กิน-เที่ยว

All posts tagged กิน-เที่ยว

ตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603138

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

ตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

ปิดเทอมเติมประสบการณ์ ชวนตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศไทยที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

1.สยาม เซอร์เพนทาเรียม (SIAM SERPENTARIUM)

เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ผ่านมุมมองชีวิตงู ที่ศูนย์การเรียนรู้ชีวิตงูครบวงจรแบบสาระบันเทิงในโลกเสมือนจริงที่นำเสนอผ่านสื่อมัลติมีเดียแห่งแรกในเอเชีย พบความตื่นเต้นไม่ซ้ำใครกับ 3 โซนกิจกรรม ได้แก่

  1. พิพิธภัณฑ์ประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Snake Museum) มหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ ด้วยประสบการณ์ที่แปลกใหม่ มารวมอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ท่านจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของงู โดยการจำลองชีวิตของงูตั้งแต่การเกิด, การล่าเหยื่อ, การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนถึงการสืบพันธุ์ พร้อมทั้งสนุกสนานและเพลิดเพลินด้วยการนำเสนอผ่านสื่อผสมแบบโต้ตอบ ภายในป่าจำลองเสมือนจริง
  2. สเนค แพลนเน็ต (Snake Planet) พื้นที่จัดแสดงงูระดับโลกที่มีการรวบรวมงูกว่า 70 สายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นงูสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรืองูสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ตลอดจนงูสายพันธุ์แปลกๆ จากทั่วทุกมุมโลก เช่น งูอนาคอนด้าขนาดยักษ์, งูเห่าทอง, และ งูหลามบอลหลากสี ซึ่งจะทำให้ท่านได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน
  3. นาคา เธียเตอร์ (Naka Theatre) สยาม เซอเพนทาเรียม ภูมิใจเสนอ สุดยอดการแสดงที่จะทำให้ท่านตื่นตาตื่นใจไปกับความสวยงามตระการตาภายในโรงละครนาคาเธียเตอร์ด้วยระบบแสงสีเสียง และฉากการแสดงที่สุดแสนจะประทับใจไปกับเรื่องราวโบราณเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างครุฑและพญานาค เราพร้อมแล้วที่สยาม เซอเพนทาเรียม

วันและเวลาทำการ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 02-326 5800 คนไทยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี!!!

2.มิวเซียมสยาม (Museum Siam: Discovery Museum)

MRT สนามไชย กรุงเทพมหานครพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ภายใต้สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้นการสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ เป็นต้นแบบของแหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย เกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จักตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง “แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่” ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการถาวรชุด “ถอดรหัสไทย” (DECODING THAINESS) นิทรรศการที่จะพาทุกคนไปเรียนรู้พัฒนาการ “ความเป็นไทย” เป็นสิ่งที่แสดงแสดงให้เห็นถึง “อัตลักษณ์หรือตัวตน” ซึ่งหากพิจารณาแล้ว “ไทย” ดูเหมือนจะมีความชัด แต่กลับคลุมเครือไม่ชัดเจน เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่หลอมรวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย นิทรรศการหมุนเวียน และกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

วันและเวลาทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดให้บริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 02-225 2777 เยาวชนไทยและเยาวชนต่างชาติ อายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุสงฆ์ นักบวช ผู้พิการและทุพพลภาพ มัคคุเทศก์ (แสดงบัตรประจำตัวที่ออกโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) เข้าชมฟรี!!!

3.พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่!  (Ripley’s Believe It or Not!)

ถนนเลียบชายหาด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! พัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก แหล่งสันทนาการทางความรู้ที่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา รวบรวมของแปลกลี้ลับพิสดารและของหายากมากกว่า 300 ชิ้น และเครื่องเล่น  พร้อมผจญภัยในโกดังผีสิงที่มีเรื่องเล่าขานกันมายาวนานว่า “ผู้ใดก็ตามที่ได้ย่างก้าวเข้าไปภายในโกดังจะไม่ได้กลับออกมา หรือถ้ารอดออกมาได้ก็จะกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน”

สวนสนุก สุดสยอง! พบกับวิญญาณของตัวตลกล่องลอยไปมา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องในความมืด ทางเดียวที่จะรอดคือต้องอาศัยความแม่นยำในการยิงและเสียงกรีดร้องเท่าที่จะดังได้ ต่อกันที่โรงภาพยนตร์ทะลุมิติ มหัศจรรย์เขาวงกต เกมส์ตะลุยเลเซอร์

ปิดท้ายกับ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หลุยส์ ทุสโซด์ส แว้กซ์เวิร์ค ที่สามารถถ่ายภาพคู่กับหุ่นขี้ผึ้งจำลองของเหล่าดารา นางแบบ นักร้อง นักกีฬา และบุคคลดังระดับโลก ทั้งไทยและสากลอย่างใกล้ชิด ภายใน 9 โซน ซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างกันไป รวมแล้วมากกว่า 60 ตัว

วันและเวลาทำการ เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 23.00 น. โทรศัพท์ : 038-710 294-8

4.รับเบอร์แลนด์ (RUBBERLAND)

อ.บางละมุง จ.ชลบุรีอุทยานการเรียนรู้เกี่ยวกับ “ยางพารา” ของไทย นำเสนอผ่านสื่อผสมเชิงสร้างสรรค์แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย ไขข้อสงสัย…ถ้าโลกนี้ไม่มียางจะเป็นไงนะ? ยางเป็นที่รู้จักและใช้ประโยชน์ที่ใหนเป็นที่แรก? ยางเอามาทำอะไรได้บ้าง?

รู้จักพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อีกทั้งสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของคนไทยได้เป็นอย่างดี เพลิดเพลินไปกับสวนสนุกยาง พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ไว้อย่างครบครัน ภายในแบ่งโซนนิทรรศการออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนป่ายาง จำลองสวนยางแนวแฟนตาซี พร้อมด้วยสื่อการนำเสนอแบบสามมิติเสมือนจริง โซนแปรรูปยาง ตื่นตะลึงไปกับการเดินทางของยางพารา จากน้ำยางดิบจากต้นยางพารา ผ่านเข้าสู่กระบวนการแปรรูปต่างๆ หลากหลายกรรมวิธี โดยชาว Rubber Gang ในรูปแบบ Animation สุดน่ารัก เป็นไกด์อาสาพาทุกท่านเที่ยวชมโรงงานผลิตยางพาราในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน และจะมีการนำไปทดลองคุณภาพและคุณสมบัติก่อนนำออกมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค พร้อมร่วมผจญภัยในโลกแห่งจิตนาการ ภายใต้แนวคิด “ถ้าโลกนี้มีแต่ยาง” จะเป็นอย่างไร

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 11.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 038-413-490–5 ผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป และเด็กสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี!

5.สเปซ อินสไปเรียม (Space Inspirium)

อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พิพิธภัณฑ์อวกาศแห่งแรกของประเทศไทย แหล่งเรียนรู้ทางด้านอวกาศที่จะทำให้ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังจินตนาการ พร้อมกับร่วมหาคำตอบของจักรวาลแห่งนี้ผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัย โดยที่คุณเองก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบของ INTERACTIVE ได้หลายส่วนภายในแบ่งออกเป็น 13 โซน อาทิ โซน UNIVERSE : กำเนิดเอกภพ นำเสนอเกี่ยวกับการกำเนิดเอกภพ ที่จะให้คำตอบว่าทำไมโลกจึงมีสิ่งมีชีวิต มีปัจจัยอะไรที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ แล้วทำไมเราจึงไม่ลอยจากโลก ผ่านการนำเสนอแบบวีดีทัศน์บนจอฉายภาพยนตร์โฮโลแกรม โซน HISTORICAL TECHNOLOGY OF SPACE : เทคโนโลยีสำรวจโลกและอวกาศ นำเสนอเกี่ยวกับวิวัฒนาการของการไปอวกาศ นำเสนอตั้งแต่ยุคนักคิด ยุคบุกเบิกอวกาศ และยุคเทคโนโลยีอวกาศ สนุกกับภารกิจการส่งยานอวกาศและดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ใน SPACE MISSION GAME

โซน SPACE 3D THEATER : โรงภาพยนตร์ 3 มิติ เล่าถึงการผจญภัยในอวกาศ ผ่านเรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่งที่มีความผูกพันกัน สร้างความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องราวของอวกาศ เห็นการปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่น สร้างแรงบันดาลใจให้คนสนใจเรื่องอวกาศ เสริมสร้างจิตนาการนึกคิดและเรียนรู้อวกาศมากขึ้น โซน SATELLITE : ดาวเทียม นำเสนอเกี่ยวกับดาวเทียม ประเภทและวงโคจรดาวเทียม วิธีการสร้างดาวเทียม ภารกิจพิชิตดาวอังคาร ตื่นตาตื่นใจกับโลกใบใหญ่ที่มีดาวเทียมโคจรอยู่ โซน APPLICATION FOR TOMORROW นำเสนอเกี่ยวกับ เป็นการนำเสนอภาพสถานที่ในรูปแบบ 360 องศา พร้อมคำบรรยาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

วันและเวลาทำการ วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. โทรศัพท์ : 033 – 005 832-3 เด็กที่สูงไม่เกิน 120 ซม. พระภิกษุ สามเณร คนพิการ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี!

6.พิพิธภัณฑ์ของเล่นของสะสมตูนนี่

อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีพิพิธภัณฑ์ของเล่นของสะสมตูนนี่ เกิดจากแนวคิดของคุณสมพร โพธิ์อยู่ และคุณภานินทร์ ดีเดช ที่ได้สังสรรค์ของเล่นของสะสมจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 100,000 ชิ้น มารวมไว้เพื่อนำเสนอจินตนาการและแรงบัลดาลใจเกี่ยวกับของสะสม มีทั้งหมด 3 โซน อาทิ โซน Nano Block ตัวต่อขนาดจิ๋ว Gundam หุ่นยนต์ รบอวกาศสุดเท่ห์ Barbie ราชินีแห่งตุ๊กตาเจ้าหญิงในจินตนาการของเด็กหญิงทั่วโลก Figre America Hero ฯลฯ

วันและเวลาทำการ วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. โทรศัพท์ : 02-961 8597-8, 086-337 0136 เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าชมฟรี!!!

7.พิพิธภัณฑ์โชคชัย รังสิต

อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีพิพิธภัณฑ์โชคชัย ก่อตั้งโดย ดร.โชคชัย บูลกุล ผู้ชื่นชอบการสะสมสิ่งของต่างๆ เพื่อระลึกถึงความทรงจำที่ผ่านมาในชีวิต และเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความลำบากในช่วงการก่อตั้งฟาร์มโชคชัยที่ปากช่อง จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน โดยภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงประวัติชีวิตของ ดร.โชคชัย บูลกุล และครอบครัว ตลอดจนจัดแสดงของสะสมล้ำค่าและหายากไว้มากมาย ในระยะเวลากว่า 60 ปี

พบกับความอลังการหนึ่งในมรดกโลก ป่าดงดิบ “ดงพญาไฟ” ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และตื่นตากับเรือหยกแกะสลักที่ลำใหญ่ที่สุด พร้อมชมการถ่ายทอดประวัติชีวิตส่วนตัว ตั้งแต่ยุคบุกเบิกฟาร์ม การจำลองกระต๊อบหลังแรก คอกวัวคอกแรก บ้านล็อกเคบิน

วันและเวลาทำการ เปิดวันอังคาร–วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00-16.00 น. โทรศัพท์ : 0-2532-2846 ต่อ 1902, 0-2998-9346,0-2998-9867 เด็กส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าชมฟรี!!!

8.พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ อาร์ท อิน พาราไดซ์ Art in Paradise (Chiang Mai)

อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์ภาพวาดลวงตา (Illusion Art Museum) แห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอศิลปะภาพวาดลวงตา หรือ Illusion Art ศิลปะการวาดภาพที่อาศัยเทคนิคและความเชี่ยวชาญในการวาดภาพลงบนพื้นผิวเรียบให้กลายเป็น “ภาพ 3 มิติ” และให้ความรู้สึกที่เหมือนจริง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมกับงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด โดยผู้ชมสามารถถ่ายภาพโดยสร้างสรรค์จินตนาการ ออกแบบท่าทาง และแสดงอารมณ์ให้สอดคล้องกับภาพวาดแต่ละภาพตามความชอบ เสมือนว่าผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาด

ก่อตั้งโดยชาวเกาหลี จาง กิว ซ็อก และสร้างสรรค์ภาพวาดโดยจิตรกรระดับมืออาชีพจากประเทศเกาหลีทั้งหมด 14 ท่าน กว่า 130 ภาพ ออกเป็น 6 โซน อาทิโซนโลกใต้ท้องทะเล โซนสัตว์ป่า โซนคลาสสิกอาร์ต โซนตะวันออก โซนอียิปต์โบราณ สัมผัสบรรยากาศแห่งทะเลทรายและสุสานฟาโรห์ รวมทั้งโซนศิลปะเหนือจริง และสัตว์โลกล้านปี ที่รวบรวมภาพวาดหลากหลายแบบที่ผู้ชมสามารถจินตนาการถ่ายภาพในแบบของแต่ละคนได้อย่างอิสระ เพื่อความสนุกสนาน และเสมือนจริง

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 09.00 – 20.30 น. โทรศัพท์ : 053-274 100

9.อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

อ.เมืองเชียงใหม่ จ. เชียงใหม่

ชื่นชมความสวยงามของสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถานที่ใช้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 และมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ภายใน “หอคำหลวง” จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัฉริยภาพ และการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีการจัดแสดงเรื่องราวการทรงงานของพระบรมวงศานุวงศ์ที่เกื้อหนุนการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โซนสืบสานปณิธานกษัตริย์นักพัฒนา และนิทรรศการภาพถ่าย จัดแสดงภาพถ่ายความสำเร็จของบุคคล ชุมชน กลุ่มองค์กร ที่น้อมนำแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 ไปพัฒนา แสดงให้เห็นถึงปณิธานในการดำเนินงานตามแนวทางโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตแบบยั่งยืน

เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฏีใหม่ แสดงวิถีชีวิตเกษตรทฤษฏีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ชมเรือนไม้ดอก เรือนร่มไม้ แหล่งรวบรวมเฟิร์นโบราณ ชมความงดงามของกล้วยไม้นานาพันธุ์ สัมผัสกับโลกแมลง อาทิ ผีเสื้อ ตั๊กแตนใบไม้ ตั๊กแตนกิ่งไม้ ฯลฯ

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 053-114-110

10.พิพิธภัณฑ์เพอรานากัน

อ.ถลาง จ.ภูเก็ตพิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมสิ่งของ โบราณวัตถุ เครื่องใช้เก่าแก่ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน เช่น ตราชั่งจดหมายโบราณ เครื่องพิมพ์โทรเลขโบราณ หนังสือเรียบเรียงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จัดแสดงภาพถ่ายในสมัยโบราณ ตึกสถาปัตยกรรมแบบภูเก็ตดั้งเดิมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตและชาวปีนัง ที่เดินทางติดต่อกันเพื่อค้าขายแร่ดีบุก อาหาร และ สินค้าต่างๆ จนก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านอื่นๆ ตามมา พร้อมชมนิทรรศการจำลองประวัติศาสตร์ เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ เพอรานากัน ผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอที่ทันสมัย เข้าใจง่าย ได้ทั้งความรู้ และความสนุกสนาน อีกทั้งภัตตาคาร “ครัวย่าหยา” รวบรวมอาหาร และขนมท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อหลากหลายเมนู ให้ได้ลิ้มลอง

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 076-313 551, 092-224-4574 เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าชมฟรี!!!

 

ตามไปเที่ยวสนุกปลุกพลังการเรียนรู้ กับ 10 แหล่งเรียนรู้ที่ได้รับความนิยมจากผู้ถือบัตรมิวพาสสูงที่สุด 10 อันดับแรก (นับตั้งแต่เริ่มเปิดจำหน่ายบัตรมิวพาส ซีซั่น 7  เดือนกันยายน 2561 จนถึงปัจจุบัน) สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรมิวพาส รวมถึงพริวิเลจของบัตรมิวพาส ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 529 หรือที่เฟซบุ๊ก Muse Pass (www.facebook.com/musepass)

Advertisements

5 ค็อกเทลใหม่จาก ‘เย่า’ รูฟท็อปบาร์โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603019

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 17:30 น.

5 ค็อกเทลใหม่จาก 'เย่า' รูฟท็อปบาร์โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

เย่า รูฟท็อปบาร์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ฉลองรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” แนะนำค็อกเทลใหม่ 5 เมนู พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ 14-20 ต.ค.นี้

 

อิลฮาน เบเซอร์ ผู้จัดการร้าน เย่า รูฟท็อปบาร์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ คิดค้นค็อกเทลที่ สูตรใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจีน 5 เมนู  เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่เย่า รูฟท็อปบาร์ ได้รับรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” (“Top 52 Restaurants and Bars” by Marriott Bonvoy) ที่มาพร้อมโปรโมชั่นวีค ราคาพิเศษตั้งแต่วันที่ 14- 20 ตุลาคมนี้เท่านั้น

 

 

เปิดประสบการณ์ใหม่ใต้แสงดาวในค่ำคืนอันน่าประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล ณ เย่า รูฟท็อปบาร์ บาร์สไตล์จีนโมเดิร์น บรรยากาศเปิดโล่ง ชั้น 32 ของโรงแรม พร้อมวิวกรุงเทพ และวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากมุมสูง ดื่มด่ำกับค็อกเทลรสเลิศเซทใหม่ล่าสุด รังสรรค์พิเศษสำหรับเย่าโดยเฉพาะ โดย อิลฮาน เบเซอร์ ผู้จัดการ ของ เย่า รูฟท็อป บาร์ และลิ้มลองอาหารเบาๆในคอนเซปเก๋ “มิดไนท์ติ่มซำ”

 

เครื่องดื่มสูตรใหม่ทั้ง 5 เมนู ที่อิลฮาน เบเซอร์ บรรจงรังสรรค์ด้วยมือตนเอง นำกลิ่นอายแห่งอารยธรรมจีนผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศ เพื่อเฉลิมฉลองรางวัลพิเศษนั้นประกอบไปด้วย

 

ไดนาสตี้ เนโกรนี่ (Dynasty Negroni) ค็อกเทลสีแดงเข้มเสิร์ฟในชุดชาจีน ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเนโกรนิ และเหมาไถจากแผ่นดินจีนฮั่น ฟิซ (Han’s Fizz) บีฟีทเตอร์ ผสมกับ ทริปเปิ้ล เซค และเพิ่มความสดชื่นด้วยน้ำมะนาว แตงกวา ใบกะเพรา ผักชีและเปลือกส้มไลท์ อัพ ออน ไชน่า ทาวน์ (Lights Up On China Town) แอปโซลูท วนิลา วอดก้า ผมสเมลอน น้ำเชื่อมกลิ่นใบเตยและน้ำมะนาวคาโมมายล์ วิสกี้ ซาวร์ (Chamomile Whisky Sour) ค็อกเทลสีเหลืองอ่อนที่รังสรรค์จากวิสกี้ที่อินฟิ้วส์ด้วยดอกคาโมมายล์ และปรุงรสด้วยน้ำมะนาวและส้มโอฟอร์บิดเดน ไดคิวรี่ (Forbidden Daiquiri) ค็อกเทลดื่มง่ายสีชมพูที่ผสมผสานด้วย ไวท์ รัม น้ำมะนาว เอลเดอร์ ฟลาวเวอร์ ลิเคียว

 

อาหารเบาๆ บนบาร์เก๋แห่งนี้ ก็ได้รับอิทธิพลจากเซี่ยงไฮ้เช่นเดียวกัน แต่ประยุกต์ให้ทันสมัย ผ่านการนำเสนอที่มีสไตล์ ในคอนเซป “มิดไนท์ติ่มซำ” เกี๊ยวกุ้งซอสเสฉวน ปลาหมึกทอดซองหมาล่า เป็ดปักกิ่งโรล  และพลาดไม่ได้กับบะหมี่เส้นสด คลุกกับซอสหมูสับแบบเผ็ด ที่ “เชฟหวัง” เชฟบะหมี่ชาวจีนดึงมือสดทุกจาน

 

แบลร์ ฟาวเลอร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ กล่าวถึง การฉลองรางวัลในครั้งนี้ว่า “ในโอกาสที่โรงแรมได้รับรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” (“Top 52 Restaurants and Bars” by Marriott Bonvoy) เราจึงอยากจัดโปรโมชั่นเพื่อเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาพิสูจน์ด้วยตัวของท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลสูตรพิเศษที่ผสมความลงตัวระหว่างวัตถุดิบที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนและส่วนผสมชั้นเลิศ มิดไนท์ติ่มซำ ผนวกกับวิวกรุงเทพยามค่ำคืน แล้วท่านจะไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเย่า รูฟท็อปบาร์จึงเป็นแหล่งแฮงเอาท์สุดชิคอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ”

 

ร่วมดื่มด่ำกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษ จากฝีมือ อิลฮาน เบเซอร์ พร้อมลิ้มลองมิดไนท์ติ่มซำ ณ เย่า รูฟท็อป บาร์ บนดาดฟ้าชั้น 32 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ได้ ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 – 02.00 น. โปรโมชั่นพิเศษสำหรับวันที่ 14-20 ตุลาคมนี้เท่านั้น ท่านสามารถลิ้มลองค็อกเทลสูตรใหม่นี้ทั้ง 5 สูตรในราคาเพียงเซทละ 1,568++ บาทสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ +66 (0)2  088 5666 หรือติดตามรายละเอียดที่  www.facebook.com/yaobangkok

Eat At Gaysorn 26 ร้านดังร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเมนูใหม่สุดสเปเชียล ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602980

  • วันที่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 13:00 น.

Eat At Gaysorn 26 ร้านดังร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเมนูใหม่สุดสเปเชียล ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story

26 ร้านกินดื่มต้นตำรับชื่อดัง ร่วมครีเอทเมนูลับเหนือระดับ กับ “Eat At Gaysorn” ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story ร้อยเรียงเรื่องราวความอร่อยเปี่ยมแพสชั่นในเมนูใหม่สุดสเปเชียลที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียว

ครั้งนี้ Posttoday จะพาไปดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่สุดแสนพิเศษกันที่ไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ในฐานะฟู้ดคิวเรเตอร์ชั้นนำผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์การกินดื่มเปี่ยมรสนิยมใจกลางกรุง ที่รังสรรค์เมนูอาหารจานพิเศษพร้อมบอกเล่าเรื่องราวแห่งทุกรสชาติความอร่อยอันแฝงไปด้วยเรื่องราวแห่งการสร้างสรรค์เมนูชั้นเลิศ ใน “Eat At Gaysorn” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Dining With A Story เผยเสน่ห์อันน่าหลงใหลของทุกเรื่องราวการกินอาหารให้บรรดาเหล่าฟู้ดเลิฟเว่อร์ได้เพลิดเพลินกับอาหารจานอร่อย ควบคู่ไปกับหลากหลายสตอรี่ที่เรียงร้อยเป็นเมนูจานโปรด

พลาดไม่ได้กับการลิ้มรสซิกเนเจอร์เมนูปักหมุด รวมทั้งสารพันความอร่อยใหม่แกะกล่องจาก 26 ร้านดังที่ต่างครีเอทเมนูลับเพื่อเสิร์ฟให้ได้ฟินกันที่เกษรวิลเลจเท่านั้น ซึ่งครั้งนี้นอกจากจะสร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกด้วยพรีเซนเทชั่นอันยอดเยี่ยมแล้ว ภายใต้สีสันสวยงามและรสชาติอร่อยถูกปากในทุกจาน ก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าค้นหาซึ่งจะพาเหล่านักชิมดำดิ่งสู่ตำนานความอร่อยขนานแท้ที่พร้อมจะสร้างอรรถรสใหม่ให้กับทุกประสาทสัมผัสได้ไม่รู้จบ อิ่มอร่อยตลอดแคมเปญ “Eat At Gaysorn” Dining With A Story ได้ตั้งแต่วันนี้–10 พ.ย. 2562

เริ่มต้นกันที่ “THE MANDARIN ORIENTAL SHOP (เดอะ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ช็อป)” ดินแดนขนมหวานระดับตำนาน เสิร์ฟความอร่อยสดใหม่ทุกวันส่งตรงจากโรงแรมระดับ 5 ดาว โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมายาวนาน ไฮไลต์เด่นอยู่ที่เมนูเค้กและขนมอบที่ทำสดใหม่ทุกวัน ส่งกลิ่นหอมกรุ่น อีกทั้งความประณีตพิถีพิถันตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่ใช้ รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตและรูปร่างหน้าตาที่สวยงามน่ารับประทาน

จัดหนักกับพายหลากรสชิ้มจัมโบ้ (ราคาเริ่มต้นเพียง 130 บาท) หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของเบเกอรี่ช็อปแห่งนี้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งไส้เนื้อสัตว์ อาทิ ปลา ไก่ หมู เนื้อ ไส้ผลไม้ ไส้เห็ด และไส้ครีม สำหรับคนที่ชอบพายรสเข้มข้นแนะนำ พายแกงกะหรี่ไก่ (Chicken and Pumpkin Curry Pie) รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมกำลังดี มีส่วนผสมของเครื่องเทศ ตัวแป้งพายด้านนอกหอมกรอบลงตัวกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของไส้ด้านใน เอาใจสาวๆ ด้วย พายปลา เต็มคำกับเนื้อปลาเก๋ากะพง ปลาเก๋า มันฝรั่ง ใส่ผักชีลาวไร้กลิ่นคาวปลอมปน ตามด้วย พายเนื้อ อัดแน่นด้วยไส้สตูเนื้อรสเข้มข้นถึงใจ

ส่วนใครที่กำลังอยากลดการรับประทานเนื้อสัตว์และชื่นชอบเห็ดเป็นพิเศษ ห้ามพลาดกับเมนูพัฟเห็ดนานาชนิดและ พายเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Mushrooms and Black Truffle Turnover) พัฟเห็ดที่มีส่วนผสมของเห็ดทรัฟเฟิลดำผสมอยู่ในไส้ ซึ่งให้ทั้งความหอมและรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร กินคู่ชาร้อน (ราคาเริ่มต้นพอตละ 280 บาท) อิ่มคุ้มอร่อยเพลินเกินบรรยาย นอกจากนี้ยังมี พายหมูซี่โครง ที่เลือกใช้เนื้อส่วนซี่โครงที่นุ่มเป็นพิเศษ พายหอยลาย ผสานสแกลล็อป มันฝรั่ง รสชาติลงตัว ซึ่งนอกจากทานที่ร้านแล้วยังสามารถซื้อกลับบ้าน หรือสั่งผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ ได้ด้วย

THE MANDARIN ORIENTAL SHOP ตั้งอยู่ที่ชั้น G เกษรเซ็นเตอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น. โทร.02-656-2118

มื้อเที่ยงอร่อยกันต่อที่ “ร้าน PROVENCE (โพรวองซ์)” ต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างรายแรกสูตรดั้งเดิม ร้านอาหารไทยและอาหารนานาชาติในบรรยากาศที่จำลองสวนสวยมาไว้ใจกลางเมือง ให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่นและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน จุดเด่นของร้านอยู่ที่เมนูอาหารไทยรสชาติอร่อยแบบดั้งเดิม อาหารนานาชาติที่มีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงขนมหวานไทย

ส่วนช่วงนี้ขอตอกย้ำความเป็นต้นตำรับอาหารไทยแท้ด้วย 2 เมนูซิกเนเจอร์ อุ่นเครื่องด้วย ข้าวตังหน้าตั้ง (195 บาท) อาหารว่างแบบไทยโบราณที่ยังคงได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตัวข้าวตังทำจากข้าวสวยหอมมะลิส่งตรงจากจังหวัดนครปฐม ใช้เทคนิคหุงสุกติดก้นหม้อ ก่อนจะนำไปผึ่งผ่าน 2 แดดให้แห้ง จากนั้นจึงนำมาทอดให้เหลืองพองฟูกรุบกรอบกำลังดี กินคู่น้ำจิ้มหรือ “หน้าตั้ง” ที่จะมีรสชาติออกหวานนำ เค็มตาม กลมกล่อมครบรส

จากนั้นมาเพิ่มอรรถรสความจัดจ้านไปกับเมนู ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ (220 บาท) ข้าวผัดรสชาติไทยแท้ที่เข้มข้นถึงเครื่อง ด้วยสูตรเฉพาะของน้ำพริกลงเรือที่ทางร้านปรุงสดใหม่ขึ้นมาเอง เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลายที่รับประทานแล้วเข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียวชะอม หมูหวาน ไข่เค็ม ผักสดกรอบ และน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมไว้สำหรับซดคล่องคอ

แต่ที่เด็ดสะระตี่คงต้องยกให้เมนูเส้นอันเลื่องชื่อ ที่ทานได้ทุกมื้อไม่มีเบื่อกับตำนานความอร่อยอันยาวนานอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อริบอาย (275 บาท) น้ำก๋วยเตี๋ยวเข้มข้นไม่ต้องปรุงเพิ่ม ส่วนเนื้อริบอายตุ๋นมาอย่างดี นุ่มจนเกือบละลายในปาก ซิกเนเจอร์ที่มาถึงร้านแล้วห้ามพลาด นอกจากนี้ที่ร้านก็ยังมีเมนูพิเศษในแต่ละเดือนที่ไม่ซ้ำกัน เมนูตามฤดูกาล ทั้งจากฝีมือเชฟภายในร้านและของอร่อยเจ้าดังที่ทางร้านไปเสาะแสวงหามาให้ลูกค้าได้ชิม

ร้าน PROVENCE (โพรวองซ์) ตั้งอยู่ที่ชั้น L เกษรเซ็นเตอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–21.00 น. โทร.02-656-1438

ตกเย็นแวะ ร้าน SUSHI MORI (ซูชิ โมริ)” สวรรค์สำหรับคนรักซูชิ จุดรวมพลเจแปนนิสเลิฟเว่อร์ที่รวมตัวกันมาดื่มด่ำอาหารญี่ปุ่นสุดระดับพรีเมี่ยม คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมส่งตรงจากญี่ปุ่น รวมถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย เน้นรสชาติแบบดั้งเดิมในสไตล์อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ พิเศษอีกขั้นด้วยเมนูแบบฟิวชั่นที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่แต่ยังคงรสชาติความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง

อิ่มอร่อยแบบเน้นๆ กับเมนูซิกเนเจอร์ Super Toro Sushi Set (ราคา 2,800 ลด 50% เหลือเพียง 1,400 บาท) ซูชิจานยาวในครอบครัว Hongmaguru ไม่ว่าจะเป็นโทโร่สด โทโร่เบิร์น อะกามิ ทูน่าสับทรงเครื่องพิเศษ และเทกกะ ผสมผสานกับข้าวญี่ปุ่นนุ่มละมุน จนรู้สึกได้ถึงรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบในทุกๆ คำ

ต่อด้วยเมนูใหม่ต้องลอง Wagyu A5 katsu sando การันตีความเป็นหนึ่งในความฉ่ำและความหวานของเนื้อวากิวที่วิ่งแทรกเข้ามาปะทะลิ้น ในจังหวะที่กำลังสัมผัสความละมุนของเนื้อพรีเมี่ยมเกรดท็อปของโลก ประกบด้วยขนมปังที่ทำมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ เสิร์ฟพร้อมสลัดและซอสทงคัตซึที่ปรุงมาสำหรับเนื้อวากิว เพื่อความอร่อยล้ำในแบบฉบับที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้

ร้าน SUSHI MORI (ซูชิ โมริ) ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 เกษรทาวเวอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00–22.00 น. โทร.02-014-7441

 

ยังมีอีกหลายร้านที่เราอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในทุกแพสชั่น ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story จากร้านอาหารที่มีสตอรี่ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 2 ร้านอาหารที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกอย่าง 1823 TEA LOUNGE BY RONNEFELDT ทีเลาจน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากประเทศเยอรมนีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในทวีปยุโรปและมีประวัติยาวนานกว่า 195 ปี, RIEDEL WINE BAR & CELLAR อาร์ทิซาน ไวน์บาร์ ที่เสิร์ฟสุนทรียรสแห่งไวน์ชั้นเลิศด้วยแก้วแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง “RIEDEL”

ส่วน 7 ร้านอาหารที่มีเพียงร้านเดียวในประเทศไทย อาทิ BURGER & LOBSTER ที่ฟู้ดเลิฟเวอร์ไม่ต้องบินไปไกลถึงลอนดอนก็อร่อยฟินกับเบอร์เกอร์และล็อบสเตอร์เนื้อแน่นได้, PASTE ร้านอาหารไทยโดยเชฟชาวไทยที่สอยดาวมิชลินมาครอบครอง พร้อมการสอดแทรกสตอรี่ลงในเมนูอาหารทุกจานที่รังสรรค์ขึ้น, GINZA TENHARU ร้านเทมปุระโอมากาเสะหนึ่งเดียวในไทยที่ส่งตรงความอร่อยมาจากประเทศญี่ปุ่น

ส่วนร้านในคอนเซ็ปต์พิเศษแบบ Only at Gaysorn อย่าง DE TUMMOUR ร้านอาหารไทย-อีสานแบรนด์ดังที่ยกระดับความหรูหราให้เมนูอาหารจานเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม รวมถึงร้านอาหารอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นด้วยประวัติอันยาวนาน การคัดสรรวัตถุดิบ และเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาของบรรดาเชฟมือฉมังอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารเปิดใหม่ให้สายฟู้ดดี้ตบเท้าเข้ามาลิ้มลองเมนูความอร่อยใหม่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น CHA TRA MUE แบรนด์ชาไทยอันดับหนึ่งที่มีชื่อเสียงมายาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2488 ด้วยรสชาติที่เข้มข้นถึงใจและราคาที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน, MOM & SIS CAFE’ DE BONNE SANTE’ คาเฟ่แนวสุขภาพรูปแบบใหม่ โดดเด่นด้วยเมนูอาหารที่ดีทั้งต่อสุขภาพและผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างเป็นพิเศษ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มสมูทตี้แคลอรี่ต่ำที่มีส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารพิษ อีกทั้งร้านอาหารซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างร้าน BRITANNICA BRASSERIE ร้านอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยน ที่มีความเป็น Casual Fine Dining กับเมนูอาหารสุดพรีเมี่ยม ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งรับรองว่าถูกใจสายฟู้ดเลิฟเวอร์ผู้หลงใหลในเรื่องราวของอาหารจานเด่น ที่แน่นด้วยสตอรี่อย่างแน่นอน

พิสูจน์ความหลากหลายเรื่องอาหารการกินจาก 26 ร้านอาหารชั้นนำภายในเกษรวิลเลจ ตั้งแต่ดื่มด่ำไปกับรสชาติและรสสัมผัสแห่งต้นตำรับไทยแท้ในระดับมิชลินสตาร์ อาหารจากแบรนด์ระดับนานาชาติ ร้านอาหารเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นอันดับท็อปของประเทศ พรีเมี่ยมซีฟู้ดที่คัดสรรพิเศษส่งตรงจากแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศเท่านั้น ไปจนถึงอาร์ทิซานไวน์และเครื่องดื่มคุณภาพหลากสไตล์เจ้าของแบรนด์ระดับโลกที่สามารถดื่มด่ำได้ที่เกษรวิลเลจเพียงแห่งเดียว ในแคมเปญ “Eat At Gaysorn” Dining With A Story ได้ตั้งแต่วันนี้–10 พ.ย. 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/gaysornvillage และ http://www.gaysornvillage.com

5 พิกัดในจังหวัดชลบุรี ที่คนชอบชิม ช้อป แชะ ต้องแวะไป

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602746

  • วันที่ 06 ต.ค. 2562 เวลา 08:50 น.

5 พิกัดในจังหวัดชลบุรี ที่คนชอบชิม ช้อป แชะ ต้องแวะไป

ปักหมุด 5 จุดสุดฟิน ติดเครื่องไปชลบุรี แวะพักสถานที่เช็คอินที่ไม่ควรพลาด

วันหยุดสุดสัปดาห์อีกแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะไปพักผ่อนชิลๆ ที่ไหนดี ชลบุรีคือคำตอบ!!!! กับ 5 จุดเช็คอินสุดชิคที่มีครบทั้ง ชิม ช้อป แชะ แน่นอน

1. เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ

พิกัด: ถนนศรีราชา-หนองค้อ ต.สุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา ใกล้กับทางหลวงหมายเลข 7

Community Mall ที่จำลองหมู่บ้านของชาวญี่ปุ่นสมัยเมจิมาวางไว้ที่ศรีราชาแบบเหมือนต้นฉบับแทบแยกไม่ออก พร้อมทั้งรวบรวมร้านอาหารญี่ปุ่นกว่า 80 ร้านมาไว้ในที่เดียว และสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นแบบขั้นสุด ก็สามารถเช่าชุดยูกาตะมาใส่เดินเล่นแบบคูลๆ ได้เลย

2. ตลาดประมง ท่าเรือพลี

พิกัด: เลียบชายฝั่งทะเลชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี

สำหรับคนรักซีฟู้ดต้องห้ามพลาดไปแวะเช็คอินที่ ตลาดประมง ท่าเรือพลี ที่เหมือนยกทะเลขึ้นมาขายบนบก ไม่ว่าจะ กุ้ง หอย ปู ปลา มีครบแถมสดแบบฉ่ำๆ เรียกว่าจับขึ้นมาจากทะเลก็ขายเลย และถ้าไปเช็คอินยามเย็นยังมีวิวพระอาทิตย์ตกให้ชมระหว่างมื้ออาหารด้วย ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!! หากใครอยากไปสัมผัสอาหารทะเลสดๆ น้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ และวิวพระอาทิตย์ตกทะเลแบบนี้ต้องวางแผนกันดีๆ เพราะตลาดประมง ท่าเรือพลี เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น

3. Clay Crown

พิกัด: เลี่ยงหนองมน บางแสน จังหวัดชลบุรี

คาเฟ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ สไตล์บ้านสวนยุโรปวินเทจที่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ไม่ว่าจะถ่ายภาพมุมไหนก็สวยถูกใจแน่นอน และถ้าใครที่ถ่ายรูปกันจนหมดแรง ก็สามารถสั่งเมนูเพิ่มพลังได้ทั้งอาหาร เบเกอรี่ และตบท้ายด้วยเครื่องดื่มได้ ครบ จบ ในที่เดียวไปเลย

4. เมืองน้ำแข็งพัทยา FROST Magical Ice Of Siam Pattaya

พิกัด: ก่อนเข้าพัทยา ตรงข้ามโรงเรียนนานาชาติ the regent school

สถานที่หลบร้อนที่คูลลลลลลลลลล ที่สุดในพัทยาด้วยอุณหภูมิ -10 องศา กับประติมากรรมน้ำแข็งรูปแบบต่างๆ ที่รอให้ถ่ายภาพกันได้แบบไม่อั้น พร้อมความพิเศษอย่างโดมน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่มีบาร์น้ำแข็ง พร้อมเครื่องดื่มเย็นฉ่ำเพิ่มความคูลให้สุดขั้วเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือ

5. เทอมินอล21 พัทยา

พิกัด: วงเวียนปลาโลมา

และสำหรับสายช้อปที่ไม่ชอบเดิน outdoor ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยาก็รอต้อนรับเหล่านักช้อป นักชิม นักแชะ อยู่ใจกลางเมืองพัทยา ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ยกแลนด์มาร์คจากประเทศต่างๆ มาตั้งไว้เพียบบบ!! ไปที่เดียวเหมือนได้เที่ยวรอบโลก

และในวันที่ 9-13 ตุลาคม 2562 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ยังมีการจัดงานที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก ประจำปี 2562 “ไปรษณีย์ติดเครื่องชล” โดยไปรษณีย์ไทย ที่มีทั้งนิทรรศการแบบล้ำๆ กิจกรรมลุ้นรางวัล พร้อมร้านค้าชิคๆ พร้อมส่วนลดเมื่อใช้บริการไปรษณีย์ไทยอีกมากมายที่หาได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น!!

บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรู ดูวิวแบบพาโนรามา ที่ Medinii Italian Restaurant

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602595

  • วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรู ดูวิวแบบพาโนรามา ที่ Medinii Italian Restaurant

ที่สุดพาสต้าและพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน อร่อยไม่กั๊ก ตักไม่อั้น กับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันในโรงแรมวิวสวย เดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ

เอาใจคนรักอาหารอิตาเลียนกันบ้าง กับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรูหรา พร้อมวิวพาโนรามา 360 องศา ย่านอโศกใจกลางกรุง ที่ห้องอาหารอิตาเลียน Medinii บนชั้น 35 ของ เดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ โรงแรมบูติคที่ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของมิชลิน ไกด์ ปี 2018-2019 ซึ่งเป็นห้องอาหารได้แรงบันดาลใจจากทะเลทราย เลือกใช้โทนสีที่ดูอุ่นๆ อย่างสีน้ำตาลและสีส้มเป็นหลัก ส่วนที่โดดเด่นและห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง คือการอัพภาพสวยๆ ที่เห็นวิวกรุงเทพผ่านกระจกบานใหญ่ที่ดูอย่างไรก็สวย

สำหรับ Medinii เป็นคำในภาษาสันสฤต แปลว่า Earth (โลก) คือที่อยู่แห่งชีวิตและสรรพสิ่งต่างๆ ที่หล่อรวมไว้ด้วยกัน โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกไม่สามารถดำรงอยู่ได้ถ้าไม่มีอาหาร และเมื่อเอ่ยถึงอาหาร เราจะพบกับอาหาร Free Flow Lunch และเมนูที่รังสรรค์โดยเชฟเอก เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟประจำโรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารกับโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพ ด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปี ทั้งร้านอาหารแนวยุโรปและเอเชีย ทั้งเครือโรงแรมนานาชาติและเครือโรงแรมชั้นนำของไทย ผู้ที่เลือกขีดเส้นทางของชีวิตนี้ด้วยตนเองและประสบความสำเร็จได้เพราะ “พรสวรรค์ บวกกับ พรแสวง”

เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย อาทิ ซุป ซึ่งแต่ละวันก็จะไม่ซ้ำกัน เช่น ซุปผักโขม (Spinach Cream Soup) ซุปมะเขือเทศ (Tomatoes Cream Soup) ซุปเห็ด (Mushroom Cream Soup) ขนมปัง ตักกันต่อที่สเตชั่นสลัด ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ในไลน์บุฟเฟ่ต์ เพลิดเพลินไปกับการ Cooking Salad ในสไตล์ของตัวเอง

ถัดมาเป็นสเตชั่นของพามาร์แฮมและชีสต่างๆ พบกับวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศอิตาลี ในวันที่ทางห้องอาหารไม่ได้จัดบุฟเฟ่ต์แบบเต็มรูป Free Flow Lunch จะมีอาหารจานหลักที่ลูกค้าสามารถเลือกได้จากเมนู และหากวันไหนห้องอาหารจะต้องรองรับแขกประชุมเป็นจำนวนมาก นอกจากไลน์บุฟเฟ่ต์ของซุปและสลัด ยังมีเมนูร้อนๆ อย่าง ราวิโอลีผักโขม, มันฝรั่งทอด , ปลากระพงสมุนไพรราดครีมซอสมะเขือเทศ, สันในหมูตุ๋น, ไก่อบมัสตาร์ดครีมซอส, ปลากะพงขาวอบกับผักโขมราดครีมซอส และเมนูอื่นอีกมากมาย

ส่วนที่มาแล้วต้องมุ่งตรงไปยกให้พาสต้าและพิซซ่า ที่จัดหนักมาเต็มเสิร์ฟไม่อั้น พิเศษขึ้นอีกด้วยการปรุงแบบ A La Minute อบกันถาดต่อถาด ผัดกันจานต่อจานตามสั่ง จะเลือกแบบฮาล์ฟๆ สองหน้าในถาดเดียวก็ได้ ส่วนท็อปปิ้งของของพิซซ่าก็มีให้เลือกหลายอย่าง อาทิ Margherita, Hawaii, Siciliana, Paradiso, Vegetarian, Green Curry Chicken และ BBQ Chicken เริ่มต้นเบสิกด้วย Margherita มอซซาเรลร่าชีสกับซอสมะเขือเทศแบบออริจินอล อัพเลเวลความอร่อยต่อเนื่องด้วย พิซซ่าหน้าผัดกะเพราไก่ เขียวหวานไก่ ที่ได้อารมณ์ฟิวชั่นไทยในพิซซ่าแป้งบางกรอบ รับรองฟินอย่าบอกใคร

ถึงคิวพาสต้าที่มีเส้นให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งเส้นสปาเก็ตตี้, เพนเน่, เฟตตูชินี, แบล็คอิงค์ และแองเจิลส์แฮร์ ที่ใช้แป้งนำเข้าจากต้นตำรับอย่างอิตาลี คนที่แพ้กลูเตนก็ไม่ต้องห่วง ทางห้องอาหารมีเส้นแบบปลอดกลูเตนเตรียมไว้ด้วย ส่วนซอสมีให้เลือกกันมากกว่า 10 แบบ แนะนำ Aglio E Olio Seafood สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้ง ใช้น้ำมันมะกอก ผัดมาหอมๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ ที่ชอบคือความพิถีพิถันและใส่ใจในอาหาร อย่างกระเทียม ที่เลือกใช้หัวใหญ่มาตุ๋นในน้ำนม ลดกลิ่น เพิ่มความนุ่ม ละมุนสุดๆ ใครชอบความเข้มข้นรสจัดจานต้องจานนี้ สปาเก็ตตี้ผัดปลาเค็ม ตัวซอสซึมเข้าไปในเส้น ยิ่งตักชิ้นปลาเค็มแนมไปด้วยยิ่งแซบ และยังมี Carbonara สปาเก็ตตี้ในซอสคาโบนาร่าที่ใช้ไข่และเบค่อนเป็นวัตถุดิบหลัก

จบมื้อกลางวันสุดพิเศษนี้ด้วยของหวาน อาทิ ทีรามิสุ พานาคอตต้า ฟรุ๊ตเยลลี่ ฟองดูว์ผลไม้ มาร์ชเมลโล่ เค้ก บราวนี่้ และผลไม้ตามฤดูกาล นอกจากนี้ ยังมีชา กาแฟ ช็อกโกแลต โกโก้ ไว้คอยบริการอีกด้วย

สัมผัสรสชาติอาหารและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับประทานอาหารกับเชฟเอกได้ที่ห้องเมดินี่ ชั้น 35 โรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.30 น. มื้อค่ำเวลา 17.30-22.45 น. สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติม ที่โทร. 02-686-7000 ต่อ 4106

รวม 10 ร้านน่าช้อป @เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602593

  • วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 08:30 น.

รวม 10 ร้านน่าช้อป @เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

10 ร้านน่าช้อป “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” เช็คอินที่เดียวครบจบทุกความต้องการ

ต้นเดือนแบบนี้ เรามีสถานที่ดีๆ มาแนะนำให้ตามไปเช็คอินช้อปฟินๆ สำหรับคนมีเวลาน้อยรับรองว่าเที่ยวที่เดียวตอบโจทย์ครบ ทั้งช้อป ชิม ชิล ที่ “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” ศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางย่านราชประสงค์ แหล่งรวมสารพันของดี ของเด็ดจากตลาดชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ พร้อมคัดสรรร้านเด่นสาขาแรก และร้านดีที่มีที่นี่ที่เดียว เรียกว่ารวมที่สุดแห่งโลกไลฟ์สไตล์ไว้ให้นักช้อปได้ดื่มด่ำประสบการณ์พิเศษตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

1. เซนส์ (Sense)

ร้านมัลติแบรนด์อันดับ 1 ของกรุงเทพฯ ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นจากร้านเด็ดร้านดังในโลกออนไลน์ มาให้สาว ๆ สายแฟ ได้ช้อปนำเทรนด์ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ มากกว่า 100 แบรนด์ 10,000 แฟชั่นไอเท็ม และมีไอเท็มใหม่ๆ เข้าทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ เตรียมพบกับ Sense Cafe สาขาแรก! ในชื่อ Chongcha By Tea Inn พร้อมเสิร์ฟชาไทยระดับพรีเมียม พร้อมท็อปปิ้งหลากหลายให้เลือกสรรสำหรับสายเฮลตี้ ช้อปและชิมชาได้แล้วที่ชั้น M โซน 1

2. ร้านดีเซมเบอร์ส (December’s)

ร้านเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ภายใต้คอนเซ็ปต์เสื้อผ้าดูแพงแต่ราคาไม่แรงอย่างที่คิด เหมาะสำหรับสาวที่ชื่นชอบแฟชั่นในลุคเกาหลี มีทั้งชุดใส่ทำงาน ใส่เที่ยวหลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น แม็กซี่เดรสระบาย เดรสปาดไหล่ รวมถึงเสื้อเชิ้ตสไตล์เกาหลีที่แม้จะดูเรียบแต่มีดีเทล ตามไปช้อปกันได้ที่ชั้น M โซน 1

3. ทิพ ภัสสร (TIP–PUSSON)

ร้านสูทงานดีที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรมองข้าม “TIP–PUSSON” คือทางเลือกใหม่ที่ขอเป็นตัวช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวไปเพื่อคว้าความสําเร็จในชีวิต เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังหาสูทคัตติ้งเนี้ยบ ๆ ไปใช้ในนัดสำคัญ หรืองานแต่งงาน ซึ่งมีให้เลือกหลากดีไซน์ สีสัน และเนื้อผ้า นอกจากนี้ ยังมีบริการรับตัดสูทสำหรับทีมงานและองค์กร ด้วยบริการที่เอาใจใส่อย่างดีเยี่ยม ไปสัมผัสสูทที่ชอบในสไตส์ที่ใช่ ได้ที่ร้าน “TIP–PUSSON” ชั้น M โซน 1

4. เจ นายา (J.NAYA)

“J.NAYA” ร้านรองเท้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง แถมมีช้อยส์ให้เลือกเพียบ ด้วยแบบที่หลากหลายและตัวเลือกเรื่องสีมากกว่า 10 สีในแต่ละแบบ ตอบโจทย์คุณสุภาพบุรุษ แถมยังมีรุ่นหนังแกะแท้เกรดพรีเมียม นุ่มใส่สบายได้ทั้งวัน

5. พิลาส (Pilas)

อินเทรนด์ไม่เคยเอาท์ เห็นจะเป็นผ้าไทยที่คนนิยมใส่ออกงานกันมากขึ้น พลาดไม่ได้กับผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือลวดลายละเอียดทรงคุณค่า โดยเฉพาะผ้าทอมือขึ้นชื่อจากจังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์ นอกจากนี้ ยังมีชุดผ้าไทยสำเร็จรูป กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ สำหรับคนที่เน้นความสะดวก โดยพิลาสมีหน้าร้านแค่ที่ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์เท่านั้น! สัมผัสผ้าผืนงามฝีมือชั้นครู ได้ที่พิกัด ชั้น M โซน 1

6. จัสท์ อิน เคส (Just In Case )

คอมพลีทลุคให้สมบูรณ์แบบด้วยกระเป๋าดีไซน์มินิมอล แบรนด์สัญชาติไทย ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ 1 ใบ ใช้ได้หลายโอกาส ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน จุของ ช่องเยอะ มีทั้งแบบคลัช แบบถือ สะพายไหล่ สะพายข้าง ใช้ได้ทุกวัน พิกัดที่ ชั้น M โซน 1

7. โอ คล็อค (O’Clock)

ร้านเสื้อผ้าแนวสตรีทแฟชั่นชื่อดังจากตลาดนัดสวนจตุจักร กับคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าแบบโอเวอร์ไซส์และยูนิเซ็กซ์ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย เน้นสีสันและสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร สำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดคือเสื้อคอเต่าแฟชั่นทรงโอเวอร์ไซส์ ด้วยเนื้อผ้าคอตต้อน ใส่สบาย พร้อมตอบโจทย์อากาศร้อนได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากดูดีมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัว ต้องรีบมาที่ร้าน O’Clock ชั้น M โซน 1

8. เครซี่ ฮอร์ส (CRAZY HORSE)

ร้านของคนรักเครื่องหนัง ก่อตั้งโดยคุณม้า เจ้าของร้านผู้หลงใหลในสไตล์วินเทจและงานหนัง โดยปลุกปั้นแบรนด์สายเลือดไทย CRAZY HORSE มาแล้วเกือบ 20 ปี และประสบความสำเร็จในเวียดนาม ก่อนจะกลับมาเปิดตลาดที่เมืองไทยจนเป็นที่ถูกใจของชาวเอเชียและชาวยุโรป ด้วยดีไซน์ยูนีคและความประณีต โชว์ฝีมือการตัดเย็บ ทุกฝีเข็มจึงเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ นอกจากนี้ ยังสรรหาขนสัตว์และหนังแท้มาเนรมิตเป็นไอเท็มต่าง ๆ ทั้งกระเป๋า รองเท้า แอคเซสซอรี่หนัง ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน ในราคาเริ่มต้น 500 บาท ไม่เพียงเท่านี้ ที่ร้านยังมีบริการหลังการขาย ซ่อมฟรีอีกด้วย พบกับสินค้าหนังแท้จาก Crazy Horse ได้ที่ชั้น 1 โซน 2

9. นวลลออ (Nuala-Or)

เอาใจคนรักผ้า ด้วยผ้ามัดย้อม ผ้าย้อมคราม ทั้งผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าไหม รวมถึงผ้าขาวม้าดีไซน์สวย เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบลวดลายอันเป็นธรรมชาติของผ้ามัดย้อม นอกจากนี้ ยังมีตั้งแต่ชุดใส่เที่ยวชิล ๆ เสื้อคลุมใส่ทำงาน ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ รวมถึงกระเป๋าลวดลายไทย ด้วยแรงบันดาลใจที่ต้องการเป็นตัวกลางในการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของไทยสู่คนรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดตั้งแต่ 10-30% ชั้น 2 โซน 2

10. ฮาร์โมนิค เอเชีย (Harmonique Asia)

สำหรับสุภาพบุรุษและสตรี ที่ชื่นชอบเครื่องประดับที่ทำขึ้นจากเงินแท้ พลอย หินสี ต้องไม่พลาดร้านนี้ อาทิ สร้อยข้อมืออำพันพระพิฆเนศ, แหวนเงินประดับ”หยกตัวหมูน้อย” นอกจากนี้ ยังรับดีไซน์กรอบพระตามแบบ แวะชมและจับจองเป็นเจ้าของได้ ที่ชั้น 2 โซน 2

มาเก็ทสิ่งดี ๆ ได้ทุกวันที่ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ สถานที่แฮงค์เอ้าท์แห่งใหม่ใจกลางย่านราชประสงค์ การเดินทางสะดวกทั้งทางรถยนต์ รถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีชิดลมเดินต่อมาทาง R-Walk มีทางเชื่อมเข้าศูนย์การค้าได้เลย นอกจากนี้ หากเดินทางด้วยเรือ ก็สามารถเดินจากท่าเรือประตูน้ำใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. อัพเดตกิจกรรมน่าสนใจได้ทาง Facebook/Instagram :TheMarketBangkok

“พิปป้า” (PIPPA) สัมผัสพัทยาแบบใหม่ ดื่มด่ำวิวสวยพระอาทิตย์ตกดิน

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602563

  • วันที่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 16:32 น.

“พิปป้า” (PIPPA) สัมผัสพัทยาแบบใหม่ ดื่มด่ำวิวสวยพระอาทิตย์ตกดิน

“พิปป้า” (PIPPA) รูฟท็อปบาร์น้องใหม่พัทยา อาหารดี เครื่องดื่มโดนใจ พักผ่อนสุดคุเมกับวิวสวย มุมถ่ายรูปเพียบ

ไปพัทยาทั้งทีพักที่นี่ทีเดียวจบครบทุกอย่างที่ต้องการ สำหรับโรงแรมมิตร์ บีช พัทยา (MYTT Beach Hotel) เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่โพสต์ทูเดย์ขอแนะนำ การันตีวิวสวย อาหารอร่อย บาร์เจ๋งเพลงดี ครบเครื่องเรื่องการพักผ่อนในวันหยุดวีคเอ็น แถมยังมีรูปสวยๆให้เลือกลงเพียบ

โดยชั้น 19 ของโรงแรมนี้ เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อป บาร์รูปแบบใหม่ “พิปป้า” (PIPPA) จัดตกแต่งได้อย่างเก๋ไก๋ มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ รวมถึงหากไปตอนเย็นๆได้วิวพระอาทิตย์ตกดินกระทบกับน้ำะเลก็สวยเก๋โรแมนติกไปอีกแบบ ซึ่งเมนูขายดีฝีมือคุณ Sami Mersel จาก Sunset Bar

ในส่วนห้องอาหารระหว่างเดินไปนั้นเราก็จะเห็นครัวเปิดที่มองเห็นเชฟกำลังขมักเขม้นในการปรุงอาหาร ให้เราได้ชิมกัน บรรยากาศตกแต่งสบายตา สวยงาม ผ่อนคลาย มีทั้ง Outdoor และ Indoor กับอาหารที่รังสรรค์โดยเชฟ Julian Lavigne ที่ผสมผสานสไตล์ยุโรปและเอเชีย รสชาติจึงเป็นเอกลักษณ์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีสดใหม่

เปิดทำการทุกวัน (วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึงเที่ยงคืน สำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 038 259 510 หรืออีเมล์ที่ info@pipparestaurant.com เพื่อยกระดับประสบการณ์การกินดื่มในพัทยา ที่พิปป้าเรามีความมุ่งมั่นที่ จะมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมให้แก่แขกของเรา”

สำหรับข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ สามารถติดตามได้ที่ http://www.pipparestaurant.comFacebook : http://www.facebook.com/pipparestaurant Instagram : http://www.instagram.com/pipparestaurant

จิบเครื่องดื่มมิกซ์นมถั่วเหลืองยูเอชที ทางเลือกดีๆ ของคนรักสุขภาพ

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602486

  • วันที่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

จิบเครื่องดื่มมิกซ์นมถั่วเหลืองยูเอชที ทางเลือกดีๆ ของคนรักสุขภาพ

เบนิฟิตต์ ชวนลิ้มรสน้ำนมถั่วเหลืองยูเอชที “เบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า” ยกระดับเพิ่มความอร่อยให้เครื่องดื่มแก้วโปรด @Pacamara Coffee Roasters

ปัจจุบันคนนิยมดื่มกาแฟผสมนมมากขึ้น แต่ด้วยกระแสรักสุขภาพ “นมถั่วเหลือง” จึงนับเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพ ทั้งยังเป็นทางเลือกต้นๆ ของคนที่ไม่ดื่มนมวัว เพราะถั่วเหลือง?มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ? อุดมด้วยโปรตีนดี? ไขมันดี และที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ น้ำนมถั่วเหลืองที่ผ่านกรรมวิธีอันพิถีพิถันจากการคิดค้นเพื่อเมนูเครื่องดื่มแก้วพิเศษสำหรับคนรักกาแฟ ยังมีบอดี้ที่มี?เท็กซเจอร์ที่ดี? เสริมรสชาติดี? นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมฟองนม ทำลาเต้อาร์ทสวยๆ ได้ไม่ต่างจากนมวัวที่เราคุ้นเคย

เบนิฟิตต์ (Benefitt) ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพสูงและใส่ใจในสุขภาพ จึงส่งน้ำนมถั่วเหลืองยูเอชที “เบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า (Benefitt Soy Barista)” ที่เหมาะสำหรับการชงชา กาแฟ และเครื่องดื่มทุกชนิดทั้งเมนูร้อนและเย็น เพื่อเครื่องดื่มแก้วพิเศษของทุกคน เป็นทางเลือกใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยเบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า ผลิตจากน้ำนมถั่วเหลืองที่มีคุณภาพ ไม่ผสมนมผง ไม่มีกลิ่นถั่วเหลือง รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีรสสัมผัสที่นุ่มละมุน แคลลอรีต่ำ ทั้งยังสาารถตีเป็นฟองนุ่มๆ หรือทำลาเต้อาร์ตได้อย่างสบายๆ

ในช่วงเปิดตัว เบนิฟิตต์ชวนทุกคนมาสัมผัสกับเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษจากเบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า ที่รังสรรค์โดยบาริสต้ามือหนึ่งของร้านกาแฟ Pacamara ร้านกาแฟชื่อดังที่มีออปชั่นมาให้ลูกค้าเลือกสรรค์ตามความชอบ พร้อมเฟ้นหาวัตถุดิบดีๆ กาแฟพันธุ์ดีจากทุกมุมโลก ได้ทั้ง 11 สาขา ตลอดเดือนตุลาคมนี้

สำหรับเมนูแนะนำ ได้แก่ ลาเต้ร้อน สัมผัสฟองนมถั่วเหลืองนุ่มๆ รสชาติกลมกล่อม ลงตัวกับกาแฟเป็นอย่างดี ต่อกันที่ ช็อกโกแลตร้อน ลิ้มรสความหอมหวานกำลังดีผ่านช็อกโกแลตร้อนชั้นดีที่ไม่ต้องรู้สึกผิด ปิดท้ายกับ ชาเขียวเย็น ฟินกับชาเขียวแท้รสชาติเข้มข้น ผสานความกลมกล่อมละมุนละไมของน้ำนมถั่วเหลือง ช่วยอัพความอร่อยให้เครื่องดื่มแก้วนี้รสชาตดียิ่งขึ้น

สีฟ้า เติมเต็มความอร่อยด้วยเมนูเจไม่จำเจ ตลอดเทศกาลถือศีลกินผัก

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602451

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 17:56 น.

สีฟ้า เติมเต็มความอร่อยด้วยเมนูเจไม่จำเจ ตลอดเทศกาลถือศีลกินผัก

ร้านอาหารสีฟ้า จัดเสิร์ฟความอร่อย อิ่มบุญ อุ่นท้องกับสารพันเมนูอาหารเจครบทั้งคาว-หวาน แถมดีต่อสุขภาพ

สีฟ้า ร่วมเติมเต็มความอร่อยตลอดช่วงเทศกาลเจ เราพิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ให้คุณอิ่มอร่อย ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ กับหลากหลายเมนูเจที่ปีนี้มีให้เลือกสรรมากกว่า 50 เมนู อิ่มอร่อยแบบไม่จำเจ ครบครันทุกเมนูทั้งเมนูจานเดียว เมนูกับข้าว เมนูทานเล่น ของหวานและไอศกรีม อาทิ ข้าวอบเห็ดเจหม้อดิน ข้าวอบหนำเลี้ยบ ลาบวุ้นเส้นเจ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเจ โชยุราเมนเจ เต้าหู้ผัดพริกเสฉวนเจ เกี๊ยวซ่าทอดเจ เห็ดชิเมจิทอดเกลือวาซาบิ เป็นต้น

พร้อมแนะนำเมนูน้องใหม่ คุณภาพอัดแน่นเต็มๆ จานกับ ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกมะม่วงเจ หอมกลิ่นน้ำพริกมะม่วง คลุกเคล้าข้าวผัดดอกมะขาม รสชาติกลมกล่อม ครบรส ทานคู่กับผักสด ทีเด็ดอยู่ที่เครื่องเคียงอย่างเต้าหู้หวานญี่ปุ่นรสละมุน โรยหน้าด้วยเห็ดเข็มทองทอดกรอบ เมนูข้าวดอกมะขามผัดกะเพราเห็ดรวมเจ พิเศษที่เครื่องแกงสูตรเฉพาะของสีฟ้า ผัดคลุกเคล้าเห็ดนานาชนิด เพิ่มความหอมกรุ่นของใบกะเพราะทอดกรอบให้ รสชาติเผ็ดเล็กๆ กลมกล่อมกำลังดี ข้าวดอกมะขามอบเผือกหอมเจ เสิร์ฟร้อนๆ ในหม้อดินอร่อยได้คุณประโยชน์จากธัญพืชนานาชนิด ทั้งเผือก ถั่วลันเตา ข้าวโพด แครอท เห็ดหอมและแปะก๊วย

สาวกซาลาเปา ห้ามพลาดซาลาเปาเจร้อนๆ หนานุ่ม ไส้แน่นเต็มคำ พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่ ด้วยแป้งซาลาเปาชั้นดีที่นำมาปั้น นวดจนฟูได้แป้งเนื้อนุ่ม มาพร้อมความอร่อย ให้คุณได้เลือกถึง 4 รสชาติ อัดไส้แน่นเต็มๆ คำ กับไส้โอวหนี่แปะก๊วย งาดำ ผักรวม และเห็ดรวม ลูกละ 28 บาท พิเศษ ในกล่องบรรจุชุดละ 8 ลูก เหมาะสำหรับเป็นของฝากแด่คนพิเศษ หรือคนที่คุณรัก ในราคาพิเศษเพียงกล่องละ 198 บาท จากราคาปกติ 224 บาท

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน แนะนำน้องใหม่ ไอศกรีมกะทิทรงเครื่องเจ ไอศกรีมกะทิสด โฮมเมดใช้นมมะพร้าวแท้ 100% ใส่เครื่องแน่นจัดเต็มทั้งกล้วยไข่เชื่อม บัวลอยเผือก ข้าวเหนียวมูล ลอดช่อง พุทราจีนเชื่อม

ทุกเมนู สีฟ้า เลือกสรรตอบโจทย์ความอร่อยแบบครบครัน อิ่มอร่อยกับทุกเมนูเจได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ –11 ตุลาคม 2562 ที่ร้านอาหารสีฟ้าทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-655-0251 หรือที่ http://www.seefah.com และ http://www.facebook.com/seefahfanpage

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

Published October 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602439

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 16:30 น.

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

ไปชมความสด ชิมรสชาติอันหลากหลาย ในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ที่ร้าน Shinsen Fish Market @สุขุมวิท 39

วันนี้ก่อนไปชมเมนูและลิ้มรสชาติอาหาร ทีมงานพา Posttoday เซอร์เวย์ชมความพีคในพีคซึ่งมีอยู่จริงที่ ร้าน Shinsen Fish Market ในซอยสุขุมวิท 39 กับ 5 สิ่งต้อง(ห้าม)พลาด เริ่มจากการเล่าถึง Shinsen Fish Market ว่าเป็นตลาดปลาแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผสมผสานระหว่าง Market และ Restaurant (ร้านอาหาร) เข้าด้วยกัน ตกแต่งในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ผสมผสานเอกลักษณ์ของ Industrial Loft ภายในบริเวณกว่า 3,800 ตารางเมตร

ที่นี่พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนที่มาเยือนได้เพลิดเพลินกับของทะเลเป็นๆ สดๆ และอาหารญี่ปุ่นกว่า 300 เมนู ใน 20 หมวดอาหารญี่ปุ่น ซึ่งใช้วัตถุดิบที่นำข้าจากทั่วโลก พร้อมมีให้เลือกสรรตั้งแต่ในราคาที่จับต้องได้ไปจนถึงสินค้าพรีเมี่ยมสุดๆ แบบที่ไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น เช่น ปูทาระบะ (Live Taraba King Crab) หอยเชลล์ฮอกไกโดโฮตาเตะ (Live Hokkaido Hotate) หอยเม่น (Live Uni) กุ้งล็อบสเตอร์ (Live Canadian Lobster) เป็นต้น รวมถึงความสดของปลาหลากหลายชนิดตามฤดูกาลที่ญี่ปุ่น ซึ่งการนำเข้าปลาเหล่านี้เกิดจากการร่วมมือกับ partner ที่ญี่ปุ่นประสบการณ์กว่า 35 ปี การันตีด้วยชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับจากจากเชฟญี่ปุ่น ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารมิชลินสตาร์ และโรงแรมระดับ Hi-end ในประเทศญี่ปุ่นอย่างมากมาย ด้วยความสดและคุณภาพของปลาที่นำเข้าจากท่าเรือประมงทั้งหมด 8 แห่งภายใต้เครือของบริษัท เชื่อมต่อตั้งแต่ Hokkaido ตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งถึงทางใต้ของ Kagoshima นำเข้าสัปดาห์ละ 5 ครั้ง

ทุกความอร่อยสร้างสรรค์โดยเชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่น ประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งจากในประเทศญี่ปุ่น และในประเทศไทย พร้อมให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารในรูปแบบครัวเปิด ที่คุณสามารถมองเห็นบรรยากาศ พูดคุย และรับชมวิธีการปรุงอาหารจากเชฟมืออาชีพอย่างใกล้ชิด ความพิเศษถัดมา คือทุกๆ 2 เดือน เราจะได้พบกับวัตถุดิบพิเศษและเมนูพิเศษตรงตามเทศกาลที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีส่วนของ supermarket ที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นอาหารทานเล่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไอศกรีม และวัตถุดิบการปรุงอาหารต่างๆ ให้เลือกสรรไม่แพ้ supermarket ชั้นนำ

สำหรับเมนูสุดอลังที่มาแล้วอยากให้สั่งต้อง Nijo Sashimi Set (2,590 บาท) เซ็ตนี้เหมือนได้กินครบทั้งมหาสมุทร สัมผัสมิติแห่งรสชาติอันหลากหลายกับปลาดิบยอดนิยมกว่า 16 ชนิด ตั้งแต่ Hon Maguro Otoro, Hon Maguro Chutoro, Hon Maguro Akami, Salmon, Salmon Harasu, ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 1 ชนิด, Shime Saba, Hokkaido Hotate Maki, Ama Ebi, Hokkigai, Kani Kamaboko, Aori Ika, Uni และ Ikura

ตามด้วย Shinsen Sushi Set (2,290 บาท) ซูชิยอดนิยม 20 คำที่ทำให้ลูกค้าได้ลิ้มรสความหวาน สด ใหม่ พร้อมคุณภาพของวัตถุดิบ ความใส่ใจ และความพิถีพิถันจนกลายเป็น Signature Menu จัดเต็มทั้ง Hon Maguro Otoro, Chutoro, Akami, Salmon, Salmon Harasu, Foie Gras, Unagi, Anago, Engawa, Hokkaido Hotate, Hokkigai, Hamachi, Shime Saba ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 3 คำ, Uni Gunkan, Kani Miso Gunkan, Ikura Gunkan, Negitoro Gunkan

ต่อกันที่ Grilled Taraba Kanimiso (460 บาท) มันปูย่างรสเข้มข้น หอม มัน ที่มีให้ทานแบบนี้ที่เดียวในประเทศไทย เพราะใช้มันปูจากปูทาระบะตัวเป็นๆ มาผสมกับมันปูสูตรพิเศษ และปรุงรสจนกลายเป็น Kanimiso สูตรเฉพาะของตลาดปลา รับรองว่าไม่มีใครเหมือน เพลิดเพลินกับความอร่อยนี้ด้วยการนำมาย่างให้มันปูเดือดปุดๆ บนเตาส่งกลิ่นหอมตรงหน้า เพิ่มความสุขในมื้อนี้เมื่อทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ หรือจัดใหญ่กับเมนูข้าวคลุกมันปู ออนท็อปด้วยแซลมอน อูนิ ไข่กุ้ง ทุกคำหอมล้ำๆ กับมันปู อู้หู้ววว…ฟิน

อีกเมนู Signature ที่ใครมาก็ต้องสั่งและประทับใจกับความใหญ่ สด จุใจ เพราะรวมความอร่อยจากทะเลถึง 5 อย่างย่างมาแบบสุขกำลังดีกับ Mixed Grilled Seafood Platter (2,390 บาท) สัมผัส Lobster, กุ้งแม่น้ำ, กุ้งลายเสือ, ปลาหมึก และหอยหวาน ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดรสจัดจ้านแบบไทยติดใจไปตามๆ กัน

ด้านสาวกหอยไม่ต้องน้อยใจ จัดใหญ่ไปกับเมนู Tsubugai Market Price (ไม่เท่ากันแต่ละวัน) หอยสังข์ญี่ปุ่น ด้วยเอกลักษณ์รูปทรงที่แตกต่างจากหอยชนิดอื่น จึงทำให้ Tsubugai เป็นที่นิยม โดยลักษณะของเนื้อหอยชนิดนี้จะมีความนุ่มกว่า Awabi หรือหอยเป่าฮื้อ และมีความหอม หวาน ในการทานหอยชนิดนี้คนญี่ปุ่นนิยมทานซาซิมิ หรือซูชิ เพื่อลิ้มรสความหวาน หอมของหอยชนิดนี้ ซึ่งเทคนิคการแล่หอยชนิดนี้ให้อร่อย จะต้องแล่ให้บางที่สุด ต่อที่ Kaki (market price) หอยนางรมญี่ปุ่นที่ส่งตรงถึงไทยวีคละ 5 ครั้ง เอร็ดอร่อยไม่ยั้งกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะ หรือจะลิ้มลองความอร่อยคู่กับน้ำจิ้มพอนสึในสไตล์ญี่ปุ่นที่เชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่นประจำตลาดปลารังสรรค์ก็ฟินไม่ต่างกั

ปิดท้ายด้วยเมนูพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาล (Special menu for Ebi Festival) กับเมนู Volcano Maki (390 บาท) จุใจกับความใหญ่ของ Maki หรือ Roll ไส้กุ้งเทมปุระคำโต สอดไส้ไข่หวานสไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มความใหญ่ด้วยกุ้งลวกอีกหนึ่งชั้น เสริมรสชาติให้ปะทุในปากเหมือนภูเขาไฟด้วยกากเทมปุระ ไข่ Tobiko ราดด้วยซอสมาโยและซอสเทริยากิอร่อยฟินครบรส

ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมลิ้มลองความอร่อยสุดพลัง และความสดใหม่แบบไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ได้ที่ร้าน Shinsen Fish Market ตลาดปลาแห่งแรกในไทย ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-260-6522 ติดตามโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่ FB / IG: shinsenfishmarket

%d bloggers like this: