กิน-เที่ยว

All posts in the กิน-เที่ยว category

OMG! ร้านนี้ Feel Good No Guilt อร่อยสุขภาพดีเริ่มต้นที่ 0 kcal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/615344

วันที่ 20 ก.พ. 2563 เวลา 08:30 น.

OMG! ร้านนี้ Feel Good No Guilt อร่อยสุขภาพดีเริ่มต้นที่ 0 kcal

OH MY GOODNESS! คาเฟ่สีส้มจุดรวมพลคนเฮลท์ตี้ ชิมเมนูโลว์แคลอรีที่อร่อย! ไม่อ้วน! สูตรลับเฉพาะจากการคิดค้นโดย Food Scientist รู้ได้ทันที…แก้วนี้กี่ kcal

จะดื่มกินแต่ละทียังห่วงเรื่องแคลอรีแถมรู้สึกผิด เพราะกลัวอ้วน กลัวเบาหวาน ทรมานใช่มั้ยล่ะ!! ตอนนี้เลิกคิดคำนวณแล้วชวนเพื่อนที่กำลังไดเอทมาเอ็นจอยอีทติ้งกันแบบจัดหนักได้แล้ว ที่ร้าน OH MY GOODNESS! (OMG BKK) คาเฟ่สีส้มที่อุดมด้วยขนมหวาน เครื่องดื่ม และอาหาร ในร้านที่เกิดมาจากคนรักสุขภาพ เพื่อคนที่ห่วงใยในสุขภาพโดยเฉพาะ

ร้านนี้เริ่มต้นจากการเป็นร้านอาหารคลีนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก่อนผันตัวเข้าสู่วงการเครื่องดื่ม เอาใจวัยรุ่น คนทำงาน และสาวออฟฟิศที่คิดอยากกินของอร่อยแต่กลัวอ้วน ด้วยการคิดคำนวณสูตรเครื่องดื่ม ของหวาน ที่กินแล้วดีต่อใจ ให้ความอร่อยมาก ทว่าให้พลังงานต่ำ เพื่อทุกคำที่กินแล้วไม่รู้สึกผิด ซึ่งเป็นคีย์หลักของ OH MY GOODNESS! ที่สำคัญคือต้องมาจากวัตถุดิบชั้นดีผสานกรรมวิธีที่เหมาะสม ทุกเมนูของร้านนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากหลักความรู้ด้านโภชนาการ โดย Food Scientist ผู้มีประสบการณ์พร้อมบอกปริมาณแคลอรีที่ได้รับมาให้เสร็จสรรพ

ความลับของร้านนี้คือความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี อาทิ มัทฉะที่ส่งตรงจากเมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โกโก้จากเบลเยียม บวกเทคนิคการ Blend ให้ออกมาเป็นเครื่องดื่มรสเข้มข้นแต่ยังคงให้แคลอรีที่น้อยกว่าปกติ ส่วนความหวานที่ใช้มาจากไซรัปสูตรลับเฉพาะที่คิดค้นขึ้นเองจากหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งที่เป็น Food Scientist ซึ่งได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและให้พลังงาน 0 kcal ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในกระแสเลือด อีกทั้งยังผ่านการรับรอง FDA ระดับสากล โดยส่วนประกอบหลักของความหวาน OMG! Syrup มาจาก Erythritol เกรดพรีเมียมนำเข้าจากยุโรป ให้ความหวานและรสชาติที่อร่อยเหมือนน้ำตาล แต่ไม่ทิ้ง After Taste หลังทานเหมือนกับหญ้าหวาน

ส่วนเมนูเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ ชานมไข่มุก หอมหวานกลมกล่อมจากนมโลว์แฟต ท็อปปิ้งด้วยบุกโลว์แคลอรีจากบุกชั้นดีที่นำเข้าจากไต้หวัน ที่แปลกตาและอยากให้ลองคือ ไข่มุก Brown Caviar เจ้าคาเวียร์เม็ดเล็กใสเหมือนวุ้น ทำจาก Brown Sugar ผสมกับผง Alginate (สาหร่าย) ผ่านกรรมวิธีสุดครีเอทด้วย Dropper ที่บรรจงหยดมาทีละเม็ด เสร็จแล้วพักไว้ในตู้เย็น 1 วันเพื่อให้ได้ที่ สัมผัสเวลาเคี้ยวหนุบหนับกำลังพอดี มีรสหวานจากบราวน์ชูการ์ไซรัปต้นตำรับ OMG!

เมนูขายดียกให้ Shizuoka Matcha Cappu (40 kcal) มัทฉะแท้รสเข้มจากเมืองชิซึโอกะ Yuzu Espresso Sparkling Soda (50 kcal) กาแฟเอสเปรสโซ่ซาบซ่าด้วยสปาร์กลิ้งโซดา เพิ่มมิติด้วยความเปรี้ยวหวานของส้มยูสุ Sweet Orang Cocoa (150 kcal) Fresh Yuzu Thai Tea (30 kcal) OMG! Signature Cocoa (90 kcal) Black Cocoa (80 kcal) Yuzu Sparkling Soda (30 kcal) และ Bubble Gum Soda (0 kcal!!)

ยังมี Brunch & Bowl อย่าง Acai Nutty Bowl และ  Acai Fruity Berry Bowl อาซาอิโบลว์ขุมพลังงานรสชาติอร่อย อัดแน่นด้วยซูเปอร์ฟู้ด กินแล้วสดชื่น อยู่ท้อง

ปิดท้ายกันที่ Classy Cpoissant ครัวซองต์กรอบนอกนุ่มในทำจากแป้งออร์แกนิกและเนยสดแท้ 100% บ่มด้วยยีสธรรมชาติ ไม่ใช้สารเติมแต่ง ไม่มีส่วนผสมของ Transfat กินแล้วปลอดภัยต่อสุขภาพ แถมยังให้ความอร่อยแบบไม่อ้วน

ตามไปสัมผัสความอร่อยที่ดีต่อใจ กันได้ที่ร้าน OH MY GOODNESS! สาขาซอยอารีย์ 1 ร้านเปิดทุกวัน วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 07.00–20.00 น. วันเสาร์–วันอาทิตย์ เวลา 08.00–20.00 น. โทร : 092-929-5616 หรือไปกันได้ที่สาขา B2S เซ็นทรัลพระราม 9 และสาขา B2S เซ็นทรัลลาดพร้าว มีบริการจัดส่งผ่านแอพลิเคชั่น ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : OMG BKK

The Allium Bangkok จัด Lunch Set Menu หรูหราในราคาเอื้อมถึง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/615245

วันที่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 10:30 น.

The Allium Bangkok จัด Lunch Set Menu หรูหราในราคาเอื้อมถึง

เอร็ดอร่อยมื้อกลางวันกับเซ็ตเมนูใหม่ในสไตล์ฝรั่งเศส ที่ห้องอาหาร The Allium Bangkok เสน่ห์การปรุงอาหารในนิยามใหม่ของเชฟสาวมากประสบการณ์ ‘ร็อกแซนน์ แลงจ์’

ได้เห็นกับตาแล้วจะรู้ว่าความงดงามที่ถูกรังสรรค์มาในจานช่วยเพิ่มอรรถรสให้มื้ออาหารมากแค่ไหน ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ มีโอกาสมาละเมียดละไมในการชิมอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ ที่ห้องอาหาร The Allium Bangkok (ดิ อัลเลียม แบงค็อก) ภายในโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

The Allium Bangkok ถูกตกแต่งในโทนแดง-ขาวราวกับมีมนต์ขลัง รายรอบด้วยผนังกระจกใสที่ให้ความรู้สึกสุดหรูหรา เหมาะกับการเจรจาพูดคุยธุรกิจ หรือชวนคนรู้ใจคนใกล้ชิดมาเนรมิตมื้ออาหารสุดแสนประทับใจไปด้วยกัน พร้อมนำเสนออาหารชั้นสูงจากฝั่งตะวันตกในรูปแบบร่วมสมัย ด้วยความรักและความใส่ใจของเชฟร็อกแซนน์ แลงจ์ เชฟสาวสัญชาติเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในเชฟระดับหัวหน้าที่อายุน้อยที่สุดในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ส่วนด้านวัตถุดิบที่ใช้ในห้องอาหารนี้จะถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ผสานกับผลิตผลเกษตรอินทรีย์และพืชในสวนสมุนไพรที่ปลูกไว้ใช้เองภายในโรงแรม

ด้วยบรรยากาศและความพิเศษของอาหาร ทำให้หลายคนต่างเข้าใจไปว่า The Allium Bangkok สนนราคาค่าอาหารสูงติดเพดาน แต่เชื่อไหมถ้าเราจะบอกว่าอาหารฝรั่งเศสที่รังสรรค์มาจากวัตถุดิบชั้นเลิศนี้มาในราคาสุดคุ้มเพียง 650 บาท++ เท่านั้น สำหรับ 2 คอร์ส และราคา 750 บาท++ สำหรับ 3 คอร์ส

ทางด้านเมนู Lunch Set ครั้งนี้ มีให้เลือกลิ้มรสกันหลายอย่าง เริ่มที่ Starter สุดเฮลทตี้อย่าง Cucumber, Celery & Cucumber Broth สลัดแตงกวากับผักขึ้นฉ่าย เสิร์ฟมาพร้อมบร็อธแตงกวา Thai Mud Crab & Cucumber สลัดปูทะเลกินคู่สปาเก็ตตี้แตงกวาและคาเวียร์สาเก ตามด้วย Chiang Mai Tomato Salad สลัดมะเขือเทศเชียงใหม่ เมนูที่สร้างความตื่นตาโดยการเนรมิตมะเขือเทศให้ออกมาในหลากหลายรูปแบบ มาพร้อมกับไอศกรีมมะเขือเทศ เรียกว่าเป็นเมนูสุดอร่อยแถมสีสันสดใส ดีต่อใจเป็นที่สุด ไม่หมดเท่านี้ ยังมีเมนูปลาแซลมอนหมักพร้อมบร็อธเฟนเนล และซุปฟักทอง ให้เลือกตามชอบ

ต่อด้วยเมนูจานหลักอย่าง Seabass Truffle & Cepes Sauce ปลากะพงนึ่งเสิร์ฟพร้อมทรัฟเฟิลและซอสเห็ด Red Snapper, Sun Choke & Chorizo ปลากะพงแดงนึ่งพร้อมแก่นตะวัน ราดด้วยซอสเนยไวน์ขาว เมนูนี้กรุ่นกลิ่นหอมแถมรสชาติสุดกลมกล่อม ต่อด้วย Tomato Risotto Fresh Tomato Parmesan Crisp รีซอตโตมะเขือเทศ พลาดไม่ได้กับ Australian Lamp Rack ซี่โครงแกะออสเตรเลียย่าง เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งพูเร หน่อไม้ฝรั่ง และซอสจูส  ปิดท้ายด้วยเนื้อสันนอกดรายเอจย่าง และซูวีดซี่โครงเนื้อวากิวโคราช เสิร์ฟพร้อมแครอทและซอสจูส นอกจากนี้ ยังสามารถอัพความอร่อยเพิ่มด้วย Sides อย่างมันฝรั่งพูเร และน้ำมันทรัฟเฟิล หน่อไม้ฝรั่งย่าง หรือสลัดคูสคูส ซูเปอร์ฟู้ดสุดอร่อย

ตบท้ายมื้อกลางวันด้วยของหวานอย่าง Milk & Organic Honey & Hazelnut ไอศกรีมนมและน้ำผึ้งออแกนิกโรยด้วยเฮเซลนัท Pineapple Granite สดชื่นกับสัปปะรดเกล็ดหิมะ สัปปะรดเชื่อม และไลม์พอทสิท พร้อมโฟมนมนุ่มๆ ฟินๆ หรือจะลองเป็น Calamansi from our garden with Madagascan Vanilla  มูสส้มและไอศกรีมวานิลลามาดากัสการ์ ที่มาพร้อมกับเลมอนเคิร์ด ก็อร่อยไม่แพ้กัน

ตามไปลองลิ้มชิมรสอาหารมื้อกลางวันสุดประทับใจกันได้ที่ ห้องอาหาร The Allium Bangkok (ดิ อัลเลียม แบงค็อก) ภายในโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ มื้อกลางวัน เวลา 12:00-14:30 น. ส่วนมื้อค่ำ The Allium Bangkok ให้บริการเวลา 18:00-22:30 น.

สอบถามโทร. 02 650 8800  เว็บไซต์ www.theatheneehotel.com และ theluxurycollection.com/theatheneehotel

Bake Brothers กาแฟดี เบเกอรีโดน ในคาเฟ่สุดอบอุ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614326

วันที่ 16 ก.พ. 2563 เวลา 09:35 น.

Bake Brothers กาแฟดี เบเกอรีโดน ในคาเฟ่สุดอบอุ่น

เพราะเชื่อว่าขนมอบรสอร่อยทำสดใหม่ กับเครื่องดื่มดีๆ เป็นของคู่กัน นี่แหละสวรรค์ของคาเฟ่เลิฟเวอร์ @Bake Brothers ร้านที่อบอุ่นที่สุดย่านอโศก

Bake Brothers คาเฟ่ขวัญใจคนเมืองที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มาเช็กอินร้านนี้ที่เดียวก็ได้กินครบทั้งคาว หวาน อาหารทานง่าย เครื่องดื่มตัวเลือกเยอะ กาแฟดี เบเกอรีอร่อย แถมมาบ่อยๆ ก็ได้เพราะบรรยากาศดีแสนดี มีที่นั่งสบาย ที่ชาร์จก็พร้อม และที่สำคัญคือราคามิตรภาพ

  • Recommended Menu

Pizza Bread พิซซ่าชิ้นพอเหมาะอบใหม่ๆ เสริฟ์ร้อนๆ ชีสเยิ้มๆ กับ Double cheese (100 บาท) ฟินกับแซลมอนใน Smoke salmon (125 บาท) ขวัญใจเด็กๆ ต้อง Chicken sausage (100 บาท) พิซซ่าหน้าไส้กรอกไก่ สาวเล็กสาวใหญ่ถูกใจ Spinach & cheese (100 บาท) พิซซ่าหน้าผักโขมและชีส นอกจากนี้ยังมี พิซซ่าหน้าเห็ด และฮาวายเอี้ยน ให้เลือกอร่อยกันอีก

เอาใจคนรักเส้นด้วยเมนูทานง่ายอย่าง spaghetti และ macaroni เริ่มที่ cream sauce with chicken ham spaghetti (135 บาท) สปาเก็ตตี้ครีมซอสแฮมไก่แสนละมุน ตามด้วย Tomato sauce with chicken spaghetti (135 บาท) สปาเก็ตตี้ไก่ในซอสมะเขือเทศเข้มข้น และ chicken macaroni (135 บาท) มักกะโรนีไก่โรยหน้ายั่วใจด้วยชีส

  • Signature Drink

Iced Baked Brothers (90 บาท) กาแฟเย็นเข้มข้นสูตรเฉพาะ เพิ่มนมและฟองนมหอมนุ่ม ผสานเอสเปรสโซช็อตรสเข้ม หอมนมสุดกลมกล่อม ต่อที่เมนูร้อน green tea latte (85 บาท) กรีนทีเข้มข้น หอมกลิ่นมัทฉะ รสหวานมันกำลังดี มีหน้าน้องหมีสุดน่ารัก  Hot chocolate และ mocha  เพิ่มความสดชื่นด้วย mango juicy blended (105 บาท) Yuzu cold brew coffee (118 บาท) และ coconut cold brew coffee (118 บาท)

  • Sweet Dishes

ถึงคิวของโปรดกับโหมดเบเกอรีขนมอบใหม่ทุกวัน มีทั้งพัฟฟ์นุ่มๆ พายสุดอร่อย ครัวซองต์ตำรับฝรั่งเศสสอดไส้ช็อกโกแลตชั้นดี หอมเนยสดแท้ อบจนแป้งกรอบนอกนุ่มใน โรลล์ แซนด์วิช เดนิชหลากหลายไส้ และมัฟฟินชื่อดังของทางร้าน ที่แป้งนุ่มฟู เนื้อรสอร่อยเข้มข้นจนอยากให้ทุกคนไปลอง

มองหาคาเฟ่เสิร์ฟคาวหวานครบรส บริการดี Free Wifi แวะมาได้ที่ร้าน Bake Brothers สาขา Terminal 21 ชั้น 5 โซน San Francisco ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ติดตามโปรโมชั่นและเมนูใหม่ พร้อมทั้งสาขาของร้านได้ที่ www.facebook.com/bakebrothers

ชี้เป้า 5 สิ่งน่าสนใจใน LHONG 1919 ART FAIR 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614946

วันที่ 16 ก.พ. 2563 เวลา 08:20 น.

ชี้เป้า 5 สิ่งน่าสนใจใน LHONG 1919 ART FAIR 2020

เดินทอดน่องเสพงานศิลป์ให้เต็มอิ่มที่ LHONG 1919 ชม ART FAIR เทศกาลแสดงผลงานศิลปะและงานดีไซน์หลากหลายรูปแบบ

ฉลองเดือนแห่งความรักเตรียมเสพศิลป์ให้เต็มอิ่ม สำหรับใครที่เป็นนักสะสมศิลปะตัวยงต้องไม่พลาดมางาน LHONG 1919 ART FAIR 2020 เทศกาลแสดงผลงานศิลปะและงานดีไซน์หลากหลายรูปแบบ ภายใน ล้ง 1919 ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน แหล่งศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอายุกว่า 170 ปี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก! โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ศิลปินและนักออกแบบได้มีพื้นที่แสดงผลงาน กลายเป็นจุดหมายปลายทางศูนย์รวมแสดงผลงานของคนรักศิลปะ ยกระดับวงการศิลปะในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีความสามารถด้านศิลปะมีพื้นที่แสดงผลงานต่อสาธารณชน ซึ่งจะมีถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้

งานนี้เลยไม่พลาดที่จะนำ 5 สิ่งน่าสนใจ ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาดมาฝากกัน

1.เนรมิตทุกพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์รวมแสดงผลงานของคนรักศิลปะ    

นอกจาก “ล้ง 1919” จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสถานที่สุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา ของนักท่องเที่ยวที่จะต้องมาเชคอินแวะมาขอพรเสริมความเฮง ยังมีความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมจีนแบบโบราณให้คนที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์ ศิลปะ ได้มาศึกษาเรียนรู้กัน แถมยังมีมุมสวยๆ มากมายให้ได้ถ่ายรูปกันแล้ว

คุณเปี๊ยะ-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหาร ล้ง 1919 ที่มีความชื่นชอบและรักในผลงานศิลปะ จึงจัดงาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020) ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ศิลปินและนักออกแบบได้มีพื้นที่แสดงผลงาน และยังให้คนที่มีความชื่นชอบในผลงานศิลปะได้มาพบปะพูดคุยกัน

2.รวบรวมผลงานศิลปินหลากหลายแขนงมาไว้ในที่เดียว

มางาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020) ที่เดียวไม่มีผิดหวัง เพราะนอกจากจะได้ดื่มด่ำชมผลงานศิลปะของศิลปินนักศึกษาหลากหลายแขนง ที่ “คุณบี -สุชาย พรศิริกุล” อาร์ต ออแกไนซ์เซอร์ ได้คัดเลือกนำผลงานเด็ดๆ มาให้ชมกันแล้ว

ยังได้ชมนิทรรศการศิลปะอีกหลากหลายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020) ในครั้งนี้ด้วย เช่น นิทรรศการ  Love @First Sight รักแรกพบ ห้วงเวลาแห่งความรักของคนรักศิลปะ การตีความที่แตกต่างผ่านการถ่ายทอดผลงานแสดงมุมมองแตกต่างกันไป, Art Exhibition Yuyuan art and antique บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต เรื่องราวประทับใจ ผ่านการแสดงผลงานด้วยเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้, ภาพสีน้ำมัน โดยทั้ง 2 นิทรรศการนี้จะจัดแสดงให้แฟนๆ ได้ชมผลงานตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2563

3.ดื่มด่ำโลกแห่งศิลป์สุดฮิปกับ สุวิทย์ มาประจวบ Young Thai Artist ประจำปี 2547

ศิลปินมากฝีมือ ดีกรีเหรียญทอง(ประติมากรรม)จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 52และยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Young Thai Artist ประจำปี 2547 ที่จะนำผลงานมาร่วมจัดแสดงในครั้งนี้ อาทิ “SURVIVORS” ศิลปะถังน้ำมัน ที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมรูปทรงของสัตว์เล็กๆ ตามชายฝั่งทะเลจากเศษของถังบรรจุภัณฑ์ทางเคมี สีสันต่างๆ จากการมองเห็นการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล กระตุ้นเตือนให้เห็นถึงภาวะของการปรับตัวของสัตว์ตามชายฝั่งทะเล เพื่อเป็นสื่อสะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์มีส่วนในการส่งผลกระทบถึงสิ่งแวดล้อมรวมถึงโลกทั้งใบ

4.ช้อปงานฝีมือศิลปะส่งเสริมศิลปินไทย

ภายในงานมีจำหน่ายสินค้าสินค้างานแฮนด์เมด งานศิลปะ ให้แฟนๆ ได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ นอกจากนี้แฟนๆ ก็ยังสามารถเลือกช้อปสินค้าแฮนด์เมดที่ “Yuyuan Art Gallery” ได้อีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากจะได้ชื่นชมผลงานศิลปะ เลือกซื้องานฝีมือที่ถูกใจกลับบ้านแล้ว คุณยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินไทยให้พัฒนาต่อไปอีกด้วย

5.อิ่มอร่อยจุใจกับคาราวานฟู้ดทรัครสเลิศ

พบกับคาราวานฟู้ดทรัคที่คัดสรรความอร่อย พร้อมเสิร์ฟร้านเด็ดให้ทุกคนได้ชิมกันในงาน  “LHONG 1919 ART FAIR 2020” (ล้ง 1919 อาร์ตแฟร์ 2020)

วันนี้ล็อกคิวไปงาน “LHONG 1919 ART FAIR 2020” เทศกาลแสดงผลงานศิลปะและงานดีไซน์หลากหลายรูปแบบ จุดหมายปลายทางศูนย์รวมแสดงผลงานของคนรักศิลปะ ได้ที่ LHONG 1919 ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/lhong1919

ไทยเบรค เฟสติวัล ชูประสบการณ์เทศกาลดนตรีสไตล์บูทีค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614905

วันที่ 15 ก.พ. 2563 เวลา 15:38 น.

 ไทยเบรค เฟสติวัล ชูประสบการณ์เทศกาลดนตรีสไตล์บูทีค

เทศกาล ไทยเบรค เฟสติวัล กลับมาเป็นครั้งที่สาม พร้อมชูประสบการณ์เทศกาลดนตรีสไตล์บูทีค โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ผู้จัดงาน ไทยเบรค เฟสติวัล (Thaibreak Festival) และ Partysan ทีมงานจัดทริป “Thaibreak” จากประเทศเยอรมันนี เปิดตัว “สิงห์มิวสิค พรีเซ้นท์ ไทยเบรค เฟสติวัล 2020” (Singha Music Presents Thaibreak Festival 2020) ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19-23 มีนาคมนี้ ที่เกาะหมาก จังหวัดตราด โดยความสนับสนุนจาก”สิงห์” สามารถหาซื้อบัตรเข้างานและที่พักได้ทาง https://megatix.in.th/events/thaibreak-festival-2020 ในราคา 3,900 บาท (บัตรทั่วไป) สำหรับการเข้าร่วมงานเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน สำหรับผู้ที่สนใจแพ็คเกจที่รวมค่าเดินทางด้วย สามารถหาซื้อได้ที่ https://thaibreak-festival.com/ โดยแพ็คเกจราคาเริ่มต้นที่ 5,800 บาท

เทศกาลดนตรี ไทยเบรค เฟสติวัล นับเป็นเทศกาลให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์อันมีเอกลักษณ์และควรค่าแก่การจดจำอย่างแท้จริงที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของทีมผู้จัดที่มีความรักให้แก่ตนเอง และมีจุดมุ่งหมายในการทำงานร่วมกันเพื่อผสมผสานดนตรีอิเลกทรอนิกส์ สถานที่จัดงานที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด วัฒนธรรมท้องถิ่นของเกาะหมากและประเทศไทย และผู้ร่วมงานที่เดินทางมาจากทั่วโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหลงไหลคลั่งไคล้ในไลฟ์สไตล์แบบบูทีค เข้าด้วยกัน หลักจากการเปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคมปี 2018 เทศกาลดนตรี ไทยเบรค เฟสติวัล กลับมาอีกเป็นครั้งที่ 3 โดยยังคงคอนเซ็ปต์ที่เน้นมอบประสบการณ์เทศกาลสไตล์บูทีคที่มีขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี เทศกาล Thaibreak จะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน รองรับผู้ร่วมงานทั้งหมด 600 ชีวิตเท่านั้น

โดยงานนี้จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างแขกทั่วไปที่มาร่วมงานจากประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง กับผู้ร่วมงานจำนวนร้อยชีวิตจากยุโรป อาทิ เยอรมันนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี และโปแลนด์ ซึ่งร่วมเดินทางมากับทริป “Thaibreak” ซึ่งเป็นกิจกรรมการรวมกลุ่มกันเพื่อเดินทางมายังประเทศไทยเป็นเวลาทั้งหมด 14 วันเพื่อพบกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอันมีเสน่ห์ และผสมผสานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกันในช่วงเวลา 4 วันของ ไทยเบรค เฟสติวัล ทริปนี้เริ่มจากประสบการณ์สุดพิเศษทั้งล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา งานกิจกรรมปาร์ตี้บนดาดฟ้าและมุ่งตรงไปยังเกาะหมากต่อ ทริป “Thaibreak” จัดขึ้นเพื่อนำนักเดินทางจากยุโรปมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนับเป็นปีที่ 22 แล้ว! เทศกาลดนตรี ไทยเบรค เฟสติวัล ถือเป็นเทศกาลที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นดนตรีอิเลกทรอนิกส์, ปาร์ตี้เรือและชายหาด, ทริปเดินทางไปยังเกาะต่างๆ, กีฬา, ทรีทเมนต์นวดผ่อนคลาย และอาหารที่นำเสนอโดยผู้ขายท้องถิ่น ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงความรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทุกองค์ประกอบซึ่งทุกปัจจัยตรงกันกับทิศทางของเป้าหมายของสิงห์ มิวสิค

ทีมผู้จัดประกาศรายชื่อศิลปินจากต่างประเทศที่จะมามอบเสียงเพลงคุณภาพในสไตล์เฮาส์และเทคโน โดยศิลปินเหล่านี้นับเป็นศิลปินแถวหน้าที่มักจะขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้ชมหลายพันคน แต่สำหรับผู้ที่เดินทางมาร่วมงานเทศกาล Thaibreak จะได้สัมผัสประสบการณ์ดนตรีจากศิลปินชื่อดังในบรรยากาศใกล้ชิด เป็นกันเองสุดๆ อาทิ Oliver Koletzki, Felix Kröcher, Township Rebellion, Tobi Neumann. Niko Schwind, Marco Resmann, Hidden Empire, Annett Gapstream, Sam Shure, Domenic D’agnelli, Meat, Chris Di Perri, และ Christian Prommer

นอกจากนี้ ทีมผู้จัดยังเชิญศิลปินจากท้องถิ่น ซึ่งล้วนแต่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันวงการดนตรีอิเลกทรอนิกส์นอกกระแสในประเทศไทย มาร่วมงานด้วย อาทิ Chamapoo, DOTT, IYY, Jirus, Junesis, Koish, Marmosets, และ Superstar Panda โดย Superstar Panda ยังรับหน้าที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการร่วมมือกันระหว่างศิลปินต่างชาติและศิลปินท้องถิ่นอีกด้วย

กิจกรรมภายใต้ชื่อ “Thaibreak” ได้กลายเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ผู้คนตั้งตารอคอยมากที่สุดสำหรับกิจกรรมบนเกาะ ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการดนตรีอีกด้วย ซึ่งงานครบรอบครั้งที่ 20 ของเทศกาลเมื่อปี 2018 ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานของเกาะหมากและผู้คนด้วยความเคารพ เพื่อให้เกาะยังคงอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด รวมถึงการมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขณะที่เกาะหมากได้ถูกนำไปไว้บนแผนที่ระดับสากลในขณะเดียวกัน

Sakura Spring Afternoon Tea จากแรงบันดาลใจในช่วงฤดูกาลดอกซากุระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614763

วันที่ 15 ก.พ. 2563 เวลา 13:05 น.

Sakura Spring Afternoon Tea จากแรงบันดาลใจในช่วงฤดูกาลดอกซากุระ

Sakura Spring Afternoon Tea ชุดน้ำชายามบ่ายต้อนรับฤดูซากุระผลิบาน ที่ห้องอาหาร เคิร์ฟ 55 โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ

ทีมเบเกอรี่ที่โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ ได้แรงบันดาลใจจากช่วงฤดูกาลที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งทั่วประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำลังจะมาถึงนี้ ในการรังสรรค์ชุดน้ำชายามบ่ายที่สีสันสวยงาม มีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย ในธีม Sakura Spring Afternoon Tea เสิร์ฟคุณที่ห้องอาหาร เคิร์ฟ 55 บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม

ชุดน้ำชายามบ่าย Sakura Spring Afternoon Tea ประกอบด้วย ของคาว 3 ชนิด และของหวาน 5 ชนิด ชนิดละ 2 ชิ้น โดยของคาว ได้แก่ มินิเบอร์เกอร์ไก่เทอริยากิ (Mini teriyaki chicken burger), โรลปูยักษ์สไปซี่ (Spicy king crab roll) และ สลัดแตงโมและกุ้ง (Compressed watermelon and prawn salad)

ส่วนของหวาน ได้แก่ ขนมหวานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมรูปทรงดอกซากุระ (Wagashi Sakura), โคนสตรอเบอร์รี่มูส (Strawberry mousse in cone), ขนมมองต์บลังก์ซากุระ (Sakura Mont Blanc), โมจิซากุระ (Sakura mochi), มาการองกุหลาบ (Roses macaron) และ สตรอเบอร์รี่สโคน พร้อมครีมและแยมสตรอเบอร์รี่ (Freshly baked strawberry scones slathered with cream and strawberry jam) ซึ่งเสิร์ฟมาในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพบปะสังสรรค์ในช่วงบ่ายของวัน

ชุดน้ำชายามบ่าย Sakura Spring Afternoon Tea ราคาชุดละ 1,090++ บาท รวมชาหรือกาแฟ หรือจะเลือกแบบรวม สปาร์กลิ้งไวน์หรือสปาร์กกลิ้งค็อกเทล 2 แก้วแทน (เลือกได้ระหว่าง โพรเซ็กโก้ Cuvee Stella จากอิตาลี หรือเบลลินี หรือมิโมซา) ในราคา 1,290++ บาท

มาเพลิดเพลินกับชุดน้ำชายามบ่าย Sakura Spring Afternoon Tea ได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึง 31 พฤษภาคม 2563ระหว่างเวลา 12.00-17.00 น. สมาชิกบัตร วัน ฮาร์โมนี รับส่วนลด 10% (สนใจเป็นสมาชิกบัตร สมัครได้ฟรีที่ห้องอาหาร)

โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ ณ 27 สุขุมวิท ซอย 55 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ สามารถเดินไปกลับได้อย่างสะดวกรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที สอบถามข้อมูลเพิ่มหรือสำรองที่นั่ง ที่ โทร 02-080-2111, อีเมล asst.admin.fb@nikkobangkok.com

ELLE CAFE เบลนด์ความเป็นไทยลงในดีเอ็นเอฝรั่งเศส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614684

วันที่ 14 ก.พ. 2563 เวลา 07:00 น.

ELLE CAFE เบลนด์ความเป็นไทยลงในดีเอ็นเอฝรั่งเศส

โพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสเสน่ห์กลิ่นอายความเป็นไทยในดีเอ็นเอฝรั่งเศส ที่ ELLE CAFE @ไอคอนสยาม โมเดิร์นไลฟ์สไตล์คาเฟ่สุดมินิมอลจากนิตยสารแฟชั่นชื่อดังระดับโลก

รีวิวครั้งนี้เป็นอีกร้านดีๆ ที่ทำให้หลายคนรู้สึกอิจฉาคนฝั่งธนฯ ขึ้นมา เพราะนอกจากจะมีแหล่งช้อปปิ้งที่เป็นแลนด์มาร์คริมแม่น้ำเจ้าพระยา อย่าง ICONSIAM แล้ว ในสถานที่แห่งนี้ยังมีร้าน ELLE CAFE ไลฟ์สไตล์คาเฟ่สุดเก๋ของนิตยสารแฟชั่นชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส

ร้าน ELLE CAFE เปิดสาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทยราวปลายปี 2018 มองจากหน้าร้านสัมผัสถึงความโมเดิร์นหรูหราทันสมัยด้วย DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ ELLE คุมโทนร้านด้วยสีเทาอ่อน บรรยากาศด้านในสอดแทรกความเป็นไทยด้วยศิลปะงานจักสานทั้งเก้าอี้ โคมไฟ และผนังต่างบรรจงสรรค์สร้างให้เข้ากับ Mood and Tone นับเป็นโมเดิร์นไลฟ์สไตล์และคาเฟ่ที่บรรจบกันอย่างลงตัว

ทางด้านเมนูความอร่อยทางร้านใส่ใจในสุขภาพผู้บริโภค ทุกเมนูจึงถูกสร้างขึ้นมาจากแพชชั่นและความรัก ด้วยแนวคิดที่ว่า “…สุขภาพที่ดีและความงามนั้นเป็นสิ่งคู่กันที่ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้ และการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเปรียบเป็นการมอบความสุขให้แก่ชีวิต…” 

Recommended Menu

French Onion Gratinee Soup และ White Truffle Bisque Soup ซุปเห็ดทรัฟเฟิลเพสต์แท้และครีมสดเนื้อเนียนนุ่ม รสชาติกลมกล่อมหอมมัน เสิร์ฟพร้อมขนมปังกรอบ

Avocado Quinoa Jewel Salad ตอบโจทย์สาวๆ ด้วยสลัดจานโตปรุงรสชาติด้วยซอสบัลซามิกรีดักชัน และฮันนีดิจองมัสตาร์ดวินิแกรต ได้รสหวานอมเปรี้ยว ขาดไม่ได้กับอะโวคาโดฮัมมุสเนื้อละมุนสกู๊ปโต พร้อมด้วยซูเปอร์ฟู้ดอย่างคีนัวสีสันสดใส ดีต่อใจดีต่อสุขภาพ

Burger Duck Confit Special เมนูเบอร์เกอร์เป็ดตุ๋นตำหรับฝรั่งเศสที่ใช้เทคนิคเฉพาะและต้องทำต่อเนื่องนานถึง 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้เท็กซ์เจอร์เนื้อเป็ดที่นุ่มชุ่มฉ่ำ กรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศและสมุนไพร ได้ใจตรงชีสที่ไหลเยิ้ม เพิ่มเติมความฟินเมื่อกินคู่กับมันฝรั่งที่มาคู่กัน ยังมี Cheese and Truffle Fries มันฝรั่งแท่งทอดกรอบกับความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ White Truffle โรย Finest quality parmesan cheese รสเข้มข้นและเบคอนกรุบกรอบ ต่อด้วย Crisp & crunch rosemary wings

Spaghetti Bacon Chilli Gralic สปาเก็ตตี้เบคอนผัดพริกแห้ง ฟิวชั่นเมนูฝรั่งคู่ไทย กินเมื่อไหร่ก็อร่อย Portobello Mushroom Confit & White Truffle Penne อีกเมนูโปรดของหลายๆ คน ต่อที่  Ham & Cheese Quesadilla พิซซ่าแป้ง tortilla กับรสสัมผัสที่คุ้นเคยอย่าง ham & cheese โรยหน้าด้วย Parmagiano reggiano และเพิ่ม texture ด้วย Shredded ham

Signature Drink

ELLE Coffee Every day, Every time. เริ่มต้นวันดีๆ ด้วยกาแฟโรบัสต้าผสมกาแฟอราบิก้าแท้

Iced Yuzu Esso กาแฟเอสเพรสโซ่สูตรพรีเมี่ยมเพิ่มความเปรี้ยวหวานหอมด้วยส้มยูซุส่งตรงจากญี่ปุ่น เรียกความสดชื่นมีชีวิตชีวาได้เป็นอย่างดี และ Sparkling Tomyum หนึ่งเดียวในไทยกับเครื่องดื่มน้ำผสมไม้ที่มีกลิ่นหอมๆ ของเครื่องต้มยำ เมนูสร้างชื่อให้อาหารไทยดังไปทั่วโลก รสหวานเปรี้ยวซ่าหอมกลิ่นสมุนไพรไทยที่คุ้นเคย ทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด พริกแดง

อยากลองชิมเมนูฟิวชั่นในร้านที่มีครบครันทุกด้านทั้ง Healthy / Beauty / Innovative / Delicious แบบนี้มากันได้ที่ร้าน ELLE Café ชั้น 4 Siam Takashimaya, ICONSIAM ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแจ่เวลา 10.00-22.00 น.

LINE : @ellecafe

Facebook : ellecafethailand

Instagram : ellecafethailand

Tel. 02 288 0725

รวม 10 ร้านของหวานบรรยากาศอบอุ่นไว้ชวนคนที่คุณรัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614686

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 11:30 น.

รวม 10 ร้านของหวานบรรยากาศอบอุ่นไว้ชวนคนที่คุณรัก

กุมภาฯ ไม่สนใจ แต่กุมมือใครแล้วหรือยัง? รวม 10 ร้านขนมบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา รีบพาแฟนมาหวาน พร้อมรับส่วนลดตลอดเดือนกุมภาพันธ์ และพบกับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ อีกมากมาย “ซิตี้แบงก์”

กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ไม่ว่ามองไปทางไหนบรรยากาศก็อบอวลเต็มไปด้วยความรัก ไม่ว่าจะรักแบบคู่รัก รักแบบเพื่อน รักแบบพี่น้อง รักครอบครัว หรือรักตัวเอง ไม่ว่าจะรักแบบไหน เชื่อว่าทุกคนก็ต่างต้องการความหวานเพื่อมาเติมเต็มหัวใจด้วยกันทั้งนั้น แน่นอนว่าเป็นเดือนแห่งความรักทั้งที ซิตี้แบงก์ ก็ไม่พลาด ที่จะพาทุกคนไปเติมความหวานให้ใจเต็มอิ่มกับ 10 ร้านขนมชื่อดัง ตลอดเดือนแห่งความรักนี้ จะมีร้านไหนให้ไปเช็คอินบ้างนั้น ไปชมกันเลย

เริ่มต้นที่ใครอยากจะพาคนที่เรารักไปจิบชา ทานขนม ต้องไม่พลาดกับร้าน Twinings Tea Boutique ร้านชาชื่อดังที่อิมพอร์ตตรงจากประเทศอังกฤษ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่สายดื่มชาต้องไม่พลาด สามารถพาคนที่รักไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษวัฒนธรรมการดื่มชาตามแบบฉบับของชาวอังกฤษ ด้วยเครื่องดื่มพิเศษที่ผ่านการคัดสรร และปรุงด้วยความพิถีพิถัน รวมถึงเบเกอรี่และอาหารว่างเลิศรสที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน โดยร้านตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Divana ForRest Cafe คาเฟ่ที่มาในธีมธรรมชาติ ท่ามกลางแมกไม้ นานาพันธุ์ พร้อมลิ้มรสอาหารไทยง่ายๆ สไตล์ลักซ์ชัวรี เพิ่มเติมลูกเล่นเข้าไปในอาหารให้มีความน่าสนใจ และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่คอนเซ็ปต์มีความชัดเจน หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ อิ่มทั้งท้อง และยังอิ่มเอมกับความผ่อนคลายของบรรยากาศภายในร้านที่ต้องมาลองสักครั้ง โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Divana Signature Café คาเฟ่ที่ยกสวนดอกไม้นานาชนิดมาวางไว้กลางห้าง ที่รอต้อนรับลูกค้าให้ได้เข้ามาสัมผัสกลิ่นธรรมชาติและดอกไม้ ไปพร้อมการลิ้มรสเมนูอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่แสนอร่อย อีกทั้งแปลกใหม่ไม่เหมือนใครเพราะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน อีกทั้งสามารถเดินดูผลิตภัณฑ์สปาที่มีให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าหากใครต้องการพาคนที่รักไปสัมผัสบรรยากาศอันแสนอบอุ่นต้องแวะเวียนไป โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้าน Crepes อย่างร้าน Crepes & Co โดยร้านนี้เป็นการผสมผสานอาหารจากหลากหลายสัญชาติ แน่นอนว่าเมนูของร้านเด่น คือเมนู Crepe ทั้งคาวและหวาน รวมถึงอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ เป็นอีกร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะพาคนที่เรารักไปรับประทาน เพราะมีทั้งมุมโซฟาให้เลือกนั่งสบาย ๆ อีกทั้งมุมข้างนอกให้เลือกนั่งในช่วงเย็นๆ สัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้รอบร้าน ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยมีสาขาหลังสวน และทองหล่อ ให้คุณพาคนที่รักไปเติมความหวานได้ตามสะดวก

Chu Chocolate Bar & Cafe ร้านที่เต็มไปด้วยอาหาร และขนมอร่อย ๆ รวมถึงเครื่องดื่มสุดฟินมากมาย ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะที่จะพาคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว ไปนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้เพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณตึก Exchange Tower อโศกนั่นเอง

อีกหนึ่งร้านอาหารและเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสในตำนานอย่างร้าน Paul ที่พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนได้พาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติ อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่ผ่านการคัดสรรและนำเข้าวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันจากประเทศฝรั่งเศส ไปพร้อมกับเสน่ห์ของความคลาสสิกภายใต้บรรยากาศร้านที่ดูหรูหรา

Bar Storia Del Caffe คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความลงตัวทั้งสถานที่ รสชาติอาหาร รวมถึงสไตล์การตกแต่งที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรป หากใครชื่นชอบคาเฟ่สไตล์นี้ต้องไม่พลาด โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอก ในส่วนของเมนูก็มีทั้งอาคารคาวหวาน รวมถึงเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยที่รอต้อนรับผู้มาเยือนให้ไปลิ้มลองทั้งที่สาขาอารีย์ เพลินจิต และสุขุมวิท 57

IHOP Mega Bangna ร้านอาหารที่เสิร์ฟแพนเค้กชื่อดังจากอเมริกา โดยร้านนี้ตกแต่งในบรรยากาศแบบแคลิฟอร์เนีย ที่ให้ความรู้สึกสดใสของแสงอาทิตย์และชายหาด สามารถไปพาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติทั้งอาหารคาวหวาน และเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยได้

ร้าน Soft bee สาขาเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 เป็นร้าน soft ice cream สัญชาติเกาหลี แต่ไม่ได้ขายแค่ไอศกรีมเท่านั้น ยังมีขนมหวานยอดฮิตอย่างบิงซูหลากหลายรสชาติ รวมถึงเครื่องดื่มมากมายที่รอต้อนรับ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะจะพาคนที่เรารักไปเติมความหวานกันให้เต็มอิ่มหัวใจแถมยังอิ่มท้องอีกด้วย

Kad Kokoa (กาด โกโก้) คาเฟ่ที่คนรักโกโก้หรือช็อกโกแลตไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านนี้ทุกคนจะได้ดื่มด่ำไปกับเมนูขนมหวาน เครื่องดื่มมากมาย ที่ใช้ส่วนผสมจากเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในเมืองไทย ที่สำคัญทุกคนยังจะได้เห็นขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลตและจำหน่ายช็อกโกแลตแท่งที่ทำสดๆ ภายในร้านนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครเป็นสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ต้องไปลอง โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณซอยนราธิวาสฯ 17

และพิเศษกว่าใครสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ สามารถรับสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดค่าอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม หรือแลกรับขนม เครื่องดื่ม ฟรี ฯลฯ เป็นต้นได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ยังพบกับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรเพื่อลูกค้าทุกคน โดยสามารถดูรายละเอียดได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชัน” (Citi Mobile® Application) หรือที่ www.citibank.co.th

‘เสน่ห์ชวนชม’ เที่ยวโคราชดูชวนชมสายพันธุ์หายาก ราคาหลักล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614562

วันที่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 09:35 น.

'เสน่ห์ชวนชม' เที่ยวโคราชดูชวนชมสายพันธุ์หายาก ราคาหลักล้าน

คนรักชวนชมไม่ควรพลาด เซ็นทรัลโคราชจัดงาน “เสน่ห์ชวนชม” โชว์ต้นชวนชม 10 สายพันธุ์เก่าแก่ที่มีมูลค่า พร้อมด้วยกิจกรรมการประกวดต้นชวนชมครั้งยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน ชิงรางวัลรวมกว่า 230,000 บาท เริ่มแล้ววันนี้-16 ก.พ.นี้

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ร่วมกับ ชมรมคนรักษ์ชวนชมเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา ชวนเที่ยวชมงาน “เสน่ห์ชวนชม” พบกับการจัดแสดงต้นชวนชม 10 สายพันธุ์หายาก ชวนชมสายพันธุ์เก่าแก่ของโคราช และชวนชมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักล้านบาท สนุกสนานกับกิจกรรมประกวดต้นชวนชมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 230,000 บาท นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนเกษตรกรเลือกซื้อต้นชวนชมพันธุ์หายากไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป รวมถึงพันธุ์ไม้ชนิดอื่นๆ พร้อมอุปกรณ์การปลูกในราคาพิเศษมากมาย

สำหรับต้นชวนชม 10 สายพันธุ์หายากที่จะนำมาจัดแสดงภายในงาน “เสน่ห์ชวนชม” ได้แก่

ดอกไม้แห่งตำนาน ยักษ์บ้านวัด (เพชรเมืองคง) เป็นไม้สายพันธุ์ เมล็ดนำเข้าจากประเทศตะวันออกกลาง มาพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอคง กิ่งก้านแข็งแรงตั้ง ใบใหญ่เรียวเป็นขน ผิวดอกเป็นสีเขียวนวล

สายพันธุ์เพชรหน้าวัง เป็นไม้สายพันธุ์ นำเข้าเมล็ดจากประเทศตะวันออกกลาง มาพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอคง  กิ่งก้านสีผิวจะเป็นสีเทาอมดำ เป็นไม้ดอกสีชมพู ใบขน

สายพันธุ์เพชรสุดา เป็นไม้สายพันธุ์ ลูกผสมพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอคง เป็นลูกของเพชรอีสาน  โขดใหญ่อ้วน กิ่งล่ำกระชับ มีดอกกระจายทั่วต้น

สายพันธุ์เพชรบ้านนา เป็นไม้สายพันธุ์ นำเข้าเมล็ดจากตะวันออกกลาง นำมาพัฒนาสายพันธุ์ที่อำเภอบ้านนา ให้ดอกดกสีชมพูอ่อน เมื่อดอกตูม ปลายดอกตูมจะมีเกสรแล่บออกมา ใบจะเรียวยาว

สายพันธุ์พลายแก้ว เป็นไม้สายพันธุ์ ลูกผสมระหว่างเพชรบ้านนา โตโคโซทรานั่ม เป็นไม้ทรงต้นกิ่งจะห้อย ออกดอกสีชมพูอ่อน

สายพันธุ์ราชินีเพาะเมล็ด เป็นไม้สายพันธุ์ กำเนิดที่อำเภอคง เป็นลูกของราชินีกิ่งตอน เป็นไม้ที่มีโขดและกิ่งก้านแตกแขนงเยอะ และออกดอกดก

สายพันธุ์ราชินีกิ่งตอน เป็นไม้สายพันธุ์ จากราชินีดั่งเดิม ต้นแม่จาก อำเภอคง ให้ดอกดกมาก กิ่งเยอะ และ แตกแขนงรายละเอียดเยอะ เป็นไม้ที่นำเมล็ดเข้ามาจากตะวันออกกลาง

สายพันธุ์ราชินีม่วงหิมะ เป็นไม้สายพันธุ์ ที่จดทะเบียนพันธุ์พืชจากกระทรวงเกษตร พัฒนามาจากราชินีพันดอก และ อาลาบิคัมดอกสีขาว ผสมออกมาเป็นไม้ใบมัน ดอกเป็นสีม่วงขาว

สายพันธุ์เพชรหน้าวังเตี้ย เป็นไม้ที่พัฒนามาจาก เพชรหน้าวัง กำเนิดในอำเภอคง เป็นสายพันธุ์ที่มีจุดเด่น กิ่งและโขดจะกระชับ โขดใหญ่ เตี้ย ล่ำ ดอกดก

สายพันธุ์เพชรอีสาน เป็นไม้ลูกผสมที่พัฒนามาจาก 3 สายพันธุ์ อาลาบิคัม  ต้นกำเนิดมาจาดเมืองคง ให้ลูกเป็นทั้งใบมัน และ ใบผล โขดเด่น อ้วน ล่ำ ดอกดก ออกดอกตามกิ่งก้านและปลายกิ่ง

ตามไปดูความงดงามของต้นชวนชมได้แล้ว งานเริ่มวันนี้-16 กุมภาพันธ์ 2563 บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา

Ways to love (ME) คนสำคัญที่คุณต้องบอกรักคือ ‘ตัวเอง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Published March 1, 2020 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614391

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 19:05 น.

Ways to love (ME) คนสำคัญที่คุณต้องบอกรักคือ 'ตัวเอง'

“สามย่านมิตรทาวน์” จัดงานเอาใจคนโสด วาเลนไทน์แบบรักตัวเอง ฟังเรื่องรักจากกูรูแห่งยุค สนุกกับมินิคอนเสิร์ตศิลปินดัง 12-18 ก.พ.นี้

เทศกาลวาเลนไทน์นี้ “สามย่านมิตรทาวน์” ชวนมาบอกรักตัวเองกับงาน “Ways to love(ME)” งานวาเลนไทน์ที่จะทำให้ค้นพบเส้นทางที่จะเติมเต็มความรักให้แก่ตัวเองได้มากกว่าที่เคย ภายในงานคับคั่งไปด้วยศิลปิน ดารา ดีเจ และกูรูความรักต่าง ๆ มากมาย อาทิ ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล, “เอก” สุดเขต จึงเจริญ นักร้องนำวง Season Five, นักร้องหนุ่มหล่อ “รุจ” ศุภรุจ เตชะตานนท์ ที่จะมาร่วมแชร์มุมมองในเรื่องของความรัก และการรักตัวเองอย่างไรให้มีความสุข ตลอดการจัดงานทั้ง 7 วัน ระหว่างวันที่ 12 – 18 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเปิดตัว Mr. Me มาสคอตอ้วนกลมสีขาวสุดน่ารักที่มาพร้อมน้อง Mr. Me สีทอง ตัวน้อยที่จะมาเป็นสื่อกลางของการบอกรักตัวเอง ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ภายในงานสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ต พบกับศิลปินที่จะมาให้ความบันเทิงในงาน ตลอดทั้ง 7 วัน ณ บริเวณลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ดังนี้

พุธที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 – 17.45 น. พบกับเซเลบริตี้ทอล์ค โดยกูรูความรักคนดัง ดีเจอ้อย นภาพร และเวลา 19.15 – 20.00 น. สนุกกับมินิคอนเสิร์ตจากวง Playground

ศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.15 – 19.00 น. พบกับเซเลบริตี้ทอล์ค โดย “เอก” สุดเขต จึงเจริญ นักร้องนำวง Season Five และ 19.15 – 20.00 น. มินิคอนเสิร์ตจากวง Season Five

เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 18.15 – 20.00 น. พบกับเซเลบริตี้ทอล์ค และมินิคอนเสิร์ต จากนักร้องหนุ่มจากเวทีเดอะสตาร์ “รุจ” ศุภรุจ เตชะตานนท์

วันที่ 13, 15, 17 และ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 – 20.00 น. สนุกกับมินิคอนเสิร์ต กับหนุ่ม ๆ วง Scarlett

นอกจากนี้ในงาน “Ways to love(ME)” ยังอบอวลไปด้วยบรรยากาศของความรัก ที่มาพร้อมสินค้า และบริการต่างๆ มากมายมายให้คนโสด และไม่โสดได้มาบอกรักตัวเองด้วยการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ที่บัตรพักโรงแรมราคาพิเศษ แพ็คเกจทัวร์ราคาพิเศษ อุปกรณ์การเดินทางท่องเที่ยวราคาพิเศษ ร้านจำหน่ายต้นไม้มงคลราคาพิเศษ ตลอดจนร้านขนมแสนอร่อยที่พร้อมใจกันมามอบความสุขระหว่างวันที่ 12-18 กุมภาพันธ์นี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G หน้าร้านสตาร์บัคส์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

%d bloggers like this: