คมชัดลึก

All posts in the คมชัดลึก category

เพื่อไทย ไม่กดดัน กกต.เช็กคุณสมบัติ ธนิก

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403768?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เพื่อไทย ไม่กดดัน กกต.เช็กคุณสมบัติ ธนิก

10 ธันวาคม 2562 – 15:56 น.
เพื่อไทย,ไม่กดดัน กกต,เช็กคุณสมบัติ ธนิก
เปิดอ่าน 85 ครั้ง

เพื่อไทย ไม่กดดัน กกต.เช็กคุณสมบัติ ธนิก เชื่อ จบที่หลักฐาน

วันที่ 10 ธ.ค. 62  ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการพิจารณาคุณสมบัติของนายธนิก มาสีพิทักษ์ จากพรรคเพื่อไทย ว่าขาดคุณสมบัติในการสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 7 จ.ขอนแก่น ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ว่า

ทางพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคณะกรรมการที่ทำหน้าที่สรรหาตัวผู้สมัคร ได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ และทำหนังสือเพื่อสอบถามไปยัง กกต. ไปจนถึงกระบวนการเทียบเคียงผู้สมัครท่านอื่นๆ ที่ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อในโอกาสต่างๆ และดูข้อเท็จจริงว่าผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยจะไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ในเรื่องการส่งเอกสารหลักฐาน และการลาออกจากการเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งดำเนินการไปในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ที่สำคัญคือ กกต.ที่พิจารณาหลักฐานก็รับรองการลงสมัครเลือกตั้งของนายธนิกแล้ว ”
ต่อข้อถามที่ว่า ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ พรรคเพื่อไทยกังวลว่าจะมีปัญหาตามมาอีกหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กกต.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม จากข้อเท็จจริง และแนวทางการปฏิบัติของ กกต. ที่ผ่านมาเราเชื่อมั่นว่านายธนิก มีคุณสมบัติ
ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวเสริมว่า ที่จริงเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องวิตก เพราะตนเข้าใจว่ากระบวนการรับรองทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่พอดีมีคนร้องขึ้นมา กกต.ก็ต้องรับวินิจฉัย ตนคิดว่าจะจบโดยเอกสารหลักฐานที่เคยรับรองไปแล้ว

ปารีณา คืนที่ดิน ส.ป.ก.ก็จบ

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403761?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปารีณา คืนที่ดิน ส.ป.ก.ก็จบ

10 ธันวาคม 2562 – 15:21 น.
ที่ดินสปกปารีณา
เปิดอ่าน 136 ครั้ง

“วิษณุ” ชี้ “ปารีณา” คืนที่ดิน “ส.ป.ก.”  ก็จบ เหมือน สมัย “สุรยุทธ์”  

10 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าวและไม่ได้สนใจไปอ่านดูเรื่องนี้แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เปรียบเหมือนกรณีที่ยึดคืนที่ดิน  ส.ป.ก. จากนายทุนพื้นที่จังหวัดภาคใต้แล้วนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรใหม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า  เรื่องของที่ดิน ส.ป.ก. นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าพื้นที่นั้นเป็นที่ดินส.ป.ก. หรือไม่ ซึ่งถ้าใช่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เหมือนสมัยก่อนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้คืนไปแล้วก็จบ อย่างไรก็ตาม ที่ดิน ส.ป.ก. ตอนไปเอามานั้นไม่ผิด เพราะถือครองไม่ได้ และเมื่อถือครองไม่ได้ก็คืน แต่พื้นที่บางอย่างตอนไปเอามานั้นผิด

เมื่อคืนไปความผิดก็สำเร็จ กฎหมายแต่ละเรื่องไม่ได้ยึดหลักเดียวกันไปเสียหมด เช่น พ.ร.บ.ศุลกากร คดีฟิลิป มอร์ริส เมื่อสำแดงเท็จเป็นความผิดติดคุก แต่เมื่อนำเงินไปจ่ายเสียตามที่ควรจะต้องจ่ายจริงก็จบคดีอาญา หรือคดีทรัพย์สินทางปัญญามีความผิดติดคุก ถ้าชดใช้เงินเสียได้คดีก็จบ

เมื่อถามว่า ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. และป่าไม้เกิดขึ้นมาหลายคดีแล้ว เพราะใช้แผนที่กันคนละฉบับ นายวิษณุ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวมีมาตลอด ดังนั้น รัฐบาลชุดที่แล้วจึงต้องการทำวันแม็ป เพราะที่ดินของรัฐที่หน่วยงานต่างๆ ดูแลรักษาอยู่นั้นมีจำนวนมาก และแต่ละหน่วยงานใช้สเกลแผนที่คนละฉบับ ต่างคนต่างทำ ยังไม่สามารถรวมกันทำได้ จึงเป็นปัญหามาก ซึ่งในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ตนเองเป็นคนเสนอขอมติคณะรัฐมนตรีว่า ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดขอให้แจ้งไปยังกรมที่ดินแล้วสลักหลังไว้บนโฉนดคู่ฉบับด้วยเพื่อเทียบกันภายหลัง แต่ไม่ทราบว่าจนถึงปัจจุบันยังมีการแจ้งกรมที่ดินกันอยู่หรือไม่

เมื่อถามว่า มีการมองว่า รัฐบาลใช้ช่องทาง ส.ป.ก. ช่วยเหลือ น.ส. ปารีณา นายวิษณุ กล่าวว่า ตามกฎหมายระบุว่าเป็นที่ที่ถูกซื้อมาแล้วต้องคืน ถือเป็นบทลงโทษของคนที่ซื้อมา โดยที่รัฐไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว และเป็นบทลงโทษที่ดีกว่าบทลงโทษทางอาญา ที่จะต้องถูกปรับ

นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องวันแม็ปนั้นถึงอย่างไรต้องมีวันสำเร็จ แต่ต้องใช้เวลา เพราะปัจจุบันนี้เปลี่ยนมาให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติที่กฎหมายเพิ่งออกมาเป็นผู้รับไปรับผิดชอบ ซึ่งจากเดิมอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม

เมื่อถามย้ำว่า จะสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอบไม่ถูก

บิ๊กตู่ เปรย ยุบสภา อาจไม่เจตนา

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403758?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ เปรย ยุบสภา อาจไม่เจตนา

10 ธันวาคม 2562 – 15:14 น.
บิ๊กตู่เปรยยุบสภา
เปิดอ่าน 151 ครั้ง

“วิษณุ” ชี้ข่าว “บิ๊กตู่” เปรย “ยุบสภา” อาจไม่เจตนา ยัน ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่เคยมาปรึกษา แย้ม ใครไม่รู้ไปคุยกันเอง รัฐมนตรี คนหนึ่งไปพูด

10 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยอมรับว่าได้ถามแนวทางการแก้ปัญหาทางการเมือง รวมถึงการยุบสภา ได้มีการมาปรึกษาตนเองหรือไม่ว่า นายกฯ ไม่เคยพูดกับตน ซึ่งคำว่ายุบสภาต่อให้นายกฯ ตะโกนออกทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจก็ยุบไม่ได้

เพราะต้องมีการทูลเกล้าฯก่อน และการลาออกนั้นพูดไม่ได้ ส่วนที่มีข่าวว่านายกฯ พูดเรื่องยุบสภานั้น อาจไม่ใช่เจตนา อาจเป็นการเปรย หรือปรารภ ยืนยันว่าไม่เคยได้ยิน แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก นายกฯ เกือบทุกคนเคยพูด ตั้งกี่คนที่เคยปรารภกับตนเรื่องยุบสภา จนถึงขนาดให้ทำร่างมาให้ดู บางคนไม่ได้ใช้ แต่บางคนได้ใช้ อย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ใช้ นายชวน หลีกภัย ไม่ได้ใช้ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้มาปรึกษาเรื่องนี้ แม้แต่รำพึงรำพัน พิรี้พิไร เว้าวอนไม่เคยมี แต่มีใครไม่รู้ไปคุยกันเอง เป็นรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่ไปพูด ไม่ทราบว่าเป็นใคร

“ไม่เคยได้ยินนายกฯ พูด เว้นแต่นายกฯ ไปพูดกับรัฐมนตรีท่านนั้น ใน ครม.วงใหญ่ วงเล็ก หรือวงมโหฬารไม่เคยได้ยิน และที่นายกฯพูดครั้งสุดท้ายนั้นถูก ที่ว่า ใครจะไปโพนทะนา ไม่มีใครบอกหรอก แม้แต่ใน ครม. เขายังไม่บอก สมัยป๋าเปรมยุบ ก็ไม่ได้บอกใครเลยสักคน มาประกาศอีกทีคือ ยุบแล้ว และแจ้งในที่ประชุม ครม. ขอโทษทุกคนที่ทำให้ตกงานและทำให้เดือดร้อน เป็นเรื่องที่ไม่สามารถบอกใครได้ ฉะนั้น เรื่องการยุบสภา ไม่ใช่เรื่อง ครม. ไม่ต้องมีมติ ครม. แต่เป็นเรื่องของนายกฯ ที่จะกราบบังคมทูลฯ และลงนามรับสนอง”นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามถึงการปรับ ครม.ขณะนี้นายกฯ มาปรึกษาหรือมีสัญญาณแล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ ตนจะไปรู้ได้อย่างไร

เช็กประวัติ ปกรณ์ ก่อนนั่งเลขาธิการกฤษฎีกา

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403756?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เช็กประวัติ ปกรณ์ ก่อนนั่งเลขาธิการกฤษฎีกา

10 ธันวาคม 2562 – 15:09 น.
เช็กประวัติปกรณ์,นั่งเลขาธิการกฤษฎีกา,ปกรณ์ นิลประพันธ์
เปิดอ่าน 355 ครั้ง

“วิษณุ” ชี้ เช็ก ประวัติ “ปกรณ์” ก่อนนั่ง “เลขาธิการกฤษฎีกา” คาด เสร็จ ธ.ค.นี้

10 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 แต่ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ว่า ไม่ได้ช้า แต่ดูประหนึ่งเหมือนช้า ซึ่งสำหรับผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจาก ครม.ให้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติโดยวุฒิสภา

โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยหลังจากตั้ง กมธ.แล้ว จะเปิดให้ประชาชนคัดค้านส่งข้อมูลมาได้ กรณีนี้เขาให้เวลา 1 เดือน ถ้าไม่เสร็จขยายต่อได้ คาดว่า ประมาณปลาย ธ.ค.น่าจะจบ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการโปรดเกล้าฯอีก

นายวิษณุ กล่าวว่า ในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่า ควรแก้ไขกฎหมายนี้ เพราะตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นตำแหน่งเดียวที่จะต้องตรวจสอบประวัติ ซึ่งถ้าตรวจโดยวุฒิสภาอย่างเดียวไม่มีปัญหา แต่นี่ตรวจโดย กมธ.ของสภาผู้แทนราษฎรด้วย ซึ่งต้องไปตามลำดับคือ สภาผู้แทนราษฎร แล้วค่อยมาวุฒิสภา ฉะนั้น ต้องไปแก้ไขกฎหมายว่าไม่ต้องไปสภาผู้แทนราษฎร

นายวิษณุ กล่าวว่า ทั้งนี้ ปัจจุบัน ครม.ได้แต่งตั้ง น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ไปเป็นเลขาธิการ ก.พ.ร.แทนนายปกรณ์แล้ว แต่ยังต้องให้นายปกรณ์ รักษาการเลขาธิการ ก.พ.ร.ไปก่อน ยังไม่ต้องข้ามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะถ้าให้นายปกรณ์ไปทำงานเลย ทางนี้จะขาดผู้รักษาการ จะยิ่งเดือดร้อนไปใหญ่

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะใช้เวลาอีกนานหรือไม่ แต่ว่ากรอบมันมี อยู่ที่สภาฯจะกำหนด ส่วนใหญ่ประมาณ 1 เดือน

วิษณุ เผย หากส่งเนติบริกรร่วมศึกษาแก้รธน.เริ่มต้นก็ตีกัน

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403753?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วิษณุ เผย หากส่งเนติบริกรร่วมศึกษาแก้รธน.เริ่มต้นก็ตีกัน

10 ธันวาคม 2562 – 14:54 น.
ศึกษาแก้รธน
เปิดอ่าน 167 ครั้ง

“วิษณุ” เผย รู้หากส่ง “เนติบริกร” ร่วมวง ” ศึกษาแก้รธน.” เริ่มต้นก็ตีกันแล้ว ฉะนั้นไม่ส่งระดับ “หนุมาน” แต่ส่ง 18 มงกุฎแทน

10 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้ง กมธ.เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถดำเนินการได้เลย

ซึ่งโดยหลักแล้วเมื่อมีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมา ไม่ว่าชุดไหนก็ตาม คำว่า วิสามัญบอกอยู่แล้วว่า เป็นเฉพาะกิจ มีวันสิ้นสุด ทางสภาฯจะต้องบอกตั้งแต่ตอนตั้งว่า มีกำหนดเวลาเท่าไร และเมื่อครบกำหนดยังสามารถขยายเวลาต่อได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการมองกันว่า รัฐบาลไม่จริงใจ เพราะไม่ส่งคนระดับบิ๊กๆ เข้าไปนั่งเป็น กมธ. นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าส่งคนแบบบิ๊กๆ ไป คุณก็จะไปมองอีกแบบหนึ่ง ส่งคนพวกนี้ไปก็อาจจะมองว่า ส่งคนไปห้ำหั่นโรมรันพันตู สมมุติส่งตน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อย่างนี้บิ๊กหรือไม่ แล้วคุณว่า เสียงวิจารณ์จะออกมาอย่างไร เริ่มต้นเขาก็ตีกันก่อนแล้วว่า ไม่เอานายมีชัย นายบวรศักดิ์ นายวิษณุ ฉะนั้น ก็ไม่ส่งระดับหนุมาน แต่ส่งระดับ 18 มงกุฎไป

เมื่อถามว่า ทำไมจึงเรียกคนที่ไปเป็น กมธ.ว่า อยู่ในระดับ 18 มงกฎ นายวิษณุ กล่าวว่า “อ้าวลูกน้องของหนุมานเขาเรียก 18 มงกุฎ พวกคุณไม่รู้หรอ” เมื่อถามย้ำว่า 18 มงกุฎ ในความเข้าใจของคนทั่วไปคือ ไม่จริงจัง เหมือนโจร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ ในรามเกียรติ์คำว่า ถ้าในระดับบิ๊กคือ หนุมาน พาลี สุครีพ ชมพูนท แต่ถ้าระดับอื่น เขาเรียกว่า เป็น 18 มงกุฎ เป็นลิง 18 ตัวสวมมงกุฎ

เลขาสภาฯเซ็นต์ขยายสัญญาสร้างรัฐสภาใหม่ 382 วัน ยันเหมาะสม

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403754?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

 เลขาสภาฯเซ็นต์ขยายสัญญาสร้างรัฐสภาใหม่ 382 วัน ยันเหมาะสม

10 ธันวาคม 2562 – 14:53 น.
เลขาสภาฯ,เซ็นต์ขยายสัญญาสร้างรัฐสภาใหม่ 382 วัน,ยันเหมาะสม
เปิดอ่าน 91 ครั้ง

เลขาสภาฯ เซ็นต์ขยายสัญญาสร้างรัฐสภาใหม่ 382 วัน ยันเหมาะสม ปัดตอบ “วัชระ” ยื่นสอบ จ่อแถลงรายละเอียด 11 ธ.ค.

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนฐานะผู้รับผิดชอบต่อโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ได้ลงนามขยายสัญญาว่าจ้างบริษัทซิโน-ไทย  เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสครัคชั่น จำกัด รอบ 4 แล้ว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ช่วงค่ำๆ หลังจากที่สัญญารอบที่  3 จะสิ้นสุดลงวันที่ 15 ธันวาคมนี้

เลขาธิการสภา กล่าวว่า   โดยการขยายสัญญาว่าจ้างรอบที่ 4 ซึ่งให้ระยะเวลา 382 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2563 พิจารณาตามเหตุผลด้วยความเหมาะสม เพราะทางสำนักงานเป็นฝ่ายผิด ทั้งนี้การพิจารณาขยายสัญญาให้ดังกล่าวไม่ได้ทำตามคำร้องขอจากบริษัทผู้รับจ้าาง 100 เปอร์เซ็นต์

นายสรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบการขยายสัญญาดังกล่าวกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นั้นตนไม่ทราบต้องสอบถามไปยังนายชวนว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ทั้งนี้ตนยืนยันว่าการพิจารณาดังกล่าวเป็นไปด้วยความเหมาะสม ส่วนรายละเอียดของเรื่องดังกล่าวตนจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง วันที่ 11 ธันวาคม

กกต.งัด 5 ประเด็นโต้ยับ ช่อ มั่ว แค่เลขาฯ กกต.ทำความเห็น

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403746?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กกต.งัด 5 ประเด็นโต้ยับ ช่อ มั่ว แค่เลขาฯ กกต.ทำความเห็น

10 ธันวาคม 2562 – 14:20 น.
กกตงัด 5 ประเด็นโต้,ยับ ช่อ มั่ว,แค่เลขาฯ กกตทำความเห็น
เปิดอ่าน 184 ครั้ง

กกต.ยก 5 ประเด็นโต้ ช่อ อนาคตใหม่ แถลงข่าวคลาดเคลื่อน ยันไม่มีใบสั่งการเมืองชี้นำ คดีเงินกู้”ธนาธร” เอกสารหลุด ก็แค่เลขาธิการ กกต.ทำความเห็นตามขั้นตอนกฎหมาย

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.62 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กกต.พิจารณาการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่เป็นไปโดยมีธงทางการเมืองหรือมีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีเอกสารความเห็นของบุคคลระดับสูงของสำนักงาน กกต. ชี้นำในสำนวนไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่กกต.จะออกหนังสือเรียกพยานหลักฐานกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กระทำความความผิดตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ในเดือนตุลาคม ว่า การแถลงข่าวข้างต้นคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง

โดย กกต.ขอให้ข้อมูลชี้แจงถึงการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว มีขั้นตอนการพิจารณา ตามกฎหมายมาเป็นลำดับ ดังนี้

1. ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 เลขาธิการ กกต.ต้องมีความเห็นในสำนวนการสืบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ กกต. ซึ่งกรณีนี้เลขาธิการ กกต. ได้มีความเห็น เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 62 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น โดยการเสนอความเห็นในสำนวนเป็นไปตามขั้นตอน ของระเบียบมิใช่การชี้นำในสำนวนการสืบสวนแต่อย่างใด

2 .เมื่อวันที่ 25 ก.ย.62 เลขาธิการ กกต.ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินอยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เพื่อพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการ กกต.ตามระเบียบต่อไป

3 .ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 11 ต.ค.62 และวันที่ 23 ต.ค.62 ประธานกรรมการ กกต.ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบและมิได้ มีการเร่งรัดแต่อย่างใด โดยคณะอนุกรรมการ ฯ ได้ขอเอกสารจากพรรคอนาคตใหม่เพื่อประกอบการพิจารณา แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จัดส่งเอกสารตามที่ขอ คณะอนุกรรมการ ฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่ เพื่อจัดทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการกกต.พิจารณาตามระเบียบต่อไป

4. ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ได้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการกกต.แล้ว คณะกรรมการ กกต.ได้มีมติเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.62 ให้หมายเรียกขอเอกสารที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้อง และปัญหาหรือข้อโต้แย้งเคยขอจากพรรคอนาคตใหม่ แต่พรรคอนาคตใหม่ได้จัดส่งเอกสารที่ขอให้บางส่วน และขอขยายเวลาการจัดส่งเอกสารที่ยังไม่ได้จัดส่งออกไปอีก 120 วัน

5. คณะกรรมการกกต.ได้มีมติเมื่อวันอังคารที่26 พ.ย.62 ให้หมายเรียก ขอเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ได้จัดส่งอีกครั้ง โดยให้พรรคอนาคตใหม่จัดส่งเอกสารภายในวันที่ 2 ธ.ค.62 หากพรรคอนาคตใหม่ไม่จัดส่งเอกสารภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ถือว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ติดใจที่จะส่งเอกสารตามที่กกต.ร้องขอ และจะพิจารณาเอกสารเท่าที่มีอยู่
ดังนั้น การดำเนินการของกกต.เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน และให้โอกาสผู้ที่เกี่ยวข้องตามควรแก่กรณี ซึ่งกกต. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องนี้มาเป็นลำดับปรากฏตามเอกสารแนบนี้ โดยคณะกรรมการ กกต. มิได้มีความเห็นตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.62 ตามที่มีการกล่าวอ้าง และไม่ได้มีเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด

วิษณุ ชี้ พีระพันธุ์ ทิ้ง ปชป.หลุด ส.ส.อัตโนมัติ

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403749?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วิษณุ ชี้ พีระพันธุ์  ทิ้ง ปชป.หลุด ส.ส.อัตโนมัติ

10 ธันวาคม 2562 – 14:04 น.
พีระพันธุ์ทิ้งปชป,พีระพันธุ์ลาออก
เปิดอ่าน 638 ครั้ง

วิษณุ ชี้ พีระพันธุ์ ทิ้ง ปชป.หลุด ส.ส.อัตโนมัติ ด้าน “หมอระวี” เสียดาย “พีระพันธุ์” ชู นักการเมืองน้ำดีร่วมสู้ปม”ค่าโง่ทางด่วน-โฮปเวลล์ล”

10 ธ.ค.2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า จะทำให้หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.โดยอัตโนมัติ เพราะ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง โดยเมื่อตำแหน่งว่างลง จะต้องเลื่อนผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในลำดับถัดไปขึ้นมา ส่วนหากนายพีระพันธุ์ต้องการจะสมัคร ส.ส.อีกครั้ง จะต้องไปหาสังกัดพรรคใหม่และเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง เพื่อให้มีคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่คิดว่า เขาคงไม่ลงสมัครแล้ว แต่น่ารอการเลือกตั้งครั้งต่อไปมากกว่า

“หมอระวี” เสียดาย “พีระพันธุ์” ชู นักการเมืองน้ำดี ของ “สภา” คิดถึงแต่ประโยชน์ชาติ ร่วมสู้ ปม “ค่าโง่ทางด่วน-โฮปเวลล์ล” กันมา

ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว โดยระบุถึงการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ว่า ตนไม่เคยรู้จักนายพีระพันธุ์ เป็นการส่วนตัวมาก่อน มีโอกาสได้คุยกันครั้งแรก เมื่อตนยื่นญัตติค่าโง่ทางด่วน นายพีระพันธ์ สนับสนุนตนในการยื่นญัตตินี้ และพร้อมจะเข้าร่วมเป็น กมธ.วิสามัญค่าโง่ทางด่วน ตนได้หาทางเจรจาหลายช่องทางแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเสนอให้นายพีระพันธุ์ได้เข้ามาเป็นกรรมาธิการด้วยได้

นพ.ระวี กล่าวว่า ต่อมาเราสองคนได้ปรึกษากันเรื่องการจะช่วยประเทศไม่ให้ต้องจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ นายพีระพันธุ์ ได้ยื่นญัตติด่วนตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องค่าโง่โฮปเวลล์ แต่ปรากฏว่า สภาฯไม่รับเป็นญัตติด่วน รับเป็นเพียงเป็นญัตติทั่วไป ซึ่งอีก 1 ปีก็อาจจะไม่มีโอกาสจะได้เข้าสภา ตนกับนายพีระพันธุ์ จึงปรึกษากันใหม่ โดยตกลงให้ตนเป็นคนยื่นญัตติด่วน ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องค่าโง่โฮปเวลล์ใหม่

โดยเขียนญัตติให้ชัดเจนว่า จำเป็นต้องเป็นญัตติด่วนเพราะศาลสั่งให้รัฐบาลต้องจ่ายค่าโง่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะเข้าสภาไม่ทัน ถ้าได้เป็นญัตติด่วน เราค่อยเสนอสภา ฯ ขอเลื่อนวาระญัตติด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อนได้ ในนาทีสุดท้ายก่อนตนยื่นญัตติด่วนใหม่ นายพีระพันธุ์ตัดสินใจเซ็นชื่อร่วมเสนอญัตตินี้ ร่วมกับตนเป็น 2 คนเสนอ ปรากฏว่า ทางสภาก็ตัดสินว่าเป็นญัตติทั่วไปอีก ไม่ให้เป็นญัตติด่วน ทำให้เราทั้งสองผิดหวังมาก

นพ.ระวี กล่าวว่า เราสองคนจึงร่วมกันหาทางออกใหม่ โดยการเสนอบุคคลที่มีความรู้และประวัติในการสู้เรื่องค่าโง่มาก่อน ไปเป็นคณะกรรมการที่ คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาหาทางแก้ไขเรื่องค่าโง่โฮปเวลล์ ซึ่งก็ได้ผลดี ขณะนี้มีแนวทางที่คณะกรรมการพบข้อมูลใหม่ ที่อาจจะทำให้ประเทศไม่ต้องเสียค่าโง่นี้ได้ โดยเราจะคอยสนับสนุนคุณศักดิ์สยาม ให้ออกมาสู้เพื่อชาติต่อไป
“เสียดายมาก นักการเมืองที่ดีของสภา ที่ทุกลมหายใจคิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์ของชาติ” นพ.ระวี ระบุ

ไขปริศนา’ชายชุดดำ’กลางสมรภูมิพฤษภา 53

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/371985?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ไขปริศนา’ชายชุดดำ’กลางสมรภูมิพฤษภา 53

17 พฤษภาคม 2562 – 07:58 น.
ชูธงกระแสทวน,ชายชุดดำ,จอม ไฟเย็น,โกตี๋,สุรชัย แซ่ด่าน
เปิดอ่าน 24,572 ครั้ง

คอลัมน์…  ชูธงกระแสทวน   โดย…  พรานข่าว

 วาระแห่งการรำลึกเหตุการณ์พฤษภา 2553 เวียนมาถึง แกนนำ นปช. และมวลชนคนเสื้อแดงก็จัดงานรำลึกตามอัตภาพ

ว่ากันตามจริง สถานการณ์การเมืองท้องถนน ระหว่าง 14-19 พฤษภาคม 2553 ยังมี “ความลับ” ซุกซ่อนอยู่มากมาย นับแต่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เปิดยุทธการ “กระชับวงล้อมพื้นที่ราชประสงค์” เพื่อยุติการชุมนุมของ นปช.และคนเสื้อแดง ที่เรียกร้องให้ยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

ตัวละคร “ชายชุดดำ” พร้อมอาวุธ ได้เข้ามาแทรกซึมอยู่กับการชุมนุมของมวลชนนั้น ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เมื่อแกนนำ นปช.ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่า ไม่มีชายชุดดำ ไม่มีกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายประชาชน

ขณะที่ขั้วรัฐบาลอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า มีกองกำลังชายชุดดำ แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งการข่าวของฝ่ายความมั่นคงระบุว่า ชายชุดดำเหล่านี้ มีทั้งอดีตทหารพราน และอดีตทหารป่า

โกตี๋ หรือสหายหมาน้อย ร่วมกับสหายเผด็จ สหายยังบลัด ฝึกกองกำลัง

หากใครเคยฟังวิทยุใต้ดินจากฝั่งลาว จะทราบดีว่า ข้อมูลเรื่องชายชุดดำ มีการเปิดเผยผ่านรายการสามทหารเสือทางช่องยูทูบสหพันธรัฐไท ของ “กลุ่มลุงสนามหลวง” มาแล้ว

ผู้ที่เล่าเรื่องชายชุดดำ ที่มีบทบาทในการต่อสู้บนท้องถนน ตั้งแต่ปี 2551-2557 คือ สหายเผด็จ และสหายยังบลัด (กฤษณะ ทัพไทย)

          สหายเผด็จ เป็นนักศึกษาเทคนิคโคราช เคยเข้าป่าอีสานใต้หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ซึ่งสมัยที่มีการชุมนุมต้านเผด็จการยุคแรกๆ ที่ท้องสนามหลวง สหายเผด็จได้จัดตั้ง “กองกำลังใต้ดิน” มีหน้าที่เป็นการ์ดของฝ่ายประชาชน และก่อกวนฝ่ายตรงข้าม

โกตี๋ หรือสหายหมาน้อย ร่วมกับสหายเผด็จ สหายยังบลัด ฝึกกองกำลัง

สำหรับสหายยังบลัดนั้น กำลังตกเป็นข่าวว่า อาจถูกอุ้มหายไปพร้อมกับลุงสนามหลวง และสหายข้าวเหนียวมะม่วง หลังพวกเขาถูกตำรวจเวียดนามจับ ข้อหาถือพาสปอร์ตปลอม

“จอม ไฟเย็น” ที่ยังซ่อนตัวอยู่ในลาว ได้บอกเล่าเรื่องราวของสหายยังบลััด ผ่านเฟซบุ๊ก Nithiwat Wannasiri ว่า “เขาเป็นสหายพิทักษ์ของ สหายสมชาย(ลุงสนามหลวง) เป็นนักรบ พคท. ที่รอดมาจากเขตงานอีสานใต้ เขตงานบูรพา เขาเป็นคนสุขุมเยือกเย็น แต่แน่วแน่มุ่งมั่นทำตามสิ่งที่เขาเชื่อ ไม่ว่าอุปสรรคข้างหน้าคืออะไร ส.เลือด(ชื่อจัดตั้งในป่า) เป็นคนพื้นเพจังหวัดสุรินทร์ เป็นนักรบฝ่ายซ้ายชาวสะเร็นตัวเป็นๆ ที่รอดชีวิตมาหลายสงคราม”

สหายยังบลัด หรือสหายเลือด ที่ถูกจับคา ตม.เวียดนาม

สหายยังบลัดหรือสหายเลือด เข้าป่าอีสานใต้ ตั้งแต่ปี 2519 และเมื่อคืนสู่เมือง ได้มาประกอบอาชีพทำป้ายโฆษณาอยู่แถวโคราช รู้จักมักคุ้นกับสหายเผด็จเป็นอย่างดี

หลังรัฐประหาร 2557 สหายเผด็จ หรือชื่อรหัสว่า “สน เครือข่ายวังน้อย” ถูกจับกุม สหายเผด็จมีหน้าที่แจกจ่ายอาวุธเช่น เอ็ม 79 ระเบิดอาร์จีดี 5 ให้บุคคลต่างๆ ไปเพื่อสร้างความวุ่นวายแก่ประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุมของ กปปส. ส่วนสหายยังบลัด ก็ถูกออกหมายจับข้อหามีอาวุธสงคราม พร้อมกับ “อดีตนายพล” คนดัง

          สหายเผด็จยังเล่าเบื้องหลังกองกำลังใต้ดินผ่านช่องยูทูบสนามหลวงว่า การทำงานช่วงปี 2556-57 ได้รับการช่วยเหลือจาก “อดีตนายทหาร” ที่รับผิดฝ่ายความมั่นคง(รัฐบาลเก่า) แถมสหายเผด็จยังได้เล่าวีรกรรมแหกคุกทหาร โดยเผ่นหนีไปอยู่กัมพูชาปีเศษ ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่เมืองลาว 

สมัยที่โกตี๋ ยังร่วมก๊วนจัดวิทยุใต้ดิน ก็เคยประกาศจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ โดยมีสหายเผด็จ และสหายยังบลัด เป็นครูฝึกด้านการทหาร

ห้องส่งกระจายเสียงของลุงสนามหลวง ในฝั่งซ้าย

หลังเกิดกรณี “โกตี๋” ถูกอุ้มหาย “สุรชัย แซ่ด่าน” และพวก ถูกลักพาตัวออกจากบ้านพัก กระทั่ง “ลุงสนามหลวง” หนีตายจากลาวไปถูกจับที่เวียดนาม ปรากฏว่า สหายเผด็จยังกบดานเงียบอยู่ในเมืองลาว

          ผู้ใดสนใจใคร่รู้เรื่อง “ชายชุดดำ” ที่บอกเล่าโดยสหายเผด็จหรือสหายสน เครือข่ายวังน้อย ก็เข้าไปค้นหาย้อนหลังฟังในยูทูบได้

ดราม่าตู้คีบตุ๊กตา..มอมเมาหรือเข้าใจผิด!?

Published December 10, 2019 by SoClaimon

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/371884?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ดราม่าตู้คีบตุ๊กตา..มอมเมาหรือเข้าใจผิด!?

17 พฤษภาคม 2562 – 00:00 น.
สายตรวจระวังภัย,ดราม่าตู้คีบตุ๊กตา,มอมเมา,ตุ๊กตา
เปิดอ่าน 7,315 ครั้ง

โดย… ทีมข่าวอาชญากรรม

เชื่อว่าหลายต่อหลายคนที่เข้าไปเดินในห้างสรรพสินค้าต่างๆ แทบทุกห้างจะมีโซนสวนสนุกสำหรับเด็ก ที่มีบริการหยอดเหรียญหรือซื้อคูปอง และเครื่องเล่นอย่างหนึ่งที่สะดุดตาเป็นที่นิยมของเด็กและวัยรุ่นคงหนีไม่พ้น “ตู้คีบตุ๊กตา”

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดกระแส “ดราม่า” บนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับตู้คีบตุ๊กตาภายในห้างสรรพสินค้า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผู้ปกครองเด็กใน จ.เชียงใหม่ ร้องเรียนว่า มีตู้คีบตุ๊กตามอมเมาเยาวชนเกลื่อนเมืองเชียงใหม่ในลักษณะที่เป็นการเล่นการพนัน ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าไปใช้บริการเพื่อหวังที่จะได้ตุ๊กตา หรือของรางวัลภายในตู้คีบตุ๊กตาดังกล่าว อันเป็นการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ส่งผลให้เป็นที่สนใจของสังคม โดยเฉพาะผู้ปกครองชาวเชียงใหม่ กระทั่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าตู้คีบตุ๊กตาเหล่านี้เป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ จนทำให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (บก.ภ.จว.เชียงใหม่) ต้องสั่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

สำหรับเรื่องนี้ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก ตู้คีบตุ๊กตาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นการพนันหรือไม่ ซึ่งมีผู้ประกอบการหลายรายชี้แจงมาว่าตู้คีบตุ๊กตา หรือที่เรียกว่า “เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ” เปิดให้บริการตามแนวหนังสือตอบข้อหารือของ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยกลุ่มผู้ประกอบการได้ยึดเป็นแนวปฏิบัติในการให้บริการแก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ คือ 1.สินค้าที่อยู่ในเครื่องจำหน่ายสินค้าต้องมีราคาเท่ากันทั้งหมด และมีการติดป้ายราคาที่ชัดเจนบริเวณด้านหน้าเครื่องจำหน่ายสินค้า 2.สินค้าที่อยู่ในเครื่องจำหน่ายสินค้าต้องมีลักษณะ ขนาด รูปร่าง และสี เหมือนกันทั้งหมด 3.เครื่องสินค้าจะเริ่มทำงาน เมื่อลูกค้าได้ชำระค่าสินค้าครบถ้วนตามราคาสินค้าที่กำหนดไว้ ด้วยวิธีการหยอดเหรียญลงในช่องหยอดเหรียญ 4.หลังจากที่เครื่องจำหน่ายสินค้าเริ่มทำงานลูกค้าสามารถเลือกหยิบสินค้า โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา และ 5.เครื่องจำหน่ายสินค้าจะไม่หยุดทำงานจนกว่าลูกค้าจะได้รับสินค้า

ถ้าหากผู้ประกอบการดำเนินการตามวิธีดั้งกล่าวข้างต้นก็ถือว่าเป็นเพียงเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด แต่เนื่องจากมีผู้ประกอบการบางราย “หัวหมอ” หวังสร้างรายได้เพิ่มขึ้นโดยการฉวยโอกาสพลิกแพลงวิธีการเล่น ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงทำให้เกิดปัญหาร้องเรียนตามมา

ประเด็นที่สอง นอกจากการพิสูจน์ว่าตู้คีบตุ๊กตาเป็นการพนันหรือไม่นั้น ต้องดูว่าเป็นการมอมเมาเยาวชนหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ได้สอบถามจากผู้ปกครองเด็กหลายราย ได้ให้ความเห็นว่า อย่าไปมองที่ตู้คีบตุ๊กตาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองว่าตู้คีบตุ๊กตาบางแห่งตั้งอยู่ในสวนสนุกบนห้าง มีเครื่องเล่นต่างๆ มากมาย อาทิ บ้านบอล ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน สอนทำขนม เกมเสริมเชาว์ปัญญาต่างๆ เป็นต้น พ่อแม่บางรายพากันมาเดินห้างก็พาลูกมาเล่นสวนสนุกพักผ่อนระหว่างรอช็อบปิ้ง ซึ่งหลายคนมองว่าสวนสนุกเหล่านี้ทำให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ มีโอกาสพบปะเพื่อนใหม่ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ ฝึกสมองประลองไหวพริบ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับเด็กเล็กผู้ปกครองเองควรให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ด้วยตนเอง

ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติซึ่งได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าวดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการซึ่งดำเนินธุรกิจอยู่นอกพื้นที่ห้างสรรพสินค้า นำตู้คีบตุ๊กตามาเป็นส่วนหนึ่งในการกระทำความผิดตามกฎหมายการพนัน ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการที่สุจริตและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ด้วยการดำเนินธุรกิจตามแนวนโยบาย ข้อกำหนด และข้อกฎหมายที่ประกาศมาโดยตลอด ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

กลุ่มผู้ประกอบการเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติระบุด้วยว่า หลายประเทศที่พัฒนาแล้วมองว่าสวนสนุกที่มีตู้คีบตุ๊กตาเช่นนี้ เป็นสิ่งที่สร้างสีสันให้แก่การมาเดินห้างในช่วงวันหยุด ต่างจากประเทศไทยเรายังจ้องจับผิดว่าเป็นการพนัน ทั้งๆ ที่กฎหมายบางอย่างบางฉบับอย่างพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มีมาจะครบร้อยปีแล้ว ควรจะแก้กฎหมายให้เข้ากับยุคสมัยหรือไม่

%d bloggers like this: