กิน-เที่ยว

All posts tagged กิน-เที่ยว

ห้องอาหาร Scalini โฉมใหม่ อิตาเลียนสเต๊กเฮาส์ใจกลางสุขุมวิท

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608687

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 17:59 น.

ห้องอาหาร Scalini โฉมใหม่ อิตาเลียนสเต๊กเฮาส์ใจกลางสุขุมวิท

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ ‘ห้องอาหาร Scalini’ ตื่นตากับบรรดาเมนูอาหารรูปโฉมใหม่ พร้อมไฮไลท์เมนูที่ทุกคนต้องร้องว้าว @โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ

 

เมื่อวาระแห่งการเฉลิมฉลองใกล้เข้ามา ใครกำลังเฟ้นหาสถานที่ที่จะมอบความสุขในช่วงเวลาพิเศษพร้อมกับมื้ออาหารแสนอร่อย เราอยากแนะนำ “ห้องอาหาร Scalini” ในโรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ เอาใจคนเมืองด้วยบรรยากาศน่านั่ง หรูหรากับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งตามสไตล์ Hilton ที่คงความเป็นกันเองและทันสมัย มีความเป็นส่วนตัว ท่ามกลาางแสงไฟสลัวสุดโรแมนติก ใกล้ชิดกับเชฟด้วยครัวแบบเปิดที่คอยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่แขกที่มาเยือน

 

ด้านเมนูอาหารจานหลักโฉมใหม่ของห้องอาหาร Scalini เชฟได้เลือกเนื้อสเต๊ก Bistecca ทีโบนชิ้นยักษ์เกรดพรีเมียมหนัก 1.2 กิโลกรัม มารังสรรค์เป็นพระเอกชูโรงในแบบฉบับของ Scalini เท่านั้น โดยความพิเศษของเนื้อ Bistecca คือความฉุ่มช่ำของเนื้อที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องร้องขอชีวิต กับเมนู Bistecca: Roasted Garlic & Black Truffle Marinade Grill Porterhouse Steak Tuscan Style, marinated with Olive oil, garlic, fresh herbs and ground black pepper, blackened exterior and warm pink interior steak, medium rare cooked สเต๊กเนื้อบิสเต็กก้าที่กลิลล์มาแบบพอดีด้วยประสบการณ์ของเชฟ จึงคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมนูนี้เราสามารถเลือกซอสได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นซอสน้ำตกเผ็ดเปรี้ยวหวานสไตล์ไทย ซอสกระเทียมทรัฟเฟิล หรือซอสฟัวกราส์ รสเผ็ด หอม กลมกล่อม

 

ตามด้วย Social welcome at the Negroni bar Fresh Oysters with Negroni Granita/ Antipasto & Cheese จุใจกับหอยนางรมสดๆ คัดไซส์มาเพื่อห้องอาหารนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นโคลคัทชีส หรือเนโกรนี อร่อยฟินพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ

 

Olives, bread and dips Home Marinated Olives/ Warm Foccacia/ Homemade Pesto/ TomatoSalsa/ Olive Oil/ Balsamic ขนมปังฟองกาเซียน้ำมันมะกอก เพสโต ซัลซามะเขือเทศ

 

 

ต่อด้วย Fritto Misto Crispy breaded sea food/ spicy tomato dip/ tartare sauce ฟิสโต้ มิสโต ซีฟู้ดชุบเกล็ดขนมปังทอด เสริฟพร้อมทาทาร์ซอส และมะเขือเทศรสเผ็ด และ Arancini Con Rag Breaded fried meat & cheese rice balls เนื้อและชีสทอด

 

อีกไฮไลท์ห้ามพลาด Oven Baked Seafood Pasta Spaghetti, calamari, Manilla clam, bouchot mussels, spicy marinara sauce พาสต้าทะเลอบที่ยกทะเลมาไว้ในกระทะ อัดแน่นด้วยกุ้งและหอยหลากชนิดที่ผัดคลุกเคล้ากับซอส spicy marinara เซอร์ไพรส์ด้วยการพรีเซ้นต์ที่้เสิร์ฟมาแบบคลุมหน้าด้วยแป้งพิซซ่านุ่มๆ

 

ส่วนเครื่องดื่มแนะนำค็อกเทลสัญชาติอิตาลีที่ถูกโหวตให้เป็นเครื่องดื่มที่ฮิตอันดับที่ 2 ของโลก อย่าง Negroni เครื่องดื่มประจำห้องอาหาร เป็นค็อกเทลสไตล์ Spirit-Forward รสหวานขมที่มีส่วนผสมหลักคือเหล้าจิน เหล้าคัมปารี และเวอร์มุธ ผสมกันแบบ 1-1-1 เกิดขึ้นในประเทศอิตาลีจากท่านเคาท์ กามิลโล เนโกรนี นอกจากนี้ เนโกรนียังถือกำเนิดขึ้นในปี 1920 ซึ่งเป็นยุคเดียวกับคอนเซ็ปต์ของห้องอาหารสกาลินีอีกด้วย

 

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยของหวานรสละมุนอย่าง Tiramisu และ Choc-Cheese Souffle 

 

ตามไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ “ห้องอาหาร Scalini” ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น 2 โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซอยสุขุมวิท 24 สอบถามข้อมูลหรือจองโต๊ะได้ที่ โทร. 02-620-6666

ครัวชื่นใจ ข้าวแกงดาดฟ้า ราคาหลักสิบ

Published December 8, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608399

  • วันที่ 05 ธ.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

ครัวชื่นใจ ข้าวแกงดาดฟ้า ราคาหลักสิบ

ถ้าพูดถึงร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า หลายคนคงนึกถึงอาหารหรูๆ ราคาหลักพัน แต่ร้านที่โพสต์ทูเดย์จะพาไปชิมวันนี้เป็นร้านอาหารไทยในสไตล์ข้าวราดแกง ที่ทานง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋า แต่รับรองว่าอิ่มจุใจ

บนชั้นดาดฟ้าของอาคารรุ่งโรจธนกุล 19 ชั้น ใกล้กับเซ็นทรัลพระราม 9 เป็นที่ตั้งของร้านข้าวแกงลอยฟ้าอย่าง ครัวชื่นใจ ที่เป็นที่ฝากท้องที่ประจำของบรรดาชาวออฟฟิศในย่านนั้น ด้วยจุดเด่นที่เน้นความสะอาด อร่อย ราคาไม่แพง แถมยังได้พ่อครัวฝีมือดีมีเสน่ห์ปลายจวักจากนครศรีธรรมราชมาปรุงอาหารให้ทานกันแบบร้อนๆ ทุกกระทะ การันตีได้ว่าอาหารตำรับใต้อย่างคั่วกลิ้ง คั่วกระดูกหมูจะมีรสชาติเผ็ดร้อนแรงเหมือนไปทานกันที่นครเลย

ครัวชื่นใจมีเมนูรสชาติอร่อยๆ ให้เลือกทานกันมากมายกว่าวันละ 20 เมนูหมุนเวียนกันไป ไม่ว่าจะเป็นเมนูขายดีอย่างผัดผักสารพัดชนิด คั่วกลิ้ง ปลาดุกทอดกรอบผัดพริกแกง หรือจะเป็นเมนูไข่ เช่น ไข่ลูกเขย ไข่พะโล้ ไข่ต้ม ไข่เจียวพิซซ่า ไปจนถึงต้มมะระ หมูผัดกะปิ ผัดหอยลายตัวโตๆ พะแนง แกงส้มใต้ แกงหน่อไม้รสชาติจัดจ้าน

เน้นจุดขายเป็นอาหารใต้แบบนี้แน่นอนว่าต้องมีน้ำพริกกะปิที่ใช้กะปิส่งตรงมาจากใต้ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย และผักสด รวมทั้งน้ำซุปบริการฟรี ส่วนราคาข้าวราดแกงก็ไม่แพงอย่างที่คิด เริ่มต้นที่กับข้าว 1 อย่าง 40 บาท เพิ่มกับข้าวบวกเพิ่มอย่างละ 10 บาท กับข้าวเป็นถ้วย 30 บาท ข้าวกล้อง 15 บาท หากใส่กล่องทางร้านบวกเพิ่ม 10 บาท แต่ถ้านำภาชนะมาเองลดให้ 5 บาท ที่คิดเพิ่มแบบนี้เพราะต้องการรณรงค์ลดการใช้กล่องโฟมและลดขยะช่วยโลกนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มอย่างน้ำสมุนไพรต่างๆ เช่น โอเลี้ยง เก๊กฮวย กระเจี๊ยบ ในราคาเริ่มต้นเพียง 10 บาท ไว้คอยบริการเสร็จสรรพ

ครัวชื่นใจเสิร์ฟความอร่อยทุกวันจันทร์-ศุกร์ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยในช่วง 07.00-14.30 น. จะเป็นช่วงของข้าวราดแกง ส่วน 17.00-22.00 น. ทางร้านจะเปลี่ยนมาขายอาหารตามสั่ง กับแกล้ม อาทิ เอ็นข้อไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์  ยำกุนเชียง ยำวุ้นเส้น หมูมะนาว และเครื่องดื่ม

ที่ครัวชื่นใจยังมีบริการเดลิเวอรี่ความอร่อยถึงที่สำหรับลูกค้าในย่านอาคารรุ่งโรจธนกุล 19 ชั้น โดยต้องสั่งอย่างน้อย 10 กล่องขึ้นไป และมีค่ากล่องใส่อาหารที่ทำจากชานอ้อยเพิ่ม 10 บาทต่อกล่อง สามารถติดต่อได้ที่ โทร.065-625-5465

โพสต์ทูเดย์ชวนช้อปมันส์ๆ ในแหล่งรวมสารพันของดีจากทั่วโลก @วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน

Published November 30, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/607812

  • วันที่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

โพสต์ทูเดย์ชวนช้อปมันส์ๆ ในแหล่งรวมสารพันของดีจากทั่วโลก @วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน

ประสบการณ์ช้อปเพลินเกินบรรยายในบ้านหลังที่สองของคนเมือง ‘วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน’ แหล่งรวมของดีของอร่อยจากทั่วทุกมุมโลก

เปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว สำหรับบ้านหลังใหม่ล่าสุดของ “วิลล่า มาร์เก็ท” ที่สาขาหลังสวน ซึ่งครั้งนี้ได้สร้างมิติใหม่ของการช้อปปิ้งด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ มาเอาใจเหล่านักช้อป เรียกได้ว่าช้อปเพลินเกินบรรยายไปเลยทีเดียว ส่วนประสบการณ์การช้อปที่นี่ในครั้งนี้ในแบบของโพสต์ทูเดย์จะเป็นอย่างไร และมีอะไรให้ว้าวบ้าง มาดูกัน

เริ่มต้นก็ชนะเลิศไปแล้ว สำหรับทำเลที่ตั้ง เพราะวิลล่า มาร์เก็ท สาขาหลังสวน อยู่ในโครงการเวลา สินธร วิลเลจ ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีที่จอดรถชั้นใต้ดิน จอดปุ๊บ ช้อปปั๊บ ประทับใจและสะดวกสุดๆ สำหรับคนที่ขับรถมา พอเดินเข้ามาภายในก็ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในซูเปอร์ของครัวระดับโลก เลือกช้อปสินค้ารัวๆ มารังสรรค์เมนูแสนอร่อยได้ไม่รู้จบ แถมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชั่น ซึ่งที่นี่จะแบ่งออกเป็น 6 โซน เพื่อความสะดวกสบายหลากหลายรูปแบบ

เริ่มที่โซน V Space ปราการด่านแรกที่เตรียมที่นั่งนุ่มๆ ไว้รับรองหนุ่มๆ ระหว่างรอหวานใจเลือกซื้อสินค้า สิทธิประโยชน์ใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกวิลล่า มาร์เก็ท (VPlus) โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถมานั่งจิบกาแฟ เครื่องดื่ม นั่งพักชิลๆ หรือสำหรับครอบครัวที่มีเจ้าตัวเล็ก คุณพ่อและเด็กๆ ก็สามารถมานั่งรอนอนรอคุณแม่ได้ นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้ายังมีบริการ Eat & Shop ให้เลือกช้อปของใส่ตะกร้าจากปลายนิ้วสัมผัสสอดรับยุค 5G ซึ่งสามารถเลือกช็อปปิ้งแบบไม่ต้องเดินให้เมื่อย เพียงแค่นั่งรอในโซน V Space หรือกำลังนั่งทานอาหารใน Ready to Eat Zone ก็สามารถซื้อสินค้าได้แล้ว สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย

โซน Fruit & Vegetables มุมที่คนรักสุขภาพ คนชอบทานผัก ผลไม้ ต้องถูกใจ เพราะมีพืชผักและผลไม้สด สะอาด คุณภาพเลิศ เรียงรายไว้สวยงาม ล่อตาล่อใจด้วยผัก ผลไม้ Organic นานาชนิดจากทั่วโลก ยิ่งใครที่ชอบผลไม้จากแดนกิมจิ ที่นี้ก็มีทั้งลูกพลับไซส์ใหญ่ สาลี่หวานกรอบ องุ่นลูกโตๆ ที่นำเข้าทั้งจากญี่ปุ่น และยังมีจากออสเตรเลีย หรือจะเป็นอโวคาโด้จากนิวซีแลนด์ ด้านผักมีทั้งผักที่หายาก ผักที่ไม่เคยเห็น และผัก Organic ที่เราไว้ใจได้ด้วยสัญลักษณ์ที่มีหน่วยงานการันตี รับรองว่าได้ของดีเพื่อสุขภาพในราคาที่เหมาะสมกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

โซน Butcher & Seafood มีผักกันแล้วก็ต้องหาโปรตีนหลักให้มื้ออาหารสมบูรณ์แบบกันที่โซน Butcher & Seafood อลังการงานเนื้อสัตว์ที่ขนทัพมาเพียบ ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ไฮไลท์ห้ามพลาดกับบรรดาซีฟู้ด เนื้อปลา หอย กุ้งแม่น้ำ การันตีความสด สะอาด ปราศจากเชื้อ ด้วยตู้รักษาความสดที่พ่นไอน้ำปล่อยความเย็นเพื่อรักษาอุณหภูมิ กักเก็บความสดเหมือนเพิ่งยกมาให้จากทะเล

โซน Wine Cellar โซนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เป็นแหล่งรวมไวน์หลากหลายชนิดจากทั่วโลก ที่โซนนี้นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายของสินค้าแล้ว ยังมีกับบริการให้ท่านได้ลิ้มลองรสสัมผัสไวน์ก่อนตัดสินใจซื้อ (สมาชิก VPlusMember) โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์คอยให้คำแนะนำ สำหรับใครที่อยากได้เครื่องดื่มไปจิบคู่กับอาหารมื้อพิเศษ รับรองได้ไวน์รสเลิศถูกใจกลับบ้านไปแน่นอน

โซน Activity พื้นที่สาธิตวิธีปรุงอาหารสด ให้บริการปรุงอาหารสดพร้อมทานซึ่งหากต้องการทานสเต๊กดีๆ สักมื้อ ก็สามารถเดินไปเลือกเนื้อคุณภาพดี พร้อมมีคนให้ปรึกษาในโซน Butcher & Seafood มาให้เชฟปรุงได้เลย (ค่าบริการ 100 บาท) ระหว่างเดินเลือกเพลินๆ ลองชิม Iberico Ham แฮมขาหมูดำ ที่คนรักแฮมยกให้เป็นแฮมที่อร่อยที่สุดหรือแฮมที่รสชาติเข้มข้นที่สุด แล้วตัดรสเค็มของแฮมด้วยความหวานของแคนตาลูปกรอบหอมหวานลงตัว ใกล้ๆ โซนนี้ยังมีสารพันชีสให้เลือกซื้อหา ซึ่งต้องบอกเลยว่าน่าจะมีให้ตัวเลือกเยอะที่สุดแล้วในย่านนี้

โซน Ready to Eat หิวแล้วอยากให้แวะมาที่โซนนี้ เพราะมีบริการอาหารญี่ปุ่น Omakase Set ในราคาย่อมเยา คุณภาพระดับพรีเมี่ยม อาทิ Omakase Set 6 คำ ราคา 980 บาท อาทิ ปลาแซลมอนโรลล์ท็อปด้วยฟัวกราส์โรยด้วยนิกุระ ซูชิหน้าเอ็นกาวะเนื้อนุ่มท็อปด้วยปลาไหลย่างเพิ่มรสหวานด้วยไข่ปลาแซลมอน ซูชิหน้ากุ้งหวานตัวโต เพิ่มความฟินด้วยไข่หอยแม่นและคาร์เวีย เพิ่มรสชาติด้วยซอสโชยุรสกลมกล่อม ฟินอย่าบอกใคร

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความพิเศษของสินค้าที่นำเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ มุมขนมปังฝรั่งเศส ขนม นม เนย ของกินเล่น ข้าวของของใช้ ตลอดจนไก่งวง และเครื่องปรุงตามช่วงเทศกาลที่จัดวางแบบให้หยิบมาใช้ง่าย มองเห็นแล้วคิดออก จะได้ไม่ลืม

มาลองสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่รู้ใจทุกไลฟ์สไตล์กันได้ทุกวัน ที่วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน กับคอนเซ็ปต์ใหม่ “V” Make a new home ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น B1 โครงการเวลา สินธร วิลเลจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/villamarketofficial/

สับสวิตช์ชีวิตออฟฟิศแสนยุ่ง แล้วพุ่งตัวหาธรรมชาติ

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606948

  • วันที่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 17:45 น.

สับสวิตช์ชีวิตออฟฟิศแสนยุ่ง แล้วพุ่งตัวหาธรรมชาติ

สลัดโหมดทำงานหามรุ่งหามค่ำไปดื่มด่ำธรรมชาติ ลองเป็นเกษตรกรมือใหม่ขาลุย เกี่ยวข้าว ปลูกผัก ทำปุ๋ย นอนฟาร์มสเตย์ กับ 6 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมชม ชิม ช้อป ผลผลิตสดใหม่ที่ดีต่อใจและดีต่อโลก

จิบชาดอกไม้กับเครือข่ายม่วนใจ๋ จ.เชียงใหม่

การรวมตัวกันของกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว กับความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนให้อำเภอเชียงดาว เมืองต้นกำเนิดแห่งแม่น้ำปิงเป็นเมืองอาหารปลอดภัยที่เกื้อกูลกับวิถีพื้นถิ่น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนเกษตรบนดอยสูง จึงตั้งใจปลูกพืชอินทรีย์ เช่น ข้าว กาแฟ ผัก สตรอว์เบอร์รี่ แตงโม และดอกไม้ โดยผลิตภัณฑ์แปรรูปที่โดดเด่น เช่น ชากุหลาบ ชาเก๊กฮวย แยมกุหลาบ เยลลี่กุหลาบที่รอให้ทุกคนมาชม ขิม ช้อป แล้วยังจัดฟาร์มทัวร์พาไปดูการทำงานในแปลงเกษตรอินทรีย์ของเพื่อนเกษตรกรอีกด้วย

ติดต่อ : 182 หมู่ 5 อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โทร. 095-456-2556 FB : ม่วนใจ๋ l กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว

ดื่มชานมัสการที่สวรรค์บนดิน จ.เชียงราย

สวรรค์บนดินแห่งนี้แวดล้อมด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ อากาศดี๊ดี ที่นี่เป็นทั้้งฟาร์มออร์แกนิค โฮมสเตย์ขนาดกะทัดรัดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มาเข้าคอร์สเบลนด์ชาเพื่อเรียนรู้เรื่องชา ชิมชา และออกแบบรสชาติชาของตัวเอง โดยมีคุณโต-เจ้าของสวรรค์บนดินเป็นผู้ดูแล ในฟาร์มยังมีร้านสมุนไพรและคาเฟ่บรรยากาศธรรมชาติ จำหน่ายชาต่างๆ ซึ่งหนึ่งในผลผลิตดีต่อใจของสวรรค์บนดินคือ ชานมัสการที่ได้จากส่วนผสมหลักอย่างมะตูมและคาโมมายล์ มีกลิ่นหอม ดื่มแล้วผ่อนคลาย ช่วยให้หลับสบ้ายสบาย

ติดต่อ : 171 / 12 หมู่ 1 บ้านสันตาลเหลือง ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย โทร. 081-205-3554 FB : Sawanbondin Farm & Home Stay

กินอยู่กับธรรมชาติในไร่รื่นรมย์ จ.เชียงราย

มาสัมผัสความสุขแบบออร์แกนิคตามความตั้งใจของคุณเปิ้ล หญิงสาวตัวเล็กๆ เจ้าของไร่ที่อยากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพกายและใจด้วยการใช้ชีวิตและกินอาหารออร์แกนิค พร้อมด้วยกิจกรรมเรียนรู้ทั้งแบบครึ่งวัน เต็มวัน หรือจะเช็กอินที่พักแบบฟาร์มสเตย์ก็ได้ แล้วมาร่วมกิจกรรมทำนา เก็บผัก เลี้ยงแพะ สนุกสนานไปกับการทำผ้ามัดย้อม ทำไข่เค็ม ไข่ทรงเครื่อง มาเดินถ่ายรูปสวยๆ ในแปลงผัก แล้วอิ่มเอมไปกับเมนูอร่อยๆ จากผลผลิตสดใหม่ที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ทั้งดิน อากาศ น้ำ ทุกอย่างปราศจากเคมีด้วยมาตรฐาน USDA และ Organic Thailand

ติดต่อ : ไร่รื่นรมย์ ต.งิ้ว อ.เทิง จ.เชียงราย โทร. 099-325-5757, 095-134-8821 FB: ไร่รื่นรมย์ เกษตรอินทรีย์ ท่องเที่ยว ออแกนิค Rai Ruen Rom Organic Farm

กินข้าวไทยพันธุ์ดีที่ศาลานา จ.นครปฐม

แหล่งเรียนรู้ชั้นเลิศใกล้กรุงเทพฯ อย่างศาลานา เปิดพื้นที่สีเขียวให้ผู้ที่สนใจมารู้จักเรื่องราวของข้าวไทยหลากสายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมปทุมเทศ ข้าวหอมนิล ข้าวหอมช่อราตรี ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมมะลิแดง ซึ่งศาลานานำมาเบลนด์กลายเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวที่หุงง่าย กินอร่อย เปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ และยังได้ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกษตรวิถีธรรมชาติ การปรุงดิน ทำปุ๋ย จัดการน้ำตามศาสตร์พระราชา ตลอดจนแนวคิดแบบสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ที่นำไปใช้ได้จริง

ติดต่อ : 55/5 หมู่ 4 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โทร. 061-014-7165 http://www.salana.co.th

ช้อปผักสดผลไม้อร่อยจากสามพรานโมเดล จ.นครปฐม

จากแนวคิดของคุณโอ-อรุษ เจ้าของโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ ตั้งใจอยากให้คนมาเที่ยวสวนสามพรานได้กินของดีๆ ปลอดสาร จึงชักชวนชาวบ้านมาปลูกผักผลไม้อินทรีย์แล้วรับซื้อไว้ปรุงอาหารในโรงแรม เมื่อผลผลิตมากพอจึงเปิดตลาดสุขใจทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นตลาดที่รวมสินค้าเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัยจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผักสดผลไม้ตามฤดูกาลมาจำหน่ายกันในราคามิตรภาพ เพื่อให้เราเข้าถึงอาหารอินทรีย์ได้ง่ายๆ และเกษตรกรยิ้มได้เมื่อสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ติดต่อ : สามพรานโมเดลและตลาดสุขใจ ถนนเพชรเกษม อ.สามพราน จ.นครปฐม โทร.034-225-203 FB : ตลาดสุขใจ นครปฐม

มารู้จักผักวิเศษในฟาร์มบ้านย่า จ.ฉะเชิงเทรา

ใครไปเที่ยวเมืองริมแม่น้ำบางปะกง ลองแวะเข้าไปชมผักวิเศษที่ทำให้คุณตู่-เจ้าของฟาร์มบ้านย่า เอาชนะอาการทุกข์ทรมานจากโรคไมเกรนได้ โดยใช้อาหารธรรมชาติเป็นยารักษา โดยเฉพาะคุณประโยชน์มากมายจากผักใบเขียวอย่างผักเคลไดโนเสาร์ ซูเปอร์ฟู้ดที่ปลูกง่ายโตไว รสชาติอร่อย และในเมืองไทยยังมีคนปลูกกันน้อย ซึ่งที่นี่ปลูกผักเคลตามวิถีออร์แกนิค 100% ในโรงเรือนปิดที่ได้รับการดูแลอย่างเอาใจใส่ เผลอๆ คุณอาจได้ไอเดียกลับไปปลูกผักสวนครัวกินเองที่บ้านก็ได้

ติดต่อ : 19 หมู่ 4 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โทร. 088-566-6263 FB : ผักเคล ออร์แกนิก ฟาร์มบ้านย่า

นี่แหละ 6 ฟาร์มแห่งความสุขที่อยากชวนปักหมุดแล้วไปเที่ยวกัน แต่หากงานยุ่งจนไม่มีเวลาเที่ยวพักผ่อน อย่างน้อยต้องให้เวลาดูแลสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยมื้อสุขภาพดีที่ ร้านฌานา ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ที่รวบรวมเอาวัตถุดิบมากมายจากแปลงปลูกอินทรีย์ของเพื่อนๆ เกษตรกรทั้ง 6 แห่ง มาให้อร่อยกันถึงในเมือง เช่น ซุปผักรื่นรมย์ที่ได้พลังงานจากส่วนผสมของอิตาเลี่ยนเคล ใบทาร์รากอน ฟักทองคางคก และบีทรูธจากไร่รื่นรมย์ อิ่มย้อนวัยไปกับข้าวหอมมะลิอินทรีย์คลุกปลาทูแม่กลองที่นำข้าว 5 สายพันธุ์ของศาลานามาเสริมความอร่อย แล้วรับวิตามินเต็มๆ จากผลไม้สดของสามพรานโมเดลในเมนูส้มตำผลไม้ตามฤดูกาล ลิ้มลองซูเปอร์ฟู้ดที่เป็นตัวแม่ของการ ดีท็อกซ์และฟื้นฟูสุขภาพกับเมนูเมี่ยงผักเคลไดโนเสาร์ออร์แกนิค ปลา 2 สี กับสลัดลาบไก่ผักเคลไดโนเสาร์ออร์แกนิค ที่กินกับผักเคลไดโนเสาร์สดๆ จากฟาร์มบ้านย่า ขาดไม่ได้คือ เครื่องดื่มที่ช่วยผ่อนคลายสลายความเครียด ไม่ว่าจะเป็นชานมัสการจากสวรรค์บนดิน และเครื่องดื่มสมุนไพรดอกไม้จากกลุ่มม่วนใจ๋ บอกเลยว่าเหมาะกับอากาศในช่วงนี้เป็นที่สุด

โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ มนต์เสน่ห์กลางขุนเขาที่พร้อมสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606838

  • วันที่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 17:00 น.

โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ มนต์เสน่ห์กลางขุนเขาที่พร้อมสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

สัมผัสความหนาวในดินแดนต้องมนต์ พร้อมดื่มด่ำช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองกับหลากหลายความพิเศษที่ ‘โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่’ เตรียมไว้ให้นักเดินทาง…รับรองหนาวนี้ประทับใจครบจบในที่เดียว!!

ต้อนรับลมหนาวที่พัดมาด้วยบรรยากาศสุดฟิน ในดินแดนดุจเทพนิยายปลุกจินตนาการสุดตระการฝัน ณ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ ที่พักที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งชวนหลงใหลกลางเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

สถานที่แห่งนี้มีครบจบทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว เรียกได้ว่าตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาก็ไม่ถวิลหาสิ่งอื่นใดอีกแล้ว เพราะทั้งบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศอันบริสุทธิ์ ต้นไม้ใบหญ้ารายล้อมเขียวขจีสุดลูกตา อาหารไทยในตำราเลิศรส ลิ้มลองของหวานสุดละมุน จิบเครื่องดื่มสารพัน ช็อปมันส์ๆ กับ Winter Fest เลือกซื้อสินค้าและพืชผักอินทรีย์ที่ผลิตจากชุมชน สนุกสนานกันทุกคนที่สระว่ายน้ำรูปทรงวงแหวน พร้อมเตรียมมื้อพิเศษในวาระสุดพิเศษด้วยเซ็ตอาหารในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ปิดท้ายด้วยการดูพระอาทิตย์ตกบน Rooftop Bar ชมวิวพาโนราม่าน่าประทับใจ

Labaris Restaurant เอาใจสายกินกับห้องอาหารที่เสิร์ฟความอร่อยทุกมื้อ

เริ่มต้นมื้อเช้าแบบ International Buffet เสน่ห์ของโรงแรมหลายดาว ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.30-10.30 น. ไลน์อาหารมีให้เลือกเยอะ เน้นวัตถุ ดิบออร์แกนิกจากแหล่งผลิตที่เขาใหญ่และใกล้เคียง และวัตถุดิบคุณภาพดีทั่วทุกมุมโลก มาปรุงอาหารด้วยความพิถีพิถัน รังสรรค์ทุกเมนูด้วยความรัก เสิร์ฟความสด ใหม่ สะอาด รสชาติดี มีให้เลือกทั้งแฮม ไส้กรอก ชีสนานาชนิด แฮชบราวน์ สลัด เมนูอาหาร อาทิ ผัดเห็ด ผัดผัก ข้าวต้ม ข้าวผัด พลาดไม่ได้กับไข่กระทะกะเพรากรอบ ซิกเนเจอร์ดิชยามเช้าของลาบาริส เรสเตอร์รองท์ ด้านเครื่องดื่มต้องลอง กาแฟสด House Blend Coffee ที่คัดจากเมล็ดกาแฟไทยหลายชนิด ชา นม น้ำส้ม น้ำผลไม้ ปิดท้ายที่ของหวานอย่างขนมเค้ก แพนเค้ก วาฟเฟิล เติมความ หวานด้วยน้ำผึ้งจากรวงผึ้งสดๆ

มื้อเที่ยงลิ้มรสอาหารไทยและเมนูยูโรเปี้ยนฟิวชั่นรสเลิศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Thai Cuisine and Grill Bar ชิมอาหารไทยในตำราที่บางเมนูหาทาน ได้ยากแล้วในปัจจุบัน อาทิ แกงรัญจวน แกงระแวง เน้นรสชาติไทยแท้แบบออริจินอล ส่วนที่อยากให้ลองอีกเป็นเมนูฟิวชั่นที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อนักเดินทางที่มาที่นี่โดยเฉพาะ อาทิ เปาะเปี๊ยะลาบปลาแซลมอน Appetizer ที่ผสานความเป็นไทยในแบบตะวันตก ทอดกรอบมาเป็นแท่งยาวเสิร์ฟในตะกร้า ดิบกับน้ำจิ้มรสหวาน ตามด้วยไก่ตะกร้า พล่าปลาทูน่าสด ครบรส หวาน เผ็ด เปรี้ยว เน้นที่ความสดของเนื้อปลา แกงเหลืองปลาแซลมอนยอดมะพร้าวอ่อน เมนูปักษ์ใต้ที่ทำออกมาได้รสกำลังดี ปลากะพงทอดซอสเปรี้ยวหวาน หอยเชลล์ผัดพริกเกลือ จบที่ของหวานหน้าตาดี รสชาติเริ่ด อย่างวาฟเฟิลกับฮันนี่โทสต์

มื้อค่ำดื่มด่ำช่วงเวลาดีๆ ที่ไม่มีสิ้นสุด Labaris Christmas Set ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางลาบาริส เรสเตอร์รองท์ นำเสนอ Labaris Christmas Set (ราคาโปรโมชั่น 2,500 บาท สำหรับ 2 ท่าน) ดินเนอร์เซ็ตที่ประกอบด้วย Appetizer เริ่มด้วย Homemade Smoked Salmon, Tuna Tataki และ Pan-Seared US Scallop ตามมาด้วย Christmas Salad with goat’s cheese มีลูกแพร์ ชีส และน้ำสลัดแครนเบอร์รี่เพิ่มความสดชื่น จากนั้นจะเสิร์ฟด้วย Spice Butternut Squash Cream Soup with Mascarpone Foam ก่อนเสิร์ฟ Main course เป็น Labaris BBQ pit platter ที่ประกอบด้วย สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลียพันสโมคเบคอน กุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์จากสหรัฐ และซี่โครงแกะที่เสิร์ฟคู่กับ Café de Paris butter and Red wine Jus ปิดท้ายด้วย Pecan Cheese Cake พร้อมเครื่องดื่มเบียร์สด ไวน์ วิสกี้ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม (ราคา 900 บาท ดื่มได้ 3 ชั่วโมง) นับเป็นมื้ออาหารสุดพิเศษที่เหมาะกับช่วงเทศกาลรื่นเริงสำหรับนักเดินทางที่ไปเที่ยวเขาใหญ่ในช่วงเวลาแบบนี้

Labaris Winter Fest เลือกซื้อสินค้าตอบโจทย์นักช้อปสายชิล

ครั้งนี้ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ ขอเอาใจคนรักสุขภาพด้วยพืชผัก ผลไม้ ออร์แกนิคที่จำหน่ายโดยเกษตรกรและผู้ผลิตจากชุมชนบนเขาใหญ่ คืนกำไรให้คนในชุมชน เปิดตลาดนัดให้ขายฟรี เรียกไลค์จากนักเดินทางด้วยสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิ ผักอินทรีย์ (Organic) ปลอดสารพิษจากสวนผักไฮโดรโปนิกส์ คุณพัฒน์ ไข่ไก่อินทรีย์จากแม่ไก่อารมณ์ดี ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช้ฮอร์โมนเร่ง ผลไม้สดจาก wanida garden fruits อาทิ อะโวคาโด้ เคพกูสเบอร์รี่ น้ำส้ม มีร้านไม้ประดับและของตกแต่งสวน นอกจากนี้ ยังมีของกินไว้คอยบริการ อาทิ โดนัท มันม่วง เบอร์เกอร์ และเครื่องดื่มต่างๆ สำหรับ Labaris Winter Fest มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-17.30 น. ตั้งแต่วันนี้-ช่วงต้นปี 2563

กิจกรรมสนุกสุดมันสังสรรค์ทั้งครอบครัว

ไปเที่ยวทั้งทีต้องมีความสุขและสนุกทั้งครอบครัว อาณาจักรลาบาริส จัดสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้พร้อม เริ่มที่ The Meander Wonderer พื้นที่สวนที่มีสระว่ายน้ำออกแบบราวกับแม่น้ำคดเคี้ยวสไตล์ Loop Pool โดยสระว่ายน้ำมีทั้งสระสำหรับผู้ใหญ่ หรือ Nomadic Creek และสระสำหรับเด็ก หรือ Cub’s Creek พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย รวมถึงพื้นที่สำหรับความสนุกสนานและการเรียนรู้ของนักเดินทางตัวน้อยอย่างครบถ้วน พื้นในส่วนเพลย์กราวด์เป็นพื้นที่ทำจากวัสดุพิเศษที่จะลดอาการบาดเจ็บจากการล้มหรือกระแทก ซึ่งเกิดจากความใส่ใจในความปลอดภัยทุกย่างก้าว เดินต่อไปอีกนิดจะพบกับสะพานข้ามไปยังลำธารตามธรรมชาติบนเนินเขา สูดโอโซนริมธารน้ำใสรู้สึกผ่อนคลายที่สุด

นอกจากนี้ ตลอดช่วง Festive season เหล่านักเดินทางตัวน้อยยังได้สนุกสนานพร้อมแต่งแต้มจินตนาการกับถาดวิเศษ Eater’s Tray ของขวัญจากคิงมิโนทอร์ ในช่วงเวลา Magical moment หนึงในกิจกรรมฟรีสำหรับเด็ก อายุ 0-13 ปีที่เข้าพำนัก ส่วนนักเดินทางที่ไม่ได้เข้าพำนักกับทางโรงแรม สามารถได้รับสิทธิ์ใช้บริการ เมื่อใช้จ่ายที่ Rabbit Café 800 บาทขึ้นไป หรือใช้จ่ายที่ห้องอาหารลาบาริส 1,200 บาทขึ้นไป

สายโซเชียลอัพรูปรัวๆ ทั่วทั้งโฮเทลฮิป

เรามักได้เห็นภาพสวยๆ มุมถ่ายรูปดีที่นักรีวิวสายโซเชียลอัพโหลดไว้ให้อิจฉา เมื่อได้มาสัมผัสดินแดนแห่งเขาจึงเข้าใจความรู้สึก เพราะทุกมุมถูกออกแบบมาอย่างลงตัว สวยงามผ่านสถาปัตยกรรมรูปทรงปราสาทที่ดูสวยงามแปลกตาประหนึ่งหลุดเข้าไปในดินแดนแห่งเทพนิยาย เพลิดเพลินไปกับการลั่นชัตเตอร์ได้ทุก 10 เมตร

ไล่ไปตั้งแต่ Welcome Zone ปราการด่านแรกสู่ดินแดนของคิงมิโนทอร์ กับสวนดอกไม้นานาชนิดและหมู่มวลสรรพสัตว์ บนทางเดินคดเคี้ยว ใกล้กันมี Rabbit Cafe เนินดินที่สร้างเป็นโพรงกระต่ายน้อยน่ารัก ด้านในเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่มีเครื่องดื่ม เบเกอรี่ บริการมากมาย

เดินมาอีกหน่อยเป็นมุมถ่ายรูปกับหลังคาทรงแหลม จุดที่ใครได้มาก็ต้องมีมุมนี้ประดับที่เฟซบุ๊ก ไอจี ถัดมาเป็นล๊อบบี้ มองเห็นประตูเรียงราย ซึ่ง 1 ประตูจะนำไปสู้ห้องพัก 1 ห้อง จากนั้นผ่านเขาวงกตไปยังห้องพักภายในปราสาท 2 หลัง นั่นก็คือ Starry Castle และ Midnight Castle

ด้านบนของล๊อบบี้มีอีกไฮไลท์ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในช่วงหนาวนี้ นั่นคือ Siren’s Deck หรือ Rooftop Bar ดาดฟ้าที่จะพาทุกคนนับถอยหลังโบกมือลาดวงตะวัน ในบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก เคล้าเสียงเพลงบรรเลงสดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-19.00 น.

อีกส่วนที่ตระการตาคือโซน Infinity Forest เขาวงกตที่จำลองทางเดินคดเคี้ยวเลี้ยวลดด้วยกระจกสะท้อนสร้างภาพลวงตาให้เราเห็นทางเดินในป่าและต้นไม้แบบสุดลูกหูลูกตา

พักผ่อนสุดสบายกับห้องพักที่มีให้เลือกหลายแบบ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ‘Starry Winter Night’

พบกับห้องพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และราคาโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Starry Winter Night” กับห้องดูเพล็กซ์ ราคาเริ่มต้น 5,850 บาท ห้องอินฟินิตพูลวิลล่า 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 9,360 บาท พร้อมอาหารมื้อเช้าสำหรับ 2 ท่าน จองได้ตั้งแต่ วันนี้-22 ธันวาคม 2562 เข้าพักได้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2562-29 กุมภาพันธ์ 2563

ไปรับลมหนาวพร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้ได้ที่ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook : Hotel Labaris Khao Yai หรือเบอร์โทรศัพท์ 063-190-1900, 044-300-999

 

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ร่วมชมร่วมเชียร์ Red Bull 3 Style ศึกดวลบีทมันส์ๆ ดันตัวแทนประเทศไทยไปเวทีโลก

Published November 20, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606729

  • วันที่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

ร่วมชมร่วมเชียร์ Red Bull 3 Style  ศึกดวลบีทมันส์ๆ ดันตัวแทนประเทศไทยไปเวทีโลก

สะเทือนวงการดีเจ เรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3 Style) เปิดศึกดวลบีทเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทย ไปกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม ยูโรเปี้ยน เรด บูล (European Red Bull) พร้อมเขย่าวงการกับงานมหกรรมดวลบีทและเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีระดับโลกกับการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดดีเจตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากไฟนอลลิสต์ 6 คน (DJ Nutty, DJ EN2, DJ Jedi, DJ BABYSCA$H, DJ ExDee, DJ Steez) ของประเทศไทยที่จะได้ไปโชว์ความสามารถบนเวทีชิงแชมป์โลกในงานเรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3Style) ที่เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย ในเดือนเมษายน 2020 ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นมากกว่า 22 ประเทศทั่วโลก เพื่อเฟ้นหาดีเจที่จะมาเขย่าความมันด้วยแนวเพลงที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมทั้งผสมผสานบีทดนตรีเข้ากับสกิลการสแครชที่สร้างความแตกต่างอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเสียงดนตรีอีกด้วย

เรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3style) เริ่มต้นขึ้นในปี 2010 ที่เมืองคราคูฟ ประเทศโปแลนด์ ซึ่งได้รับความสนใจจากเหล่า ดีเจและผู้ที่หลงไหลในดนตรีเป็นอย่างมาก โดยปีนี้นับเป็นครั้งที่ 10 ของการแข่งขันชิงแชมป์โลก และการแข่งขันครั้งที่ 5 ของประเทศไทย โดยกติกาการแข่งขันที่ดุเดือด เหล่าดีเจจะฟาดฟันสาดความมันใส่กันแบบไม่ยั้งในเวลาอันจำกัดเพียง 15 นาที โดยดีเจแต่ละคนจะต้องใช้เพลงอย่างน้อย 3 สไตล์มามิกซ์ให้เข้ากันและแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งต้องสร้างสรรค์ผลงานให้กรรมการรวมถึงผู้ชมประทับใจและเทคะแนนให้ ไม่เพียงแต่เทคนิคที่เป็นตัวตัดสินเท่านั้น การเลือกเพลงก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

โดยการแข่งขันในปีนี้จะจัดขึ้นโดย ยูโรเปี้ยน เรด บูล (ประเทศไทย) ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2019 ณ The Club@Koi ตึกสารทรสแควร์ ทาวเวอร์ (Sathorn SquareTower) โดยมีผู้ผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลถึง 6 คน ซึ่งแต่ละคนมีความโดดเด่นในสไตล์แนวเพลงของตนเองอย่างชัดเจน ได้แก่ ดีเจนั๊ตตี้ (DJ NUTTY) ดีกรีแชมป์เก่าจากปี 2018 ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ด้วยการมิกซ์เพลงอนิเมชั่น โดยปีนี้ดีเจนั๊ตตี้จะใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในการเล่าเรื่องราวผ่านเสียงเพลง ในปีนี้เข้ารอบไฟนอลอีกครั้ง จะนำประสบการณ์จากปีที่แล้วมาครองแชมป์อย่างไร! ดีเจเอ็กซ์ ดี (DJ EX-DEE) หนุ่มอายุน้อยที่สุดบนเวทีการแข่งขันที่กลับเข้ารอบอีกครั้งในปี 2019 เน้นการสร้างสรรค์เพลงด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์ดนตรีหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น ฮิพฮอพ แทร็ป อาร์ แอนด์ บี และแนวเพลงอื่นๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ดีเจเบบี้สแครช (DJ Baby SCA$H) ดีเจผู้หญิงคนแรกในรอบไฟนอลของปี 2019 ที่จะมาสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ฟังด้วยบีทแนว อิเล็กทรอนิคส์ อาร์ แอนด์ บี ด้วยแนวเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ดีเจผู้หญิงของประเทศไทย ดีเจ เอ็นทู (DJ EN2) ดีเจที่มีสไตล์เฉพาะตัวด้วยแนวเพลงอย่าง โอล สคูล แทร็ป อิเล็กทรอนิคส์ พร้อมการเป็น ดีเจ เจได (DJ Jedi) ดีเจที่จะสร้างความแตกต่างของวงการดีเจ ที่จะเนรมิตงานแข่งขันครั้งนี้ด้วยแนวเพลงชิลๆ คูลๆ อย่างโซล ฟังก์ มิกซ์เข้ากับแนวเพลงอย่างฮิปฮอป ปิดท้ายด้วย ดีเจ สตีซ (DJ STEEZ) กลับมาขึ้นสังเวียนเทิร์นเทเบิ้ลอีกครั้งด้วยแนวเพลงร็อค ซึ่งผู้เข้าแข่งขัน เรด บูล ทรี สไตล์ (Red Bull 3 Style) ปีนี้ผู้เข้ารอบทั้ง 6 ท่าน มีผู้เข้าแข่งขันชาย 5 หญิง 1 จะเปิดศึกดวลบีทด้วยแนวเพลงสุดเซอร์ไพรส์ เพื่อสร้างเสียงฮือฮาจากแฟนคลับ พร้อมเรียกคะแนนจากคณะกรรมการ อัดแน่นตลอด 15 นาที

เกณฑ์การตัดสินในรอบไฟนอลของคณะกรรมการนั้นแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2. ทักษะด้านต่างๆ 3. การเลือกเพลงอย่างเหมาะสม และสุดท้ายคือการตอบสนองจากผู้ชม เพราะนอกจากดีเจทั้ง 4 ต้องงัดทักษะ ไม้เด็ด ขึ้นมาประชันความสามารถกันอย่างเต็มที่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการสร้างความสนุกสนาน ให้ผู้ชมนับร้อยที่มาร่วมงานประทับใจ เพื่อที่จะได้เป็นหนึ่งเดียวในการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรอบชิงแชมป์โลกที่ประเทศรัสเซีย พร้อมกันนี้ผู้ชมสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและทีเซอร์ของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 ท่าน ได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ค Red Bull 3Style

รวมสตรีทฟู้ดร้านเด็ดร้านดังทั่วทั้งพระนคร

Published November 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606650

  • วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 16:00 น.

รวมสตรีทฟู้ดร้านเด็ดร้านดังทั่วทั้งพระนคร

กรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร อิ่มอร่อยกับสตรีทฟู้ดร้านเด็ดร้านดังทั่วทั้งพระนครกว่า 200 ร้านค้า หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการพัฒนาชุมชน, บริษัท มาสเตอร์การ์ด (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท น้ำตาล มิตรผล จำกัด จัดงาน “กรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร @ centralwOrld” ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซึ่งไฮไลท์เด่นอยู่ที่กองทัพร้านอาหารระดับตำนาน ร้านอาหารดีเด็ดสมัยใหม่ที่โด่งดังในเพจต่างๆ และสตรีทฟู้ดที่รวบรวมมาให้ได้ชิมกันมากกว่า 200 ร้านค้า มีเพียงปีละครั้ง และยังมี Instagram spot ที่ดึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นไทยร่วมสมัยจัดเป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปเช็คอิน เรียกได้ว่ามางานนี้ได้ทั้งอิ่ม อร่อย และรูปเก๋ๆลงโซเชี่ยลได้ไม่หลุดเทรนด์

มาดูกันว่าร้านเด่นดังที่ไม่ต้องไปตระเวนกินจะมารวมอยู่ในงานนี้ อาทิ ราชาโค เนื้อย่างโคขุน เนื้อย่างรสเด็ด น้ำจิ้มรสแซ่บ เนื้อย่างชื่อดังย่านราชพฤกษ์ เนื้อย่างเสียบไม้บัตรคิว เด็ดจริง เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว ไร้กลิ่นสาบกินร้อนๆ ไม้เดียวไม่เคยพอ

หมูสะเต๊ะนายซ้ง ร้านดังจากจุฬาฯ ซอย 8 เจ้าเก่าหน้าร้านสมบูรณ์ เนื้อหมูนุ่ม หอมสมุนไพร ร้านนี้นอกจากความอร่อนขึ้นชื่อเรื่องบรรจงคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน น้ำจิ้มถั่วหอมมันเฉพาะตัว การันตีความอร่อยนานกว่า 40 ปี

Project Bus Café Art เป็นรถกาแฟเคลื่อนที่ ย่านงามวงศ์วาน ที่มีบาร์กาแฟแบบสโลว์อยู่ภายใน มีการนำรูปแบบการเสริฟกาแฟแบบสโลว์มาใช้ และคัดสรรเมล็ดกาแฟจากไทยและต่างประเทศมาให้บริการ ในงานครั้งนี้ยังมีเครื่องดื่มพิเศษ คือเมนู “เอวเดอร์ โซดา คอฟฟี่” เป็นกาแฟกลิ่นดอกเอวเดอร์ ดอกไม้จากฝรั่งเศส ที่จะนำความสดชื่นให้แก่ผู้ชื่นชอบการดื่มกาแฟโดยเฉพาะ

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแม้นศรี ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแม้นศรี เจ้าดั้งเดิมกว่า 40 ปี จากถนนบำรุงเมือง ลูกชิ้นปลาสดใหม่ ผลิตจากเนื้อปลาเเท้เเละวัตถุดิบธรรมชาติ ปลอดสาร 100%

ลูกชิ้นหมูแพร่งนรา ลูกชิ้นหมูแท้น้ำจิ้มรสเด็ดร้านเก่าแก่ชื่อดัง ความสวยของแม่ค้ายังเป็นที่เลื่องลือไม่แพ้กัน

โอว ก๋วยเตี๋ยวพริกสด ก๋วยเตี๋ยวพริกสดลูกชิ้นปลาแท้เจ้าแรกในไทย มีจุดเด่นตรงน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน และเมนูพิเศษที่ไม่ควรพลาด เกี๊ยวกุ้งต้มยำน้ำข้น อร่อยละมุนถ้วยเดียวอาจจะไม่พอ

 

ก๋วยเตี๋ยวไข่แม่อีฟ รสแซ่บเจ้าดังจากแปดริ้ว ใช้หมูเด้งปั้นก้อนกลมสอดไส้ด้วย เส้นบะหมี่ ชีสยืดๆ และไข่ยางมะตูม ราดด้วยน้ำต้มยำจี๊ดจ๊าด

เตี๋ยวหมูรถตู้ ก๋วยเตี๋ยวหมูกะทะร้อนรสเด็ดที่ต้องลอง หลังเลิกงานแวะมาทานเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เสริฟบนกะทะร้อนๆ ในบรรยากาศหลังพระอาทิตย์ตกฟินอย่าบอกใคร

Sister ยำ ร้านยำรสแซ่บจากเชียงใหม่ เมนูยอดฮิตของคนไทย รสชาติจัดจ้าน แซ่บนัว ยำว่าเด็ดแล้วแต่ยังไม่เผ็ดเท่าแม่ค้า

ยำปูแสบ ร้านยำอีกร้านที่พลาดไม่ได้กับยำมะม่วงปูม้าสุดแซ่บย่านรามอินทรา กม.2 ที่มีปูม้าให้ได้เลือกอร่อยได้หลายไซส์หลายราคา

ทาน IN Town กับเมนูหมูกรอบชาชูกรอบนอกนุ่มใน ที่ดีที่สุดในย่านทาวน์อินทาวน์ รสชาติอร่อยจนเราอยากให้คุณได้ลอง

ยังมีอีกหลายร้านเด็ดรุ่นเก๋า ร้านดีรุ่นใหม่อีกมากมายที่น่าสนใจ อาทิ Kanok Tea คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทย พลาดไม่ได้กับชานมไข่มุกท็อปด้วยฝอยทอง, พจน์ ปลาหมึกย่าง ร้านรถเข็นคันเล็กๆ จากย่านเสาชิงช้า แต่รสชาติและความสดใหม่ไม่เป็นรองใคร, Seahub ปลาหมึกทอดใหม่ๆ กรุบกรอบ น้ำจิ้มไทยโบราณคลาสสิก, ซ้งเป็ดพะโล้ ร้านในตำนานขายมานานกว่า 30 ปี เป็นผู้สร้างสรรค์เมนูเป็ดพะโล้ต้นตำหรับอันลือชื่อ มีความเนื้อนุ่มอร่อย อยู่แยกวังหิน, จัมโบ้ปลาหมึกย่าง จัมโบ้ ปลาหมึกย่าง ย่านพระราม 2 นอกจากน้ำจิ้มจะรสแซ่บ และความสดมากๆของปลาหมึก ยังเป็นอีก 1 ร้านสตรีทฟู้ดของคนชอบเดินตลาดกลางคืนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะร้านนี้มีเฟรนไชน์มากมาย, Chicky chic ไก่ทอดสูตรเด็ด มาพร้อมกับน้ำซอสไข่แดงลาวา และชีสลาวา กรอบอร่อย หยุดไม่อยู่, คั่วไก่เจ๊เค็ง เจ๊งิ้ม ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เจ้าเด็ดในซอยสวนมะลิ อร่อย กลมกร่อม หอมเพราะผัดจากเตาถ่าน จานเดียวไม่เคยพอ, ทอดมันปลาจับหลัก หรือปลาจับไม้ ร้านเด็ดมีแฟนไชน์ทั่วประเทศ รสชาติกลมกล่อม ใครยังไม่ลองถือว่าพลาดมาก, เหมาเหมา กระเพาะปลา อาหารรสชาติภัตตาคารแต่ราคา Street Food กระเพาะปลาแท้ก้อนใหญ่ เนื้อปูเยอะ รสชาติกลมกล่อม สูตรเฉพาะที่ร้าน มาพร้อมกุ้งอบวุ้นเส้น ปูอบวุ้นเส้น และปอเปี๊ยะเป็ดปักกิ่งที่มีขายที่นี่ที่เดียว

นอกจากนี้ ยังมีร้านจากกรมการพัฒนาชุมชน ที่นำร้านอาหารที่มีคุณภาพหลายร้านค้า เพื่อยกระดับและให้การรับรองมาตรฐานอาหารถิ่นรสไทยแท้ สร้างอัตลักษณ์ ส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีคุณภาพมาผลิต ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี โดยการวิเคราะห์ทดสอบกลิ่นและรสชาติให้กับผู้ประกอบการ OTOP ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบการในภาคการบริการอาหาร จากทุกภูมิภาคของประเทศ อาทิ ร้านขนมดอกลำเจียก อ่างทอง, บ้านปลาทูมหาชัย, เย็นตาโฟอาซ้อเลิศรส, ก๋วยจั๊บญวน อุบลราชธานี, ข้าวยำ ปัตตานี, ขนมเปี๊ยะปิ้ง เมืองตรัง, ข้าวแช่แม่เล็ก สกิดใจ, ส้มปลา ส้มไข่ปลา อุบลราชธานี, ข้าวเกรียบปากหม้อสีธรรมชาติ, หมูหวาน หมูฝอย อุบลราชธานี, โรตีสายไหมบังอิมรอน, ไอศครีมถูกใจใช่เลย,ร้านใบบัว,ปลากรอบโชกุน, ร้านสามพี่น้องไก่ย่างเขาสวนกวาง, แม่บังอร ซีฟู้ด, ผัดไทโบราณ นครปฐม, ส้มโอขาวน้ำผึ้ง กำแพงเพชร

เชิญมาลองลิ้มรสชาติอาหารเมนูเด็ดเมนูดังแบบครบ 4 ภาคจากทั่วทุกมุมของกรุงเทพมหานคร อร่อยแบบฟินในงานกรุงเทพธารา ไทยเท่ เสน่ห์นคร @ centralwOrld ณ ลานสแควร์ B, C, D หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันนี้ ถึง 3 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น

5 ที่เที่ยวเขาใหญ่เอาใจคนอยากไปสัมผัสธรรมชาติ

Published November 18, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606648

  • วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 12:26 น.

5 ที่เที่ยวเขาใหญ่เอาใจคนอยากไปสัมผัสธรรมชาติ

อิงแอบแนบพงไพรไปกับสถานที่ต้องเที่ยวในเขาใหญ่ รื่นรมย์รับลมหนาว

ไม่ว่าจะร้อน จะฝน จะหนาว หากนึกถึงสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ เชื่อว่าใครๆ ก็นึกถึง“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” เป็นที่แรก เพราะเหมาะกับการไปชาร์จแบตเติมพลังในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงแล้ว และยิ่งช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแบบนี้ หลายคนก็กระหายอยากไปซึมซับความรื่นรมย์ก่อนใคร ซึ่งเขาใหญ่คือจะหมายปลายทางแรก เพราะอากาศดี บรรยากาศเป็นธรรมชาติ มองไปทางไหนก็เขียวขจี ชวนสดชื่นฉ่ำใจกว่าที่ไหนๆ โดยเฉพาะหากขึ้นไปจากฝั่งปากช่อง นครราชสีมา มีหลายแห่งที่น่าสนใจหากไปพักผ่อนช่วงต้นหนาวแบบนี้ ขอแนะนำสัก 5 สถานที่ ชวนรื่นรมย์ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และเก็บภาพความประทับใจได้แบบรัวๆ ไว้อวดเพื่อนให้อิจฉาเล่น ดังนี้

1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และได้รับสมญานาม ว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับทั่วไปว่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่สำคัญของโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมานานหลายสิบปี เพราะนับเป็นแหล่งผลิตโอโซนสีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด และเป็นต้นน้ำลำธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์ป่าหายาก ทั้งเก้ง กวาง ช้าง เสือ ไปจนถึงกระทิง ให้ได้พึ่งพิงอาศัย การได้นั่งรถผ่านเส้นทางที่ร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ ได้ยินเสียงนก เสียงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ส่งเสียงร้องทักทายผู้มาเยือน นับเป็นวิถีการท่องเที่ยวที่แสนจะสุขสำราญใจ แค่ได้ขับรถมองวิวข้างทางก็เพลินมากแล้ว ในขณะเดียวกันเราสามารถแวะท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิว น้ำตกเหวสุวัต ทุ่งหญ้าเขียวขจีระหว่างทาง ฯลฯ สำหรับไฮไลต์อยากบอกว่าน้ำตกเหวนรก สวยมากและน้ำยังเยอะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าดงดิบลึกๆ และไม่ควรพลาดไปน้ำตกเหวสุวัตด้วย ซึ่งหลายคนคงคิดถึงภาพจำในหนัง The Beach ที่เลโอนาร์โด ดิคาปริโอ เคยมาถ่ายทำ เป็นช่วงเวลาที่น้ำตกสวยมากๆ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น ล่องแก่ง ดูนก กางเต็นท์ค้างแรม หรือจะพักบ้านพักของอุทยานฯ สงบเงียบ สุดประทับใจ อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ที่ทำการ โทร.086-092-6527 ติดต่อบ้านพัก โทร. 086-092-6529

2.ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ (GranMonte Vineyard and Winery)

ไร่องุ่นไวน์ กราน-มอนเต้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร Agrotourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรไวน์ Oenotourism เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการปฏิบัติงานทางด้านการปลูกไวน์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีไร่องุ่นปลูกอยู่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ที่นี่มีองุ่นหลายสายพันธุ์คัดสรรจากต่างประเทศ อาทิ Syrah, Cabernet Sauvignon, Chenin Blanc, Viognier, Verdelho โดยคัดเลือกสายพันธุ์ที่เข้ากับสภาพอากาศ และดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมหลักระดับพรีเมียมในการผลิตไวน์ของไร่กรามอนเต้ หลายคนมาที่นี่เพราะหลงใหลในรสชาติของไวน์ฝีมือ นิกกี้-วิสุดา โลหิตนาวี ทายาทเจ้าของไร่องุ่นแห่งนี้ที่มีดีกรีเป็นถึงไวน์เมกเกอร์คนแรกของเมืองไทย ด้วยการดูแลองุ่นทุกต้นอย่างพิถีพิถัน และกระบวนการทำไวน์ฉบับอินเตอร์ ทำให้ไวน์ของไร่นี้มีคาแร็กเตอร์พิเศษเฉพาะตัว จนหลายปีที่ผ่านมาไวน์ของ “กราน-มอนเต้” ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย จากการคว้ารางวัลในระดับโลกมาแล้วมากมาย รวมถึงรางวัล Best National Producer – Thailand หรือผู้ผลิตไวน์ดีเด่นแห่งประเทศไทย จากการแข่งขันไวน์นานาชาติ AWC Vienna ที่จัดขึ้นในประเทศออสเตรีย ชนะซ้อนหลายปี รวม 2015, 2016, 2017 และ 2019

ที่ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ มีห้องให้ความรู้เกี่ยวกับไร่ และองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ ตั้งแต่เรื่องพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์ ถังไม้โอ๊คที่ใช้หมัก ไปจนกระทั่งเทคนิคการชิมไวน์อย่างถูกวิธี และยังอิ่มใจกับความงดงามของไร่องุ่นและทิวทัศน์ เพียงเลี้ยวรถเข้าไปจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามของต้นองุ่น ที่ปลูกเรียงรายเป็นแถวยาวไปจนสุดสายตา สำหรับใครที่สนใจเรื่องไวน์เป็นพิเศษ สามารถซื้อแพ็กเกจชมสวนองุ่น และร่วมเวิร์ก ช็อปชิมไวน์ หรือ wine tasting ได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีร้าน Montino Shop ขายผลิตภัณฑ์จากไร่อย่างเช่น ไวน์ น้ำองุ่นชีราซ 100% และสินค้าโฮมเมดแยมองุ่น ฯลฯ รวมทั้งร้านอาหาร VinCotto ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนบรรยากาศเยี่ยม ที่ซ่อนตัวอยู่ในไร่องุ่น และยังมีบริการห้องพักสุดหรูในชื่อ GranMonte Wine Cottage สำหรับท่านที่อยากนอนพักผ่อนท่ามกลางไร่องุ่นไวน์ ไม่มีทีไหนอีกแล้วในประเทศไทยที่จะได้ใกล้ชิดธรรมชาติของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ และไร่องุ่นไวน์สุดโรแมนติคขนาดนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี ช่วงต้นปี ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จนต้องจองแพ็กเกจข้ามปีกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเรื่องการบริการยังการันตีด้วย รางวัลชนะเลิศการบริการยอดเยี่ยม ประจำปี ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึง ปัจจุบัน จาก Tripadvisor เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

หากมาในช่วงต้นหนาวและยาวไปถึงกุมภาพันธ์ บอกเลยว่า แม้ไม่ได้ไปเที่ยวต่อที่ไหน ก็คุ้มค่ากับบรรยากาศ ที่แสนจะร่มรื่นย์ และการถ่ายภาพกับไร่องุ่น และทุ่งหญ้าที่เขียวขจี โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาทอดยาว รับรองว่าภาพที่ถ่ายออกมาสวยมากๆ จนอดที่จะแชร์อวดเพื่อนๆ ไม่ได้ สำหรับค่าเข้าชมไร่องุ่น และ wine tasting ราคาผู้ใหญ่ท่านละ 450 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 20 หรือท่านที่ไม่ดื่มไวน์ 350 บาท รอบทัวร์ช่วงหน้าหนาวนี้ วันธรรมดา 10:00, 11:30, 13:30, 15:00, 16:00 น. เสาร์อาทิตย์และวันหยุด 09:00, 10:00, 11:30, 13:30, 15:00, 16:30 น. โทรจองได้เลยที่ 092 806 7755

3.พิชญ์เขาวงกต (Pete Maze)

เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีจุดขายและกำลังได้รับความนิยมสูง โดยมีพื้นที่ทั้งหมดราว ๆ 5 ไร่ ภาพถ่ายมุมสูงของ “พิชญ์เขาวงกต” เป็นเส้นทางสลับซับซ้อนเหมือนเกมเขาวงกต ด้านบนตัดเรียบเสมอกัน เป็น “เขาวงกต” ที่มีชีวิต เพราะสร้างขึ้นด้วยต้นไม้ ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเป็นตัวละครจริง ที่ต้องพิชิตเกม โดยเข้าไปในเขาวงกต และพยายามหาทางออกมาให้ได้ ตัว “เขาวงกต” ที่เห็นเป็นสีเขียวนี้ คือ ต้นโมกที่ปลูกอย่างมีการวางแผน ตัดแต่งให้งดงาม ไม่มีกิ่งก้านใบให้รกตา ความสูงรักษาไว้ที่ท่วมหัวของคนทั่วไป ความเหมือนของแผงต้นโมกตลอดเส้นทาง ทำให้จับไม่ได้ว่า กำลังอยู่ ณ จุดไหน มีเพียงช่องว่างทางเดินให้เลือกเท่านั้นว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา เพราะขณะอยู่ในนั้น จะไม่เห็นภาพรวมใหญ่ เห็นแต่ช่องทางตรงหน้าที่เหมือนๆ กัน นับเป็นการท้าทายตัวเองว่าจะทำเวลาเท่าไหร่ในการหาทางออกมาให้ได้ หากเดินหลงทาง (แต่ไม่อันตราย) ก็ยังได้เจอจุดถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน เป็นต้นว่า ลานน้ำพุ รูปปั้น สัตว์ ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปสัตว์ มีต้นไม้ใหญ่ ลานสวยๆ ดอกไม้งามๆ กรงนกยูง ประติมากรรมถ้วยหลากสีซ้อนกัน ศาลานั่งพัก เข้าทำนองว่า “จุดหมายไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ได้พบเจอระหว่างทาง”

นอกจากนี้บรรยากาศโดยรอบยังสวยงาม มีคาเฟ่ไว้บริการ เหมาะแก่การมานั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ระหว่างวัน มองทิวทัศน์สวยๆ ลมหนาวพันมาเอื่อยๆ สูดอากาศชื้นเย็นสบายๆ พิชญ์ เขาวงกต อยู่ในซอยตรงข้ามฟาร์มโชคชัย 3 ถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเฉพาะ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09:00-18:00 น. ค่าเข้าชม 150 บาท โทร.080-168-9601

4.บ้านหมากม่วง (KhaoYai the mango house farm)

คำว่า “หมากม่วง” เป็นชื่อที่คนเฒ่าคนแก่เรียก “มะม่วง” ในปัจจุบัน “บ้านหมากม่วง” คือฟาร์มปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์ บนพื้นที่ 250 ไร่ มีมะม่วงกว่า 8,500 ต้น ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เชิงพาณิชย์ กับรสชาติที่สร้างจากภูมิปัญญา และความพิเศษของผืนดินปากช่อง ผลผลิตจากฟาร์มจึงไม่ใช่เพียงแค่การส่งมอบสินค้าคุณภาพดีให้ลูกค้าเท่านั้น แต่นี่คือความภาคภูมิใจ และคุณค่าของผืนดินเกษตรกรรมปากช่อง ท่ามกลางขุนเขา และสายลมหนาวโชยมาเอื่อยๆ แบบนี้ ที่นี่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมฟาร์ม เก็บภาพกับสวนสวย และต้องห้ามพลาดแวะ Farm Shop จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งมะม่วงผลสด และเมนูมะม่วงอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีมมะม่วงรสเลิศ พุดดิ้งมะม่วง มะม่วงน้ำดอกไม้ชิ้นโตเสียบไม้ เรียกว่าตอบโจทย์ทุกกลุ่มวัย แล้วอย่าลืมซื้อมะม่วงผลสวยๆ เหลืองทองลูกโตๆ กลับบ้าน เพียงกิโลกรัมละ 200 บาท จำหน่ายราคาเดียวตลอดปี เฉลี่ยตกลูกละ 100 บาท (เฉลี่ย 2 ลูก/กิโลกรัม) เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน (หยุดวันอังคาร) ไม่หยุดวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00-17:00 น. ฟาร์มอยู่กิโลเมตรที่ 11 เลี้ยวขวาเข้ามา จะพบฟาร์มช็อปอยู่ซ้ายมือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.094-521-1121 หรือเฟซบุ๊ก บ้านหมากม่วง

5.The Bloom by ทีวีพูล

ช่วงปลายฝนเพิ่งพ้นผ่านเข้าสู่ต้นหนาว เป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้สวย และที่นี่คือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ คุณจะพบสวนดอกไม้ท่ามกลางขุนเขาและพื้นที่ผืนเดียวในเขาใหญ่ที่มองเห็นผาดำและแดงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ที่นี่มีดอกไม้มากว่า 30 สายพันธุ์ งามสะพรั่ง เบ่งบานรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ไฮไลต์ ของที่นี้ อาทิ จุดชมวิว 360 องศา แรงบันดาลใจจากลานกลางเมือง Monte Carlo, Monaco กระเป๋า HERMES ยักษ์ แรงบันดาลใจจากความฟุ้งเฟ้อแห่งถนน Champs Elysees ปารีส ฝรั่งเศส กิจกรรมป้อนอาหารแกะ แรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมเมืองโอ้กแลนด์ นิวซีแลนด์ น้ำพุ 12 ราศรี แรงบันดาลใจจาก น้ำพุเทรวี กรุงโรม อิตาลี นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ทหรูพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก แวดล้อมไปด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันแสนงดงาม “The Bloom by ทีวีพูล” ตั้งอยู่ที่ 357 ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หากมาจากรุงเทพฯ ถึงหลักกิโลที่ 144 ถนนมิตรภาพ เข้าซอยผ่านศึกมา 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับภาพแสนประทับใจ เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 08:00-22:00 น. Call Center: 092-279-1222, 092-279-1666

นั่นคือ 5 สถานที่เด่นๆ ใกล้เขาใหญ่ฝั่งปากช่อง นครราชสีมา ที่เหมาะแก่การแวะไปพักผ่อนซึมซับความสดชื่น ฉ่ำใจ ในบรรยากาศที่แตกต่าง กับช่วงต้นหนาวแบบนี้ ที่ทุกแห่งต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ แล้วแชร์โซเชียล ให้เห็นความสวยงามของเขาใหญ่ในโทนที่แตกต่าง….บอกเลย ต้องลอง!

ฟรีคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง ‘โค้ก-หาดทิพย์’ ฉลอง 5 ทศวรรษจัดใหญ่ยกทะเลมาไว้หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

Published November 14, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/606167

  • วันที่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 14:11 น.

ฟรีคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง 'โค้ก-หาดทิพย์' ฉลอง 5 ทศวรรษจัดใหญ่ยกทะเลมาไว้หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

ฉลองครบรอบ 50 ปี โค้ก-หาดทิพย์ เตรียมจัดเทศกาลแห่งความสนุก “เกาะสวาทหาดทิพย์ เทด-กาล-งาน-หนุก-หนัด” จัดเต็มฟรีคอนเสิร์ตและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอด 2 วัน 23-24 พ.ย.นี้ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เพื่อขอบคุณคู่ค้าและผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุนมาตลอดระยะเวลา 50 ปี บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โคคา-โคลา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ จัดงานฉลองครบรอบ 5 ทศวรรษ โค้ก-หาดทิพย์ สุดยิ่งใหญ่ ในธีม “เกาะสวาทหาดทิพย์ เทด-กาล-งาน-หนุก-หนัด”

ครั้งแรกกับเทศกาลแห่งความสนุกในกลิ่นอายของทะเลใต้เกาะสวาท หาดทิพย์ พร้อมยกขบวนกองทัพศิลปินสุดฮอตครบทุกแนวดนตรี ป๊อป ฮิปฮอป แดนซ์ ร็อค เพื่อชีวิต ที่จะมาส่งความสุขให้พี่น้องชาวไทยได้สนุกกันเต็มที่ กับฟรีคอนเสิร์ตจัดเต็มตลอด 2 วัน ในวันหยุดสุดสัปดาห์

ครื้นเครงกับสารพัดกิจกรรมสอยรางวัลกลับบ้าน และร่วมประมูลเสื้อยืดวาดมือการกุศลจาก ศิลปิน ดาราเซเลบริตี้ กว่า 50 ท่าน เพื่อให้ชีวิตใหม่แก่เด็กปากแหว่งเพดานโหว่ ที่สำคัญพลาดไม่ได้กับเมนูอาหารชื่อดังจากภาคใต้ที่จะมาให้หรอยอย่างแรง ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลที่ราวกับยกเกาะจากภาคใต้มาไว้ใจกลางกรุง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โดยในงานจะมีจุดถ่ายภาพเก๋ๆ จำลองบรรยากาศเกาะสวาท หาดทิพย์ มีทั้งรถโค้กยักษ์ วิวทะเลสวยๆ เหมือนยกเกาะมาให้ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งชิมเมนูอร่อยของร้านอาหารดังจากปักษ์ใต้ ที่จะมาเสิร์ฟความอร่อยถึงกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น เต้าคั่ว เจ๊เอ็ง, ขนมไข่เตาถ่าน ป้ามล ร้านดังจากหาดใหญ่, ข้าวต้มแห้งโกเบนซ์ ร้านเด็ดของภูเก็ต และเมนูอร่อยอีกมากมาย รวมทั้งจัดฟรีคอนเสิร์ตที่จะมาระเบิดความมัน

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน เปิดเวทีด้วย วงคาราบาว, ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, เจนนี่ ลิลลี่, PARADOX, มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์, วงนูโว, นิว จิ๋ว, TWOPEE

และวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน สนุกกับ MAITRI, แอมมี่ THE BOTTOM BLUES, THE KEYLOOKZ, เบน ชลาทิศ, ทาทา ยัง, คริสติน่า อากีล่าร์, เจ เจตริน วรรธนะสิน, โมเดิร์น ด็อก และ วงไทยเทเนี่ยม มาพร้อมกับแขกรักเชิญพิเศษ wonderframe”

ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม ผ่านการประมูลเสื้อเพ้นท์ลายจากศิลปิน ดารานักแสดงชื่อดังกว่า 50 คน เช่น “แอฟ” ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, “เชียร์ “ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, “เป้” อารักษ์ อมรศุภศิริ, เจนสุดา ปานโต, แอริน ยุกตะทัต, “วุ้นเส้น” วิริฒิพา ภักดีประสงค์, เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร, ภูริ หิรัญพฤกษ์ ฯลฯ โดยรายได้จากการประมูลจะมอบให้กองทุนเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จย่า คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

ซึ่งงานนี้ได้จัดงานแถลงข่าวงานไปเรียบร้อยแล้ว โดยมี พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย กล่าวถึงการเฉลิมฉลองครบ 5 ทศวรรษ ของบริษัทฯ ในโอกาสที่บริษัทฯ ได้พัฒนากิจการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสังคมในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน

ในฐานะผู้นําอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปีนี้บริษัทฯ ได้มีการปรับโฉมองค์กรในหลายด้าน ทั้งด้านภาพลักษณ์ โดยมีการปรับโลโก้ใหม่ให้ดูสดชื่นขึ้น ตลอดจนสร้างสรรค์มาสคอต โดยนำคาแรคเตอร์ของ ‘เท่ง’ ตัวตลกในหนังตะลุงของภาคใต้ มาเป็นตัวแทนของหาดทิพย์ ซึ่ง ‘เท่ง’ ทั้ง 3 เวอร์ชั่น จะปรากฎตัวในกิจกรรมต่าง ๆ ที่หาดทิพย์ให้การสนับสนุน ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม และการกีฬา รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจและสร้างความเขื่อมั่นต่อการลงทุนว่าจะสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงนโยบายที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการที่ดีเช่นเดิม

ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา หาดทิพย์ได้เข้าไปมีส่วนในการช่วยเหลือสังคมในภาคใต้ทั้งด้านการศึกษา กีฬา สาธารณกุศล และ สาธารณประโยชน์ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการสนับสนุนและจัดโครงการต่างๆ กว่า 125,000 โครงการ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจประเทศ

บริษัทฯ ส่งเสริมและผลักดันให้หน่วยงานภายในใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ(Climate Change) โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell Rooftop) มาใช้ในการผลิตสินค้า นำก๊าซ LPG และ NGV เป็นเชื้อเพลิงในการขนส่งและกระจายสินค้า นอกจากนี้ยังจัดทำ Carbon Footprint เพื่อหาข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและหาแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านปัญหาการขาดแคลนน้ำ บริษัทฯ มีโครงการ “รักน้ำ” มาตั้งแต่ปี 2550 เพื่ออนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนโดยสามารถคืนน้ำกลับสู่ชุมชนและธรรมชาติได้เกิน 100% ของปริมาณน้ำทั้งหมดที่ใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่ม ร่วมกับชุมชนสร้างฝายชะลอน้ำและประปาภูเขา ส่วนการจัดการปัญหาขยะนั้น หาดทิพย์นำนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้กับบรรจุภัณฑ์น้ำดื่ม “น้ำทิพย์” ทำให้ลดการใช้พลาสติกได้ 35% และรีไซเคิลได้ 100% รวมทั้งออกแบบให้สามารถบิดขวดได้เมื่อดื่มหมดเพื่อช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บขยะรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Marine Camp ที่ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและกลุ่มอนุรักษ์ทะเลไทย (Reef Guardian Thailand) เพื่อจัดการขยะชายฝั่งและขยะในทะเล รวมทั้งมีแปลงอนุบาลเพื่อขยายพันธุ์ปะการังให้เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำและป้องกันชายฝั่งจากการกัดเซาะของคลื่นและกระแสน้ำอีกด้วย

การพัฒนาเยาวชนเปิดประตูความฝันให้เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอลก็ยังเป็นกิจกรรมที่หาดทิพย์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักฟุตบอลจากโครงการ Coke Cup และ ยุวชนหาดทิพย์คัพ ได้มีโอกาสก้าวสู่ความสำเร็จในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและทีมชาติไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้หันมาเล่นกีฬาเพื่อพัฒนาเป็นอาชีพต่อไป

และจากความมุ่งมั่นพัฒนาในมิติทางสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล(Environment Social and Governance) หรือ ESG อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ บริษัทฯ ได้เข้ารับการประเมินความยั่งยืนตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดและได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน Thailand Sustainability Investment (THIS) หรือ “หุ้นยั่งยืน” หลังจากที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 79 บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนประจำปี 2561 มาครั้งหนึ่งแล้ว

จากการดําเนินธุรกิจตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เราคํานึงอยู่เสมอว่า หาดทิพย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ พนักงานเราเป็นคนใต้กว่า 80% ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราก็เป็นคนใต้ อะไรที่เราสามารถทําให้ภาคใต้ได้ก็จะทําอย่างเต็มความสามารถ จึงทําให้หาดทิพย์ได้รับการยอมรับให้มานั่งในหัวใจของคนใต้และพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า “หาดทิพย์ เป็นส่วนหนึ่งของภาคใต้”

วัตถุประสงค์สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ถึงแม้หาดทิพย์ จะดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสเสิร์ฟความสดชื่นให้แก่ทุกท่านที่บ้านของเรา ในครั้งนี้ ผมและชาวหาดทิพย์จึงอยากนำเฟสติวัลที่มีกลิ่นอายของภาคใต้มาสร้างสีสัน มอบความสุขให้ทุกคนถึงกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของประเทศไทย เพื่อขอบคุณที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนาน ผ่านเสียงดนตรีและกองทัพศิลปินที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ในยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่จะมาร่วมสร้างความบันเทิงตลอด 2 วัน

อัพเดตกิจกรรมต่าง ๆ และติดตามความสนุกของ เกาะสวาทหาดทิพย์ เทด – กาล – งาน – หนุก – หนัด ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ได้ทาง Facebook : Coke Haadthip และ Instagram : Cocacola_haadthip

2 ร้านอาหารไทยสไตล์ดั้งเดิมครองมิชลินสตาร์ 2 ดาวครั้งแรกของโลก

Published November 12, 2019 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/economy/news/606142

  • วันที่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 17:03 น.

2 ร้านอาหารไทยสไตล์ดั้งเดิมครองมิชลินสตาร์ 2 ดาวครั้งแรกของโลก

มิชลินไกด์ ประกาศร้านอาหารที่ได้รับรางวัล MICHELIN Star และ Bib Gourmand ปีล่าสุด พร้อมเปิดตัว มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพังงา ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก “มิชลิน ไกด์” ฉบับที่ 3 ของไทย

คู่มือเล่มล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 282 แห่ง และที่พัก 74 แห่ง โดยมีร้านอาหารได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 5 ร้าน, รางวัล 1 ดาวมิชลิน จำนวน 24 ร้าน และรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 94 ร้าน

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ มิชลิน ไกด์ ทั่วโลก เปิดเผยว่า ในปีนี้กระแสเรื่องการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาแรงมากจนถือเป็นดาวเด่นที่ขับเคลื่อนวงการอาหารในประเทศไทยเลยก็ว่าได้  แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผลผลิตในท้องถิ่นของไทยมีความหลากหลายและมีคุณภาพมาตรฐานสูง  นอกจากนี้ อาหารไทยแบบดั้งเดิมยังฉายแสงโดดเด่น เพราะปีนี้มีร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิมสร้างปรากฏการณ์ครอง 2 ดาวมิชลินเป็นครั้งแรกของโลกพร้อมกันถึง 2 ร้าน โดยทั้งคู่ต่างเลื่อนระดับมาจากร้าน 1 ดาวมิชลิน

ร้านอาหารไทยดั้งเดิม 2 ร้านที่สร้างชื่อด้วยการเลื่อนระดับจาก 1 ดาวมาครองรางวัล 2 ดาวมิชลินในครั้งนี้ คือ ร้าน R-Haan ซึ่งนำเสนออาหารไทยสไตล์ต้นตำรับ ทั้งอาหารท้องถิ่นพื้นบ้านและอาหารชาววัง โดยใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทั่วประเทศ และร้าน ศรณ์ ที่คืนชีวิตให้แก่ศิลปะแห่งอาหารใต้ที่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา โดยใช้วัตถุดิบจากกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและชาวประมงผ่านการปรุงด้วยความรักและความใส่ใจอย่างละเมียดละไมในทุกขั้นตอน  นอกจากนี้ ร้านระดับ 2 ดาวมิชลินในปีก่อนซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ Le Normandie, Mezzaluna และ Sühring ยังคงรักษาสถานะดาวมิชลินเอาไว้ได้

ส่วนร้านอาหารที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินประจำปีนี้มี 24 ร้าน  โดยมีร้าน Khao (ข้าว) ซึ่งนำเสนออาหารไทยดั้งเดิมที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่น เป็นเพียงร้านเดียวที่เลื่อนระดับมาจากรางวัล ‘มิชลิน เพลท’ (MICHELIN Plate)  นอกจากนี้ ยังมีร้านที่ติดอับดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ครั้งแรกแต่ทะยานเข้ามาคว้า 1 ดาวมิชลินไปครองจำนวน 3 ร้าน ได้แก่ Chef’s Table ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง รังสรรค์เมนู โดยเชฟที่มาจากร้านระดับ 3 ดาวมิชลิน ร้าน 80/20 ร้านอาหารไทยร่วมสมัยเชิงนวัตกรรมที่รังสรรค์เมนูอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นหายากผสานกับเทคนิคในการปรุงใหม่ๆ แบบสากล และ Table 38 ร้านอาหารสไตล์ Chef’s Table ที่เชฟเป็นผู้กำหนดเมนูและมีที่นั่งจำกัด นำเสนออาหารไทยโบราณและอาหารสไตล์ร้านริมทางที่ได้รับการตีความใหม่ พร้อมปรุงแต่งด้วยวิธีการสมัยใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแบบดั้งเดิม

สำหรับร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ มีจำนวนทั้งสิ้น 94 ร้าน โดยในจำนวนนี้เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 61 ร้าน เชียงใหม่ 17 ร้าน ภูเก็ต 14 ร้าน และพังงา 2 ร้าน  ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มิชลิน ไกด์เข้าไปดำเนินการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหารและที่พัก และเป็นจังหวัดที่ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์มากเป็นพิเศษ  อาทิ  Ginger Farm Kitchen ที่เชี่ยวชาญด้านอาหารเหนือเป็นพิเศษ ใช้วัตถุดิบสดใหม่และมีคุณภาพจากฟาร์มของร้านเองภายใต้แนวคิด “ฟาร์ม-ทู-เทเบิล”, เฮือนสุนทรี ที่รังสรรค์เมนูต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงจนเป็นที่เลื่องชื่อและดึงดูดลูกค้าอย่างไม่ขาดสาย และข้าวซอยแม่มณี ร้านอาหารริมทางที่มี “ข้าวซอย” หรือเส้นหมี่ไข่สีเหลืองทองในน้ำซุปเข้มข้นเป็นเมนูเด็ดที่ชนะใจลูกค้าต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

หากต้องการตามรอยร้านเหล่านี้สามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2563 (The MICHELIN Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2020) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

รายชื่อร้านอาหารที่ได้รับดาว มิชลิน ไกด์ ประจำปี 25632 ดาว• ร้านศรณ์• Le Normandie (เลอ นอร์มังดี)• Mezzaluna (เมซซาลูนา)• R-Haan (อาหาร)• Sühring (ซูห์ริง)

1 ดาว• 80/20 (เอทตี ทเวนตี)• ร้านเจ๊ไฝ• เมธาวลัย ศรแดง• สวนทิพย์• เสน่ห์จันทน์• เรือนปั้นหยา• Bo.lan (โบ.ลาน)• Canvas (คานวาส)• Chef’s Table (เชฟส์ เทเบิล)• Chim by Siam Wisdom (ชิม บาย สยาม วิสดอม)• Elements (เอเลเมนท์)• Gaa (กา)• Ginza Sushi ichi (กินซ่า ซูชิ อิชิ)• J’AIME by Jean-Michel Lorain (เฌม บาย ฌอง มิเชล โลรองต์)• Khao (ข้าว)• Le Du (ฤดู)• Nahm (น้ำ)• Paste (เพสต์)• PRU (พรุ)• Saawaan สวรรค์• Savelberg (ซาเวลเบิร์ก)• Sra Bua by Kiin Kiin (สระบัว บาย กิน กิน)• Table 38 (เทเบิ้ล 38)• Upstairs at Mikkeller (อัพสแตร์ส แอท มิคเคลเลอร์)

%d bloggers like this: