คนในข่าว

All posts tagged คนในข่าว

จากนักบอลมาเป็นส.ส.นครศรีฯตั้งเป้าอนาคต ขอนั่งเก้าอี้มท.1 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 18, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/416103?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

จากนักบอลมาเป็นส.ส.นครศรีฯตั้งเป้าอนาคต ขอนั่งเก้าอี้มท.1

11 กุมภาพันธ์ 2563 – 13:55 น.
ชัยชนะ เดชเดโช,พรรคประชาธิปัตย์
เปิดอ่าน 10,604 ครั้ง

จากนักบอลมาเป็นส.ส.นครศรีฯตั้งเป้าอนาคต ขอนั่งเก้าอี้มท.1 คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย…  ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ชัยชนะ เดชเดโช “ส.ส.แทน” เลือดใหม่แห่งพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มเข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่อายุ 27 ปี หลังจบคณะรัฐศาสตร์จากรามคำแหง

เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในสนามท้องถิ่น ชิมลางเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ ส.จ.เขตอำเภอร่อนพิบูลย์ ในปี 2556

ด้วยที่บ้านมีฐานการเมืองอยู่เดิม เป็นลูกของ “วิฑูรย์ เดชเดโช” อดีตนายกอบจ.นครศรีฯ โลดแล่นเรียนรู้งานการเมืองท้องถิ่นจนครบเทอม 6 ปี

ประจวบเหมาะหลัง คสช.ยึดอำนาจและเลื่อนการเลือกตั้งหลายครั้งจนมาลงตัวประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 24 มี.ค. 2562 มีรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับปี 2560 ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ลดจำนวนเขตใน จ.นครศรีธรรมราช จาก 9 เขต เหลือ 8 เขต แถมโชคเข้าข้างเมื่อ “ส.ส.น้อย” อภิชาติ ศักดิเศรษฐ์ ซึ่งเดิมเป็น ส.ส.เขตใน จ.นครศรีฯ ขยับขึ้นเป็นผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้มีที่ว่าง

“ส.จ.แทน” ในขณะนั้น จึงลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 6 คลุมพื้นที่ 4 อำเภอคือ ร่อนพิบูลย์ ลานสกา ช้างกลาง และนาบอน แถมชนะเลือกตั้งในเขตดังกล่าวสมชื่อตัว ใส่สูทผูกไทเดินเข้าสภาหินอ่อนเป็น ส.ส.ตัวแทนปวงชนชาวไทยด้วยวัยเพียง 34 ปี ซ้ำยังมีบทบาทที่น่าจับตามองแบบไม่ธรรมดา แม้จะเป็น ส.ส.ใหม่ถอดด้าม ป้ายแดง แต่ยังได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคปชป. ซึ่งเป็นพรรคเขี้ยวลากดิน มอบหมายคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 65 กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งไม่ค่อยจะได้เห็นส.ส.ป้ายแดงได้เป็น กมธ.งบประมาณ กันสักเท่าไหร่ แถมยังได้รับเลือกให้เป็นโฆษกประจำคณะกมธ.งบประมาณ 2563 ด้วย ยังพ่วงอีกหนึ่งตำแหน่งคือ รองประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนฯ

“ส.ส.แทน” ที่ใช้ม็อตโต้ประจำตัวว่า “ผู้แทนของเรา คำไหน คำนั้น” เปิดอกคุยแบบไม่กั๊กว่า…เมื่อได้รับโอกาสจากประชาชนคนเมืองคอนเลือกมาเป็น ส.ส.แล้ว จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเมืองระดับชาติ หวังจะเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในภาคหน้า ตั้งเป้าหมายจะพัฒนาพรรคให้กลับมารุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ให้สมกับที่พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง เปรียบดั่งตักศิลาของการเมืองไทย ให้ได้ก่อนแล้วค่อยขยับตั้งฝันว่า ในอนาคตข้างหน้าจะเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยให้ได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตการเมือง

กล้าตั้งเข็มมุ่ง เปิดเผยความใฝ่ฝันตั้งแต่เป็น ส.ส.สมัยแรก

มาดูไลฟ์สไตล์ของ “ส.ส.แทน” ด้วยรูปร่างสูงใหญ่เกิน 180 ซม.ในวัยเยาว์ เจ้าตัวบอกว่า ชอบกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เคยเป็นนักบอลทีมจังหวัดนครศรีฯ เดินสายเตะบอลทั้งในภาคใต้และในกีฬาแห่งชาติตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศมาแล้ว และยังเป็น ส.ส.สาย Healthy ที่ชอบลงสมัครวิ่งออกกำลังในรายการมินิมาราธอน หรือฮาล์ฟมาราธอน

และแน่นอนว่า เล่นการเมืองท้องถิ่นในเมืองคอน ต้องมีของดี

“ส.ส.ชัยชนะ หรือ แทน” ก็จัดเป็นหนึ่งในคนเก็บพระ และอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นคอ มีองค์พ่อจตุคามรามเทพ เนื้อขาวพิมพ์กดนำฤกษ์ เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี 2508 พระกรุเมืองนครฯ นางพญานาคาม เหรียญอาจารย์นำ วัดดอนศาลา จ.พัทลุง และเหรียญพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง รุ่น 2 ปี 2480

…มีของขลังขึ้นคอ จากเกจิอาจาร์ยทางใต้ล้วนๆ

เจาะใจ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” อันธพาลกลับใจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/415326?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

เจาะใจ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” อันธพาลกลับใจ

7 กุมภาพันธ์ 2563 – 06:05 น.
คนในข่าว,ประสิทธิ์ เจียวก๊ก,อันธพาลกลับใจ,นักธุรกิจพันล้า,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 964 ครั้ง

เจาะใจ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” อันธพาลกลับใจ สู่นักธุรกิจพันล้าน ค้นพบความสำเร็จจากการให้!!

สัปดาห์นี้รายการ “เจาะใจ” โดยพิธีกร“ดู๋-สัญญา คุณากร” เปิดเวทีต้อนรับ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ผู้ก่อตั้งสมาคมและประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน” , ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด(มหาชน) และบริษัทในเครือ มัณดาวีต์ กรุ๊ป  แขกรับเชิญที่มีชีวิตสุดโลดโผน

  อ่านข่าว : ‘SALISA’ แบรนด์ไทย  ผงาดเวทีโลก

ในอดีตเป็นนักเลงอันธพาลที่สังคมไม่ยอมรับ แต่เมื่อกลับใจได้ก็ต่อสู้ฝ่าฟันจนเป็นเศรษฐีผู้โด่งดังด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดกระบี่ จนชีวิตพลิกผันเป็นหนี้นับพันล้าน ด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ เขาก็ผ่านวิกฤตนั้นได้ พร้อมสร้างตัวจนกลายเป็นเศรษฐีระดับพันล้านได้อีกครั้ง ซึ่งเขาค้นพบว่าเงินไม่ใช่ตัววัดความสำเร็จ เพราะชีวิตมีคุณค่ากว่านั้นถ้าเรารู้จักให้ ด้วยการตัดสินใจนำเงิน 90%ของรายได้คืนกลับสู่สังคมผ่านโครงการดีๆเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากมาย

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก เล่าว่า “ผมเกิดและเติบโตที่จ.กระบี่ ซึ่งครอบครัวฐานะยากจน แต่พ่อแม่สอนให้ผมต้องขยัน ไปโรงเรียนถูกเพื่อนแกล้งตลอด ก็กลับมานั่งคิดว่าถ้าเราโดนอยู่แบบนี้ชีวิตไม่รอดแน่ หลังจากนั้นก็กลับไปไม่ยอมใครต่อยเพื่อนที่มาแกล้งจนเขาต้องยอม”

       “ตั้งแต่นั้นผมก็กลายเป็นนักเลงนอกบ้าน การเรียนแย่ลง เกเร เป็นหัวหน้าแก๊งมีวีรกรรมมากมาย จนสังคมไม่ยอมรับ เข้ากรุงเทพมาเรียนต่อและทำงานหาเงินไปด้วยก็ไม่ทิ้งคราบนักเลง มีเรื่องจนเคยเกือบตายมาแล้ว เรียนจบทำงานจากรับจ้างเป็นโฟร์แมน 2ปี ก็เริ่มเป็นนายตัวเองทำรับเหมาก่อสร้าง ในช่วงภาวะฟองสบู่แตก”  ประสิทธิ์ ย้อนอดีต

จากนั้นก็ไปเป็นทหาร และทำบ่อน ปล่อยเงินกู้ ทวงหนี้ ถือว่าช่วงชีวิตตอนนั้นอู้ฟู่ทีเดียว แต่จุดเปลี่ยนคือคำของแม่ที่มักพูดกับผมเสมอว่าไม่จำเป็นต้องรวย แต่ต้องเป็นคนดี ทำให้คิดได้ว่าชีวิตนักเลงนี่มันจะไปถึงไหน สักวันเราอาจไม่รอดตั้งแต่นั้นหลังจากที่ผมโตขึ้น และได้รับโอกาสที่มาจากการให้ช่วยผมล้างหนี้ จนทำให้มีทุกวันนี้ได้

ผมจึงสัญญากับตัวเองและกับฟ้าว่า เราจะเป็นคนดี ทำงานสุจริต ตั้งใจเปลี่ยนตัวเองเพื่อรับใช้สังคม ก็เริ่มทำอสังหาฯ ที่กระบี่นับแต่นั้นมาชีวิตก็ดีขึ้น จนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ทำให้เป็นหนี้ 987 ล้านบาท แต่ผมมองว่าวิกฤต สร้างปัญญา ปัญหาสร้างโอกาส ก็ทำหนังสือประนิมหนี้กับทุกธนาคาร มีทรัพย์สินอะไรที่จะช่วยต่อยอดทำเงินได้บ้างก็ทำหมด ใช้ความหน้าเชื่อถือของตัวเองที่สะสมมาเป็นประกันจนท้ายสุดก็ล้างหนี้สำเร็จ

ทำให้ผมค้นพบว่า เมื่อก่อนผมมีความสุขกับการปั๊มเงิน ใช้ชีวิตหรูหรา แล้วคิดว่าคือความสุข แต่ตอนนี้ไม่เลย ผมเข้าใจความหมายคำว่าให้ คือการให้โอกาส เพราะถ้าไม่รู้จักการให้ ผมคงไม่มีวันนี้ เราจึงอยากสร้างประโยชน์อะไรให้สังคม ให้คนอื่นได้บ้างจากเงินหรือจากสิ่งที่เรามี

จึงเกิดโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน” ขึ้น ตัวอย่างกิจกรรมต่างๆที่ทำ อาทิ โครงการพัฒนา10หมู่บ้าน ที่กระจายทั่วประเทศ มีเชียงราย , น่าน, กาญจนบุรี,ชัยนาท,โคราช,อุบลราชธานี,สมุทรสงคราม,สงขลา

โครงการรับบริจาคยาเหลือใช้ เพื่อผู้ยากไร้ตามชายแดนและถิ่นทุรกันดาร โครงการมีเพื่อนเป็นหมอ คือ ทำระบบออนไลน์เป็นแอพฯให้คนไข้ที่อยู่ไกลๆที่เดินทางไปพบหมอที่โรงพยาบาลลำบาก ได้คุยกับหมอในเบื้องต้นได้สะดวก ทำแอพฯM-Help Me Save your lifeที่ช่วยตระหนักรู้ ตระหนักคิด จิตอาสา แจ้งเตือนภัยเรื่องต่างๆ และผมตั้งบริษัทใหม่ชื่อว่าChange the world ที่อยากให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุขจากการให้ที่ทุกคนเสียสละ

“อยากให้คนทั้งโลกมีจิตสำนึกที่ดีและอยากทำให้คนรู้สึกว่าเงินมันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต และที่สำคัญการช่วยเหลือสังคม คุณก็ไม่ต้องใช้เงินก็ได้ แค่คุณมีแรงคุณก็ช่วยคนอื่นได้”

ติดตามเรื่องราวดีๆนี้ได้ในรายการ“เจาะใจ” วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563เวลา22.00น.ทางช่อง9 MCOT HD

ผู้กว้างขวางจากทุ่งดอนเมือง รักธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้ใบหญ้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/414678?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ผู้กว้างขวางจากทุ่งดอนเมือง รักธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้ใบหญ้า

4 กุมภาพันธ์ 2563 – 13:54 น.
การุณ โหสกุล,ผู้กว้างขวางแห่งทุ่งดอนเมือง,พรรคเพื่อไทย,เก่ง การุณ
เปิดอ่าน 1,275 ครั้ง

ผู้กว้างขวางจากทุ่งดอนเมือง รักธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้ใบหญ้า คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย…  ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ถ้าพูดถึง “การุณ โหสกุล” ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย คนส่วนใหญ่จะคิดถึงภาพผู้กว้างขวางแห่งทุ่งดอนเมือง ใช้ชีวิตเป็นหนุ่มเพลย์บอยอยู่ท่ามกลางแสงสี มีลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลัง

แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ชีวิตประจำวันของ “เก่ง การุณ” ว่าเขาเป็นคนรักธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้ใบหญ้า

เพราะนอกจากงานส.ส.ที่ต้องอยู่ในสภาแล้ว “เก่ง การุณ” ยังเป็นเจ้าของร้านกาแฟ “Foresta Cafe” ย่านดอนเมืองแถวถนนสรงประภา จุดเช็กอินที่คนดอนเมืองไม่ไปไม่ได้

ร้านนี้ใครไปก็ต้องหลงรักเพราะร้านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ กาแฟดี อาหารอร่อย ราคาสมเหตุสมผล ที่สำคัญบรรยากาศร่มรื่นเป็นจุดฟอกปอดได้เป็นอย่างดี

เจ้าตัวบอกว่าการเริ่มต้นของร้านดังร้านนี้เกิดจากความอยากเติมเต็มความต้องการของตัวเอง

“ก่อนหน้านี้ถ้าจะนัดคุยธุรกิจที่ไหนสักสองสามคนจะหาที่นั่งที่เป็นส่วนตัวลำบาก จึงสร้างร้านนี้ขึ้นมาเอาไว้เป็นที่นั่งคุยธุรกิจ

แถมยังเป็นสถานที่ที่พ่อแม่สามารถพาลูกหลานมาติวหนังสือกับเพื่อนๆ ได้ ไม่ต้องคอยไปตามคนโน้น คนนั้น คนนี้ ให้ต้องเป็นห่วง”

ที่สำคัญเวลาอยู่ร้าน “เก่ง การุณ” จะทำหน้าที่รับลูกค้าด้วยตัวเอง

ทำให้หลายคนได้เห็นบุคลิกภาพ ความเป็นกันเอง พูดจาไพเราะนิ่มนวล ทำให้ทัศนคติที่มอง ส.ส.ดอนเมืองคนนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

เพราะสิ่งที่เห็นเป็นเหมือนเหรียญคนละด้านกับที่คนทั่วไปคิด

เวลาว่างก็จะคอยหาต้นไม้มาลงที่ร้าน ตอนนี้ “เก่ง การุณ” เพิ่งลงมะพร้าวน้ำหอมและมะละกอแขกนวล ด้วยมือตัวเองรอบลานจอดรถ เพราะเจ้าตัวรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

ส่วนเรื่องอาหารการกิน สำหรับ “เก่ง การุณ” แล้ว ด้วยความเป็นคนสู้ชีวิตต้องกินได้ทุกอย่างไม่เลือกมาก

แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือส้มตำ เพราะเป็นลูกแม่ค้าขายส้มตำมา ถ้ามีส้มตำบนโต๊ะจึงเป็นอาหารจานแรกที่เจ้าตัวจะตักก่อน จึงไม่แปลกที่เลือกปลูกมะละกอแขกนวล เพราะเหมาะสำหรับการทำส้มตำที่สุด

เรื่องการเล่นกีฬา “เก่ง การุณ” ไม่ค่อยสันทัด

ถึงกับออกปากเป็นคนเล่นกีฬาไม่เก่ง แต่สำหรับการดูแลสุขภาพเจ้าตัวเลือกวิธีเดินสายพาน แต่เดินไม่เหมือนคนอื่นเขา จะให้ความเร็วระดับ 7-8 ที่คนอื่นเขาใช้วิ่ง และความชันมากที่สุดเท่าที่ทำได้อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เท่านี้สุขภาพก็แข็งแรงแล้ว

ถ้าใครอยากรู้คนชื่อ “เก่ง การุณ” จริงๆ เป็นคนอย่างไร …ต้องลองแวะเวียนไปเจอได้ที่ร้าน “ฟอเรสต้า”

ท่องไปเที่ยวไปไม่เคยหยุดเรียนรู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/413662?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ท่องไปเที่ยวไปไม่เคยหยุดเรียนรู้

30 มกราคม 2563 – 10:07 น.
คู่สร้างคู่สม,ดำรง พุฒตาล,พิธีกร,พี่เลาะห์,ท่องเที่ยว,ท่องไป เที่ยวไป ไม่เคยหยุดเรียนรู้
เปิดอ่าน 695 ครั้ง

ท่องไปเที่ยวไปไม่เคยหยุดเรียนรู้ คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย…  ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ไม่ใช่นักการเมืองแน่นอน ไม่มีพรรค มีแต่พวก

นั่งในสภามา 10 ปี เป็นวุฒิสภาแต่งตั้ง 4 ปี เป็นวุฒิสภาจากการเลือกตั้งของคนกรุงเทพฯ อีก 6 ปี

 เป็นผู้ผลิต พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ มาตั้งแต่ปี 2510

เป็นประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิเมาไม่ขับ

เป็นเจ้าของนิตยสาร​ “คู่สร้างคู่สม” อันโด่งดัง

วันนี้​ “พี่เลาะห์” ดำรง พุฒตาล ในวัย 75 ขวบได้วางมือจากอาชีพการงานทุกอย่าง หันมา​ ท่องไป​ เที่ยวไป กินไป

แต่ถ้าองค์กรไหนจะเชิญไปพูดไปคุยในเรื่องที่รู้ เรื่องที่ถนัด เรื่องที่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ขัด

“เป็นคนอยุธยาโดยกำเนิด ทั้งพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดเป็นคนอยุธยา เป็นมุสลิมเชื้อสายเปอร์เซีย เข้ามาตั้งรกรากในไทยตั้งแต่สมัยพระเอกาทศรถ เมื่อ 400 ปีก่อน”

มีที่นาแถววังน้อย อยุธยา เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นทวดอยู่ 300 ไร่ ครอบครัวเป็นคนไทยมุสลิมที่บ้านล้อมรอบด้วยวัด จึงมีความเข้าใจคนพุทธเป็นอย่างดี

“ผมเป็นคนชอบน้ำ เห็นน้ำแล้วชอบ มีบ้านที่อยุธยา กรุงเทพฯ เมืองกาญจน์ หัวหิน ติดน้ำหมด” พี่เลาะห์บอกถึงสิ่งที่ชื่นชอบและผูกพัน

“ผมเกิดมาก็เห็นแม่น้ำแล้ว พ่อมีเรือโยง ญาติๆ ก็อยู่กับเรือ สมัยเด็กๆ รอเวลาว่าเมื่อไรน้ำเหนือจะมา มาทีก็ 2-3 เดือน ได้เล่นน้ำกันสนุกสนาน ต้องแข่งกันว่ายน้ำข้ามเจ้าพระยา ตอนว่ายก็กลัวจระเข้ที่มาจากบึงบอระเพ็ด เวลาว่ายต้องว่ายตามน้ำ เวลากลับก็เกาะเรือโยงกลับ​” พี่เลาะห์ เล่าถึงอดีตในวัยเด็กที่ผ่านมากว่า 60 ปี

“สมัยเด็กๆ เรียนโรงเรียนกินนอนที่​ฝึกหัดครูอยุธยา” พี่เลาะห์ ย้อนสมัยนุ่งขาสั้น ทำงานเก็บกวาดอยู่ห้องสมุด เลยได้อ่านหนังสือเยอะ ชอบอ่านหนังสือจนถึงทุกวันนี้

“หนังสือที่อาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช เขียน ผมอ่านจบหมดตั้งแต่อายุ 17” พี่เลาะห์บอกด้วยความปลื้ม

“หนังสือท่องเที่ยวและสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ชอบมาก อ่านแล้วอยากเห็นโลกกว้าง อยากไปท่องเที่ยว เมื่อมีโอกาสก็ตั้งบริษัทออสการ์ทัวร์ขึ้นมา”

“ประเทศที่ชอบไป..อาหรับเอมิเรสต์ เปิดตลาดทัวร์คนแรกเลยชอบมาก ตามมาก็มัลดีฟส์ เพราะชอบดำน้ำ แล้วก็​ แอฟริกา-เคนยา ดูธรรมชาติ ดูเสือดาว ดูฮิปโปใต้น้ำ ได้ไปมาแล้วกว่า 140 ประเทศ” พี่เลาะห์เล่าไปคุยไปอย่างมีความสุข

“ทำหนังสือ​ “คู่สร้างคู่สม” ทำมา 38 ปี 1,005 เล่ม แล้วก็หยุด เพราะมันเข้าสู่ยุคเว็บไซต์” พี่เลาะห์พูดถึงนิตยสารอันโด่งดังที่สร้างมากับมือ

ถ้าพูดถึงอาหารการกินชื่อ “ดำรง พุฒตาล” เป็นที่รู้กันว่าเป็นนักชิม นักหาของกินอร่อยๆ และชวนชิมร้านโน้นร้านนี้ ใครตามรอยไปกินไม่มีผิดหวัง

แต่ถ้าเป็นของกินของโปรดแล้ว โปรดมาตั้งแต่เด็กจนถึงวันนี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง ​”ผมชอบข้าวเหนียว สมัยเด็กคุณย่าไปตลาดจะซื้อข้าวเหนียวหน้าสังขยา ข้าวเหนียวหน้ากระฉีก ข้าวเหนียวกลอย ข้าวเหนียวไก่มาให้​ ทุกวันนี้ก็ยังข้าวเหนียวครับ ไม่เคยขาด” พี่เลาะห์ยิ้มเมื่อพูดถึงของสุดโปรด

…ท่องไป เที่ยวไป ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ความสุขที่หาได้ด้วยตัวเอง…หาได้จริงๆ

คล้องหลวงปู่ทวด 3 องค์ขึ้นคอ ผ่านวิกฤติชีวิตแคล้วคลาดตลอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/413447?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

คล้องหลวงปู่ทวด 3 องค์ขึ้นคอ ผ่านวิกฤติชีวิตแคล้วคลาดตลอด

29 มกราคม 2563 – 10:00 น.
รัฐมนตรีช่วยคมนาคมเวลานี้,พรรคประชาธิปัตย์,หลวงปู่ทวด,ถาวร เสนเนียม
เปิดอ่าน 2,087 ครั้ง

คล้องหลวงปู่ทวด 3 องค์ขึ้นคอ ผ่านวิกฤติชีวิตแคล้วคลาดตลอด คอลัมน์… ของโปรดคนดัง  โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

คนสงขลาจากอำเภอระโนด เป็นส.ส.มาแล้ว 7 สมัย จากประชาธิปัตย์ “ถาวร เสนเนียม” รัฐมนตรีช่วยคมนาคมเวลานี้

ถูกยกให้เป็นมือกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มานาน เพราะผ่านอาชีพเป็นอัยการที่จังหวัดกระบี่และพัทลุงมาก่อน

ถือเป็นนักการเมืองนักบู๊ นักสู้ ไม่ยอมถอยอะไรง่ายๆ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยก็ผ่านมาแล้ว นกหวีดไล่ “ทักษิณ” ก็เป่าเสียงดัง

เป็นฝ่ายค้านในพรรคประชาธิปัตย์ที่หนุ่น “ลุงตู่” สุดตัวให้เป็นนายกฯ แต่ไม่มีใครกล้าเขี่ยให้พ้นเวที

เพื่อนที่ร่วมหัวจมท้าย ไม่ว่าใครถ้าเป็นเพื่อนไม่มีทิ้งกัน จุดยืนมั่นคง แน่นอน

ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านศึกมาหลายฤดู แต่ยังแข็งแกร่ง จนแฟนคลับหลายๆ คนอยากรู้ว่ามีอะไรดีติดตัว จนมีผู้รู้มากระซิบบอกว่า…

ชอบเก็บพระ โดยเฉพาะหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ในคอใส่สร้อยเส้นเดียวแต่คล้องหลวงปู่ทวด 3 องค์ คือ เนื้อว่านปี 2497 เหรียญปู่ทวดรุ่นแรก 2500 รุ่นหัวแตงโมและเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ปี 2508 ห้อยแต่ปู่ทวด

ความเชื่อของคนเก็บพระส่วนใหญ่เชื่อว่าหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมีพุทธคุณ แคล้วคลาด จากร้ายพลิกเป็นดี ปลอดภัย คุ้มครองผู้สวมใส่ ไม่มีตายโหง

“รัฐมนตรีถาวร” เล่าถึงประสบการณ์และความเชื่อ “ส่วนตัว” ที่เจอมากับตัวเอง อย่างน้อย 3 ครั้งในชีวิต ที่ห้อยพระชุดนี้แล้วแคล้วคลาดปลอดภัย

“…..ครั้งแรกเลยเมื่อ 10 ปีก่อน สมัยเป็น รมช.มหาดไทย รับผิดชอบดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ไปตรวจราชการในพื้นที่ ได้นั่ง ฮ. จากอำเภอระโนด สงขลา ไปยะลา ระหว่างทางเครื่องยนต์ของ ฮ. เครื่องหนึ่งดับ เครื่องเสียการทรงตัว แต่นักบินสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ครั้งที่ 2 เกิดเหตุขณะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยเหมือนกัน ต้องนั่ง ฮ. จากชายแดนใต้ เมื่อนำเครื่องขึ้นได้ไม่นานนักบินแจ้งว่าน้ำมันไม่เต็ม เพราะลืมเติม และอาการบินเครื่องแกว่งๆ นักบินต้องเอาเครื่องลงที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร มาทราบภายหลังว่าใบพัดเครื่อง ฮ. มีอาการหลวมจากการใช้งานมานาน

ครั้งที่ 3 จำแม่นที่สุดคือ ขณะเป็นแกนนำนำการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ขณะนำการชุมนุม นั่งหลังเวทีใต้ต้นสน ถูกคนร้ายขว้างระเบิดมือใส่ด้านหลังเวที ระเบิดไปโดนกิ่งสนทำให้ลูกระเบิดไปตกในบังเกอร์ที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันแนวหลังเวที มีผู้บาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิด 2 คน โดยที่ตนเองที่นั่งอยู่ใต้ต้นสนต้นไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย….”

รัฐมนตรีจากอำเภอระโนดเล่าถึงวันที่ผ่านความเป็นความตายมา ยิ่งทำให้ศรัทธาเพิ่มมากขึ้น

ถือว่า….เมื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์แขวนอยู่กับคอ ติดอยู่กับตัว

ใครจะมาเล่นไม้ไหน

 คนชื่อ “ถาวร”…ไม่มีกลัวแน่นอน

ดร.ป๊อก ชีวิตที่เรียบง่าย แต่เอาจริงเอาจังทุกเรื่อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/413194?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ดร.ป๊อก ชีวิตที่เรียบง่าย แต่เอาจริงเอาจังทุกเรื่อง

28 มกราคม 2563 – 08:28 น.
ปิยบุตร แสงกนกกุล,ดรป๊อก,ของโปรดคนดัง,สะสมแหวนแต่งงาน,นาฬิกา,หนังสือภาษาไทยและต่างประเทศ
เปิดอ่าน 5,366 ครั้ง

ชีวิตที่เรียบง่าย แต่เอาจริงเอาจังทุกเรื่อง คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ มีชีวิตเรียบง่ายแต่จริงจังในทุกเรื่อง “ดร.ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ตัดสินใจยุติบทบาทนักวิชาการกว่า 16 ปี กับตำแหน่งสุดท้าย “รองศาสตราจารย์” อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อ่านข่าว…  ปิยบุตร ย้ำ อนค. ไม่เคยคิดล้มล้างสถาบัน

ได้จังหวะเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่อยมาตั้งแต่ “กลุ่มนิติราษฎร์” ปี 2553 ก่อนกระโดดร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเดินเคียงข้าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ฝ่ามรสุมการเมืองหลากหลายระดับความรุนแรง
ทำให้ชื่อ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ขึ้นทำเนียบนักการเมืองรุ่นใหม่ ฝีปากกล้า ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและกิจกรรมเคลื่อนไหวนอกสภา
จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตของ “ดร.ป๊อก” มีความเรียบง่าย กินอะไรก็ได้  แต่งตัวสบายๆ ใส่แค่นาฬิกาเรือนไม่กี่บาท แต่จริงจังกับการเซตผมมาก

เป็นแฟน “หงส์แดง” แล้วก็มองเส้นทางการเมืองเหมือนฟุตบอลที่ต้องอดทนรอชัยชนะอย่างลิเวอร์พูล ทีมในดวงใจ กว่าจะพาทีมมาถึงตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ 30 ปี ถึงผงาดขึ้นแทนอันดับหนึ่ง

รวมทั้งยังเป็นแฟนตัวยงของทีมตราไก่ “ฝรั่งเศส” ในฐานะที่มีความผูกพันดินแดนน้ำหอมในช่วงที่ไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอก ทั้งยังมีภริยาเป็นชาวฝรั่งเศสอีกด้วย

ยิ่งไปส่องบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้เทนราษฎร พร้อมคู่ชีวิตที่ยื่นต่อป.ป.ช. รวม 2 คน มีทรัพย์สิน 9.9 ล้านบาท ไร้พระเครื่อง กระเป๋าหรู เครื่องประดับเพชร พลอย ทองรูปพรรณ

ฉายตัวตนความเป็นคนอยู่ง่าย สบายๆ ยิ่งชัดเจนขึ้น และของโปรดของสะสมได้อย่างน่าสนใจ “แหวนแต่งงาน” 2 วง ตกวงละ 800 บาท “นาฬิกา” 5 เรือน ราคา 2,500 – 8,000 บาท แต่ทุ่มกับ “หนังสือภาษาไทยและต่างประเทศ” สะสมกว่า 2,500 เล่ม มูลค่ากว่าล้านบาท

ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมลงทุนกับหนังสือมากขนาดนี้ เพราะได้รับการหล่อหลอมมาจากครอบครัว เติบโตในครอบครัวคนจีน ฐานะไม่ค่อยดี ทำให้กิจกรรมยามว่างจะใช้เวลาอยู่กับหนังสือ และอ่านหนังสือทุกเล่ม จนช่วยบรรณารักษ์จัดหนังสือในห้องสมุด และพ่อแม่ทุ่มสุดตัวเรื่องการเรียน เชื่อว่าการศึกษาคือวิธีการขยับชนชั้น

“วิสกี้ ไวน์ เหล้า” เป็นของโปรดของสะสมอีกอย่าง และยังมีความรู้เรื่องไวน์เป็นอย่างดีด้วย
เรียกว่าความสุขฉบับ ดร.ป๊อก
  ….อ่านหนังสือ จิบวิสกี้เบาๆ เชียร์บอลดังกระหึ่ม

รู้จักยัง ‘สมหมาย ผิวสอาด’ ว่าที่แม่ทัพใหญ่ มทร.ธัญบุรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/412628?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

รู้จักยัง ‘สมหมาย ผิวสอาด’ ว่าที่แม่ทัพใหญ่ มทร.ธัญบุรี

27 มกราคม 2563 – 21:55 น.
คนในข่าว,สมหมาย ผิวสอาด,ว่าที่แม่ทัพใหญ่ มทรธัญบุรี,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 502 ครั้ง

 “นศ.ทุกคน คือ ลูกของเรา” :  ‘สมหมาย ผิวสอาด’ ว่าที่แม่ทัพใหญ่ มทร.ธัญบุรี

ก้าวแรกในบ้านหลังนี้…นักศึกษาทุกคน คือ ‘ลูกของเรา’

            “ก้าวแรกที่เข้ามาในรั้ว มทร.ธัญบุรี นักศึกษาทุกคนคือ ลูกของเรา และจะเป็นลูกของเราต่อไป…ตลอดชีวิต” เสียงยืนยันที่หนักแน่นของว่าที่แม่ทัพใหญ่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ธัญบุรี

อ่านข่าว: ฝ่าวิกฤติอุดมศึกษาไทยต้องพัฒนา”ยกระบบ”

ด้วยความก้าวหน้า ผลงานเป็นที่ยอมรับ ประจักษ์แจ้ง และทะยานสู่การเป็นผู้บริหารใหญ่ของมหาวิทยาลัย ในตำแหน่ง “รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ธัญบุรี” ซึ่งหลังจากนี้ทางมหาวิทยาลัยจะทำหนังสือไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อทำเรื่องขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด

ด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิที่เพียบพร้อม ในวัย 59 กะรัต สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และมีประสบการณ์การทำงานวิจัยด้วยทุนวิจัยหลังปริญญาเอก (Joint Research Program:JSPS) ประเทศญี่ปุ่น และทุนวิจัยหลังปริญญาเอก Alexander von Humboldt ประเทศเยอรมนี รวมถึงประสบการณ์การทำงานกับ มทร.ธัญบุรี มาอย่างยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงเข้าใจในจุดอ่อนและจุดแข็งของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการงานของมหาวิทยาลัย

เรื่องเด่นที่เห็นได้ชัดจาก รักษาการ ท่านนี้ นั่นคือ การขยับและผลักดันอย่างเต็มสปีดในด้านวิชาการและด้านการวิจัย โดยเจ้าตัวยืนยันว่า “ตอนนี้ทุ่มเทและเป็นต้นเสียงหลักเพื่อขับเคลื่อน มทร.ธัญบุรี สู่เป้าหมายการเป็น มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม ‘Innovative University’

โดยมุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนทางวิชาการ วิชาชีพ เพื่อให้คิดอย่างสร้างสรรค์ และเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นสร้างงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และนวัตกรรมสู่การนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรม สังคม ชุมชน หรือสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์

ขณะเดียวกันยังต้องให้บริการวิชาการแก่ชุมชนพื้นที่เป้าหมายหรือภาคประกอบการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งยังทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วยนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และย้ำว่า

      “ก้าวต่อไปจากนี้ของ มทร.ธัญบุรี จะปฏิรูปตนเองพร้อมกับการปฏิรูปประเทศ” ซึ่งปลายทางก็เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตามเป้าหมายสำคัญ

ส่วนการผลิตบัณฑิตนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย มองว่า เป็นความท้าทายสำหรับผู้สอน กล่าวคือ การจะทำให้เด็กเก่งและมากด้วยความสามารถ จบออกไปแล้วมีงานทำที่ดีและต้องมีความก้าวหน้าต่อไปในระดับที่สูงขึ้นนั้น นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอาจารย์ผู้สอนในปัจจุบัน

“ผมเชื่อมั่นว่าด้วยนโยบายและยุทธศาสตร์ของ มทร.ธัญบุรี อีกทั้งเครือข่ายความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า จะร่วมมือ ร่วมใจกันทำงาน และนำพา มทร.ธัญบุรี ไปได้ไกลกว่านี้เป็นแน่ ดังสโลแกนสำคัญที่ผมเคยบอกไว้ว่า“We Society… We RMUTT” ผศ.ดร.สมหมาย ให้คำมั่นทิ้งท้าย

Society… We RMUTT”

นักร้องเรียนตรวจสอบ….ชอบชีวิตสุขนิยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published February 9, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/412969?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

นักร้องเรียนตรวจสอบ….ชอบชีวิตสุขนิยม

27 มกราคม 2563 – 10:55 น.
เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ,ของโปรดคนดัง,ร้องเรียนตรวจสอบ
เปิดอ่าน 678 ครั้ง

นักร้องเรียนตรวจสอบ….ชอบชีวิตสุขนิยม คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

นักร้องชื่อดัง…ไม่ใช่ร้องเพลงนะครับ แต่เป็นนักร้องเรียนให้ตรวจสอบ

ในแวดวงการเมืองยกให้ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” อดีตส.ว.สรรหา อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบไป เป็นนักร้องเรียนตรวจสอบมืออาชีพ

ผลงานสร้างชื่อคือการร้อง “สมัคร สุนทรเวช” ทำรายการ “ชิมไปบ่นไป” จนพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ชีวิตส่วนใหญ่จะคร่ำเคร่งอยู่กับการอัพเดตข้อมูล รองรับการตรวจสอบเรื่องต่างๆที่ชอบเป็นการส่วนตัว รวมทั้งข้อกฎหมายใหม่ๆ แนวคำตัดสินคดีความที่ผ่านมาแล้ว รวมถึงข้อมูลข้าวสารบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเพื่อให้ทันต่อข้อมูลยุค 4จี

เว็บไซต์ที่เข้าเป็นประจำก็จะเป็นเว็บสำนักข่าวทุกสำนักที่มีในประเทศไทยและเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย รวมทั้งเว็บไซต์ของศาลฎีกา ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
มีอะไรน่าสนใจก็จะดาวน์โหลดเข้าคลังข้อมูลส่วนตัวเอาไว้สืบค้นเวลาจะไปยื่นคำร้องอะไรที่ไหนได้มีหลักฐานอ้างอิง

แต่สำหรับเวลานอกเหนือจากงานแล้ว “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ชอบใช้ชีวิตสุขนิยม อยู่บ้านกินง่ายอยู่ง่าย แค่ข้าวต้ม ถั่วลิสงทอด หมูทอด ก็อยู่ได้สบายแม่บ้านไม่ต้องเป็นห่วง

แต่ถ้าไปข้างนอกต้องจัดเต็ม ไปเที่ยวแล้วต้องสนุกเต็มที่ไม่เช่นนั้น…จะไปทำไม

กินข้าว กินดื่มกับพวกพ้องนอกบ้านจะมีข้อจำกัดแต่เฉพาะอาหารที่มีผลต่อโรคเกาต์ เช่น สัตว์ปีก สัตว์มีกระดอง เหล้า เบียร์ ที่เหลือจัดเต็ม

เวลาสังสรรค์เฮฮาหลักๆ ก็จะดื่มไวน์ และอาหารทะเลจำพวกปลา ที่น่าอิจฉาคือความเป็นคนรักสนุก ไปไหนต้องมีคนมาคอยร้องเพลงรินไวน์ให้

นักร้อง “เรืองไกร” ออกตัวว่า

“ผมเป็นคนร้องเพลงไม่ค่อยเก่งไปไหนมาไหนเลยชอบให้มีน้องๆ มาร้องเพลงให้ฟัง”

“มาทำให้บรรยากาศการดื่มกินคึกคัก แต่รับประกันไม่มีอะไรเกินเลย น้องๆ ที่มาส่วนใหญ่ก็ถือว่ามาสนุกด้วยกัน มาคอยร้องเพลงจังหวะสนุกๆ ที่เข้ากับยุคสมัย”

“ท่านเรืองไกร” ยังคุยให้ชายหนุ่มทั้งหลายแอบอิจฉาด้วยว่า…

“การดื่มกินมีคนคอยร้องเพลงให้ฟังแบบนี้แม่บ้านผมไม่เคยว่าเพราะไม่ได้ทำอะไรเสียหาย สนุกเสร็จเที่ยงคืนกลับบ้านตรงเวลาไม่มีเถลไถลนอกลู่นอกทาง
“เรื่องกินเที่ยวผมไม่ปกปิด ไปร้านอาหารเปิดเผยใครเจอหน้าจำได้เข้ามาทักทายถ่ายรูปด้วยได้เลย เมื่อคนที่บ้านไม่ติดใจใครจะคิดยังไงผมก็ไม่ว่า” ท่านเรืองไกร ยืดอกคุยอย่างภูมิใจไม่หวั่นถูกร้องเรียน

เรื่องสุขภาพร่างกายก็ทำตัวฟิตตลอด เวลาหมอนัดไม่เคยพลาด ออกกำลังกายทุกวัน วันละชั่วโมง วิดพื้นวันละ 60 ครั้ง
วันดีคืนดีก็จะออกกำลังด้วยการทำความสะอาดบ้าน ถูพื้นเพื่อวัดความฟิต…ยืนยันแข็งขันว่าไม่ได้ถูกใครสั่ง
ชีวิตที่ได้ทำงาน….ตรวจสอบอิสระตามที่ชอบ ได้พักผ่อนแบบที่ต้องการ…มีครอบครัวที่เข้าใจ
…ถือเป็นชีวิตที่ลงตัวสุดๆ

ชอบดีดกีตาร์ เตะฟุตบอลยิงประตู ได้ดูงานกระทรวงที่ถูกใจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 26, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/412441?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ชอบดีดกีตาร์ เตะฟุตบอลยิงประตู ได้ดูงานกระทรวงที่ถูกใจ

24 มกราคม 2563 – 12:30 น.
สาธิต ปิตุเตชะ,ฟุตบอล,ของโปรดคนดัง,ประชาธิปัตย์
เปิดอ่าน 256 ครั้ง

ชอบดีดกีตาร์ เตะฟุตบอลยิงประตู ได้ดูงานกระทรวงที่ถูกใจ คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ชีวิตนี้อยู่ในแวดวงการเมืองมาตลอด “บิ๊กตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ส.ส. 4 สมัยจากระยอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคกลาง

เป็นคนปักธงประชาธิปัตย์ใน จ.ระยอง คนแรก ยึดพื้นที่ได้มาตลอด และยังไม่เคยคิดย้ายพรรค โดดหนีไปอยู่พรรคไหน

อ่านข่าว…  บอลของแท้ “ระยองฮิ” ต้อง “ปิตุเตชะ”

ในวัย 52 ปี ที่ยังหนุ่มแน่นฟิตเปรี๊ยะ เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2510 ในตระกูลนักการเมือง เป็นลูกชายของ “สาคร ปิตุเตชะ” อดีตกำนันตำบลบางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นน้องของ “ปิยะ ปิตุเตชะ” นายกอบจ.ระยอง เป็นลูกเขยของ “สมเกียรติ นพเกตุ” อดีตนายกอบจ.ระยอง

โดดเข้าสู่แวดวงการเมืองเพราะได้แรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ที่ “มหาจำลอง” พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นำพลังมวลชนขับไล่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ต่อท่ออำนาจมาจากการปฏิวัติ หลังจบกฎหมายจากรามคำแหงมาหมาดๆ เป็นทนายความเด็กฝึกหัดอยู่

“ผมเข้าร่วมชุมนุม เหมือนผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วไป ไปกับเพื่อนหลายๆ คน มีบางคนวันนี้เป็นดารา เป็นนักแสดง อย่างศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง” รัฐมนตรีตี๋ เล่าถึงวันร่วมต่อสู้

ที่ยังจำติดตา…ถูกทำร้ายร่างกายจากทหาร ถูกตบหน้าด้วยด้ามปืน แต่ไม่ได้ติดใจเพราะมันผ่านไปนานแล้ว

ถ้าพูดถึงเรื่องเรียนหนังสือ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงหมอก็ไม่ธรรมดา แม้ว่าตอนจบมัธยมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ติดเลย แต่จบนิติศาสตร์จากรามคำแหง จบปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบูรพา และจบปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตเป็นดอกเตอร์สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมจากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

          ของโปรดที่ชื่นชอบมากที่สุดของรัฐมนตรีตี๋ ถ้าจะให้ฟันธงต้องเป็นเรื่องการออกกำลังกาย กีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล

เพราะที่เห็นตั้งแต่มาเป็น ส.ส.สมัยแรกๆ ก็จับกลุ่มเพื่อน ส.ส.ที่รู้จักมักคุ้นกันมาเตะฟุตบอลกระชับมิตรกับกลุ่มต่างๆ

สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นจุดนัดพบ ฟาดแข้งกันเดือนละครั้ง ถ้าช่วงไหนว่างงานการเมืองก็นัดมาล้างตากันมากหน่อย

ทีมฟุตบอลที่ “บิ๊กตี๋” สังกัดก็ไม่ธรรมดา ในทีมมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.หนุ่มๆของพรรค แล้วยังมีลูกทีมที่เป็นเจ้าหน้าที่พรรค และผู้ติดตาม ส.ส.ที่ชื่นชอบเตะฟุตบอลมาร่วมทีม

เป็น “สปอร์ตแมน” จริงๆ

เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ตำแหน่งที่ถูกโฉลกคือกองหน้า ใส่เสื้อเบอร์ 11…ชอบยิงประตู

สโมสรฟุตบอลที่ชื่นชอบคือ…อาร์เซนอล

สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่าง ชอบมาตั้งแต่เด็ก…ชอบดีดกีตาร์ เล่นดนตรี

  สมัยนักเรียนก็ร่วมกับเพื่อนตั้งวงดนตรี วงดนตรีที่ชอบที่สุดคือวง…สกอร์เปี้ยน

วันนี้เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ประกาศจะผลักดันเรื่องการออกกำลังกาย จะรณรงค์ให้ประชาชนเน้นการดูแลสุขภาพตนเอง

ผลักดันเรื่องที่ตัวเองถนัด ที่ตัวเองทำมาตลอด

ผลสำเร็จ…มองเห็นรออยู่ข้างหน้า

ชีวิตง่ายๆ กินง่ายนอนง่ายพิธีรีตองไม่ต้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 26, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/412214?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ชีวิตง่ายๆ กินง่ายนอนง่ายพิธีรีตองไม่ต้อง

23 มกราคม 2563 – 14:25 น.
ของโปรดคนดัง,วันมูหะมัดนอร์ มะทา,ชีวิตง่ายๆ
เปิดอ่าน 663 ครั้ง

ชีวิตง่ายๆ กินง่ายนอนง่ายพิธีรีตองไม่ต้อง คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง   โดย…  ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ชีวิตกินง่าย นอนง่าย สบายๆ

“วันมูหะมัดนอร์ มะทา” นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากปลายด้ามขวาน

เรียกแบบนี้ไม่น่าจะเกินจริง เพราะ “อาจารย์วันนอร์” เป็นหัวหน้ากลุ่มวาดะห์ ที่ยึดฐานที่มั่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคความหวังใหม่ กับ “พี่จิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

แม้ย้ายพรรคมาร่วมงานกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่พรรคไทยรักไทย ก็ยังยึดครองพื้นที่ได้อยู่

การเลือกตั้งล่าสุด ตั้งพรรคประชาชาติ ก็กวาดที่นั่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถึง 6 ที่นั่ง จาก 11 เขตเลือกตั้ง

อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งใหญ่โตทางการเมืองมานักต่อนักแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

การจะเรียก “อาจารย์วันนอร์” เป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่จึงไม่เกินเลยความเป็นจริง

แต่การใช้ชีวิตของ “อาจารย์วันนอร์” เรียบง่ายไม่หวือหวา ต่างกับ “บ้านศรียะลา” บ้านที่อยู่หลังใหญ่โตใจกลางเมืองยะลา เสียจริงๆ

ไม่ว่าไปดำรงตำแหน่งใหญ่ที่ไหน สิ่งที่กำชับข้าราชการตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปทำงานทุกที่คือ ไม่ต้องมีพิธีจัดเลี้ยง ไม่มีงานปีใหม่ ไม่มีงานวันเกิด เพราะไม่ต้องการให้ข้าราชการต้องเตรียมอะไรให้วุ่นวาย

ส่วนอาหารการกิน “อาจารย์วันนอร์” เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ไม่ซีเรียสในเรื่องนี้

มีอะไรก็กินอย่างนั้น เป็นอาหารจานเดียวไม่ต้องพิธีรีตองมากมาย เพราะถ้าซีเรียสต้องตามหาของกินของถูกใจ ก็จะเป็นทุกข์กันไปเสียเปล่าๆ

ทุกวันนี้ที่ชายอายุ 75 ปี ยังเดินเหินคล่องแคล่ว เพราะออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยการเดิน และวิ่งจ๊อกกิ้งในบริเวณบ้านของตัวเอง จะมีออกรอบตีกอล์ฟบ้างบางครั้ง

         แต่ที่ดีจนน่าอิจฉาคือเรื่องของการนอน ที่เจ้าตัวเล่าว่า “เป็นคนหลับง่าย เข้านอนหัวถึงหมอนก็หลับได้ทันที”

ยึดถือหลักอย่าไปเครียดอะไรให้มาก จบวันนี้ก็นอนหลับ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาก็ทำงานต่อ

แต่ที่น่าอิจฉายิ่งกว่านั้นคือเป็นคนที่ไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาปลุกเลย มีนาฬิกาชีวิตที่แม่นยำ รู้ว่ามีงานตอนไหนก็ตื่นตอนนั้นได้

จึงไม่แปลกที่เห็นการทำงานของ “อาจารย์วันนอร์” จะสบายๆ แทบไม่มีหน้าตาตึงเครียดออกมาให้เห็นเลย

แถมงานที่ออกมาก็ได้เนื้อได้หนัง

อย่างการอภิปราย “นายกฯ ตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเด็นเรื่องจริยธรรม ที่ออกมาจาก “อาจารย์วันนอร์” ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ฝ่ายค้านนำมาต่อยอดได้

แม้กระทั่งศึกงบประมาณ ก็ไม่น้อยหน้า ไม่ว่ารุ่นไหน…

%d bloggers like this: