การเมือง

All posts in the การเมือง category

คนไทย 55% ห่วงสงครามการค้าจีน VS สหรัฐฯ ทำเศรษฐกิจตกต่ำ

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/320134

คนไทย 55% ห่วงสงครามการค้าจีน VS สหรัฐฯ ทำเศรษฐกิจตกต่ำ

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  26 นาทีที่ผ่านมา
ซูเปอร์โพล,สงครามการค้า,จีน,สหรัฐ

ซูเปอร์โพล สำรวจคนไทย กังวลพร้อมออมมากขึ้น 53 % ห่วงเสียหายมากเหตุไทยพึ่งพา 2 ชาติ ขณะที่ส่วนใหญ่ยังเชื่อเครดิตจีนชนะสงครามการค้า แต่ 70% ไม่เลือกข้างเชียร์

          8 เม.ย.61- สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ
ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “สงครามการค้าจีน กับ สหรัฐอเมริกา” โดยเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,142 ตัวอย่าง ระหว่าง วันที่ 5 – 7 เม.ย.นี้ โดยพบว่า

ประชาชนร้อยละ 55.4 มีความกังวลต่อสงครามการค้า ระหว่างจีน กับ สหรัฐฯ จึงต้องประหยัด อดออม มากขึ้น เพราะภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำ สินค้ามีราคาสูงขึ้น การส่งออกสินค้า ค่าเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะได้รับผลกระทบ และภาษีที่อาจเพิ่มขึ้น กับธุรกิจการท่องเที่ยวอาจจะได้รับผลกระทบด้วย ขณะที่ร้อยละ 44.6 ไม่กังวลจะใช้จ่ายไปตามปกติ

คนไทย 55% ห่วงสงครามการค้าจีน vs สหรัฐฯ ทำเศรษฐกิจตกต่ำ

เมื่อถามว่า ใครจะชนะ ในสงครามการค้าระหว่างจีน กับสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 53.5 คิดว่าจีนจะชนะ โดยร้อยละ 46.5 คิดว่าสหรัฐอเมริกา ขณะที่น่าสนใจคือเมื่อถามว่า ประเทศไทยควรเลือกข้างอยู่ฝ่ายใด พบว่า ร้อยละ 48.5 ระบุไม่ต้องอยู่ข้างใด , ร้อยละ 32.7 ระบุอยู่ทั้งสองฝ่าย , ร้อยละ 10.0 อยู่ฝ่ายสหรัฐฯและ ร้อยละ 8.8 อยู่ฝ่ายจีน

แต่ที่น่าพิจารณา คือ ร้อยละ 53.4 ระบุ ประเทศไทยและประชาชนคนไทย จะเสียหายมากถึงมากที่สุดจากการทำสงครามการค้าระหว่าง จีน กับ สหรัฐฯ เพราะไทยต้องพึ่งพา 2 ชาตินี้มาก ขณะที่ร้อยละ 46.6 ระบุไทยจะเสียหายน้อย ถึงไม่เสียหายเลย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ร้อยละ 57.4 ยังเชื่อว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงเหมือนเดิมในช่วงสงครามการค้าจีน กับ สหรัฐฯ โดยร้อยละ 34.4 ระบุลดลง และร้อยละ 8.2 ระบุเพิ่มขึ้น

Advertisements

ปชช.ถูกใจ ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ หวังเป็นทางเลือกใหม่

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/320130

ปชช.ถูกใจ ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ หวังเป็นทางเลือกใหม่

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ดุสิตโพล,พรรคการเมืองใหม่,ผู้สมัคร สสหน้าใหม่,เลือกตั้ง

ดุสิตโพล ชี้ ปชช.80 % สนใจผู้สมัครหน้าใหม่ ส่วน 30 % จับตาดู ยังมีเวลารอคิดรอบคอบ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจจะเลือกพรรคใหม่-เก่า อยากเห็นตัวบุคคล-นโยบายชัดเจนก่อน

          8 เม.ย.61- จากสถานการณ์การเมืองไทย ที่ยังคงมีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี 2562 ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ต่างออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างเข้มข้น “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ“ผู้สมัคร ส.ส.” และ “พรรคการเมือง” ซึ่งได้มีการสำรวจทั้งสิ้น 1,187 คน ระหว่างวันที่ 3-7 เม.ย.นี้

โดยผลสำรวจได้สอบถามประชาชน คิดอย่างไรกับ “ผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่” ในการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีในปีหน้า ซึ่งอันดับหนึ่ง 41.76% เห็นว่ามีความหลากหลาย ทำให้มีผู้สมัครที่น่าสนใจมากขึ้น ส่วน 39.35% เห็นว่าเป็นทางเลือกใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน และ 31.89% เห็นว่ายังมีเวลา จึงต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ

ส่วนที่คิดจะเลือก “ผู้สมัคร ส.ส.หน้าเก่า หรือ ส.ส.หน้าใหม่”น้ั้น พบว่า 67.40% ยังไม่แน่ใจ เพราะยังไม่ใกล้วันเลือกตั้ง ยังไม่เห็นนโยบาย ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร ต้องรอดูก่อน ขณะที่ 22.91% จะเลือก ส.ส.หน้าใหม่ เพราะอยากลองเลือกคนใหม่ ให้โอกาส ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากให้บ้านเมืองพัฒนา ก้าวหน้า และ 9.69% จะเลือก ส.ส. หน้าเก่า เพราะเป็นที่รู้จัก เป็นคนในพื้นที่ ใกล้ชิด เคยเห็นผลงาน มีประสบการณ์ ชื่นชอบมานาน

ปชช.ถูกใจ ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ หวังเป็นทางเลือกใหม่

และระหว่าง “พรรคการเมืองเดิม หรือ พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่” ประชาชนคิดจะเลือกอย่างไร ก็พบว่า อันดับหนึ่ง 72.28% ยังไม่แน่ใจ เพราะอยากดูตัวบุคคลในพรรคก่อน อาจเป็นพรรคใหม่แต่คนเก่า อยากรู้รายละเอียด นโยบายและผู้สมัคร โดย 17.44% เลือกพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ เพราะเป็นตัวเลือกใหม่น่าสนใจ บวกกับเบื่อพรรคการเมืองเดิม โดยหวังว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ขณะที่ 10.28% ยังเลือกพรรคการเมืองเดิม เพราะเป็นพรรคที่ชื่นชอบ มีชื่อเสียงมานาน เป็นที่รู้จัก หรือชอบคนในพรรค และคนในครอบครัวชอบ

“สมคิด”หนุน”บิ๊กตู่”นายกฯต่อ

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/319695

“สมคิด”หนุน”บิ๊กตู่”นายกฯต่อ

สมคิด,บิ๊กตู่,หนุน,นายกฯ,ตั้งพรรคการเมืองใหม่,อุตตม-สนธิรัตน์,นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี,พลเอกประยุทธ์

“สมคิด”หนุน”บิ๊กตู่”บริหารประเทศต่อ ไม่ปฏิเสธ”ลูกน้อง”รวมพลตั้งพรรคการเมือง โบ๊ย!! อยากรู้ถาม “อุตตม-สนธิรัตน์”

          วันที่ 5 เมษายน 2561- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมการตั้งพรรคการเมืองว่า “เคยได้ยินคำพูดจากปากผมหรือไม่” เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีอดีตนักการเมืองเดินทางมาพบ นายสมคิดกล่าวว่า “ต้องขอบคุณที่คิดถึงผม ตอนนี้ผมนอายุ 65 ปีแล้ว ขอเวลาดูบุพเพสันนิวาสดีกว่านะ เขาก็รู้จักกับเรา เขาก็มาเยี่ยมเยียนเท่านั้นเอง ส่วนอนาคตเป็นเรื่องของอนาคต ความจริงตอนนี้เรื่องปวดหัวก็เยอะอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ดูไปก่อนก็แล้วกันนะ”

 

เมื่อถามว่าส่วนตัวสนใจการเมืองหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า” ผมอยู่การเมืองมา 15 ปีแล้ว บางทีไม่ใช่สนใจหรือไม่สนใจ แต่มันเป็นหน้าที่ และทุกคนต้องสนใจการเมืองอยู่แล้ว แต่ต้องเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ ผมนานๆ พูดทีนะ ต้องให้ทุกฝ่ายได้มาร่วมกัน ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญเราก็วางไว้เยอะ ก็อยากให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาแล้ว มีโอกาสสานต่อให้มันดี อันไหนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่อันไหนที่เห็นด้วยก็ทำให้มันดี อย่าเริ่มต้นเข้ามาก็ทะเลาะกัน ไม่อยากเห็นภาพอย่างนั้น ไม่ว่าพรรคไหน ก็ดีทั้งนั้น

 

“และอยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามา อยู่พรรคไหนก็ได้ อย่าไปรังเกียจเรื่องของการเมือง ถ้าพรรคการเมืองไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกัน แล้วเราจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร การเมืองสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นใครคิดถึงผมก็ขอบคุณ ใครเหงาก็มาคุยกับผมได้ ไม่มีปัญหาอะไร “ผมว่าหัวหน้าพรรคก็ดีทุกคนนายอภิสิทธิ์ ก็เป็นคนดี เพียงแต่ว่าถ้าเราชอบใคร ก็หนุนคนนั้น เอาคนดีมา อย่าทะเลาะกันแค่นั้นเอง”นายสมคิดกล่าว

 

เมื่อถามว่า ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่อีก 5 ปี จะไหวหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “ผมว่าผมอายุมากแล้วนะ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมสนับสนุนท่านนายกฯประยุทธ์(พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)นั่นแหล่ะ เพราะว่าทำไม ก็เพราะหลายปีที่ผ่านมา เราเคยเห็นความไม่สงบใช่ไหม คุณอยากให้บ้านเมืองกลับไปอย่างนั้นไหม ถ้าบ้านเมืองสงบ แล้วทุกอย่างที่ตามมาดีขึ้น มีการพัฒนาประเทศดีขึ้น มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น คนมีความสุขมากขึ้น ไม่ดีหรือ ดังนั้นถ้าบอกว่าจะให้สนับสนุนใคร ผมก็ต้องบอกว่าสนับสนุนท่านนายกฯประยุทธ์ แต่การสนับสนุนนายกฯประยุทธ์ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นรัฐมนตรีต่อ คนเรามันมีอายุขัย

“ดังนั้นผมจึงอยากเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาร่วมกัน ถ้าชอบนายกฯประยุทธ์ ก็สนับสนุนท่าน ถ้าไม่ชอบก็พรรคอื่น ไม่ได้ว่าอะไร และท่านก็ไม่เคยพูดอะไรสักอย่าง ดังนั้นเราเริ่มต้นดี ๆ จะเลือกตั้งกันแล้ว ตั้งหลักใหม่ มองไปข้างหน้าเอาการเมืองสร้างสรรค์”นายสมคิด กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ นายสมคิด ได้หันมาถามผู้สื่อข่าวว่า “แล้วพวกเราสนับสนุนใคร” นักข่าวจึงตอบว่า “สนับสนุนคนดี มีคุณธรรม” นายสมคิด กล่าวต่อว่า” ผมก็สนับสนุนคนดี ท่านนายกฯประยุทธ์ ท่านเป็นคนดีนะ “เมื่อถามว่าแสดงว่าเห็นแววพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเป็นนายกฯ คนนอกได้ใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “ผมไม่แน่ใจว่าท่านสนใจการเมืองหรือไม่ ผมว่าพวกเราต้องไปขอให้ท่านมานะ ถ้าจะให้เข้ามา ต้องอย่าไปคิดว่าทุกคนอยากจะมีตำแหน่ง ไม่ใช่การมาทำงานให้บ้านเมืองคือการแบกภาระของประเทศ ทำงานก็เหนื่อยและต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่ว่ามาแล้วสนุกสนาน ดูซิมาแต่ละคนตาโหลกันทุกคน มันอยู่ที่ว่าจะทำการเมืองแบบไหน ผมพูดแบบนี้เขียนให้ถูกต้องนะ อย่าไปพาดใหเมันหวือหวา ถ้าหวือหวาก็โกรธกันเลยนะ นี่ผมพูดจากใจผมนะครับ อยากให้บ้านเมืองดี ให้ทุกคนมาช่วย ๆ กัน”

เมื่อถามว่า สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์นั้น จะสนับสนุนแบบไหนดี รองนายกฯ กล่าว่า “ก็สนับสนุนให้ท่านดูแลประเทศ” เมื่อถามต่อว่า จะหนุนให้เป็นที่ปรึกษาหรือตั้งพรรคการเมืองไปเลยหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ก็พรรคยังไม่ได้ตั้งเลย เรื่องนี้ต้องไปถามนายกฯเอง

ผู้สื่อถามว่าหากในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ เล่นการเมือง จะอยู่เล่นการเมืองเคียงบ่าเคียงใหล่ หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “เคียงได้อย่างไร ผมก็อายุมากแล้ว แต่ลูกน้องผมเยอะแยะเต็มไปหมดเลย อายุก็ 50 ปี สำหรับผม 65 ปีแล้ว” เมื่อถามว่าแสดงว่าตอนนี้ลูกน้องกำลังรวบรวมสมาชิกตั้งพรรคการเมืองอยู่ใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “นี่สมกับเป็นนักข่าวทำเนียบจริงๆ จะเอาให้ได้ ระวังเจ๊ยุ(นางยุวดี ธัญญสิริ อดีตนักข่าวอาวุโส ทำเนียบฯที่เสียชีวิตเเล้ว)ถามหานะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมให้ไปถามนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์”

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตทางการเมืองหลังจากนี้ ว่า “โดยบุคลิกของผมไม่ได้ถนัดในเชิงการเมืองและวันนี้ยังเป็นข้าราชการ เหลืออายุราชการอีก 5 ปีจึงจะเกษียณ”

“ประวิตร”สั่งเบรกแล้ว! บ้านพักขรก.ศาลพื้นที่เชิงดอยสุเทพ

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/319654

“ประวิตร”สั่งเบรกแล้ว! บ้านพักขรก.ศาลพื้นที่เชิงดอยสุเทพ

บ้านพักขรกศาล,ประวิตร,บิ๊กป้อม,สั่งเบรก,ดอยสุเทพ,จเชียงใหม่,9  เมษยน 2561

“ประวิตร”สั่งเบรกแล้ว! บ้านพักขรก.ตุลาการศาล พื้นที่เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ พร้อมนัด “ศาล จังหวัด กองทัพ” หารือ 9 เมษายน นี้

         เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561- ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงโครงการก่อสร้างอาคารบ้านพักข้าราชการศาลยุติธรรม บริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ที่ภาคประชาชนออกมาคัดค้าน ว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่เห็นด้วย จึงจะให้หน่วยงานต่างๆ อาทิ ศาล จังหวัด รวมถึงกองทัพ หารือกันในวันที่ 9 เมษายน นี้

 

 

“โดยมีแนวโน้มว่าจะไม่ก่อสร้างต่อ แต่จะให้ประชาชนได้ร่วมใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ส่วนจะใช้คำสั่งตามมาตรา 44 เข้ามายุติปัญหาดังกล่าวหรือไม่นั้น ต้องขอดูรายละเอียดในการหารือกันก่อน”พล.อ.ประวิตร กล่าว

“หมอระวี” นัดผู้ก่อตั้งเลือกหัวหน้า กลางเดือนพ.ค.

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/319642

“หมอระวี” นัดผู้ก่อตั้งเลือกหัวหน้า กลางเดือนพ.ค.

นพระวี,นายกฯ,นพระวี มาศฉมาดล,ผู้ก่อตั้งเลือกหัวหน้า,พรรคพลังธรรมใหม่,กลางเดือนพค2561

“หมอระวี” นัดผู้ก่อตั้งเลือกหัวหน้า กลางเดือนพ.ค. ตั้งเป้าส่ง ส.ส. ทุกเขต-คว้าส.ส.ให้ได้ 25 ที่นั่ง พร้อมหนุน คนของพรรคเป็นนายกฯ แย้มได้ครบ 3 ชื่อแล้ว

          เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561- ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำผู้ก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่เปิดเผยภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองการจดจองชื่อพรรค ว่า ตนได้ทำหนังสือเพื่อขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นัดประชุมผู้ร่วมก่อตั้ง ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ไม่ถือว่าช้าเกินไป เพราะตามกฎหมายยังมีเวลา

       “อย่างไรก็ตามเหตุผลที่นัดประชุมผู้ก่อตั้งช่วงดังกล่าว เพราะต้องอยู่ระหว่างการนัดหมายผู้ร่วมก่อตั้ง และเตรียมงานส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ร่างประกาศคำอุดมการณ์ และ ร่างนโยบายของพรรค รวมถึงการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เหรัญญิกพรรค และเลขาธิการพรรค เป็นต้น”นพ.ระวี กล่าว

       นพ.ระวี กล่าวด้วยว่าสำหรับนโยบายและอุดมการณ์ของพรรค จะเน้นเรื่องความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ไม่คอร์รัปชั่น รวมถึงการผลักดันนโยบายแก้ปัญหาเศษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และความยากจน ขณะที่เป้าหมายของการเลือกตั้ง นั้นทางพรรคจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ครบทุก 350 เขต และพร้อมแข่งขันกับทุกพรรคการเมือง

      “โดยต้องได้ส.ส.เข้าสภา จำนวน 25 คนเพื่อให้เพียงพอต่อการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ในสภาฯ โดยบัญชีนายกฯ ที่พรรคจะสนับสนุนนั้น อันดับหนึ่งคือ บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนอันดับสองและอันดับสาม คือ บุคคลที่ทาบทามไว้แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรค”นพ.ระวี ระบุ

         นพ.ระวี  กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนทิศทางของพรรคกับบทบาทของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม นั้น จะไม่มีบทบาททับซ้อนหรือเข้ามีบทบาทหรืออิทธิพลใดในพรรค เนื่องจาก พล.ต.จำลอง ระบุก่อนหน้านั้นว่าอยากให้คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนพรรคพลังธรรมใหม่

“สมคิด”เดินหน้าตั้งพรรคชู”บิ๊กตู่”

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/319635

“สมคิด”เดินหน้าตั้งพรรคชู”บิ๊กตู่”

สมคิด,บิ๊กตู่,พล,สมชย,เจ๊แดง,เพื่อไทย

สะพัด “สมคิด” ตั้งพรรคใหม่ หนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ เปิดตัว มิ.ย. ดึงอดีต ส.ส.ร่วมอื้อ ด้านเพื่อไทยพรึบยืนยันสมาชิก”สมชาย”ประกาศ”เจ๊แดง”เลิกเล่นการเมือง

 

 

กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ให้อุณหภูมิการเมืองระอุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมีกระแสข่าวออกมาว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
สะพัด“สมคิด”ตั้งพรรคหนุนบิ๊กตู่

เมื่อวันที่ 4 เมษายน มีรายงานว่า ขณะนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความเคลื่อนไหวทาบทามอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองเพื่อไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใหม่ โดยระบุถึงโครงสร้างพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง โดยในช่วงแรกจะให้นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์จะนั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาพรรค คาดว่าจะมีการเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดเรื่องชื่อพรรคการเมืองใหม่นี้

รายงานแจ้งต่อว่า ส่วนกลุ่มการเมืองที่อ้างว่ามีการตอบรับร่วมงานกับพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่แล้ว เช่น กลุ่มบ้านริมน้ำของ นายสุชาติ ตันเจริญ, พรรคพลังชล ของนายสนธยา คุณปลื้ม, กลุ่มของนายไชยา สะสมทรัพย์ ที่ขณะนี้สังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังทาบทามอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ด้วย โดยเมื่อวันที่ 3 เมษายน มีรายงานว่า นายสกลธี ภัททิยกุล และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทย ในกลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพบนายสมคิดที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย อย่างไรก็ตาม นายสกลธี และนายณัฏฐพล ปฏิเสธว่าไม่ได้มีการหารือเรื่องพรรคการเมืองใหม่ แต่เป็นการหารือเกี่ยวกับเรื่องของอีอีซีเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานะของนายสกลธี กับนายณัฏฐพลในพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้ว่า แม้ทั้งคู่จะยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคหรือไม่ โดยในส่วนของนายณัฏฐพลได้แจ้งกับผู้ใหญ่ในพรรคล่วงหน้าว่า หากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตั้งพรรคการเมืองก็จะลาออกจากพรรคและวางมือทางการเมือง แต่ถ้านายสุเทพไม่ตั้งพรรคก็จะอยู่ทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป ส่วนนายสกลธีกำลังถูกผู้ใหญ่ในพรรคจับตาว่าจะมีท่าทีอย่างไร เนื่องจากยังไม่ยอมตั้งศูนย์รับจดทะเบียนสมาชิกที่หลักสี่ ตามที่ทางพรรคแจ้งให้ดำเนินการ ทำให้ไม่ชัดเจนว่ายังคิดที่จะทำงานการเมืองกับพรรคต่อไปหรือไม่

         “มาร์ค”โต้“บิ๊กตู่”ไม่พาดพิงใคร
วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ตำหนิว่าให้พูดดีๆ จากกรณีที่ระบุถ้าใครอยากสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ให้ไปอยู่พรรคอื่น ว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ได้ดูหรือฟังคำให้สัมภาษณ์ของตนเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เพราะไม่มีตรงไหนในคำให้สัมภาษณ์ที่พาดพิงถึงใครในทางเสียหายหรือไม่ให้เกียรติใคร และการที่จะให้ความเห็นว่าผู้ใดจะตัดสินใจสังกัดพรรคใดก็ควรยึดมั่นแนวทางที่พรรคนั้นประกาศต่อประชาชน เป็นไปตามหลักการสากล และเป็นการให้เกียรติประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นการพูดเรื่องของพรรคการเมืองที่นายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค อยู่กับสมาชิกพรรค และเป็นหลักการธรรมดา เป็นหลักกฎหมายของพรรคการเมืองทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าเป็นใครเป็นนายกฯ ส่วนใครที่ต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็มีทางเลือกพรรคการเมืองอื่นอีกมากที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ซึ่งพรรคที่แสดงออกแบบนั้นน่าจะผิดหลักการสากลและอาจผิดหลักกฎหมาย จึงไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นอะไร และ พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจหรือไม่
ปชป.สวดยับไม่เข้าใจบิ๊กตู่

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำให้สัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ไม่ผิดหลักการ เพียงแต่ไม่ถูกใจพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องขอบคุณที่มีหัวหน้าพรรคการเมืองกล้าพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ และนี่คือการปฏิรูปพรรคการเมืองให้มีอุดมการณ์ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการไม่ใช่หรือ สิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดนั้น เพื่อต้องการบอกกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนว่าถ้าใครสนับสนุนนายกฯ คนนอก ก็ไม่ต้องมาที่ประชาธิปัตย์ แต่ให้ไปที่พรรคอื่น ซึ่งถูกต้องแล้ว และเป็นการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนธรรมดาๆ ปราศจากข้อสงสัยใดๆ ถ้าใครมายืนยันสมาชิกพรรคแล้วไปเชียร์นายกฯ คนนอก ก็อยู่ร่วมอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้

 

    เพื่อไทยรดน้ำดำหัวสุดคึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ได้จัดพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในพรรค เพื่อเป็นสิริมงคลและสืบสานประเพณีไทยในวันสงกรานต์ โดยในช่วงเช้าเปิดให้อดีตสมาชิกพรรคยืนยันสมาชิกภาพ โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยมายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย, นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย, นายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย, นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม มีเพียงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ไม่ได้เดินทางมาเนื่องจากติดภารกิจและไม่สามารถยืนยันตัวได้เพราะไม่ได้สมัครสมาชิกมาก่อน

‘สมชาย’ชี้เจ๊แดงเลิกเล่นการเมือง
ที่พรรคเพื่อไทย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคว่า วันนี้เดินทางมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคตามกฎหมายที่เปิดให้ดำเนินการ ซึ่งมาคนเดียว โดยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา ไม่ได้เดินทางมายืนยันความเป็นสมาชิกด้วยเพราะเลิกเล่นการเมืองแล้ว ส่วนเหตุผลขอให้ไปถามเจ้าตัวเอง สำหรับคุณสมบัติของผู้นำพรรคเพื่อไทยคนต่อไปควรจะเป็นอย่างไรนั้น ทุกคนก็มีคุณสมบัติ ทุกคนที่มายืนยันตนวันนี้ และคนที่จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคใหม่ก็มีคุณสมบัติทั้งหมด อยู่ที่พรรคจะดำเนินการ แต่วันนี้ยังเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้

เมื่อถามว่า อย่างคุณหญิงสุดารัตน์ มีคุณสมบัติเป็นผู้นำได้หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า วันนี้มีผู้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคอยู่คือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค รวมถึงเลขาธิการพรรคก็ยังอยู่ เพราะฉะนั้นพรรคก็ดำเนินการไปตามกระบวนการที่สามารถทำได้ ต่อไปเมื่อสามารถทำงานได้ค่อยว่ากันไป จะโหวตเอาใคร ไม่เอาใคร ก็ว่ากัน

    ไม่ปิดทางนั่งหน.หากมีคนหนุน

ส่วนที่นายเสนาะระบุว่า คนตระกูลชินควรเลิกเล่นการเมืองเพราะอาจจะเป็นเป้า นายสมชายหัวเราะ ก่อนจะตอบว่า “ไม่มีใครเป็นเป้าใครหรอก ตระกูลไหนไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าคุณมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพของคนไทยทุกคน ไม่ว่านามสกุลไหน ส่วนใครอยากเล่นไม่อยากเล่นก็ว่ากันไป อย่างไรก็ตาม อยากให้มองในภาพรวมว่าการทำงานทุกอย่างนั้นต้องเป็นไปเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าตระกูลไหนจะเข้ามาก็ตาม ถ้ามีความปรารถนาดี และมีอุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ผมก็สนับสนุน ดังนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าอย่าไปเจาะจงแบบนั้นเลย มันไม่ใช่หลักการที่ถูกต้อง”

เมื่อถามว่า หากมีเสียงสนับสนุนให้มาเป็นผู้นำพรรค พร้อมที่เข้ามาทำหน้าที่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ผู้นำพรรคต้องเป็นคนหนุ่ม ไม่ได้คิดอะไรเรื่องนี้ ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ หากสมาชิกต้องการสนับสนุนตนก็คงต้องรอให้พรรคสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ก่อน เพราะขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ให้ปลดล็อกก่อน

ส่วนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประกาศว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยแล้ว จะมีผลทางจิตวิทยาต่อสมาชิกพรรคหรือไม่ คงไม่เกี่ยว คงไม่มีผลเพราะท่านไม่ใช่สมาชิกพรรค และกฎหมายใหม่ก็ไม่ให้คนนอกเข้ามายุ่งและก็ปฏิบัติตามกฎหมาย หากถามว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยหนักใจในเรื่องใดบ้างนั้น ไม่มีอะไรหนักใจเลย ใครมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ถือแนวนโยบายตามนั้น ทำตามหน้าที่ที่ทำได้

“ผมยืนยันพรรคไม่มีปัญหาเรื่องผู้นำ เพราะยังมีผู้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคในการขับเคลื่อนงานต่างๆ อยู่แล้ว รอให้มีการปลดล็อกแล้วจึงค่อยให้มีการโหวตกัน” นายสมชาย กล่าว

 

  เผยตีกอล์ฟ“สะสมทรัพย์”ไม่มีอะไร
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คาดหวังให้สมาชิกพรรคเดินทางมายืนยันตัวให้มากที่สุด แต่บางคนยังติดธุระและยังมีเวลาถึงวันที่ 30 เมษายน ส่วนการที่แกนนำพรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปตีกอล์ฟที่ จ.นครปฐม วันที่ 18 เมษายนนี้ ไม่มีนัยทางการเมือง ไปเพื่อชวนกลุ่มนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต ส.ส.กลุ่มนครปฐม ที่ประกาศขอรอดูนโยบายพรรคก่อนว่าจะกลับมาเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ พร้อมยืนยันพรรคไม่มีปัญหาเรื่องผู้นำ ทันทีที่ คสช.ปลดล็อกสมาชิกประชุมคัดเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคได้ภายใน 30 วัน

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการแก้คำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ว่า ควรจะต้องยกเลิกมากกว่าการปรับแก้ไขแค่บางส่วน และหากต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและกำหนดทิศทางของประเทศ คสช.จะต้องยกเลิกคำสั่งที่ 53/2560 คำสั่ง 57/2557 และคำสั่งที่ 3/2557 ในเรื่องการเปิดให้สามารถทำกิจกรรมและเคลื่อนไหวทางการเมืองได้

      ไม่ถึงเวลาเพื่อไทย-ปชป.จับมือ
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า หากสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ไปพรรคอื่นไม่ต้องมาพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า สิ่งสำคัญขณะนี้ขอให้ประเทศชาติกลับสู่กระบวนการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อที่ประเทศชาติหลุดพ้นและเดินไปข้างหน้าได้ตามประชาธิปไตย ส่วนการจับมือระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ยังเร็วไปที่จะพูด เพราะยังไม่ถึงเวลา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ นายกรัฐมนตรีควรรีบคืนประชาธิปไตยกลับมาและให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางของประเทศ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

          “ป๋าเหนาะ”หวัง“แม้ว”ได้กลับไทย
นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นชื่อที่สาม เพราะเราถูกยุบพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย เราอยู่กันแน่นหนามากขึ้น งานวันนี้ขาดบุคคลสำคัญเพียงคนเดียว คือนายทักษิณ ซึ่งฝันว่าคนคนนี้จะกลับมาอยู่ประเทศไทยแน่นอน และความฝันมักจะเป็นจริง วันนี้แม้อายุ 84 ปี เข้า 85 ปี แต่จะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยพรรคเดียว ยังมั่นคงกับพรรคเดียว ยังทำตัวเหมือนวันที่ 1 เมษายน 2543 ที่ตั้งพรรคไทยรักไทย

 

          ชี้ไร้ทางออกต้องรัฐบาลแห่งชาติ
นายเสนาะ ยังให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอกรณีรัฐบาลแห่งชาติว่า หากประเทศไม่มีทางออกใดที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความราบรื่น ถ้าเป็นไปได้ก็ให้มีรัฐบาลแห่งชาติเสีย ขอให้เอาบ้านเอาเมืองไว้ก่อน ไม่ใช่ทำเพื่อพวกฉันหรือเพื่อพวกพ้องแล้วบ้านเมืองเสียหาย

เมื่อถามว่า ควรจะมีพรรคไหนบ้างมาร่วมเป็นรัฐบาลแห่งชาติ นายเสนาะ กล่าวว่า ก็หลายพรรค ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลแห่งชาตินั้นยังพูดไม่ได้ ค่อยว่ากันทีหลัง เพราะยังไม่ใช่เวลาที่จะกำหนด ซึ่งข้อเสนอนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับใครทั้งนั้น เพราะเป็นแนวความคิดส่วนตัว เมื่อถามว่า แล้วคุณสมบัติของผู้นำพรรคเพื่อไทยควรเป็นเช่นไร นายเสนาะ กล่าวว่า ก็ยังพูดไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะพูดแล้วเดี๋ยวเป็นเรื่อง
ไร้เงา“วาดะห์”ร่วมงานเพื่อไทย

ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของวันนี้มี 2 ประการคือ ให้พี่น้องมายืนยันการเป็นสมาชิก สอง เพื่อการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของไทย อย่างไรก็ตามตลอด 4 ปีที่ผ่านมาตนและผู้บริหารพรรคยืนยันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตพรรคให้รอดจากปากเหยี่ยวปากกาให้ได้ และจะรักษาสิ่งที่พวกเรารักเอาไว้ให้ได้ตลอดไปเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกิจกรรมรดน้ำดำหัว สมาชิกพรรคเพื่อไทยได้นำเค้กและกระเช้าดอกไม้มาอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายเสนาะ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น อย่างไรก็ตาม ในกิจกรรมช่วงเช้าคุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว แต่เดินทางมาร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำพรรคในภายหลัง ขณะที่สมาชิกกลุ่มวาดะห์ ซึ่งมีข่าวว่าจะไปร่วมงานกับพรรคประชาชาติ ไม่ได้เดินทางมายืนยันสมาชิกและร่วมกิจกรรมของพรรค

      ‘เจ๊หน่อย’ยันเป็นแค่สมาชิกคนหนึ่ง
ภายหลังจากการเสร็จพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ คุณหญิงสุดารัตน์ ได้กล่าวทักทายอดีต ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าหาก คสช.ปลดล็อกคำสั่งให้สามารถเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยทันทีหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องสมัครทันที แต่หาก คสช.ปลดล็อกเมื่อไรก็จะมาสมัครเมื่อนั้น จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ได้เข้าไปร่วมรับประทานอาหารกับผู้ใหญ่และแกนนำพรรคเพื่อไทย

จากนั้นเวลา 13.40 น. คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคมาแล้วเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา แต่มีความผิดพลาดซึ่งน่าจะเรื่องของทะเบียนเพราะตรวจสอบแล้วไม่พบชื่อและเมื่อพรรคเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่เมื่อใดก็จะมาสมัคร

เมื่อถามว่ารู้สึกท้อใจหรือไม่ที่มีสมาชิกทั้งสนับสนุนและคัดค้านในเรื่องที่จะให้มาเป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้อาสามาเป็นหัวหน้าพรรค แล้วก็เป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่ง ไม่ได้มีความท้อใจอะไร สิ่งใดที่ทำแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ทำไปตามความสามารถของตนเอง สิ่งที่ปรากฏในสื่ออาจจะเป็นแหล่งข่าวพูดกันไปโดยไม่ได้มีตัวตน ที่ผ่านมาพูดหลายครั้งแล้วว่าเหมือนคนที่อยู่ในบ้าน ถ้าทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้ก็จะทำเท่านั้นเอง นอกจากนี้ ขณะนี้พรรคเพื่อไทยก็มีหัวหน้าพรรคซึ่งทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว
บอกอย่ามโนภาพนั่งหัวหน้าพท.

ส่วนที่ถามว่าในสถานการณ์ขณะนี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยควรมีลักษณะประนีประนอมหรือต่อต้านเผด็จการ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำและเรามีจุดยืนอยู่แล้วคือรักษาระบอบประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนระบบอื่นที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาโดยตลอดนับตั้งแต่พรรคไทยรักไทย และพยายามสร้างโอกาสให้ประชาชนในการทำมาหากินให้เกิดเศรษฐกิจที่ดี รวมทั้งคิดนโยบายให้ส่วนรวมให้ประเทศชาติเดินหน้าและประชาชนมีความสุข

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่สมาชิกต้องการให้เป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวสั้นๆ ว่า “พี่ไม่ได้พูดว่าอยากจะเป็นหัวหน้าพรรค แล้วแต่คนคิด แล้วต้องถามด้วยว่าพี่อยากเป็นหรือไม่ พี่เป็นแค่คนตัวเล็กๆ ทำหน้าที่ เมื่อมีโอกาสทำอะไรให้องค์กรในส่วนที่ทำได้ก็ทำเท่านั้น วันนี้ยังไม่จำเป็นต้องหาหัวหน้าพรรค หรือผู้บริหารพรรคใหม่ เพราะมีและทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว วันนี้ต้องอยู่ในข้อเท็จจริง อย่าไปมโนภาพ วันนี้มีงานให้ทำเยอะแยะ อย่าไปไร้สาระกับบางเรื่อง” เมื่อถามว่าส่วนตัวอยากเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า “คิดว่าไม่ค่อยมีใครอยากเป็น”

 

  เฉลิมมาด้วยยืนยันสมาชิกพรรค
ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำกลุ่มบ้านริมคลอง ได้เดินทางมาถึงพรรค แต่ไม่ได้ขึ้นมาที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีรดน้ำดำหัว ทั้งนี้ มีสมาชิกพรรคบางส่วนเข้าไปพูดคุยต้อนรับที่ห้องทำงานชั้น 8 โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้ยืนยันสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้วและจ่ายค่าสมัคร 2,000 บาท แต่ไม่อยากปรากฏตัวต่อสื่อ เพราะที่ผ่านมาเก็บตัวเงียบมาตลอดไม่เป็นข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิมได้พูดคุยสถานการณ์การเมืองกับอดีต.ส.ส.บางส่วน ซึ่งแสดงความเชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งอาจจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ ดังนั้นจึงมีความไม่แน่นอนในสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งพรรคยังไม่จำเป็นต้องพูดถึงผู้นำพรรคในเวลานี้ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าคุณหญิงสุดารัตน์ และร.ต.อ.เฉลิม แม้จะมาในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ก็ไม่ได้มีการเผชิญหน้ากัน

  ชทพ.นับ 30 ยันร่วมหัวจมท้าย
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศที่พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งแกนนำ อดีตส.ส. และสมาชิกพรรค เข้ายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคตามที่กฎหมายกำหนด กว่า 30 คน อาทิ นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค, นายถาวร จำปาเงิน รองหัวหน้าพรรค, นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช, นายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด, นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี, นายยุทธพล อังกินันทน์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง, นายเสมอกัน เที่ยงธรรม, นายธรรมา ปิ่นสุกาญจนะ, นายวัชระ กรรณิการ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยสมาชิกที่ยืนยันความเป็นสมาชิกนั้น ได้ชำระค่าบำรุงพรรค จำนวน 2,000 บาท คือการสมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ

หลังจากนั้นแกนนำและอดีตส.ส. รวมถึงสมาชิกพรรคร่วมคล้องแขนถ่ายรูปที่บริเวณด้านหน้าอาคารที่ทำการพรรค โดยนายวราวุธประกาศว่าเป็นทีมคนรุ่นเก๋า และรุ่นใหม่ ที่จะผสมผสานกันทำงานเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งรอบที่จะมาถึงไปด้วยกัน

นายนิกร จำนง ให้สัมภาษณ์ว่าการยืนยันสมาชิกพรรค กว่า 20,000 คนที่อยู่ต่างจังหวัด พรรคจะใช้รูปแบบการยืนยันผ่านไปรษณีย์ส่งไปตามที่อยู่ตามภูมิลำเนา หากสมาชิกใดประสงค์จะยืนยันต้องกรอกเอกสารและชำระค่าบำรุงผ่านระบบธนาคาร จากนั้นให้นำเอกสารยืนยันและใบเสร็จการโอนเงินส่งกลับมายังที่ทำการพรรคภายในวันที่ 30 เมษายน หากจดหมายของสมาชิกคนใดที่ส่งมาไม่ถึงพรรคภายใน 30 เมษายน จะถือว่าต้องเข้าสู่กระบวนการสมัครสมาชิกพรรคใหม่ทันที ส่วนกระแสข่าวที่อดีตส.ส. หรืออดีตสมาชิกของพรรคจะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นหลังกฎหมายเปิดโอกาสนั้นขอให้ยึดที่ความสบายใจ

 

  วราวุธชี้นายกฯต้องส.ส.ในสภา
ด้านนายวราวุธ กล่าวด้วยว่า การยืนยันสมาชิกพรรคที่ต่างจังหวัด เชื่อว่าจะได้รับการตอบกลับเกินครึ่ง และหากกฎหมายเปิดโอกาสให้พรรคหาสมาชิกเพิ่มเติมได้ พรรคจะเริ่มดำเนินการทันที ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอดีตส.ส. หรืออดีตผู้สมัครของพรรค มีสัญญาใจกับพรรคการเมืองอื่นที่จะย้ายสังกัดเมื่อกฎหมายเปิดโอกาสนั้น ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่บทสรุปสุดท้ายนั้นต้องรอพิจารณาวันสุดท้ายของการส่งสมัครรับเลือกตั้งว่าบุคคลนั้นจะมีลายเซ็นอยู่กับพรรคใด ส่วนกลุ่มอดีต ส.ส. และแกนนำสำคัญอย่างกลุ่มอุทัยธานี อาทิ นายชาดา ไทยเศรษฐ์, นายนพดล พลเสน, กลุ่มอุบลราชธานี, กลุ่มศรีสะเกษ ยังยืนยันจะอยู่กับพรรค โดยในวันที่ 5 เมษายน ตนและสมาชิกจำนวนหนึ่งจะลงพื้นที่ที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย จะมีโอกาสได้เจอกับกลุ่มอดีตส.ส.ในพื้นที่ด้วย

“ผมยอมรับว่ากังวลที่อดีตส.ส.จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น เพราะแปลว่าจะทำให้ตัวเลขส.ส.ของพรรคลดลง แต่นาทีนี้เมื่อมีออกก็ต้องมีเข้า ซึ่งผมไม่โกรธพรรคไหน หรือโกรธใคร อย่างไรก็ดีตอนนี้มีอดีตส.ส.ระดับเกรดต้นๆ ของพรรคการเมืองอื่น โทรศัพท์มาถึงผม เพื่อเตรียมจะย้ายมาสังกัดและพร้อมลงเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผมยังบอกรายละเอียดไม่ได้ เพราะต้องรักษามารยาท แต่ยืนยันว่ามีแน่นอน” นายวราวุธ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวคิดสนับสนุนนายกฯ นอกบัญชีพรรคการเมือง นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคยืนยันจะสนับสนุนบุคคลที่พรรคเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งตามระบบรัฐสภา พรรคต้องเสนอชื่อ และให้สมาชิกสภาตัดสิน ส่วนประเด็นนายกฯ คนนอก หรือคนในนั้นมองว่าต้องพิจารณาสถานการณ์ทางการเมือง และต้องเป็นไปตามการตกลงร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา

กลุ่ม16-คีรีร่วมอวยพรปู่ชัย
ผู้สื่อข่าวรายงานบ้านชิดชอบ โรงโม่หินศิลาชัย ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำบุญวันคล้ายวันเกิด 90 ปีโดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีพิธีเซ่นเทพปะกำช้าง โดยหมอปะกำ ตั้งเครื่องเซ่นไหว้และทำพิธี จากนั้นได้นิมนต์พระสงฆ์ 90 รูปเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทยอยนำช่อดอกไม้ กระเช้า เข้าอวยพรอย่างคับคั่ง โดยนายชัยได้เตรียมของชำร่วยได้แก่ข้าวสารซึ่งข้าวกล้องจากถิ่นภูเขาไฟและขนมคุกกี้แจกแขกผู้มาร่วมอวยพร
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนำสมาชิกพรรคร่วมอวยพร อาทิ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตรมช.สาธารณสุข นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรมช.เกษตรฯ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา อดีตรมช.ศึกษาธิการ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร อดีตรมช.คมนาคม พร้อมอดีตส.ส.พรรค

นอกจากนี้ ยังมีนายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำและอดีตส.ส.กลุ่ม 16 ที่ร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยก็มาอวยพรเช่นเดียวกัน รวมไปถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา แกนนำกลุ่มวาดะห์ และนักธุรกิจชื่อดังนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ที่มาร่วมอวยพรเป็นครั้งแรกด้วย

 

  นายกฯเยี่ยมชาวบ้านปัตตานี
ทางด้านความเคลื่อนไหวภารกิจของนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ออกเดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ด้วยเครื่องบินซี–130 ไปยังท่าอากาศยานปัตตานี ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อ เปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–7 เมษายน โดยนายกฯ สวมชุดลูกเสือ พร้อมทักทายสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

พร้อมกันนี้ ยังเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จากหน่วยงานความมั่นคง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประธานสภาอุตสาหกรรม เป็นต้น
จากนั้นช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปวัดทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้สักการะหลวงพ่อทวดสิทธิชัย หลวงพ่อทวด และหลวงพ่อทวดหมาน ณ วิหาร 3 ทวด ก่อนที่จะไปมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่ตัวแทนนักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่ พร้อมทักทายชาวบ้านที่มาต้อนรับที่อาคารอเนกประสงค์ มัสยิดนัจมุดดีน จ.ปัตตานี ก่อนจะถามประชาชนที่มาต้อนรับว่าเดือดร้อนกับคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 หรือไม่ ที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกกันอยู่ ประชาชนมีใครเดือดร้อนหรือไม่

      ยันยังไม่ปลดล็อกทางการเมือง
ต่อมา นายกฯ ได้กล่าวว่า “ตกลงเดี๋ยวผมจะตอบเขาว่ายังไม่ปลดล็อก มันถึงเวลาผมก็ปลดให้ทันตามกระบวนการ ทำธุรการได้ มันจะมีปัญหาอะไรนักหนา เข้าใจไหม ได้ทุกอย่างคือประชาชนจะได้ แต่อาจจะมีคนไม่ได้อยู่ มันก็เลยมีปัญหา ผมไม่ทะเลาะกับใคร ผมไม่ได้มาหาเสียง นี่ขอเสียงหรือยัง ไม่ได้ ผมทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะหาเสียงเป็นเรื่องกระบวนการประชาธิปไตย แต่ต้องมีหลักการที่ถูกต้อง รัฐบาลต้องมีธรรมาภิบาล จะให้ตรงนั้นตรงนี้ แล้วให้ไหม ให้นิดๆ หน่อยๆ ให้แล้ววันหน้าก็ไปต่อ ชอบใครก็เดี๋ยวค่อยมาต่อให้วันหน้า ทำถนนเสร็จก็ขาดสะพานไว้หน่อยไม่ได้ วันนี้รัฐบาลไม่ทำแบบนั้น ดูทุกคนดูทุกภาคเดือดร้อนอย่างไร”

โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ว่า การประชุมร่วมกับ 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดตามงานมีความคืบหน้าไปมาก โดยได้เน้นย้ำทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว ในโครงการขนาดใหญ่อาจต้องปรับให้เล็กลงบ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์ตามที่งบประมาณมีอยู่ ขณะเดียวกันวันนี้รัฐบาลพยายามแก้ปัญหา และได้พูดคุยภาคการเกษตรเรื่องปาล์ม ยางพารา เรื่องโรงไฟฟ้า พลังงาน ได้สั่งเรื่องไฟฟ้าชีวมวลเพื่อให้เกิดการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ด้วย ประชาชนมีส่วนร่วม เอกชนมาร่วมลงทุน สำคัญจะใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุ ไม้ยางที่ถูกตัดมาใช้เป็นพลังงานได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า จะต้องพูดคุยสันติสุขเพื่อหาทางออก เราพร้อมคุยสันติสุขกับทุกคน ในส่วนการพูดคุยกับผู้เห็นต่าง เราต้องอย่าพยายามไปยกระดับเขาขึ้นมา อย่างบางกลุ่มไม่เคยอยู่ในทำเนียบก่อการร้าย ไม่เคยเห็นต่างแล้วจะไปยกเขาขึ้นมาทำไม แต่สามารถยอมรับว่าเขาเป็นกลุ่มเห็นต่างเท่านั้นก็รับได้แค่นั้น ก็ต้องหาวิธีพูดคุย เพราะคนที่ทำให้เกิดปัญหาไม่ใช่รัฐบาล การพูดคุยเราจะต้องไม่ทำให้ฝ่ายรัฐบาลเสียเปรียบ

 

 

  “วิษณุ”ลุยแก้คำสั่งขีดเส้นมิ.ย.
วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยปฏิเสธถึงการหารือถึงการแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ระบุเพียงว่ามารับประทานอาหารและเล่าบรรยากาศของคณะผู้จัดและนักแสดงละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เข้าเยี่ยมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 เมษายน เพราะนายมีชัยไม่ได้ติดตาม

นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางแก้ไขคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ว่าตามปฏิทินทำงานควรแก้ไขให้เสร็จก่อนเดือนมิถุนายน โดยขณะนี้ยังรอประเด็นแก้ไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งมายังรัฐบาลหลังจากรับฟังปัญหาของพรรคการเมืองในวันประชุมชี้แจงการทำงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ การจัดตั้งสาขาพรรค ส่วนการชำระค่าบำรุงพรรคนั้นเป็นประเด็นที่สามารถแก้ไขทางระเบียบปฏิบัติได้ ไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย

          ลั่นไม่รอศาลรธน.ตีความ
“ประเด็นที่ต้องแก้ไขคือ ปัญหาที่ทำให้ กกต.ทำงานติดขัด เพราะเป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นที่พรรคการเมืองติดขัด กกต.สามารถแก้ไขให้เองได้ เช่น การชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง และเมื่อได้รับเรื่องจาก กกต. ต้องเข้าที่ประชุมคสช. เพื่อแก้ไขคำสั่ง โดยไม่ต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่อง เพราะเท่าที่ฟังดูเป็นคนละประเด็นกัน และการแก

โชเชียลรุมจวก!!”เสนาะ”ฝัน”แม้ว”กลับไทย

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/319625

โชเชียลรุมจวก!!”เสนาะ”ฝัน”แม้ว”กลับไทย

เสนาะ  เทียนทอง,เหนาะ,แม้ว,ทักษิณ,พรรคเพื่อไทย

โชเชียล!! รุมจวก!! “เสนาะ  เทียนทอง” คนนี้เคยแฉ!! เบื้องหลังลอยตัวค่าเงินบาท ช่วง “วิกฤติต้มยำกุ้ง” บ้างก็บอก เพ้อเจ้อเลอะเทอะ ให้รีบตื่นจากฝันเถอะ!!

       การเมืองร้อนฉ่า!! เมื่อ “เสนาะ  เทียนทอง” แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็นและประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการเติมฝันเก้าอี้นายกรัฐมนตรีจนประสพความสำเร็จมาแล้วหลายคน ออกมาพูดในวันที่พรรคเพื่อไทยเปิดให้สมาชิกรายงานตัว ใจความตอนหนึ่งว่า “ผมฝันแล้วฝันอีกว่านายทักษิณต้องกลับเข้ามาประเทศไทยแน่นอน ความฝันของผมมักจะเป็นความจริง แม้ปีนี้ผมอายุ 84 ย่าง 85 แต่ก็จะอยู่กับพรรคต่อไป

         วันนี้(5 เมษายน 2561)เพจ“เสนาะ เทียนทอง”ได้โพสต์ข่าวของสื่อสำนักหนึ่งใจความว่า “เหนาะ”เผยฝันเห็น“แม้ว”ได้กลับไทย เชื่อความฝันมักเป็นจริง!  ปรากฏว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากมาย มีทั้งเห็นด้วยและรุมกินโต๊ะนายเสนาะ เทียนทอง อาทิ

     *น้ำเน่ามาแล้ว…

    *เนี่ย พอปี่กลองการเมืองเริ่มคราง เรื่องเพ้อเจ้อเลอะเทอะก็ทยอยมายั่วยุ

    *เสนาะ เทียนทอง เคยแฉ เบื้องหลังลอยตัวค่าเงินบาท ช่วง “วิกฤติต้มยำกุ้ง”ตัวละครเด่นวนมาอีกครั้งที่ “โภคิน พลกุล” คือ 1 ในคนสมรู้ร่วมคิดก่อนลอยตัวค่าเงินวันนี้ นายโภคิน ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะพยานผู้ถูกร้องว่า…“การแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีนี้ ส่อขัดรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การล้มล้างการปกครอง”

    เมื่อก่อนเกิดวิกฤติค่าเงินบาท นายอำนวย วีรวรรณ รมว.คลังในขณะนั้นลาออก มีการคิดกันว่าจะให้ตำแหน่งนี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยซ้ำ ผมได้ไปทาบทามคนที่น่าเชื่อถือในสังคม โดยนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเป็น รมว.คลัง ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณไปนำ นายทนง พิทยะ ผู้บริหารธนาคารทหารไทยมารับตำแหน่งนี้แทน โดยที่ผมไม่รู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณไปซุบซิบกับ พล.อ.ชวลิต และนายโภคิน พลกุล อดีต รมต.สำนักนายกฯ แล้วจึงมีคำสั่งแต่งตั้งนายทนง “ก่อนเงินบาทลอยตัว”

     “ผมไม่รู้เรื่องด้วย เพราะอยู่นอกวงของพวกเขา คนที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้นมี 4 คือ พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ นายทนง และนายโภคิน ส่วนจะรู้เห็นกันขนาดไหน ผมไม่รู้ เขาบอกว่าเขาไม่รู้ อันนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ถ้าถามผมว่า ผลที่เกิดหลังค่าเงินบาทลอยตัวออกมาอย่างไร มันส่อชัดว่า ทักษิณและบริษัทรอดวิกฤติคนเดียว คือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว”

   *ขอบคุณมากๆ ที่พรรคเพื่อไทยยังรักและสามัคคี ปชช.ทั่วประเทศพร้อมให้กำลังใจทุกๆท่านค่ะ

   *“เสนาะ เทียนทอง” บอก ตนเองหลับฝันไปว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ได้เดินทางกลับประเทศไทย ชี้ ความฝันของตนมักกลายเป็นจริง !!! ปลุกมันตื่นดิ๊

   ฯลฯ

      ประมวลภาพ นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย  ท่ามกลางวงล้อมมวลมหาสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งมารายงานตัวยืนยันสิทธิการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

โชเชียลรุมจวก!!"เสนาะ"ฝัน"แม้ว"กลับไทย

องค์กรข้ามชาติ เสนอรัฐผ่อนผันต่างด้าวตกค้าง

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318877

องค์กรข้ามชาติ เสนอรัฐผ่อนผันต่างด้าวตกค้าง

OSS,องค์กรข้ามชาติ,เรียกร้องรัฐบาล,ขยายเวลา,่ บิ๊กตู่,แรงงานต่างด้าว,ตกค้าง

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ออกแถลงการณ์ด่วนเรียกร้องให้รัฐบาล”บิ๊กตู” ขยายเวลา-ผ่อนผันให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวตกค้างมาดำเนินการศูนย์ OSSไม่ทันเวลาที่กำหนด

         รายละเอียดในแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนกรณีแรงงานข้ามชาติ ไม่สามารถดำเนินการที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จossได้ตามกำหนด ซึ่งจากการสังเกตุการณ์กระบวนการดำเนินการที่ศูนย์ฯต่างๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่มีการเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง พบว่าบุคคลการของรัฐไม่สามารถรองรับกับจำนวนของแรงงานที่มาเข้ามาดำเนินการจำนวนมากได้ เห็นว่ากระบวนการดำเนินการนั้นล้มเหลว

        และยิ่งจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและความโกลาหลของทั้งนายจ้างและแรงงานข้ามชาติที่ขึ้นทะเบียนไม่ทันจนนำไปสู่การอพยพของแรงงานที่ไม่มีเอกสารจำนวนนับหมื่นคนที่ไปตกค้างอยู่ตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้านดังนั้นเครือข่ายฯ

        จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลคือ 1.ขยายระยะผ่อนผันให้กลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าดำเนินการการรายงานตัวตามเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561สามารถอยู่และทำงานในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวอีกสามเดือน 2. มาตรการในการดำเนินการของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ควรมีการจัดระบบในการบริหารจัดการใหม่

         โดยแยกกลุ่มคนที่พิสูจน์สัญชาติผ่านแล้วแต่อยู่ระหว่างการขอต่อวีซ่าและใบอนุญาตทำงานกับกลุ่มที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการจัดการ 3. กำหนดแผนที่ชัดเจนในการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้ทันเวลาที่รัฐบาลไทยได้กำหนดไว้

         หรือมีมาตรการอื่นๆรองรับ กรณีไม่สามารถดำเนินการพิสูจน์สัญชาติได้ตามกำหนด และ 4.กำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อรองรับการดำเนินการหลังเดือนมิถุนายน 2561

        อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      พบแรงงานต่างด้าว 59,217 คน ยังไม่ต่อวีซ่า

      “บิ๊กอู๋” พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 %

พบแรงงานต่างด้าว 59,217 คน ยังไม่ต่อวีซ่า

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318846

พบแรงงานต่างด้าว 59,217 คน ยังไม่ต่อวีซ่า

พลตออดุลย์,ไม่ต่อวีซ่า,30 มิถุนายน 2561,59,217 คน ยังไม่ต่อวีซ่า

พบแรงงานต่างด้าว 59,217 คน ยังไม่ต่อวีซ่า ก.แรงงานพร้อมเตรียมลงดาบนายจ้างที่ไม่ดำเนินการตามกฏหมาย

     1 เมษายน 2561-พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บอกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นวันสุดท้ายของการจัดทำทะเบียนประวัติ และขออนุญาตำงานของแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว เมียนมา ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ OSS ซึ่งกระทรวงแรงงานได้เปิดดำเนินการจนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยพบว่ามียอดการลงทะเบียนคือ 1,320,035 คน คิดเป็นร้อยละ 96 จากเป้าหมายที่ต้องดำเนินการ 1,379,252 คน

     แยกประเภทเป็น ดำเนินการครบทุกขั้นตอน จำนวน 961,946 คน ดำเนินการไม่ครบขั้นตอน จำนวน 127,429 คน ลงทะเบียนออไลน์ จำนวน 190,056 คน ลงทะเบียนด้วยมือ จำนวน 40,604 คน คงเหลือเพียง 59,217 คน ซึ่งถือเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย หากเจ้าหน้าที่พบสามารถจับกุมได้ทันที รวมทั้งนายจ้างที่รับแรงงานเหล่านี้ไว้ก็จะมีความผิดตามกฎหมายด้วย

        พล.ต.อ.อดุลย์  กล่าวอีกว่า คาดว่า แรงงานที่ยังไม่ไม่ได้ทะเบียนเหล่านี้ บางส่วนอาจจะกลับประเทศ บางส่วนอาจจะนำเข้าแบบ MOU และบางส่วนเปลี่ยนสถานะสำหรับแรงงานต่างด้าว ที่ลงทะเบียนออนไลน์ไว้ กับทางเว็บไชต์ของกรมการจัดหางาน(กกจ.) ที่ได้เปิดให้ยื่นถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 31 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น

      “หลังจากนี้กระทรวงแรงงานจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อและจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งในส่วนของออนไลน์ และแจ้งที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ เพื่อประมวลผลวางแผนการดำเนินการด้านสถานที่และกำหนดวัน เวลา เพื่อให้นายจ้างพาแรงงานต่างด้าวไปดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 โดยจะส่ง EMS แจ้งไปยังนายจ้างเพื่อให้ดำเนินการต่อไป”พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

“บิ๊กอู๋” พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 %

Published April 8, 2018 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/318842

“บิ๊กอู๋” พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 %

บิ๊กอู่,พอใจ,ลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว,เป้า137 ล้านคน,132 ล้านคน,พลตออดุลย์ แสงสิงแก้ว,ร้อยละ 96 ของเป้าหมาย

“บิ๊กอู๋” แถลงผลการดำเนินงานของOSS พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 % หรือดำเนินการแล้วเสร็จ1.32 ล้านคน จากเป้า1.37 ล้านคน พร้อมทำแผนรับมือทำประวัติ 3.5 แสนคน

        เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2561-พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลการการดำเนินงานของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) ทั่วประเทศที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. – 31 มี.ค.2561 ปรากฏว่า จากเป้าหมายที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 1,379,252 คน ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวมารายงานตัวทั้งหมดจำนวน 1,320,035 คน คิดเป็นร้อยละ 96 ของเป้าหมาย

         แบ่งเป็นกลุ่มดำเนินการครบทุกขั้นตอน 961,956 คน กลุ่มดำเนินการเฉพาะขั้นตอนตรวจลงตราวีซ่าและขอใบอนุญาตทำงานแล้ว 127,429 คน กลุ่มรายงานตัวที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-10 จำนวน 40,604 คน และรายงานตัวออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางานจำนวน 190,056 คน

        โดยยังมีแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้รายงานตัว 59,217 คน คาดว่าแรงงานต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวบางส่วนเดินทางกลับประเทศต้นทางไปแล้ว หรือเปลี่ยนสถานะเป็นระบบ MOU เพื่อกลับเข้ามาทำงานใหม่ จึงไม่มารายงานตัว

        พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงานได้มีแนวทางดำเนินการกับแรงงานต่างด้าวที่เหลืออยู่โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม จำนวน 358,089 ราย คือ 1) กลุ่มที่มาตรวจลงตราวีซ่าและขอใบอนุญาตทำงานแล้ว 2) กลุ่มที่มายื่นเอกสารไว้กับสำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ และ 3) กลุ่มที่รายงานตัวออนไลน์

        โดยจะให้มาจัดทำทะเบียนประวัติอีกครั้ง ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงานประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนบทเรียนและกำหนดแผนดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะแถลงแนวทางการปฏิบัติในวันที่ 18 เมษายน โดยพร้อมเปิดบริการในวันที่ 23 เมษายน 2561 เป็นต้นไป

"บิ๊กอู๋" พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 %

"บิ๊กอู๋" พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 %

"บิ๊กอู๋" พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 %

"บิ๊กอู๋" พอใจผลขึ้นทะเบียนต่างด้าว 96 %

%d bloggers like this: