การเมือง

All posts in the การเมือง category

ประธาน กสม. ติง”กรธ.”จุดยืนไม่นิ่ง

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292333

ประธาน กสม. ติง”กรธ.”จุดยืนไม่นิ่ง

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เซ็ทซีโร่, นายวัส ติงสมิตร ประธาน, นายมีชีย, ประธาน กสม, ประธาน, กรธ, กสม, สนช, พรปกสม

ประธานกสม. เล็งหารือ กสม. หลัง สนช.ลงมติให้เซ็ตซีโร่ กสม. ทั้งคณะ แนะสนช.พิจารณาเหตุผลให้ถ่องแท้ อาจสร้างความคลางแคลงใจแก่สถาบันสิทธิมนุษยชนในอาเซียน

     เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 เวลา 15.30 น. นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)แถลงภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (พรป.กสม.) ในวาระสองและสาม ให้เซ็ตซีโร่ กสม.ชุดปัจจุบันทั้งคณะว่า ในฐานะประธาน กสม. ยอมรับผลการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายของ สนช. ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และจะนำมติของ สนช. เข้าหารือในที่ประชุม กสม. เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ที่สำคัญต้องรอฟังเหตุผลอย่างเป็นทางการจาก สนช. มาประกอบด้วย

     นายวัส กล่าวว่า ขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 เมื่อ สนช. พิจารณาร่าง พรป.กสม. แล้วเสร็จ ให้ส่งร่างฯ ไปให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง ในกรณีนี้คือ กสม. และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณา หากเห็นว่าร่างฯ ดังกล่าวไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ให้แจ้งประธาน สนช. ทราบภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างฯ และให้ สนช. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่ง จำนวน 11 คนขึ้นมาพิจารณา โดยประธานองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องเป็น 1 เสียงอยู่ในคณะนี้ ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่าควรจะต้องเดินไปตามครรลองที่รัฐธรรมนูญกำหนด และจะทำตามเงื่อนเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้โดยเร็ว

      “ผมรับได้ทุกอย่าง แต่ความเห็นของฝ่ายใดจะมีน้ำหนักยังมีขั้นตอนที่ดำเนินการได้ และสุดท้ายองค์กรประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน” ประธาน กสม. ระบุและยืนยันว่า กสม.ชุดปัจจุบันได้ผ่านการพิจารณาจาก สนช.ชุดนี้เมื่อปลายปี 2558 โดยกระบวนการตามกฎหมายเก่า แต่การสรรหาก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า กสม.ชุดปัจจุบันมีความหลากหลายตามหลักการปารีส ทั้งนี้หลักการปารีสไม่ได้เขียนว่าหากกระบวนการสรรหาไม่หลากหลายแล้วจะต้องให้ กสม.ชุดนั้น ๆ พ้นจากหน้าที่แต่อย่างใด”

      ส่วนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่า กสม.ไทยไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศทำให้ต้องไปประชุมในฐานะทีมงานของกระทรวงการต่างประเทศนั้น นายวัส กล่าวว่า เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ขอยืนยันว่า กสม. ไม่ได้ไปประชุมในฐานะทีมงานของกระทรวงการต่างประเทศ ต่างคนต่างมีบทบาทของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการประจำอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี กสม.ไทยถือว่ามีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียมกับประเทศภาคีสมาชิกอื่น

     “เป็นที่น่าสังเกตว่า กรธ.อ้างเหตุผลจากต่างประเทศเพื่อเซ็ตซีโร่ กสม.ชุดนี้ แต่จุดยืนของ กรธ. ไม่นิ่ง เห็นได้จากในร่าง พรป.กสม.ของ กรธ.ฉบับวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 มีบทบัญญัติเรื่องความคุ้มกันการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต กสม.ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งหรือทางอาญา แต่ในร่างที่ กรธ. ส่งเข้า สนช. กลับถอดหลักเกณฑ์ข้อนี้ออกไป ครั้นมี สนช. สอบถามในการประชุมพิจารณาวาระแรกขั้นรับหลักการเมื่อวันที่  30 มิถุนายน 2560 ฝ่าย กรธ. กลับตอบว่าใส่หลักเกณฑ์ข้อนี้ไม่ทัน จะขอไปใส่ในชั้น สนช. และเป็นผู้แทนของ กสม. ที่ได้เสนอขอให้ใส่ความคุ้มกันกลับเข้าไปในร่าง พรป.กสม. เพราะหากไม่มีมาตรการดังกล่าวนี้ กสม.ไทยจะไม่มีทางเรียกสถานะ A กลับคืนมาได้” ประธาน กสม. ระบุ

     นายวัส กล่าวด้วยว่า กสม.ชุดปัจจุบันมีผลงานเป็นที่ชื่นชมในเวทีระหว่างประเทศและได้รับคำชมเชยว่าเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และที่สำคัญ ได้ดำเนินการผลักดันให้รัฐบาลและภาคธุรกิจร่วมกันลงนามในปฏิญญาว่าจะนำหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติมาปฏิบัติใช้ในประเทศ อันเป็นกลไกผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน จนเลื่องลือไปยังสหภาพยุโรปและทั่วโลก จึงอยากให้ สนช. พิจารณาเหตุผลให้ถ่องแท้ เพราะการเซ็ตซีโร่หรือแม้กระทั่งลดวาระการดำรงตำแหน่งของ กสม.ชุดปัจจุบัน อาจจะสร้างความคลางแคลงใจแก่สถาบันสิทธิมนุษยชนในอาเซียนและองค์การระหว่างประเทศได้

       อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

     แร๊งงง!!! ประธาน กสม. แถลงดุ “รับใช้ต่างชาติ อยู่ไม่ได้!”

เลขาสมาคมนักข่าวฯติงรัฐพึงระวัง”แทรกแซงสื่อ

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292306

เลขาสมาคมนักข่าวฯติงรัฐพึงระวัง”แทรกแซงสื่อ

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แทรกแซงสื่อ, นายมงคล บางประภา     เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, เลขาฯสมาคมนักข่าว, กกต

เลขาสมาคมนักข่าวฯ ติงรัฐพึงระวัง”กระทบเสรีภาพ-แทรกแซงสื่อ แนะพบกันครึงทาง ทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

เลขาสมาคมนักข่าวฯติงรัฐพึงระวัง"แทรกแซงสื่อ

         กระผมในฐานะเลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอแสดงความห่วงกังวล ต่อกรณีที่ รัฐบาล โดยรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ดำเนินการเชิญบรรณาธิการสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อประชุมเตรียมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 21 – 22 สิงหาคมนี้นั้น

เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวอาจถูกมองได้ว่าเป็นการสร้างแนวทางปฏิบัติที่มีผลกระทบต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในทางตรงหรือทางอ้อม หรือเข้าข่ายเป็นการจำกัดทางเลือกในการใช้เสรีภาพตัดสินใจของสื่อมวลชน ทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดหลักสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ดังที่รัฐธรรมนูญมาตรา 184 ที่บัญญัติว่า “สส. ส.ว.พึงระวัง แทรกแซง ขัดขวางการใช้สิทธิของสื่อ ไม่ว่าทางตรงหรืออ้อม”

วิธีการที่เหมาะสม และแสดงถึงความเคารพในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งกันและกันนั้น คือการหารือในลักษณะของการเสนอให้ความร่วมมือ เอื้ออำนวยความสะดวกในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ในขอบเขตที่ไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้องทั้งเอื้อต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของสื่อในการตัดสินใจทำข่าว หรือนำเสนอข่าวดังกล่าวหรือไม่ มากกว่าการกำหนดบุคคล หรือประเด็นให้สื่อไปทำข่าว ซึ่งเป็นไปในทำนองการกำหนดวาระชี้นำต่อสื่อมวลชนเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลมากกว่าประโยชน์ของส่วนรวม

ขอยกตัวอย่างที่หลายองค์กรมีการปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานอยู่ เช่นสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ดำเนินการประสานสื่อมวลชนในการทำข่าวการรายงานผลการเลือกตั้ง โดย กกต. จะไม่มายุ่งกับสื่อว่าจะต้องไปทำข่าว กกต. คนใดใน กกต. ทั้งห้าคน เพียงแค่อำนายความสะดวกในการแจ้งหมายข่าว สถานที่ หรือยานพาหนะรวมทั้งการจัดสถานที่ให้กับสื่อมวลชนเท่านั้น

       “การทำให้สื่อสนใจในกิจกรรมของรัฐมนตรีใด อยู่ที่ศิลปะการบริหารจัดการให้เกิดสิ่งดึงดูดความสนใจของสาธารณะ และขึ้นกับสาระสำคัญของกิจกรรมนั้น ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับรัฐบาลใดก็ตาม จนไม่เป็นการปฏิรูปการทำงานของราชการ และการรายงานข่าวของสื่อมวลชน จนอาจเกิดปรากฏการณ์เพียงแค่รัฐมนตรีไปตัดริบบิ้น ปล่อยลูกโป่ง ก็มากะเกณฑ์ให้สื่อมวลชนให้ไปทำข่าว” เลขาธิการสมาคมนักข่าวกล่าว

จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพึงระมัดระวังการดำเนินการใดที่กระทบต่อเสรีภาพโดยชอบในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และขอสนับสนุนความร่วมมือในการทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายเพื่อประโยชน์ของสาธารณะเป็นสำคัญ

นายมงคล บางประภา

   เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

แขวะ“ไก่อู”ยืมมือเพื่อนทำข่าวมาออก“เอ็นบีที”

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292288

แขวะ“ไก่อู”ยืมมือเพื่อนทำข่าวมาออก“เอ็นบีที”

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทีวีดิจิตอล, เอ็นบีที, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ดรมานะ ตรีรยาภิวัฒ, ไก่อู, ดรมานะ, สื่อ, พีอาร์รัฐ, ครม

“ดร.มานะ”แนะ“สื่อ” ทบทวนบทบาท เป็น“พีอาร์รัฐ”หรือไม่ ชี้ ถ้าทำตามคำขอ เท่ากับขายเสรีภาพ แขวะ “ไก่อู”ทำไมไม่ไปซื้อเวลาช่องอื่นแทนยืมมือเพื่อนทำข่าวมาออกเอ็นบีที

          เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2560 ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือสื่อสถานีโทรทัศน์เอกชนทุกช่องลงพื้นที่ติดตามภารกิจรัฐมนตรีแต่ละคนระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจรที่ จ.นครราชสีมา 21-22 ส.ค. 2560 มีความเหมาะสมหรือไม่ว่าเรื่องนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างการทำหน้าที่นักประชาสัมพันธ์ของภาครัฐกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนต้องมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนหากเป็นสื่อของรัฐมีภารกิจประชาสัมพันธ์งานของรัฐก็สามารถทำแบบนั้นได้

          แต่ถ้าเป็นสื่อเอกชน สิ่งสำคัญคือความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการรวม ถึงนักข่าวจะมีหลักในการพิจารณาเองว่าจะเลือกทำข่าวใครหรือไม่อย่างไร ดังนั้นควรรู้ว่าขอบเขตของตัวเองควรอยู่แค่ไหนเพราะนานาประเทศเขาเรียนรู้เรื่องการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

“ผมคาดเดาว่าการที่สื่อหลายสำนักให้ความร่วมมือเพราะอาจมีประเด็นที่ต้องการคืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจหรือไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกันหรือไม่ ก่อนหน้านี้มีการเรียกร้องให้ออก มาตรา 44 เพื่อเปิดทางให้มีการคืนช่องกับกสทช.จะไม่รับฝากก็ไม่ได้หรืออาจจำเป็นต้องทำตาม ดังนั้นสื่อเองต้องกลับมาทบทวนด้วยว่าตัวเองทำหน้าที่อะไร เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ภาครัฐหรือเปล่า หรือมีความเป็นอิสระทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ถูกต้อง” นายมานะ กล่าว

ดร.มานะ กล่าวอีกว่า กรมประชาสัมพันธ์ไม่มีอำนาจหน้าที่สั่งการใดๆต่อสื่อทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับสื่อเองจะเข้มแข็งเพียงพอหรือไม่กับการยึดถือเสรีภาพในการทำหน้าที่ ถ้าตัวเองยอมตามเขา ก็หมายความว่าคุณก็ขายเสรีภาพตัวเองไป ถ้าเป็นแบบอีกหน่อยคงมีอะไรมาขอความร่วมมืออีกเยอะ

เมื่อถามว่า พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ชี้แจง ไม่ได้บังคับสื่อในเรื่องดังกล่าวให้อิสระในการทำข่าว แต่ขอแค่ให้นำมาออกอากาศผ่านช่องเอ็นบีทีด้วย นายมานะ กล่าวว่า “มันตลกงัย เอ็นบีทีก็คือทีวีดิจิตอลของรัฐทำไมไม่ไปซื้อโฆษณาหรือเวลาของทีวีช่องอื่นๆ จะมาขอความร่วมมือทำไม เรื่องนี้สะท้อนกรอบความคิดของผู้เกี่ยวข้องว่าความเข้าใจการทำงานของสื่อว่ามีมากน้อยแค่ไหนเข้าใจเรื่องเสรีภาพสื่อมากน้อยแค่ไหน”

เย้ยคกก.ปฎิรูป เหมือนเปลี่ยนหน้ากากรถเมล์

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292276

เย้ยคกก.ปฎิรูป เหมือนเปลี่ยนหน้ากากรถเมล์

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถามกลับปชชมีส่วนร่วมแค่ไหน, เชื่อ8เดือนไม่เสร็จ, แค่เปลี่ยนหน้ากากรถเมล์, คกกปฏิรูป, อนุสรณ์เอี่ยมสะอาด, เพื่อไทย, เย้ยคกกปฎิรูป, คสช, สปช, สปท

เพื่อไทย” เย้ยคกก.ปฎิรูป เหมือนเปลี่ยนหน้ากากรถเมล์ ฝากความหวังไม่ได้ เชื่อ 8 เดือนไม่สำเร็จ ถามกลับประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปแค่ไหน?

         วันที่ 17 ส.ค. 2560 – นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปโดยขีดเส้นแผนปฏิรูปจะต้องออกมาภายใน8เดือนว่าประชาชนคงไม่ได้คาดหวังอะไรจากคณะกรรมการปฏิรูปเพราะที่ผ่านมาตั้งแต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)ก็ไม่เห็นมีการปฏิรูปอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่รัฐบาลและคสช.นำไปปฏิบัติการปฏิรูปประเทศที่ดำเนินมาถึงเฟส3เหมือนการต่อรถโดยไม่มีจุดหมายการเดินทางแต่ละครั้งคนที่ตั้งให้มาปฏิรูปก็มาจากกลุ่มที่มีความเชื่อทัศนคติแบบเดียวกันกับเครือข่ายแม่น้ำ5สายซึ่งต่อยอดมาจากเวทีชุมนุมนกหวีด

        “เป็นเหล้าเก่าในขวดเก่าแต่มาตกแต่งเปลี่ยนชื่อหลักการเดียวกันกับการปรับปรุงรถเมล์ที่ทำได้แค่เปลี่ยนหน้ากากแต่ตัวถังเก่าเครื่องยนต์เก่าแล้วประชาชนจะฝากความหวังได้” นายอนุสรณ์ กล่าว

          ทั้งนี้การปฏิรูปโดยยึดหลักนำของเก่ามาย้อมแมวทาสีใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องให้โอกาสหรือไม่ให้โอกาสแต่เห็นว่ามันเป็นไปได้ยากถ้าวิธีการคิดแบบนี้สำเร็จคงสำเร็จนานแล้วคงไม่มาสำเร็จเอาในช่วง8เดือน หลังจากนี้ประเทศไทยอุดมไปด้วยนักยุทธศาสตร์นักคิดแต่ขาดนักปฏิบัติที่พร้อมลงมือทำให้สำเร็จแผนปฏิรูปต่างๆที่กำลังจะออกมาก็คงไม่พ้นออกเป็นคำสั่งให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งเป็นผู้ปฏิบัติใช่หรือไม่

          อย่างไรก็ตามประชาชนคงสับสนกับความหลากหลายขององค์กรและกรรมการปฏิรูปที่มีเต็มไปหมดในอนาคตอาจต้องตั้งกรรมการปฏิรูปเพื่อมาปฏิรูปงานปฏิรูปที่ทำกันอยู่หรือไม่ขอถามว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปแค่ไหนงานปฏิรูปที่คิดเอาเองแต่ฝ่ายเดียวพวกเดียวไม่มีความเชื่อมโยงกับประชาชนไม่เปิดรับแนวคิดที่แตกต่างหลากหลายโอกาสสำเร็จยากมาก

รัฐบาลใหม่ถ้าอึดอัดแก้แผนการปฏิรูปได้

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292261

รัฐบาลใหม่ถ้าอึดอัดแก้แผนการปฏิรูปได้

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ใหม่, แผนการปฏิรูปฯ, ตัด, เสื้อ, เปรียบ, คมชัดลึก, วิษณุ, รัฐบาล, สนช, ครม

“วิษณุ” เผย “รัฐบาล” ใหม่ แก้แผนการปฏิรูปฯ ได้ เปรียบวันนี้เหมือนตัดเสื้อให้คนข้างหน้าใส่ ถ้าอ้วนหรือคับไป ก็หาผ้ามาตัดใหม่

 

 

17 ส.ค. 60 – นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่าบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศจะก่อให้เกิดปัญหากับรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ไม่สามารถคิดหรือกำหนดนโยบายได้ เพราะต้องทำตามแผนปฏิรูปที่กำหนดไว้ ว่า ไม่ถึงขนาดนั้น รัฐบาลหลายชุดได้คิดเรื่องการปฏิรูปมาโดยตลอด แต่อาจทำได้ไม่เต็มที่ วันนี้ปฏิรูปเรื่องเดียวกันกับที่รัฐบาล 5-7 ชุดก่อนหน้านี้ทำ เพียงแต่มีมาตรการทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ถึงกับทำให้รัฐบาลชุดหน้าอึดอัด ทำอะไรไม่ได้ เพราะรัฐบาลใหม่สามารถแก้ไขแผนการปฏิรูปประเทศที่จะทำใน 8 เดือนได้ รวมทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลได้ด้วย และ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 นั้น สภาฯใหม่ก็สามารถแก้ไขได้ เพราะ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาสามารถแก้ไขกฎหมายได้ แต่ต้องระวัง หากประชาชนเรียกร้องการปฏิรูปแล้วไปทำอะไรฝืนความรู้สึก โดยไม่มีเหตุผลก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้

“ที่จะเป็นปัญหาคือรัฐบาลใหม่ สภาฯใหม่ยอมปฏิบัติตามแล้วมานั่งอึดอัด วันนี้เหมือนตัดเสื้อให้คนข้างหน้าใส่ ถ้าคนข้างหน้าที่เข้ามาแล้วอ้วนไป คับไปก็หาผ้ามาตัดเสื้อใหม่ จะใส่เสื้อเดิมแล้วบ่นว่าอึดอัด คับไป หลวมไป ก็เหมือนประกาศคณะปฏิวัติผ่านไปจนถึงรัฐบาลเลือกตั้งหลายชุดทำไมไม่เลิกเสีย ไม่แก้” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ ยังได้กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ว่า มีเวลาถึงปลายเดือนส.ค.นี้ที่จะเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. มอบหมายให้เชิญหลายคน และผู้ใหญ่บ้างแล้ว บางท่านรับ บางท่านไม่รับด้วยเหตุผลว่าขออยู่ช่วยข้างหลัง เพราะติดไปต่างประเทศบ่อยไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ตลอด ตรงนี้เป็นซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติที่มีนายกฯเป็นประธาน มีคณะกรรมการโดยตำแหน่ง 13 คน มาจากฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ มีผู้ทรงคุณวุฒิ 17 คน ที่ต้องหาเข้ามา ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวจะประชุมเดือนละ 1 ครั้ง แต่ที่ประชุมทุกสัปดาห์ คือ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ อย่างน้อยที่มี 6 ด้านตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ ซึ่งซุปเปอร์บอร์ดจะเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 6 คณะในภายหลัง.

“ดีเอสไอ” จ่อขยายผล “กลุ่มอิทธิพล” รุกที่ราชพัสดุ

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292193

“ดีเอสไอ” จ่อขยายผล “กลุ่มอิทธิพล” รุกที่ราชพัสดุ

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

ดีเอสไอ, จ่อขยายผล, กลุ่มอิทธิพล, รุกที่ราชพัสดุ

ดีเอสไอจ่อขยายผลถึงกลุ่มทุน-ผู้มีอืทธิพลเบื้องหลังการบุกรุกที่ราชพัสดุด่านมะขามเตี้ยนับ1,000ไร่พบหลักฐานเชื่อมโยงผู้ประกอบการตัวจริง

        เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2560 – แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เปิดเผยว่าภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ ในอ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมเช่นเลขที่การใช้ไฟฟ้า เลขที่บ้านซึ่งมีรายละเอียดว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างและผู้ประกอบการที่แท้จริงเป็นใคร รวมถึงโรงงานที่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรก็ให้ข้อมูลชัดเจนว่าเป็นกลุ่มทุนเอกชน4-5รายเข้าไปกว้านซื้อที่ดินเปล่า จากชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ โดยอ้างเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่2

          ดังนั้น จะต้องพิสูจน์จากภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังว่า ชาวบ้านเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวก่อนมีการประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินให้พื้นที่ที่มีบริเวณติดกับแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเป็นพื้นที่ความมั่นคงในปี2481จริงหรือไม่

          ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดกำลังดำเนินการตรวจพิสูจน์อยู่ ส่วนพื้นที่ดังกล่าวมีกองพลทหารราบที่9เป็นผู้ดูแลปัจจุบันได้มีการกั้นแนวเขตไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม

          อย่างไรก็ตามดีเอสไอยังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ในจังหวัดกาญจนบุรีอีกหลายแห่ง มีเนื้อที่เกือบ1,000 ไร่ขณะที่นายทุนบางรายเป็นผู้มีอิทธิพลซึ่งดีเอสไอจะขยายผลดำเนินคดีกับนายทุนกลุ่มนี้ต่อไปด้วย

สนช. เสียงแตกโหวตสถานะ กสม.

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292128

สนช. เสียงแตกโหวตสถานะ กสม.

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

คมชัดลึก, กสม, สถานะ, โหวต, แตก, เสียง, สนช, สนช, เสียงแตกโหวตสถานะ, กสม, กมธ, กรธ

สนช. ยังเสียงแตกโหวตสถานะ กสม. เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เห็นด้วยมติกมธ.แก้ไขให้กสม.อยู่ในตำแหน่งจนครบ 3 ปี ขณะที่ อีกกลุ่มเห็นด้วยแนวทาง กรธ. เซตซีโร่กสม.ทุกคน

 

 

16 ส.ค. 60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 17 ส.ค.มีวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในวาระที่ 2 และ 3 ภายหลังคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญที่มีพล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล สมาชิกสนช.เป็นประธานคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว

สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องมีการพิจารณาลงมติบทบัญญัติมาตรา 60 ว่าด้วยการดำรงอยู่ของกสม.ชุดปัจจุบัน ซึ่งคณะกมธ.วิสามัญได้แก้ไขให้กสม.สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบ 3 ปีนับตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่ง แต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ที่เป็นกมธ.ไม่เห็นด้วย โดยควรให้ออกจากตำแหน่งทั้งหมดและให้ทำหน้าที่รักษาการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีกสม.ชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่เหมือนกับกรณีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของสนช.ที่จะพิจารณาประเด็นดังกล่าวยังมีความเห็นแตกออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก เห็นควรลงมติเห็นชอบกับที่กมธ.แก้ไขให้กสม.อยู่ในตำแหน่งไปจนครบ 3 ปี เพราะกสม.ชุดปัจจุบันมาจากการเลือกโดยถูกต้องจากสนช.ชุดนี้ตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่ อีกกลุ่มเห็นด้วยกับแนวทางของกรธ.ที่เซตซีโร่กสม.ทุกคน อย่างไรก็ตาม ทางคณะกมธ.วิสามัญอาจจะเสนอให้มีปรับแก้ไขเนื้อหากลางที่ประชุมสนช.เพื่อให้เกิดความสมดุลมากที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้มติของสภามาหักล้างอีกฝ่าย.

ศาลปกครองเตรียมชี้ขาด คดี “ยิ่งลักษณ์”ขอทุเลายึดทรัพย์

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292120

ศาลปกครองเตรียมชี้ขาด คดี “ยิ่งลักษณ์”ขอทุเลายึดทรัพย์

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

คมชัดลึก, ยึดทรัพย์, ทุเลา, ขอ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ชี้ขาด, เตรียม, ศาลปกครอง, คดี, ยิ่งลักษณ์, พธม

ศาลปกครองเผย คลัง ส่งคำชี้แจงอายัดบัญชีเงินฝาก “ยิ่งลักษณ์” แล้ว รอรวมข้อเท็จจริงก่อนส่งตุลาการผู้แถลงคดีทำความเห็นส่วนตน คาดใช้เวลา 2 สัปดาห์ เสนอองค์คณะชี้ขาด

เมื่อวันที่ 16 ส.ค.60 เวลา 13.00 น. นายสมชาย งามวงศ์ชน ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสูงสุดในฐานะโฆษกศาลปกครอง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครองครั้งที่ 2 หลังจากกระทรวงการคลัง ให้กรมบังคับคดี เริ่มดำเนินมาตรการยึดอายัดทรัพย์สินบัญชีเงินฝากว่า หลังจากที่ตุลาการเจ้าของสำนวน มีคำสั่งแจ้งให้กระทรวงการคลัง ผู้ถูกฟ้อง ส่งคำชี้แจงต่อศาลภายใน 15 วัน ขณะนี้ทราบว่าผู้ถูกฟ้องได้ส่งเอกสารคำให้การชี้แจงข้อเท็จจริงต่อองค์คณะเมื่อสัปดาห์หน้าที่ผ่านมาก่อนครบกำหนด 15 วันดังกล่าวแล้ว จากนั้นตามขั้นตอนองค์คณะก็จะรวบรวมเอกสารข้อเท็จจริงเพื่อส่งให้ตุลาการผู้แถลงคดีร่วมตรวจดูและทำความเห็นส่วนตน โดยขั้นตอนนี้ที่ตุลาการผู้แถลงคดีจะทำความเห็นน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ซึ่งคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนถือเป็นคดีเร่งด่วนอยู่แล้ว และเมื่อตุลาการผู้แถลงคดีได้ทำความเห็นส่วนตนเสนอองค์คณะแล้ว ถ้าองค์คณะคำสั่งยกคำร้องการขอทุเลาของผู้ฟ้อง คำสั่งของศาลปกครองกลางนี้ถือเป็นที่สุดอุทธรณ์ไม่ได้แต่สามารถยื่นคำร้องได้ใหม่หากเกิดเหตุใหม่ แต่ถ้าศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาอย่างหนึ่งอย่างใดคู่ความที่ไม่เห็นด้วยสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้

เมื่อถามว่า ส่วนคดีอาญาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังจะตัดสินวันที่ 25 ส.ค.นี้ จะมีผลต่อการพิจารณาคดีปกครองในศาลปกครองหรือไม่ นายสมชาย โฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า ถ้าประเด็นในคดีอาญา มีข้อที่เกี่ยวข้องกับประเด็นพิจารณาในคดีปกครองก็สามารถหยิบยกมาพิจารณาด้วย ตัวอย่างคดีอาญาการสลายม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ศาลยกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวสดิ์อดีตนายกฯ และนายตำรวจ แต่ในส่วนคดีปกครอง ที่ศาลปกครองเคยตัดสินให้หน่วยงานรัฐชดใช้ค่าสินไหมกับผู้ชุมนุมที่ได้รับความเสียหายนั้น ก็พิจารณาว่าการกระทำนั้นเกิดจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่

ขณะที่นายนพดล หลาวทอง ทนายความของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ รับผิดชอบคดีปกครอง กล่าวว่า ในส่วนของผู้ฟ้องได้ยื่นเอกสารประกอบคำร้องขอทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงการคลังและกรมบังคับให้ศาลแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งจากศาลที่จะให้เรายื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด หลังจากนี้ต้องรอว่าศาลจะแจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องยื่นเอกสารใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หรือจะต้องเรียกไต่สวนบุคคลใดหรือไม่ หรือศาลได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้วอาจจะแจ้งวันนัดฟังคำสั่งการขอทุเลาต่อไป

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292087

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

คมชัดลึก, พระมหากษัตริย์, สถาบัน, คือ, ที่สำคัญที่สุด, ความมั่นคง, ยุทธศาสตร์, นายกฯ, ประยุทธ์

“ประยุทธ์” ชี้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์ เผยทรงพระเมตตาไม่อยากให้ถูกลงโทษเรื่องหมิ่นสถาบัน ระบุวันนี้ทุกคนทำตัวเป็นตำรวจกันหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การจัดสรรงบประมาณจะต้องมีมิติด้านความมั่นคงด้วย ขอให้หน่วยงานต่างๆนำไปคิด ว่าแต่ละพื้นที่ทั้งระดับภาคและระดับจังหวัด วางภาระกิจของตัวเองอย่างไร ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยทั้งหมดได้เขียนไว้ในกรอบยุทธศาสตร์ชาติแล้ว และคิดว่ากรอบที่วางไว้ไม่มีอะไรผิด เป็นสิ่งที่ควรทำให้เป็นบรรทัดฐาน เพื่อเป็นแนวทางในการเดินต่อไปข้างหน้า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะกำกับดูแลในช่วง 5 ปีแรก เชื่อว่าช่วง 5 ปีแรกทุกอย่างจะเข้าที่ โดยประเทศเริ่มมั่นคงและมีทิศทาง ทั้งนี้การดำเนินการต่างๆต้องสร้างความเข้าใจร่วมกับประชาชนอย่าคิดเองอย่างเดียวไม่เช่นนั้นจะถูกประชาชนต่อต้าน หากรัฐไม่ร่วมมือกับประชาชนสิ่งที่จะทำก็จะไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะจัดสรรงบประมาณอย่างไรก็ตาม

พลเอกประยุทธ์กล่าวต่อว่ายุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งถือเป็นองค์กรสำคัญเป็นหนึ่งในหลักของประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่เราต้องเคารพเทิดทูนและรักษาไว้ยิ่งชีวิตสำหรับเราเป็นข้าราชการ เป็นรัฐมนตรี ต้องเพิ่มประชาชนเข้าไปให้อยู่ในใจ เพราะเราปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีมาเกือบ 1000 ปีมีพระมหากษัตริย์มาตลอด ฉะนั้นหน้าที่ของพวกเรา สิ่งแรกจะต้องเชิดชูสถาบันด้วยความจงรักภักดีปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพไม่ได้เราต้องหนักแน่นวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเยอะ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และวันนี้จะเปิดวีดีทัศน์ ที่อยู่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานให้มาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อจะให้เห็นว่าพระองค์ทรงใช้คำว่าสืบสานรักษาและต่อยอดภูพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ทรงทำอะไรไว้และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระองค์ทรงสืบทอดสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 นายทรงทำไว้พวกเราทุกคนต้องสานต่อสิ่งเหล่านี้ ตามแนวทางที่ส่งพระราชทานไว้ซึ่งไม่ได้มีอะไรผิดเลยทั่วโลกยังได้นำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ขณะเดียวกันบนเวทีสหประชาชาติและทุกการประชุมก็ได้นำแนวทางดังกล่าวไปถ่ายทอดทุกครั้งซึ่งทุกคนก็ยอมรับ วันนี้รัฐบาลได้สรุปออกมาแล้วว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้างซึ่งมีถึง 8-9 กิจกรรม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะด้านการเกษตรเพียงอย่างเดียว

“เรื่องการตรวจสอบกระทำความผิด อะไรก็แล้วแต่ผู้ที่เผยแพร่สิ่งที่ไม่เหมาะสมวันนี้สถาบันทรงพระเมตตาทรงรับสั่งเสมอว่าไม่อยากให้ประชาชนต้องถูกลงโทษด้วยเรื่องเหล่านี้ซึ่งประชาชนบางคนก็รู้กฎหมาย แต่ก็พยายามจะทำอยู่เหมือนพยายามที่จะต่อต้านกฎหมายซึ่งก็คือกฎหมายฉบับหนึ่งเหมือนฉบับอื่นๆ และพระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานอภัยโทษ นิรโทษกรรมมาโดยตลอดแต่ก็ยังมีคนพยายามจะทำอยู่ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าสถาบันไปทำอะไรให้เดือดร้อน ผมพยายามจะคิดแบบที่เขาคิด แต่ก็คิดไม่ออก คิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นไม่เข้าใจเหมือนกัน ฉะนั้นให้นึกถึงว่าพระองค์ท่านทรงมีพระเมตตามาตลอดพระองค์ท่านไม่อยากให้มีการลงโทษอะไรต่างๆ ซึ่งกฎหมายนี้พระองค์ท่านไม่ได้เป็นคนออกแต่ทุกรัฐบาลเป็นคนออกกฎหมายนี้มา เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้เข้าใจด้วยพระองค์ท่านใช้กฎหมายไม่ได้ พระองค์ท่านพระราชทานอำนาจทั้ง 3 อำนาจมาให้รัฐบาลเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องปกป้องพระองค์ท่าน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจรวมทั้งเร่งขยายผลโครงการตามแนวพระราชดำริ ตามหลักการทรงงานของพระองค์ท่านทุกพระองค์

พล.อ.ประยุทธ กล่าวอีกว่า เรื่องการปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการเมืองให้สามารถขจัดคอร์รัปชั่นมีกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงเยอะระบบโซเชี่ยลมีเดีย กว้างขวางใครจะเขียนหรือนึกอะไรก็ได้แต่อยู่ที่เราว่าจะเชื่อแค่ไหน เรามีหลักคิดหลักการของตัวเองในการอ่าน เสพ และเชื่อหรือไม่นั่นคือความแตกต่างคนที่พัฒนากับคนที่ยังไม่พัฒนา ต้องให้เขาพัฒนาไปด้วยกันโดยมีหลักคิดพื้นฐานที่ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่ทำให้เกิดปัญหา

“วันนี้ข่าวในโซเชียลมีเดีย หรือข่าวทุกช่องทุกคนทำหน้าที่เป็นตำรวจกันหมดโอเคถือว่าดี แต่อย่าไปตัดสินเอง วันนี้จากการตามเป็นตำรวจ เป็นเจ้าหน้าที่เองแล้วยังไปเป็นศาลตัดสินทุกอย่างอันนั้นผิดอันนี่โน้น อันนี้ใช่หรือไม่ใช่ สรุปเลยทำให้ปั่นป่วนกันไปทั้งหมด ที่ประชาชนมาเฝ้าระวังถือเป็นเรื่องเดียวต้องขอบคุณแต่ก็ขอให้แจ้งมาตามช่องทางเพื่อนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดการตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมผมไม่เคยไปก้าวล่วงสักคำที่ผ่านมาหน้าที่ของรัฐบาลคือนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมส่วนจะติดตัวถูกไปสู้กันที่ศาลซึ่งก็มีทนายสามารถอุทธรณ์ได้ มันรังแกกันไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งซึ่งหน้าเข้าใจแต่ยังไม่พอใจที่สุดอย่างที่ตนบอก มันมีการจุดชนวนติดเชื้อต่างๆขึ้นมาอีกมากมายทุกวันตื่นเช้ามาก็เจอแล้ว เปิดโทรทัศน์ก็เจอบางเรื่องมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องนำมาขยายความหรือต้องนำมาสร้างความขัดแย้งเพิ่มแต่ก็ไปกันใหญ่โตแล้วที่เราจะทำในวันนี้ไม่ได้รับความสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไกลตัวประชาชนมากเกินไป หันไปสนใจเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งอยู่ทุกวันถ้าเป็นต้นไม้เขาเรียกว่าสนใจแต่กระพี้ ซึ่งเป็นแค่เปลือกนอกของต้นไม้โดยไม่สนใจว่าเนื้อไม้คือต้นไม้จากอะไร กระพี้พอโตขึ้นไปด้วยสมัยกลายเป็นปุ๋ย ไม่ต้องสนใจแก่นของมันประโยชน์ของต้นไม้ด้วย เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้รักษาป่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความรู้ให้มาก ต้องเข้าใจว่าประเทศประกอบด้วยแผ่นดิน พื้นน้ำ อากาศ และคน จึงเรียกว่าประเทศ ถ้าทั้ง 3 อย่างไม่เข้มแข็ง ประเทศนั้นก็อ่อนแอ อยู่ม่ได้ แต่วันนี้ประเทศไทยยังแข็งแรงอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การขจัดปัญหาคอรัปชั่นที่สื่อรายงานข่าวว่า แก้ปัญหาได้ดีการทุจริตคอรัปชั่นไม่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ลดลงมันดีหรือเปล่าตนไม่รู้ เรื่องการแก้ปัญหาคอรัปชั่นถ้าจะให้ได้ 100% อยู่ที่ผู้ให้และผู้รับอยู่ที่เจ้าหน้าที่เรียกหรือเจ้าหน้าที่ไม่เรียกก็ดันเสนอให้เขาและต้องการอำนวยความสะดวก ต้องงการทำสัญญาเข้ามา พอเข้าไม่ได้ก็ไปฟ้องคนที่ได้ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาตลอด จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องหาทางแก้ปัญหาว่าจะทำอย่างไรจะโทษกันไปมาคงแก้ไม่ได้ ไม่ได้โทษข้าราชการโดยกลุ่มธุรกิจ เพราะวันนี้กลุ่มธุรกิจดีๆที่มาร่วม พลังประชารัฐ ถึง 12 กลุ่มก็ถูกต้านกันไปมาจนเสียหายหมด

“วิษณุ”เผยตั้ง“สนง.ทรัพยากรน้ำฯ”สิ้นเดือนส.ค.เสร็จ

Published August 18, 2017 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/292042

“วิษณุ”เผยตั้ง“สนง.ทรัพยากรน้ำฯ”สิ้นเดือนส.ค.เสร็จ

เสร็จสิ้นเดือนสค60, สนงทรัพยากรน้ำฯ, นายวิษณุ เครืองาม, วิษณุ, สนงทรัพยากรน้ำฯ, สำนักนายกฯ, คสช

“วิษณุ”เผย ตั้ง “สนง.ทรัพยากรน้ำฯ” ขึ้นตรง “สำนักนายกฯ” เสร็จสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ หวัง แก้ปัญหาระบบสั่งการที่ใช้เวลานาน ยัน ระบบการทำงานไม่ซับซ้อน

          เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2560 เวลา18.00น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ  เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือเกี่ยวกับการตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าการตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เห็นชอบโดยอำนาจตามมาตรา44 จะดำเนินการเสร็จภายในสิ้นเดือนส.ค.256นี้ โดยจะโอนกรมทรัพยากรน้ำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาอยู่ภายใต้กำกับสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อทำให้การสั่งงานดีขึ้น โดยภารกิจจะมีมากขึ้นเพราะที่ผ่านมาการสั่งการแก้ปัญหาใช้เวลานาน

         “ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งกระทรวงน้ ำเนื่องจากการตั้งกระทรวงน้ำถือเป็นแผนงานในระยะที่สองซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินจะต้องไปศึกษาการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบันกระจายอยู่ใน10กระทรวงมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง30 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง30หน่วยมีพระราชบัญญัติ30ฉบับจึงเป็นเรื่องยากที่จะนำหน่วยงานทั้งหมดมารวมเป็นกระทรวง ดังนั้นต้องดึงกรมทรัพยากรน้ำมาอยู่ในสำนักงานทรัพยากรน้ำฯก่อนวางนโยบายสั่งการ บูรณาการงบประมาณในนามของนายกรัฐมนตรีให้กลุ่มอื่นที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามแนวทางเดียวกัน”นายวิษณุ  กล่าว

          นายวิษณุ   กล่าวอีกว่า วันนี้จะไม่ดึงกรมอื่นเข้ามาอยู่ในสำนักงานทรัพยากรน้ำฯและยืนยันว่าระบบสั่งการจะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นด้านการบริหารจัดการน้ำ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำตามนโยบายที่สำนักงานทรัพยากรน้ำฯ ได้วางไว้ซึ่งหน่วยงานนี้จะเป็นแกนนำหลักในการบริหารซึ่งต่างจากเดิมที่แต่ละหน่วยงานจะรับนโยบายจากกระทรวงของตัวเอง ทั้งนี้ การตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ นั้น ไม่ใช่ด้วยเหตุผลน้ำท่วมที่จังหวัดสกลนครเป็นฟางเส้นสุดท้าย เพราะผู้เกี่ยวข้องเตรียมการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

%d bloggers like this: