คลินิกค้ำประกัน

All posts tagged คลินิกค้ำประกัน

ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน…ก็ทำธุรกิจได้ครับ

Published October 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07016010559&srcday=2016-05-01&search=no

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 396

คลินิกค้ำประกัน

โดย มิสเตอร์ บสย.

ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน…ก็ทำธุรกิจได้ครับ

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผมและทีมงานได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนกิจการของลูกค้าหลายกิจการเลยครับ แต่ละรายล้วนแต่เป็นกิจการที่น่าทึ่งทั้งนั้น ทำให้คิดว่านี่คือข้อเท็จจริงในมุมของผู้ประกอบการว่า การทำธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เมื่อธุรกิจกำลังไปได้สวยและเริ่มจะติดลมบน ถ้าได้แรงหนุน ส่งเสริม และผลักดัน รับรองว่าไปโลดแน่นอนครับ ทำให้ผมนึกถึงหลายๆ หน่วยงานที่มีส่วนส่งเสริม เกื้อหนุน โอบอุ้ม และนำพา ให้กิจการเหล่านี้ไปถึงฝั่งฝันได้จริงครับ

ลูกค้าส่วนใหญ่ของผมเป็นกลุ่มที่มีพลังขับเคลื่อน มีศักยภาพสูง สินค้าดี มีนวัตกรรม แต่การที่จะก้าวไปแต่ละขั้นนั้น บางรายก็ยากเย็นแสนเข็ญ ดีที่ว่าได้รับการช่วยเหลือ ส่งเสริม และการสนับสนุนทางการเงิน เป็นผู้สร้างแรงใจในการทำธุรกิจ แต่ในบางรายหนักกว่านั้นคือ อยากต่อยอดขยายธุรกิจ อยากได้ทุนเพิ่ม แต่หลักทรัพย์มีจำกัด หรือไม่เพียงพอกับการใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ครับ

ผมว่า เรื่องการขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นเรื่องสำคัญของการทำธุรกิจในยุคนี้จริงๆ ครับ ผมเจอลูกค้า 2-3 ราย ได้พูดคุยเรื่องการพัฒนาธุรกิจของหลายๆ ราย ทุกรายพูดตรงกันครับว่า กำลังไปได้สวยครับ ถ้าไม่มีหน่วยงานด้านค้ำประกันมาช่วย ธุรกิจคงไปไม่ถึงฝัน หน่วยงานค้ำประกันมีบทบาทสำคัญจริงๆ ครับ!

เจ้าของกิจการคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง สร้างแบรนด์น้ำเต้าหู้ “โทฟุซัง” ที่กำลังดังเปรี้ยงวางเรียงรายอยู่บนเชลฟ์ในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เล่าให้ฟังว่า ธุรกิจน้ำเต้าหู้แบรนด์นี้ เกิดจากทุนส่วนตัว ที่เป็น “เงินเก็บ” และใช้เงินเก็บนี้เป็นทุนตั้งต้นของการดำเนินธุรกิจ จำนวน 800,000 บาท

ผลจากความมุ่งมั่น และการทำธุรกิจที่คิดต่าง มีคอนเซ็ปต์ และจุดขายสินค้าที่ชัดเจน และการลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ไม่นาน น้ำเต้าหู้โทฟุซัง ก็เริ่มเป็นที่พูดถึงในหมู่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ และเป็นคนทันสมัย จากนั้นก็ได้รับการตอบรับจากค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ให้ส่งสินค้าเข้าไปจำหน่าย

ธุรกิจเริ่มเติบใหญ่ ต้องการเงินทุนเพิ่ม สินค้าดีมีศักยภาพ และช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วถึง ทำให้ต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอด ขยายธุรกิจ แต่ปัญหาคือ หลักทรัพย์ที่จะใช้ค้ำประกันไม่เพียงพอ

“ผมเริ่มธุรกิจจากเงินเก็บซึ่งมีจำนวนหนึ่ง พอธุรกิจเริ่มขยายต้องการเงินทุนเพิ่ม ผมวิ่งหาธนาคาร ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธนาคารก็ต้องป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เริ่มทำธุรกิจและมาเจอหน่วยงานที่ทำหน้าที่ “ค้ำประกัน”

ตอนนี้ผมแฮปปี้ครับ รัฐบาลและธนาคารให้ความช่วยเหลือ ผมได้เงินทุนเพื่อขยายธุรกิจ มีหน่วยงานรัฐให้ความช่วยเหลือ รัฐบาลก็ออกมาตรการที่จะให้การส่งเสริมและช่วยเหลือเต็มที่ ที่สำคัญคือ ธุรกิจเล็กๆ ของผม ยังมีหน่วยงานสนับสนุนทำหน้าที่เป็นนายประกัน ค้ำประกันให้ธุรกิจของผมอีกด้วยครับ

แหม…ผมฟังแล้ว อดตื้นตันใจไม่ได้ครับ ที่หน่วยงานรัฐและธนาคารได้ให้โอกาสที่ดีด้านเงินทุน มาช่วยให้ น้ำเต้าหู้โทฟุซัง ไปไกลไปโลด หลังจากที่ผมโพสต์เรื่องราวของน้ำเต้าหู้โทฟุซัง มีสื่อตามมาให้กำลังใจอีกเพียบเลยครับ เอาเป็นว่า โอกาสหน้าผมจะนำเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของผู้ประกอบการมาเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ…สวัสดีครับ

Advertisements

“สำรวจกิจการ SMEs ก่อนเป็น NPL”

Published August 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07014010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 22 ฉบับที่ 392

คลินิกค้ำประกัน

โดย มิสเตอร์ บสย.

“สำรวจกิจการ SMEs ก่อนเป็น NPL”

สวัสดีแฟนคลับ “เส้นทางเศรษฐี” และผู้ประกอบการ SMEs ทุกท่านครับ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ผมกริ๊งกร๊าง เซฮัลโหล กับผู้การสาขา ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมืองหอยใหญ่ ไข่แดง ถามสารทุกข์สุกดิบ เศรษฐกิจโซนนี้ และสุขภาพของผู้ประกอบการ SMEs เป็นอย่างไรบ้าง…ผมอยากรู้และอดเป็นห่วงไม่ได้

ผู้การสาขาที่ผมพูดถึงคือ คุณเทียบจิตต์ หรือ พี่เทียบ ของน้องๆ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีของ บสย. เป็นทัพหน้าที่คอยดูแล ห่วงใย และคอยให้คำปรึกษา เวลา SMEs มีปัญหา ต้องการขยายธุรกิจ เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน หรือแม้แต่เวลาที่ธุรกิจเริ่มไม่รื่นไหล เกิดอาการชักกระตุก สะดุด ชะงักงัน ท่านนี้คร่ำหวอดครับ ได้รับรู้ปัญหาของ SMEs มานับไม่ถ้วน เชื่อว่า หาก SMEs ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี และเป็นผู้ประกอบการ ขอสินเชื่อจากธนาคาร และให้ บสย.ค้ำประกันแล้ว คงจะเห็นด้วยกับผม

พี่เทียบ เล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้น่าเห็นใจชาวสวนยาง เพราะได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคายางตกต่ำ แต่รัฐบาลไม่นิ่งเฉย ช่วยกันแก้กันไป ก็น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับครับ แต่ธุรกิจที่ยังแรงดีไม่มีตก นาทีนี้คงไม่พ้น ธุรกิจท่องเที่ยวครับ…! ว้าวววว คุณเทียบ พูดแบบนี้ ผมเกิดรอยยิ้มตรงมุมปากเลยครับ ผมถามต่อว่า คำว่า แรงดีไม่มีตก เนี่ยเป็นยังงัยครับ

พี่เทียบ บอกว่า ปีที่แล้ว มีลูกค้า บสย. ที่ทำกิจการท่องเที่ยว 3 ราย โดย 2 รายแรกทำธุรกิจแพที่พัก ที่เขื่อนเชี่ยวหลาน (กุ้ยหลินเมืองไทย) รายหนึ่งคือ “แพ 500 ไร่” ส่วนอีกแพหนึ่งชื่อ แพภูตะวัน ทั้ง 2 รายนี้ ขยายกิจการรองรับการเติบโตของตลาดท่องเที่ยว ส่วนอีกรายหนึ่ง ทำกิจการท่องเที่ยวอยู่ที่กระบี่ชื่อ ศรีสวัสดิ์ ทราเวล ได้วงเงินไปต่อยอดและขยายกิจการ นี่เป็นเพียงบางส่วนครับ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ขยายกิจการกันอย่างคึกคักเลยครับ ผมว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยยังไปได้อีกไกลครับ จากปีที่แล้วมี SMEs ได้รับความช่วยเหลือด้านการค้ำประกันจาก บสย. ถึง 1,366 ราย ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างอาหารและเครื่องดื่ม ได้ขยายธุรกิจสมดังความตั้งใจไปถึง 710 ราย

แต่ก็อย่าประมาทครับ ผมว่านาทีนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ต้องหมั่นเช็กสุขภาพตัวเองถี่หน่อยนะครับ ท่านกูรู พี่เทียบ บอกมาว่า วิธีการสำรวจตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมก่อนจะเป็น NPL ต้องไม่ประมาทกับ 3 เรื่องนี้คือ

1. สำรวจว่ากิจการได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งอาจจะทำให้มีรายได้ลดลง กระทบกับเงินทุนหมุนเวียน ที่อาจทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ลดลง

2. สำรวจดูว่าในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้านี้ กิจการมีรายจ่ายอะไร ที่จำเป็นต้องเตรียมเงินไปจ่าย

3. ต้องประเมินคู่ค้า และกลับมาทบทวนเรื่องเครดิตเทอม เพื่อไม่ให้กระทบถึง Cash Flow ของกิจการ และมีผลกระทบต่อการผ่อนชำระหนี้กับทางธนาคาร

เตรียมความพร้อมป้องกันไว้ เพราะเศรษฐกิจในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าอาจจะพลิกผันได้ครับ สวัสดีครับ ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ http://www.tcg.or.th และที่ Facebook/บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม

มาตรการระยะสั้น ที่ได้ผลระยะยาว

Published April 29, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07016011158&srcday=2015-11-01&search=no

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 384

คลินิกค้ำประกัน

โดย…มิสเตอร์ บสย.

มาตรการระยะสั้น ที่ได้ผลระยะยาว

สวัสดีครับ ผู้อ่านทุกท่าน มิสเตอร์ บสย. กลับมาพบกับผู้อ่านอีกครั้ง ฉบับนี้เรามาตอกย้ำถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ซึ่งได้รับการอนุมัติมาไม่นานนี้คือ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 (ปรับปรุงใหม่) ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 กันยายน 2558 วงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่ง บสย. มีการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงกับ 19 ธนาคารพันธมิตร ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

จนถึงวันนี้ บสย. ได้เดินเครื่องอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไปแล้วจำนวนมาก โดยตัวเลขการค้ำประกัน ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2558 คิดเป็นวงเงินอนุมัติแล้วเกือบ 4 พันล้านบาท โดยมาจาก 12 ธนาคาร ซึ่งมีท็อป 5 ที่ส่งคำขอเข้ามามากที่สุดคือ ธนาคารทหารไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี แบงก์) และธนาคารกรุงเทพ สังเกตได้ว่า 4 ใน 5 ธนาคาร ล้วนเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่หลายปีหลังต่างหันมาให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน

สิ่งที่สะท้อนให้เห็นจากมาตรการนี้คือ ด้วยระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการที่กำหนดไว้ที่ 30 มิถุนายน 2559 นี่จึงถือเป็น “มาตรการระยะสั้น” ที่รัฐบาลภายใต้หัวเรือใหญ่ที่คุมนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี เร่งปล่อยออกมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งถือเป็น “ตัวจักร” สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

นั่นเองทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บสย. และสถาบันการเงินทั้ง 19 แห่ง ต้องเร่งขับเคลื่อนให้วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 1 แสนล้านบาท ลงไปถึงผู้ประกอบการ SMEs ให้มากที่สุด

ท่านผู้อ่านลองคิดตามผมว่า ด้วยจำนวนเอสเอ็มอีกว่า 2.7 ล้านราย หากสามารถได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินง่ายขึ้น เพื่อนำไปหมุนเวียนในธุรกิจ นำมาต่อยอดจนสามารถขยายกิจการให้เจริญเติบโต หรือบางรายก้าวไปไกลมากกว่าในประเทศ รับกับโอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ที่มาถึง สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นผลสืบเนื่องในระยะยาวที่จะทำให้เกิดการหมุนเงินในเศรษฐกิจไทยได้อีกไม่รู้จบ

จึงอาจกล่าวได้ว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 ปรับปรุงใหม่นี้ แม้จะเป็น “มาตรการระยะสั้น” แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นมากกว่านั้นคือ “ผลในระยะยาว” ที่รอการเก็บเกี่ยว

เมื่อดูจากตัวเลขค้ำประกันที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านมากว่า 1 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ของภาครัฐ ที่เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง บสย. และธนาคารพันธมิตรร่วมกันเพื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs

ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 ปรับปรุงใหม่นี้ รัฐบาลรับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนผู้ประกอบการ SMEs ต่อเนื่อง 4 ปี (แบบขั้นบันได) โดยในปีแรกรัฐเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม (ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน) ส่วนปีที่ 2 รัฐบาลจ่ายค่าธรรมเนียมให้ 1.25% ปีที่ 3 ในอัตรา 0.75% และปีที่ 4 ในอัตรา 0.25% คิดเป็นเม็ดเงินที่รัฐบาลจ่ายแทนผู้ประกอบการ SMEs ตลอด 4 ปี รวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือภาระค่าธรรมเนียมแทนผู้ประกอบการ SMEs ที่สูงกว่าทุกครั้งที่ บสย. เคยดำเนินโครงการ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ SMEs

นอกจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 ปรับปรุงใหม่ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ตัวนี้แล้ว รัฐบาลยังเข็นอีกหลาย “มาตรการระยะสั้น” ออกมาในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2558 เพื่อต้องการกระตุ้นการจับจ่าย และการลงทุนของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

วันนี้ภาพความร่วมมือ และบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยเดินไปข้างหน้าได้ จึงเด่นชัดขึ้นๆ โดยมีผู้ประกอบการ SMES เป็น “หัวใจ” สำคัญในยุทธศาสตร์นี้

ผู้ที่กำลังวางแผนขอสินเชื่อธนาคาร หรือใช้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 ปรับปรุงใหม่ ของ บสย. สามารถติดต่อที่ธนาคาร โดยแจ้งพนักงานว่าต้องการให้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ หรือติดต่อที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ บสย. โทรศัพท์ (02) 890-9999 และเว็บไซต์ http://www.tcg.or.th

ดอกเบี้ยต่ำ “ค้ำประกัน…ฟรี”

Published March 26, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07024151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

คลินิกค้ำประกัน

โดย มิสเตอร์ บสย.

ดอกเบี้ยต่ำ “ค้ำประกัน…ฟรี”

สวัสดีครับ ผู้ประกอบการ SMEs และ แฟนคลับ “เส้นทางเศรษฐี” ทุกท่านครับ ฉบับนี้ ผมจั่วหัวเรื่อง “ดอกเบี้ยต่ำ ค้ำประกัน…ฟรี” ก็เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับ SMEs ทุกท่านครับ

มาตรการล่าสุดที่ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่กำลังฮอตฮิตคือ เงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ และ ค้ำประกัน…ฟรี ภายใต้แนวนโยบายของ ท่านดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จึงกลายเป็นแคมเปญที่โดนใจฝุดๆ กันเลยล่ะครับ แต่หลายคนก็ยังมีความสับสนอยู่บ้างครับ ผมจึงขออธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจเพิ่มขึ้นครับ

รัฐบาลมีมาตรการช่วยผู้ประกอบการ SMEs 2 ส่วนคือ 1. เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยมีธนาคารออมสินเป็นแกนหลัก ปล่อยวงเงินให้กับธนาคารพาณิชย์ไปดำเนินการปล่อยกู้ให้กับ SMEs โดยมีเงื่อนไข ต้องคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 4% ต่อปี (หมดเขต วันที่ 31 ธันวาคม 2558) และ 2. การค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 (ปรับปรุงใหม่) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 กันยายน 2558 บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อ ให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ขอสินเชื่อจากธนาคาร มีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 1 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลรับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมแทนผู้ประกอบการ SMEs (แบบขั้นบันได) ต่อเนื่อง 4 ปี โดยปีแรก “ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน” (หมดเขต วันที่ 30 มิถุนายน 2559)

จะเห็นว่าทั้ง 2 ส่วนนี้ แยกกันระหว่างการ “เงินกู้ซอฟต์โลน” ซึ่งรัฐบาลให้การช่วยเหลือในเรื่องดอกเบี้ยสินเชื่อ กับ “การค้ำประกันสินเชื่อ” ซึ่งช่วยในด้านหลักประกันการกู้เงินของผู้ประกอบการ SMEs

โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุมัติเงินกู้ซอฟต์โลน ในโครงการนี้ ธนาคารเป็นผู้พิจารณา โดย 1. ไม่สามารถนำไปใช้รีไฟแนนซ์หนี้ก้อนเดิมได้ 2. ธนาคารสามารถพิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้ผู้กู้ที่เป็นเอ็นพีแอลสามารถกู้ได้ด้วยแต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร 3. ระยะเวลาการขอใช้บริการสินเชื่อสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2558

สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 (ปรับปรุงใหม่) ตามมติ ครม. วันที่ 8 กันยายน 2558 ของ บสย. วงเงินค้ำประกันรวม 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1. บสย. เปิดกว้างสำหรับธนาคารทุกธนาคารที่ร่วมลงนามกับ บสย. และสามารถร่วมได้กับทุกแพ็กเกจสินเชื่อ

2. รัฐบาลสนับสนุน โดยจ่ายค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการ SMEs 4 ปี (แบบขั้นบันได) คือ ปีแรก ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ส่วนในปีที่ 2-4 ผู้ค้ำประกันจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงบางส่วน เพื่อลดภาระต้นทุน ให้กับผู้ประกอบการ

3. โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาค้ำประกัน 7 ปี และสิ้นสุดการรับคำขอค้ำประกันในวันที่ 30 มิถุนายน 2559

ดังนั้น หากผู้ประกอบการ SMEs ต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 4% แต่ขาดหลักประกัน โดยให้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อและรัฐบาลรับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมให้ในปีแรก สามารถติดต่อธนาคารได้เพื่อสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร โดยการยื่นขอสินเชื่อซอฟต์โลน จะสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2558

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะพ้นกำหนด ผู้ประกอบการ SMEs ก็ยังสามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อประเภทอื่นๆ ของธนาคารต่างๆ ได้ และยังสามารถขอรับคำขอการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย. ได้ ภายใต้เงื่อนไข ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันปีแรก และจ่ายเบาๆ ในปีที่ 2-4 ได้ครับ แต่ต้องยื่นคำขอค้ำประกันสินเชื่อภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 นะครับ

ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการ SMEs ครับ และหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยมีรัฐบาลช่วยด้านดอกเบี้ยสินเชื่อ ซอฟต์โลน 4% และการช่วยเหลือด้านหลักประกัน โดยมี บสย. เป็นเครื่องมือรัฐ ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อ

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประกอบการยังได้รับประโยชน์ถึง 2 เด้ง จากโครงการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ซึ่งสามารถใช้ร่วมกันได้กับทุกแพ็กเกจสินเชื่อของธนาคารที่ร่วมลงนาม จากวงเงินค้ำประกันที่รัฐบาลให้มา ถึง 1 แสนล้านบาทครับ

เข้าถึงเงินทุนไม่ยาก ถ้าธุรกิจเข้าที มีวินัยทางการเงิน

Published March 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07012011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

คลินิกค้ำประกัน

โดย…มิสเตอร์ บสย.

เข้าถึงเงินทุนไม่ยาก ถ้าธุรกิจเข้าที มีวินัยทางการเงิน

ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการ SMEs ครับ ข่าวดีนี้มาพร้อมกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ที่มี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นแม่ทัพ

ผมว่าข่าวดีนี้ ไม่เพียงแต่เกิดผลโดยตรงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผ่านข่าวดีผ่านมาตรการ แบบสายฟ้าฟาด มายังผู้ประกอบการ SMEs ให้เกิดเป็นรูปธรรมจับต้องได้ครับ แถมยังเดินหน้าคิกออฟเรียบร้อยแล้ว ภายใต้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือ ทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการายย่อยเหล่านี้ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริงๆ

การขับเคลื่อนแบบคิดเร็ว ทำเร็ว จากนโยบาย สู่การปฏิบัติจริง เกิดขึ้นตลอดเดือนกันยายน บทบาทของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐ ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน ถูกมอบหมายภารกิจ ให้ช่วยค้ำประกัน โดยรอบนี้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ รับภาระค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ขอสินเชื่อถึง 4 ปี คิดเป็นงบประมาณการให้ความช่วยเหลือด้านต้นทุนธุรกิจถึง 4,000 ล้านบาท และอนุมัติวงเงินค้ำประกันให้ถึง 1 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมยังอดกังวลไม่ได้ กับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการก็คือ การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน โดยปราศจากความเข้าใจอย่างแท้จริงของผู้ประกอบการครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ

ข้อมูลที่ผมได้สัมผัสก็คือ มีผู้ประกอบการจำนวนมากไม่เข้าใจว่าทำไมแบงก์ไม่ปล่อยกู้ให้พวกเขา ทั้งๆ ที่รัฐบาลก็ได้ผลักดันแพ็กเกจความช่วยเหลือออกมามากมาย บางท่านมีความต้องการเงินทุนมากยื่นกู้ไปหลายแบงก์ แต่แบงก์ก็ไม่ปล่อยกู้สักที สุดท้ายก็คือ พวกเขาเหล่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แบงก์ไม่ปล่อยวงเงิน ทั้งที่รัฐบาลมีเครื่องมืออย่าง บสย. เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อให้

ผมขออนุญาตอธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับว่า การที่แบงก์จะให้เงินกู้ใครสักคน เขาจะพิจารณาจาก 2-3 ประการครับ ถ้าคุณทำธุรกิจ แบงก์ก็จะดูจากธุรกิจที่คุณทำอยู่ เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตหรือไม่ จากนั้นก็จะดูจากรายได้ และการเดินบัญชี แน่นอนว่าถ้าคุณจะกู้แบงก์ แบงก์ก็จะดูว่าการเดินบัญชีเป็นอย่างไร จากนั้นก็ดูเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ครับ เช่น รายรับต่อเดือน เพียงพอต่อการชำระหนี้หรือไม่ นี่คือหลักการกว้างๆ ที่แบงก์ต้องพิจารณาครับ นี่คือกรณีผู้กู้ที่มีสถานะปกตินะครับ และก็จะดูเอกสารหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบประกอบกิจการ

มีผู้ประกอบการอีกประเภทหนึ่งคือ เป็นลูกหนี้ธนาคาร แล้วไม่ยอมชำระหนี้ ทำให้สถานะการเป็นหนี้ของคุณถูกขึ้นบัญชี ที่เรียกว่าติดเครดิตบูโร การติดเครดิตบูโร ก็เหมือนกับคุณหมดสิทธิ์ที่จะไปกู้เงินเพิ่มแล้วครับ ถึงตรงนี้อาจจะยังไม่เข้าใจว่าเมื่อไหร่ถึงจะติดเครดิตบูโร ง่ายๆ ก็คือ หากคุณไม่ชำระหนี้ ตามกฎเกณฑ์ของธนาคาร คุณจะถูกเลื่อนขั้นเป็นลูกหนี้ที่มีปัญหาครับ ถึงแม้คุณจะได้ชำระหนี้นั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่คุณก็ยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 6 เดือนครับ ถึงจะกลับมามีประวัติที่ใสสะอาดดังเดิม ประวัติการชำระหนี้หรือการเป็นหนี้ของท่านจะถูกบันทึกไว้เพื่อเป็นประวัติในการพิจารณาการปล่อยกู้ครับ

อีกปัญหาหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยมากจากข้อร้องเรียนที่ถูกส่งมายังเราคือ การไม่รู้ตัวว่าตัวเองหมดสิทธิ์กู้ไปแล้วจากพฤติกรรมของตัวคุณเอง ก็คือ คุณไม่ยอมจ่ายหนี้นั่นเอง

ถึงตรงนี้ ผมอยากให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เตรียมตัวจะเป็นหนี้ เพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ หรือเสริมสภาพคล่อง ต้องทำความเข้าใจและให้ความสำคัญกับคำว่า “วินัยทางการเงิน” ให้มากครับ เรียกว่าต้องเข้มงวดและเคร่งครัดเลยครับ การสร้างวินัยทางการเงิน ต้องฝึกฝนและอดทนครับ

หลักการง่ายๆ ถ้าคุณยังมีหนี้ คุณต้องใช้หนี้ครับ ถ้าคุณยังติดเครดิตบูโร อย่าได้คิดจะกู้เงินก้อนใหม่เด็ดขาดเพราะแบงก์ไม่มีวันปล่อยเงินให้กับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการใหม่ คุณคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองในการดำเนินธุรกิจสัก 2-3 ปี ถ้าธุรกิจดี ธุรกิจคุณเข้าที รับรองเงินทุนวิ่งมาหาคุณแน่นอนครับ

มาตรการช่วยเหลือ ส่งตรงถึงกองทุนหมู่บ้าน

Published March 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07038150958&srcday=2015-09-15&search=no

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 381

คลินิกค้ำประกัน

โดย มิสเตอร์ บสย.

มาตรการช่วยเหลือ ส่งตรงถึงกองทุนหมู่บ้าน

สวัสดีครับ ผู้ประกอบการ SMEs ที่รักทุกท่าน ก่อนอื่น ผมต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการ SMEs ทุกท่านครับ ที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐ กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ภายใต้การนำทัพของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ที่เริ่มทำงานทันทีโดยให้ความสำคัญกับแผนงานเชิงรุก เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ปลุกกำลังซื้อให้กลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยการเริ่มวางกรอบในการแก้ปัญหาทันที จุดประกายความเชื่อมั่นให้กับทั้งภาคธุรกิจ และ ผู้ประกอบการ SMEs ทันที

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระดับชุมชน และกระจายความเจริญเติบโตไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไป

หนึ่งในมาตรการที่กระทรวงการคลังนำเสนอ โดยพิจารณาเห็นว่าจะเป็นแนวทางการพลิกฟื้นเศรษฐกิจทางหนึ่งคือ มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน

แนวคิดและวัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือ การให้สินเชื่อกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ได้รับการจัดชั้นเป็นกองทุนระดับ A และ B จากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กองทุนละไม่เกิน 1 ล้านบาท

มีเพียงเงื่อนไขเดียวของการให้ทุนสนับสนุนคือ ไม่ให้กองทุน Refinance หนี้เดิม เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานให้กับกองทุน โดยยังกำหนดวงเงินสนับสนุนไว้ถึง 60,000 ล้านบาท ประกอบด้วยวงเงินสินเชื่อของธนาคารออมสิน 30,000 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อีกจำนวน 30,000 ล้านบาท

ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลา ตามที่กระทรวงการคลังเสนอนั้น ได้กำหนดให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ให้สินเชื่อกับกองทุน เป็นระยะเวลาถึง 7 ปี นับจากวันลงนามในนิติกรรมสัญญา และดำเนินการทำนิติกรรมสัญญา และกำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้กองทุน ให้สินเชื่อกับสมาชิกกองทุน โดยมีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยคือ ในปีที่ 1-2 กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี ส่วนในปีที่ 3-7 ในอัตราดอกเบี้ยเท่ากับต้นทุนทางการเงิน (Financing Cost) บวกด้วย ร้อยละ 1.0 ต่อปี

ผมเกาะติดเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เรียกว่า ลุ้นตามไปด้วยครับ เพื่อนำเรื่องราวดีๆ มาบอกต่อกับท่านผู้ประกอบการ SMEs นอกเหนือจากที่ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้ความช่วยเหลือ โดยช่วยในด้านการค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SMEs เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

ผมเชื่อมั่นว่า รัฐบาล ยังเตรียมพิจารณาอีกหลายมาตรการ เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs อย่างเต็มที่ อย่างน้อยๆ การขับเคลื่อนในการให้ความช่วยเหลือ SMEs ผ่านโครงการสินเชื่อประชาชนสุขใจ ของธนาคารออมสิน โดยมี บสย. ค้ำประกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ฟรีค่าธรรมเนียมปีแรก จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้นในเวลานี้ หากมีความคืบหน้าเรื่องการให้ความช่วยเหลือ SMEs มิสเตอร์ บสย. จะนำมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดี และร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ SMEs ทุกท่านครับ

SMEs ต้องการเงินทุน

Published January 20, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07048150858&srcday=2015-08-15&search=no

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 379

คลินิกค้ำประกัน

โดย มิสเตอร์ บสย.

SMEs ต้องการเงินทุน

สวัสดีครับ ผู้ประกอบการ SMEs ทุกท่าน มิสเตอร์ บสย. ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับ เป็นข้อมูลที่โพสต์โดยผู้ประกอบการ ผ่านช่องทาง เฟซบุ๊ก บสย. ครับ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นอีกมุมหนึ่งของผู้ประกอบการครับ จึงขอนำบางส่วนมาถ่ายทอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องความต้องการสินเชื่อ กับ การไม่ได้รับสินเชื่อ ครับ และผมขออนุญาตใช้พื้นที่ในนิตยสาร “เส้นทางเศรษฐี” เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่ง บสย. ยังดำเนินงานภายใต้หลักการนี้ครับ “เพื่อเอสเอ็มอี เรายินดีค้ำ” ครับ

ผู้ประกอบการ SMEs รายแรก บอกว่า “รู้สึกว่า การยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากธนาคารเท่าที่ควร และไม่ค่อยมีการแจ้งรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสินเชื่อ หรือการค้ำประกันจาก บสย. ให้ทราบ ทำให้ลูกค้าไม่กล้าที่จะสอบถามรายละเอียดต่างๆ”

ผู้ประกอบการรายที่สอง บอกว่า “ยื่นเรื่องขอสินเชื่อกับธนาคารแล้วเงียบหายไป ไม่มีการติดต่อกลับใดๆ ทั้งสิ้น อยากจะรู้ว่าตกลงแล้ว ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ หรือเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะธนาคารมีเคสเข้ามาเยอะ ทำให้ผู้ประกอบการต้องรอแบบไม่มีกำหนด และไม่สามารถดำเนินการอะไรต่อได้”

“ธนาคารแห่งหนึ่งบอกว่า “ถ้าพี่ไม่จดทะเบียนการค้า บสย. จะไม่ค้ำประกันให้” ก็กิจการของเรามันเป็นกิจการทำขนมส่งเล็กๆ จะต้องจดทะเบียนการค้าด้วยเหรอ? แล้วก็เงินลงทุนของเราก็ไม่เล็กนะ ทำครั้งหนึ่งต้องมี 200,000 บาทขึ้นไป ถ้าธนาคารไม่เต็มใจสนับสนุน แบบนี้ก็คงต้องพึ่งนอกระบบต่อไป”

อีกโพสต์หนึ่ง บอกว่า “ถามธนาคารแล้วค่ะเขาบอกว่ารอ บสย. ติดต่อกลับมาค่ะ เขาถึงจะอนุมัติได้ค่ะ”

“แจ้งข้อมูลลูกค้าแบบ บิดเบือน เช่น แจ้งกับลูกค้าว่า ได้ส่งเรื่องมาให้ บสย. แล้วตั้งแต่ 3 สัปดาห์ก่อน แต่จริงๆ เพิ่งส่งมาเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด ว่าจะได้สินเชื่อ”

“ส่งเรื่องไปธนาคาร?ไม่เห็นได้เรื่องอะไรเลย…เงียบกริบ…แล้วที่บอกว่าช่วยผู้ประกอบการรายย่อย…มันช่วยตรงไหน…กู้ยาก…เรื่องมาก”

“กู้เงิน ธนาคาร…กิจการกำลังแย่ ไปขอกู้เพิ่มเขาไม่ให้กู้ บอกว่าประวัติการส่งเราไม่ดี เราบอกว่าใช้โฉนดที่ดินค้ำได้ไหม เขาบอกไม่ได้ ไม่สนใจเราเลย เราบอกว่าช่วยไปดูกิจการเราหน่อย เขาไม่สนใจเลยกิจการเรา ไหนบอกเป็นธนาคาร…กิจการเล็กๆๆ ทิ้งเลย สนใจแต่กิจการขนาดใหญ่ ไม่รู้จะทำอย่างไรช่วยหาทางออกเราด้วย 09xxxxxx”

“กู้ผ่านแบงก์ ผ่านยากมาก ส่วนมากจะอนุมัติรายใหญ่ๆ แต่รายย่อยจะไม่ค่อยอนุมัติให้ ขอตินะการอนุมัติรายย่อย ต้องให้ผู้จัดการสาขาอนุมัติเพราะเขาจะเห็นลูกค้าจริงๆ เขตเขาไม่มาเห็นหรอก เขาก็อนุมัติพวกเขาแค่นั้นแหละ”

นี่คือผลสะท้อนส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการ SMEs ที่กำลังต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อหาทางรอดให้ธุรกิจครับ

%d bloggers like this: