ต่างประเทศ

All posts in the ต่างประเทศ category

ตลาดหุ้นขานรับ ทรัมป์ เสนอชื่อ เจอโรม พาวเวลล์ นั่งประธานเฟดคนใหม่

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ย. 2560 15:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1115997

ประธานาธิบดีทรัมป์ เสนอชื่อ เจอโรม พาวเวลล์ ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯ คนใหม่ ฉีกธรรมเนียม 40 ปี ไม่ขอให้ประธานเฟดคนปัจจุบันนั่งเก้าอี้ต่อสมัยที่ 2 ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกขานรับคึกคัก

เมื่อ 3 พ.ย. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เสนอชื่อ นายเจอโรม พาวเวลล์ ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯ (Fed, เฟด) คนใหม่ แทน นางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะหมดวาระดำรงตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 โดยนายพาวเวลล์ วัย 64 ปี เคยได้รับแต่งตั้งจากอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้นั่งเก้าอี้ บอร์ด หรือคณะกรรมการบริหารของเฟด ในปี 2555 และยังเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ด้านการคลังสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช มาก่อน

นายเจอโรม พาวเวลล์‘พาวเวลล์ เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ฉลาด และมีความรับผิดชอบ ผมมั่นใจว่า เจอโรม จะเป็นผู้บริหารเฟดที่เฉลียวฉลาด และเขาจะเป็นผู้นำเฟดซึ่งจำเป็นในปีที่จะมาถึง ’ ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวยกย่องพาวเวลล์

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เสนอชื่อ นายพาวเวลล์ เป็นประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯ คนใหม่ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ไม่ขอให้ประธานธนาคารกลางคนปัจจุบันอยู่ดำรงตำแหน่งต่อไปเป็นสมัยที่ 2 ขณะที่ นางเยลเลน ซึ่งเป็นสตรีคนแรกที่ได้เป็นประธานเฟดจะหมดวาระในเดือน ก.พ.

รอยเตอร์แจ้งว่า ตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ขานรับการเสนอชื่อนายพาวเวลล์ เป็นประธานเฟดคนใหม่อย่างคึกคัก เนื่องจากบรรดานักลงทุนสนับสนุนแผนของพรรครีพับลิกันที่ต้องการลดหย่อนภาษีครั้งใหญ่ ด้วยการตั้งนายพาวเวลล์ ซึ่งเป็นคนสายกลางและพูดจานุ่มนวล มาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่

 

ชาวกาตาลันลุกฮือประท้วง! คัดค้านศาลสูงสเปน ควบคุมตัว 8 รมต.ข้อหากบฏ

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ย. 2560 12:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1115824

แคว้นกาตาลุญญา ระอุ..ชาวกาตาลันหลายพันคนออกมาชุมนุมประท้วงในบาร์เซโลนา คัดค้านศาลสูงสเปนสั่งเฉียบ ควบคุมตัว 8 รมต.ในข้อหากบฏ อีกทั้งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะเกรงหลบหนีและทำลายหลักฐาน

เมื่อ 3 พ.ย. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าวิกฤติกาตาลุญญาว่า เมื่อ 2พ.ย.60 ชาวกาตาลันหลายพันคนได้ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงที่บริเวณด้านหน้าของรัฐสภาแคว้นกาตาลุญญา ในเมืองบาร์เซโลนา คัดค้านศาลสูงของประเทศสเปนควบคุมตัวรัฐมนตรีแคว้นกาตาลุญญา 8 คน ในข้อหาก่อกบฏ ปลุกระดม และใช้เงินรัฐในทางมิชอบ จากความพยายามประกาศให้แคว้นกาตาลุญญาเป็นเอกราชจากสเปน โดยมีผู้ประท้วงจำนวนมากได้ถือธงแคว้นกาตาลุญญา และตะโกนถ้อยคำเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง ขณะที่มีรายงานว่าประชาชนในหลายเมืองของแคว้นกาตาลุญญา ได้ออกมาชุมนุมประท้วงเช่นกัน

อดีตรมต.กาตาลุญญามาขึ้นศาลสูงตามหมายเรียก ก่อนโดนควบคุมตัวและไม่อนุญาตให้ประกันบีบีซี แจ้งว่า ผู้พิพากษาศาลสูงสเปน ได้ออกหมายเรียกอดีต รมต.กาตาลุญญา 9 คน จากทั้งหมด 14 คน ให้มาขึ้นศาล เมื่อวันพฤหัสฯที่ 2 พ.ย.(ตามเวลาท้องถิ่น) และไม่อนุญาตให้ อดีตรัฐมนตรีแคว้นกาตาลุญญาทั้ง 8 คน ได้รับการประกันตัวเพราะเกรงว่าจะหลบหนีออกนอกประเทศ หรือทำลายหลักฐาน โดยอดีต รมต. 8 คนดังกล่าว ได้แก่ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีต รมต.กระทรวงมหาดไทย, อดีต รมว.ต่างประเทศ, อดีต รมต.ยุติธรรม, อดีต รมต.แรงงาน, อดีตที่ปรึกษาการบริหารงานของประธานาธิบดี, อดีต รมว.การพัฒนาอย่างยั่งยืน และ อดีต รมต.วัฒนธรรม ส่วนอดีต รมต.คนที่ 9 ที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว คือ รมต.พาณิชย์ เนื่องจากเขาได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนรัฐสภากาตาลุญญาลงมติแยกเอกราชจากสเปน เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ชาวกาตาลันออกมาชุมนุมคัดค้าน 8 รมต.ถูกควบคุมตัวด้าน คณะอัยการสเปนกำลังพยายามขอให้ยุโรปออกหมายจับ นายคาร์เลส ปุยจ์เดอมองต์ อดีตประธานาธิบดีแคว้นกาตาลุญญา ที่หลบหนีการถูกจับกุมดำเนินคดีไปที่กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม.

อดีตประธานาธิบดีคาร์เลส ปุยจ์เดอมองต์ต แห่งกาตาลุญญาอัดคลิปจากเบลเยียม เรียกร้องให้ศาลสูงปล่อยตัว8 รมต. 

มาถึงจุดนี้ได้ไง? สเปนยึดอำนาจกาตาลุญญา-ยุบสภา-ปลดผู้นำเรียบวุธ

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1115169

รัฐบาลกลางสเปน ตัดสินใจเข้ายึดอำนาจแคว้นกาตาลุญญา เพื่อขัดขวางรัฐบาลของดินแดนปกครองตนเองแห่งนี้ไม่ให้แยกตัวเป็นอิสระ กลายเป็นวิกฤติทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดที่แดนกระทิงดุต้องเผชิญในรอบกว่า 40 ปี แล้วมันเกิดอะไรขึ้นจนทำให้สเปนเดินทางมาถึงจุดนี้ได้?

กลุ่มผู้สนับสนุนการแยกดินแดนออกมาชุมนุมกันในกรุงบรัสเซลส์*ปัญหาที่หยั่งรากลึก

ความต้องการแยกตัวเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานกว่าสิบปีแล้ว โดยใน พ.ศ.2546 พรรคการเมืองกาตาลันผลักดันให้มีการปฏิรูปสถานะปกครองตนเองของกาตาลุญญา และ 2 ปีต่อมา รัฐสภากาตาลันก็ผ่านกฎหมายปฏิรูป ซึ่งจะขอขยายอำนาจของรัฐบาลท้องถิ่น, เรียกร้องให้ยอมรับกาตาลุญญาเป็นประเทศ, ให้ภาษากาตาลันมีความสำคัญมากกว่าสเปน และให้รัฐบาลท้องถิ่นเก็บภาษีดินแดนในปกครองเอง

แต่ในปี 2549 ฝ่ายค้านซึ่งนำโดย นายมาริอาโน ราฮอย (นายกรัฐมนตรีสเปนคนปัจจุบัน) เป็นแกนนำออกมาต่อต้านกฎหมายที่ว่านี้ และในที่สุดสภาคองเกรสสเปนก็อนุมัติกฎหมายปฏิรูปฯ ในเวอร์ชั่นพบกันครึ่งทางระหว่างรัฐบาลกลางและพรรคการเมืองกาตาลัน โดยกาตาลุญญายังเป็นดินแดนปกครองตนเองต่อไป แต่ยกสถานะขึ้นมาบางส่วน

มาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปนแต่กระแสแยกดินแดนในกาตาลุญญาปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในปี 2553 หลังจากรัฐบาลสเปนแก้รัฐธรรมนูญ ระบุให้ การพูดถึงกาตาลุญญาในฐานะประเทศ ไม่มีผลใดๆ ทางกฎหมาย และภาษาของชาวกาตาลัน ก็ไม่ได้มีสถานะเทียบเท่าภาษาสเปน ส่งผลให้ชาวกาตาลันออกมาเดินขบวนประท้วงในเมืองบาร์เซโลนากว่า 1 ล้านคน

หลังจากนั้น กลุ่มชาตินิยมในแคว้นกาตาลุญญาผลักดันเรื่องการแยกดินแดนอีกหลายครั้ง แต่ก็ประสบความล้มเหลว ชาวกาตาลันต้องทนเก็บความไม่พอใจที่ภาษีซึ่งเก็บจากพวกเขาจำนวนมาก ถูกแบ่งสันปันส่วนไปใช้ในพื้นอื่นๆ ของสเปนที่ยากจนกว่า ทนกับกฎหมายรัดเข็มขัดจากวิกฤติการเงินของสเปน ขณะที่งบประมาณของพวกเขาก็ถูกควบคุมโดยรัฐบาลกรุงมาดริดมาตลอด จนกระทั่งโอกาสที่จะเป็นอิสระได้มาถึงในปีนี้

ตำรวจสเปนปะทะกับชาวกาตาลันในวันลงประชามติ*ชาวกาตาลันทำประชามติ

ในปี 2560 รัฐบาลแคว้นกาตาลุญญาเปิดอภิปรายเรื่องการแยกตัวเป็นอิสระ ทำให้ประธานรัฐสภากาตาลันถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมฐานขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่เรื่องนี้มิอาจหยุดยั้งรัฐบาลของ นายคาร์เลส ปุยจ์เดอมองต์ ได้ และรัฐสภาก็ผ่านกฎหมายประชามติในวันที่ 6 กันยายน กำหนดจะจัดการลงคะแนนเสียงประชามติแยกดินแดนจากสเปนในวันที่ 1 ตุลาคม ขณะที่รัฐบาลกลางยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคำสั่งให้ระงับการลงประชามติดังกล่าวทันที

เมื่อวันแห่งสัญญามาถึง ชาวกาตาลันจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง ท่ามกลางการขัดขวางอย่างรุนแรงของตำรวจ ที่รัฐบาลกลางส่งไปยึดหน่วยเลือกตั้งนับพันจุด จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลังการลงประชามติผ่านพ้นไป รัฐบาลกาตาลุญญาก็ประกาศชัยชนะ อ้างว่าผู้โหวตถึง 90% สนับสนุนการแยกตัวออกจากสเปน แม้จะมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ไม่ถึงครึ่งที่ 43% เพราะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยบอยคอตไม่ไปลงคะแนน ด้านศาลรัฐธรรมนูญประกาศให้การลงมติครั้งนี้ผิดกฎหมาย

ชาวกาตาลันจุดพลุฉลอง หลังรัฐบาลท้องถิ่นกาตาลุญญาประกาศแยกเอกราชจากสเปน เมื่อ 27 ตุลาคม*ประกาศแยกตัวเป็นสาธารณรัฐ

หลังจากการลงประชามติ นายปุยจ์เดอมองต์ยังไม่ประกาศแยกตัวทันที แต่พยายามหาทางเจรจากับรัฐบาลกลางสเปน เพื่อลดความตึงเครียดลง แต่คำตอบจากนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย ก็คือ “เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเจรจาระหว่างกฎหมายประชาธิปไตยกับการดื้อแพ่งและการทำผิดกฎหมาย” พร้อมทั้งขีดเส้นตายจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม ให้นายปุยจ์เดอมองต์ยืนยันให้ชัดเจนว่า พวกเขาจะประกาศแยกตัวเป็นอิสระหรือไม่

ซึ่งในที่สุด สภาท้องถิ่นของแคว้นกาตาลุญญาก็ลงมติประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากสเปน เป็นสาธารณรัฐ และลงมติโยกย้ายอำนาจทางกฎหมายจากเดิมที่ขึ้นตรงกับรัฐธรรมนูญสเปน มาเป็นของตัวเอง ส่งสัญญาณว่า พวกเขาจะไม่ยอมรับกฎหมายของสเปนอีกต่อไป

กลุ่มผู้สนับสนุนการอยู่ร่วมกับสเปน ชุมนุมกันในวันที่ 29 ตุลาคม*มาตรา 155 สเปนยึดอำนาจ

เมื่อฟางเส้นสุดท้ายขาดไป รัฐบาลสเปนก็ตอบโต้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 155 ระงับอำนาจปกครองตนเองของแคว้นกาตาลุญญา สั่งยุบสภาท้องถิ่น, ปลดนายปุยจ์เดอมองต์และรัฐมนตรีคนอื่นๆ อีก 14 คน ออกจากตำแหน่ง ก่อนจะแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี โซรายา แซนซ์ เดอ ซานตามารีอา เป็นผู้บริหารกาตาลุญญาชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 21 ธันวาคมปีนี้

ขณะเดียวกัน โฮเซฟ หลุยส์ ตราเปโร ผู้บัญชาการตำรวจกาตาลุญญา กองกำลัง ‘มอสซอส ดีเอสกวาดร้า’ ซึ่งมีจำนวนถึง 17,000 นาย ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งเช่นกัน โดยนายเฟร์ราน โลเปซ รอง ผบ.ตร.กาตาลุญญาได้รับแต่งตั้งขึ้นมากุมบังเหียนแทน

คาร์เลส ปุยจ์เดอมองต์ แถลงข่าวที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม*ก้าวต่อไปของสเปน

หนึ่งในคำถามที่ต้องการคำตอบมากที่สุดคือ สเปนจะสามารถปกครองแคว้นกาตาลุญญาได้หรือไม่? โดยในตอนนี้ยังไม่อาจตอบได้ในทันทีว่า รัฐบาลกลางจะสามารถเข้าควบคุมดินแดนที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศแห่งนี้ได้เร็วหรือมีประสิทธิภาพเพียงใด และคาดว่าในช่วงแรกจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากประชาชนที่เพิ่งลงคะแนนเสียงแยกดินแดนไปอย่างแน่นอน

ขณะที่หนทางประนีประนอมระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายก็มีไม่มาก รัฐบาลสเปนอาจบังคับใช้กฎหมายปฏิรูปสถานะปกครองตนเองของกาตาลุญญาเวอร์ชั่นพบกันครึ่งทาง ที่รัฐบาลเคยอนุมัติเมื่อปี 2549 เพื่อปลอบใจชาวกาตาลันฝ่ายชาตินิยมก็เป็นได้

อดีตสมาชิกคณะรัฐมนตรีกาตาลุญญาที่ถูกปลดจากตำแหน่ง เดินทางมาให้ปากคำต่อศาลในกรุงมาดริด หลังอัยการฟ้องร้องพวกเขาข้อหากบฏแต่เชื่อว่า สิ่งที่จะชี้ขาดทิศทางในอนาคตของสเปนจริงๆ คือ การเลือกตั้งใหม่ของแคว้นกาตาลุญญาในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ซึ่งถ้าฝ่ายสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนคนอื่นได้รับชัยชนะ ปัญหาเดิมๆ เช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำอีก แต่หากฝ่ายสนับสนุนการอยู่ร่วมกับสเปนชนะ กระแสการแบ่งแยกดินแดนก็คงบรรเทาลงไป อย่างน้อยก็ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ด้านนายปุยจ์เดอมองต์ ซึ่งตอนนี้อยู่ในประเทศเบลเยียม เรียกร้องให้สหภาพยุโรปช่วยรับประกันเรื่องความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลกลางยอมรับผลที่ออกมาเช่นเดียวกับตัวเขา.

 

การบินไทย เพิ่มเที่ยวบินจาก กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม รองรับไฮซีซั่น

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ย. 2560 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1115614

นักท่องเที่ยวยุโรป รุกไทย การบินไทยเพิ่มเที่ยวบินจากบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม รองรับ ไฮซีซั่น มั่นใจ ในศักยภาพ รักษาระดับการบริการในรูปแบบที่ครบวงจร สุดประทับใจ และการใช้เวลาในการบินที่สั้นกว่าคู่แข่ง

วันที่ 3 พ.ย.บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน ว่า สายการบินไทย เพิ่มเที่ยวบินตรงมายังสนามบินบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียม จาก 4 เที่ยวเป็น 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูง กับเส้นทางการบินจากกรุงเทพ สู่ กรุงบรัสเซลล์เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม หรือได้รับการขนานนามว่า เป็น “Capital of Europe” เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป หรือ EU และสภายุโรป รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) และองค์การศุลกากรโลก (WCO) โดยใช้เครื่องบินแอร์บัส เอ 350-900 ที่นั่งกว้าง สีสันภายในสดใสใหม่เอี่ยมให้บริการ

นางแคทรีน เดอโพว์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดการบินไทยเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก กล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม ว่า “มีการเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินแอร์บัส เอ 350-900 ที่ได้รับการออกแบบแนวศิลปะไทยร่วมสมัย มีที่นั่งกว้างและสะดวกสบายขึ้นทุกเก้าอี้ และเก้าอี้ชั้นธุรกิจก็สามารถปรับนอนได้ถึง 180 องศา นอกจากนั้น การบินไทยยังเป็นสายการบินเดียวที่บินตรงระหว่างกรุงบรัสเซลส์-กรุงเทพ โดยใช้เวลาบินเพียง 11 ชั่วโมง ขณะที่สายการบินอื่น ต้องเปลี่ยนเครื่องระหว่างทาง ทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง”

“ผู้โดยสารการบินไทยส่วนใหญ่ เดินทางไปยังเอเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เนื่องจากกรุงเทพเป็นฮับการบินที่สมบูรณ์แบบในเอเซีย โดยสายการบินไทย มีเที่ยวบินเชื่อมต่อกับทุกประเทศ ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในการต่อเครื่อง และสามารถแวะเที่ยวประเทศไทยไทยได้ ทั้งในเที่ยวไป หรือเที่ยวกลับ ทั้งนี้ จำนวนผู้โดยสารที่เป็นนักธุรกิจก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากไม่น้อยกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปอีกด้วย” นางแคทรีน กล่าว…

ทางด้านนายอัษฎายุศ พงษ์ภมร ผู้จัดการการการบินไทย ประจำสนามบินบรัสเซลล์ กล่าวว่า “ในด้านการบริการที่สนามบิน การบินไทยยังคงรักษาระดับการบริการในรูปแบบที่ครบวงจร One stop services เพื่อเพิ่มความพึงพอใจมากขึ้น อีกทั้งในด้านความปลอดภัย ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานตามกฏสากลทั่วโลก เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยและอบอุ่นใจ ที่มาใช้บริการให้สมกับคำว่า “รักคุณเท่าฟ้า””

อนึ่ง สายการบินไทย จะฉลองครบรอบ 6 ปี ของการบินตรงสู่กรุงบรัสเซลส์ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน ดังนั้น การเพิ่มเที่ยวบินเป็น 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน จึงแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการบินไทยในเส้นทางการบินมายังประเทศเบลเยียมได้เป็นอย่างดี แม้ว่า จะมีสายการบินตะวันออกกลาง หลายสายเป็นคู่แข่งด้านราคา แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่พึงพอใจกับระยะเวลาการเดินทางที่สั้น และบริการสุดประทับใจ.

 

ซูจี ลงพื้นที่ไปรัฐยะไข่ครั้งแรก โดนวิจารณ์หนักไม่ดูดำดูดีชาวโรฮีนจา

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2560 14:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1114929

ออง ซาน ซูจี เดินทางไปรัฐยะไข่ครั้งแรก ประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐ หลังโดนชาติตะวันตกวิจารณ์อย่างหนัก ไม่ปกป้องดูแลชาวมุสลิมโรฮีนจา จนพากันอพยพหนีภัยเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ ไปอยู่ตามชายแดนบังกลาเทศแล้วนับ 6 แสนคน

เมื่อ 2 พ.ย.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นางออง ซาน ซูจี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาลงพื้นที่เดินทางไปรัฐยะไข่ เป็นครั้งแรก ร่วมประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 2 พ.ย.60 นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพหนีเหตุการณ์รุนแรงการสู้รบครั้งใหม่ระหว่างกลุ่มติดอาวุธ โรฮีนจากับทหารเมียนมา จนทำให้นางซูจี ซึ่งถือเป็นผู้นำรัฐบาลเมียนมา โดนวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมโลก โดยเฉพาะชาติตะวันตกอย่างหนัก ที่ไม่เข้ามาช่วยเหลือปกป้องชาวโรฮีนจา จนทำให้มีชาวโรฮีนจาอพยพหนีภัยไปอยู่อาศัยตามชายแดนบังกลาเทศแล้วนับ 600,000 คน

นายซอว์ ฮเตย์ โฆษกรัฐบาลเมียนมากล่าวกับนักข่าวเอเอฟพีว่า นางซูจี ได้ไปยังเมืองชิตตะเว และจะไปยังเมืองมองดอและบาธิดอง ด้วย โดยนายฮเตย์กล่าวว่านางซูจีจะไปตรวจเยี่ยมเมืองต่างๆ ในรัฐยะไข่ตลอดวัน แต่ไม่แน่ชัดว่าจะไปเยี่ยมหมู่บ้านชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่หรือไม่.

ชาวโรฮีนจาจากรัฐยะไข่ อพยพไปอยู่ตามชายแดนของบังกลาเทศ

ยิงสนั่นในห้างวอลมาร์ต ดับสลด 3 ศพ สหรัฐฯสยองอีก คนแตกตื่นหนีกระเจิง

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2560 11:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1114589

มะกันช็อกอีกแล้ว..เกิดเหตุคนร้ายยิงคนในห้างวอลมาร์ต ชานเมืองเดนเวอร์ ดับสลดอย่างน้อย 3 ราย ขณะที่คนในห้างหวีดร้อง รีบวิ่งออกจากห้างด้วยความหวาดกลัว หลังได้ยินเสียงปืนดังสนั่น ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

เมื่อ 2 พ.ย. 60 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเกิดเหตุสะเทือนขวัญในสหรัฐฯ อีกแล้ว มีผู้เคราะห์ร้ายถูกยิงเสียชีวิตสลดอย่างน้อย 2 ศพ และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย  ภายในห้างวอลมาร์ต บนถนนแกรนด์ สตรีท ที่เมืองธอร์นตัน ชานเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด เมื่อช่วงค่ำ เวลาประมาณ 18.00 น. ของคืนวันพุธที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าวันที่ 2 พ.ย.ตามเวลาในไทย โดยหลังจากผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในห้างค้าปลีกชื่อดังแห่งนี้และพนักงานของห้างฯได้ยินเสียงปืนดังสนั่นในห้าง ต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีออกจากห้างกันด้วยความตื่นตระหนก

รอยเตอร์ แจ้งว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น รวมทั้งยังไม่เปิดเผยเกี่ยวกับมือปืนที่ลงมือก่อเหตุ โดยหลังเกิดเหตุยิงคนที่ห้างค้าปลีก วอลมาร์ต ผ่านมาประมาณ 90 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองธอร์นตันซึ่งระดมกำลังกันมาในที่เกิดเหตุ ยืนยันมีผู้ชาย 2 ราย เสียชีวิตจากคมกระสุน และผู้หญิงอีกคน 1 ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่ต่อมา หญิงเคราะห์ร้ายรายนี้ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ 3ราย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองธอร์นตัน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเดนเวอร์ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 16 กม. ได้ปิดถนนใกล้กับห้างวอลมาร์ต และขอร้องให้ประชาชนอย่ามาเข้าใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง ซึ่งมีร้านอาหารและร้านค้ามากมายอยู่ใกล้เคียง โดยนายอารอน สตีเฟน วัย 44 ปี พนักงานคนหนึ่งที่ห้างวอลมาร์ต สาขาดังกล่าว เล่านาทีระทึกว่า หลังได้ผู้คนได้ยินเสียงปืนดังกึกก้องขึ้นแล้ว ได้พากันหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว และวิ่งหนีออกจากห้าง

ด้านคนร้ายได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุยิงใส่ผู้คนที่ห้างวอลมาร์ตอย่างเลือดเย็น ขณะที่ตำรวจระดมกำลังเร่งไล่ติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ ซึ่งเป็นชายผิวขาว สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีดำ และนุ่งกางเกงยีนส์อย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้น ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้.

รมว.กลาโหมผู้ดีลาออก รับเคย ‘จับเข่า’ ผู้หญิง ชี้ไม่คู่ควรคุมกองทัพ

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2560 10:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1114562

รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากเขายอมรับว่าในอดีตเคยล่วงเกินผู้หญิงด้วยการจับเข่า ซึ่งเขามองว่าเป็นพฤติกรรมต่ำกว่ามาตรฐานที่เจ้าหน้าที่กองทัพควรจะมี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร (ยูเค) ลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันพุธที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ความประพฤติของเขาต่ำกว่ามาตรฐานขั้นสูงที่ผู้ดำรงตำแหน่งระดับเขาพึงมี กลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกที่ลาออกเพราะข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในรัฐสภายูเค

กระแสต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศถูกจุดขึ้นมาจากกรณีของนายฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังชาวอเมริกัน ซึ่งถูกผู้หญิงมากกว่า 50 คนกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศหรือข่มขืนพวกเธอในอดีต ซึ่งตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศออกมาเปิดเผยประสบการณ์ของตนเอง และมีคนดังในหลายวงการถูกกล่าวหามากมาย

และดูเหมือนว่า เรื่องนี้จะลุกลามเข้าสู่วงการการเมือง โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายฟอลลอนได้ออกมาขอโทษต่อกรณีที่ เขาจับเข่าของ จูเลีย ฮาร์ตลีย์-บรีเวอร์ ผู้ประกาศข่าววิทยุอย่างไม่เหมาะสมหลายครั้งเมื่อปี 2545 ขณะที่นางจูเลียระบุในเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่าเป็นเรื่องขำๆ

ในหนังสือลาออกของนายฟอลลอนที่ส่งถึงนางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรียูเค ระบุว่า “ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคน รวมทั้งเรื่องความประพฤติในอดีตของผมด้วย ซึ่งหลายเรื่องไม่เป็นความจริง แต่ผมยอมรับว่า ในอดีตผมเคยประพฤติต่ำกว่ามาตรฐานระดับสูงที่เราพึงมีในกองทัพ ซึ่งผมได้รับเกียรติให้เป็นผู้แทน ผมได้ไตร่ตรองถึงสถานะของตัวเองแล้ว และผมขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม”

ขณะที่นางเมย์ ซึ่งยอมรับการลาออกของนายฟอลลอนระบุว่า เธอรู้สึกชื่นชมในความเป็นคนจริงจังของนายฟอลลอน ที่คำนึงถึงสถานะของตัวเอง และเป็นตัวอย่างสำคัญที่เธอหวังจะให้เป็นแบบอย่างต่อเจ้าหน้าที่ชายหญิงและคนอื่นๆ

 

ระทึก! เกิดระเบิดตูมสนั่นที่โรงไฟฟ้าอินเดีย ดับ 26 ศพ เจ็บอื้อ

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2560 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1114544

เกิดระเบิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งในภาคเหนือของประเทศอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 26 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่สาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ของบริษัท ‘เนชันนัล เธอมาล พาวเวอร์ คอร์เปอเรชัน’ (เอ็นทีพีซี) ซึ่งตั้งอยู่ในเขต แรบาเรลี รัฐอุตตรประเทศ ทางเหนือของประเทศอินเดีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (1 พ.ย.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 100 คน ในจำนวนนี้หลายรายมีแผลไฟไหม้รุนแรง

นายอนันต์ กุมาร อธิบดีกรมตำรวจเมืองลักเนา เมืองเอกของรัฐอุตตรประเทศเปิดเผยผลการสืบสวนเบื้องต้นว่า ขี้เถ้าที่สะสมอยู่ในเตาหลอมใต้หม้อไอน้ำ เป็นสาเหตุของการระเบิด “ขี้เถ้าสะสมเพิ่มขึ้นด้วยสาเหตุอะไรบางอย่างทั้งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และด้วยเหตุนั้นจึงเกิดความดันขึ้นภายในนำไปสู่การระเบิด” ขณะที่ทาง เอ็นทีพีซี แถลงว่า เกิดเสียงที่ไม่ปกติก่อนจะเกิดระเบิด และพวกเขาได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนหาสาเหตุของการระเบิดแล้ว

ด้านนายโยกี อาทิตยนาธ มุขมนตรีรัฐอุตตรประเทศ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต และเสนอเงินชดเชยให้ครอบครัวละ 200,000 รูปี (ราว 102,500 บาท)

 

หนึ่งในว่าที่ผู้นำ (ในอนาคต)

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 2 พ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1113615

สิงคโปร์ ประเทศเล็กๆ เพื่อนบ้านอาเซียน ปกครองโดยพรรคกิจประชาชน พรรครัฐบาลพรรคเดียวมาตั้งแต่ได้เอกราชหรือตั้งแต่ปี 2502 หรือเมื่อ 58 ปีก่อน และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือการเปลี่ยนตัวผู้นำ เกิดขึ้นโดยสงบเรียบร้อยมาตลอด แม้แต่การเลือกตั้ง (ที่ไม่ได้ เลือกตั้ง) ประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อไม่นานมานี้

แต่เมื่อปรากฏภาพ นาย ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรี วัย 65 ปี เป็นลมช่วงสั้นๆระหว่างกล่าวคำปราศรัยถ่ายทอดสดออกโทรทัศน์เมื่อปีที่แล้ว กอปรกับปัญหาขัดแย้งในตระกูลลีที่ยังไร้หนทางเยียวยา

หลายคนเริ่มมองถึงว่าที่ผู้นำคนใหม่ของสิงคโปร์กันแล้ว

และหนึ่งในสามนักการเมืองรุ่นใหม่ที่สื่อท้องถิ่นยกให้เป็นตัวเต็งว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของสิงคโปร์ก็คือนาย ชาน ชุนซิง รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการกองทัพบกของสิงคโปร์ วัย 48 ปี เพิ่งเปิดใจบอกชัดพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหากได้รับเลือก

นายชานกล่าวแบบเปิดการ์ดบนเวทีสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในสิงคโปร์เมื่อเร็วๆนี้ว่า พวกเราทุกคนต้องพร้อมทำงาน หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะในสิงคโปร์ ภาวะผู้นำเป็นความรับผิดชอบตั้งแต่เกิด ไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องเสาะแสวงหา

“การปรับเปลี่ยนนโยบายแบบหน้ามือเป็นหลังมือจากปัจจุบัน ถือว่าเลิกคาดหวังกันได้เลยไม่ว่าใครจะได้เป็นนายกฯต่อจากนายลี” นายชาน กล่าวเน้นย้ำ

ปัจจุบันนายลี เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของสิงคโปร์และครองอำนาจมากว่า 13 ปีแล้ว และการเลือกตั้งทั่วไปไม่น่าจะมีขึ้นจนกว่าจะถึงช่วงต้นปี 2564

นับแต่สิ้นยุคนายลี กวนยิว รัฐบุรุษผู้ล่วงลับ ที่ก้าวลงจากอำนาจในปี 2533 และนายโก๊ะ จ๊กตง ที่เป็นพันธมิตร นั่งเก้าอี้ขัดตาทัพ รอให้นายลี ผู้ลูก ได้ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2547 กระทั่งปัจจุบัน

ส่วนนายชานต้องคอยติดตามว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะมีชื่อเขาเป็นนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์หรือไม่.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

 

นิวยอร์กสยอง! คนร้ายหนี ถือปืน 2 กระบอก หลังขับรถไล่ชนนักปั่น ตาย 8 (คลิป)

Published November 14, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ย. 2560 16:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1114010

อเมริกันสะเทือนขวัญอีก เผยโฉมหนุ่มคนร้ายขับรถบรรทุกไล่ชนคนขี่จักรยานในนิวยอร์ก ตาย 8 ตร.เผยเป็นหนุ่มลี้ภัยชาวอุซเบกิสถานมาอยู่ในสหรัฐฯ ขณะที่มีคลิปเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงจากรถหลังก่อเหตุ ในมือถือปืน 2 กระบอก ก่อนถูกตำรวจยิงบาดเจ็บ

เมื่อ 1 พ.ย. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ความคืบหน้าเหตุก่อการร้ายครั้งล่าสุดในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีชายขับรถบรรทุกขนาดเล็กสีขาว จงใจขับรถเข้าไปในเลนจักรยาน บริเวณเลียบแม่น้ำฮัดสัน ย่านโลเวอร์ แมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาประมาณ 03.00 น.ของเช้าวันที่ 1 พ.ย.ตามเวลาของไทย ไล่ชนคนขี่จักรยานเคราะห์ร้ายล้มระเนระนาดหลายคัน ดับสลดอย่างน้อย 8 ราย เจ็บสาหัสอีก 15 ราย ขณะที่คนร้ายได้ลงมาจากรถบรรทุก จนถูกตำรวจยิงบาดเจ็บ และถูกตำรวจจับกุมนั้น

บีบีซี แจ้งว่า ชายคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ชื่อว่า นายเซย์ฟูลโล ไซพอฟ อายุ 29 ปี เป็นหนุ่มลี้ภัยชาวอุซเบกิสถาน ซึ่งเข้ามาอาศัยในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2553 และพำนักอยู่ที่รัฐฟลอริดา ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นแหล่งข่าวเผยกับนักข่าวทีวี CBS News ว่า พบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเขียนข้อความในรถบรรทุกคันดังกล่าว อ้างถึงกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ด้วย โดยหลังจาก นายไซพอฟ ถูกตำรวจยิงแล้ว เขาได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ตามรายงานระบุว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวนายไซพอฟได้ไปเช่ามา และหลังจากเขาก่อเหตุสยองแล้ว รถบรรทุกยังชนกับรถบัสนักเรียน ทำให้มีนักเรียน 2 คน และผู้ใหญ่ 2 คนได้รับบาดเจ็บ จึงทำให้รถบรรทุกของนายไซพอฟหยุดลง และเมื่อเขาลงมาจากรถแล้ว ได้ตะโกนคำว่า‘อัลเลาะห์ อักบาร์’ และพยายามวิ่งหนีออกจากที่เกิดเหตุ ขณะในมือได้ถือปืนสั้น 2 กระบอก ก่อนจะถูกตำรวจยิงใส่ กระสุนเข้าที่ท้อง ได้รับบาดเจ็บ

ขณะเดียวกัน มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางยูทูบบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นช่วงเวลาหลังเกิดเหตุ เสียงไซเรนรถตำรวจดังกระหึ่ม ขณะที่ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์จากอาคาร ต่างแสดงความตกใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ก่อการร้ายสะเทือนขวัญครั้งล่าสุดในนิวยอร์ก.

รถบัสนักเรียนโดนรถบรรทุกคนร้ายพุ่งชนด้านข้าง

 

%d bloggers like this: