“อภิสิทธิ์” ลั่น “บิ๊กตู่” ต้องชัดเจนปรับ ครม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อภิสิทธิ์” ลั่น “บิ๊กตู่” ต้องชัดเจนปรับ ครม.

11 กรกฎาคม 2563 – 16:53 น.

“อภิสิทธิ์” ลั่น “บิ๊กตู่” ต้องชัดเจนว่าจะปรับ ครม.หรือไม่ แนะให้โอกาสคนมีความสามารถได้ทำงาน เพราะปัญหายากกว่าที่ผ่านมา 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2564 ท่ามกลางวิกฤตทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องเร่งการจัดสรรงบประมาณ แต่กลับเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งรัฐบาลมีภาระที่ต้องจัดการกับสถานการณ์พิเศษและเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ต้องแก้ไขปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง

ขณะเดียวกันสถานการณ์ covid-19 ยังไม่แน่นอน  ส่วนการท่องเที่ยวเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวจากต่างชาติ รัฐบาลต้องมีแผนที่ชัดเจนว่าระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือนและ 1 ปีจะดำเนินการอย่างไร รวมถึงเงินที่รัฐบาลกู้มาต้องใช้อย่างคุ้มค่าเพราะหากใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายไม่มีประสิทธิภาพหรือเกิดการทุจริตคอรัปชั่นจะเกิดปัญหาตามมา 

นายอภิสิทธิ์ ยังให้ความเห็นถึงหลักคิดในการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ต้องเปิดให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานโดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันยากกว่าที่ผ่านมา จึงต้องให้บุคคลที่มีความพร้อมมีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ พร้อมย้ำว่าปัจจัยใดที่สร้างความไม่แน่นอนจะต้องรีบแก้ไขทันที ซึ่งนายกฯ ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ และเห็นว่าการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองต่างๆนั้นเป็นอำนาจของนายกฯ 

“บิ๊กจิ๋ว”ชี้การเมืองยังเหมือน 88 ปีที่แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กจิ๋ว”ชี้การเมืองยังเหมือน 88 ปีที่แล้ว

"บิ๊กจิ๋ว"ชี้การเมืองยังเหมือน 88 ปีที่แล้ว11 กรกฎาคม 2563 – 15:59 น.

“ชวลิต” ชี้ ไม่ห่วงปรับครม.กระทบแก้เศรษฐกิจ ยอมรับเศรษฐกิจเป็นแบบนี้นานแล้ว ย้ำ ให้กำลังใจรัฐบาลตลอด แนะสิ่งเดียวที่รัฐบาลต้องพูดคือ จะทำอะไรให้ประชาชน ไม่ใช่ห่วงเรื่องพรรคการเมือง ลั่น การเมืองเหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ชงการเมือง 2 พรรค

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดใจถึงสถานการณ์การเมืองว่าเป็นห่วงเรื่องปรับคณะรัฐมนตรีที่จะกระทบกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือไม่ว่า  จะไปห่วงทำไมเพราะในเมื่อเศรษฐกิจเป็นแบบนี้มานานแล้ว โดยหนี้สินก็เยอะ คนจนก็มาก และเป็นประเทศเดียวที่มีพรรคการเมืองร้อยพรรคซึ่งพรรคการเมืองก็ทะเลาะกัน และมาว่าทหาร 

เมื่อถามว่า จะให้กำลังใจรัฐบาลอย่างไรในช่วงนี้ พล.อ.ชวลิต บอกว่า ให้กำลังใจรัฐบาลมานานแล้ว ส่วนมองสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการจากนี้อย่างไรนั้นย้ำว่า ที่พูดกันเรื่องพรรคการเมือง ไม่จำเป็นต้องห่วง เพราะการปกครองทุกรูปแบบ สิ่งเดียวที่ต้องพูดคือ จะทำอะไรให้ประชาชนได้บ้าง 

เมื่อถามว่า การปรับครม.ไม่ได้เกิดประโยชน์ใช่หรือไม่ พล.อ.ชวลิต บอกว่า การปรับครม. ไม่ได้ปรับเดี๋ยวนี้ เพราะปรับมานานแล้ว ซึ่งปรับทีก็ทะเลาะกัน เมื่อทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามาก็ว่าเขา โดยทหารก็ได้เครดิตดี แต่อยู่นานไปเครดิตลดลง ซึ่งถ้าใครถามสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไร ตอบได้ว่า เหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่ผ่านมา 

ส่วนมองการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อย่างไร พล.อ.ชวลิต บอกว่า ทุกรัฐบาล นายกฯดีทั้งนั้น เพราะมีความตั้งใจ แต่นายกฯต้องรู้ปรับตัวและต้องรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ซึ่งทุกคนรู้ประชาชนต้องการอะไร แต่สำคัญคือ จะเอาเงินที่ไหน ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อถามว่า รัฐบาลนี้ก่อหนี้มากหรือไม่ พล.อ.ชวลิต บอกว่า  ปัญหาเกิดจากไวรัสโควิด-19 ส่วนจะเสนออย่างไร พล.อ.ชวลิต บอกว่า ง่ายนิดเดียว เพราะบ้านเมืองเราร่ำรวยมหาศาล ซึ่งทำไมไม่รู้บ้าง พร้อมถามกลับว่า รู้จักไหม พระเจ้าอู่ทอง นอกจากนี้ ย้ำว่า จำเป็นต้องให้กำลังใจนายกฯ เพราะไม่ให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ แล้วจะไปให้ใคร ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี หรือไม่ พล.อ.ชวลิต บอกว่า ใครจะไปรู้ อาจ 10 ปีก็ได้ 

ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ชวลิต บอกว่า ไม่เป็นไร แต่ตัวเตี้ยไปนิด ซึ่งไม่มีอะไร เพราะพล.อ.ประวิตร มีประสบการณ์สูง ซึ่งตนเองยังจำได้สมัยขอเป็น ผบ.พล.2 ขณะเดียวกัน แนะว่า การเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องเสียสละ และต้องรู้ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร ส่วนปัญหาการเมืองแบ่งก๊กนั้น ก็ต้องถามทำไมเป็นอย่างนั้น และจะแก้อย่างไร รวมถึงจะทำอย่างไรให้เหลือ 2 พรรค 

เมื่อถามว่า ประเทศไทยจะทำได้หรือไม่ 2 พรรค พล.อ.ชวลิต บอกว่า ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะเคยทำมาแล้ว โดยจะเกิดขึ้นเอง

และเมื่อถามต่อว่า มีโอกาส พล.อ.ประวิตร จะได้ขึ้นเป็นนายกฯหรือไม่ พล.อ.ชวลิต บอกว่า อยู่ที่พล.อ.ประวิตร ไม่ได้อยู่ที่ตน โดยตนจะไปรู้ได้อย่างไร ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่หากพล.อ.ประยุทธ์ วางมือ พล.อ.ชวลิต บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไปวางมือเรื่องอะไร ก็ไม่เห็นเหนื่อย

และเมื่อถามต่อว่า คนอื่นมีแววขึ้นผู้นำหรือไม่ พล.อ.ชวลิต บอกว่า ยังไม่เคยเจอใคร 

“แรมโบ้” ลุยเหนือ17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” ลุยเหนือ17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย

11 กรกฎาคม 2563 – 15:14 น.

“แรมโบ้” ลุยเหนือ17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย ตามศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียงแนวทฤษฎีใหม่ เพื่อ”รวมไทย สร้างชาติ”เดินตามนโยบายนายกฯ

11 ก.ค.63 เวลา 14.00 น.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี รับมอบคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง และมอบป้ายและธงหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทย ณ อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติกลุ่ม GPS ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย  โดยมีนายอานนท์ แสนน่าน อดีตประธานเครือข่ายหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งประเทศไทยและอดีตประธานหมู่บ้านคนเสื้อแดงภาคเหนือ นายสมชัย แสงทองและแกนนำภาคเหนือ 17 จังหวัดเป็นตัวแทนคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงและรับมอบธงหมู่บ้านวิสาหกิจฯเรารักประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทยภาคเหนือ 17 จังหวัดมาร่วมงาน ให้การต้อนรับกว่า 1,000 คน 

"แรมโบ้" ลุยเหนือ17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย

นายสุภรณ์  ได้กล่าวปราศรัยกับแกนนำและสมาชิกฯที่มาร่วมงานดังกล่าวว่า ” ต้องขอขอบคุณแกนนำและอดีตพี่น้องคนเสื้อแดงทุกคนที่มาร่วมมือกัน เพื่อสลายสีเสื้อในครั้งนี้ เราจะไม่มีสีเสื้ออื่นๆนอกจากสีธงชาติ ขาว น้ำเงิน แดง หมายถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่พวกเราคนไทยต้องช่วยปกป้องไว้ วันนี้ประเทศไทยเราต้องการความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจและรวมพลังคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะต้องเลิกการทะเลาะ เลิกขัดแย้งกัน หันหน้ามาร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อมุ่งสู่การส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ ปลดหนี้ปลดสินให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราทุกคน เอาเวลาที่จะไปชุมนุมทางการเมืองบนถนน หันมาทำมาหากินดีกว่า เพื่อให้พวกเรามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ มีกินมีใช้ ให้สุขสบายมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นการทำให้ประทศชาติมั่นคงประชาชนมั่งคั่งและยั่งยืนในทุกครัวเรือนในวันข้างหน้าอันใกล้นี้


 “วันนี้ประเทศชาติภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไปสู่ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันเพื่อให้บ้านเมืองของเราเจริญรุ่งเรือง ภายใต้แนวทาง ” รวมไทย สร้างชาติ” ที่นายกฯได้ให้แนวทางไว้ และสำคัญที่สุดรัฐบาลมีความต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาความยากจน ที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นายกและรัฐบาลได้ทุ่มเทเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบและจะต้องเดินหน้าดูแลต่อไปเพื่อให้ทุกคนฟื้นกลับสู่วิถีชีวิตใหม่ให้ได้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

"แรมโบ้" ลุยเหนือ17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย
"แรมโบ้" ลุยเหนือ17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย

ดังนั้นการรวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามศาสตร์พระราชา ถือเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่งและตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลก็พร้อมจะเข้ามาดูและให้กลุ่มได้ขับเคลื่อนเดินหน้าในอาชีพให้มีรายได้มากขึ้นต่อไป”

"แรมโบ้" ลุยเหนือ17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย

“จุรินทร์”ชี้ พรรคกลับไปดูเงื่อนไขร่วม รบ. หาก ปชป.ถูกเปลี่ยนโควตาเดิม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จุรินทร์”ชี้ พรรคกลับไปดูเงื่อนไขร่วม รบ. หาก ปชป.ถูกเปลี่ยนโควตาเดิม

11 กรกฎาคม 2563 – 14:46 น.

“จุรินทร์”ปัดตอบ หากถูกยึดคืนเก้าอี้พาณิชย์-เกษตร จะมี ปชป.ร่วมรัฐบาลต่อหรือไม่ ชี้กลับไปดูเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล พร้อมย้ำ ยังไม่ได้รับสัญญาน ปรับ ครม.จากนายก และตอบไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีพรรค ปชป.หรือไม่เพราะขึ้นอยู่กับ “กก.บห.-ส.ส.”

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์   รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  บอกถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า ต้องนับหนึ่งที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งตนได้ย้ำมาหลายครั้งแล้วว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ และในส่วนการทำงานของรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ มีการติดตาม ประเมินผลงาน รวมถึงรัฐมนตรีก็ต้องประเมินตนเองว่าการทำงานประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะการทำงานของรัฐมนตรีมีความเชื่อมโยงกับพรรค ถ้ารัฐมนตรีทำงานดี มีผลงานก็ส่งผลให้พรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชนเช่นกัน

ส่วนจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะตอบได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีกติกาชัดเจนว่า ต้องเป็นความเห็นร่วมกันของกรรมการบริหารพรรค และ สส. ดังนั้น การปรับคณะรัฐมนตรีต้องเริ่มจากนายกรัฐมนตรีนับหนึ่งก่อน ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ส่งสัญญาณ ก็ยังเป็นไปตามโควตาเดิม

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะเริ่มจากการปรับเล็กนั้น จะทำให้ถูกตีความว่าจะปรับเฉพาะรัฐมนตรีในพรรคพลังประชารัฐ และจะไม่แตะโควตาพรรคร่วมนั้น ยังไม่สามารถตอบแทนได้  เพราะเป็นเรื่องสำคัญจะไปพูดเกินนายกรัฐมนตรีไม่ได้ สุดท้ายอยู่ที่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล 

ทั้งนี้นายจุรินทร์ ยังไม่ตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์จะยังได้โควตารัฐมนตรี 7 ตำแหน่งเท่าเดิมหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีความเห็นอย่างไร ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยตกลงเงื่อนไขกันไว้ในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล พรรคก็จะกลับไปพิจารณา แล้วกลับมาแจ้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน 
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะขอคืนกระทรวงเศรษฐกิจจากพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างกระทรวงพาณิย์ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะทำให้ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์อยู่ร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นทุกอย่างจะต้องผ่านนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคพลังประชารัฐก็เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและเป็นผู้มาเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล โดยมีการเจรจาเงื่อนไข ข้อตกลงชัดเจนจนยอมรับเงื่อนไข และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ดังนั้นหากจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็ต้องแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้ ตัวเลข ส.ส. ที่เพิ่มขึ้นของพรรคพลังประชารัฐจะมีผลหรือไม่ ตนเอง ไม่ทราบ อยู่ที่นายกรัฐมนตรีและพรรคแกนนำ 

“มาดามเดียร์” ย้ำการทำงานของ ส.ส. คือบทพิสูจน์ของพรรค ยันตำแหน่งเป็นแค่กลไกการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“มาดามเดียร์” ย้ำการทำงานของ ส.ส. คือบทพิสูจน์ของพรรค ยันตำแหน่งเป็นแค่กลไกการเมือง

 "มาดามเดียร์" ย้ำการทำงานของ ส.ส. คือบทพิสูจน์ของพรรค ยันตำแหน่งเป็นแค่กลไกการเมือง11 กรกฎาคม 2563 – 13:52 น.

“มาดามเดียร์” ย้ำการทำงานของ ส.ส. คือบทพิสูจน์ของพรรค ยันตำแหน่งเป็นแค่กลไกการเมือง ปัดตอบทีมโฆษกเป็นบ่อน้ำมันเชื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้ ด้าน “ภาดาท์ ” ชี้ตำแหน่งไม่ได้การันตีเป็นส.ส. สมัยหน้า หากชาวบ้านไม่ศรัทธา

11 ก.ค.63 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชนเขตบางกะปิว่า ตนเชื่อว่า การตั้งหัวหน้าพรรค และรองหัวหน้าพรรค เป็นความตั้งใจดีของผู้บริหารพรรค ที่มีความมุ่งหวังให้พรรคพลังประชารัฐมีความแข็งแกร่ง เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี 

ส่วนในอนาคตคงต้องติดตามต่อไปว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใด แต่ต่อให้คณะบริหารพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลง หน้าที่ ส.ส.ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการทำหน้าที่เพื่อประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในโครงสร้างจุดไหน หน้าที่ ส.ส.ก็เป็นกลไกสำคัญ ในการเชื่อมโยงประชาชน แก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีความสุขมากที่สุด 

เมื่อถามว่าการแต่งตั้งทีมโฆษกซึ่งเป็น ส.ส.หน้าใหม่ จะรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองได้หรือไม่ น.ส.วทันยา กล่าวว่า ส.ส.ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นโฆษก ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ การทำหน้าที่โฆษกพรรคถือเป็นความท้าทายใหม่ ที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้พรรคได้ ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อถามว่าทีมโฆษกจะกลายเป็นบ่อน้ำมันของพรรคหรือไม่ น.ส.วทันยา โฆษกถือเป็นส่วนสำคัญในการประชาสัมพันธ์ของพรรค แต่สุดท้ายก็อยู่ที่กลไกของ ส.ส.ในการทำงานร่วมกับประชาชน เราเป็น ส.ส.สรุ่นใหม่ ก็ทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่

ด้านน.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี-พญาไท-จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พวกเราทั้ง 6 ไม่ได้ปรารถนาตำแหน่งใด ๆ ในพรรคเลย เพราะตำแหน่งเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้เราได้เป็น สส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ จะเป็นการสร้างความศรัทธาในตัวเรา นั่นเป็นที่มาของการที่เราจะได้รับความไว้วางใจเลือกเราเข้ามาเป็น ส.ส.ในสมัยต่อไป 

“ธนกร”ยินดีทีมโฆษกพปชร.ชุดใหม่ ชี้เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”ยินดีทีมโฆษกพปชร.ชุดใหม่ ชี้เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ

 "ธนกร"ยินดีทีมโฆษกพปชร.ชุดใหม่ ชี้เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ11 กรกฎาคม 2563 – 13:21 น.

“ธนกร”ยินดีทีมโฆษกพปชร.ชุดใหม่ ชี้เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ ยก”สมศักดิ์”คุมสื่อสาร-ประชาสัมพันธ์ ช่วยทำเรื่องยากให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น

11 ก.ค.63     นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแต่งตั้งทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับทีมโฆษกพรรคชุดใหม่ซึ่งประกอบด้วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง และ น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธ์ รองโฆษกพรรค ซึ่งทุกคนเป็นส.ส.รุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ ตนรู้จักเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจ สื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี เพราะทีมโฆษกพรรคเป็นด่านหน้าในการชี้แจงข้อมูลต่างๆให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะนโยบายของพรรค นอกจากนั้น จะต้องคอยป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของพรรค ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการชี้แจงประเด็นทางการเมือง
 

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนมั่นใจว่าทีมโฆษกชุดใหม่จะช่วยนำพาพรรคไปสู่ทิศทางที่ประชาชนคาดหวัง นอกจากนั้น ตนเชื่อมั่นในตัวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์  ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน มีศิลปะในการสื่อสารอย่างง่ายเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจง่าย มีวาทศิลป์ทางเมืองหาตัวจับยากไม่เป็นรองใคร สุขุมนุ่มลึก อีกทั้งท่านยังมีความสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชน เป็นคนเข้าถึงง่าย ติดดิน ตนเชื่อว่าจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ที่ผ่านมาตั้งแต่ตนเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตร จนมาเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้รับการบ่มเพาะวิชามาจากนายสมศักดิ์ เรียกได้ว่าเป็นอาจารย์ทางการเมืองของตนก็ว่าได้ เพราะฉนั้นเชื่อว่าการทำงานของทีมโฆษกพรรคจะเป็นไปอย่างมีคุณภาพ 

“ชัยวุฒิ” ลั่น”4 กุมาร” ไม่ใช่โควตานายกฯ เป็นของพรรคพลังประชารัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ชัยวุฒิ” ลั่น”4 กุมาร” ไม่ใช่โควตานายกฯ เป็นของพรรคพลังประชารัฐ

"ชัยวุฒิ" ลั่น"4 กุมาร" ไม่ใช่โควตานายกฯ เป็นของพรรคพลังประชารัฐ11 กรกฎาคม 2563 – 12:42 น.

“ชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์” ลั่น “4 กุมาร”ไม่ใช่โควตานายกฯ เป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรคที่ส่งไปทำงานในรัฐบาลในนามพรรค

นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของ “4 กุมาร “ว่า การลาออกน่าจะมีเหตุปัจจัยหนึ่งว่าจะไปทำงานกับพรรคการเมืองอื่น เพราะหากยังเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอยู่ ถ้าจะไปเลี้ยงหลานหรือทำงานส่วนตัวก็คงไม่ต้องลาออกก็ได้แต่ตนก็ไม่แน่ใจ ต้องให้ติดตามต่อไป

ทั้งนี้ตนยืนยันว่า “กลุ่ม 4 กุมาร”ยังไม่หยุดเล่นการเมือง เพราะว่าจากประสบการณ์ตัวเองคนที่ลาออกจากพรรคหนึ่ง มักจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือไปทำงานกับกลุ่มการเมืองอื่นซึ่งมีนักการเมืองทำให้เห็นหลายคนแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรี” 4 กุมาร” เป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ถ้าไม่ใช่โควตาพรรค แล้วจะเป็นโควตาของใคร เพราะตอนที่ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีก็ส่งไปในนามของพรรคโดยส่งชื่อนายอุตตม  สาวนายน เพราะเป็นหัวหน้าพรรค  นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์  เป็นเลขาธิการพรรค และนายสุวิทย์  เมษินทรีย์ เป็นรองหัวหน้าพรรค โดยผ่านที่ประชุม คณะกรรมการบริหารพรรคส่งชื่อในนามพรรคพลังประชารัฐติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official


นอกจากนี้เมื่อถามว่า เมื่อ 4 กุมาร ลาออกจากสมาชิกพรรคควรคืนตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่พรรคใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ทางข้อกฎหมายคงไม่เป็นไร และตนตอบไม่ได้แต่ในทางการเมืองก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรีกับผู้ใหญ่ที่จะตัดสินใจต่อไป ทั้งนี้ยอมรับว่าในทางการเมืองนายกฯก็มีโควตาเพื่อเลือกคนที่ไว้วางใจมาทำงานถือป็นเรื่องปกติของทุกรัฐบาล

“ผมคิดว่า 4 กุมารไม่ใช่โควตาของท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ เพราะท่านเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรคที่เราส่งไปทำงานในนามพรรค เหมือนนายอนุทินชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นรัฐมนตรีในโควต้าของพรรคร่วมรัฐบาล” นายชัยวุฒิ กล่าว

” แรมโบ้” ตอกกลับ “อนุสรณ์” นายกฯเดินสายพบสื่อไม่ได้ยื้อสืบทอดอำนาจ เป็นการรับฟังความเห็นทุกฝ่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

” แรมโบ้” ตอกกลับ “อนุสรณ์” นายกฯเดินสายพบสื่อไม่ได้ยื้อสืบทอดอำนาจ เป็นการรับฟังความเห็นทุกฝ่าย

" แรมโบ้" ตอกกลับ "อนุสรณ์"  นายกฯเดินสายพบสื่อไม่ได้ยื้อสืบทอดอำนาจ เป็นการรับฟังความเห็นทุกฝ่าย11 กรกฎาคม 2563 – 10:02 น.

“แรมโบ้” ตอกกลับ”อนุสรณ์” นายกฯเดินสายพบสื่อ เพื่อรับฟังความเห็นทุกฝ่าย ไม่ได้ยื้อสืบทอดอำนาจ ชี้เพือไทยควรเปลี่ยนตัวโทรโข่งจ้อรายวัน ทำให้พรรคตกต่ำลง

11 ก.ค.63 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงการเดินทางไปพบสื่อของนายกฯเป็นการกลบปัญหาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาด  ยื้อการสืบทอดอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งหรือไม่ โดยระบุว่าในสถานการณ์วิกฤตของประเทศเช่นนี้ มั่นใจว่านายกฯไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองหรือเรื่องที่ไร้สาระแบบฝ่ายค้าน  แต่นายกฯมุ่งที่จะรับฟังปัญหาและสอบถามถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติประชาชน เฉกเช่นเดียวกัน กับที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยเดินสายพบสื่อมวลชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ เมื่อปี 2557 และก็มีผู้นำรัฐบาลหลายๆคนก็เดินสายพบสื่อทุกรัฐบาลไม่เห็นมีปัญหาอะไร กับเป็นสิ่งที่ดีงามจะได้สื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งพลเอกประยุทธ์ฯเป็นผู้นำที่มีความตั้งใจและความจริงใจมุ่งมั่น ยิ่งในยามที่ทั่วโลกเจอภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจากภัยร้ายไวรัสเช่นนี้ ยิ่งจำเป็นต้องขอระดมความคิดและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ ทำไมสติปัญญาของนายอนุสรณ์ฯจึงคิดได้แค่นี้

และการที่นายอนุสรณ์ฯระบุว่า การลาออกของ 4 กุมาร นายกฯไม่รู้ตัวมาก่อน และไม่ลา แต่กลับไปขออนุญาตนายสมคิดฯแทน สภาพ พล.อ.ประยุทธ์ฯในขณะนี้กำลังศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหานั้น ตนขอชี้แจงว่าการที่กลุ่ม 4 คนลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องภายในพรรคฯซึ่งนายกฯไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคฯและทั้งนี้ทั้ง 4 คนยังทำงานในรัฐบาลปกติและยังเป็นรัฐมนตรีที่มีภารกิจที่จะต้องทำงานอยู่ ซึ่งไม่ได้ส่งผลอะไรกับการลาออกจากสมาชิกพรรคฯเพราะเป็นเรื่องภายในพรรค

ทั้งนี้ แม้นายกฯจะไม่ได้ประชุม ครม.เศรษฐกิจ แต่ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการ ที่ปรึกษาด้านแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดโควิด 19 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างมาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประเทศ และในที่ประชุมนั้นยังมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นการประชุมเตรียมข้อมูลกับคณะที่ปรึกษาฯเพื่อจะได้สรุปข้อมูลต่างๆเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในครม.เศรษฐกิจต่อไป ดังนั้นทั้ง4 คนยังตั้งใจทำงานอย่างปกติไม่ได้มีปัญหาตามที่นายอนุสรณ์ฯกล่าวหา

นายสุภรณ์ ระบุว่า ที่บอกว่านายกฯเป็นศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหา แต่เป็นปัญหาของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ที่นายกฯและรัฐบาลจะต้องให้ความช่วยเหลือ เช่นเดียวกัยกับ ส.ส.ฝ่ายค้านที่ถือเป็นผู้แทนของประชาชนก็ต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนเช่นเดียวกัน อย่ามัวแต่ทะเลาะกันภายในพรรคเพื่อไทยจนลืมแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พรรคเพื่อไทยยังแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคไม่ได้เลย นายอนุสรณ์ฯชอบทำตัวเป็นโทรโข่งจ้อรายวันไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรม ชอบใช้วาทกรรมวิพากย์วิจารณ์นายกฯและรัฐบาล แทนที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน ผมอยากฝากเรียนถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยว่า โฆษกพรรคที่ชอบจ้อรายวันเช่นนี้ ทำให้ภาพพจน์พรรคเพื่อไทยในสายตาประชาชนดีขึ้นหรือตกต่ำลง ฝากพิจารณาด้วยครับ” นายสุภรณ์ฯกล่าว

“ศรีสุวรรณ” ฉะประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ชอบด้วยก.ม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศรีสุวรรณ” ฉะประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ชอบด้วยก.ม.

"ศรีสุวรรณ" ฉะประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ชอบด้วยก.ม.11 กรกฎาคม 2563 – 08:30 น.

“ศรีสุวรรณ จรรยา” ฉะยับประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมชี้ช่องประชาชนฟ้องศาล

วันที่ 11 ก.ค. 2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีพยายามผลักดันโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีมติเมื่อ 4 ต.ค. 2559 ในสมัยรัฐบาล คสช.และได้ พยายามผลักดันมาตลอดโดยอาศัย พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ร.บ.ศอ.บต.) ร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า) จนมีมติคณะรัฐมนตรี อีกครั้งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 อนุมัติโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยจะใช้พื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลนาทับ ตลิ่งชัน และ สะกอม รวมเนื้อที่ทั้งหมด 16,753 ไร่ และจะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือประชาพิจารณ์ที่โรงเรียนจะนะวิทยา ในวันที่ 11 ก.ค.นี้นั้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมากระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์โครงการดังกล่าว ไม่อาจยอมรับได้ว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือผู้มีส่วนได้เสียตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะตาม ม.58 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดําเนินการให้มีการศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนํามาประกอบการพิจารณา ดําเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ”

"ศรีสุวรรณ" ฉะประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ชอบด้วยก.ม.

ทั้งนี้ เพราะการจัดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนต้องดำเนินการตามแนวทางที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนดที่ออกตามความใน ม.48 และ ม.51/4 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561 ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับฟังความคิดเห็นตามประกาศดังกล่าวโดยละเอียด ซึ่งจะต้องเปิดให้ประชาชนให้ความเห็นไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง และมีการรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ

"ศรีสุวรรณ" ฉะประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ชอบด้วยก.ม.

แต่รัฐบาลโดย ศอ.บต. กลับอาศัยกฎหมายพิเศษดำเนินการ มีการระดมตำรวจและฝ่ายความมั่นคงจาก จ.สงขลา จ.ตรัง จ.พัทลุง จ.สตูล มาควบคุมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า 4-5 กองร้อย ทำให้การแสดงออกของประชาชนไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่และไม่เป็นอิสระ ร่วมทั้งการนำกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 สน.) ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคง แต่กลับมาขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเสียเอง จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจที่ผิดหน้าที่ จึงไม่อาจสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการดังกล่าวได้แต่อย่างใด การจัดเวทีประชาพิจารณ์ครั้งนี้จึงเสียเปล่า ขัดต่อกฎหมาย และหาก ศอ.บต.ยังนำการประชุมครั้งนี้ไปแอบอ้าง ก็ถึงเวลาที่ประชาชนจะนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาลต่อไปได้ นายศรีสุวรรณ ระบุ

กมธ.วิทย์ฯหนุน “โคราชโมเดล” : อีสานวากิว แก้จน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กมธ.วิทย์ฯหนุน “โคราชโมเดล” : อีสานวากิว แก้จน

กมธ.วิทย์ฯหนุน "โคราชโมเดล" : อีสานวากิว แก้จน11 กรกฎาคม 2563 – 00:25 น.

กมธ.วิทย์ฯหนุน”โคราชโมเดล”เทงบวิจัยแก้จนดันโครงการ ‘อีสานวากิว’ พร้อมเร่งแก้ราคามันตกต่ำ อธิการบดี มทส.ระบุดันแปรรูปเนื้อโคขุน เป้าหมาย3ปี มีเกษตรกรเอสเอมอีเพิ่มขึ้น80ราย ภายใต้งบฯหนุน48ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรมสภาผู้แทนราษฎร และคณะเดินทางศึกษาดูงาน“การพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรฐานรากด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรม” ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จังหวัดนครราชสีมาเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลมหาวิทยาลัยโดยใช้งานวิจัยเป็นฐาน

โอกาสนี้ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรมสภาผู้แทนราษฎร  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่าตนในฐานะคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรมสภาผู้แทนราษฎรตัวแทนของประชาชนอยากเห็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือบูรณาการการทำงานร่วมกัน

“โดยมีเป้าหมายสำคัญเดียวกัน คือการทำงานเพื่อประชาชน ให้ชาวบ้านคนตัวเล็กตัวน้อยมีรายได้มากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาคณะทำงานตระหนักดีว่าการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่เพิ่มรายได้ให้ผู้คนจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานและงบประมาณวิจัยจากการจัดสรรของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.)”ศ.ดร.กนก กล่าว

ศ.ดร.กนก กล่าวอีกว่า โดยในปี2563ที่ผ่านมาคณะทำงานได้เดินทางไปศึกษาพื้นที่และหนุนการดำเนินการในโครงการวิจัยต่างๆที่ช่วยแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านในจังหวัดนำร่องไม่ว่าจะเป็นจ.กระบี่จ.มหาสารคามจ.จันทบุรีติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ขณะที่ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมทส.เปิดเผยข้อมูลว่าปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยได้สนับสนุนโครงการวิจัยสำคัญอาทิ“อีสานวากิวโคเนื้อคุณภาพสูง”เพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรขาดเงินทุนขาด ข้อมูลย้อนกลับขาดมาตรฐานการเลี้ยงขาดโรงเชือดมาตรฐานและโรงตัดแต่งตลอดจนการขาดการพัฒนาอุตสาหกรรม แปรรูปเนื้อโคขุนโดยมีเป้าหมายระยะ3ปีคือมีเกษตรกรเอสเอมอีเพิ่มขึ้น80รายภายใต้งบประมาณหนุน48ล้านบาท

นอกจากนี้ยังหนุนโครงการ“แพลตฟอร์มต้นแบบการบริการจัดการการเพิ่มมูลค่ามันสำปะหลังตลอดห่วงโซ่มูลค่าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่จ.นครราชสีมา”เพื่อให้เกษตรกรมีทักษะการผลิตมันสำปะหลังคุณภาพสูงด้วยระบบน้ำหยดและเข้าใจวิธีการให้ปุ๋ยบนพื้นฐานการวิเคราะห์ค่าดินเป็นเพื่อลดทอนต้นทุนการผลิตตลอดจนแปรรูปสารสกัดจากมันสำปะหลังสร้างแพลตฟอร์มการเพิ่มมูลค่าสำปะหลังตลอดห่วงโซ่มูลค่าเป็นต้น

อนึ่งโอกาสนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหน่วยงานจัดสรรงบวิจัยอย่างสกสว.และมหาวิทยาลัยในพื้นที่มีแผนและแนวทางการทำงานที่สอดคล้องกันโดยมีเป้าหมายสำคัญคือยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

กมธ.วิทย์ฯหนุน "โคราชโมเดล" : อีสานวากิว แก้จน
กมธ.วิทย์ฯหนุน "โคราชโมเดล" : อีสานวากิว แก้จน