การเมือง

All posts tagged การเมือง

เซ็ตซีโร่กกต.เพราะไร้พิษสง!!!

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282619

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พรรคประชาธิปัตย์, กกต, เซ็ตซีโร่, นิพิฏฐ์, เซ็ต, โร่, กกต, เพราะ, ไร้, พิษสง

“นิพิฏฐ์”วอนศาลรธน.คุ้มครองกกต.ชี้ถ้าต้องการปลาน้ำเดียวควรเซ็ตซีโร่ทั้งหมด

        15 มิ.ย. 60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเซ็ตซีโร่กกต.ว่าเป็นการใช้กฎหมายที่เกินจำเป็นแม้ว่าจะมีอำนาจอยู่ก็ตามเพราะไม่มีความจำเป็นต้องทำขนาดนั้น และขัดรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญไม่มีเจตนาว่าใครมีคุณสมบัติครบถ้วนจะถูกตัดสิทธิ เรื่องนี้เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ศาลรัฐธรรมนูญควรให้ความคุ้มครอง และเห็นว่าการเซ็ตซีโร่ กสม. ก็อาจเป็นการสร้างความชอบธรรมในการเซ็ตซีโร่กกต. ว่ามีองค์กรอื่นถูกทำเหมือนกันเพราะเป็นองค์กรที่ไม่มีพิษสง แต่ไม่กล้าเซ็ตซีโร่องค์กรเช่น ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ปปช.  ทั้งนี้เห็นว่าหากต้องการปลาน้ำเดียวก็ควรทำให้เหมือนกันทุกองค์กร

หวังดีแต่ไร้ประสบการณ์

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282606

อภิรักษ์ โกษะโยธิน, บัญชีรายชื่อ, สนช, พรรคประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์, มาร์ค, สนช

“มาร์ค”ชี้คนเขียนพรป.พรรคการเมืองหวังดีแต่ไร้ประสบการณ์

       15 มิ.ย.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า กฎหมายนี้เขียนโดยผู้ที่หวังดี แต่ไม่มีประสบการณ์เรื่องพรรคการเมือง ทำให้การปฏิบัติหลายเรื่องสำหรับพรรคการเมืองนั้นยุ่งยาก แต่ที่ตนพูดถึงความยุ่งยากไม่ได้หมายความว่าเป็นปัญหากับพรรคการเมืองแต่ตนห่วงว่าจะนำไปสู่การสูญเสียโอกาสในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งนี้ตนก็ไม่มีความคาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอะไรกันอีกแล้ว เพราะเวลามันก็งวดเข้ามา แล้วพอกฎหมายออกมา เราก็ต้องปฏิบัติตามนั้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่างความคิดที่บอกว่าต่อไปนี้การจัดระบบบัญชีรายชื่อ ขอให้เป็นเรื่องที่สมาชิกพรรค สาขาพรรค ลงคะแนนแล้วเรียงลำดับ โดยบอกว่านี่เป็นวิธีการที่จะให้มันเกิดการมีส่วนร่วม โดยสิ่งที่ตนกลัวที่สุดคือคนใหม่จะเข้าการเมืองช่องทางนี้แทบไม่ได้เลย อย่างเช่นว่าตนมีหน่วยก้านดีชวนมาเข้าการเมือง 2 ท่าน เขาก็อาจจะบอกว่าไม่ถนัดให้ไปลง ส.ส. เขต ก็บอกว่าบัญชีรายชื่อ ซึ่งต้องให้สาขาพรรคไปลงคะแนน แล้วสาขาพรรคเขาจะรู้จัก 2 ท่านนั้นดีเท่ากับคนในพรรคที่อยู่แล้วหรือไม่ แล้วเขาจะไปอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ อย่างนี้ตนจะไปหาคนใหม่ ๆ เขามาอย่างไร ตนเสียดายตรงนี้ว่า ถ้าเกิดถามไถ่ในเชิงประสบการณ์ความเป็นจริง การปฏิบัติ แม้จะหวังดีอาจทบทวนหลายเรื่อง

“ความหวังดีก็คือเขามองว่าอย่าให้กรรมการบริหารนั้นไปครอบงำกำหนดทุกอย่าง ทำไมไม่ให้สมาชิกมีส่วนร่วม แต่ความจริงแล้วเราไปดูในระบบของสากล เราก็จะพบว่า ทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยนี้ จริงอยู่ที่บางเรื่องเขาก็ให้สมาชิกอะไรต่าง ๆ เลือก แต่บางเรื่องเขาก็เปิดโอกาสให้กรรมการบริหารต้องมีความยืดหยุ่นในการทำงานบ้าง จริง ๆ ผมเสียดายว่าผมเคยไปชี้แจงกับกรรมาธิการ คือตอนนั้นยังไม่เป็นกรรมาธิการกฎหมายนี้นะครับ แต่เป็นกรรมาธิการที่เตรียมการด้านนี้ ผมยกตัวอย่างว่าเมื่อปี 47พรรคประชาธิปัตย์ให้ผมช่วยไปหาคนมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งผมตัดสินใจเลือกนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน โดยกรรมการบริหารเห็นชอบ แต่ผมจำได้เลยว่า วันนั้นสาขาพรรรคทั้งกรุงเทพฯ โทรมาต่อว่าผมบอกว่าไม่รู้จัก ไปเอาใครมา ผมก็เลยนึกแต่เพียงว่าถ้าระบบนี้มันใช้ตั้งแต่วันนั้น เราก็จะไม่มีโอกาสได้คนอย่างคุณอภิรักษ์เข้ามาสู่การเมือง”นายอภิสิทธิ์กล่าว

“บิ๊กตู่” ยันรถยานเกราะจีนคุ้มค่า มีคุณภาพ

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282600

คมชัดลึก, คุณภาพ, จีน, รถ, ยานเกราะ, บิ๊กตู่, มีคุณภาพ, คสช, ครม, ผบทบ

“บิ๊กตู่” ยัน ฝ่ายความมั่นคง – คสช. ประเมินแล้ว รถยานเกราะจีน ราคาคุ้มค่า มีคุณภาพ

 

 

15 มิ.ย. 60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายเป็นประธานการประชุมเขตเศรษฐกิจพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธที่จะยืนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยเดินขึ้นไทยคู่ฟ้าในทันทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อย่างไรก็ตามหลังขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯได้ให้ทีมรักษาความปลอดภัย แจ้งต่อสื่อว่า หากมีคำถามให้เขียนส่งมา โดย นายกฯพร้อมเขียนตอบคำถามกลับมา
พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ความจำเป็นเร่งด่วน ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติงบประมาณ 2,300 ล้านบาท ในการจัดซื้อรถยานเกาะล้อยาง  รุ่น VN1 จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า เรื่องดังกล่าว พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง ได้ชี้แจงเหตุผลกับสื่อไปแล้ว ยืนยันฝ่ายความมั่นคง และ คสช. ได้ประเมินคุณภาพและราคาคุ้มค่า โดยมีการส่งคณะกรรมการเดินทางไปดูและเปรียบเทียบในทุกๆด้าน  ซึ่งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้สรุปว่าของจีน เหมาะสม มีขีดความสามารถและการแข่งขัน เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ด้อยกว่าตรงไหน ส่วนรถยานเกาะล้อยางที่ไทยมีความสามารถในการผลิตนั้น ของไทยยังต้องปรับปรุงอยู่.

“ป.ป.ช.” แย้มกลเม็ด “โกงเงินวัด” ใช้วิธีโอนเกิน

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282567

คมชัดลึก, วัด, โกงเงิน, กลเม็ด, แฉ, ปปช, ปปช, แย้มกลเม็ด, โกงเงินวัด, ใช้วิธีโอนเกิน, โกงเงินอุดหนุนวัด, อดีตผอพศสงขลา, รองผอพศ, ปปป, ขณะนั้น, สตง, ปปท

“ป.ป.ช.” สั่ง จนท. ประสาน “ตร.” แต่ละพื้นที่ หาข่าว “โกงเงินอุดหนุนวัด” แย้ม “อดีตผอ.พศ.สงขลา” โยง ระดับ “รองผอ.พศ.” แฉ ใช้โมเดลเดียวกันทั่วประเทศ โอนเกินแล้วค่

       15 มิ.ย. 2560 – นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.กล่าวถึงตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) สนธิกำลังบุกค้นบ้านผู้เกี่ยวข้องการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะ และปฏิสังขรณ์วัดกว่า 60 ล้านบาทว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้หารือกับฝ่ายตำรวจถึงแนวทางการปฏิบัติต้องทำอย่างไรแล้ว ว่าจะตอบคำถามสังคมอย่างไร วิธีการด้านการไต่สวนจะทำอย่างไร จะบูรณาการร่วมกันอย่างไรให้ตรวจสอบได้รวดเร็วที่สุด ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมายให้สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. เป็นฝ่ายหาข่าวมา เช่น หากมีข้อมูลจากตำรวจที่แถลงข่าวว่า มีการบุกจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐของสำนักพุทธฯในพื้นที่ต่างๆ สำนักการข่าวฯ จะขอข้อมูลตำรวจในพื้นที่นั้นๆ เพื่อนำมาประกอบ โดยตำรวจในท้องที่มีเวลา 30 วันในการส่งข้อมูล

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ดังกล่าวมาสู่ชั้นการไต่สวนของ ป.ป.ช. หรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า มีกรณีของ ผอ.สำนักพุทธฯ จ.สงขลา ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินคืนจากวัด ปัจจุบันอยู่ในชั้นการไต่สวนของ ป.ป.ช. แต่ไม่ได้เป็นภาพรวม เป็นแค่ระดับท้องที่เท่านั้น แต่ถ้าต้องการเชื่อมโยงกับผู้บริหารระดับสูงในสำนักพุทธฯ จะต้องมีกระบวนการทำงาน และการบูรณาการเพิ่มเติม

นอกจากนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า กรณี ผอ.สำนักพุทธฯ จ.สงขลา นั้น เบื้องต้นพบข้อมูลว่า อาจมีการเชื่อมโยงถึงผู้บริหารระดับรอง ผอ.สำนักพุทธฯ ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ถูกตำรวจบุกค้นบ้าน และตรวจสอบเส้นทางการเงินอยู่ในขณะนี้ด้วย ดังนั้น ป.ป.ช. จะใช้ข้อมูลในส่วนนี้ขยายผลการไต่สวนไปทั่วประเทศ

“เท่าที่ทราบข้อมูลตอนนี้ เขาใช้รูปแบบเดียวกันเกือบทั้งประเทศ คือ ใช้วิธีโอนเงินเกินไป ก่อนที่จะให้ผู้บริหารสำนักพุทธฯแต่ละท้องที่ไปเรียกเก็บเงินคืนมา เป็นโมเดลเดียวกันหมด ตรงนี้ ป.ป.ช. จะขยายผลการไต่สวนต่อไป และใช้ข้อมูลจากตำรวจมาประกอบด้วย” แหล่งข่าว กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ ผอ.สำนักพุทธฯสงขลา (ขณะนั้น) ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภาค 15 เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.สงขลา สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร บุกจับกุมแบบ ‘สด’ กรณีเรียกรับเงินคืนจากวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ วงเงิน 3.2 ล้านบาท โดยพนักงานอัยการ จ.สงขลา ไม่ฟ้องนายเสถียร โดยอ้างว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอ และนางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.สำนักพุทธฯ การันตีว่า นายเสถียรมีอำนาจหน้าที่เรียกเงินที่โอนไปเกินดังกล่าวคืนวัดได้ นอกจากนี้สำนักพุทธฯได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า นางประนอม บกพร่องแต่ไม่ผิดวินัย ส่วนนายเสถียร ถูกพักงานตามคำสั่งหัวหน้า คสช. แล้ว จึงไม่ต้องลงโทษทางวินัยอีก

“บิ๊กตู่” ปัดแก้เก้อ 4 คำถามหยั่งเสียงคะแนนนิยม

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282535

ความสะดวก, อำนวย, ช่องทาง, ประชาธิปไตย, กระตุ้น, ประชาชน, คมชัดลึก, หยั่งเสียง, นิยม, คะแนน, 4 คำถาม, แก้เก้อ, นายกฯ, บิ๊กตู่, ปัดแก้เก้อ

นายกฯ ย้ำไม่ได้ตั้งเป้าจำนวนคนตอบ 4 คำถามหรือหยั่งเสียงคะแนนนิยม ชี้ต้องการกระตุ้นปชช.มีส่วนร่วมตามหลักประชาธิปไตย เตรียมเพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกมากขื้น

 

15 มิ.ย. 60 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวในทำนองว่า นายกรัฐมนตรีแก้เก้อ เนื่องจากมีประชาชนไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ 4 คำถามบางตา เป็นแค่เพียงสร้างการรับรู้นั้น ว่า การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่การแก้เก้อ เพราะนายกฯ ไม่ได้ตั้งเป้าตั้งแต่แรกว่าจะมีประชาชนไปแสดงความคิดเห็นมากหรือน้อย และไม่ใช่การหยั่งเสียงหาคะแนนนิยม เพราะนายกฯ ไม่ได้คาดหวังที่จะเป็นนักการเมืองอาชีพ
“นายกฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องปริมาณ หรือข้อสรุปว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ต้องการกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ อยากให้ทุกคนนำเรื่องของบ้านเมืองไปพูดคุยกันในครอบครัวหรือที่ทำงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยที่ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนประชาชนที่ยังไม่ได้ออกไปแสดงความคิดเห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลก็จะพยายามหาช่องทางให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้สะดวกมากขึ้น” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว.

“ดีเอสไอ” ไม่หวั่น!! “บอยยูนิตี้”ฟ้องศาลทุจริต

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282489

ดีเอสไอ, ไม่หวั่น, บอยยูนิตี้

ดีเอสไอเร่งตรวจคำฟ้อง “บอยยูนิตี้” หากฟ้องเท็จทำดีเอสไอเสียหาย โดนฟ้องกลับแน่

          เมื่อวันที่14 มิ.ย.2560 – พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เปิดเผยถึงกรณีนายภาณุศักดิ์  เตชธีรสิริ  หรือ บอยยูนิตี้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพ.ต.อ.ไพสิฐ  วงศ์เมือง  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและพวกรวม 12 ราย เป็นจำเลยฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อหาอื่น กรณีดีเอสไอนำกำลังเข้าตรวจค้นโชว์รูมรถยนต์ พร้อมอายัดรถยนต์หรูหลายคันว่าหากนายภาณุพงศ์เห็นว่าได้รับผลกระทบและเป็นผู้เสียหายจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐก็มีสิทธิ์ฟ้องศาลได้แต่ดีเอสไอก็จะต้องดูเจตนาและรายละเอียดคำฟ้องว่านายภาณุพงศ์ฟ้องด้วยเหตุอะไรและเป็นการฟ้องเท็จหรือไม่หากเป็นการฟ้องที่ไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องดีเอสไอก็จะพิจารณาว่าจะดำเนินการฟ้องกลับหรือจะใช้อำนาจอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่

“ทั้งนี้โดยปกติการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนทั้งการเข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์ก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้วและไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้งใครแม้จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีเกิดขึ้นก็ไม่เป็นอุปสรรคหรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ดีเอสไอหยุดดำเนินการเอาผิดกับผู้ละเมิดกฏหมาย”รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าว

“ป.ป.ช.” ชี้มูล”เกษม”กับพวกทุจริตปล่อยกู้เงินกองทุน ช.พ.ค.

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282467

กรวม, กับพว, เลขาฯปปช, ฟันวินัย-อาญา, เกษม กลั่นยิ่ง, พวก20คน, กับพวกรวม20ราย, ชี้มูล, กับพวกรวม, ราย, ปปช, ชพค, เกษม, สกสค, รวม 50 ล้านปอนด์, พรบปปช, ปปง

“ป.ป.ช.” ชี้มูล “เกษม” กับพวกรวม 20 ราย ทุจริต ปล่อยกู้ เงิน กองทุน ช.พ.ค. ให้ “บ.เสี่ยบิ๊ก” 2.5 พันล้าน มิชอบ พบ เอกสารค้ำประกัน ปลอมล้วนๆ

 

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2560 เวลา14.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญา กับนายเกษม กลั่นยิ่ง และคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ (ช.พ.ค.) บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ“เสี่ยบิ๊ก”นักธุรกิจชื่อดัง รวม 20 ราย กรณีอนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 2,100 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท ให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ โดยมิชอบ และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ

นายสรรเสริญ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องกล่าวหานายเกษม กับพวกรวม 20 ราย จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า เมื่อวันที่23 ธ.ค.56 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ได้รับหนังสือเชิญชวนให้ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 2,100 ล้านบาท จากบริษัท บิลเลี่ยนฯ หลังจากนั้นบอร์ดช.พ.ค. ในการประชุมครั้งที่ 15/2556 เมื่อวันที่25 ธ.ค.2556 มีมติอนุมัติให้นำเงินของกองทุนช.พ.ค. ไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำนวน 2,100 ล้านบาท

โดยพิจารณาจากเอกสารของบริษัท บิลเลี่ยนฯ ที่เชิญชวนเพียงฉบับเดียว ทั้งที่หนังสือเชิญชวนกำหนดเงื่อนไขว่า ต้องมีธนาคารเป็นผู้อาวัล (การค้ำประกันการใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน) เต็มจำนวน ดอกเบี้ยร้อยละ 7 กำหนดเวลา 1 ปี 1 วัน แต่บอร์ด ช.พ.ค. ไม่พิจารณาในรายละเอียด หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องของบริษัท บิลเลี่ยนฯ ไม่ว่าจะเป็นสถานะของบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งเดือน พ.ย.2555 ทุนจดทะเบียนบริษัท ผลประกอบการ ไม่ตรวจสอบเอกสารอาวัลของธนาคาร อันเป็นเงื่อนไขสำคัญทำให้การซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินสมบูรณ์ตามคำเชิญชวนนั้น

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีความจำเป็นรีบด่วนพิจารณาซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากบริษัท บิลเลี่ยนฯ รวมถึงภายหลังการอนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินเพียง 2 วัน บอร์ดช.พ.ค. รีบเร่งโอนเงิน 2,100 ล้านบาทให้กับบริษัท บิลเลี่ยนฯ แต่ภายหลังบริษัท บิลเลี่ยนฯ ไม่มีการขอให้ธนาคารทำการอาวัลเพื่อรับรองตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว และแม้ต่อมาระหว่างรออาวัลจากธนาคาร บริษัท บิลเลี่ยนฯ ได้นำหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน เช็คธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และดร๊าฟของธนาคารฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้คอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 2,300 ล้านบาท มาให้สำนักงาน สกสค. ยึดถือไว้เป็นหลักประกัน แต่จากการตรวจสอบ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ราคาประเมินที่ดินรวม 37 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนเช็คไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ ดร๊าฟดังกล่าวเป็นดร๊าฟปลอม บริษัท บิลเลี่ยนฯ ไม่สามารถหาธนาคารอาวัลตั๋วได้

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2557 บอร์ด ช.พ.ค.ยังอนุมัติเงินเพิ่มให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ อีก 400 ล้านบาท ทั้งที่ตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกยังไม่มีการอาวัล และในรอบต่อมาก็ไม่มีการอาวัลเช่นกัน แม้ต่อมาบริษัท บิลเลี่ยนฯ จะนำใบหุ้นของสโมสรเรดดิ้ง จำนวน 50 ล้านหุ้น หุ้นละ 1 ปอนด์ (รวม 50 ล้านปอนด์) วางเป็นหลักประกัน แต่จากการตรวจสอบปรากฏว่า เป็นใบหุ้นปลอม และตั๋วสัญญาใช้เงิน 2 ฉบับใกล้ครบกำหนดชำระ บอร์ด ช.พ.ค. กลับยินยอมขยายเวลาชำระหนี้แก่บริษัท บิลเลี่ยนฯ ออกไปอีก เดิมครบกำหนด 28 ธ.ค.2557 ขยายไปถึงวันที่ 31 ม.ค.2558 และปรากฏข้อเท็จจริงว่า เงินสกุลโครเอเชีย 950 ล้านเหรียญโครเอเชีย ที่บริษัท บิลเลี่ยนฯ มาวางเพื่อขยายระยะเวลานั้น แม้เป็นเงินสกุลโครเอเชียจริง แต่มีการยกเลิกการใช้งานไปแล้ว

“จากพฤติการณ์ดังกล่าวของบอร์ด ช.พ.ค. ที่อนุมัติเงินกองทุน 2,100 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท จึงเอื้อประโยชน์ให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ ได้รับเงินทั้ง 2 ครั้ง รวม 2,500 ล้านบาท โดยมิชอบ และโดยทุจริต เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่กองทุน ช.พ.ค. และสำนักงาน สกสค. การกระทำของบอร์ด ช.พ.ค. มีมูลความผิดทั้งทางวินัย และอาญา”นายสรรเสริญ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ถูกชี้มูลความผิดทั้ง 20 ราย แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

1.นายเกษม กลั่นยิ่ง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด ช.พ.ค. มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 8 และ 11 และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

2.นายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองประธานบอร์ด ช.พ.ค. และเลขาธิการ สกสค. นายสุรเดช พรหมโชติ นายนิเทศ บัวตูม นายเพทาย ทองมหา นางปิยาภรณ์ เยาวาจา นายพรเทพ มุสิกวัตร นางมยุรี ตัณฑวัล นายสุเทพ ริยาพันธ์ และ น.ส.กัญญาณัฐ แจ่มมี บอร์ดช.พ.ค. และปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักงาน สกสค. มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 8 และ 11 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

3.นายประวิทย์ บึงไสย์ นายนเรศ แสนมูล นายสมศักดิ์ ทองแก้ว นายอุดม รูปดี และว่าที่ร้อยตรี เทพสุจินต์ พงษ์สวัสดิ์ บอร์ด ช.พ.ค. มีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 และมาตรา 157 และตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

4.นางปิยธิดา พลน้ำเที่ยง บอร์ด ช.พ.ค. และผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน มีความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 8 และ 11 และตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

และ5.บริษัท บิลเลี่ยนฯ นายสิทธินันท์ หลอมทอง นายมงคล เยี่ยงศุภพานนทร์ และนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา มีความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนพนักงาน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 8 และ 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91 และมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในสำนวนการไต่สวนป.ป.ช. มีผู้ถูกกล่าวหา 28 ราย แต่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแค่ 20 ราย ที่เหลือถูกกันไว้เป็นพยานหรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า คดีเกี่ยวกับเงินกู้ ช.พ.ค. ที่ร้องเรียนมายัง ป.ป.ช. มีเบื้องต้น 3 คดี คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ส่วนอีก 2 คดี คือ การอนุมัติเงินของกองทุน ช.พ.ค. โดยมิชอบ 500 ล้านบาท และคดีออกระเบียบโดยมิชอบ โดยทั้ง 2 คดีนี้ปัจจุบันอยู่ระหว่างแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่เหลือถูกกล่าวหาในอีกคดีหนึ่ง โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับ ช.พ.ค. ป.ป.ช. มองเป้าหมายไว้ว่าจะทำให้เสร็จภายในปีงบประมาณนี้

เมื่อถามว่า นายเกษม กับพวกอีก 2 ราย ถูกกล่าวหาในคดีร่ำรวยผิดปกติด้วย ปัจจุบันคืบหน้าอย่างไร นายสรรเสริญ กล่าวว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ และติดตามทรัพย์สินคืนมา ปัจจุบัน ป.ป.ช. ประสานข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เบื้องต้นเท่าที่ทราบ ปปง. ดำเนินการยึดทรัพย์เกี่ยวกับกรณีนี้ไปแล้ว 400 ล้านบาทเศษ และยังอยู่ในการพิจารณาของ ปปง.

เวทีปรองดองปชช.สะท้อนรากเหง้า-ความขัดแย้ง

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282454

พลตคงชีพ, เวที, ปรองดอง, ปชช, สะท้อน, รากเหง้า, ความขัดแย้ง

โฆษกปรองดองเผยประชาชนสะท้อนความไม่เป็นธรรมคือรากเหง้า ความขัดแย้ง-ไร้เสถียรภาพ ชี้ รัฐต้องทบทวน กม.ให้ทันสมัย พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือ ระบบ นิติรัฐ-นิติธรรม

          14 มิ.ย. 60 พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง  เปิดเผย ผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งส่วนกลางและภูมิภาคทั่วประเทศ จากเวทีการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ผ่านมา ต่อประเด็นด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้รับความสนใจลำดับต้น ๆ โดยในภาพรวมมีความเห็นร่วมสอดคล้องกันว่า การขาดซึ่งความยุติธรรมคือสาเหตุรากเหง้าของความขัดแย้งและความไร้เสถียรภาพของสังคม

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ประชาชนร่วมกันสะท้อนว่า ปัญหาระบบกฏหมายไทย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคม ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพและลักษณะของสังคม  ความไม่เข้าใจเรื่องกฎหมายของตัวบุคคล  การใช้ช่องว่างของกฎหมายในการกระทำความผิด ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายของผู้มีอำนาจ ไม่จริงจัง เสมอภาคและเป็นธรรม   จึงมีความจำเป็นที่ ทุกคนในสังคม รวมทั้งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบและกระบวนการยุติธรรม ควรคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมให้มากกว่าประโยชน์ส่วนตน ซึ่งจะทำให้ประเทศมีความสงบสุขและไม่เกิดความขัดแย้งกัน

โดยมีประเด็นความเห็นร่วมที่สอดคล้องกัน ประกอบด้วย ความจำเป็นที่ภาครัฐต้องทบทวนกฎหมายให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมและกติการะหว่างประเทศ โดยลดหรือยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงกฎหมายที่ขาดความชัดเจน รวมทั้งพิจารณาและดำเนินการแก้กฎหมายที่ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในสังคม

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า รัฐจำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือในระบบนิติรัฐและนิติธรรม ซึ่งปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงำ มีกลไกที่เข้มแข็ง เป็นธรรมในการตรวจสอบขั้นตอนและองค์กรที่ใช้อำนาจตามกระบวนการยุติธรรม โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างไม่เลือกปฏิบัติ เป็น
กลางและปราศจากอิทธิพลทางการเมือง ร่วมกับการส่งเสริมให้มีระบบยุติธรรมทางเลือกหรือกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ โดยนำประชาชนมาเป็นหุ้นส่วนในการจัดการกับความขัดแย้ง เพื่อให้คู่กรณีได้มีการไกล่เกลี่ยหาข้อยุติร่วมกัน

ในขณะเดียวกัน รัฐโดยหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เสมอภาค และเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ โดยคำนึงถึงความรวดเร็วและเท่าเทียมกันในทุกกรณี  เพื่อให้เกิดการยอมรับในความเสมอภาค โดยเฉพาะตำรวจ ซึ่งดำเนินงานยุติธรรมต้นทาง  ทั้งนี้รัฐจำเป็นต้องเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจด้านกฎหมาย การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ. แก่เยาวชนและประชาชนควบคู่กันไป เพื่อตรวจสอบ ถ่วงดุล หน่วยงานทางกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความตื่นตัว ตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านกระบวนการยุติธรรม ควบคู่กับความมุ่งมั่น จริงใจของรัฐ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ โดยร่วมกันยึดเอาประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว จะเป็นส่วนสำคัญให้สังคมสามารถลดความเหลื่อมล้ำและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติสุข

“บิ๊กตู่” สั่งยกเครื่อง เก้าอี้”ปลัดกระทรวง”

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282416

บิ๊กตู่สั่งยกเครื่อง, ยกเครื่อง, ปลัด, นายวิษณุ เครืองาม, บิ๊กตู่, สั่งยกเครื่อง, เก้าอี้ปลัดกระทรวง, ปลัดกระทรวง, วิษณุ, คสช, สตช

“วิษณุ” เผย นายกฯ สั่ง ยกเครื่องเส้นทาง “ปลัดกระทรวง” ชี้ ต้องรอบรู้ ทุกด้าน ก.พ.เก็บประวัติขรก.ทั่วประเทศ ระบุ ระยะกลางเห็นผลแน่

          เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2560 – เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ไปดูระเบียบเรื่องการปฏิรูปตำรวจ เพื่อแก้ปัญหาการซื้อ – ขายตำแหน่งว่า ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนเฉพาะหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องไปพิจารณากันเอง และส่วนที่ 2 คือ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่งตั้ง

          นายวิษณุ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในส่วนการปฏิรูปเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือน นายกฯได้สั่งเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยจะปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งมีเป็น 2 ส่วนคือ หลักเกณฑ์ในการโยกย้าย ใครเป็นผู้พิจารณา พิจารณาอย่างไร มีการเตรียมการไว้แล้ว และอีกส่วนคือ เส้นทางการเติบโต

          “นายกฯได้ตั้งคำถามว่าการตั้งปลัดกระทรวงสักคนมาจากไหน โดยทั่วไปมาจากรองปลัดกระทรวง แต่ในทางปฏิบัติบางครั้งผู้ตรวจราชการหรืออธิบดีก็ได้เป็น จึงอยากให้จัดว่าจะทำได้หรือไม่ ให้อธิบดีขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวงขึ้นเป็นปลัดกระทรวง แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เพราะมีความยุ่งเหยิงกันมาก”นายวิษณุ กล่าว

          รองนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารองอธิบดีไม่อยากเป็นรองปลัดกระทรวง ต่อไปปลัดกระทรวงต้องมอบอำนาจให้รองปลัดกระทรวงให้มาก ตำแหน่งนี้จะได้มีความสำคัญ และคนที่จะมาเป็นรองปลัดกระทรวงต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ วันนี้เราพยายามทำกัน แต่ยังทำทั้งหมดไม่ได้ ตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รวบรวมประวัติข้าราชการมาดูว่าเส้นทางแต่ละคนเป็นอย่างไร แล้วจัดเป็นกลุ่ม ซึ่งจะแก้ปัญหาเรื่องการข้ามหัว และได้ปลัดกระทรวงที่มีความรอบรู้ ไม่ได้ชำนาญเฉพาะกรมใดกรมหนึ่งที่ตนเองเคยอยู่ ดังนั้น ในระยะกลางเราคงเห็นผลแน่นอน

“วิษณุ” ยันตั้งกมธ.ร่วมพิจารณากฎหมายกกต. ไม่กระทบโรดแมป

Published June 19, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/282414

โรดแมป, กกต, วิษณุ, ไม่กระทบโรดแมป, สนช

“วิษณุ” ยันตั้งกมธ.ร่วมพิจารณากฎหมายกกต. ไม่กระทบโรดแมป ระบุ รวมกระบวนการทั้งหมด จะไม่เกิน 30 วัน

          เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2560 เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีถ้ามีการตั้งกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. จะกระทบโรดแมปเลือกตั้งหรือไม่ว่า ไม่ได้กระทบอะไร เพราะในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญว่าหากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบร่างพ.ร.ป.ขององค์กรใด ให้ส่งไปให้องค์กรนั้น

“และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่เห็นชอบให้ตั้งกรรมาธิการร่วมจำนวน 11 คน ประกอบด้วย ประธานขององค์กรนั้น ผู้แทนสนช. 5 ผู้แทนกรธ. 5 คน จะพิจารณาภายใน 15 วัน เสร็จแล้วให้เอาตามนั้น และแจ้งให้สนช.ทราบ รวมกระบวนการทั้งหมดนี้จะไม่เกิน 30 วัน”นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ซึ่งในส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เว้นแต่จะมีผู้ร้องว่าขัดรัฐธรรมนูญ จึงยืนยันว่าแม้จะมีการตั้งกรรมาธิการร่วมแต่จะไม่มีกระทบโรดแมปการเลือกตั้ง

%d bloggers like this: