การศึกษา

All posts tagged การศึกษา

ฝ่ายต่อต้าน’หอชมเมือง’ วิจารณ์โครงการเอื้อประโยชน์นายทุน

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279517

ฝ่ายต่อต้าน'หอชมเมือง' วิจารณ์โครงการเอื้อประโยชน์นายทุน

ฝ่ายต่อต้าน’หอชมเมือง’ วิจารณ์โครงการเอื้อประโยชน์นายทุน

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 15.00 น.

7 ก.ค.60 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลาฯ สี่แยกคอกวัว คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน จัดเสวนาเรื่อง แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ชาตินี้หรือชาติหน้า? (ครั้งฉุกเฉิน) โดยวิจารณ์โครงการก่อสร้างหอชมเมืองว่า เข้าข่ายทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้เอกชน และแสดงให้เห็นว่ามีการประพฤติมิชอบโดยรัฐบาล กระทรวงการคลัง และกรุงเทพมหานคร

น.ส. รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ อ้างว่า โครงการหอชมเมืองนั้นกรุงเทพมหานครดำเนินการไม่ถูกต้องหลายข้อ และตั้งคำถามว่านี่คือโครงการประชารัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนใช่หรือไม่ และบอกว่าการคอร์รัปชั่นมักเกิดขึ้นจาก 3 ฝ่าย คือนักการเมือง ขณะนี้คือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นักธุรกิจ และข้าราชการ และกล่าวว่าพื้นที่ก่อสร้างโครงการมีราคาเช่าที่ถูกแล้วยังเชื่อมโยงกับไอคอนสยาม ขณะเดียวกัน น.ส. รสนาถามว่า นายกรัฐมนตรีให้สิทธิเอกชนสร้างหอชมเมืองนั้นมีธรรมาภิบาลมากน้อยแค่ไหน และการสร้างรถไฟสายสีทอง  3 สถานี เป็นการเอื้อประโยชน์ให้โครงการไอคอนสยามใช่หรือไม่

น.ส.รสนา โยงไปถึงเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ว่า ไม่ใช่เพียงประชาชนเรียกร้องรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ประชาชนรังเกียจการทุจริตในกลุ่มพวกพ้องทหาร ขณะนี้ประชาชนให้โอกาสคสช. เข้ามาดูแลรักษาความสงบของบ้านเมือง ทำให้เกิดความปรองดอง แต่ประชาชนไม่ต้องการให้คสช.ปรองดองกับเอกชน สาเหตุที่จัดการเสวนาที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อเตือนใจรัฐบาล คสช. ส่วนเรื่องที่อ้างว่าพื้นที่บนสุดของหอชมเมืองจะเป็นที่แสดงศาสตร์พระราชา แต่ไม่บอกว่าพื้นที่ส่วนที่เหลือจะทำประโยชน์อะไร อาจเป็นการเอาศาสตร์พระราชาบังหน้าเพื่อให้มีการเช่าที่ราคาถูกใช่หรือไม่

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า รู้สึกประหลาดใจในเรื่องหอชมเมืองที่มีการอ้างเรื่องศาสตร์พระราชา และอยากรู้ว่ามีตรงไหนบ้างที่บงบอกถึงสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ความเป็นไทย น่าสังเกตว่าหอนี้มีความคล้ายกับหอโดฮา ประเทศกาตาร์  จึงแปลกใจที่มีการอ้างแบบนี้ การเช่าพื้นที่สร้างหอชมเมือง ที่เฉลี่ยแล้วตกอยู่ที่เดือนละประมาน 190,000 บาท ซึ่งประเมินแล้วว่าผิดจากความจริงถึง 100 เท่า
“ผมต้องกล่าวหาว่า ผู้มีอำนาจคสช. มีพฤติการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน”

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า รัฐบาลตัดสินใจอนุมัติหอชมเมือง กทม. เป็นการผิดกฎหมายทั้งหมด อาทิ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายฉบับ มีการให้สิทธิเอกชนเข้าไปมีสิทธิในพื้นที่เมื่อวันที่13 ธ.ค. 2559 ซึ่งผู้ที่ได้รับสิทธิคือหอชมเมือง ต้องไปดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ที่ปรากฎว่ามูลนิธิหอชมเมืองดำเนินการไปก่อนหน้าแล้ว และโครงการดังกล่าวเป็นอาคารขนาดใหญ่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ควบคุมอาคารปี 2522  ก่อนจะได้รับอนุญาตจากกทม. จะต้องมีการทำวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จึงมีการจัดทำและได้รับเห็นชอบ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2559  ซึ่งพบว่าเป็นการทำก่อนที่จะมีการอนุมัติจากครม.  นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงคณะกรรมการมูลนิธิหอชมเมือง ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ 8 ต.ค. 57 กรรมการผู้ก่อตั้งบางคนนั้นเป็นผู้บริหารของตึกที่อยู่ข้างๆ  บางคนติดล้มละลาย ห้ามทำนิติกรรมใด ดังนั้นการมีมติเพื่อเช่าที่ดินหรือกู้เงินลงทุนนั้นทำได้อย่างไร จึงอาจจะนำไปสู่การเป็นโมฆะทั้งหมด เพราะถือว่ามติของคณะกรรมการบริหารกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะเดียวกันมีเงื่อนไขบางประการที่ระบุว่า รายได้จากการประกอบการของมูลนิธิ เพื่อสร้างหอชมเมือง ห้ามนำไปแบ่งปันจะต้องนำไปบริจาคให้องค์กรการกุศล   คาดว่าอาจจะนำไปบริจาคในมูลนิธิที่มีผลประโยชน์ร่วม ไม่ทราบว่านายกฯตาถั่วหรือที่ไม่ทราบ เหมือนเอาเงินจากกระเป๋าซ้ายใส่กระเป๋าขวา เป็นการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้เอกชน โดยอ้างองค์กรการกุศล

“ผมไม่ได้รังเกลียดหอชมเมือง เพียงแต่ว่ากระบวนการอนุมัติหรือการใช้อำนาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทางนายกฯ พูดตลอดว่าขอให้ประชาชนเคารพกฎหมาย แล้วรัฐบาลได้เคารพกฎหมายหรือไม่ ผมรักประเทศไทยมีจิตสำนึกความเป็นไทย ไม่ต่างกับคนชื่อพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้นอย่าคิดว่าเขารักประเทศไทยมากกว่าใคร ดังนั้นการที่เขาใช้อำนาจในการอนุมัติให้เอกชนด้านสิทธิในการพัฒนาที่ดินดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพยายามเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน

“ส่วนนายวิลาศ  จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การสร้างหอชมเมืองเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วย ถ้าเป็นไปตามที่ครม.แถลง คือ น้อมนำศาสตร์พระราชา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสัญลักษณ์ แต่ที่คนไม่เห็นด้วยเพราะมีการเอื้อผลประโยชน์ให้กับเอกชน ด้วยพื้นที่ก่อสร้างติดปัญหาน้ำท่วมจึงไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดก่อสร้างอาคารใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ ทั้งยังมีทางเข้าออกถนนคับแคบ สุดท้ายอาจต้องอาศัยทางออกที่ห้างไอคอนสยาม และถ้าวันหนึ่งไอคอนสยามขายที่ไปหรือไม่ยอมให้ใช้เส้นทางร่วมกัน นักท่องเที่ยวจะทำอย่างไร เพราะเหลือแต่ทางเข้า-ออกด้วยเรือเท่านั้น เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องชี้แจง ถือว่าเป็นโครงการโง่ หรือโครงการบ้า มีแต่พิรุ

ธผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการอภิปรายได้เปิดให้มีการซักถาม ซึ่งมีตัวแทนจาก 42 ชุมชนคลองสาน ได้แสดงความคิดเห็นอยากให้มีความเจริญของคนคลองสาน มีรถไฟฟ้า ศูนย์การค้า หรือแม้กระทั่งหอชมเมือง หากสร้างอย่างโปร่งใส ไม่มีการทุจริต ก็อยากให้มี เพราะอยากให้ลูกหลานได้รับความสะดวก

Advertisements

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ พระราชทานเทียนจำนำพรรษาวัดเม็งรายมหาราช

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279497

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ พระราชทานเทียนจำนำพรรษาวัดเม็งรายมหาราช

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ พระราชทานเทียนจำนำพรรษาวัดเม็งรายมหาราช

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 13.41 น.

7 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ที่อุโบสถวัดเม็งรายมหาราช ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย นายศักดิ์ชาย วงศ์กนิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้แทนพระองค์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประกอบพิธีอัญเชิญเทียนจำนำพรรษาพระราชทาน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2560

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานเทียนจำพรรษา โดยมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานเทียนจำพรรษา ให้แก่วัดเม็งรายมหาราช ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้ศึกษาเรียนรู้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และสามารถนำหลักธรรมคำสอนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม

ในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่ดีงามของชาวพุทธที่จะได้มีโอกาสถวายเทียนจำพรรษาแด่พระภิกษุ สามเณร ในการศึกษาพระธรรมวินัย และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบต่อไป

ทั้งนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานเทียนจำพรรษา เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2560 แก่วัดต่างๆ ทั่วประเทศ สำหรับจังหวัดเชียงราย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีเมตตาพระราชทานเทียนจำพรรษา จำนวน 1 วัด ได้แก่ วัดเม็งรายมหาราช ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย.

‘บิ๊กตู่-อั้ม พัชราภา’ฮอต! โพลล์ชี้ชาวพุทธอยากทำบุญด้วยมากสุด-85.5%ตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษา

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279457

‘บิ๊กตู่-อั้ม พัชราภา’ฮอต! โพลล์ชี้ชาวพุทธอยากทำบุญด้วยมากสุด-85.5%ตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษา

‘บิ๊กตู่-อั้ม พัชราภา’ฮอต! โพลล์ชี้ชาวพุทธอยากทำบุญด้วยมากสุด-85.5%ตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษา

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 09.05 น.

7 ก.ค.60 ‘กรุงเทพโพลล์’ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ‘กิจกรรมชาวพุทธ ในวันหยุดเข้าพรรษา’ เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาที่จะถึงนี้ โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,193 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.60

ทั้งนี้ พบว่า ชาวพุทธส่วนใหญ่ร้อยละ 65.7 ตั้งใจจะตื่นเช้า ทำบุญตักบาตรในช่วงวันหยุดยาวทางพุทธศาสนาที่จะถึงนี้ รองลงมาร้อยละ 46.1 จะไปเวียนเทียน และร้อยละ 31.4 จะไปถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน

เมื่อถามว่า นักการเมืองที่อยากร่วมทำบุญ เวียนเทียนด้วยมากที่สุด อันดับแรก คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ร้อยละ 49 รองลงมา คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 28.3 , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 8.2 , นางปวีณา หงสกุล ร้อยละ 2.8 และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 2.6

เมื่อถามต่อว่า ดารา นักแสดงที่อยากร่วมทำบุญ เวียนเทียนด้วยมากที่สุด อันดับแรก คือ ‘อั้ม’ พัชราภา ไชยเชื้อ ร้อยละ 19.5 รองลงมา คือ ณเดชน์ คูกิมิยะ ร้อยละ 9.3 , เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ ร้อยละ 8.5 , ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ร้อยละ 4.8 และเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ร้อยละ 4.3

สำหรับสิ่งที่ตั้งใจจะทำในช่วงเข้าพรรษา คือ จะทำบุญตักบาตรทุกวันพระช่วงเข้าพรรษา ร้อยละ 45.7 รองลงมา ร้อยละ 39.1 จะงดเว้นอบายมุขต่างๆ , ร้อยละ 38.3 จะงดเหล้า , ร้อยละ 24.5 จะรักษาศีลครบ 5 ข้อ และร้อยละ 19.0 จะเข้าวัดปฏิบัติธรรมบ่อยขึ้น

เมื่อถามว่าการรณรงค์ของภาครัฐ ‘ห่างไกลสุรา ประชาเป็นสุข ปลอดภัยพาชาติไทยเจริญ’ งดเหล้าเข้าพรรษาถวายในหลวง ร.9 จะช่วยทำให้ประชาชนงดเหล้าเข้าพรรษาได้มากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 69.7 เห็นว่าจะช่วยได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 30.3 เห็นว่าจะช่วยได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

สำหรับความตั้งใจจะงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษาของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 85.5 ตั้งใจจะงด โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 45.5 จะงดตลอด 3 เดือน และร้อยละ 40 จะงดแต่อาจไม่ครบ 3 เดือน ขณะที่ร้อยละ 14.5 ตั้งใจจะดื่มตามปกติ

องค์มนตรีตรวจเยี่ยม’มรภ.สกลนคร’ น้อมนำพระราโชบายการศึกษาพัฒนาท้องถิ่น (ประมวลภาพ)

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279415

องค์มนตรีตรวจเยี่ยม'มรภ.สกลนคร' น้อมนำพระราโชบายการศึกษาพัฒนาท้องถิ่น (ประมวลภาพ)

องค์มนตรีตรวจเยี่ยม’มรภ.สกลนคร’ น้อมนำพระราโชบายการศึกษาพัฒนาท้องถิ่น (ประมวลภาพ)

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 19.46 น.

6 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา10.00 น. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จ.สกลนคร ที่น้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษามาดำเนินการโครงการต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาท้องถิ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นของตน ได้แก่ ส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของเกษตรกร โดยการสนับสนุนให้เนื้อโคขุนโพนยางคำผ่านการรับรองมาตรฐาน GI และการฟื้นฟูและส่งเสริมผ้าย้อมคราม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยมีการทำวิจัยพัฒนาเทคนิคการย้อม การออกแบบ การส่งเสริมการขาย ตลอดจนการจัดทำหลักสูตรครามศึกษา เพื่อให้นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏได้ศึกษาและนำความรู้ไปต่อยอดสู่ชุมชน

และบ่ายวันเดียวกันนี้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้เดินทางไปที่ ต.บ้านแป้น อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร  เพื่อเยี่ยมชมโครงการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งหนองหาน ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน  ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และจัดทำ “แปลงเกษตรลอยน้ำ” โดยการนำเอาตะกอนดินใต้ลำน้ำมาทำเป็นแปลงเกษตรบนแพวัชพืช ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาวัชพืชปิดชายฝั่งแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูก รวมถึงแก้ไขปัญหาตะกอนดินและตะกอนวัชพืชทับถม อันเป็นสาเหตุทำให้ลำน้ำตื้นเขินสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนในการทำมาหากินและการออกเรือหาปลา

ทั้งนี้ พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้เน้นย้ำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ขยายผลและต่อยอดโครงการพัฒนาไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วยการประสานงานกันระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏและผู้ว่าราชการจังหวัด ในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายตามลำดับความเร่งด่วน ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัด และมุ่งมั่นสร้างผลสัมฤทธิ์ในการผลิตและพัฒนาครู ที่มีคุณภาพตามความต้องการของประเทศ เพื่อสนองพระราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ

ชาวบ้าน-วัดซัดกันนัว! ชุมชนร้องสอบเงินวัดดัง-เจอแฉอมธรณีสงฆ์โขกกำไร

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279402

ชาวบ้าน-วัดซัดกันนัว! ชุมชนร้องสอบเงินวัดดัง-เจอแฉอมธรณีสงฆ์โขกกำไร

ชาวบ้าน-วัดซัดกันนัว! ชุมชนร้องสอบเงินวัดดัง-เจอแฉอมธรณีสงฆ์โขกกำไร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 19.16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายธนพัฒน์ สุขเกษม ตัวแทน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูป พร้อม นายสุชาติ บู่น้อย ประธานชุมชนวัดชัยพฤกษ์และชาวบ้านในชุมชนอีกประมาณ 20 คน เดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน และปัญหาการให้เช่าที่ดินของ วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร เขตตลิ่งชัน โดยมี พ.ต.ท.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผกก.1 บก.ปปป. เป็นผู้รับเรื่อง

นายธนพัฒน์ เปิดเผยว่า การร้องเรียนครั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านสงสัยการใช้จ่ายเงินในการบูรณพระอารามและศาสนสถานในวัด รวมทั้งการเก็บเงินค่าเช่าที่ธรณีสงฆ์ และเงินบริจาคของวัด ซึ่งอาจมีการยักยอกเงินไปเก็บไว้ในบัญชีคนใกล้ชิดของ พระราชสุตาภรณ์ เจ้าอาวาส รวมทั้งมีการตกแต่งบัญชีจำนวนพระภิกษุสามเณรของโรงเรียนพระปริยัติธรรม ไม่ตรงกับจำนวนที่เสนอขอเงินงบประมาณอุดหนุน รวมถึงงบเผยแพร่พระศาสนา โดยไม่เคยมีการชี้แจงบัญชีรายรับรายจ่ายให้ชาวบ้านรับทราบ จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 และ 63 ให้สิทธิประชาชนร้องเรียนในการตรวจสอบความโปร่งใสต่อพนักงานของรัฐได้

ด้าน นายสุชาติ กล่าวว่า ชาวบ้านรู้สึกสงสัยการบริหารจัดการภายในวัดมาก เช่น กรณีเงินผ้าป่า วัดไม่เคยแจ้งยอดต่อชาวบ้านในชุมชน รวมทั้งมีการไล่ที่ชาวบ้านที่เช่าที่วัด จนถึงขั้นส่งคนไปทำร้าย ทั้งที่ชาวบ้านจ่ายเงินค่าเช่าตรงตามสัญญา และมีการแจ้งความไปหลายครั้ง รวมทั้งถึงร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แต่เรื่องก็ไม่คืบ จึงต้องการพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. มาช่วยตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง เพราะวัดก็ถือเป็นสมบัติร่วมกันของคนในชุมชน การดำเนินการใดๆ ควรให้ชุมชนรับทราบ และมีความโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการร้องเรียนดังกล่าว ฝ่ายกฏหมายวัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร ได้ออกมาชี้แจ้งว่า กรณีการร้องเรียนของกลุ่มดังกล่าวเกิดขึ้นทุกปี สืบเนื่องจากชาวบ้านที่เช่าพื้นที่วัด ได้อาศัยมานานตั้งแต่ปี 2524 สัญญาเช่า 20 ปี แต่สัญญาเพิ่งหมดไม่นานมานี้ และพบว่าชาวบ้านบางรายนำตึกที่เช่าในพื้นที่วัดไปเซ้งให้กับบุคคลภายนอกในราคาที่สูงเกินจริงกับที่เช่าจากวัด เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ทราบข่าวจึงมีการจัดระเบียบ โดยมีคณะกรรมการวัดประชุมขอความเห็นตรงกัน ให้มีการขอคืนพื้นที่เช่า หากไม่เป็นตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากนำที่วัดปล่อยเช่าต่อให้นายทุน เช่น เช่าวัด 1,200 บาทต่อเดือน แต่ปล่อยเช่า หลักหมื่น บางรายถึงแสน เรื่องนี้เจ้าคณะปกครอง หรือเจ้าคณะ กทม.เคยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และส่งเรื่องให้ พศ. รับทราบ ซึ่งก็พบว่าชาวบ้านร้องเรื่องเดิมซ้ำๆทุกปี

ส่วนกรณีงบบูรณปฏิสังขรณ์ ทราบเพียงว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับงบจาก พศ. แต่วัดชัยพฤกษ์เป็นวัดหลวง จึงได้รับงบบูรณะจากกรมศิลปากร และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นจำนวน 12.5 ล้านบาทถ้วน มีป้ายติดไว้หน้าโบถส์ชัดเจน งบส่วนนี้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนดูแลทั้งหมด

ส่วนงบใช้จ่ายของวัดจากเงินบริจาคญาติโยม งบโรงเรีบนพระปริยัติธรรม เจ้าอาวาสตั้งไวยาวัจรกร คณะกรรมการวัด ดูแล มีการรายงานบัญชีต่อเจ้าคณะแขวง เขต และส่งรายงานพศ.ทุกปี ดังนั้นการร้องเรียนครั้งนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์หรือไม่

วันเดียวกันที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการใน พศ. 8 ราย โดยเป็นการย้ายตามความเหมาะสม เพื่อปรับกำลังการบริหารให้ได้บุคลากรที่ตรงกับงาน ซึ่งเป็นนโยบายการพัฒนาหน่วยงานให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปวงการพระพุทธศาสนาที่จะต้องทำให้อีก 10 ข้างหน้า ต่างจากช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการตรวจสอบการทุจริตใช้งบบูรณะปฏิสังขรณ์วัด

ทั้งนี้ข้าราชการ 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี 2.นางกณิกนันต์ ล้อสีทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานเลขานุการกรม ไปเป็น ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา 3.นางสาววาริกา นรคิม นักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา ไปเป็น นักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนสถาน 4.นางสาวสุทธินันท์ ธงศรี นักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา 5.นางรพีวรรณ บำรุง นักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา

6.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร นักวิชาการศาสนา ผู้อำนวยการกลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กองพุทธศาสนศึกษา ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร 7.นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ นักวิชาการศาสนา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ไปเป็นนักวิชาการศาสนา ผู้อำนวยการกลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กองพุทธศาสนศึกษา และ 8.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเป็นนักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม

พ.ต.ท.พงศ์พร ยังกล่าวถึงการโยกย้าย นางสาวสิทธินันท์ ซึ่งเป็นหน้าห้องของ นางสาวประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 9 ที่ถูกกล่าวหาทุจริตเงินงบประมาณเงินอุดหนุนวัดด้วยว่า เป็นเรื่องปกติที่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งเป็นข้าราชการระดับปฏิบัติการ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อการตัดสินใจการจัดทำงบประมาณ

อพท.เปิดเวที’ข่วงเมืองน่าน’ จัด’มหกรรมศิลปฯ’6ประเทศร่วมโชว์

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279378

อพท.เปิดเวที'ข่วงเมืองน่าน' จัด'มหกรรมศิลปฯ'6ประเทศร่วมโชว์

อพท.เปิดเวที’ข่วงเมืองน่าน’ จัด’มหกรรมศิลปฯ’6ประเทศร่วมโชว์

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 17.19 น.

อพท.จัดงานใหญ่ “มหกรรมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นนานาชาติ” ข่วงเมืองน่าน 6ประเทศร่วมโชว์การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นแห่งลุ่มน้ำโขง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวสนใจจำนวนมาก

ที่ข่วงเมืองน่าน จ.น่าน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน จัดงาน “มหกรรมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นนานาชาติ หรือ International Folk Culture Festival, Nan Thailand 2017” โดยมี นายไพศาล  วิมลรัตน์ ผวจ.น่าน เป็นประธาน  มีตัวแทนศิลปินจากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย จีน เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ลาว และไทย เข้าร่วมแสดง มีผู้เข้าร่วมชมการแสดงอย่างคับคั่งทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาตลอดงาน

นายสุขสันต์ เพ็งดิษฐ์รักษาการผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน เปิดเผยว่า การจัดงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นนานาชาติ หรือ International Folk Culture Festival, Nan Thailand 2017 ถือเป็นงานด้านศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติครั้งแรกขอ จ.น่าน เกิดขึ้นจากการที่ อพท. พิจารณาเห็นว่า เมืองเก่าน่านเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงด้านศิลปวัฒนธรรม จึงมอบหมายให้สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ดำเนินโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมแก่พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้านประชาสังคมและวัฒนธรรม ด้วยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวัฒนธรรมร่วมกับประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก เพื่อให้เกิดการไหลเวียนทางวัฒนธรรมในรูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

สำหรับ ประเทศไทย จัดชุดการแสดง “กลองปูจาเมืองน่าน” เป็นกลองประจำวัดในอาณาจักรล้านนา ใช้ตีเพื่อเป็นพุทธบูชาและงานประเพณีต่างๆ จึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองน่าน ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ สืบทอด และฟื้นฟูให้เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมส่งต่อให้แก่อนุชนรุ่นหลัง และยังมีการแสดงพิเศษจาก “คณะไทเกอร์” ก่อตั้งโดย นายกิตติชัย ไทยแท้ รวมกลุ่มคนหนุ่มใหม่ที่มีความสนใจในเพอร์คัสชั่นทั่วโลก ผสมผสานลีลาการบรรเลงกลองกับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างงดงามมีพลัง

ย้าย8รายรวด!ขรก.สำนักพุทธฯ “พงศ์พร”โบ้ยไม่เกี่ยวทุจริตเงินทอนวัด

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279336

ย้าย8รายรวด!ขรก.สำนักพุทธฯ "พงศ์พร"โบ้ยไม่เกี่ยวทุจริตเงินทอนวัด

ย้าย8รายรวด!ขรก.สำนักพุทธฯ “พงศ์พร”โบ้ยไม่เกี่ยวทุจริตเงินทอนวัด

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 15.08 น.

วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการใน พศ. 8 ราย โดยเป็นการย้ายตามความเหมาะสม เพื่อปรับกำลังการบริหารให้ได้บุคลากรที่ตรงกับงาน ซึ่งเป็นนโยบายการพัฒนาหน่วยงานให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปวงการพระพุทธศาสนาที่จะต้องทำให้อีก 10 ข้างหน้า ต่างจากช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการตรวจสอบการทุจริตใช้งบบูรณะปฏิสังขรณ์วัด

ทั้งนี้ข้าราชการ 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี 2.นางกณิกนันต์ ล้อสีทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานเลขานุการกรม ไปเป็น ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา 3.นางสาววาริกา นรคิม นักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา ไปเป็น นักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนสถาน 4.นางสาวสุทธินันท์ ธงศรี นักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา 5.นางรพีวรรณ บำรุง นักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา

6.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร นักวิชาการศาสนา ผู้อำนวยการกลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กองพุทธศาสนศึกษา ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร 7.นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ นักวิชาการศาสนา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ไปเป็นนักวิชาการศาสนา ผู้อำนวยการกลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กองพุทธศาสนศึกษา และ 8.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเป็นนักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม

พ.ต.ท.พงศ์พร ยังกล่าวถึงการโยกย้าย นางสาวสิทธินันท์ ซึ่งเป็นหน้าห้องของ นางสาวประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 9 ที่ถูกกล่าวหาทุจริตเงินงบประมาณเงินอุดหนุนวัดด้วยว่า เป็นเรื่องปกติที่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งเป็นข้าราชการระดับปฏิบัติการ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อการตัดสินใจการจัดทำงบประมาณ

‘พุทธะ’ชี้เป้า3วัดฉาวปมงบ2ล้าน วัดได้8หมื่น ทอนคืนเจ้าหน้าที่1.9ล.

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279305

'พุทธะ'ชี้เป้า3วัดฉาวปมงบ2ล้าน วัดได้8หมื่น ทอนคืนเจ้าหน้าที่1.9ล.

‘พุทธะ’ชี้เป้า3วัดฉาวปมงบ2ล้าน วัดได้8หมื่น ทอนคืนเจ้าหน้าที่1.9ล.

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 13.36 น.
6 ก.ค.60 เพจเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” โพสต์ข้อความ ระบุว่า
เห็นข่าว ปปป.เรียกร้องให้วัดต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินทอนให้ออกมาแสดงตัวเพื่อความบริสุทธิ์ใจ
หากไม่แล้ว เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบเจอหลักฐานพัวพันถึงใครจะดำเนินคดีไม่เว้น
พุทธะอิสระฟังแล้วให้รู้สึกดีใจว่า ปปป. คสช. ท่านนายกประยุทธ์ ได้กรุณาช่วยกำจัดปลวกที่คอยกัดกินพระพุทธศาสนาที่มีมาเป็นระยะเวลายาวนานให้มันหมดไปจากพระพุทธศาสนาเสียที
ไหนๆ จะกำจัดปลวกกินพระพุทธศาสนาทั้งทีก็จัดการล้างบางให้หมดสิ้นซากไปเลย
ปปป. ลองไปตรวจสอบวัดที่ จ.ตากกันดูหน่อยดีไหม ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ มีการโอนเงินไปให้วัดยางโองน้ำ ๒ ล้าน แล้วโอนเงินทอนคืนแก่เจ้าหน้าที่สำนักพุทธไป ๑,๙๒๐,๐๐๐ บาท วัดได้แค่ ๘ หมื่นบาท
วัดที่ ๒ คือวัดยางโองสันกลาง ได้รับงบอุดหนุน ๒ ล้าน แล้วโอนเงินทอนคืนให้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธไป ๑,๙๓๐,๐๐๐ บาท วัดได้แค่ ๗ หมื่นบาทเท่านั้น
และต่อมาสำนักพุทธได้โอนเงินไปอุดหนุนวัดยางโองบน ๒ ล้านบาท พร้อมทั้งตามไปขอเงินทอนคืน ๑,๙๒๐,๐๐๐ บาท วัดได้แค่ ๘ หมื่นบาทเท่านั้น
ได้ยินแว่วๆ มาด้วยว่า งานนี้มีการเตรียมการเผชิญสืบด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ไปเตี๊ยมกับสมภารทั้ง ๓ วัดเอาไว้แล้วด้วย
เรื่องนี้นอกจากมีเจ้าอาวาส ๓ วัด แล้วยังมีตัวละครดังๆ ในสำนักพุทธร่วมแสดงถึง ๔ คน หนึ่งในนั้นคือคนชื่อฉัตรชัย นามสกุลไปหาเอาเอง
งานนี้ ผอ.พศ.จังหวัดตาก จะปฏิเสธการรับรู้คงจะไม่ได้ด้วยนะจ๊ะ
อ้อ… ไหนๆ ปปป.ก็กล้าที่จะเข้าไปตรวจสอบวัดพิชยญาติการามของเจ้าคณะหนกลางแล้ว ขอฝากให้ช่วยไปตรวจสอบวัดสระเกศที่แสนจะยากจนถึงขนาดสำนักพุทธต้องให้เงินอุดหนุนร้อยกว่าล้านภายใน ๒ ปีคือ ปี ๕๖-๕๗ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
๑๑ พ.ย. ๕๖ วัดสระเกศรับเช็คจากสำนักพุทธ ฉบับที่หนึ่ง ๑๐ ล้านบาท ฉบับที่ ๒ ๑๐ ล้านบาท ทั้งหมดนี้เขาอุดหนุนกันวันละ
๒ เวลาเชียวนะ ดูช่างยากจนอดอยากแร้นแค้นเสียจริงๆ
๑๙ ธ.ค. ๕๖ รับเช็คหมายเลข ๙๒/๐๔๐๖๗๙๙ เป็นเงิน ๕ ล้านบาท
๒๐ ม.ค. ๕๗ รับเช็คหมายเลข ๓๒/๐๔๑๗๐๖๒ เป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท
๒๑ ม.ค. ๕๖ รับเช็คหมายเลข ๓๒/๐๔๑๗๐๖๖ เป็นเงิน ๙ ล้านบาท และหมายเลข ๓๒/๐๔๑๗๐๖๗ เป็นเงิน ๘ ล้านบาท
๔ ก.พ. ๕๗ รับเช็คหมายเลข ๓๕/๐๔๑๗๑๓๑ เป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท
๔ มี.ค. ๕๗ รับเช็คหมายเลข ๓๕/๐๔๑๗๑๓๒ เป็นเงิน ๖๗.๕๕ ล้านบาท
ฝากอีกซัก ๒ วัดก็แล้วกันนะ คือวัดสามพระยาและวัดเทพศิรินทร์ สองวัดนี่ก็สุดแสนจะยากจน สำนักพุทธจึงต้องอนุมัติเงินอุดหนุน โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้
วัดเทพศิรินทร์
๔ ธ.ค. ๕๖ รับเช็คจากสำนักพุทธ ๑๐ ล้านบาท
๔ ก.พ. ๕๗ รับเช็คอีก ๒ ล้านบาท
ตามมาติดๆ คือวัดของกรรมการมหาเถรสมาคม วัดเจ้าคณะปกครอง กทม. ที่สุดแสนจะลำบากลำบนยากจนข้นแค้น นั่นคือวัดสามพระยา
สำนักพุทธได้เมตตากรุณาโอนเงินเยียวยาให้ถึง ๑๗ ล้านภายใน ๒ ปี
๔ ธ.ค. ๕๖ รับเช็คจากสำนักพุทธ ๕ ล้านบาท
๑๓ ก.พ. ๕๗ รับเช็ค ๕ แสนบาท
๑๙ ก.พ. ๕๗ รับเช็ค ๗ ล้านบาท
วันนี้เอาเบาะแสไปแค่นี้ก่อนละกันนะจ๊ะ
ส่วนเงินทอนจะทอนกันเท่าไหร่ ปปป.เชิญไปสอบบัญชีกันเอาเอง
หากจะให้ดีลองตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่สำนักพุทธระดับซี ๙ ซี ๘ ซี ๗ และซี ๕ ดูว่าทำไมถึงได้ร่ำรวยกันนัก
วันหน้าจักนำมาให้ ปปป.ค่อยๆ สืบ ค่อยๆ ค้นกันต่อไป
คิดว่าเบาะแสแค่นี้ พวกเขาแทบอยากจะขยี้ฉันให้เป็นผุยผงอยู่แล้ว

อลังการ!นักเรียนม.6 ร.ร.นครสวรรค์ ยกขบวนโชว์ลีลา-จังหวะแทงโก้สุดเจ๋ง (ชมคลิป)

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279253

อลังการ!นักเรียนม.6 ร.ร.นครสวรรค์ ยกขบวนโชว์ลีลา-จังหวะแทงโก้สุดเจ๋ง (ชมคลิป)

อลังการ!นักเรียนม.6 ร.ร.นครสวรรค์ ยกขบวนโชว์ลีลา-จังหวะแทงโก้สุดเจ๋ง (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 08.34 น.
6 ก.ค. 60 เพจเฟซบุ๊ก “Nakhonsawan School” ได้โพสต์คลิป เกี่ยวกับการแสดงลีลาศจังหวะแทงโก้ และการแสดงไลน์แดนซ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2560 ในพิธีเปิดกีฬาคณะสีร่มสักเกม 2560 ณ สนามฟุตบอล โรงเรียนนครสวรรค์ ซึ่งจะมีนักเรียนหลายคนเต้นพร้อมเพียงกัน
ข้อความระบุว่า การแสดงลีลาศจังหวะแทงโก้ และการแสดงไลน์แดนซ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2560 ในพิธีเปิดกีฬาคณะสีร่มสักเกม 2560 ณ สนามฟุตบอล โรงเรียนนครสวรรค์

การวิเคราะห์และรับมือกับอนาคตเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน มุ่งใช้นวัตกรรมและการบริหารความเสี่ยง ในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อความอยู่รอด

Published October 15, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279140

x

การวิเคราะห์และรับมือกับอนาคตเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน มุ่งใช้นวัตกรรมและการบริหารความเสี่ยง ในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อความอยู่รอด

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โลกกำลังเปลี่ยนไป ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็หนีไม่พ้นกับความเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลาของเศรษฐกิจที่ท้าทาย, สถานการณ์โลกที่ผันผวน, สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง, สังคมที่มีการแบ่งฝ่ายกันมากขึ้น และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจมีความเปราะบางมากขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ธุรกิจจะต้องปรับตัวพร้อมรับความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเราสามารถคาดเดาได้ยาก….ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

การวิเคราะห์และรับมือกับอนาคต คือ กระบวนการในการคาดการณ์ถึงอนาคตและพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อลดผลกระทบด้านลบ นั่นคือความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาโลกของเราให้หลุดออกจากวงจรแห่งปัญหาของความเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน

ดร.ริชาร์ด เวลฟอร์ด ประธานและผู้ก่อตั้ง CSR Asia กล่าวว่า กุญแจของการดำเนินธุรกิจในระยะยาวคือนวัตกรรมและการบริหารความเสี่ยง องค์กรหลายแห่งมีองค์ประกอบในการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอยู่แล้ว แต่ส่วนมากยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควรเนื่องจากยังต้องประสบกับความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ หลายๆ กลยุทธ์มักเน้นพิจารณาความเสี่ยงที่ผ่านมา มากกว่าวิเคราะห์คาดการณ์ถึงความเสี่ยงในอนาคต และเพื่อแก้ปัญหานี้ ตนจึงขอย้ำเตือนให้บริษัทต่างๆขยายมุมมองในการพิจารณาความเสี่ยงให้กว้างขึ้น และปรับเปลี่ยนจากแนวทางการตั้งรับและปฏิบัติตามกฎไปเป็นการคิดริเริ่มและการทำนายอนาคต “เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และรับมือกับอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ” องค์กรจำเป็นที่ต้องมีวิธีการที่สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการสร้างโครงสร้างด้านนวัตกรรมอย่างพร้อมเพรียงด้วย

และในช่วง ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2560 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี CSR Asia Summit 2017 ขึ้น ณ โรงแรมเดอะอมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โดยเชิญวิทยากรมากกว่า 80 คน ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงสุด (C-suiteexecutives) จากองค์กรเอกชนหน่วยงานของรัฐ,สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะ อาทิ อดิดาส, แคร์, สิงเทล,ซีแอลพีโฮลดิ้ง, โอเชี่ยน รีโคฟเวอรี่ อัลไลแอนซ์,โกลเบิล ไชล์ด ฟอรั่ม, ซีดีแอล, เอช แอนด์ เอ็ม,ไอบีเอ็ม, เชลล์, ยูนิลีเวอร์, ยูนิเซฟ, วีซ่า และ จีอาร์ไอ มาเป็นวิทยากร เพื่อการวิเคราะห์และรับมือกับอนาคตเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืนในเอเชีย

เชื่อได้ว่า การประชุมสองวัน ภายใต้หัวข้อการวิเคราะห์และรับมือกับอนาคต จะประกอบไปด้วยกลุ่มอภิปรายย่อย 20 กลุ่ม ครอบคลุมประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และการพัฒนา การใช้เทคโนโลยีเพื่อการลงทุนในชุมชน การปลดล็อกคุณค่าของความยั่งยืนขององค์กร และการค้ามนุษย์และสิทธิเด็กทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อของการประชุมในปีนี้ ที่นักธุรกิจ และนักศึกษาไม่ควรพลาด และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมที่http://www.csr-asia.com/summit2017/index.html

%d bloggers like this: