มกอช.ดึงผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นติวเข้มสารปนเปื้อนสินค้าเกษตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/412391?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

มกอช.ดึงผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นติวเข้มสารปนเปื้อนสินค้าเกษตร

24 มกราคม 2563 – 00:00 น.
มกอช,สานปนเปื้อน,เกษตร,อาหาร,ญี่ปุ่น,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 234 ครั้ง

มกอช.ดึงผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นบินตรงไทย ให้ความรู้ สารปนเปื้อนในสินค้าเกษตรและอาหาร ให้กับเจ้าหน้าที่ของไทย พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ตามแนวทางสากล

24 มกราคม 2563 มกอช.ดึงผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น บินตรงไทย ให้ความรู้ สารปนเปื้อนในสินค้าเกษตรและอาหาร ให้กับเจ้าหน้าที่ของไทย พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ตามแนวทางสากลสร้างความตระหนักเรื่องมาตรฐานอาหารส่งออก

นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า การสัมมนาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เรื่อง กระบวนการจัดการความเสี่ยงของสารปนเปื้อนในอาหาร มกอช. เชิญ Dr. Yukiko Yamada  Senior Advisor of the Ministry of Agriculture, Forestry, and Fisheries of Japan (MAFF) พร้อมคณะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำหนดค่าปริมาณสารปนเปื้อนในสินค้าเกษตรและอาหาร จากญี่ปุ่น มาบรรยายให้ความรู้ ตอบข้อซักถาม และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกัน

เพื่อพัฒนาเจ้าหน้าที่ของไทยให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการความเสี่ยง ตามหลักการและแนวทางสากลอย่างเป็นระบบและสมบูรณ์ โดยมี กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้แทนภาคการศึกษา และเจ้าหน้าที่ มกอช. ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้สารปนเปื้อนในอาหาร เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารที่มีความสำคัญ ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพอาหาร และสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งคณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร FAO/WHO (Codex Alimentarius Commission; CAC) หน่วยงานกำหนดมาตรฐานสากล ได้กำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยงสารปนเปื้อนในอาหาร

โดยให้ดำเนินการบนพื้นฐานการประเมินความเสี่ยงตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมถึงการกำหนดนโยบาย หรือการเลือกแนวทางในการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงด้วย ซึ่งประเทศไทยนั้น สารปนเปื้อนในอาหาร อยู่ในการกำกับดูแลของหน่วยงานด้านสินค้าเกษตรและอาหารต่าง ๆ หลายหน่วยงาน และแต่ละหน่วยงานดำเนินการตามขอบเขตภารกิจที่ถูกกำหนดไว้ จึงทำให้แต่ละหน่วยงานยังขาดการเชื่อมโยงข้อมูลและทำงานแบบบูรณาการร่วม รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติและนโยบายยังไม่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันด้วย

มกอช.จึงได้จัดการอบรมเรื่อง “กระบวนการจัดการความเสี่ยงของสารปนเปื้อนในอาหาร” เพื่อเสริมสร้างให้บุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสินค้าเกษตรและอาหารของไทย มีความรู้ และความเข้าใจ ในหลักการและแนวทางสากลของกระบวนการจัดการความเสี่ยงของสารปนเปื้อนในอาหาร รวมถึงจะเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรของหน่วยงานด้านสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ให้มีความใกล้ชิด และหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดกลไกการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้มีการดำเนินงานที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันตามนโยบายความปลอดภัยอาหารของประเทศและระดับสากลในอนาคต

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือทางวิชาการที่ มกอช. ได้เสนอในการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านความปลอดภัยอาหาร ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ครั้งที่ 9 และฝ่ายญี่ปุ่นเห็นชอบในการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรให้แก่เจ้าหน้าที่ของไทย

อย่างไรก็ตามประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศที่มีกลไกในการจัดการความเสี่ยงสารปนเปื้อนที่มีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานกลางด้านความปลอดภัยอาหาร คือ สำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยอาหารแห่งญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงตามหลักวิทยาศาสตร์ และส่งต่อผลการประเมินให้หน่วยงานจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ซึ่งกลไกนี้ทำให้หน้าที่ของแต่ละหน่วยงานมีความชัดเจน และการจัดการความเสี่ยงของแต่ละหน่วยงานมีความสอดคล้องและเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์

ญี่ปุ่นยังมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้ด้านกระบวนการจัดการความเสี่ยงให้แก่ต่างประเทศเป็นอย่างดี ตามที่ญี่ปุ่นได้จัดการฝึกอบรมและการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่จากประเทศในภูมิภาค ASEAN เพื่อยกระดับความปลอดภัยอาหารของแต่ละประเทศมาโดยตลอด

อลงกรณ์ กำชับด่านระนองคุมเข้มสัตว์น้ำต่างชาติทะลัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/412430?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

อลงกรณ์ กำชับด่านระนองคุมเข้มสัตว์น้ำต่างชาติทะลัก

24 มกราคม 2563 – 00:00 น.
อลงกรณ์,ประมง
เปิดอ่าน 168 ครั้ง

อลงกรณ์ ลุยตรวจด่านระนองกำชับคุมเข้มสัตว์น้ำต่างชาติทะลักเข้าไทยแก้ปัญหาราคาสัตว์น้ำในประเทศไทย

24 มกราคม 2563 “อลงกรณ์”ลุยตรวจด่านระนองกำชับคุมเข้มสัตว์น้ำต่างชาติทะลักเข้าไทยแก้ปัญหาราคาสัตว์น้ำในประเทศไทย 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึง การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดระนองตรวจด่านประมงและตลาดซื้อขายสัตว์น้ำ พร้อมกับประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯที่สำนักงานวิจัยประมงทะเลว่าการประชุมในครั้งนี้ได้เน้นย้ำในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฏหมาย และการแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศโดยนายอลงกรณ์ได้กำชับให้ด่านประมงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราการนำเข้าสัตว์น้ำชายแดนเป็นหลัก

นอกจากนั้นยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามที่ได้มอบนโยบายปี 2563 ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC) ในทุกจังหวัดรวมทั้งระนอง และโครงการรณรงค์กำจัดขยะในทะเล(Sea Zero Waste) ด้วย

เชิดชูผู้มีทักษะด้านศิลปหัตถกรรมปี 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/412559?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

เชิดชูผู้มีทักษะด้านศิลปหัตถกรรมปี 2563

25 มกราคม 2563 – 03:00 น.
ศศป,ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ,SACICT,ครูศิลป์ของแผ่นดิน,ครูช่างศิลปหัตถกรรม,ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม,อัตลักษณ์แห่งสยาม
เปิดอ่าน 59 ครั้ง

ศ.ศ.ป.เฟ้นหาบุคคลแห่งปี ผู้อนุรักษ์ภูมิปัญญางานหัตถกรรมก่อนที่จะสูญสิ้น

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ศ.ศ.ป. หรือ SACICT สานต่อโครงการเชิดชูผู้ทำงานศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2563 คัดสรรบุคคลที่เป็นที่สุดในการอนุรักษ์ และสร้างสรรผลงานแห่งปี เพื่อเชิดชูเป็น “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” เพื่ออนุรักษ์ รักษางานหัตถกรรมที่มีแนวโน้มใกล้สูญหาย ให้คงอยู่ก่อนที่จะสูญหายไป พร้อมผลักดันผลงานสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ร่วมชมสุดยอดผลงานได้ภายใน “งานอัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 11” จัดขึ้นระหว่าง 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ ที่ฮออล์ EH 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

แสงระวี สิงหวิบูลย์

 แสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศ.ศ.ป. หรือ SACICT ได้เห็นถึงคุณค่าในตัวบุคคลผู้อนุรักษ์ และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งงานหัตถกรรมบางประเภทก็มีแนวโน้มที่จะสูญหายไปจากวิถีชีวิตและสังคมไทยในปัจจุบัน บางประเภทก็นับวันเหลือผู้ที่สนใจสืบสานงานฝีมือเชิงช่างน้อยลงไปทุกที จึงให้ความสำคัญกับการที่จะอนุรักษ์ รักษาคุณค่าภูมิปัญญา ทักษะฝีมือและองค์ความรู้เชิงช่างที่อยู่ในตัวบุคคลที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติอันมีค่าที่สุดเหล่านี้ ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่า เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยกันอนุรักษ์ รักษา สืบสานต่อ ในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผสมผสานด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดสู่ความร่วมสมัย และสมัยนิยมอันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการตลาดในเชิงพาณิชย์ได้ SACICT จึงมีการดำเนินกิจกรรมคัดสรร และเชิดชูบุคคลที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เป็น “ครูศิลป์ของแผ่นดิน”    “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” เป็นประจำปี ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับในปี 2563 การพิจารณาของคณะกรรมการที่สำคัญเป็นพิเศษอีกประการหนึ่งที่นอกเหนือจากการพิจารณาจากบุคคลผู้มีทักษะฝีมือ และผู้ที่เปี่ยมด้วยองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่สะท้อนผ่านผลงานอันทรงคุณค่า งดงาม น่าประทับใจ ที่เป็นที่สุดของงานแขนงนั้นๆ จริงๆ แล้ว ยังพิจารณาถึงการเป็นผู้ทำงานศิลปหัตถกรรมในประเภทที่มีแนวโน้มขาดแคลนหรือมีแนวโน้มสูญหาย หรือเหลือผู้ทำน้อยรายด้วย ผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงในวันนี้ บุคคลที่ SACICT เชิดชูเป็น …“ครูศิลป์ของแผ่นดิน” “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” และ “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” มีจำนวนกว่า 300 คน และผู้ที่ได้รับการเชิดชูทุกท่านเหล่านี้ จะได้รับโอกาสการส่งเสริม สนับสนุนในกิจกรรมที่จัดโดย SACICT ตามช่องทางและโอกาสที่เหมาะสม ในวันนี้ มีครู และทายาท หลายๆ ท่าน มีผลงานที่มีพัฒนาการก้าวหน้า ทั้งร่วมสมัย และทันสมัยขึ้นไปอย่างมาก หลายๆ ท่านมีการผลิตผลงานจนไม่ทันต่อความต้องการของผู้ที่ต้องการผลงานฝีมือของครูท่านนั้นๆ แต่หลายๆ ท่านก็พร้อมและยินยอมที่จะรอด้วยเพราะต้องการผลงานด้วยฝีมือ “ครู” นั่นเอง” แสงระวี กล่าว

150 ปี แห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/412319?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

150 ปี แห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

24 มกราคม 2563 – 00:05 น.
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม,ราชบพิธ,พระราชาทรงสร้าง,สมเด็จพระสังฆราช,150 ปี
เปิดอ่าน 237 ครั้ง

พระอารามที่ ร.5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สถาปนาและมีพิธีก่อพระฤกษ์เมื่อ 22 มกราคม 2412

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาและมีพิธีก่อพระฤกษ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2412 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชสมบัติได้ 1 ปี คำว่า “ราชบพิธ” หมายความว่า “พระราชาทรงสร้าง”

นิทรรศการศุภมงคลสมัย 150 ปีแห่งการสถาปนา

เนื่องในศุภมงคลสมัย 150 ปี แห่งการพระราชทานสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร คณะวัดราชบพิธสถิตมหารสีมาราม ประกอบด้วยคณะสงฆ์ นำโดย เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ตลอดจนหน่วยงานภาคี ร่วมจัดงานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปีแห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม”

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานสมโภชพระอาราม ได้กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระสำคัญ 150 ปี แห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เผยแพร่ประวัติความเป็นมาและศิลปกรรมอันงดงามวิจิตรภายในวัดซึ่งล้วนเป็นศิลปกรรมชั้นเอก มีความประณีตงดงาม ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติของพระอารามหลวงแห่งนี้ อีกทั้งพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ที่มีกับวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตลอดจนเผยแพร่เกียรติคุณเจ้าอาวาสในทุกยุคให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ตระหนักถึงคุณค่าทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ และความเป็นไทยของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม อันแฝงอยู่ในสถาปัตยกรรมต่างๆ ภายในวัด เพื่อสืบทอดคุณค่าความเป็นไทย และเกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย

เครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

          ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย “นิทรรศการแสดงเครื่องราชสักการะ” ที่ได้รับพระราชทานถวายในโอกาสต่างๆ และสิ่งของเครื่องใช้ของอดีตเจ้าอาวาสในทุกยุค เช่น ฝาบาตรและเชิงบาตรมุกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุ่มเงินพุ่มทองของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพัดรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9

นิทรรศการศุภมงคลสมัย 150 ปีแห่งการสถาปนา

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ

          นอกจากนี้ยังมี “นิทรรศการนำชมวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” ให้ข้อมูลความรู้ทางสถาปัตยกรรมภายในวัด ซึ่งมีความวิจิตรงดงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมสะท้อนความเป็นไทย เช่น พระอุโบสถซึ่งได้รับการออกแบบโดยผสมผสานรูปแบบศิลปกรรมตะวันออก-ตะวันตก และศิลปกรรมไทยรวมกันจนมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ภายนอกได้รับการออกแบบโดยนายช่างศิลปกรรมชั้นครูแห่งยุคคือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ส่วนสถาปัตยกรรมภายใน ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก มีการตกแต่งเสาและเพดานโค้งแบบโกธิค ตกแต่งด้วยปูนปั้นลายพรรณพฤกษาผสมผสานกับลายไทย และส่วนสำคัญสุดคือ การนำกระเบื้องเบญจรงค์จากประเทศจีนมาประดับอาคารส่วนต่างๆ โดยลายกระเบื้องเป็นฝีมือออกแบบของ พระอาจารย์แดง แห่งวัดหงส์รัตนาราม ซึ่งเขียนลายต้นแบบและส่งไปผลิตที่ประเทศจีน

สุสานหลวง

          ขณะเดียวกันมี “การแสดงแสงเสียงและสื่อผสม” ให้ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และศาสนา ของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามให้เห็นเด่นชัด ซึ่งเป็นการจัดแสดงครั้งแรกในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, ถัดมาเป็น ห้องฉายภาพ “ฉายานิติกร” ชวนแต่งกายผ้าไทยมาฉายรูปที่ห้องภาพ “ฉายานิติกร” โดย นิติกร กรัยวิเชียร โดยจะเปิดให้บริการตามวันและเวลาดังนี้ วันที่ 24-26 มกราคม, วันที่ 31 มกราคม, วันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ที่อาคารภุชงค์ประทานวิทยาสิทธิ์ 2 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ค่าบริการภาพละ 99 บาท พร้อมรับภาพในงาน รายได้จากการถ่ายภาพ เพื่อบำรุงพระอาราม

พระพุทธรูปนาคปรกภายในองค์พระเจดีย์

​​​​​​​

          ปิดท้ายด้วย “นิทรรศการโครงการสถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร)” ที่ได้รับการออกแบบจาก อ.เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมไทย) และทีมอาศรมศิลป์ ซึ่งจะเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมที่เน้นธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา ถวายแด่พระพุทธเจ้า ถวายแด่บุรพาจารย์ทุกองค์ ถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชทั้ง 3 พระองค์ของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายแด่บูรพกษัตริย์ไทยทุกๆ พระองค์ และสมเด็จพระปิยมหาราช ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม รวมถึงการออกร้านจำหน่ายหนังสือและของที่ระลึกเนื่องในศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระรัศมีทองคำลงยาราชาวดีพระพุทธอังคีรส

          พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองวาระอันสำคัญยิ่ง โดยร่วมแต่งกายผ้าไทยเข้าร่วมงานสมโภชพระอาราม เนื่องใน “ศุภมงคลสมัย 150 ปีแห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” สามารถเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้

นิทรรศการสะท้อนให้เห็นถึงตัวตน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/412326?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

นิทรรศการสะท้อนให้เห็นถึงตัวตน

23 มกราคม 2563 – 15:00 น.
ช่วง มูลพินิจ,บ้านสิงหไคล,มูลนิธิมดชนะภัย,นิว โฮป,โชว์ดีซี,ฟลาย มี ทู เดอะ มูน,KOSTAR,Nature is Not Saddened,ชิษณุพล ประสานวรกิจกุล,กุลวิทย์ แกลเลอรี่,Lawan Upa-Ins 7th Cycle,ลาวัณย์ อุปอินทร์,Neo Thaiism,ธีรพล สีสังข์,สุบรรณกริช ไกรคุ้ม,เทิดธันวา คะนะมะ
เปิดอ่าน 80 ครั้ง

การออกแบบตกแต่งภายในที่ช่วยกระตุ้นความคิดและจินตนาการสำหรับผู้ที่มาเยือน

นิทรรศการศิลปะ “ช่วง มูลพินิจ”

          ** นิทรรศการศิลปะ “ช่วง มูลพินิจ” เป็นการแสดงงานในต่างจังหวัดของ ช่วง มูลพินิจ ที่นานครั้งจะได้มีโอกาสจัดขึ้น มีผลงานจิตรกรรม ชื่อศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี 2555, พระมหาชนก เป็นงานชิ้นสำคัญ ตลอดจนงานวาดลายเส้น และงานภาพพิมพ์ จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 มกราคม-29 กุมภาพันธ์ ที่บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย จ.เชียงราย

นิทรรศการ “เดอะ มีนนิ่ง ออฟไลฟ์”

          ** นิทรรศการ “เดอะ มีนนิ่ง ออฟไลฟ์” การได้เปลี่ยนเป็นศิลปินมืออาชีพเกิดการจากต่อสู้กับโรคมะเร็งในระยะแรก Adana Mam Legros นำเสนอผ่านผลงานของเธอทั้งในด้านงานศิลปะที่โดดเด่นและเป็นบทเรียนที่สร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต จัดแสดงระหว่างวันที่ 19 มกราคม-15 กมภาพันธ์ ที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ

นิทรรศการศิลปะ “นิว โฮป”

          ** นิทรรศการศิลปะ “นิว โฮป” ผลงานโดยศิลปินอาชีพ ศิลปินรุ่นใหม่ และกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ฝีมือเยี่ยมที่กำลังจะกลายเป็นศิลปินในอนาคต จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-1 มีนาคม ที่โซนเอเทรียม ชั้น 1 ศูนย์การค้าโชว์ดีซี

นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะ “ฟลาย มี ทู เดอะ มูน” 

          ** โรงแรมโซ แบงคอก จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะ “ฟลาย มี ทู เดอะ มูน” โดยศิลปินชาวฝรั่งเศส KOSTAR ที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของโรงแรมโซ แบงคอก และการออกแบบตกแต่งภายในที่ช่วยกระตุ้นความคิดและจินตนาการสำหรับผู้ที่มาเยือน จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม-31 มีนาคม สอบถามโทร.0-2624-0000 หรืออีเมล h6835-co1@sofitel.com

นิทรรศการภาพพิมพ์แกะไม้ “Nature is Not Saddened” 

          ** นิทรรศการภาพพิมพ์แกะไม้ “Nature is Not Saddened” ของ ชิษณุพล ประสานวรกิจกุล จะพาไปสำรวจเรื่องราวของมนุษย์ที่พยายามต่อสู้ และมีอำนาจอยู่เหนือธรรมชาติ และได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดต่อการมีอยู่ของสายพันธุ์เรา หน้าที่ของเราในธรรมชาติคืออะไร หรือมนุษย์อย่างเราๆ จะเหลือหน้าที่เพียงรับใช้เรื่องราวที่เราเชื่อและบูชา จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-28 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-18.00 น. (เว้นวันอาทิตย์-จันทร์) ที่กุลวิทย์ แกลเลอรี่ ซอยร่วมฤดี

นิทรรศการ “Lawan Upa-In’s 7th Cycle”

          ** นิทรรศการ “Lawan Upa-In’s 7th Cycle” เชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส อ.ลาวัณย์ อุปอินทร์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) และศิลปบัณฑิตหญิงคนแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยรวบรวมผลงานภาพเหมือน ซึ่งเป็นผลงานที่โดดเด่นและสร้างชื่อ ภาพเหมือนที่สามารถถ่ายทอดบุคลิก ลักษณะเฉพาะ และอารมณ์ความรู้สึกของผู้เป็นแบบออกมาได้อย่างมีจิตวิญญาณ เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-23 กุมภาพันธ์ เปิดให้เข้าชมวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ

นิทรรศการ “Neo Thaiism”

          ** นิทรรศการ “Neo Thaiism” คือลัทธิศิลปะที่นำเสนอเรื่องราวความเป็นไทยในมุมมองใหม่ ที่สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน เสมือนเป็นการเกิดใหม่ของแนวงานศิลปะไทย นำโดย ธีรพล สีสังข์, สุบรรณกริช ไกรคุ้ม และ เทิดธันวา คะนะมะ โดยศิลปินทั้งสามได้หยิบยกเนื้อหาเรื่องราวแบบไทยๆ มาตีความใหม่ ไร้ซึ่งกรอบความคิดแบบเดิม จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-29 กุมภาพันธ์ ที่จอยแมน แกลเลอรี่ ถ.มหาไชย

ปลากะพงเขียวชอุ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412133?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ปลากะพงเขียวชอุ่ม

25 มกราคม 2563 – 04:13 น.
ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 128 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย – อ.ไชยแสง กิระชัยวณิชย์

 อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ต.ดอนเจดีย์ วันกองทัพไทย

              สมชัย ชัยชนะวงศ์ ผู้บริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ขับรถมารับที่บ้านปากเกร็ดแล้วข้ามสะพานพระราม 4 มุ่งหน้าไปถนนไทรน้อยเข้าอำเภอบางเลน ผ่านกำแพงแสน เข้าอำเภอพนมทวน จ.กาญจนบุรี ถึงหน้าค่ายพระพุทธยอดฟ้า กองกำกับการตำรวจชายแดนที่ 13 น้าหล่นให้มองไปทางซ้าย มีป้ายบอกให้เข้าไป อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ต.หนองสาหร่าย 10 กม.

              ไปกินข้าวที่เมืองกาญจนบุรีครั้งนี้ถึงหน้าค่ายพระพุทธยอดฟ้า ขอให้หนุ่มขับรถเข้าไปสักการะอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ต.ตะพังตรุ อ.พนมทวน ในอดีตกองทัพพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ผ่านทุ่งลาดหญ้า เขาชนไก่ เมืองกาญจนบุรี ปากแพรก บ้านทวน สุพรรณบุรี ป่าโมกข์ อยุธยา จะเห็นได้ว่าอนุสรณ์ดอนเจดีย์แห่งนี้ อยู่บนเส้นทางทัพพม่าที่อำเภอพนมทวน

             อนุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน พบซากกระดูกช้าง กรามช้าง กะโหลกช้าง กระดูกม้า กระดูกมนุษย์ ทิ้งเกลื่อนรอบเจดีย์ แสดงว่าสถานที่แห่งนี้ต้องมีการรบครั้งยิ่งใหญ่ ชาวบ้านดอนเจดีย์พบเครื่องศาสตราวุธ เครื่องม้า เครื่องช้าง เช่น หอก ดาบ ยอดฉัตร โกลนม้า ขอสับช้าง โซ่ล่ามช้าง แป้นครุฑจับนาค กรมศิลปกรได้รวบรวมเก็บไว้ที่ศูนย์วัฒนธรรมสถาบันราชภัฏกาญจนบุรี

             พ.ศ.2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทราบว่าสมเด็จพระมหาอุปราชา กษัตริย์พม่า นำกำลังทหารพม่าเดินทัพผ่านด่านเจดีย์สามองค์จะเข้าตีกรุงศรีอยุธยา พระองค์จึงเร่งนำช้างศึกออกไปรบกับทัพพม่า ทำให้ทหารราบเดินทัพตามไม่ทัน เมื่อใกล้ดอนเจดีย์ช้างศึกได้กลิ่นน้ำมนคชาสารก็ตกมันเดินเข้าไปสู่วงล้อมกองทัพทหารพม่า ที่รายล้อมสมเด็จพระมหาอุปราชา

               สมเด็จพระนเรศวรมหาราชฟันสมเด็จพระมหาอุปราชาขาดคอบนช้าง กองทัพทหารไทยเดินทางมาสมทบพอดี ไล่ฆ่าฟันทหารพม่าจนพ่ายแพ้หนีไปทางเมืองกาญจนบุรี ทหารไทยฆ่าทหารพม่า 2 หมื่นคน จับช้างศึกได้ 300 เชือก ช้างพลายพัง 500 เชือก ม้า 2 พันตัว เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2135 กระทรวงกลาโหม จึงกำหนดให้เป็นวันกองทัพไทย หรือวันยุทธหัตถี ตลอดมา

อีท สมิธ ศูนย์การค้าทีเอ็มเค ราดหน้าเศรษฐี ปลากะพงเขียวชอุ่ม

                จากค่ายพระพุทธยอดฟ้าขับรถเดี๋ยวเดียวถึงทีเอ็มเค ปาร์ค พื้นที่ 20 ไร่ ข้างหน้าเป็นปั๊มน้ำมันใหญ่ เติมน้ำมันเต็มถังแล้วขับรถเข้าไปซื้อกาแฟสตาร์บัคส์ ไดรฟ์ทรู ดื่มสดๆ ได้ทันที ไก่ทอดเคเอฟซีไดรฟ์ทรู จอดรถซื้อไก่ทอดแล้วขับไปกินไปอย่างมีความสุข ขับรถขึ้นเนินหาที่จอดรถกว้างขวาง ข้างหน้าคือศูนย์การค้าทีเอ็มเค ปาร์ค ช็อปปิ้งมอลล์ และโรงหนังเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 4 โรงอยู่ข้างใน

            เนยธันย์ชนก เลิศธโนทัย ผู้บริหารสาวรุ่นที่สองมารอรับพาไปกินข้าวเที่ยงที่อีท สมิธ ร้านอาหารชื่อฝรั่งโปร่งโล่งด้วยกระจกรอบด้าน จานแรกเริ่มด้วยราดหน้าเศรษฐี ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดทอดให้กรอบ น้ำราดหน้าอุดมด้วยแฮม เนื้อปู หมึก กุ้ง แปะก๊วย คะน้าฮ่องกง เห็ดหอมจีน รวนในน้ำราดหน้าซอสหอยนางรมฮ่องกง จึงไม่เค็มจัดเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ จานนี้ 200 บาท

                ปลากะพงเขียวชอุ่ม ปลากะพงตัวใหญ่หั่นชิ้นพอคำทอดน้ำมันให้กรอบนอกนุ่มใน คลุกเคล้ากับน้ำพริก น้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำมะนาว น้ำปลาให้ออกรสกลมกล่อม เคล้ากับกระเทียมโทนดอง พริกชี้ฟ้า เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ใบมะกรูด-พริกแห้งทอดกรอบ จานนี้ 299 บาท อร่อยกว่ากินปลากะพงทอดน้ำปลาที่ได้แต่รสเค็มของน้ำปลา อันตรายสำหรับผู้ป่วยโรคไต

                 แกงเผ็ดเป็ดย่างทีเอ็มเค มีกุ๊กย่างเป็ดเองเนื้อนุ่มหนังกรอบ เอามารวนกับเครื่องแกงเผ็ด ปรุงรสด้วยกะทิสดสับปะรดเป็นแกงเผ็ดเป็ดย่างที่ให้รสชาติความอร่อยเคล้ากับพริกแกงเผ็ดกำลังดีราคา 150 บาท ข้าวผัดปลาแซลมอนพริกสด กุ๊กทีเอ็มเคหั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นสี่เหลียมทอดน้ำมันให้สุก เอาไปผัดกับข้าวหอมมะลิพันดี ปรุงรสด้วยซีอิ๊วพริกไทยป่นตรามือไม่ให้เค็มมาก ราคา 150 บาท

                หมึกผัดพริกเกลือ ใช้หมึกกล้วยหั่นชิ้นหนาๆ ชุบแป้งทอดให้กรอบ แล้วนำไปผัดกับพริกกระเทียมเกลือทะเลป่น ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรมฮ่องกงน้ำตาล ให้ออกรสกลมกล่อมอร่อยกำลังดีราคา 150 บาท กินกับต้มยำปลาคังจากเขื่อนศรีนครินทร์ เนื้อปลาจึงแน่นเหนียวหนึบกว่าปลาเลี้ยง ปรุงรสต้มยำน้ำใส ใส่น้ำมะนาวน้ำปลาพริกขี้หนูสวน ให้ออกรสเผ็ดกำลังดี ถ้วยนี้ 180 บาท

                สเต๊กเนื้อสันนอก ใช้เนื้อสันจากนิวซีแลนด์ชิ้นหนาๆ หมักเครื่องปรุงฝรั่งพริกไทยป่นตรามือ ทอดกับเนยสดให้สุกพอดี เนื้อในยังนุ่มชุ่มฉ่ำมีน้ำซอสเกรวี่พริกไทยดำมาให้ราดบนเนื้อนุ่มๆ แถมด้วยเฟรนช์ฟรายส์ให้จิ้มกินกับชีสสดให้ชุ่มคอ เป็นสเต๊กจานที่สาวๆ ชอบมากเพราะเฟรนช์ฟรายส์ชีสดนี่แหละ

                อิ่มแล้วออกไปเดินย่อยอาหารใน ทีเอ็มเค ช็อปปิ้งมอลล์ หาซื้อสินค้าราคาถูกตามสไตล์ทีเอ็มเคที่มีถึง 9 สาขา ใน จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม ทีเอ็มเค ซูเปอร์มาร์เก็ต มีสินค้าขายส่งให้ลูกค้าเลือกซื้อไปใช้ที่บ้าน หรือซื้อไปขายต่อในร้านโชห่วยก็ได้กำไรดี คำถามสุดท้ายทำไมชื่อ อีท สมิธ เนยบอกว่า พ่อชื่อสมิธค่ะ

                สมิต-สุเนตรา จินตนาธัญชาติ พ่อแม่ผู้บุกเบิก ทีเอ็มเค ช็อปปิ้งมอลล์ เมื่อ 31 ปีก่อน จากร้านโชห่วยเล็กๆ ที่อำเภอท่ามะกา ขยายเป็นห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นมืองกาญจนบุรี จนเป็นที่พึ่งของชาวเมืองกาญจน์ วันนี้ลูกสาวรุ่นที่สองมาดูแลกิจการค้าแทนพ่อแม่แล้ว โทร.06-3206-4550

 ครัวลอยฟ้า หมึกผัดพริกเกลือ

อีท สมิธ สั่งหมึกสดจากแพปลามหาชัย และชุมพร เอาหมึกมาบั้งชิ้นหนา ชุบแป้งทอดให้เหลืองกรอบ ผัดกับกระเทียมพริกขี้หนูสดเกลือทะเลบ้านแหลมให้ออกรสกลมกล่อมไม่เค็มมาก

เครื่องปรุง

1.หมึกกล้วยสด 3 ตัว

2.แป้งทอดกรอบ 1 ซอง

3.พริกไทยป่นตรามือ 1 ช้อนชา

4.พริกขี้หนูสวนหั่นซอย 5 เม็ด

5.กระเทียมสับละเอียด 2 หัว

6.เกลือทะเลป่น 2 ช้อนชา

7.ซอสหอยนางรม-น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.หั่นหมึกสดเป็นชิ้นหนาล้างน้ำแล้วสะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท

2.คลุกหมึกสดกับแป้งทอดกรอบให้ทั่วนำไปทอดให้เหลืองกรอบ

3.นำหมึกทอดลงผัดกับพริกไทยป่นพริกขี้หนูกระเทียมเกลือทะเล

4.ใส่ซอสหอยนารมน้ำตาลลงไปผัดเคล้าให้เข้ากันตักใส่จาน

หมึกผัดพริกเกลือ อีท สมิธ อร่อยด้วยความสดใหม่ของหมึก เผ็ดหอมด้วยพริกไทยป่นตรามือที่ทีเอ็มเคกาญจนบุรี

เบอร์เกอร์ใบโหระพาและซอสปลาร้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412331?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เบอร์เกอร์ใบโหระพาและซอสปลาร้า

24 มกราคม 2563 – 06:00 น.
เบอร์เกอร์,ทเวนตี้ไฟว์ ดีกรีส์ เบอร์เกอร์ บาร์,เชฟแบล็ค ภานุภน บุลสุวรรณ,เชฟซิลแวง รัวเย่ร์,อะโวคาโดครีมชีสเบคอนบิทส์,มิลค์เชคไอศกรีมน้ำผึ้งไหม้,เบอร์เกอร์ใบโหระพาและซอสปลาร้า,นัมเบอร์วัน เบอร์เกอร์,อาหาร,เครื่องดื่ม
เปิดอ่าน 117 ครั้ง

แต่ละรายการปรุงจากวัตถุดิบที่หาได้จากชุมชนท้องถิ่นทางภาคเหนือของไทย

แน่นอนว่า “เบอร์เกอร์” ไม่ใช่วัฒนธรรมอาหารของคนไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกับเจ้าขนมปังหนานุ่มประกบไส้ล้นทะลักนี้ดียิ่งกว่าข้าวแกงเสียอีก และดูเหมือนงานนี้จะถูกใจสาวกเบอร์เกอร์เอามากๆ เมื่อร้าน “ทเวนตี้ไฟว์ ดีกรีส์ เบอร์เกอร์ บาร์” โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี ย่านสีลม ชวนไปลิ้มลองเบอร์เกอร์แนวคิดใหม่แบบถึงแก่นกับสูตรอร่อยที่รังสรรค์โดย “เชฟแบล็ค” ภานุภน บุลสุวรรณ แห่งร้าน Blackitch Artisan Kitchen ที่นิมมานเหมินทร์ จ.เชียงใหม่

     

ภานุภน บุลสุวรรณ-ซิลแวง รัวเย่ร์

     ต้องบอกว่า “เชฟแบล็ค” ลงทุนบินมาไกลขนาดนี้ย่อมไม่มามือเปล่า แต่หอบเอาวัตถุดิบชั้นยอดจากฟาร์มผลิตขึ้นชื่อมาด้วยเพียบ! ก่อนจะระดมสมองกับ เชฟซิลแวง รัวเย่ร์ เชฟใหญ่ประจำร้านทเวนตี้ไฟว์ ดีกรีส์ ช่วยกันครีเอท 3 เมนูใหม่ ทั้งเครื่องดื่ม ของว่าง และเบอร์เกอร์ การันตีว่าไม่มีที่ไหนเหมือนอย่างแน่นอน เพราะแต่ละรายการปรุงจากวัตถุดิบที่หาได้จากชุมชนท้องถิ่นทางภาคเหนือของไทย รวมไปถึงส่วนผสมตามฤดูกาลที่น้อยราคาแต่มากคุณค่า และยังคงความเป็นทเวนตี้ไฟว์ดีกรีส์ที่ขึ้นชื่อเรื่องเบอร์เกอร์อยู่แล้ว ถือว่าการฟีเจอริ่งกันครั้งนี้จะเปิดมิติใหม่ของการลิ้มรสเบอร์เกอร์ที่ได้มากกว่าเบอร์เกอร์ธรรมดาๆ แน่นอน

เชฟแบล็ค ปรุงเบอร์เกอร์อย่างพิถีพิถัน

อะโวคาโดครีมชีสเบคอนบิทส์

      ว่าแล้วของว่างอย่าง “อะโวคาโดครีมชีสเบคอนบิทส์” ก็ยกมาเสิร์ฟตรงหน้า ดูเผินๆ เหมือนธรรมดาแต่ทีเด็ดอยู่ที่ “เชฟแบล็ค” เลือกชูรสด้วยสมุนไพรไทยอย่างพริกลาบ พริกหนุ่มดอง มะแข่นที่ให้รสเผ็ดร้อน กินคู่ซอสมันกุ้งแม่น้ำรสชาติจัดจ้านที่เคี่ยวกับพริกชี้ฟ้าแดง น้ำตาล มะพร้าว เหมือนซอสพริกแต่มันและนัวกว่า ช่วยตัดเลี่ยนอยู่หมัด แนะนำให้ผ่าแล้วตักซอสมันกุ้งป้ายเยอะๆ เข้มข้นสะใจ…เสร็จสรรพจากของว่าง แก้ฝืดคอด้วยเครื่องดื่มมิลค์เชคละมุนๆ “มิลค์เชคไอศกรีมน้ำผึ้งไหม้” นอกจากนม ไอศกรีม และน้ำผึ้ง ยังมีชาเอิร์ลเกรย์จากไร่แม่แตง เชียงใหม่ คาราเมลและโกโก้นิบเวเฟอร์ ได้ใจสายหวานไปเต็มๆ

มิลค์เชคไอศกรีมน้ำผึ้งไหม้

เบอร์เกอร์ใบโหระพาและซอสปลาร้า

    มาที่พระเอกของงานกับเบอร์เกอร์สูตรพิเศษ “เบอร์เกอร์ใบโหระพาและซอสปลาร้า” ตัวเบอร์เกอร์เป็นสูตรขนมปังที่มีส่วนผสมของผักแพว พริกไทย และข้าวคั่ว พร้อมแพตตี้เนื้อวัว (เลือกเป็นหมูหรือไก่ก็ได้) ชีสโฮมเมดฮอลลูมิ ซึ่งเป็นโฮมเมดชีสจากทางชุมชนของเชียงใหม่ ผสมด้วยสมุนไพรชื่อ “ใบฮอวอ” พืชพื้นเมืองของชนเผ่าปกาเกอะญอที่มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายๆ ใบแมงลัก บวกส่วนผสมชูโรงอย่างซอสปลาร้าที่ทำออกมาคล้ายซอสเพสโต โดยใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ โหระพา ใบกะเพรา และใบยี่หร่าผสานกัน ตามด้วยมะละกอดอง หัวปลีคาลาเมลไลซ์ และหนังไก่ทอด ตัวซอสเพสโต้นอกจากจะราดมาในเบอร์เกอร์แล้วยังเสิร์ฟเป็นถ้วยเล็กๆ เคียงมาด้วย เผื่อใครอยากหั่นเบอร์เกอร์จิ้มซอส หรือใช้มือบิเบอร์เกอร์จิ้มซอสเหมือนปั้นข้าวเหนียวก็สุดแต่

     

นัมเบอร์วัน เบอร์เกอร์

     ทั้ง 3 รายการใหม่กิ๊กเริ่มต้นที่ราคา 250++ บาท ขณะที่เบอร์เกอร์สูตรอื่นๆ ของร้านที่ขายยืนพื้นก็เด็ดดวงไม่แพ้กัน อาทิ “นัมเบอร์วัน เบอร์เกอร์” โฮมเมดขนมปังบริยอชสอดไส้เนื้อวัวแพตตี้ (เปลี่ยนเป็นเนื้อหมู หรือไก่งวงได้) หัวหอมคาราเมลไลซ์ บลูชีส เบคอน ผักร็อกเก็ต และซอสเทาส์ซันไอแลนด์, “นัมเบอร์ทู เบอร์เกอร์” ประกอบด้วยโฮมเมดขนมปังบริยอช เนื้อวัวแพตตี้ มะเขือเทศย่าง บูราต้าชีส แฮมทอดกรอบ และซอสเพสโต้, “นัมเบอร์ทรี เบอร์เกอร์” ปรุงจากโฮมเมดขนมปังบริยออช เนื้อวัวแพตตี้ ชีส พริกเขียว ชิโปเล่ และอะโวคาโด เป็นต้น

เบอร์เกอร์รสชาติอื่นๆ ที่ขายดี

     ใครเป็นคอเบอร์เกอร์อยู่แล้วหรืออยากลิ้มรสเบอร์เกอร์สูตรพิเศษไม่เหมือนใคร ลองหาโอกาสแวะไปทำความรู้จักกับ “ทเวนตี้ไฟว์ ดีกรีส์” ได้ ร้านนี้เป็นเบอร์เกอร์บาร์โดยแท้จากลอสแองเจลิส สหรััฐอเมริกา ตั้งชื่อตามอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างเบอร์เกอร์ดิบและสุก และนำเอาคอนเซปต์เบอร์เกอร์บาร์ดั้งเดิมแบบอเมริกันมาผสมผสานกับเสียงเพลงแบบฟังกี้และการตกแต่งบรรยากาศที่ลงตัวจนได้รับรางวัลการันตีมากมาย

นั่งบาร์ยาวๆ ลิ้มรสเบอร์เกอร์และเครื่องดื่มหลากหลาย

   สำหรับเบอร์เกอร์รสชาติใหม่พร้อมเครื่องดื่มและของว่างจะเสิร์ฟให้ได้ลิ้มรสไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น เปิดบริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2352-4192 หรือเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/25DegreesBangkok

จุใจ…เนื้อปูผัดผงกระหรี่กะทะร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412351?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

จุใจ…เนื้อปูผัดผงกระหรี่กะทะร้อน

23 มกราคม 2563 – 15:15 น.
อาหาร,โปรโมชั่น,ตรุษจีน,ข้าวผัดคีนัว-ไก่อบ,ชา ฮิดเดน ผู่เอ๋อ,มัสยาพาโชค,ทีดับเบิลยูจี ที,แฮปปี้ เม้าส์,ขนมจีบ,หมูสามชั้น,รอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง,บุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวริมสระ,เนื้อแพะตุ๋นหม้อดิน
เปิดอ่าน 317 ครั้ง

ปูหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า คล่องแคล่วว่องไว ขยันทำมาหากิน และงานที่สำเร็จลุล่วงเร็วไว

ข้าวผัดคีนัว-ไก่อบ

      ** เอส แอนด์ พี ฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยไก่อบสูตรต้นตำรับ 3 สไตล์ ได้แก่ ข้าวผัดคีนัว-ไก่อบ สลัดไก่อบ-มันม่วง และไก่อบ-มะกะโรนีผักโขมอบชีส พร้อมเครื่องดื่มและขนมหวานอีกมากมาย พิเศษกับชุด “ข้าวผัดคีนัว-ไก่อบ พร้อมด้วยเครื่องดื่มโคลด์บรูว์แครนเบอรี่แอปเปิ้ลสปาร์คลิ่ง” ราคา 285 บาทจากปกติ 313 บาท และสมาชิกบัตรเอสแอนด์พี จอย คาร์ด รับส่วนลดเพียบ  วันนี้ถึง 31 มกราคม 2563

ชา ฮิดเดน ผู่เอ๋อ

     ** ค้นพบความแปลกใหม่กับ “ชา ฮิดเดน ผู่เอ๋อ” ชาลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ทีดับเบิลยูจี ที รังสรรค์มาเป็นพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน โดยนำชาดำที่บ่มมาอย่างสุกงอมหอมกลิ่นสไตล์วินเทจ มาเติมความสดชื่นด้วยเบอร์รี่และดอกไม้ป่าให้กลิ่นหอมรัญจวนอย่างน่าประหลาดใจ บรรจุในกล่องของขวัญสีแดงและสีทองพร้อมถุงกำมะหยี่หรูหรา บรรจุกล่องละ 90 กรัม ราคา 2,200 บาท สอบถามโทร.0-2259-9510

เมนูพิเศษรับตรุษจีน 

       ** พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เตรียมเมนูพิเศษรับตรุษจีน  เริ่มต้นด้วย มัสยาพาโชค หรือ “หยือเชิง” สลัดปลาดิบนำความรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตให้เลือก 2 แบบ คือ หยือเชิงแซลมอน ชุดเล็กสำหรับ 2-4 ท่าน ราคา 1,288 บาท ชุดใหญ่ 5-10 ท่าน ราคา 2,388 บาท และ หยือเชิงเป๋าฮื้อ ชุดเล็ก 2-4 ท่าน ราคา 1,688 บาท ชุดใหญ่ 5-10 ท่าน ราคา 2,888 บาท วันนี้ถึง 2 กุมภาพันธ์นี้ โทร.0-2059-5999

โดนัทสุดคิวท์ 

    ** คริสปี้ ครีม ต้อนรับปีชวดด้วย แฮปปี้ ไชนีส นิวเยียร์ กับ 4 โดนัทสุดคิวท์ เริ่มด้วยตัวแทนแห่งปี แฮปปี้ เม้าส์ โดนัทเคลือบด้วยสตรอเบอร์รี่ กามัวส์ มาพร้อมกับ โกลเด้น ริง โดนัทสอดไส้ไข่เค็มเคลือบด้วยกามัวส์ สีทองประกายวิบวับ ลัคกี้ ออเรนจ์ โดนัทเคลือบออเรนจ์ กามัวส์ สอดไส้ด้วยครีมรสส้ม หอมหวาน ปิดท้ายด้วย พิงค์ บลอสซั่ม โดนัทเคลือบช็อกโกแลตสตรอเบอร์รี่ ชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซต 296 บาท วันนี้ถึง 9 กุมภาพันธ์นี้

     

เซตเมนูให้โชค

     ** สีฟ้า จัดเซตเมนูให้โชค เติมเต็มไปด้วยความหมายมงคล อิ่มครบเซตราคาพิเศษเพียง 500 บาท (จากราคาปกติ 556 บาท) ขนมจีบ สื่อถึงความรัก เป็ดย่างสีฟ้า สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ มีกิน มีใช้ บะหมี่แห้งอัศวิน มีอายุที่ยืนยาวเหมือนเส้นบะหมี่ ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว ไก่ สื่อถึงความสง่างาม เสริมยศ หน้าที่การงาน และ ซาลาเปา เปาไซ้ ห่อโชค ห่อเงิน ห่อทอง ไฮไลท์อยู่ที่ซาลาเปาหน้าไก่ราชวงศ์ สูตรเดียวกับข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ เมนูซิกเนเจอร์ของสีฟ้า “หน้าไก่” ตำรับไหหลำ แป้งนุ่ม ไส้ไก่อัดแน่นเต็มคำ ผลิตเฉพาะช่วงตรุษจีนนี้เท่านั้น! ให้โชคทางใจแล้วร่วมลุ้นรับโชคเมื่อสั่งเซตเมนู Chinese New Year Set หรือรับประทานครบทุก 500 บาท ได้รับสิทธิ์เสี่ยงเซียมซี ฟรี! 1 ครั้ง เพื่อลุ้นอั่งเปาคำทำนาย 9 เมนูมงคล กินฟรี! หรือลุ้นอั่งเปา มูลค่า 500 บาท ที่สีฟ้า ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคมนี้  สอบถามโทร.0-2655-0251 หรือ http://www.seefah.com

เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดหอยเชลล์

    ** ห้องอาหารเร้ด โอเว่น โรงแรมโซ แบงคอก จัดอาหารมงคล 7 รายการรับเทศกาลตรุษจีน วันเสาร์ที่ 25-26 มกราคมนี้  มีอาหารมงคลรสเลิศ อาทิ กุ้งผัดซอสเสฉวน รับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคลให้คุณมีความสุขตลอดทั้งปี แล้วมาส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองตลอดปีด้วย หมูมองโกเลีย, หมูสามชั้น, หมูชาชู และหมูหัน รับประทานคู่กับหมั่นโถวนึ่งร้อน นอกจากนี้เรายังได้ตระเตรียมปลาหิมะเนื้อเนียนนุ่ม นึ่งกับขิงซอยและซอสถั่วเหลือง อีกหนึ่งอาหารมงคลที่เชื่อกันว่าถ้าได้รับประทานแล้วท่านจะร่ำรวยตลอดทั้งปี และเพื่อให้การงานใดๆ ราบรื่น ประสบความสำเร็จเมนูเต้าหู้ผัดเห็ด คือเมนูที่คุณต้องไม่พลาด และอีกหนึ่งเมนูที่คุณต้องลิ้มลองกับเส้นก๋วยเตี๋ยวผัดหอยเชลล์ พร้อมด้วยสเตชั่นก๋วยเตี๋ยวที่มาพร้อมตัวเลือกให้คุณได้เลือกรับประทาน อาทิ ซุปต้มยำทะเล และซุปน้ำใส เพื่อความสุขและอายุที่ยืนยาว ปิดท้ายด้วยเป็ดปักกิ่งผัดซอสฮอยซิน คั่วจนได้สีแดงน่ารับประทานเพื่อความโชคดีตลอดปี 2563 นี้  นอกจากนี้ยังจะได้เพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดมากมายและอาหารนานาชาติ  ตั้งแต่เวลา 12.00–15.30 น. เพียง 1,588 บาทต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และราคา 1,100 บาทต่อท่าน สำหรับแพ็กเกจเครื่องดื่ม รวมถึงสปาร์คกลิ้งไวน์แบบไม่จำกัด อีกทั้งไวน์แดงและไวน์ขาวที่เลือกโดยซอมเมอลิเยร์ เบียร์ คลาสสิกค็อกเทล น้ำอัดลม และน้ำผลไม้  สอบถามโทร.0-2624-0000 หรืออีเมล h6835-fb4@sofitel.com

อาหารจีนต้นตำรับ

     **  ห้องอาหารจีน ดิเอมเพรส โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง เติมความสุขในช่วงเทศกาลตรุษจีน กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพื่อเป็นการร่วมฉลอง และสมนาคุณแด่ลูกค้าทุกท่าน ที่รับประทานอาหารครบทุก 10,000 บาท ++ จะได้รับคูปองนวดไทย 1 ชั่วโมง มูลค่า 500 บาท ฟรีทันที  ให้คุณได้อิ่มท้อง ลิ้มรสอาหารจีนต้นตำรับ แสนอร่อย และยังได้ผ่อนคลาย ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ ด้วยการนวดไทย จากพนักงานนวดมืออาชีพของ Sata Thai massage ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม – 26 มกราคมนี้ สอบถามโทร.0-2281-3088 ต่อ 147

บาร์บีคิวริมสระ

     ** เพลย์ เด็ค บริเวณสระว่ายน้ำ ชั้น 4 โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯชวนขยับจังหวะยามค่ำคืน กับบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวริมสระ ทั้งเมนูทาปาสที่ยกขบวนมาเรียกน้ำย่อย ก่อนจัดเต็มกับคาร์ฟวิ่ง สเตชั่น ปรุงกันสดๆตามออร์เดอร์ เสิร์ฟให้แบบไม่ยั้งตลอดสองชั่วโมงเต็ม รับประกันความอร่อยโดยเชฟเอริค วีดแมน ที่มีดีกรีถึงเชฟผู้ท้าชิงที่ชนะในรายการเชฟกระทะเหล็ก พร้อมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ EDM ที่ได้ดีเจจ๊อบ อาทิตย์ มาเปิดแผ่นเพิ่มดีกรีความมันส์ตลอดค่ำคืน นอกจากนี้ ยังมีเมนูเครื่องดื่มคลายร้อนหลากหลายเมนู   วันศุกร์ที่ 31 มกราคม เวลา 19.00-21.00 น. เพียงท่านละ 650 บาท++ พร้อมรับฟรี! เครื่องดื่ม 1 ที่ ระหว่างค็อกเทลหรือเบียร์ สอบถามหรือสำรองที่นั่งโทร.0-2125-9000 หรือ อีเมล reservations@oriental-residence.com

เนื้อเกรดพรีเมียม

     ** ห้องอาหารบิ๊กฟิช แอนด์ บาร์ โรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา  โดยเชฟอเล็กซานเดอร์ ฮอร์วัท และทีมเชฟมืออาชีพรังสรรค์ 5 เมนูพิเศษที่นำสุดยอดวัตถุดิบอย่างเนื้อเกรดพรีเมียมส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย มาสร้างสรรค์ในสไตล์เอเชียและนานาชาติ ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองกัน  ทั้ง เนื้อสันนอกซากะกิว A5 ขนาด 100 กรัม (950++ บาท) เสิร์ฟสไตล์คาร์ปาชโช่ โดยนำเนื้อไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ จากนั้นหั่นออกเป็นชิ้นบางๆ เพื่อรักษาคุณภาพของเนื้อ เสิร์ฟคู่กับส้มยูซุ ซอสถั่วเหลือง และงา ถัดมาเมนูที่สอง เป็นเนื้อออสเตรเลียน ดาร์ลิง ดาวน์ ส่วนท้องขนาด 220 กรัม (999++ บาท) ย่างบนเตาถ่าน เสิร์ฟในสไตล์ไทยพร้อมกับเห็ดท้องถิ่น สมุนไพรไทย น้ำจิ้มแจ่ว และข้าวสวย นับเป็นการผสมผสานที่แตกต่างอย่างลงตัว ต่อด้วยส่วนของแก้มวัวออสเตรเลียน ดาร์ลิง ดาวน์ (1,250++ บาท) รังสรรค์เป็นเมนูที่สามโดยนำไปตุ๋นกับซอสวานิลลาทีให้กลิ่นหอมอ่อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งบดและแครอทอ่อน และเมนูถัดมาสายรักเนื้อพลาดไม่ได้กับเนื้อริบอายออสเตรเลียน ดาร์ลิง ดาวน์ No. 4 ขนาด 250 กรัม (1,800++ บาท) ย่างบนเตาถ่าน ทานคู่กับบร็อคโคลี่ ผัดมันฝรั่งกับเบคอน และฟักทอง และเนื้อสันในญี่ปุ่นฮาคาตะ A4 ขนาด 150 กรัม (2,550++บาท) ปรุงในสไตล์รอสซินี่ เสิร์ฟพร้อมฟัวกราส์ หอมหัวใหญ่ ทรัฟเฟิลและเกาลัด  ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.00น. ถึง 22.30น.สำรองที่นั่งโทร. 0-3290-4666 ต่อ 4522

อาหารมงคล

      **  วันที่ 24 – 25 มกราคมนี้ ฉลองตรุษจีนรับปีหนูทองกับ “เทศกาลอาหารมงคล” ด้วยคาราวานบุฟเฟต์อาหารจีนต้นตำรับ ให้คุณได้อิ่มคุ้มๆเสริมโชคแบบเฮง เฮง ตลอดทั้งปีอาทิ หมูหันเสริมความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์,เป็ดปักกิ่ง เสริมความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน,ปลาผัดเปรี้ยวหวาน เสริมความมีกินมีใช้,กุ้งผัดพริกเกลือ เสริมอำนาจวาสนา พร้อมพบกับเมนูมงคลและอาหารจีนต้นตำรับคาวหวานอีกกว่า 100 เมนูพร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายดังนี้ ฟรี!Soft drink,ชาจีนและเก๊กฮวยไม่อั้น,ฟรี!ห้องVIPส่วนตัว เมื่อมา8ท่านขึ้นไป,ฟรี!พัดมงคล,ฟรี!ชมวิวที่หอชมวิวชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุนชั้น84 ในราคาเพียง990บาท/ท่าน ที่ภัตตาคารจีนสเตลล่า พาเลซ ชั้น 79 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Baiyoke Customer Service 02-656-3939หรือFacebook Page: Baiyoke Sky

ไส้คอร์นชีส

    ** โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ผู้นำและสร้างสรรค์อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ขนมปังเฟรนช์โทสต์ แซนวิช พร้อมทาน รสชาติใหม่ล่าสุด!!! “โออิชิ อีทโตะ เฟรนช์โทสต์ แซนวิช ไส้คอร์นชีส” สะดวก!อร่อย!กับขนมปังเนื้อนุ่มสูตรเฉพาะของ โออิชิ ชุบไข่ นม และเนย อบจนสุกหอม พร้อมไส้สูตรพิเศษ “ไส้คอร์นชีส” ที่จัดหนักข้าวโพดหวานเม็ดโต ผสานคัสตาร์ดครีม หอมมัน และมอสซาเรลล่าชีส เข้มข้น เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับยามเช้าหรือมื้อที่เร่งรีบ โดยวางจำหน่ายในราคาชิ้นละ35บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมคลิกแฟนเพจโออิชิอีทโตะ:www.facebook.com/OishiEato

 ลิ้มลองเมนูอาหารมงคล

    ** ห้องอาหารวูว์โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ร่วมเปิดประสบการณ์เหนือระดับกับเมนูอาหารจีนยอดนิยมและของหวานสิริมงคลอีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 26 มกราคม 2563 ลิ้มลองเมนูอาหารมงคลต้อนรับตรุษจีนทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ ในวันที่ 24 – 25 มกราคม อาทิ เมนูหมูหัน เป็ดปักกิ่ง หมูแดง ติ่มซ่ำ รวมถึงอีกหลากเมนูแสนอร่อยที่ทุกท่านโปรดปรานในบุฟเฟ่ต์บรั้นช์วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม ไม่ว่าจะเป็นตับห่านรสเลิศเหล่าอาหารทะเลที่ถูกจัดวางอย่างมีระดับบนชั้นน้ำแข็ง เนื้อสันในที่ถูกนำมาปรุงอย่างละเมียดละไม รวมไปถึงชีสที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งลิ้มลองเมนูสุดพิเศษที่ผ่านการรังสรรค์พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัส อาทิ ล๊อบสเตอร์ ปลาแซลมอนนำเข้า เนื้อสันนอก และอีกนานาเมนูที่จะทำให้มื้ออาหารของท่านเป็นช่วงเวลาแห่งความพิเศษ นอกจากนี้ ซันเดย์บรันช์วันตรุษจีนที่ห้องอาหารวูว์นั้นยังถูกแต่งเติมสีสันด้วยบรรยากาศแห่งเสียงดนตรีที่ช่วยมาเติมเต็มรสชาติของมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 24 – 25 มกราคม บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันและมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารวูว์ -ราคา 1,288 บาท++ ต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน -ราคา 2,288 บาท++ ต่อท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ  26 มกราคม|บุฟเฟ่ต์บรั้นช์วันอาทิตย์ ณ ห้องอาหารวูว์ -ราคา 2,850 บาท++ ต่อท่าน สำหรับอาหาร รวมสมูทตี้ ม็อกเทล น้ำผลไม้ ซอฟท์ดริ๊งค์ ชา กาแฟ -เพิ่ม 1,299 บาท++ ต่อท่าน สำหรับไวน์แดง ไวน์ขาว เบียร์ สยามแมรี่ค็อกเทล และมาร์ตินี่นานาชนิด รวมสมูทตี้ ม็อกเทล น้ำผลไม้ ซอฟท์ดริ๊งค์ ชา กาแฟ  สอบถามโทร.0-2207-7777 อีเมล์fb.bangkok@stregis.com

เนื้อปูผัดผงกระหรี่กะทะร้อน

สาคูเปียกข้าวโพด

      ** ร้านอาหาร Lee Café สาขาไลฟ์เซ็นเตอร์ ชั้น G (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) แนะนำเมนูเฮงๆ เริ่มจากเมนูไก่ ต้องไก่แช่เหล้า ต้นตำรับอาหารจีนสไตล์เชฟ ลี คัดสรรไก่คุณภาพดีหมักด้วยเหล้าจีนอายุ 3 ปี ซึ่งเหล้าจะซึมเข้าเนื้อ เสริมให้อาหารมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมละมุนในทุกๆ คำที่รับประทาน สื่อความหมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยศ ความสง่างาม ถือเป็นเมนูที่อุดมไปด้วยโปรตีน และยังมีสารทริปโตเฟน ที่สามารถต้านอาการซึมเศร้าได้  เมนูเส้น ตามความเชื่อรับประทานแล้วจะมีอายุยืนยาวเหมือนเส้น เส้นส่วนใหญ่ที่คนมักนิยมรับประทาน คือ เส้นหมี่ซั่ว เส้นหมี่ เมนูแนะนำคือ เส้นหมี่ผัดมันกุ้ง 3 รส รับประทานเส้นแล้วสื่อความหมายความมีอายุยืนยาว แล้วยังใช้มันกุ้งล็อบเตอร์ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มาผัดพร้อมปรุงด้วยซอสสูตรพิเศษของ Chef Lee ทำให้ได้รสชาติความอร่อยและมีความหมายมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นไปอีก  เมนูปลา ขอแนะนำปลากระพงบราวน์ซอสพริกกระเทียม โดยได้คัดสรรปลากะพงสด(ปลาเป็น) ขนาดน่ารับประทาน ราดด้วยซอสพริกกระเทียมสูตรพิเศษ รับประทานขณะปรุงเสร็จใหม่ เพื่อให้รสชาติความอร่อยยังคงอยู่โดยเมนูนี้สื่อความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ เมนูปลาจึงเหมาะสำหรับการรับประทานช่วงตรุษจีน เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ย่อยง่ายแล้ว ยังเป็นแหล่งไขมันที่ดี มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย เมนูซุป อร่อยและได้สุขภาพกับเมนูกระเพาะปลาน้ำแดง กับน้ำซุปที่ผ่านการตุ๋นไม่ต่ำกว่า15 ชั่วโมง รสชาติกลมกล่ม ใส่แผ่นกระเพาะปลาอร่อยหนุบหนับเข้ากันได้ดีกับเครื่องตุ๋นยาจีนหอมกรุ่นที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นอบเชย,โป๊ยกั๊ก,และตั้งกุย ล้วนเสริมมงคลชีวิตในเรื่องสุขภาพ  เมนูกุ้ง กับกุ้งกระเทียมนำพาบารมี (กุ้งทอดพริกกระเทียม) กุ้ง หมายถึง ยศตำแหน่ง เมื่อนำมาปรุงกับซอสปรุงอาหารคุณภาพดีจะซึมเข้าเนื้อกุ้ง เสริมให้อาหารมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมละมุนในทุกๆ คำที่รับประทาน  เมนูของหวาน ต้องเลือกลักษณะที่เป็นกลมๆ จะทำให้ชีวิตราบรื่นไม่สะดุด อย่างเช่น สาคูมะพร้าวอ่อน มะพร้าวสื่อหมายถึงความอ่อนหวาน  เมนูผัก คำว่า ผัก ในภาษาจีน จะออกเสียงว่า ฉ่าย หรือ ไช่ ซึ่ง พ้องเสียงกับคำที่สื่อความหมายถึง ความสุข ความโชคดี ดังนั้น ไม่ต้องเดาก็บอกได้ว่า กินผักแล้วจะโชคดี เฮงๆเมนูแนะนำ คะน้าฮ่องกงราดไชนีสเกรวี่ซอส  เมนูปู ปูเป็นของมงคลในการไหว้วันตรุษจีน ปูหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า คล่องแคล่วว่องไว ขยันทำมาหากิน และงานที่สำเร็จลุล่วงเร็วไว (เหมือนปูที่เดินไว) เมนูที่แนะนำ เนื้อปูผัดผงกระหรี่กะทะร้อน  สอบถามโทร.0-2677-7395 หรือ facebook:leecafeshop

อาหารมงคล 8 เมนู

    14. เทศกาลตรุษจีนถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีความสำคัญมากสำหรับชาวจีน เนื่องจากเป็นวันปีใหม่ของชาวจีนโดยถือว่าเป็นวันมงคลในการเริ่มต้นใหม่ให้กับชีวิต เป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ผู้คนส่วนใหญ่จะเริ่มซื้อเสื้อผ้าใหม่ จัดบ้านใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ซึ่งก็คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยวนั่นเอง โดย ห้องอาหารจีน ไดนาสตี้ ได้จัดเมนูพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวันตรุษจีน ด้วยอาหารโชคลาภ 8 เมนู นอกจากนี้ถ้าหมุน เลข 8 ให้เป็นด้านขวางแล้ว จะมีสัญลักษณ์เหมือน ∞ (Infinity) หมายความว่าไม่มีที่สิ้นสุด แปลว่ายิ่งรวยอย่างไม่สิ้นสุดนั่นเอง เพื่อเสริมสิริมงคล โดย เชฟกัม ลัม ฮิง หัวหน้าเชฟชาวฮ่องกง ได้รังสรรค์เมนูอาหารออกมา 8 เมนู อาทิเช่น เนื้อแพะตุ๋นหม้อดิน, สลัดกุ้งมังกร, เนื้อฮ่องกงผัดซอสสาเต๊ะ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเมนูที่ขาดไปไม่ได้คือเป็ดปักกิ่ง คุณภาพดี เนื้อแน่น เมนูยอดนิยมที่คนรักอาหารจีนชื่นชอบ เป็ดตัวโต หนังกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับแป้งและเครื่องเคียง ทานคู่กับน้ำจิ้มรสหวาน ส่วนเนื้อเป็ดสามารถนำไปปรุงอาหารได้หนึ่งรายการ โดยเชฟได้คัดสรรมาด้วยความใส่ใจและพิถีพิถัน ให้ท่านได้อร่อยคุ้มในราคาเริ่มต้นเพียง 350 ++ ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 มีนาคม 2563 เท่านั้น  ห้องอาหารจีน ไดนาสตี้ ตั้งอยู่ที่ชั้น M โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 – 541 – 1234 ต่อ4272, 4262, 4151 หรือ อีเมล์ fb_office@chr.co.th  ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7%  เปิดบริการทุกวัน: มื้อกลางวันตั้งแต่ เวลา 11.30 – 14.30 น. และ มื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น.

ลองของจริงอาวดี้A4 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412471?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ลองของจริงอาวดี้A4

24 มกราคม 2563 – 14:55 น.
อาวดี้A4,ยานยนต์
เปิดอ่าน 181 ครั้ง

ลองของจริงอาวดี้A4 คอลัมน์…  ยานยนต์

นับว่าเป็นแบรนด์รถที่รอคอย สำหรับ อาวดี้ประเทศไทย การได้รับเชิญให้ไปรู้จักในครั้งนี้กับรถมากมายถึง 16 รุ่น กับจำนวนรถกว่า40คัน โดยคันแรกที่ผมได้ลองขับขี่คือ A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition ต้องแอบบอกว่าตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้รถสไตล์แวนแบบนี้เลย และยังใช้รถจากค่ายสี่ห่วงด้วยเช่นกัน

ทริปนี้ อาวดี้จัด เส้นทางกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้ขับรวมระยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร ไป-กลับก็ร่วม 400 กิโลเมตร ในกิจกรรม “Press Trip by Audi” จุดเด่นของเส้นทางนี้จะมีช่วงทางตรงถนนวงแหวนรอบนอก สามารถทดสอบอัตราเร่งทั้งการทำความเร็ว การเร่งแซง ผ่านแบบไม่ต้องลุ้นเยอะ!และการจราจรบนถนนพหลโยธินที่ปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ทำให้ผมทดสอบระบบเบรกตลอดเส้นทางกันที่เดียว ขออธิบายก่อนว่า A4 Avant คันนี้ มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ด้วยครับ แน่นอนว่าสามารถเชื่อมั่นในเรื่องการทรงตัวดีแน่นอน และอัตราเร่งที่ขับก็ประทับใจสุดๆ

รุ่นนี้ให้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรงเทอร์โบชาร์จและระบบวาล์วแปรผัน 2.0 TFSI ให้แรงม้าสูงสุดถึง 252 แรงม้า มีแรงม้าเป็นแบบ flat ทำให้รีดกำลังได้สูงสุดในระยะรอบที่ยาวตั้งแต่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที ต้องขอบอกว่าเพียงพออย่างมาก กับรถสไตล์พ่อบ้านแบบนี้ตัวเลขแรงม้าอาจขู่ใครไม่ได้ แต่ถ้าลองสัมผัสแล้วจะรู้เลยว่านี่คือรถที่ใฝ่หา เพราะอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 6 วินาทีเท่านั้น! กับแรงม้าเท่านี้และยังให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ที่เป็นแบบกลไก หรือเรียกว่า self-locking centre differential อาวดี้พัฒนามาเกือบ 4 ทศวรรษจนเป็นที่ยอมรับเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีที่สุด สามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อหน้า-หลังได้อย่างอิสระ

แต่ก่อนหน้านี้สักสิบกว่าปีอาจจะบอกว่าอาวดี้ขับสี่ล้อแบบนี้ดูแลรักษายาก ราคาสูง แต่ปัจจุบันต้องจูนความคิดกันใหม่ เพราะ อาวดี้ ประเทศไทย นำรถที่ดีที่สุดมาให้คนไทยได้ใช้ และการดูแลหลังการขายเขาปรับปรุงดีขึ้นมาก แถมราคาค่าตัวก็เบียดกับรถหรูแบรนด์ต่างๆ ที่ประกอบในประเทศซะด้วย ลืมบอกไปอาวดี้เป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศทุกรุ่นครับ

ขอต่อที่ระบบขับเคลื่อน อาวดี้ ให้เกียร์อัตโนมัติแบบ S tronic ถึง 7 จังหวะ มีแรงบิดที่รอบต่ำ 1,600-4,500 รอบต่อนาที สามารถใช้แพดเดิลชิฟ ตรงก้านคอพวงมาลัยช่วยในการขับได้อีกด้วย เมื่อแรงขนาดนี้ ก็ต้องมั่นใจระบบเบรก ให้ดิสก์เบรกมาสี่ล้อ

ภายนอกถูกออกแบบให้มีอารมณ์สปอร์ต กระจังหน้าขนาดใหญ่เน้นเส้นสายแนวนอน ไฟหน้าแอลอีดีตกแต่งด้วยชุดแต่ง S Line และ Black Edition เติมเต็มอารมณ์และสปอร์ตขึ้นอีก ให้ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ขนาด 8.5J x 19 พร้อมยางขนาด 245/35 R19 ลาย 5 ก้าน สีไทเทเนียมแบบด้าน จาก Audi Sport

ภายในติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าแบบ S Sports ปรับไฟฟ้าหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง Fine Nappa ตัดเย็บแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line และฟังก์ชั่นนวดเพื่อการผ่อนคลาย ทำให้การขับรถที่ต้องใช้เวลาอยู่หลังพวงมาลัยเกิน 2 ชั่วโมงแบบครั้งนี้ผมไม่มีอาการปวดหลังให้รู้สึก ยังให้หลังคาแบบพาโนรามิกเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้เวลาขับถนนต่างจังหวัดสามารถเปิดรับลมแสงแดด ถือว่าหรูหรามากพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัดตกแต่งด้วยหนัง Perforated พร้อมสัญลักษณ์ S line กระชับมือดีครับ มีระบบปรับอุณหภูมิ 3 โซน ผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับอุณหภูมิตามที่ต้องการได้ ถือว่าเอาใจผู้โดยสารตัวน้อยๆ ที่ต้องนั่งประจำ ที่น่าประทับใจผมคือระบบความบันเทิงเครื่องเสียงให้มาระดับพรีเมียมกับแบรนด์ดังอย่าง Bang&Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ระบบ MMI Radio Plus หน้าจอขนาด 7 นิ้วอาจจะขัดใจเพราะคู่แข่งให้มากับจอขนาดใหญ่กันทั้งนั้น! และจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีมีให้เลือกถึง 5 สี

ส่วนระบบความปลอดภัยที่ให้มาเริ่มต้นที่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวมถึงถุงลมนิรภัยและม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบควบคุมการทรงตัว ESC

เซ็นเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอดกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอดที่ช่วยให้รถยาวๆ แบบแวนจอดง่ายขึ้น ชุดปฐมพยาบาล

และนี่คือ A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition สเปกที่ให้มาชนิดที่เจ้าของรถขับอย่างเดียวพอไม่ต้องเสียเงินเสียทองไปแต่งอะไรเพิ่มอีกเลย แม้กระทั่งเรื่องระบบเครื่องเสียงให้มากถึง 16 จุด ที่สำคัญ อาวดี้A4 ยังคงเป็นรถที่ขับง่าย เชื่องมือ ควบคุมง่าย การทรงตัวไม่ว่าจะวิ่งเร็วเกินกฎหมายกำหนดก็ยังมั่นใจการเก็บเสียงลมปะทะทำได้น่าพอใจ ยิ่งความเร็วระดับ 120 นี่หายห่วง เงียบที่ทำเอาคนนั่งข้างหลับสบายตลอดทางครับ

สรุปถ้าท่านผู้อ่านอยากได้รถครอบครัวที่แฝงเขี้ยวเล็บพ่อบ้านแม่บ้านที่ยังกระหายอะดรีนาลีนอยู่ A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition รุ่นนี้คือตัวเลือกแรกของผม เชื่อว่าสามารถตอบคำถามในใจได้ทุกข้อ ยกเว้นถ้าคุณอยากได้รถที่มีระบบมอเตอร์ช่วยคงต้องรอไปก่อน ยิ่งผมใช้เวลาอยู่กับเขานานเท่าไรก็ยังหลงรักเลยครับ ข้อเสียอย่างเดียวคือผมต้องทุบกระปุกออมสินกี่ใบถึงจะครอบครองได้…

  ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่
A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition 3,249,000 บาท
รับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

เซเลบริตี้ร่วมตรุษจีนปีหนูทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published January 25, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412617?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เซเลบริตี้ร่วมตรุษจีนปีหนูทอง

24 มกราคม 2563 – 19:00 น.
สยามพารากอน,ธนาคารกสิกรไทย,ไชนีส นิวเยียร์ 2020,เกตุวลี นภาศัพท์,กฤษณา อัมพุช,มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์,วรษา กรวิกนลิน,นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์,ชนิสา แก้วเรือน,กุณฑินี ไกรฤกษ์,ศิรินทร์ ปรีดายานนท์,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,มรวจันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์,มลอรดิศ สนิทวงศ์,หทัยเทพ ธีระธาดา,สยามพารากอน คมชัดลึ
เปิดอ่าน 105 ครั้ง

สยามพารากอนจัดเต็มโชว์สุดอลังการ ต้อนรับเทศกาลมหามงคล

ตอกย้ำความเป็นเดสติเนชั่นของการช็อปปิ้งระดับเวิลด์คลาส สยามพารากอน ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความมหัศจรรย์อย่างยิ่งใหญ่เบิกฤกษ์มหามงคลเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีหนูทองแห่งความรุ่งโรจน์ในงาน
“สยามพารากอน ไชนีส นิวเยียร์ 2020 : ดิ อินฟินิท พรอสเพอริตี้” ตื่นตากับการแสดงสุดอลังการอิมพอร์ตโชว์ชุดพิเศษโดยคณะกายกรรมต้าเหลียนและกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน การเชิดสิงโตมหามงคลจำนวนมากที่สุดถึง 99 ตัว พร้อมพญามังกรหน้าทองคำ ความยาว 99 เมตร แชมป์ถ้วยพระราชทาน 3 สมัยจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 23-26 มกราคม 2563 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เกตุวลี นภาศัพท์-กฤษณา อัมพุช

สำหรับพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งได้รับเกียรติจาก เกตุวลี นภาศัพท์ กรรมการสยามพารากอน และคณะผู้บริหารได้แก่ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติได้แก่ หทัยเทพ ธีระธาดา, ขนิษฐา จิตต์กุศล, เกล็ดดาว พานิชสมัย,  ธาวิน พี.เซียวตง, สุคนธ์ปิยา อัศวมงคลเลิศ, วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์, ชนิสา แก้วเรือน, กุณฑินี ไกรฤกษ์,  ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์, ณชา จึงกานต์กุล และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์-วรษา กรวิกนลิน

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยสีสันแห่งการเฉลิมฉลอง ทั้งโคมปีหนู ตัวอักษรจีนมงคล และสัญลักษณ์สะท้อนความเจริญรุ่งเรืองอำนวยพรโชคลาภวาสนาไว้เต็มตลอดพื้นที่ ทั้งยังจัดเต็มการแสดงอำนวยพรชุดพิเศษ “Siam Paragon Chinese New Year 2020 : The Infinite Prosperity” ตื่นตาตื่นใจกับอิมพอร์ตโชว์สุดพิเศษชุดแรกในการแสดง “สาวน้อยระบำลูกข่าง”โดยคณะกายกรรมต้าเหลียน คณะกายกรรมเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1952 ด้วยการฝึกอย่างเข้มงวดตามธรรมเนียมดั้งเดิมมานานกว่าครึ่งศตวรรษ จนได้รับการยกย่องจากกรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และสหพันธ์วรรณกรรมและศิลปะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โชว์ชุดพิเศษนี้มาแสดงในประเทศไทย

นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์-ชนิสา แก้วเรือน-กุณฑินี ไกรฤกษ์

ถัดมาเป็นการแสดง กายกรรมแบบ Hand-to-Hand จากคณะกายกรรมกวางโจว และการเชิดสิงโตมหามงคลมากที่สุดถึง 99 ตัว โดยสร้างสรรค์หน้าสิงโตเป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคโบราณ, ยุคหน้าตั้งขนแกะและยุคปากเป็ดขนแกะ ซึ่งแต่ละยุค
มีเอกลักษณ์และความสวยงามที่แตกต่างกัน พร้อมด้วยพญามังกรหน้าทองคำแท้คณะเดียวในประเทศไทย สง่างามตระการตากับความยาว  99 เมตร ที่มาร่วมโชว์ลีลาการเชิดอย่างพร้อมเพรียงจากคณะสิงโตมังกรทองลูกชัยมงคล ตามวัฒนธรรมความเชื่อที่ว่าหากสัตว์มงคลเทพเจ้าของจีนทั้งสิงโต และมังกรได้เข้าร่วมการเฉลิมฉลองในงานเทศกาลที่ใดจะบังเกิดอิทธิฤทธิ์ความเป็นสิริมงคล ปกป้องและปัดเป่าเภทภัยต่อสถานที่แห่งนั้นอีกทั้งบันดาล ลาภ ยศ สรรเสริญ ความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ พูนสุขมาสู่ผู้ชมและทุกคนในครอบครัว การเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยถือเป็นการแสดงผาดโผนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศแถบเอเชีย อาทิ จีน มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง รวมทั้งประเทศไทยเราอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญคนพิเศษ  พระนางคู่จิ้น “บอย” ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “ชิปปี้” ศิรินทร์ ปรีดายานนท์ ที่มาปรากฏตัวพร้อมโชว์สุดเซอร์ไพรส์กับสิงโตและมังกรทองมหามงคล

ศิรินทร์ ปรีดายานนท์-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์-ณชา จึงกานต์กุล-ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์

 มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “เพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีชวดอย่างยิ่งใหญ่ สยามพารากอน ได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย สร้างปรากฏการณ์ความมหัศจรรย์ภายใต้แคมเปญ “Siam Paragon Chinese New Year 2020 :  The Infinite Prosperity” เพื่อต้อนรับชาวไทยเชื้อสายจีน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือวันปีใหม่ของชาวจีน ซึ่งในปีนี้ เรามุ่งเน้นที่จะมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่จะสร้างสีสันบรรยากาศการช้อปปิ้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  พร้อมสรรหาสินค้าที่แปลกใหม่หมุนเวียนมาจากทุกมุมโลก ผสานการใช้นวัตกรรมการสื่อสารในรูปแบบล้ำสมัยเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ทั้งยังมีการตกแต่งประดับประดาทั่วทั้งพื้นที่ และกระตุ้นให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในเทศกาลช่วงต้นปีได้อย่างคึกคัก ทำให้เรามั่นใจว่าศูนย์การค้าสยามพารากอน ยังคงครองความเป็นหนึ่งในการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ต่างปักหมุดมาเยือนกรุงเทพฯ”

วรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์-หทัยเทพ ธีระธาดา-ขนิษฐา จิตต์กุศล

กิจกรรมเซียมซียักษ์

ภายในงานยังมีกิจกรรมเซียมซีดิจิทัล, เขียนคำอธิษฐานขอพรแห่งความโชคดี และมั่งคั่ง พร้อมรับเครื่องรางที่ผ่านการประกอบพิธีในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล, ช้อปสนุกพร้อมรับอั่งเปาเพื่อจับจ่ายสินค้าสุดคุ้มค่า, และอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์สำหรับคนชอบดูดวง โดยรวบรวมสุดยอดโหราศาสตร์ชื่อดังทั่วเมืองไทยจาก สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อคนพิการ อาทิ ชาติ หวังโซ๊ะ หมอดูลายมือ, กันตาพยากรณ์ Lucky Tarot, ใจทิพย์ สุคนธจิตต์ โหราศาสตร์พม่า-ลายเซ็น, เจนธูปพยากรณ์, ชลกนก ดิตถ์จุลกะ ไพ่ยิปซี, ซินแสโค้วสุ่งกิม หมากรุกจีน, ณัฐ ยิปซีไพ่มหาเทพ, ตูน ทักษายุค, ภานุพงศ์ เตชะขะวนิชกุล ดวงจีน-โหงวเฮ้ง, มดดำ มะลิลา อักษร RUNE โบราณ ฯลฯ

กิจกรรมดูดวง จากสิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อคนพิการ

%d bloggers like this: