ต่างประเทศ

All posts in the ต่างประเทศ category

ดังระเบิด!พ่อกับลูกสาวลิปซิงค์เพลงฮิต”มารูนไฟฟ์”

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347691

ดังระเบิด!พ่อกับลูกสาวลิปซิงค์เพลงฮิต”มารูนไฟฟ์”

พ่อลูก,ร้องเต้น,มารูนไฟว์

ชาวเน็ตใจละลาย พ่ออุ้มลูกสาวลิปซิงค์เพลงมารูนไฟฟ์ แม้ไม่รู้ความแต่แอคติ้งชนะเลิศ

เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจาก Maroon 5 วงป๊อปยอดนิยมออกซิลเกิล Girls Like You ก็กลายเป็นเพลงฮิตแตะอันดับอย่างรวดเร็ว ล่าสุด ยอดวิวมิวสิควิดีโอบนเวบไซต์ยูทูบ ทะลุหลักพันล้าน

ล่าสุด คลิปเด็กหญิงไมลา ขยับปากลิปซิงค์เพลงเดียวกันนี้กับคุณพ่อ ก็กลายเป็นไวรัลเช่นกันในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยยอดวิวบนอินสตาแกรมกว่า 4 ล้านแล้ว

ดังระเบิด!พ่อกับลูกสาวลิปซิงค์เพลงฮิต"มารูนไฟฟ์"

( facebook) 

จัสติน และ ทรีนา เวสสัน จากลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ มารูน ไฟฟ์  ไม่ต้องสงสัยว่าไมลาจะได้ยินเพลงนี้บ่อยสักแค่ไหน เย็นวันหนึ่งหลังอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย คุณพ่อจัสตินห่อผ้าขนหนูอุ้มลูกสาวแนบอก ร้องและเต้นเพลง Girls Like You หน้ากระจกในห้องน้ำ

ดังระเบิด!พ่อกับลูกสาวลิปซิงค์เพลงฮิต"มารูนไฟฟ์"

นอกจากไมลาขยับปากเหมือนกับพ่อได้แทบไม่มีผิด ยังแสดงสีหน้าสีตาเรียกเสียงหัวเราะได้อีก และทุกครั้งที่เธอทำให้พ่อหัวเราะได้ ใบหน้าของหนูน้อยเบิกบานอย่างเห็นได้ชัด ทรีนารู้สึกประทับใจมาก จึงตัดสินใจแชร์คลิปบนเพจสังคมออนไลน์แนวครอบครัว และแล้วก็ดังระเบิด

ดังระเบิด!พ่อกับลูกสาวลิปซิงค์เพลงฮิต"มารูนไฟฟ์"

ยิ่งไปกว่านั้น มารูนไฟฟ์ ยังยอมรับความน่ารักของหนูน้อยคนนี้ ไม่เพียงเข้าไปกดไลค์ แต่ยังแสดงความเห็น  ทั้งยังแชร์คลิปนี้ไว้บนเพจของวงอีกด้วย

คลิปล้อเลียนก็เริ่มมาตามกระแสความดัง 

มียอดชมบนอินสตาแกรมกว่า 4 ล้านวิว 

 

 

ระทึก!นักบินอวกาศลงจอดฉุกเฉินจรวดส่งยานโซยุซขัดข้อง

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347653

ระทึก!นักบินอวกาศลงจอดฉุกเฉินจรวดส่งยานโซยุซขัดข้อง

จรวดขัดข้อง,ขัดข้องกลางอากาศ,โซยุส,ไอเอสเอส

จรวดนำส่งยานโซยุซ ที่นำนักบินสหรัฐกับรัสเซียไปไอเอสเอส มีปัญหา ต้องลงจอดฉุกเฉิน

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) แถลงว่า ยานโซยุซ  MS-10 ต้องลงจอดฉุกเฉินในคาซัคสถาน หลังจากจรวดนำส่งยานขึ้นสู่วงโคจร เพื่อนำนักบินอวกาศสองคนเดินทางสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส ) เกิดขัดข้องในขั้นตอนการปล่อย

ข่าวดีคือนักบินอวกาศสองคนได้แก่ นิค เฮก จากนาซ่า กับอเล็กเซย์ ออฟชินิน ชาวรัสเซีย ลงถึงพื้นอย่างปลอดภัย ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากทะยานขึ้น

นักบินอวกาศทั้งสองออกจากเดินทางจากฐานปล่อย ไบโคนูร์ คอสโมโดรม ในคาซัคสถาน เมื่อเวลา 4.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น( 15.40 น. ตามเวลาประเทศไทย) แต่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น รอสคอสมอส หน่วยงานอวกาศรัสเซียแจ้งว่า เกิดปัญหาที่ตัวบูสเตอร์ของจรวด ยานโซยุซต้องลงจอดฉุกเฉิน

นาซาแจ้งล่าสุดว่า ทีมค้นหาและกู้ภัยรุดถึงยานโซยุส นักบินทั้งสองออกมาจากยานโดยสวัสดิภาพ

ทั้งสองลงสู่พื้นห่างจากเมืองเชคาสกัน ทางภาคกลางคาซัคสถานราว 20-25 ก.ม. ทางการส่งเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำออกไปรับทันที

ระทึก!นักบินอวกาศลงจอดฉุกเฉินจรวดส่งยานโซยุซขัดข้อง

 

คุณแม่ผูกลูกน้อยสะพายหลังรายงานพยากรณ์อากาศ

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347638

คุณแม่ผูกลูกน้อยสะพายหลังรายงานพยากรณ์อากาศ

คุณแม่อุ้มลูกสะพายหลัง,พยากรณ์อากาศ,สะพายลูก

นักอุตุนิยมวิทยาในสหรัฐอุ้มลูกสะพายหลัง รายงานข่าวพยากรณ์อากาศ

ซูซี มาร์ติน นักอุตุนิยมวิทยาของ Praedictix ในรัฐมินนิโซตา กลายเป็นคุณแม่ที่ได้รับการกล่าวขานอย่างชื่นชมอย่างมาก หลังจากที่เธอออกมารายงานพยากรณ์อากาศ โดยผูกผู้ช่วยตัวน้อยวัย 21 เดือนสะพายหลังออกมาด้วย แต่ดูเหมือนผู้ช่วยตัวน้อยง่วงนอนและหลับเกือบตลอดเวลา

คุณแม่ผูกลูกน้อยสะพายหลังรายงานพยากรณ์อากาศ

มาร์ติน ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสายปฏิบัติงานของช่อง Praedictix  อุ้มลูกชายมาทำงาน เพื่อร่วมฉลองสัปดาห์อุ้มลูกสากล “International Baby-Wearing Week.” ซึ่งถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อตอกย้ำประโยชน์ของการอุ้มลูกทำให้เด็กได้รับสัมผัสใกล้ชิด

คลิปก่อนออกอากาศ 

คุณแม่นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า เธออยากแสดงให้เห็นว่า การพันผ้าอุ้มลูกแบบนี้มีประโยชน์มาก ช่วยให้เธอทำอะไรได้หลายอย่างพร้อมกับกล่อมลูกไปด้วย

คลิปรายงานพยากรณ์อากาศของคุณแม่ท่านนี้ ถูกเครือข่ายทีวีทั่วสหรัฐนำไปเผยแพร่ และกระแสตอบรับล้วนเป็นเสียงชื่นชม ขณะที่มาร์ติน กล่าวว่า เธอโชคดีด้วยที่อยู่ในที่ทำงานที่สนับสนุนแนวคิดนี้ เนื่องจากเธอได้รับการปฏิบัติในฐานะพนักงานและแม่ในเวลาเดียวกัน

สื่อตุรกีเปิดหน้าชุดสังหารนักข่าวในสถานกงสุลซาอุฯ

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347599

สื่อตุรกีเปิดหน้าชุดสังหารนักข่าวในสถานกงสุลซาอุฯ

นักข่าวซาอุฯ,ชุดสังหาร,สถานกงสุล,สถานกงสุลซาอุ,สื่อตุรกี

ชุดสืบสวนตุรกีสอบคลิปกล้องวงจรปิดจังหวะเวลานักข่าวซาอุฯหายเข้าไปในสถานกงสุลและความเคลื่อนไหวของทีมต้องสงสัยเป็นชุดสังหาร

สื่อตุรกีเปิดหน้าชาย 15 คนจากกล้องวงจรปิดที่เชื่อว่าเป็นชุดสังหาร นายจามัล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุดีอาระเบีย ที่หายตัวลึกลับเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน หลังจากพบเห็นครั้งสุดท้ายตอนเข้าไปภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูล เพื่อขอเอกสารแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม

 สื่อตุรกีเปิดหน้าชุดสังหารนักข่าวในสถานกงสุลซาอุฯ

ทางการตุรกีเชื่อว่า คาช็อกกี อดีตที่ปรึกษารัฐบาลริยาด ที่หันไปเป็นสื่อและมักเขียนวิจารณ์นโยบายเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ก่อนตัดสินใจหนีไปลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีก่อน ถูกสังหารแล้วภายในสถานกงสุล

ซาอุฯปฏิเสธข้อหาว่าไม่มีมูล แต่ก็ไม่เคยเผยหลักฐานยืนยันว่านายคาช็อกกี วัย59 ปี ออกจากสถานทูตหลังเสร็จเดินเรื่องเอกสารในเวลาไม่นาน

สถานี ทีอาร์ที สื่อทางการตุรกี ออกอากาศคลิปวิดีโอ ที่แสดงให้เห็นชาวซาอุฯกลุ่มหนึ่งเดินทางมายังตุรกีด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว 2 ลำ โดยไปถึงวันเดียวกันแต่คนละเวลา

นอกจากนี้ คลิปแสดงให้เห็นขณะคาช็อกกีกำลังเข้าไปในสถานกงสุล หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง 54 นาที รถเมอร์เซเดซวิโตสีดำติดป้ายทะเบียนนักการทูต คล้ายกับคันที่เห็นจอดอยู่ด้านหน้าสถานกงสุลตอนที่นักข่าวเดินเข้าไปข้างใน  ก็ขับออกไปที่บ้านพักกงสุลราว 2 กิโลเมตร และเข้าไปจอดภายในโรงจอด

ภาพทั้งหมดน่าจะมาจากกล้องวงจรปิดหลายตัวที่ติดตั้งอยู่หลายจุดในบริเวณที่ัตั้งสถานกงสุลซาอุฯ และสถานทูตอื่นๆ แต่ไม่มีกล้องตัวไหนบันทึกภาพคาช็อกกีออกจากสถานกงสุล

 สื่อตุรกีเปิดหน้าชุดสังหารนักข่าวในสถานกงสุลซาอุฯ

สื่อบางรายคาดว่า คาช็อกกีถูกนำตัวขึ้นรถสีดำคันนี้ อีกส่วนคาดว่าเป็นไปได้อีกเช่นกันที่เขาถูกอุ้มไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวลำใดลำหนึ่ง ทั้งสองลำเดินทางกลับกรุงริยาด แต่ลำหนึ่งแวะที่ดูไบ อีกลำแวะอียิปต์

ตำรวจตุรกี บอกวอชิงตันโพสต์ว่า ข่าวกรองสหรัฐดักการสื่อสารเจ้าหน้าที่ซาอุฯที่หารือแผนการจับตัวคาช็อคกีได้ และตำรวจกำลังตรวจสอบเครื่องบินส่วนตัว 2 ลำที่ลงจอดสนามบินอิสตันบูลในวันเดียวกันแต่คนละเวลา

 สื่อตุรกีเปิดหน้าชุดสังหารนักข่าวในสถานกงสุลซาอุฯ

ด้านหนังสือพิมพ์ เดอะ ซาบาห์ ซึ่งใกล้ชิดกับประธานาธิบดีเรเจ๊บ ตอยิบ แอร์ดวนของตุรกี ตีพิมพ์ภาพชายที่อ้างว่าเป็นชุดสังหาร คาดว่านำมาจากส่วนตรวจหนังสือเดินทาง ทั้งหมดเข้าพักโรงแรมสองแห่งในอิสตันบุล เมื่อ 2 ตุลาคมและออกในวันเดียวกัน

หนึ่งในชาวซาอุฯ 15 คน ชื่อตามหนังสือเดินทางเป็นผู้เชี่ยวชาญนิติเวช เคยทำงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยซาอุฯ 20 ปี และหลายคนที่ถือหนังสือเดินทางทูต ชื่อและรูปตรงกับเจ้าหน้าที่ในกองทัพอากาศและกองทัพบกซาอุฯ ตามที่ปรากฎในสื่อซาอุฯ

 สื่อตุรกีเปิดหน้าชุดสังหารนักข่าวในสถานกงสุลซาอุฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกดดันให้เรียกร้องคำอธิบายจากซาอุฯ และวุฒิสภาสหรัฐก็เปิดสอบสวนเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

ประธานาธิบดีแอร์ดวนไม่เคยกล่าวหาซาอุฯว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับการหายตัวไปของนักข่าว แต่ย้ำว่าหากซาอุฯมีคลิปหรือหลักฐานใดว่าเขาออกจากสถานกงสุลแล้ว ก็ควรนำมายืนยัน

ซาอุดีอาระเบียเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตุรกี แม้ว่าอีกด้าน รัฐบาลตุรกีก็ให้การสนับสนุนกาตาร์ ที่ถูกซาอุฯและสามชาติอาหรับปิดล้อม

เฮอร์ริเคน”ไมเคิล”ถล่มบ้านพังกระจาย-แรงสุดใน50ปี

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347552

เฮอร์ริเคน”ไมเคิล”ถล่มบ้านพังกระจาย-แรงสุดใน50ปี

พายุเฮอร์ริเคนไมเคิล,ฟลอริดา,แรงสุดใน 50 ปี

ฟลอริดาอ่วมหลังพายุเฮอร์ริเคนขึ้นฝั่งความแรงระดับ 4 เสียชีวิตแล้ว 1 คน  น้ำท่วม-เสาไฟฟ้าพังระเนระนาด

ทางการรัฐฟลอริดาแจ้งว่า พายุไมเคิล ขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลม 250 ก.ม.ต่อชั่วโมง กลายเป็นพายุกำลังแรงสุดที่พัดกระหน่ำพื้นที่ทางเหนือของรัฐที่เรียกว่าแพนแฮนเดิลฟลอริดา ในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ และแม้ว่าขณะนี้  อ่อนกำลังลงมาเป็นพายุระดับ 1 แต่ยังเป็นพายุอันตรายอยู่มาก

ชาวสังคมออนไลน์แชร์ภาพและคลิปจากหาดเม็กซิโก ชุมชนในรัฐฟลอริดาที่มีประชากรราว 1,000 คน จุดพายุพัดขึ้นฝั่งเมื่อเวลา 13.00 น. วันพุธตามเวลาสหรัฐ ( 01.00 น.วันนี้ตามเวลาประเทศไทย) แสดงให้เห็นความเสียหายอย่างกว้างขวาง บ้านหลายหลังถูกแรงลมยกลอยจากฐานราก หลังคาบ้านปลิวว่อน ถนนหลายสายกลายเป็นคลอง เศษซากหักพังลอยไปตามน้ำ

ปานามา ซิตี เมืองในฟลอริดา กลายสภาพเป็นเมืองที่แทบจะสัญจรไปมาไม่ได้เลย เพราะต้นไม้ จานดาวเทียมและเสาสัญญาณไฟจราจรล้มระเกะระกะ จากฤทธิ์เดชพายุที่พัดกระหน่ำและฝนตกหนักเกือบ 3 ชม.

ไฟดับกระทบประชาชนเกือบ 5 แสนในฟลอริดา แอละบาบาและจอร์เจีย

บร็อก ลอง หัวหน้าสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ( เฟมา ) กล่าวว่า เฮอร์ริเคนไมเคิล เป็นพายุกำลังแรงที่สุดในซัดถล่มฟลอริดาแพนแฮนเดิล นับจากปี 1851

สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่าพายุไมเคิล เป็ยพายุกำลังแรงอันดับ 3 ที่พัดขึ้นฝั่งสหรัฐ รองจากพายุเฮอร์ริเคนคามิล ในมิสซิสซิปปี ในปี 1969 และพายุเลบอร์เดย์ ในปี 1935 ที่ฟลอริดา

สำหรับผู้เสียชีวิต 1 คน มีรายละเอียดแค่ว่าสาเหตุจากเศษซากหักพังและต้นไม้ ผู้ตายอยู่ในพื้นที่ตะวันตกของเมืองทาลาฮัสเซ เมืองหลวงของรัฐ
ก่อนขึ้นฝั่งฟลอริดา พายุเออร์ริเคนไมเคิล กระหนำหลายประเทศในอเมริกากลาง เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คนในฮอนดูรัส นิคารากัวและเอกวาดอร์

เฮอร์ริเคน"ไมเคิล"ถล่มบ้านพังกระจาย-แรงสุดใน50ปี

เฮอร์ริเคน"ไมเคิล"ถล่มบ้านพังกระจาย-แรงสุดใน50ปี

มองพายุเฮอร์ริเคนไมเคิลจากอวกาศ 9 ต.ค.

เฮอร์ริเคน"ไมเคิล"ถล่มบ้านพังกระจาย-แรงสุดใน50ปี

เฮอร์ริเคน"ไมเคิล"ถล่มบ้านพังกระจาย-แรงสุดใน50ปี

ตาย 3 แผ่นดินไหว 6.3 ชวาตะวันออก-บาหลี

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347531

ตาย 3 แผ่นดินไหว 6.3 ชวาตะวันออก-บาหลี

แผ่นดินไหวบาหลี,ชวาตะวันออก,อินโดนีเซีย,แผ่นดินไหว

อินโดนีเซียเผชิญแผ่นดินไหวอีกระลอกนอกชายฝั่งชวาตะวันออกและเกาะบาหลี เช้ามืดวันนี้

สำนักงานจัดการภัยพิบัติอินโดนีเซียแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 4 คน หลังเกิดแผ่นดินไหว 6.3 นอกชายฝั่งชวาตะวันออกและเกาะบาหลีเมื่อเวลาประมาณ 2.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายแบบรุนแรง เว้นบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง

ตาย 3 แผ่นดินไหว 6.3 ชวาตะวันออก-บาหลี 

ผู้เสียชีวิตอยู่ในเมืองสุเมเนป ในชวาตะวันออก ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านที่พังลงมาเกือบทั้งหลัง จากแรงสั่นสะเทือนที่มีศูนย์กลางห่าง 55 กิโลเมตรจากเกาะชวาด้านตะวันออก  ชวาเป็นเกาะที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด อยู่ติดกับเกาะบาหลี แหล่งตากอากาศยอดนิยม ที่กำลังใช้เป็นสถานที่จัดประชุมประจำปีกองทุนระหว่างประเทศ และธนาคารโลก ในสัปดาห์นี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิศาสตร์และธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซีย ยืนยันแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ทำให้เกิดสึนามิอย่างแน่นอน

แผ่นดินไหวขย่าอาคาร ทำให้แขกที่เข้าพักในโรงแรม นูซา ดูอา ทางใต้ของสนามบินบาหลี พากันหนีออกมาอยู่ข้างนอกอยู่ช่วงหนึ่ง

สุโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติ กล่าวว่า ชาวบ้านในเมืองสุมาเนป ชวาตะวันออก รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนราว 2-5 วินาที

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347511

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

เจ้าสาว,หลุมศพ,วันวิวาห์

เจ้าสาวสูญเสียว่าที่เจ้าบ่าวแบบไม่มีวันกลับ 10 เดือนก่อนพิธีวิวาห์ แต่เธอต้องการระลึกถึงคนรักด้วยวิธีนี้

ขณะที่ เจสสิกา แพดเก็ตต์ กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเข้าพิธีแต่งงานกับคนรัก เคนดัล เมอร์ฟี อาสาสมัครดับเพลิง ในอีก 10 เดือนข้างหน้า โชคร้าย เมอร์ฟีถูกคนเมาแล้วขับชนเสียชีวิตจากไปในวัยเพียง 27 ปีเมื่อ 10 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ขณะที่เขากำลังช่วยเหยื่อถูกรถชนใกล้บ้านของเขาในรัฐอินเดียนา

แต่ว่าที่เจ้าสาวตัดสินใจไม่ยกเลิกการแต่งงานทั้งหมด คงจองตัวช่างภาพ แมนดี เนปป์ จาก  Loving Life Photography ไว้ตามนัด

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

29 กันยายน 2561 ที่ควรเป็นวันวิวาห์ของทั้งคู่ จึงมีแต่แพดเก็ตต์ แต่งหน้าทำผมอยู่ในชุดเจ้าสาว ถ่ายภาพกับครอบครัวของเธอ และครอบครัวว่าที่สามี  มีภาพนาทีที่มารดาของเมอร์ฟี มอบรองเท้าบูทคาวบอยคู่โปรดของคนรักให้แก่เจ้าสาว พร้อมข้อความว่า “ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน เทวดาผู้พิทักษ์จะอยู่กับคุณตลอดไป รัก,เคนดัล”

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

อีกภาพที่เรียกความประทับใจ เจ้าสาวยิ้มกว้างกับชุดและอุปกรณ์ดับเพลิงของเคนดัล มองจ้องไปที่ภาพของคนรัก และที่พิเศษสุดก็คือภาพที่เธอมองไปที่รองเท้าบูทที่เคนดัลสวมใส่ทุกวัน กับภาพตัดต่อของเขาอยู่ข้างเธอ

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

ภาพสะเทือนใจที่สุดก็คือภาพที่เจ้าสาวคุกเข่า ก้มศีรษะร่ำไห้อยู่ที่หน้าหลุมศพของคู่หมั้น ก่อนที่คนอื่นๆเข้าไปปลอบและคุกเข่าเป็นเพื่อนเธอ

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

เจสสิกา โพสต์เฟซบุ๊ก ในวันต่อมา ขอบคุณทุกคนที่ช่วยทำให้วันวิวาห์ของเธอเป็นวันพิเศษ แม้ว่าไม่ได้แต่งกับชายในฝันของเธอก็ตาม สัปดาห์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่ทุกคนทำให้เธอรู้สึกเป็นที่รักอย่างพิเศษมาก

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

หลังจากที่ภาพถ่ายวันแต่งงานถูกโพสต์บนเฟซบุ๊ก แพดเก็ตต์ได้รับข้อความให้กำลังใจจากคนแปลกหน้ามากมาย หลายคนเคยผ่านประสบการณ์คล้ายกันมาก่อน และบอกเล่าว่าพวกเขาผ่านมาได้อย่างไร และการได้เห็นภาพถ่ายของเธอ ช่วยเรียกความเข้มแข็งและปลอบประโลมในเวลาเดียวกัน

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน

แพดเก็ตต์กล่าวว่า ท้ายที่สุด เธอรู้สึกดีใจที่ทำลงไป เพราะเวลานี้ เธอมีความทรงจำจากภาพถ่ายให้มองย้อนกลับไปได้ เป็นหนทางที่เธอให้เกียรติคนที่เธอรัก ได้อยู่กับเขา และได้เห็นถึงความรักและกำลังใจจากทุกคนในวันนั้น

น้ำตาซึม เบื้องหลังภาพเจ้าสาวร่ำไห้ในสุสาน


คุก 22 ปีนักธุรกิจวางยาทำแท้งลูกในท้องเมียน้อย

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347493

คุก 22 ปีนักธุรกิจวางยาทำแท้งลูกในท้องเมียน้อย

ยาทำแท้ง,คุก22ปี,ฆ่าลูกในท้องเมียน้อย

นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย ถูกตัดสินจำคุก 22 ปี แอบใส่ยาขับเลือดให้เมียน้อยกินเพราะไม่อยากได้ลูกอีกคน

ศาลในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา มีคำพิพากษาลงโทษ มานิชกุมาร ปาเทล  นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย จำคุก 22 ปี จากความผิดข้อหาพยายามฆ่าเด็กในครรภ์โดยเจตนา

ภรรยาน้อยของเขาไม่ได้ดื่ม เพราะไหวตัวทัน แต่ก็แท้งบุตรในสองสัปดาห์หลังจากนั้น

มานิชกุมารถูกแจ้งข้อหาตั้งแต่พฤศจิกายน  2550 แต่หลังจากนั้นเขาหลบหนีคดีนานร่วม 10 ปี และถูกยึดเงินประกัน 7.5 แสนดอลลาร์ ก่อนถูกจับกุมในนิวยอร์กเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว

ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินลงโทษนานกว่า 2  ชั่วโมง จำเลยกล่าวในศาลว่าเขาสำนึกผิด ไม่มีข้อแก้ตัวหรือคำอธิบายใดกับสิ่งที่ทำลงไป ก่อนหน้านั้นเขาให้เหตุผลที่ไม่ต้องการลูกอีกคน เพราะกลัวว่าลูกที่จะเกิดมาอาจมีปัญหาสุขภาพเหมือนกับลูกชายคนแรกที่ต้องรักษากันตลอดชีวิต

นักธุรกิจรายนี้ แต่งงานแล้ว แต่เริ่มมีสัมพันธ์กับ หมอดาร์ชานา ปาเทล ในปี 2542 ต่อมาในปี 2547 ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน  จากนั้น ปี 2549 เธอตั้งครรภ์อีกแต่แท้ง และตั้งครรภ์อีกครั้งในปีถัดไป

17 กันยายน 2550  ทั้งสองแวะซื้อเครื่องดื่มในร้านไอศกรีม มานิชกุมารบอกให้ดาร์ชานารออยู่ข้างนอก  เธอเริ่มสงสัยหลังจากเห็นคนรัก ใช้ที่คนคนเครื่องดื่มสมูตตีแบบรีบๆ ก่อนนำมายื่นให้เธอดื่ม เธอรับไว้แต่ไม่ได้ดื่ม หลังสังเกตเห็นผงสีขาวอยู่ปากแก้ว  ตัดสินใจส่งไปตรวจในห้องแลบ จึงพบว่าเป็น อาร์ยู-486 ยาขับเลือดที่แพทย์เท่านั้นที่ใช้ได้

เธอเข้าแจ้งความเอาผิดคนรักเมื่อพฤศจิกายน 2550 ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของเขาพบยาตัวเดียวกัน เขายอมรับว่าซื้อยาจากอินเดีย และบดให้ดาร์ชานากิน 1 เม็ด

ขณะถูกจับกุม มานิชกุมารเป็นเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน 14 แห่ง โรงแรมหนึ่งแห่ง และธุรกิจอื่นๆในวิสคอนซิน ประเมินทรัพย์สินสุทธิ 4 แสนดอลลาร์
หลังถูกจับกุมครั้งแรก เพื่อนและครอบครัวช่วยกันรวบรวมเงิน 7.5 แสนดอลลาร์ ยื่นขอประกันตัว แต่ปาเทลหนีประกันเดินทางออกจากสหรัฐ ไปซ่อนตัวในอินเดีย จนกระทั่งตุลาคมปีที่แล้ว เดินทางไปที่โตรอนโต ประเทศแคนาดา ก่อนถูกจับกุมตัวที่นิวยอร์กในที่สุด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ในครั้้งนี้ ผู้พิพากษาตั้งวงเงินประกัน 50 ล้านดอลลาร์

ดาร์ชานา เป็นหมอในเมืองแอปเพิลตัน รัฐวิสคอนซิน ลูกชายคนโตที่เกิดกับพ่อในคุกเวลานี้ อายุ 13 ปีแล้ว มีรายงานว่าเธอเป็นคนซื้อบ้านให้กับมานิชกุมารหลังที่เขาอาศัยอยู่กับภรรยาที่แต่งงาน กับซื้อรถให้เขา 1 คัน

 

ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งพุ่งหลัง”เทย์เลอร์ สวิฟต์”แตะการเมือง

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347402

ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งพุ่งหลัง”เทย์เลอร์ สวิฟต์”แตะการเมือง

เทย์เลอร์ สวิฟต์,ลงทะเบียนใช้สิทธิ์,เลือกข้าง

คนหนุ่มสาวอเมริกันแห่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งจนยอดพุ่งกระฉูด เชื่อเป็นผลจากโพสต์ประกาศจุดยืนทางการเมืองของ เทย์เลอร์ สวิฟต์

การตัดสินใจแตะการเมืองอย่างเปิดเผยครั้งแรก และเรียกร้องแฟนเพลงให้โหวตเลือกผู้สมัครเหมาะสมที่สุด ของนักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ กลายเป็นแรงกระตุ้นหนุ่มสาวชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อย เข้าไปลงทะเบียนใช้สิทธ์เลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย.นี้

อ่านต่อ เปิดโพสต์”เทย์เลอร์ สวิฟต์”ประกาศเลือกข้างการเมืองครั้งแรก 

ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งพุ่งหลัง"เทย์เลอร์ สวิฟต์"แตะการเมือง

นับจากศิลปินมากพรสวรรค์วัย 28 ปี โพสต์ลงอินสตาแกรม ที่มีผู้ติดตามกว่า 112 ล้านคนเมื่อคืนวันอาทิตย์ ประกาศสนับสนุนผู้สมัครตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงเก้าอี้สมาชิกสภาคองเกรสรัฐเทนเนสซี บ้านเกิดของเธอ เรียกร้องให้คนออกไปโหวตและเตรียมพร้อมด้วยการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ก่อนหมดเขต 9 ต.ค.นี้  เวบไซต์ Vote.org กลุ่มไม่แสวงผลกำไรรณรงค์เลือกตั้งในสหรัฐเปิดเผยว่า ผ่านไป 24 ชม.  มีผู้เข้าไปลงทะเบียนใช้สิทธิกว่า 6.5 หมื่นคน ขณะทั้งเดือนกันยายน มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิทั่วประเทศไม่ถึง 2 แสน และยอดการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ยังเพิ่มต่อเนื่องเป็นประมาณ 1.66 แสนคนแล้ว โดยกว่า 40% อายุระหว่าง 18-24 ปี

คามารี กูทรี โฆษก  Vote.org บอกนิวยอร์กไทมส์ ว่า ไม่เคยเห็นปรากฎการณ์แบบนี้ ที่ยอดการลงทะเบียนใช้สิทธิ์เพิ่มแบบก้าวกระโดดใน 24 ชม. 36 ชม. หรือ 48 ชม.

ในเวลาต่อมา เวบไซต์ ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า อาจมีหลายปัจจัยที่มีผล รวมถึงการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ในหลายรัฐ จะหมดเขตในวันที่ 9 กระนั้น โพสต์ของสวิฟต์ ช่วยกระตุ้นคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากการโหวตเป็นนิสัยที่ต้องสร้างขึ้น

รัฐเทนเนสซี บ้านเกิดของสวิฟต์ เป็นรัฐที่เห็นการเพิ่มขึ้นชัดเจน มีผู้ลงทะเบียนกว่า 5 พันคนในเดือนตุลาคม เกือบครึ่งเป็นการลงทะเบียนในช่วง 36 ชม.ที่ผ่านมา เทียบกับทั้งเดือนกันยายนอยู่ที่ 2,811 คน

โพสต์ของสวิฟต์ ซึ่งมียอดกดไลค์กว่า 1.5 ล้าน เรียกเสียงชื่นชมจากฝ่ายซ้ายสหรัฐ แต่ถูกเยาะเย้ยจากฝ่ายขวา อาทิ ผู้ว่าการรัฐแอริโซนา ไมค์ ฮัคเคอร์บีจากรีพับลิกัน กล่าวว่าความเห็นของเธอไม่มีผล เว้นแต่เด็ก 13 จะมีสิทธิโหวต ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ที่เคยทวิตชื่นชมศิลปินสาวมากพรสวรรค์คนนี้มาโดยตลอด แต่หลังจากสวิฟต์ไม่เลือกข้างผู้สมัครรีพับลิกัน ทรัมป์ กล่าวว่า เอาเป็นว่า ผมชอบเพลงของเธอน้อยลง  25%

ตี๋น้อยติดเกมขโมยตังค์อาม่าเกือบหมื่่นแม่ให้เก็บกระดาษขาย

Published October 14, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/347367

ตี๋น้อยติดเกมขโมยตังค์อาม่าเกือบหมื่่นแม่ให้เก็บกระดาษขาย

ตี๋น้อย,ขโมยเงินอาม่า,ติดเกม,เก็บขวดกระดาษขาย

ขณะเด็กคนอื่นในจีนสนุกสนานในวันหยุดยาวโกลเดนวีคที่ผ่านมา แต่เด็กชายวัย 9 ขวบคนหนึ่งต้องมานั่งแยกกระดาษ-ขวดมาขายใช้หนี้ฐานขโมยเงินอาม่า

สามีภรรยาคู่หนึ่งในเมืองฉงชิ่ง ทางตะวันออกของจีน ตัดสินใจให้บทเรียนแก่ลูกชายวัย 9 ขวบ เด็กชายฮังกัง ให้รู้จักคุณค่าของเงิน หลังจากแอบใช้กระเป๋าเงินออนไลน์ของอาม่า 2,000 หยวน ( ราว 9,500 บาท) ในแอปพลิเคชั่น WeChat จ่ายซื้ออุปกรณ์สำหรับเล่นเกมมือถือเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

มีข่าวในสื่อจีนเป็นระยะเกี่ยวกับปัญหาเด็กๆใช้วอลเล็ตในโทรศัพท์มือถือของพ่อแม่จ่ายค่าเกมหรือซื้อของต่างๆผ่านเวบไซต์โดยไม่ขออนุญาต พ่อแม่ส่วนใหญ่เมื่อทราบเรื่องก็มักจะขอคืนเงินจากผู้ขายหรือเวบไซต์ แต่ในกรณีนี้ พ่อแม่คิดว่าควรให้บทเรียนที่จดจำไปตลอด

ทั้งสองให้ลูกชายทำงาน ด้วยเก็บกระดาษ หนังสือพิมพ์และขวดไปขายรีไซเคิล เพื่อนำเงินมาใช้คืนอาม่าทีละน้อย แม้แต่ในช่วงเทศกาลหยุดยาววันชาติ ก็ไม่ได้หยุด

มารดาของเด็กบอกสำนักข่าว Knews ว่า พอรู้ครั้งแรกว่าลูกชายแอบขโมยเงิน รู้สึกโกรธมากจนอยากจะตีเขา แต่คิดว่าอีกไม่นานเขาก็อาจจะทำอีก

หากไม่ได้ไปโรงเรียน ลูกชายก็จะต้องนั่งเก็บรวบรวมและคัดแยกขยะสำหรับรีไซเคิล  และห้ามเล่นเกมจนกว่าจะใช้หนี้ที่ก่อไว้จนครบ

พ่อแม่เด็กกล่าวว่าผ่านมาสองสัปดาห์ ลูกชายทำงานชั่วคราวที่ได้รับมอบหมายได้ดี มีการนัดเพื่อนบ้านไปเก็บขยะ แยกขวดและพับกระดาษแข็งกับกระดาษหนังสือพิมพ์มัดรวมไว้

เด็กชายกล่าวว่า เขาเข็ดแล้ว และจะไม่ขโมยเงินอีกอย่างเด็ดขาด งานแยกขวดกระดาษเขาทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่อาจใช้เวลานับปีกว่าจะใช้หนี้ได้หมด แต่เขาตั้งใจทำให้สำเร็จ

ชาวเน็ตจีนชื่นชมวิธีการของพ่อแม่ฮังกัง และมั่นใจว่าลูกชายจะไม่มีวันลืม และหลายคนเชื่อว่าหากพ่อแม่คนอื่นๆทำแบบนี้เหมือนกัน จีนคงไม่มี “ฮ่องเต้น้อย”มากมายอย่างทุกวันนี้

%d bloggers like this: