้ไม่มีใครมาตบตาได้ เพราะคนจ่ายตลาดคือสามี ที่อดีตเป็นไต้ก๋งเรือมาก่อน

ถ้าปลาทูไม่สด “นำมาต้มเนื้อจะเละ น้ำขุ่นและไม่อร่อย” คุณเนาวรัตน์สรุปประสบการณ์กว่า 30 ปีให้ฟังอย่างยิ้มแย้ม ท่ามกลางลูกค้าที่ทยอยเข้ามาสั่งอาหาร และบางโต๊ะก็จ่ายเงิน หลังจากพกพาความอิ่มอร่อยไปเต็มกระเพาะ

คนชอบอาหารรสจัด ถ้ามาร้านเจ๊เก๊กฮวยจะรับประทานอะไรดี

คำตอบของคุณเนาวรัตน์คือ ปลาดุกทะเลผัดฉ่า

กลิ่นเครื่องปรุงโชยมาแต่ไกล ในจานเห็นพริกไทยสด พริกสด กะเพรา ใบมะกรูดเขียวสดโรยมาประปราย ช้อนแรกลิ้มเนื้อปลาดุกเนื้อแน่นแต่มีความนุ่ม รสเผ็ดไม่โดดเด่นขนาดน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล รสเผ็ดอยู่ในระดับปานกลาง “ถ้าต้องการเผ็ดมากก็บอกเราได้ เราทำอ่อนเผ็ดไว้เผื่อคนรับประทานเผ็ดไม่ได้” คุณเนาวรัตน์บอก

อาหารขึ้นชื่อของร้านยังมีปลากะพงผัดฉ่า ต้ม ยำ แกงอีกสารพัด แต่อาหารยอดนิยมไม่พ้นมีส่วนประกอบเป็น “ปลาทู”

คุณเนาวรัตน์บอกว่าร้านเปิดมาแล้ว 35 ปี ยืนหยัดอยู่ใต้สะพานริมแม่น้ำแม่กลองเสมอมา เสน่ห์ของอาหารไม่มีอะไรอื่นนอกจากปลาทูแม่กลอง และความสดใหม่ของปลา ทุกวันต้องตื่นไปซื้อตั้งแต่เช้ามืด กลับมาก็เปิดขายอาหารเช้า มีข้าวต้มปลากะพงและอีกหลายรายการ

การบริการนั้น “เราขายกันเอง ช่วยกันเฉพาะคนในครอบครัว ทั้งร้านมีลูกจ้างคนเดียว คือคนล้างจาน นอกจากนั้นเราช่วยกันทำทั้งหมด”

เมื่อถามถึงคนสืบทอด คุณเนาวรัตน์บอกว่า ลูกๆหลานๆไม่มีใครสืบต่อ เรียนจบก็เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯกันหมด ถ้าสิ้นยุคพ่อแม่ก็เป็นอันว่าสิ้นร้านเจ๊เก๊กฮวยไปด้วย “เราจะทำต่อไป ตราบที่เรายังทำไหว” เจ้าของร้านเอ่ย พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ลูกค้าประจำมองอย่างไร นายสุรจิต ชิรเวทย์ อดีต ส.ว.จังหวัดสมุทรสงคราม ตีตั๋วลูกค้าประจำมานานปีบอกว่า “เฮียเขาเป็นไต้ก๋งมาก่อน ท่านดูของเป็นว่าที่ดีนั้นมันดีอย่างไร อย่างปลาทูต้มมะนาวรสชาติเขาไม่แซ่บเหมือนไทยๆ แต่ก็เหมาะกับคนไม่ชอบอาหารรสแรงร้อน”

พร้อมบอกว่า “คนทะเลจะเน้นเรื่องความสด จับโดยใช้อวนดำ อวนติด ใช้วัตถุดิบจากเครื่องประมงพื้นบ้าน มีปลากะพงก็เป็นปลาตก ปลาทะเล ไม่ใช่ปลาเลี้ยง ส่วนการปรุงเขาเป็นคนทะเล เขาทำพอดีสุก ไม่สุกเกิน เพื่อให้ความหวานในเนื้อปลายังอยู่ ทำให้คนที่เข้ามารับประทานเข้าถึงรสชาติอันแท้จริงของปลา”

“ร้านเจ๊เก๊กฮวย” เปิดขายทุกวัน ระหว่างเวลา 07.00-15.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์ 0-3471-1964 และ 08-7155-1694

อยากรู้ว่าความอร่อยของปลาทูแม่กลองเป็นอย่างไร สัมผัสได้ที่ร้าน “เจ๊เก๊กฮวย”.

คุณชาย 2

ชิลล์ๆกับเมนูพี่มาก!! อยากฟินต้องปากดำ

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573638

โดย คุณชาย 1 7 ก.พ. 2559 05:01

 

The Block Black Ink Pasta (เมนูดังสุดของร้าน)

รสนิยมในการดื่ม…บ่งบอกความเป็นตัวตนของคนเราได้

สังเกตดู ผู้ที่ชอบดื่ม ชา มักเป็นคนมีเสน่ห์ ละเมียดละไมในการใช้ชีวิต บางคนเหมือนมีมนต์ขลัง สามารถทำให้ผู้ที่อยู่ชิดใกล้พลอยรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายตาม..แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ออกจะเป็นคนลังเล

เทียบกับ คอกาแฟ ส่วนใหญ่มักเป็นคนตรงไปตรงมา มีความคาดหวังในชีวิต ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงิน ยึดเหตุผล และหลักการเป็นที่ตั้ง…แต่กลับไม่ค่อยเน้นรายละเอียดในชีวิตนัก

(ซ้าย) เชฟวิชัย ศรีสักนอก (ขวา) รัฐวัฒน์ เอื้อชัยชาญ หรือคุณโต๊ด เจ้าของร้าน.

ส่วนผู้ที่ชอบดื่ม เหล้า เบียร์ หรือ ไวน์…วันนี้ขอขยักไว้ก่อน วันหน้าค่อยมาว่ากันต่อ

ใครชอบดื่มอะไรก็ว่ากันไปครับ…

แต่ถ้าชอบทานอาหารสไตล์อิตาเลียน ที่ไม่เลี่ยนตามชื่อ มีแต่ความอร่อยอัดแน่นอยู่ในจาน รีบตามมาเลย วันนี้ “ชาย 1” จะ พาไปนั่งชิลล์เอาต์กันที่ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ ชื่อ เดอะบล็อก คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร (The Block Cafe’ & Bistro) อยู่แถว ซ.แจ้งวัฒนะฯ 43 ปากเกร็ด นนทบุรี

พิซซ่าแป้งดำหรือ The Block Pizza เมนูอร่อย.

รัฐวัฒน์ เอื้อชัยชาญ หรือ “คุณโต๊ด” หนุ่มหล่อ อารมณ์ดี เจ้าของร้านนี้ นอกจากพอมีความรู้ในการทำครัวติดตัวแบบพอไปวัดได้ ไม่อายใครตอน 8 โมงเช้า…เขายังโชคดีที่มี วิชัย ศรีสักนอก หรือ “เชฟชัย” เป็นเชฟคู่ใจประจำร้านอีกด้วย

โต๊ดเล่าว่า เขาเพิ่งเปิดกิจการร้านนี้เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ปีที่แล้ว เดิมทีตั้งใจจะทำเป็นร้านกาแฟบนพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาด 150 ตารางเมตร ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปบล็อก อันเป็นที่มาของชื่อร้าน

แต่ไปๆมาๆ ร้านนี้กลับได้รับความนิยมจากลูกค้าหลายกลุ่ม…ดีเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ใหญ่วัยมีครอบครัว ทั้งที่เป็นคอกาแฟ คอเบียร์ คอไวน์ รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบอาหารสไตล์อิตาเลียน

Norwegian Salmon with Dill Cream Sauce อีกเมนูนิยมและขายดี.

ร้านนี้จึงเพียบพร้อมไปด้วยเมนูอาหาร ทั้งแนวไทย-อิตาเลียน พิซซ่า วัฟเฟิล กาแฟ แพนเค้ก รวมทั้งไวน์ และเบียร์ ที่มีให้เลือกโซ้ยกันตามถนัด

…แต่ที่เป็นหมัดเด็ดน็อกคนกินราวกับโดนนะจังงังของอาจารย์ดังเป่าเข้าให้!!! ตามความเห็นของ “ชาย 1” มีอยู่ 2–3 เมนู ที่ขอยกนิ้วกดไลค์!!!

สปาเกตตีเส้นดำ หรือ The Block Black Ink Spaghetti คือ เมนูแรก ที่ “ชาย 1” มั่นใจว่า ไม่น่าทำให้ผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนต้องผิดหวัง…ก็เพราะขนาด “ชาย 1” เอง ไม่สันทัดอาหารอิตาเลียนเอาซะเลย หลังได้ลองลิ้มเมนูนี้เข้าไป ยังอยากสั่ง มาเบิ้ลต่ออีกที่..ถ้าไม่เกรงใจอีก 4 เมนู ที่รอคิวให้ชิมอยู่บนโต๊ะ!!!

Australian Tenderloin with Pepper Sauce.

ทั้งคุณโต๊ด และเชฟชัย ขยายให้ฟังว่า จุดเด่นของสปาเกตตีเส้นดำ อยู่ที่การนำเอา “น้ำหมึก” (squid ink) จากตัวปลาหมึก ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย วิตามิน บี 1 บี 2 ไนอะซิน และสารสำคัญ peptidoglycan ที่วงการวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ให้ผลในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก โดยร้านนี้ได้นำหมึกดำมาสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการที่ถูกสุขลักษณะ
ในรูปของอาหาร 2 เมนูดัง คือ สปาเกตตีเส้นดำ กับ พิซซ่าแป้งดำ

ไฮไลต์ของ สปาเกตตีเส้นดำ นอกจากอยู่ที่ความหอม มัน และกลมกล่อมของตัวเส้นสปาเกตตี ซึ่งเข้ากันได้ดีกับกลิ่นและรสของเครื่องปรุงที่ผัดได้อย่างเข้าเนื้อกับกุ้ง หมึก และหอยแมลงภู่ ยิ่งเมื่อนำไปคลุกเคล้ากับไข่กุ้ง และใบเบซิล ที่ใช้โรยหน้าด้วยแล้ว ดีกรีความหอม มัน และกลมกล่อม ก็ยิ่งอัดแน่นขึ้นไปอีก!!!

จุดเด่นของเมนูนี้ยังอยู่ที่…ใครก็ตามรับประทานเข้าไป…ทั้งปากและฟันจะมีสภาพไม่ต่างกับคนแก่เคี้ยวหมาก (ปากดำปิ๊ดปี๋) สร้างความขบขันแก่ผู้พบเห็น จนลูกค้าหลายรายพากันเปลี่ยนชื่อเมนูนี้ให้ใหม่ว่า “เมนูพี่มาก…พระโขนง”

Smoked Salmon Salad.

บทที่ 1 ของการปรุง “พี่มาก พระโขนง” เริ่มจากทางร้านใช้ น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ เทลงในกระทะ ใส่ กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ กับ พริกแห้ง อีกครึ่งเม็ด ลงไปผัดคลุกเคล้ากันให้พอส่งกลิ่นหอม จากนั้นใส่ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึก และ เนื้อกุ้ง ตามลงไป เหยาะ ไวน์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำหมึก 5 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสด้วย เกลือ กับ พริกไทย และใส่ใบ พาร์สลีย์ ลงไปเพิ่มความหอมอีกเล็กน้อย

จากนั้นก็ถึงขั้นตอนสำคัญ นำ สปาเกตตีเส้นดำ ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำหมึกแท้ ผ่านการต้มเคี่ยวกับไวน์ขาว กระเทียม ใบโรสแมรี และเกลือ จนไม่เหลือซากความคาว …โดยนำเอาเส้นซึ่งผ่านการลวกเตรียมไว้แล้ว ลงไปผัดให้เข้ากับเครื่องปรุงทั้งหมดจนได้ที่

ที่เหลือก็แค่ตักใส่จาน ตกแต่งเป็นรูปมิกกี้เม้าส์น่ารัก โรยหน้าด้วย อิตาเลียนเบซิล (โหระพาฝรั่ง) และ ไข่กุ้ง สีส้มสดใส…ทันทีที่ลูกค้าตักใส่ปาก..เหล่าพี่มากจ๋าทั้งหลายก็พร้อมแล้วที่จะออกอาละวาด!!!

Norwegian Salmon with Dill Cream Sauce หรือ สเต๊กปลาแซลมอนนอร์เวย์ในดิลครีมซอส เป็นอีกเมนูที่โอ้ว!!! แม่จ้าว…เมื่อแรกพบสบตากัน ต่อมน้ำลายของ “ชาย 1” ก็เผลอทำงานขึ้นมาซะงั้น!!

ก็ทางเดอะ บล็อกฯ เล่นใช้เนื้อปลาแซลมอน สายพันธุ์ขึ้นชื่อว่าดีสุดจากนอร์เวย์ ซึ่งให้เนื้อที่แน่น สีส้มจัด และรสชาติดี นำไปทอดในกระทะแทนการย่างในเตา ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อต้องการเน้นให้ส่วนที่เป็นหนังปลามีความกรอบ และเนื้อปลามีสีสันชวนมอง ไม่ต้องมีรอยไหม้เกรียมจากการย่างติดเนื้อปลาเป็นของแถมไง

เมนูนี้ทานคู่กับเครื่องเคียงที่ไม่ต้องออกแรงบดเคี้ยวนัก อย่าง ผักโขมผัด และ มันบด (Mashed Potato) ที่เนื้อ เนียนนุ่ม วางเรียงซ้อนกันขึ้นไปเหมือนขนมชั้น ก่อนจะราดที่พื้นจานด้วย Dill Cream Sauce สีเขียวละมุน ซึ่งมีส่วน ผสมของผักชีลาว หอมแดง เนย ไวน์ขาว วิปปิ้งครีม เกลือ พริกไทย…ที่กรองเอาแต่น้ำ

ยังมีอีกหลายเมนูอร่อย ไม่ว่าจะเป็น The Block Pizza หรือ พิซซ่าแป้งดำ สเต๊กสันในพริกไทยดำ และ สลัดแซลมอน เป็นต้น…แต่น่าเสียดายเนื้อที่โบ๋เบ๋ซะแล้ว

ทางไปร้านนี้ ถ้ามาจาก ถ.แจ้งวัฒนะ ให้เข้าทางซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43 ถ้ามาจากเส้นเลียบคลองประปา ก็เข้าทางด้านคลองประปา (ดูตามแผนที่) ร้านเปิดบริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 11.00-24.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00-24.00 น. ใครไปไม่ถูก ถามทางได้ที่ 0-2003-0361, 08-4545-1168 และ 09-7372-0817.

คุณชาย 1

แกงใต้ในกรุง หรอย!สมชื่อ “ดีปลี”

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570395

โดย คุณชาย 4 31 ม.ค. 2559 05:01

 

สายๆวันอาทิตย์ คุณชายสี่ตั้งใจหาร้านบรรยากาศดีๆ ราคาไม่แพง จอดรถสะดวก ขับรถเข้าไปกลางซอยรามอินทรา 14 หรือซอยมัยลาภ 1 กม. ก็เจอป้ายร้านโดดเด่นชื่อ…ดีปลี

ร้านดูสะอาดตา แต่ละโต๊ะจัดแจกันดอกดาหลาสวยงาม เจอเจ้าของร้าน 2 คน คนหนึ่ง ชื่อจริง ชัชชัย มนูญผล ชื่อเล่นเหน่ง อายุ 45 ปี อีกคน ชื่อจริง ปรีชา เสาธง ชื่อเล่น โอ๊ก อายุ 42 ปี

พี่โอ๊กคุยว่า เดิมทีเราสองคนออกแบบและผลิตเสื้อผ้าผู้หญิง 2 แบรนด์ชื่อ OAK และ THE CLOTHES เปิดร้านขายส่งอยู่ที่จตุจักร ขายปลีกที่อัมรินทร์พลาซ่า ต่อมาก็อยากเปิดร้านอาหารตามความใฝ่ฝันแต่เด็ก

หลายปีก่อน พี่โอ๊กไปกินข้าวบ้านพี่เหน่ง ที่หลังสวน จังหวัดชุมพร แม่น้อยทำอาหารอร่อยทุกอย่าง ความรู้สึกตอนนั้น อยากเอามาทำขายที่กรุงเทพฯ วันหนึ่งเจอที่ว่างอยู่ใกล้บ้านก็ไปขอเช่า

พี่เหน่งขอเล่าต่อ…เป็นคนชอบทำอาหารตั้งแต่เด็กๆ ก็ขอให้แม่ขึ้นมาสอนสูตรการทำอาหารใต้เพิ่มเติม วัตถุดิบบางอย่างเอามาจากหลังสวน เช่น กะปิ ไตปลา ใบแป้น ส่วนส้มจี๊ดแม่จะคั้นใส่แกลลอน ส่งมาให้ทางรถไฟ เพราะที่กรุงเทพฯหายาก

บางเมนูอย่างแกงส้ม น้ำพริกกะปิ ใส่ส้มจี๊ดเข้าไปเวลากินจะได้กลิ่นความสดชื่นของผลไม้

แบ่งหน้าที่ชัดเจน พี่เหน่งทำครัวแกง พี่โอ๊กทำครัวผัด ตำน้ำพริก ต้มยำ ต้มจืด เมนูนึ่ง คิดเมนูใหม่ๆ

ตีสี่พี่โอ๊กออกไปซื้อกับข้าว หกโมงเช้าน้องๆ ที่ร้านช่วยเตรียมของ ทุกอย่างพร้อม 7 โมง พี่โอ๊กกับพี่เหน่งก็เริ่มปรุง อาหารทำวันละ 20 กว่าอย่าง ทั้งผัด ทอด ต้ม ตุ๋น นึ่ง

ร้านนี้มีเอกลักษณ์เมนูหลักๆ 90% เปลี่ยนแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เมนูเด่น หมูเค็ม แกงส้ม คั่วกลิ้ง ผัดเผ็ดเนื้อ น้ำพริก ขนมจีนน้ำยา แกงไตปลา มาทุกวันต้องเจอ เมนูนอกนั้นจะเปลี่ยนพวกผัดทอดไปเรื่อยๆ

ว่าถึงราคา ข้าวราดเริ่มที่ 40 บาท ราด 2 อย่าง 50 บาท ราด 3 อย่าง 60 บาท สั่งเป็นถ้วย 40–50 บาท หมูเค็มขีดละ 60 บาท

เริ่มเมนูแรก วิธีทำหมูเค็ม พี่โอ๊กบอกว่า เลือกหมูสามชั้นส่วนราวนม เพราะเป็นชั้นสวย แล่แค่หนังออกหั่นเป็นชิ้นยาวๆ แล้วหั่นเป็นก้อนๆขนาด 1 นิ้ว จากนั้นเอามารวนให้แห้ง พักไว้ให้น้ำในหมูหยดออกให้หมด

ก่อนทอดเอามาคลุกเกลือเสร็จแล้วตั้งน้ำมันให้ร้อนมากใส่หมูลงไป

ร้านนี้ใช้แต่น้ำมันใหม่ ทอดวันละสามสี่กิโลต่อน้ำมัน 1 ขวด คั่วไปจนได้ที่ เทน้ำมันออกเหลือไว้ 10 เปอร์เซ็นต์ รวนหมูอีกรอบเพื่อให้กรอบ พอได้สีที่ต้องการก็ปรุงรสด้วยน้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วรีบผัด 5-6 ครั้ง

พี่โอ๊กตักหมูเค็มใส่จานรองด้วยใบตอง เห็นแว่บแรกหมูเค็มสีสวยน่ากิน คุณชายสี่ตักชิม คุณเอ๊ย! อร่อยมากๆ หมูเค็มกำลังดี…สมชื่อ

เมนูต่อมาคั่วกลิ้งหมูสับ เครื่องแกงมี ตะไคร้ กระเทียม ขมิ้น กระชาย พริกขี้หนู ผิวมะกรูด เกลือนิดหน่อย เอาทั้งหมดไปปั่น จากนั้นผัดเครื่องแกงใส่กะปิอย่างดีจากหลังสวน 1 ช้อนโต๊ะ ใส่หมูสับปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาล พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ พิเศษใส่ไตปลา 2-3 ช้อนโต๊ะเข้าไปจะทำให้มีกลิ่นหอม

จากนั้นคั่วไฟแรง เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย

พี่เหน่งคุยว่า รสชาติจะเข้มข้นกว่าผัดหมูกับพริกแกงธรรมดา แล้วยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมเย้ายวนจริงๆ ชิมแล้ว กินคั่วกลิ้งที่ไหนๆ รสชาติก็สู้ร้านดีปลีไม่ได้

เมนูแกงส้ม พี่โอ๊กบอกว่า ผักตามฤดูกาล คูนหรือมะละกอกับปลาทะเล ส่วนผสมเครื่องแกง มีพริก หอม กระเทียม ขมิ้น เคล็ดลับอยู่ที่เครื่องแกงทำใหม่ทุกวัน วิธีทำ ตั้งน้ำจนร้อนใส่เครื่องแกงปรุงรสด้วยกะปิ 1 ช้อนโต๊ะ ส้มจี๊ดกับน้ำมะขาม ใส่ปลาและผักลงไป เมนูนี้ตักน้ำชิมก่อนตามด้วยคูน กรอบอร่อย ส่วนปลาทะเลสดและหวาน

เมนูสุดท้ายขนมจีนน้ำยา มี 3 ชนิด กะทิ เขียวหวานไก่ และไตปลา

น้ำยากะทิ ส่วนผสมเนื้อปลาทะเล เครื่อง แกงเหมือนผัดคั่วกลิ้ง กะทิสด วิธีทำใส่หางกะทิลงไปผัดเครื่องแกงให้หอมแล้วใส่เนื้อปลาที่ปั่นเอาไว้ เติมกะปิ ผัดจนหอม ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลปี๊บนิดหน่อย เพราะได้รสหวานจากกะทิสดแล้ว

จากนั้นใส่หัวกะทิเปิดไฟให้แรง สักพักก็ปิดไฟ เมนูนี้ต้องขอขนมจีนมาเพิ่มราดน้ำยากะทิกลิ่นความหอมของเครื่องแกงขึ้นจมูก รสชาติกลมกล่อมเค็มเผ็ดกำลังดี

พี่โอ๊กคุยถึง เขียวหวานไก่ เครื่องแกงใช้เหมือนน้ำยากะทิ วิธีทำตั้งหางกะทิผัดเครื่องแกงเติมกะปิผัดจนหอม ใส่เนื้อไก่ส่วนสะโพกไม่เอาหนัง ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลปี๊บ ต้มไปจนไก่สุก เติมหัวกะทิรอจนเดือดใส่เลือดไก่ ใส่มะเขือเปราะตามด้วยใบโหระพา ยกใส่ถ้วยมา ตักชิมแล้วทุกรสชาติหอมหวานมันอร่อย

พี่เหน่งเสริม ไตปลา วิธีทำตั้งน้ำใส่เครื่อง แกงลงไปเคี่ยวจนหอม ใส่ผักที่สุกยาก ฝักทอง หน่อไม้เต๋า ใส่ไตปลา เนื้อปลาย่าง ปรุงรสด้วยกะปิ น้ำตาลปี๊บ เกลือ พริกไทยป่น ตามด้วยใบแป้นอันนี้สำคัญมากจะให้ความเผ็ดร้อนและหอม
ลองชิมดูสมกับคำที่พี่เหน่งบอก เผ็ดเค็มนิดๆ หน่อไม้หวานกรอบ

ร้านดีปลีโดดเด่นด้วยโต๊ะผักตามฤดูกาล ตั้งอยู่กลางร้านกว่า 30 กล่องให้เลือกกิน

“คนใต้ชอบกินผักเยอะๆ” พี่เหน่งว่า “ที่นี่มีครบหมด ยอดเหลียงลวกกะทิ ผักกูดลวกกะทิ ผักต้ม ผักดอง ผักยำ เอาแบบฉบับมาจากหลังสวน”

“เรื่องกำไรเอาไว้ คิดทีหลัง” พี่โอ๊กคุย “เราอยากให้ลูกค้าอร่อยมีความสุข บางที ลูกค้าเห็นผักก็เข้ามาถาม เด็กๆไม่ทานผัก แต่สนุกกับการได้เลือกสี เราเห็นก็มีความสุข”

 

ในซึ้งหน้าร้านมีเมนูไข่ตุ๋น ห่อหมกแกง จืดฝักตุ๋นมะนาวดอง มะระหมูสับ ขาหมูต้มยำ ซุปเปอร์ขาไก่ พี่เหน่งบอกว่า หมูสะเต๊ะไว้ทานเล่น และรับทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงบริษัท

ที่มาของชื่อร้านดีปลี พี่เหน่งอธิบาย ดีปลีเป็นภาษาใต้โบราณ แปลว่าพริก คนรุ่นย่ายายยังเรียกดีปลี แต่คนรุ่นหลังเรียกพริก พี่เหน่งชอบคำดีปลี เลยเอามาตั้งชื่อร้าน ตั้งใจให้ตรงกับรสชาติอาหารซึ่งจัดจ้าน

ใครยังไม่เคยชิม คุณชายสี่ขอให้มาลองชิม ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงบ่ายสามโมง ปิดวันจันทร์ โทร.08-1771-6687 หรือเฟซบุ๊ก deepleesoi14 กันพลาด.
คุณชาย 4

THE COOKING CRAB แฮงเอาท์…สบายๆได้คุย

Published March 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566962

โดย คุณชาย 3 24 ม.ค. 2559 05:01

 

ทีเด็ด…“ล็อบสเตอร์” ไซส์ใหญ่ยักษ์.

“THE COOKING CRAB”…ชื่อนี้การันตีสุดเจ๋งในบรรยากาศแฮงเอาท์

ว่ากันถึงรสชาติอาหารก็สไตล์อเมริกันฟิวชั่น คงความเป็นอเมริกัน แต่เน้นรสชาติถูกปากคนเอเชีย ไทย…จีน…เกาหลี ลงตัว คุ้นลิ้นคนไทยแน่ๆ…

“THE COOKING CRAB”…สุดแฮงเอาท์.

“THE COOKING CRAB”…ไม่ใช่ผับ เป็นร้านอาหาร ครอบครัว เด็กๆมาทานได้ ลองแล้วจะรู้ ต้องชอบ ถูกปากแน่นอน แม้ว่าเขาจะเปิดมาได้ไม่นาน แต่คนก็แน่นร้าน จองจัดปาร์ตี้กันก็หลายครั้งเข้าไปแล้ว แถมบางวันลูกค้าใจตรงกันถึงขนาดต้องต่อแถวยาวเหยียดออกนอกร้านไปถึงถนนเกือบสุดป้ายรถเมล์

คนแน่น…ไม่มีโต๊ะนั่ง เซอร์ไพรส์สุดๆ คนมาต้องตั้งใจมากินจริงๆ เพราะทำเลที่ตั้งก็ไม่ได้อยู่ในที่ชุมชนเดินขวักไขว่ ไม่ใช่แหล่งช็อปปิ้ง แถมไม่ใช่ย่านที่มีห้างสรรพสินค้าที่จะมีคนผ่านไปผ่านมามากมายขนาดนั้น

ถูกใจ…“คุณชาย 3” เมืองไทยร้านอาหารแนวนี้ยังไม่ค่อยมี ไม่เหมือนอเมริกา เข้ามาทานรับรองว่าจะรู้สึกสนุก โลกโซเชียลวันนี้…คนมากินข้าวจะไม่ค่อยคุยกัน เพื่อนนั่งอยู่ตรงหน้าไม่คุย ดั๊น…ไปคุยกับเพื่อนที่อยู่ตรงไหนบนโลกก็ไม่รู้ แต่มาที่นี่ต้องคุยกันแน่ “…ไม่ใช้ช้อน ต้องวางมือถือ บังคับให้หันหน้าคุยกัน บรรยากาศก็เลยสนุก ชิลล์ๆ เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีสไตล์อเมริกัน”

ใครชอบแนวนี้ มาที่นี่ฟิลฯได้ แฮปปี้ชัวร์

“ปีกไก่ทอด” 9 แบบ…9 สไตล์-“ชีสสติ๊ก”…ยื้ดดด…ยืด.

เอาล่ะ ล้างมือให้สะอาด ใส่ผ้ากันเปื้อนเท่ๆ โลโก้ “THE COOKING CRAB”…เตรียมลุยยย

“คุณชาย 3” ต้องขอลองของจริง เมนูเด่นที่ว่าเด็ดสักสี่…ห้าอย่างจะเป็นเช่นใด ประเดิมที่เซตทะเลสดใหม่ กุ้งทะเลตัวใหญ่เนื้อแน่นไซส์พิเศษหาไม่ได้ตามท้องตลาด หอยแมลงภู่ตัวโต๊โต ปูม้าก็โตคัดไซส์พิเศษแบบสดสุดๆ ถ้าเป็นฤดูปูทะเลก็จะมีมาให้ได้ลอง แล้วยังมีทีเด็ด…“ล็อบสเตอร์” ไซส์ใหญ่ยักษ์ คะเนแล้วไม่น้อยกว่าตัวละ 1 กิโลกรัมเลยนะนั่น ส่งตรงมาจากอเมริกา…เนื้อแน่น สด หวาน เด้ง เชิญให้ลิ้มลอง

เลือกกันได้ตามปริมาณความจุ เซตเล็กสุดถ้ามากันสองคนทานอิ่มกำลังดี…มีกุ้ง หอยแมลงภู่ หอยตลับ มันฝรั่ง ข้าวโพด ไส้กรอกรมควัน ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็จะมีปลาหมึกเพิ่มเข้ามา ใหญ่ สุดก็จะมีปูม้าตัวเขื่องหรือกุ้งแม่น้ำเข้ามาเสริม ปริมาณก็เพิ่มขึ้น ทานกันได้ถึงสี่คนเต็มความจุ

ที่เห็นๆไม่ใช่รสน้ำพริกเผานะ หรือรสต้มยำแห้ง แต่เป็นผงปรุงรสที่มาจากหลายประเทศในโลก ต้นตำรับอยู่ที่หลุยส์เซียนา เครื่องเทศที่ใช้ในร้านเกือบทั้งหมดนำเข้า รสชาติให้เลือกก็มี “เคจุ้น” ดั้งเดิม กระเทียมเนย…ไม่เผ็ด หรือจะเป็น เลมอนเปป-เปอร์ ที่ออกเปรี้ยวๆเผ็ดๆสักหน่อย แต่ที่เด็ดจริงๆ ท้าให้ต้องลองก็คือ “ALL Abroad” …รวมรสแบบกลมกล่อมเร้าใจ แล้วก็ยังสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้อีก 3 ระดับ…เผ็ดน้อย เผ็ดกลาง…เผ็ดสุดๆ

เซตทะเลสดใหม่ กุ้ง…ปูตัวใหญ่ไซส์พิเศษ.

สนนราคาสตาร์ตที่…สี่ร้อยกว่าบาท ไปถึงชุดใหญ่สุด เก้าร้อยกว่าบาท

“หอยนางรมสด” …พระเอกประจำร้านอีกเมนู สดจริงๆเสิร์ฟมาพร้อมฝาติดเนื้อ บีบมะนาวคง รสชาติ…ฟินเว่อร์ สุดยอด การันตีตอกย้ำความสดส่งตรงมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แดนดินหอยใหญ่

แล้วก็กระโดดแนวไปสั่ง “ไก่ทอด” ก็ห้ามพลาดเด็ดขาด ไก่ทอดที่นี่กรอบนอกนุ่มในมั่กๆ มี 9 รสให้เลือก หลายรสไม่มีในประเทศไทย กินแล้วอาจจะงงว่าคือรสอะไรกันแน่ แต่ก็หาทานได้ที่นี่…สวีทชีลี่, พามาซานการิค, เบรซซิ่ง, เกาหลี, กะเพรากรอบ, เลมอนเปปเปอร์, ฮันนี่บาร์บีคิว, บัฟฟาโล่, เทอริยากิ

เคล็ดลับการทอด เชฟหน้าใสสุดหล่อวัย 25 ปี “ธนาธิป ลิ้มสมบัติ” ผู้ชอบลองรสชาติอาหารแปลกใหม่ ปรับเปลี่ยนไปตามประสบการณ์ผ่านรสชาติอันเข้มข้นชวนกิน บอกว่า เราใช้ปีกไก่เต็ม เอามาแยกเป็นสองส่วนปีกบนกับปีกล่าง แล้วเอาไปทอดสองครั้งใช้เวลาราว 20 นาที ให้กรอบนอกนุ่มในแบบเอเชียแต่รสชาติสไตล์อเมริกัน

นิยม ชาญศิริเมธา เจ้าของร้าน กับเชฟสุดหล่อ…“ธนาธิป ลิ้มสมบัติ”.

อาหารทะเล เพื่อความสดสุดๆจะเน้นวัตถุดิบที่หาได้ในประเทศ กุ้ง หอย ปู ปลา สั่งมาแบบวันต่อวัน…แนวทอดๆยังมีให้เลือกอิ่มอีกจุใจ ปลาหมึกทอด เฟรนช์ฟราย เกี๊ยวห่อครีมชีส หอมทอด หอยนางรมทอด กุ้งป๊อป

ยังไม่อิ่มก็ยังมีอาหารอื่นๆสั่งเสริมได้อีก ไม่ว่า ข้าวสวย ข้าวกระเทียม บะหมี่กระเทียม ข้าวโพดอบชีส มักกะโรนีอบชีส ผักโขมอบชีส ชีสเฟรนช์ฟราย โคลสลอว์ พิซซ่าเม็กซิกัน สลัด

โลกออนไลน์กล่าวขาน “THE COOKING CRAB”…โชว์ความเอร็ดอร่อยลงตัวที่นี่อย่างเมามันส์ หลายคนกลับมากินสี่…ห้าครั้งเข้าไปแล้ว กลับมาสอง…สามครั้งไม่ต้องพูดถึง มีมากหลายคน

“ที่นี่ มีความต่างจากที่อื่น” หลายคนพูดสั้นๆแค่นั้น

นิยม ชาญศิริเมธา เจ้าของร้าน วัย 36 ปี เล่าว่า เรารวมอาหารสองแนวเข้าด้วยกัน “ซีฟู้ด” กับแนว “บัฟฟาโล่วิงส์” ปีกไก่บนทอดหลากหลายรสชาติ แล้วก็ยังมี…“ชีสสติ๊ก” อาหารอเมริกันสไตล์ที่ต้องใช้มือกินทั้งหมด ใครมาต้องสั่ง…เด่นด้วยชีสหอมกรุ่น ยืดได้มากๆสุดมหัศจรรย์ ชวนกินด้วยแป้งสูตรเฉพาะ ยิ่งเด็กๆเข้ามาจะชอบมาก

ทีเด็ดที่เป็นหัวใจสำคัญอยู่ที่เครื่องปรุง ชีสต่างๆไม่ได้นำเข้า โฮมเมดทำเองทั้งหมดเหนือคำบรรยาย…ที่ควรค่ากับผลตอบรับจากลูกค้า สอบถามจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 09-5248-5673 เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด 16.00-24.00 น.

ธุรกิจร้านอาหารแข่งขันสูง โอกาสรอดอยู่ได้ต้องมีเคล็ดลับ…ความสำเร็จในยุคปัจจุบัน ต้องเกิดจากความใส่ใจ ต้องรักษามาตรฐานของอาหาร ให้ได้ ทุกวันนี้เป็นยุคปากต่อปาก…โลกออนไลน์มีพลังมาก ถ้ามาแล้ววันนี้ดี พรุ่งนี้ไม่ดี บางคนตั้งใจมา…มาแล้วไม่ใช่ ต่อให้เพื่อนเยอะแค่ไหนถึงเวลาแล้ว

ร้านอาหารต้องดีที่อาหาร ดีที่โปรดักส์จริงๆ ลูกค้าถึงจะกลับมา เพราะรสชาติอาหารไม่ใช่กลับมาเพราะร้านเพื่อนร้านจะอยู่ตรงไหนลูกค้าก็ไป…ไปแล้วทุกครั้งจะได้รสชาติเดิมเสมอ รักษาคุณภาพ มาตรฐาน อะไรไม่ดี ไม่สดก็ต้องทิ้งไป “คุณพ่อสอนเสมอ ถ้าไม่ยอมขาดทุนวันนี้…ก็เจ๊งในวันหน้า”.

คุณชาย 3

%d bloggers like this: